‘คริสตีส์’เปิดประมูลระดับโลกเครื่องประดับและกระเป๋าหรูแบบเอ็กซ์คลูซีฟ

https://www.naewna.com/lady/837049

‘คริสตีส์’เปิดประมูลระดับโลกเครื่องประดับและกระเป๋าหรูแบบเอ็กซ์คลูซีฟ

‘คริสตีส์’เปิดประมูลระดับโลกเครื่องประดับและกระเป๋าหรูแบบเอ็กซ์คลูซีฟ

วันพฤหัสบดี ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

คริสตีส์ (Christie’s) เตรียมจัดงานประมูลเครื่องประดับชั้นเลิศและกระเป๋าถือสุดหรูจากแบรนด์ดังระดับโลก รวมทั้งแอคเซสซอรี่ส์ต่างๆ กับงาน “Magnificent Jewels and Handbags & Accessories”ในวันที่ 28-29 ตุลาคม 2567 นี้ ที่สำนักงานใหญ่แห่งใหม่ของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ณ อาคาร เดอะ เฮนเดอร์สัน, ฮ่องกง โดย“Magnificent Jewels and Handbags & Accessories”นับเป็นหนึ่งในงานประมูลซึ่งได้รับการจับตามองมากที่สุดแห่งปี ด้วยการรวบรวมเครื่องประดับกระเป๋า และแอคเซสซอรี่ส์ล้ำค่าหายากจากทั่วโลกมาให้เหล่านักสะสมและผู้ที่ชื่นชอบได้เติมเต็มคอลเลคชั่นส่วนตัวในการประมูลสดตลอด 2 วันที่ฮ่องกง

ประภาวดี โสภณพนิช รองประธานคริสตี้ส์ ประเทศไทย กล่าวว่า นักสะสมจะได้สัมผัสกับเครื่องประดับชั้นเลิศที่มารวมกันในการประมูลนี้ชิ้นเด่นของงานคือ แหวนเพชร Fancy Deep Blue ขนาด 5.02 กะรัต เพชรสีฟ้าเข้มไร้ตำหนิภายใน เป็นเช่นงานศิลป์ที่ธรรมชาติสร้างสรรค์อย่างน่าอัศจรรย์ใจ เมื่อเพชรที่มีคุณสมบัติพิเศษเช่นนี้ปรากฏในงานประมูล ย่อมดึงดูดความสนใจอย่างล้มหลามจากผู้หลงใหลในอัญมณีทั่วโลก

อีกหนึ่งไฮไลท์ “The Oriental Sunrise» ต่างหูเพชรแฟนซีสีส้ม-เหลือง ขนาด 12.20 และ 11.96 กะรัต สีสดใสของเพชรเกิดจากธาตุไนโตรเจน ซึ่งหาได้ยากมาก ประดับล้อมรอบด้วยเพชรไร้สีทรงบาแกตต์ เพิ่มความโดดเด่นและสร้างความแตกต่างที่ตัดกันอย่างลงตัว เมื่อรวมกับการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ ทำให้ต่างหูคู่นี้ดึงดูดทุกสายตา

นอกจากนี้ยังมี สร้อยคอทับทิมที่เปล่งประกายด้วยทับทิมพม่าสีแดงเลือดนกพิราบ (Pigeon’s Blood) ไม่ผ่านการปรับปรุงคุณภาพด้วยความร้อน น้ำหนักรวม 62.46 กะรัต เป็นอัญมณีล้ำค่าซึ่งไม่สามารถพบเห็นได้บ่อย ทับทิมแต่ละเม็ดถูกจัดวางอย่างพิถีพิถันท่ามกลางเพชรไร้สีเจียระไนทรงหยดน้ำและทรงมาร์คีส์เป็นลวดลายดอกไม้อันละเอียดอ่อน เป็นการผสมผสานอย่างกลมกลืนระหว่างความสง่างามและความประณีต สร้อยคอเส้นนี้จึงเป็นเครื่องพิสูจน์ฝีมือที่แท้จริง

เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปีของการประมูลกระเป๋าและแอคเซสซอรี่ส์ในเอเชีย คริสตีส์ได้คัดสรรงานสุดเลอค่า ผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ดังระดับโลก เช่น Hermès, Chanel และ Louis Vuitton มานำเสนอในงานครั้งนี้ สำหรับสาวกของ Hermès พบกับ SHINY VERT CÉLADON NILOTICUS CROCODILE BIRKIN 25 กระเป๋าเบอร์กิน ขนาด 25 ทำจากหนังจระเข้ Niloticus แบบเงา สีเขียวศิลาดล พร้อมอะไหล่แพลเลเดียม งานระดับแรร์ไอเท็มซึ่งนำออกประมูลกับคริสตีส์เป็นครั้งแรก

หนึ่งในกระเป๋า Hermès ที่หายากและมีค่าที่สุดในโลก MATTE WHITE HIMALAYA NILOTICUS CROCODILE DIAMOND RETOURNÉ KELLY 28 ทำจากหนังจระเข้สีขาวด้าน พร้อมอะไหล่ทองคำขาว 18K และเพชร ราคาประเมินสำหรับการประมูลครั้งนี้อยู่ที่มากกว่า 7 ล้านบาท อีกทั้ง ยังมีคอลเลคชั่นที่ครบถ้วนของ FAUBOURG BIRKIN กระเป๋ารุ่นพิเศษจากแบรนด์ Hermès ซึ่งเป็นที่ต้องการอย่างสูงในตลาด

การประมูลครั้งนี้ ยังนำเสนองานดีไซน์หายากจากวัสดุหนังและผ้าชนิดพิเศษ ซึ่งบางชิ้นปรากฏในการประมูลของคริสตีส์เป็นครั้งแรก ขณะที่บางชิ้นยกเลิกการผลิตไปแล้ว ทำให้เป็นที่ปรารถนาของเหล่านักสะสม

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการผสมผสานระหว่างแฟชั่นและศิลปะ พบกับงานรุ่นลิมิเต็ดจากความร่วมมือของ Louis Vuitton กับยาโยอิ คุซามะ ศิลปินชื่อดังชาวญี่ปุ่น อีกทั้ง ยังมีงานอื่นๆ อีกมากที่ไม่ควรพลาดสำหรับผู้ที่หลงใหลในโลกของสินค้าลักซ์ชัวรี

adidas Originals Kouza คอลเลคชั่นที่ 2 มาพร้อมภาพลักษณ์ใหม่

https://www.naewna.com/lady/837024

adidas Originals Kouza  คอลเลคชั่นที่ 2 มาพร้อมภาพลักษณ์ใหม่

adidas Originals Kouza คอลเลคชั่นที่ 2 มาพร้อมภาพลักษณ์ใหม่

วันพฤหัสบดี ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

หลังจากเปิดตัว Dingyun Zhang Samba เมื่อต้นปีที่ผ่านมา อาดิดาส ออริจินอลส์ และดีไซเนอร์ชาวจีนที่มากความสามารถ Dingyun Zhang ได้กลับมาร่วมมือกันอีกครั้งเพื่อนำเสนอคอลเลคชั่นพิเศษที่มีรูปลักษณ์แบบใหม่ใน adidas Kouza และการปรับโฉม Sambaทั้งสองรุ่น

การรวมงานฝีมือและการเล่าเรื่องราวเข้าด้วยกัน ใน adidas Kouza นำเสนอดีไซน์ที่ท้าทายขนบธรรมเนียมเดิมๆ ผ่านความยืดหยุ่น ความคล่องตัว และการระบายอากาศเป็นพื้นฐานหลักชื่อของ adidas Kouza ได้แรงบันดาลใจจากไม้ประดับที่มีถิ่นกำเนิดในเอเชียตะวันออกซึ่งเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาลมุ่งเน้นแนวคิดไปที่การเปลี่ยนแปลง ตัวส้นรองเท้าที่มีการออกแบบมาอย่างโดดเด่น ทำให้เห็นถึงลวดลายที่แทรกในงานดีไซน์ได้อย่างกลมกลืน มาพร้อมกับพื้นรองเท้าที่เสริมให้สูงขึ้นและตะเข็บที่สร้างความแตกต่างระหว่างส่วนบนของรองเท้าที่เป็นตาข่ายและขอบยาง โดยได้รับแรงบันดาลใจจากรองเท้าบ็อกซิ่งของอาดิดาส ที่ยังคงรักษาธรรมเนียมและนวัตกรรม พร้อมทั้งให้เกียรติบ้านเกิดของ Dingyun Zhang

“ผมหลงใหลในแนวความคิดของการเปลี่ยนแปลง และไม่มีอะไรเหมือนไปอย่างที่ตาเห็น” ชาง กล่าว “adidas Kouza ได้รวบรวมความผันผวนระหว่างรูปร่างและฟังก์ชั่นไว้ด้วยกัน ในขณะที่ยังคงความสง่างามและสไตล์ไว้ได้อย่างดีเยี่ยม”

ในขณะที่รองเท้า 2 รุ่นใหม่ของ Dingyun Zhang Samba ได้นำวัสดุหนังกลับที่เป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นกลับมาปรับโฉมใหม่โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากศิลปะโมเดิร์นแบบนามธรรมแนวใหม่ ในโทนสีเทา และ สีน้ำตาล มาพร้อมลิ้นกับเชือกรองเท้าสีส้มอันโดดเด่น และแถบส้นรองเท้าสีขาว

พบกับ adidas Originals by Dingyun Zhang ได้ที่ร้านคาร์นิวาล รวมถึงทางออนไลน์ที่ www.adidas.co.th และแอปพลิเคชั่น adidas ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/adidasTH และทางอินสตาแกรม @adidasThailand

‘ณวัฒน์’ เนรมิตอาณาจักร ‘MGI Headquarter’ ‘ลูเซียน่า-อิงฟ้า’ นำทีมนางงามแกรนด์ทั่วโลกร่วมยินดี

https://www.naewna.com/lady/837042

‘ณวัฒน์’ เนรมิตอาณาจักร ‘MGI Headquarter’  ‘ลูเซียน่า-อิงฟ้า’ นำทีมนางงามแกรนด์ทั่วโลกร่วมยินดี

‘ณวัฒน์’ เนรมิตอาณาจักร ‘MGI Headquarter’ ‘ลูเซียน่า-อิงฟ้า’ นำทีมนางงามแกรนด์ทั่วโลกร่วมยินดี

วันพฤหัสบดี ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ทุ่มทุนกว่า 250 ล้านบาท เนรมิตออฟฟิศ MGI Headquarter อาณาจักรแกรนด์แห่งใหม่ ใจกลาง ทาวน์ อิน ทาวน์ สำเร็จสมความตั้งใจ บอสณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ได้ฤกษ์ดี “Grand Opening MGI Headquarter” เปิดออฟฟิศ MGI หรือ บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่ อย่างเป็นทางการ ท่ามกลางการฉลอง แสง สี เสียง ยิ่งใหญ่อลังการสไตล์แกรนด์ แขกผู้มีเกียรติ คู่ค้าทางธุรกิจ ศิลปิน และ นางงาม ร่วมแสดงความยินดีคับคั่ง

เปิดบ้านด้วยขบวน Red Carpet ทีมผู้เข้าประกวด มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2025 ตามมาด้วย Provinvial Director หรือ ผู้อำนวยการกองประกวดระดับจังหวัด ทั้ง 77 จังหวัด ทีมผู้เข้าประกวด Miss Grand International 2024 ทั้ง 69 ประเทศ ทีม Miss Grand Thailand 2013 ถึงปัจจุบัน ไฮไลท์ของงาน คือการเปิดตัวกรรมการบริษัท มิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด มหาชน ดร.มนัส โนนุช ประธานกรรมการ/กรรมการอิสระ, รศ.สุชาติ เหล่าปรีดาประธานกรรมการตรวจสอบ/กรรมการอิสระ, ดร.วิเชียร ชุบไธสง ประธานกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน/กรรมการอิสระ, ผศ.ดร.จิรศิลป์จยาวรรณ กรรมการตรวจสอบ/กรรมการอิสระ, คุณรัชพล จันทรทิม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, ศักดิ์สิทธิ์ บุญวานิช ประธานเจ้าหน้าที่สายการเงิน, ยุพเยาว์ ชัยวิสุทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายปฏิบัติการและ โสภาพรรณ วิรุฬหมาศ ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ และที่ขาดไม่ได้เลยคือ ณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประธานเจ้าที่บริหาร บริษัท มิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เข้าสู่ช่วงพิธีเปิดป้ายตึก MGI Headquarter อย่างเป็นทางการ

ณวัฒน์ อิสรไกรศีล กล่าวว่า “MGI Head Quarter คือศูนย์รวมครบวงจรของ บริษัท มิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MGI ทั้งทางด้าน Pageant, Commerce, Experiences, Entertainment และธุรกิจอื่นๆ ที่จะเกิดขึ้นอีกมากมาย ที่เราจะมาสร้างความยิ่งใหญ่และเติบโตไปพร้อมกันกับนักลงทุนและผู้สนับสนุนทุกท่าน สำหรับทุนสร้าง MGI Headquarter รวมตกแต่ง ประมาณ250 ล้านบาท บนเนื้อที่ 1 ไร่ พื้นที่ใช้สอยกว่า 3,000 ตารางเมตรตกแต่งสไตล์โมเดิร์น รองรับพนักงานกว่า 200 คน แบ่งเป็นแผนกต่างๆ เรามีสตูดิโอที่ทันสมัย สามารถไลฟ์จำหน่ายสินค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง มีโซนแพ็กสินค้าและเก็บสินค้าของ MGI Shop (Fulfillment Center) สำหรับจำหน่ายให้ผู้บริโภคด้วย ถือเป็นความภาคภูมิใจที่ได้นำพา บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) มาถึงวันนี้ เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการเติบโตที่จะแตกแขนงไปอีกมากมาย ขอบคุณทุกการสนับสนุนจากทุกๆ ท่าน และแน่นอนว่าในอนาคตอันใกล้นี้ ทาง MGI จะมีธุรกิจเพิ่มขึ้น รับรองว่าสนุกแน่นอนครับ”.

ติดตามกิจกรรม Miss Grand ได้จากทุกช่องทาง YouTube Chanel : Grand TV, Facebook : Miss Grand International, Miss Grand Thailand และ Instagram : missgrandinternational, missgrandthailand และ TikTok

สพฉ. จับมือ ศิริราชวิทยวิจัย และ สวทช. ลงนาม MOU ยกระดับการให้บริการการแพทย์ฉุกเฉิน ด้วยดิจิทัล iDEMS

https://www.naewna.com/lady/837037

สพฉ. จับมือ ศิริราชวิทยวิจัย และ สวทช. ลงนาม MOU  ยกระดับการให้บริการการแพทย์ฉุกเฉิน ด้วยดิจิทัล iDEMS

สพฉ. จับมือ ศิริราชวิทยวิจัย และ สวทช. ลงนาม MOU ยกระดับการให้บริการการแพทย์ฉุกเฉิน ด้วยดิจิทัล iDEMS

วันพฤหัสบดี ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.กระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานลงนามความร่วมมือระหว่าง สพฉ., ศิริราชวิทยวิจัย และ สวทช.โดย ศ.ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนง,เรืออากาศเอก นพ.อัจฉริยะ แพงมา,ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร และศ.พญ.กุลกัญญา โชคไพบูลย์กิจ

สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ร่วมกับ บริษัท ศิริราชวิทยวิจัย จำกัด และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ลงนามความร่วมมือเพื่อพัฒนาดิจิทัลแพลตฟอร์มการแพทย์ฉุกเฉิน iDEMS ยกระดับระบบบริการสารสนเทศการแพทย์ฉุกเฉินนอกโรงพยาบาลด้วยดิจิทัล ที่มีระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ หรือ SAVER ช่วยให้ทีมแพทย์เข้าช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินได้ทันทีที่มีการแจ้งเหตุ และผู้ป่วยฉุกเฉินได้รับการรักษาได้อย่างรวดเร็ว เมื่อวันที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา ณ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ โดยมี นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้เกียรติเป็นประธาน

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การลงนามในบันทึกข้อตกลงครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉินผ่านการบูรณาการความร่วมมือระหว่าง สพฉ. ศิริราชวิทยวิจัยและสวทช. ในการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล iDEMS โดยเชื่อมั่นว่าจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถด้านการให้บริการการแพทย์ฉุกเฉิน ที่ครอบคลุม มีคุณภาพสูง ซึ่งจะเกิดประโยชน์ต่อประชาชน และผู้ปฏิบัติงานในระบบการแพทย์ฉุกเฉินต่อไปได้ในวงกว้าง

ด้าน เรืออากาศเอก นพ.อัจฉริยะ แพงมา เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะยกระดับการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินของไทยให้ทัดเทียมมาตรฐานสากล เมื่อมีประชาชนขอความช่วยเหลือผ่านโทรศัพท์ เบอร์ 1669ผู้ปฏิบัติการในศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการสามารถทราบเบอร์โทร และตำแหน่งของผู้แจ้งเหตุ และตอบสนองได้ทันที อีกทั้งสามารถมองเห็นผู้ป่วย ณ จุดเกิดเหตุผ่านการโทร VDO call เพื่อให้คำแนะนำการปฐมพยาบาลอย่างถูกต้องก่อนรถพยาบาลไปถึง ส่งผลให้สามารถเพิ่มอัตราการรอดชีวิตของผู้ป่วยฉุกเฉินได้

ด้าน ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร ประธานกรรมการ บริษัท ศิริราชวิทยวิจัย จำกัด ได้กล่าวถึงภารกิจที่สำคัญของศิริราชวิทยวิจัย คือ ทำให้นวัตกรรมในศิริราชเกิดประโยชน์กับสังคมให้มากที่สุดถือเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของสถาบันการศึกษา นอกเหนือจากเรื่องการเรียนการสอน การสร้างบุคลากรจึงเป็นส่วนสำคัญในการสร้างนวัตกรรมทางการแพทย์ การทำความร่วมมือกับ สพฉ. นี้จะทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และนำจุดแข็งของแต่ละองค์กรมาสร้างประโยชน์กับระบบการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินในประเทศต่อไป

ศ.พญ.กุลกัญญา โชคไพบูลย์กิจประธานฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ศิริราชวิทยวิจัย จำกัด กล่าวว่า บริษัท ศิริราชวิทยวิจัย จำกัด หรือ ศิวิทย์ เป็นวิสาหกิจศิริราช ที่กำเนิดจากศิริราชมูลนิธิมีเป้าหมายในการดำเนินงานเพื่อสังคม การทำความร่วมมือนี้จะทำให้เกิดการพัฒนาระบบสารสนเทศการแพทย์ฉุกเฉินนอกโรงพยาบาล SAVER : SmartApproach Vital Emergency Responsesซึ่งเป็นแหล่งเก็บรักษาข้อมูลขนาดใหญ่ด้านการแพทย์ฉุกเฉินเพื่อการวิจัย และเพิ่มศักยภาพบุคลากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศในระบบการแพทย์ฉุกเฉิน

ศ.ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ กล่าวถึง ภารกิจของ สวทช.ในการร่วมพัฒนา iDEMS ให้สามารถลดความซ้ำซ้อนในนำเข้าข้อมูล และติดตามการปฏิบัติงานเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยก่อนถึงโรงพยาบาลได้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ผ่านระบบโทรศัพท์ TotalConversation ที่สามารถแจ้งเหตุได้ทั้งเสียง ข้อความ ภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหว พร้อมทั้งมีเทคโนโลยี AI ช่วยสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ ด้วยระบบ Emergency TelemedicalDirection สำหรับผู้ป่วยในรถพยาบาล รองรับการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลดิจิทัลของรัฐบาลได้

ทั้งนี้ ความร่วมมือกันระหว่าง สพฉ. ศิริราชวิทยวิจัย และ สวทช. ที่จะร่วมกันจัดทำ ติดตามและประเมินผลการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล iDEMS อย่างต่อเนื่องภายใต้ความร่วมมือนี้ จะทำให้เกิดการบูรณาการการพัฒนาระบบสารสนเทศการแพทย์ฉุกเฉินอย่างมีประสิทธิภาพอันจะนำไปสู่การลดอัตราการเสียชีวิตและความพิการจากเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ในระยะยาว และตอบสนองความต้องการของประชาชนไทยได้ในอนาคต

โรคปอดเป็นพังผืด รู้เร็ว รักษาได้ ชะลอการลุกลาม

https://www.naewna.com/lady/837038

โรคปอดเป็นพังผืด รู้เร็ว รักษาได้ ชะลอการลุกลาม

โรคปอดเป็นพังผืด รู้เร็ว รักษาได้ ชะลอการลุกลาม

วันพฤหัสบดี ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ผู้แทนองค์กรภาคีเครือข่ายร่วมจัดงาน รักษ์ข้อดูแลปอดและอ้อมกอดแห่งรัก

เพื่อรณรงค์สร้างความตระหนักความเข้าใจโรคปอดเป็นพังผืด คณะทำงานโรคปอดอินเตอร์สติเชียลและโรคปอดจากการทำงานและสิ่งแวดล้อม ภายใต้สมาคม
อุรเวชช์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จึงได้ร่วมกับ มูลนิธิรักษ์ข้อแห่งประเทศไทย และ บริษัท เบอริงเกอร์ อินเกลไฮม์ ประเทศไทย จัดกิจกรรม “รักษ์ข้อดูแลปอดและอ้อมกอดแห่งรัก” เพื่อสร้างความเข้าใจโรคปอดเป็นพังผืด ซึ่งมีความเกี่ยวพันกับโรคภูมิแพ้ตัวเอง แก่ผู้ป่วยรวมถึงภาคประชาชน สามารถคัดกรอง และวินิจฉัยและเข้ารับการรักษาได้ทันท่วงที จัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ณ โรงพยาบาลวชิระ

รศ.นพ.ศุภฤกษ์ ดิษยบุตร ประธานคณะอนุกรรมการโรคปอดอินเตอร์สติเชียลและโรคปอดจากการทำงานและสิ่งแวดล้อม (ILD Assembly) ภายใต้สมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า “โรคปอดเป็นพังผืด (Pulmonary fibrosis) เป็นโรคหายาก หนึ่งในกลุ่มโรคปอดอินเตอร์สติเชียล (interstitial lung disease หรือ ILD) ที่เกิดพังผืดขึ้นที่เนื้อเยื่อปอด ซึ่งอยู่ระหว่างชั้นถุงลมและหลอดเลือดในปอด ให้การแลกเปลี่ยนออกซิเจนทำได้ยากส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการหอบเหนื่อย รู้สึกหายใจไม่อิ่ม โดยบริเวณเนื้อเยื่อปอดที่มีพังผืดเกิดขึ้นแล้วจะไม่สามารถกลับคืนมาได้อีก และเมื่อตัวโรคพัฒนาเข้าสู่ภาวะลุกลามจะมีความรุนแรงเทียบเท่ากับโรคมะเร็ง ในผู้ป่วยที่ไม่ได้รับการวินิจฉัยหรือรักษา มักเสียชีวิตภายใน 3-4 ปี ปัจจุบันมีความชุกประมาณ 74.3 ถึง 76 รายต่อประชากร 100,000 คน โดยร้อยละ 13-40 ของผู้ป่วยในกลุ่มนี้ จะมีโอกาสพัฒนาเป็นภาวะปอดเป็นพังผืดชนิดลุกลามได้ ผู้ป่วยจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์และคอยติดตามสม่ำเสมอ

“ถือเป็นครั้งแรกที่คณะอนุกรรมการฯ ได้ร่วมกับมูลนิธิรักษ์ข้อและภาคีเครือข่ายจัดงาน “รักษ์ข้อดูแลปอดและอ้อมกอดแห่งรัก” เพื่อให้ความรู้แก่ผู้ป่วยและประชาชนทั่วไป โดยเน้นที่โรคพังพืดในปอดที่มีสาเหตุมาจากโรคแพ้ภูมิตัวเองหรือโรคเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ซึ่งพบค่อนข้างบ่อย เช่น โรคหนังแข็งโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ โรคกล้ามเนื้ออักเสบ โรคเอสแอลอี ซึ่งหากผู้ป่วยมีอาการทางปอด ไม่ว่าจะเป็นปอดอักเสบ หรือปอดมีพังผืด จะมีผลต่อคุณภาพชีวิต ผู้ป่วยและญาติจึงควรมีความตระหนักรู้เพื่อรับการวินิจฉัยอย่างทันท่วงที โดยเฉพาะในระยะแรกของโรคเพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิต ชะลอการสูญเสียของสมรรถภาพปอดในอนาคต”

รศ.พญ.ประภาพร พิสิษฐ์กุล และ รศ.นพ.ศุภฤกษ์ ดิษยบุตร

รศ.พญ. ประภาพร พิสิษฐ์กุล อายุรแพทย์โรคข้อและรูมาติซั่ม โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า “โรคปอดเป็นพังผืดมีความเกี่ยวข้องกับผู้ป่วยโรคแพ้ภูมิตนเองหรือโรคเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน โดยเฉพาะ ผู้ป่วยโรคหนังแข็ง จำนวนมากกว่า 50% มีโอกาสเกิดพังผืดในปอดค่อนข้างเร็ว แนะนำให้แพทย์วินิจฉัยโรคปอดเป็นพังผืดแต่เนิ่นๆ และให้การรักษาอย่างรวดเร็วเพื่อควบคุมไม่ให้ปอดเป็นพังผืดลุกลามมากขึ้น เพราะจะทำให้ผู้ป่วยเหนื่อยง่ายมากขึ้นและส่งผลต่อคุณภาพชีวิตได้ โรคปอดเป็นพังผืดเป็นโรคใกล้ตัวและทุกคนมีโอกาสเป็นได้ เนื่องจากสภาพอากาศและมลภาวะในปัจจุบันส่งผลต่อสุขภาพทำให้เป็นโรคแพ้ภูมิตนเอง และมีโอกาสทำให้ปอดเป็นพังผืดได้มากขึ้นด้วย จึงอยากให้ทุกคนดูแลสุขภาพและมีความตระหนักถึงโรคปอดเป็นพังผืดด้วยเช่นกัน”

โรคปอดเป็นพังผืด มีความซับซ้อน และยากต่อการวินิจฉัย เนื่องจากอาการคล้ายโรคปอดอื่นๆ ต้องอาศัยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางในการรักษา อาการโรคที่บ่งชี้ ได้แก่ ไอเรื้อรัง หรือ หอบเหนื่อยมานานกว่า 2 เดือน โดยหาสาเหตุอื่นไม่พบ เมื่อฟังเสียงปอดพบเสียงผิดปกติที่ชายปอดทั้ง 2 ข้าง คล้ายเสียงลอกแถบตีนตุ๊กแก และออกซิเจนปลายนิ้วต่ำเมื่อออกกำลังดังนั้นหากสงสัยว่ามีอาการของโรคปอดเป็นพังผืดให้รีบปรึกษาแพทย์ใกล้บ้าน เพื่อซักประวัติตรวจร่างกาย และส่งตรวจเอกซเรย์ปอดเบื้องต้น และเมื่อแพทย์สงสัยว่าเป็นโรคปอดเป็นพังผืด จะส่งต่อไปยังแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อทำการตรวจเพิ่มเติม เช่น CT Scan, การทดสอบสมรรถภาพปอด หากได้รับการวินิจฉัยและรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จะสามารถชะลอการดำเนินโรคและมีชีวิตได้นานขึ้น ปัจจุบันมียาต้านพังผืดที่ช่วยชะลอการดำเนินของโรคให้ช้าลง และลดโอกาสเกิดอาการกำเริบฉับพลัน

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถรับชมแอนิเมชั่นให้ความรู้เรื่องโรคปอดเป็นพังผืด หรือ โรคปอด ILD ได้ที่ https://youtu.be/TNQpKA_7gxQ?si=bdSDW3eGYVUuup91 สำหรับผู้ป่วยโรคปอดเป็นพังผืด และผู้ดูแลผู้ป่วยสามารถศึกษาข้อมูลโรคเพิ่มเติมได้ที่ LINE official : O2lung-ปอดโปร่ง

คุณแหน : 24 ตุลาคม 2567

https://www.naewna.com/lady/837047

คุณแหน : 24 ตุลาคม 2567

คุณแหน : 24 ตุลาคม 2567

วันพฤหัสบดี ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

●● สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดชูจิตธรรมารามพระอารามหลวง อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา28 ต.ค. 15.00 น. โดยมูลนิธิมหาวชิราลงกรณราชวิทยาลัยและพุทธศาสนิกชน ผู้มีจิตศรัทธาร่วมจัดขึ้น เพื่อถวายปัจจัยสมทบทุนค่าภัตตาหารและทุนการศึกษาของพระสงฆ์และสามเณร ร่วมโดยเสด็จพระราชกุศลชื่อบัญชี วัดชูจิตธรรมาราม ธ.กรุงเทพเลขที่บัญชี 249-0-15311-7 แจ้งหลักฐานการโอนและติดต่อรับใบอนุโมทนาได้ที่ Line ID:0814501210..

●● พลอากาศเอกชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เป็นประธานทอดกฐินสามัคคี 3 พ.ย. 12.30 น. ณวัดเทพประทาน (อธิพร) ต.ทรายขาว อ.สอยดาว จ.จันทบุรี ซึ่งมี พระอาจารย์ธาตุอธิปัญโญ เป็นเจ้าอาวาส มี ประธานสาย อาทิ ม.ร.ว.พร้อมฉัตร สวัสดิวัตน์,เฉิดโฉม จันทราทิพย์, อัญชลี ชวนิชย์,ดร.พรชัย มงคลวนิช, กรรณภรณ์วงศ์ปิยะกุล..ปัจจัยเพื่อบำรุงพระพุทธศาสนาขอเชิญพุทธศาสนิกชน ร่วมเป็นเจ้าภาพกฐิน ร่วมบุญ ชื่อบัญชี วัดเทพประทาน ธ.กรุงไทยเลขบัญชี 2520277955..

●● สันติภาพ เตชะวณิช ประธานชมรมเพื่อนโดมและชัยวัฒน์ พสกภักดี ประธานมูลนิธิเพื่อนโดมเตรียมจัดงานรำลึกวันธรรมศาสตร์สามัคคี 5 พ.ย. พร้อมมอบรางวัล “จิตวิญญาณธรรมศาสตร์” แก่ มานิจ สุขสมจิตร นักหนังสือพิมพ์อาวุโส และเข็มเกียรติยศธรรมศาสตร์สามัคคี 2567 แก่ศิษย์เก่าที่ประสบความสำเร็จและทำคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติ 12 ท่าน อาทิ ชนากานต์ธีรเวชพลกุล ประธานศาลฎีกา,ศ.พิเศษภัทรศักดิ์ วรรณแสง กรรมการ ป.ป.ช.,ประสาทพร ภูสุศิลป์ธร ศิลปินแห่งชาติ วันที่ 5 พ.ย. เวลา 08.00-13.00 น. ณ สมาคมธรรมศาสตร์ฯ ซ.งามดูพลี พร้อมฟังปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “มองสื่อมวลชนไทย : อดีต ปัจจุบัน และอนาคต” โดย มานิจสุขสมจิตร และ “เหลียวหลัง..90 ปีธรรมศาสตร์ แลหน้า..อนาคตธรรมศาสตร์”โดย ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์..

●● ผาติยุทธใจสว่าง รักษาการในตำแหน่ง ผอ.ใหญ่  อสมทชวนคนไทยร่วมโหวตที่สุดแห่งความสุดยอดของปี 2024 กับ “Thailand Top Vote 2024”  กับ 6 รางวัลคุณภาพ ได้แก่ สุดยอดคนบันเทิงแห่งปี, สุดยอดอินฟลูเอนเซอร์แห่งปี, สุดยอดนักกีฬาแห่งปี, สุดยอดแบรนด์สินค้าไทยแห่งปี, สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวไทยแห่งปี และสุดยอดหน่วยงานภาครัฐแห่งปี เสนอชื่อพร้อมกันถึง 15 พ.ย. ส่ง SMSมาที่ 4689876 (1 โหวต 6 บาท)  ทุกเสียงโหวตของคุณการันตีคุณค่าทุกรางวัล https://thailandtopvote.mcot.net …

●● ข่าวว่า สนั่น อังอุบลกุล หกล้มที่จีนทำกระดูกมือซ้ายหัก ไหล่ขวาร้าว แม้เจ้าตัวมีสปิริตรับงานเพียบ..แต่ครั้งนี้หมอสั่งเบรก พักงานและงดเดินทาง..รักษาตัวอยู่โรงพยาบาลอีก 1 เดือน…●●

น้อง

Giuseppe Zanotti แบรนด์รองเท้าลักชัวรี่สัญชาติอิตาลี จัดงานฉลอง 30 ปี ในไทย

https://www.naewna.com/lady/837020

Giuseppe Zanotti แบรนด์รองเท้าลักชัวรี่สัญชาติอิตาลี จัดงานฉลอง 30 ปี ในไทย

Giuseppe Zanotti แบรนด์รองเท้าลักชัวรี่สัญชาติอิตาลี จัดงานฉลอง 30 ปี ในไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

Giuseppe Zanotti (จูเซปเป ซานอตติ)แบรนด์รองเท้าลักชัวรี่สัญชาติอิตาลีที่โด่งดังด้วยรองเท้าส้นสูงประดับอัญมณีและรองเท้าผ้าใบแบบกูตูร์ จัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปี โดยมี Mr.Zanotti เดินทางมาร่วมเฉลิมฉลองที่ประเทศไทย ณ สโตร์แห่งแรก บริเวณ Luxe Galerieชั้น 1 ห้างเซ็นทรัลชิดลม โดยมีแขกคนสำคัญอย่าง ซอนญ่า สิงหะ, โอปอล-สุชาตา,แจสซี่-กิระนา, มิ้นท์-ภัทรศยา, ดาว-พิมพ์ทอง, น้ำตาล-ชลิตา, เก่ง-หฤษฏ์และ น้ำปิง-นภัสกร รวมถึงผู้คนในแวดวงแฟชั่นต่างให้เกียรติมาร่วมงานคับคั่ง

จูเซปเป ซานอตติ ดีไซเนอร์ชาวอิตาเลียนเจ้าของการออกแบบรองเท้า กล่าวว่า “จนถึงขณะนี้สำหรับผม รองเท้าไม่ได้เป็นเพียงตัวแทนของงานฝีมือและภูมิปัญญาของชาวโรมัน ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมรองเท้าลักชัวรี่เท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ที่บอกเล่าถึงศักยภาพของมันเอง ยิ่งมีดีไซน์ที่หรูหราโออ่ามากเท่าไหร่ ไม่ว่าจะเป็นการประดับตกแต่งด้วยโลหะหรืออัญมณีอย่าง Rhinestone มันก็ยิ่งสื่อสารได้ทรงพลังมากขึ้นเท่านั้น เช่นเดียวกับผลงานที่ออกแบบมาเพื่อ Lady Gaga รองเท้ารุ่นไอคอนิคที่ต้องอาศัยการทรงตัวเป็นเลิศ และสนีกเกอร์ซิปคู่ที่รังสรรค์ขึ้นกับ Kanye West ซึ่งในตลอดหลายปีที่ผ่านมายังคงคอนเซ็ปต์การเล่นกับแนวคิดและการออกแบบที่ไร้เพศ”

Giuseppe Zanotti คอลเลคชั่นรองเท้าฤดูใบไม้ร่วง-ฤดูหนาวปี 2024 กับการเปลี่ยนแปลงของซิลูเอทท์ (Silhouette) รองเท้าที่มีการตีความใหม่ทั้งหมด ต่างจากเทรนด์ในซีซั่นก่อนๆ บ่งบอกถึงการกลับมาของสไตล์มินิมอลของยุค 90 ที่คงความโดดเด่นด้วยลายเส้นและรูปทรงเรขาคณิตอันชัดเจน โดยเฉพาะรองเท้าส้นสูง ตั้งแต่ส้นรองเท้าบล็อกสูง 4.5 เซนติเมตร สำหรับสวมใส่ตอนกลางวัน ไปจนถึงรองเท้าส้นสูงสุดแกลม อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ขณะที่ Mule รองเท้าส้นสูงเปิดส้นที่ปลายเท้าตัดเป็นรูปสี่เหลี่ยม ก็ดูแตกต่างจากรูปทรงรองเท้าในแบบเดิมๆ โดยตกแต่งด้วยคริสตัลขนาดเล็กเพิ่มความโดดเด่นและประกายระยิบระยับ รวมถึงการประดับโลหะด้วยงานฝีมือที่มอบกลิ่นอายความหรูหราเป็นพิเศษ

คอลเลคชั่นนี้ประกอบด้วย รองเท้าบัลเลต์ คีย์ไอเทมที่สวมใส่กระชับ สบาย และคล่องตัว รองเท้าหนังสไตล์ “Riding Boots” ในโทนสีธรรมชาติอันอบอุ่นด้วยเฉดสีเขียวมะกอก สีน้ำตาลช็อกโกแลต สีแทน สีนู้ด สีเคลย์ และสีดำ โดยสีทองและสีเงินแวววาวถูกแทนที่ด้วยเฉดสีแมตต์ ตัวหนังคุณภาพสูงทุบด้วยค้อนสลับกับพื้นผิวลายกรวดให้ความรู้สึกวินเทจ ควบคู่ไปกับหนังกลับนุ่มปั๊มลายหนังจระเข้ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความหรูหราสง่างามเหนือกาลเวลา รวมถึงรายละเอียดที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์อย่างการใช้ซิป หัวเข็มขัด และอัญมณีซึ่งถูกนำมาตีความและออกแบบใหม่จนได้ดีไซน์ที่เปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายความเรียบง่ายและหรูหราของคอลเลคชั่น “Deconstructed Minimalism”

Mr.Zanotti ได้โอบรับหลักปรัชญาในการคิดใหม่ ทำใหม่ ในการรังสรรค์คอลเลคชั่นรองเท้าสำหรับคุณสุภาพบุรุษ ไม่ว่าจะเป็นรูปทรงที่มีการปรับเปลี่ยนให้มีความยาวขึ้น และตัดช่วงปลายเท้าให้เป็นรูปทรงสี่เหลี่ยม โดยรองเท้ารุ่นไอคอนิคอย่าง Tuxedo ได้ละทิ้งดีไซน์คริสตัลตกแต่งหนักๆ แล้วหันไปใช้ดีไซน์ที่บางเบา เรียบง่าย อันเป็นสไตล์ใหม่ที่ถ่ายทอดความหรูหราสง่างาม ซึ่งงานฝีมืออันละเอียดลออได้ถูกนำมาใช้ในการรังสรรค์รองเท้าสไตล์ Loafer ด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นหนังทุบหรือหนังกลับที่มีความนุ่มเป็นพิเศษ การปักเย็บและจับจีบด้วยมือ

ส่วนรองเท้าสไตล์ Biker ก็ถูกนำเสนอในรูปลักษณ์ใหม่ด้วยการใช้หนังคุณภาพชั้นสูงเข้ากับพื้นรองเท้าที่หนาแต่เบาสบาย โดยคอนเซ็ปต์ไร้เพศนี้ยังคงถูกถ่ายทอดผ่านทางกระเป๋าเดินทางและกระเป๋า Tote ขนาดใหญ่ที่ทำจากหนัง Nappa และหนังปั๊มลายจระเข้ด้วยเช่นกัน รวมถึงคอลเลคชั่นรองเท้าสนีกเกอร์ซึ่งถูกออกแบบใหม่ให้สอดคล้องกับไอเทมอื่นๆ ในคอลเลคชั่น เช่น การใช้เฉดสี Neutral ที่อบอุ่นและวัสดุที่นุ่มสบาย ด้วยการออกแบบที่เปี่ยมไปด้วยความสร้างสรรค์ โดยมีแอคเซสซอรี่โลหะที่ไม่แวววาว แต่กลับถูกพรางตัวเอาไว้และช่วยเสริมกลิ่นอายวินเทจ สนีกเกอร์รูปโฉมใหม่นี้จึงแฝงดีไซน์ที่รับแรงบันดาลใจมาจากการออกแบบของญี่ปุ่น โดยใช้วัสดุเป็นหนัง Nappa นุ่มพิเศษ รวมถึงรองเท้าแตะประดับเฟอร์ และ GZ94 ทำจากผ้าสักหลาดวูล นำเสนอแนวคิดใหม่ของความหรูหราที่แอบซ่อนอยู่ภายใต้ความเรียบง่าย

สามารถติดตามข่าวสารเพื่ออัปเดตแฟชั่นคอลเลคชั่น พร้อมสินค้าและบริการจาก Giuseppe Zanotti รวมทั้งแบรนด์ในเครือ PAT Luxury Group ได้ทาง Website :https://onlinestore.patluxurygroup.com/collections/giuseppe-zanottiอินสตาแกรม: @patluxurygroup.official เฟซบุ๊ก : https://www.facebook.com/PATLuxuryGroup/ และ Line : @patluxurygroup

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เปิดบ้านแนะแนว ‘Empower Your Journey’ ‘เติมพลังบวก เติมศักยภาพ ค้นหาความเป็นตัวตน’ ให้กับคนรุ่นใหม่

https://www.naewna.com/lady/837040

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เปิดบ้านแนะแนว ‘Empower Your Journey’  ‘เติมพลังบวก เติมศักยภาพ ค้นหาความเป็นตัวตน’ ให้กับคนรุ่นใหม่

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เปิดบ้านแนะแนว ‘Empower Your Journey’ ‘เติมพลังบวก เติมศักยภาพ ค้นหาความเป็นตัวตน’ ให้กับคนรุ่นใหม่

วันพฤหัสบดี ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ศาสตราจารย์แพทย์หญิงยุวเรศมคฐ์ สิทธิชาญบัญชา

“รู้อะไรไม่สู้รู้วิชา” ยุคนี้อาจไม่เพียงพอแล้ว เพราะสิ่งสำคัญน้องๆ รุ่นใหม่ในตอนนี้ต้อง“รู้จักตัวเอง” ด้วย ว่าถนัดอะไร? ต้องการอะไร?และอยากจะประกอบอาชีพใดในอนาคตให้เร็วที่สุด แต่เชื่อว่าน้องๆ มัธยมศึกษาตอนปลายที่กำลังค้นหาความถนัดของตัวเอง และแรงบันดาลใจในวิชาชีพสายวิทยาศาสตร์สุขภาพได้มาร่วมกิจกรรมโครงการเปิดบ้านแนะแนวศึกษาสายวิทยาศาสตร์สุขภาพ CRA Open House ของ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวความคิด “Empower Your Journey” เพื่อ “เติมพลังบวก เพิ่มศักยภาพ ค้นหาความเป็นตัวตน” ให้กับน้องๆ ทุกคน ผ่านการแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากวิทยากรพิเศษ อาทิ คุณหมอเจี๊ยบลลนา ก้องธรนินทร์, คุณนที เอกวิจิตร (อุ๋ย บุดด้า เบลส), คุณตุ๊ก ชนกวนันท์ รักชีพ ฯลฯ พร้อมเหล่ารุ่นพี่สายตรงจากคณะต่างๆ ทุกสาขาในราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์มาแชร์ข้อมูล พร้อมเทคนิคในการเตรียมตัวสอบเข้า 

ศาสตราจารย์ แพทย์หญิงยุวเรศมคฐ์ สิทธิชาญบัญชา กล่าวว่า “แนวความคิดเอ็มพาวเวอร์จัดขึ้นเพื่อเติมพลังบวก เพิ่มศักยภาพค้นหาความเป็นตัวตน ให้กับน้องๆ ทุกคน ซึ่งสำคัญมากที่เราจะต้องรู้จักตัวเอง ภายในงานมีกิจกรรมอัดแน่น เพื่อน้องๆ ทุกคนจะได้เกิดไอเดียว่า วันข้างหน้าเราอยากจะเป็นอะไร? บางคนอาจจะอยากเป็นคุณหมอ ก็มีสาธิตให้เห็นภาพ บางคนอยากเป็นพยาบาล เป็นนักวิทยาศาสตร์ หรือกระทั่งเป็นนวัตกรการแพทย์ ที่จะมาค้นพบสิ่งดีๆ เพื่อสร้างเสริมประสบการณ์และทำให้คนไข้ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ไม่แน่ว่าต่อไปโรคทั้งหลายที่สมัยก่อนเชื่อว่าเป็นโรคเวรโรคกรรม อาจจะหายขาดด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ ที่น้องๆ ในวันนี้ได้แรงบันดาลใจไปค้นคว้า และค้นพบวิทยาการในอนาคต หวังเป็นอย่างยิ่งว่างานครั้งนี้จะจุดประกายให้กับคนได้รู้แนวทางและมีพลังบวกในการที่จะเลือกคณะที่ใช่สำหรับตัวเองต่อไป”

คุณหมอเจี๊ยบ ลลนา ก้องธรนินทร์

แนวทางชัดเจนยิ่งขึ้น เมื่อมีรุ่นพี่ทั้งหลาย จาก หลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ข้อมูลสุขภาพ วิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน, หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต วิทยาลัยพยาบาลศาสตร์อัครราชกุมารี, หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชารังสีเทคนิค, หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวและสุขภาพ, หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาฉุกเฉินการแพทย์ คณะเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพและ หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชานวัตกรรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ คณะวิทยาศาสตร์ ฯลฯมาให้คำแนะนำ เผยถึงประสบการณ์ร่วมไปกับเหล่าคนดัง ตัวแทนรุ่นพี่ทางวิชาชีพ ผู้ปกครอง และไอดอลคนรุ่นใหม่ ฯลฯ

คุณหมอเจี๊ยบ แพทย์หญิงลลนา ก้องธรนินทร์ คุณหมอผู้สร้างพลังบวก กล่าวว่า “เราพบว่ามีหลากหลายสาขาอาชีพที่น่าสนใจ ฟังพี่พยาบาล แล้วก็นักรังสีเทคนิค ฯลฯ รู้สึกดีใจแล้วก็ตื่นเต้นแทนน้องๆ เพราะทุกหลักสูตรน่าสนใจไปหมดเลย มีข้อดี มีคุณค่าในแต่ละสาขาอาชีพของตัวเอง อย่างตอนนี้ที่เจี๊ยบคิดว่าเป็นสาขาอาชีพใหม่ ที่น้องๆ รุ่นใหม่ให้ความสนใจกันมากทีเดียว คือ พาราเมดิก หรือนักฉุกเฉินการแพทย์ เป็นอาชีพที่ออกไปกับรถฉุกเฉิน ไปดูว่ารักษาคนไข้ในจุดเกิดเหตุ แล้วนำกลับมาส่งต่อให้กับทางโรงพยาบาล

นที เอกวิจิติร (อุ๋ย บุดด้า เบลส)

ส่วนตัว สำหรับคำแนะนำ คนที่อยากเรียนแพทย์อย่างแรกเลย ถามตัวเองก่อน เราอยากจะดูแลผู้ป่วยจริงๆ ไหม? อยากให้มาจากใจก่อนที่เราจะอยากเป็นเพราะว่าอาชีพนี้ต้องทุ่มเททั้งการเรียน ทั้งแรงกายแรงใจมาก ถ้าเกิดน้องๆ ศึกษาแล้ว ชอบสาขานี้จริงๆ น้องก็จะมุ่งมั่นแล้วก็มีความสุขกับมัน ถามว่าเรียนแพทย์ยากไหม? เจี๊ยบว่า ถ้าเกิดคุณสอบติดแล้วเชื่อว่าทุกคนน่าจะเรียนไหวแน่นอน แต่ว่าสิ่งที่ยากกว่าคือความรับผิดชอบ จากประสบการณ์ตัวเองกว่าจะผ่านมาได้ก็กระอักเลือดอยู่นะคะ เจี๊ยบเคยเป็นเด็กเกเรมาก่อน แต่สุดท้ายเรารู้ว่าอาชีพนี้ต้องอาศัยความรับผิดชอบเพราะว่ามันเกี่ยวกับชีวิตคน หลังจากนั้นจึงเปลี่ยนมาตั้งใจและอยากทำทุกนาทีให้เต็มที่ที่สุด สำหรับน้องๆ ที่ยังลังเลอยู่นะว่าเราจะเรียนอะไร?ประกอบอาชีพไหน?อย่างที่บอกจริงๆ แล้วทุกอาชีพมีความสำคัญแล้วก็มีคุณค่าในสาขาวิชาชีพตัวเอง ลองถามตัวเองดู แล้วก็มางานโอเพ่นเฮ้าส์แบบนี้จะได้เห็นทุกอย่าง มีประสบการณ์จริง แล้วก็จะตัดสินใจได้ง่ายขึ้นค่ะ” 

นที เอกวิจิตร (อุ๋ย บุดด้า เบลส) ศิลปินไอดอลของหลายคน กล่าวว่า จากที่ฟังน้องคณะต่างๆ เล่าให้ฟัง หลักสูตรการเรียนการสอนในสมัยนี้เปิดโลกผมมากเลยนะ เพราะมีการปรับเปลี่ยนให้ทันสมัย อย่างเช่นเอานวัตกรรมสองอย่างมารวมกัน อย่างนักเรียนแพทย์ก็ไม่ได้เรียนแพทย์อย่างเดียวยังมีคั่นตรงกลางให้เป็นปริญญาโทเพื่อไปทำวิจัยเรื่องอื่นด้วย สำหรับผม ผมคิดว่ามันเหมาะกับโลกยุคปัจจุบันมาก เพราะคุณไม่ได้เป็นหมออย่างเดียวแต่คุณได้ไปวิจัยเรื่องอื่น เพิ่มที่เป็นวิชาชีพอื่นที่ไม่เกี่ยวกับแพทย์ อย่างเช่นวิศวะ หรือคอมพิวเตอร์ หรืออะไรก็แล้วแต่ สุดท้ายมาคอมบายกัน แน่นอนว่าต่อไป ถ้าสมมุติคุณเรียน คุณจบแล้ว คุณจะผลิตเครื่องมือแพทย์สักเครื่องมือหนึ่ง คุณก็จะมีความรู้เรื่องแพทย์ เรื่องเครื่องมืออุปกรณ์การแพทย์และวิศวะด้วย สิ่งเหล่านี้ที่เรียกว่านวัตกรรม แล้วหลักสูตรอื่นๆ ผมก็ชอบนะ เช่น วิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวและสุขภาพ สมัยก่อนคนเรียนพละคือเรียนพละ แต่หลักสูตรปัจจุบันนี้เป็นองค์รวมเรื่องร่างกาย เรื่องโภชนาการ เอาหลายศาสตร์มารวมกัน ตอบโจทย์มากเพราะโลกยุคปัจจุบันขาดตรงนี้ ขาดการเชื่อมโยงข้อมูลของแต่ละชนิดเอามารวมศูนย์กัน ผมว่ามันน่าสนใจมาก ท้ายสุดโลกก้าวไปข้างหน้า วิชาความรู้ต้องพัฒนาให้เท่าทันเทคโนโลยี อย่างแรกเลย เราต้องไม่ใช่ชุดความรู้เดิม สังคมต้องการชุดความรู้ใหม่ๆ ที่จะมาสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ซึ่งก็ต้องมาจากคณะเหล่านี้และหลักสูตรที่ปรับปรุงใหม่แบบนี้ครับ

ตุ๊ก ชนกวนันท์ รักชีพ

ตุ๊ก ชนกวนันท์ รักชีพ หนึ่งในผู้ปกครองที่เข้าร่วมงาน กล่าวว่า “วันนี้เจอเพื่อนที่เรียนมัธยมด้วยกันนะคะ เขาถามว่า โอเพ่นเฮ้าส์คืออะไร? เราบอกว่าจริงๆ แล้ว เราเป็นคุณแม่ เราชินกับคำนี้ เมื่อก่อนเราก็เป็นเด็กเรียน ค้นหาคณะที่อยากเรียน แต่สถานการณ์ไม่เอื้อเท่านี้ งานโอเพ่นเฮ้าส์คือเปิดรั้วมหาวิทยาลัย ให้น้องๆ ที่สนใจได้เข้ามาหาความรู้ซึมซับประสบการณ์ ได้รู้จักและสอบถามตัวเองว่าเราอยากเรียนอะไร คณะนี้ สาขานี้จริงไหม ส่วนตัวคิดว่าเป็นประโยชน์มากๆ น้องๆ ก็จะได้เห็นภาพชัด เลือกอะไรที่เราชอบ เราไปไหวได้โดยตรงมากขึ้น เข้าสู่การงานอาชีพได้เร็ว ประหยัดทรัพยากรไปอีกหลายๆ อย่าง

ยุคนี้โลกมันหมุนไว ทุกอย่างไปกับคำว่าเจริญ ถ้าเราเอาคำว่าเจริญมาใช้ในทางที่ถูก เราก็จะได้พัฒนาตัวเอง แต่ถ้าเราเอามาใช้ผิดมันก็จะเกิดโทษนั่นแหละ ทุกอย่างเปลี่ยนไป ไม่เที่ยง เป็นไปตามดีมานด์ซัพพลาย หลักสูตรการเรียนการสอนใหม่ๆ ก็คิดค้นมาจากโลกขาดอะไร การศึกษาก็พัฒนาไปตอบรับตรงนั้น เพราะการศึกษามีเพื่อให้มนุษย์ได้เรียนรู้ สำเร็จ และไปใช้ชีวิตต่อ เพื่อพัฒนาตัวเองและประเทศต่อไป

อัลตร้าซาวด์ กับคณะเทคโนวิทยาศาสตร์สุขภาพ

ในฐานะคุณแม่ พิจารณาจากความต้องการของลูกเป็นหลัก แต่บางครั้งบางที น้องอาจจะมีวุฒิภาวะไม่เพียงพอ เห็นโลกมาน้อยกว่าเรา เราก็เป็นในฐานะผู้ช่วย ขนาดเราโตแบบนี้ยังต้องมีผู้ช่วยมีเลขาฯเลย เป็นปกติมาก เราก็ทำหน้าที่ผู้ช่วยผู้หาความรู้ ซัพพอร์ต เป็นหูเป็นตา ช่วยกันพิจารณา บังเอิญว่าที่บ้านลูกคนโตสนใจในด้านสายวิทยาศาสตร์สุขภาพ งานวันนี้ทำให้เขาเห็นแนวทางชัดขึ้นว่าเหมาะกับเขาไหม? เขาสนใจแบบไหน?

ส่วนตัวประทับใจกับหลักสูตรแพทย์ ผลิตคุณหมอที่เต็มไปด้วยองค์ความรู้ควบคู่ไปกับคุณธรรม แล้วคุณก็ต้องแข็งแรงสุขภาพดี เพราะต้องไปดูแลคนอื่น คือสร้างคนเก่งคนดี แล้วก็สร้างแนวความคิดให้ตัวเองแข็งแรงทั้งกายและใจด้วยท้ายสุด อยากเรียนเอง แต่คงเลยวัยมาแล้ว ให้กำลังใจน้องๆ รุ่นลูกๆ หลานๆ แล้วกันนะคะ เข้าใจว่าทุกคนกลัว ทุกคนเหนื่อยในการเรียน บางครั้งระหว่างทางมันท้อเพราะหลักสูตรใหม่ๆ ที่ปรับตามยุคสมัยก็ยากจริงๆ แต่คิดว่ายากแค่ไหนก็ไม่เกินความสามารถของน้องๆ อย่าชะล่าใจ อย่าประมาท อย่าขี้เกียจ ให้คิดว่าเราไม่ได้เหนื่อยอย่างนี้ทุกวันหรือตลอดไป อาจแค่หนึ่งปี สองปี สามปี สี่ปี ทำให้ดีที่สุด เอาให้สุดพีค อะไรที่ทำสุดความสามารถ พอเราสำเร็จแล้ว ได้ชัยชนะกลับมาแล้ว เราจะชื่นใจ ขอให้น้องๆ ทุกคนสมหวังได้คณะอย่างที่ตั้งใจจะเรียนนะคะ”

GC Sustainnable Living Symposium 2024: GEN S GATHERING ‘ยั่งยืนไม่ยาก’-รวมพลังผลักดันประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

https://www.naewna.com/lady/837046

GC Sustainnable Living Symposium 2024: GEN S GATHERING  ‘ยั่งยืนไม่ยาก’-รวมพลังผลักดันประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

GC Sustainnable Living Symposium 2024: GEN S GATHERING ‘ยั่งยืนไม่ยาก’-รวมพลังผลักดันประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

วันพฤหัสบดี ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วย สุเมธ ตั้งประเสริฐ กก.รักษาการ ผู้ว่าการ กนอ., พลพงศ์ วังแพน อธิบดีกรมอาเซียน, Mr.Sumit Gupta MD.&Senior Partner BCG, ดร.ชนะ ภูมี รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, ทศพร บุณยพิพัฒน์ ผจก.ใหญ่ GC, ราชันย์ ซุ้นหั้ว รองปลัด มท., ประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธาน TBCSD, ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง, ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและ กก.ผจก.ใหญ่ บมจ. ปตท., ปรีดี ดาวฉาย ประธาน กก. GC, สุพัฒนพงษ์พันธ์มีเชาว์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี, ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม, ณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GC, ดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร ผอ.สถาบันปิโตรเลียมและพลังงานแห่งประเทศไทย และ พล.อ.ท.ฉัตรชาย ธานีรัตน์ รองเสนาธิการทหารอากาศ

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC จัดงาน GC Sustainnable Living Symposium 2024:GEN S GATHERING ภายใต้แนวคิด “ยั่งยืนไม่ยาก”เปิดเวทีครั้งที่ 5 รวมพลังครั้งสำคัญของคนหัวใจรักษ์โลกหรือ GEN S (Genneration Sustainability) จากภาครัฐภาคธุรกิจ และภาคประชาสังคม เพื่อร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ พร้อมจัดนิทรรศการแสดงศักยภาพและเทคโนโลยีการผลิตเคมีภัณฑ์มูลค่าสูงคาร์บอนต่ำ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของ GC ครอบคลุมทั้งเคมีภัณฑ์เคลือบผิวที่ยั่งยืน ไบโอเคมิคอล พลาสติกชีวภาพ และการผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืนแห่งแรกของประเทศไทย ตลอดจนสร้างโอกาสการเติบโตของประเทศผ่าน allnex ตอบสนองเทรนด์อนาคตสู่การเป็น Specicialty Hub ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานเปิดงานและร่วมแสดงปาฐกถาพิเศษ จัดขึ้นเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2567 ณ พารากอนฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน

ประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว. DE กล่าวปาฐกถา

ประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้กล่าวในการปาฐกถาพิเศษว่า “รัฐบาลมีนโยบายและแผนพลังงานแห่งชาติที่กำหนดในเรื่องของการปล่อย/ลดก๊าซเรือนกระจกให้ได้เป็นศูนย์ ภายในปี พ.ศ.2605 อาจจะใช้เวลานานแต่ก็เป็นความตั้งใจและการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ต้องใช้เวลา รัฐบาลให้การสนับสนุนเรื่องกองทุน GSG จะเป็นกลไกสำคัญที่สร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจ เป็นการปรับปรุงประสิทธิภาพในการใช้พลังงานและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สร้างให้ธุรกิจมีความแข็งแกร่งที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น สิ่งที่เราทำภายในประเทศนั้นได้ขับเคลื่อนไปกับภาคเอกชนหลายภาคส่วน ในส่วนต่างประเทศการดูแลสิ่งแวดล้อมให้เข้มแข็งและมีความเป็นสากล ก็มีความสำคัญไม่น้อยกว่ากัน เพราะต่างประเทศที่จะมาลงทุนในประเทศไทย คือเชื่อมั่นในภาคอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐานที่มีความยั่งยืนและมีพลังงานสะอาดรัฐบาลมีนโยบายในการส่งเสริมและสร้างความเชื่อมั่นในภาคอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐานที่มีความยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งลดผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในเรื่องการเข้าถึงบริการที่มีความสะอาด เข้าถึงราคาที่เหมาะสมและมีความน่าเชื่อถือ วันนี้ขอเชิญชวนทุกท่านที่เป็น GEN S ได้ร่วมสร้างอนาคตที่มีความยั่งยืนเพื่อประโยชน์ของคนไทยและประเทศไทยของเราทำเรื่องยากให้กลายเป็นเรื่องง่ายเพื่อปกป้องประเทศไทยและโลกใบนี้ การจัดงานในวันนี้จะนำไปสู่หนทางใหม่ๆ ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ และสร้างอนาคตที่ดีให้กับพวกเราและลูกหลานของเราต่อไปในอนาคต”

ณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GC

ณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GC กล่าวว่า “งาน GC Sustainnable Living Symposium2024: GEN S GATHERING จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 5 เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้มาร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และพัฒนาความร่วมมือ เพื่อบรรเทาปัญหาโลกเดือดและสร้างความยั่งยืนให้กับโลกใบนี้ พร้อมชวนทุกคนมาเรียนรู้การใช้ชีวิตแบบ Net Zero Lifestyles รวมถึงจัดนิทรรศการผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยนำเสนอเคมีภัณฑ์เคลือบผิวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่ตอบโจทย์การใช้งานในอุตสาหกรรม เรามองเห็นอนาคตที่ชัดเจนว่าภาคการผลิตจะเปลี่ยนกระบวนการไปสู่การผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงและคาร์บอนต่ำ การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่เพียงแค่การตอบสนองต่อความต้องการของตลาด แต่เป็นการลงทุนเพิ่มขึ้นในโซลูชั่นที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ ซึ่งจะทำให้ภาคการผลิตสามารถบรรลุเป้าหมายการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ไปด้วยกัน”

งาน GC Sustainnable Living Symposium 2024: GEN S GATHERING คือก้าวสำคัญในการปลุกพลังสร้างสรรค์และผสานพลังกับ GEN S ทุกคนเพื่อร่วมกันเปลี่ยนแปลงประเทศไทย และโลกใบนี้ยั่งยืนอย่างแท้จริง

ประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว. DE พร้อมด้วยผู้บริหารองค์กรพันธมิตรแห่งความยั่งยืน Benoit DeBecker-allnex, Ross Baglin-INTERFACE POLYMERS, Erik Ripple-NatureWorks, Benjamin Kuo-KYF Packaging, Giorgio Gamba-HSBC และ ปฏิภาณ กาลวิบูลย์-HUAWEI

ประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว. DE พร้อมด้วยผู้บริหารองค์กรพันธมิตรแห่งความยั่งยืน Benoit DeBecker-allnex, Ross Baglin-INTERFACE POLYMERS, Erik Ripple-NatureWorks, Benjamin Kuo-KYF Packaging, Giorgio Gamba-HSBC และ ปฏิภาณ กาลวิบูลย์-HUAWEI

ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปตท., ประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว. DE และ ณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GC

ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปตท., ประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว. DE และ ณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GC

ผู้บริหาร GC นำรองนายกรัฐมนตรี และรมว.DE ชมนิทรรศการเพื่อความยั่งยืนของ GC

ผู้บริหาร GC นำรองนายกรัฐมนตรี และรมว.DE ชมนิทรรศการเพื่อความยั่งยืนของ GC

ประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน TBCSD,ชาญชัย สงวนวงศ์ จากข่าวหุ้นธุรกิจ และ พิรุณ กริ่มวงษ์รัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์เคมีขั้นต้นและขั้นกลาง GC

ประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน TBCSD,ชาญชัย สงวนวงศ์ จากข่าวหุ้นธุรกิจ และ พิรุณ กริ่มวงษ์รัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์เคมีขั้นต้นและขั้นกลาง GC

ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง, ปรีดี ดาวฉาย ประธานกรรมการ GC และ ดร.ชญาน์ จันทวสุ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่กลยุทธ์องค์กร บมจ.ปตท.

ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง, ปรีดี ดาวฉาย ประธานกรรมการ GC และ ดร.ชญาน์ จันทวสุ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่กลยุทธ์องค์กร บมจ.ปตท.

ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม, ปรีดี ดาวฉาย,สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และ ดนุชาพิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม, ปรีดี ดาวฉาย,สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และ ดนุชาพิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

จิตตนาถ ลิ้มทองกุล CEO แห่งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ และ ผรณเดช พูนศิริวงศ์ กรรมการผู้จัดการ หนังสือพิมพ์แนวหน้า

จิตตนาถ ลิ้มทองกุล CEO แห่งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ และ ผรณเดช พูนศิริวงศ์ กรรมการผู้จัดการ หนังสือพิมพ์แนวหน้า

การคัดแยกขยะเพื่อนำไปกำจัดอย่างถูกวิธี

การคัดแยกขยะเพื่อนำไปกำจัดอย่างถูกวิธี

พลังงานสะอาดเพื่อยานยนต์แห่งอนาคต

พลังงานสะอาดเพื่อยานยนต์แห่งอนาคต

เส้นใยจากพลาสติกรีไซเคิล

เส้นใยจากพลาสติกรีไซเคิล

การดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

การดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

นวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน

นวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน

ปลูกนาข้าวแบบเปียกสลับแห้ง

ปลูกนาข้าวแบบเปียกสลับแห้ง

ผู้เข้าชมงานอุดหนุนสินค้ารีไซเคิล

ผู้เข้าชมงานอุดหนุนสินค้ารีไซเคิล

ห้องอาหาร‘ฮาชิริ’เปิดตัวเชฟคนใหม่‘อัลวิน ชูว์’ กับเมนูอาหารญี่ปุ่นสไตล์โมเดิร์นจากวัตถุดิบตามฤดูกาล

https://www.naewna.com/lady/837023

ห้องอาหาร‘ฮาชิริ’เปิดตัวเชฟคนใหม่‘อัลวิน ชูว์’  กับเมนูอาหารญี่ปุ่นสไตล์โมเดิร์นจากวัตถุดิบตามฤดูกาล

ห้องอาหาร‘ฮาชิริ’เปิดตัวเชฟคนใหม่‘อัลวิน ชูว์’ กับเมนูอาหารญี่ปุ่นสไตล์โมเดิร์นจากวัตถุดิบตามฤดูกาล

วันพฤหัสบดี ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ฮาชิริ เป็นคำในภาษาญี่ปุ่น หมายถึง “การเก็บเกี่ยวครั้งแรก” หรือ “การจับปลาในช่วงแรกของฤดูกาล” นำมาตั้งเป็นชื่อห้องอาหารญี่ปุ่นบน ณ Epicurean Hub ชั้น 3 โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล พร้อมเปิดตัวเชฟคนใหม่ อัลวิน ชูว์ (Alvin Chew) กับเมนูอาหารญี่ปุ่นสไตล์โมเดิร์นจากวัตถุดิบตามฤดูกาล

เชฟอัลวิน ชูว์ (Alvin Chew) สั่งสมประสบการณ์การทำงานกับเหล่าเชฟมิชลินสตาร์มามากมาย รังสรรค์เมนูขึ้นใหม่สไตล์โมเดิร์นสนุกสนาน จากวัตถุดิบตามฤดูกาล นำมาเสิร์ฟในรูปแบบใหม่ที่น่าตื่นเต้น เน้นให้คุณได้สัมผัสรสชาติแท้ๆ ตามธรรมชาติของวัตถุดิบ ซึ่งล้วนเป็นวัตถุดิบท้องถิ่นและออร์แกนิกคุณภาพสูง เพื่อให้มั่นใจว่าทุกจานมีความสดใหม่และรสชาติเป็นเลิศ

ทุกเมนูของ ฮาชิริ สะท้อนสไตล์โมเดิร์นของร้านอาหารญี่ปุ่นตามเมืองใหญ่ มีทั้งความคึกคักเหมาะแก่การพบปะกันแต่ก็ยังคงความเป็นส่วนตัว ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นที่ใส่ใจทุกรายละเอียด ผสมผสานอย่างลงตัวในสไตล์มินิมัล ตกแต่งด้วยกลุ่มโคมไฟแขวนเรียงรายและเส้นสายแนวตั้งที่ชัดเจนของฉากกั้นโปร่งแสง เป็นการพบกันของมรดกทางวัฒนธรรมอาหารของญี่ปุ่นที่ไร้กาลเวลากับความหรูหราแบบร่วมสมัยที่แท้จริง

เชฟอัลวินและลูกทีม จะจัดเตรียมอาหารในครัวเปิด แขกจึงสามารถเพลิดเพลินไปกับการชมเทคนิคการทำอาหารได้บริเวณที่นั่งในส่วนเคาน์เตอร์ ราวกับได้ชมการแสดงที่น่าตื่นตาตื่นใจ มาพร้อมที่นั่งในส่วนของห้องอาหารหลัก และห้องส่วนตัว 2 ห้องในบรรยากาศสบายๆ สำหรับแขกที่ต้องการความเป็นส่วนตัวในการรับประทานอาหาร

เชฟอัลวิน ชูว์ (Alvin Chew)

ประสบการณ์อันยาวนานในการทำอาหารของเชฟอัลวิน เป็นส่วนผสมที่กลมกล่อมในการสร้างสรรค์เมนูที่ห้องอาหารฮาชิริ ความมุ่งมั่นของเขาในเรื่องการใช้วัตถุดิบสดใหม่ตามฤดูกาลและวัตถุดิบญี่ปุ่นแท้คุณภาพสูง เป็นหัวใจของการสร้างสรรค์เมนูที่ห้องอาหารฮาชิริ ซึ่งออกแบบมาสำหรับทั้งผู้ที่ชื่นชอบความดั้งเดิมและผู้ที่มองหาเทคนิคความล้ำสมัย

หลากหลายเมนูน่าลิ้มลองรังสรรค์ขึ้นจากวัตถุดิบสดใหม่ตามฤดูกาล ทั้งจากผืนดินและท้องทะเล เมนูเด่นได้แก่ เนื้อวากิวย่าง รับประทานกับซอสยูซุโคโช และซาชิมิรวมพิเศษที่ยกความสดจากทะเลมาเสิร์ฟแต่ถ้าอยากยกระดับให้หรูหราขึ้นอีกนิด แนะนำ โดนาเบะเนื้อตุ๋นแก้มวัวและฟัวส์กราส์ ซึ่งใช้เนื้อส่วนแก้มของวัวมาตุ๋นในไวน์แดง ผสมซอสถั่วเหลืองและเครื่องเทศนานาชนิดนานถึง 36 ชั่วโมง จนเนื้อนุ่มละลายในปาก เสิร์ฟคู่กับฟัวส์กราส์สัมผัสนุ่มละมุน วางบนข้าวสายพันธุ์พรีเมียมของญี่ปุ่นอย่างข้าวโคชิฮิคาริ(Koshihikari) ทั้งกลิ่นหอมและมีความกรุบเล็กน้อยของข้าวก้นหม้อดินญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม (เรียกว่าโดนาเบะ) เป็นเมนูที่เหมาะจะสั่งมารับประทานร่วมกัน

ต่อด้วย อังกิโมะ (Ankimo) อาหารยอดนิยมของญี่ปุ่น ทำจากตับของปลาอังโกะ นำมานึ่ง และเสิร์ฟเย็นพร้อมอังกิโมะไอศกรีมโมนากะสุดสร้างสรรค์ที่เชฟอัลวินบรรจงตกแต่งอย่างประณีตด้วยแตงโมหั่นเต๋า ผักดองนาราซึเกะ (ผักดองพื้นเมืองของเมืองนารา) ดอกไม้รับประทานได้ และใบชิโซะ (shiso) เพิ่มกลิ่นหอมของสมุนไพร ไม่ว่าคุณจะเลือกเมนูอะลาคาร์ตที่คัดสรรมาเป็นอย่างดี เทสติ้งเมนู ไปจนถึงเทโชกุ หรือชุดอาหารกลางวันสไตล์ญี่ปุ่นที่ใช้วัตถุดิบหายากและจัดเตรียมอย่างเป็นเอกลักษณ์ทุกเมนูล้วนมอบประสบการณ์การเดินทางผ่านรสชาติอาหารญี่ปุ่นสไตล์โมเดิร์นที่น่าตื่นเต้น

ประสบการณ์อันยาวนานในการทำอาหารของเชฟอัลวิน เป็นส่วนผสมที่กลมกล่อมในการสร้างสรรค์เมนูที่ห้องอาหารฮาชิริ ความมุ่งมั่นของเขาในเรื่องการใช้วัตถุดิบสดใหม่ตามฤดูกาลและวัตถุดิบญี่ปุ่นแท้คุณภาพสูง เป็นหัวใจของการสร้างสรรค์เมนูที่ห้องอาหารฮาชิริ ซึ่งออกแบบมาสำหรับทั้งผู้ที่ชื่นชอบความดั้งเดิมและผู้ที่มองหาเทคนิคความล้ำสมัย

ห้องอาหารฮาชิริเปิดให้บริการวันพุธ-วันจันทร์ (หยุดทุกวันอังคาร) มื้อกลางวันตั้งแต่เวลา 11.30-14.30 น. และมื้อค่ำตั้งแต่เวลา 18.00-22.00 น. มีห้องส่วนตัว2 ห้อง ไว้ให้บริการสำหรับหมู่คณะสำรอง ที่นั่งได้ที่โทร.+66026508800 และ +66026508500