เกษตรฯร่วมใจปลูก หญ้าแฝก7.2ล้านกล้า พร้อมกันทั่วประเทศ เฉลิมพระเกียรติร.10

https://www.naewna.com/local/837083

เกษตรฯร่วมใจปลูก  หญ้าแฝก7.2ล้านกล้า  พร้อมกันทั่วประเทศ  เฉลิมพระเกียรติร.10

เกษตรฯร่วมใจปลูก หญ้าแฝก7.2ล้านกล้า พร้อมกันทั่วประเทศ เฉลิมพระเกียรติร.10

วันพฤหัสบดี ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ร่วมงาน “รณรงค์และส่งเสริมการปลูกหญ้าแฝก เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567” จัดโดยกรมพัฒนาที่ดิน ซึ่งมีศูนย์กลางการจัดงานที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จ.นครศรีธรรมราช ร่วมกับ 77 จังหวัดทั่วประเทศ โดยปลัดกระทรวงเกษตรฯ ร่วมงานที่บริเวณคลองระบายน้ำที่ 2 หมู่ 2 ต.หนองสะเดา อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี รวมทั้งมีผู้ร่วมงานทั่วประเทศกว่า 13,000 รายมีการปลูกกล้าหญ้าแฝกทั่วประเทศพร้อมกันทั้งสิ้น 7,200,000 กล้า

รมช.เกษตรฯ ระบุว่า จากพระราชปณิธาน “สืบสาน รักษา และต่อยอด” ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานไว้แก่อาณาประชาราษฎร์ พระองค์ทรงสืบสานพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ที่ทรงมีพระอัจฉริยภาพอันกว้างไกล ทรงเห็นความสำคัญและศักยภาพของหญ้าแฝกในการอนุรักษ์ดินและน้ำ จึงมีพระราชดำริเกี่ยวกับการพัฒนาและรณรงค์การใช้หญ้าแฝก เพื่อป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน ซึ่งกรมพัฒนาที่ดิน ให้ความสำคัญและสนองพระราชดำริ ในการศึกษาวิจัย ส่งเสริม ขยายผล และเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การปลูกหญ้าแฝกอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลากว่า 30 ปี ปัจจุบันการพัฒนาและรณรงค์การใช้หญ้าแฝกอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ยังดำเนินการอย่างต่อเนื่อง มีการสร้างเครือข่ายผู้เกี่ยวข้องและผู้ใช้ประโยชน์จากหญ้าแฝกเพิ่มขึ้น

ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวศรีสะเกษตรวจรับรองมาตรฐาน GAP Seed แก่เกษตรกรในจ.ศรีสะเกษ

https://www.naewna.com/local/837048

ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวศรีสะเกษตรวจรับรองมาตรฐาน GAP Seed แก่เกษตรกรในจ.ศรีสะเกษ

ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวศรีสะเกษตรวจรับรองมาตรฐาน GAP Seed แก่เกษตรกรในจ.ศรีสะเกษ

วันพุธ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 15.31 น.

ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวศรีสะเกษดำเนินการตรวจรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรที่ดีสำหรับเมล็ดพันธุ์ข้าว (GAP Seed) แก่พี่น้องเกษตรกรในจ.ศรีสะเกษ

23 ต.ค.67 GAP Seed เป็นระบบการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวที่เป็นไปตามมาตรฐานสินค้าเกษตร การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับเมล็ดพันธุ์ข้าว (มกษ.4406) โดยการให้การรับรองระบบการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวมีทั้งผู้ผลิตแบบเดี่ยว ผู้ผลิตกลุ่ม/นิติบุคคล ว่ามีความสอดคล้องตามมาตรฐานสินค้าเกษตรหรือไม่ ซึ่งการตรวจรับรองระบบการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว (GAP Seed) เพื่อเป็นการรวบรวมและขายเมล็ดพันธุ์ควบคุมข้าวเปลือกให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ.2518 โดยวิธีเฉพาะเจาะจง ทางศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวศรีสะเกษ ได้มีการนำความรู้ในเรื่อง GAP Seed มาเผยแพร่ต่อพี่น้องเกษตรกรกลุ่มวิสาหกิจชุมชนศูนย์ส่งเสริมและผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชน ต.ผักไหม อ.ห้วยทับทัน ในพื้นที่จ.ศรีสะเกษ

นายไพฑูรย์ ฝางคำ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนศูนย์ส่งเสริมและผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชน ต.ผักไหม อ.ห้วยทับทัน จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า ในปี พ.ศ.2541 พี่น้องชาวนาในชุมชนต.ผักไหมได้มีการรวมกลุ่มกันเพื่อพัฒนาในเรื่องของการทำนาข้าว และเราก็ได้มีการเข้าไปปรึกษากับทางศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวศรีสะเกษว่าด้วยเรื่องของการผลิตและการพัฒนาการในการปลูกข้าว ซึ่งทางศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวก็ได้เข้ามาให้ความรู้เกี่ยวกับงานวิชาการในเรื่องของการพัฒนาประสิทธิภาพในการทำข้าวให้ดีขึ้น รวมถึงในเรื่องของการตรวจรับรองคุณภาพมาตรฐานข้าว เพื่อจะเป็นแปลงผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ผ่านการตรวจรับรองมาตรฐาน ส่งผลให้เกษตรกรในกลุ่มมีความรู้และความเชี่ยวชาญในการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ดี มีคุณภาพ สามารถที่จะตรวจรับรองแปลงและผ่านการตรวจรับรองมาตรฐาน เพื่อขายเป็นเมล็ดพันธุ์ข้าวได้ เป็นการเพิ่มราคาในการขายข้าวให้แก่พี่น้องเกษตรกรให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น

นางสาวดวงจันทร์ เกษบุตร ผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวศรีสะเกษ กล่าวว่า กลุ่มวิสาหกิจชุมชนศูนย์ส่งเสริมและผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชน ต.ผักไหม อ.ห้วยทับทัน เป็นอีกหนึ่งกลุ่มในจ.ศรีสะเกษที่มีการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี เพื่อจะผลิตข้าวให้กับศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวและให้กับชุมชนใกล้เคียงได้ใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี ซึ่งเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีถือเป็นจุดเริ่มต้นของการลดต้นทุนการผลิตข้าว ทำให้เกษตรกรมีผลผลิตเพิ่มขึ้น แล้วก็มีรายได้ที่ดีขึ้น สร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้กับพี่น้องเกษตรกร

นางสาวเยาวลักษณ์ กุลโท นักวิชาการเกษตรชำนาญการ หัวหน้ากลุ่มผลิตเมล็ดพันธุ์ ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวศรีสะเกษ กล่าวว่า สำหรับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนศูนย์ส่งเสริมและผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชน ต.ผักไหม อ.ห้วยทับทัน จ.ศรีสะเกษ สำหรับกรมการข้าวเอง หรือศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวศรีสะเกษ เข้ามาดูแลกลุ่มสมาชิก ในเรื่องของการตรวจรับรองมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับเมล็ดพันธุ์ข้าว หรือ GAP Seed และยังเป็นทั้งพี่เลี้ยงในเรื่องของการจัดทำเอกสารของระบบควบคุมภายใน และในเรื่องของการตรวจประเมินแปลงข้าว มีการสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ให้แก่สมาชิก เรื่องการดูแลรักษาการผลิต การตรวจตัดพันธุ์ปน ตลอดจนเรื่องของการตรวจสอบคุณภาพในห้องปฏิบัติการ เรื่องการขายคืนเมล็ดพันธุ์ข้าวให้กับศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวศรีสะเกษ

การตรวจรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรที่ดีสำหรับเมล็ดพันธุ์ข้าว (GAP Seed) ของกรมการข้าว ถือเป็นการสร้างมาตรฐานข้าวที่ดีให้แก่น้องเกษตรกรไทย และยังเป็นการสร้างเครือข่ายการผลิตและการตลาด สร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันในการแก้ปัญหาของชุมชน โดยเน้นการพัฒนาอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้ ให้กับพี่น้องเกษตรกรในชุมชนตามนโยบายที่มุ่งเน้นให้เกษตรกรตำบลผักไหม “อยู่ดี กินดี” มีรายได้เพิ่มขึ้น สร้างความเข้มแข็งและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ทำให้คุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องเกษตรกรดียิ่งขึ้น

สปสช. ตรวจเยี่ยม ‘บ้านรักษ์ สหคลินิก’ คลินิกเอกชนที่เข้าร่วมโครงการ 30 บาท รักษาทุกที่

https://www.naewna.com/lady/837230

สปสช. ตรวจเยี่ยม 'บ้านรักษ์ สหคลินิก' คลินิกเอกชนที่เข้าร่วมโครงการ 30 บาท รักษาทุกที่

สปสช. ตรวจเยี่ยม ‘บ้านรักษ์ สหคลินิก’ คลินิกเอกชนที่เข้าร่วมโครงการ 30 บาท รักษาทุกที่

วันพฤหัสบดี ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 14.45 น.

24 ตุลาคม 2567 สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เขต 13 ตรวจเยี่ยมคลินิกเอกชนที่เข้าร่วมโครงการ 30 บาท รักษาทุกที่ รวมถึงสิทธิบัตรทอง โดยในวันนี้มีตัวแทนจากทาง สปสช. เข้าตรวจเยี่ยมบ้านรักษ์ สหคลินิก ที่ได้เข้าร่วมโครงการนี้

น.ส. อุษณา รัตนาภรณ์พิศิษฐ์ ผู้จัดการส่วน สปสช. เขต 13 กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า “โครงการ 30 บาทรักษาทุกที่ ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว เป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการเข้าถึงบริการสุขภาพ ไม่ว่าอยู่ที่ไหน หากเจ็บป่วยรักษาได้ใกล้ที่สุด ผู้ป่วยสามารถเข้ารักษาได้ที่สถานพยาบาลประจำตามสิทธิ หรือคลินิกที่เข้าร่วมโครงการทั่วประเทศ หากเจ็บป่วยเพียงเล็กน้อยก็ไม่ต้องไปโรงพยาบาล ลดความแออัดในสถานพยาบาลขนาดใหญ่”

สำหรับบ้านรักษ์ สหคลินิกนั้นเป็นหนึ่งในสถานพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าว ให้บริการรักษาสิทธิ 30 บาท บัตรทอง และสิทธิอื่นๆ ในราคาที่ย่อมเยาว์ ให้บริการตรวจรักษาแพทย์แผนปัจจุบัน แพทย์แผนไทย บริการฉีดวัคซีนตามฤดูกาล ปรึกษาข้อมูลด้านสุขภาพกายและสุขภาพจิต รวมถึงบริการนวดบำบัดและนวดแก้อาการโดยแพทย์แผนไทย

ผู้ที่ต้องการใช้สิทธิ 30 บาท รักษาทุกที่ สามารถทำการรักษาได้ที่บ้านรักษ์ สหคลินิก ซอยเจริญนคร 28 ได้ทุกวัน เวลา 8:30-20:00 น. สอบถามรายละเอียดที่โทร. 02 028 7700 LINE: https://lin.ee/rC0G4D2 เฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/BaanrukClinic ตรวจสอบสถานพยาบาลทั่วประเทศที่เข้าร่วมโครงการ 30 บาทรักษาทุกที่ ได้ที่สายด่วน สปสช. โทร. 1330 LINE: https://lin.ee/zzn3pU6 หรือที่เฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/NHSO.Thailand

เดินหน้าจัดงานประชุมสัมมนา ‘การดูแลสุขภาพอัจฉริยะไต้หวัน-ไทย 2024’

https://www.naewna.com/lady/837220

เดินหน้าจัดงานประชุมสัมมนา 'การดูแลสุขภาพอัจฉริยะไต้หวัน-ไทย 2024'

เดินหน้าจัดงานประชุมสัมมนา ‘การดูแลสุขภาพอัจฉริยะไต้หวัน-ไทย 2024’

วันพฤหัสบดี ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 14.06 น.

งานประชุมสัมมนาการดูแลสุขภาพอัจฉริยะไต้หวัน-ไทย 2024 หารือการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงเพื่อสุขภาพที่ยั่งยืน

โรงพยาบาลจางฮั่วคริสเตียน เดินหน้าจัด “งานประชุมสัมมนาการดูแลสุขภาพอัจฉริยะไต้หวัน-ไทย 2024” ในวันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ประเทศไทย เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการแพทย์ระหว่างไต้หวันและไทย รวมถึงช่วยยกระดับการพัฒนาทางการแพทย์อย่างยั่งยืนในระดับโลก โดยหัวข้อหลักในงานสัมมนาครั้งนี้คือ “การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ, ESG และสุขภาพอย่างยั่งยืน” พร้อมเชิญผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์จากไต้หวันและไทยมาเข้าร่วมเสวนาเกี่ยวกับความท้าทายและแนวทางแก้ไขปัญหาสุขภาพที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางสภาพแวดล้อมในระดับสากล

งานสัมมนาครั้งนี้ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการในแวดวงการแพทย์ รวมถึงตัวแทนบริษัทด้านอุตสาหกรรมการแพทย์จากทั้งไต้หวันและไทย มาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีการดูแลสุขภาพอัจฉริยะในระดับสากล ทั้งยังถือเป็นอีกหนึ่งโอกาสในการหารือเกี่ยวกับการเผชิญความท้าทายทางการแพทย์ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างความรับผิดชอบต่อสังคม (ESG) ในสถานพยาบาลให้มีความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น

ตั้งแต่ปี 2018 เป็นต้นมา โรงพยาบาลจางฮั่วคริสเตียนมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์และส่งเสริมการดูแลสุขภาพอัจฉริยะอย่างไม่หยุดยั้ง โดยในทุกปีทางโรงพยาบาลฯ จะจัดงานประชุมสัมมนาการดูแลสุขภาพอัจฉริยะไต้หวัน-ไทย เช่นเดียวกับงานสัมมนาครั้งนี้ ที่ไม่เพียงแต่จะร่วมแบ่งปันแนวคิดการออกแบบและการบริหารจัดการของโรงพยาบาลสีเขียวเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการแบ่งปันประสบการณ์ด้านการดูแลสุขภาพแบบดิจิทัล และการแพทย์อย่างยั่งยืนอีกด้วย โดยในครั้งนี้ทางโรงพยาบาลฯ ได้เชิญตัวแทนจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุขของประเทศไทย มาร่วมแบ่งปันกลยุทธ์และประสบการณ์ด้านการแพทย์ทางไกล การลดคาร์บอนจากการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ รวมถึงกลยุทธ์และแนวทางปฏิบัติของผู้ผลิตในอุตสาหกรรมการแพทย์อัจฉริยะของไต้หวัน ที่เกี่ยวข้องกับ ESG โดยจากหลังจากเสร็จสิ้นกิจกรรม จะมีการนำคณะผู้มีเกียรติและผู้เข้าร่วมงานเยี่ยมชมสถานที่จัดแสดงนวัตกรรมด้านสุขภาพอัจฉริยะจากไต้หวัน เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศและสุขภาพสาธารณะ ด้วยความคาดหวังว่าจะสามารถนำเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาที่สร้างสรรค์และยั่งยืนในการเผชิญกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศได้ ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ตามลิงก์ลงทะเบียนด้านล่างนี้

รายละเอียดวันที่และสถานที่จัดงาน วันที่: 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567 เวลา: 09:00-12:00 น. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร

ลิงก์ลงทะเบียน: https://reurl.cc/nvOW2l

-(016)

ผนึกกำลังเปิดนวัตกรรม AI สุดล้ำของศาสตร์การแพทย์แผนจีน ในงาน ‘ก้าวล้ำ คลินิกการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว พัฒนาการที่ไม่หยุดนิ่ง ครั้งที่ 2’

https://www.naewna.com/lady/837217

ผนึกกำลังเปิดนวัตกรรม AI สุดล้ำของศาสตร์การแพทย์แผนจีน ในงาน 'ก้าวล้ำ คลินิกการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว พัฒนาการที่ไม่หยุดนิ่ง ครั้งที่ 2'

ผนึกกำลังเปิดนวัตกรรม AI สุดล้ำของศาสตร์การแพทย์แผนจีน ในงาน ‘ก้าวล้ำ คลินิกการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว พัฒนาการที่ไม่หยุดนิ่ง ครั้งที่ 2’

วันพฤหัสบดี ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 14.01 น.

ก้าวไปอีกขั้น! คลินิกการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว และมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ร่วมกับ 5 สถาบันการแพทย์แผนจีนชั้นนำจากสาธารณรัฐประชาชนจีน เปิดนวัตกรรม AI สุดล้ำครั้งใหม่ของศาสตร์การแพทย์แผนจีน ครั้งแรกในเมืองไทย ในงาน “ก้าวล้ำ คลินิกการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว พัฒนาการที่ไม่หยุดนิ่ง ครั้งที่ 2”

คลินิกการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว และมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ หน่วยงานภายใต้มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ผนึกกำลังร่วมกับ 5 สถาบันการแพทย์แผนจีนชั้นนำจากสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้แก่ มหาวิทยาลัยการแพทย์แผนจีนเซี่ยงไฮ้, โรงพยาบาลหลงหัว นครเซี่ยงไฮ้, มหาวิทยาลัยการแพทย์แผนจีนเฉิงตู, มหาวิทยาลัยการแพทย์แผนจีนฝูเจี้ยน และมหาวิทยาลัยการแพทย์แผนจีนเทียนจิน เปิดตัวนวัตกรรมครั้งใหม่ของศาสตร์การแพทย์แผนจีน ในงาน “ก้าวล้ำ คลินิกการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว พัฒนาการที่ไม่หยุดนิ่ง ครั้งที่ 2” ด้วยการนำเสนอนวัตกรรมและเทคโนโลยีล่าสุด ของการประเมินผลสุขภาพด้วยการแพทย์แผนจีน ผ่าน 2 นวัตกรรมใหม่ “กระจก Al ตรวจโรคอัจฉริยะ” และ “หุ่นยนต์ AI เช็คสุขภาพเสี่ยวคัง” ครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมกิจกรรมให้ความรู้ เวทีเสวนา และการให้บริการตรวจสุขภาพด้วยศาสตร์การแพทย์แผนจีนฟรีตลอดทั้งงาน เมื่อวันที่ 18-19 ตุลาคมที่ผ่านมา ณ สามย่านมิตรทาวน์

โดยงานในครั้งนี้ นับเป็นการตอกย้ำถึงความสำเร็จและความก้าวหน้าของศาสตร์การแพทย์แผนจีน ของคลินิกการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว และมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ภายใต้ความร่วมมือกับสถาบันการแพทย์แผนจีนชั้นนำของสาธารณรัฐประชาชนจีน ทั้ง 5 สถาบัน โดยงาน “ก้าวล้ำ คลินิกการแพทย์แผนจีนหัวเฉียวพัฒนาการที่ไม่หยุดนิ่ง ครั้งที่ 2” ได้รับเกียรติจากนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, นายอู๋ จื้ออู่ อัครราชทูตสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย, ดร.วิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พร้อมด้วยนายอรัญ เอี่ยมสุรีย์ ผู้อำนวยการคลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว ให้เกียรติร่วมในพิธีเปิดงานในครั้งนี้

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ผมมีความยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับเชิญมาร่วมเปิดงาน “ก้าวล้ำ คลินิกการแพทย์แผนจีนหัวเฉียวพัฒนาการที่ไม่หยุดนิ่ง ครั้งที่ 2” ในครั้งนี้ ซึ่งนับเป็นอีกก้าวสำคัญในการพัฒนาและส่งเสริมการแพทย์แผนจีนในประเทศไทย เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงการรักษาด้วยค่าบริการที่เป็นธรรม การแพทย์แผนจีนจึงไม่เพียงแต่เป็นศาสตร์ที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมและภูมิปัญญา แต่ยังถือเป็น Soft Power ที่ทรงคุณค่า มีเอกลักษณ์ และเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยในหลายมิติ และการที่คลินิกการแพทย์แผนจีนหัวเฉียวได้รับความร่วมมืออย่างใกล้ชิดจากสถาบันชั้นนำของสาธารณรัฐประชาชนจีน จะทำให้คลินิกการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว เป็นศูนย์กลางทางการแพทย์แผนจีนแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนในประเทศไทย และเป็นศูนย์กลางสมุนไพรในภูมิภาคอาเซียนต่อไป จึงขอแสดงความยินดีกับคลินิกการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว ที่มีความมุ่งมั่นพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง พร้อมสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนในการดูแลสุขภาพผ่านศาสตร์การแพทย์แผนจีน และเป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศไทยและระดับนานาชาติ

นายอรัญ เอี่ยมสุรีย์ ผู้อำนวยการคลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว กล่าวว่า กว่า 29 ปีที่ผ่านมาที่คลินิกการแพทย์แผนจีนหัวเฉียวได้ก่อตั้งขึ้น ด้วยเจตนารมณ์ที่จะนำความรู้ และประสบการณ์ด้านการแพทย์แผนจีนมาช่วยแก้ปัญหาสุขภาพของประชาชนชาวไทยด้วยมาตรฐานระดับสากล และค่าบริการที่เป็นธรรม จนปัจจุบัน ได้พัฒนาสู่ความร่วมมือในระดับประเทศ กับสถาบันการแพทย์แผนจีนชั้นนำของสาธารณรัฐประชาชนจีน ทั้ง 5 สถาบัน มีการพัฒนาและขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยสร้างสาขาในส่วนภูมิภาคขึ้น 2 สาขา ได้แก่ สาขาโคราช ในปี 2557 และสาขาศรีราชาในปี 2562 และยังสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับยาสมุนไพรจีนในประเทศไทย โดยการสร้างคลังยาศรีสมาน จังหวัดนนทบุรี ในปี 2558 ซึ่งเป็นคลังยาสมุนไพรจีนที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียนด้วยการบริหารจัดการที่ได้มาตรฐานสากล เพื่อเก็บรักษายาสมุนไพรจีนที่นำเข้าโดยตรงจากแหล่งผลิต หรือที่เรียกว่า “เต้าตี้เย่าไฉ” เพื่อให้มียาสมุนไพรจีนที่มีคุณภาพไว้ใช้อย่างต่อเนื่อง และในปี 2561 คลินิกการแพทย์แผนจีนหัวเฉียวได้รับเกียรติจากสำนักการบริหารการแพทย์แผนจีนแห่งชาติ สาธารณรัฐประชาชนจีน แต่งตั้งให้เป็น “ศูนย์กลางการแพทย์แผนจีนแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนในประเทศไทย” จนถึงปัจจุบัน และในปี 2563 คลินิกฯ ได้รับเกียรติจากกรมการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข มอบใบประกาศเกียรติคุณ “สถานพยาบาลการแพทย์แผนจีนต้นแบบในประเทศไทย” รายแรกและรายเดียวในประเทศไทย และยังได้รับการยกย่องจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ให้คลินิกฯ เป็น “หน่วยงานด้านการแพทย์แผนจีนขั้นสูง” อีกด้วย

“การจัดงานในครั้งนี้ เป็นการเผยแพร่ผลงานความสำเร็จของคลินิกการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว ที่ได้พัฒนาความร่วมมืออย่างยั่งยืนร่วมกับ 5 องค์กรจากสาธารณรัฐประชาชนจีน ผ่านการนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมล้ำสมัย อย่างกระจก Al ตรวจโรคอัจฉริยะ และหุ่นยนต์ AI เช็คสุขภาพเสี่ยวคังซึ่งช่วยสร้างการรับรู้เกี่ยวกับศาสตร์การแพทย์แผนจีนสมัยใหม่และมุ่งเน้นการนำเสนอผลงาน การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการพัฒนาเทคนิคการรักษา รวมถึงการจัดแสดงเทคโนโลยีใหม่ๆ ทางด้านการแพทย์แผนจีน เพื่อพิสูจน์ถึงพัฒนาการทางการแพทย์ และความมุ่งมั่นอันแรงกล้าที่จะสร้างความก้าวหน้าให้กับวงการแพทย์แผนจีนในประเทศไทยต่อไปอย่างไม่หยุดนิ่ง โดยมีเป้าหมายสูงสุด คือการยกระดับคุณภาพชีวิตและสุขภาพของประชาชนให้แข็งแรงอย่างยั่งยืนสืบไป” นายอรัญ กล่าวปิดท้าย

ทั้งนี้ สำหรับใครที่พลาดงานในครั้งนี้ สามารถติดตามข้อมูลความเคลื่อนไหว และข่าวสารต่างๆ เพิ่มเติมได้ทาง Facebook : หัวเฉียวแพทย์แผนจีน กรุงเทพ Huachiew TCM Clinic

-(016)

การท่องเที่ยวฟิลิปปินส์ผลักดันอุตสาหกรรม M.I.C.E.ฟิลิปปินส์สู่เวทีโลก พร้อมสร้างยอดขายเติบโต

https://www.naewna.com/lady/837184

การท่องเที่ยวฟิลิปปินส์ผลักดันอุตสาหกรรม M.I.C.E.ฟิลิปปินส์สู่เวทีโลก พร้อมสร้างยอดขายเติบโต

การท่องเที่ยวฟิลิปปินส์ผลักดันอุตสาหกรรม M.I.C.E.ฟิลิปปินส์สู่เวทีโลก พร้อมสร้างยอดขายเติบโต

วันพฤหัสบดี ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 12.38 น.

คณะกรรมการส่งเสริมการท่องเที่ยวฟิลิปปินส์ (Tourism Promotions Board: TPB)เดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งให้กับประเทศในฐานะจุดหมายปลายทางชั้นนำสำหรับการจัดประชุม (Meetings), การท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล (Incentives), การประชุมนานาชาติ (Conferences) และนิทรรศการ (Exhibitions) หรือ M.I.C.E.โดยเป็นเจ้าภาพจัดงานเลี้ยงอาหารกลางวันให้แก่ผู้เข้าร่วมงาน Incentive Travel and Conventions, Meetings (IT&CM) Asiaซึ่งเป็นงานเกี่ยวกับอุตสาหกรรมM.I.C.E.ระดับนานาชาติชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยจัดขึ้นเมื่อวันที่ 24 กันยายน2567 ที่ผ่านมาณ กรุงเทพมหานคร

มาเรีย มาร์กาเรตา มอนเตย์มายอร์ โนกราเลส (Maria Margarita Monteymayor Nograles) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คณะกรรมการส่งเสริมการท่องเที่ยวฟิลิปปินส์ หรือ TPBกล่าวว่า “ทางหน่วยงานมีเป้าหมายที่จะนำเสนอแผนงานและความมุ่งมั่นในการกำหนดอนาคตของอุตสาหกรรม M.I.C.E.ต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียระดับโลก ภายใต้แนวคิด ‘M.I.C.E Philippines: We Take Your Business to Heart’เพื่อส่งเสริมและสร้างฟิลิปปินส์ให้เป็นจุดหมายปลายทางชั้นเยี่ยมที่มีชื่อเสียงทั้งด้านประสบการณ์ระดับโลก สิ่งอำนวยความสะดวกชั้นเลิศ และการต้อนรับแบบไร้ที่ติ”

นอกจากการจัดงานเลี้ยงอาหารกลางวันแล้ว ทางTPB ยังร่วมกับผู้จัดแสดงจากฟิลิปปินส์กว่า21 ราย จัดการประชุมเจรจาทางธุรกิจ (B2B) กับผู้เชี่ยวชาญและผู้ประกอบการด้าน M.I.C.E. ทั่วโลก ระหว่างวันที่ 24 ถึง 26 กันยายน 2567ซึ่งก่อให้เกิดโอกาสทางธุรกิจที่มียอดขายกว่า 1.8 พันล้านเปโซ หรือราว1พันล้านบาท

โดยงาน IT&CMA ในปีนี้ นับว่าเป็นการเข้าร่วมของคณะผู้แทนจากฟิลิปปินส์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยจัดมา จึงยิ่งตอกย้ำถึงความแข็งแกร่งของฟิลิปปินส์ในการเป็นจุดหมายปลายทาง M.I.C.E ชั้นนำมากยิ่งขึ้น

ปัจจุบัน ฟิลิปปินส์เป็นหนึ่งในประเทศที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วและมีการค้าขายมากที่สุดในเอเชียซึ่งกำลังเตรียมก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางธุรกิจที่มั่นคง พร้อมด้วยแรงงานที่มีทักษะสูงและสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดี มากไปกว่านั้น ฟิลิปปินส์ยังมีสถานที่จัดงานระดับโลกมากมายที่รองรับกลุ่มคนได้ทุกรูปแบบโดยเฉพาะในกรุงมะนิลาที่มีศูนย์ประชุมที่สำคัญถึง 8 แห่ง รวมถึง Philippine International Convention Center (PICC) ซึ่งเป็นศูนย์ประชุมแห่งแรกของเอเชียทั้งนี้ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนที่เปิดโอกาสในการสร้างเครือข่ายแล้ว ยังช่วยยกระดับประสบการณ์ M.I.C.E.ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น ด้วยมาตรฐานการบริการอันเป็นเอกลักษณ์ของชาวฟิลิปปินส์ ผู้เข้าร่วมงานจึงได้สัมผัสถึงความอบอุ่น ความใส่ใจ และการต้อนรับอย่างเป็นมิตรอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมสร้างสรรค์มากมายสำหรับช่วงก่อนและหลังการประชุม ทำให้ผู้เข้าร่วมงานสามารถผสมผสานกิจกรรมทางธุรกิจและการพักผ่อนได้อย่างลงตัว โดยฟิลิปปินส์มีแหล่งมรดกโลกมากถึง 9 แห่ง เช่น นาขั้นบันไดในเขตกอร์ดีเยรา (Philippine Cordilleras) และเมืองประวัติศาสตร์วีกัน (Vigan)รวมถึงมีให้สัมผัสตั้งแต่ชุมชนเมืองใหญ่เรียงรายไปด้วยห้างสรรพสินค้าทันสมัย ไปจนถึงชายหาดที่เงียบสงบ ซึ่งผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสประสบการณ์การผจญภัยที่ไม่เหมือนใครอย่างแน่นอน

คณะกรรมการส่งเสริมการท่องเที่ยวฟิลิปปินส์ เป็นเจ้าภาพจัดเลี้ยงอาหารกลางวันในงาน IT&CMA

งาน IT&CMA จัดขึ้นที่ศูนย์การประชุมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการและนักลงทุนในอุตสาหกรรมM.I.C.E.ทั้งในภูมิภาคและระดับนานาชาติได้ร่วมกิจกรรมทางธุรกิจ พบปะพูดคุย เรียนรู้ และสร้างเครือข่าย นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงสินค้าและบริการ M.I.C.E.ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียแปซิฟิก

งานเลี้ยงฯ ในครั้งนี้ ดำเนินรายการโดยฟรังโก ลอเรล (Franco Laurel) นักแสดงและนักร้องมากความสามารถชาวฟิลิปปินส์ซึ่งการันตีด้วยรางวัลคุณภาพมากมาย โดยมี มาเรีย มาร์กาเรตา มอนเตย์มายอร์โนกราเลสกล่าวเปิดงานและแบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับการท่องเที่ยว M.I.C.E.ในฟิลิปปินส์อีกทั้งผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสกับวัฒนธรรมอันมีชีวิตชีวาและอุดมสมบูรณ์ของประเทศผ่านอาหารการกิน โดยได้ลิ้มรสอาหารฟิลิปปินส์ดั้งเดิม เช่น Beef Kare KareขนมHalo-haloนอกจากนี้ยังได้วงอะคาเปลลาชื่อดังของฟิลิปปินส์อย่างAstrafellasมาร่วมสร้างสีสันด้วยการแสดงอันทรงพลังในสไตล์ป๊อปร่วมสมัย

โดยสถานที่จัดงานตกแต่งด้วยองค์ประกอบที่เป็นเอกลักษณ์ของฟิลิปปินส์ เช่น ผ้าทอจากภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งทั้งหมดนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสประสบการณ์ฟิลิปปินส์อย่างเต็มรูปแบบ สะท้อนถึงแนวคิดที่ว่าประเทศนี้ใส่ใจธุรกิจของคุณอย่างสุดหัวใจ

ซึ่งงานเลี้ยงอาหารกลางวันในงาน IT&CMA ครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ที่มีความหมายและเสริมสร้างความร่วมมือระดับโลก ตอกย้ำความมุ่งมั่นของฟิลิปปินส์ในการส่งเสริมประเทศให้เป็นจุดหมายปลายทางชั้นนำสำหรับอุตสาหกรรมM.I.C.E.นอกจากนี้ ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของฟิลิปปินส์ในการเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับโลกในอนาคตด้วยเช่นเดียวกัน

เกี่ยวกับคณะกรรมการส่งเสริมการท่องเที่ยวฟิลิปปินส์

คณะกรรมการส่งเสริมการท่องเที่ยวฟิลิปปินส์ (Tourism Promotions Board:TPB) เป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการท่องเที่ยว มีหน้าที่ส่งเสริมการตลาดและประชาสัมพันธ์ฟิลิปปินส์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ให้เป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมM.I.C.E.ระดับโลก โดยร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อมอบประสบการณ์ที่มีคุณค่าและเป็นเอกลักษณ์แก่ผู้มาเยือน ซึ่งจะช่วยเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว รายได้ และการลงทุนให้กับประเทศอย่างมีนัยสำคัญ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเยี่ยมชมได้ที่เว็บไซต์ www.tpb.gov.ph

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณและความงาม แนะนำวิธีการดูแลสุขภาพผิวมือด้วยเทคโนโลยี ‘EMULTECH’

https://www.naewna.com/lady/837039

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณและความงาม  แนะนำวิธีการดูแลสุขภาพผิวมือด้วยเทคโนโลยี ‘EMULTECH’

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณและความงาม แนะนำวิธีการดูแลสุขภาพผิวมือด้วยเทคโนโลยี ‘EMULTECH’

วันพฤหัสบดี ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

รัสรินทร์ ชุมสาย ณ อยุธยา, ธัญวรรณ เทพหัสดิน ณ อยุธยา, แพทย์หญิงชนิดา เวโรจน์ และสิริน ศรีอรทัยกุล

ปัญหาสุขภาพผิวมือย่อมสร้างความกังวลใจและส่งผลให้ขาดความมั่นใจให้กับหนุ่มสาวหลายคน โดยสะท้อนถึงการดูแลเอาใจใส่ตัวเอง หากละเลยการดูแลผิวมืออย่างถูกวิธี ย่อมส่งผลให้มือเกิดความแห้งกร้าน เกิดริ้วรอย และเหี่ยวย่นเร็วกว่าปกติ แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและความงาม “ธัญ” (THANN) ร่วมมือกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณและความงาม แพทย์หญิงชนิดา เวโรจน์แนะวิธี “ออกแบบความเนียนนุ่มชุ่มชื้นให้กับผิวมือด้วยเทคโนโลยี EMULTECH” ที่มีใน THANN Bath & Massage Oil ทำให้สามารถผสมน้ำมันกับแฮนด์ครีมได้ เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการฟื้นบำรุงผิวมือจากความแห้งกร้านได้เป็นอย่างดี พร้อมกันนี้ยังได้เชิญชวนเซเลบริตี้สาว อาทิสิริน ศรีอรทัยกุล, ธัญวรรณ เทพหัสดิน ณ อยุธยา และ รัสรินทร์ ชุมสาย ณ อยุธยา ร่วมดูแลผิวมือให้อ่อนเยาว์อย่างมีสุขภาพดี

แพทย์หญิงชนิดา เวโรจน์ แนะนำวิธีการดูแลสุขภาพผิวมือให้กลับมาเนียนนุ่มชุ่มชื้นอย่างสุขภาพดีว่า “สุขภาพผิวมือเป็นสิ่งที่เราไม่ควรละเลยเฉกเช่นเดียวกับการดูแลผิวพรรณ ซึ่งในแต่ละวันมือนับเป็นอวัยวะที่ถูกใช้งานมากที่สุด ทั้งใช้ทำงาน ทำกิจกรรมต่างๆ นอกจากนี้ผิวบริเวณมือยังสามารถสะท้อนถึงบุคลิกภาพและการดูแลเอาใส่ใจของเราได้อีกด้วย หากขาดการดูแลและบำรุงอย่างถูกวิธี อาจทำให้มือแห้งกร้าน เกิดริ้วรอย และเหี่ยวย่นลงเร็วกว่าปกติ

ผิวบริเวณมือยังสามารถประสบกับปัญหาโรคผื่นผิวหนังอักเสบ (Hand Eczema) หรือที่เรียกว่าโรคมือลอก ซึ่งมีสาเหตุจากการสัมผัสสารระคายเคืองที่รุนแรง เช่น พวกกรด หรือด่างต่างๆ ที่มักพบในสบู่ แชมพู ผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน น้ำยาล้างห้องน้ำ หรือเกิดได้จากปฏิกิริยาภูมิแพ้ของร่างกายต่อสารสัมผัสต่างๆ โดยจะทำให้ผิวหนังที่มือเหี่ยว มีผื่นแดง ผิวแตกลอกเป็นขุย เกิดการระคายเคือง หรืออาจจะมีตุ่มน้ำใสขนาดเล็กที่มือได้ นอกจากนั้นการล้างมือด้วยแอลกอฮอล์บ่อยๆ ก็ยังส่งผลให้ผิวมือไม่เรียบ แห้งกร้าน เหี่ยวย่น และสูญเสียความชุ่มชื้นได้อีกด้วย

แพทย์หญิงชนิดา เวโรจน์ 

ส่วนการทาเพียงแฮนด์ครีมเพียงอย่างเดียวก็อาจไม่เพียงพอที่จะป้องกันหรือแก้ไขปัญหาผิวแห้งกร้านได้เนื่องจากปัจจัยหลายประการที่ส่งผลต่อสภาพผิวมือ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงที่ไม่เหมาะสม รวมถึงขาดการดูแลอย่างถูกวิธี ดังนั้นการมาส์กบำรุงผิวมือจึงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยฟื้นบำรุงผิวมือได้อย่างล้ำลึก เหมาะสำหรับผู้ที่มือแห้งแตก หยาบกร้าน และลอกเป็นขุย นอกจากนี้ การมาส์กมือยังจะช่วยปรับสภาพผิวให้เนียนนุ่มน่าสัมผัส และยังช่วยให้ริ้วรอยดูลดลงได้อีกด้วย

สำหรับคำแนะนำเพิ่มเติมสำหรับการมาส์กมืออย่างไรให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด คุณหมอแนะว่า ทำความสะอาดมือ และสครับผิวมือด้วยสครับที่ทำจากส่วนผสมธรรมชาติ เพื่อขจัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ

เลือกมาส์กมือที่เหมาะสม โดยพิจารณาจากส่วนผสมที่มีคุณสมบัติในการบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นและฟื้นฟูสภาพผิวอาทิ น้ำมันสกัดจากธรรมชาติ เชียบัตเตอร์หรือเซราไมด์ หากไม่มีมาส์กมือก็สามารถผสม Hand Cream กับ Body Oil หรือ Bath & Massage Oilในอัตราส่วน 2:1 แทนการใช้มาส์กมือได้

ส่วนการมาส์กอย่างถูกวิธีทามาส์กให้ทั่วมือในปริมาณที่มากพอและทั่วถึง โดยเน้นบริเวณที่แห้งมากเป็นพิเศษ เช่น หลังมือ นิ้ว และรอบเล็บ, นวดมือเบาๆ หลังทามาส์กเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และช่วยให้สารบำรุงซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ดี,สวมถุงมือ หรือพันด้วยผ้าขนหนูอุ่นหลังทามาส์กจะช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นทำให้มาส์กซึมซาบสู่ผิวได้ดี และควรมาส์กมือทิ้งไว้ประมาณ 15-30 นาที แต่หากใช้ถุงมือผ้าฝ้าย สามารถมาส์กทิ้งไว้ข้ามคืนได้ เนื่องจากถุงมือผ้าฝ้ายมีคุณสมบัติเหมาะสมและปลอดภัยสำหรับการบำรุงผิวในระยะเวลานาน โดยไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง สำหรับผู้ที่ผิวมือแห้งมาก ควรมาส์กมือเป็นประจำทุกสัปดาห์ เพื่อรักษาความชุ่มชื้นและฟื้นฟูผิวให้กลับมาสุขภาพดี

และสำหรับผลิตภัณฑ์ “ธัญ” (THANN) ที่แนะนำในการดูแลสุขภาพผิวมือเพื่อเติมเต็มความเนียนนุ่มชุ่มชื้นให้กับผิวมืออย่างที่ต้องการ ประกอบด้วย

Bath & Massage Oil เติมเต็มความชุ่มชื้นพร้อมคืนชีวิตชีวาสู่ผิวแบบเร่งด่วน มาพร้อมเทคโนโลยี“EMULTECH” ที่ทำให้น้ำมันสามารถผสมตัวรวมกับครีมบำรุงผิวกลิ่นที่คุณชื่นชอบได้ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับครีมบำรุงผิวในการมอบความเนียนนุ่มชุ่มชื้นสู่ผิวได้อย่างยาวนาน หมดห่วงเรื่องปัญหาผิวแห้งกร้าน ด้วยคุณค่าการบำรุงของน้ำมันสกัดจากธรรมชาติ อาทิ Rice Bran Oil, Organic Avocado oil,Organic Inca Inchi oil และ Olive oil สูตรบางเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะ และไม่อุดตันรูขุมขน มีให้เลือก 5 กลิ่น

Hand Cream มอบคุณค่าการบำรุงและรักษาสมดุลความชุ่มชื้น พร้อมปรับสภาพผิวให้เนียนนุ่มน่าสัมผัส ปราศจากสี, น้ำหอมสังเคราะห์และสารพาราเบน มีให้เลือก 5 กลิ่นหอมที่เหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์

ดูแลและฟื้นบำรุงสุขภาพผิวมือด้วยผลิตภัณฑ์ Bath & Massage Oil และ Hand Cream ได้แล้ววันนี้ที่ออนไลน์สโตร์ www.thann.co.th(ส่งฟรีทั่วประเทศ) และร้าน “ธัญ” (THANN) ทั้ง 12 สาขาทั่วประเทศ

เฟรนลี่กรุ๊ปส์ โลจีสติ๊ก และ เทล ทู เทล คว้าสุดยอดรางวัล ในงาน SUPPLY CHAIN ASIA AWARDS 2024 ปีนี้

https://www.naewna.com/lady/837043

เฟรนลี่กรุ๊ปส์ โลจีสติ๊ก และ เทล ทู เทล คว้าสุดยอดรางวัล  ในงาน SUPPLY CHAIN ASIA AWARDS 2024 ปีนี้

เฟรนลี่กรุ๊ปส์ โลจีสติ๊ก และ เทล ทู เทล คว้าสุดยอดรางวัล ในงาน SUPPLY CHAIN ASIA AWARDS 2024 ปีนี้

วันพฤหัสบดี ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

อีกความภาคภูมิใจ เฟรนลี่กรุ๊ปส์โลจีสติ๊ก จับมือ เทล ทู เทล คว้าสุดยอดรางวัลในงาน SUPPLY CHAIN ASIA AWARDS 2024 ปีนี้

ดาเรศ พัฒนรัตน์จริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทล ทู เทล จำกัด ตัวแทน สินีนารถ เองตระกูล พร้อมด้วย ธวัชชัยสีหบุตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เฟรนลี่กรุ๊ปส์ โลจีสติ๊ก จำกัด ร่วมกันเข้ารับรางวัล 3 รางวัลอันทรงเกียรติ ในงาน SUPPLY CHAIN ASIAAWARDS 2024 ได้แก่ รางวัล Supply Chain Executive of the Year, E-Commerce Logistics โดยในงานนี้ สินีนารถ เองตระกูลยังคว้ารางวัล Supply Chain Woman of the Year 2024 ณ โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์กรุงเทพ

‘ลอนดรี้บาร์’ จับมือ ‘ธรรมนาวา’ ปันน้ำใจให้ผู้ประสบอุทกภัย ส่งทีมเซอร์วิสซ่อมบำรุงช่วยเหลือผู้ประกอบการแฟรนไชส์

https://www.naewna.com/lady/837045

‘ลอนดรี้บาร์’ จับมือ ‘ธรรมนาวา’ ปันน้ำใจให้ผู้ประสบอุทกภัย  ส่งทีมเซอร์วิสซ่อมบำรุงช่วยเหลือผู้ประกอบการแฟรนไชส์

‘ลอนดรี้บาร์’ จับมือ ‘ธรรมนาวา’ ปันน้ำใจให้ผู้ประสบอุทกภัย ส่งทีมเซอร์วิสซ่อมบำรุงช่วยเหลือผู้ประกอบการแฟรนไชส์

วันพฤหัสบดี ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ลอนดรี้บาร์ (LaundryBar) แบรนด์ร้านสะดวกซักครบวงจร แบบบริการตนเอง 24 ชั่วโมง อันดับ 1 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สัญชาติมาเลเซีย ร่วมกับสถานศึกษาธรรม “ธรรมนาวา” ส่งต่อความห่วงใย ปันน้ำใจร่วมช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยพร้อมฟื้นฟูที่พักอาศัยให้ชาวบ้านที่เดือดร้อน จำนวน 52 ครัวเรือน ณ พื้นที่ หมู่บ้านแคววัวดำ ต.แม่ยาว อ.เมือง จ.เชียงราย พร้อมเดินหน้าส่งทีมเซอร์วิสเข้าตรวจเช็คและซ่อมเครื่องซักผ้าให้แฟรนไชส์ ลอนดรี้บาร์ (LaundryBar) ทุกสาขาที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย และจังหวัดพะเยา ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์อุทกภัยในครั้งนี้ พร้อมเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้ประชาชนที่เดือดร้อนจากเหตุการณ์ครั้งนี้ มีพลังลุกขึ้นและผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้โดยเร็ว

พิมลวรรณ ชีวเกรียงไกร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลอนดรี้บาร์ ไทย จำกัด กล่าวว่าจากเหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ ซึ่งส่งผลกระทบเป็นวงกว้างกับประชาชนในพื้นที่ รวมถึงเกิดความเสียหายร้ายแรงกับบ้านเรือนที่อยู่อาศัย เนื่องจากโดนโคลนตมทับถมจากกระแสน้ำที่รุนแรง ทางลอนดรี้บาร์ (LaundryBar) เล็งเห็นถึงปัญหาความเดือดร้อนดังกล่าว ที่กระทบกับชีวิตความเป็นอยู่ และสภาพจิตใจของผู้ประสบภัย จึงร่วมมือกับสถานศึกษาธรรม “ธรรมนาวา” ส่งของใช้ที่จำเป็นและอุปกรณ์ทำความสะอาด จำนวน 52 ชุด บริจาคให้กับครอบครัวผู้ประสบภัย ณ หมู่บ้านแคววัวดำ ต.แม่ยาว อ.เมือง จ.เชียงราย จำนวน 52 ครัวเรือนโดยเราอยากร่วมเป็นอีกหนึ่งกำลังใจ ส่งต่อความห่วงใยให้กับประชาชนที่เดือดร้อน ให้มีพลังใจที่เข้มแข็งขึ้นในเร็ววัน และผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ด้วยดี

ทั้งนี้ เรายังแสดงความห่วงใยถึงผู้ประกอบการแฟรนไชส์ ลอนดรี้บาร์(LaundryBar) ที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย และจังหวัดพะเยา ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์อุทกภัยในครั้งนี้ เราจึงได้จัดกิจกรรม “Maintenance Service” เตรียมส่งทีมเจ้าหน้าที่ซ่อมบำรุง เข้าตรวจเช็คและซ่อมแซมเครื่องซักผ้า เครื่องอบผ้า ที่เกิดความเสียหายจากภัยพิบัติในครั้งนี้ โดยจะเริ่มดำเนินการเข้าช่วยเหลืออย่างไม่หยุดหย่อน ซ่อมแซม และบำรุง ลอนดรี้บาร์ทุกสาขาที่ได้รับผลกระทบ ตั้งแต่เดือนกันยายน 2567 ที่ผ่านมา และลอนดรี้บาร์จะคอยอยู่เคียงข้างทุกท่านให้ผ่านพ้นเหตุการณ์ในครั้งนี้ไปด้วยกัน

นอกจากนี้ ลอนดรี้บาร์ (LaundryBar) ยังคงเดินหน้าสานต่อกิจกรรมดีๆ เพื่อช่วยเหลือสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยตระหนักถึงภัยจากความหนาวของพี่น้องประชาชนในพื้นที่บนดอยสูงจ.เชียงใหม่ จึงได้เริ่มจัดกิจกรรม “ปั่น” สุข “อบ” ม่วนใจ๊ กับ ลอนดรี้บาร์ (LaundryBar) @เชียงใหม่ เพื่อขอรับบริจาคเสื้อกันหนาว และผ้าห่ม โดยสามารถนำมาบริจาคที่ ร้านสะดวกซัก ลอนดรี้บาร์(LaundryBar) สาขาที่เข้าร่วมทั่วประเทศ โดยเริ่มเปิดรับบริจาค ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน2567 และจะดำเนินการโดยนำไปซักและอบ เพื่อเป็นตัวแทนส่งมอบ ส่งต่อความสุข แทนพี่ๆ น้องๆ ที่ได้ส่งเข้ามาให้กับ ลอนดรี้บาร์

ติดตามรายละเอียดกิจกรรม CSR “ปั่น” สุข “อบ” ม่วนใจ๊ กับ ลอนดรี้บาร์ (LaundryBar) @เชียงใหม่ ได้ที่ Line : @LaundryBarThai หรือ คอลเซ็นเตอร์ 092-6754455

อลังการ ชุดประจำชาติ มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2024 70 ดีไซน์โชว์เอกลักษณ์พื้นถิ่น เปิดให้แฟนทั่วโลกร่วมตัดสิน

https://www.naewna.com/lady/837051

อลังการ ชุดประจำชาติ มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2024  70 ดีไซน์โชว์เอกลักษณ์พื้นถิ่น เปิดให้แฟนทั่วโลกร่วมตัดสิน

อลังการ ชุดประจำชาติ มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2024 70 ดีไซน์โชว์เอกลักษณ์พื้นถิ่น เปิดให้แฟนทั่วโลกร่วมตัดสิน

วันพฤหัสบดี ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

หนึ่งในไฮไลท์ของการประกวด มิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล 2024 ก็คือ รอบชุดประจำชาติซึ่งแฟนนางงามทั่วโลกต่างเฝ้ารอชมและเชียร์ผู้เข้าประกวดประเทศตัวเอง เพราะนี่คือเกียรติยศและศักดิ์ศรีของดีไซเนอร์ทั่วโลกจะได้โชว์ศักยภาพในการออกแบบชุดที่มีเอกลักษณ์และวัฒนธรรมประจำชาติออกมาอย่างภาคภูมิใจ ผ่านลวดลายบนผืนผ้าเครื่องประดับ และการนำเสนอที่สะกดทุกสายตา

ปีนี้ ประเทศไทย รับเป็นเจ้าภาพจัดการประกวด มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2024 ณ เมืองหลวง กรุงเทพมหานคร การประกวดรอบชุดประจำชาตินั้น แชมป์ สกล ลิมปภานนท์ และ ลูเซียน่า ฟัสเตอร์ มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2023 รับหน้าที่พิธีกร นำเข้าสู่คืนแห่ง The One And Only ค่ำคืนที่แฟนคลับทั่วโลกกว่า 3.7 แสนคน เฝ้ารอชมผ่านทาง YouTube Grand TV รวมถึงที่มาเชียร์อยู่ใน MGI Hall ชั้น 6 ศูนย์การค้า Bravo BKK พร้อมแขกรับเชิญพิเศษ อิสเบลล่า เมนิน มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2022, เทเรซ่า ชัยวิสุทธิ์ รองประธานมิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล และ ณวัฒน์อิสรไกรศีล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทมิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ร่วมเป็นกรรมการตัดสิน

สำหรับ มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2024 หลิน-มาลิน ชระอนันต์ มาในชุด “มนตราจันทรคราส” ผสานเรื่องราวแห่งตำนานอันลึกลับบนท้องนภา ถ่ายทอดจากความเชื่อเรื่อง “ราหู” อสูรผู้ทรงอำนาจตามตำนานไทย-ฮินดู ราหูได้ปลอมตัวเป็นเทวดาเพื่อเข้าร่วมพิธีดื่มน้ำอมฤต เพื่อความเป็นอมตะ แต่กลับถูกเปิดโปงโดยพระอาทิตย์และพระจันทร์ พระวิษณุจึงลงทัณฑ์ด้วยการใช้จักรศักดิ์สิทธิ์ตัดร่างของราหูออกเป็นสองส่วน ราหูโกรธแค้นพระจันทร์ และพระอาทิตย์เป็นอย่างมาก จึงคอยไล่กลืนกินทั้งสองดวงเกิดเป็นปรากฏการณ์ “จันทรคราส” แต่ด้วยร่างของราหูที่เหลือเพียงครึ่งบน ทำให้การกลืนทำได้เพียงชั่วคราว ท้ายที่สุดดวงจันทร์ยังคงกลับมาส่องแสงสว่างได้อยู่เสมอ นอกจากเรื่องราวอันน่าเกรงขามแล้ว ราหูยังเป็นเทพที่คนไทยจำนวนมากเคารพบูชา ด้วยความเชื่อว่าท่านสามารถปัดเป่าทุกข์โศกเคราะห์ร้าย และนำพาความโชคดีมาสู่ชีวิต ออกแบบและตัดเย็บโดย ห้องเสื้อ พลางกูร

หลังเสร็จสิ้นการประกวด ได้เปิดให้แฟนคลับได้โหวตและให้คะแนนชุดประจำชาติที่ชื่นชอบที่สุด ผ่านทาง Facebook : Miss Grand International ซึ่งจะประกาศผลในค่ำคืนรอบตัดสิน วันศุกร์ที่ 25 ตุลาคม 2567 เวลา 19.00 น. ณ MGI HALL ชั้น 6 ศูนย์การค้า Bravo BKK พระราม 9 สามารถติดตามกิจกรรม Miss Grand ได้จากทุกช่องทาง YouTube Chanel : Grand TV / Facebook : Miss Grand International, Miss Grand Thailand /Instagram : missgrandinternational, missgrandthailand และ TikTok