‘อโกด้า’ แนะนำเคล็ดลับการแช่ออนเซ็น ดื่มด่ำกลิ่นอายสไตล์ญี่ปุ่นแบบคนท้องถิ่น

https://www.naewna.com/lady/837078

‘อโกด้า’ แนะนำเคล็ดลับการแช่ออนเซ็น ดื่มด่ำกลิ่นอายสไตล์ญี่ปุ่นแบบคนท้องถิ่น

‘อโกด้า’ แนะนำเคล็ดลับการแช่ออนเซ็น ดื่มด่ำกลิ่นอายสไตล์ญี่ปุ่นแบบคนท้องถิ่น

วันพุธ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 16.57 น.

ประเทศญี่ปุ่นถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมจากทั่วโลก และยังเป็นจุดหมายปลายทางที่คนไทยเดินทางกลับไปเยือนมากที่สุดอีกด้วย อโกด้า แพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับการท่องเที่ยวขอแนะนำเคล็ดลับการแช่ออนเซ็น ซึ่งเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของดินแดนอาทิตย์อุทัย สำหรับนักเดินทางที่ไปญี่ปุ่นครั้งแรกอาจจะมีข้อสงสัยเกี่ยวกับข้อปฏิบัติและมารยาทในการแช่ออนเซ็น อย่างไรก็ตามการทำความเข้าใจสิ่งเหล่านี้สามารถช่วยให้นักเดินทางได้สัมผัสประสบการณ์การแช่ออนเซ็นได้อย่างดียิ่งขึ้น

ออนเซ็น หรือ บ่อน้ำร้อนญี่ปุ่น มอบประสบการณ์ที่ผ่อนคลายและทำให้นักเดินทางได้สัมผัสเสน่ห์ทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่น ที่พักหลาย ๆ ที่ในประเทศญี่ปุ่นไม่ว่าจะเป็นโรงแรมทั่วไป หรือ เรียวคัง (โรงแรมขนาดเล็กสไตล์ญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม) ล้วนมีออนเซ็น อย่างไรก็ตามมารยาทในการแช่ออนเซ็นอาจจะดูซับซ้อน อโกด้าจึงรวบรวมหลักปฏิบัติที่ถูกต้องสำหรับการแช่ออนเซ็น เพื่อให้นักเดินทางได้สัมผัสประสบการณ์ท้องถิ่นแบบคนญี่ปุ่นอย่างแท้จริง

คุณฮิโรโตะ โอกะ, รองประธานประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, อโกด้า กล่าวว่า การแช่ออนเซ็นเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าของญี่ปุ่น อโกด้ายินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะช่วยให้นักเดินทางได้สัมผัสประสบการณ์การนี้ในแบบฉบับคนท้องถิ่น เพียงแค่ทำความเข้าใจเคล็ดลับและมารยาทในการใช้บริการ นักเดินทางก็จะสามารถเพลิดเพลินกับการพักผ่อนอย่างเต็มที่ และการแสดงความเข้าใจเกี่ยวกับวัฒนธรรมจะได้รับการชื่นชมอย่างมากจากคนท้องถิ่นอีกด้วย

1.	ทำความเข้าใจยูกาตะ: ก่อนเข้าบริเวณบ่อน้ำร้อน ผู้ใช้บริการมักจะได้รับชุด “ยูกาตะ” ซึ่งเป็นชุดกิโมโนสไตล์ลำลอง ต้องสวมให้ด้านซ้ายอยู่เหนือด้านขวาและผูกด้วยผ้าคาดเอว ชุดนี้ทั้งสบายและเหมาะสำหรับการเดินไปมาในบริเวณออนเซ็น ทั้งนี้รองเท้าแตะสามารถเก็บไว้ที่ทางเข้าของออนเซ็น เพราะไม่อนุญาตให้สวมรองเท้าในพื้นที่แช่น้ำ

1. ทำความเข้าใจยูกาตะ: ก่อนเข้าบริเวณบ่อน้ำร้อน ผู้ใช้บริการมักจะได้รับชุด “ยูกาตะ” ซึ่งเป็นชุดกิโมโนสไตล์ลำลอง ต้องสวมให้ด้านซ้ายอยู่เหนือด้านขวาและผูกด้วยผ้าคาดเอว ชุดนี้ทั้งสบายและเหมาะสำหรับการเดินไปมาในบริเวณออนเซ็น ทั้งนี้รองเท้าแตะสามารถเก็บไว้ที่ทางเข้าของออนเซ็น เพราะไม่อนุญาตให้สวมรองเท้าในพื้นที่แช่น้ำ

2.	การชำระล้างร่ายกายก่อนลงแช่ออนเซ็น: เป็นธรรมเนียมที่จะต้องชำระล้างร่างกายให้สะอาดก่อนเข้าลงแช่ในบ่อน้ำพุร้อน เพื่อความสะอาดและให้เกียรติกับผู้ใช้บริการท่านอื่น ๆ ออนเซ็นส่วนใหญ่จะมีสบู่และแชมพูให้บริการ ข้างบ่อน้ำมักมีอ่างเล็ก ๆ พร้อมถังน้ำสำหรับล้างตัวครั้งสุดท้ายก่อนลงแช่ออนเซ็น ซึ่งชาวญี่ปุ่นเรียกว่า “คาเคยุ”

2. การชำระล้างร่ายกายก่อนลงแช่ออนเซ็น: เป็นธรรมเนียมที่จะต้องชำระล้างร่างกายให้สะอาดก่อนเข้าลงแช่ในบ่อน้ำพุร้อน เพื่อความสะอาดและให้เกียรติกับผู้ใช้บริการท่านอื่น ๆ ออนเซ็นส่วนใหญ่จะมีสบู่และแชมพูให้บริการ ข้างบ่อน้ำมักมีอ่างเล็ก ๆ พร้อมถังน้ำสำหรับล้างตัวครั้งสุดท้ายก่อนลงแช่ออนเซ็น ซึ่งชาวญี่ปุ่นเรียกว่า “คาเคยุ”

3.	ให้เกียรติผู้อื่นด้วยความเงียบสงบ: ออนเซ็นเป็นสถานที่สำหรับการผ่อนคลายและความสงบ ควรหลีกเลี่ยงการพูดคุยและใช้เสียงให้เบาที่สุด เพื่อให้ทุกคนได้ผ่อนคลายอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ การว่ายน้ำหรือสาดน้ำขณะแช่ออนเซ็นก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำเช่นกัน

3. ให้เกียรติผู้อื่นด้วยความเงียบสงบ: ออนเซ็นเป็นสถานที่สำหรับการผ่อนคลายและความสงบ ควรหลีกเลี่ยงการพูดคุยและใช้เสียงให้เบาที่สุด เพื่อให้ทุกคนได้ผ่อนคลายอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ การว่ายน้ำหรือสาดน้ำขณะแช่ออนเซ็นก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำเช่นกัน

4.	มารยาทในการใช้ผ้าเช็ดตัว: เนื่องจากในบริเวณออนเซ็นไม่อนุญาตให้สวมเสื้อผ้า รวมถึงชุดว่ายน้ำ ผ้าเช็ดตัวขนาดเล็กที่ให้มาสามารถใช้ปิดบังร่างกายบางส่วน เมื่อเดินไปรอบ ๆ บ่อน้ำ อย่างไรก็ตาม ควรหลีกเลี่ยงการวางผ้าเช็ดตัวในน้ำ และควรนำไปวางไว้ที่ข้างบ่อน้ำแทน

4. มารยาทในการใช้ผ้าเช็ดตัว: เนื่องจากในบริเวณออนเซ็นไม่อนุญาตให้สวมเสื้อผ้า รวมถึงชุดว่ายน้ำ ผ้าเช็ดตัวขนาดเล็กที่ให้มาสามารถใช้ปิดบังร่างกายบางส่วน เมื่อเดินไปรอบ ๆ บ่อน้ำ อย่างไรก็ตาม ควรหลีกเลี่ยงการวางผ้าเช็ดตัวในน้ำ และควรนำไปวางไว้ที่ข้างบ่อน้ำแทน

4.	มารยาทในการใช้ผ้าเช็ดตัว: เนื่องจากในบริเวณออนเซ็นไม่อนุญาตให้สวมเสื้อผ้า รวมถึงชุดว่ายน้ำ ผ้าเช็ดตัวขนาดเล็กที่ให้มาสามารถใช้ปิดบังร่างกายบางส่วน เมื่อเดินไปรอบ ๆ บ่อน้ำ อย่างไรก็ตาม ควรหลีกเลี่ยงการวางผ้าเช็ดตัวในน้ำ และควรนำไปวางไว้ที่ข้างบ่อน้ำแทน

4. มารยาทในการใช้ผ้าเช็ดตัว: เนื่องจากในบริเวณออนเซ็นไม่อนุญาตให้สวมเสื้อผ้า รวมถึงชุดว่ายน้ำ ผ้าเช็ดตัวขนาดเล็กที่ให้มาสามารถใช้ปิดบังร่างกายบางส่วน เมื่อเดินไปรอบ ๆ บ่อน้ำ อย่างไรก็ตาม ควรหลีกเลี่ยงการวางผ้าเช็ดตัวในน้ำ และควรนำไปวางไว้ที่ข้างบ่อน้ำแทน

มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ ขับเคลื่อนสู่ปีที่ 11 จัดกิจกรรม ‘มาเติมรอยยิ้ม ให้เต็มหัวใจ’

https://www.naewna.com/lady/837077

มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ ขับเคลื่อนสู่ปีที่ 11 จัดกิจกรรม ‘มาเติมรอยยิ้ม ให้เต็มหัวใจ’

มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ ขับเคลื่อนสู่ปีที่ 11 จัดกิจกรรม ‘มาเติมรอยยิ้ม ให้เต็มหัวใจ’

วันพุธ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 16.55 น.

นับเป็นเวลา 11 ปี ที่ มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ ได้ขับเคลื่อนสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กและเยาวชนที่ด้อยโอกาสในพื้นที่ห่างไกลเพื่อให้เข้าถึงแหล่งเรียนรู้ ควบคู่ไปกับการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ผ่าน 4 กิจกรรมหลัก คือ กิจกรรม “เปิดโลกกว้าง สร้างรอยยิ้ม”, กิจกรรมมอบทุนการศึกษาประจำปี “มาเติมรอยยิ้ม ให้เต็มหัวใจ”, กิจกรรมการจัดทำและส่งมอบ “ห้องหนังเพื่อการเรียนรู้” และ “โครงการปลูกผัก สร้างสุข สร้างรายได้” สำหรับการจัดกิจกรรมมอบทุนการศึกษาประจำปีและโบว์ลิ่งการกุศล “มาเติมรอยยิ้ม ให้เต็มหัวใจ”   ในครั้งนี้ เป็นการร่วมสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา ภายใต้แนวคิด “เพาะรัก…อย่างยั่งยืน” ที่ได้เริ่มปลูกคนด้วยความรัก ความห่วงใย และความมุ่งมั่นตั้งใจ บ่มเพาะขยายพันธุ์สู่การสร้างโอกาสแห่งการเรียนรู้ ให้น้อง ๆ ซึ่งเป็นต้นกล้าเล็ก ๆ เติบโตเป็นต้นไม้ที่สมบูรณ์แข็งแรงอย่างยั่งยืนต่อไป

มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ เดินหน้าเพาะปลูกเมล็ดพันธุ์แห่งการให้สู่ปีที่ 11 ผ่านหลากหลายกิจกรรมดี ๆ ที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุก ๆ ปี ตั้งแต่ กิจกรรม “เปิดโลกกว้าง สร้างรอยยิ้ม” กิจกรรมที่สร้างสรรค์โอกาสแห่งจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ ให้น้องด้อยโอกาส คนพิการ และผู้สูงอายุได้เข้าชมภาพยนตร์ใน           โรงภาพยนตร์ทุกสาขาของเครือเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เพื่อเติมเต็มประสบการณ์และสร้างสรรค์พัฒนาการทางด้านจิตใจ พร้อมมอบความสุข รอยยิ้ม และเสียงหัวเราะ ซึ่งมูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ ได้นำน้อง ๆ ที่ด้อยโอกาสเข้าชมภาพยนตร์แล้ว 311,717 คน และนำผู้สูงอายุเข้าชมภาพยนตร์แล้ว 60,572 คน รวมทั้งสิ้น 372,289 คน

กิจกรรมการจัดทำและส่งมอบ “ห้องหนังเพื่อการเรียนรู้” อีกหนึ่งกิจกรรมเพื่อสังคมที่จัดต่อเนื่อง     มาโดยตลอด เพื่อส่งมอบพื้นที่แห่งโอกาสและแบ่งปันความสุขให้เยาวชนในพื้นที่ห่างไกลและเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ของชุมชน ภายใต้แนวคิด “โลกกว้างแห่งโอกาส” เพื่อเปิดโลกทัศน์และสร้างแรงบันดาลใจ ผ่านภาพยนตร์ การ์ตูน และสารคดีสร้างสรรค์ต่าง ๆ จากระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา ได้จัดทำและส่งมอบห้องหนังเพื่อการเรียนรู้ไปแล้ว 65 โรงเรียน 63 จังหวัด และในปีนี้ยังเดินหน้ามอบโอกาสทางการศึกษาอย่างต่อเนื่องเป็น   ปีที่ 8 อีก 10 โรงเรียน 10 จังหวัด คือ เพชรบุรี, สงขลา, ระยอง, พิษณุโลก, สตูล, ราชบุรี, นครพนม, สกลนคร ยะลา และพะเยา โดยมีเป้าหมายจะส่งมอบให้ครบ 77 จังหวัดทั่วประเทศ

นอกจากนี้ ได้เริ่มกิจกรรมใหม่ล่าสุดกับ “โครงการปลูกผัก สร้างสุข สร้างรายได้” กิจกรรมที่ส่งเสริมการเรียนรู้นอกห้องเรียน ด้วยการเปลี่ยนพื้นที่ว่างในโรงเรียนให้เป็นแหล่งเรียนรู้ให้น้อง ๆ ได้ทำกิจกรรมการปลูกผักกะละมังปลอดสารพิษ มุ่งเน้นให้น้อง ๆ เห็นคุณค่าของสิ่งใกล้ตัวสามารถพึ่งพาตนเอง และที่สำคัญให้น้อง ๆ นักเรียนได้เรียนรู้ลงมือฝึกปฏิบัติจริง เริ่มเรียนรู้ตั้งแต่การปลูกผัก เพาะต้นกล้า และย้ายต้นกล้า โดยนำผักที่ปลูกได้มาทำเป็นอาหารกลางวันรับประทานในโรงเรียน ส่วนผลผลิตที่เหลือสามารถนำไปขายเพื่อนำรายได้มาใช้ต่อยอดดูแลการปลูกผักและโรงเรือนเพื่อสร้างความยั่งยืนได้ต่อไป ซึ่งได้จัดทำและส่งมอบไปแล้ว 2 โรงเรียน 2 จังหวัด คือ โรงเรียนวัดหนองไม้ซุง จ.พระนครศรีอยุธยา และ โรงเรียนบ้านด่านเกวียน จ.นครราชสีมา และจะเดินหน้าจัดทำและส่งมอบในจังหวัดอื่น ๆ ต่อไป

รวมทั้ง กิจกรรม “มาเติมรอยยิ้ม ให้เต็มหัวใจ” กิจกรรมมอบทุนการศึกษาประจำปี 2567 และโบว์ลิ่งการกุศลในครั้งนี้ มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ ได้จีดมอบทุนการศึกษาประจำปีให้กับน้อง ๆ ที่ด้อยโอกาส 10 ทุน และน้อง ๆ ที่บกพร่องทางร่างกายและสติปัญญา 10 ทุน รวมปีละ 20 ทุน ทุนละ 10,000 บาท ซึ่งปัจจุบันได้มอบทุนการศึกษาไปแล้วทั้งหมด 160 ทุน ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ใจดีอย่าง บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน), บริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน), บริษัท แอลอีดี กรุ๊ป เซ็นเตอร์ จำกัด และ บริษัท แอลอีดี บิ๊ก ร่วมมอบโอกาสและเติมความสุขให้กับน้อง ๆ และจะนำไปใช้ในการดำเนินกิจกรรมเพื่อน้อง ๆ ด้อยโอกาสในโรงเรียนพื้นที่ห่างไกลต่อไป

ภายในงานได้รับเกียรติจาก วิชา พูลวรลักษณ์ ประธานกรรมการ มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ พร้อมด้วย  อรุโณชา ภาณุพันธ์, คมกริช ศิริรัตน์, อภิชาติ คงชัย คณะกรรมการมูลนิธิฯ ร่วมกันมอบทุนการศึกษาให้    น้อง ๆ รวมถึงศิลปินดาราอย่าง โอม ภวัต จิตต์สว่างดี และ เล้ง ธนพล อู่สินทรัพย์ ที่มาร่วมสร้างความสุขและเติมแรงบันดาลใจผ่านเสียงเพลง พร้อมทัพศิลปิน อาทิ วุ้นเส้น วิริฒิพา ภักดีประสงค์, นักแสดงจากภาพยนตร์ธี่หยด 2 ณัฐชา เจสสิก้า พาโดวัน, พีระกฤตย์ พชรบุณยเกียรติ, ทศพล หมายสุข, ธนัตถ์ศรันย์ ซำทองไหล และ กาจบัณฑิต ใจดี, นักแสดงจากภาพยนตร์วัยเป้ง 2 ณภควัต เกตุตรีกร, ธุวานนท์ ไตรคุป, กิตติพิพัฒน์ ม่วงไม้, คมคณต ทองหมั้น, ธนกร เร่งไพบูลย์วงษ์ และ ปภาดา ประกอบเสียง, แม่ปุ้ย ปิยาภรณ์ แสนโกศิก, พนิดา เขื่อนจินดา นางสาวไทย ๒๕๖๗, พรศิริกุล พั่วทา, ชนาวีร์ ประสงค์กิจ, ชนพัฒน์ พรมมาสิม มาร่วมมอบความสุขและความบันเทิงให้กับน้อง ๆ ณ อินฟินีซิตี้ ฮอลล์ ชั้น 5 โรงภาพยนตร์พารากอน ซีนีเพล็กซ์

‘ลอนดรี้บาร์’ ผนึกกำลัง ‘ธรรมนาวา’ ส่งต่อความห่วงใยปันน้ำใจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

https://www.naewna.com/lady/837068

‘ลอนดรี้บาร์’ ผนึกกำลัง ‘ธรรมนาวา’ ส่งต่อความห่วงใยปันน้ำใจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

‘ลอนดรี้บาร์’ ผนึกกำลัง ‘ธรรมนาวา’ ส่งต่อความห่วงใยปันน้ำใจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

วันพุธ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 16.27 น.

ลอนดรี้บาร์ (LaundryBar) แบรนด์ร้านสะดวกซักครบวงจร แบบบริการตนเอง  24 ชั่วโมง อันดับ 1 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สัญชาติมาเลเซีย ร่วมกับสถานศึกษาธรรม “ธรรมนาวา” ส่งต่อความห่วงใย ปันน้ำใจร่วมช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยพร้อมฟื้นฟูที่พักอาศัยให้ชาวบ้านที่เดือดร้อน จำนวน 52 ครัวเรือน ณ พื้นที่ หมู่บ้านแคววัวดำ ต.แม่ยาว อ.เมือง จ.เชียงราย พร้อมเดินหน้าส่งทีมเซอร์วิสเข้าตรวจเช็คและซ่อมเครื่องซักผ้าให้แฟรนไชส์ ลอนดรี้บาร์ (LaundryBar) ทุกสาขาที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย และจังหวัดพะเยา ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์อุทกภัยในครั้งนี้ พร้อมเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้ประชาชนที่เดือดร้อนจากเหตุการณ์ครั้งนี้ มีพลังลุกขึ้นและผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้โดยเร็ว

พิมลวรรณ ชีวเกรียงไกร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลอนดรี้บาร์ ไทย จำกัด กล่าวว่า จากเหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ ซึ่งส่งผลกระทบเป็นวงกว้างกับประชาชนในพื้นที่ รวมถึงเกิดความเสียหายร้ายแรงกับบ้านเรือนที่อยู่อาศัย เนื่องจากโดนโคลนตมทับถมจากกระแสน้ำที่รุนแรง ทาง ลอนดรี้บาร์ (LaundryBar) เล็งเห็นถึงปัญหาความเดือดร้อนดังกล่าวที่กระทบกับชีวิตความเป็นอยู่ และสภาพจิตใจของผู้ประสบภัย จึงร่วมมือกับสถานศึกษาธรรม “ธรรมนาวา” ส่งของใช้ที่จำเป็นและอุปกรณ์ทำความสะอาด จำนวน 52 ชุด บริจาคให้กับครอบครัวผู้ประสบภัย ณ หมู่บ้านแคววัวดำ ต.แม่ยาว อ.เมือง จ.เชียงราย จำนวน 52 ครัวเรือน โดยเราอยากร่วมเป็นอีกหนึ่งกำลังใจ ส่งต่อความห่วงใยให้กับประชาชนที่เดือดร้อน ให้มีพลังใจที่เข้มแข็งขึ้นในเร็ววัน และผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ด้วยดี

ทั้งนี้เรายังแสดงความห่วงใยถึงผู้ประกอบการแฟรนไชส์ ลอนดรี้บาร์ (LaundryBar) ที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย และจังหวัดพะเยา ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์อุทกภัยในครั้งนี้ เราจึงได้จัดกิจกรรม “Maintenance Service” เตรียมส่งทีมเจ้าหน้าที่ซ่อมบำรุง เข้าตรวจเช็คและซ่อมแซมเครื่องซักผ้า เครื่องอบผ้า ที่เกิดความเสียหายจากภัยพิบัติในครั้งนี้ โดยจะเริ่มดำเนินการเข้าช่วยเหลืออย่างไม่หยุดหย่อน ซ่อมแซม และบำรุง ลอนดรี้บาร์ทุกสาขาที่ได้รับผลกระทบ ตั้งแต่เดือนกันยายน 2567 ที่ผ่านมาและลอนดรี้บาร์จะคอยอยู่เคียงข้างทุกท่านให้ผ่านพ้นเหตุการณ์ในครั้งนี้ไปด้วยกัน

นอกจากนี้ ลอนดรี้บาร์ (LaundryBar) ยังคงเดินหน้าสานต่อกิจกรรมดีๆ เพื่อช่วยเหลือสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยตระหนักถึงภัยจากความหนาวของพี่น้องประชาชนในพื้นที่บนดอยสูง จ.เชียงใหม่ จึงได้เริ่มจัดกิจกรรม “ปั่น” สุข “อบ” ม่วนใจ๊ กับ ลอนดรี้บาร์ (LaundryBar) @เชียงใหม่ เพื่อขอรับบริจาคเสื้อกันหนาว และผ้าห่ม โดยสามารถนำมาบริจาคที่ ร้านสะดวกซัก ลอนดรี้บาร์ (LaundryBar) สาขาที่เข้าร่วมทั่วประเทศ โดยเริ่มเปิดรับบริจาค ตังแต่วันที่ 16 ตุลาคม – 15 พฤศจิกายน 2567 และจะดำเนินการโดยนำไปซักและอบ เพื่อเป็นตัวแทนส่งมอบ ส่งต่อความสุข แทนพี่ๆ น้องๆ ที่ได้ส่งเข้ามาให้กับ ลอนดรี้บาร์

ติดตามรายละเอียดกิจกรรม CSR “ปั่น” สุข “อบ” ม่วนใจ๊ กับ ลอนดรี้บาร์ (LaundryBar) @เชียงใหม่ ได้ที่ Line : @LaundryBarThai หรือ คอลเซ็นเตอร์ 092-675-4455

เปียโน ร่ำไห้พูดถึงสัมพันธ์ นิกกี้ ที่ต้องสะดุด เผยเรื่องเจ็บที่สุด (คลิป)

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2821709

24 ต.ค. 2567 12:00 น.

เปียโน ร่ำไห้พูดถึงสัมพันธ์ นิกกี้ ที่ต้องสะดุด เผยเรื่องเจ็บที่สุด (คลิป)

เรียกว่าเป็นดราม่าร้อนทันที เมื่อ เปียโน ณิชาภัทร ไลฟ์สดใน TikTok ร่ำไห้พูดถึงความสัมพันธ์กับแฟนหนุ่มอย่างพิธีกรหนุ่มอารมณ์ดี นิกกี้ ณฉัตร จันทพันธ์ ที่มีเหตุทำให้ต้องสะดุด พร้อมทั้งเผยเรื่องที่ทำให้เจ็บที่สุด

ซึ่ง เปียโน ณิชาภัทร เผยว่า “หนูจะพูดในส่วนตัวเองเท่านั้น มันคือความจริง ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แล้วเราไม่คิดจริงๆ ว่ามันจะเกิดขึ้น เพราะเราก็ปกป้องไปสุดๆ แล้ว ออกตัวขนาดนั้น เราไม่เคยไม่ปกป้องคนของเรานะ แต่ถ้าปกป้องแล้วยังทำอยู่ หนูก็มีเหตุผลมากพอที่จะถอย และไม่มีเหตุผลที่จะต้องอยู่อีกแล้ว

ทุกอย่างกระจ่างตั้งแต่วันนี้ตอนตี 5 (เสียงสั่นเครือ) หนูก็ไม่คิดเหมือนกัน หนูก็ปกป้องตลอดค่ะ ไม่เคยไม่ปกป้อง (ร้องไห้) ไม่อยากให้ใครไปด่า แต่สุดท้ายถ้าทุกอย่างที่เคยปกป้อง มันเป็นเรื่องจริง จะให้หนูทำยังไง

ทุกคนอยากให้เคลียร์ พอพูดความจริงก็รับให้ได้นะ พูดความจริงฝั่งของหนูเท่านั้น คนอื่นๆ ไม่มีโอกาสจะได้พูดตอนนี้เลย หนูมีโอกาสจะพูดได้คนเดียว ไม่แฟร์กับคนอื่น หนูจะพยายามพูดให้ซอฟต์ กระทบกับคนอื่นน้อยที่สุดจริงๆ ไม่โทษฝ่ายอื่น

ทุกคนที่อยู่รอบตัวเขาทราบดีมากๆ ว่า หนูค่อนข้างจะใจกว้างตั้งแต่แรกแล้ว หนูเปิดใจให้โอกาส พยายามปกป้องตลอด ทุกคนที่อยู่สังคมหนูไม่มีใครซัพพอร์ตให้หนูมาเสี่ยงอยู่แล้ว

เพียงแต่หนูก็เห็นความดีของคนๆ หนึ่ง เพราะฉะนั้นก็ต้องปกป้องเขา เพราะมันก็เป็นคนของหนู ก็ต้องปกป้อง สุดท้ายแล้วทุกอย่างที่คนพูดก็เป็นเรื่องจริง จะให้หนูทำยังไง หนูไม่รู้เหมือนกัน ไม่คิดเลย หนูก็เพิ่งรู้พร้อมทุกคน หนูก็เพิ่งรู้ตอนเช้า

หนูเข้าใจว่าหนูทำหน้าที่ของหนูดีที่สุด ในแบบที่หนูทำได้แล้ว อาจจะไม่ได้ดีที่สุด แต่หนูทำดีที่สุดแล้วจริงๆ ค่ะ หนูเชื่อว่าหนูซัพพอร์ตคนของหนูตลอด หนูไม่คิดว่าความจริงใจที่หนูให้ การให้เกียรติ จะได้รับแบบนี้เหมือนกัน

ขอแค่ความสบายใจ การให้เกียรติซึ่งกันและกัน และถ้าหนูไม่ได้ หนูก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องอยู่แล้วจริงๆ หนูมีเหตุผลมากพอในการออกมาจากทุกความสัมพันธ์

หนูไม่เข้าใจที่สุด ที่เจ็บที่สุดก็คือ ถ้าเขารู้ว่าเราเคยโดนอะไรมา ทำไมยังจะทำอีก หนูคงมีที่ทำให้เขาไม่ชอบเหมือนกัน ทุกคนมีข้อดีข้อเสียอยู่แล้วค่ะ อยู่ที่ใครจะรับได้มากน้อย เราแค่พูดว่าอนาคตถ้ารับไม่ได้ ก็แค่ไม่เอาตัวเองไปอยู่จุดๆ นั้น

ถ้าเข้ากันไม่ได้จริงๆ ก็แค่ถอย คบหรือเลิกมันปกติในทุกคู่ ก็ขอมาตลอดว่ามาเลิกกันก่อนสิ ถ้าวันหนึ่งจะทำหรือไม่รักหนูแล้ว ก็แค่มาบอกเลิกหนู ทำไมต้องทำให้คนอื่นมีปมในใจด้วย

เมื่อคืนทุกคนเห็นแล้ว มีพยานหลักฐาน หนูก็ได้เห็นบ้าง แต่อาจจะไม่จริงก็ได้ ให้ความเป็นธรรมกับทุกคน หนูมาพูดในส่วนของหนู หนูไม่ได้ปั่น ไม่มีใครอยากจบความสัมพันธ์ เราเห็นเราก็ตกใจ ไม่ได้ปั่น หนูทำดีที่สุดแล้วจริงๆ อาจมีอีกเยอะที่เราเข้าใจผิดก็ได้ แต่เราไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องแล้วค่ะ ไม่ได้ให้ความหวังใครจริงๆ

ทั้งคู่ก็ถอย พยายามปรับเป็นตัวเองแล้ว มันก็มีเรื่องที่ไม่เข้าใจกันปกติ พี่เขาก็เปลี่ยนเยอะมากๆ แล้ว พอเปลี่ยนเขาอาจจะรู้สึกไม่เป็นตัวเองด้วย แต่สุดท้ายมันก็ต้องคุยกัน ก็แล้วแต่นะทุกคน”

แต่ทั้งนี้เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นยังไงคงต้องรอฟังจากปากของ นิกกี้ ณฉัตร ด้วยเช่นกันว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่.

ชมคลิป

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

เปิดเส้นทางรัก เทนนิส-จูเนียร์ ต้องเก็บความรักเป็นความลับ แสดงละครต่อหน้าคนอื่น

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2821691

เปิดเส้นทางรัก เทนนิส-จูเนียร์ ต้องเก็บความรักเป็นความลับ แสดงละครต่อหน้าคนอื่น

24 ต.ค. 2567 11:25 น.

เปิดเส้นทางรัก เทนนิส-จูเนียร์ ต้องเก็บความรักเป็นความลับ แสดงละครต่อหน้าคนอื่น

นี่คือประวัติศาสตร์ชาติไทยนักเตะจอมแกร่ง เทนนิส พาณิภัค เด็กสาวจากสุราษฎร์ธานี นักกีฬาเทควันโด อันดับ 1 ของโลก ผู้สร้างตำนานคว้าเหรียญโอลิมปิก 3 สมัยซ้อน หลังจากศึกโอลิมปิกเกมส์ 2024 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสที่ผ่านมา 

“เทนนิส” กลายเป็นนักกีฬาไทยคนแรกที่สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญโอลิมปิกได้ 3 สมัยติดต่อกัน ซึ่งในปารีสเกมส์ 2024 ถือเป็นการลงแข่งขันสุดท้ายของเธอ และสามารถคว้าเหรียญได้ อีกครั้งโดยเป็นเหรียญทอง

เมื่อได้มาเป็นแขกรับเชิญคนพิเศษในรายการ Club Friday Show ผลิตโดย CHANGE2561 เทนนิส ได้มาเปิดเรื่องราวในชีวิตพร้อมและเผยความรักแบบทุกซอกทุกมุมในใจ เพราะอุ่นใจที่ได้มานั่งคุยมานั่งเล่าที่นี่เป็นที่แรก ทางสมาคมอยากให้โฟกัสกับการฝึกสอนทำให้ “เทนนิส” ถูกสั่งยับยั้งความสวย !?

แต่ยั้งไม่อยู่ก็ยังมีความรักทักเข้ามา เมื่อกีฬาก็ต้องซ้อมร้องไห้ก็ต้องร้อง ติดตามประสบการณ์อกหักแบบนักกีฬาทีมชาติของ “เทนนิส” และเพราะต้องเก็บความรักเป็นความลับ “เทนนิส & จูเนียร์” จึงต้องแสดงละครชุดใหญ่ต่อหน้าคนอื่นความโป๊ะเป็นศูนย์จริงมั้ย ?? 

โพสต์อิทสื่อรัก “เทนนิส & จูเนียร์” เผยวิธีจีบสไตล์นักกีฬาทีมชาติ เคยกอดคอกันร้องไห้ต้องเลือกระหว่าง “ความรัก” หรือ “ความฝัน” เพราะสมาคม ห้ามเป็นแฟนกัน ถ้าทำผิดกฎต้องมีหนึ่งคนเดินออกจากสมาคม…

ถาม คนเล่นกีฬาส่วนใหญ่จะเท่ๆทั้งนั้น

เทนนิส : จริงๆตอนแรกผมยาวนะคะ ตอนเด็กๆแต่ว่าโค้ชสั่งให้ตัดผมสั้นเพราะอยากให้โฟกัสอยู่กับการฝึกซ้อมยับยั้งความสวย

ถาม คือห้ามสวยจริงไหม

เทนนิส : จริงค่ะ คือห้ามทำเล็บ ห้ามทำสีผม

ถาม แต่ก็มีความรัก

เทนนิส : คบกันประมาณ 2 ปีค่ะ อกหักครั้งแรกร้องไห้หนักมากค่ะ ซ้อมไปเปิดเพลงเศร้าแล้วก็ร้องไห้ไป เป็นความรักที่เจ็บปวดมากๆแล้วก็บอกตัวเองว่าเราปฏิบัติตัวดีแบบนี้ทำไมต้องมาเจอกับความรักที่ไม่ดีกับเราเลย

ถาม เพราะต้องเก็บความรัก เป็นความลับ “เทนนิส & จูเนียร์” จึงต้องแสดงละครชุดใหญ่ต่อหน้าคนอื่นอย่างไร

เทนนิส : แสดงความรักไม่ได้เลย ห้ามจับมือ ห้ามนั่งข้างกัน ห้ามขึ้นรถด้วยกันกว่าจะขึ้นรถได้ต้องเดินไปอย่างต่ำ 400 เมตร พูดหยาบกันต่อหน้าคนอื่นเวลาอยู่ที่โค้ชอยู่ แต่เวลาขึ้นรถก็จะคุณคะ

ถาม แล้วมันมีความรู้สึกที่มันมากขึ้นเริ่มขึ้นตอนไหนเอ่ย

จูเนียร์ : รู้สึกว่าคุยแล้วสบายใจค่อยๆเปลี่ยน

เทนนิส : ตอนที่ไปแข่งที่รัสเซียค่ะ เอาโพสต์อิทมาแปะหลังเราแล้วเขาบอกว่ากลับห้องไปหันหลังให้กระจกนะ เดี๋ยวจะเห็นอะไรเขาก็เขียนว่า สู้ๆนะ

จูเนียร์ : พิมพ์ไลน์คุยกันแล้วก็บอกว่าเป็นแฟนกันไหม

ถาม ในสมาคมมีกฎเกณฑ์กติกาข้อหนึ่งห้ามเป็นแฟนกัน

เทนนิส :ใช่ค่ะ

ถาม แล้วตอนนั้นไม่มีใครรู้เลยเหรอ

เทนนิส : ในช่วงแรกมีเรื่องไปถึงหูผู้ใหญ่เมื่อกันเราก็มากอดคอร้องไห้กันเลยว่าเราจะทำอย่างไรดีเพราะรักกันไปแล้ว จะคบกันต่อไหมหรือว่าจะเลิกกัน

ถาม เรื่องถึงผู้ใหญ่แล้วผู้ใหญ่สั่งให้ทำอะไร

เทนนิส : ออกกลับบ้านหนึ่งคน

สวยจึ้งมาก เอวา ปวรวรรณ แปลงโฉมใส่ชุดไทย หวานละมุน แต่แฟนคลับแห่เมนต์สนั่น

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2821693

สวยจึ้งมาก เอวา ปวรวรรณ แปลงโฉมใส่ชุดไทย หวานละมุน แต่แฟนคลับแห่เมนต์สนั่น

24 ต.ค. 2567 10:53 น.

สวยจึ้งมาก เอวา ปวรวรรณ แปลงโฉมใส่ชุดไทย หวานละมุน แต่แฟนคลับแห่เมนต์สนั่น

บอกเลยว่าสวยจนแฟนๆ ตะลึง สำหรับคุณหนูหมื่นล้าน เอวา ปวรวรรณ วีระภุชงค์ ที่ล่าสุดสลัดลุคออกมาโพสต์คลิปอวดโฉมโชว์ความเป็นไทยให้แฟนๆ ได้เห็นกันผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว

ในคลิปนี้ เอวา ทำถึงจนแฟนร้องว้าวทีเดียว เมื่อเปิดมาด้วยชุดหมูเด้งและตัดสลับแปลงโฉมอยู่ใน “ชุดไทย” ยิ่งใช่ที่สุด คนอะไรสวยดังนางในวรรณคดี หวานละมุนละไมในชุดไทยห่มสไบ ลูกไม้ดูหรูหรา พร้อมความสวยสง่า เลอค่า เพียบพร้อม เรียบร้อยทุกกระเบียดนิ้ว ตามแบบฉบับหญิงไทยอย่างแท้จริง จะทำอะไรก็ดูดี ไม่มีที่ติ พร้อมแคปชันยังสะดุดตาแบบนี้

My home, my people, Thailand Sending love to every country in the world too”

งานนี้ทางด้านชาวเน็ตต่างเข้ามาคอมเมนต์ชื่นชมในลุคชุดไทยอย่างมากมาย อาทิ สวยจึ้ง, จึ้ง ทำถึงสุด, สวย, ที่สุด, สวยมากเลยค่ะจะสนับสนุนพี่เอวาต่อไปนะคะพี่สร้างรอยยิ้มให้ทุกคนเยอะเลย, พี่เอวาสวยมากกกน่ารักด้วย เหมือนคนที่สวยที่สุดในโลกfcค่ะ, กล้องถ่ายติดนางฟ้าได้ด้วยเหรอคะ, งามอย่างไทยทั้งใจและกาย สุดสวยจริงๆค่ะ ฯลฯ

“แมท ภีรนีย์” ขำคุณสามีกรี๊ดแตก เห็นเลิฟซีนเดือดหน้าจอ แพลนมีลูกปีหน้าเผยเคยฝากไข่แล้ว

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2821529

"แมท ภีรนีย์" ขำคุณสามีกรี๊ดแตก เห็นเลิฟซีนเดือดหน้าจอ แพลนมีลูกปีหน้าเผยเคยฝากไข่แล้ว

24 ต.ค. 2567 06:45 น.

“แมท ภีรนีย์” ขำคุณสามีกรี๊ดแตก เห็นเลิฟซีนเดือดหน้าจอ แพลนมีลูกปีหน้าเผยเคยฝากไข่แล้ว

หวนคืนจอในรอบหลายปี สำหรับ แมท ภีรนีย์ คงไทย นางเอกสาวจากละคร “หวานรักต้องห้าม” ทางช่อง 3 กลับมาทั้งทีเจอบทแซ่บนัว เลิฟซีนเดือด ถึงขั้นทำให้ เฟม ภีมเดช สามีเกิดอาการหวงหนัก กรี๊ดแตก พร้อมวางแพลนเตรียมเดินหน้าปั๊มทายาท เจอ แมท เลยอัปเดตชีวิตกันก่อน

ชีวิตคู่หลังแต่งเป็นยังไงบ้าง?

“ก็ดีค่ะ ยังไม่ชินนิดหน่อย คำเรียกหากันก็ไม่เปลี่ยนค่ะ ฟังแล้วจักกะดึ๋ย (หัวเราะ) ค่อนข้างเร็วอย่างที่พี่ๆเห็นนั่นแหละ รู้สึกว่าเร็วเลยเขินๆ เพิ่งผ่านมาเดือนกว่าเองค่ะ”

คู่เราเติมความหวานให้กันและกันยังไงบ้าง?

“คู่เราไม่ค่อยหวานเลยค่ะ เพราะว่าอาจจะช่วงนี้ลุยงาน ประจวบเหมาะกลับมาทำงานในวงการบันเทิง เหมือนเรารับงานมากขึ้นจากที่หายไป มีธุรกิจเยอะด้วย ทำกันเองเยอะ ยังไม่มีลูกจ้างอะไรด้วยก็เลยแบบรันชีวิตการทำงานอยู่ ยังไม่ได้โฟกัสเรื่องการสร้างครอบครัวมากนัก ก็ค่อยๆเป็น ค่อยๆไป เป้าหมายหลักเป็นงานมากกว่าช่วงนี้”

สามีเข้าใจเรามั้ยที่เรากลับมารับงานละครอีกครั้ง?

“ก็ต้องพยายามเข้าใจ ตอนแรกๆ เขาไม่ค่อยเข้าใจค่ะ เพราะเขาเป็นคนนอกวงการคือไม่เสพข่าววงการบันเทิงเลย เลยเข้าใจยากนิดนึง ไปเล่นละครทำไมต้องกลับบ้านดึกมาก ทำไมเล่นฉากบางฉาก (เลิฟซีน) ที่เขารับไม่ค่อยได้ (ยิ้ม)”

ถึงขั้นต้องขออนุญาตก่อนจะเล่นฉากนี้มั้ย?

“ก็ไม่บอกค่ะ ไม่ให้เค้ารู้ ก็เพิ่งมาเห็นตอนออนแอร์ พอเห็นฉากเลิฟซีนเขาก็กรี๊ด กรี๊ดแตก (หัวเราะ)”

แสดงว่าถ้าบอกก่อนก็คงมีฉากแบบนี้นิดนึงหรือเปล่า?

“ก็อาจจะ แต่อย่างที่บอกแมทไม่เอามารวมกัน จริงๆจำเป็นเหมือนกัน เพราะเราเป็นนักแสดงใช่มั้ยคะ จะมาเล่นน้อยๆปลอมๆก็ไม่ได้ แต่ช่วงหลังๆเค้าก็ดีขึ้น เข้าใจมากขึ้น”

แสดงว่าเขาเป็นคนขี้หวงในระดับนึง?

“นิดนึงค่ะ (หัวเราะ)”

ระหว่างเลิฟซีนกับแต่งตัวเซ็กซี่ยั่วยวนสามีช็อกช็อตไหนมากกว่ากัน?

“ช็อกทุกตรงเลย (หัวเราะ) มีคลิปที่เค้ากรี๊ดด้วย ตอนดูฉากแรกกับพี่ดอมมีอะไรกันแบบนี้ เธอ…เธอ ทั้งเบรก”

พอเห็นปฏิกิริยาของสามีกรี๊ดใส่รู้สึกยังไงบ้าง?

“รู้อยู่แล้วค่ะ เขาประมาณนี้ตั้งแต่ที่คบกัน คุยกันอยู่แล้ว ขี้หวง”

ถึงขั้นมีงอน ทะเลาะกันมั้ย?

“ไม่ทะเลาะค่ะ เขาไม่ได้เป็นคนงี่เง่า แค่หวงเฉยๆ ไม่อยากให้ทำ แต่ยังไงเขาก็ดูอยู่ดี (หัวเราะ)”

ล่าสุดเห็นว่าแมทมีแพลนจะมีเบบี๋แล้ว?

“ใช่ค่ะ มีแพลนเพราะอายุอานามไม่น้อยแล้ว แต่ยังสาวอยู่ อายุ 35 แล้ว หมายความว่าต้องเตรียมตัวนิดนึงถ้ายังอยากจะมีลูกอยู่ค่ะ ตอนนี้เริ่มบำรุงแล้ว ตั้งใจว่าจะเป็นปีหน้าค่ะ ก็ปรึกษาคุณหมอแล้วก็แนะนำให้ทางธรรมชาติก่อน 3-6 เดือน ถ้าไม่อยากรอก็ทำเลยก็ได้ แต่ถ้าธรรมชาติก็ไม่ควรเกิน 6 เดือน”

แสดงว่าจบละครเรื่องนี้ต้องหยุดพักอีก?

“สองจิตสองใจอยู่ จริงๆอยากมีลูก ถ้าคนสนิทจะรู้ว่าแมทอยากมีลูกตั้งนานแล้ว แต่ว่าตอนนี้บทเราคงเล่นเป็นบทวัยใสเพิ่งจีบกันอายุ 17-18 ไม่ได้แล้ว ถามแมทอยากพัฒนาฝีมือไปมากกว่านี้ เรื่องนี้ก็แบบได้ลองชิมแล้วนะ การถ่ายทำโตขึ้น เรื่องมันหนักขึ้น เรื่องมันแรงขึ้น ซึ่งเราชอบ อยากเจอ อยากลองทำอีกก็เลย นี่แหละวางแพลนคร่าวๆ เพราะสมัยนี้ลูกไม่ได้ติดกันง่ายๆ แมทไม่ได้เครียดด้วย พยายามบาลานซ์ที่จะไม่เครียดทุกอย่าง”

ตั้งใจอยากมีลูกกี่คน?

“ประมาณ 2 คนค่ะ เพราะแมทเป็นลูกคนเดียวค่ะ ชอบอยากให้มีพี่น้อง”

ปีหน้าพร้อมมีลูกเลยหรือเตรียมตัว ฝากไข่ไปก่อน?

“จริงๆฝากไข่หลายปีแล้ว แต่พยายามธรรมชาติ อย่างที่แมทบอกว่าอยากลองวิธีธรรมชาติก่อน เราไม่รู้เลยเราจะมีได้ง่ายหรือยาก ก็ลองพยายามก่อน”

คนรอบข้างมีแนะนำเคล็ดลับเตรียมตัวเป็นคุณแม่ยังไงกันบ้าง?

“แมทไม่ค่อยปรึกษาใคร แอบอ่านแอบศึกษาของตัวเอง ก็ศึกษาด้วยตัวเองมากกว่า ต้องสนิทกันมากๆ คุณแม่หรือผู้จัดการเขาจะมีอะไรให้บำรุงมาเรื่อยๆ อย่างที่บอกไม่ได้ซีเรียส ฟังพี่ๆในวงการมาเหมือนกันยิ่งเครียดยิ่งมียาก ตอนนี้ก็ปล่อยใจฝันแล้ว โอเคเราวางแพลนว่ากำลังกลับมาวงการ เราค่อยๆสร้างครอบครัวไปด้วยในชีวิตช่วงนี้ ประมาณนี้ค่ะ”.

อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่

เม้าท์ชัด จัดทุกตอน ติดตามได้ที่ www.thairath.co.th/novel และ Facebook Fanpage : นิยายไทยรัฐ

CNBLUE เตรียมมาระเบิดความมันแบบจุใจกว่า 3 ชั่วโมง บ๊อยซ์ไทยไม่ควรพลาด

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2821617

CNBLUE เตรียมมาระเบิดความมันแบบจุใจกว่า 3 ชั่วโมง บ๊อยซ์ไทยไม่ควรพลาด

23 ต.ค. 2567 20:49 น.

CNBLUE เตรียมมาระเบิดความมันแบบจุใจกว่า 3 ชั่วโมง บ๊อยซ์ไทยไม่ควรพลาด

“บ๊อยซ์ไทย” (BOICE : ชื่อแฟนคลับ) ใกล้จะได้ไปสนุกสุดมันส์ในคอนเสิร์ต “2024 CNBLUE LIVE – VOYAGE into X IN BANGKOK” กับ 3 หนุ่ม CNBLUE อย่าง “จองยงฮวา (นักร้องนำและมือกีต้าร์), อีจองชิน (มือเบส)” และ “คังมินฮยอก (มือกลอง)” ที่กำลังซุ่มซ้อมเต็มกำลัง พร้อมนำทุกเพลงฮิต และโชว์สุดพิเศษมาระเบิดความสนุกให้กับแฟนๆ ชาวไทยได้มาร่วมกันสร้างความทรงจำอันสุดแสนพิเศษกว่า 3 ชั่วโมงเต็มๆ พร้อมทะเลบงสีฟ้าไปด้วยกันแล้ว ในวันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายนนี้ ณ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี

โดยงาน “2024 CNBLUE LIVE – VOYAGE into X IN BANGKOK” เปิดจำหน่ายบัตรแล้วผ่านทางเว็บไซต์ thaiticketmajor.com และ ThaiTicketMajor ทุกสาขา บัตรราคา 6,500 บาท / 5,500 บาท / 4,800 บาท และ 3,800 บาท โดยแฟนๆ สามารถซื้อบัตรได้จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2567 เท่านั้น!! หลังจากนั้นทางผู้จัดจะร่วมมือกับผู้สนับสนุนในการจัดกิจกรรมสำหรับบัตรต่างๆ ที่เหลืออยู่ ฝากแฟนๆ โปรดติดตามรายละเอียดของกิจกรรมต่างๆ ต่อไปด้วย งานนี้พลาดแล้วพลาดเลย รีบจับจองบัตรกันด่วนๆ บ๊อยซ์ตัวจริงไม่ควรพลาด

ย้ำอีกครั้ง CNBLUE ชื่อนี้รับประกันความสนุก มาชมการแสดงไลฟ์แบนด์แบบสดๆ พร้อมเคลิบเคลิ้มไปกับเสียงร้องที่ทำให้ทุกคนได้เพลินเพลินกันอย่างแน่นอนกันที่งานนี้ อยากให้ทุกคนได้มาพิสูจน์ความมันส์ด้วยตัวเอง แล้วพบกัน 30 พฤศจิกายนนี้

aespa คัมแบ็กครองชาร์ตทั่วโลก ด้วยมินิอัลบั้มชุดที่ 5 Whiplash

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2821612

aespa คัมแบ็กครองชาร์ตทั่วโลก ด้วยมินิอัลบั้มชุดที่ 5 Whiplash

23 ต.ค. 2567 20:36 น.

aespa คัมแบ็กครองชาร์ตทั่วโลก ด้วยมินิอัลบั้มชุดที่ 5 Whiplash

วงที่สร้างเพลงฮิตระดับโลก aespa (เอสป้า) ปลดปล่อยเสน่ห์สุดเท่และความมั่นใจที่ไม่มีใครหยุดยั้งได้ ผ่านมินิอัลบั้มชุดที่ 5 ‘Whiplash’ (วิพแลช) ผลงานใหม่ในรอบ 5 เดือนต่อจากอัลบั้มเต็มชุดแรก ‘Armageddon’ (อาร์มาเกดดอน) ที่ประสบความสำเร็จได้รับความนิยมถล่มทลายจนเป็นกระแสไปทั่วโลกตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

โดยครั้งนี้คัมแบ็กมาด้วยคอนเซ็ปต์ ‘รสชาติเหล็ก’ ที่มีแค่ aespa (เอสป้า) เท่านั้นที่ทำได้และทำได้ดีที่สุด ยิ่งไปกว่านั้น นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่เดบิวต์ที่พวกเธอได้ท้าทายตัวเองกับการใช้แนวเทคโน EDM เป็นเพลงไตเติล แสดงให้เห็นถึงการเติบโตทางดนตรีอันไร้ขีดจำกัดของ aespa (เอสป้า) วงที่พยายามท้าทายสิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ

สำหรับอัลบั้มใหม่ ‘Whiplash’ (วิพแลช) มีคีย์เวิร์ดที่แข็งแกร่งว่า “‘ฉัน’ ที่มีความเป็นตัวเองจะเป็น ‘Game Changer (ผู้เปลี่ยนเกม)’ ที่เปิดโลกใหม่” ซึ่งเป้าหมายและปณิธานในการทำกิจกรรมโปรโมตอยู่ที่การนำเสนอ “สิ่งที่ยังคงความเป็น aespa (เอสป้า) มากที่สุด แต่ก็เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึง aespa (เอสป้า) ในแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน”

ในอัลบั้มชุดนี้ประกอบด้วยเพลงหลากหลายแนวทั้งหมด 6 เพลง ได้แก่ เพลงไตเติล ‘Whiplash’, เพลงแนวฮิปฮอปแดนซ์ ‘Kill It’, เพลงแนวอาร์แอนด์บี ‘Flights, Not Feelings’, เพลงแนวฮิปฮอปแดนซ์ ‘Pink Hoodie’, เพลงแนวอัลเทอร์เนทีฟ อาร์แอนด์บี ‘Flowers’ และเพลงแนวป็อปร็อก ‘Just Another Girl’

โดยเฉพาะเพลงไตเติล ‘Whiplash’ (วิพแลช) ความโดดเด่นอยู่ตรงเสียงเบสที่หนักแน่น เปี่ยมล้นด้วยความรวดเร็ว และจังหวะเฮาส์ เนื้อเพลงถ่ายทอดเสน่ห์อันกล้าหาญของ aespa (เอสป้า) แสดงความมั่นใจเมื่อพวกเธอหลุดพ้นจากกรอบเดิม ๆ พร้อมกำหนดมาตรฐานของตัวเอง และเปลี่ยนแปลงเกมในทุกที่ที่พวกเธอไป

อีกทั้งแทร็กที่เรียบง่ายและท็อปไลน์ที่ติดหูยังถูกเติมเต็มด้วยเสียงร้องเท่ ๆ และมีเอกลักษณ์ของสมาชิก เพิ่มมิติให้กับประสบการณ์การฟัง ที่สำคัญ มิวสิกวิดีโอของเพลงไตเติล ‘Whiplash’ (วิพแลช) ได้ตอกย้ำให้เห็นว่า aespa (เอสป้า) ที่ถูกกล้องจับภาพนั้น เป็นตัวละครที่มีความอิสระและล้ำอนาคต โดยแสดงออกมาให้เห็นผ่านการที่สมาชิกจับกล้องถ่ายเองและการใช้อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับดนตรี

รวมถึงการนำเสนอเสน่ห์สุดเท่และความมั่นใจในฐานะ ‘Game Changer’ (ผู้เปลี่ยนเกม) ที่ควบคุมกลไกและเคลื่อนที่ไปมาในพื้นที่ต่าง ๆ ด้านท่าเต้นสื่อถึง ‘รสชาติเหล็ก’ ที่ทรงพลังมากขึ้นไปอีกขั้น จุดเด่นอยู่ตรงท่าจับคอในท่อนฮุก ที่แม้จะเรียบง่ายแต่ดูสะดุดตา ตลอดจนการแสดงต่าง ๆ ที่ดูมินิมอลแต่มีความหลากหลาย อาทิ ท่าเต้นที่มีการใช้ไอโซเลชันที่หัวไหล่ และการเคลื่อนไหวที่สอดประสานกับเหล่าแดนเซอร์อย่างลงตัว มอบรู้สึกสนุกราวกับได้เป็นหนึ่งเดียวกับเสียงเพลง


นอกจากนี้ เพลงฮิปฮอปแดนซ์ ‘Kill It’ มีข้อความเตือนถึงผู้ที่ส่งคำวิพากษ์วิจารณ์อันไร้เหตุผล ผ่านการแร็ปและเสียงร้องที่ทรงพลัง ซึ่งดีเจและโปรดิวเซอร์ IMLAY จาก ScreaM Records ค่ายเพลงแดนซ์ในเครือ SM Entertainment ได้มีส่วนร่วมในการแต่งทำนองและเรียบเรียง,

‘Pink Hoodie’ เพลงฮิปฮอปแดนซ์เกี่ยวกับการรักตัวเองในแบบที่เป็นและมีความมั่นใจ, เพลงอาร์แอนด์บีที่มีเสน่ห์ ‘Flights, Not Feelings’ ผสมผสานเสียงแทร็กที่มีบรรยากาศแบบวินเทจน่าค้นหาเข้ากับเสียงร้องอันชวนฝัน เนื้อเพลงเชิงบวกพูดถึงการละทิ้งความรู้สึกแย่ ๆ และมาใช้ชีวิตให้สนุกสนานอย่างมีอิสระ,

เพลงอัลเทอร์เนทีฟ อาร์แอนด์บี ‘Flowers’ ที่มีเสียงริฟฟ์กีตาร์อันสละสลวยอย่างโดดเด่น เนื้อเพลงเปรียบเทียบความรู้สึกตกหลุมรักกับดอกไม้ ซึ่งเข้ากันได้อย่างลงตัวกับเสียงร้องอันน่าหลงใหล, เพลงป๊อปร็อก ‘Just Another Girl’ ส่งข้อความเตือนอย่างร่าเริงพร้อมปล่อยคนรักที่ทรยศไปด้วยความโล่งใจ

หลังจากที่มินิอัลบั้มชุดที่ 5 ‘Whiplash’ (วิพแลช) ปล่อยออกมาเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2567 สามารถทะยานสู่อันดับต้น ๆ บนชาร์ตเพลงดิจิทัลหลักต่าง ๆ ในประเทศเกาหลีใต้ได้ทันที และครองอันดับ 1 บนชาร์ต iTunes Top Albums ทั่วโลกกว่า 22 ภูมิภาค อาทิ ไทย, ญี่ปุ่น, บราซิล, รัสเซีย, ชิลี, อุซเบกิสถาน, เบลเยียม, ฝรั่งเศสคาซัคสถาน, เม็กซิโก, นิวซีแลนด์, โปแลนด์ ฯลฯ

รวมถึงอันดับ 1 บนชาร์ต Worldwide iTunes Albums และอันดับ 1 บนชาร์ต K-POP รวบรวมจาก 5 แพลตฟอร์มเพลงภายใต้ Tencent Music ประเทศจีน ไม่เพียงเท่านี้ ยังคว้าอันดับ 1 บนชาร์ต Digital Album Sales อันดับ 1 บนชาร์ตมิวสิกวิดีโอโดยรวมและมิวสิกวิดีโอเกาหลี การได้รับสถานะ Double Platinum Album (ด้วยยอดจำหน่ายเกิน 2 ล้านหยวน) ของ QQ Music ประเทศจีน,

อันดับ 1 บนชาร์ต Digital Album Sales ของ KuGou Music และในประเทศญี่ปุ่นก็ติดอันดับ 1 บนชาร์ต Real-time rising ของ AWA, อันดับ 1 บนชาร์ตเพลงต่างประเทศล่าสุดและชาร์ตรายวันของ Mora ยืนยันถึงความสนใจอันร้อนแรงจากแฟนเพลงทั่วโลกที่มีต่อ aespa (เอสป้า)

ฟ้าใส ไม่เคยรับงานพลาด แม้มี ผจก.คนเดียวกับ มิน รับเป็นบทเรียน ต้องสกรีนมากขึ้น

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2821602

ฟ้าใส ไม่เคยรับงานพลาด แม้มี ผจก.คนเดียวกับ มิน รับเป็นบทเรียน ต้องสกรีนมากขึ้น

23 ต.ค. 2567 19:37 น.

ฟ้าใส ไม่เคยรับงานพลาด แม้มี ผจก.คนเดียวกับ มิน รับเป็นบทเรียน ต้องสกรีนมากขึ้น

เรียกว่าเป็นมหากาพย์ร้อนที่ยังมีประเด็นต่อเนื่องไม่จบ สำหรับกรณีคดีธุรกิจขายตรงชื่อดัง ดิไอคอนกรุ๊ป ที่มีชื่อของ มิน พีชญา วัฒนามนตรี เข้าไปเกี่ยวข้องในฐานะบอสธุรกิจ และถูกคุมตัวเข้าเรือนจำในเวลานี้ ทำให้หลายคนสงสัยว่านางงามสาว ฟ้าใส ปวีณสุดา ดรูอิ้น มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2019 จะมีปัญหาในเรื่องการรับงานหรือไม่ เพราะ มิน-ฟ้าใส มีผู้จัดการคนเดียวกัน ซึ่งก็คือ พี่เอส

ล่าสุด ฟ้าใส ปวีณสุดา มาร่วมงานแถลงข่าวบริษัท HOLLYWOOD QUEEN และบริษัท SKORY ดีเดย์เปิดเวทีคัดเลือกสาวสวยมากความสามารถเข้าวงการ ณ True 5G PRO HUB เลยถามถึงเรื่องดังกล่าว

ขออนุญาตถามเรื่องพี่เอส ผู้จัดการ ว่าเป็นยังไงบ้าง?
“จริงๆ ช่วงนี้ยอมรับเลยว่าไม่ค่อยได้เจอพี่เอสค่ะ แต่ว่าเวลาที่เจอก็จะเป็นช่วงเราที่คุยงานกัน เวลาที่คุยก็คุยเรื่องงานอย่างเดียว ไม่ได้คุยเรื่องอื่น แต่ก็ได้แสดงความห่วงใยว่าโอเคหรือเปล่า แต่หลักๆ พี่เอสก็บอกว่าโอเค ตอนนี้อยากจะเน้นในเรื่องของงานก่อน เดี๋ยวอย่างอื่นค่อยว่ากัน ก็เลยเป็นการคุยเรื่องงานมากกว่า ไม่ได้มีปรับทุกข์หรือปรึกษาอะไรค่ะ”

ตอนนี้เหมือนเขาเงียบไปเลย?
“อาจจะมีอะไรหลายๆ อย่างด้วยค่ะ เพราะพี่เอสมีงานออร์แกไนซ์ด้วย แต่อย่างที่บอกว่าช่วงนี้ไม่ค่อยได้เจอพี่เอส พี่เอสยุ่งๆ อยู่ แต่เวลาเจอก็คุยกันเรื่องงาน เจอกันครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 16 ต.ค. นี้ค่ะ แต่ก่อนหน้านั้นก็ไม่ได้เจอประมาณเดือนนึง ถามว่าวันนั้นเขาดูเครียดไหม วันนั้นก็เหมือนมุ่งมั่นกับงานแคสติ้งค่ะ คือพี่เอสเป็นคนโปรเฟสชันแนล เรื่องส่วนตัวไม่เอามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องงานค่ะ”

ที่ผ่านมาเรื่องการรับงาน เรามีการช่วยกันเช็กตลอด?
“ถ้าเป็นงานอีเวนต์ฟ้าใสให้พี่เอสเป็นคนสกรีน แต่ถ้าเป็นพรีเซ็นเตอร์หรืออะไรที่มีผลิตภัณฑ์ พี่เอสก็จะสกรีนในระดับหนึ่งแล้ว แต่ว่าสุดท้ายแล้วการตัดสินใจก็อยู่ที่ฟ้าใส ว่าจะเลือกรับหรือไม่ เพราะฟ้าใสจะซีเรียสว่าถ้าเกิดสมมติเราใช้แล้ว ก็จะดูเรื่องผลิตภัณฑ์ว่าเป็นยังไง ฟ้าใสจะสกรีนอีกขั้นตอนหนึ่งค่ะ คือในส่วนของพรีเซ็นเตอร์ จะไม่ได้ปล่อยให้พี่เอสตัดสินใจคนเดียว เรื่องการรับงานจะสกรีนหลายขั้นตอน”

ที่ผ่านมาเคยมีปัญหาหลังรับงานไปแล้วไหม?
“ไม่ค่ะ เพราะอย่างที่บอกว่าพี่เอสก็จะสกรีนในระดับหนึ่ง แล้วฟ้าใสก็จะดูอีกขั้นตอนหนึ่ง แล้วก็จะมีฝ่ายกฎหมายที่มาเช็กในเรื่องของสัญญาด้วย”

ตอนนี้มีผลกระทบกับการรับงานไหม หลังเกิดเหตุการณ์ดิไอคอน?
“เอาจริงๆ สำหรับฟ้าใสก็กังวลมาก ถามว่ามีพรีเซ็นเตอร์ที่ติดต่อมาไหม มันก็มี แต่กลายเป็นว่าครั้งนี้เรียกว่ามันเป็นบทเรียนของฟ้าใสด้วยค่ะ ว่าเราก็ต้องเช็กให้มากกว่านี้ เพราะก่อนหน้านี้ยอมรับเลย ว่าเราอาจจะเช็กแค่เรื่องของผลิตภัณฑ์อย่างเดียว ว่ามันดีจริงไหม เพราะเวลาฟ้าใสพูดไป ทุกคนที่รักเราเขาก็เชื่อมั่นในตัวเราด้วย แต่ว่าตอนนี้เราก็ต้องดูให้ลึกกว่านั้นอีก ว่าในเรื่องของกระบวนการดำเนินงานเป็นยังไง”

ตอนนี้กลายเป็นว่าต้องดูขั้นตอนอื่นด้วยแล้ว?
“เอาจริงๆ ฟ้าใสกลัวเลย ตอนนี้ก็ต้องถามเลยว่า อย. โน่นนี่นั่น แต่ต้องยอมรับว่าเราละเอียดแค่ไหนมันก็ยาก เพราะทางเกิดสมมติทางบริษัทมีอะไรที่ไม่พูดกับเราทั้งหมด อันนี้มันก็ตรวจสอบค่อนข้างยาก ดังนั้นเราละเอียดแค่ไหนมันก็อาจจะไม่มากพอ ก็ทำให้ฟ้าใสกลัว เอาจริงๆ ใครติดต่อมาช่วงนี้ก็แบบ…เดี๋ยวก่อนนนะคะ ตอนนี้กลัวจริงๆ เราจะขอรายละเอียดเยอะเป็นพิเศษ ถ้าเป็นอีเวนต์ปกติมันก็เหมือนเดิม แต่ในเรื่องของพรีเซ็นเตอร์ มันก็จะใช้เวลาตัดสินใจนานขึ้น”

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม