เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 : จะเกิดอะไรขึ้นหาก “โดนัลด์ ทรัมป์” ชนะเลือกตั้ง

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2821699

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 : จะเกิดอะไรขึ้นหาก "โดนัลด์ ทรัมป์" ชนะเลือกตั้ง

24 ต.ค. 2567 11:47 น.

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 : จะเกิดอะไรขึ้นหาก “โดนัลด์ ทรัมป์” ชนะเลือกตั้ง

การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ 2024 ในวันที่ 5 พฤศจิกายนนี้ หากผลออกมาว่า “โดนัลด์ ทรัมป์” คว้าชัยชนะในการเลือกตั้ง มีคะแนนนำเหนือคามาลา แฮร์ริส และได้กลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของสหรัฐฯอีกสมัย สิ่งที่จะเกิดขึ้นกับสหรัฐฯ และโลกโดยรวมย่อมไม่ใช่เรื่องเล็กๆ การกลับมาดำรงตำแหน่งอีกครั้งของทรัมป์จะส่งผลกระทบต่อทิศทางนโยบายต่างๆ ทั้งในระดับประเทศและระหว่างประเทศ ซึ่งนโยบายหลายประเด็นจากสมัยที่เขาดำรงตำแหน่งก่อนหน้านี้ อาจถูกนำมาปัดฝุ่น หรือปรับเปลี่ยนตามแนวคิด “อเมริกาต้องมาก่อน” (America First)


นโยบายต่างประเทศแบบ “America First” 

การกลับมาของทรัมป์อาจหมายถึงการกลับมาปัดฝุ่นนโยบายด้านการต่างประเทศที่เคยมุ่งเน้นการปกป้องผลประโยชน์ของสหรัฐฯ เป็นหลัก ผ่านแนวคิดแบบ “อเมริกาต้องมาก่อน” โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวกับการค้าและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

โดยการปกป้องงานและธุรกิจในสหรัฐฯเองอาจกลับมาเป็นหัวใจหลักของการบริหารจัดการเศรษฐกิจระหว่างประเทศ นโยบายที่เคยใช้ อย่างการตั้งกำแพงภาษีสินค้านำเข้าให้สูงขึ้น เราอาจได้เห็นการกลับมาเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯกับประเทศคู่ค้าอย่างแข็งกร้าว อาทิ จีน และสหภาพยุโรป 

การกลับมาของทรัมป์ยังอาจนำไปสู่การถอนตัวจากความร่วมมือระหว่างประเทศที่ทรัมป์มองว่าไม่เป็นประโยชน์ต่อสหรัฐฯ ดังเช่นที่เคยทำกับ องค์การอนามัยโลก และ ข้อตกลงปารีส เป็นประเทศผู้นำในการแก้ปัญหาความเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยนโยบายการลดบทบาทของสหรัฐฯในองค์กรและข้อตกลงระหว่างประเทศเหล่านี้สะท้อนถึงการให้ความสำคัญกับการรักษาผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ในระยะสั้น มากกว่าความร่วมมือในระยะยาว ซึ่งอาจส่งผลต่อความมั่นคงของโลกและการรับมือกับปัญหาสากลอย่างเช่น การแพร่ระบาดของโรคหรือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอนาคต


ผลกระทบต่อความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐฯ
ประเทศไทยมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและความมั่นคงกับสหรัฐฯ มาอย่างยาวนาน อาจได้รับผลกระทบจากนโยบายของทรัมป์ในหลายด้าน อาทิด้านการค้าและเศรษฐกิจ หากทรัมป์ชนะการเลือกตั้ง สหรัฐฯ อาจกลับไปใช้นโยบายการค้ากับไทยในลักษณะทวิภาคี มากขึ้น โดยให้ความสำคัญกับการเจรจาแบบสองฝ่ายที่เน้นผลประโยชน์ของสหรัฐฯ

สิ่งที่เราอาจได้เห็นคือการที่สหรัฐฯจะพยายามกดดันให้ไทยเปิดตลาดสำหรับสินค้าสหรัฐฯ และปฏิบัติตามเงื่อนไขการค้าที่เป็นประโยชน์ต่อสหรัฐฯ 

ขณะที่ไทยเองก็พยายามรักษาความสัมพันธ์ทางการค้ากับจีน ซึ่งเป็นคู่ค้าสำคัญ หากทรัมป์ดำเนินนโยบายต่อต้านจีนอย่างเข้มข้น ไทยอาจถูกกดดันให้เลือกข้างระหว่างสองมหาอำนาจ ซึ่งจะทำให้ไทยอยู่ในสถานะที่เปราะบาง
ด้านการทหารและความมั่นคง นโยบายต่างประเทศของทรัมป์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาจเน้นไปที่การรักษาสมดุลอำนาจเพื่อป้องกันการขยายอิทธิพลของจีน

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์เคยแสดงท่าทีไม่ต้องการแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในการปกป้องพันธมิตรต่างชาติ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาจทำให้ความร่วมมือทางทหารระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ลดลงหรือเปลี่ยนไป

นอกจากนี้ การที่ทรัมป์มีแนวคิดว่า สหรัฐฯ ควรจะลดค่าใช้จ่ายในการสนับสนุนพันธมิตรที่ไม่ได้มีผลประโยชน์ตรงกับสหรัฐฯอย่างชัดเจน อาจส่งผลต่อการสนับสนุนทางทหารในภูมิภาคนี้ แม้ว่าไทยจะเป็นหนึ่งในพันธมิตรทางทหารที่ยาวนานที่สุดของสหรัฐฯ ในเอเชียก็ตาม 



ผลกระทบเชิงภูมิรัฐศาสตร์ต่อภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
การกลับมาของทรัมป์ในตำแหน่งประธานาธิบดีอาจทำให้ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกต้องเผชิญกับความท้าทายด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะเรื่องของการขยายอิทธิพลของจีน หากทรัมป์ยังคงนโยบายแข็งกร้าวกับจีน ประเทศซึ่งมีความสัมพันธ์ทั้งทางเศรษฐกิจและการเมืองกับจีน อาจต้องรักษาสมดุลระหว่างสองฝ่ายนี้อย่างยากลำบาก

นอกจากนี้ หากทรัมป์ถอนตัวหรือปรับเปลี่ยนบทบาทของสหรัฐฯ ในการเป็นผู้รักษาความมั่นคงในภูมิภาค ประเทศอื่น ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาจหันไปพึ่งพาความมั่นคงจากที่อื่นมากขึ้น อาทิ การพัฒนาและขยายความร่วมมือภายในกลุ่ม อาเซียน และยังต้องระวังการถูกมองว่าเลือกข้างในความขัดแย้งระหว่างมหาอำนาจ


ผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ที่ผ่านมาทรัมป์เคยพาสหรัฐฯถอนตัวออกจากข้อตกลงปารีสว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมาแล้ว โดยทรัมป์มองว่าข้อตกลงนี้ ส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ เนื่องจากกดดันให้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยที่ประเทศอื่น ๆ ได้ประโยชน์มากกว่า

ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า หากทรัมป์กลับมาดำรงตำแหน่งอีกครั้ง นโยบายด้านสิ่งแวดล้อมอาจถูกละเลยหรือถูกผลักให้เป็นภาระของประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับสากล ซึ่งตอนนี้หลายประเทศต่างกำลังเผชิญกับปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ.

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 : คนเมาแล้วขับ ขับรถสวนเลนประชิดขบวนรถนางคามาลา แฮร์ริส เพียงไม่กี่ฟุต (คลิป)

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2821686

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 : คนเมาแล้วขับ ขับรถสวนเลนประชิดขบวนรถนางคามาลา แฮร์ริส เพียงไม่กี่ฟุต (คลิป)

24 ต.ค. 2567 10:35 น.

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 : คนเมาแล้วขับ ขับรถสวนเลนประชิดขบวนรถนางคามาลา แฮร์ริส เพียงไม่กี่ฟุต (คลิป)

เกิดเหตุการณ์ระทึกกับขบวนรถของรองประธานาธิบดีคามาลา แฮร์ริส หลังจากมีรถยนต์คันหนึ่งวิ่งสวนเลนมาในระยะประชิด ขณะที่ขบวนรถของนางแฮร์ริสวิ่งผ่าน ก่อนที่ตำรวจจะนำรถเข้าสกัดจับไว้ได้

โลกโซเชียลเผยคลิปภาพเหตุการณ์ไม่คาดคิด ขณะที่รถยนต์สีขาวคันหนึ่งซึ่งต้องสงสัยว่าจะเมาแล้วขับ ขับขี่สวนเลนขึ้นมาบนทางด่วน ขณะที่ขบวนรถของรองประธานาธิบดีคามาลา แฮร์ริสกำลังขับผ่านห่างออกไปเพียงไม่กี่ฟุต โดยรถสีขาวคันดังกล่าวยังคงขับสวนเลนต่อไป จนกระทั่งรถตำรวจที่ตามขบวนต้องหยุดรถเพื่อสกัดจับรถคันดังกล่าว

https://platform.twitter.com/embed/Tweet.html?dnt=false&embedId=twitter-widget-0&features=eyJ0ZndfdGltZWxpbmVfbGlzdCI6eyJidWNrZXQiOltdLCJ2ZXJzaW9uIjpudWxsfSwidGZ3X2ZvbGxvd2VyX2NvdW50X3N1bnNldCI6eyJidWNrZXQiOnRydWUsInZlcnNpb24iOm51bGx9LCJ0ZndfdHdlZXRfZWRpdF9iYWNrZW5kIjp7ImJ1Y2tldCI6Im9uIiwidmVyc2lvbiI6bnVsbH0sInRmd19yZWZzcmNfc2Vzc2lvbiI6eyJidWNrZXQiOiJvbiIsInZlcnNpb24iOm51bGx9LCJ0ZndfZm9zbnJfc29mdF9pbnRlcnZlbnRpb25zX2VuYWJsZWQiOnsiYnVja2V0Ijoib24iLCJ2ZXJzaW9uIjpudWxsfSwidGZ3X21peGVkX21lZGlhXzE1ODk3Ijp7ImJ1Y2tldCI6InRyZWF0bWVudCIsInZlcnNpb24iOm51bGx9LCJ0ZndfZXhwZXJpbWVudHNfY29va2llX2V4cGlyYXRpb24iOnsiYnVja2V0IjoxMjA5NjAwLCJ2ZXJzaW9uIjpudWxsfSwidGZ3X3Nob3dfYmlyZHdhdGNoX3Bpdm90c19lbmFibGVkIjp7ImJ1Y2tldCI6Im9uIiwidmVyc2lvbiI6bnVsbH0sInRmd19kdXBsaWNhdGVfc2NyaWJlc190b19zZXR0aW5ncyI6eyJidWNrZXQiOiJvbiIsInZlcnNpb24iOm51bGx9LCJ0ZndfdXNlX3Byb2ZpbGVfaW1hZ2Vfc2hhcGVfZW5hYmxlZCI6eyJidWNrZXQiOiJvbiIsInZlcnNpb24iOm51bGx9LCJ0ZndfdmlkZW9faGxzX2R5bmFtaWNfbWFuaWZlc3RzXzE1MDgyIjp7ImJ1Y2tldCI6InRydWVfYml0cmF0ZSIsInZlcnNpb24iOm51bGx9LCJ0ZndfbGVnYWN5X3RpbWVsaW5lX3N1bnNldCI6eyJidWNrZXQiOnRydWUsInZlcnNpb24iOm51bGx9LCJ0ZndfdHdlZXRfZWRpdF9mcm9udGVuZCI6eyJidWNrZXQiOiJvbiIsInZlcnNpb24iOm51bGx9fQ%3D%3D&frame=false&hideCard=false&hideThread=false&id=1849259638811697306&lang=en&origin=https%3A%2F%2Fwww.thairath.co.th%2Fnews%2Fforeign%2F2821686&sessionId=55530b8573bcf6919edab6cad95d14245669c5fe&siteScreenName=https%3A%2F%2Fwww.thairath.co.th%2Fnews%2Fforeign%2F2821686&theme=light&widgetsVersion=2615f7e52b7e0%3A1702314776716&width=550px

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบนทางหลวงของรัฐวิสคอนซินของสหรัฐฯ ในขณะที่นางแฮร์ริส กำลังเดินหน้าหาเสียงในพื้นที่นี้อย่างเข้มข้น โดยก่อนหน้านี้นางแฮร์ริสเพิ่งเสร็จสิ้นการหาเสียงในเมืองมิลวอกี ในช่วงค่ำวันจันทร์ ก่อนจะมุ่งหน้ามายังทางหลวงเชื่อมต่อระหว่างรัฐสาย 94 ในวิสคอนซิน และมาเจอกับรถคันดังกล่าว

ทั้งนี้ มีการเปิดเผยว่า คนขับรถคันดังกล่าวเป็นชายวัย 55 ปี ถูกจับกุมโดยตำรวจที่ขับรถปิดขบวน โดยเขาแทบจะไม่ได้สติขณะขอให้เป่าวัดระดับแอลกอฮอล์ และตำรวจยังพบขวดแอลกอฮอล์ภายในรถด้วย โดยเขาให้การกับตำรวจว่าเขากำลังมุ่งหน้ากลับบ้านหลังจากออกไปสังสรรค์กับเพื่อน และไม่รู้เลยว่าเขากำลังขับรถสวนเลนบนทางด่วน.

ที่มา : skynews

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ เลือกตั้งสหรัฐฯ2024

สหรัฐฯยืนยันเกาหลีเหนือส่งทหาร 3,000 นายไปรัสเซียและอาจช่วยรบกับยูเครน

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2821678

สหรัฐฯยืนยันเกาหลีเหนือส่งทหาร 3,000 นายไปรัสเซียและอาจช่วยรบกับยูเครน

24 ต.ค. 2567 10:14 น.

สหรัฐฯยืนยันเกาหลีเหนือส่งทหาร 3,000 นายไปรัสเซียและอาจช่วยรบกับยูเครน

รมว.กลาโหมสหรัฐฯยืนยันว่า เกาหลีเหนือได้ส่งทหาร 3,000 นายไปที่รัสเซียและอาจมีการไปช่วยรัสเซียสู้รบกับยูเครน โดยมองว่าเป็นสถานการณ์ที่ร้ายแรง อาจส่งผลสะเทือนทั้งในยุโรปและเอเชีย

วันที่ 24 ตุลาคม 2567 เว็บไซต์ข่าวนิวยอร์ก ไทมส์ รายงานว่า นายลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ กล่าวยืนยันว่า เกาหลีเหนือส่งทหาร 3,000 นายไปรัสเซีย และอาจช่วยรบกับยูเครน  ซึ่งนับเป็นสถานการณ์ที่ร้ายแรงมาก แม้เขาจะกล่าวว่า ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดว่าทหารกลุ่มนี้ถูกส่งไปทำอะไรก็ตาม เพราะคงไม่มีใครรู้เห็น 

นายออสตินกล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ฐานทัพทหารในอิตาลีว่า เกาหลีเหนือส่งทหารไปรัสเซียเพื่อร่วมต่อสู้กับยูเครน ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในความพยายามของรัสเซียในการเอาชนะสงครามครั้งนี้ และการที่เกาหลีเหนือส่งทหารไปรัสเซียนั้นถือเป็นการยกระดับสถานการณ์ให้ร้ายแรงขึ้นมาก และอาจส่งผลสะเทือนทั้งในยุโรปและเอเชีย

เขากล่าวว่า ไม่มีใครเห็นว่าทหารกลุ่มนี้ทำอะไรอยู่กันแน่ และเขามองว่าความต้องการทหารรับจ้างจากเกาหลีเหนือของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินเป็นสัญญาณของความสิ้นหวังที่บ่งชี้ว่าเขาอาจประสบปัญหาหนักกว่าที่คนส่วนใหญ่จะรับรู้ได้ 

ทางด้านนายจอห์น เคอร์บี้ โฆษกทำเนียบขาว กล่าวว่าการส่งทหารเกาหลีเหนือ 3,000 นายไปประจำการอยู่ในรัสเซียนั้น ชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ทางทหารที่ขยายกว้างระหว่างสองประเทศ เนื่องจากรัสเซียแสวงหาอาวุธและทหารเพื่อยึดพื้นที่ในสงครามที่ตึงเครียดมานานมากกว่า 2 ปี 

จอห์น เคอร์บี้ โฆษกความมั่นคงแห่งชาติทำเนียบขาว กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ ปูตินสามารถซื้อปืนใหญ่จากเกาหลีเหนือได้ เขาสามารถซื้อขีปนาวุธพิสัยไกลจากเกาหลีเหนือซึ่งเขาเคยใช้โจมตียูเครนได้ โดยสหรัฐเชื่อว่าทหารเกาหลีเหนืออย่างน้อย 3,000 นายเดินทางโดยเรือมายังวลาดิวอสต็อก ซึ่งเป็นท่าเรือแปซิฟิกที่ใหญ่ที่สุดของรัสเซีย ในช่วงต้นถึงกลางเดือนตุลาคม ในขณะที่สหรัฐฯ ยังคงประเมินสถานการณ์ต่อไป

ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญมองว่าเกาหลีเหนือต้องการการสนับสนุนทางเศรษฐกิจจากรัสเซีย และความช่วยเหลือในการปรับปรุงระบบอาวุธแบบธรรมดาที่ล้าสมัยของเกาหลีเหนือ รวมไปถึงการถ่ายโอนเทคโนโลยีอาวุธไฮเทค ขณะที่กองทัพเกาหลีเหนือมีทหาร 1.2 ล้านนาย ซึ่งถือเป็นกองทัพที่มีทหารประจำการมากที่สุดในโลก แต่ทหารเกาหลีเหนือไม่ได้สู้รบในความขัดแย้งขนาดใหญ่เลย นับตั้งแต่สงครามเกาหลีในปี 2493-2496.

ตุรกีเผยภาพกลุ่มมือปืนบุกโจมตีบ.เทคโนโลยีการบิน ดับอย่างน้อย 5 ศพ เจ็บ 22 ราย

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2821656

ตุรกีเผยภาพกลุ่มมือปืนบุกโจมตีบ.เทคโนโลยีการบิน ดับอย่างน้อย 5 ศพ เจ็บ 22 ราย

24 ต.ค. 2567 08:46 น.

ตุรกีเผยภาพกลุ่มมือปืนบุกโจมตีบ.เทคโนโลยีการบิน ดับอย่างน้อย 5 ศพ เจ็บ 22 ราย

ตุรกีเผยภาพกลุ่มมือปืนบุกก่อเหตุโจมตีบริษัทเทคโนโลยีการบินในกรุงอังการา ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 ศพ บาดเจ็บ 22 ราย เบื้องต้นเชื่อว่าเป็นฝีมือของกลุ่มกบฎชาวเคิร์ด PKK

วันที่ 24 ตุลาคม 2567 กระทรวงมหาดไทยของตุรกี เปิดเผยภาพที่ถ่ายจากกล้องวงจรปิดบริเวณทางเข้าอาคารสำนักงานใหญ่ของบริษัท “เตอร์กิช แอโรสเปซ อินดัสทรีส์” ในกรุงอังการา ของตุรกี แสดงให้เห็นคนร้ายที่มีอาวุธปืน กำลังก่อเหตุยิงก่อนบุกเข้าไปในบริษัท แล้วมีการปาระเบิด ยิงผู้คนที่อยู่ในอาคาร 

สำนักข่าวบีบีซี รายงานว่า เหตุการณ์นี้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 ศพ บาดเจ็บ 22 ราย โดยตำรวจจับกุมผู้ต้องสงสัยก่อเหตุได้ 2 รายเป็นผู้หญิง 1 รายและชาย 1 ราย จนถึงขณะนี้ยังไม่มีกลุ่มใดออกมาอ้างความรับผิดชอบต่อการโจมตีครั้งนี้ แต่คาดว่าเหตุโจมตีครั้งนี้น่าจะเกี่ยวข้องกับกลุ่มกบฏชาวเคิร์ด หรือ “พีเคเค”

ทางด้านประธานาธิบดีเรเจป ไตยิป แอร์โดอัน ของตุรกี ซึ่งอยู่ระหว่างการเยือนรัสเซียเพื่อร่วมประชุมสุดยอดกลุ่มบริกส์ ได้ประณามสิ่งที่เขาเรียกว่า การโจมตีด้วยการก่อการร้ายที่ชั่วร้าย พร้อมระบุว่ากองกำลังความมั่นคงได้ดำเนินการอย่างรวดเร็วเพื่อกำจัดภัยคุกคาม และต้องไม่มีองค์กรก่อการร้ายหรือกลุ่มชั่วร้ายใดที่จะมุ่งเป้าโจมตีตุรกีได้.

เกิดเหตุระเบิดในห้องน้ำรร.มัธยมชิลี นร.เจ็บ 35 คน

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2821650

เกิดเหตุระเบิดในห้องน้ำรร.มัธยมชิลี นร.เจ็บ 35 คน

24 ต.ค. 2567 08:35 น.

เกิดเหตุระเบิดในห้องน้ำรร.มัธยมชิลี นร.เจ็บ 35 คน

เกิดเหตุระเบิดรุนแรงภายในห้องน้ำโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในประเทศชิลี หลังกลุ่มเด็กนักเรียนรวมตัวกันทำระเบิดเพลิงเตรียมนำไปใช้ในการเดินขบวนประท้วง แต่เกิดข้อผิดพลาดจนเกิดระเบิดขึ้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 35 คน

เหตุระเบิดรุนแรงดังกล่าวเกิดขึ้นในโรงเรียน Barros Arana National Boarding School โรงเรียนมัธยมของรัฐในกรุงซานดิเอโก ของชิลี โดยมีรายงานว่ากลุ่มเด็กนักเรียนได้ไปรวมตัวกันเพื่อทำระเบิดเพลิง เตรียมเอาไว้สำหรับการเดินขบวนประท้วง แต่ระเบิดลูกหนึ่งกลับเกิดการระเบิดขึ้น ส่งผลให้มีนักเรียนได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 35 คน ในจำนวนนี้มี 11 คน อาการสาหัส ส่วนนักเรียนที่เหลือบาดเจ็บจากการถูกไฟลวกแต่บาดแผลไม่รุนแรง

ด้านตำรวจแถลงว่า ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของการระเบิดในครั้งนี้ แต่ยืนยันว่าระเบิดเกิดจากระเบิดเพลิงทำมือที่กลุ่มนักเรียนทำขึ้นเองเพื่อเตรียมนำไปใช้ในการชุมนุมประท้วงในซานติเอโกในช่วงเย็นวันเดียวกัน ร่วมกับนักเคลื่อนไหว นักเรียน นักศึกษาที่มีการชุมนุมประท้วงต่อเนื่อง ซึ่งหลังเกิดเหตุทางตำรวจได้ปิดกั้นพื้นที่โดยรอบรวมทั้งถนนใกล้เคียงเพื่อความปลอดภัยแล้ว

ทั้งนี้ ในช่วงเหตุการณ์ความไม่สงบทางสังคมครั้งใหญ่ในปี 2011 และ 2019 กลุ่มนักเรียนในระดับมัธยมศึกษาและมหาวิทยาลัยได้แสดงจุดยืนเผชิญหน้ากับรัฐบาลและชนชั้นนำทางธุรกิจเพื่อเรียกร้องให้มีการปฏิรูปทางการเมือง และมีการปะทะกันกับตำรวจที่พยายามเข้าสลายการชุมนุมจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก.

ที่มา:เอพี

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ระเบิดเพลิง

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 : จะเกิดอะไรขึ้นถ้าคามาลา แฮร์ริสชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดี

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2820854

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 : จะเกิดอะไรขึ้นถ้าคามาลา แฮร์ริสชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดี

24 ต.ค. 2567 07:36 น.

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 : จะเกิดอะไรขึ้นถ้าคามาลา แฮร์ริสชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดี

ถ้าคามาลา แฮร์ริสชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในปี 2024 จะนับเป็นเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์อเมริกา เพราะเธอจะเป็นผู้หญิงคนแรกและเป็นผู้หญิงที่มีเชื้อสายเอเชียใต้และแอฟริกันอเมริกันคนแรกที่ดำรงตำแหน่งนี้

อย่างไรก็ตาม สื่อต่างประเทศหลายสำนักก็มีการวิเคราะห์ว่า แม้ว่าแฮร์ริสและไบเดนจะมีความเห็นตรงกันในทิศทางหลักสำหรับนโยบายต่างประเทศและความมั่นคง แต่การปรับเปลี่ยนก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้และอาจจะเกิดขึ้นในบางส่วน ดังนี้

การมีส่วนร่วมกับชาติต่างๆ

นางแฮร์ริสจะมุ่งเน้นไปที่การลดความตึงเครียดกับระบอบที่เป็นปฏิปักษ์ เช่น รัสเซีย จีน และอิหร่าน โดยพยายามหาข้อตกลงเมื่อเป็นไปได้ อย่างการมองจีนให้เป็นพันธมิตรในการดำเนินการเปลี่ยนแปลงสีเขียวระดับโลก และเปิดรับการมีส่วนร่วมกับอิหร่าน โดยพยายามหาจุดร่วมกับเตหะรานในการสนับสนุนการจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์ และแม้ว่าจะมีการเผชิญหน้ากับจีน รัสเซีย และอิหร่านในปัจจุบัน แต่รัฐบาลของแฮร์ริสอาจจะมองหาช่องทางในการร่วมมือกับทั้งสามประเทศ และใช้วิธีการแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยใช้การบังคับในระดับต่ำสุดที่จำเป็นเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ ตัวอย่างเช่น ความพยายามที่ระมัดระวังของรัฐบาลไบเดนในการป้องกันรัสเซียจากการโจมตียูเครน ซึ่งเริ่มจากมาตรการทางการทูตและการขู่กรรโชกทางเศรษฐกิจ สหรัฐฯ จึงตอบสนองอย่างเข้มข้นขึ้นหลังจากที่เห็นชัดว่าการป้องกันล้มเหลว

นโยบายต่อประเทศจีน

ส่วนนโยบายที่เกี่ยวกับจีนนั้นแม้ว่านางแฮร์ริสได้ขึ้นมาเป็นผู้นำก็ไม่ได้หมายความว่าความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯและจีนจะดีขึ้น อย่างเห็นได้ชัด โดยแฮร์ริสจะดำเนินงานต่อโจ ไบเดน และอาจจะยังคงดำเนินการตามหลายโครงการที่เปิดตัวในสมัยทรัมป์ รวมถึงการเพิ่มอัตราภาษีและการคุ้มครองเพื่อเป้าหมายบริษัทจีน เช่นเดียวกับการทูตของจีนที่มุ่งเน้นไปที่การตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนในประเทศที่มีแนวทางชาตินิยม แต่อาจจะมีความพยายามเปลี่ยนแปลงในรายละเอียดบางอย่างเช่นการต่อสู้กับการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ ซึ่งแฮร์ริสอาจพยายามทำงานหนักขึ้นเพื่อจัดการกับการเลือกปฏิบัติต่อชาวเอเชียอเมริกัน รวมถึงการเน้นถึงความแตกต่างระหว่างรัฐกับประชาชน และประชาชนกับกลุ่มคนที่อพยพ ในฐานะผู้ที่เข้าใจอุปสรรคที่เกิดจากชาตินิยมและการเหยียดเชื้อชาติ ขณะเดียวกันแฮร์ริสอาจจะมองเห็นความสำคัญในการพึ่งพาทางเศรษฐกิจ เนื่องจากมีแนวโน้มที่จะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยและอัตราการว่างงานของเยาวชนที่สูง การหลีกเลี่ยงความขัดแย้งรุนแรงกับจีน การให้จีนเข้าร่วมเมื่อพูดถึงการซื้อพันธบัตรของอเมริกา และการสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจทั่วไปล้วนเป็นสิ่งสำคัญต่อการบรรลุเป้าหมายในประเทศของเธอ

นโยบายสังคมและเศรษฐกิจ

แฮร์ริสอาจผลักดันนโยบายที่มุ่งเน้นความเท่าเทียมทางเชื้อชาติและเศรษฐกิจ เช่น การเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ การเข้าถึงบริการสาธารณสุขที่ดีขึ้น และการสนับสนุนธุรกิจของคนผิวสี ซึ่งจะช่วยลดช่องว่างทางเศรษฐกิจ

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

มีแนวโน้มว่าแฮร์ริสน่าจะเน้นการดำเนินนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มข้นขึ้น เช่น การลงทุนในพลังงานหมุนเวียน การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีสะอาด

นโยบายการเข้าเมือง

แฮร์ริสอาจผลักดันให้มีนโยบายที่เป็นมิตรต่อผู้เข้าเมืองมากขึ้น เช่น การปฏิรูประบบการเข้าเมือง และการให้สิทธิ์แก่ผู้ที่เข้ามาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

การดูแลสุขภาพ

มีแนวโน้มว่าจะพยายามขยายการเข้าถึงระบบสุขภาพ โดยอาจสนับสนุนการปรับปรุงโครงการโอบามาแคร์ หรือสร้างโครงการประกันสุขภาพแห่งชาติ

การตอบสนองต่อการแบ่งขั้วทางการเมือง

การบริหารงานของแฮร์ริสอาจพยายามสร้างสะพานเชื่อมระหว่างสองพรรคการเมือง เพื่อสร้างความสามัคคีในสังคมและลดความตึงเครียดทางการเมือง

ท่าทีต่อประเทศไทย

ด้านเศรษฐกิจ อาจมีการเน้นความร่วมมือทางเศรษฐกิจมากขึ้น โดยเฉพาะในด้านการค้าและการลงทุน หากเธอสนับสนุนการสร้างโอกาสทางธุรกิจและการพัฒนานวัตกรรมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ด้านสิ่งแวดล้อม สหรัฐฯ อาจมีความเข้มงวดมากขึ้นเกี่ยวกับนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความร่วมมือด้านพลังงานและการพัฒนาอย่างยั่งยืนระหว่างไทยและสหรัฐฯ

ด้านความมั่นคงในภูมิภาค แฮร์ริสอาจให้ความสำคัญกับการรักษาความมั่นคงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยอาจสนับสนุนการทำงานร่วมกันในประเด็นที่เกี่ยวกับความมั่นคง เช่น การต่อสู้กับการก่อการร้ายหรือการป้องกันภัยจากประเทศที่มีพฤติกรรมก้าวร้าว

ด้านการสนับสนุนสิทธิมนุษยชน หากเธอมีแนวทางที่เข้มข้นเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน อาจมีการเน้นการสนับสนุนไทยในเรื่องนี้ ซึ่งอาจส่งผลต่อความสัมพันธ์ในด้านการเมืองและการทูต

การตอบสนองต่อภูมิรัฐศาสตร์ สถานการณ์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะมีผลต่อการกำหนดนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ ไทยอาจได้รับประโยชน์จากการสนับสนุนทางการทูตในบริบทของการแข่งขันระหว่างสหรัฐฯ และจีน

ความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน แฮร์ริสอาจให้ความสำคัญกับการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและการศึกษา ซึ่งอาจช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ

ความท้าทายต่างๆที่แฮร์ริสจะต้องรับมือ

การเพิ่มขึ้นของลัทธิอนุรักษ์นิยมทั่วโลก: การเติบโตของประชานิยมในยุโรปและความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นของฝ่ายขวากลางและอนุรักษ์นิยมในยุโรปทำให้ประธานาธิบดีแฮร์ริสอาจจะไม่สามารถพึ่งพาเสียงจากยุโรปที่มีความเห็นตรงกันกับนโยบายต่างประเทศแบบเสรีนิยมของเธอได้ ประธานาธิบดีแฮร์ริสจะต้องมีปฏิสัมพันธ์กับผู้นำที่มีความคิดเห็นแตกต่างกันในหลากหลายประเด็น ตั้งแต่การอพยพไปจนถึงปัญหาเศรษฐกิจ

นโยบายนิวเคลียร์: ทั้งจากรัสเซียและจีน รวมถึงการนิวเคลียร์จากอิหร่าน การแข่งขันด้านอวกาศกำลังเร่งตัวขึ้น และความต้องการระบบป้องกันขีปนาวุธจะเพิ่มขึ้น ทำใ้สหรัฐฯจำเป็นต้องปรับกลยุืธ์ในด้านนี้

การต่อต้านชาวยิวและต่อต้านไซออนิสต์: ความตึงเครียดระหว่างการสนับสนุนชาวปาเลสไตน์กับการสนับสนุนแบบดั้งเดิมของพรรคเดโมแครตในการต่อสู้กับการต่อต้านชาวยิวและต่อต้านไซออนิสต์กำลังสร้างความตึงเครียดอย่างมากภายในพรรคเดโมแครต รัฐบาลแฮร์ริสจขึงต้องเตรียมจัดการกับความท้าทายนี้ ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อการเมืองภายในประเทศในอนาคตและนโยบายความมั่นคงและต่างประเทศของสหรัฐฯ

เศรษฐกิจ: นโยบายของไบเดน-แฮร์ริสในการส่งเสริมการเติบโตผ่านการใช้จ่ายของรัฐบาลและการเพิ่มภาษีอาจถูกมองว่าเป็นสิ่งที่ไม่สมจริงในปี 2025 หลังจากที่สัญญากับผู้มีสิทธิเลือกตั้งว่าจะลดอัตราเงินเฟ้อและปรับปรุงสภาพคล่องสำหรับชนชั้นกลางและชนชั้นแรงงาน แต่อาจจะไม่สามารถทำตามสัญญานี้ได้ นอกจากนี้ รัฐบาลไบเดนได้กำหนดภาษีและการคว่ำบาตรมากกว่ารัฐบาลทรัมป์และยังไม่ได้ทำข้อตกลงการค้าเสรี ซึ่งจะทำให้ยากในการสนับสนุนแนวนโยบายเสรีตลาด

ละตินอเมริกาและผู้อพยพ: นโยบายการมีส่วนร่วมและการปรับแนวของพรรคเดโมแครตประสบความล้มเหลวอย่างมีนัยสำคัญในละตินอเมริกา ซึ่งสหรัฐฯ ต้องเผชิญกับอิทธิพลที่ขยายตัวของจีน รัสเซีย และอิหร่าน รวมถึงเครือข่ายอาชญากรรมและผู้ก่อการร้ายระหว่างประเทศ จำนวนประชากรที่อยู่ในสถานะผิดกฎหมายในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นภายใต้รัฐบาลไบเดน-แฮร์ริส และการค้ามนุษย์จากเอเชีย ตะวันออกกลาง และแอฟริกาเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และเป็นโจทย์ที่รัฐบาลชุดใหม่ต้องรีบแก้.

ที่มา :https://www.gisreportsonline.com/r/harris-presidency/

ที่มา :https://www.chinausfocus.com/foreign-policy/what-happens-if-kamala-harris-wins

ที่มา :https://www.thetimes.com/world/us-world/article/what-happen-kamala-harris-win-us-election-2024-2gpphxprf

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ เลือกตั้งสหรัฐฯ2024

กระทรวงยุติธรรมเตือน อีลอน มัสก์ แจกเงินผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง อาจผิดกฎหมาย

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2821634

กระทรวงยุติธรรมเตือน อีลอน มัสก์ แจกเงินผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง อาจผิดกฎหมาย

24 ต.ค. 2567 05:40 น.

กระทรวงยุติธรรมเตือน อีลอน มัสก์ แจกเงินผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง อาจผิดกฎหมาย

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ส่งจดหมายเตือน อีลอน มัสก์ แจกเงินผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งวันละล้าน อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายรัฐบาลกลาง

เมื่อวันพุธที่ 23 ต.ค. 2567 กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ส่งจดหมายถึงองค์กร America PAC ของนาย อีลอน มัสก์ มหาเศรษฐกิจชื่อดัง เพื่อเตือนว่า แคมเปญแจกเงินวันละ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้แก่ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในรัฐสวิงสเตท ที่ร่วมลงนามในคำร้องออนไลน์ของเขานั้น อาจผิดกฎหมายกลางของสหรัฐฯ

เมื่อสัปดาห์ก่อน นายมัสก์ประกาศกลางเวทีหาเสียงว่า เขาจะสุ่มแจกเงินวันละ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไปจนถึงวันเลือกตั้ง 5 พ.ย.นี้ ให้แก่ผู้โชคดีที่ตรงตามเงื่อนไข ได้แก่ เป็นผู้ที่ลงทะเบียนเป็นผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งแล้ว, อยู่ในรัฐสวิงสเตททั้ง 7 รัฐ และลงนามในคำร้องออนไลน์ บนเว็บไซต์ของ America PAC

อนึ่ง รัฐสวิงสเตททั้ง 7 ประกอบด้วย แอริโซนา , จอร์เจีย, เนวาดา, นอร์ทแคโรไลนา, เพนซิลเวเนีย , มิชิแกน และวิสคอนซิน

ผู้เชี่ยวชาญหลายคนระบุว่า การแจกเงินของนายมัสก์อาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย เนื่องจากกฎหมายรัฐบาลกลางระบุไว้ว่า การให้ค่าตอบแทนแก่ผู้คนด้วยความตั้งใจที่จะชักชวนให้พวกเขาไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง หรือให้ลงทะเบียนเพื่อใช้สิทธิ์ ถือเป็นความผิด มีโทษปรับเงินสูงสุด 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือจำคุกนานสุด 5 ปี

แต่ก็มีนักวิเคราะห์บางคนที่มองว่า การกระทำของนายมัสก์อาจหลุดรอดช่องโหว่ของกฎหมาย เนื่องจากไม่มีใครได้รับค่าตอบแทนโดยตรงเพื่อให้ไปลงทะเบียนและให้ไปโหวตเลย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 : แฮร์ริสจวกทรัมป์ ต้องการอำนาจแบบไม่ถูกตรวจสอบ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2821631

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 : แฮร์ริสจวกทรัมป์ ต้องการอำนาจแบบไม่ถูกตรวจสอบ

24 ต.ค. 2567 05:05 น.

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 : แฮร์ริสจวกทรัมป์ ต้องการอำนาจแบบไม่ถูกตรวจสอบ

แฮร์ริสโจมตีทรัมป์ ต้องการอำนาจแบบไม่ต้องถูกตรวจสอบ ท่ามกลางการหาเสียงอย่างดุเดือด ก่อนที่การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะมาถึงใน 2 สัปดาห์ข้างหน้า

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า คามาลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ แถลงข่าวจากหน้าบ้านพักของเธอในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันพุธที่ 23 ต.ค. 2567 โดยเธอแสดงความเห็นเกี่ยวกับคำพูดของนาย จอห์น เคลลี อดีตหัวหน้าเจ้าหน้าที่ของ โดนัลด์ ทรัมป์ สมัยเป็นประธานาธิบดี ที่บอกว่า นายทรัมป์อยากได้แม่ทัพแบบฮิตเลอร์

“เขาไม่ได้ต้องการกองทัพที่จกรักษ์ภักดีต่อรัฐธรรมนูญแห่งสหรัฐอเมริกา เขาต้องการกองทัพที่จะภักดีต่อเขา” แฮร์ริสกล่าว และเสริมด้วยว่า ทรัมป์ต้องการอำนาจแบบไม่ต้องถูกตรวจสอบ หากเขาได้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นสมัยที่ 2

แฮร์ริสยังแสดงความเห็นเกี่ยวกับคำพูดของนายทรัมป์ก่อนหน้านี้ ที่บอกว่า “จะจัดการกับศัตรูจากภายในสหรัฐฯ” ด้วยว่า นายทรัมป์กำลังพูดถึงฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง, ผู้สื่อข่าว และผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับเขา

อนึ่ง ก่อนหน้านี้สำนักข่าว นิวยอร์ก ไทม์ส เผยแพร่บทสัมภาษณ์ของนาย จอห์น เคลลี อดีตหัวหน้าเจ้าหน้าที่ของโดนัลด์ ทรัมป์ โดยนายเคลลีอ้างว่า นายทรัมป์เคยบอกกับเขาว่า “รู้มั้ย ฮิตเลอร์ทำเรื่องดีๆ บ้างเหมือนกัน” และเขาต้องการแม่ทัพแบบฮิตเลอร์

นายทรัมป์กับทีมหาเสียงของเขา ออกมาปฏิเสธคำพูดของนายเคลลีไปแล้ว โดยอ้างว่า บทสนทนาที่นายเคลลีพูดถึงนั้น ไม่เคยเกิดขึ้นจริง

อีกด้านหนึ่ง นาย เจ.ดี. แวนซ์ แคนดิเดทรองประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกัน ใช้เวลา 10 นาทีที่เวทีหาเสียงในรัฐเนวาดา โจมตีแฮร์ริส โดยกล่าวหาว่าเธอไม่สนใจแรงงานชนชั้นกลางในอเมริกา ทั้งที่มักอ้างถึงภูมิหลังความเป็นชนชั้นกลางของตัวเองบ่อยๆ

นายแวนซ์อ้างโดยไม่มีหลักฐานด้วยว่า นายทรัมป์ซึ่งเพิ่งไปทำงานที่ร้านแมคโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา อาจทำงานที่เชนฟาสต์ฟู้ดเจ้านี้ นานกว่าแฮร์ริส ที่อ้างว่าเคยทำงานที่แมคโดนัลด์ ในแคลิฟอร์เนีย เมื่อปี 2527 เสียอีก

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ลิงสวนสัตว์ฮ่องกงตายตัวที่ 12 แล้ว หลังเชื้อแบคทีเรียระบาด ยังคุมไม่ได้

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2821627

ลิงสวนสัตว์ฮ่องกงตายตัวที่ 12 แล้ว หลังเชื้อแบคทีเรียระบาด ยังคุมไม่ได้

24 ต.ค. 2567 03:31 น.

ลิงสวนสัตว์ฮ่องกงตายตัวที่ 12 แล้ว หลังเชื้อแบคทีเรียระบาด ยังคุมไม่ได้

ลิงในสวนสัตว์ฮ่องกงตายเป็นตัวที่ 12 แล้ว หลังพบการระบาดของเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดอาการติดเชื้อในกระแสเลือด ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังพยายามควบคุมการแพร่กระจาย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 23 ต.ค. 2567 ว่า ลิงในสวนสัตว์ฮ่องกง เสียชีวิตเป็นตัวที่ 12 แล้ว โดยกำลังมีการตรวจสอบว่า สาเหตุการตายของมันคือการติดเชื้อแบคทีเรียแบบเดียวกับลิง 11 ตัวก่อน ในช่วง 10 วันที่ผ่านมาหรือไม่

ลิงที่ตายตัวล่าสุดเป็นสายพันธุ์ “เดอ-บราซซา” (De Brazza’s monkey) โดยมันถูกแยกเดียวตั้งแต่วันที่ 13 ต.ค.ที่ผ่านมาแล้ว หลังจากลิง 8 ตัวแรกเสียชีวิต โดยผลการชันสูตรศพของลิงตัวอื่นชีวิต ในตัวของพวกมันมีเชื้อแบคทีเรียที่กระตุ้นให้เกิดภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด (sepsis) อยู่เป็นจำนวนมาก

เลขาธิการการท่องเที่ยว, กีฬา และวัฒนธรรมของฮ่องกง ระบุว่า แบคทีเรียที่พบอาจติดมาจากดินปนเปื้อนใกล้กับกรงที่อยู่ของพวกมัน โดยคาดว่า ดินปนเปื้อนดังกล่าวน่าจะติดไปกับรองเท้าของเจ้าหน้าที่ที่ไปตักดินบริเวณนั้น และถูกนำติดเข้าไปในกรงของลิงด้วย

ทั้งนี้ ลิง 11 ตัวที่ตายไปก่อนหน้านี้ รวมถึงลิงเสี่ยงสูญพันธุ์อย่าง ลิงหัวสำลี (Cotton Top Tamarin) และลิงซากิหน้าขาว (white-faced saki), ลิงกระรอก และลิงเดอ-บราซซา

เจ้าหน้าที่ฮ่องกงเชื่อว่า ลิงเหล่านี้เสียชีวิตเพราะเป็นโรค “เมลิออยโดสิส” (melioidosis) ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย “เบอร์โคลเดอเรีย ซูโดมัลลิไอ” (burkholderia pseudomallei) ซึ่งเป็นเชื้อประจำถิ่นของดินแดนในเขตร้อน สามารถแพร่กระจายจากการสัมผัส ดิน, น้ำ หรือแม้แต่อากาศที่ปนเปื้อ

สำนักงานบริการด้านนันทนาการและวัฒนธรรม (LCSD) ของฮ่องกง ระบุว่า พบร่องรอยแบบเดียวกันในลิงที่ตายตัวล่าสุดด้วย ขณะที่ลิงตัวอื่นๆ อีก 78 ตัว ในสวนสัตว์แห่งนี้กำลังได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด โดยสุขภาพของทุกตัวยังอยู่ในระดับ “ปกติ”

อนึ่ง สวนพฤกษชาติและสัตววิทยาของฮ่องกง เป็นสวนสัตว์ที่เก่าแก่ที่สุดของเกาะแห่งนี้ มีพื้นที่กว้าง 14 เอเคอร์ ตั้งอยู่ใจกลางเมือง โดยโซนสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนามถูกปิดตั้งแต่วันที่ 14 ต.ค. แล้ว เพื่อการฆ่าเชื่อและทำความสะอาด

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ฮิซบอลเลาะห์ยืนยัน ตัวเก็งผู้นำคนใหม่ ถูกอิสราเอลสังหารแล้ว

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2821626

ฮิซบอลเลาะห์ยืนยัน ตัวเก็งผู้นำคนใหม่ ถูกอิสราเอลสังหารแล้ว

24 ต.ค. 2567 02:47 น.

ฮิซบอลเลาะห์ยืนยัน ตัวเก็งผู้นำคนใหม่ ถูกอิสราเอลสังหารแล้ว

ฮิซบอลเลาะห์ยืนยัน ตัวเก็งผู้นำคนใหม่แทนนาสรัลเลาะห์ เสียชีวิตแล้วในการโจมตีทางอากาศของอิสราเอล เมื่อหลายสัปดาห์ก่อน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ยืนยันในวันพุธที่ 23 ต.ค. 2567 ว่า นายฮาเชม ซาฟีเอดดีน หนึ่งในผู้มีโอกาสมากที่สุดที่จะได้เป็นผู้นำคนใหม่ของกลุ่ม ต่อจากนายฮัสซัน นาสรัลเลาะห์ ที่ถูกลอบสังหารนั้น เสียชีวิตแล้ว ในการโจมตีของอิสราเอล

ฮิซบอลเลาะห์ไม่ได้ระบุแน่ชัดว่าการโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อใด ต่อกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ระบุว่า นายซาฟีเอดดีนถูกสังหารตอนที่ กองทัพอากาศของพวกขโจมตีสำนักงานใต้ดินของหน่วยข่าวกรองของกลุ่มฮามาส ในพื้นที่ทางใต้ของกรุงเบรุต เมมื่อราว 3 สัปดาห์ก่อน

ทั้งนี้ นายซาฟีเอดดีนเป็นหัวหน้าสภาผู้บริหารของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ และเป็นลูกพี่ลูกน้องกับนายนาสรัลเลาะห์ผู้ล่วงลับ ซึ่งหลังจากที่ญาติผู้พี่ของเขาถูกลอบสังหารในการโจมตีทางอากาศที่กรุงเบรุต เมื่อ 27 ก.ย ซาฟีเอดดีนก็ทำหน้าที่เสมือนเป็นผู้นำของกลุ่ม ทำให้เชากลายเป็นหนึ่งในตัวเก็งผู้นำคนใหม่ของฮิซบอลเลาะห์

แต่หลังการโจมตีใกล้สนามบินกรุงเบรุต เมื่อ 4 ต.ค. ก็มีรายงานออกมาว่า กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ขาดการติดต่อกับนายซาฟีเอดดีน และเกิดข่าวลือว่าชายคนนี้อาจเสียชีวิตไปแล้ว แต่ตอนนั้นยังไม่มีใครออกมายืนยัน

ด้านอิสราเอล ออกแถลงการณ์เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ระบุว่า นายซาฟีเอดดีนถูกสังหารไปพร้อมกับนาย อาลี ฮุสเซน ฮาซิมา ผู้บัญชาการหน่วยข่าวกรองของฮิซบอลเลาะห์ โดย IDF กล่าวหานายซาฟีเอดดีรว่า สั่งให้มีการโจมตีก่อการร้ายต่ออิสราเอล มานานหลายป และมีส่วนรวมในการกระบวนการตัดสินใจของฮิซบอลเลาะห์

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc