พด.พัฒนาศักยภาพดินสำหรับปลูกพืชGI

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/810844

วันจันทร์ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน (พด.) กล่าวว่าได้ส่งเสริมให้เกษตรกรนำอัตลักษณ์พื้นถิ่นของไทยมาเป็นผลิตภัณฑ์การเกษตร โดยเฉพาะพืชท้องถิ่นที่สำคัญและมีเอกลักษณ์เฉพาะ หรือพืชบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GeographicalIndications : GI) ที่ได้รับการขึ้นทะเบียน GI จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา ทำให้สินค้าเกษตรพื้นถิ่นมีมูลค่าเพิ่มขึ้น ตั้งเป้าให้ทุกจังหวัดมีสินค้า GI ของตนเอง โดยกองสำรวจดินและวิจัยทรัพยากรดิน สำรวจพื้นที่ ลักษณะ และสมบัติของชุดดิน เก็บตัวอย่างดิน วิเคราะห์ดิน เพื่อให้ได้ฐานข้อมูลทรัพยากรดินและแนวทางการจัดการดินพื้นที่ปลูกพืช GI รายชนิดพืช ซึ่งข้อมูลดังกล่าวทำให้ทราบสถานภาพทรัพยากรดินและศักยภาพของดินในพื้นที่บ่งชี้สถานะของดินที่มีการปลูกพืชให้มีคุณภาพดี

นายปราโมทย์ กล่าวต่อว่า ฐานข้อมูลสารสนเทศและสถานการณ์ของทรัพยากรดินในพื้นที่เพาะปลูกพืช GI ดังกล่าวข้างต้น กองนโยบายและแผนการใช้ที่ดิน จะนำมาวิเคราะห์และประเมินคุณภาพที่ดิน ทั้งระดับความต้องการปัจจัยของพืช GI และสภาพภูมิอากาศ เพื่อจัดชั้นความเหมาะสมของที่ดินสำหรับปลูกพืช GI ร่วมกับการวิเคราะห์ข้อมูลด้านเศรษฐกิจและสังคม เพื่อจัดทำเขตการใช้ที่ดินสำหรับการขยายพื้นที่เพาะปลูกพืช GI พร้อมทั้งจัดทำเขตเหมาะสมมาสำหรับปลูกและขยายพื้นที่ปลูกพืช GI ต่อไป โดยดำเนินการแล้วกว่า 40 ชนิดพืช อาทิ ข้าวหอมมะลิดินภูเขาไฟบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ มะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ จ.ศรีสะเกษ เป็นต้น

ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2567 ดำเนินการอีก 11 ชนิดพืช โดยเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จตามที่กรมทรัพย์สินทางปัญญากำหนด เพื่อให้การผลิตพืช GI มีคุณภาพและได้มาตรฐาน ได้รับความคุ้มครองพื้นที่เกษตร เป็นทางเลือกให้เกษตรกร สร้างรายได้และคุ้มครองพื้นที่เกษตรให้สามารถผลิตพืชได้อย่างยั่งยืน

สวก.-BEDOผลักดัน แมลงโปรตีนBSFธุรกิจใหม่

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/810847

วันจันทร์ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ดร.วิชาญ อิงศรีสว่าง ผอ.สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. กล่าวว่า การผลิตอาหารสัตว์จากแมลง เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ได้รับความสนใจ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศในสหภาพยุโรป จากรายงานพบว่าแมลงถูกใช้เป็นโปรตีนสำหรับสัตว์น้ำประมาณ 194,000 ตัน ในปี 2020 และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปีจึงสนับสนุนทุนวิจัยให้สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ BEDO ดำเนินโครงการขยายผลการถ่ายทอดองค์ความรู้การผลิตแมลงโปรตีน (Hermetia illucens L.)สำหรับเป็นอาหารสัตว์ ซึ่งจากผลการดำเนินโครงการ พบว่าสามารถสร้างวิทยากรเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ในระดับพื้นที่จากมหาวิทยาลัยราชภัฏ 10 แห่งแก่เกษตรกรและผู้สนใจในพื้นที่ 22 จังหวัด รวม 713 คน ให้สามารถนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้และช่วยลดต้นทุนด้านอาหารได้ 50%

ด้าน ดร.ธนิต ชังถาวร รอง ผอ.BEDO กล่าวว่า แมลงโปรตีน BSF (Black Soldier Fly) ประเทศไทยยังรู้จักและใช้ประโยชน์น้อยมาก BSF เป็นแมลงที่มีปีก 2 ปีก เช่นเดียวกับกลุ่มแมลงวัน ต่างตรงที่แมลงโปรตีน BSF เป็นแมลงที่ไม่เป็นพาหะนำโรคและไม่เป็นศัตรูพืช มีวงจรชีวิตจากระยะไข่สู่ระยะตัวเต็มวัย ประมาณ 13-18 วันช่วงก่อนเข้าระยะดักแด้ มีโปรตีนสูง 42–54% อีกทั้งยังมีกรดอะมิโนที่จำเป็นและกรดไขมันดีหลายชนิด จึงสามารถใช้ทดแทนแหล่งโปรตีนดั้งเดิม และจากการศึกษาพบว่า BSF สามารถลดปริมาณขยะอินทรีย์ได้ 90% ในเวลา 14 วัน จึงช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกี่ยวข้องกับขยะอินทรีย์ได้ 49% และมูลจากการเลี้ยงยังสามารถนำไปทำเป็นปุ๋ยชีวภาพหรือสารบำรุงดิน เนื่องจากมีไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม ที่เป็นสารอาหารจำเป็นและกระตุ้นการเจริญเติบโตของพืช

ตรวจความเสี่ยงมะเร็ง! ใครบ้างควรตรวจ?

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/810840

ตรวจความเสี่ยงมะเร็ง! ใครบ้างควรตรวจ?

ตรวจความเสี่ยงมะเร็ง! ใครบ้างควรตรวจ?

วันจันทร์ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 07.30 น.

การตรวจคัดกรองมะเร็ง เป็นการตรวจความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งในอนาคตว่าจะเกิดขึ้นหรือไม่ ซึ่งอาจจะยืนยันไม่ได้ 100% แต่มีประโยชน์มากในการวางแผนรักษาหรือป้องกันตั้งแต่ระยะเริ่มต้นและการตรวจบางอย่างก็สามารถทำได้ง่ายๆ เหมือนกับการตรวจสุขภาพประจำปีเลย ซึ่งการตรวจมีด้วยกันหลายวิธีเช่นกัน

พญ.กฤดากร เกษรคำ แพทย์ American Board of Anti-Aging Medicineจาก Addlife Anti-Aging Center ชั้น 2 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี) ให้ข้อมูลว่า วิธีการตรวจ ได้แก่ การตรวจจากสารบ่งชี้มะเร็ง หรือ Tumor marker ซึ่งเป็นสารโปรตีนที่ตรวจพบได้ปกติในร่างกาย หากแต่คนที่มีความเสี่ยงมะเร็ง หรือมีภาวะบางอย่างอาจทำให้ค่าเหล่านี้สูงขึ้นกว่าปกติได้ เช่น AFP (Alpha-fetoprotein) บ่งชี้มะเร็งตับ CEA (Carcinoembryonic antigen) บ่งชี้มะเร็งลำไส้ใหญ่หรือมะเร็งตับ PSA (Prostate-specific antigen) บ่งชี้มะเร็งต่อมลูกหมาก

การตรวจจากยีน เป็นการตรวจหาพันธุกรรมที่มีความเสี่ยงในการเกิดมะเร็ง เช่น ตรวจจากยีน BRCA1 และ BRCA2 สำหรับมะเร็งเต้านมและมะเร็งรังไข่ วิธีนี้เป็นการตรวจคัดกรองมะเร็งที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน เนื่องจากสามารถตรวจเจอได้ตั้งแต่ระยะเริ่มและช่วยให้วางแผนป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังตรวจได้ง่าย สามารถตรวจได้ทุกปีเหมือนการตรวจสุขภาพประจำปีด้วยค่ะ

การตรวจคัดกรองทางรังสี เช่น การตรวจ X-Ray, MRI, CT Scan เพื่อตรวจหาก้อนเนื้อ หรือความผิดปกติที่แต่ละอวัยวะ ได้ตั้งแต่เริ่มต้น หรือมีขนาดของเนื้องอกเพียงเล็กน้อย ก่อนที่จะแสดงอาการ ซึ่งปัจจุบันสามารถตรวจคัดกรองได้ทุกปีเช่นเดียวกับการตรวจสุขภาพประจำค่ะ

การตรวจอื่นๆ ตามความจำเพาะ เช่น การตรวจส่องกล้องทางเดินอาหารและลำไส้ การตรวจอัลตร้าซาวด์และแมมโมแกรมเพื่อตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ด้วยวิธี Pap smear หรือ HPV Testing

ใครบ้างควรตรวจคัดกรองมะเร็ง??

ผู้ที่ควรตรวจคัดกรองมะเร็ง ได้แก่ อายุ 50 ปีขึ้นไป มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็ง สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ อยู่ในภาวะแวดล้อมที่เสี่ยงต่อการได้รับสารพิษและสารเคมี น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นหรือลดลงผิดปกติ โดยไม่มีสาเหตุ อันที่จริงแล้วทุกคนสามารถตรวจคัดกรองความเสี่ยงมะเร็งได้ โดยอาจเลือกวิธีที่ทำได้ง่าย ปลอดภัย เช่น การตรวจคัดกรองจากพันธุกรรม หรือการตรวจด้วย MRI, CT Scan ที่สามารถทำพร้อมการตรวจสุขภาพประจำปีได้

อย่างไรก็ดี การตรวจคัดกรองมะเร็ง เป็นข้อมูลเบื้องต้นว่ามีความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งมากน้อยแค่ไหน ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นมะเร็งอย่างแน่นอน แต่มีประโยชน์อย่างยิ่งในการวางแผนการดูแลสุขภาพ เพื่อป้องกันและติดตามผล เพื่อการรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

5 ทริคบอกลา(หุ่นเก่า) ต้อนรับ(หุ่นใหม่) ให้สวยฉ่ำเป๊ะ!!

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/810838

5 ทริคบอกลา(หุ่นเก่า) ต้อนรับ(หุ่นใหม่) ให้สวยฉ่ำเป๊ะ!!

5 ทริคบอกลา(หุ่นเก่า) ต้อนรับ(หุ่นใหม่) ให้สวยฉ่ำเป๊ะ!!

วันจันทร์ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 07.15 น.

ในยุคที่เทรนด์รักสุขภาพมาแรง หลายคนต่างจับจ้องมองหาวิธีดูแลรูปร่างและควบคุมน้ำหนักกันฉ่ำๆ เพราะปัญหาที่หลายคนกำลังเผชิญกับน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น และการควบคุมน้ำหนักก็ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากดังนั้น เราจึงรวบรวม 5 ทริคเด็ด! เพื่อช่วยให้คุณบอกลา (หุ่นเก่า) ต้อนรับ (หุ่นใหม่) มาเริ่มต้นกันเลย

1. ตั้งเป้าหมายอย่างชาญฉลาด :ก้าวแรกสู่ความสำเร็จ

การลดน้ำหนักอย่างยั่งยืน เริ่มต้นจากการตั้งเป้าหมายที่ชาญฉลาด หลีกเลี่ยงการตั้งเป้าหมายที่สูงเกินไป เช่น การลดน้ำหนัก 5 กิโลกรัมภายใน 1 สัปดาห์ เพราะอาจทำให้ท้อแท้และล้มเลิกได้ง่าย

เคล็ดลับ : ตั้งเป้าหมายลดน้ำหนักที่ปลอดภัยและสมจริง โดยทั่วไปคือการลดน้ำหนัก 0.5-1 กิโลกรัมต่อสัปดาห์ แบ่งเป้าหมายใหญ่เป็นเป้าหมายเล็กๆ เพื่อสร้างแรงจูงใจและความภาคภูมิใจ

2. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน : กินอย่างไร ให้หุ่นปัง

อาหารเป็นปัจจัยสำคัญในการควบคุมน้ำหนัก การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน ช่วยให้คุณควบคุมปริมาณแคลอรี่ และได้รับสารอาหารที่จำเป็น

เคล็ดลับ : ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ในปริมาณที่เหมาะสมเลือกทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี โปรตีนไขมันต่ำ ลดปริมาณอาหารที่มีไขมันสูง น้ำตาล และแป้งขัดขาว ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ ประมาณ 1.5-2 ลิตรต่อวัน ทานอาหารช้าๆ เคี้ยวให้ละเอียด เพื่อช่วยให้อิ่มเร็วขึ้น หลีกเลี่ยงการทานอาหารว่างบ่อยๆ โดยเฉพาะอาหารที่มีน้ำตาลและไขมันสูง อ่านฉลากโภชนาการบนบรรจุภัณฑ์อาหาร เพื่อเลือกอาหารที่มีแคลอรี่ต่ำ ปรุงอาหารด้วยวิธีที่ไม่ใช้น้ำมันมาก เช่น นึ่ง ย่าง อบ ต้ม

3. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ : เคลื่อนไหวร่างกาย สร้างหุ่นสวย

การออกกำลังกายเป็นส่วนสำคัญในการเผาผลาญพลังงาน ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง และส่งผลดีต่อสุขภาพจิต

เคล็ดลับ : ออกกำลังกายแบบแอโรบิกอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ เช่น เดิน วิ่ง ว่ายน้ำปั่นจักรยาน ออกกำลังกายแบบเสริมสร้างกล้ามเนื้ออย่างน้อย 2 ครั้งต่อสัปดาห์ เลือกกิจกรรมที่ชอบเพื่อให้การออกกำลังกายเป็นเรื่องสนุก เริ่มต้นจากการออกกำลังกายเบาๆ แล้วค่อยๆ เพิ่มความหนักและระยะเวลา หากไม่สะดวกออกกำลังกายเป็นเวลานานๆ สามารถแบ่งออกเป็นช่วงๆ เช่น ออกกำลังกาย 10-15นาที 3 ครั้งต่อวัน

4. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ :พักผ่อนเต็มที่ หุ่นสวยไม่รอ

การนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ ช่วยให้ร่างกายฟื้นฟู ส่งผลดีต่อระบบเผาผลาญ และควบคุมความอยากอาหาร

เคล็ดลับ : นอนหลับให้ได้ 7-8 ชั่วโมงต่อคืน นอนเป็นเวลา เพื่อให้ร่างกายปรับตัว หลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์มือถือหรือดูทีวีบนเตียงก่อนนอน

5. หาแรงสนับสนุน : กำลังใจสำคัญ สู่ความสำเร็จ

การมีแรงสนับสนุน ช่วยให้คุณมีกำลังใจในการควบคุมน้ำหนัก ไม่รู้สึกท้อแท้ และสามารถทำตามเป้าหมายได้ง่ายขึ้น

เคล็ดลับ : บอกเป้าหมายการลดน้ำหนักให้เพื่อนหรือคนในครอบครัวทราบ เพื่อให้พวกเขาช่วยให้กำลังใจ เข้าร่วมกลุ่มสนับสนุนการลดน้ำหนัก เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการ เพื่อขอคำแนะนำในการควบคุมน้ำหนัก

นอกจากนี้ ยังมีทริคง่ายๆ ให้หุ่นสวยฉ่ำ และหนึ่งในตัวเลือกคือ “ฟิตต์ มีล บาย กิฟฟารีน” (Fitt Meal by Giffarine) ผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหาร เป็นตัวช่วยควบคุมหรือลดน้ำหนัก มีให้เลือกถึง 5 รส ได้แก่ รสโกโก้รสกาแฟ รสสตรอว์เบอร์รี่ รสกล้วย และรสชาติใหม่ล่าสุด คือ รสชาไทยที่จะช่วยให้คุณอิ่ม อร่อย อยู่ท้อง และได้รับสารอาหารครบถ้วนในหนึ่งมื้อ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก ปรับรูปร่าง หรือรักษาหุ่นให้คงที่ โดยมีส่วนประกอบที่ช่วยในการควบคุมน้ำหนัก เช่น โปรตีนจากถั่วเหลือง ไขมันดีจากน้ำมันมะพร้าวและน้ำมันทานตะวัน และคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนจากไฮโดรไลซ์โอ๊ต ไม่มีส่วนผสมของนมวัว เหมาะสำหรับผู้ที่แพ้นมวัวหรือต้องการหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์จากนมวัว และใช้น้ำตาลมะพร้าวออร์แกนิกและสารสกัดจากหญ้าหวาน

การควบคุมน้ำหนักให้ได้ผล “ดี” ต้องอาศัยความมีวินัย ความอดทน ความพยายาม และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม แต่ถ้าเรื่องการลดน้ำหนักเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก ก็ลองหาตัวช่วยดีๆ เพื่อลดน้ำหนักอย่างมีความสุข สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสั่งซื้อสินค้าได้ที่ นักธุรกิจกิฟฟารีนทั่วประเทศ โทร.1101, http://www.giffarine.com Line : @giffarinethailand IG : Giffarinebrand, Shopee และ Lazada

ส่งมอบ ‘ห้องหนังเพื่อการเรียนรู้ ห้องที่ 66’ สร้างแรงบันดาลใจผ่านการชมภาพยนตร์

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/810819

ส่งมอบ ‘ห้องหนังเพื่อการเรียนรู้ ห้องที่ 66’ สร้างแรงบันดาลใจผ่านการชมภาพยนตร์

ส่งมอบ ‘ห้องหนังเพื่อการเรียนรู้ ห้องที่ 66’ สร้างแรงบันดาลใจผ่านการชมภาพยนตร์

วันจันทร์ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

มูลนิธิเมเจอร์ แคร์ เดินหน้าสร้างสรรค์ “โลกกว้างแห่งโอกาส” ขับเคลื่อนกิจกรรมการจัดทำและส่งมอบ “ห้องหนังเพื่อการเรียนรู้” กิจกรรมดีๆ เพื่อสังคมภายใต้เป้าหมายลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบโอกาสในการเรียนรู้ให้กับโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลและเป็นศูนย์การเรียนรู้ของชุมชน ด้วยการสร้างแรงบันดาลใจผ่านการชมภาพยนตร์ การ์ตูน และสารคดีสร้างสรรค์ ซึ่งได้จัดทำและส่งมอบห้องหนังเพื่อการเรียนรู้ในโรงเรียนไปแล้ว 65 โรงเรียน 63 จังหวัด ในปีนี้ยังเดินหน้ามอบโอกาสทางการศึกษาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 อีก 10 โรงเรียน 10 จังหวัด คือ เพชรบุรี, นครพนม, สกลนคร, สตูล, สงขลา, ระยอง, พิษณุโลก, ราชบุรี, พะเยา และเชียงราย โดยมีเป้าหมายจะส่งมอบให้ครบ 77 จังหวัดทั่วประเทศ

ล่าสุด มูลนิธิเมเจอร์ แคร์ ได้ “ส่งมอบห้องหนังเพื่อการเรียนรู้ ห้องที่ 66” พร้อมชุดอุปกรณ์กีฬาให้กับน้องๆ โรงเรียนวัดตาลกง (ธรรมศรียาทร) อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี โดยมี เลิศชัยสกลเสาวภาคย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธานรับมอบจาก วิชา พูลวรลักษณ์ ประธานกรรมการ มูลนิธิเมเจอร์ แคร์ และ วิศรุต พูลวรลักษณ์ เพื่อเพิ่มพื้นที่การเรียนรู้นอกห้องเรียน ผ่านภาพยนตร์ การ์ตูน และสารคดีสร้างสรรค์ที่เป็นสื่อกลางสอดแทรกความรู้เพื่อเปิดโลกทัศน์ด้านความคิด ก่อให้เกิดจินตนาการและสร้างแรงบันดาลใจดีๆ โดยมี จงรัก เพชรเสน นายอำเภอท่ายาง, ชาญณรงค์อินอิว รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบุรี เขต 2 และ ฐิติรัตน์ กลิ่นจันทร์ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดตาลกง (ธรรมศรียาทร) ร่วมรับมอบ

เลิศชัย สกลเสาวภาคย์ รอง ผวจ.เพชรบุรีกล่าวว่า ในนามจ.เพชรบุรี คณะครู นักเรียนผู้ปกครอง โรงเรียนวัดตาลกงทุกคน ขอบคุณมูลนิธิเมเจอร์ แคร์ ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของการศึกษาของเยาวชนและช่วยสนับสนุนส่งเสริมให้น้องๆ นักเรียนได้มีพื้นที่การเรียนรู้ เพื่อเปิดโลกทัศน์ด้านความคิด การสร้างแรงบันดาลใจดีๆซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อน้องๆ นักเรียนโรงเรียนวัดตาลกง และโรงเรียนในพื้นที่ใกล้เคียง เพราะการศึกษาในปัจจุบันจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเปิดโลกทัศน์ให้กว้างเพื่อให้เด็กๆ ได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว ห้องหนังเพื่อการเรียนรู้จากมูลนิธิฯจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่เปิดโอกาสให้น้องๆ ได้เรียนรู้ผ่านภาพยนตร์ การ์ตูน และสารคดีสร้างสรรค์ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียนเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง จะทำให้ได้พัฒนาความคิดและรู้จักนำไปใช้ต่อยอดได้ต่อไป

ด้าน ด.ญ.ภัทราวรรณ สมจิตร ผู้แทนนักเรียนโรงเรียนวัดตาลกง(ธรรมศรียาทร)กล่าวว่า ตื่นเต้นดีใจเป็นอย่างมากที่มูลนิธิฯ มอบห้องหนังเพื่อการเรียนรู้ เพื่อเป็นสื่อการเรียนการสอนที่เป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับพวกหนู เราจะได้ใช้ให้เกิดประโยชน์ เข้ามาค้นคว้าหาความรู้นอกห้องเรียน ด้วยการดูภาพยนตร์ การ์ตูน และสารคดีต่างๆ ทำให้ได้เกิดความรู้ใหม่ๆ ขอบคุณมูลนิธิฯเป็นอย่างสูงที่มอบสิ่งที่มีค่าให้ และขอสัญญาว่าจะดูแลรักษา “ห้องหนังเพื่อการเรียนรู้” เป็นอย่างดี จะใช้ให้เพื่อการเรียนรู้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด พวกหนูจะเป็นเด็กดี ตั้งใจเรียน เพื่อเติบโตเป็นอนาคตที่ดีของชาติต่อไปค่ะ

คุณแหน : 17 มิถุนายน 2567

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/810805

วันจันทร์ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

●● สุทธิพงษ์ คงพูล ผอ.สำนักงานการบินพลเรือนฯ เป็นประธานในพิธีมอบเครื่องบินจำลอง “นางสาวสยาม” แก่เลิศชายพงษ์โสภณ ทายาท น.อ.เลื่อน พงษ์โสภณ, น.อ.วีระยุทธ ดิษยะศริน ประธานมูลนิธิอนุรักษ์และพัฒนาอากาศยานไทยฯ, พล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ พร้อมเสวนาหัวข้อ “ย้อนรอยประวัติศาสตร์นางสาวสยาม” เครื่องบินลำประวัติศาสตร์ 19 มิ.ย. 09.30 น. ณ พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติ…

●● กำหนดสวดพระอภิธรรม พลเรือเอกหม่อมเจ้าปุสาณ สวัสดิวัตน์ 14-18 มิ.ย. ศาลาบัณณรศภาค วัดเบญจมบพิตร…

●● สมาคมศิษย์เก่าจิตรลดาฯ จัดทำบุญครบรอบ1 ปี ท่านผู้หญิงทัศนีย์ บุณยคุปต์ 26 มิ.ย.10.00 น. ศาลา 100 ปี วัดเบญจมบพิตร…

●● ได้ฉายาว่า “ตำรวจใจพระ” จึงได้เห็น พลตำรวจตรีมานะ อินพิทักษ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 2 ช่วยงานพระพุทธศาสนามากมาย รวมทั้ง โครงการจัดสร้างพระสมเด็จองค์ปฐม “พระพุทธเมตตา” ที่อ.สอยดาว จันทบุรี เนื่องด้วยเป็นลูกศิษย์พระอาจารย์ ธาตุ อธิปัญโญ ช่วยงานมานาน นับสิบๆปี…

●● 14 มิ.ย.2567 ครบรอบ75 ปี คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประกิต อภิสารธนรักษ์ บริจาคเงินจำนวน 1 ล้านบาท ให้คณะเศรษฐศาสตร์จัดตั้งกองทุนการศึกษา” ประกิต อภิสารธนรักษ์” เพื่อช่วยเหลือนักศึกษาที่เรียนดีแต่ยากจน…

●● ส่วน ศ.นรนิติ เศรษฐบุตร มอบหลวงพ่อโสธรรุ่นธรรมศาสตร์ที่ได้รับมาเมื่อ 30 ปีที่แล้วให้แก่คณบดี คณะรัฐศาสตร์ ในโอกาสครบ 75 ปีคณะฯ เพื่อความเป็นสิริมงคล…

●● ขอแสดงความยินดีกับ ม.ร.ว.อัจฉริยา คงสิริ ในโอกาสที่บุตรชาย อัสสเดช คงสิริ ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯคนใหม่ ..เก่งเหมือนคุณพ่ออัศวิน คงสิริ…

●● ขอแสดงความยินดีกับ ศ.เกียรติคุณ คุณหญิงไขศรี ศรีอรุณ ที่ได้รับโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเป็น นายกสภามหาวิทยาลัยศิลปากร…

●● ศุภศิษย์ กอเจริญยศ ผวจ.อุบลราชธานี เป็นประธานเปิด Kick off โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต แบบอารยเกษตร ตามแนวพระราชดำริ เฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ 72 พรรษา 28 กรกฎาคม 2567 ณ แปลงอารยเกษตร อ.เมือง จ.อุบลราชธานี โดยมีภาคีเครือข่าย หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และจิตอาสาพระราชทานเข้าร่วมกิจกรรม…

●● กองทุนโรคมะเร็งในเด็กในพระอุปถัมภ์ของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ร่วมกับมูลนิธิคุณแม่คุณภาพ และ รพ.เด็กสมิติเวช ขอเชิญแพทย์ พยาบาล เภสัชกร บุคลากรทางการแพทย์ เข้าร่วมสัมมนาเรื่อง “ความก้าวหน้าในการรักษาโรคมะเร็งในเด็ก” โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เช่น ศ.นพ.สุรเดช หงส์อิง, รศ.นพ.ปิติ เตชะวิจิตร, รศ.พญ.ชาลินี มนต์เสรีนุสรณ์, พญ.ยุจินดา เล็กตระกูล, ผศ.(พิเศษ)พญ.สมใจ กาญจนาพงศ์กุล ฯลฯ 5 ก.ค. 13.00-16.00 น. ณ ห้องประชุม Auditorium ชั้น 7 รพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์ ฟรี…●●

คุณแหน

จิม ทอมป์สัน คว้ารางวัล Brand Transformation of the Year จากเวที‘Retail Asia Awards 2024’โดดเด่น‘พลิกโฉมแบรนด์ไทยสู่สากล’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/810812

จิม ทอมป์สัน คว้ารางวัล Brand Transformation of the Year  จากเวที‘Retail Asia Awards 2024’โดดเด่น‘พลิกโฉมแบรนด์ไทยสู่สากล’

จิม ทอมป์สัน คว้ารางวัล Brand Transformation of the Year จากเวที‘Retail Asia Awards 2024’โดดเด่น‘พลิกโฉมแบรนด์ไทยสู่สากล’

วันจันทร์ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

หลังเดินหน้ากวาดรางวัลใหญ่ระดับโลกมามากมาย ล่าสุด จิม ทอมป์สัน แบรนด์ไอคอนิกไลฟ์สไตล์จากเมืองไทย ได้เผยอีกหนึ่งความภาคภูมิใจครั้งสำคัญกับการคว้ารางวัล “Brand Transformation of the Year – Thailand” จากเวทีใหญ่แห่งวงการรีเทลระดับสากล Retail Asia Awards 2024 รางวัลดังกล่าวยกย่องความสำเร็จของจิม ทอมป์สัน ในการพลิกโฉมแบรนด์ผ่านแคมเปญเปิดตัว Jim Thompson Heritage Quarter สุดยิ่งใหญ่ พร้อมก้าวสู่การเป็นแบรนด์ไอคอนิกไลฟ์สไตล์แบรนด์แรกจากเอเชีย

การประกาศรางวัลโดย Retail Asia จัดขึ้นเพื่อเชิดชูแบรนด์ในแวดวงรีเทลที่มีผลงานโดดเด่นทั้งในแง่การใช้กลยุทธ์ที่สดใหม่และการปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์อย่างสร้างสรรค์ พร้อมเดินหน้าสร้างคุณค่าใหม่ๆ เพื่อยกระดับมาตรฐานให้วงการรีเทลระดับสากล โดยรางวัล “การพลิกโฉมแบรนด์แห่งปี” ที่ จิม ทอมป์สัน ได้รับ นับเป็นเครื่องสะท้อนความสำเร็จในการเปิดให้บริการ Jim Thompson Heritage Quarter อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งได้กลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่มอบประสบการณ์สุดพิเศษที่ลูกค้าไม่สามารถสัมผัสได้จากที่อื่นในเมืองไทย

อย่างไรก็ตาม การเปิด Jim Thompson Heritage Quarter แลนด์มาร์คที่มาเขย่าวงการแฟชั่น รีเทล ศิลปะ และไลฟ์สไตล์การกิน-ดื่ม-เที่ยวแบบครบวงจร ถือเป็นการพลิกหน้าประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของแบรนด์ สอดรับการแท็กไลน์ใหม่ “Beyond Silk” ที่บอกเล่าการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการคุณภาพในรูปแบบใหม่ๆ นอกจากนี้ อีเว้นท์ Grand Opening ของ Jim Thompson Heritage Quarter ยังคับคั่งไปด้วยโชว์สุดตระการตาและการปรากฏตัวของเหล่าเซเลบฯทั่วฟ้าเมืองไทยจนทำให้แฮชแท็กจากงานดังกล่าวทยานติดเทรนด์อันดับหนึ่งในประเทศไทยในคืนวันงานและติดอันดับ 10 ทั่วโลกในวันถัดมาบนแพลตฟอร์ม X หรือทวิตเตอร์

S&P อบรมวิชาชีพ สร้างโอกาสคืนสู่สังคม

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/810817

S&P อบรมวิชาชีพ สร้างโอกาสคืนสู่สังคม

S&P อบรมวิชาชีพ สร้างโอกาสคืนสู่สังคม

วันจันทร์ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

มณีสุดา ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร นำทีมบุคลากรผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร เบเกอรี่ เครื่องดื่มจากประสบการณ์การดำเนินธุรกิจมากว่า 50 ปี มาถ่ายทอดความรู้ในการประกอบอาชีพ ให้กับผู้ต้องขังที่มีความประพฤติดีที่ใกล้จะพ้นโทษทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ เรือนจำชั่วคราวเขาพลอง จ.ชัยนาท เรือนจำกลางราชบุรี และทัณฑสถานบำบัดพิเศษหญิง จ.ปทุมธานี ให้มีทักษะด้านการประกอบอาหาร เบเกอรี่ และเครื่องดื่ม แก่ผู้ต้องขังที่ใกล้จะพ้นโทษ เพื่อสามารถนำไปสร้างอาชีพและสร้างรายได้อย่างยั่งยืนต่อไป จัดโครงการ “S&P อบรมวิชาชีพ สร้างโอกาสคืนสู่สังคม” มาอย่างต่อเนื่อง ในปีนี้เดินสายเข้าอบรมให้ความรู้แก่ผู้ต้องขังในเรือนจำต่างจังหวัดทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ จัดอบรมหลักสูตรการทำอาหาร “เมนูข้าวผัดหมูเค็ม ส้มตำ” เมนูขึ้นชื่อและขายดีของ S&P โดยจัดอบรมให้กับผู้ต้องขังชายณ เรือนจำชั่วคราวเขาพลอง จ.ชัยนาท อบรมหลักสูตรเบเกอรี่ “เค้กกล้วยหอมและเค้กกล้วยหอมช็อกโกแลต” เป็นอีกหนึ่งเมนูที่ขายดีของ S&P โดยจัดอบรมให้กับผู้ต้องขังหญิง ณ เรือนจำกลางราชบุรี และอบรมหลักสูตรเครื่องดื่มได้แก่ เมนูกาแฟน้ำผลไม้ (เอสเปรสโซ่ น้ำส้ม, น้ำผึ้งมะนาว, มิกซ์เบอร์รี่) และเครื่องดื่มน้ำผลไม้สปาร์กลิ้ง (สตรอว์เบอร์รี่,ราสเบอร์รี่, แอปเปิ้ล,ทับทิม) เมนูคลายร้อนยอดนิยมช่วงหน้าร้อน อบรมให้กับผู้ต้องขังหญิง ณ ทัณฑสถานบำบัดพิเศษหญิง จ.ปทุมธานี ทั้งนี้ เอสแอนด์พียังได้มอบประกาศนียบัตรให้แก่ผู้ต้องขังที่เข้าอบรมวิชาชีพในครั้งนี้ เพื่อที่จะสามารถนำทักษะความรู้ไปประกอบอาชีพได้จริง สร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับตนเองและครอบครัวอย่างยั่งยืนต่อไป

เอสแอนด์พี หวังเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังในสังคมไทย พร้อมส่งต่อโอกาสและความมุ่งมั่นเพื่อสร้างการเติบโตร่วมกันอย่างเข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป

‘เอส สไปน์’ ก้าวสู่ปีที่ 8 เผยความสำเร็จด้วยเคสผ่าตัดกว่า 12,000 ราย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/810837

‘เอส สไปน์’ ก้าวสู่ปีที่ 8 เผยความสำเร็จด้วยเคสผ่าตัดกว่า 12,000 ราย

‘เอส สไปน์’ ก้าวสู่ปีที่ 8 เผยความสำเร็จด้วยเคสผ่าตัดกว่า 12,000 ราย

วันจันทร์ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

โรงพยาบาล เอส สไปน์ แอนด์ เนิร์ฟ โรงพยาบาลเฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังแห่งแรกในเมืองไทย ก้าวสู่ปีที่ 8 เผยสำเร็จด้วยเคสผ่าตัดกระดูกสันหลังกว่า 12,000 ราย พร้อมนำคุณภาพชีวิตที่ดีคืนกลับมา ด้วยคอนเซ็ปต์ Bring “Back” to Quality Time.

นายแพทย์ดิตถพงษ์ บุญอำพลผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการโรงพยาบาล เอส สไปน์แอนด์ เนิร์ฟ กล่าวว่า จากจุดเริ่มต้นที่เริ่มมาจากการเปิดคลินิก และพัฒนาเป็นโรงพยาบาลเฉพาะด้านกระดูกสันหลังในปี 2551 ล่าสุดเตรียมขยายสาขาโรงพยาบาลด้านกระดูกสันหลังแบบครบวงจรแห่งแรกในประเทศไทย เน้นการรักษาที่ต้นเหตุเพื่อให้ผู้ป่วยหายจากโรคอย่างยั่งยืน โดยนำเทคโนโลยีที่ดีและปลอดภัยสูงมาใช้กับผู้ป่วย โดยใช้การผ่าตัดแบบเจาะรูส่องกล้อง จะทำให้แผลผ่าตัดมีขนาดเล็ก เจ็บน้อย และฟื้นตัวไว นอกจากนี้จากสถิติของโรงพยาบาลยังพบว่า ผู้ป่วยที่เข้ามาทำการรักษา 95% สามารถกลับบ้านได้ภายใน 1 วัน หลังทำการรักษาด้วยการผ่าตัด

“โรงพยาบาลแห่งนี้นับเป็นความฝันของตัวเอง ที่อยากทำโรงพยาบาลสำหรับการรักษาโรคกระดูกสันหลัง แต่อย่างไรก็ตามในการรักษาโรคนี้ ซึ่งเป็นโรคที่เกี่ยวกับความเสื่อมของร่างกาย ดังนั้น อะไรที่เป็นจิ๊กซอว์ต่อเนื่องกับการรักษาโรคที่เกี่ยวกับความเสื่อมของกระดูกสันหลังก็ต้องทำการแก้ไขปัญหานั้นร่วมกัน เพื่อให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ตามนโยบายหลักของเราก็คือ Bring “Back” to Quality Time การนำคุณภาพชีวิตที่ดีกลับคืนมาให้กับคุณ

อย่างไรก็ตาม จากการที่เราเปิดโรงพยาบาลมา 7 ปี มีผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาโดยการผ่าตัดมากกว่า 12,000 รายและเป็นผู้ป่วยที่รักษาโดยไม่ผ่าตัด ซึ่งมีจำนวนมากกว่านี้อีกหลายเท่า สำหรับปีที่ 8 ถือเป็นจุดพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของเรา เพราะเรากำลังจะขยายสาขาโรงพยาบาลเพิ่ม โดยมุ่งเน้นให้เป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังแบบครบวงจรแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย โดยเราจะทำการรักษาเฉพาะโรคที่เกี่ยวกับความเสื่อมทั้งหมด และคาดว่าจะเปิดให้บริการได้กลางปี 2568 โดยจะเป็นส่วนที่รองรับผู้ป่วยที่เข้ามาใช้บริการทางด้านความเสื่อมของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น เข่าเสื่อม ซึ่งมากับโรคกระดูกสันหลัง หรือกระดูกสันหลังและข้อ ซึ่งภายใน 3 ปี เราตั้งเป้าจะเป็น Medical Hub หรือศูนย์กลางทางด้านการรักษาและเรียนรู้ในเรื่องโรคกระดูกสันหลังของโลก” นายแพทย์ดิตถพงษ์ กล่าวในที่สุด

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ยาลดความอ้วน มีคุณหรือมีโทษ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/810839

รู้เรื่องยา

วันจันทร์ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

อยากหุ่นดี อยากรูปร่างดี ไม่อยากอ้วน นี่คือความต้องการของคนจำนวนมากในสังคมโลก แต่คำว่าหุ่นดีรูปร่างดีของแต่ละคนคงจะไม่เหมือนกัน เพราะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น สูงต่ำผิดกัน อายุต่างกัน แต่ในทางการแพทย์คำว่าหุ่นดี หมายถึง น้ำหนักเหมาะสมกับส่วนสูง มีดัชนีมวลกายอยู่ในช่วง 18.5-22.9 กิโลกรัมต่อตารางเมตร

การคำนวณค่าดัชนีมวลกาย ทำโดยเอาน้ำหนักเป็นกิโลกรัมหารด้วยส่วนสูงหน่วยเป็นเมตรยกกำลัง 2 เช่นในคนที่หนัก 65 กิโลกรัม สูง 175 เซนติเมตร จะคิดค่าดัชนีมวลกาย
ได้ 21.2 ซึ่งอยู่ในช่วงที่เหมาะสมแล้ว แต่ถ้าเผลอปล่อยตัวให้น้ำหนักเพิ่มเป็น 75 กิโลกรัม คำนวณดัชนีมวลกายจะได้ 24.5 แปลว่าอยู่ในภาวะน้ำหนักเกิน และเมื่อดัชนีมวลกายเกิน 25 ก็ถือว่ามีภาวะอ้วนระดับที่ 1 และเมื่อดัชนีมวลกายเกิน 30ก็ถือว่ามีภาวะอ้วนระดับที่ 2

สำหรับคนที่กังวลกับน้ำหนักตัว และเริ่มคิดแสวงหาวิธีลดความอ้วน หรือเริ่มคิดจะหายาใดๆ มาใช้ ขอให้พยายามพิจารณาที่เหตุ และข่มใจโดยพยายามปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตเป็นอันดับแรก โดยดูจาก 2 ประเด็นหลัก คือ ควบคุมดูแลเรื่องอาหารการกิน และพยายามออกกำลังกายให้มากขึ้น

แต่กลับพบว่า คนจำนวนไม่น่อยเลือกการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร หรือยาลดความอ้วนไปรับประทาน แทนที่จะปรับพฤติกรรมการกิน หรือเพิ่มการออกกำลังกาย ยิ่งยาหรือผลิตภัณฑ์ตัวไหนโหมโฆษณาว่ากินแล้วลดความอ้วนได้เดือนละเป็นสิบกิโลกรัม หรือว่ามีดารา คนดังๆ เป็นพรีเซ็นเตอร์ขายสินค้าด้วยแล้ว ต่อให้สินค้ามีราคากล่องละเป็นพัน ก็มีคนหลงเชื่อ แล้วซื้อไปกิน ทั้งที่ลึกๆ แล้วหลายคนรู้ว่าถ้าไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเราก่อนแล้ว เราก็จะกลับไปอ้วนได้ แต่ที่น่าเศร้าคือ หลายคนป่วยหรือตายเพราะการใช้ยาลดความอ้วน หรือผลิตภัณฑ์ลดความอ้วนที่โหมโฆษณากันอย่างหนัก

แน่นอนว่า ยาช่วยลดน้ำหนักได้นั้น มีอยู่จริงในตลาด และมีตัวที่ อย.ไทยอนุญาตให้ใช้ แต่ต้องอยู่ภายใต้คำสั่ง และการดูแลของแพทย์เท่านั้น เพราะต้องประเมินสภาวะ และความเสี่ยงของผู้ใช้ยาอย่างใกล้ชิด และต้องติดตามความปลอดภัยระหว่างการใช้ยาอย่างใกล้ชิดด้วย ส่วนอาหารเสริมทั้งหลายที่จำหน่ายในท้องตลาด ที่อ้างเกินจริงว่าช่วยลดน้ำหนักก็เป็นอีกเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ และต่อพิจารณาให้ดีก่อนใช้ 

การที่ผู้บริโภคเลือกใช้ก็ต้องพิจารณาเรื่องความปลอดภัยก่อนเป็นอันดับแรก อย่างน้อยต้องมีเครื่องหมาย อย. และผลิตอย่างถูกต้องตามที่ขออนุญาตกับ อย. และหลังรับประทานแล้ว ผู้บริโภคต้องสังเกตว่าเกิดอาการผิดปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาการปากแห้งคอแห้ง ปวดหรือเวียนศีรษะ คลื่นไส้ ใจสั่น นอนไม่หลับ ท้องผูก หรือไม่ถ้ามีอาการดังกล่าวเกิดขึ้น ก็มีความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่อาหารเสริมที่ใช้อยู่ น่าจะมีสารต้องห้าม นั่นหมายถึงผู้ใช้ยาหรืออาหารเสริมกำลังตกอยู่ในอันตราย และอาจเสียชีวิต

บทความนี้จะไม่กล่าวถึงชื่อยาลดน้ำหนักที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ได้ภายใต้การดูแลของแพทย์ แต่จะพูดถึงสารไซบูทรามีน (Sibutramine) ซึ่งเคยถูกใช้เป็นยาลดความอ้วนอย่างถูกต้องมาก่อน แต่ในที่สุดหลังจากผ่านไประยะหนึ่ง พบว่าผู้ใช้ยานี้เพื่อลดน้ำหนักเกิดความดันโลหิตสูง หัวใจขาดเลือดเส้นเลือดในสมองแตก หัวใจหยุดเต้น ในที่สุดสารนี้จึงถูกยกเลิกการใช้เป็นยา และห้ามนำไปใส่ในผลิตภัณฑ์ใดๆ โดยเด็ดขาด 

แต่ก็ยังมีผู้ประกอบการที่ขาดความรับผิดชอบมักลักลอบนำสารนี้ไปใส่ในผลิตภัณฑ์ที่อ้างสรรพคุณว่าช่วยลดน้ำหนัก ซึ่งเป็นเรื่องผิดทั้งกฎหมายและผิดจริยธรรม แต่ผู้ประกอบการที่ขาดความรับผิดชอบเหล่านั้นจะไม่ประสบความสำเร็จ หากผู้บริโภคมีความฉลาด และรอบคอบในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ รวมถึงมีความเข้าใจเรื่องการลดน้ำหนักอย่างถูกต้อง อย่างน้อยก็ต้องเข้าใจว่าหากเราใช้เวลาหลายเดือนจนถึงเป็นปีกว่าจะน้ำหนักเพิ่มขึ้นได้ 10 กิโลกรัม ก็คงต้องใช้เวลานานเช่นกันเพื่อลดน้ำหนัก 10 กิโลกรัม และหากคิดว่าจำเป็นต้องใช้ยาจริงๆ ก็ต้องไปพบแพทย์ ไม่ใช่ซื้อยา หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่อวดอ้างสรรพคุณเกินจริงไปใช้เอง แต่หากตัดสินใจทดลองไปแล้ว เมื่อเกิดอาการข้างเคียง หรืออาการผิดปกติก็ต้องหยุดใช้ทันที

ท้ายสุด ขอฝากให้ผู้ใช้ยาลดความอ้วน หรือผลิตภัณฑ์ลดความอ้วนที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพ ควรไปปรึกษาหาความรู้จากผู้ที่รู้จริง และเป็นคนที่ไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง และโปรดระลึกไว้ว่า ความรู้เท่าทันคำชวนเชื่อบวกกับการมีสติ คือทางเดียวที่ทำให้เราไม่ตกอยู่ในสภาวะเสี่ยงอันตราย

รศ.ภญ.ดร.ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ รศ.ภก.ดร.บดินทร์ ติวสุวรรณ

คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย