​รมว.กษ.มอบ ผบห.กษ.เข้าพบรัฐมนตรีของกระทรวงอุตสาหกรรมขั้นพื้นฐานของนิวซีแลนด์

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/810335

​รมว.กษ.มอบ ผบห.กษ.เข้าพบรัฐมนตรีของกระทรวงอุตสาหกรรมขั้นพื้นฐานของนิวซีแลนด์

​รมว.กษ.มอบ ผบห.กษ.เข้าพบรัฐมนตรีของกระทรวงอุตสาหกรรมขั้นพื้นฐานของนิวซีแลนด์

วันพฤหัสบดี ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 16.39 น.

​รมว.กษ.มอบ ผบห.กษ.เข้าพบรัฐมนตรีของกระทรวงอุตสาหกรรมขั้นพื้นฐานของนิวซีแลนด์ เน้นย้ำความร่วมมือ ทั้งในมิติแรงงาน การท่องเที่ยว และความร่วมมือในการลงทุนในสาขาต่างๆ โดยเฉพาะเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเกษตร

เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2567 ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระเกษตรและสหกรณ์ มอบหมาย นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร นายสมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน และนายสุพิศ พิทักษ์ธรรม อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เข้าพบหารือ Mr. Shane Jones รัฐมนตรีของกระทรวงอุตสาหกรรมขั้นพื้นฐานของนิวซีแลนด์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ หน่วยงานด้านพัฒนาเศรษฐกิจของภูมิภาค

ทั้งนี้ รัฐมนตรีของนิวซีแลนด์ ได้เน้นย้ำถึงความร่วมมือที่ใกล้ชิดระหว่างไทยและนิวซีแลนด์ โดยปัจจุบันนิวซีแลนด์เปิดประเทศมากขึ้น ทั้งในมิติแรงงานและการท่องเที่ยว และพร้อมให้ความร่วมมือกับไทยในการลงทุนในสาขาต่างๆ โดยเฉพาะในเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเกษตร ที่ตอบสนองและสอดรับกับสถานการณ์และความท้าทายต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งสภาพอากาศที่แปรปรวน และการเข้าสู่สังคมสูงอายุ ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนรายได้ของเกษตรกรคือ น้ำ และพลังงาน

– 006

‘มาริษา เจียรวนนท์’ชวนศิลปิน-คนหัวใจศิลป์ เปิดประสบการณ์ใหม่ กลั่นศิลปะ‘nostalgia for unity’สู่จานอาหารอีสานร่วมสมัย‘Reborn’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/810322

‘มาริษา เจียรวนนท์’ชวนศิลปิน-คนหัวใจศิลป์ เปิดประสบการณ์ใหม่ กลั่นศิลปะ‘nostalgia for unity’สู่จานอาหารอีสานร่วมสมัย‘Reborn’

‘มาริษา เจียรวนนท์’ชวนศิลปิน-คนหัวใจศิลป์ เปิดประสบการณ์ใหม่ กลั่นศิลปะ‘nostalgia for unity’สู่จานอาหารอีสานร่วมสมัย‘Reborn’

วันศุกร์ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ศิลปิน กรกฤต อรุณานนท์ชัย และ กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร

เรียกได้ว่าเป็นดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ชวนให้แขกผู้มีเกียรติได้ลิ้มชิมรสแบบตื่นตาและอิ่มเอมใจไปกับ “อาหารอีสานร่วมสมัย” ที่นำเอาภูมิปัญญาของชาวอีสานและความหลากหลายของวัตถุดิบในพื้นที่ที่กำลังเลือนหายไป มาตีความ ประยุกต์ และรังสรรค์เป็นเมนูใหม่โดยรสมือของ เชฟหนุ่ม-วีระวัฒน์ ตริยเสนวรรธณ์ เชฟชื่อดังจาก Samuay & Sonsในจังหวัดอุดรธานี พร้อมจัดเสิร์ฟบนพื้นที่ใจกลางเยาวราชอย่าง บางกอก คุนส์ฮาเลอ ภายในงานเลี้ยงฉลองเปิดนิทรรศการ ศิลปะของสิ่งที่มองไม่เห็น “nostalgia for unity”ผลงานของ กรกฤต อรุณานนท์ชัย ศิลปินร่วมสมัยชาวไทยที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ

มาริษา เจียรวนนท์ และ กรกฤต อรุณานนท์ชัย

งานนี้เป็นความตั้งใจของ มาริษา เจียรวนนท์ ผู้ก่อตั้ง “บางกอก คุนส์ฮาเลอ” (BANGKOK KUNSTHALLE) พื้นที่จัดแสดงนิทรรศการและงานศิลปะแห่งใหม่ รวมถึงโครงการเชฟแคร์ส(Chef Cares) และวิสาหกิจเพื่อสังคมเชฟแคร์สภรรยาคนสวยที่ชวนสามี สุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการเครือซีพี มาบอกเล่าความสำคัญของ โครงการส่งเสริมวัฒนธรรมอาหาร โดยมูลนิธิเชฟแคร์ส ผ่านมื้ออาหารสุดพิเศษ ซึ่งเชฟหนุ่ม-วีระวัฒน์ จาก Samuay & Sons หนึ่งในเชฟผู้เข้าร่วมโครงการส่งเสริมวัฒนธรรมอาหารฯ ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะครีเอทเมนูอาหารผ่านการชมงานศิลป์ “nostalgia for unity” โดยกลั่นความหมายของศิลปะจนได้ใจหลักคือ “Reborn” หรือ “เกิดขึ้นใหม่” สอดคล้องไปกับ “นกฟีนิกซ์” หนึ่งในสัญลักษณ์อุปมาอุปไมยสำคัญ ตัวแทนแห่งความเป็นนิรันดร์เพราะสามารถฟื้นคืนชีพจากการดับสูญได้ด้วยตัวเองที่ศิลปินกรกฤตถ่ายทอดไว้ในนิทรรศการ จนกลายเป็นอาหารอีสานร่วมสมัยเมนูใหม่ที่น่าสนใจถึง 4 คอร์ส ด้วยกัน

คนรักงานศิลป์ สามารถมาสัมผัสประสบการณ์ใหม่กับการรับชมนิทรรศการ “nostalgia for unity”ผลงานจิตรกรรม ภาพยนตร์ เวที และบทหนัง ของ กรกฤต อรุณานนท์ชัย ที่ใช้พื้นที่เว้นว่าง (Negative Space)เป็นสื่อสำคัญในการกระตุ้นเร้าให้ผู้ชมสัมผัสได้ถึงการไม่มีอยู่ เปิดให้เข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายได้ที่บางกอก คุนส์ฮาเลอ ระหว่างเวลา 14.00-20.00 น.จนถึง 31 ตุลาคม 2567 (ปิดทุกวันจันทร์และวันอังคาร) ติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เพจเฟซบุ๊ก BangkokKunsthalle และอินสตาแกรม Bangkok_kunsthalle

เอมิเรตส์ บริจาคกระเป๋าเป้จากวัสดุรีไซเคิลให้แก่เด็กๆ ทั่วแอฟริกาและเอเชีย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/810318

เอมิเรตส์ บริจาคกระเป๋าเป้จากวัสดุรีไซเคิลให้แก่เด็กๆ ทั่วแอฟริกาและเอเชีย

เอมิเรตส์ บริจาคกระเป๋าเป้จากวัสดุรีไซเคิลให้แก่เด็กๆ ทั่วแอฟริกาและเอเชีย

วันศุกร์ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลกและในฐานะส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ด้านสิ่งแวดล้อมที่มุ่งมั่นในการบริโภคอย่างมีความรับผิดชอบ สายการบินเอมิเรตส์กำลังทำการรีไซเคิลวัสดุจำนวนมากกว่า 50,000 กิโลกรัมจากเครื่องบิน 191 ลำ ที่ได้ดำเนินการปรับปรุงภายในห้องโดยสาร โดยเอมิเรตส์จะเปลี่ยนวัสดุเหล่านี้ให้กลายเป็นกระเป๋าเป้และกระเป๋านักเรียนทำมือสำหรับเด็กหลายพันใบ เพื่อบริจาคให้กับโรงเรียนชุมชนและองค์กรที่สนับสนุนการศึกษาปฐมวัยทั่วแอฟริกาและเอเชียภายในปีนี้ 

ทั้งนี้ ทีมวิศวกรของเอมิเรตส์ได้ทำการค้นหาวิธีการนำผ้าจากที่นั่งชั้นประหยัดของเครื่องบินแอร์บัส A380 ผ่านกระบวนการปรับปรุงแล้ว จำนวน 22 ลำ เพื่อนำผ้าไปใช้ใหม่และลดการทิ้งอย่างเปล่าประโยชน์ ซึ่งเอมิเรตส์สามารถเก็บเศษวัสดุได้ถึง 5,205 กิโลกรัม ได้แก่ ผ้ารองนั่งที่ทำจากขนสัตว์ 95% และส่วนประกอบไนลอน 5% ที่มีโครงสร้างทอเรียบจากประเทศเยอรมนีและไอร์แลนด์ โดยวัสดุดังกล่าวได้รับการระบุว่าเหมาะสำหรับการรีไซเคิลเนื่องจากมีความทนทานและไม่ไวไฟ เอมิเรตส์จึงตัดสินใจผลิตเป้สะพายหลังคุณภาพสูงเพื่อบริจาคให้เด็กๆ ที่ต้องการ

ในเวิร์กช็อปที่ศูนย์วิศวกรรมของเอมิเรตส์ ทีมช่างตัดเสื้อได้ออกแบบกระเป๋าเป้อย่างสร้างสรรค์ที่เหมาะสำหรับเด็กทุกวัย และทำงานร่วมกับทีมสื่อสารองค์กร การตลาดและแบรนด์ของเอมิเรตส์ เพื่อดำเนินการส่งกระเป๋าเป้ไปยังองค์กรการกุศล โรงเรียน สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า และมูลนิธิต่างๆ ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าทั่วทั้งแอฟริกาและเอเชีย

คอลเลคชั่นกระเป๋าเดินทางแคปซูล รุ่นจำกัด ที่เปิดตัวเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2566 และออกแบบภายในบริษัทโดยศูนย์วิศวกรรมของเอมิเรตส์ ซึ่งจำหน่ายหมดในเวลาไม่กี่สัปดาห์ รายได้จากการขายคอลเลคชั่นประเป๋า Aircrafted by Emirates ที่ไม่แสวงหากำไรครั้งแรก มีมูลค่ามากกว่า 70,000 AED และหลังจากหักต้นทุนการดำเนินงานขั้นต่ำแล้ว จะนำไปบริจาคให้กับมูลนิธิสายการบินเอมิเรตส์เพื่อสนับสนุนโครงการด้านมนุษยธรรมทั่วโลก

คุณแหน : 14 มิถุนายน 2567

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/810326

วันศุกร์ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ll ยินดีกับ รศ.นพ.สรนิต ศิลธรรมที่ได้รับโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเป็นกรรมการสภาสถาบันผู้ทรงคุณวุฒิของสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา..

ll ธวัชชัย ศรีทองผวจ.ชลบุรี เป็นประธานเปิดงานเทศกาลสีสันตะวันออก EEC ภายใต้คอนเซ็ปต์“สีสันตะวันออก EEC GOOD FOOD GOOD VIBES”ณ เวทีลานหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัล พัทยา พร้อมด้วย ปรเมศวร์งามพิเชษฐ์,วีกิจ มานะโรจน์กิจ,กัญญ์ชลา สุขิตรกูล,สุฤกษ์ ศิลปอนันต์..

ll ทวี ปิยะพัฒนา พร้อมเพื่อนๆ วตท.14 มาสังสรรค์อัปเดตชีวิตกันเกือบ 40 คน งานนี้พล.ต.ท.บริหาร เสี่ยงอารมณ์,วิลาสินี พุทธิการันต์,ประภา ปูรณโชติ,จีรศักดิ์ สุคนธชาติ,วันเพ็ญ ธนธรรมสิริ,ดร.เสรี นนทสูติ,บุญชัย ปัณฑุรอัมพร,เรืองวิทย์ ดุษฎีสุรพจน์,ไพรสัณห์ วงศ์สมิทธิ์,สุชาติบุญบรรเจิดศรี,ลายคราม เลิศวิทยาประสิทธิ์,รสริน เธียรนุกุล ไม่ยอมพลาด..

ll เพื่อนๆ ยินดีกับ สักกะภพ พันธ์ยานุกูล ที่ได้เป็นผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย..

ll ชื่นชมมูลนิธิตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สนับสนุนทุนการศึกษานักศึกษาพยาบาล คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี ที่มีผลการเรียนดี มีจิตอาสา แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ภายใต้โครงการ“ทุนการศึกษารามาธิบดี”จำนวน 15 ทุน ต่อเนื่องตลอด4 ปี..

ll พล.ต.เอกอนันต์ เหมะบุตรรับมอบทุนการศึกษาให้กับบุตรของกำลังพลทหารราบที่ 11 จาก สุพร วัธนเวคิน ประธานมูลนิธิอิออน ประเทศไทย ซึ่งได้มอบต่อเนื่องมา 6 ปีแล้ว..

ll รศ.ดร.ภญ.พิณทิพย์ พงษ์เพ็ชร พร้อม รศ.ดร.ภญ.สุชาดา ชุติมาวรพันธ์ และ ผศ.ภญ.ฐิติมา ด้วงเงิน ไปตรวจเยี่ยมเพื่อรับรองสถาบันคณะเภสัชศาสตร์ สถาบันวิทยาการประกอบการแห่งอโยธยา โดยมี รศ.ดร.ภก.จักรพันธ์ ศิริธัญญาลักษณ์ ต้อนรับ..

ll พรทิพย์ เศรษฐีวรรณ บริจาคเงินสมทบทุนมูลนิธิรามาธิบดีฯ ทุนรักษาผู้ป่วยยากไร้ โครงการเพื่อผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านม รับมอบโดย รศ.นพ.ประกาศิต จิรัปปภา..

ll ใครที่เป็น FC งานศิลปะของ อิทธิพล พัฒรชนม์ เชิญชมนิทรรศการ“Hakka-Huggun Art Exhibition”ณ หมิง อาร์ตสเปซ อุดมสุข 49 เปิดให้เข้าชมทุกวันศุกร์-อาทิตย์ ถึง 28 ก.ค. 15.00-21.00 น. ..

ll สมาคมศิษย์เก่าคณะรัฐประศาสนศาสตร์ นิด้า เชิญเพื่อนพ้องน้องพี่ ชาว ร.ศ.NIDA พบกันในงาน“69 ปีร.ศ.นิด้า”6 ก.ค. ภาคเสวนา 15.00 น. มี อภิชาติ ดำดี,สมชาย หนองฮี, พะเยาว์ พัฒนพงศ์,เฉลิมพล ปุณโณทก ส่วนภาคสังสรรค์ เริ่ม 18.00 น. พบกับสินค้าduty free และกิจกรรมศิษย์คารวะครูพี่พบน้อง เพื่อนเจอเพื่อน ติดต่อซื้อบัตรได้ที่สมาคม ร.ศ. 089-1236155 หรือชมรม MPPM 094-6956992..ll

น้องใหม่

ม. มหานคร จับมือ GalaxySpace ร่วมพัฒนาระบบสื่อสารอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม มุ่งสู่ผู้นำ Space Economy ในอาเซียน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/810344

ม. มหานคร จับมือ GalaxySpace ร่วมพัฒนาระบบสื่อสารอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม มุ่งสู่ผู้นำ Space Economy ในอาเซียน

ม. มหานคร จับมือ GalaxySpace ร่วมพัฒนาระบบสื่อสารอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม มุ่งสู่ผู้นำ Space Economy ในอาเซียน

วันพฤหัสบดี ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 17.14 น.

ม. มหานคร จับมือ GalaxySpace จัดตั้งสถานีดาวเทียมภาคพื้นความถี่สูงครั้งแรกในมหาวิทยาลัย ร่วมพัฒนาระบบสื่อสารอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม มุ่งสร้างกำลังคนด้านเทคโนโลยีอวกาศเพื่อขับเคลื่อนไทยสู่ผู้นำ Space Economy ในอาเซียน

13 มิถุนายน 2567 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร (MUT) มหาวิทยาลัยเอกชนอันดับหนึ่งด้านวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีของไทย จับมือ GalaxySpace บริษัทผู้ผลิตและพัฒนาดาวเทียมระบบสื่อสาร บรอดแบนด์วงโคจรต่ำชั้นนำของโลก จากสาธารณรัฐประชาชนจีน ร่วมกันพัฒนาและทดสอบสมรรถนะระบบเครือข่ายการสื่อสารบรอดแบนด์แบบบูรณาการ ทั้งส่วนดาวเทียมสื่อสารวงโคจรระดับต่ำ และสถานีดาวเทียมภาคพื้น ภายใต้ชื่อ “Mini-Spider” ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ที่มีการจัดตั้งสถานีดาวเทียมภาคพื้นที่ใช้ความถี่สูงย่าน Q/V ในมหาวิทยาลัย เพื่อศึกษาวิจัยเทคโนโลยีด้านดาวเทียมวงโคจรระดับต่ำ (Low-Earth Orbit หรือ LEO) ตอกย้ำความมุ่งมั่นของ MUT ในฐานะผู้นำด้านการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศมาตั้งแต่เริ่มต้นก่อตั้งมหาวิทยาลัยและพัฒนาต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ที่พร้อมสร้างผลิตภัณฑ์และบุคลากรเพื่อตอบสนองความต้องการกำลังคนด้านเทคโนโลยีอวกาศ และขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นผู้นำด้านเศรษฐกิจอวกาศ (New Space Economy) ในภูมิภาคอาเซียน 

ภายใต้ความร่วมมือในครั้งนี้ GalaxySpace ได้นำเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม ทั้งส่วนสถานีเชื่อมโยงสัญญาณ (gateway) สำหรับผู้ให้บริการ ซึ่งมีติดตั้งอยู่เพียงแห่งเดียวเท่านั้นในประเทศไทยที่ ม. เทคโนโลยีมหานคร และส่วนสถานีลูกข่าย (user terminal) สำหรับผู้ใช้บริการ เป็นอุปกรณ์ที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ง่าย มีทั้งแบบติดตั้งอยู่กับที่และติดตั้งบนยานพาหนะ ทางด้าน MUT ได้จัดตั้งศูนย์วิจัยเทคโนโลยีอวกาศ และสร้างสถานีดาวเทียมภาคพื้น พร้อมระดมทีมนักวิจัย คณาจารย์ และบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อศึกษาวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีด้านดาวเทียมวงโคจรระดับต่ำนี้ รวมถึงทำการทดลองและทดสอบประสิทธิภาพการทำงาน ร่วมกับทีมวิศวกรจากทาง GalaxySpace ซึ่งหลังจากทำการทดลองใช้งานครั้งแรกเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ผลปรากฏว่าสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมได้จริง และสามารถนำอินเทอร์เน็ตของผู้ประกอบการไทย ไปทดลองใช้งานผ่านกลุ่มดาวเทียมวงโคจรต่ำได้เป็นครั้งแรกในโลก

รศ. ดร.ภานวีย์  โภไคยอุดม อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร เปิดเผยว่า “ผมเห็นศักยภาพในหลาย ๆ ด้านของประเทศไทย และเล็งเห็นโอกาสการเติบโตของอุตสาหกรรมอวกาศในอนาคต ซึ่งเป็นกลไกการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ ด้วยบริการด้านอวกาศที่มีความหลากหลายโดยอาศัยเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อสร้างนวัตกรรมต่าง ๆ ที่สามารถพัฒนาและนำเอาเทคโนโลยีอวกาศไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ได้หลายกลุ่มอุตสาหกรรม MUT เรามีความสนใจด้านเทคโนโลยีอวกาศมาตั้งแต่เริ่มต้นก่อตั้งมหาวิทยาลัย ดาวเทียม ‘ไทพัฒ’ เป็นผลงานการออกแบบและสร้างโดยคนไทย ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นบุคลากรของมหาวิทยาลัยเรา และเรามีการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ตั้งแต่ต้นน้ำ ที่เป็นส่วนประกอบต่างๆ ของดาวเทียมขนาดเล็ก ตลอดจนระบบของสถานีภาคพื้น สู่ปลายน้ำ ที่เป็นการนำข้อมูลจากดาวเทียมมาใช้ประโยชน์ในงานต่าง ๆ ซึ่งเหล่านี้เป็นเครื่องยืนยันว่า MUT มีความพร้อมในทุก ๆ ด้านทั้งเรื่องสถานที่ องค์ความรู้ รวมถึงบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านดาวเทียมระดับแนวหน้าของประเทศ ความร่วมมือกับ GalaxySpace ในการจัดตั้งสถานีดาวเทียมภาคพื้นในมหาวิทยาลัยของเรา ถือเป็นโอกาสสำคัญของ MUT ที่จะมีบทบาทในการพัฒนาเทคโนโลยีด้านดาวเทียมวงโคจรระดับต่ำกับบริษัทระดับแนวหน้าของโลก นอกจากนี้ยังเป็นการพัฒนาศักยภาพและยกระดับขีดความสามารถของบุคลากรด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมอวกาศ รวมถึงเปิดโอกาสให้นักศึกษาและคณาจารย์ ได้หาประสบการณ์และเก็บเกี่ยวองค์ความรู้เชิงลึกด้านเทคโนโลยีอวกาศ เพื่อนำไปปรับใช้พัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน และในอนาคต บุคลากรเหล่านี้จะมีบทบาทสำคัญในการช่วยเติมเต็มความพร้อมด้านเทคโนโลยีอวกาศ เพื่อช่วยพัฒนาและขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การผู้นำด้านเศรษฐกิจอวกาศและเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมอวกาศของภูมิภาคได้อย่างแท้จริง”

มิส. อิซาเบล ฉางหลิว (Ms. Isabel Chang Liu) ผู้ร่วมก่อตั้งและรองประธานบริษัท GalaxySpace กล่าวว่า “ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีภูมิรัฐศาสตร์ตั้งอยู่ในจุดที่ได้เปรียบต่อการพัฒนาศักยภาพของประเทศให้เติบโตได้ในหลายๆ ด้าน จึงเป็นจุดยุทธศาสตร์แห่งเศรษฐกิจที่สำคัญแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ความร่วมมือระหว่าง GalaxySpace และ MUT ในครั้งนี้ เป็นการวิจัยและพัฒนาระบบเครือข่ายสื่อสารบรอดแบนด์แบบบูรณาการที่จะเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย ทั้งในด้านการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเทคโนโลยีอวกาศของ MUT ช่วยยกระดับการเรียนการสอนและเพิ่มพูนทักษะให้กับนักศึกษาขึ้นไปอีกขั้น ผ่านการฝึกฝนและสร้างเสริมประสบการณ์จริง โดยทาง GalaxySpace ยินดีถ่ายทอดความรู้และร่วมพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศภายในประเทศไทยและช่วยประสานงานกับหน่วยงานและองค์กรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพด้านเทคโนโลยีอวกาศให้สามารถแข่งขันในระดับนานาชาติได้ และอีกหนึ่งความตั้งใจของเราคือ สามารถพัฒนานวัตกรรมทางดาวเทียมและการใช้ประโยชน์จากดาวเทียมกับผู้ประกอบการไทย เพื่อให้คนไทยได้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมที่มีความเร็วและประสิทธิภาพสูง”

ปัจจุบันมีการใช้อินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมที่หลากหลาย อาทิ ดาวเทียมไทยคม 4 (THAICOM-4) หรือ ไอพีสตาร์ (IPSTAR) เป็นดาวเทียมวงโคจรค้างฟ้าหรือวงโคจรประจำที่ (Geostationary Orbit : GEO) ที่มีระดับความสูงจากพื้นโลกโดยประมาณ 35,786 กิโลเมตร 

ด้วยขีดจำกัดด้านระยะห่างจากพื้นโลกของดาวเทียมแบบ GEO จึงมีการพัฒนาระบบสื่อสารอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมแบบวงโคจรต่ำ (Low Earth orbit) หรือ LEO Satellite ซึ่งห่างจากโลกเพียง 500 – 2,000 กิโลเมตร ซึ่งมีผู้ให้บริการดาวเทียมรายใหญ่หลายแห่งที่อยู่ต่างประเทศ ได้แก่ Starlink, OneWeb เป็นต้น แต่ยังไม่มีสามารถให้บริการเชิงพาณิชย์ในประเทศไทยได้ เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่สำนักงาน กสทช. ต้องออกกฎระเบียบให้รัดกุม เพื่อการแข่งขันที่เป็นธรรมและเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ จึงจำเป็นต้องมีการศึกษาวิจัย ทดลองและทดสอบเทคโนโลยีก่อนการใช้งานเชิงพาณิชย์เพื่อนำข้อมูลต่างๆ มาช่วยในการออกกฎระเบียบที่เหมาะสม

GalaxySpace ตอบโจทย์อินเทอร์เน็ตดาวเทียมอย่างมีประสิทธิภาพ

โครงการพัฒนาและทดลองทดสอบระบบ ‘Mini-Spider’ ของ GalaxySpace ที่ร่วมกับ MUT นี้ประกอบไปด้วย 

1) ส่วนสถานีดาวเทียมภาคพื้น ซึ่งแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต มีอุปกรณ์ที่เรียกว่า สถานีเชื่อมโยง ระบบนี้จะนำอินเทอร์เน็ตภาคพื้น หรือ อินเทอร์เน็ตบ้าน ขึ้นสู่กลุ่มดาวเทียมบรอดแบนด์ และ ส่วนผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ต มีอุปกรณ์เรียกว่า สถานีลูกข่าย ที่ผู้ใช้งานสามารถนำโทรศัพท์มือถือ สมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ที่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตมาเชื่อมต่อได้โดยตรงทั้งแบบใช้สาย (LAN) หรือแบบไร้สาย (WIFI) 

2) ส่วนอวกาศหรือดาวเทียมสื่อสารบรอดแบนด์ เป็นกลุ่มดาวเทียมที่จะถูกส่งขึ้นสู่วงโคจรระดับต่ำ จะทำหน้าที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตระหว่างฝั่งสถานีเชื่อมโยงและสถานีลูกข่าย โดยจะมีแผนปล่อยดาวเทียมหลายร้อยดวง ให้กระจายตัวครอบคลุมทั่วโลกสำหรับการใช้งานเชิงพาณิชย์ ระบบ Mini-Spider จึงเป็นเหมือนอุปกรณ์นำอินเทอร์เน็ตจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งโดยไม่จำเป็นต้องเดินสายสัญญาณ เพียงแค่มีพื้นที่เปิดโล่งเห็นท้องฟ้าและมีระบบจ่ายไฟฟ้า (ไฟบ้าน) ก็สามารถใช้อินเทอร์เน็ตได้ทุกพื้นที่ในประเทศไทย

เทคโนโลยีด้านดาวเทียมของ GalaxySpace เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ใช้คลื่นความถี่ย่าน Q/V ที่เป็นคลื่นความถี่สูง ที่มีแนวโน้มจะใช้งานมากขึ้นในอนาคตและเป็นคลื่นความถี่ที่ยังไม่เคยมีการใช้มาก่อนในประเทศไทย ซึ่งต้องเฝ้าระวังและป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายหรือรบกวนระบบที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน ด้วยความร่วมมือจากสำนักงาน กสทช. ที่คอยให้คำแนะนำ ช่วยเหลือและให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี ทั้งเรื่องการใช้ช่องสัญญาณดาวเทียม การใช้คลื่นความถี่ การนำเข้าอุปกรณ์วิทยุคมนาคม รวมถึงการอนุญาตให้จัดตั้งเป็นพื้นที่ Sandbox เป็นระยะเวลา 5 ปี สำหรับพื้นที่ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานครในกรุงเทพมหานคร และระยะเวลา 1 ปี สำหรับพื้นที่ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานครในอีก 6 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย พิษณุโลก ชัยนาท นครนายก ระยองและภูเก็ต ทำให้โครงการศึกษาวิจัย ทดลองและทดสอบนวัตกรรมเทคโนโลยีดาวเทียมที่ MUT ร่วมกับ GalaxySpace สามารถดำเนินการตามแผนวิจัยที่วางไว้ได้เป็นอย่างดี

รศ. ดร.ภานวีย์ กล่าวเสริมว่า “ดาวเทียมวงโคจรระดับต่ำจะอยู่ที่ระดับความสูงไม่เกิน 2,000 km ขณะที่ดาวเทียมของ GalaxySpace อยู่ที่ระดับความสูงประมาณ 500 km ทำให้ระยะทางระหว่างพื้นโลกไปยังดาวเทียมค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับดาวเทียมในวงโคจรอื่นๆ จากการทดสอบเบื้องต้นของระบบ Mini-Spider เราได้ความเร็วดาวน์โหลดสูงสุดประมาณ 250 Mbps  อัพโหลดสูงสุดประมาณ 210 Mbps และมี Latency  น้อยสุดประมาณ 32 ms เปรียบเทียบให้เข้าใจง่าย ๆ คือ การสื่อสารอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมของ GalaxySpace จะมีประสิทธิภาพค่อนข้างสูงกว่าการใช้อินเทอร์เน็ตของโทรศัพท์มือถือหรือสมาร์ทโฟน ที่ใช้เทคโนโลยี 5G ในประเทศไทย  ที่มีความเร็วดาวน์โหลดสูงสุดประมาณ 175 Mbps อัพโหลดสูงสุดประมาณ 23 Mbps และ Latency ประมาณ 28-34 msเห็นได้ว่า ระบบสื่อสารอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมของ GalaxySapce สามารถตอบโจทย์ผู้ใช้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งการให้บริการได้ครอบคลุมทุกพื้นที่ มีความเร็วสูงและมีการตอบสนองต่อการรับส่งข้อมูลอย่างรวดเร็ว ช่วยให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการสื่อสารและข้อมูลที่สะดวกสบาย เสมือนใช้อินเทอร์เน็ตผ่านเครือข่ายโทรศัพท์ในเขตเมือง” 

“MUT เราเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนที่มีชื่อเสียงด้านวิศวกรรมศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมชั้นนำของประเทศไทย เราไม่เพียงมุ่งเน้นเรื่องการศึกษาแบบองค์รวม แต่ยังมุ่งมั่นขับเคลื่อนเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจอวกาศยุคใหม่ของประเทศไทย เราเล็งเห็นความสำคัญในการพัฒนาศักยภาพเพื่อยกระดับขีดความสามารถของบุคลากร เราเชื่อมั่นว่าการร่วมมือกับ GalaxySpace ครั้งนี้ จะสามารถตอบสนองความต้องการกำลังคนด้านเทคโนโลยีอวกาศและพร้อมส่งเสริมสร้างผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมอวกาศเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยในทุก ๆ ด้าน ผลักดันไทยก้าวสู่ผู้นำด้านเศรษฐกิจอวกาศในอาเซียนได้อย่างเป็นรูปธรรม” รศ. ดร.ภานวีย์ กล่าวสรุป

(016)

สุนทรียภาพของอาร์ทที่ลงตัว กับนิทรรศการจิตรกรรมภาพสีน้ำมันโดย ‘อัด ธราพงษ์ ผูกพันธ์’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/810252

สุนทรียภาพของอาร์ทที่ลงตัว กับนิทรรศการจิตรกรรมภาพสีน้ำมันโดย 'อัด ธราพงษ์ ผูกพันธ์'

สุนทรียภาพของอาร์ทที่ลงตัว กับนิทรรศการจิตรกรรมภาพสีน้ำมันโดย ‘อัด ธราพงษ์ ผูกพันธ์’

วันพฤหัสบดี ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 14.17 น.

สุนทรียภาพของอาร์ทที่ลงตัว กับนิทรรศการจิตรกรรมภาพสีน้ำมันโดย “คุณอัด ธราพงษ์ ผูกพันธ์”   ครั้งนี้กับการกลับมาร่วมงานกับ MeArt Gallery อีกครั้ง ภายใต้เรื่องราวเหล่าผองเพื่อนพี่น้องสัตว์ทั้งหลายที่อาจจะเปลี่ยนไปเพราะภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง

SOLO Exhibiton “When The Climate Change” By Tarapong Phukpan @MeArt Gallery

“น้องอัด” ธราพงษ์ ผูกพันธ์ จิตรกรภาพสีน้ำมันฝีมือดีผู้ฝากผลงานไว้เป็นครั้งที่ 2 กับ   SOLO Exhibition ณ MeArt Gallery พบกับความอัศจรรย์ใจ ร้อยเรื่องรังสรรค์เรียงลงไป แฝงทั้งความสวยงาม และสิ่งที่เป็นแง่มุมให้เราได้ตระหนักคิดถึง และ จินตนาการร่วมไม่รู้จบ กับสุดยอดไฮไลท์ผลงานภาพสีน้ำมัน กับชื่อเรียกตรงตามนิทรรศการ When The Climate Change 

“ภาพที่ผมขอนำมาเล่านี้ ผมอยากให้ทุกคนจินตนาการถึงเรื่องราวของสิ่งมีชีวิตที่ต้องเผชิญกับภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไม่ใช่แค่กับมนุษย์เท่านั้น เหล่าน้องสัตว์เองก็เช่นกัน เรื่องเล่าในภาพนี้ มีเหล่าสัตว์อยู่หลากหลายชนิด แสดงให้เห็นถึงผลกระทบกับการที่จะต้องเอาตัวรอด หากเล่าแบบเป็นชนิดของสัตว์ น้องหมูกับเป็ด เป็นผู้มองหาความหวังและโอกาสกับการมีชีวิตอยู่ ถัดมาเป็น หมีแพนด้าที่รับได้ทุกสถานการณ์ สุข เศร้า เหงา ไปได้ทุกสถานการณ์ กระต่าย สื่อถึงเด็ก ถึงความวัยเยาว์ที่มองหาการเติบโต และ เดินต่อไปในชีวิต ส่วนเสือในภาพ มุมมองนักล่า ผู้ต้องลดตรรกะการมีชีวิตอยู่ มอบดอกไม้ให้มิตรภาพต่อ อุ้งมือแมวน้อย ที่พร้อมรับมิตรภาพนั้น รวมไปถึง นกเหยี่ยวผู้โบยบิน แต่อาจจะไปได้ไม่ไกลนักตามสถานการณ์น้ำท่วมโลก เมื่อมองไปยังด้านบนสุดของตอไม้ ยังมีนกกระจอก ที่ไม่กระจอก เพราะ มีโฟกัส มีจุดยืน ตั้งสติ และ เลือกจะตั้งตัวเองให้มีชีวิตอยู่ได้ด้วยความหวัง ”

และสิ่งที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลย คือศิลปินผู้นี้เขียนภาพวาดให้กลายเป็นเรื่องเล่าแบบค่อยเป็นค่อยไปให้นิทรรศการ When The Climate Change  ทำให้ภาพและบรรยากาศสื่อสารไปยังผู้ชม ผู้ที่เข้ามาในงานจะสามารถจินตนาการไปกับเรื่องราวได้อย่างไร้ขีดจำกัด และก็ยังไม่ลืมที่จะห่วงใย และคำนึงถึงการรักษ์โลก รักษ์ธรรมชาติ อยากให้ทุกคนช่วยกันดูแลโลกใบนี้

และ อีกภาพไฮไลท์ที่เกิดกับศิลปินท่านนี้ที่ต้องเล่าให้ได้คือ หมีผู้เป็นนักล่าฤดูกาลแซลมอน เมื่อช่วงฤดูกาลสมบูรณ์ จะมีแซลมอนมากมายแหวกว่ายทวนกระแสน้ำลำธารให้เหล่าฝูงหมีได้จับปลาแซลมอนมากิน แต่ถ้าวันนึงโลกเราเปลี่ยนไป คุณหมีก็อาจจำเป็นต้องวิวัฒนาการ เข้าร้านซูชิแบบมนุษย์ เพื่อขอข้าวปั้นแซลมอน

“When The Climate Change” ความสุขใจที่มากกว่าแค่ภาพวาดสีน้ำมัน มาร่วมจินตนาการอย่างไร้ขีดจำกัดกับ “คุณอัด  ธราพงษ์ ผูกพันธ์”  กันได้ตั้งแต่วันนี้ – 23 มิถุนายน 2567 ณ  MeArt Gallery, Room 250, 2nd Fl. River City Bangkok

Map : https://goo.gl/maps/Nr9PsMtzuriUAtD3A

Contact : +66 85 925 9955

# Meartgallery

# RiverCityBangkok

# Check in @MeArt Gallery

-(016)

‘ดร. นลินี ทวีสิน’ สานต่อความร่วมมือการค้า-การลงทุน หารือทูตบังกลาเทศ พร้อมนำนักธุรกิจไทยบุกตลาดบังกลาเทศ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/810250

‘ดร. นลินี ทวีสิน’ สานต่อความร่วมมือการค้า-การลงทุน หารือทูตบังกลาเทศ พร้อมนำนักธุรกิจไทยบุกตลาดบังกลาเทศ

‘ดร. นลินี ทวีสิน’ สานต่อความร่วมมือการค้า-การลงทุน หารือทูตบังกลาเทศ พร้อมนำนักธุรกิจไทยบุกตลาดบังกลาเทศ

วันพฤหัสบดี ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 14.15 น.

ดร. นลินี ทวีสิน ผู้แทนการค้าไทย หารือเอกอัครราชทูตบังกลาเทศเตรียมนำคณะนักธุรกิจไทยเยือนบังกลาเทศในเดือนกรกฎาคม 2567 เพื่อส่งเสริมการค้าการลงทุนระหว่างกัน ฝ่ายบังกลาเทศเล็งเห็นจุดเด่นของไทยที่จะช่วยสร้างความหลากหลายให้เศรษฐกิจของบังกลาเทศ เผยบังกลาเทศมีความพร้อมรับการลงทุนจากไทยในหลายด้าน

ภายหลังจากเชค ฮาซีนา นายกรัฐมนตรีบังกลาเทศ ได้เยือนไทยอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 24 – 29 เมษายน 2567 และได้หารือกับนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้าการลงทุนให้เพิ่มมากขึ้น

ทั้งสองฝ่ายได้ตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกันเป็น 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ผู้แทนการค้าไทย (นางนลินี ทวีสิน) และเอกอัครราชทูต ณ กรุงธากา (นางมาฆวดี สุมิตรเหมาะ) นำคณะภาคเอกชนไทยไปสำรวจศักยภาพทางเศรษฐกิจที่บังกลาเทศเพื่อหาทางรักษาตลาดและขยายโอกาสทางเศรษฐกิจของไทยในสาขาต่าง ๆ ได้แก่ อุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร อุตสาหกรรมเกษตร พลังงาน สินค้าฮาลาล ท่องเที่ยว สุขภาพ และโลจิสติกส์ โดยฝ่ายบังกลาเทศได้เชิญให้คณะภาคเอกชนไทยเข้าไปลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษและพื้นที่ที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยว โดยเฉพาะที่ Cox’s Bazar ซึ่งถือว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของบังกลาเทศ

ศักยภาพทางเศรษฐกิจของบังกลาเทศ: โอกาสใหม่ที่ไทยไม่ควรพลาด

ดร. นลินี ทวีสิน เปิดเผยหลังหารือกับ นายมุฮัมมัด อับดุล ฮัย เอกอัครราชทูตบังกลาเทศประจำประเทศไทยว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา บังกลาเทศได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วในภูมิภาคเอเชียใต้ (ประมาณร้อยละ 7-8 ต่อปี) ซึ่งเป็นหนึ่งในอัตราการเติบโตที่สูงที่สุดในโลก ด้วยการพัฒนาในหลายภาคส่วนและการเปิดกว้างทางเศรษฐกิจ และมีศักยภาพที่จะขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันเป็นคู่ค้าอันดับ 2 ของไทยในเอเชียใต้ ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ประเทศไทยมีภาพลักษณ์ที่ดีในบังกลาเทศ โดยสินค้าและบริการของไทยได้รับความเชื่อมั่นจากชาวบังกลาเทศ เช่น ผลิตภัณฑ์อาหาร อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และกลุ่มสินค้าเกษตรกรรม เช่น ข้าว ผลไม้ และสินค้าประมง ซึ่งมีโอกาสสูงในการต่อยอดเข้าสู่ตลาดบังกลาเทศที่มีประชากรมากกว่า 174 ล้านคน

ดร. นลินี ยังเล่าถึงกำหนดการนำคณะภาคเอกชนไทยเยือนบังกลาเทศอย่างคร่าว ๆ ว่า จะมีการเดินทางไปเยี่ยมชมเขตเศรษฐกิจพิเศษ Japanese Economic Zone เพื่อศึกษารูปแบบความร่วมมือระหว่างรัฐบาลบังกลาเทศกับรัฐบาลต่างประเทศด้านการลงทุน การจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ และสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ Korean Export Processing Zone (KEPZ) เพื่อศึกษารูปแบบการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมโดยบริษัทเอกชนต่างชาติ Cox’s Bazar เมืองท่องเที่ยวที่มีชายหาดยาวที่สุดในโลกเพื่อศึกษาลู่ทางการพัฒนาพื้นที่เพื่อการท่องเที่ยว Sabrang Tourism Park และ Naf Tourism Park และท่าเรือจิตตะกอง (Chittagong Port) ซึ่งเป็นท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดของบังกลาเทศ เป็นศูนย์กลางการนำเข้าและส่งออกสินค้า และมีศักยภาพในการเชื่อมโยงกับท่าเรือไทยในฝั่งอันดามัน เช่น ระนอง รวมทั้งยังมีโครงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึก Matarbari ที่จะรองรับเรือขนาดใหญ่ได้ นอกจากนี้ ภาคเอกชนไทยจะได้เข้าร่วมสัมมนาเกี่ยวกับโอกาสและลู่ทางการขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจในบังกลาเทศ และกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) อีกด้วย

ผู้แทนการค้าไทยกล่าวเพิ่มเติมว่า ภาคเอกชนไทยได้ลงทุนในบังกลาเทศมานานกว่า 20 ปี รวมมูลค่าสะสมประมาณ 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และยังมีโอกาสด้านการลงทุนอีกมากเพราะรัฐบาลบังกลาเทศกำลังเร่งพัฒนาให้เป็นประเทศรายได้ปานกลางระดับสูงภายในปี 2474 และมีนโยบายจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ จำนวน 100 เขต ภายในปี 2584 นอกจากนี้ เอกอัครราชทูตบังกลาเทศฯ ได้ย้ำถึงความพร้อมของประเทศในการเปิดรับความร่วมมือด้านการค้าการลงทุนจากไทย โดยรัฐบาลบังกลาเทศได้เตรียมความพร้อมในด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมทั้งทางถนน ทางรถไฟ และท่าเรือ รวมถึงการปรับปรุงระบบไฟฟ้าและพลังงาน และในขณะเดียวกัน รัฐบาลบังกลาเทศได้ดำเนินนโยบายสนับสนุนการลงทุนจากต่างประเทศโดยการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี การลดขั้นตอนการอนุมัติการลงทุน และการให้ความสะดวกในการทำธุรกรรมทางธุรกิจ ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่ทำให้บังกลาเทศเป็นตลาดที่น่าสนใจยิ่งขึ้นสำหรับนักลงทุนไทย

-(016)

‘เบิร์ด ธงไชย-ปุ๊ อัญชลี’ ครั้งแรกของการพบกันในเพลง ‘เราคงจะได้พบกัน’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/810305

‘เบิร์ด ธงไชย-ปุ๊ อัญชลี’ ครั้งแรกของการพบกันในเพลง ‘เราคงจะได้พบกัน’

‘เบิร์ด ธงไชย-ปุ๊ อัญชลี’ ครั้งแรกของการพบกันในเพลง ‘เราคงจะได้พบกัน’

วันศุกร์ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.30 น.

ดีต่อใจ…เรียกว่ากระแสปังข้ามคืนสมการรอคอย สำหรับที่สุดของการโคจรมาพบกันครั้งแรกในทีเซอร์เพลงใหม่ “เราคงจะได้พบกัน” ของซูเปอร์สตาร์ตลอดกาล “เบิร์ด”ธงไชย แมคอินไตย์ และ “ปุ๊” อัญชลีจงคดีกิจ ซึ่งทันทีที่ปล่อยทีเซอร์ไม่ทันไรกลายเป็นกระแสทอล์กออฟเดอะทาวน์ที่ถูกพูดถึงกันอย่างถล่มทลายจุดพลุกระแส “เบิร์ด-ปุ๊” ฟีเวอร์ สนั่นวงการสมการรอคอยทันที จนแฟนๆ ต่างอดใจไม่ไหวกับการรอคอยฟังเพลงใหม่เพลงนี้จากคู่จิ้นที่แฟนเพลงต่างคิดถึงมาตลอด

สำหรับเพลง “เราคงจะได้พบกัน” บทเพลงของคนที่ตามหาความรัก และรอคอยใครสักคน จากน้ำเสียงที่สุดแสนคิดถึงของ พี่เบิร์ด-ธงไชย แมคอินไตย์ และพี่ปุ๊-อัญชลี จงคดีกิจ ที่แฟนๆ ต่างคิดถึง โดยเพลงนี้เขียนเนื้อร้อง โดย ปัณฑพลประสารราชกิจ (โอม Cocktail) และ ธิติวัฒน์ รองทอง (แม็ก The Darkest Romance) โดยงานนี้นอกจากแฟนคลับจะตื่นเต้นกันสุดๆแล้ว ศิลปินทั้งสองก็ต่างรู้สึกดีใจและตื่นเต้นไม่แพ้กัน

โดย “เบิร์ด ธงไชย” เผยความรู้สึกว่า “ตอนนั้นที่ร่วมงานกันครั้งแรกๆ พี่ปุ๊ดังมากๆ พี่เบิร์ดยังไม่ได้เป็นนักร้องเลย สำหรับพี่เบิร์ด เวลาได้อยู่กับพี่ปุ๊ พี่จะรู้สึกเซฟมาก อบอุ่น สบายใจ สำหรับเพลงใหม่เพลงนี้น่าจะเป็นความรู้สึกของทุกๆ คนเลยนะ พวกเราอยากเจอกัน เรารอเวลาวันนั้น และเพลงนี้ก็เกิดขึ้น ความหมายของเพลงนี้ มันกว้างมากสำหรับทุกคนไม่ใช่แค่พี่เบิร์ดพี่ปุ๊ เป็นเพลงสำหรับใครก็ได้ ที่กำลังตามหาสิ่งที่รัก หาคนที่จะรักเรา หาคนที่เราต้องการ แล้วในที่สุดเราก็ได้พบกัน”

ส่วนพี่ “ปุ๊-อัญชลี” เสริมต่อว่า “พี่ปุ๊ไม่คิดว่าจะได้ร่วมงานกันอีก การกลับมาเจอกันในเพลงนี้เหมือนกับความฝัน “เหมือนฝันตอนตื่น” ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นจริง ดีใจจนอธิบายไม่ได้ ทุกๆ ครั้งที่เจอพี่เบิร์ด เหมือนเป็นของขวัญพิเศษ บทเพลงนี้ พาพี่ปุ๊ และพี่เบิร์ด กลับมาพบกัน และอยากมอบให้เป็นเพลงของทุกคน มันไม่ใช่แค่เรา มันเป็นของทุกคนที่รอคอย และอยากขอบคุณทีมงาน ที่สร้างสรรค์เพลงนี้ขึ้นมา”

การพบกันในครั้งนี้ของ เบิร์ด-ธงไชย และ ปุ๊-อัญชลี นับเป็นอีกปรากฏการณ์สำคัญ ที่แฟนเพลงของทั้งคู่ต้อง Fulfill มากๆ ที่ได้กลับมาพบกันอีกครั้ง หลังจากที่รอคอยมานาน และได้ร้องเพลงที่มีความหมายร่วมกัน เราคงจะได้พบกัน ทุกช่องทาง 12 มิถุนายนนี้ และติดตามชม มิวสิกวีดีโอได้ที่ GMM GRAMMY OFFICIAL https://youtu.be/CMIRx5du8Vw

17 ปี ที่รอคอย ‘ฟ้าจรดทราย เดอะมิวสิคัล’ คืนเวทีสุดยิ่งใหญ่ ‘ณเดชน์-แก้ม-หนูนา’ นำทีมโชว์ฝีมือการแสดงสุดประทับใจ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/810311

17 ปี ที่รอคอย ‘ฟ้าจรดทราย เดอะมิวสิคัล’ คืนเวทีสุดยิ่งใหญ่  ‘ณเดชน์-แก้ม-หนูนา’ นำทีมโชว์ฝีมือการแสดงสุดประทับใจ

17 ปี ที่รอคอย ‘ฟ้าจรดทราย เดอะมิวสิคัล’ คืนเวทีสุดยิ่งใหญ่ ‘ณเดชน์-แก้ม-หนูนา’ นำทีมโชว์ฝีมือการแสดงสุดประทับใจ

วันศุกร์ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เปิดม่านการแสดงในรอบพรีวิวไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับละครเวทีสุดยิ่งใหญ่แห่งปีเรื่อง “ฟ้าจรดทราย เดอะมิวสิคัล” มิวสิคัลฟอร์มยักษ์ที่ทุกคนรอคอยมากว่า 17 ปี จาก ค่ายซีเนริโอ ผลงานระดับมาสเตอร์พีซอีกหนึ่งเรื่องจากฝีมือผู้กำกับสุดละเมียด ถกลเกียรติ วีรวรรณ กับเรื่องราวความรัก โรแมนติกของ “ชาริฟ”และ “มิเชลล์” ที่เกิดขึ้น ณ ดินแดนแห่งทะเลทรายท่ามกลางความร้อนระอุของสงครามชิงบัลลังก์ “เมืองฮิลฟารา”

ทันทีที่เปิดม่านการแสดง ฉาก แสงสี เสียง คอสตูม สุดตระการตาก็ดึงเอาความรู้สึกของผู้ชมให้เข้าไปสัมผัสกับบรรยากาศของ “เมืองฮิลฟารา” ได้อย่างง่ายดาย ก่อนจะได้พบกับความสามารถของทีมนักแสดงนำที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสามารถครบเครื่อง เริ่มต้นที่พระเอกสุดฮอตณเดชน์ คูกิมิยะ กับบท “ชาริฟ” ที่หลายคนตั้งใจมาพิสูจน์ผลงานการแสดงละครเวทีครั้งแรกของเค้าเปิดตัวมาวินาทีแรกออร่าความหล่อของณเดชน์ก็ทำเอาผู้ชมตะลึง!!แถมการร้องและการแสดง ไม่ว่าจะเป็นฉากรักก็ถ่ายทอดอารมณ์ออกมาทางสีหน้าและแววตา ออกมาได้สุดโรแมนติกและมีเสน่ห์จนน่าหลงใหลรวมถึงฉากแอ๊กชั่นณเดชน์ก็ทำได้ยอดเยี่ยมตั้งแต่ต้นจนจบจนคนดูทั้งโรงละครต่างปรบมือชื่นชมเป็นเสียงเดียวกันทำให้นึกย้อนไปถึงการเตรียมความพร้อมที่เชื่อได้เลยว่า เจ้าตัวจะต้องทุ่มเทพยายามอย่างหนักก่อนจะมารับบทสำคัญในวันนี้ ด้านตัวแม่มิวสิคัล อย่าง แก้ม-กุลกรณ์ พัชร์ เมอร์นาร์ด ผู้รับบท “มิเชลล์”ใครที่เคยติดใจในเสียงร้องระดับโลกที่ก้องกังวานของเธอครั้งนี้แก้มก็ไม่ทำให้ผิดหวังโชว์ฝีมือการร้องการแสดงที่แฝงไว้ด้วยความเข้มแข็ง เด็ดเดี่ยวได้อย่างน่าประทับใจ

ฟาก หนูนา-หนึ่งธิดา นางเอกมิวสิคัลมากฝีมืออีกคนที่ทำเซอร์ไพรส์กลับมาขึ้นเวที“เมืองไทยรัชดาลัย” อีกครั้งในบท “แคชฟียา”งานนี้ขอบอกเสียงดังๆ เลยว่า…ห้ามพลาดมาชมการพลิกบทบาทของเธอเป็นอันขาดเพราะหนูนาถ่ายทอดอินเนอร์ความ “แค้น” ผ่านบทเพลงและการแสดงได้อย่างสุดขั้วอารมณ์จนคนดูปรบมือให้สนั่นโรงละครส่วนนักแสดงรุ่นใหญ่มากฝีมืออย่าง กบ-ทรงสิทธิ์ ยังคงโชว์ฝีมือเก๋าส่งพลังการแสดงผ่านบท “องค์อาเหม็ด” ได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นเคยด้าน เก่ง-ธชย ผู้รับบท “โอมาน” ก็ถ่ายทอดบทบาทและน้ำเสียงอันทรงพลังได้อย่างน่าทึ่ง นอกจากนี้ ผู้ชมยังถูกสะกดให้เพลิดเพลินไปกับลีลา ร้องเต้นของเหล่า Ensemble (นักแสดงสมทบ) ที่มีความสามารถ และเอนเนอร์จี้ล้นเหลือเป็นสีสันในเรื่องที่น่าชื่นชมไม่แพ้กัน นอกจากนี้ยังมีองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้มิวสิคัลเรื่องนี้สมบูรณ์ครบอรรถรสคือบทเพลงไพเราะสุดซึ้ง ที่สลับอารมณ์ให้ผู้ชมได้สนุกเร้าใจไปกับดนตรีทำนองมันส์ๆ เชื่อมโยงเข้ากับเรื่องราวสุดโรแมนติกตื่นเต้น น่าติดตามผสานกับท่าเต้นที่ดีไซน์ออกมาได้อย่างโมเดิร์นทันสมัยสวยงามแปลกตาสอดรับลงตัวไปกับฉาก แสงสีและเอฟเฟกท์พิเศษที่จัดเต็มตระการตาทำให้ผู้ชมได้สัมผัสกับความอิ่มเอมและความยิ่งใหญ่ในทุกฉากทุกซีน“ฟ้าจรดทราย เดอะมิวสิคัล” จึงเป็นละครเวทีฟอร์มยักษ์แห่งปีที่ “ยิ่งใหญ่ คุ้มค่าสมการรอคอย” ควรค่าแก่การมาชมอย่างยิ่งเปิดแสดงตั้งแต่วันนี้-10 สิงหาคมนี้เท่านั้น!! ณ เมืองไทยรัชดาลัยเธียเตอร์บัตรราคาเริ่มต้น 800 บาท ซื้อบัตรได้ที่เคาน์เตอร์ ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ ทุกช่องทาง

‘ชมพู-อทิตา’ ตัวแทนนักแสดงช่อง 8 รับพระราชทานเข็มที่ระลึกวันอานันทมหิดล

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/810302

‘ชมพู-อทิตา’ ตัวแทนนักแสดงช่อง 8  รับพระราชทานเข็มที่ระลึกวันอานันทมหิดล

‘ชมพู-อทิตา’ ตัวแทนนักแสดงช่อง 8 รับพระราชทานเข็มที่ระลึกวันอานันทมหิดล

วันศุกร์ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์พระราชทานเข็มที่ระลึกวันอานันทมหิดล ประจำปี พ.ศ. 2567 ต่อผู้มีอุปการคุณ โดยมี ชมพู-อทิตา พยัคฆ์ ตัวแทนนักแสดงจาก สถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ในเครืออาร์เอส กรุ๊ปเข้าเฝ้าฯ รับเสด็จ และ รับพระราชทานเข็มที่ระลึกวันอานันทมหิดล เนื่องในวันอานันทมหิดล ประจำปี 2567วันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 8(9 มิถุนายน) ผู้พระราชทานกำเนิด “แพทย์จุฬาฯ” ณ อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โดย ชมพู-อทิตา เปิดเผยว่า

“วันนี้ชมพูรู้สึกปลื้ม ปีติมากๆที่เราเป็นตัวแทนของนักแสดงช่อง 8ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ รับเสด็จ และรับพระราชทานเข็มที่ระลึกวันอานันทมหิดล จากพระหัตถ์สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เนื่องในวันอานันทมหิดล ประจำปี 2567 ในฐานะผู้มีอุปการคุณ อย่างใกล้ชิดพระองค์มากๆและที่ผ่านมาเราก็ดีใจมากที่เราได้เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมทำบุญ เป็นกระบอกเสียงออกรับบริจาคร่วมกับนิสิตแพทย์ กับโครงการ From Hands To Heart สองมือห่วงใย ดวงใจผูกพัน เพื่อรายได้สมทบทุนมูลนิธิอานันทมหิดล, มูลนิธิสงเคราะห์เด็ก สภากาชาดไทย, ช่วยเหลือพระภิกษุอาพาธ – ผู้ป่วยยากไร้ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย, กิจกรรมจิตอาสา สโมสรนิสิตคณะแพทยศาสตร์จุฬาฯ, สาขาวิชาโรคหัวใจและหลอดเลือด ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และโครงการ “หัวใจ 3D” ศูนย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย จะเห็นว่าการบริจาคครั้งนี้ได้ช่วยเหลือหน่วยงานและผู้คนได้เยอะมากๆ และขอบคุณโอกาสดีๆ แบบนี้ ที่จะทำให้เราน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ พระเมตตาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ซึ่งได้สร้างคุณูปการอย่างใหญ่ยิ่งต่อวงการแพทย์และการศึกษาอีกด้วยค่ะ”