“บิ๊กศาล” สั่งสอบกรณี “หมอวรงค์” โพสต์อ้าง “ถุงขนม 2 พันล้าน”

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576940

14 มิ.ย. 2567

16:21 น.

“บิ๊กศาล” สั่งสอบกรณี “หมอวรงค์” โพสต์อ้าง "ถุงขนม 2 พันล้าน"

ผู้บริหารศาลยุติธรรม สั่งตรวจสอบกรณี “หมอวรงค์” โพสต์อ้างถึง ถุงขนม 2 พันล้าน กลายเป็นถุงขนมภาค 2 ขอเคลียร์ 2 คดีใหญ่

14 มิ.ย.2567 กรณีที่ หมอวรงค์ หรือ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานที่ปรึกษาพรรคไทยภักดี โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุถึงขบวนการ ถุงขนม 2 พันล้าน เป็นถุงขนมภาค 2 เพื่อให้ ทำสำนวนอ่อน เคลียร์คดี ใหญ่ 2 คดี ที่จะเกิดขึ้นในประเทศสารขัณฑ์ โดยมีเนื้อหาระบุว่า “จะมีการให้บริษัทคาสิโน เตรียมเงิน 2,000 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือเชื่อมโยงคดีใหญ่คดีหนึ่ง โดยให้มีการทำสำนวนอ่อนๆของอัยการ เพื่อชงให้ศาลตบง่ายๆ ในการให้ประกัน”

โพสต์ของ หมอวรงค์ ระบุด้วยว่า “รวมถึงคดีแต่งตั้งทนายความถุงขนม มาเป็นเสนาบดีด้วย เเละเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา มีระดับอธิบดีของหน่วยงานตุลาการ เดินทางไปฮ่องกงเพื่อภารกิจนี้ โดยได้รับการประสานงานจากอดีตประมุขใหญ่ของตุลาการ และอดีตอัยการใหญ่

โดยมีรายงานข่าวจาก ศาลยุติธรรม ว่า ทางผู้บริหาร ศาลยุติธรรม ทราบเรื่องที่มีบุคคลโพสต์เรื่องดังกล่าวเเล้ว อยู่ระหว่างสั่งการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง

นายกฯ ยังไม่เห็นผลสอบปมขัดแย้ง “บิ๊กต่อ-บิ๊กโจ๊ก” คาดสัปดาห์ชัดเจน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576927

14 มิ.ย. 2567

14:53 น.

นายกฯ ยังไม่เห็นผลสอบปมขัดแย้ง "บิ๊กต่อ-บิ๊กโจ๊ก" คาดสัปดาห์ชัดเจน

นายกฯ ยังไม่เห็นผลสอบปมขัดแย้ง “บิ๊กต่อ-บิ๊กโจ๊ก” คาดสัปดาห์ชัดเจน เผย รักษาการ ผบ.ตร. เข้าพบ ไม่ได้คุยเรื่องเรือน้ำมันหาย ด้าน “บิ๊กต่าย” ปัดตอบ “เสี่ย จ.” เอี่ยว รอผลชัดเจนก่อน

14 มิ.ย. 2567 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าผลการสอบสวนกรณีความขัดแย้งของ 2 บิ๊กตำรวจ ภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่า เข้าใจว่าจะออกมาในวันพุธที่จะถึงนี้ (19 มิ.ย.) โดยนายฉัตรชัย พรหมเลิศ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายฯ จะมีการแถลงข่าว เบื้องต้นยังไม่มีรายงานมาถึงนายกรัฐมนตรี

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณี พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร. รักษาราชการแทน ผบ.ตร. เข้าพบเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมาได้รายงานเรื่องเรือขนน้ำมันเถื่อนที่หายไปหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เปล่าครับ ไม่ได้รายงาน มาพบปะธรรมดา ท่านเอาแกงเหลืองมาให้ทาน ตนก็บอกว่าอร่อยเผ็ดไปหน่อยแต่อร่อยครับ

นายกฯ ยังไม่เห็นผลสอบปมขัดแย้ง \"บิ๊กต่อ-บิ๊กโจ๊ก\" คาดสัปดาห์ชัดเจน

ด้าน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวภายหลังเข้าพบนายกรัฐมนตรี ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ว่า วันนี้ไม่ได้มีการรายงานเรื่องเรือน้ำมันเถื่อนที่หายไป ขณะนี้เรื่องดังกล่าวอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบของคณะกรรมการ บช.ก. และยังไม่ได้มีการฟันธงว่ามีเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่

ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าเรือมีขนาดใหญ่หากไม่ได้รับการเปิดทางจากเจ้าหน้าที่ เป็นเรื่องยากที่เรือจะหายไป พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ขณะนี้กำลังดำเนินการเร่งรัดอยู่

เมื่อถามว่าได้มีการรายงานนายกรัฐมนตรี หรือนายกรัฐมนตรี ได้สอบถามกรณีนี้หรือไม่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ระบุว่า ไม่มีอะไร แค่ขึ้นไปตึกไทยฯ เพื่อสวัสดีนายกรัฐมนตรี เฉยๆ

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวอีกว่า เป็นเรื่องที่รับไม่ได้เช่นเดียวกัน เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบดูแลหน่วยงานต้องเป็นผู้รับผิดชอบ และขณะนี้ผู้บัญชาการตำรวจกรมสอบสวนกลาง กำลังดำเนินการจริงจัง หากใครเกี่ยวข้องปล่อยปละละเลย หรือมีส่วนใดๆ ที่ร่วมกระทำผิด ก็ต้องดำเนินการทางวินัยและอาญา แต่ขอให้รอความชัดเจน

เมื่อถามว่า “เสี่ย จ.” ที่มีรายงานว่าเป็นเจ้าของเรือ และมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เรือขนน้ำมันเถื่อนหายนั้น พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ขอให้รอผลการสอบสวนของพนักงานสอบสวนก่อน

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร. รักษาราชการแทน ผบ.ตร.พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร. รักษาราชการแทน ผบ.ตร.

“บิ๊กป้อม” เงียบไม่ตอบทุกคำถาม ปม “ทักษิณ” พาดพิง “คนบ้านป่า”

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576913

14 มิ.ย. 2567

12:27 น.

"บิ๊กป้อม" เงียบไม่ตอบทุกคำถาม ปม “ทักษิณ” พาดพิง "คนบ้านป่า"

“บิ๊กป้อม” เงียบไม่ตอบทุกคำถาม ปม “ทักษิณ” พาดพิง “คนบ้านป่า” วุ่นวายอยู่เบื้องหลัง สว. ล้ม “นายกรัฐมนตรี เศรษฐา



พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ มาเป็นประธานในพิธีลงนามประชุมเตรียมความพร้อมซีเกมส์ครั้งที่ 33พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ มาเป็นประธานในพิธีลงนามประชุมเตรียมความพร้อมซีเกมส์ครั้งที่ 33

 

จากกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวพาดพิงถึง “คนบ้านป่า”  เป็นผู้สร้างความวุ่นวายให้กับบ้านเมือง 
 

14 มิ.ย.2567  พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ มาเป็นประธานในพิธีลงนามประชุมเตรียมความพร้อมซีเกมส์ครั้งที่ 33 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพในปี 2568 ที่ คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย บ้านอัมพวัน เทเวศร์

พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ

โดยภายหลังเสร็จสิ้นงาน พล.อ.ประวิตร ปฏิเสธตอบทุกคำถาม โดยเฉพาะกรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ระบุว่า คนบ้านในป่าที่วุ่นวาย อยู่เบื้องหลัง สว. ล้มนายกฯ ซึ่งถูกเชื่อมโยงว่าหมายถึงพลเอกประวิตร ทั้งนี้ พลเอก ประวิตร พยายามเดินขึ้นรถ ด้วยสีหน้าเรียบเฉย แล้วออกไปทันที   
 
ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยกับ เนชั่นทีวี หลังถูกนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พาดพิงคนบ้านป่า เป็นผู้สร้างความวุ่นวายให้กับบ้านเมือง ว่า

“ไปถามคนพูดสิ ฉันไม่ได้ไปเจอใครเลย คนในป่าไหนล่ะ”

รองปลัดฯติดตามจัดตั้ง สำนักงานIFADในไทย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/810383

วันศุกร์ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมหารือการจัดตั้งสำนักงานภูมิภาคของกองทุนระหว่างประเทศเพื่อพัฒนาเกษตรกรรม (IFAD) ในประเทศไทยโดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กรมองค์การระหว่างประเทศ กรมพิธีทางการทูต กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เข้าร่วม โดยที่ประชุมได้พิจารณาแนวทางการดำเนินงานและเจรจาจัดทำร่างความตกลงประเทศเจ้าบ้าน ( Host Country Agreement : HCA )

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ จะมีการเจรจากับฝ่าย IFAD อีกครั้ง เพื่อให้การจัดตั้งสำนักงานฯ มีความสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงเกษตรฯ มีความครอบคลุมถึงการดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายและแนวปฏิบัติในประเทศไทย รวมถึงก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อภาคการเกษตรไทย ก่อนจะดำเนินการเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาต่อไป

ปลัดฯตรวจสอบ ปริมาณน้ำนมโค รวมทั้งประเทศ ถกโควตานมรร.

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/810380

วันศุกร์ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังประชุมคณะกรรมการและคณะทำงานตรวจสอบปริมาณน้ำนมโคทั้งระบบ ว่าเนื่องจากกระทรวงเกษตรฯ มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการและคณะทำงานตรวจสอบปริมาณน้ำนมโคทั้งระบบ และคำสั่งแต่งตั้งเจ้าหน้าที่เพื่อตรวจสอบปริมาณน้ำนมโคระดับจังหวัด เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2567 มีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจสอบปริมาณน้ำนมดิบ ณ ฟาร์ม และศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบทั่วประเทศ เพื่อเป็นฐานข้อมูลในการบริหารจัดการนมทั้งระบบซึ่งได้ลงพื้นที่ตรวจสอบปริมาณน้ำนมโคทั้งระบบตั้งแต่วันที่ 25-29 มีนาคม 2567 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบสรุปผลการตรวจสอบปริมาณน้ำนมดิบที่ฟาร์มเกษตรกร 2,821.86 ตัน ซึ่งจะนำข้อมูลเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชน ขอความเห็นชอบและใช้เป็นข้อมูลในการจัดสรรสิทธิโควตานมโรงเรียนให้ทันก่อนเปิดเทอมปีการศึกษา 2567

นอกจากนี้ จากการตรวจสอบฯ ยังพบว่าเกษตรกรที่เลิกเลี้ยงโคนมมีสาเหตุหลายประการ อาทิ ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ไม่มีผู้สืบทอดอาชีพ หรือปรับเปลี่ยนอาชีพไปเป็นการเลี้ยงโคเนื้อแทน แต่ไม่ได้แจ้งยกเลิกและปรับปรุงข้อมูลกับปศุสัตว์อำเภอในพื้นที่ ซึ่งคณะกรรมการและคณะทำงานฯ ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน พร้อมทั้งนำข้อมูลที่ได้รับจากระดับพื้นที่ มาเตรียมดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป อาทิ มาตรการลดต้นทุนการผลิต การส่งเสริมการเลี้ยงโคเนื้อ เป็นต้น

‘อรรถกร’สร้างวินัยการเงิน หนุนการออมมุ่งสู่ชุมชนเข้มแข็ง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/810381

วันศุกร์ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธี Kick Off โครงการเสริมสร้างวินัยทางการเงินภาคครัวเรือนขับเคลื่อนชุมชนเข้มแข็ง เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 และเปิดการประชุมสัมมนาเครือข่ายครูอาสาประจำปี 2567 เรื่อง บัญชีฟาร์ม : กุญแจสำคัญขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่ความสำเร็จ โดยมีผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่โรงแรมไมด้า เดอ ซี หัวหิน อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี

นายอรรถกรกล่าวว่า กิจกรรม Kick off เปิดตัวโครงการเสริมสร้างวินัยทางการเงินภาคครัวเรือนขับเคลื่อนชุมชนเข้มแข็งฯ มีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างวินัยทางการเงินและส่งเสริมการออม พัฒนาและสร้างชุมชนเข้มแข็งไปสู่ประชาชนให้กว้างขวาง มีเป้าหมายคือชุมชนทั่วประเทศ 77 จังหวัด รวมกว่า 7,800 ราย ให้ได้รับองค์ความรู้
การจัดทำบัญชีและมีเงินออม ผ่านการดำเนินกิจกรรมร่วมกัน ทั้งกิจกรรมการสอนการทำบัญชี กิจกรรมการฝึกอาชีพเสริมรายได้ และกิจกรรมสานสัมพันธ์ เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ กิจกรรมจิตอาสา เพื่อสาธารณประโยชน์ต่างๆ

“การสัมมนาในครั้งนี้ มุ่งเน้นการพัฒนาสร้างเครือข่าย ให้ความรู้กลุ่มครูบัญชีอาสา วางแผนร่วมกันในการวางรากฐานการออม ให้ทุกภาคส่วนได้นำแนวคิดการออมอย่างมีระบบมาใช้ และให้เกิดการทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผมขอเป็นกำลังใจให้ครูบัญชีอาสาทุกท่าน ที่ได้ทุ่มเททั้งความรู้ ความตั้งใจ และมีใจรักในการทำงานเคียงคู่กับเกษตรกรในพื้นที่ต่อไป” นายอรรถกร กล่าว

ทั้งนี้ ภายในงานมีพิธีมอบป้ายโครงการให้แก่ผู้นำชุมชนวัดหนองแก อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี และรับชมบรรยากาศกิจกรรม Kick Off ที่จัดขึ้นทั่วประเทศ 78 แห่ง โอกาสนี้ รมช.เกษตรฯ พบปะครูบัญชีอาสาที่เข้าร่วมภายในงาน โดยปัจจุบันมีครูบัญชีอาสากว่า 5,000 ราย เป็นเครือข่ายที่สำคัญในระดับพื้นที่ ในการถ่ายทอดองค์ความรู้การทำบัญชีสู่เกษตรกรและชุมชน

ด้าน น.ส.อัญมณี ถิรสุทธิ์ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กล่าวว่า ได้จัดทำโครงการเสริมสร้างวินัยทางการเงินภาคครัวเรือนขับเคลื่อนชุมชนเข้มแข็งฯ เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯโดยน้อมนำพระราชปณิธานมาสานต่อการดำเนินงานในโครงการฯ เสริมสร้างวินัยทางการเงินภาคครัวเรือน อีกทั้งในเดือนกรกฎาคม กำหนดจัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติพร้อมกันทั่วประเทศ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 และในวันที่ 5 ธันวาคม 2567 กำหนดจัดกิจกรรม “เปิดกระปุก ปิดโครงการ” โดยคาดหวังภาคครัวเรือนจะมีเงินออมเพิ่มขึ้น และเชื่อมั่นว่าการมีวินัยทางการเงินที่ดีและมีเงินออมจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการพัฒนาคุณภาพชีวิตสู่ความกินดี อยู่ดี และสร้างชุมชนเข้มแข็งได้อย่างยั่งยืน

พด.ช่วยเกษตรกรแก้ปัญหาน้ำเค็ม

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/810382

วันศุกร์ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน (พด.) กล่าวว่า ขณะนี้ยังคงเร่งสนับสนุนช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำเค็มรุกเข้าพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา และ จ.สมุทรปราการ โดยได้มอบหมายให้ ดร.อาทิตย์ ศุขเกษม รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน ด้านวิชาการลงพื้นที่สำรวจความเสียหายอย่างต่อเนื่อง โดยสถานีพัฒนาที่ดินฉะเชิงเทรา และศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เก็บตัวอย่างดินและตัวอย่างน้ำในพื้นที่คลองประเวศบุรีรมย์ไปตรวจวิเคราะห์ที่ห้องปฏิบัติการ เพื่อประเมินระดับความเค็มของพื้นที่ เพื่อแก้ปัญหาสถานการณ์ผลกระทบน้ำเค็มในพื้นที่การเกษตร จ.ฉะเชิงเทรา และสมุทรปราการที่เกิดขึ้นกับประชาชนและเกษตรกรโดยเร็วที่สุด พร้อมเร่งสนับสนุนจุลินทรีย์ พด.นำไปผลิตสารบำบัดน้ำเสียเร่งด่วน

ทั้งนี้ สถานีพัฒนาที่ดินฉะเชิงเทรา และสถานีพัฒนาที่ดินสมุทรปราการ ได้ผลิตสารบำบัดน้ำเสียและขจัดกลิ่นเหม็นจากสารเร่งซุปเปอร์พด.6 วันละ 10,000 ลิตร นำไปใช้ฉีดพ่นบริเวณพื้นที่คลองหน้าวัดเทพราช ต.เทพราช อ.บ้านโพธิ์ 5,000 ลิตร คลองหน้าวัดประเวศ ต.คลองประเวศ อ.บ้านโพธิ์ 5,000 ลิตร และพื้นที่สะพานข้ามคลองแขวงกลั่นต.เกาะไร่ อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา 10,000 ลิตร

อีกทั้งได้ให้คำแนะนำแก่หน่วยงานและเกษตรกรในการปรับปรุงดินที่ได้รับผลกระทบจากน้ำเค็ม ในช่วงต้นฤดูฝน แนะนำให้ฟื้นฟูดินตามชนิดพืชโดยทั่วไปให้ระบายน้ำเค็มออกก่อน ถ้าในพืชผักให้ยกร่อง ใช้แกลบดิบ และปุ๋ยหมักที่ย่อยสลายจากสารเร่งซุปเปอร์ พด.1 ในแปลงปลูกพืช เพื่อเพิ่มความร่วนซุยและความชื้นของดิน และใช้สารเร่งซุปเปอร์ พด.3 ที่ขยายในปุ๋ยหมักร่วมด้วย เพื่อกำจัดโรครากเน่า โคนเน่า ส่วนนาข้าวให้ใช้น้ำหมักชีวภาพจากสารเร่งซุปเปอร์ พด.2 ราดเพื่อช่วยให้ตอซังย่อยสลายเร็วขึ้นและไถกลบ

พาณิชย์ ถกผู้เลี้ยงไก่ เตรียมปรับราคาลง พร้อมสั่งห้างช่วยจัดโปรฯ ดูแลผู้บริโภค

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/810392

พาณิชย์ ถกผู้เลี้ยงไก่ เตรียมปรับราคาลง พร้อมสั่งห้างช่วยจัดโปรฯ ดูแลผู้บริโภค

พาณิชย์ ถกผู้เลี้ยงไก่ เตรียมปรับราคาลง พร้อมสั่งห้างช่วยจัดโปรฯ ดูแลผู้บริโภค

วันพฤหัสบดี ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 19.33 น.

กรมการค้าภายใน ถกสมาคมผู้เลี้ยงฯ แก้ไก่แพง พบสาเหตุอากาศร้อนแล้งทำไก่โตช้า ยันสถานการณ์กลับมาปกติ จากนี้ไม่ขึ้นแล้ว ด้านห้างพร้อมจัดโปรโมชั่นลดราคาช่วยเหลือ

นายกรนิจ โนนจุ้ย รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมได้หารือร่วมกับสมาคมผู้เลี้ยงไก่เนื้อ สมาคมผู้ผลิตไก่เพื่อส่งออกไทย สมาคมผู้ผลิตไก่เนื้อเพื่อการส่งออก ผู้ประกอบการรายใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น บริษัท ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บริษัท คาร์กิลล์มีทส์ (ไทยแลนด์) จำกัด บริษัท เบทาโกรเกษตรอุตสาหกรรม จำกัด บริษัท ไทยฟู้ดส์ จำกัด บริษัท สหฟาร์ม จำกัด และห้างค้าส่งค้าปลีก เพื่อติดตามสถานการณ์การผลิตและการค้าสินค้าเนื้อไก่ หลังจากที่มีข่าวปรับขึ้นราคา ตามนโยบายนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

ทั้งนี้ พบสาเหตุมาจากช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย. 2567 ที่ผ่านมา ที่เป็นช่วงอากาศร้อนและแล้งจัด ทำให้ผลผลิตไก่ลดลง จากเดิมเลี้ยง 39-42 วัน และน้ำหนักไก่ลดลง 5% กว่าจะได้ขนาด 2.4 กิโลกรัม ต้องเลี้ยงเพิ่มอีก 3-5 วัน ทำให้ผู้ประกอบการมีภาระ จึงมีการปรับขึ้นราคาเพื่อให้สอดคล้อง 

ส่วนที่มีการมองว่า การส่งออกที่เพิ่มขึ้น เป็นสาเหตุทำให้ไก่ในประเทศขาดแคลน ก็ไม่เป็นความจริง โดยได้รับการยืนยันจากผู้ผลิตและผู้ส่งออกว่าปริมาณผลผลิตไก่มีเพียงพอ ไม่มีปัญหาขาดแคลน ทั้งการบริโภคในประเทศและการส่งออก และตอนนี้ ทุกอย่างกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว โดยผู้เลี้ยง ได้ลงลูกไก่เพิ่ม และการเลี้ยง ก็ใช้เวลา 39-42 วันเหมือนเดิม และเมื่อผลผลิตลอตใหม่เข้าสู่ตลาด ราคาก็จะปรับตัวเข้าสู่ภาวะปกติ

“ได้รับคำยืนยันทั้งจากผู้เลี้ยง จะเร่งเลี้ยงเพิ่ม และผู้ประกอบการได้มีการเปิดโรงเชือดใหม่เพิ่มขึ้นด้วย ส่วนเรื่องราคา ทั้งผู้เลี้ยง ห้างค้าส่งค้าปลีก ยืนยันจะไม่มีการปรับขึ้นราคาไปกว่านี้อีกแล้ว ก็จะตรึงราคานี้ ไม่มีการขึ้นอีก และยังจะช่วยจัดโปรโมชั่น โดยเฉพาะชิ้นส่วนสะโพก และเนื้ออก เพื่อลดราคาให้กับผู้บริโภคด้วย และจากนี้เมื่อสถานการณ์ผลผลิตดีขึ้น ก็จะปรับลดลงตามความเหมาะสม ขอให้ผู้บริโภคเบาใจลงได้” นายกรนิจ กล่าว

อย่างไรก็ตาม กรมจะมีการติดตามสถานการณ์การเลี้ยง การค้าไก่ ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง ทั้งผู้เลี้ยง ผู้ผลิตที่ส่งไก่ไปให้ห้างค้าส่งค้าปลีก และห้างค้าส่งค้าปลีกทุกวัน เพื่อติดตามสถานการณ์ด้านราคา เพื่อกำกับดูแลให้ราคาอยู่ในโครงสร้างทุกราย ทั้งผู้เลี้ยง ผู้ผลิต ห้าง ซึ่งจากการตรวจสอบตอนนี้ ราคายังอยู่ในโครงสร้างที่กำหนด

ธนาคารที่ดิน’ปลูกต้นไม้ 1 ล้านต้นฯในโอกาสพระราชพิธีมงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/810386

ธนาคารที่ดิน'ปลูกต้นไม้ 1 ล้านต้นฯในโอกาสพระราชพิธีมงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ

ธนาคารที่ดิน’ปลูกต้นไม้ 1 ล้านต้นฯในโอกาสพระราชพิธีมงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ

วันพฤหัสบดี ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 19.18 น.

ธนาคารที่ดิน “ปลูกต้นไม้ 1 ล้านต้น สู่ความมั่นคง และยั่งยืน” เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 เพื่อแสดงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

วันที่ 13 มิถุนายน 2567 นายกุลพัชร ภูมิใจอวด ผู้อำนวยการสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) หน่วยงานของรัฐ สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี มอบหมายให้นายสุทธิรักษ์ อุฒมนตรี ผู้อำนวยการกองประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน เข้าร่วมกิจกรรม “ปลูกต้นไม้ 1 ล้านต้น สู่ความมั่นคง และยั่งยืน” ร่วมกับภาคีเครือข่ายภาคประชาชน และหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแก้วกล้า หมู่ที่ 8 บ้านทุ่งโป้ง ต.กลัดหลวง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี เพื่อเป็นการนำร่องกิจกรรม “ปลูกต้นไม้ 1 ล้านต้น สู่ความมั่นคง และยั่งยืน” เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ วันที่ 28 กรกฎาคม 2567 

โดยการดำเนินกิจกรรม “ปลูกต้นไม้ 1 ล้านต้น สู่ความมั่นคง และยั่งยืน” ของ สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน จะร่วมกันปลูกต้นไม้ในพื้นที่วิสาหกิจชุมชน 12 พื้นที่ และ 5 สหกรณ์ อย่างพร้อมเพรียงกันในวันที่ 9 กรกฎาคม 2567 เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว สร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีในชุมชน เสริมสร้างความสามัคคีในชุมชน พัฒนาท้องถิ่นของแต่ละชุมชนให้มีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เป็นการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเพื่อแสดงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ วันที่  28 กรกฎาคม 2567 

สำหรับวันนี้ (13 มิ.ย.2567) กิจกรรม “ปลูกต้นไม้ 1 ล้านต้น สู่ความมั่นคง และยั่งยืน” ณ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแก้วกล้า หนึ่งใน 12 พื้นที่ ดำเนินการของสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน ภายใต้โครงการบริหารจัดการที่ดินอย่างยั่งยืน ได้รับการสนับสนุนจาก นายชุนแผน ทิมเมฆ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกลัดหลวง พร้อมเปิดโครงการฯ และร่วมปลูกต้นสักทอง ขนุน มะขามป้อม และหญ้าแฝก บริเวณรอบสระน้ำ 

ร่วมกับสมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแก้วกล้า ผู้อำนวยการโรงเรียน คณะครู นักเรียนโรงเรียนทุ่งโป่ง  ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านทุ่งโป่ง กลุ่มอสม.ตำบลกลัดหลวง กลุ่มแม่บ้านท่ามะริด จำนวน 150 คนเข้าร่วม 

นางวิมล ฝั่งทะเล ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแก้วกล้า เปิดเผยว่า กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแก้วกล้า ตั้งอยู่ หมู่ที่ 8 บ้านทุ่งโป้ง ต.กลัดหลวง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี บนเนื้อที่ 93 ไร่ ปัจจุบันมีสมาชิก 29 ครอบครัว 

รูปแบบแปลงที่วางไว้ คือทำเกษตรอินทรีย์ การจัดการพื้นที่ส่วนกลางได้ออกแบบขุดคูรอบแปลงเพื่อใช้ในการเกษตร ขุดสระขนาดใหญ่ 4 สระ จัดล็อคแบ่งแปลงให้กับพี่น้องสมาชิก แปลงละ 2 ไร่ให้ปลูกบ้านที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่ และทำการเกษตร ปลูกพืชผักสวนครัว ไม้ยืนต้น และไม้เศรษฐกิจ เลี้ยงสัตว์ โดยการบริหารจัดการพื้นที่ใช้ระบบน้ำร่วมกันทุกแปลง โดยสมาชิกในกลุ่มสามารถทำสัญญาเช่าซื้อที่ดินกับ บจธ. แล้ว 

ชาวนา เตรียม เฮ! นบข.ไฟเขียว ‘ปุ๋ยคนละครึ่ง’ ช่วยชาวนาเต็มสูบ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/810365

ชาวนา เตรียม เฮ! นบข.ไฟเขียว ‘ปุ๋ยคนละครึ่ง’ ช่วยชาวนาเต็มสูบ

ชาวนา เตรียม เฮ! นบข.ไฟเขียว ‘ปุ๋ยคนละครึ่ง’ ช่วยชาวนาเต็มสูบ

วันพฤหัสบดี ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 18.30 น.

13 มิถุนายน 2567 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ(นบข.) ครั้งที่ 2/2567 โดยมี ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว และผู้บริหารจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมฯ ณ ห้องบุรฉัตรไชยากร ชั้น4 สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์

ในการนี้ คณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.)ได้มีมติเห็นชอบรับหลักการโครงการสนับสนุนปุ๋ยลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกรผู้ปลูกข้าว (ปุ๋ยคนละครึ่ง) โดยมอบหมายให้กรมการข้าว ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะอนุ นบข. ด้านการผลิตจัดทำข้อมูลเสนอคณะรัฐมนตรีเห็นชอบโครงการและงบประมาณต่อไป

สำหรับโครงการสนับสนุนปุ๋ยลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกรผู้ปลูกข้าว (ปุ๋ยคนละครึ่ง) ที่ช่วยเหลือค่าใช้จ่ายปัจจัยการผลิตในการลดตันทุนการผลิตข้าวแก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2567/68 โดยรัฐบาลดำเนินโครงการไร่ละ 1,000 บาท  ไม่เกิน 20 ไร่  หรือไม่เกินครัวเรือนละ 20,000 บาท เพื่อเพิ่มผลผลิตข้าวด้วยการใช้ปุ๋ยและชีวภัณฑ์ในสูตรและอัตราที่เหมาะสมตามนิเวศน์และสภาพพื้นที่ ตลอดจนเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวเป็น 3 เท่าในระยะเวลา4ปี  ซึ่งเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการสามารถเลือกรับการสนับสนุนปุ๋ยสำหรับนาข้าวที่ขึ้นทะเบียน จำนวน 13 รายการ ได้แก่ 1. ปุ๋ยสูตร 25-7-14  2. ปุ๋ยสูตร 20-8-20  3. ปุ๋ยสูตร 20-10-12 4. ปุ๋ยสูตร 30-3-3  5. ปุ๋ยยูเรีย 46-0-0  6. ปุ๋ยสูตร 18-12-6 7. ปุ๋ยสูตร 16-8-8  8. ปุ๋ยสูตร 16-12-8  9. ปุ๋ยสูตร 16-16-8 10. ปุ๋ยสูตร 16-20-0  11. ปุ๋ยสูตร 20-20-0 12. ปุ๋ยอินทรีย์ที่ขึ้นบัญชีนวัตกรรม หรือ ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ที่ได้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนปุ๋ยอินทรีย์ และ 13. ชีวภัณฑ์ที่ได้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย

นอกจากนี้ที่ประชุมฯได้เห็นชอบโครงการประกันภัยข้าวนาปี ปี67 เพื่อให้ความช่วยเหลือเกษตรกรจากผลกระทบของภัยพิบัติทางธรรมชาติ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยมอบหมายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป