สื่อเผยคลิปไบเดน เดินงงหลงทิศ ขณะชมการกระโดดร่มกับผู้นำ G7 (คลิป)

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2793205

สื่อเผยคลิปไบเดน เดินงงหลงทิศ ขณะชมการกระโดดร่มกับผู้นำ G7 (คลิป)

14 มิ.ย. 2567 14:09 น.

สื่อเผยคลิปไบเดน เดินงงหลงทิศ ขณะชมการกระโดดร่มกับผู้นำ G7 (คลิป)

ผู้นำสหรัฐฯ โดนแซะหนัก หลังปรากฏคลิปภาพขณะนายไบเดนเดินงงหลงทิศหลงทางหลายครั้งในระหว่างร่วมประชุม G7 ล่าสุด เดินหลุดออกไปนอกกลุ่ม จนผู้นำอิตาลีต้องตามไปดึงตัวกลับมา

สำนักข่าวหลายสำนัก ต่างเผยคลิปประธานาธิบดีโจ ไบเดน ที่มีอาการงุนงง หลงทิศ ตั้งแต่ตอนที่เดินทางมาถึงอิตาลีและลงจากเครื่องบิน จนเจ้าหน้าที่ต้องเดินตามไปประกบเพื่อนำทาง รวมทั้งขณะร่วมกิจกรรมต่างๆ กับผู้นำชาติสมาชิก G7 โดยครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในขณะที่นายไบเดน และผู้นำคนอื่นๆ กำลังร่วมชมการสาธิตการกระโดดร่มอยู่บนสนามหญ้า แต่จู่ๆ นายไบเดน วัย 81 ปี กลับเดินหันไปคนละทางกับผู้นำคนอื่นๆ และเริ่มเดินออกจากกลุ่มไปในทางตรงข้าม โดยดูเหมือนนายไบเดนจะพยายามพึมพำพูดบางอย่างกับเจ้าหน้าที่ที่กำลังม้วนเก็บร่มชูชีพอยู่ จนกระทั่งจอร์เจีย เมโลนี นายกรัฐมนตรีของอิตาลี ต้องรีบไปดึงตัวให้นายไบเดนกลับมารวมกลุ่มอีกครั้ง และถ่ายภาพร่วมกัน ขณะที่นายไบเดนก็รีบนำแว่นตาดำมาสวม

หลังจากที่คลิปดังกล่าวมีการเผยแพร่ออกไป ก็มีความเคลื่อนไหวจากแอ็กเคานต์เอ็กซ์ของคณะกรรมการแห่งชาติของพรรครีพับลิกัน ที่โพสต์คลิปดังกล่าว พร้อมข้อความบรรยายว่า “ไบเดนกำลังทำอะไรอยู่” ขณะที่ยังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์หลากหลายจากคอลัมนิสต์ ที่ระบุว่า จอร์เจีย เมโลนี คงมีมือไม่พอที่จะจัดการเรื่องอื่น เนื่องจากต้องคอยมาเป็นพี่เลี้ยงให้โจ ไบเดนด้วย ขณะที่บางส่วนให้ความเห็นอย่างเผ็ดร้อนว่า ผู้นำของชาติอื่นๆ ต้องคอยตามไบเดนไปทุกที่ เพื่อจะช่วยกันกลบเกลื่อนอาการหลงของนายไบเดน เป็นเรื่องที่น่าละอายจริงๆ

ด้านแอนดรูว์ เบตส์ รองเลขาธิการสื่อมวลชนอาวุโสทำเนียบขาว ออกมาชี้แจงเกี่ยวกับคลิปดังกล่าวว่า คลิปนี้ถูกบิดเบือน จริงๆ แล้วนายไบเดนกำลังหันไปกล่าวแสดงความยินดีกับหนึ่งในนักกระโดดร่ม และยกนิ้วให้

สำหรับการเดินทางมาร่วมประชุม G7 ของนายไบเดนในครั้งนี้ นับเป็นการเยือนยุโรปเป็นครั้งที่ 2 ในรอบไม่กี่สัปดาห์ หลังจากที่เพิ่งไปเยือนฝรั่งเศส เพื่อร่วมในพิธีรำลึกครอบรอบ 80 ปี วันดีเดย์ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว.

ที่มา : นิวยอร์กโพสต์

คลิกอ่านข่าว ไบเดน

มาเลเซียตะลึง ตีข่าวไทยนั่งทับกรุสมบัติ ทรัพยากรแร่ มูลค่า 44,410 ล้านล้าน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2793212

มาเลเซียตะลึง ตีข่าวไทยนั่งทับกรุสมบัติ ทรัพยากรแร่ มูลค่า 44,410 ล้านล้าน

14 มิ.ย. 2567 14:04 น.

มาเลเซียตะลึง ตีข่าวไทยนั่งทับกรุสมบัติ ทรัพยากรแร่ มูลค่า 44,410 ล้านล้าน

(ภาพประกอบ)

สื่อมาเลเซีย รายงานข่าวที่สร้างความฮือฮา ไทยนั่งทับ กรุสมบัติ ทรัพยากรแร่ พบมากถึง 40 ชนิด ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 60 ล้านไร่ มูลค่าราว 44,410 ล้านล้านบาท โดยพบแร่โพแทชสูงถึง 10,000 ล้านตัน มูลค่าแร่ประมาณ 161 ล้านล้านบาท

เมื่อ 14 มิ.ย. 2567 เดอะ สตาร์ สื่อภาษาอังกฤษในมาเลเซียรายงานข่าวที่สร้างความตื่นตะลึงให้กับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน ว่า กรมทรัพยากรธรณีของไทย จัดแถลงข่าว ‘เปิดกรุสมบัติทรัพยากรแร่ของประเทศไทย’ โดยนายเถลิงศักดิ์ เพ็ชรสุวรรณ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะโฆษกกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ในด้านทรัพยากรแร่

ข้อมูลของกรมทรัพยากรธรณีที่สำรวจข้อมูล พบว่า ประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ด้านทรัพยากรแร่ โดยพบมากถึง 40 ชนิด ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 60 ล้านไร่ 44,410 ล้านล้านบาท ซึ่งแร่เหล่านี้จะเป็นแหล่งสำรองเพื่อความมั่นคงทางวัตถุดิบของประเทศ

ในขณะที่ ปริมาณทรัพยากรแร่เป็นตัวเลขเบื้องต้นที่พิจารณาเฉพาะข้อมูลธรณีวิทยาเท่านั้น เพื่อให้รู้ว่าประเทศไทยมีปริมาณแร่เท่าไร หากภาคเอกชนลงทุน สำรวจรายละเอียดในพื้นที่ศักยภาพแร่ที่กรมทรัพยากรธรณีกำหนด จะได้ตัวเลขของปริมาณแร่สำรอง ซึ่งนำไปใช้ในการวางแผนการผลิตแร่ต่อไป

ขณะที่ นายพิชิต สมบัติมาก อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี ยังกล่าวว่า  หินอุตสาหกรรมที่นำมาใช้ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ แร่เพื่อการเกษตร เช่น แร่โพแทชสำหรับเป็นวัตถุดิบตั้งต้นในการผลิตปุ๋ย

แร่โดโลไมต์และเพอร์ไลต์สำหรับปรับสภาพดิน ดินมาร์ลสำหรับแก้ปัญหาดินเค็ม หรือแม้กระทั่งแร่ที่มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนผ่านสู่อนาคตสังคมคาร์บอนต่ำ เช่น ธาตุหายาก ลิเทียม ควอตซ์ เพื่อใช้ในการผลิตชิ้นส่วนต่างๆ เช่น กังหันลม แผงเซลล์แสงอาทิตย์ ยานพาหนะไฟฟ้า และแบตเตอรี่กักเก็บ

จากผลการสำรวจของกรมทรัพยากรธรณีพบแหล่งศักยภาพโพแทช ที่น่าสนใจ 10 แหล่ง ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีปริมาณทรัพยากรแร่โพแทชอย่างน้อย 10,000 ล้านตัน มูลค่าแร่ประมาณ 161 ล้านล้านบาท พบแหล่งศักยภาพธาตุหายาก 30 แหล่ง เนื้อที่ประมาณ 10 ล้านไร่ ใน 9 จังหวัดมีปริมาณทรัพยากรธาตุหายาก รวมประมาณ 7 ล้านตันโลหะ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 4.40 ล้านล้านบาท หากมีการส่งเสริม สนับสนุน และผลักดันให้เกิดการแปรรูปวัตถุดิบแร่ หรือการผลิตแบตเตอรี่โซเดียมไอออนจากเกลือหินซึ่งเป็นแร่รองที่ได้จากการทำเหมืองแร่โพแทชที่สามารถนำมาต่อยอดโรงงานแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าได้

ที่มา : Thestar

ญี่ปุ่นใช้ AI ช่วยประเมินสุขภาพแมว

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2793199

ญี่ปุ่นใช้ AI ช่วยประเมินสุขภาพแมว

14 มิ.ย. 2567 13:13 น.

ญี่ปุ่นใช้ AI ช่วยประเมินสุขภาพแมว

บรรดาคนรักแมวในญี่ปุ่น หันมาใช้แอปพลิเคชัน “แคตส์มี” (CatsMe!) ช่วยประเมินความเจ็บปวดบนใบหน้าแมว ก่อนพาไปรักษา

บรรดาทาสแมวในญี่ปุ่น เริ่มหันมาใช้แอปพลิเคชัน “แคตส์มี” (CatsMe!) ซึ่งเป็นแอปฯ สมาร์ทโฟนที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ซึ่งอ้างว่าแอปฯ จะช่วยประเมินได้ว่าแมวรู้สึกเจ็บป่วยหรือไม่ ซึ่งช่วยลดการคาดเดาได้ว่าเมื่อใดที่เจ้าของจำเป็นต้องนำแมวไปพบสัตวแพทย์

“แคร์โลจี” (Carelogy) สตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยี และนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยนิฮอน พัฒนาแอปฯ แคตส์มี โดยการฝึก AI กับรูปภาพแมวกว่า 6,000 รูป และมีลูกค้าใช้งานแอปฯ นี้มากกว่า 230,000 ราย นับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อปีที่แล้ว นักพัฒนากล่าวว่า แอปฯ มีความแม่นยำมากกว่า 95% และคาดว่าตัวเลขความแม่นยำจะสูงขึ้น เมื่อนำ AI ฝึกฝนกับใบหน้าของแมวมากขึ้น

คาซูยะ เอดามูระ ศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัยนิฮอน กล่าวว่า สัตวแพทย์เช่นเขาสามารถบอกได้ในระดับหนึ่งว่าสัตว์เจ็บปวดหรือไม่ แต่เรื่องนี้อาจเป็นงานที่ยากกว่าสำหรับเจ้าของ “สถิติของเราแสดงให้เห็นว่าแมวสูงอายุมากกว่า 70% เป็นโรคข้ออักเสบหรือปวด แต่มีเพียง 2% เท่านั้นที่ไปโรงพยาบาลจริงๆ” เอดามูระ เสริมว่า “ดังนั้น แทนที่จะใช้การวินิจฉัยขั้นสุดท้าย เราใช้แอปฯ เป็นเครื่องมือในการแจ้งให้เจ้าของทราบว่าสถานการณ์เป็นเรื่องปกติหรือไม่”

มายูมิ คิตะกาตะ วัย 57 ปี เจ้าของแมวที่ชื่อว่า “ชิ” ผู้ใช้แอปฯ “แคตส์มี” รายแรกๆ กล่าวว่า แมวของเธออยู่ในวัยที่จะป่วยด้วยโรคต่างๆ มากขึ้นเรื่อยๆ และการสามารถเข้ารับคำปรึกษาสัตวแพทย์ได้ ขณะที่ยังคงลดจำนวนการไปโรงพยาบาลจึงเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับแมวและตัวเธอ

แม้ว่าสัตว์เลี้ยงจะเป็นส่วนหนึ่งของหลายครอบครัวทั่วโลก แต่สัตว์เลี้ยงเหล่านี้ก็มีบทบาทอย่างมากในญี่ปุ่น เนื่องจากจำนวนประชากรสูงวัยและอัตราการเกิดที่ลดลง สมาคมอาหารสัตว์เลี้ยงแห่งญี่ปุ่นประเมินว่า มีสัตว์เลี้ยงแมวและสุนัขเกือบ 16 ล้านตัวในประเทศเมื่อปีที่แล้ว มากกว่าจำนวนเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี

คิตะกาตะ และแมวของเธอ อาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์ใจกลางโตเกียว เธอมักติดตามกิจกรรมในห้องน้ำของแมว และใช้แอปฯ เพื่ออ่านใบหน้าของแมวในแต่ละวัน คิตะกาตะ เคยเลี้ยงแมวที่มีชื่อว่า “โซรัน” แมวลายสีน้ำตาลที่ตายลงเมื่อประมาณ 6 ปีที่แล้วด้วยโรคมะเร็ง ขณะมีอายุเพียง 8 ปี เธอกล่าวว่า หากเธอสังเกตเห็นอาการป่วยของมัน บางทีเธออาจนำตัวมันไปรักษามะเร็งเร็วกว่านี้ หรือทำอะไรสักอย่าง ซึ่งมันจะช่วยได้.

ที่มา Reuters

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

สุดดีใจ จีนปล่อย ‘นกหายาก’ จากการฟักไข่เทียม โบยบินคืนสู่ธรรมชาติ (คลิป)

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2793182

สุดดีใจ จีนปล่อย ‘นกหายาก’ จากการฟักไข่เทียม โบยบินคืนสู่ธรรมชาติ (คลิป)

14 มิ.ย. 2567 12:50 น.

สุดดีใจ จีนปล่อย ‘นกหายาก’ จากการฟักไข่เทียม โบยบินคืนสู่ธรรมชาติ (คลิป)

เจ้าหน้าที่คุ้มครองสัตว์ในมณฑลอวิ๋นหนาน (ยูนนาน) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ประสบความสำเร็จในการ ‘ฟักเทียมไข่’ของ ‘นกนางนวลแกลบแม่น้ำ’ (river tern) ที่ถูกทอดทิ้งไว้ พร้อมสร้างสภาพแวดล้อมในป่าแบบจำลองสำหรับเจ้าลูกนก

หลังจากผ่านการฝึกฝนและทดสอบ ลูกนกนางนวลแกลบแม่น้ำที่ได้รับการฟักเทียมตัวนี้ได้ถูกปล่อยกลับคืนสู่ธรรมชาติแล้วเมื่อไม่นานมานี้

นกสายพันธุ์ดังกล่าวถูกระบุ เป็นสายพันธุ์สัตว์ที่เปราะบางในบัญชีแดงขององค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) และจัดเป็นนกคุ้มครองที่สำคัญในจีน

 ที่มา : ข้อมูล-คลิป Xinhua

สส.อิตาลีซัดกันน่วมกลางรัฐสภา ถึงขั้นต้องนั่งรถเข็นออก

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2793185

สส.อิตาลีซัดกันน่วมกลางรัฐสภา ถึงขั้นต้องนั่งรถเข็นออก

14 มิ.ย. 2567 12:27 น.

สส.อิตาลีซัดกันน่วมกลางรัฐสภา ถึงขั้นต้องนั่งรถเข็นออก

เกิดเหตุทะเลาะวิวาทขึ้นกลางรัฐสภาอิตาลี ส่งผลให้สมาชิกสภาคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บ และต้องนั่งรถเข็นออกจากห้องประชุม

เจ้าหน้าที่อิตาลีแสดงความเสียใจต่อเหตุทะเลาะวิวาทในรัฐสภา โดยปรากฏภาพความรุนแรงจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันพุธ (12 มิ.ย.) ที่แพร่กระจายอย่างกว้างขวาง ในขณะที่อิตาลีกำลังทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพต้อนรับผู้นำโลกในการประชุมกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ หรือ จี7 ที่เมืองปูเกลีย

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างการลงคะแนนเสียงในร่างกฎหมายของรัฐบาลที่กำลังเป็นประเด็นขัดแย้ง เพื่อให้ภูมิภาคต่างๆ ของอิตาลีมีเอกราชมากขึ้น

รายงานระบุว่า เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อนายเลโอนาร์โด ดอนโน จากพรรค ไฟว์ สตาร์ มูฟเมนท์ ซึ่งต่อต้านการปฏิรูป ได้เดินเข้าไปหา นายโรแบร์โต คัลเดโรลี รัฐมนตรีกระทรวงกิจการภูมิภาค และการปกครองตนเอง ที่สนับสนุนร่างกฎหมายดังกล่าว จากนั้นจึงชูธงชาติอิตาลีใส่หน้านายคัลเดโรลี

ต่อมาเจ้าหน้าที่เสมียน 2 คนของสภาผู้แทนราษฎร พยายามแยกทั้งคู่ออกจากกัน ก่อนที่สมาชิกสภาคนอื่นๆ อีกราว 20 คน จะกรูเข้ามาร่วมในเหตุวิวาท จนเกิดการตะลุมบอน โดยพบว่ามีหมัดหนึ่งที่ต่อยโดนนายดอนโน ซึ่งกล่าวในภายหลังว่า ในระหว่างการตะลุมบอน เขาถูกต่อยเข้าที่กระดูกสันอกอย่างแรง และเขาก็ล้มลงเพราะหายใจไม่ออก ซึ่งต่อมาเขาก็ถูกนำตัวออกจากที่เกิดเหตุด้วยรถเข็น เขากล่าวเสริมว่า แพทย์ได้ตรวจหัวใจของเขา 7-8 ครั้ง ภายหลังการถูกทำร้ายร่างกาย

ด้าน นายอันโตนิโอ ทาจานี รัฐมนตรีต่างประเทศอิตาลี กล่าวว่า เขาพูดอะไรไม่ออกหลังเหตุดังกล่าว “เราจำเป็นต้องสร้างตัวอย่างใหม่ ไม่ใช่การต่อยเพื่อแก้ไขปัญหาทางการเมือง”

ภาพจากการทะเลาะวิวาทในสภา กลายเป็นข่าวหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์หลายฉบับในอิตาลีเมื่อวันพฤหัสบดี เหตุดังกล่าวมีสาเหตุมาจากประเด็นเรื่องร่างกฎหมายที่ให้บางภูมิภาคของอิตาลีมีเอกราชมากขึ้น โดยฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยแย้งว่า ข้อเสนอดังกล่าวจะทำให้ความแตกแยกระหว่างกลุ่มการเมืองในภาคเหนือและใต้ของอิตาลีรุนแรงขึ้นอีก และอาจสร้างความยากลำบากมาสู่ภาคใต้มากขึ้น

ในระหว่างการประชุมสุดยอด จี7 ซึ่งจัดขึ้นตั้งแต่วันพฤหัสบดีถึงวันเสาร์ อิตาลีได้ให้การต้อนรับผู้นำจากสหภาพยุโรปและประเทศอุตสาหกรรมอื่นๆ อีก 6 ประเทศ รวมถึงประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐฯ ซึ่งบรรดาผู้นำจะหารือเกี่ยวกับสงครามในยูเครนและประเด็นระดับโลกอื่นๆ.

ที่มา The Washington Post

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

ไข้หวัดนกลามไม่หยุด ล่าสุดระบาดในฟาร์มเป็ดออสเตรเลีย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2793158

ไข้หวัดนกลามไม่หยุด ล่าสุดระบาดในฟาร์มเป็ดออสเตรเลีย

14 มิ.ย. 2567 10:44 น.

ไข้หวัดนกลามไม่หยุด ล่าสุดระบาดในฟาร์มเป็ดออสเตรเลีย

พบเชื้อไข้หวัดนกระบาดในฟาร์มเป็ดใกล้กับนครเมลเบิร์นของออสเตรเลีย คาดติดเชื้อมาจากฟาร์มสัตว์ปีก 5 แห่งที่อยู่ใกล้กัน ซึ่งพบการระบาดก่อนหน้านี้

รัฐบาลรัฐวิกตอเรียของออสเตรเลีย ยืนยันพบการระบาดของเชื้อไข้หวัดนกในฟาร์มเป็ดในนครเมลเบิร์น ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับฟาร์มสัตว์ปีก 5 แห่ง ที่พบการระบาดก่อนหน้านี้ โดยขณะนี้ฟาร์มเป็ดดังกล่าวถูกจัดอยู่ในเขตกักกัน หลังจากหน่วยงานด้านปศุสัตว์ของรัฐวิกตอเรียยืนยันว่ามีพบติดเชื้อสายพันธุ์ H7N3 จริง โดยเป็ดทุกตัวในฟาร์มจะถูกกำจัดตามหลักมนุษยธรรม ภายใต้การดูแลของสัตวแพทย์ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายระดับชาติ และจะมีการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อภายในฟาร์มทั้งหมด

ในขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่กำลังพยายามควบคุมการระบาดเชื้อไข้หวัดนก 2 สายพันธุ์ที่กำลังระบาดฟาร์มสัตว์ปีก 4 แห่งในเมลเบิร์นให้อยู่ในวงจำกัด ทั้งสายพันธุ์ H7N3 และ H7N9 ที่ระบาดในฟาร์มสัตว์ปีกที่อยู่ห่างไปทางตะวันตกเฉียงใต้ราว 130 กิโลเมตร

โดยในเวลานี้ ทั่วโลกยังคงเผชิญกับการระบาดของไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N1 ที่ระบาดในสัตว์ป่ารวมทั้งสัตว์ในฟาร์มทั่วโลกนับพันล้านตัว ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานด้านอาหาร และทำให้เกิดความกังวลว่า เชื้อดังกล่าวอาจจะแพร่มาติดต่อสู่คน

ด้านรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรของรัฐบาลกลางระบุว่า ในสัปดาห์นี้ มีไก่ไข่ราว 1 ล้านตัว จากทั้งหมด 21-22 ล้านตัว ในฟาร์มที่พบการติดเชื้อที่ต้องถูกจำกัด เพื่อจะเร่งควบคุมไวรัส ส่งผลให้ไข่ไก่มีแนวโน้มที่จะขาดตลาด จนห้างค้าปลีกต้องจำกัดการซื้อไข่ไก่ได้แค่คนละไม่เกิน 2 กล่องเท่านั้น แต่ทางภาครัฐยืนยันว่าทั้งเนื้อเป็ด เนื้อไก่ และไข่ไก่ ยังคงปลอดภัยและสามารถบริโภคได้ตามปกติ

ก่อนหน้าที่จะพบการระบาดในฟาร์มเป็ดแห่งนี้ ออสเตรเลียต้องเผชิญกับการระบาดของเชื้อไข้หวัดนกมาแล้ว 9 ระลอกนับตั้งแต่ปี 1976 โดยทุกครั้งที่พบการระบาดก็จำเป็นต้องกำจัดไก่เป็นจำนวนมาก.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ไข้หวัดนก

สยอง ชายอินเดียสั่งไอศกรีมโคนมากินที่บ้าน กัดไปเจอนิ้วคน (คลิป)

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2793144

สยอง ชายอินเดียสั่งไอศกรีมโคนมากินที่บ้าน กัดไปเจอนิ้วคน (คลิป)

14 มิ.ย. 2567 10:04 น.

สยอง ชายอินเดียสั่งไอศกรีมโคนมากินที่บ้าน กัดไปเจอนิ้วคน (คลิป)

ชายชาวอินเดียสั่งไอศกรีมโคนมากินที่บ้าน พอแกะกระดาษห่อออก กัดเข้าไปหนึ่งคำเจอชิ้นส่วนนิ้วคนอยู่ในไอศกรีม ด้านตำรวจเร่งตรวจสอบโรงงานผู้ผลิต

เว็บไซต์ข่าว Times of India รายงานว่า นายออร์เล็ม แบรนดอน เซอร์ราโอ นายแพทย์ชาวอินเดีย วัย 26 ปี ถ่ายคลิปเรื่องสยองที่เขาเจอชิ้นส่วนนิ้วคนฝังอยู่ในไอศกรีมโคนยี่ห้อหนึ่งที่เขาสั่งจากร้านสะดวกซื้อให้มาส่งที่บ้าน โดยเขาเล่าว่า เมื่อที่ 12 มิ.ย. 2567 ที่ผ่านมา ได้สั่งไอศกรีมโคนมา 3 อัน โดย 2 อันแยกเอาไปแช่ตู้เย็นไว้ แล้วแกะกิน 1 อัน หลังจากกินเข้าไปหลายคำ ก็มาเจอชิ้นอะไรบางอย่างซึ่งตอนแรกที่กัดเข้าไปเขาคิดว่าเป็นถั่ว แต่รู้สึกว่าลิ้นของเขาสัมผัสได้ถึงเนื้อสัมผัสแปลกๆ ด้วยความที่เป็นหมอ พอเพ่งดูดีๆ ก็รู้ทันทีว่าเป็นชิ้นส่วนนิ้วคน

คุณหมอเซอร์ราโอบอกว่า เขารีบถ่ายคลิปวิดีโอไว้แล้วถือไอศกรีมโคนพร้อมชิ้นส่วนนิ้วคนไปที่โรงพักแล้วแจ้งความกับตำรวจไว้เป็นหลักฐาน ส่วนตัวเขาตอนนี้ยังรู้สึกขวัญผวากับสิ่งที่เกิดขึ้น ในขณะที่ตำรวจกำลังไปตรวจสอบโรงงานผู้ผลิต

โดยข่าวเจอนิ้วในไอศกรีมโคน กลายเป็นข่าวใหญ่สุดสยองของอินเดีย สื่อต่างๆ รายงานว่า เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในนครมุมไบ ขณะที่ตำรวจเปิดเผยว่า กำลังไปตรวจสอบโรงงานผู้ผลิตที่ตั้งอยู่ในเมืองกสิอาบัต ในรัฐอุตตรประเทศ โดยมีการส่งชิ้นส่วนนิ้วคนไปให้เจ้าหน้าที่หน่วยนิติเวชทำการตรวจสอบแล้วว่าเป็นนิ้วของใคร.

ภากจาก X

ที่ประชุม G7 ไฟเขียวแปลงทรัพย์สินที่อายัดจากรัสเซียปล่อยกู้ให้ยูเครน 5 หมื่นล้านดอลลาร์

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2793137

ที่ประชุม G7 ไฟเขียวแปลงทรัพย์สินที่อายัดจากรัสเซียปล่อยกู้ให้ยูเครน 5 หมื่นล้านดอลลาร์

14 มิ.ย. 2567 09:52 น.

ที่ประชุม G7 ไฟเขียวแปลงทรัพย์สินที่อายัดจากรัสเซียปล่อยกู้ให้ยูเครน 5 หมื่นล้านดอลลาร์

ผู้นำ G7 เห็นชอบต่อร่างข้อตกลงจัดหาเงินกู้ยืมจำนวน 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้กับยูเครน โดยใช้รายได้ดอกเบี้ยจากสินทรัพย์รัสเซีย

สำนักข่าว BBC รายงานว่า เมื่อวันที่ 13 มิ.ย.2567 ที่ประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำทั้ง 7 ชาติ หรือ G7 เห็นชอบต่อร่างข้อตกลงจัดหาเงินกู้ยืมจำนวน 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯให้กับยูเครน โดยใช้รายได้ดอกเบี้ยจากสินทรัพย์รัสเซียมูลค่าราว 300,000 ล้านดอลลาร์ที่ถูกอายัดไว้ตามสถาบันการเงินชาติตะวันตกต่างๆ หลังสงครามที่เกิดจากการรุกรานของกองทัพรัสเซีย ยังคงยืดเยื้อ นับตั้งแต่เริ่มต้นขึ้นเมื่อต้นปี 2565

โดยบรรดาผู้นำกลุ่มจี-7 หารือประเด็นความช่วยเหลือยูเครนเป็นประเด็นหลักในการประชุมวันแรก ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองฟาซาโน แคว้นปุลยา ทางตอนใต้ของประเทศอิตาลี โดยมีประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน เข้าร่วมด้วยเป็นปีที่ 2 แล้ว

ขณะที่ประธานาธิบดีเซเลนสกี ของยูเครน กล่าวขอบคุณผู้นำกลุ่มจี-7 ที่ตกลงที่จะอายัดทรัพย์สินของรัสเซียที่ถูกคว่ำบาตรไว้ จนกว่ารัสเซียจะจ่ายค่าชดเชยสำหรับการรุกรานยูเครน และเปิดทางสำหรับแพ็กเกจเงินกู้มูลค่า 50,000 ล้านดอลลาร์สำหรับยูเครน

ทั้งนี้ ประเทศร่ำรวยกลุ่ม G7 ได้แก่ แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น อังกฤษ และสหรัฐฯ เป็นแหล่งให้การสนับสนุนทางการเงิน และการทหารที่สำคัญของยูเครน ในขณะที่ยูเครนต่อสู้กับกองกำลังรัสเซียที่ยึดครอง โดยหลังการประกาศข้อตกลงนี้ บรรดาผู้นำ G7 ต่างยกย่องข้อตกลงเงินกู้มูลค่า 50,000 ล้านดอลลาร์ โดยนายกรัฐมนตรีริชิ ซูนัก ของอังกฤษกล่าวว่าเป็น “การพลิกเกมครั้งสำคัญ”.

“แสวง” เผย กกต. ส่งหลักฐาน คดียุบพรรคก้าวไกล เพิ่ม เมินครหาเป็นศรีธนญชัย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576989

15 มิ.ย. 2567

11:49 น.

"แสวง" เผย กกต. ส่งหลักฐาน คดียุบพรรคก้าวไกล เพิ่ม เมินครหาเป็นศรีธนญชัย

“แสวง” เผย กกต. ส่งพยานหลักฐานเพิ่ม คดี ยุบพรรคก้าวไกลแล้ว ยันไร้ใบสั่ง เมิน “ชัยธวัช” กล่าวหาเป็นศรีธนญชัย ยอมรับกกต.ต้องทำให้ประชาชนเชื่อมั่น

ที่ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ฯนายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)กล่าวถึงศาลรัฐธรรมนูญให้ กกต. ส่งพยานหลักฐานเพิ่มเติมกรณียุบพรรคก้าวไกลว่า กกต. ได้ส่งพยานหลักฐานเพิ่มเติมไปแล้วเมื่อวันศุกร์ที่ 14 มิถุนายนที่ผ่านมา 

ส่วนจะเป็นพยานบุคคลหรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า คำวินิจฉัยจากศาลรัฐธรรมนูญเพียงพอแล้ว  กกต.จึงได้ส่งเอกสารเพิ่มบางอย่างที่เป็นข้อกฎหมาย 
 

ส่วนนายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล  ออกมาให้ความเห็นว่า กกต. ตีความเป็นศรีธนญชัย นั้น นายแสวง ไม่ขอแสดงขอความเห็น ขอให้รอฟังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย 

ส่วนการที่คู่กรณีออกมาแสดงความเห็นว่า กกต. ไม่มีอำนาจ หรือ ลุแก่อำนาจจะทำให้ขาดความเชื่อมั่นต่อ กกต.หรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า เรารู้ว่าต้องทำอะไร ทำผิดทำเกินทำน้อยคงไม่ได้ ทุกเรื่องมีการกระทำมีข้อเท็จจริง คนที่ได้รับผลดีผลร้าย สิ่งนี้เกิดจากกฎหมายกำหนดไว้ก่อนว่า ลักษณะเช่นไรที่เป็นความผิด เมื่อมีข้อเท็จจริง กกต. ก็ดำเนินการไปตามข้อเท็จจริง ท่านไม่ได้รับผลร้าย หรือผลดีจากการตัดสินของ กกต. ท่านได้รับผลร้าย จากข้อเท็จจริงที่ท่านทำ 

“ เรารู้ว่าเราต้องทำอะไร ส่วนความเชื่อมั่นผมว่าเราก็ทำตามกฏหมาย ประชาชนจะสงสัยก็เป็นจุดที่ทำให้เรา ทำให้ประชาชนเชื่อมั่นเป็นหน้าที่ เราก็ทำอย่างดีที่สุดเท่าที่กฎหมายให้เราทำ ”นายแสวงกล่าว

ขณะเดียวกันนายแสวงยืนยัน  ว่าตั้งแต่ตนมารับตำแหน่งเลขาธิการ กกต. ไม่มีใบสั่ง หรือคำชี้นำ จาก กกต. หรือจากข้างนอก

นายกฯ ลั่น! ไม่คิดใช้วิธีพิสดารหนีคดี ยันไม่ชิงลาออก-ยุบสภา ก่อนศาลตัดสิน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576946

14 มิ.ย. 2567

17:10 น.

นายกฯ ลั่น! ไม่คิดใช้วิธีพิสดารหนีคดี ยันไม่ชิงลาออก-ยุบสภา ก่อนศาลตัดสิน

นายกฯ ลั่น! ไม่คิดใช้วิธีพิสดารหนีคดี ยันไม่ชิงลาออก-ยุบสภา ก่อนศาลตัดสินแน่ ย้ำ ทำงานกับ พปชร. ได้ ไร้ปัญหา ไม่เคยพาดพิง “บิ๊กป้อม” ให้เกียรติเสมอ

14 มิ.ย. 2567 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญให้คู่กรณียื่นบัญชีรายชื่อพยานหลักฐานในคดี 40 สว. ร้องวินิจฉัยสถานภาพนายกรัฐมนตรี ว่า ได้มีการส่งรายชื่อพยานเพิ่มเติม แต่ขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญก่อนแล้วจึงจะตอบ เกรงว่าจะเป็นการก้าวล่วง

ผู้สื่อข่าวสอบถามว่าแสดงว่าขอให้มีการไต่สวนเพิ่มเติมใช่หรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า เราส่งพยานเพิ่มเติม แล้วแต่ท่านจะไต่สวนหรือไม่ไต่สวน ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล

เมื่อถามว่าตอนนี้เกิดกระแสข่าวว่า จะมีการยุบสภาและนายกรัฐมนตรีจะชิงลาออกก่อนที่ศาลจะตัดสินคดีนี้ นายเศรษฐา กล่าวว่า ไม่เคยได้ยินและไม่เคยคิดด้วยครับ ยืนยันว่าไม่เคยคิดจะยุบสภา ทุกอย่างให้เดินหน้าไปตามกระบวนการ และจะไม่มีการใช้วิธีพิสดารในการหนี อย่างที่ตนบอกเรามาในฝ่ายบริหาร หากฝ่ายตุลาการ หรือฝ่ายนิติบัญญัติมีข้อข้องใจ หน้าที่ตนก็ต้องเสนอ และน้อมรับในคำตัดสิน

เมื่อถามว่าสถานะของท่านนายกรัฐมนตรีเหมือนเป็นกันชนระหว่างขั้วอนุรักษ์นิยม และขั้วก้าวไกล ทำให้ลำบากใจหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ตำแหน่งนี้ก็ลำบากทุกเรื่อง แต่เราเอาปัญหาของประชาชนเป็นหลัก อย่าไปมองเรื่องความขัดแย้งว่าตนเป็นกันชน หรือเป็นตัวช่วย หรืออะไรเลยดีกว่า ถ้ามีปัญหาก็ต้องตอบกันไป หากมีข้อคิดเห็นไม่ตรงกันก็พยายามชี้แจง

เมื่อถามว่าวันนี้ได้พบกับ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ถือว่าพรรคพลังประชารัฐและพรรคเพื่อไทย เป็นหนึ่งเดียวกัน นายกฯ บอกว่า ตนก็คุยกับ พล.ต.อ.พัชรวาท ดี ท่านยังคงเป็นห่วงว่าทำงานหนักเกินไป และตนก็ไม่ได้เป็นคนพาดพิงถึงพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ และไม่มีการพูดคุยกันถึงเรื่องนี้ด้วย

ก่อนจะหันไปหา พล.ต.อ.พัชรวาท และกล่าวว่า ตนก็ให้เกียรติท่านในฐานะที่ท่านเป็นอดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นอดีตผู้บัญชาการทหารบก เคยเจอกันหนเดียวในงานตนก็สวัสดี ไม่มีเรื่องอื่น ไม่มีอะไรเลยครับ ยืนยันได้