เวียดนามมาแล้ว ครองอันดับ 2 ส่งออก ‘ทุเรียน’ ป้อนตลาดจีนมากสุด

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2792122

เวียดนามมาแล้ว ครองอันดับ 2 ส่งออก 'ทุเรียน' ป้อนตลาดจีนมากสุด

10 มิ.ย. 2567 20:12 น.

เวียดนามมาแล้ว ครองอันดับ 2 ส่งออก ‘ทุเรียน’ ป้อนตลาดจีนมากสุด

สื่อท้องถิ่นเวียดนามรายงาน เวียดนามกลายเป็นผู้ส่งออกทุเรียนสู่จีนรายใหญ่อันดับสอง ตามหลังไทยเพียงเล็กน้อย

หน่วยงานการนำเข้าและส่งออก สังกัดกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าของเวียดนาม ระบุว่าการส่งออกทุเรียนของเวียดนามไปยังจีนเพิ่มขึ้นร้อยละ 91 เมื่อเทียบปีต่อปีในช่วง 4 เดือนแรก (มกราคม-เมษายน) ของปี 2024

การส่งออกทุเรียนของเวียดนามกำลังขยายตัวเนื่องจากมีราคาที่แข่งขันได้ โดยราคาทุเรียนเฉลี่ยอยู่ที่ 4,662 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 171,000 บาท) ต่อตันในช่วงสี่เดือนแรกปีนี้ เทียบกับราคานำเข้าเฉลี่ยของจีนที่ 5,395 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 198,000 บาท)

หน่วยงานฯ เปิดเผยว่าทุเรียนสดใหม่จากเวียดนามถูกส่งไปยังจีนด้วยราคาที่สมเหตุสมผล มีการขนส่งที่รวดเร็ว และมีฤดูกาลเก็บเกี่ยวตลอดทั้งปี

ทั้งนี้ เวียดนามส่งออกสินค้าเกษตรไปยังจีน 14 รายการ อาทิ ทุเรียน รังนก มันเทศ แก้วมังกร ลำไย มะม่วง ขนุน แตงโม กล้วย มังคุด ลิ้นจี่ และเสาวรส

(แฟ้มภาพซินหัว : ชาวสวนขนทุเรียนที่เก็บเกี่ยวสดใหม่ใส่รถเข็นที่สวนทุเรียนในจังหวัดดั๊กลักของเวียดนาม วันที่ 15 ก.ย. 2566)

ที่มา ข้อมูล-ภาพ: Xinhua

เดือดหนัก ทัพอากาศยูเครนส่งบินรบโจมตีคลังแสง ในแผ่นดินรัสเซียครั้งแรก

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2792114

เดือดหนัก ทัพอากาศยูเครนส่งบินรบโจมตีคลังแสง ในแผ่นดินรัสเซียครั้งแรก

10 มิ.ย. 2567 18:58 น.

เดือดหนัก ทัพอากาศยูเครนส่งบินรบโจมตีคลังแสง ในแผ่นดินรัสเซียครั้งแรก

ดุเดือดมากขึ้น กองทัพอากาศยูเครนส่งเครื่องบินรบถล่มเป้าหมายในแผ่นดินรัสเซียครั้งแรก เล็งเป้าโจมตีคลังแสง เก็บเครื่องกระสุน จนเกิดเพลิงไหม้ ระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว

เมื่อ 10 มิ.ย.2567 สื่อต่างประเทศรายงาน กองทัพอากาศยูเครนส่งเครื่องบินรบบินไปโจมตีเป้าหมายในแผ่นดินรัสเซียครั้งแรก เป็นการถล่มคลังแสงเก็บเครื่องกระสุนของกองทัพรัสเซียที่แคว้นเบลโกรอด แคว้นชายแดนทางตะวันตกของรัสเซียติดกับยูเครน เมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 มิถุนายน 2567 แต่ก็ยังมีรายงานข่าวที่ไม่ตรงกันเกี่ยวกับเป้าหมายของรัสเซียที่ตกเป็นเป้าโจมตี และอาวุธที่ใช้ในการโจมตีครั้งนี้

สกายนิวส์ รายงานอ้างแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่ในกองทัพยูเครน ยืนยันว่า นับเป็นครั้งแรกที่กองทัพอากาศยูเครนส่งเครื่องบินรบไปโจมตีเป้าหมายในดินแดนรัสเซีย จนทำให้กองบัญชาการรัสเซียที่แคว้นเบลโกรอด ได้รับความเสียหาย เกิดเพลิงไหม้ และขณะนี้อยู่ระหว่างการประเมินมูลค่าความเสียหาย ในขณะที่มีรายงานข่าวทางเทเลแกรม โซเชียลมีเดียในรัสเซียว่า คลังแสงเก็บเครื่องกระสุนของรัสเซียที่เมืองเบลโกรอดโดนโจมตี

มีคลิปวิดีโอบันทึกภาพเหตุการณ์ถูกนำมาเผยแพร่ทางโซเชียลมีเดีย แสดงให้เห็นกลุ่มควันดำทะมึนพวยพุ่งสู่ท้องฟ้า หลังจากได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นหลายครั้งที่หมู่บ้านราคิตโนเย ในแคว้นเบลโกรอด ห่างจากชายแดนยูเครนประมาณ 22 ไมล์ 

ด้าน นายวยาเชสลาฟ กล๊าดคอฟ ผู้ว่าแคว้นเบลโกรอด ไม่ได้แสดงความเห็นโดยตรงเกี่ยวกับมีรายงานข่าวอ้างว่ากองทัพอากาศยูเครนส่งเครื่องบินรบมาโจมตีคลังแสงของรัสเซีย เพียงแต่บอกว่าเกิดเพลิงไหม้อาคารแห่งหนึ่งซึ่งไม่ใช่อาคารที่พักอาศัย แต่ไม่มีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บจากเหตุการณ์รุนแรงครั้งนี้

ทั้งนี้ แคว้นเบลโกรอด ได้รับความเสียหายจากการถูกยูเครนโจมตีตอบโต้หนักที่สุด นับตั้งแต่ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซียทำสงครามในยูเครนเมื่อกุมภาพันธ์ 2565 ในขณะที่การส่งเครื่องบินรบบินโจมตีเป้าหมายในรัสเซียครั้งนี้ มีขึ้นหลังจากสหรัฐฯ เยอรมนี และฝรั่งเศส ประกาศไฟเขียว อนุมัติให้ยูเครนใช้อาวุธจากชาติตะวันตกโจมตีเข้าไปในดินแดนรัสเซีย 

ที่มา : metro

เจ้าชายวิลเลียม เสด็จฯ งานแต่ง ดยุกแห่งเวสต์มินสเตอร์ ไม่เชิญเจ้าชายแฮร์รี่

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2792062

เจ้าชายวิลเลียม เสด็จฯ งานแต่ง ดยุกแห่งเวสต์มินสเตอร์ ไม่เชิญเจ้าชายแฮร์รี่

10 มิ.ย. 2567 18:05 น.

เจ้าชายวิลเลียม เสด็จฯ งานแต่ง ดยุกแห่งเวสต์มินสเตอร์ ไม่เชิญเจ้าชายแฮร์รี่

เจ้าชายวิลเลียม เสด็จฯ ไปในงานแต่งงานของฮิวจ์ กรอสเวเนอร์ ดยุกแห่งเวสต์มินสเตอร์ จนถือเป็นงานแต่งไฮโซสุดแห่งปีในอังกฤษ ขณะที่เจ้าชายแฮร์รี่ไม่ได้รับการ์ดเชิญ

เจ้าชายวิลเลียม เจ้าชายแห่งเวลส์ เสด็จพระดำเนินไปในงานแต่งงานที่จัดเป็นงานแต่งที่ไฮโซที่สุดในรอบปีของอังกฤษ เนื่องจากเจ้าบ่าว ‘ฮิวจ์ กรอสเวเนอร์’ ดยุกแห่งเวสต์มินสเตอร์ หนึ่งในนักธุรกิจระดับมหาเศรษฐีร่ำรวยที่สุดในสหราชอาณาจักร (UK) ซึ่งมีทรัพย์สินมหาศาลถึง 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์ วัย 33 ปีนั้น เป็นพระสหายของพระองค์และเจ้าชายแฮร์รี่ มานานแล้ว โดยฮิวจ์ กรอสเวเนอร์ ยังเป็นพ่อทูนหัวของเจ้าชายจอร์จ พระโอรสองค์โตในเจ้าชายวิลเลียม และเจ้าชายอาร์ชี โอรสองค์โตในเจ้าชายแฮร์รี่ด้วย

ความใกล้ชิดสนิทสนมระหว่างครอบครัวของฮิวจ์ กรอสเวเนอร์ ดยุกแห่งเวสต์มินสเตอร์กับพระบรมวงศานุวงศ์อังกฤษ สืบเนื่องต่อกันมาหลายรุ่นแล้ว และพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ทรงเป็น ‘พ่อทูลหัว’ ของดยุกแห่งเวสต์มินสเตอร์ จึงทำให้ในงานแต่งงานของฮิวจ์ กรอสเวเนอร์กับโอลิเวียร์ แฮนสัน แฟนสาว นักธุรกิจหญิง ที่โบสถ์เชสเตอร์ ในเมืองเชสเตอร์ ทางภาคเหนือของอังกฤษ เมื่อ 7 มิ.ย. ที่ผ่านมานั้น เจ้าชายวิลเลียม ทรงรับหน้าที่เป็นหนึ่งในผู้นำแขกเข้าไปยังที่นั่งในโบสถ์ด้วย

เจ้าชายวิลเลียม เสด็จฯไปงานแต่งของ ฮิวจ์ กอร์สเวเนอร์ ดยุกแห่งเวสต์มินสเตอร์ พระสหาย
ฮิวจ์ กอร์สเวเนอร์ ดยุกแห่งเวสต์มินสเตอร์ แต่งงานกับเจ้าสาว โอลิเวีย แฮนสัน ที่โบสถ์ในเมืองเชสเตอร์ ทางตอนเหนือของอังกฤษ เมื่อ 7 มิ.ย.2567

เจ้าชายวิลเลียมได้เสด็จพระดำเนินมาในงานแต่งงาน โดยที่เจ้าหญิงแคเธอรีน ไม่ได้เสด็จฯ มาด้วย เนื่องจากทรงอยู่ระหว่างการรักษาพระอาการประชวรด้วยโรคมะเร็ง โดยฮิวจ์ กรอสเวเนอร์ เจ้าบ่าว และเจ้าสาว ได้เชิญแขกเหรื่อระดับเซเลบริตี้ ไฮโซ คนดังมาร่วมงานมากมายเพื่อเป็นสักขีพยานในการแต่งงานครั้งนี้ถึง 400 คน รวมทั้งเจ้าหญิงยูจีนี พระธิดาในเจ้าชายแอนดรูว์ และซาราห์ เฟอร์กูสัน ดัชเชสแห่งยอร์ก 

เจ้าหญิงยูจีนี เสด็จฯไปงานแต่งของ ฮิวจ์ กอร์สเวเนอร์ ดยุกแห่งเวสต์มินสเตอร์

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า เจ้าชายแฮร์รี่ ดยุกแห่งซัสเซกซ์ ถึงแม้มีความสนิทสนมและฮิวจ์ กรอสเวเนอร์ก็เป็นพระสหายของเจ้าชายแฮร์รี่ด้วย แต่เจ้าชายแฮร์รี่ไม่ได้ถูกเชิญให้มาร่วมในงานแต่งงาน ขณะที่มีสื่อรายงานในเรื่องนี้ว่าเป็นเพราะเจ้าบ่าว เจ้าสาว ไม่อยากให้เจ้าชายวิลเลียม ไม่สบายพระทัยที่ต้องทรงพบกับเจ้าชายแฮร์รี่ในงานแต่ง ในขณะที่ทั้งสองพระองค์ทรงบาดหมาง ไม่เข้าใจกัน นับตั้งแต่เจ้าชายแฮร์รี่และเมแกน ขอถอนตัวจากการเป็นสมาชิกชั้นสูงราชวงศ์อังกฤษในปี 2563

ที่มา :abc

คอนโดฯ สร้างใกล้เสร็จในญี่ปุ่น ต้องรื้อ หลังโดนร้องเรียนบังวิว ‘ฟูจิ’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2792052

คอนโดฯ สร้างใกล้เสร็จในญี่ปุ่น ต้องรื้อ หลังโดนร้องเรียนบังวิว ‘ฟูจิ’

10 มิ.ย. 2567 16:06 น.

คอนโดฯ สร้างใกล้เสร็จในญี่ปุ่น ต้องรื้อ หลังโดนร้องเรียนบังวิว ‘ฟูจิ’

คอนโดฯ สร้างใกล้แล้วเสร็จในญี่ปุ่น ต้องถูกรื้อถอน หลังโดนคนท้องถิ่นร้องเรียนบดบังวิวภูเขาไฟฟูจิ ทางบริษัทฯ ผู้ก่อสร้างคอนโดฯ ยอมรับไม่ได้พิจารณาผลกระทบต่อพื้นที่และภูมิทัศน์โดยรอบอย่างถี่ถ้วน

สำนักข่าวซินหัว รายงานอ้างสื่อท้องถิ่นในญี่ปุ่นรายงานว่า แผนการรื้อถอนคอนโดมิเนียม ความสูง 10 ชั้น ที่ก่อสร้างใกล้เสร็จสิ้นในพื้นที่ทางตะวันตกของกรุงโตเกียว หลังจากผู้อยู่อาศัยท้องถิ่นร้องเรียนว่าคอนโดมิเนียมแห่งนี้บดบังวิวความสวยงามของแลนด์มาร์กชื่อดังอย่างภูเขาไฟฟูจิ

รายงานระบุว่าคอนโดมิเนียมหลังดังกล่าว (Gurandomezon Kunitachi Fujimi-dori) ตั้งอยู่ที่เขตนากาของเมืองคุนิตาจิ ซึ่งถูกประชาสัมพันธ์ทางการตลาดว่าเป็นคอนโดมิเนียมแห่งแรกบนถนนฟูจิมิ-โดริ ที่เปิดจำหน่ายในรอบทศวรรษ แต่จะไม่เสร็จสมบูรณ์เนื่องด้วยกระแสคัดค้านจากคนท้องถิ่น

บริษัท เซกิซุย เฮาส์ จำกัด ผู้พัฒนาคอนโดมิเนียมแห่งนี้ แจ้งเจ้าหน้าที่เมืองคุนิตาจิเมื่อวันอังคาร (4 มิ.ย. 2567) ว่าทางบริษัทฯ ตัดสินใจไม่ดำเนินโครงการนี้ต่อไปเพราะไม่ได้พิจารณาผลกระทบต่อพื้นที่และภูมิทัศน์โดยรอบอย่างถี่ถ้วน และกำลังอธิบายสถานการณ์แก่ผู้ซื้อในอนาคตและผู้อยู่อาศัยท้องถิ่น

ทั้งนี้ กระแสการคัดค้านคอนโดมิเนียมแห่งนี้ เกิดขึ้นหลังการก่อสร้างเริ่มต้นได้เพียงไม่นาน โดยผู้อยู่อาศัยท้องถิ่นแสดงความวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากตัวอาคารต่อทิวทัศน์ภูเขาไฟฟูจิและแสงอาทิตย์ที่ส่องถึงบ้านเรือนใกล้เคียง

สภาการพัฒนาเมืองสรุปว่าโครงการคอนโดมิเนียมแห่งนี้จะบดบังทิวทัศน์ภูเขาไฟฟูจิจากถนนฟูจิมิ-โดริ และชี้แนะให้ทำการเปลี่ยนแปลง เมื่อเดือนมิถุนายน 2564

แม้บริษัท เซกิซุย เฮาส์ ได้ลดจำนวนชั้นของอาคารจาก 11 เหลือ 10 ชั้น แต่ผู้อยู่อาศัยท้องถิ่นยังต้องการให้ลดจำนวนชั้นเหลือ 4 ชั้น และขนาดโดยรวมเล็กลงอีก ซึ่งเซกิซุย เฮาส์ ระบุว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อความสามารถทำกำไรของโครงการ นำสู่การตัดสินใจรื้อถอนในท้ายที่สุด

ที่มา : Xinhua

ระทึก เครื่องบิน 2 ลำ หวิดชนกันกลางรันเวย์ สนามบินมุมไบ (คลิป)

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2792011

ระทึก เครื่องบิน 2 ลำ หวิดชนกันกลางรันเวย์ สนามบินมุมไบ (คลิป)

10 มิ.ย. 2567 15:33 น.

ระทึก เครื่องบิน 2 ลำ หวิดชนกันกลางรันเวย์ สนามบินมุมไบ (คลิป)

โลกโซเชียลมีการแชร์คลิปภาพสุดระทึก เหตุการณ์ขณะที่เครื่องบิน 2 ลำ เกือบชนกันบนรันเวย์ สนามบินมุมไบ เคราะห์ดีที่เครื่องบินอีกลำนำเครื่องขึ้นไปได้ทันเวลา

เหตุการณ์สุดระทึกนี้เกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ภายในรันเวย์ของท่าอากาศยานนานาชาติฉัตรปตี ศิวาจี มหาราช ในนครมุมไบของประเทศอินเดีย โดยจากคลิปจะเห็นเครื่องบินของสายการบินอิดิโก ที่กำลังลดระดับเพื่อลงจอดบนรันเวย์ ขณะที่เครื่องบินของสายการบินแอร์ อินเดีย เพิ่งนำเครื่องขึ้นจากรันเวย์เดียวกันเพียงแค่ไม่กี่วินาที ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่เสี่ยงอันตรายอย่างมาก เพราะหากเครื่องบินลำแรกเกิดปัญหาบางอย่างจนไม่สามารถนำเครื่องขึ้นได้ตามกำหนด อาจจะทำให้เครื่องบินที่เพิ่งมาลงจอดชนท้ายเข้าอย่างจัง และเกิดอันตรายกับผู้โดยสารบนเครื่องบินทั้ง 2 ลำได้ เคราะห์ยังดีที่เหตุการณ์นี้สามารถผ่านพ้นไปได้ โดยไม่มีอันตรายใดๆ เกิดขึ้น

โดยมีรายงานว่า หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่หน่วยควบคุมการบินที่ปฏิบัติหน้าที่ในช่วงดังกล่าวถูกสั่งพักงานเพื่อทำการสอบสวนแล้ว โดยจะมีการพิจารณาเพื่อลงโทษต่อไป

จากข้อมูลติดตามเส้นทางการบินของเว็บไซต์ ไฟลท์เรดาร์24 พบว่าในจุดที่ทั้ง 2 ลำเข้าใกล้กันที่สุดเครื่องบินทั้ง 2 ลำ อยู่ห่างจากกันเพียงแค่ 509 เมตร และเครื่องบินทั้ง 2 ลำ อยู่ห่างกันในจังหวะที่แอร์อินเดียเริ่มเทกออฟราว 511 เมตร

สำหรับเครื่องบินสายการบิน อินดิโก เที่ยวบินที่ 6E5053 ออกเดินทางมาจาก รัฐมัธยประเทศ ในขณะที่เครื่องบินของสายการบินแอร์อินเดียกำลังจะออกเดินทางไปยัง เมืองธิรุวะนันทปุรัม โดยทั้งสองสายการบินใช้เครื่องบินรุ่น แอร์บัส เอ320 นีโอ เหมือนกัน ในขณะที่กัปตันของเครื่องบินทั้งสองฝ่ายต่างยืนยันว่าพวกเขานำเครื่องขึ้นและลงโดยปฏิบัติตามคำแนะนำของศูนย์ควบคุมการบินอย่างเคร่งครัด ซึ่งจะมีการสอบสวนอย่างละเอียดต่อไป.

ที่มา : แชนแนลนิวส์เอเชีย

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ : เครื่องบินโดยสาร

คิม โย จอง ประกาศกร้าว เกาหลีใต้เตรียมใจเก็บขยะทุกวัน พร้อมส่งบอลลูนขยะรัวๆ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2791968

คิม โย จอง ประกาศกร้าว เกาหลีใต้เตรียมใจเก็บขยะทุกวัน พร้อมส่งบอลลูนขยะรัวๆ

10 มิ.ย. 2567 15:04 น.

คิม โย จอง ประกาศกร้าว เกาหลีใต้เตรียมใจเก็บขยะทุกวัน พร้อมส่งบอลลูนขยะรัวๆ

เกาหลีเหนือส่งบอลลูนขยะรัวๆ ไปยังเกาหลีใต้ หลังจาก คิม โย จอง น้องสาวนายคิม จอง อึน ระบุว่าเกาหลีใต้ต้องชดใช้ที่พยายามทำสงครามจิตวิทยากับเกาหลีเหนือ

สงครามการส่งขยะบอลลูนตอบโต้กันไปมาระหว่างเกาหลีเหนือ-เกาหลีใต้ยังไม่จบลงง่ายๆ โดยกองทัพเกาหลีใต้เปิดเผยในวันจันทร์ว่า มีขยะบอลลูนมาตกฝั่งเกาหลีใต้ราว 310 ลูก ซึ่งท่าทีดังกล่าวมีขึ้นหลัง คิม โย จอง น้องสาวของคิม จอง อึน เตือนว่าจะมีการตอบโต้เพิ่มเติม หากเกาหลีใต้ยังคงเล่นสงครามประสาทต่อไป

โดยในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เกาหลีเหนือได้ส่งบอลลูนหลายร้อยลูกเข้ามายังพรมแดนเกาหลีใต้ โดยบรรจุเศษขยะหลากหลายประเภท ทั้งก้นบุหรี่ ทิชชูใช้แล้ว ซึ่งเป็นการเอาคืนที่กลุ่มนักเคลื่อนไหวต่อต้านเกาหลีเหนือได้ใช้บอลลูนใส่ใบปลิวที่มีข้อความโจมตีเกาหลีเหนือข้ามมายังเกาหลีเหนือ แต่รัฐบาลเกาหลีใต้กลับบอกว่าไม่สามารถทำอะไรได้

ขณะที่ฝั่งเกาหลีใต้ได้ประกาศยกเลิกข้อตกลงผ่อนคลายความตึงเครียดทางทหารในปี 2018 และเริ่มเปิดลำโพงกระจายเสียงข้อความชวนเชื่อตามแนวพรมแดนเพื่อตอบโต้การส่งบอลลูนขยะของเกาหลีเหนือ จนเกาหลีเหนือประณามกรุงโซลว่ากำลังพยายามสร้างวิกฤติครั้งใหม่

โดยคิม โย จอง น้องสาวของนายคิม จอง อึน ระบุในแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ว่า ต่อจากนี้เกาหลีใต้จะต้องทนทุกข์และอับอายจากการมานั่งไล่เก็บขยะกันทุกวันแบบไม่ต้องพัก พร้อมยังกล่าวประณามกลุ่มนักเคลื่อนไหวแปรพักตร์ที่ยังเล่นสงครามประสาทกับเกาหลีเหนือ โดยเตือนว่า หากเกาหลีใต้ยังไม่ทำอะไรสักอย่างเพื่อหยุดพวกเขา และยังมีการกระจายเสียงข้อความชวนเชื่อต่อไป เกาหลีเหนือจะเอาคืน และต้องได้เผชิญหน้ากันครั้งใหม่อย่างแน่นอน.

ที่มา : channelnewsasia

ยูเครนโว โจมตีบินขับไล่สุดล้ำ Su-57 ในรัสเซีย ห่างจากแนวรบเกือบ 600 กม.

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2791992

ยูเครนโว โจมตีบินขับไล่สุดล้ำ Su-57 ในรัสเซีย ห่างจากแนวรบเกือบ 600 กม.

10 มิ.ย. 2567 13:40 น.

ยูเครนโว โจมตีบินขับไล่สุดล้ำ Su-57 ในรัสเซีย ห่างจากแนวรบเกือบ 600 กม.

(ภาพประกอบ:เครื่องบินขับไล่ Su-57)

กองทัพยูเครนอ้าง เล็งเป้าถล่มเครื่องบินขับไล่ทันสมัยสุดล้ำ ‘Su-57’ ของกองทัพรัสเซีย จอดอยู่ที่ฐานทัพแห่งหนึ่งในดินแดนรัสเซีย ห่างจากแนวหน้าของสมรภูมิรบในสงครามยูเครนเกือบ 600 กิโลเมตร

เมื่อ 10 มิ.ย.2567 หน่วยข่าวกรองของกองทัพยูเครน ‘GUR’ เผยภาพดาวเทียมแสดงให้เห็นความเสียหายของเครื่องบินลำหนึ่งท่ามกลางรอยไหม้เกรียมและหลุมลึกที่ฐานทัพ Akhtubinsk ทางภาคใต้ของรัสเซีย ซึ่งอยู่ห่างจากแนวรบของสงครามยูเครนถึง 580 กิโลเมตร โดยภาพถ่ายดาวเทียม ในวันที่ 7 มิถุนายน แสดงให้เห็นว่า เครื่องบินขับไล่ Su-57 จอดอยู่บริเวณนั้นในสภาพสมบูรณ์ และเมื่อเป็นวันที่ 8 มิถุนายน มีการแตกร้าวจากระเบิดและไฟไหม้ที่มีลักษณะเฉพาะ อันเนื่องมาจากความเสียหายจากการเกิดไฟไหม้ในบริเวณใกล้เคียง

หน่วยข่าวกรองของกองทัพยูเครนเผยแพร่ภาพถ่ายดาวเทียม เปรียบเทียบก่อนและหลังจากเหตุการณ์ยูเครนอ้าง โจมตีเครื่องบินขับไล่สุดล้ำ Su-37 ที่ฐานทัพรัสเซีย ห่างจากแนวรบเกือบ 600 กิโลเมตร เมื่อวันเสาร์ที่ 8 มิถุนายน 2567

หน่วยข่าวกรอง GRU ของยูเครน แจ้งว่า การโจมตีเครื่องบินขับไล่ Su-57 เกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 8 มิถุนายน ที่ผ่านมา โดยเครื่องบิน Su-57 เป็นเครื่องบินที่ติดตั้งเทคโนโลยีขั้นสูง สามารถบรรทุกขีปนาวุธล่องหน ‘ขีปนาวุธสเตลท์’ แต่เป็นเครื่องบินขับไล่ที่กองทัพรัสเซียนำมาใช้ไม่บ่อยนัก หรือแบบนับครั้งได้ในสงครามยูเครน อีกทั้งฝูงบินขับไล่ Su-57 ไม่ได้ปรากฏเหนือน่านฟ้าของยูเครนมานานแล้ว เพราะรัสเซียหันไปใช้ขีปนาวุธพิสัยไกลยิงข้ามพรมแดนมาโจมตีเป้าหมายในยูเครน

ทั้งนี้ กองทัพยูเครนได้ใช้อาวุธจากชาติตะวันตกโจมตีเป้าหมายทางทหารในแผ่นดินรัสเซียอย่างต่อเนื่อง หลังจากผู้นำฝรั่งเศส เยอรมนี และสหรัฐฯ เปิดไฟเขียว อนุญาตให้ยูเครนใช้อาวุธจากชาติตะวันตกโจมตีเข้าไปในดินแดนรัสเซียตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา ทำให้ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินแห่งรัสเซียเตือน ฝรั่งเศสและเยอรมนี ถึงผลร้ายแรงที่จะเกิดขึ้นตามมา และเรื่องนี้อาจเป็นสาเหตุให้เกิดสงครามโลก

ที่มา : theGuardian

พ่อตัวประกันอิสราเอล เสียชีวิต 1 วันก่อนเจอหน้าลูกชาย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2791976

พ่อตัวประกันอิสราเอล เสียชีวิต 1 วันก่อนเจอหน้าลูกชาย

10 มิ.ย. 2567 12:51 น.

พ่อตัวประกันอิสราเอล เสียชีวิต 1 วันก่อนเจอหน้าลูกชาย

พ่อของตัวประกันชาวอิสราเอลที่ได้รับการช่วยเหลือระหว่างปฏิบัติการทางทหารในฉนวนกาซา เสียชีวิตเพียงหนึ่งวันก่อนที่เขาจะได้พบหน้าลูกชายอีกครั้ง 

นา วัย 22 ปี ถูกควบคุมตัวในฉนวนกาซาเป็นเวลา 8 เดือน หลังจากถูกลักพาตัวจากเทศกาลดนตรีซูเปอร์โนวา เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม เขาเป็นหนึ่งในตัวประกัน 4 คนที่ได้รับการช่วยเหลือจากฉนวนกาซาเมื่อวันเสาร์ (8 มิ.ย.) ในปฏิบัติการโจมตีทางอากาศและภาคพื้นดิน ที่ทำให้ชาวปาเลสไตน์เสียชีวิต 274 ราย

ดีน่า ยาน น้องสาวของนายยอสซี ยาน บอกกับสถานีโทรทัศน์คาน ของอิสราเอลว่า ในช่วงหลายเดือนก่อนที่นายอัลม็อกจะได้รับการปล่อยตัว สุขภาพของนายยอสซีย่ำแย่ลง และเขาติดการดูโทรทัศน์ เธอบอกว่า เขากังวลว่าลูกชายจะตกอยู่ในมือของฆาตกร และกังวลว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเขา

ทั้งนี้ คาดกันว่า นายยอสซี ยาน เสียชีวิตด้วยอาการหัวใจวาย ดีน่ากล่าวว่า พี่ชายของเธอเสียชีวิตด้วยความโศกเศร้าและไม่ได้เห็นลูกชายของเขาที่ได้กลับมา

การช่วยเหลือนายอัลม็อก ยาน และตัวประกันอีก 3 คน สร้างความยินดีและโล่งใจต่อชาวอิสราเอล ขณะที่นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู ชื่นชมกองกำลังพิเศษที่ปฏิบัติการอย่างสร้างสรรค์และกล้าหาญ อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้เสียชีวิตจากปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของอิสราเอล ก่อให้เกิดเสียงประณามอย่างรุนแรง โดยกระทรวงสาธารณสุขของฮามาสในกาซา ระบุว่า มีผู้เสียชีวิต 274 รายในปฏิบัติการดังกล่าว หากได้รับการยืนยัน จะทำให้ปฏิบัติการดังกล่าวรุนแรงมากที่สุดวันหนึ่งในฉนวนกาซา นับตั้งแต่เริ่มความขัดแย้ง ด้านโฆษกกองกำลังป้องกันประเทศอิสราเอล (IDF) กล่าวว่า ยอดผู้เสียชีวิตมีน้อยกว่า 100 ราย

นายกรัฐมนตรีของกาตาร์ เรียกร้องให้ทั่วโลกกดดันอิสราเอลให้ยุติการรุกรานอย่างป่าเถื่อนในฉนวนกาซา ระหว่างการประชุมสุดยอดที่กรุงโดฮาเมื่อวันอาทิตย์ ด้านนายโจเซป บอร์เรลล์ นักการทูตระดับสูงของสหภาพยุโรป ประณามการสังหารครั้งนี้ว่าเป็น “การสังหารหมู่พลเรือนอีกครั้ง”

ขณะที่รัฐมนตรีอิสราเอลคนหนึ่งกล่าวว่า แทนที่จะประณามกลุ่มฮามาสที่ใช้พลเรือนเป็นโล่มนุษย์ สหภาพยุโรปกลับประณามอิสราเอลที่ช่วยชีวิตพลเมืองของตน

โฆษกกองทัพอิสราเอลแถลงว่า ปฏิบัติการเกิดขึ้นที่ใจกลางย่านที่อยู่อาศัยอัล-นูไซรัต ทางตอนกลางของกาซา ที่ซึ่งฮามาสจับตัวประกันไว้ในอาคาร 2 หลัง กองกำลังอิสราเอลถูกระดมยิงอย่างหนักหน่วง จึงได้ตอบโต้ด้วยการยิงทั้งจากทางอากาศและบนถนน

นอกจากนายอัลม็อก เมียร์ ยาน แล้ว ยังมีตัวประกันอีก 3 คน ได้รับความช่วยเหลือในปฏิบัติการดังกล่าว ได้แก่ โนอา อาร์กามานี วัย 26 ปี, อังเดร คอซลอฟ วัย 27 ปี และชโลมี ซิฟ วัย 41 ปี ส่วนผู้ถูกลักพาตัวประมาณ 116 คนเมื่อเดือนตุลาคมยังคงถูกกักขัง ซึ่งมากกว่า 1 ใน 3 ได้รับการยืนยันว่าเสียชีวิตแล้ว แต่ตัวเลขดังกล่าวน่าจะสูงกว่านี้

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุขของฮามาสในกาซา ระบุว่า มีผู้เสียชีวิตแล้ว 37,084 รายนับตั้งแต่จุดเริ่มต้นของความขัดแย้งเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2566.

ที่มา BBC

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

เครื่องบินอินเดียหวิดชนกัน ปล่อยทะยานขึ้น-ลงจอด ใกล้เกินไป (ชมคลิป)

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2791949

เครื่องบินอินเดียหวิดชนกัน ปล่อยทะยานขึ้น-ลงจอด ใกล้เกินไป (ชมคลิป)

10 มิ.ย. 2567 11:36 น.

เครื่องบินอินเดียหวิดชนกัน ปล่อยทะยานขึ้น-ลงจอด ใกล้เกินไป (ชมคลิป)

หน่วยงานกำกับดูแลความปลอดภัยการบินอินเดียเร่งสอบสวน หลังเครื่องบินโดยสารลำหนึ่งลงจอด ขณะที่อีกลำกำลังขึ้นบินจากรันเวย์เดียวกัน ที่สนามบินมุมไบในเวลาเดียวกัน 

แหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ระบุว่า เจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในขณะนั้น ได้ถูกสั่งให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่แล้วในขณะนี้ เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเช้าของวันเสาร์ (8 มิ.ย.) เมื่อเครื่องบิน เอ320นีโอ ของสายการบินอินดีโก จากเมืองอินดอร์ ได้ลงจอดบนรันเวย์ 27 ของสนามบินมุมไบ ขณะที่เที่ยวบินของสายการบินแอร์อินเดีย ไปยังเมืองติรุวนันตปุรัม กำลังทะยานขึ้นจากอีกด้านหนึ่ง โดยคลิปวิดีโอเหตุการณ์ดังกล่าวซึ่งถูกแชร์บนโซเชียลมีเดีย ก่อให้เกิดความกังวลเรื่องความปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม ระยะห่างขั้นต่ำที่กำหนดระหว่างเครื่องบินที่สนามบินที่การจราจรทางอากาศมีความหนาแน่นสูง เช่น มุมไบ อาจต่ำได้ โดยเจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมการจราจรทางอากาศยังอาจลดระยะห่างดังกล่าวลงได้อีก ด้วยเงื่อนไขบางประการ หากสภาพทัศนวิสัยและลมเอื้ออำนวย ผู้เชี่ยวชาญด้านการบินกล่าวว่า คงเร็วเกินไปที่จะด่วนสรุปใดๆ จากคลิปวิดีโอเพียงอย่างเดียว สมาคมการจราจรทางอากาศอินเดียได้เสนอแนะว่า ในเบื้องต้นไม่มีการละเมิดบรรทัดฐานด้านความปลอดภัยที่ชัดเจน

กัปตันเครื่องบินผู้มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมการบินโพสต์บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X ว่า “คลิปวิดีโอนี้ทำให้เครื่องบินดูอยู่ใกล้มาก เนื่องจากวิดีโอถูกถ่ายจากมุมหนึ่งที่อาจใกล้กับทางออกรันเวย์ 27 แต่ในความเป็นจริงแล้วเครื่องบินอยู่ห่างกันพอสมควร ซึ่งเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานทางวิ่ง (High Intensity Runway Operation หรือ HIRO) ที่เกิดขึ้นในหลายประเทศรวมถึงอินเดีย เมื่อทัศนวิสัยมากกว่า 3 กม. และลมท้ายน้อยกว่า 5 นอต” 

สนามบินมุมไบมีจุดตัดรันเวย์ 2 จุด ซึ่งหมายความว่าสามารถใช้ทางวิ่งได้ครั้งละ 1 ทางเท่านั้น ทางวิ่งรองรับการเคลื่อนที่ของเครื่องบินได้มากถึง 46 ครั้ง ทั้งการขึ้นและลงจอดภายในหนึ่งชั่วโมง ด้านอธิบดีกรมการบินพลเรือนอินเดียคาดว่าจะตรวจสอบว่าผู้ควบคุมการจราจรทางอากาศ และนักบินปฏิบัติตามบรรทัดฐานหรือไม่.

ที่มา The Indian Express

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

อิหร่านรับรองรายชื่อ 6 ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2791916

อิหร่านรับรองรายชื่อ 6 ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี

10 มิ.ย. 2567 10:38 น.

อิหร่านรับรองรายชื่อ 6 ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี

สภาอิหร่านรับรองรายชื่อ 6 ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ แทนนายอิบราฮิม ราอีซี ที่เสียชีวิตจากเหตุเฮลิคอปเตอร์ตก เมื่อเดือนที่แล้ว โดยนายอาห์มาดิเนจาดโดนแบนอีกครั้ง ขณะที่การเลือกตั้งจะมีขึ้นในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า

สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 2567 สภาผู้ปกครองของอิหร่านอนุมัติรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี จำนวน 6 คน ในจำนวนนี้รวมไปถึงนายโมฮัมเหม็ด แบกเฮอร์ กาลีบาฟ วัย 62 ปี ประธานรัฐสภา และอดีตนายกเทศมนตรีกรุงเตหะราน ซึ่งมีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม

บรรดาผู้สมัครทั้ง 6 คนจะหาเสียง อภิปรายสดทางโทรทัศน์ และลงโฆษณาบนป้ายหาเสียงก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีอิหร่านจะมีขึ้นในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า โดยประธานาธิบดีคนใหม่จะมาทำหน้าที่ต่อจากอดีตประธานาธิบดีอิบราฮิม ราอีซี ที่เสียชีวิตจากเหตุเฮลิคอปเตอร์ตก พร้อมคณะเดินทางอีก 7 คน เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

ขณะที่สภาผู้ปกครองอิหร่าน ยังคงมีคำสั่งห้ามอดีตประธานาธิบดีมาห์มูด อาห์มาดิเนจาด ลงสมัครรับเลือกตั้งในครั้งนี้ หลังจากเขาพัวพันการก่อความไม่สงบภายหลังการเลือกตั้งเมื่อปี 2552.