อคส.เปิดให้ผู้ประกอบการที่สนใจร่วมประมูลข้าวรัฐบาล 10 ปี วันแรก

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576606

10 มิ.ย. 2567

19:40 น.

อคส.เปิดให้ผู้ประกอบการที่สนใจร่วมประมูลข้าวรัฐบาล 10 ปี วันแรก

องค์การคลังสินค้า (อคส.) เปิดให้ผู้ประกอบการที่สนใจร่วมประมูลข้าวรัฐบาล 10 ปี วันนี้มีผู้สนใจ 8 ราย พร้อมประกาศรายชื่อผู้เสนอซื้อที่ผ่านคุณสมบัติในวันที่ 13 มิถุนายน 2567 นี้


10 มิถุนายน 2567 รายงานข่าวจากองค์การคลังสินค้า (อคส.) ระบุว่า อคส. เปิดรับยื่นซองเอกสารขอตรวจคุณสมบัติ ผู้สนใจเข้าร่วมประมูลข้าวสารในสต๊อกของรัฐเป็นการทั่วไป ครั้งที่ 1/2567 ณ ห้องประชุมมโนปกรณ์นิติธาดา ชั้น 12 กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์

นายวิทยากร มณีเนตร โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า  องค์การคลังสินค้า (อคส.)ได้เปิดรับยื่นซองเอกสารคุณสมบัติการเข้าร่วมประมูลข้าวสารหอมมะลิ 15,000 ตัน  ในสต๊อกรัฐบาลล็อตสุดท้าย จากโครงการรับจำนำข้าวปี 56/57 ครั้งที่ 1/2567 ตั้งแต่เวลา 9.00-12.00 น. ห้องประชุมมโนปกรณ์นิติธาดา ชั้น 12 กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ มีผู้ประกอบการสนใจเข้าร่วมยื่นเอกสารคุณสมบัติ ทั้งสิ้น 8 ราย 

ซึ่งทั้งหมดเป็นผู้ประกอบการและผู้ส่งออกข้าวรายสำคัญจากจังหวัดต่างๆ อาทิ กำแพงเพชร ชัยนาท  นครสวรรค์ สุพรรณบุรี และอุบลราชธานี เป็นต้น
 

ขั้นตอนต่อไปทางองค์การคลังสินค้าจะตรวจสอบคุณสมบัติ ผู้ยื่นซองเอกสารคุณสมบัติ และจะประกาศรายชื่อผู้ผ่านคุณสมบัติในวันที่ 13 มิถุนายน 2567 หลังจากนั้นในวันที่ 17 มิ.ย. 2567 ผู้ผ่านคุณสมบัติจะยื่นซองเสนอราคา และ ทาง อคส. เปิดซองเสนอราคาในวันเดียวกัน ก่อนประกาศรายชื่อผู้ชนะการประมูลในวันที่ 21 มิ.ย. 2567 ต่อไป

“ข้อกังวลที่ว่าจะไม่มีผู้มายื่นสองคุณสมบัติจึงคลายกังวลไปได้และคิดว่าทั้ง 8 รายจะมามายื่นซองเสนอราคาในวันที่ 17 มิ.ย. 2567 พร้อมเพรียงกัน ซึ่งแสดงให้เห็นว่า การดำเนินการของกระทรวงพาณิชย์โดยการนำของนายภูมิธรรม เวชยชัย ได้ดำเนินการรักษาผลประโยชน์ของประเทศ ให้เป็นไปตามกลไกตลาด ข้าวจำนวนดังกล่าว มีผู้สนใจและสามารถนำไปปรับปรุงให้ได้ตามมาตรฐาน เพื่อจำหน่ายไปยังตลาดเป้าหมายได้

สำหรับผู้สนในยื่นซองเอกสารคุณสมบัติการเข้าร่วมประมูลจำนวน 8 ราย ประกอบด้วย

1.บริษัท วีเอท อินเตอร์เทรดดิ้ง จังหวัดกำแพงเพชร

2.บริษัท ธนสรร ไรซ์ จังหวัดชัยนาท

3.หจก.อุบลไบโอเกษตร จังหวัดอุบลราชธานี

4.บริษัท อุบลไบโอเอทานอล จำกัด(มหาชน) จังหวัดอุบลราชธานี

5. บริษัท เอส.เอส.เอ็ม.อา.การเกษตร จังหวัดนครสวรรค์

6. บริษัท ทรัพย์แสงทอง สุพรรณบุรี

7. บริษัท สหธัญ จังหวัดนครปฐม

8. บริษัท บีเอ็นเค การเกษตร 2024 จังหวัดนครสวรรค์
 

ทั้งนี้ คณะกรรมการตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้น จะประกาศผู้ผ่านคุณสมบัติวันที่ 13 มิ.ย. ผ่านทางเว็ปไซต์ อคส. ก่อนจะเปิดให้ยื่นซองเสนอราคาซื้อวันที่ 17 มิ.ย.และจะเปิดซองเสนอราคาวันเดียวกันผู้เสนอราคาซื้อสูงสุดจะเป็นผู้ชนะการประมูล และทำสัญญาซื้อขายข้าวกับอคส.

หากผู้ชนะ ทิ้งสัญญาก็จะให้สิทธิ์ผู้เสนอซื้อราคาสูงสุดลำดับถัดไปมาทำสัญญา โดยมีเงื่อนไขว่า หากรายถัดไปเสนอราคาซื้อต่ำกว่าผู้ทิ้งสัญญา ผู้ทิ้งสัญญาต้องจ่ายส่วนต่างราคา เช่น ผู้ชนะ เสนอราคาสูงซื้อ กก.ละ 22 บาท แต่ทิ้งสัญญา และรายที่ 2 เสนอซื้อ กก.ละ 20 บาท ผู้ทิ้งสัญญา ต้องจ่ายส่วนต่าง กก.ละ 2 บาทให้ อคส.ด้วย

นายกฯ ยอมรับกังวลปม 40 สว. ยื่นถอดถอน แม้ส่งคำชี้แจงไปแล้วศุกร์ที่ผ่านมา

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576596

10 มิ.ย. 2567

18:03 น.

นายกฯ ยอมรับกังวลปม 40 สว. ยื่นถอดถอน แม้ส่งคำชี้แจงไปแล้วศุกร์ที่ผ่านมา

“เศรษฐา” ส่งคำชี้แจงต่อศาล รธน. ปม 40 สว.ยื่นถอดถอนแล้ว ขออย่าถามกังวลหรือไม่ รอดูผลวินิจฉัย เมิน มิ.ย. เดือด ขอทำหน้าที่ต่อ ยืนยัน “ดิจิทัลวอลเล็ต” ยังเดินหน้าตามไทม์ไลน์เดิม

กรณี 40 สว. ร้องคุณสมบัตินายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เป็นผู้แต่งตั้งนายพิชิต ชื่นบาน ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  

ล่าสุดนายเศรษฐา แจ้งว่า เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาส่งคำชี้แจงให้ศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ขออย่าถามว่ากังวลหรือไม่ เพราะตนกังวลตลอดเวลา ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีอะไรคืบหน้า ขอให้อยู่ในขั้นตอนของศาล ยังไม่ขอเปิดเผยแนวทางการต่อสู้ ขอใช้คำว่าชี้แจงศาลรัฐธรรมนูญ เพราะถ้าบอกไป หากฝ่ายนิติบัญญัติกับฝ่ายตุลาการมีคำถาม เราเป็นฝ่ายบริหารก็ต้องชี้แจงไป เราก็ต้องให้ความเคารพ หากขาดข้อมูลอะไรท่านก็เรียกมา 

ส่วนที่หลายคนประเมินเดือนมิถุนายนเป็นเดือนที่มีสถานการณ์การเมืองหลายอย่าง นายกรัฐมนตรีได้ประเมินสถานการณ์ไว้หรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า “ไม่” ขอเอาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นที่ตั้ง 

นายกรัฐมนตรีนายกรัฐมนตรี

เรื่องของตนก็ส่งคำชี้แจงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว วันนี้ยังมีอำนาจเต็ม ยังทำงานได้ ต้องคอยดูว่า ทางศาลรัฐธรรมนูญจะว่าอย่างไร

ส่วนการยุบพรรคก้าวไกล ก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับฝ่ายบริหาร และคดีของนายทักษิณ ชินวัตร ก็เป็นเรื่องส่วนบุคคล 

ส่วนจะเป็นเดือนอันตรายหรือไม่ ก็ไม่มีอะไรที่ชัดเจนออกมา เรื่องพวกนี้อยู่ในเรื่องการเมือง 

อย่างไรก็ตามวันนี้นายเศรษฐา เรียกประชุมคณะรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ เพื่อติดตามความคืบหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ หลังจากเคยสั่งการไปแล้ว โดยจะมีการหารือทุกเรื่องรวมถึงติดตามเรื่องการลงทุนบริษัทต่างชาติว่าติดปัญหาอะไรหรือไม่ 

ส่วนความคืบหน้าโครงการ ดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท นั้น นายกรัฐมนตรี น้ำทุกอย่างยังเหมือนเดิมตามที่เคยชี้แจง อยู่ในขั้นตอนของการทำงาน หากมีอะไรเปลี่ยนแปลงไทม์ไลน์หรือเหตุอะไรใหญ่ๆ มีหน่วยงานต้องรับผิดชอบก็คงต้องมาคุยกัน ขออย่าพึ่งคิดไปก่อน รอนาย จุลพันธุ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน

นายกฯ ไม่รู้บ้านในป่า “ทักษิณ” หมายถึงใคร ชี้ ไม่จำเป็นคุย “ประวิตร”

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576535

10 มิ.ย. 2567

10:40 น.

นายกฯ ไม่รู้บ้านในป่า "ทักษิณ" หมายถึงใคร ชี้ ไม่จำเป็นคุย "ประวิตร"

นายกฯ บอก ไม่รู้ ‘ทักษิณ’ หมายถึงใครบ้านในป่า จะกระทบสัมพันธ์พรรคร่วมหรือไม่ต้องมาพูดคุยกันก่อน ชี้ ไม่จำเป็นคุย ‘ประวิตร’ เพราะคุยกับตัวแทนพรรคอยู่แล้ว

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีออกมาให้สัมภาษณ์ถึงคนแถวบ้านในป่าจะกระทบต่อตัวนายกรัฐมนตรีและพรรคร่วมรัฐบาลในการทำงานร่วมกันหรือไม่ ว่า ตนคิดว่าตนได้พูดไปแล้วเมื่อวาน(9 มิ.ย.67) การสื่อสารพูดคุยของแต่ละคน ผู้ใหญ่บ้านเมืองทุกคนมีความเป็นห่วงเป็นใยบ้านเมือง แต่ละคนก็มีข้อมูลแตกต่างกันไป หน้าที่ตนในฐานะแกนนำรัฐบาล ของพรรคร่วมรัฐบาล เรามีปัญหาอะไรก็มีหน้าที่ต้องมาพูดคุยกัน

เมื่อถามว่าจะไม่กระทบต่อการทำงานและสามารถพูดคุยกันได้ใช่หรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ก็ต้องพูดคุยกันก่อนว่ากระทบหรือไม่กระทบ ต้องดูถึงขั้นที่สองขั้นที่สามที่จะตามมาแต่ในฐานะผู้นำรัฐบาลเราก็มีความประสงค์ที่จะให้ทุกคนทำงานร่วมกันได้ดี ซึ่งมาถึงวันนี้อยู่ด้วยกันมาก็ต้องมีข้อเห็นต่างบ้าง เราก็ต้องมาพูดคุยในส่วนที่เห็นต่างว่าจะแก้ไขอย่างไร 

ส่วนการสัมภาษณ์ของนายทักษิณมีการพูดพาดพิงไปถึงหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐจะทำให้เกิดความหมางใจกันระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่านายทักษิณหมายถึงใคร

เมื่อถามย้ำว่าในทางการเมืองก็รับรู้ว่าคนในป่าหมายถึงบ้านของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนไม่เคยเจอพล.อ.ประวิตร ทุกครั้งเป็นการพูดคุยผ่านตัวแทนพรรคร่วมรัฐบาลไม่ว่าจะเป็นพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคพลังประชารัฐ ที่เป็นน้องชายพล.อ.ประวิตรและร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ

เมื่อถามว่าจำเป็นต้องพูดคุยกับพล.อ.ประวิตรโดยตรงหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่จำเป็น

เมื่อถามว่าในวันนี้จะมีการพูดคุยกันระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลในช่วงบ่ายนายกรัฐมนตรีจะเข้าร่วมด้วยหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ไม่แน่ใจ เข้าใจว่าไม่ได้อยู่ในตาราง เมื่อถามย้ำว่า เป็นการพูดคุยกันในฐานะหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลใช่หรือไม่

นายเศรษฐา กล่าวว่า บางทีการพูดคุยกันในลักษณะนี้ดีกว่าเพื่อให้ทุกคนมีพื้นที่ในการพูดคุยกันมากขึ้น ในบางอย่างที่ตนทำให้ไม่เหมาะสมเขาอาจจะไม่กล้าพูดกันก็ได้ และวิธีการที่เราจะแก้ไขปัญหาก็มีหลายวิธีมาพูดคุยกันโดยตรงหรืออ้อมไปอีกทางก็จะนิ่มนวลกว่า และไม่ทำร้ายจิตใจซึ่งกันและกัน และตนคิดว่านี่เป็นหลายวิธีที่เราพยายามแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

อย่างไรก็ตามเวลา 13:00 น. ของวันนี้จะมีการประชุมพรรคร่วมบนตึกไทยคู่ฟ้า

“ทักษิณ” ยื่นขอความเป็นธรรมคดี ม.112 ยันสัมภาษณ์เกาหลีไม่มีคำพาดพิง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576531

10 มิ.ย. 2567

10:03 น.

"ทักษิณ" ยื่นขอความเป็นธรรมคดี ม.112 ยันสัมภาษณ์เกาหลีไม่มีคำพาดพิง

ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ยื่นขอความเป็นธรรมคดี ม. 112 ปม สัมภาษณ์สื่อเกาหลี ยืนยันไม่มีคำพูดพาดพิง – ดูหมิ่นเบื้องสูง ลุ้นอัยการสูงสุดพิจารณา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทีมกฎหมายของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมมายังอัยการสูงสุดแล้ว เพื่อยื่นเหตุผลเพิ่มเติมคัดค้าน “คำสั่งฟ้อง” ในคดีที่ตกเป็นผู้ต้องหากระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จากการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเกาหลีใต้เมื่อหลายปีก่อน 

สำหรับเหตุผลที่ทีมกฎหมายของนายทักษิณ บรรยายในคำร้องขอความเป็นธรรมที่ยื่นต่ออัยการสูงสุด คือ พนักงานสอบสวนที่ทำสำนวน ถูกกดดันข่มขู่จากผู้มีอำนาจในยุคนั้น ซึ่งเป็นยุค คสช. เพราะมีการแจ้งความดำเนินคดีนี้กับตนช่วงหลังจาก คสช.เข้าควบคุมอำนาจการปกครองเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ทำให้พนักงานสอบสวนไม่มีความเป็นอิสระในการทำหน้าที่ กระบวนการได้มาซึ่งพยานหลักฐานจึงมิชอบด้วยกฎหมาย และมีความเบี่ยงเบนไปตามที่ผู้มีอำนาจต้องการ 

ประกอบกับคำให้สัมภาษณ์ของ “อดีตนายกฯทักษิณ” ที่กล่าวกับสื่อเกาหลีใต้ ไม่ได้มีเนื้อหาพาดพิงสถาบันเบื้องสูง และไม่ได้มีถ้อยคำหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย จึงไม่เข้าองค์ประกอบความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 

ทั้งนี้ตามขั้นตอนของกฎหมาย อัยการสูงสุดจะเป็นผู้พิจารณาว่า คำร้องขอความเป็นธรรมที่ยื่นมานี้ ฟังขึ้นหรือไม่ มีน้ำหนักมากพอที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งฟ้องได้หรือไม่ หากมีน้ำหนักหรือมีมูลพอที่จะพิจารณา ก็อาจเลื่อนนัดส่งตัวผู้ต้องหา และนำผู้ต้องหาไปยื่นฟ้องต่อศาลในวันที่ 18 มิถุนายนนี้ได้ เพื่อตรวจสอบคำร้องขอความเป็นธรรมให้เรียบร้อยก่อน 

อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าสังเกตว่า นายทักษิณ เพิ่งให้สัมภาษณ์ประเด็นพนักงานสอบสวนในคดีถูกข่มขู่คุกคามจากผู้มีอำนาจในยุคนั้น โดยอ้างว่าเป็นทหาร ระหว่างการลงพื้นที่ร่วมงานฉลองอุปสมบทของลูกชายนายกเทศมนตรี ต.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เมื่อวันเสาร์ที่ 8 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าตัวอ้างว่ามีหลักฐานข้อความในแอปพลิเคชั่นไลน์มากมายที่จะยืนยันข้อเท็จจริงนี้ 

ขณะที่ก่อนหน้านี้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย บุตรสาวนายทักษิณ ก็เคยให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการสั่งฟ้องคดี 112 ของบิดาว่า มาจากอดีตอัยการสูงสุดที่แต่งตั้งโดย คสช. ในยุค คสช. ฉะนั้นจึงสอดรับกับการต่อสู้คดีนี้ของคุณทักษิณที่พยายามมุ่งประเด็นว่าคดีถูกแทรกแซงโดยผู้มีอำนาจทางการเมือง

‘บุญสิงห์’ติดตามงาน ด่านกักกันสัตว์ตราด

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/809561

วันจันทร์ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายบุญสิงห์ วรินทรรักษ์ ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานของด่านกักกันสัตว์ตราด ที่อาคารศูนย์รวมราชการบ้านหาดเล็ก ต.หาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด โดยมีนายสัตวแพทย์ประภาส ภิญโญชีพ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ น.ส.อุบล มากอง ผอ.สำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จ.ระยอง นายเชฏฐรุจ จันทร์แปลง ผอ.สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 2 นายพรชัย วิจิตธรรมภาณีปศุสัตว์จังหวัดตราด นายวินัย ขยันยิ่ง เกษตรจังหวัดตราด น.ส.จรรจิรา เจริญทวีชัย ผอ.สถานีพัฒนาที่ดินตราดนายประภาส พรมโสดา เกษตรและสหกรณ์ จ.ตราด และเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงเกษตรฯต้อนรับและให้ข้อมูลในการตรวจราชการดังกล่าว

ทั้งนี้ ด่านกักกันสัตว์ตราด (ตรวจปศุสัตว์)มีสินค้าปศุสัตว์ส่งออก 11 ชนิด ประกอบด้วย สุกร296 ตัว และสินค้าปศุสัตว์แปรรูปและอื่นๆ 260.31 ตัน คิดเป็นมูลค่า 48,469,339 บาท โดยมีพื้นที่การปฏิบัติงาน 5 จุด ได้แก่ 1.จุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก 2.จุดตรวจสัตว์-ซากสัตว์บ้านท่าจอด 3.จุดตรวจช่องทางธรรมชาติบ้านท่าเส้น 4.จุดตรวจสัตว์-ซากสัตว์บ้านเขาล้าน และ 5.จุดผ่านแดนชั่วคราวบ้านมะม่วง

‘ธรรมนัส’ผลักดันโครงการ พัฒนาแหล่งน้ำ3แห่งที่ร้อยเอ็ด

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/809562

วันจันทร์ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด ติดตามการดำเนินการก่อสร้างโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ เพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วม 3 แห่ง ที่วิทยาลัยการอาชีพโพนทอง ต.แวง อ.โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด จากนั้นเดินทางไปยังโรงเรียนบ้านโป่งประชาพัฒน์ ต.บุ่งเลิศ อ.เมยวดี จ.ร้อยเอ็ด เพื่อติดตามความก้าวหน้าการก่อสร้างอาคารบังคับน้ำห้วยแดง

ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า กรมชลประทาน ได้วางแผนพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด อย่างต่อเนื่อง ซึ่งขณะนี้ได้อนุมัติโครงการเพิ่มเติมอีก 3 แห่ง รวมพื้นที่รับประโยชน์กว่า 11,000 ไร่ งบประมาณรวม 765 ล้านบาท มีดังนี้ อ.โพนทอง 2 โครงการ คือ 1.โครงการแก้มลิงบึงมะอึ พร้อมอาคารประกอบ ต.สระนกแก้ว อ.โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งสภาพพื้นที่บึงมะอึ เป็นหนองน้ำธรรมชาติ มีพื้นที่ประมาณ 470 ไร่ ความลึกเฉลี่ย 2-3 เมตร ปัจจุบันมีสภาพตื้นเขินและฝายเดิมมีสภาพชำรุดเสียหาย ทำให้ไม่สามารถเก็บกักน้ำไว้ได้ งบประมาณดำเนินโครงการ 35 ล้านบาท โดยใช้งบเหลือจ่ายปี 2567 เมื่อดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ จะช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำเป็นแหล่งน้ำสำหรับการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร พื้นที่รับประโยชน์ ประมาณ 500 ไร่ เพิ่มปริมาณเก็บกัก 400,000 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)

2.โครงการประตูระบายน้ำลำน้ำยัง(กุดก่วง) ต.สามัคคี อ.โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด เป็นการก่อสร้างประตูระบายน้ำในลำน้ำยังซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลักของ อ.โพนทอง ในช่วงฤดูฝนมีปริมาณน้ำมากเอ่อล้นตลิ่งท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำปลายฤดูฝนไม่สามารถเก็บกักน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งได้ ส่งผลให้ราษฎรในพื้นที่ประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำ โดยกรมชลประทาน มีแผนงานในการดำเนินงาน 4 ปี (ปี 2568-2571)งบประมาณ 695 ล้านบาท เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ จะสามารถแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้ง ป้องกันและบรรเทาอุทกภัยในลำน้ำยังในช่วงฤดูฝน เป็นแหล่งน้ำสนับสนุนพื้นที่การเกษตรและน้ำสำหรับการอุปโภค-บริโภค พื้นที่รับประโยชน์ประมาณ 10,000 ไร่

3.สร้างอาคารบังคับน้ำห้วยแดง ต.บุงเลิศ อ.เมยวดี จ.ร้อยเอ็ด เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำในพื้นที่ โดยลำห้วยแดง เป็นลำน้ำที่แบ่งเขตระหว่าง จ.ร้อยเอ็ด และ จ.กาฬสินธุ์ ปัจจุบันมีความเสียหายจากการถูกน้ำกัดเซาะ งบประมาณ 35 ล้านบาท ระยะเวลาในการก่อสร้าง 1 ปีเมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จจะสามารถแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้ง ป้องกันและบรรเทาอุทกภัยในช่วงฤดูฝน เป็นแหล่งน้ำสนับสนุนพื้นที่การเกษตรและน้ำ สำหรับการอุปโภค-บริโภคในพื้นที่ ต.บุ่งเลิศ พื้นที่รับประโยชน์ประมาณ 500 ไร่ เพิ่มปริมาณเก็บกัก 100,000 ลบ.ม.รวมถึงเป็นการปรับปรุงฟื้นฟูลำน้ำธรรมชาติให้มีประสิทธิภาพในการเก็บกักน้ำ และรักษาระบบนิเวศของลำห้วยแดง

กรมชลฯเร่งรัด ตั้งเครื่องสูบน้ำ ลุยกำจัดผักตบ รักษาคุณภาพน้ำ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/809563

วันจันทร์ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายชูชาติ รักจิตร อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ได้เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำแก้ไขปัญหาน้ำเค็มรุก และจัดเต็มกำจัดวัชพืชกีดขวางทางน้ำพื้นที่ต่างๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ โดยสำนักงานชลประทานที่ 11 โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพระองค์ไชยานุชิต ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ ขนาด 12 นิ้ว 2 เครื่อง บริเวณประตูระบายน้ำลาดขวาง ต.ลาดขวาง อ.บ้านโพธิ์ และบริเวณคลองขวาง-เปรง ต.คลองเปรง อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อเร่งสูบระบายน้ำเค็มลงสู่แม่น้ำบางปะกง และคลองประเวศบุรีรมย์

นอกจากนี้ สำนักงานชลประทานที่ 10 โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษานครหลวง ได้กำจัดวัชพืช บริเวณคลองระบาย 2 ซ้ายป่าสัก กม. 13 + 900 ต.บ้านช้าง อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา รวมถึงโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาคลองเพรียว-เสาไห้ กำจัดวัชพืช บริเวณคลองระบายน้ำหนองนาค จ.พระนครศรีอยุธยา และสำนักงานชลประทานที่ 12 โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชันสูตร กำจัดวัชพืชสิ่งกีดขวางทางน้ำในคลองส่งน้ำ 3 ซ้าย – 1 ขวา ต.แสวงหา อ.แสวงหา จ.อ่างทอง

ทั้งนี้ กรมชลประทาน ได้กำจัดวัชพืชสิ่งกีดขวางทางน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาคุณภาพน้ำ เพิ่มประสิทธิภาพการส่งน้ำและระบายน้ำ และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำเค็มรุกพื้นที่ พร้อมเน้นย้ำให้ทุกโครงการชลประทานบูรณาการกับหน่วยงานต่างๆในการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน

ที่ปรึกษาฯรุดแก้ปัญหาทุเรียนตราด

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/809560

วันจันทร์ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายบุญสิงห์ วรินทรรักษ์ ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังประชุมติดตามการป้องกันและแก้ปัญหาทุเรียนด้อยคุณภาพ จ.ตราด โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้องต้อนรับและให้ข้อมูลที่สำนักงานเกษตร อ.เขาสมิง จ.ตราด ว่าทุเรียนถือเป็นผลไม้ที่มีสัดส่วนการส่งออกสูงสุด โดยมีสัดส่วนการส่งออกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา จากปัจจัยความต้องการบริโภคทุเรียนในตลาดจีนที่มีมากขึ้น และปริมาณผลผลิตทุเรียนในประเทศที่เพิ่มขึ้นตามพื้นที่เพาะปลูก นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยสนับสนุนอื่นๆได้แก่ การขยายช่องทางการขาย และการเพิ่มช่องทางขนส่งทางรางผ่านรถไฟความเร็วสูงจีน–ลาว ช่วยลดระยะเวลาและเพิ่มความสะดวกในการขนส่งได้มากขึ้น จากปริมาณความต้องการทุเรียนส่งผลให้เกษตรกร โดยคาดการว่าผลผลิตทุเรียน จ.ตราด จะออกสู่ตลาดรวมทั้งสิ้น 96,903 ตัน มากกว่าปีที่ผ่านมาประมาณร้อยละ 8.26 หรือประมาณ 7,296 ตัน เนื่องจากมีพื้นที่ปลูกทุเรียนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้เสนอการดำเนินงานตามนโยบายป้องกันและแก้ปัญหาทุเรียนด้อยคุณภาพ (ทุเรียนอ่อน) จ.ตราด โดยก่อนหน้านี้ จ.ตราด ได้ออกประกาศ เรื่อง มาตรการป้องกันผลผลิตทุเรียนด้อยคุณภาพออกสู่ตลาด รวม 3 ฉบับ ทั้งในเรื่องของโทษตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง การกำหนดเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งในเนื้อทุเรียนและการกำหนดวันเก็บเกี่ยวทุเรียนแต่ละพันธุ์ อีกทั้งยังได้มีการตั้งจุดตรวจจุดสกัดเพื่อป้องกันทุเรียนด้อยคุณภาพ (ทุเรียนอ่อน) ออกสู่ตลาด โดยใน จ.ตราด มีจุดสกัดรวมทั้งสิ้น 4 จุด คือ 1.จุดตรวจบ้านท่าจอด ต.แสนตุ้ง อ.เขาสมิง จ.ตราด 2.จุดสกัดบ้านนาแกลง ต.ประณีต อ.เขาสมิง 3.จุดสกัดด่าน คลองลึก ต.หนองบอน อ.บ่อไร่ และ 4.จุดสกัดตู้ยามเทพประทานพร ต.ห้วงน้ำขาว อ.เมือง จ.ตราด โดยมีพิธีเปิดจุดตรวจจุดสกัดเพื่อป้องกันทุเรียนด้อยคุณภาพ (ทุเรียนอ่อน) ออกสู่ตลาด จ.ตราด ปี 2567 (Kick Off) เมื่อวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา

อธิบดีกรมปศุสัตว์เปิดประชุม PDPA FOR DLD ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของกรมปศุสัตว์

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/809490

อธิบดีกรมปศุสัตว์เปิดประชุม PDPA FOR DLD ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของกรมปศุสัตว์

อธิบดีกรมปศุสัตว์เปิดประชุม PDPA FOR DLD ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของกรมปศุสัตว์

วันอาทิตย์ ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 14.42 น.

กรมปศุสัตว์จัดประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการตามแนวทางปฏิบัติพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ให้บุคลากรด้านสารสนเทศของแต่ละหน่วยงานภายในกรมปศุสัตว์ เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและสามารถจัดทำบันทึกรายการกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (ROPA) ได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ

นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง แนวปฏิบัติเพื่อเตรียมความพร้อมของหน่วยงานกรมปศุสัตว์ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 : PDPA FOR DLD เมื่อวันศุกร์ที่ 7 มิถุนายน 2567 ณ โรงแรมรัตนชล จังหวัดชลบุรี โดยอธิบดีกรมปศุสัตว์ได้มอบนโยบายและเน้นย้ำการปฏิบัติงานให้ทุกคนรู้กฏหมาย ระเบียบ มีจริยธรรม คุณธรรม มีความเป็นมืออาชีพ ไม่นำข้อมูลไปใช้ในทางที่ผิด รวมทั้ง มีความมุ่งมั่น ร่วมแรงร่วมใจ ในการขับเคลื่อนให้กรมปศุสัตว์เป็นองค์กร Full Digitalization

กรมปศุสัตว์ได้ปรับระบบการบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคลให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (Personal Data Protection Act : PDPA)  เพื่อสร้างความไว้วางใจให้กับประชาชนในการใช้บริการของกรมปศุสัตว์ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลจะช่วยพัฒนาระบบการบริหารจัดการข้อมูลของกรมปศุสัตว์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งการจัดทำบันทึกรายการกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Record of Processing Activities : ROPA) ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญที่องค์กรใช้เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และช่วยให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลจะได้รับการจัดการได้อย่างปลอดภัยและถูกต้องตามกฎหมาย

ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารจึงได้จัดประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง แนวปฏิบัติเพื่อเตรียมความพร้อมของหน่วยงานกรมปศุสัตว์ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 : PDPA FOR DLD เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการสำคัญของกฏหมาย สามารถอธิบายความหมายและวัตถุประสงค์ของการจัดทำ ROPA สามารถระบุประเภทของกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล และจัดทำ ROPA ได้อย่างถูกต้อง รวมทั้ง แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหา อุปสรรค ข้อเสนอแนะและแนวทางแก้ไขปัญหาในการปฏิบัติงาน ผู้รับการฝึกอบรมประกอบด้วยผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับการดำเนินงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของกรมปศุสัตว์ กอง/สำนัก ส่วนกลาง 19 หน่วยงาน จำนวน 77 คน ในระหว่างวันที่ 7-9 มิถุนายน 2567 ณ โรงแรมรัตนชล จังหวัดชลบุรี

– 006

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : โรคที่มากับช่วงเปิดเทอม

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/809513

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : โรคที่มากับช่วงเปิดเทอม

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : โรคที่มากับช่วงเปิดเทอม

วันจันทร์ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 07.55 น.

เมื่อเปิดเทอมใหม่ สิ่งหนึ่งที่คุณพ่อคุณแม่ ผู้ปกครองจะต้องประสบ คือการเจ็บไข้ได้ป่วยด้วยโรคต่างๆ ของลูก หลาน เรื่องนี้อาจจะดูเป็นเรื่องปกติสำหรับคนบางคน เพราะเห็นว่าเมื่อเด็กๆ โดยเฉพาะเด็กเล็กๆ อยู่ร่วมกัน เล่นด้วยกัน เมื่อมีเด็กบางคนป่วย ก็จะแพร่เชื้อโรคไปยังเด็กอื่นๆ ได้ไม่ยากนัก แต่ถึงกระนั้นก็ต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดการติดเชื้อในวงกว้างจนเกินไป จนกลายเป็นโรคระบาด

โรคที่ติดต่อกันได้ง่ายเป็นอันดับต้นๆ ในหมู่เด็กคือไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่ ทั้งสองโรคเกิดจากเชื้อไวรัส โดยทั่วไปไข้หวัดธรรมดามีอาการไม่รุนแรง แต่สำหรับไข้หวัดใหญ่ หากผู้ป่วยเป็นผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำก็อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ปอดอักเสบ ติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อน อาจรุนแรงจนต้องรับการรักษาตัวในโรงพยาบาล และยังมีโอกาสที่ทำให้พ่อแม่ผู้ปกครอง โดยเฉพาะผู้สูงอายุติดไข้หวัด หรือไข้หวัดใหญ่ไปด้วย แต่ยังโชคดีที่ไข้หวัดใหญ่มีวัคซีนป้องกันแล้ว

อันดับต่อมาคือ โรคตาแดง สามารถเกิดจากทั้งเชื้อไวรัส หรือแบคทีเรีย ติดต่อจากการสัมผัสกับขี้ตา น้ำตา ซึ่งปนเปื้อนมากับของใช้ส่วนตัวของผู้ป่วย ต่อจากโรคตาแล้ว โรคที่พบบ่อยเหมือนกันคือ โรคมือเท้าปาก โรคนี้มักเกิดในเด็กเล็ก แพร่กระจายผ่านการสัมผัสโดยตรงกับน้ำมูกน้ำลายซึ่งอาจตกค้างอยู่ในของใช้ของผู้ป่วยเหมือนกับโรคตาแดง และอีกโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส คือ โรคอีสุกอีใส ซึ่งแพร่กระจายผ่านการไอจาม และสัมผัสตุ่มน้ำของผู้ป่วย

จะเห็นว่าโรคที่กล่าวถึงมานี้ล้วนแล้วแต่เป็นโรคติดเชื้อ โดยมักจะเป็นเชื้อไวรัส หรือไม่ก็เชื้อแบคทีเรีย ซึ่งไข้หวัดใหญ่ กับอีสุกอีใสมีวัคซีนป้องกัน ผู้ปกครองสามารถพิจารณาพาบุตรหลานไปฉีดวัคซีนป้องกันได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กเล็กที่สุขภาพไม่ค่อยดีอย่างน้อยก็เป็นการป้องกันภาวะแทรกซ้อน เพราะอย่างไรเสียเด็กๆ ก็ต้องไปอยู่รวมตัวกันที่โรงเรียน 

ส่วนในเด็กเล็กมากๆ การป้องกันโรคติดเชื้อเหล่านี้อาจยังทำได้ยาก แต่เด็กที่โตขึ้นมาสักหน่อย พอรู้ความแล้ว ผู้ปกครองสามารถสอนให้บุตรหลานรู้จักพฤติกรรมที่ถูกสุขลักษณะ เช่น การหมั่นล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ การไม่ใช้หลอด แก้วน้ำ หรือช้อนส้อมร่วมกับผู้อื่น การใส่หน้ากากอนามัย ที่สำคัญคือเมื่อบุตรหลานเกิดอาการไม่สบาย มีไข้ มีน้ำมูก ผู้ปกครองต้องให้บุตรหลานหยุดเรียน นอกจากเพื่อให้มีโอกาสได้พักรักษาตัวแล้วยังเป็นการป้องกันการแพร่เชื้ออีกด้วย

นอกจากเด็กๆ อาจจะป่วยในช่วงเปิดเทอมใหม่แล้ว บุคคลอีกกลุ่มหนึ่งที่น่าเป็นห่วงไม่แพ้กันคือ ผู้สูงอายุในบ้าน เพราะเป็นกลุ่มที่มีภูมิคุ้มกันต่ำตามอายุ ยิ่งกรณีที่ท่านเหล่านั้นมีโรคประจำตัว ไม่ว่าจะเบาหวาน โรคปอด หรือโรคอ้วนด้วยแล้ว หากได้รับเชื้อโรคจากบุตรหลานก็ยิ่งมีความเสี่ยงเจ็บป่วย และเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ ดังนั้นเมื่อหลานวัยเรียนเจ็บป่วย ก็ควรแยกจากปู่ย่าตายายจนกว่าจะหายดี รวมถึงผู้สูงอายุกลุ่มนี้ก็ควรได้รับวัคซีนป้องกันโรค เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่วัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบ และหรือวัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใสด้วย เพราะถึงแม้ว่าผู้สูงอายุจะอยู่แต่ในบ้าน ไม่ได้ไปไหนก็จริง แต่หากอยู่ในบ้านเดียวกันกับเด็กวัยเรียน หรือแม้แต่คนวัยทำงาน ก็ยังมีความเสี่ยงติดเชื้อจากบุคคลเหล่านี้ได้อยู่ดี

รศ.ภญ.ดร.ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ รศ.ภก.ดร.บดินทร์ ติวสุวรรณ

คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย