ศูนย์สอบฯแจงข้อผิดพลาด’สอบครูผู้ช่วย 2567′ ยกคะแนนให้ฟรี 41 ข้อ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/809766

ศูนย์สอบฯแจงข้อผิดพลาด'สอบครูผู้ช่วย 2567' ยกคะแนนให้ฟรี 41 ข้อ

ศูนย์สอบฯแจงข้อผิดพลาด’สอบครูผู้ช่วย 2567′ ยกคะแนนให้ฟรี 41 ข้อ

วันจันทร์ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 19.05 น.

ศูนย์สอบธรรมศาสตร์ ชี้แจงข้อผิดพลาดสอบครูผู้ช่วย 2567 ยกผลประโยชน์ให้ผู้สอบ โดยยกคะแนนฟรี 41 ข้อ ยืนยันว่าผู้สอบต้องได้รับความยุติธรรมทุกคน

10 มิ.ย.67 จากกรณีของการสอบครูผู้ช่วย สพฐ.2567 ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ข้อสอบที่ยาก และมีข้อผิดพลาดในข้อสอบหลายวิชา นำมาซึ่งข้อเรียกร้องให้คณะกรรมการพิจารณาตรวจข้อสอบใหม่อีกครั้ง

ล่าสุดเพจเฟซบุ๊ก ศูนย์สอบธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความระบุ 

เรียน ผู้สอบครูผู้ช่วย สพฐ.2567

ก่อนอื่น ศูนย์สอบฯ ขออภัยในข้อบกพร่องเรื่องการจัดทำข้อสอบ และยินดีรับข้อทักท้วงและเสนอแนะทุกประการ ในระหว่างการสอบ 2 วันนี้ คณะกรรมการ ได้มีการรับทราบข้อมูลโดยตลอด และหาทางแก้ไข ก่อนอื่นขอเรียนเหตุผล และข้อมูลดังนี้

1.การสอบ ครูผู้ช่วย สพฐ.2567 ต้องยุติธรรม ต่อทุกสาขาเอกวิชา และระบบการบริหารจัดการ เน้นเรื่องความปลอดภัย ต้องโปร่งใส ไม่มีเรื่องทุจริต ทั้งสามารถให้ผู้สอบ หรือหน่วยงานตรวจสอบเข้าตรวจสอบภายหลังได้

2.ศูนย์สอบแบ่งคณะกรรมการออกเป็น 3 ทีม ทีมออก ทีมเลือก ทีมพิมพ์ข้อสอบ โดยทุกทีม หลังจากได้รับมอบหมายงานจะถูกเก็บตัว และไม่มีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลของทีมอื่น

3.หลักของการออกข้อสอบ ภาค ก. คือไม่ให้เอกใด มีความได้เปรียบเสียเปรียบ ดังนั้น คณิตศาสตร์จะเน้นเรื่องการหาคำตอบคล้ายข้อสอบ กพ.(แต่หลายคนบอกง่ายกว่า) เรื่องโจทย์ภาษาไทย ยาว 3-4 หน้า เป็นการวัดเรื่องการจับใจความ สรุปความซึ่งจริงๆไม่ยาก ไม่จำเป็นต้องอ่านทั้งหมด เพราะมีคำตอบบอกชัดในโจทย์ (ย้ำว่าไม่ใช่กับดักเวลา) ส่วนภาษาอังกฤษ (หลายคนบอก MVP)เแค่วัดคนพอสื่อสารภาษาอังกฤษได้ หรือไม่ได้เท่านั้น ส่วนวิชาการเป็นข้าราชการที่ดี(ดาวร้าย) ก็อาจดูยากไปแต่ จริงๆก็อยู่ในกรอบเนื้อหาและ การเป็นข้าราชการท่านต้องมีความรู้เหล่านี้ด้วย วิชานี้ทุกเอกไม่มีข้อได้เปรียบเสียเปรียบเท่าไร จึงต้องรับบทผู้ร้าย ทั้งหมดนี้เพื่อคัดผู้สอบไปแข่งกันที่แต่ละเอกวิชา

4. ในส่วนคำเฉลย ภาค ก. ทั้ง 3 วิชา คณะกรรมการ ให้เป็นไปตามที่ผู้ออก เฉลยไว้ ครับ

5.วันนี้ คณะกรรมการได้รับข้อทักท้วงเรื่องข้อสอบ หลังเวลาสอบเสร็จสิ้น จึงมีการประชุมกับ ทั้งผู้ออก ผู้เลือก ผู้พิมพ์ข้อสอบ โดยใช้ข้อมูลจาก ใบรายงานเหตุการณ์ที่ผู้สอบเขียน และข้อมูลที่ได้รับจากเพจศูนย์สอบธรรมศาสตร์ ทำให้สรุปได้ว่าเกิดความผิดพลาด 3 สาเหตุหลัก

– ผู้ออกข้อสอบ เขียนด้วยลายมือ และบางข้อที่มีปัญหานั้น มีหลาย version ข้อนั้นเลยมีตัวเลือกทั้ง Version เก่าใหม่ (บางข้อที่มีปัญหาผู้ออกทำตัวเลือกผิดแต่ต้นทาง)

– ผู้เลือกไม่มีสิทธิ ทราบคำเฉลยได้แต่เพียงเลือกข้อสอบ ทำให้การเลือกข้อสอบบางข้อหลุดไปจริงๆ

– ผู้พิมพ์ข้อสอบ ต้องพิมพ์ตามข้อสอบที่คัดเลือกแล้ว แต่เนื่องจากเป็นลายมือ และไม่มีความรู้เรื่องศัพท์เฉพาะ โดยคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ ข่้อที่ใช้สูตร พิมพ์ผิดเยอะ (ทราบภายหลัง)ประกอบกับผู้ตรวจทานมีเวลาน้อย ต้องรีบส่งต้นฉบับ และต้องไม่ให้ผู้ออกข้อสอบรู้ว่า ข้อใดถูกเลือกใช้สอบ ดังนั้นผู้ออกข้อสอบจึงไม่มีสิทธิตรวจต้นฉบับ

6.สำหรับ ข้อสอบวิทยาศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ทั่วไป ปีนี้คณะกรรมการ ออกข้อสอบตัดสินใจ รวมชุดกันและใช้ข้อสอบเดียวกัน โดยหลังการสอบจะเสนอให้ สพฐ. พิจารณา ให้ผู้สอบทราบขอบเขตโครงสร้างข้อสอบ ก่อนประกาศการสอบ ทุกวิชาเอก

7. หลังการร่วมกันพิจารณามี มติ เรื่องการพิจารณา ยกประโยชน์ให้ผู้สอบ(ให้คะแนนทุกคน) ดังนี้

– วิชามาตรฐานความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน ให้คะแนนฟรี 1 ข้อ

– วิชาความรอบรู้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง มี 1 ข้อ ที่มี 2 ตัวเลือกที่ถูก

วิชาเอก
– เอกคณิตศาสตร์ มีข้อฟรี 11 ข้อ
– ฟิสิกส์ มีข้อฟรี 2 ข้อ
– เอกนาฎศิลป์ มีข้อฟรี 1 ข้อ
– วิทยาศาสตร์/วิทยาศาสตร์ทั่วไป มีข้อฟรี2 ข้อ
– สังคม 1 ข้อ
– ญี่ปุ่น 1 ข้อ
– ภาษาไทย มี 1 ข้อ ที่มี 2 ตัวเลือกที่ถูก
– พลศึกษา มีข้อฟรี 1 ข้อ และมี 1ข้อที่มีตัวเลือกถูก 2ข้อ
– บรรณารักษ์ มีข้อฟรี 1 ข้อ
– ดนตรีไทย มีข้อฟรี 1 ข้อ
– เคมี มีข้อฟรี 4 ข้อ และมี 1ข้อที่มีตัวเลือกถูก 2ข้อ
– ชีววิทยา มีข้อฟรี 5 ข้อ
– ดนตรีสากล มีข้อฟรี 4 ข้อ
– ประถมศึกษา มีข้อฟรี 2 ข้อ
– ธุรกิจศึกษา มีข้อฟรี1 ข้อ
– วิศวกรรมศาสตร์ มีข้อฟรี 1 ข้อ
– การศึกษาพิเศษ มีข้อฟรี2ข้อ

8. ในส่วนผู้ที่ไม่ฝนรหัสชุดข้อสอบ ศูนย์สอบจะต้องหารือกับ สพฐ.ก่อนไม่สามารถสรุปได้ตอนนี้ครับ

ทั้งหมดทั้งปวง คณะกรรมการของศูนย์สอบต้องขออภัย ในข้อผิดพลาด และขอนำข้อเสนอแนะไปปรับปรุง กระบวนการจัดสอบให้ดียิ่งขึ้น และขอยืนยันว่าผู้สอบครูผู้ช่วย สพฐ.2567 ต้องได้รับความยุติธรรมทุกคนครับ

เสมา2 นั่งหัวโต๊ะรับฟังปัญหาข้อเสนอแนะ กลุ่มมาตรา 38 ค(2) รับปากปัญหาไหนทำได้ทำทันที

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/809748

เสมา2 นั่งหัวโต๊ะรับฟังปัญหาข้อเสนอแนะ กลุ่มมาตรา 38 ค(2) รับปากปัญหาไหนทำได้ทำทันที

เสมา2 นั่งหัวโต๊ะรับฟังปัญหาข้อเสนอแนะ กลุ่มมาตรา 38 ค(2) รับปากปัญหาไหนทำได้ทำทันที

วันจันทร์ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 18.27 น.

วันที่ 10 มิถุนายน 2567  นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการการทบทวนโครงสร้างและแบ่งส่วนราชการภายในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา โดยมี ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) นางอมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา, ผู้บริหารสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา, สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา, สำนักงานปลัดศธ., และตัวแทนบุคลากรทางการศึกษาอื่น ตามมาตรา 38 ค(2) สังกัด สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  9 กลุ่ม 1 หน่วยงาน, และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม ชั้น 2 โรงเรียนราชวินิตมัธยม กทม. 

นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า ที่ประชุมได้หารือถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาของบุคลากรทางการศึกษา ตามมาตรา 38 ค(2) ซึ่งวันนี้ตัวแทนทุกกลุ่มของบุคลากรได้มาพูดคุย ซึ่งตนได้รับมอบหมายจาก พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ให้มาพูดคุยโดยมี มี เลขาธิการ กพฐ. กคศ., สภาการศึกษา, คุรุสภา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ โดยแนวทางแรกได้หารือถึงแนวทางการแก้ปัญหาเรื่องอัตรากำลัง ที่กลุ่มงานต่างๆ ของมาตรา 38 ค (2) ที่อยู่ตามเขตพื้นที่นั้นขาดอัตรากำลังไม่เพียงพอ สำหรับการแก้ปัญหาในเรื่องนี้จะต้อง จะต้องทำเรื่องเสนอถึงคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) เพื่อขอแปลอัตราเกษียณของครูผู้สอนที่เหลืออยู่ให้มาเป็นอัตราในมาตรา 38ค(2) โดยศธ.จะเสนอข้อมูลในเนื้องานที่จำเป็น หรือเหตุผลในการขอแปลอัตราจากครูผู้สอนมาเป็นตำแหน่งใน มาตรา 38 ค(2)  สองจะต้อง มีการแก้ระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งตรงนี้ทางเลขาธิการ กพฐ.จะต้องไปหารือกับคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบาย ที่มีปลัดศธ.เป็นเลขาธิการคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบาย เพื่ือหารือถึงเนื้องานระหว่างศึกษาธิการจังหวัด กับ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เนื้องจากอัตรากำลังของการศึกษาอื่น มาตรา 38ค(2) ที่มีปัญหานั้นเคยอยู่เขตพื้นที่การศึกษามาก่อน แต่เมื่อตั้งศึกษาธิการจังหวัด ก็มีการแบ่งงานและเอาคนไปช่วยงานที่ศึกษาธิการจังหวัด  แต่ตอนนี้งานโอนกลับมาเขตพื้นที่การศึกษาแล้ว แต่คนยังไม่ได้คืน ซึ่งเรื่องนี้หลายรัฐมนตรีมีความพยายามทำแล้วแต่ยังไม่สำเร็จ  วันนี้ เราจะติดตามให้ได้รับความสำเร็จว่าความจำเป็นของศึกษาธิการจังหวัด และสำนีกงานเขตพื้นที่ฯเป็นอย่างไร ถ้าเกินก็ขอคืน แต่ถ้าขาดก็ต้องช่วยกันเพราะอยู่บ้านเดียวกัน แต่ทั้งนี้ ก็ต้องตามความสมัครใจด้วย และเท่าที่รับฟังบุคลากรเหล่านี้เขาสมัครใจที่จะกลับมาสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ดังนั้น เรื่องนี้ก็น่าจะแก้ไขได้เร็วขึ้น

รมช.ศธ.กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องความก้าวหน้าของตำแหน่งต่างๆของ มาจรา 38 ค (2) ขอมานั้น ก็มอบให้ สำนักงาน ก.ค.ศ.ไปพิจารณาเรื่องการแก้กฏหมาย แก้มาตราที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ยังมีเรื่องปลีกย่อยอีกมากที่จะต้องแก้ไข ซึ่งทุกรายละเอียดปลีกย่อยจะบอกเลยว่าตรงไหนรับผิดชอบ และเสร็จที่ใคร หรือถ้าต้องแก้ที่รัฐมนตรี  หรือ  คณะรัฐมนตรี(ครม.) ก็ต้องดำเนินการรงจุดนั้น ทุกระดับพร้อมที่จะแก้ไขเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ ความขาดแคลน ความก้าวหน้า สิ่งที่เป็นปัญหาจะได้รับการคลี่คลาย ตนเชื่อว่าต่อไปนี้จะมีความชัดเจนและมีกำหนดไทม์ไลน์ของทุกฝ่ายที่รับผิดชอบด้วย

อย่างไรก็ตาม ขอขอบคุณทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องที่มาร่วมพูดคุยกันวันนี้ รวมถึงตัวแทนของ 38 ค(2) ทุกกลุ่มตามเขตพื้นที่การศึกษาต่าง ๆที่นำข้อเสนอแนะมาพูดคุยด้วยเหตุผล มารับฟังและช่วยเสนอแนะว่าสมควรจะแก้ไขแบบนี้ ซึ่งทางศธ.ก็ได้รับฟังข้อเสนอแนะที่ดีและเห็นด้วย ส่วนการทำงานแต่ละเรื่องไม่เท่ากัน เพราะฉะนั้น ตนจึงเสนอในที่ประชุมว่าอาจจะต้องตั้งคณะทำงานเพื่อติดตามแต่ละเรื่องและต้องกำหนดระยะเวลาจะได้ทราบได้ว่าแต่ละเรื่องจะเสร็จเมื่อไหร่ 

“ ก็ขอให้บุคลากร มาตรา 38 ค(2) สบายใจได้ว่าวันนี้เรามีทิศทางที่ดีและชัดเจนขึ้น ไม่มีใครหลอกใครได้แล้ว เพราะผู้ใหญ่ในศธ.ตั้งใจมาหาลือกันและวันนี้ก็ลงรายละเอียดของปัญหาและมีความคืบหน้าว่าปัญหาอยู่ตรงจุดไหน ถ้าอยู่ที่ศธ.ก็จะหาทางแก้ไขเลย แต่ถ้าอยู่นอก ศธ.ผมและ รมว.ศธ.ก็พร้อมจะประสานหน่วยงาน คณะรัฐมนตรี  หรือ รัฐบาล เพราะศธ.ตั้งใจแก้ปัญหาจริงๆ ก็ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนและอยากให้รู้ว่าศธ.เป็นห่วงอะไรที่เป็นปัญหา ศธ.มีหน้าที่กำกับดูแลก็ต้องแก้ไขปัญหา เรื่องใดที่เราทำได้ ทำดี ทำได้ ทำทันที ตามนโยบายของ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศธ.“ นายสุรศักดิ์ กล่าว 

ด้านว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) กล่าวว่า ภายหลังรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะในวันนี้แล้ว ปัญหาใดที่เป็นอำนาจของรัฐมนตรี ก็รับไปแก้ไขเลย อันไหนเป็นอำนาจของเลขาธิการ กพฐ. ก็รับมาทำ ส่วนอันไหนที่เป็นอำนาจของสำนักงาน ก.ค.ศ. ก็เสนอให้ ก.ค.ศ.แก้ไข ส่วนอันไหนที่ต้องรอกฏหมาย ก็ต้องรอ พ.ร.บ.การศึกษาฯ

“กลุ่มที่มาวันนี้ เป็นผู้แทนของ 38 ค(2) ทั้ง 9 กลุ่ม 1 หน่วยงาน ซึ่งเลือกมากลุ่มละ 3 คน  วันนี้หลังจากที่ผมรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะแล้ว ก็จะนำไปสังเคราะห์เป็นเรื่องมๆ เรื่องใดทำได้ทันทีก็ทำให้เลยตามนโยบาย รมว.ศธ. เรื่องไหนต้องรอ กฏหมายก็ต้องรอคณะรัฐมนตรี  ซึ่งเรื่องที่กลุ่ม 38 ค(2) มีความกังวล คือ เรื่องคนที่น้อย จากเดิม เรามีสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 175 เขต ซึ่งแต่ละเขตมีคน  80-100 คน ต่อมาเพิ่มเขตพื้นที่ฯเป็น 185 เขต แต่คนเท่าเดิม  และต่อมาได้เพิ่มเขตพื้นที่ฯเป็น 245 เขต คนก็ยังเท่าเดิมจึงเป็นที่มาของปัญหา และในปี 2560 ได้แยกไปตั้งศึกษาธิการจังหวัด และตั้งศึกษาธิการภาค  แต่เอาคนในเขตพื้นที่ฯไปอีก จึงเกิดปัญหาทำให้เขตพื้นที่ฯมีคนน้อยลงไปเลื่อยๆ แล้วความก้าวหน้าก็ไม่มีเขาจึงมาทวงสิทธิ หน่วยไหนที่เสร็จภาระกิจแล้วก็ควรคืนคนให้เขาบ้าง จะได้มีคนทำงาน มีขวัญกำลังใจ มีความก้าวหน้า ดังนั้น อันไหนที่ สพฐ.แก้ไขให้ได้ก็จะรีบแก้ไขให้ทันที“ เลขาธิการ กพฐ. กล่า

น้องๆ‘รร.บ้านหินดาด’นครราชสีมา เรียนรู้ Coding จาก CONNEXT ED มี CPF ช่วยหนุน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/809659

น้องๆ‘รร.บ้านหินดาด’นครราชสีมา เรียนรู้ Coding จาก CONNEXT ED มี CPF ช่วยหนุน

น้องๆ‘รร.บ้านหินดาด’นครราชสีมา เรียนรู้ Coding จาก CONNEXT ED มี CPF ช่วยหนุน

วันจันทร์ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 14.31 น.

น้องๆ‘รร.บ้านหินดาด’นครราชสีมา เรียนรู้ Coding จาก CONNEXT ED มี CPF ช่วยหนุน

ถึงแม้ว่าวิถีการดำเนินชีวิตของชุมชนบ้านหินดาด ต.หินดาด อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา จะพึ่งพิงอาชีพเกษตรกรรมเป็นส่วนใหญ่ และเด็กๆในพื้นที่ อยู่ในบริบทของสิ่งแวดล้อมการเติบโตตามอัตลักษณ์ของชุมชน

แต่ด้วยยุคสมัยที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้นเรื่อยๆ สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการที่สนับสนุนให้สถานศึกษาพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 เป็นการส่งเสริมโอกาสและยกระดับการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน          

รร.บ้านหินดาด ซึ่งเป็นโรงเรียนขนาดกลาง เปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาล 1 จนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีจำนวนนักเรียน 294 คน เป็นอีกหนึ่งโรงเรียนในโครงการมูลนิธิสานอนาคตการศึกษาคอนเน็กซ์ อีดี ที่นำกระบวนการ Coding และ Robotics มาประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอน ภายใต้โครงการ “Coding Robotics Kids”

นอกจากนี้กำหนดให้ Coding อยู่ในแผนการเรียนการสอน สำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษาตอนปลายและมัธยมศึกษาตอนต้น โดยตั้งเป้าให้นักเรียนมีทักษะการเขียน โปรแกรมควบคุมบอร์ดสมองกล สามารถนำความรู้มาประยุกต์ใช้ในการศึกษาต่อและใช้ในชีวิตประจำวัน โดยมีวิทยากรจากมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมาสนับสนุนการอบรมครูผู้สอน และมีผู้นำทางการศึกษารุ่นใหม่ (School Partner :SP) จากบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ที่ชวนทีม Robot ของซีพีเอฟ และวิทยากรจากภายนอกมาร่วมสอนน้องๆ นักเรียน ฝึกให้นักเรียนมีทักษะการวางแผน คิดแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ด้วยกระบวนการ Coding Robotics    

นายสหพันธ์ เปาจันทึก ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหินดาด เล่าว่า แม้โรงเรียนจะได้รับการสนับสนุนแท็บเล็ตจาก สพฐ. แต่วัสดุอุปกรณ์สำหรับการเรียนการสอน Coding ก็ยังไม่เพียงพอ จึงนำเรื่องนี้ปรึกษากับทีมผู้นำทางการศึกษารุ่นใหม่ของซีพีเอฟ ภายใต้โครงการคอนเน็กซ์ อีดี เสนอโครงการ Coding Robotics Kids และได้รับงบประมาณสนับสนุนจากซีพีเอฟ เพื่อจัดซื้อชุดการเรียนการสอน Coding ด้วยโปรแกรม Micro:bit นำมาต่อยอดการเรียนรู้อย่างเต็มศักยภาพ อาทิ  ป. 3- ป.4 ให้เรียน Coding อย่างง่าย เช่น การต่อบล็อกควบคุมหุ่นยนต์ ชั้นป.5 เริ่มเรียนโปรแกรม Coding ไมโครบิท ต่อบล็อกโค้ด การทำงาน-ควบคุม-รับค่าเซ็นเซอร์ เปิดปิดไฟหรือวัดอุณหภูมิ ด้วย Coding ชั้นป.6 เรียนรู้การเขียน Coding การควบคุมหุ่นยนต์รถวิ่ง

“Coding สอนให้เด็กๆคิดวิเคราะห์ ฝึกทักษะคิดแก้ปัญหาเป็นกระบวนการ นำความรู้มาประยุกต์ใช้กับวิชาอื่นๆได้ ที่ผ่านมา จัดการสอนไปแล้ว 1 รุ่น มีนักเรียนประมาณ 40 คน ที่สามารถเขียน Coding อย่างง่ายได้  ภาคเรียนนี้จะสอนอีก1 รุ่น  ประมาณ 40-50 คน ให้นักเรียนในชุมนุมการเขียนโปรแกรมด้วยไมโครบิท Coding เป็นพี่เลี้ยงส่งต่อความรู้ให้น้องๆ คาดหวังว่าในระยะต่อไป จะต่อยอดกระบวนการคิดจากบทเรียน สู่การทำสมาร์ทฟาร์มง่ายๆ” ผอ.สหพันธ์ กล่าว 

ด.ญ.กัญญาพัชร แก้วขวาน้อย นักเรียนชั้นป.6 บอกว่า รู้สึกสนุกกับการเรียน Coding ได้ทำกิจกรรมเรียนรู้หลายอย่าง ที่สามารถนำความรู้ไปต่อยอด เช่น การทำโมเดลฟาร์มอัจฉริยะ ขอขอบคุณพี่ๆซีพีเอฟที่มอบโอกาสและสนับสนุนการเรียนรู้ดีๆ ขณะที่ ด.ญ.ปิ่นมาลา จินดามาตย์ เล่าถึงสิ่งที่ได้รับ นอกจากความรู้จากการเรียน Coding ยังสามารถนำความรู้ไปปรับใช้ในการเรียนรู้วิชาอื่นได้ ดีใจมากที่มีพี่ๆซีพีเอฟเข้ามาสนับสนุนโครงการดีๆอย่างนี้ให้กับโรงเรียนของเรา ส่วน ด.ช.อภิณัฐ ตันกระโทก นักเรียนชั้นม.1 บอกว่า  Coding ทั้งสนุกและให้ความรู้ที่นำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ และยังได้ประดิษฐ์สิ่งของต่างๆ สามารถนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปช่วยชุมชนต่อไป

ซีพีเอฟ เป็นหนึ่งในบริษัทเอกชนที่ร่วมก่อตั้งมูลนิธิสานอนาคตการศึกษาคอนเน็กซ์ อีดี เพื่อขับเคลื่อนการยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาไทยในศตวรรษที่ 21 สร้างเด็กดี มีคุณธรรม โดยล่าสุด ปีการศึกษา 2567 ซีพีเอฟสนับสนุนการดำเนินโครงการด้านวิชาการ และฝึกทักษะด้านวิชาชีพ 74 โรงเรียน ในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และสระบุรี ควบคู่กับเดินหน้าสร้างผู้นำทางการศึกษารุ่นใหม่ (SP) ซึ่งปัจจุบันมี SP ของซีพีเอฟรวม 93 คน ทำหน้าที่เป็นคู่คิด ร่วมทำงานกับผู้บริหารสถานศึกษาและคณะครู สู่เป้าหมายยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาของไทยและลดความเหลื่อมล้ำ

‘มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง’มอบทุนการศึกษาชั้นประถม แก่เยาวชนที่ประพฤติดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/809656

‘มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง’มอบทุนการศึกษาชั้นประถม แก่เยาวชนที่ประพฤติดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์

‘มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง’มอบทุนการศึกษาชั้นประถม แก่เยาวชนที่ประพฤติดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์

วันจันทร์ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 14.26 น.

‘มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง’มอบทุนการศึกษาชั้นประถม แก่เยาวชนที่ประพฤติดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์

10 มิถุนายน 2567 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิฯ  เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ที่ปรึกษาประธานกรรมการ นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ คณะกรรมการ และผู้ช่วยกรรมการการมูลนิธิฯ ร่วมในพิธีมอบเงินทุนการศึกษาระดับชั้นประถม ประจำปี พ.ศ. 2567 ให้แก่เยาวชนที่ประพฤติดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ จำนวน 1,500 ทุนๆ ละ 2,000 บาท รวมเป็นจำนวนทั้งสิ้น 3,000,000 บาท

ทั้งนี้ เพื่อช่วยเหลือให้เยาวชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ได้มีโอกาสเท่าเทียม สามารถศึกษาเล่าเรียนต่อโดยไม่ต้องยุติการศึกษาเพราะขาดแคลนทุนทรัพย์ และเติบโตสร้างอนาคตตามความมุ่งหวังของตนเองและครอบครัวต่อไป โดยมี เยาวชน และผู้แทนจากสถาบันการศึกษา เป็นผู้รับมอบ  ณ ห้องประชุมชั้น 2 อาคาร 2 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิฯ เปิดเผยว่า  โครงการ “ป่อเต็กตึ๊ง เสริมสร้างอนาคตเด็กไทย” ด้วยการมอบทุนการศึกษาให้แก่เยาวชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ เป็นหนึ่งในนโยบายหลักของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งที่ได้ช่วยเหลือเสริมสร้างชีวิตให้อนาคตแก่เด็กไทยมากว่า 50 ปี โดยในปี พ.ศ. 2567 นี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้จัดสรรงบประมาณเป็นจำนวนเงินกว่า 20 ล้านบาท เพื่อเป็นทุนการศึกษาในระดับต่างๆ ได้แก่ ทุนการศึกษาระดับชั้นประถมศึกษา ทุนการศึกษาต่อเนื่องในทุกระดับชั้น ทุนการศึกษาทุกระดับปีสุดท้าย และทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนในถิ่นทุรกันดาร

บุคคลในข่าว

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/lifestyle/2791928

ทพ.อดิเรก ศรีวัฒนาวงษา เปิดประชุมวิชาการ ทันตแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย

11 มิ.ย. 2567 04:52 น.

ทพ.อดิเรก ศรีวัฒนาวงษา เปิดประชุมวิชาการ ทันตแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย

@ทพ.อดิเรก ศรีวัฒนาวงษา เปิดการประชุมวิชาการ ครั้งที่ 1/2567 ทันตแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย โดยมี ทพ.วีระวัฒน์ สัตยานุรักษ์, รศ.ทพญ.พอใจ เรืองศรี และ ทพ.ชวลิต กาญจนโอภาสวงศ์ มาร่วมประชุมด้วย ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.@

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ…..ยอดจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ…..ฉบับประจำวันอังคารที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2567

  • การเมืองเข้มข้น เข้าสู่โซนวิกฤตินิติสงคราม….อนาคตของ พรรคก้าวไกล อยู่บนเส้นยาแดงผ่าแปด ….กระบวนการวินิจฉัยคดียุบพรรคก้าวไกล ข้อหา ล้มล้างการปกครอง ของ ศาลรัฐธรรมนูญ ที่ต้องลุ้นระทึกในวันที่ 12 มิ.ย.นี้….แม้ ชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล จะอ้างข้อกฎหมายที่แตกต่างและอำนาจในการวินิจฉัยการยุบพรรคมาเป็นข้อต่อสู้ อย่างไร….หรือ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล…จะเปรียบเทียบ คดียุบพรรคก้าวไกลเป็นคดีอาญา ที่มีความรุนแรงเท่ากับ เป็นการประหารชีวิตทางการเมือง…..ศาลรัฐธรรมนูญ ต้อง ใช้มาตรฐานทางกฎหมายที่เข้มข้น….ยืนยันโทษ การยุบพรรคมีได้แต่ต้องใช้อย่างระมัดระวังและมีไว้ปกป้องประชาธิปไตย…..เป็นทางเลือกสุดท้ายที่ไม่มีทางเลือกอื่นเท่านั้น……การเมืองถึงจุดเปลี่ยน ไม่ว่าจะชักแม่น้ำทั้งห้ากี่กระบวนท่า ยากจะต้านทาน…..นิติสงคราม ไม่เคยปรานีใครอยู่แล้ว
ตามไปชม เอ็มมานูเอล เดลริเออ และ แดเนียล บอมบาร์ดี้ เปิดนิทรรศการ Gucci Visions นำเสนอเรื่องราวประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่าศตวรรษ จัดถึง 21 ก.ค. โดยมี ศุภลักษณ์ อัมพุช, เกรียงศักดิ์ ตันติพิภพ และ อัลแมนโด้ โทโรเมลลี่ มาร่วมงานด้วย ที่เอ็มสเฟียร์ วันก่อน.
ที่สระแก้ว ปริญญา โพธิสัตย์ ผวจ.สระแก้ว เป็นประธานเปิด “ไทวัสดุ” ศูนย์รวมสินค้าวัสดุก่อสร้าง เครื่องมือและอุปกรณ์ช่างเพื่องานตกแต่งซ่อมแซม โดยมี สุทธิสาร จิราธิวัฒน์, ปาริชาติ ยามวินิจ, สุเทพ ชัยวัฒน์ และ เอกภพ โสภณ มาร่วมงานด้วย ที่ อ.เมือง จ.สระแก้ว วันก่อน.
  • มองปรากฏการณ์ การเปิดตัวของอดีตผู้นำ ทักษิณ ชินวัตร…ลงพื้นที่เสื้อแดง ปทุมธานี อ้อน ขอให้เสื้อแดง กลับมาสนับสนุนเหมือนเดิม ….ก่อนที่จะมีการ เลือกนายก อบจ.ปทุมธานี ในวันที่ 30 มิ.ย.นี้ คู่แดงเดือด ระหว่างอดีตนายก อบจ.ทั้งคู่…พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีตน้องรัก กับ ชาญ พวงเพ็ชร์ ที่ประกาศลงสมัครนายก อบจ.ในนาม พรรคเพื่อไทย……เป็นพื้นที่ตัดสินอนาคตทางการเมืองระหว่าง เสื้อแดง กับ ด้อมส้ม …..ส่วนที่พาดพิงไปถึง คนในบ้านป่า….หรือกรณีการเดินทางเข้ารับฟังข้อกล่าวหา คดี ม.112 ที่เกิดจาก การปฏิวัติแล้วยัดข้อหา ในวันที่ 18 มิ.ย. …ทักษิณ โต้ ไม่เคยคิดหนีไปต่างประเทศและไม่เคยมีดีลกับใคร นอกจาก หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (แพทองธาร ชินวัตร)…ก่อนจะประกาศเจตนารมณ์  ยึดหลักความจงรักภักดีต่อสถาบัน…..ส่งสัญญาณ การเมืองใกล้ถึงจุดเปลี่ยน สมบูรณ์แบบ 
ทันตแพทย์ ทพ.อดิเรก ศรีวัฒนาวงษา เปิดการประชุมวิชาการ ครั้งที่ 1/2567 ทันตแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย โดยมี ทพ.วีระวัฒน์ สัตยานุรักษ์, รศ.ทพญ.พอใจ เรืองศรี และ ทพ.ชวลิต กาญจนโอภาสวงศ์ มาร่วมประชุมด้วย ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.
แยกขยะ นพ.เสถียร ภู่ประเสริฐ และ พญ.กีรติ์นุช เรียวโชติสกุล จัดกิจกรรม “ทิ้ง E-Waste ให้ถูกที่ สร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีไปด้วยกัน” เพื่อรณรงค์สร้างความเข้าใจในการคัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกวิธี ทิ้งในจุดรับพร้อมนำไปรีไซเคิลตามกระบวนการถูกต้อง ที่โรงพยาบาลพระรามเก้า วันก่อน.
  • จับตาปรากฏการณ์ก่อนหน้านี้ จักรภพ เพ็ญแข นักโทษการเมืองที่กลับเข้ามาพร้อมจะสู้คดี…ล่าสุด วัฒนา อัศวเหม อดีต รมช.มหาดไทย อดีตเจ้าพ่อปากน้ำคนดัง…มีคลิปการเข้าพบของ แกนนำการเมืองท้องถิ่นปากน้ำ อาทิ สจ.แดง ชนะ หงวนงามศรี โดยเฉพาะ สุนทร ปานแสงทอง อดีต รมช.เกษตรฯ สมัย รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  ผู้สมัครนายก อบจ.สมุทรปราการ ….รายงานข่าวระบุว่า วัฒนา จำเลยที่หลบหนีคำพิพากษา คดีทุจริตออกโฉนดที่ดินคลองด่าน  และ โครงการบำบัดน้ำเสีย  ซึ่ง คดีได้หมดอายุความ (15 ปี) ไปเรียบร้อย….และ วัฒนา เตรียมที่จะเดินทางกลับประเทศไทย  อีกราย…. บรรทัดนี้ต้องโฟกัสไปที่ ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม อีกกระทอก
สวยเสมอ ณัฐธีรา บุญศรี, ธาพิดา นรพัลลภ และ แพทริค จีโร จัดงาน “Beauty of The Future” เผยเทรนด์นวัตกรรมความงามและผลิตภัณฑ์จากแบรนด์บิวตี้ลักชัวรีระดับโลก โดยมี เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ และ ปุญญ์ปรีดี คุ้มพร้อม รอดสวาสดิ์ มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.
10 ขวบ อลิสแตร์ ทอยน์ และ ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร จัดดินเนอร์สุดหรู “Krug x Single Ingredients” ฉลองครบรอบ 10 ปี Krug แชมเปญชั้นนำระดับโลก โดยมี เกริกพล มัสยวาณิช, นาตาลี เจียรวนนท์, หลุยส์ เตชะอุบล และ ภูลิชยา เหรียญทอง มาร่วมงานด้วย ที่ร้านอาหารนุสรา วันก่อน.
  • ที่ยังดราม่าไม่เลิก โครงการหวยเกษียณ อ้างเป็นนโยบายที่  เพื่อไทย ลอกเอามาจาก ไทยสร้างไทย…..คำตอบสุดท้ายจาก นายกฯเศรษฐา ให้ไปดูจากโซเชียลมีเดียฟุตพริ้นท์เอาไม่อยากเถียงให้เป็นวาทกรรม….และที่ สำนักข่าวต่างประเทศ อ้างมีรายงานข่าวว่ารัฐบาลจะตั้ง กิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีต รมว.คลัง ประธานที่ปรึกษานายกฯ หรือ ศุภวุฒิ สายเชื้อ ประธานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นแคนดิเดต ประธานบอร์ดแบงก์ชาติ  คนใหม่….ถึงอยากให้เป็นก็เป็นไม่ได้ เพราะเป็นที่ปรึกษานายกฯแล้ว….จบข่าว
โฉมใหม่ วิลล์ โก จัดงานเปิดบูติกโฉมใหม่ของ “Versace” พร้อมแนะนำคอลเลกชัน Versace’s LA VACANZA 2024 โดยมี วิไลพร ปิติมานะอารี, มณีจันทร์ สมิทธิสมบูรณ์, จารวี กิติศักดิขจร, นงลักษณ์ จิตต์เจนการ และ ชวโรจน์ เครือแปง มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัล ภูเก็ต วันก่อน.
  • ส่องประเทศเพื่อนบ้าน….สำนักข่าวซินหัว รายงานข่าวการเปิดท่าเรืออเนกประสงค์ กัมปอต หนึ่งในโครงการโลจิสติกส์ และท่าเรือขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ที่ เมืองโบกอร์ โดยนายกฯกัมพูชา ฮุน มาเนต ตั้งเป้าจะให้เป็นประตูสู่นานาชาติแห่งใหม่ …..ในอนาคตจะกลายเป็นเส้นทางขนส่งทางทะเลสายใหม่ ที่สำคัญ ด้วยงบประมาณการลงทุนเฟสแรก มูลค่า 140 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 5,100 ล้านบาท …..ที่ต้องจับตา ไบต์แดนซ์ บริษัทแม่ของ ติ๊กต่อก เตรียมลงทุนครั้งใหญ่ ในมาเลเซีย จากการเปิดเผยของ เต็งกู ซาฟรุล อับดุล อาซิส รมว.การลงทุน การค้าและอุตสาหกรรมมาเลเซีย ระบุบริษัท ไบต์แดนซ์ จากจีน วางแผนจะจัดตั้ง ศูนย์ปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ ในมาเลเซียอีกราย…ข่าวท่องเที่ยว  นายกฯเศรษฐา ทวีสิน เปิดงาน เมืองน่าเที่ยว หนึ่งในโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจภายใต้นโยบาย IGNITE TOURISM THAILAND ด้วยกลยุทธ์สำคัญ เชื่อมโยงการท่องเที่ยวจากเมืองหลักไปสู่เมืองน่าเที่ยว  นำไปสู่การกระจายรายได้อย่างทั่วถึง ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน…ดึงดูดนักท่องเที่ยวตามเป้าหมาย เป็น Tourism Hup ที่สำคัญของโลก โดยใช้ความสดใหม่บวกกับเสน่ห์แบบไทยๆ ให้นักท่องเที่ยวขยายวันพักและค่าใช้จ่าย โดย รัฐบาลเห็นชอบมาตรการลดหย่อนภาษี กระตุ้นการท่องเที่ยวเมืองน่าเที่ยว ในช่วง Low Season บุคคลธรรมดา สามารถนำค่าที่พักเมืองรองหักเป็นค่าใช้จ่ายตามจริงไม่เกิน 15,000 บาท และ นิติบุคคล นำค่าใช้จ่ายการจัดอบรมสัมมนาในเมืองน่าเที่ยวหักเป็นรายจ่ายได้ 2 เท่า ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.-30 พ.ย.ศกนี้… สถานการณ์ท่องเที่ยว ในภูมิภาค ภาคเหนือ เดือน ม.ค.-เม.ย. มี นักท่องเที่ยวคนไทย 7.64 ล้านคนต่อครั้ง โตขึ้นร้อยละ 2.18 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และจำนวน นักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่ 1.96 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 26.57 จากปี 2566 …..เมืองไทยเที่ยวได้ทุกภาคทุกฤดู สมชาย ชมภูน้อย ผอ.ภูมิภาคภาคตะวันออก ททท. ร่วมกับ รณรงค์ นครจินดา ผู้ว่าฯปราจีนบุรี เปิดแคมเปญ 9 ที่เที่ยวฝนนี้มีดีที่ตะวันออก กระตุ้นการท่องเที่ยว 9 จังหวัดภาคตะวันออก ในช่วง Green Season ด้วยโปรโมชันสุดคุ้ม ภายใต้ทางเลือกที่หลากหลายในงาน ไทยเที่ยวไทย ระหว่าง 27-30 มิ.ย. ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ….เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมว.การท่องเที่ยวฯ ยืนยันเป้าหมายการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวปีนี้ 3.5 ล้านล้านบาท สร้างเสริมศักยภาพให้กับบุคลากรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวด้วยการบริการที่เป็นเลิศจับมือ พิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.แรงงาน ชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และ ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. แถลงกิจกรรม Ignite Tourism Thailand : TAT Skill Factory ที่จะมีขึ้นในวันที่ 15-16 มิ.ย. ที่โรงแรมแอมบาสซาเดอร์

“อินทรีเหล็ก”

ผลการศึกษาใหม่ชี้ ช้างแอฟริกาเรียกกันและกันด้วยชื่อ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2792196

ผลการศึกษาใหม่ชี้ ช้างแอฟริกาเรียกกันและกันด้วยชื่อ

11 มิ.ย. 2567 07:18 น.

ผลการศึกษาใหม่ชี้ ช้างแอฟริกาเรียกกันและกันด้วยชื่อ

ผลการศึกษาใหม่ชี้ว่า ช้างสามารถคิดค้นชื่อและเรียกขานกันและกันด้วยชื่อได้ รวมถึงสามารถรับรู้ได้ด้วยว่าคำเรียกนี้สื่อถึงตนเองหรือไม่

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทีมวิจัยนานาชาติเผยแพร่ผลการศึกษาใหม่ในวันจันทร์ที่ 10 มิ.ย. 2567 โดยพวกเขาพบว่า ช้างป่าแอฟริกาเรียกช้างตัวอื่นด้วยชื่อที่พวกมันสร้างขึ้นเพื่อกันและกันโดยเฉพาะ ทำให้มันกลายเป็นสัตว์ที่ไม่ใช่มนุษย์ชนิดแรกที่ใช้ชื่อเรียกพวกเดียวกัน และไม่ได้ใช้การเลียนแบบเสียงแบบกรณีของโลมากับนกแก้ว

เพื่อการศึกษานี้ ทีมนักวิจัยจากนานาชาติได้ใช้อัลกอริทึมของเอไอ (ปัญญาประดิษฐ์) ในการวิเคราะห์การเรียกขานกันของช้างป่าแอฟริกา 2 โขลงในทุ่งสะวันนาในประเทศเคนยา

นายไมเคิล ปาร์โด หัวหน้าผู้เขียนงานรายงานการวิจัย ซึ่งเผยแพร่ผ่านวารสาร ‘Nature Ecology & Evolution.’ ระบุว่า การศึกษานี้ไม่เพียงแต่แสดงให้เห็นว่าช้างใช้เสียง หรือคำที่ผลิตด้วยเสียงสำหรับช้างแต่ละตัวแล้วยังพบด้วยว่าพวกมันรับรู้และมีปฏิกิริยาต่อเสียงที่เรียกตัวมัน และเมินเฉยต่อเสียงที่เรียกช้างตัวอื่น

สิ่งนี้บ่งชี้ว่าช้างสามารถระบุได้ว่าเสียงเรียกนั้นมีเจตนาสื่อถึงพวกมันโดยใช้เพียงการฟัง นายปาร์โด ซึ่งเป็นนักนิเวศวิทยาเชิงพฤติกรรมของมหาวิทยาลัยรัฐโคโลราโด ระบุในแถลงการณ์

ทั้งนี้ ทีมวิจัยใช้เอไอวิเคราะห์เสียงร้องของช้างที่บันทึกไว้จากเขตสงวนแห่งชาติ ‘ซัมบูรู’ (Samburu) กับอุทยานแห่งชาติ ‘อัมโบเซลี’ (Amboseli) ระหว่างปี 2529-2565 และสามารถจำแนกเสียงเรียกที่แตกต่างกันได้ 469 ครั้ง ซึ่งรวมถึงการส่งเสียงเรียกของช้าง 101 ครั้ง และการส่งเสียงตอบรับ 117 ครั้ง

ช้างทำเสียงได้หลากหลายมาก ตั้งแต่เสียงดังเหมือนแตรไปจนถึงเสียงครางยาวที่ต่ำจนหูมนุษย์ไม่ได้ยิน โดยพวกมันไม่ได้ใช้ชื่อเรียกกันตลอดเวลา แต่มักจะใช้การเรียกชื่อเมื่ออยู่ห่างกันเป็นระยะทางไกล และเมื่อช้างผู้ใหญ่เรียกช้างรุ่นเยาว์

นอกจากนั้นพวกเขายังพบว่าช้างวัยผู้ใหญ่ใช้การเรียกชื่อมากกว่าช้างรุ่นเยาว์ บ่งชี้ว่าอาจต้องใช้เวลานานหลายปีกว่าที่ช้างจะเรียนรู้ความสามารถนี้

นักวิทยาศาสตร์ทดลองเปิดเสียงเวลาที่ช้างเรียกเพื่อน หรือครอบครัวของมัน ปรากฏว่าช้างที่ถูกเรียกมีปฏิกิริยาตอบสนองในเชิงบวกและกระฉับกระเฉง แต่ช้างตัวเดียวกันนี้กลับไม่มีปฏิกิริยามากนัก เมื่อนักวิทยาศาสตร์เปิดเสียงเรียกชื่อช้างตัวอื่นให้ฟัง

นายจอร์จ วิทเทอไมเยอร์ หนึ่งในผู้ร่วมเขียนงานวิจัยระบุว่า โลมา หรือนกแก้ว เรียกขานกันและกันด้วยการเลียนแบบเสียงของเพื่อนร่วมสายพันธุ์ตัวอื่น แต่ช้างไม่ใช่เช่นนั้น ทำให้ตอนนี้มีเพียงช้างกับมนุษย์เท่านั้นที่นักวิทยาศาสตร์รู้ว่าสามารถคิดค้นชื่อเรียกขานเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ได้ โดยไม่ได้ใช้การเลียนแบบเสียงของฝ่ายรับ.

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : the guardian

“นเรนทรา โมดี” สาบานตนรับตำแหน่งนายกฯ สมัยที่ 3 กับความท้าทายที่รออยู่

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2791942

"นเรนทรา โมดี" สาบานตนรับตำแหน่งนายกฯ สมัยที่ 3 กับความท้าทายที่รออยู่

11 มิ.ย. 2567 06:41 น.

“นเรนทรา โมดี” สาบานตนรับตำแหน่งนายกฯ สมัยที่ 3 กับความท้าทายที่รออยู่

  • นายนเรนทรา โมดี นำพรรคพันธมิตรเข้าบริหารประเทศต่ออีก 5 ปี โดยเขาเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 2 ของอินเดีย ที่ได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอินเดียถึง 3 สมัยติดต่อกัน หลังจากรัฐบุรุษ ชวาหะร์ลาล เนห์รู เคยสร้างสถิติไว้ 
  • ขณะเดียวกันก็เป็นครั้งแรกที่ พรรคภารตียชนตา (BJP) ได้สส.ไม่ถึงครึ่งหนึ่ง ทำให้ต้องไปพึ่งพาพรรคอื่นๆ ในกลุ่มพันธมิตรประชาธิปไตยแห่งชาติ (NDA) จึงจะคว้าเสียงข้างมากได้สำเร็จ และต้องจัดตั้งรัฐบาลผสม 

การเลือกตั้งทั่วไปของอินเดียที่กินเวลายาวนาน และสิ้นสุดลงเมื่อ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา มีผลออกมาพลิกความคาดหมายเมื่อ พรรคภารตียชนตา (BJP) ของนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ได้ สส.เพียง 240 คน ไม่ถึงครึ่งหนึ่ง หรือ 272 คน ทำให้นี่เป็นครั้งแรกที่ BJP ต้องพึ่งพาพรรคอื่นๆ ในกลุ่มพันธมิตรประชาธิปไตยแห่งชาติ (NDA) จึงจะคว้าเสียงข้างมากได้สำเร็จ และต้องจัดตั้งรัฐบาลผสม

อำนาจและการเมือง


ผู้เชี่ยวชาญมองว่า ความทะเยอทะยานในเวทีการเมืองโลกของโมดี มีอย่างหนึ่งที่ไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงในระยะนี้คือ ความสัมพันธ์ระหว่างอินเดียกับสหรัฐฯ ซึ่งเป็นความสัมพันธ์ที่ช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของนายกรัฐมนตรีโมดี ในฐานะผู้มีอำนาจในเวทีโลก โดยอินเดียกลายเป็นพันธมิตรด้านความมั่นคงที่สำคัญสำหรับสหรัฐฯ และเป็นเสาหลักของการจัดตั้งกลุ่ม Quad ควบคู่ไปกับญี่ปุ่นและออสเตรเลีย และขยายความร่วมมือด้านเทคโนโลยีขั้นสูง และการป้องกันประเทศ

ประธานาธิบดีโจ ไบเดนของสหรัฐฯ ส่งข้อความแสดงความยินดีถึงนายโมดี สำหรับชัยชนะของเขาเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมกล่าวยกย่องมิตรภาพระหว่างสหรัฐฯ และอินเดียว่า เป็นมิตรภาพที่เติบโตงอกเงยขึ้นเมื่อเราปลดล็อกอนาคตที่มีร่วมกัน แบบมีศักยภาพไร้ขีดจำกัด

อย่างไรก็ตาม ฟาร์วา อาเมอร์ ผู้อำนวยการโครงการเอเชียใต้ สถาบันนโยบายสังคมเอเชียในนิวยอร์ก กล่าวว่า ความสัมพันธ์ระหว่างอินเดียกับสหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะแข็งแกร่งขึ้นในระยะเวลาอันใกล้นี้เท่านั้น โดยทั้งสองประเทศมีความกังวลร่วมกันเกี่ยวกับเสถียรภาพของภูมิภาค และกำลังพัฒนาความร่วมมือด้านกลาโหมและเทคโนโลยีที่กำลังขยายตัว 

ความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ปัจจัยหนึ่งที่ต้องจับตาภายหลังการชนะการเลือกตั้งอย่างเจ็บปวดของโมดี คือรัฐบาลใหม่จะส่งสัญญาณความสัมพันธ์ของอินเดียกับประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียใต้อย่างไร ท่ามกลางการเคลื่อนไหวของกลุ่มลัทธิชาตินิยมฮินดูที่เข้มข้นในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่งไม่เพียงแต่กระตุ้นความแตกแยกและความรุนแรงภายในประเทศเท่านั้น แต่ยังอาจจะทำให้เกิดความขัดแย้งในภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเพื่อนบ้านปากีสถาน 

ตอนนี้พรรค BJP ของโมดีจะต้องตอบคำถามเรื่องผลประโยชน์ของพันธมิตรแนวร่วม และเผชิญกับการตรวจสอบที่รุนแรงขึ้นจากฝ่ายค้าน ซึ่งอาจบั่นทอนวาระชาตินิยมฮินดู และนักวิเคราะห์เน้นย้ำว่าต้องใช้เวลาพอสมควรเพื่อดูว่า BJP ปรับเปลี่ยนเป้าหมายนโยบายและวาทกรรมทางการเมืองใหม่อย่างไร

นายสุชานต์ ซิงห์ อาจารย์จากมหาวิทยาลัยเยล ในสหรัฐฯ กล่าวว่าหากเป็นเรื่องการเมืองปกติก็คงจะไม่มีอะไรมากนัก แต่เพื่อตอบสนองฐานเสียงกลุ่มชาตินิยมของพวกเขา ทางพรรค BJP อาจเลี่ยงไปใช้วิธีอื่น อย่างการใช้วาทศิลป์เพิ่มขึ้น แต่ก็ต้องติดตามดูต่อไปว่าจะมีการเรียกร้องทางการเมืองอย่างไร

ผลงานของโมดีที่ผ่านมา

นายกรัฐมนตรีโมดีได้ยกระดับภาพลักษณ์ของอินเดียในเวทีโลกอย่างที่ไม่เคยมีผู้นำคนไหนทำได้มาก่อน อินเดียมีเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็ว และอยู่ในฐานะประเทศที่มีบทบาทโดดเด่นในเวทีโลก และเป็นผู้นำในประเด็นระดับโลก อาทิ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ขณะเดียวกันก็ทำให้อินเดียเป็นพันธมิตรด้านความมั่นคงที่สำคัญของสหรัฐฯ 

ชัยชนะของโมดี วัย 73 ปี ได้ทำให้เขาและ BJP พรรคชาตินิยมฮินดูของเขามีเวลาอีก 5 ปี ในการยกระดับชื่อเสียงระดับโลกของอินเดีย และเพื่อจัดการความสัมพันธ์ที่ร้าวฉานกับประเทศเพื่อนบ้านที่ติดอาวุธนิวเคลียร์อย่างจีน และปากีสถาน

ความท้าทายที่รออยู่


แม้พรรค BJP จะมีแนวร่วมที่เป็นเอกภาพ แต่นักวิเคราะห์การเมืองอย่าง โซยา ฮาซัน จากมหาวิทยาลัยเยาวหระลาล เนห์รู ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในกรุงนิวเดลี มองว่า พันธมิตรแนวร่วมใหม่ของนายกรัฐมนตรีโมดีอาจนำไปสู่ความขัดแย้งในวันข้างหน้า เนื่องจาก จันทราบาบู ไนดู และนิทิศ กุมาร์ ต่างก็เป็นนักการเมืองเจ้าเล่ห์ และยังไม่เห็นด้วยกับวาระชาตินิยมของ BJP ดังนั้นในบางโอกาสโมดีอาจจะต้องปะทะกับสองคนนี้ และอาจถึงขั้นแตกหัก 

ขณะเดียวกัน โมดียังอยู่ภายใต้แรงกดดันเพื่อให้แน่ใจว่าช่องว่างทางเศรษฐกิจของอินเดียจะไม่ขยายห่างออกไปอีก โดยเศรษฐกิจของอินเดียขยายตัว 8.2% ในปีงบประมาณที่แล้ว ซึ่งเป็นหนึ่งในอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่รวดเร็วที่สุดในบรรดาประเทศเศรษฐกิจหลักๆ ของโลก

อย่างไรก็ตาม ภายในประเทศกลับมีปัญหาคนว่างงานสูง การจ้างงานต่ำ สินค้าราคาแพงขึ้น ในขณะที่รายได้ของประชาชนยังต่ำ โดยระหว่างปราศรัยหาเสียง โมดี กล่าวว่า ชนชั้นกลางเป็นพลังขับเคลื่อนของประเทศ และเมื่อกลับเข้าไปบริหารประเทศอีกครั้ง เขาจะทำงานอย่างหนักเพื่อช่วยเพิ่มรายได้ของชนชั้นกลาง ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และหาทางช่วยให้เกิดโอกาสและความเปลี่ยนแปลงแก่คนกลุ่มนี้.  

คณะมนตรีความมั่นคง UN โหวตหนุนแผนหยุดยิงถาวรอิสราเอล-กาซา

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2792184

คณะมนตรีความมั่นคง UN โหวตหนุนแผนหยุดยิงถาวรอิสราเอล-กาซา

11 มิ.ย. 2567 03:40 น.

คณะมนตรีความมั่นคง UN โหวตหนุนแผนหยุดยิงถาวรอิสราเอล-กาซา

คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ลงมติสนับสนุนแผนการ 3 ขั้นของสหรัฐฯ เพื่อการหยุดยิงอย่างถาวรและปลอดภัยต่อตัวประกันในฉนวนกาซา

เมื่อวันจันทร์ที่ 10 มิ.ย. 2567 คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ลงมติด้วยคะแนนเสียงเห็นชอบ 14 เสียง งดออกเสียง 1 เสียง ผ่านมติสนับสนุนข้อเสนอของสหรัฐฯ ซึ่งเสนอแผนเพื่อการหยุดยิงถาวรระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาส และเพื่อปล่อยตัวประกันทุกคนในฉนวนกาซาแล้ว

รัสเซียไม่ได้ร่วมการลงมติในครั้งนี้ ขณะที่ ชาติสมาชิก UNSC ที่เหลืออีก 14 ประเทศ รวมถึงสหรัฐฯ ต่างโหวตเห็นชอบ

ข้อเสนอของสหรัฐฯ มีการกำหนดเงื่อนไขหลายข้อเพื่อบรรลุการหยุดยิงอย่างสิ้นเชิงและเต็มรูปแบบ, การปล่อยตัวประกันที่ถูกกลุ่มฮามาสจับตัวเอาไว้, คืนร่างตัวประกันที่เสียชีวิตกลับสู่ครอบครัว และแลกเปลี่ยนนักโทษชาวปาเลสไตน์

แผนการนี้แบ่งออกเป็น 3 ช่วง เริ่มการจากแลกเปลี่ยนตัวประกันกับนักโทษชาวอิสราเอล รวมถึงการหยุดยิงระยะสั้น ส่วนช่วงที่ 2 จะรวมถึงการยุติความเป็นศัตรูกันอย่างถาวร และการถอนทหารทั้งหมดของอิสราเอลออกจากฉนวนกาซา และช่วงที่ 3 เป็นแผนการระยะยาวเพื่อฟื้นฟูฉนวนกาซาขึ้นมาใหม่

การผ่านมติในครั้งนี้เกิดขึ้นไม่กี่สัปดาห์หลังจาก ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า อิสราเอลตกลงแผนการ 3 ขั้น ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการหยุดยิงอย่างถาวรในฉนวนกาซาแล้ว

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ยังคงยืนกรานว่าจะทำสงครามกับกลุ่มฮามาสต่อไปจนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย 3 อย่างคือ การทำลายขีดความสามารถทางทหารและการบริหารของกลุ่มฮามาส, การปลดปล่อยตัวประกันทุกคน และการรับประกันว่าฉนวนกาซาจะไม่เป็นภัยต่ออิสราเอลอีกต่อไป.

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ระทึก เครื่องบินรองประธานาธิบดีมาลาวี กับอีก 9 ชีวิต หายสาบสูญ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2792173

ระทึก เครื่องบินรองประธานาธิบดีมาลาวี กับอีก 9 ชีวิต หายสาบสูญ

11 มิ.ย. 2567 00:35 น.

ระทึก เครื่องบินรองประธานาธิบดีมาลาวี กับอีก 9 ชีวิต หายสาบสูญ

เครื่องบินที่รองประธานาธิบดีมาลาวีโดยสาร หายสาบสูญไปหลังจากออกเดินทางจากเมืองหลวง โดยจนถึงขณะนี้ยังไม่รู้ชะตากรรมของเขากับผู้โดยสารและลูกเรือคนอื่นๆ

เมื่อวันจันทร์ที่ 10 มิ.ย. 2567 สำนักงานประธานาธิบดีของประเทศมาลาวีออกแถลงการณ์ว่า เครื่องบินที่รองประธานาธิบดี เซาลอส ชิลิมา วัย 52 ปี โดยสาร พร้อมกับผู้โดยสารและลูกเรือคนอื่นๆ อีก 9 ชีวิต หายไปจากจอเรดาร์ หลังบินออกจากเมืองหลวง กรุงลิลองเว เมื่อช่วงเช้าวันเดียวกันนี้

เครื่องบินลำนี้มีกำหนดการลงจอดที่ท่าอากาศยานนานาชาติ มซูซู ทางตอนเหนือของมาลาวี ในเวลาประมาณ 10.00 น. แต่เครื่องกลับเดินทางมาไม่ถึงตามกำหนด

ประธานาธิบดีลาซารัส ชาเควรา ออกคำสั่งให้มีปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยในทันที หลังได้รับแจ้งจากผู้บัญชาการกองทัพว่าไม่สามารถติดต่อเครื่องบินลำนี้ได้ พร้อมยกเลิกกำหนดการเดินทางไปยังประเทศบาฮามาส และว่าจะมีการแจ้งความคืบหน้าต่อสังคมเมื่อเจ้าหน้าที่ทราบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมแล้ว

ผู้โดยสารคนอื่นๆ รวมถึงนาง แมรี ภริยาของนายชิลิมา กับเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่งจากพรรค UTM ของรองประธานาธิบดีรายนี้

อย่างไรก็ตาม พลเอก วาเลนติโน ฟิรี บอกกับนายชาเควราว่า ตอนนี้ยังไม่ทราบสาเหตุที่ทำให้เครื่องบินของรองประธานาธิบดีชิลิมาหายสาบสูญไป ขณะที่นาย โมเสซ คุนคูยู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสารสนเทศ บอกกับสำนักข่าว บีบีซี ว่า ปฏิบัติการค้นหากำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้น

ทั้งนี้ นายชิลิมากำลังเดินทางไปเป็นตัวแทนรัฐบาลเพื่อร่วมพิธีศพของนาย ราล์ฟ คาซามบารา อดีตรัฐมนตรีประจำคณะรัฐมนตรี ซึ่งเสียชีวิตเมื่อ 3 วันก่อนหน้านี้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ตร.กรีซชี้ พิธีกรดังอังกฤษ เสียชีวิตตามธรรมชาติ คาดป่วยขณะเดินเที่ยว

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2792185

ตร.กรีซชี้ พิธีกรดังอังกฤษ เสียชีวิตตามธรรมชาติ คาดป่วยขณะเดินเที่ยว

11 มิ.ย. 2567 04:10 น.

ตร.กรีซชี้ พิธีกรดังอังกฤษ เสียชีวิตตามธรรมชาติ คาดป่วยขณะเดินเที่ยว

ผลการชันสูตรเบื้องต้นชี้ว่า ดร.ไมเคิล มอสลีย์ พิธีกรและกูรูด้านการลดน้ำหนักชาวอังกฤษ เสียชีวิตด้วยสาเหตุตามธรรมชาติ โดยเชื่อว่าอาจเกิดอาการป่วยขณะเดินเที่ยว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 2567 ว่า ผลการชันสูตรเบื้องต้นชี้ว่า พิธีกรรายการโทรทัศน์และกูรูด้านการลดน้ำหนักชื่อดัง วัย 67 ปี เสียชีวิตจากสาเหตุตามธรรมชาติ โดยไม่พบบาดแผลใดๆ บนร่างของเขาที่อาจส่งผลให้เขาเสียชีวิตเลย

นายมอสลีย์กับภรรยาเดินทางมาท่องเที่ยวที่เกาะซีมี เกาะเล็กๆ ของกรีซที่มีความยาวเพียง 16 กม. และมีประชากรเพียง 2,500 คน จากนั้น นายมอสลีย์ ไปเดินเที่ยวคนเดียว แล้วหายตัวไปเมื่อวันพุธที่ 5 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยมีผู้พบเห็นเขาครั้งสุดท้ายในเวลา 13.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ทำให้เกิดการค้นหาครั้งใหญ่

จนกระทั่งในวันอาทิตย์ที่ (9 มิ.ย.) เจ้าหน้าที่ก็พบศพของ นายมอสลีย์ ในพื้นที่ที่เต็มไปด้วยก้อนหิน ห่างจากหาด ‘อาเกีย มารินา’ (Agia Marina) ทางเหนือสุดของเกาะซีมี ราว 20 ม. และอยู่ตรงข้ามกับชายหาด ‘อากิออส นิโคลาออส’ (Agios Nikolaos) ที่นายมอสลีย์เริ่มออกเดินเที่ยวก่อนจะหายตัวไป

อย่างไรก็ตาม ตำรวจเชื่อว่าอดีตเภสัชกรผู้นี้น่าจะเสียชีวิตในเวลาประมาณ 16.00 น. ของวันพุธแล้ว (ตามเวลาท้องถิ่น)

น.ส.คอนสแตนตินา ดิโมกลิโด โฆษกตำรวจกรีซ บอกกับสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นว่า ศพของ นายมอสลีย์ ถูกพบโดยเรือซึ่งมี นายเลฟเตอริส ปาปาคาโลโดคัส นายกเทศมนตรีเกาะซีมีนั่งมาด้วย ซึ่งลักษณะท่าทางของศพบ่งชี้ว่าเขานั่งอยู่ก่อนจะเสียชีวิต โดยอาจเป็นเพราะรู้สึกไม่ดี หรือไม่สบาย

อย่างไรก็ตาม ตำรวจไม่คิดว่า นายมอสลีย์ จะนั่งเป็นเวลานาน เนื่องจากเวลาเสียชีวิตของเขาใกล้เคียงกับเวลาที่เขาใช้เดินมายังสถานที่แห่งนี้

ทั้งนี้ นายมอสลีย์ ปรากฏตัวในรายการโทรทัศน์ของสหราชอาณาจักรมากมายในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา รวมถึงในซีรีส์ ‘Trust Me, I’m a Doctor’ กับรายการ ‘The One Show’ ของช่องบีบีซี และรายการ ‘This Morning’ ของช่องไอทีวี

ดร.มอสลีย์ ยังเป็นกูรูเรื่องการลดน้ำหนัก และพิธีกรรายการสุขภาพเจ้าประจำของช่อง BBC เขาเป็นที่รู้จักอย่างมากจากการทำให้วิธีลดน้ำหนักที่เรียกว่า ‘5:2 diet’ หรือการทานอาหารตามปกติ 5 วัน และงดอาหาร 2 วันใน 1 สัปดาห์ เป็นที่นิยมขึ้นมา โดยเขาอ้างว่าวิธีการนี้ช่วยให้ลดน้ำหนักได้มาก.

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn