‘ทักษิณ’ ลั่นรู้เบื้องหลัง สว. ร้อง ‘นายกฯ’ บอก แก่แล้ว ไม่มีน้ำยาเช็กบิลใคร

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575419

25 พ.ค. 2567

13:04 น.

‘ทักษิณ’ ลั่นรู้เบื้องหลัง สว. ร้อง ‘นายกฯ’ บอก แก่แล้ว ไม่มีน้ำยาเช็กบิลใคร

‘ทักษิณ’ ชี้ สว. ร้อง ‘นายกฯ’ รู้หมด ใครอยู่เบื้องหลัง บอก แก่แล้ว ไม่มีน้ำยาเช็กบิลใคร ลั่น ต่างคนต่างอยู่ดีกว่า

เมื่อเวลา 12.10 น. วันที่ 25 พฤษภาคม ที่ร้านส้มตำพันล้าน จ.นครราชสีมา นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้อง 40 สว. วินิจฉัยคุณสมบัติของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี จนทำให้มีการมองกันว่ามีกระบวนการวางยาพรรคเพื่อไทย (พท.) ว่า ในพรรค พท. ไม่มีปัญหาแน่นอน แต่ภายนอกการเมืองก็ยังเป็นการเมืองมีความลี้ลับอยู่ พอสมควร ส่วนใหญ่เราจะดูความเคลื่อนไหว เพราะประเทศไทยใครเคลื่อนไหวอะไร ก็จะรู้ว่าคนนี้เป็นคนของใคร เคลื่อนไหวด้วยเหตุอะไร แต่แน่นอนในฐานะนายกรัฐมนตรีก็มีหน้าที่ต้องตอบ ซึ่งท่านต้องเตรียมตอบคำถามของท่าน และไม่ว่าใครจะเคลื่อนไหวอย่างไรก็แล้วแต่ หากเราไม่ได้ทำอะไรผิดก็ชี้แจง 

เมื่อถามว่า นักวิชาการให้จับตานายใหญ่ที่จะเช็กบิล 40 สว.นั้น นายทักษิณร้องโอ๊ะ ก่อนจะกล่าวว่า “ผมจะไปมีสิทธิ์อะไร วันนี้ผมเป็นคนแก่คนหนึ่ง ที่ให้คำปรึกษารุ่นน้องๆ ให้ช่วยกันให้บ้านเมืองเจริญดีกว่า ก็คงไม่มีน้ำยาอะไรหรอก แก่แล้ว” 

เมื่อถามว่า จากประสบการณ์มองว่าการเคลื่อนไหวของกลุ่ม 40 สว. มีเบื้องหลังจากกลุ่มอำนาจไหน นายทักษิณ กล่าวว่า สังคมการเมืองเขารู้ว่าใครเป็นคนของใคร อย่างไร เป็นเรื่องธรรมดา มีเช่นนี้มาช้านานแล้ว 

เมื่อถามว่า เป้าหมายคือการล้มนายเศรษฐาเลยหรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า คงไม่ถึงขั้นล้มได้ แต่อาจเป็นการสร้างความวุ่นวาย บ้านเมืองชะงักชะงักบ้าง เป็นเรื่องธรรมดา แต่มองว่าจะำม่มาก เพราะหากชี้แจงได้ก็ไม่เป็นอะไร 

เมื่อถามอีกว่า บางฝ่ายยังมองว่าเป้าหมายของการเคลื่อนไหวครั้งนี้คือนายทักษิณ นายทักษิณ ย้อนถามสื่อว่า จะเล่นงานผมน่ะหรือ โอ๊ย ผมไม่มีอะไรให้เล่นแล้วแก่แล้ว ต่างคนต่างอยู่เถอะ

เมื่อถามอีกว่า กรณีนี้ พรรค พท. ต้องเตรียมรับมืออะไรบ้าง นายทักษิณ กล่าวว่า ”ไม่มีอะไรครับ ก็ทำอะไรให้ถูกต้อง ไม่เป็นไร ไม่ต้องไปหวั่นไหวมาก 

ชาวโคราชแห่รับ ‘ทักษิณ’ ร่วมเป็นประธานพิธีฌาปนกิจ ลุงป๊อก อดีตโชเฟอร์คู่ใจ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575417

25 พ.ค. 2567

12:49 น.

ชาวโคราชแห่รับ 'ทักษิณ' ร่วมเป็นประธานพิธีฌาปนกิจ ลุงป๊อก อดีตโชเฟอร์คู่ใจ

ชาวโคราชแห่ต้อนรับ ‘ทักษิณ’ เตรียมเป็นประธานพิธีฌาปนกิจศพ ‘ลุงป๊อก’ อดีตโชเฟอร์คู่ใจ มวลชนชูป้ายให้การ ตะโกน “เรารักทักษิณ”

วันที่ 25 พ.ค. 2567 เวลา 11.00 น. ที่ท่าอากาศยานนครราชสีมา จ.นครราชสีมา นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย บุตรสาว และนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย เดินทางมาถึงตามกำหนดการ เตรียมเป็นประธานพิธีฌาปนกิจศพ “ลุงป๊อก” นายวิชัย ช่างเหล็ก อดีตคนขับรถคู่ใจ นอกจากนี้ในช่วงเย็นจะแวะมาที่ อ.เมืองนครราชสีมา เพื่อมากราบสักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี และร่วมรับประทานอาหารค่ำกับแกนนำพรรคเพื่อไทย ที่ภัตตาคารเสียวเสี้ยว ภายในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา

ภายหลังนายทักษิณ และคณะถึงสนามบิน มีมวลชนจำนวนมาก มาชูป้ายให้การต้อนรับ พร้อมกับตะโกน “เรารักทักษิณ” โดยนายทักษิณ แวะทักทายมวลชน  หลายคนเข้ามาจับมือและทักทาย

ชาวโคราชแห่รับ \'ทักษิณ\' ร่วมเป็นประธานพิธีฌาปนกิจ ลุงป๊อก อดีตโชเฟอร์คู่ใจ

นอกจากนี้นี้ยังมีแกนนำพรรคเพื่อไทย มารอให้การต้อนรับนายทักษิณ เช่น นายประเสริฐ จันทร​รวง​ทอง รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) นายสุทิน คลังแสง รมว.​กลาโหม น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รมว.วัฒนธรรม นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด แกนนำพรรค รวมทั้ง สส.และผู้สมัคร สส.เพื่อไทย รวมถึงนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา มาร่วมต้อนรับด้วย

ชาวโคราชแห่รับ \'ทักษิณ\' ร่วมเป็นประธานพิธีฌาปนกิจ ลุงป๊อก อดีตโชเฟอร์คู่ใจ

ทั้งนี้ พล.ต.ต.ณรงค์ฤทธิ์ ด่านสุวรรณ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ได้สั่งการให้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งในและนอกเครื่องแบบกว่า 300 นาย ดูแลความสงบเรียบร้อยในช่วงที่นายทักษิณ เดินทางมาที่ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี เนื่องจากคาดว่าจะมีมวลชนคนเสื้อแดงมาต้อนรับเป็นจำนวนมาก และยังมีการข่าวแจ้งว่า จะมีมวลชนที่ต่อต้านนายทักษิณ มาแสดงพลังที่ลานย่าโมอีกด้วย จึงต้องจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อป้องกันการปะทะกันของกลุ่มคนทั้งสองกลุ่มครั้งนี้อย่างเข้มงวด

โดย น.ส.แพทองธาร โพสต์ภาพและคลิปบรรยากาศนายทักษิณ และคณะถึงสนามบินผ่านอินสตราแกรมด้วย @ingshin21

ชาวโคราชแห่รับ \'ทักษิณ\' ร่วมเป็นประธานพิธีฌาปนกิจ ลุงป๊อก อดีตโชเฟอร์คู่ใจ

สรุปยอดผู้สมัคร สว. ทั่วประเทศ 48,117 คน “แสวง” ยันเลือกตั้งไทม์ไลน์เดิม

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575409

25 พ.ค. 2567

10:06 น.

สรุปยอดผู้สมัคร สว. ทั่วประเทศ 48,117 คน "แสวง" ยันเลือกตั้งไทม์ไลน์เดิม

“แสวง” แจงเดินหน้าเลือก สว.ต่อไม่กระทบไทม์ไลน์ แม้ 2 อำเภอไร้ผู้สมัคร สรุปยอดผู้สมัคร สว. ทั่วประเทศ 48,117 คน

วันที่ 25 พฤษภาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ยอดผู้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา 2567 หรือ สว. ตั้งแต่วันที่ 20-24 พ.ค.2567 รวม 5 วัน มีผู้สมัครรวม  48,117 คน โดยแบ่งเป็นวันแรกมีผู้สมัคร 4,642 คน วันที่สองมีผู้สมัคร 6,607 คน   วันที่สามมีผู้สมัคร 9,434 คน วันที่สี่มีผู้สมัคร 13,486 คน และวันที่ห้ามีผู้สมัคร 13,948 คน

จังหวัดที่มีผู้สมัครมากที่สุด คือจังหวัดศรีสะเกษ 2,764 คน อันดับที่สอง คือกรุงเทพมหานคร 2,489 คน อันดับที่สามเชียงใหม่ 2,000 คน อันดับที่สี่บุรีรัมย์  1,836  คน และอันดับที่ห้านครศรีธรรมราช 1,798 คน

ส่วนจังหวัดที่มีผู้สมัครน้อยที่สุด คือ จังหวัดน่าน 98 คน อันดับสอง ตาก 102 คน อันดับสาม สมุทรสงคราม 128 คน  อันดับสี่ พังงา 134 คน และอันดับห้า อุตรดิตถ์และนครพนม จังหวัดละ 150 คน

ด้าน นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง เผยยอดผู้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาหลังปิดรับสมัครวานนี้ ว่าได้รับรายงานอย่างไม่เป็นทางการ เบื้องต้นจากกรมการปกครอง ว่านับตั้งแต่วันที่ 20 พ.ค 2567 ที่เปิดรับสมัครวันแรก จนถึงวันที่ 24 พ.ค. 2567 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายในการรับสมัคร  มีผู้มาสมัครจำนวน 48,226 คน

โดยมีผู้มาสมัคร ที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม โดยตรวจเบื้องต้นในวันที่สมัครแล้ว มีเอกสารครบ จึงรับสมัครไว้ก่อน จำนวน 48,117 คน ซึ่งผู้อำนวยการเลือกระดับอำเภอจะได้ตรวจสอบ คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามโดยละเอียดอีกครั้งว่าจะประกาศเป็นผู้สมัครหรือไม่ ภายใน 5 วัน นับจากวันสิ้นสุดวันรับสมัคร โดยมีผู้สมัครที่ตรวจเบื้องต้นที่รับสมัคร แล้วไม่มีคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้าม จึงไม่รับสมัครไว้ จำนวน 109 คน

นายแสวง กล่าวว่ามีหลายอำเภอไม่มีผู้สมัครครบทุกกลุ่ม และเบื้องต้นมี 2 อำเภอไม่มีผู้มาสมัครเลย และมีอำเภอ ที่สมัครเพียงกลุ่มเดียวอีก 7 อำเภอซึ่งการที่มีบางอำเภอสมัครเพียงกลุ่มเดียว หรือไม่มีผู้สมัครเลย หรือสมัครไม่ครบทุกกลุ่ม ไม่กระทบการเลือกตามไทม์ไลน์แต่อย่างใดเพราะกฎหมายได้เขียนรองรับใว้แล้วในมาตรา 19 และมาตรา 40 ว่า การเลือกระดับอำเภอให้กระทำได้ แม้จะไม่มีผู้สมัครครบทุกกลุ่ม กลุ่มใดไม่มีผู้สมัครให้งดการดำเนินการให้มีการเลือกในกลุ่มนั้น และไม่มีผลกระทบต่อการเลือกในกลุ่มอื่น และในเขตอำเภอใดมีผู้สมัครไม่เกิน 5 กลุ่มไม่ต้องจัดให้มีการแบ่งสาย

“จำนวนผู้สมัครอาจจะน้อยกว่าที่ประมาณการไว้ อาจเนื่องจากกำหนดคุณสมบัติไว้สูง หาคนรับรองไม่มี การจัดตั้งเป็นหมู่ เป็นคณะบริหารจัดการได้อยาก เพราะระบบออกแบบป้องกันไว้ ทั้งการจัด ตั้งและการฮั้วในระดับหนึ่ง รวมทั้งขาดแรงจูงใจในการสมัครที่ระบบการเลือกมีความซับซ้อนหลายชั้น จำนวนผู้สมัครประมาณนี้ น่าจะเอื้อให้การบริหารจัดการในการเลือก และการควบคุมทำให้การ เลือกเป็นไปได้ด้วยความเรียบร้อย” นายแสวงกล่าว 

นายแสวง ยังกล่าวว่าสำนักงาน กกต. ได้อำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถติดตามรายชื่อผู้สมัครเป็นสมาชิกวุฒิสภาระดับ อำเภอ ผู้ได้รับเลือกในระดับอำเภอ ระดับจังหวัด และระดับประเทศ ผ่านแอปพลิเคชั่นสมาร์ทโหวต (Smart Vote) ได้ตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค.2567 เวลา 22.00 น. เป็นต้นไป

ส่วนมาตราการในการจัดการฮั้ว นายแสวง กล่าวว่า สำนักงาน กกต. ได้เฝ้าระวัง ติดตาม ทุกความเคลื่อนไหวมาโดยตลอด ส่วนประชาชนที่ให้ข่าวว่ามีการฮั้ว แจ้งข้อมูลผ่านแอปพลิเคชั่นตาสัปรด หรือ สมาร์ทโหวตได้ หรือ สนง. อาจส่งพนักงานไปขอบันทึกข้อมูลจากคนให้ข่าวอีกทางหนึ่งด้วย เพื่อให้การเลือกเป็นไปด้วยความสุจริต และเที่ยงธรรม

ส่วนกรณีที่ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษา เรื่องระเบียบ กกต. ว่าด้วยการแนะนำตัวผู้สมัครเป็น สว. ทางสำนักงาน กกต. ได้ตรวจสอบคำพิพากษาและกฎหมายเบื้องต้นแล้ว ระเบียบ กกต.ดังกล่าวยังมีผลบังคับใช้อยู่ ตามมาตรา 70 ของ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครอง ที่กำหนดว่า ในกรณีคำพิพากษาศาลปกครองชั้นต้น ให้รอการปฏิบัติตามคำบังคับจนกว่าจะพ้นระยะเวลาการอุทธรณ์ หรือในกรณีที่มีการอุทธรณ์ให้รอการบังคับคดีใว้ จนกว่าคดีจะถึงที่สุด และเรื่องนี้สำนักงาน กกต.ไม่ได้นิ่งนอนใจ ในช่วงวันหยุดจะได้ประมวลเรื่องและความเห็น เสนอ กกต. ในวันจันทร์และอังคารนี้ เพื่อให้เกิดความชัดเจนเป็นแนวทางกับผู้สมัครและสื่อมวลชนโดยเร็วต่อไป

‘วัชระ’บุกพาณิชย์จี้’ภูมิธรรม’เร่งแก้ไขปัญหาราคาปาล์มถูก-ปุ๋ยแพง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/806556

'วัชระ'บุกพาณิชย์จี้'ภูมิธรรม'เร่งแก้ไขปัญหาราคาปาล์มถูก-ปุ๋ยแพง

‘วัชระ’บุกพาณิชย์จี้’ภูมิธรรม’เร่งแก้ไขปัญหาราคาปาล์มถูก-ปุ๋ยแพง

วันศุกร์ ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 17.10 น.

“วัชระ”ยื่นรมว.พาณิชย์เร่งแก้ไขปัญหาราคาปาล์มถูก-ปุ๋ยแพง ช่วยชนชั้นกรรมาชีพด่วนที่สุด

24 พฤษภาคม 2567 นายวัชระ  เพชรทอง อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินทางไปที่กระทรวงพาณิชย์เพื่อส่งหนังสือถึงนายภูมิธรรม  เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ หลังได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนชาวสวนปาล์ม จังหวัดสุราษฎร์ธานีเกี่ยวกับกรณีราคาปาล์มตกต่ำ ณ วันที่ 21 พฤษภาคม 2567 เหลือเพียงกิโลกรัมละ 3.60 บาท เกษตรกรชาวสวนปาล์มเดือดร้อนอย่างหนัก ผู้ปกครองโอดครวญน้ำตาตกในต้องขายปาล์ม 100 กิโลกรัม ถึงจะสามารถซื้อกระโปรงนักเรียนให้ลูกได้ 1 ตัว

นายวัชระ กล่าวว่า นอกจากนี้ เกษตรกรในพื้นที่ อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช ได้รับความเดือดร้อนจากการขายปาล์มได้เพียงกิโลกรัมละ 3 บาทเช่นกัน ซึ่งราคาปาล์มมีราคาตกต่ำที่สุดของประเทศไทย ดังนั้นนายภูมิธรรม ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ต้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาราคาปาล์มให้กับพี่น้องชาวสวนปาล์มใน จ.สุราษฎร์ธานีและทุกจังหวัดในภาคใต้โดยเร็วที่สุดด้วยเพราะเป็นชนชั้นกรรมาชีพผู้ใช้แรงงานที่ถูกกดขี่จากนายทุนขุนศึกศักดินาและมีข้อเสนอแนะดังนี้

“ขอให้ประกันราคาปาล์มในราคาที่เกษตรกรอยู่ได้ให้เหมาะสมกับราคาต้นทุนการผลิตของเกษตรกร จัดเงินชดเชยช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนปาล์มรายย่อย ตรวจสอบตราชั่งลานปาล์ม สถานที่รับซื้อปาล์มทุกแห่งให้เที่ยงตรงอย่าให้มีการโกงตาชั่งอีกต่อไป ขอให้แก้ไขปัญหาปุ๋ยมีราคาแพง เกษตรกรร้องเรียนราคาแพงมากกระสอบละ 1,800 บาท ขอให้กวดขันจับกุมการลักลอบขนน้ำมันปาล์มเถื่อนจากต่างประเทศทั้งทางทะเลและทางบก ขอให้ควบคุมราคาเสื้อผ้าชุดนักเรียนและอุปกรณ์การเรียนของนักเรียนทั้งประเทศที่มีราคาแพง และขอให้ลงพื้นที่ไปฟังความทุกข์ยากของเกษตรกรชาวสวนปาล์ม อย่านั่งอยู่แต่ในห้องปรับอากาศ”นายวัชระ กล่าว

‘อธิบดีปศุสัตว์’เจรจาขยายตลาดส่งออกสินค้าปศุสัตว์ไปยังมาเลเซีย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/806547

'อธิบดีปศุสัตว์'เจรจาขยายตลาดส่งออกสินค้าปศุสัตว์ไปยังมาเลเซีย

‘อธิบดีปศุสัตว์’เจรจาขยายตลาดส่งออกสินค้าปศุสัตว์ไปยังมาเลเซีย

วันศุกร์ ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 15.53 น.

อธิบดีกรมปศุสัตว์นำทีมภาครัฐและเอกชนหารืออธิบดีกรมสัตวแพทย์บริการ สหพันธรัฐมาเลเซีย กระชับความสัมพันธ์และส่งเสริมความร่วมมือด้านสุขอนามัยสัตว์ ด้านส่งเสริมการค้าสินค้าปศุสัตว์ระหว่างกัน พร้อมติดตามความก้าวหน้าที่ไทยขอขยายตลาดส่งออกเนื้อโค เนื้อแพะ และเนื้อสุกร ไปยังมาเลเซีย

นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์กล่าวว่า เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2567 ได้นำคณะภาครัฐและเอกชนเข้าพบ Dr. Akma binti Ngah Hamid อธิบดีกรมสัตวแพทย์บริการ (Department of Veterinary Services: DVS) ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ สหพันธรัฐมาเลเซียเพื่อกระชับความสัมพันธ์ พร้อมทั้งหารือเรื่องข้อกำหนดด้านสุขอนามัยสัตว์ ความร่วมมือด้านการค้าสินค้าปศุสัตว์ และติดตามความก้าวหน้าการขอเปิดตลาดสินค้าปศุสัตว์ โดยผู้แทนภาครัฐ ได้แก่ กรมปศุสัตว์ อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายเกษตร) ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงจาการ์ตา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ร่วมกับผู้แทนเอกชนภาคการผลิตและส่งออกสินค้าปศุสัตว์

ผลจากการหารือร่วมกัน ทั้งสองฝ่ายเห็นควรพัฒนาความร่วมมือด้านสุขอนามัยสัตว์ ด้านการค้าและการอำนวยความสะดวกทางการค้าสินค้าปศุสัตว์ระหว่างกันให้มากยิ่งขึ้น  ทั้งนี้ ฝ่ายไทยได้แสดงความพร้อมที่จะเป็นผู้ผลิตสินค้าปศุสัตว์ที่มีคุณภาพและมาตรฐาน ปลอดโรคและปลอดภัย โดยเฉพาะเนื้อโค เนื้อแพะ และเนื้อสุกร เพื่อตอบสนองและสนับสนุนนโยบายความมั่นคงทางอาหารของสหพันธรัฐมาเลเซีย

ที่สำคัญกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมปศุสัตว์มีแผนการผลักดันการขยายตลาดสินค้าปศุสัตว์ไปยังต่างประเทศอีกหลายประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศที่มีกำลังซื้อสูงอย่างสหพันธรัฐมาเลเซีย เพื่อเป็นการเพิ่มปริมาณการส่งออกสินค้าปศุสัตว์ สร้างรายได้เพิ่มให้แก่ภาคการผลิตปศุสัตว์ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ในปี 2566 ที่ผ่านมาไทยสามารถส่งออกสัตว์มีชีวิตและสินค้าปศุสัตว์ไปยังสหพันธรัฐมาเลเซียรวมมูลค่า 16,463 ล้านบาท ประกอบด้วย โคมีชีวิต มูลค่า 1,078 ล้านบาท กลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยง มูลค่า 4,702 ล้านบาท สินค้ากลุ่มเนื้อสัตว์ปีก มูลค่า 5,602 ล้านบาท (ส่วนใหญ่เป็นสินค้าเนื้อไก่ดิบ) สินค้ากลุ่ม Non-Frozen มูลค่า 4,545 ล้านบาท (ส่วนใหญ่เป็นสินค้ากลุ่มไอศกรีม) และสินค้าอาหารปศุสัตว์ มูลค่า 536 ล้านบาท

– 006

เอาใจสายเฮลตี้ ท็อปส์ จับมือ สถานทูตนิวซีแลนด์ จัดงาน ‘Discover New Zealand’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/806543

เอาใจสายเฮลตี้ ท็อปส์ จับมือ สถานทูตนิวซีแลนด์ จัดงาน ‘Discover New Zealand’

เอาใจสายเฮลตี้ ท็อปส์ จับมือ สถานทูตนิวซีแลนด์ จัดงาน ‘Discover New Zealand’

วันเสาร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ท็อปส์ ธุรกิจกลุ่มฟู้ดในเครือเซ็นทรัล รีเทล ฟู้ดสโตร์ ร่วมกับสถานทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทยจัดงาน “Discover New Zealand”เอาใจสายเฮลตี้ชาวไทย รวบรวมสินค้าและวัตถุดิบชั้นเลิศเกรดพรีเมียมจากประเทศนิวซีแลนด์ดินแดนกีวีที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งผลิตอาหารสดใหม่มีคุณภาพทางโภชนาการ ด้วยรสชาติแห่งจิตวิญญาณจากธรรมชาติ จนได้รับการยอมรับจากเหล่านักชิมทั่วโลก พบกับสินค้าไฮไลท์แบรนด์นิวซีแลนด์ที่มีคุณภาพกว่า 350 รายการ ส่งตรงจากนิวซีแลนด์ ผ่านตราสัญลักษณ์ “Made with Care New Zealand” ตั้งแต่วันนี้-28 พฤษภาคม 2567 ที่ ท็อปส์ และ ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ทั่วประเทศ

ท็อปส์ ชวนนักช้อปนักชิมชาวไทยร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษ กับกองทัพสินค้าหลากหลายไอเท็มที่ได้รับสัญลักษณ์ “Made with Care New Zealand” การันตีคุณภาพสินค้าที่คัดมาเป็นพิเศษ ด้วยความใส่ใจในทุกกระบวนการผลิต ใส่ใจในทุกขั้นตอนของการผลิต ตั้งแต่แหล่งผลิต ต้นทางไปตลอดจนถึงการส่งมอบถึงผู้บริโภค พบกับสินค้าไฮไลท์หลากหลายรายการ อาทิ น้ำผึ้งมานูก้า (Manuka Honey) จากแบรนด์ Manuka Health น้ำผึ้งมานูก้าบริสุทธิ์สกัดจากเกสรดอกไม้ป่ามานูก้า (Leptospermum scoparium) ซึ่งพบได้ในแถบประเทศนิวซีแลนด์ โดดเด่นด้วยรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมด้วยคุณสมบัติต้านเชื้อแบคทีเรีย เพราะมีสารเมทิลไกลออกซาล (MGO) ระดับสูงอีกทั้ง ยังมอบประโยชน์ต่อสุขภาพหลายประการ ทั้งการนำมาใช้รักษาบาดแผล ดูแลระบบทางเดินอาหาร และช่วยส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันอีกด้วย

แอปเปิล โดย Luv’ya ชวนลิ้มลองสัมผัสรสชาติของแอปเปิลเกรดพรีเมียมหลากหลายสายพันธุ์ แต่งแต้มด้วยสีสันน่าดึงดูดใจ การันตีความหอมหวาน เนื้อสัมผัสกรอบ ฉ่ำ ดีต่อสุขภาพ เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว ส่งตรงจากนิวซีแลนด์ โดย Luv’ya ที่ปลูกในเขตเนลสัน โดยฟาร์มครอบครัวที่ใหญ่ที่สุดซึ่งปลูกแอปเปิลมานานกว่า 100 ปี นำโดย แอปเปิลแอมโบรเชียรสชาติดี, แอปเปิลเอเวอร์คริสป์ โดดเด่นด้วยรสชาติหวานอมเปรี้ยว, แอปเปิลกาลา รสหวานกลมกล่อมทานได้ทั้งปี และอีกมากมาย

ไนซ์&เนเชอรัล นัทบาร์ มิคซ์เบอร์รี่ อร่อยได้ง่ายๆ แบบดีต่อสุขภาพ กับถั่วลิสงอบแห้งชนิดแท่ง ที่อัดแน่นไปด้วยสารอาหารนานาชนิดจากถั่วและเนื้อผลไม้เบอร์รี่อบแห้ง พร้อมด้วย ไนซ์&เนเชอรัล นัทบาร์ ไทรอัลมิคซ์ถั่วลิสงผสมอัลมอนด์ เม็ดมะม่วงหิมพานต์และธัญพืชหลากชนิด นอกจากนี้ ยังมีให้เลือกอร่อยอีกหลากหลายรสชาติ,

เติมเต็มทุกความอร่อยในทุกๆ มื้ออาหาร กับเนื้อวัวเกรดพรีเมียม อาทิ Pure South เนื้อสันนอกสเต๊กนิวซีแลนด์ เลี้ยงโดยผู้เชี่ยวชาญจากที่ราบชายฝั่งและเนินภูเขาอัลไพน์ ที่มีภูมิประเทศและภูมิอากาศเหมาะสำหรับเลี้ยงสัตว์ที่สมบูรณ์แบบที่สุด พร้อมให้มีทเลิฟเวอร์ได้เนรมิตเป็นสารพัดเมนูเนื้อ รวมทั้งอาหารทะเล สด เหมือนยกมหาสมุทรแปซิฟิกมาเอาใจเหล่าซีฟู้ดเลิฟเวอร์ จาก ธรรมชาติ ชีฟู้ด อาทิ ออร่าคิงแซลมอน ที่ได้รับขนานนามว่าเป็นแซลมอนที่ดีที่สุดในโลก หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ รสชาติดีเยี่ยมง่ายต่อการปรุงปลาคิงคลิป อุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการจนเป็นที่นิยมเชฟในร้านอาหารชั้นนำ ปลาโฮกิ จากแหล่งทะเลน้ำลึกของนิวซีแลนด์

ชีสเลิฟเวอร์ พลาดไม่ได้กับรายการสินค้าผลิตภัณฑ์จากนมคุณภาพ อาทิ เนยสด แบรนด์ Anchor เนยแท้ 100% ผลิตจากน้ำนมคุณภาพจากนิวซีแลนด์ วิปครีม แบรนด์ Tatua Dairy Whip ผลิตจากครีมที่ดีที่สุดซึ่งผ่านการพาสเจอร์ไรพิเศษ วินเทจชีส ชีสคุณภาพดีผลิตจากนมนิวซีแลนด์ 100% เทสตี้ชีส ชีสคุณภาพเยี่ยมที่ผ่านการบ่มนานมากกว่า 18 เดือน จากแบรนด์ Mainland

สัมผัสประสบการณ์ความอร่อยกับหลากหลายผลิตภัณฑ์คุณภาพผ่านตราสัญลักษณ์ “Made with Care New Zealand” ที่สร้างสรรค์ด้วยใจ
ส่งตรงมาให้ด้วยความแคร์ กับงาน “Discover New Zealand” ได้แล้วตั้งแต่วันนี้-28 พฤษภาคม 2567ที่ท็อปส์ และ ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ ทั่วประเทศหรือช้อปได้ง่ายๆ เพียงปลายนิ้ว ด้วยท็อปส์ ออนไลน์ และบริการผู้ช่วยช้อปส่วนตัว (Personal Shopper) พร้อมเดลิเวอรี่ส่งตรงถึงหน้าบ้านคุณ ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ http://www.tops.co.th,เฟซบุ๊กแฟนเพจ TopsThailand หรือ แอปพลิเคชั่น @TopsThailand

คุณแหน : 25 พฤษภาคม 2567

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/806562

วันเสาร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

●● กิจกรรมรับน้องรถไฟ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) กำหนด วันที่ 1 มิ.ย.นี้…ขอเชิญศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่(มช.) ร่วมสนับสนุนกิจกรรมรับน้องรถไฟ มช.ด้วยการอุดหนุนกระเป๋าผ้าศาลาธรรม มช.สีม่วง ผลิตจากผ้าแคนวาสอย่างดี …ซื้อได้ที่สถานีรถไฟหัวลำโพง 1 มิ.ย.นี้ หรือสั่งซื้อได้ที่ LINE ID :095-7206969 (น้องจิ๋ว) หรือ AOM-CALANDA(น้องออม)…ลูกช้าง มช.ช่วยกันหน่อยเจ้า…

●●ชาวจุฬาฯ CU 15 และชาวนิเทศศาสตร์ รุ่น 8 นำโดย อนุสรา จิตต์มิตรภาพ เข้าเยี่ยมชมที่ทำการรัฐสภาไทย เกียกกาย โดยมีกาญจนารัตน์ ลีวิโรจน์ อดีต สว.เชิญมา…ส่วนผู้ที่เคยเข้าร่วมการอบรมในหลักสูตรนักบริหารงานประชาสัมพันธ์ระดับสูง สถาบันการประชาสัมพันธ์รุ่นที่ 42 มี พล.ร.ต.กฤษฎิ์กมลกีรติบุตร เป็นอาทิ เข้าเยี่ยมชมในเวลาใกล้เคียงกัน…

●● ศรีสมร กสิวัฒน์ กับ อุดม โหราเรือง จัดงานบุญ ปฏิบัติธรรมในวันวิสาขบูชาที่ผ่านมา ณ วัดเรืองปุญญาราม อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม และในวันที่ 25 พ.ค.เชิญชวนญาติธรรมร่วมตักบาตร ถวายปัจจัย ทอดผ้าป่าสามัคคี บำรุงพระพุทธศาสนา แล้วช่วยกันปลูกต้นไม้ลดโลกเดือด ณ วัดเรืองปุญญารามแห่งนี้…

●● ขอแสดงความยินดีกับ ณ ภูวดล ศรีรัตนา หลานอา ดร.มณทิพย์ศรีรัตนา ทาบูกานอน จากโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ที่ได้รับรางวัลการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์สำหรับเยาวชนระดับโลก จัดโดย Society for Science พิธีมอบรางวัลจัดที่ แอล เอ เมื่อเร็วๆ นี้…

●● ดีใจด้วยกับ จ๊ะจ๋า หลานสาวคนโตของคุณยาย รัชนี คุณตา พล.ต.ท.วสันต์ วัสสานนท์ ที่สอบติด ศิลปศาสตร์ ม.มหิดล ศาลายา…ส่วนเจด้า ลูกสาวคนเล็กของ จิระ ศิริสัมพันธ์ พอจบมาแตร์เดอี ก็สอบติด ม.ศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต…เก่งๆ กันทั้งนั้น…

●● บุษยรัตน์ สุริโยทัย มีทริปไปพักผ่อนที่อังกฤษ เธอชอบใช้ชีวิตในชนบทของอังกฤษมาก ส่วน อังสนา ทอลบอยมีทริปที่แคนาดา…ขอให้เดินทางปลอดภัยกันทุกคน…

●● อดีตออท.อาร์เจนตินา นริศโรจน์ เฟื่องระบิล ไปอุดรธานีครั้งนี้ มีโอกาสได้ลิ้มลองอาหารรสชาติที่ชอบ ณ ร้านข้าวเปียกเส้นถึง 2 ครั้ง…ไปซ้ำสองแสดงว่าอร่อยจริงจัง…

●● ทราบจาก สุพจน์ ผจญยุทธ์ หนึ่งในผู้จัดรายการวิทยุคลื่น FM93.5 ว่า FC ของรายการนี้ที่อาวุโสสูงสุด ได้แก่ คุณป้าจริยา ปรักกะมะกุล วัย 95 ปี …อายุเป็นเพียงตัวเลข สำหรับผู้มีดนตรีกาลในหัวใจ เรื่องวัยจึงไม่ต้องถามถึง…

●● เรื่องของอดีตนักการเมืองและปัจจุบันเป็นนักเขียนอาวุโส ปองพล อดิเรกสาร ไปหมู่เกาะกาลาปากอสมาแล้ว 3 ครั้ง ได้เรื่องราวเกี่ยวกับสัตว์ป่ากาลาปากอสมามากมาย ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้นำมาเขียนเป็นนวนิยายเรื่อง “กาลครั้งหนึ่ง ณ กาลาปากอส”ซึ่งได้รับรางวัลชมเชย งานหนังสือดีเด่น 2567 ของกระทรวงศึกษาธิการ ประเภทหนังสือเด็กอายุ 6-11 ขวบ เป็นเรื่องเล่าโดย เต่าบกยักษ์กาลาปากอสถึงการรวมตัวของสัตว์ป่าบนเกาะกาลาปากอสต่อสู้กับโจรสลัดที่มาล่าสัตว์บนกาลาปากอสเป็นอาหาร สนุกและตื่นเต้น…
น่าหาหนังสือนี้มาให้ลูกหลานอ่าน เพื่อความรู้และความบันเทิง !!…●●

บารอนเนส

เปิด ‘ศูนย์ฝึกทักษะอาชีพ’ ปั้นนักชงจูเนียร์ ‘โครงการบาริสต้าน้อย’ มอบประสบการณ์จริงนอกตำรา

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/806563

เปิด ‘ศูนย์ฝึกทักษะอาชีพ’ ปั้นนักชงจูเนียร์  ‘โครงการบาริสต้าน้อย’ มอบประสบการณ์จริงนอกตำรา

เปิด ‘ศูนย์ฝึกทักษะอาชีพ’ ปั้นนักชงจูเนียร์ ‘โครงการบาริสต้าน้อย’ มอบประสบการณ์จริงนอกตำรา

วันเสาร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

อนันต์ รัตนมั่นคง ผอ.อาวุโสกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม บจ.กาแฟพันธุ์ไทย พร้อมด้วย สุขวสาภูชัชวนิชกุล กก.ผจก.,ดร.ประวัติ สุทธิประภา ผอ.โรงเรียนหอวัง,อาชวินี ไชยสุนทร รอง ผอ.กลุ่มบริหารงบประมาณ และ วิจิตรารีเรืองชัย หัวหน้ากลุ่มสาระการงานอาชีพ

บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด ร่วมกับโรงเรียนหอวัง ก่อตั้ง “ศูนย์ฝึกทักษะอาชีพ โรงเรียนหอวัง” เปิดพื้นที่การเรียนรู้นอกห้องเรียนในหลักสูตรการงานอาชีพ รายวิชาธุรกิจศึกษาและวิชาการเงินภายใต้ “โครงการบาริสต้าน้อย” มอบโอกาสให้เยาวชนไทยได้ฝึกฝนทักษะการประกอบอาชีพบาริสต้า ผ่านการปฏิบัติงานจริงภายในร้านกาแฟพันธุ์ไทย สร้างแรงบันดาลใจในการค้นหาความสนใจและความถนัดของตนเอง พร้อมพัฒนาฝึกฝนทักษะด้านต่างๆ ผ่านประสบการณ์ตรงโดยนำร่องระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนหอวัง เป็นแห่งแรก

สุขวสา ภูชัชวนิชกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด เปิดเผยว่า “กาแฟพันธุ์ไทย มุ่งมั่นส่งเสริมการศึกษาและสนับสนุนการพัฒนาโครงการต่างๆ มาโดยตลอด ทั้งการมอบพื้นที่ให้แก่นิสิตระดับอุดมศึกษาได้ทดลองปฏิบัติงานจริงและเตรียมความพร้อมสู่การบริหารธุรกิจในอนาคต ล่าสุดกับ “โครงการบาริสต้าน้อย” ที่กาแฟพันธุ์ไทยผสานความร่วมมือกับโรงเรียนหอวัง ก่อตั้งศูนย์ฝึกทักษะอาชีพ เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาได้เรียนรู้และฝึกฝนทักษะการประกอบอาชีพบาริสต้า ผ่านการลงมือทำ ณ สถานประกอบการจริง ได้ลองผิดลองถูกด้วยตนเอง โดยมีพี่เลี้ยงเป็นรุ่นพี่บาริสต้าดูแลอย่างใกล้ชิดพร้อมถ่ายทอดประสบการณ์การประกอบเครื่องดื่มเมนูต่างๆ รวมถึงการบริหาร ธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อเปิดโอกาสให้น้องๆ ได้ค้นหาความถนัดและความชอบของตนเองก่อนเลือกสายการเรียนและการประกอบอาชีพในอนาคตต่อไป”

ดร.ประวัติ สุทธิประภา ผู้อำนวยการโรงเรียนหอวัง เปิดเผยว่า “โครงการนี้ ดำเนินการภายใต้หลักสูตรการงานอาชีพ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ในรายวิชาธุรกิจศึกษาและวิชาการเงิน ซึ่งเป็นแนวคิดที่โรงเรียนมุ่งมั่นส่งมอบทักษะชีวิตให้กับนักเรียน ซึ่งเป็นวัยหัวเลี้ยวหัวต่อ อยู่ในช่วงค้นหาตัวตนและตัดสินใจเลือกสายการเรียนในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า การก่อตั้งศูนย์ฝึกทักษะอาชีพร่วมกับกาแฟพันธุ์ไทยนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่สามารถช่วยให้เด็กๆ ได้ค้นพบศักยภาพของตนเองและได้รับองค์ความรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติ หรือ Active Learning ในสถานประกอบการจริง อีกทั้งยังส่งเสริมให้เด็กๆ มีลักษณะนิสัยที่ดีในการทํางานร่วมกับผู้อื่น ฝึกความมีวินัย ความรับผิดชอบ การแก้ปัญหาเห็นคุณค่าของการทำงาน การเงินและการประกอบอาชีพสุจริต ตามวิสัยทัศน์ของโรงเรียนฯ ที่มุ่งพัฒนาผู้เรียน ให้มีความรู้คู่คุณธรรมอยู่ร่วมกันในสังคมโลกได้อย่างมีความสุข”

ธัญชิตา มาซุวากะ ชั้น ม.4/14 สาวน้อยบาริสต้า เล่าถึงประสบการณ์ที่ได้รับว่า “ชอบเข้าครัวช่วยคุณแม่ทำอาหารอยู่บ่อยๆ ส่วนตัวชอบดื่มชากาแฟ เห็นอาชีพบาริสต้ารายได้ดีด้วยเลยสนใจ โครงการนี้ทำให้หนูได้ทดลองฝึกทำเมนูเครื่องดื่มต่างๆ สนุกมาก เพราะได้ทำในสิ่งที่สนใจมานานตอนแรกที่ลองทำรู้สึกว่ายากมาก พี่ๆ ที่ร้านพันธุ์ไทยก็ให้กำลังใจ พอทำไปหลายๆ ครั้งก็ทำได้ ภูมิใจในตัวเองมากๆ อยากขอบคุณทางโรงเรียนและกาแฟพันธุ์ไทยที่ทำโครงการนี้ขึ้นมาให้นักเรียนเรียนรู้ทักษะต่างๆ ทั้งการชงกาแฟ การขายสินค้าได้ทั้งความรู้และได้สนุกกับเพื่อนๆ ด้วยค่ะ”

สิริพิชชา กลมเกลียวญาติ ชั้น ม.4/16 อีกหนึ่งบาริสต้าจูเนียร์ บอกว่า “คุณพ่อหนูชอบกาแฟพันธุ์ไทยมาก ต้องแวะร้านแถวบ้านก่อนมาส่งหนูทุกวัน คุณพ่อดีใจมากที่มาเปิดร้านในโรงเรียน เพราะจะได้มีที่นั่งพักดื่มน้ำเย็นๆ ระหว่างรอหนูเลิกเรียน พอคุณครูบอกว่ามีโครงการนี้เปิดรับสมัครอยู่ หนูก็ยิ่งสนใจเพราะอยากรู้วิธีการทำเครื่องดื่ม อยากฝึกงานบริการ ขั้นตอนดูไม่ยากอย่างที่คิด แต่ถ้าจะทำให้อร่อยต้องใช้ฝีมือ สนุกมากเพราะเป็นสิ่งที่ยังไม่เคยลองทำ ได้เรียนรู้ระบบการทำงาน การบริหารร้านกาแฟ ในอนาคตก็อยากให้มีโครงการแบบนี้ต่อไปให้รุ่นน้องได้ลองทำอีกเรื่อยๆ ค่ะ”

วริษฐ์ อัศววิโรจน์กุล ชั้น ม. 5/9 บาริสต้าหนุ่มน้อยวัย 17 ปี บอกว่า “ดีใจมากครับที่มีโครงการนี้ เพราะงานบาริสต้าเป็นสิ่งที่ผมชอบ บวกกับส่วนตัวเป็นคนชอบดื่มเครื่องดื่มต่างๆ อยู่แล้ว ได้ทดลองทำอะไรใหม่ๆ ได้เรียนรู้ว่ากว่าจะได้กาแฟแก้วหนึ่งไม่ง่ายเลย ทุกขั้นตอนละเอียดมาก นอกจากนี้ผมยังได้เรียนรู้การบริหารร้าน ระบบจัดการสินค้า รวมถึงฝึกการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ฝึกความมีวินัย ทำให้ผมได้ใช้เวลาให้เกิดประโยชน์มากขึ้นด้วยครับ”

สำหรับความร่วมมือกับโรงเรียนหอวัง ในครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจที่กาแฟพันธุ์ไทยได้มอบโอกาสผ่านพื้นที่การเรียนรู้เล็กๆ ให้เด็กและเยาวชนได้สัมผัสประสบการณ์จริงที่ไม่สามารถหาได้จากตำราเรียน ได้ฝึกฝนทักษะอาชีพ เสริมสร้างทักษะชีวิต ได้ค้นพบความชอบความถนัดและเติมเต็มคุณค่าในตัวเอง เป็นรากฐานในการศึกษาต่อและประกอบอาชีพต่อไป ตามวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นของเราที่อยากเห็นคนไทย “อยู่ดี มีสุข” อย่างแท้จริง” สุขวสา กล่าวเสริม

แนวหน้า Talk : ‘ฟองสนาน จามรจันทร์’ อ่านดวง‘ทักษิณ ชินวัตร’ และคำเตือนถึงรัฐบาล‘เศรษฐา ทวีสิน’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/806577

แนวหน้า Talk : ‘ฟองสนาน จามรจันทร์’  อ่านดวง‘ทักษิณ ชินวัตร’  และคำเตือนถึงรัฐบาล‘เศรษฐา ทวีสิน’

แนวหน้า Talk : ‘ฟองสนาน จามรจันทร์’ อ่านดวง‘ทักษิณ ชินวัตร’ และคำเตือนถึงรัฐบาล‘เศรษฐา ทวีสิน’

วันเสาร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

แม้รัฐบาลชุดปัจจุบันภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน และพรรคเพื่อไทย จะดำรงอยู่มาแล้วกว่า 8 เดือน แต่ในเรื่องของเสถียรภาพยังเป็นเรื่องที่ต้องจับตามอง จากหลายๆ สัญญาณที่ส่อส่งผลกระทบ มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไม่ว่าจะเป็นประเด็นสารพัดนโยบายที่มีข้อถกเถียงเรื่องความเหมาะสม ทั้งการแจกเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท (ดิจิทัล วอลเล็ต) การนำข้าวที่เก็บในโกดังนานถึง 10 ปีออกขาย การพยายามขึ้นค่าแรง 400 บาทต่อวัน

และโดยเฉพาะกรณีที่เกี่ยวข้องกับอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ตั้งแต่การที่มีโทษจำคุก 1 ปี แต่ไม่เคยต้องอยู่ในเรือนจำแม้แต่วันเดียว โดยใช้เวลา 6 เดือนแรกอยู่ที่ห้องพักชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ ในฐานะผู้ป่วยสูงอายุที่มีอาการหนักจนต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด กระทั่งได้รับการพักโทษเมื่อวันที่ 17 ก.พ. 2567 ได้รับอนุญาตให้กลับไปพักฟื้นที่บ้านพักได้ ก็ดูเหมือนอาการของอดีตนายกฯ ผู้นี้ จะดีวันดีคืนอย่างรวดเร็ว จากการเดินสายขึ้นเหนือ-ล่องใต้ จนทำให้ถูกตั้งคำถามว่าที่ผ่านมาป่วยหนักจริงหรือ? แต่รัฐบาลก็ดูจะนิ่งๆ ต่อเรื่องนี้

รายการ “สีสันการเมือง แบบ เด้งเด้ง” ดำเนินรายการโดย บุญระดม จิตรดอน ออกอากาศทุกวันอังคาร-พฤหัสบดี เวลา 11.00-12.00 น. โดยประมาณ ทางช่องยูทูบ “แนวหน้าออนไลน์” ในตอนที่เผยแพร่วันที่ 14 พ.ค.2567 มีการโฟนอินพูดคุยกับ “โหรฟองสนาน”ฟองสนาน จามรจันทร์ หมอดูชื่อดัง อดีตผู้สื่อข่าวและนักจัดรายการวิทยุกรมประชาสัมพันธ์ ในการพยากรณ์ดวงเมือง ดวงของอดีตนายกฯ ทักษิณ และคำแนะนำถึงรัฐบาลนายกฯ เศรษฐา

โหรฟองสนาน เริ่มต้นด้วยการฉายภาพ “ดวงเมือง”ของประเทศไทย ว่า ระหว่างวันที่ 21 เม.ย. 2567-21 เม.ย. 2568 ดวงภูมิตกภูมิสุข 1 ปี ซึ่งถือเป็นศุภเคราะห์ หรือกลุ่มดาวดี แต่มีลิลิตทักษาพยากรณ์ ที่ทรงนิพนธ์โดยสมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษ์มนตรี ซึ่งเป็นต้นราชสกุลมนตรีกุล ว่า พระศุกร์แดนอุตรา ลุลาภามาศคาม ลักษณะแบบนี้หมายถึงเมืองจะมีลาภมาก ดังที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว เช่น ได้รับทองคำจากหลวงตามหาบัวฯ หรือมีนักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก

แต่ก็ต้องระมัดระวังเรื่องเป็นความเพราะปากเรา ความของเขามาใส่ตน เรื่องนี้เคยเขียนไว้ตั้งแต่ต้นปี 2567 แล้วว่าเมืองหรือคนในเมือง ไม่ว่าจะเป็นผู้หลักผู้ใหญ่บุคคลสำคัญของบ้านเมือง รวมถึงบุคคลทั่วไป ต้องระวังปากไม่ไปยุ่งกับเรื่องของคนอื่น แต่ก็มาเกิดจนได้กับกรณีประเทศเมียนมา ก็ต้องย้ำว่าเรื่องของคนอื่นหรือของประเทศอื่นอย่าไปยุ่ง มันจะเป็นความเพราะปาก ฉะนั้นผู้หลักผู้ใหญ่ต้องระมัดระวังอย่างมากในอันที่จะพูดอะไรออกไปที่จะกระทบความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน หรือคนในเมืองเองก็ต้องระวังคำพูดด้วยเช่นกัน

“พี่ฟองจะโพสต์อะไรระวังแจเลยนะ กลัวมากเลย กลัวเขาฟ้อง ไม่มีแรงไปขึ้นศาลหรอก นี่เป็นปรากฏการณ์สำหรับเมือง แล้วต้องระวังไป 1 ปี ถึง 21 เม.ย. 2568 แม้ว่าอะไรๆ ในเมืองดูจะดีค่อนข้างจะมาก เช่น แข่งอะไรก็จะชนะ เดี๋ยวมงลงถี่ๆ คอยดู เดี๋ยวหุ้นก็ทำสถิติใหม่ด้านซื้อ-ขาย ดาวใหญ่ให้คุณกับดวงเมืองทั้งหมด เป็นศรีสิริมงคล แต่ด้านลบต้องระวังเรื่องนี้” โหรฟองสนาน กล่าว

ขณะที่ดวงชะตาของอดีตนายกฯ ทักษิณ โหรฟองสนานระบุว่า ท่านก็เหมือนกับคนอื่นๆ คือไม่มีใครบวกหมดหรือลบหมด และพื้นดวงชะตาก็ไม่ใช่ความลับ ตนก็ต้องขอโทษเจ้าของดวงด้วยในการนำมาเปิดเผยในครั้งนี้ แต่ที่ผ่านมาก็เคยมีการเปิดเผยไว้ในหนังสือหลายเล่มแล้ว เช่น ตาดูดาวเท้าติดดิน ทักษิณคนเหนือดวง เป็นต้น โดยพื้นดวงของนายทักษิณคือลัคนาสถิตราศีกันย์ ธาตุดิน ดวงชะตานี้โดดเด่นด้วยเกณฑ์ที่ท่านก็รู้ มีคนอ้างถึงจันทรุสุริยา

ซึ่งคนที่มีดวงแบบนี้หมายถึงเกิดอยู่หลังเขาก็จะมาโด่งดังใจกลางพระนคร หรือพายเรือออกจากสวนมาบวชก็จะได้เป็นถึงพระราชาคณะ ดังตัวอย่างของบุคคลอีกหลายท่าน เช่น พุ่มพวง ดวงจันทร์ ราชินีเพลงลูกทุ่ง สุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย อดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี และอดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ เป็นต้น ซึ่งกรณีของ ทักษิณ ชินวัตร คือจากตำรวจกลายเป็นมหาเศรษฐีและนายกรัฐมนตรี

สำหรับคนที่มีดวงชะตานี้ ในด้านบวกมีเกณฑ์ความร่ำรวยอยู่ในภพลาภะ หมายถึงโชคลาภหรือความสำเร็จ แต่ด้านลบหรือข้อควรระวัง คือ 1.เรื่องของความอยากได้ 2.ต้องไม่เหยียบบ่าคนอื่น เพราะหากร่วงลงมาจะถูกศัตรูเล่นงานได้ ส่วนดวงชะตาในระยะเวลาอันใกล้นี้ ขอเตือนให้คุณทักษิณระวังตัว ช่วงอายุ 75-83 ปี หรือรวมแล้ว 8 ปี กับอีก 4 เดือน เป็นเรื่องของการตกวัยอริ เจ็บไข้ได้ป่วยหรือมีปัญหาอุปสรรคหนี้สิน แล้วแต่ว่าจะออกด้านไหน

โดยตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2565-กรกฎาคม 2572 ท่านตามหาความฝันและเปลี่ยนแปลงชีวิตทั้งหมด ตามหาความฝันอยากกลับบ้าน 17 ปี ท่านก็ได้กลับ เปลี่ยนชีวิตหมดเคยอยู่ต่างประเทศท่านก็มาอยู่เมืองไทย ชิลๆ ไปทั่วประเทศ ถ้าท่านจะแสวงบุญออกบวชก็โอเค อีกเกณฑ์หนึ่งที่ออกแนวบวกก็คือว่า เขาเรียกตรีเทพให้คุณพร้อมกัน 2 ดวง พระเสาร์ให้คุณ 1 มี.ค. 2566-14 ก.พ. 2569 ได้ลาภใหญ่ก็ตั้งใจอันสำราญ จะได้ลาภจากการต่อสู้ปัญหาอุปสรรคหนี้สินสุขภาพอนามัย เช่น ไปอยู่ชั้น 14 แล้วท่านก็ได้ลาภ

ดังนั้นช่วงนี้ใครมีดวงลักขณาสถิตราศีกันย์ ขอให้สู้อย่ายอมแพ้ ส่วนเกณฑ์ที่ 2 หัวหน้าเทวดาประจำตัวพฤหัสบดี เพิ่งออกจากห้องไอซียูมาคุ้มครองชะตาเต็มที่ ตั้งแต่ 30 เม.ย. 2567-13 พ.ค. 2568 แต่ก็มีเกณฑ์ด้านลบคือราหูเล็งลัคน์ ช่วงวันที่ 18 ต.ค. 2566-
5 พ.ค. 2568 มีคำเตือนให้ระวังคู่ครองหรือหุ้นส่วน เช่น ผู้มีส่วนได้-ส่วนเสีย หรือแม้แต่พรรคการเมืองที่เกี่ยวข้องกับตัวท่าน เพราะจะมีอาการป่วยหรือมีปัญหา อาทิ มีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ปรับแล้วก็เกิดปัญหาขึ้น รวมถึงต้องระวังคดีความ

“ปกติเจอคดีความ เจอเรื่องคู่ครองหรือหุ้นส่วนชีวิต ราหูทับราหูดวงเดิมด้วย ต้องระมัดระวังเรื่องตับและเรื่องน้ำย่อย ถ้าเดินทางต่างประเทศต้องระมัดระวังราหูทับราหู ปะทะกันและกันกล นั้นห้ามจรหน บรเทศจะอันตราย สินทรัพย์จะร่อยริน เสียเงินเสียทอง ทิศบนดินจะหมองหมาย ระวังมีเรื่องกับผู้ใหญ่ โทษตนระมาศกายจะเกิดพระเพลิงกาฬ ระวังฟืนไฟนิดหนึ่ง ศัตรูจะแกล้งกล่าว พจน์ล่อและลวงผลาญ ต้องระมัดระวังศัตรูกล่าว พยาธิใหญ่จะประหาร บ่มีญาติจะม้วยมรณ์ ระวังเรื่องของสุขภาพอนามัย เพราะด้านลบอีกด้าน เสาร์ถึงเสาร์อยู่นะ กรรมเก่าแรง กระดูก เส้นประสาท ลำไส้ ผิวหนัง ภูมิแพ้” โหรฟองสนาน ระบุ

ยังมีด้านลบอีกด้านคือเสาร์ถึงศุกร์ หมายถึงโรคเก่ากำเริบ และระวังถูกทรยศหักหลัง แต่เมื่อประมวลออกมาแล้ว โดยภาพรวมหัวหน้าดาวร้ายคือพระเสาร์ยังให้คุณไปถึง 14 ก.พ. 2569 และหัวหน้าดาวดีก็ยังคุ้มครองตั้งแต่ 30 เม.ย. 2567 เป็นต้นไป ดังนั้นหากเกณฑ์ชีวิตจะเปลี่ยนก็จะเป็นเพราะเรื่องของราหู ดังนั้นอย่ามีเรื่องกับผู้หลักผู้ใหญ่ และเดินเหินก็ต้องระมัดระวัง อย่างไรก็ตาม การมีพฤหัสคุ้มครองก็จะทำให้เหมือนดวงชะตาทั่วไปของลัคนาราศีกันย์ คือลดความรุนแรงของเหตุการณ์ด้านลบลง

แต่ให้ไปจับตาดูเรื่องสุขภาพอนามัย ตั้งแต่อายุ 75 ปีคือคงเริ่มก่อตัว ถึงกระนั้นคุณทักษิณก็มีเงินมาก ตั้งแต่อายุ 75-อายุ 83 ปี 4 เดือน และไม่รู้ว่าเกณฑ์นี้จะเปลี่ยนอะไรบ้าง แนะนำให้ไปดูช่วงที่พระเสาร์หยุดให้คุณ หรือพระเสาร์ เล็งลัคน์ ตอนนั้นเรื่องด้านลบจะรอเกิดอย่างใหญ่โตคือช่วงวันที่ 14 ก.พ. 2569-12 เม.ย. 2571 ดังนั้นตอนนี้คุณทักษิณก็เอาคุณงามความดีจากหัวหน้าดาวดีและดาวร้ายไปก่อน แต่ราหูตัวแสบระราน ความรุนแรงน่าจะลดลง แต่เมื่อใดที่หัวหน้าดาวร้ายให้โทษท่าน คือ 14 ก.พ.2569-12 เม.ย. 2571 เกณฑ์ชีวิตเปลี่ยน ต้องระมัดระวังมาก

ส่วนคณะรัฐมนตรีที่นำโดยนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน ช่วง 19 มิ.ย.-1 ธ.ค. 2567 ต้องประคับประคองให้ดี จะมีการปรับ ครม. และปรับพรรคร่วมรัฐบาลครั้งใหญ่ สถานการณ์จะเหมือนกับคนท้องอืด ตั้งแต่วันที่ 19 มิ.ย. 2567 เป็นต้นไป เพราะพระเสาร์เดินผิดปกติ ดังนั้นก็อยู่ที่นายกฯ เศรษฐา ที่จะประคับประคอง แต่ในภาพรวมรัฐบาลก็ยังโชคดีอยู่ แต่ตนไม่ได้ดูดวงให้กับนายเศรษฐาและโหรทั้งแผ่นดินก็ดูดวงพลาดกันหมดเพราะไม่รู้เวลาเกิดของท่าน ไม่ได้มีข้อมูลดวงชะตาที่ชัดเจนเหมือนกับของอดีตนายกฯ ทักษิณ

มีคำถามที่น่าสนใจประการหนึ่งคือ “มีหมอดูบางท่านได้ทำนายว่า ทักษิณ ชินวัตร มีโอกาสถึงขั้นได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง?” ประเด็นนี้โหรฟองสนาน ระบุว่า สำหรับตนเองไม่พูดถึงขนาดนั้น แต่มีดวงชะตาจันทรุสุริยา ซึ่งด้านลบคือเป็นตุ๊กตาล้มลุก ซึ่งครูบาอาจารย์ในแวดวงโหราศาสตร์จะเตือนกันว่าแรงมาก หมายถึงช่วงขึ้นก็แรง-ช่วงลงก็แรง และต้องย้ำด้วยว่า คนมีดวงชะตาแบบนี้ต้องไม่เหยียบบ่าคนอื่นและไม่สร้างศัตรู ไม่ว่าจะเป็นหรือไม่เป็นนายกฯ ก็ตาม

“อ้างอิงตำราได้ โหราศาสตร์ปริทรรศน์ เล่ม 2ครหวินิจฉัย ของอาจารย์เทพย์ สาริกบุตร อ้างเลยอังคารกับมฤตยูลอยอยู่กลางฟ้าตอนเกิดภพที่ 10 ตำราบอกว่าคุณได้เป็นใหญ่เป็นโตแน่ เพราะว่าเกณฑ์เขาเรียกว่าตรีโชค แต่เกณฑ์นี้อย่าเหยียบบ่าใคร อย่าสร้างศัตรู เพราะว่าพอตอนดวงตกศัตรูกลุ้มรุมทำร้าย”โหรฟองสนาน กล่าว

สำหรับโชคชะตาของรัฐบาลชุดปัจจุบัน โหรฟองสนานชี้ว่า ยังถือว่าโชคดีอยู่ เพราะอย่างไรก็ยังอยู่ภายใต้ภพลาภะ แต่ก็จะเขย่ากันอุตลุด เพราะเสาร์เดินถอยหลัง ดาวรัฐบาล ดาวบริหารราชการแผ่นดินเดินถอยหลัง ก็ต้องจับตาว่าจะมีใครโดนอะไรบ้าง รวมถึงธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ด้วย ก็ไม่รู้อะไรจะเกิดขึ้น สำหรับตนเองก็ไม่กล้าที่จะทำนาย เพราะตำราและครูโหรฯ บอกว่าดาวเดินผิดปกติ อย่าหาญไปทำนายเพราะจะทำนายไม่ถูก

อีกทั้งการเดินผิดปกติจะเป็นไปแบบยาวนานมาก เริ่มตั้งแต่วันที่ 19 มิ.ย. 2567 เป็นต้นไป ที่รัฐหรือรัฐบาลจะมีอาการเหมือนท้องอืด จะมีการเขย่า การปรับหรือใช้คำว่าทบทวนกัน ไปจนถึงวันที่ 1 ธ.ค. 2567 แต่รัฐบาลก็ยังคงจะโชคดีไปจนกว่าจะเข้าสู่ปี 2568 อย่างไรก็ตาม ตนเองขอใช้คำว่ารัฐบาลในภาพรวม ไม่เจาะจงไปที่พรรคเพื่อไทยที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เพราะไม่มีข้อมูลดวงของพรรคดังกล่าว แต่ปีนี้อะไรก็ดูดีไปหมด เพราะดาวใหญ่เกือบทุกดวงให้คุณกับดวงเมือง

ในช่วงท้ายของรายการ โหรฟองสนาน ฝากคำเตือนถึงผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง ว่า “ดวงเมืองของประเทศไทยนี้ดูเหมือนจะดูดีมากๆ ช่วง 21 เม.ย. 2567-21 เม.ย. 2568 แต่หลังจากนั้นเมืองจะเริ่มเข้าเคราะห์ทางเศรษฐกิจ” ดังนั้น “ต้องหลีกเลี่ยงนโยบายที่ทำแล้วเป็นการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ” เพราะนอกจาก 21 เม.ย.2568-21 เม.ย. 2569 ที่ดวงเมืองของไทยเข้าสู่ช่วงเคราะห์ทางเศรษฐกิจแล้วยังมีเคราะห์ใหญ่ทั้งด้านเศรษฐกิจและการเมือง รออยู่ในช่วง 14 ก.พ. 2569-12 เม.ย. 2571 แต่หากรัฐบาลดำเนินนโยบายให้ดีเสียตั้งแต่วันนี้ก็จะลดความรุนแรงของสถานการณ์ลงได้

“ยังทำอะไรดีๆ ได้ก่อน 21 เม.ย. 2568 ไม่เตือนเรื่องอื่น เตือนเรื่องนี้ หวังว่าจะไม่เกิดขึ้น เพราะว่า 50% เป็นเรื่องของการกระทำ อีก 50% มันเป็นเรื่องของดวง เราเชื่อมั่นในคุณเศรษฐา ว่าคุณเศรษฐาจะทำอะไรดีๆให้กับประเทศ เราเชื่อมั่นใน ครม. ในส่วนดีที่จะทำอะไรดีๆให้กับประเทศ ไม่ต้องเชื่อโหรนะ แต่ว่าทำดีเถิด อย่าตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ” โหรฟองสนาน ฝากทิ้งท้าย

ลอรีอัล ชวนสตาร์ทอัพไทยโชว์ไอเดียประกวดนวัตกรรมบิวตี้เทคระดับภูมิภาค

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/806542

ลอรีอัล ชวนสตาร์ทอัพไทยโชว์ไอเดียประกวดนวัตกรรมบิวตี้เทคระดับภูมิภาค

ลอรีอัล ชวนสตาร์ทอัพไทยโชว์ไอเดียประกวดนวัตกรรมบิวตี้เทคระดับภูมิภาค

วันเสาร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ลอรีอัล กรุ๊ป (L’Oréal) จัดโครงการประกวดนวัตกรรมบิวตี้เทค “Big Bang Beauty Tech Innovation Program” ขึ้นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกตอนใต้ ตะวันออกกลาง และแอฟริกาเหนือ (SAPMENA) ซึ่งมีประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งในกลุ่มภูมิภาคนี้ โดยมีเป้าหมายเพื่อการสร้างสรรค์นวัตกรรมความงามแห่งอนาคตถือเป็นการประกวดนวัตกรรมแบบเปิดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรมความงาม โดยเปิดเวทีให้สตาร์ทอัพที่มีศักยภาพได้พัฒนานวัตกรรมของตนเองผ่านโครงการนำร่องเชิงพาณิชย์ และยังมีโอกาสในการเข้าถึงตลาด 35 ประเทศทั่วภูมิภาค SAPMENA

การแข่งขันครั้งนี้ให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์และพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีความงามและโซลูชั่นทางการตลาดร่วมกัน โดยสตาร์ทอัพที่เข้าร่วมการแข่งขันจะต้องนำเสนอโซลูชั่นที่ตอบโจทย์อย่างน้อย 1 ใน 5 หัวข้อหลัก ได้แก่ ประสบการณ์ผู้บริโภค (Consumer Experience), เนื้อหา
(Content), สื่อ (Media), การค้ารูปแบบใหม่ (New Commerce) และเทคโนโลยีเพื่อสิ่งดีงาม (Tech for Good) ซึ่งในโอกาสนี้ สตาร์ทอัพจะได้มีโอกาสพบปะพูดคุยกับผู้นำทางธุรกิจและผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัล รวมถึงพันธมิตรเชิงกลยุทธ์และที่ปรึกษา ซึ่งสามารถให้ข้อมูลเชิงลึกเพื่อสนับสนุนไอเดียใหม่ๆ และส่งเสริมศักยภาพในการขยายธุรกิจ

ทั้งนี้ การแข่งขันรอบรองชนะเลิศระดับภูมิภาคสำหรับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อินเดีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะจัดขึ้นแบบออนไลน์รวม 3 รอบจากนั้นทีมที่ผ่านเข้ารอบไม่เกิน 10 ทีมจากทั่ว SAPMENA จะมีโอกาสประชันความสามารถเพื่อชิงรางวัลชนะเลิศในการแข่งขันรอบ Grand Finale ซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศสิงคโปร์ ในวันที่ 23 ตุลาคม 2567 โดยคณะกรรมการตัดสินประกอบด้วยผู้บริหารระดับสูงของลอรีอัลและผู้บริหารระดับสูงของบริษัทพันธมิตรด้านเทคโนโลยี

สำหรับสตาร์ทอัพที่ปรารถนาเป็นผู้กำหนดอนาคตของอุตสาหกรรมความงามร่วมกับลอรีอัล สามารถสมัครเข้าร่วมการแข่งขันได้ตั้งแต่วันนี้ทางเว็บไซต์การแข่งขัน https://bigbang.lorealsapmena.com ภายในวันที่ 13 กรกฎาคม 2567