สอศ.-กสศ. ร่วมขับเคลื่อนทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงปี’68

https://www.naewna.com/local/847898

สอศ.-กสศ. ร่วมขับเคลื่อนทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงปี’68

สอศ.-กสศ. ร่วมขับเคลื่อนทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงปี’68

วันอังคาร ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายวิทวัต ปัญจมะวัต รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เป็นประธานการประชุมชี้แจงการเปิดรับข้อเสนอโครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ปี 2568 สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) โดยในการประชุมครั้งนี้มีผู้ทรงคุณวุฒิเข้าร่วม ได้แก่ นายนพพร สุวรรณรุจิและผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปานเพชรชินินทร อนุกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพการศึกษาระดับสูงกว่าภาคบังคับ นางสาววิภาดา ศิริวัฒน์ ผู้อำนวยการกองมาตรฐานการศึกษาและวิจัย สถาบันวิทยาลัยชุมชน รวมถึงผู้บริหารและคณาจารย์จากสถานศึกษาสายอาชีพทั่วประเทศ ณ ห้องประชุมเสมอภาค ชั้น 13 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา และผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (Zoom)

นายวิทวัต ปัญจมะวัต รองเลขาธิการ กอศ. กล่าวว่า โครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ปี 2568 เป็นความร่วมมือสำคัญระหว่าง สอศ.กับ กสศ. ที่จัดตั้งขึ้น โดยมีแนวคิดว่าการศึกษาเป็นเครื่องมือสำคัญในการแก้ไขปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำทางรายได้ในมิติต่างๆ โดยมุ่งสนับสนุนทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนที่มาจากครอบครัวยากจน 20% ของประเทศ ให้มีโอกาสเรียนต่อสายอาชีพชั้นสูง และมีงานทำทันทีเมื่อจบการศึกษาในสาขาที่ตลาดแรงงานมีความต้องการ นอกจากนี้ยังสนับสนุนสถานศึกษาในการพัฒนารูปแบบหลักสูตรนวัตกรรมที่ส่งเสริมการเรียนรู้ให้มีทักษะรอบด้าน ผ่านความร่วมมือกับภาคเอกชนและท้องถิ่น

“ส่งเสริมการศึกษาสายอาชีพผ่านการผลิตและพัฒนากำลังคนถือเป็นยุทธศาสตร์การทำงานที่สำคัญ เนื่องจากประเทศไทยจำเป็นต้องพัฒนาด้านกำลังคนเพื่อให้หลุดพ้นจากกับดักของประเทศรายได้ปานกลาง และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับนานาประเทศ ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงจึงเป็นช่องทางสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและการผลิตกำลังคนที่สร้างความเข้มแข็งให้กับภาคการผลิตและภาคธุรกิจ เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ”รองเลขาธิการ กอศ. กล่าว

สำหรับแนวทางการดำเนินงานในปี 2568 ยังคงให้ความสำคัญกับการสนับสนุนทุนการศึกษาในสาขาที่เป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศและตอบโจทย์ความต้องการตลาดแรงงานทั้งระดับประเทศและท้องถิ่น โดยมีการพัฒนารูปแบบใหม่ผ่านความร่วมมือที่สำคัญระหว่าง สอศ. หอการค้าไทย และหอการค้าจังหวัดกำแพงเพชร ขอนแก่น และภูเก็ต เพื่อร่วมกันพัฒนากำลังคนสายอาชีพที่มีสมรรถนะสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานในพื้นที่จังหวัด และส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ศึกษาตามความถนัดและสามารถเข้าสู่อาชีพได้อย่างมีคุณภาพ

ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมา โครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงของ กสศ. และเครือข่าย ได้สร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่นักเรียนชั้น ม.3 ม.6 ปวช. หรือเทียบเท่า จำนวนทุนสะสม 6 รุ่น รวมกว่า 13,924 คน ผ่านเครือข่ายสถานศึกษาสายอาชีพทั้งภาครัฐและเอกชน 165 แห่ง ใน 60 จังหวัดทั่วประเทศ โดยเป็นการทำงานร่วมกับสถานศึกษาอาชีวศึกษาทั้งรัฐและเอกชน วิทยาลัยชุมชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล และสถาบันการศึกษาอื่นๆ ทั่วประเทศ

สพฐ.เปิดตัวการเรียนรู้แห่งอนาคต สร้างทักษะอนาคตเยาวชนทุกที่ทุกเวลา

https://www.naewna.com/local/847899

สพฐ.เปิดตัวการเรียนรู้แห่งอนาคต สร้างทักษะอนาคตเยาวชนทุกที่ทุกเวลา

สพฐ.เปิดตัวการเรียนรู้แห่งอนาคต สร้างทักษะอนาคตเยาวชนทุกที่ทุกเวลา

วันอังคาร ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นางเกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาธิการ กพฐ.) เข้าร่วมการเปิดตัวแคมเปญ “สร้างทักษะอนาคต ทุกที่ทุกเวลา Future Youth Thailand” มอบโอกาสให้เด็กไทยทุกคน เรียนรู้ทักษะสำคัญได้ทุกที่ทุกเวลา ด้วยคอร์สออนไลน์ และกิจกรรม Pitching ฟรี! กับ Starfish Labz “ร่วมสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้อย่างยั่งยืน ผ่านกระบวนการ STEAM Design Process สู่การนำไปใช้ในชีวิตจริง สอดคล้องกับ SDG 11 และ SDG 13”ซึ่งการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่มีผลต่อการจัดการเรียนรู้เพื่อสร้างให้เด็กมีทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 และเด็กสามารถนำความรู้และทักษะมาประยุกต์ใช้ได้ในโลกแห่งความเป็นจริงตามหลักการพัฒนาการศึกษาที่เน้นให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปใช้ มากกว่าการท่องจำเพียงอย่างเดียว

สำหรับโครงการดังกล่าว นับเป็นความร่วมมือครั้งยิ่งใหญ่ระดับประเทศ ที่มุ่งมั่นส่งเสริมและสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้เรียนในประเทศไทย พร้อมริเริ่มการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในด้านการเรียนรู้ และมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งนวัตกรรมและการศึกษาที่ก้าวหน้า โดยการพัฒนาทักษะแห่งอนาคต เสริมสร้างทักษะที่จําเป็นในศตวรรษที่ 21 ให้กับนักเรียน รวมถึงการคิดเชิงวิพากษ์ ความคิดสร้างสรรค์ การทำงานร่วมกัน และการสื่อสารผ่านการเรียนรู้เชิงรุกโดยใช้กระบวนการออกแบบ STEAM เพื่อสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ ผ่านการนําเสนอประสบการณ์การเรียนรู้แบบเรียนด้วยตนเองที่เน้นการใช้งานบนมือถือ ซึ่งสามารถเข้าถึงนักเรียนได้ทั้งในเขตเมืองและชนบท พร้อมทั้งส่งเสริมนวัตกรรมที่ยั่งยืนให้นักเรียนพัฒนาทางออกสำหรับโลกแห่งความเป็นจริงที่สอดคล้องกับ SDG 11 (เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน) และ SDG 13 (การรับมือการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศ) ช่วยให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาความยั่งยืนทั้งในระดับท้องถิ่น และระดับโลก รวมถึงการสนับสนุนครูและโค้ช โดยการจัดทำคู่มือสำหรับครูและโค้ชเพื่อช่วยในการดำเนินการบทเรียน ส่งเสริมการทำงานร่วมกันและการพัฒนาทักษะปฏิบัติในห้องเรียนและชุมชน โดยสื่อสารประชาสัมพันธ์และสร้างเครือข่ายชุมชนการเรียนรู้ให้แก่โรงเรียนทั่วประเทศอีกด้วย

นางเกศทิพย์ กล่าวต่อไปว่า โครงการดังกล่าวจะส่งผลทำให้เกิดการพัฒนา นักเรียนในประเทศไทยทุกคนจะเข้าถึงการศึกษาที่พร้อมสำหรับอนาคต และส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยโครงการสร้างทักษะอนาคตเยาวชน Future Youth Thailand : เป็นหลักสูตรการเรียนรู้ขนาดย่อมแบบเรียนรู้ด้วยตนเอง (Self-Paced Micro Learning) ออกแบบโดย Starfish Education เพื่อเสริมสร้างพลังให้นักเรียนไทยอายุ 13-18 ปี พัฒนาทักษะที่จําเป็นสําหรับอนาคต ควบคู่ไปกับการแก้ไขปัญหาด้านสภาพภูมิอากาศ ซึ่งหลักสูตรนี้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และบูรณาการกระบวนการออกแบบ STEAM มอบประสบการณ์การเรียนรู้ที่เป็นเอกลักษณ์ในด้านการศึกษาแบบ Maker Education การเรียนรู้เชิงรุกและการแก้ปัญหาในโลกแห่งความเป็นจริงหลักสูตรนี้จะเสริมพลังให้นักเรียน พัฒนาทางออกสำหรับความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศในโลกแห่งความเป็นจริงพร้อมกับได้รับทักษะที่สำคัญพร้อมสำหรับอนาคต โดยความร่วมมือในครั้งนี้จะนําโอกาสในการเรียนรู้ไปสู่นักเรียนทั่วประเทศไทยและช่วยสร้างคนรุ่นใหม่ที่พร้อมสำหรับอนาคต

“สพฐ. และ Starfish Education เป็นการรวมพลังและมอบโอกาสให้เด็กไทยทุกคน โดยการเข้าถึงผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลที่รองรับการเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา มุ่งสร้างเยาวชนไทยที่พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 ด้วยการพัฒนาทักษะที่จำเป็น เช่น การคิดเชิงวิพากษ์ ความคิดสร้างสรรค์ การทำงานเป็นทีม และการสื่อสารผ่านการเรียนรู้เชิงรุกและสามารถพัฒนาและสร้างนวัตกรรมได้อย่างยั่งยืน โดยมีกิจกรรมที่มุ่งเน้นการศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน จึงขอเชิญชวนนักเรียนมัธยมศึกษาทั่วประเทศ ร่วมส่งผลงานแข่งขัน Pitching รับโล่รางวัลระดับประเทศ สร้างนวัตกรรมที่ยั่งยืน ให้นักเรียนพัฒนาทางออกสำหรับโลกแห่งความเป็นจริงที่สอดคล้องกับ SDG 11 (เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน) และ SDG 13 (การรับมือการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศ) เพื่อนักเรียนได้สร้างทักษะอนาคต ทุกที่ทุกเวลา ด้วยความสามารถของตนเองอย่างยั่งยืน” รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าว

‘รมช.สุรศักดิ์’ มอบโล่รางวัล ‘PEF Award for ALL’ ประจำปี 2567 หนุนดึงภาคีเครือข่าย ร่วมปฏิวัติการศึกษา ‘แก้ปัญหาประเทศ’

https://www.naewna.com/local/847897

‘รมช.สุรศักดิ์’ มอบโล่รางวัล ‘PEF Award for ALL’ ประจำปี 2567 หนุนดึงภาคีเครือข่าย ร่วมปฏิวัติการศึกษา ‘แก้ปัญหาประเทศ’

‘รมช.สุรศักดิ์’ มอบโล่รางวัล ‘PEF Award for ALL’ ประจำปี 2567 หนุนดึงภาคีเครือข่าย ร่วมปฏิวัติการศึกษา ‘แก้ปัญหาประเทศ’

วันอังคาร ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลโครงการ “PEF Award for ALL” ประจําปี 2567 ณ มหาวิทยาลัยศรีปทุม โดยมีผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารสถานประกอบการ ครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียนร่วมต้อนรับ

นายสุรศักดิ์ กล่าวภายหลังมอบโล่รางวัล ว่าขอแสดงความยินดีกับผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารสถานประกอบการ ลูกๆ นักเรียน นักศึกษาทุกคนที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้อันนํามาซึ่งความภาคภูมิใจ ชื่อเสียงและเกียรติคุณที่ได้ทุ่มเทกําลังกาย กําลังใจ กําลังความคิดเป็นพลังสำคัญของการขับเคลื่อภารกิจของการศึกษาให้บรรลุเป้าหมายที่เน้นประโยชน์สุขของประชาชน ตลอดจนสถานประกอบการที่เป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญในการร่วมพัฒนาการศึกษาของไทย ทั้งนี้ ขอชื่นชมลูกๆ นักเรียน นักศึกษาที่ได้รับรางวัลการประกวดผลงานโครงการผลิตสื่อสร้างสรรค์ที่ทันสมัย เป็นต้นแบบนักสื่อสารสร้างสรรค์ ปลูกจิตสำนึกด้านการผลิตสื่อที่ปลอดภัย รู้เท่าทันสื่อ และเลือกบริโภคสื่ออย่างถูกต้องจนได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดผลงาน สร้างความภูมิใจ ให้แก่สถาบันการศึกษาและสถาบันครอบครัว

“ทั้งนี้ เชื่อว่าการที่มูลนิธิเพื่อพัฒนาการศึกษาเอกชนได้สรรหาผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารสถานประกอบการที่ทำงานด้วยความทุ่มเท เสียสละมีผลงานที่เป็นรูปธรรมชัดเจน กอปรด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เสียสละ อดทน และอุทิศตนในการทำงานเพื่อประโยชน์ส่วนรวมต่อการศึกษา ทำให้การปฏิบัติงานเกิดผลสำเร็จ จนได้รับโล่รางวัลประกาศเกียรติคุณ รวมถึงการประกวดผลงานของนักเรียนเพื่อให้นักเรียนเกิดการสร้างสรรค์รูปแบบสื่อที่ดี เกิดเนื้อหาของสื่อที่จะนําไปใช้ในการสื่อสาร ที่มีประสิทธิภาพและมีคุณค่าต่อสังคมจนได้รับรางวัลเกียรติบัตรและเหรียญรางวัลในวันนี้เช่นกัน ซึ่งเป็นการสนับสนุนให้ระบบการศึกษาไทยก้าวไปข้างหน้าด้วยความเข้มแข็ง มั่นคง เป็นที่ยอมรับของสังคมและ ประเทศชาติต่อไป” รมช.สุรศักดิ์ กล่าวและว่า

ทั้งนี้ ขอฝากให้ทุกท่านปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต นําความรู้ ความสามารถ มาใช้ให้เกิดประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติ รวมถึงนักเรียนขอให้ตั้งใจศึกษาเล่าเรียนเป็นคนดี เป็นคนเก่งของสังคมและประเทศชาติ และที่สำคัญขอให้ตระหนักไว้เสมอว่าคุณธรรมและจริยธรรมเป็นเรื่องที่สำคัญในการพัฒนาสังคมและประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้า หากทุกท่านร่วมใจกันที่จะสร้างและรักษาไว้ก็จะพัฒนาและก้าวหน้าได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

MOU ‘โรงเรียนร่วมพัฒนา’ ยกระดับคุณภาพการศึกษา สร้างโอกาสเท่าเทียมทุกพื้นที่

https://www.naewna.com/local/847896

MOU ‘โรงเรียนร่วมพัฒนา’ ยกระดับคุณภาพการศึกษา สร้างโอกาสเท่าเทียมทุกพื้นที่

MOU ‘โรงเรียนร่วมพัฒนา’ ยกระดับคุณภาพการศึกษา สร้างโอกาสเท่าเทียมทุกพื้นที่

วันอังคาร ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ ความร่วมมือโครงการ “โรงเรียนร่วมพัฒนา” (Partnership School Project) ระหว่าง กระทรวงศึกษาธิการ กับ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โดยมี พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธี ร่วมด้วย นายเกรียงไกร เธียรนุกุลประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นายสุรพงษ์ เป้ากลาง ผู้แทนจากหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา นางเกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการ กพฐ. นายภูธร จันทะหงษ์ ปุณยจรัสธำรง ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. เข้าร่วมในพิธี ณ ห้องประชุม บุณยเกตุ หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ

พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศธ. กล่าวว่า การศึกษา คือรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ การพัฒนาระบบการศึกษาที่มีคุณภาพ จึงไม่ใช่เพียงหน้าที่ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ร่วมกันขับเคลื่อนการศึกษาของประเทศ เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างโอกาสทางการศึกษา พัฒนาผู้เรียนอย่างรอบด้าน รวมทั้งสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน เพื่อสร้างต้นแบบของการพัฒนาการศึกษาอย่างยั่งยืน

“ผมเชื่อมั่นว่าโครงการ “โรงเรียนร่วมพัฒนา” Partnership School Projectจะช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยให้ทัดเทียมกับนานาชาติ เยาวชนไทยจะได้รับโอกาสที่เท่าเทียมในการพัฒนาตนเอง และมีความพร้อมที่จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการนี้จะเป็นต้นแบบของการบริหารจัดการที่มีคุณภาพ สามารถปรับตัวและตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคตได้ นอกจากนี้ โครงการยังช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนและชุมชน ให้เกิดความเข้มแข็งและความยั่งยืนในระยะยาวอีกด้วย ผมหวังว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ก่อให้เกิดการทำงานร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม “จับมือ” “ร่วมพัฒนา” “ขยายผล”ยกระดับการศึกษาในระดับประเทศ และเป็นต้นแบบที่สำคัญในการพัฒนาระบบการศึกษาที่ครอบคลุม ยั่งยืน และเป็นพลังนำพาการศึกษาไทยให้ก้าวไปทัดเทียมนานาประเทศต่อไป” รมว.ศธ. กล่าว

ด้าน ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า สพฐ.ได้รับมอบหมายให้ดำเนินโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนาตั้งแต่ปี พ.ศ.2561 โดยเน้นความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อพัฒนาสถานศึกษาให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ ครอบคลุมทุกพื้นที่ และสอดคล้องกับความต้องการเฉพาะด้านของบริบทแต่ละชุมชน ภายใต้หลักการ “การศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ และการศึกษาเพื่อความมั่นคงของชีวิต” โดยใช้แนวทางการทำงาน “จับมือไว้ แล้วไปด้วยกัน”รวมถึงพัฒนานวัตกรรมการมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา การสร้างความร่วมมือการบริหารวิชาการ การระดมทรัพยากรและงบประมาณ การพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา และการพัฒนาผู้เรียน ภายใต้การสนับสนุนทรัพยากรจากผู้สนับสนุนและทุกภาคส่วน พร้อมทั้งพัฒนาโรงเรียนในโครงการให้มีศักยภาพในการพัฒนาผู้เรียนให้ “ฉลาดรู้ ฉลาดคิด ฉลาดทำ”มีศักยภาพและความพร้อมสนับสนุนการพัฒนาประเทศให้ “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพ จบแล้วมีงานทำและมีรายได้ที่เหมาะสมในการดำรงชีวิต สุดท้ายนี้ ตนเชื่อมั่นว่าความร่วมมือครั้งนี้จะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพการศึกษาในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการลดช่องว่างด้านความเหลื่อมล้ำ การพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล และสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบการศึกษาของประเทศไทยต่อไป

ใหม่ ดาวิกา คัมแบ็ก เปิดบัญชี X อีกครั้ง หลังปิดไป 1 วันเพราะเจอดราม่า

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2831306

ใหม่ ดาวิกา คัมแบ็ก เปิดบัญชี X อีกครั้ง หลังปิดไป 1 วันเพราะเจอดราม่า

16 ธ.ค. 2567 17:26 น.

ใหม่ ดาวิกา คัมแบ็ก เปิดบัญชี X อีกครั้ง หลังปิดไป 1 วันเพราะเจอดราม่า

หลังจากที่นักแสดงสาวสวย ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่ เจอดราม่าเรื่องคู่จิ้น #ใหม่เฟิร์น จนต้องปิดบัญชี X ไป หลังจากที่เจ้าตัวเจอข้อความในโซเชียล X ที่ทวีตข้อความเกี่ยวกับดาราขายคู่จิ้นทั้งที่ตัวเองมีแฟนอยู่แล้วว่า “เห็นดาราสเตรทต้องมาพยายามขายจิ้นวาย ทั้งๆ ที่ตัวเองก็มีแฟนอยู่แล้วก็ขำอยู่ จัดแฟนมีตเองขายบัตรเองด้วย พยายามมาก”

ซึ่ง ใหม่ ดาวิกา เห็นข้อความดังกล่าว จึงได้รีทวีตพร้อมเขียนเอาไว้ว่า “อ๋อมันเป็นแบบนี้นี่เองเพิ่งเห็นค่ะ เราเริ่มเข้าใจแล้ว…” และใหม่ทวีตข้อความอีกครั้งว่า “ไม่ต้องพยายามเพราะใหม่อยู่ได้ของใหม่สบายๆอยู่แล้ว….แต่ที่ทำทุกอย่างเพราะคือความสุขความรักและได้เห็นแฟนๆแม่หยัวมีความสุข มันคือธรรมชาติความหวังดีต่อกัน เราว่า #ใหม่เฟิร์น นี้ดูชัดเจนมากนะไม่มีอะไรปิดบังเลย” ก่อนจะปิดแอคเค้าท์ X ของตัวเองไป

และหวานใจหนุ่ม เต๋อ ฉันทวิชช์ ก็ออกมาโพสต์รูปคู่พร้อมตัดพ้อว่า “ทำไมโซเชียลใจร้ายกับเค้าจัง” ซึ่งประเด็นดังกล่าวก็ถูกชาวเน็ตพูดถึงอย่างมากในโลกโซเชียลกับการที่เต๋อออกมาโพสต์ตัดพ้อเรื่องของใหม่

แต่ล่าสุด ในวันนี้ ใหม่ ดาวิกา ได้กลับมาเปิด account อีกครั้งหลังจากที่ปิดไป 1 วัน พร้อมเปลี่ยนรูปโปรไฟล์ใหม่ และเขียนข้อความว่า “I’m back (อีโมจิหัวใจสีแดง มงกุฎ) #ใหม่ดาวิกา” 

งานนี้ก็มีชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นต่างๆ มากมาย อาทิ “ขอให้ความรักโอบกอดน้องใหม่นะคะ อดีตเปลี่ยนแปลงไม่ได้ แต่เราทำปัจจุบันให้ดีขึ้นได้ ส่วนใครอยากจมปลักอยู่กับอดีตของเรา ก็ปล่อยเค้าไป เรามามีความสุขกับปัจจุบันและอนาคตดีกว่าค่ะ, 

สู้กับความรู้สึกตัวเองดีกว่าค่ะน้องใหม่..มองทุกอย่างเป็นบวกแล้วสิ่งดีๆ จะเข้ามาหาเราเอง ส่วนใครจะไม่ชอบเรานั่นมันปัญหาของเขา เราโฟกัสคนที่รักเราก็พอ, เป็นกำลังใจให้นะคะ ใครก็เคยผิดพลาดทั้งนั้น อยู่ในจุดที่มีแสงคนเลยมองเห็นง่าย การวางตัวเอย คำพูดเอย มันเลยต้องเหนื่อยมากกว่าสักหน่อย อย่าล้มนาน คนที่จิตใจไม่ดีคงรอเหยียบซ้ำ สู้ๆ ค่ะ, Welcome back. Queen never cry. อยู่ให้มันอกแตกตายไปเลยอีพวกนักเลงคีย์บอร์ดเนี้ย”

YouTube เผย 10 มิวสิกวิดีโอยอดวิวสูงสุดปี 67 “สวยขยี้ใจ” คว้าอันดับ 1

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2831280

YouTube เผย 10 มิวสิกวิดีโอยอดวิวสูงสุดปี 67 "สวยขยี้ใจ" คว้าอันดับ 1

16 ธ.ค. 2567 16:42 น.

YouTube เผย 10 มิวสิกวิดีโอยอดวิวสูงสุดปี 67 “สวยขยี้ใจ” คว้าอันดับ 1

มาแล้วจ้า สิ้นปีแบบนี้ YouTube ไม่พลาดจัดอันดับวิดีโอและครีเอเตอร์ยอดนิยมประจำปี 2567 รวมไปถึงวิดีโอยอดนิยมในหมวดมิวสิกวิดีโอ (จัดอันดับในเดือนพฤศจิกายน 2567) ซึ่งในปีนี้เป็นผลงานของศิลปินไทยทั้ง 10 อันดับ มาดูกันว่าปีนี้เพลงไหนจะเข้าวินกลายเป็นเพลงยอดนิยมที่มีคนเข้าชมถล่มทลายกันบ้างไปดูกันเลย

1. บ่าวบุ๊ค x ทิดแอม x มอส – สวยขยี้ใจ

2. Jeff Satur – ซ่อน (ไม่) หา

3. บุษบา – เมนทอล

4. D GERRARD – รถไฟบนฟ้า (Galaxy Express)

5. มนัสวีร์ – โลกที่แบกไว้

6. เบนซ์ ปรีชา – สีแชทบ่คือเก่า

7. JUEPAK Ft. จ๊ะ นงผณี x GUNNER เอแคลร์ จือปาก – เมร่อน

8. เดี่ยว ไออุ่น – ความรักของยักษ์เขียว (ทศกัณฐ์)

9. TaitosmitH – แอบเก็บความในใจไว้ภายในแว่นเรย์แบนสีดำ

10. เอ็กซ์ ศุภกฤต (จอนนี่มิวสิค) – เขามัทรี

ปีหน้าเพลงไหนจะขึ้นแท่นเป็นมิวสิกวิดีโอยอดนิยมประจำปี 2025 ต้องมาลุ้นกัน 

จากใจ นก จริยา ถึงช่อง 3 หลังไปผลิตละครให้ MONO คนร่วมวงการแห่คอมเมนต์เพียบ

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2831281

จากใจ นก จริยา ถึงช่อง 3 หลังไปผลิตละครให้ MONO คนร่วมวงการแห่คอมเมนต์เพียบ

16 ธ.ค. 2567 15:28 น.

จากใจ นก จริยา ถึงช่อง 3 หลังไปผลิตละครให้ MONO คนร่วมวงการแห่คอมเมนต์เพียบ

เพิ่งจะเปิดตัวไปอย่างยิ่งใหญ่อลังการ สำหรับงานเปิดตัวละครของช่อง MONO ซึ่งมีเหล่าผู้จัดละครของช่อง 3 รวมไปถึงนักแสดงของช่อง 3 อีกหลายสิบชีวิตไปร่วมในงานนั้น ซึ่งทำให้เกิดกระแสพูดถึงอยู่ไม่น้อย ล่าสุด นก จริยา หนึ่งในผู้จัดละครที่ไปผลิตละครให้ช่อง MONO ได้โพสต์ข้อความจากใจถึงช่อง 3 เอาไว้ว่า

“ขอพูดจากหนึ่งปาก หนึ่งหัวใจ ของตัวเองและพื้นที่ของตัวเองให้ชัดเจน จากคนหนึ่งคน นอกจากการเกิดและเติบโตมาจากพ่อกับแม่แล้ว คนที่ให้โอกาสครั้งที่สำคัญของชีวิตจนเป็นเราถึงทุกวันนี้ คือช่องสาม และทุกท่านในมาลีนนท์ (พี่จิ๋ม มยุรฉัตร เหมือนประสิทธิเวช คือแม่ในสายอาชีพ)

รากฐานของดิฉัน หลอมรวมมาจากที่นี่ ทุกโอกาสที่ดี และทุกคำสอนสั่งจนเติบโตแข็งแรง และวันนี้ทุกคนทราบดีว่าอุตสาหกรรมทีวีกำลังต้องต่อสู้อย่างหนัก จากการ disrupt เป็นระลอกๆ มาเหมือนหลายอุตสาหกรรม และท่ามกลางสงครามข่าวสารที่ดุเดือดและเศรษฐกิจที่หนักสาหัส

ดิฉันเชื่ออย่างยิ่งว่าถ้าอุตสาหกรรมบันเทิงและสื่อไทยทุกแขนง ช่วยกันอย่างสุดพลังด้วยการผนึกกำลังทำให้เป็นบูรณาการ สินค้าไทยจะขายได้ผ่านบันเทิง อาหารไทยที่ดีมีชื่อเสียงอยู่แล้วจะถูกกระตุ้น เหมือนตอนที่เราดูซีรีส์แดจังกึม จากเกาหลี ให้รู้จักอาหารเกาหลี และต่างชาติจะมาใช้จ่ายกับสตรีทฟู้ดไทยที่มีเสน่ห์

สถานที่ท่องเที่ยวไทยจะคึกคักเหมือนที่คนไปเที่ยวอยุธยาจากบุพเพสันนิวาส พร้อมใส่ชุดไทยที่สวยงาม ชาวต่างชาติจะมาเที่ยวใช้จ่าย หลายอาชีพจะไม่ซบเซา เพียงแค่เราต้องมียุทธศาสตร์ชาติที่นำพาไปแบบเนียนๆ

สุดท้ายนี้ ขอบอกจากปากคนตัวเล็กๆ คนหนึ่งนะคะ ว่าช่องสามคือที่ที่สร้างดิฉันขึ้นมาด้วยคุณภาพ ด้วยคำสอน แนะนำ นำพา ขอขอบคุณทุกๆ โอกาสที่ได้รับ และดิฉันไม่ได้หายไปจากช่องสาม เมื่อเรามีงานที่สอดคล้องกันยังทำงานด้วยกันอย่างที่สุดเสมอ ขอพูดจากหัวใจนะคะ รักที่สุดช่องสามมาลีนนท์ และขอบคุณที่สุดกับทาง MONO ทุกคนในอุตสาหกรรมนี้กำลังต่อสู้เพื่อสิ่งที่ดีขึ้นค่ะ”

หลังจากที่ นก จริยา โพสต์ข้อความดังกล่าวไป ก็มีเหล่าผู้จัดของช่อง 3 อย่าง อาปิ่น ณัฏฐนันท์ มาร่วมคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นว่า “ช่อง 3 คือพ่อแม่ โมโนคือพี่น้องของเรา” ทางด้าน ชาย ชาตโยดม ก็คอมเมนต์ว่า “รักพี่นกที่สุดนะครับ” ทางด้าน ดิว ปิ่นกมล หนึ่งในผู้บริหารของช่อง 3 ก็ได้คอมเมนต์ว่า “รักนะคะ” นักแสดงมากฝีมืออย่าง เดือน ไปรมา ก็มาคอมเมนต์ว่า “เราจะสู้ไปด้วยกัน โดยหวังว่าวงการละครไทยเราจะกลับคืนมาเฟื่องฟูเหมือนเดิมนะคะ”

มายด์ ณภศศิ เล่าโมเมนต์เจอ แอฟ ทักษอร ครั้งแรก รีบหาจังหวะเข้าไปสวัสดี

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2831266

มายด์ ณภศศิ เล่าโมเมนต์เจอ แอฟ ทักษอร ครั้งแรก รีบหาจังหวะเข้าไปสวัสดี

16 ธ.ค. 2567 14:31 น.

มายด์ ณภศศิ เล่าโมเมนต์เจอ แอฟ ทักษอร ครั้งแรก รีบหาจังหวะเข้าไปสวัสดี

ก่อนหน้านี้ทั้ง แอฟ ทักษอร และ สงกรานต์ เตชะณรงค์ ได้พูดถึงเหตุการณ์ในงานวันเกิดของคุณปู่ไพวงษ์ ที่ได้ร่วมเฟรมกับ มายด์ ณภศศิ สาวคนสนิทของสงกรานต์ เรียกว่าเป็นภาพครอบครัวที่หาดูยากเพราะนานๆ จะรวมตัวกันเกือบครบขนาดนี้ 

ล่าสุดได้เจอ มายด์ ณภศศิ ที่เดินทางมาสวัสดีปีใหม่บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ งานนี้ก็ไม่พลาดที่จะถามเรื่องเหตุการณ์ในวันนั้น ซึ่งมายด์ได้เปิดใจเล่าถึงวันนั้นด้วยรอยยิ้มว่า 

วันนั้นจริงๆ เหมือนคล้ายๆ กับที่พี่แอฟพูดเลยค่ะ ไม่ทราบเหมือนกันว่าพี่แอฟจะมา มายด์ได้มีโอกาสเจอน้องปีใหม่บ้างอยู่แล้ว ตอนไปถึงเจอน้องปีใหม่ก่อน แล้วพี่แอฟตามมาตอนหลัง ตามพี่แอฟเล่าเลย ตอนถ่ายรูปร่วมเฟรมทุกคนถ่ายรูปร่วมกันคุณป๋าเขาเรียกแอฟเข้ามาถ่ายสิ มายด์เข้ามาถ่ายสิ

แต่ไม่ได้คุยกับอะไรกับพี่แอฟนะคะ วันนั้นคนค่อนข้างเยอะ และด้วยความที่มายด์เป็นเด็กกว่าและเป็นคนใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในครอบครัวก็รู้สึกเกร็งค่ะ แต่เราทราบถึงความสัมพันธ์ทั้งหมด หาจังหวะได้ก็รีบยกมือไหว้สวัสดีพี่แอฟก่อนค่ะ มายด์รู้ว่าตัวเองอยู่จุดไหน เรารู้ว่าจะต้องปฏิบัติตัวยังไง แต่ก็ดีใจมากๆ มันเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์ที่ได้ก้าวข้ามในจุดที่หลายๆ คนจับตาดูเราอยู่ มันเป็นภาพที่ออกมาดีเป็นบวกกับทุกๆ คนค่ะ รู้สึกดีและขอบคุณมากๆ ค่ะ

กับคอมเมนต์ตอนแรกมายด์ไม่กล้าอ่านเลยค่ะ แต่ก็เห็นบ้าง คนค่อนข้างโอเค ตอนแรกมายด์กลัว ตอนแรกไม่กล้าโพสต์รูป แต่เห็นคนในครอบครัวโพสต์มายด์เลยแชร์สตอรี่ ดีใจค่ะ มายด์ดีใจที่ทุกคนโอเคกับเราด้วย บ้านพี่กานต์เป็นอีกหนึ่งแฟมิลี่ที่น่ารักมากๆ เลยค่ะ

ปังมาก เทย์เลอร์ สวิฟต์ แจกโบนัสทีมงานแบบจุกๆ กว่า 6,700 ล้านบาท

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2831221

ปังมาก เทย์เลอร์ สวิฟต์ แจกโบนัสทีมงานแบบจุกๆ กว่า 6,700 ล้านบาท

16 ธ.ค. 2567 11:22 น.

ปังมาก เทย์เลอร์ สวิฟต์ แจกโบนัสทีมงานแบบจุกๆ กว่า 6,700 ล้านบาท

หลังจากที่ Taylor Swift (เทย์เลอร์ สวิฟต์) นักร้อง–นักแต่งเพลงระดับโลก ชาวอเมริกัน เริ่มทัวร์คอนเสิร์ต The Eras Tour ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จเพราะแฟนๆ ให้การตอบรับอย่างดีมากจนสามารถทำรายได้จากทัวร์คอนเสิร์ตไปมากถึง 2,077,618,725 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 70,223,512,905 ล้านบาท

โดยไม่รวมยอดขายจากสินค้าที่ระลึกที่เป็นที่ต้องการอย่างมาก และตัวแทนจำหน่ายตั๋วออนไลน์ นอกจากนี้เทย์เลอร์ สวิฟต์ ยังสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการมียอดขายตั๋วมากเป็นสองเท่าของทัวร์คอนเสิร์ตอื่นๆ หลังเดินสายทัวร์ทั่วโลก ตั้งแต่เดือน พ.ย. 2022 จนมาถึงวันที่ 8 ธ.ค. 2024

ล่าสุด สื่อต่างประเทศอย่าง People ได้ออกมารายงานว่า เทย์เลอร์แจกโบนัสให้เหล่าพนักงานที่มีส่วนร่วมในทัวร์คอนเสิร์ตตลอด 2 ปี ไม่ว่าจะพนักงานครัว แดนเซอร์ ช่างเสียง ช่างไฟ ตลอดจนคนขับรถบรรทุก ที่ตระเวนขับรถขนส่งอุปกรณ์ในการโชว์ไปทั่วสหรัฐอเมริกา พนักงานที่ทำหน้าที่ในส่วนอื่นๆ รวมเป็นเงินทั้งหมดกว่า 197 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเกือบ 6,700 ล้านบาทนั่นเอง

ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อเดือนสิงหาคม 2023 ในช่วงจบคอนเสิร์ต The Eras Tour ของโซนอเมริกาเหนือ เทย์เลอร์เคยแจกโบนัสให้กับทีมงานมาแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งคิดเป็นเงินจำนวน 55 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ กว่า 1.9 พันล้านบาท แต่ก็ไม่ได้มีการเปิดเผยข้อมูลที่ชัดเจนว่า ทีมงานคนอื่นๆ ได้โบนัสเท่าไหร่ แต่คาดว่าน่าจะได้จำนวนไม่น้อยเช่นกัน

“เจมส์-จิรายุ” ได้ฤกษ์ดีวิวาห์ “โฟม” เร็วแซงเพื่อน 19 ธ.ค.นี้ เตรียมตัวพร้อมแล้ว

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2831079

“เจมส์-จิรายุ” ได้ฤกษ์ดีวิวาห์ “โฟม” เร็วแซงเพื่อน 19 ธ.ค.นี้ เตรียมตัวพร้อมแล้ว

16 ธ.ค. 2567 08:09 น.

“เจมส์-จิรายุ” ได้ฤกษ์ดีวิวาห์ “โฟม” เร็วแซงเพื่อน 19 ธ.ค.นี้ เตรียมตัวพร้อมแล้ว

เข้าใกล้วันวิวาห์สุดๆ พระเอกหนุ่ม “เจมส์-จิรายุ ตั้งศรีสุข”เลยขอ เผยภาพพรีเวดดิ้งอบอุ่นโรแมนติกควงแฟนสาว โฟม–เบญจมาศ ว่าที่เจ้าสาวคนสวยที่คบหาดูใจกันมากว่า 10 ปี เผยโมเมนต์คู่สุดสวีต แถมยังเผยฤกษ์วิวาห์ที่เร็วแซงหน้าเพื่อน 19 ธ.ค.นี้ เจอ เจมส์ ร่วมงาน Grand Opening ‘The Store of Bangkok’ ฉลองเปิดโฉมใหม่ “ห้างเซ็นทรัลชิดลม” ในรอบ 50 ปี เลยอัปเดตเริ่มจาก

ถามถึงรูปพรีเวดดิ้งที่ลง?

“รูปพรีเวดดิ้งที่ลงไปฟีดแบ็กก็น่ารักดี ทุกคนชื่นชอบ เข้ามายินดีกันเยอะมาก บางคนก็บอกว่าทำไมหวานจัง คอนเซปต์จริงๆ อยากถ่ายพรีเวดดิ้งด้วยกันที่บ้าน ฟีลอยู่ในบ้าน พอยต์สำคัญคืออยากเอาน้องหมามาถ่ายด้วย แต่สุดท้ายบ้านมันก็ยังไม่เรียบร้อย“

รู้สึกยังไงบ้างชีวิตจะเป็นฝั่งเป็นฝาเต็มตัวแล้ว?

“จริงๆ ตอนนี้ ก็ยังไม่ได้รู้สึกอะไรมาก แต่ก็พยายามเตรียมทุกอย่างไว้ ล่าสุดก็คือได้ฤกษ์มาแล้วเดือน ธ.ค.นี้ เลยครับ (ยิ้ม) วันที่ 19 ธ.ค.2567 จัดพิธีหมั้นและแต่งในวันเดียวกัน ฤกษ์วันนี้เราคุยกันและเตรียมงานไว้สักพักนึงแล้ว”

เร็วแซงทุกคนไปเลย?

“ครับ แซงพวกไปหมดเลย (ยิ้ม) แต่ว่าจริงๆกับเพื่อนๆ เราก็มีโอกาสได้กริ๊งกร๊างบอกกันไปล่วงหน้าแล้ว ทุกคนน่าจะเตรียมตัวทัน ถามว่า การเตรียมงานยังติดขัดอะไรอีกไหม ถ้า ณ วันนี้ถือว่าทุกอย่างยังโอเคลื่นไหลอยู่ อย่างที่บอกว่าเราเตรียมงานมาสักระยะหนึ่งแล้ว ไม่ได้เกิดขึ้นแบบฟ้าแลบหรือว่าฉุกละหุก แขกที่จะเชิญมาในวันนั้นก็ไม่ได้เยอะ คือเป็นงานหมั้นงานพิธีที่จัดให้กับผู้ใหญ่ ซึ่งเดี๋ยวจะมีงานของเด็กๆแยกไปอีก“

เพื่อนเจ้าบ่าวมีใครบ้าง?

“ไม่มีๆ เพราะเป็นงานพิธีที่จัดให้ผู้ใหญ่ก่อน แต่ว่าอย่างคุณเกรท-วรินทร ก็ต้องไปชัวร์อยู่แล้ว”

เราคาดหวังเรื่องซองจากเค้ามั้ย ซองหรือทองดี?

“เออใช่ ต้องพูดตรงนี้ใช่ป่ะ ตอนแรกผมบอกเค้าไปแล้ว เค้าบอกว่าไม่มีอะไรจะให้ เดี๋ยวไปรอตอนมีลูกเลยแล้วกัน ผมก็บอกว่ามันไม่ได้เพราะไม่รู้ว่าอีกเมื่อไหร่ถึงจะมีลูก ต้องให้ในงานแต่งนี้เลย อย่างน้อยก็ต้องทอง 2 บาท”

น้อยไปมั้ย?

“ใช่มั้ยๆ เรารู้จักกันมาเป็น 10 ปี พี่ชายคนแรกในวงการก็ควรจะนิดนึง”

ขอทองหนักเท่ากับมิตรภาพของเรา?

“เอางี้แล้วกันรู้จักกันมาเป็น 10 ปี ผมหารสองให้เหลือ 5 บาท”

แต่เค้าเป็นถึงลูกเจ้าของร้านทอง?

“งั้นก็ 10 บาทแล้วกัน”

คาดหวังจะได้จริงมั้ย?

“แค่บาทเดียวผมก็ยังไม่คาดหวังเลย (หัวเราะ) “

เจ้าสาวตื่นเต้นมั้ย?

” ตอนนี้เค้าก็ยังไม่ได้ตื่นเต้น แต่ไม่รู้ว่าพอใกล้วันแล้วจะยังไง ความที่เราสองคนชิลด้วยกันทั้งคู่ ที่ชิลได้ก็เป็นเพราะว่าเราเตรียมงานกันมาเยอะแล้ว”

คิดว่างานแต่งงานจะเหมือนในละครที่เราเล่นมั้ย?

“ก็น่าคิดเนอะ ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ต้องไปรอลุ้นในงานว่าจะออกมาเป็นยังไง แต่คิดว่าน่ามีตื่นเต้นกว่าถ่ายละครแน่ๆ”.