APCO เตือนภัยโควิด-19 ทำร้ายเทโลเมียร์ ส่งผลแก่เร็ว ป่วยง่าย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/805559

APCO เตือนภัยโควิด-19 ทำร้ายเทโลเมียร์ ส่งผลแก่เร็ว ป่วยง่าย

APCO เตือนภัยโควิด-19 ทำร้ายเทโลเมียร์ ส่งผลแก่เร็ว ป่วยง่าย

วันจันทร์ ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ปัจจุบันพบว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทยยังคงมีผู้ติดเชื้อในแต่ละวันอยู่เป็นจำนวนมากแม้จะน้อยลงจากระยะแรกๆ แต่ก็ถือว่ายังเป็นโรคที่พบการแพร่ระบาดอยู่เสมอ หลายๆ คนอาจจะยังไม่ทราบว่า การติดเชื้อโควิด-19 นี้ นอกจากส่งผลกระทบทำให้เกิดการอักเสบของอวัยวะหลายๆ ส่วนในร่างกายแล้ว ยังส่งผลกระทบไปถึงเทโลเมียร์ของคนเราด้วย เพราะมีการศึกษาพบว่าสามารถทำให้เทโลเมียร์ของเราสั้นลงอย่างรวดเร็วด้วย แล้วเราจะมีวิธีป้องกันอย่างไร ถ้าอยากอายุยืน อยากชะลอวัย และอยากปลอดภัยจากโรคต่างๆ ที่อยู่รอบตัว

การติดเชื้อโควิด-19 จะมีลักษณะคล้ายกับการติดเชื้ออื่นๆ คือ ช่วงแรกอาการและการแสดงอาการจะเป็นผลจากตัวเชื้อไวรัสและผลของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ช่วงหลังเป็น ผลของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเป็นหลักจนบางครั้งอาจทำให้ผู้ป่วยมีอาการรุนแรง ระบบต่างๆในร่างกายล้มเหลวและเสียชีวิตได้ เพราะทำให้เกิดการอักเสบที่รุนแรงและมากผิดปกติ เรียกว่า เป็นพายุไซโตไคน์พออวัยวะโดนโจมตีกลุ่มเม็ดเลือดขาวทั้งหลายจะออกมาจัดการกับเชื้อโรคก็ทำให้มีการกระตุ้นที่ผิดปกติเกิดขึ้น ซึ่งขึ้นอยู่กับภาวะร่างกายของแต่ละคนด้วย บางรายที่อ่อนแอมาก การอักเสบก็จะออกมาเยอะ เป็นสาเหตุที่ทำให้ทุกอวัยวะในร่างกายแปรปรวน ซึ่งอาจรุนแรงถึงชีวิตได้

เทโลเมียร์สั้นลงเพราะโควิด-19จริงหรือ?

ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา หัวหน้าคณะนักวิจัย Operation BIM บริษัท เอเชียน ไฟย์โตซูติคอลส์ จำกัด (มหาชน) ให้ข้อมูล “เทโลเมียร์” คือส่วนที่หุ้มส่วนปลายของโครโมโซมป้องกันไม่ให้รหัสพันธุกรรมบนโครโมโซมเสียหาย และป้องกันไม่ให้ไปเชื่อมเข้ากับโครโมโซมข้างเคียง เกิดเป็นโครโมโซมผิดปกติ การศึกษาและเก็บข้อมูลจาก 8 สถาบันในอิตาลี พบว่า ผู้ที่หายป่วยจากโควิด-19 จะมีเทโลเมียร์ที่สั้นลงเร็วกว่าปกติ อาการลองโควิดเกิดขึ้นได้ชัดเจน เช่น เหนื่อยอ่อนเพลีย หายใจลำบาก สูญเสียความทรงจำ มีความผิดปกติของการนอนหลับและขาดสมาธิ อาจจะมี 1 อาการหรือมากกว่า และการอักเสบในร่างกายนี้ก็จะมีผลไปทำให้เทโลเมียร์สั้นลง ซึ่งเมื่อเทโลเมียร์สั้นลงก็ทำให้การทำงานของทุกอวัยวะในร่างกายก็จะเพี้ยนไปหมด

ทั้งนี้ จากการเก็บข้อมูลผู้ที่ไม่เคยติดโควิด 144 คน จะมีเทโลเมียร์ประมาณ 10,670 base pairs และผู้ป่วยที่หายจากโควิด จะมีเทโลเมียร์เฉลี่ย 3,030 base pairs และยังพบว่าผู้ป่วยที่มีเทโลเมียร์สั้นตั้งแต่แรกเริ่ม จะอยู่ที่โรงพยาบาลนานกว่าและมีความผิดปกติที่ปอดมากกว่า หายช้ากว่า และมีรายงานว่าอวัยวะหลายส่วนในร่างกายของมนุษย์จะแก่เร็วขึ้นหลังโควิด โดยส่วนใหญ่เกิดขึ้นในผู้ที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล แต่ก็มีบางส่วนที่พบในผู้ที่มีอาการโควิดเล็กน้อย โดยแก่ไปจากปกติ 3-4 ปี เลยทีเดียว บางทฤษฎีเกี่ยวกับสิ่งที่เป็นสาเหตุของอาการลองโควิด ได้แก่ การคงอยู่ของไวรัส ดังนั้น แทนที่ไวรัสจะมาและไปมันจะเกาะอยู่รอบๆทำให้เกิดการอักเสบ ปัญหาภูมิคุ้มกันทำลายตัวเองและการเปลี่ยนแปลงของไมโครไบโอม

เมื่อเทโลเมียร์สั้นลงส่งผลให้เกิดโรคใดได้บ้าง?

รศ.ดร.ปรียา ลีฬหกุล ผู้เชี่ยวชาญ เทโลเมียร์ ที่ปรึกษางานวิจัย APCO ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า โรคต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นจากการทำงานของอวัยวะที่ผิดไป จากการที่โดนโจมตีด้วยเชื้อโควิด พอเกิดโรคต่างๆ เหล่านี้ก็จะไปกระทบทำให้เทโลเมียร์สั้นลงเร็ว พอเทโลเมียร์สั้นลงเร็วโรคต่างๆ ก็จะรุนแรงเพิ่มมากขึ้น เช่น โรคทางจิตเวช ภูมิคุ้มกันบกพร่อง หลอดเลือดแดงแข็ง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเกี่ยวกับระบบการเผาผลาญ ได้แก่ โรคอ้วน เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ตับแข็ง และโรคระบบต่อมไร้ท่อได้แก่ ถุงน้ำหลายใบในรังไข่ กลุ่มอาการคุชชิ่ง และ อะโครเมกาลี เป็นต้น เพราะฉะนั้นใครที่มีต้นทุนที่ดี มีเทโลเมียร์ที่แข็งแรง ถ้าติดเชื้อโควิดแล้วถึงแม้จะโดนทำลายบ้างก็สามารถฟื้นตัวกลับมาได้เร็ว อาจจะมีอาการรุนแรงแค่ 1-2 วัน และโอกาสที่จะเกิดลองโควิดก็น้อยลงด้วย ดังนั้นการดูแลตัวเองดูแลสุขภาพให้แข็งแรงให้เทโลเมียร์ยาวจึงเป็นวิธีป้องกันที่ดีที่สุดเพื่อตั้งรับกับโควิด-19

ทำให้เทโลเมียร์ยาวขึ้นได้อย่างไร?

เมื่อเราทราบแล้วว่ามีโรคต่างๆ มากมายที่เป็นสาเหตุทำให้เทโลเมียร์ของเราสั้นลงเร็วได้ ดังนั้น การป้องกันที่ดีที่สุด ก็คือการดูแลร่างกายทำให้เทโลเมียร์ยาวขึ้น หรือสั้นช้าลง นวัตกรรมวัฒนชีวา จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะกับทุกคน ทั้งที่ยังไม่ติดโควิด-19 เพื่อเตรียมร่างกายให้แข็งแรง พร้อมตั้งรับ ตลอดจนลดความรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้นจากการติดเชื้อ หรือผู้ที่หายป่วยจากโควิด-19 แล้วต้องการฟื้นฟูร่างกายให้เทโลเมียร์กลับมายาวดังเดิม เพราะนวัตกรรมวัฒนชีวามีคุณสมบัติที่ช่วยซ่อมสร้างเทโลเมียร์ แล้วยังทำให้เทโลเมียร์ยาวขึ้นได้ อีกทั้ง เทโลเมียร์ที่ยาวขึ้น CD 4 CD 8 ที่เพิ่มขึ้น ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ป้องกันการติดโควิด ลดอาการลองโควิด ฟื้นฟูสุขภาพได้อย่างรวดเร็วภายหลังติดโควิด ไปพร้อมกันนั่นเอง

นวัตกรรมวัฒนชีวาคืออะไร?

นวัตกรรมวัฒนชีวา เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่สกัดจากพืชกินได้ 5 ชนิด ได้แก่ มังคุด บัวบก งาดำ ถั่วเหลือง ฝรั่ง ผลิตด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยมีผลงานวิจัยรับรองว่า สามารถช่วยให้เทโลเมียร์ยาวขึ้นได้ ซึ่งสามารถตรวจได้จากการเจาะเลือด ช่วยชะลอวัย ย้อนวัยทำให้อายุยืนได้อย่างปลอดภัย แม้ใช้ต่อเนื่องเป็นระยะเวลายาวนาน ไม่ส่งผลกระทบต่อร่างกายและไม่เสี่ยงต่อการเกิดเนื้อร้ายอีกด้วย ทั้งนี้ ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับนวัตกรรมวัฒนชีวา Hotline : 1154 โทร. 02-6464899 http://www.mylife100club.com FaceBook : ชีวี100ปีมีสุข LINE : @mylife100society

Piaget แคปซูลคอลเลคชั่นฉลองครบรอบ 150 ปี

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/805554

Piaget แคปซูลคอลเลคชั่นฉลองครบรอบ 150 ปี

Piaget แคปซูลคอลเลคชั่นฉลองครบรอบ 150 ปี

วันจันทร์ ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

Piaget อวดโฉมแคปซูลคอลเลคชั่นพิเศษ ฉลองครบรอบ 150 ปี กับแหวน 5 แพทเทิร์นใหม่ที่ถ่ายทอดรหัสของ Possession และจิตวิญญาณ House of Gold ของเมซงไว้อย่างครบครัน

ไฮไลท์อยู่ที่ดีเทลบนชิ้นงานที่ปรับแต่งลูกเล่นให้ดูสนุกมากขึ้น อย่างการเติมเต็มสไตล์วงแหวนด้วยโซ่ทองประดับเพชรที่แตกต่างกันถึง 3 ดีไซน์, การประดับแซฟไฟร์ ทับทิม ซาวอไรต์ไล่เฉดสีรุ้ง, การผสมผสานโมทีฟเกล็ดงูที่ทำขึ้นจากทองคำแกะสลักไว้ในดีไซน์ของแหวน และที่สำคัญยังได้แบรนด์เฟซคนล่าสุด อย่าง แอลล่า ริชาร์ดส์ @ellarichardsr มาร่วมถ่ายทอดสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ของ Possession ร่วมกับเหล่าเพียเจต์ โซไซตี้ เจเนอเรชั่นใหม่ในแคมเปญที่เพิ่งปล่อยนี้อีกด้วย

โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ เปิดตัวอาฟเตอร์นูนทีชุดใหม่ แรงบันดาลใจมาจากสวนบัวแห่งวังสระปทุม ในศตวรรษที่ 19

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/805557

โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ เปิดตัวอาฟเตอร์นูนทีชุดใหม่ แรงบันดาลใจมาจากสวนบัวแห่งวังสระปทุม ในศตวรรษที่ 19

โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ เปิดตัวอาฟเตอร์นูนทีชุดใหม่ แรงบันดาลใจมาจากสวนบัวแห่งวังสระปทุม ในศตวรรษที่ 19

วันจันทร์ ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ ชวนมาสัมผัสประสบการณ์การรับประทานอาหารว่างยามบ่ายนี้กับชุด “ซัมเมอร์ วอเทอร์ ลิลี่ส์” (Summer Water Lilies) ที่เชฟแฟรงค์ อิสเทล หัวหน้าพ่อครัวขนมอบของโรงแรมฯ ร่วมมือกับ จิรพรรณ โตคีรี ศิลปินนักออกแบบเครื่องประดับตกแต่งภายในและเฟอร์นิเจอร์ชื่อดัง ร่วมออกแบบภาชนะใส่ของว่างและขนมของชุดน้ำชาใหม่ล่าสุดสำหรับฤดูกาลนี้โดยเฉพาะ ให้บริการตั้งแต่วันนี้ จนถึง 31 กรกฎาคม 2567

ชื่นชมความงดงามทางประวัติศาสตร์ของโรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ ผ่านชุดน้ำชายามบ่าย ที่จะมาเล่าถึงกาลครั้งหนึ่ง เมื่อพื้นที่ของโรงแรมฯ เคยเป็นสวนบัวขนาดใหญ่ของวังสระปทุมในช่วงฤดูร้อน สถานที่ที่เต็มไปด้วยแมกไม้หลากหลายพันธุ์ รวมถึงสีสันที่สวยงามของดอกบัวนานาชนิดที่ผลิบานคล้อยตามสภาพอากาศของฤดูร้อน เชฟแฟรงค์จึงได้เลือกนำประวัติศาสตร์ที่สวยงามของช่วงยุคนี้ มาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบคอนเซ็ปต์อาฟเตอร์นูนทีชุดนี้ ที่จะนำเสนอความซับซ้อนของการทำขนมสไตล์ฝรั่งเศสอันเลื่องชื่อ ตกแต่งและเพิ่มรสชาติด้วยผลไม้ไทยหน้าร้อน เสิร์ฟบนชุดน้ำชาที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากใบบัวที่คนไทยคุ้นตากันเป็นอย่างดี ออกแบบโดยคุณจิรพรรณ ที่ออกแบบเน้นความเรียบหรู และเน้นแสดงถึงความสง่างามของดอกบัว

จิรพรรณ โตคีรี หรือ “กล้วย” ศิลปินและนักออกแบบเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านที่มีชื่อเสียง ผู้อยู่เบื้องหลังความสวยงามของชุดน้ำชายามบ่ายในครั้งนี้มีความคุ้นเคยกับโรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ เป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นหนึ่งในทีมศิลปินที่ได้มีโอกาสร่วมสร้างสรรค์ผลงานไว้มากมายภายในโรงแรมฯ ที่ยังคงมองเห็นได้จนถึงปัจจุบัน โดยแรงบันดาลใจในการออกแบบของคุณกล้วยมักเกิดขึ้นจากสิ่งที่เราสามารถมองเห็นได้รอบตัว นำมาเพิ่มรายละเอียดผ่านเรื่องราวและความประณีตในการออกแบบ โดยมีเจตนารมณ์ที่ต้องการยกระดับงานหัตถศิลป์ไทยให้มีชื่อเสียงและยอมรับในระดับโลก

ชุดน้ำชายามบ่าย “ซัมเมอร์ วอเทอร์ ลิลี่ส์”ให้บริการทุกวัน จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2567 เวลา 13.00 ถึง 17.00 น. ณ 1897 เลานจ์บริเวณล็อบบี้ของโรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯในราคา 2,390++ บาทต่อเซต รวมเครื่องดื่มชารอนเนอเฟลด์ (Ronnefeldt) หรือเลือกรับกาแฟสำหรับสองท่าน สำรองที่นั่งได้ที่ 1897 เลานจ์ โทร. 02-1629000 หรือ หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ kempinski.com/en/siam-hotel/restaurants-bars/1897-lounge/scented-serenity-teatime-text-page

โรงพยาบาลวิมุต ก้าวสู่ปีที่ 4 มุ่งยกระดับสังคมสุขภาพดี เดินหน้าสู่การเป็นผู้นำด้าน Healthcare Ecosystem

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/805562

โรงพยาบาลวิมุต ก้าวสู่ปีที่ 4 มุ่งยกระดับสังคมสุขภาพดี  เดินหน้าสู่การเป็นผู้นำด้าน Healthcare Ecosystem

โรงพยาบาลวิมุต ก้าวสู่ปีที่ 4 มุ่งยกระดับสังคมสุขภาพดี เดินหน้าสู่การเป็นผู้นำด้าน Healthcare Ecosystem

วันจันทร์ ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

โรงพยาบาลวิมุต ฉลองครบรอบ 3 ปี เปิดแคมเปญพิเศษ “อยู่ดี มีสุขภาพดี” ฉลองครบรอบ 3 ปี นำเสนอบริการสุขภาพที่ตอบโจทย์ทุกมิติของไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ที่ใส่ใจคนทุกเจเนอเรชั่นมุ่งยกระดับสังคมสุขภาพดีในระยะยาวเดินหน้าสู่ปีที่ 4 อย่างมั่นคงกับเป้าหมายการเป็นผู้นำด้าน Healthcare Ecosystem ด้วยศักยภาพและความเชี่ยวชาญในการดูแลรักษาผู้ป่วยเฉพาะทางทุกกลุ่ม เร่งสร้างเครือข่ายบริการสุขภาพที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่และเข้าใจคนทุกกลุ่ม ครอบคลุมทั้งผู้ป่วยและญาติผู้ดูแล เพื่อผลักดันสังคมไทยสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

นายแพทย์พิชิต กังวลกิจ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) และรักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาลวิมุต จำกัด กล่าวว่า โรงพยาบาลวิมุต ก้าวสู่ปีที่ 4 ด้วยการเดินหน้าเสริมแกร่ง Healthcare Ecosystem เต็มรูปแบบเพื่อดูแลคนทุกกลุ่มอย่างแท้จริง เพราะนอกจากการดูแลในโรงพยาบาลแล้ว ธุรกิจของเรายังครอบคลุมทุกมิติของการดูแลผู้ป่วย ได้แก่ โรงพยาบาลผู้สูงอายุ (Long-term Acute Care Hospital) ตอบโจทย์การดูแลผู้ป่วยที่พ้นระยะวิกฤตแต่ยังต้องรับการดูแลในโรงพยาบาลต่ออีกระยะหนึ่ง ซึ่งโรงพยาบาลรูปแบบนี้กำลังเป็นที่ต้องการแต่ในไทยยังมีอยู่น้อยมาก, ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วย (Nursing Home), บริการดูแลผู้ป่วยที่บ้าน และบริการปรึกษาแพทย์ออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง (Telemedicine)

นอกจากนี้ ยังคงลงพื้นที่ให้บริการชุมชนอยู่เสมอ เช่น บริการฉีดวัคซีน บริการตรวจสุขภาพ ตลอดจนการให้ความรู้ด้านโภชนาการและโรคระบาด และปีนี้เรามีแผนจะเปิดร้านขายยา 2 แห่ง ซึ่งจะมาพร้อมบริการ Telepharmacy ต่อยอดจากบริการในโรงพยาบาล โดยจะเป็นบริการขายยาออนไลน์ให้คนทั่วไปพร้อมรับคำปรึกษาด้านการใช้ยาอย่างถูกต้องจากเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญ บริการทั้งหมดนี้ตอกย้ำความตั้งใจของเราในการดูแลสุขภาพคนทุกกลุ่มอย่างครอบคลุม

“สำหรับแคมเปญ “อยู่ดีมีสุขภาพดี” เพื่อฉลองความสำเร็จครบรอบ3 ปีของ โรงพยาบาลวิมุต เป็นการสะท้อนพันธกิจของเราในการส่งเสริมเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SustainableDevelopment Goals : SDGs) ด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของสหประชาชาติ ก้าวต่อไปในปีที่ 4ของเรา คือการมุ่งมั่นมอบบริการสุขภาพที่ได้มาตรฐาน เพียบพร้อมด้วยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการและเทคโนโลยีทันสมัย สนับสนุนให้ทุกคนอยู่ดี-มีสุขภาพดี ให้ทุกคนใช้ชีวิตอย่างสมดุลในทุกมิติ”

นอกจากโปรโมชั่นสุดพิเศษเพื่อฉลองครบ 3 ปีแล้ว ตลอด 3 เดือนเต็มโรงพยาบาลยังมีกิจกรรมให้ความรู้จากแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะด้าน ผ่านเฟซบุ๊กของโรงพยาบาลวิมุตในหลากหลายหัวข้อ ได้แก่ กลั้นอุจจาระไม่ได้ อาการที่รักษาได้, ปวดศีรษะบ่อยๆ อันตรายกว่าที่คิด, ไวรัส HPV ติดง่ายกว่าที่คิดถึงโสดก็เสี่ยง, เทคฮอร์โมนให้ดีต่อสุขภาพ, หัวใจเต้นผิดจังหวะ ภัยเงียบต้องรู้ และข้อเข่าเสื่อม ซึ่งล้วนเป็นภัยที่ทุกคนสามารถพบเจอแต่ป้องกันและรักษาได้

ติดตามข่าวสารกิจกรรมและโปรโมชั่นดีๆ จากโรงพยาบาลวิมุตได้ที่ เว็บไซต์ www.vimut.com เฟซบุ๊ก : Vimut Hospital อินสตาแกรม : vimut_hospital ไลน์ : @vimuthospital หรือ โทร. 02-0790000 ทั้งนี้ แคมเปญ “อยู่ดี มีสุขภาพดี” ฉลองครบรอบ 3 ปี นำเสนอแพ็กเกจดูแลสุขภาพลดสูงสุดถึง 60% ด้วยโปรโมชั่นจัดเต็ม ตอบโจทย์คนทุกวัย ทุกแพ็กเกจซื้อได้ตั้งแต่วันนี้-31 กรกฎาคม 2567 และใช้บริการได้ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2567

‘อาไท’ประกาศเลิกแฟนสาว’น้ำเพชร’ เคลียร์ดราม่าร้อน’ผู้หญิงคบด้วยเพราะเงิน’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/805632

'อาไท'ประกาศเลิกแฟนสาว'น้ำเพชร' เคลียร์ดราม่าร้อน'ผู้หญิงคบด้วยเพราะเงิน'

‘อาไท’ประกาศเลิกแฟนสาว’น้ำเพชร’ เคลียร์ดราม่าร้อน’ผู้หญิงคบด้วยเพราะเงิน’

วันจันทร์ ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 08.15 น.

20 พฤษภาคม 2567 เป็นที่จับตามองสำหรับความรักระหว่าง ‘อาไท กลมกิ๊ก’ และ ‘น้ำเพชร อิสรีย์’ จนหนุ่มอารมณ์ดี ‘อาไท กลมกิ๊ก’ต้องออกมาเคลื่อนไหวกลางดึก หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีกระแสว่าทั้งคู่ได้ลบรูปคู่-อันฟอลโล่ในไอจีส่วนตัวของทั้งคู่ ‘อาไท กลมกิ๊ก’ ต้องใช้พื้นที่อินสตาแกรมส่วนตัว “@arethai” ประกาศแจ้งข่าวว่ายุติความสัมพันธ์กับแฟนสาว’น้ำเพชร อิสรีย์’ แล้ว 

โดยระบุข้อความว่า”สวัสดีครับพี่ๆทุกคน วันนี้ผมจะมาแจ้งว่า ผมกับน้ำเพชร เราเลิกกันครับ สาเหตุมาจากความคิด การใช้ชีวิตของเรา ไม่ค่อยตรงกันครับ เลยทำให้เราไม่สามารถเดินด้วยกันไปต่อได้

ส่วนคอมเมนต์ที่บอกว่า ผู้หญิงคบผมเพราะ “เงิน” อยากจะบอกว่า ไม่จริงครับ น้ำเพชรเค้ารวยกว่าผม เค้าไม่จำเป็นต้องคบผมเพราะเงิน ที่บอกว่า เค้าคบกับผมเพราะ กระแสไม่จริงครับ เค้ามีชื่อเสียงจากตัวเค้าอยู่แล้วครับ

ที่บอกว่าเค้า งี่เง่า เอาแต่ใจ ไม่มีเหตุผล ไม่จริงครับ เค้าเป็นคนมีความคิดที่โต เค้าเป็นผู้ใหญ่เค้าเป็นคนมีเหตุผล ไม่อย่างนั้นเค้าเป็นหัวหน้าครอบครัวไม่ได้หรอกครับฃ

ผมต้องขอโทษทุกคนนะครับ ขอโทษน้ำเพชร ขอโทษครอบครัวน้ำเพชร ขอโทษพี่ๆ น้ำเพชรทุกท่าน ขอโทษที่ทำให้เค้าต้องเสียใจ สุดท้ายนี้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราสองคนมีหน้าที่คือ มอบความสุข ให้ทุกคน ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้อยู่ด้วยกันก็ตาม ฝากให้กำลังใจเราสองคนด้วยนะครับ”

‘อิงฟ้า-มิลลิ-แบดมิกซ์’ ร่วมบิ๊กโปรเจกท์ RS MultiX ฉลองเดือนไพรด์ พร้อมปักหมุดโบกสะบัดธงสีรุ้ง PRIDE NATION SAMUI

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/805567

‘อิงฟ้า-มิลลิ-แบดมิกซ์’ ร่วมบิ๊กโปรเจกท์ RS MultiX ฉลองเดือนไพรด์  พร้อมปักหมุดโบกสะบัดธงสีรุ้ง PRIDE NATION SAMUI

‘อิงฟ้า-มิลลิ-แบดมิกซ์’ ร่วมบิ๊กโปรเจกท์ RS MultiX ฉลองเดือนไพรด์ พร้อมปักหมุดโบกสะบัดธงสีรุ้ง PRIDE NATION SAMUI

วันจันทร์ ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

อาร์เอส มัลติเอ็กซ์ ภายใต้บริษัท อาร์เอส มัลติมีเดีย แอนด์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด ในเครือ อาร์เอส กรุ๊ป พร้อมโบกสะบัดธงสีรุ้งอย่างเต็มภาคภูมิ จัดงานแถลงข่าวสุดยิ่งใหญ่ PRIDE NATION SAMUIINTERNATIONAL FESTIVAL โปรเจกท์ระดับอินเตอร์เนชั่นแนล ภายใต้คอนเซ็ปต์ Let’s Join PRIDEradise สร้างยูนิตี้ (Unity) เปลี่ยนเกาะสมุยให้เป็นเกาะสวรรค์ สำหรับชาว LGBTQIAN+ แบบไร้เพศสภาพ พร้อมไฮไลท์เปิดตัวศิลปิน อิงฟ้า วราหะ, มิลลิ (MILLI) แร็พเปอร์สาวสุดฮอต, Badmixy มิกซ์ เฉลิมศรีที่จะขนจักรวาลพวกพ้อง LGBTQIAN+ เข้ามาร่วมสร้างโชว์สุดยิ่งใหญ่แบบที่ไม่เคยได้เห็นที่ไหนมาก่อนโดยงานแถลงข่าวครั้งนี้ได้จำลองความสนุกที่จะเกิดขึ้นในเกาะสมุยมาตั้งไว้ใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ณ ลานอีเดน ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

ซึ่งโปรเจกท์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นในวันที่ 24-29 มิถุนายน 2567 ณ หาดเฉวง เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี จัดเต็ม 6 วัน 6 คืนส่งท้ายเทศกาลไพรด์ที่จัดจ้านที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Pride Nation is going to be THE MOST FABULOUS FESTIVAL FOR ALL PRIDE FIRST TIME IN SOUTHEAST ASIA)พร้อมวางเป้าหมายภายใน 5-6 ปีเป็น International PRIDE Community Hub ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

งานนี้ได้ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลีกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติให้เกียรติมาร่วมงานแถลงข่าว “PRIDE NATION SAMUI INTERNATIONAL FESTIVAL” โดยมี สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เอสจำกัด (มหาชน), ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย,ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน),นงลักษณ์ งามโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เอส มัลติมีเดีย แอนด์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด,อรรณว์ ชุมาพร ประธานและผู้ก่อตั้งนฤมิตไพรด์, อัจฉรา วิสุทธิวงศ์รัตน์รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด สื่อสารองค์กร และความยั่งยืนกลุ่มเซ็นทรัล, พร้อมหน่วยงาน ภาครัฐจากสมุย และ ภัทร เลิศสุกิตติพงศากรรมการ บริษัท เยลโล่ แชนแนล จำกัด และไอคอนนิกของกลุ่มLGBTQIAN+ คนบันเทิงทั้งศิลปินนักแสดงอินฟูลเอนเซอร์ชื่อดังร่วมใจกันเข้าร่วมสนับสนุนกันอย่างคับคั่งนำโดย Badmixy มิกซ์ เฉลิมศรี,นักแสดงซีรี่ส์บอยเลิฟจาก โรส สตูดิโอ โอห์ม ฐิติวัฒน์, ไกด์ กันตพล, ตะวัน ณวินวิชญ์, เจมส์ เพรสคอท, กาด พลอยสุภา, แซค ณัฐภัทร, คิณ อาณาคิณ, มาร์ค ธิระศักดิ์, นิก กัคช์, เพิร์ธ ณภัทร, เว็กซ์เตอร์ศุภมน, นาตาเลีย เพลียแคม Drag Race Thailand Winner คนแรกของประเทศไทย, ธรรมชาติ โยธาจุล Influencer, Tiktoker, พอร์ช อภิวัฒน์-อาม สัพพัญญู คู่รัก LGBTQ, มิว พงษ์พิชร ชื่นพาณิชย์กิจ และ หนมเค้กหทัยพัชร์ สุวัตถิยานันท์ ตัวแทนทูตนฤมิต ปี 2024 ฯลฯ โดยบรรยากาศในงานแถลงข่าวเต็มไปด้วยสีสันแห่งความสนุกสนาน

‘วัน เอเชีย เวนเจอร์ส’ จัดเต็ม 70 ล้าน! ลุยต่อ ‘UNSEEN FESTIVAL : ELYSIAN REVIVAL’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/805569

‘วัน เอเชีย เวนเจอร์ส’ จัดเต็ม 70 ล้าน! ลุยต่อ ‘UNSEEN FESTIVAL : ELYSIAN REVIVAL’

‘วัน เอเชีย เวนเจอร์ส’ จัดเต็ม 70 ล้าน! ลุยต่อ ‘UNSEEN FESTIVAL : ELYSIAN REVIVAL’

วันจันทร์ ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ยืนยันด้วยผลตอบรับอันล้นหลาม สำหรับงาน SIAM Songkran Music Festival 2024 ที่สร้างปรากฏการณ์โดยนำ DJ ระดับโลกมาสร้าง ความสนุกให้กับงานมากกว่า 30 ชีวิตจนกลายเป็นไวรัล #TeamSiamSongkran ทั่ว Social Media ผู้บริหารหนุ่มไฟแรง นายรชต ธันยาวุฒิ ประธานกรรมการและผู้ก่อตั้ง บริษัท วัน เอเชีย เวนเจอร์ส (One Asia Ventures) เผยถึงความสำเร็จในทุกแพลตฟอร์มของบริษัท พร้อมประกาศเอาใจสายปาร์ตี้อย่างต่อเนื่อง ด้วยการทุ่มงบประมาณกว่า 70 ล้านบาท จัดเต็มกับเทศกาลดนตรี “UNSEEN FESTIVAL” อลังการด้วย แสง สี เสียง Production มาตรฐานสากล ณ ฮอลล์ใหม่ใจกลางเมืองกรุงเทพฯ

นายรชต ธันยาวุฒิ กล่าวว่า จุดเริ่มต้นทางธุรกิจเริ่มต้นจากการก่อตั้งบริษัทขึ้นเมื่อปี 2013 ภายใต้ชื่อ Orbit to New Earth ทำธุรกิจ International Artist Agency Booking จนเมื่อปี 2019 เริ่มผันตัวเองมาจัดงาน Festival ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง และยังเริ่มขยายการลงทุนไปที่กลุ่มบริษัทต่างๆ อาทิ บริษัทเกี่ยวกับด้าน อุปกรณ์โชว์, บริษัทด้านอุปกรณ์โครงสร้าง, บริษัทด้านความปลอดภัย, การท่องเที่ยว, เครื่องดื่ม และกลุ่ม Lifestyle อย่าง Golden Concept หรือแม้กระทั่งกลุ่ม Hospitality อย่าง Milley ISC & Baccarat ซึ่งนับว่าได้รับความไว้วางใจและได้รับการตอบรับจากลูกค้าทุกกลุ่ม ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ การประสบความสำเร็จในการทำงาน และกลยุทธ์หลักที่นำมาใช้ในการบริหารงานคือการก้าวทันตลาดใหม่ๆ และต้องการสร้างความแตกต่างเพื่อ Serve ลูกค้าในทุกกลุ่ม นอกจากนั้น ยังนำ Feedback ที่ได้รับ มาปรับให้ตรงกับความต้องการลูกค้าเพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดและสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าที่มาใช้บริการ Product ของเรา

ในฐานะผู้จัดงานเทศกาลดนตรีและคอนเสิร์ตชั้นนำ ที่มีประสบการณ์มาอย่างยาวนาน บริษัทรู้สึกภาคภูมิใจกับการได้รับความไว้วางใจและเสียงตอบรับที่ดีทุกงาน โดยเฉพาะกับงานล่าสุด “SIAM Songkran Music Festival 2024” ที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้าร่วมสัมผัสความสนุกร่วม 100,000 คนสร้างปรากฏการณ์ #TeamSiamSongkran ทั่วSocial Media มีส่วนกระตุ้นรายได้ให้กับการท่องเที่ยวอย่างคึกคัก

โดยในเร็วๆ นี้ พร้อมจะส่งอีกหนึ่งบิ๊กโปรเจกท์ทุ่มกว่า 70 ล้านบาท เพื่อสร้างความมันส์ให้กับสายปาร์ตี้อย่างต่อเนื่องกับเทศกาลดนตรี “UNSEEN FESTIVAL” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ELYSIAN REVIVAL”ความสวยงามของการค้นพบโลกที่เปลี่ยนแปลงใหม่ให้ผู้คนเชื่อมต่อกับโลกธรรมชาติ ไปพร้อมกับเทคโนโลยีของโลกสมัยใหม่ตามแบบฉบับที่จะผสมผสานไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ กลุ่ม New Gen และ Innovative ให้ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ทางดนตรีร่วมกัน

ทางด้าน Production ในปีนี้เล่นใหญ่กว่าเดิม ดึงทีมงาน Production & Show Design จากงาน Siam Songkran ทั้งไทยและต่างชาติร่วมดีไซน์การแสดงคอนเฟิร์มทั้งแสง สี เสียง Production ทุกอย่างแบบ Full Scale ในส่วนของ DJ ระดับโลก นับเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์เด็ด เพราะได้ AXWELL หนึ่งในดีเจกลุ่มระดับตำนานอย่าง SWEDISH HOUSE MAFIA มาสร้างความสนุกให้กับชาว UNSEEN และศิลปินอื่นๆที่ทุกคนอยากดู!

พื้นที่จัดงานเรายกความมันส์มาไว้ที่แลนด์มาร์คแห่งใหม่กลางใจเมือง ระบบแอร์เย็นฉ่ำอย่าง UOB Live Hall ในห้าง EMSPHERE เดินทางสะดวกสบายด้วย รถไฟฟ้า BTS โดยตั้งเป้าว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ในปีนับหมื่นคน โดยเชื่อมั่นว่าจะเป็นเทศกาลดนตรีที่ยังคงส่งเสริม และสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจไทยจากรายได้การท่องเที่ยวได้อย่างต่อเนื่อง

แถมยังแอบบอกความพิเศษของลูกค้าที่มาสนุกที่งาน UNSEEN FESTIVAL และใช้จ่ายภายในงานผ่านระบบของ CASHEERS หลังจบงานไปแล้วลูกค้าสามารถทำเรื่อง REFUND เงินคืนได้อย่าง 100% นับว่ามีความพร้อมในการอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าครบทุกส่วน เพราะนอกจากความมุ่งมั่นในการสร้างปรากฏกาณ์ความสนุกทางดนตรีระดับโลกหลากหลายรูปแบบ อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญของวัน เอเชีย เวนเจอร์ส” คือเป็น “การเป็นผู้จัดงาน EDM Music Festival ที่ใส่ใจลูกค้าที่สุดในประเทศไทย” แฟนคลับที่รอคอยเทศกาลดนตรีUNSEEN FESTIVAL ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ELYSIAN REVIVAL” เตรียมร่างกายไว้ให้พร้อม โดยงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-10 สิงหาคม 2567 นี้

นอกจากนี้ บริษัทก็ยังมีโปรเจกท์ใหญ่ส่งท้ายปี เตรียมเป็นบิ๊กเซอร์ไพรส์ไว้มอบให้กับทุกคน ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการพูดคุยกับศิลปินตัวท็อประดับโลกเพื่อมาเปิดการแสดงในกรุงเทพฯ เชื่อมั่นว่าจะเป็นอีกหนึ่งโปรเจกท์ที่ช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวและสร้างเม็ดเงินให้กับประเทศได้อย่างแน่นอน

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของ UNSEEN FESTIVAL ได้ที่ Facebook Unseen Festival และ Instagram @unseenfestival.th ส่วนปฏิทินความมันส์ที่ One Asia Ventures สร้างสรรค์สามารถติดตามได้ที่ http://www.oneasia.me, Facebook One Asia Venture และ Instragram @oneasia.venture

‘มิลลิ’ ร่วมงาน ‘ช่อง one31’ ครั้งแรก! โชว์กึ๋นแต่งเพลง ‘ปรารถนาเพียงเชื่อ OST.บางกอกคณิกา’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/805571

‘มิลลิ’ ร่วมงาน ‘ช่อง one31’ ครั้งแรก!  โชว์กึ๋นแต่งเพลง ‘ปรารถนาเพียงเชื่อ OST.บางกอกคณิกา’

‘มิลลิ’ ร่วมงาน ‘ช่อง one31’ ครั้งแรก! โชว์กึ๋นแต่งเพลง ‘ปรารถนาเพียงเชื่อ OST.บางกอกคณิกา’

วันจันทร์ ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

หลังจากที่ “ช่องวัน31” เปิดประตูต้อนรับผู้ชมทุกคนก้าวเข้าสู่หอบุปผชาติไปกับ ซีรี่ส์กระแสร้อน “บางกอกคณิกา” อย่างเป็นทางการไปแล้ว ล่าสุดได้เปิดตัวเพลงละคร เพลงใหม่จากแร็พเปอร์สาว มิลลิในเพลง “ปรารถนาเพียงเชื่อ”ที่เป็นการร่วมงานกับช่องวันเป็นครั้งแรกและยังเป็นการทำเพลงละครครั้งแรก ที่เจ้าตัวได้ลงมือแต่งเนื้อร้องและทำนองเอง ในสไตล์ JAZZ BALLADแถมยังเป็นการร้องที่ใหม่มากและยากมากสำหรับมิลลิเลยทีเดียว!

ซึ่ง “มิลลิ” ได้เผยความรู้สึกว่า“รู้สึกดีใจและเป็นเกียรติมากๆ โดยจุดเริ่มต้นของเพลงนี้ คือช่องวันติดต่อมาให้หนูทำเพลง โดยมีเรื่องมาให้หนูอ่าน หนูชอบพล็อตเรื่องมากๆ ชอบในความที่เป็นไปไม่ได้ แต่ไม่ใช่ว่ามันจะเป็นไปไม่ได้ ในฐานะที่เราเป็นคนประพันธ์เพลงถือว่ายากมากค่ะ ต้องมาตีความเรื่องราวของละคร จะทำยังไงให้เพลงเข้ากับละคร แต่ไอเดียแรกหนูนึกถึงเพลง JAZZ BALLAD ที่ต้องผสมผสานความเป็นไทยที่ละเอียด พิถีพิถัน และได้ใส่เนื้อเพลงภาษาอังกฤษลงไปในท่อนแรกของเพลงด้วย เพราะในเรื่องเป็นสมัย ร.5 ตอนนั้นไทยได้ทำการค้ากับต่างชาติแล้วตัวละครในเรื่องก็มีการสื่อสารภาษาอังกฤษกันบ้าง หนูก็เลยใส่ลงไป โดยมีความหมายเปรียบเปรย ซึ่งยังไม่เคยทำแนวนี้มาก่อน เพลงนี้เป็นเพลงแรกที่ทำ มันยากมาก และหนูเครียดมาก หนูไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงดี แต่พอได้เริ่มแล้วก็ไหลลื่นเลยค่ะ ในเรื่องของโน้ตก็มีความยากมากเหมือนกัน ทางทฤษฎีดนตรีก็มีความยากในการร้อง ตัวหนูเองก็เพิ่งมาร้องแบบนี้ครั้งแรก ก็ใช้เวลาในการอัดเพลงกันอยู่หลายชม.เลยค่ะ กับเพลงนี้ถ้าหลับตาฟัง มันเหมือนเรากำลังเดินอยู่ในอุโมงค์ แล้วมองเห็นแสงส่องอยู่ไกลๆ ถ้าเรามีความเชื่อมั่นจะเดินไปถึงจุดนั้น เราต้องเดินไปถึงได้แน่ๆ แม้ระยะทางจะไกล แต่เราก็ต้องทำได้ และเราก็จะทำได้จริงๆ นี่คือความรู้สึกของหนูเมื่อได้ฟังเพลงนี้ หนูอินกับเพลงนี้มาก อยากให้ทุกคนเข้าใจในความหมายของเพลง ที่อยากสื่อให้ทุกคนเชื่อในตัวเอง และรักตัวเองให้มากๆ ส่วนตัวหนูชอบเพลงนี้มาก และตั้งใจมาก หวังว่าทุกคนจะชอบเหมือนกันนะคะ (ยิ้ม)” สามารถติดตามรับฟังและชมมิวสิกวีดีโอ “ปรารถนาเพียงเชื่อ” เพลงจากละครบางกอกคณิกา โดย MILLI ได้ทาง YOUTUBE : onemusic และ Music Streaming ทุกแพลตฟอร์ม รวมถึงติดตามความเคลื่อนไหวของศิลปินได้ทาง OneMusic และ Oneconnection

ประมวลภาพ’พีท-แก้มบุ๋ม’ควงคู่ฉลองมงคลสมรส แขกผู้ใหญ่ร่วมยินดีคับคั่ง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/805586

ประมวลภาพ'พีท-แก้มบุ๋ม'ควงคู่ฉลองมงคลสมรส แขกผู้ใหญ่ร่วมยินดีคับคั่ง

ประมวลภาพ’พีท-แก้มบุ๋ม’ควงคู่ฉลองมงคลสมรส แขกผู้ใหญ่ร่วมยินดีคับคั่ง

วันอาทิตย์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 18.34 น.

ประมวลภาพ’พีท-แก้มบุ๋ม’ควงคู่ฉลองมงคลสมรสสุดอลังการ แขกผู้ใหญ่ร่วมแสดงความยินดีคับคั่ง

หลังผ่านพิธีหมั้นและยกน้ำชา ไปเมื่อวันที่ 13 พ.ค.ที่ผ่านมา สำหรับคู่รักแห่งปี พีท-กันตพร หาญพาณิชย์ ทายาทและผู้บริหารโรงพยาบาลในเครือเกษมราษฎร์ และ แก้มบุ๋ม-ปรียาดา สิทธาชัย ดาราสาวและแม่ค้าคนสวย ได้ฤกษ์จัดงานฉลองมงคลสมรสอย่างยิ่งใหญ่อลังการในค่ำคืนของวันนี้ (19 พ.ค.) เวลา 18.00 น. ณ โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ โดยมีแขกผู้มีเกียรติหลากหลายวงการเข้าร่วมแสดงความยินดีอย่างคับคั่ง

สกู๊ปพิเศษ : ‘แลนด์บริดจ์’เชื่อมขนส่งสองฝั่งทะเล ชั่งนํ้าหนัก‘ผลกำไร-ทุนที่เสีย’คุ้มหรือไม่?

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/805550

สกู๊ปพิเศษ : ‘แลนด์บริดจ์’เชื่อมขนส่งสองฝั่งทะเล ชั่งนํ้าหนัก‘ผลกำไร-ทุนที่เสีย’คุ้มหรือไม่?

สกู๊ปพิเศษ : ‘แลนด์บริดจ์’เชื่อมขนส่งสองฝั่งทะเล ชั่งนํ้าหนัก‘ผลกำไร-ทุนที่เสีย’คุ้มหรือไม่?

วันจันทร์ ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 07.15 น.

“แลนด์บริดจ์ (Land Bridge)” หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ “โครงการสะพานเชื่อมเศรษฐกิจเชื่อมทะเลอ่าวไทย-อันดามัน” โดยมีการสร้างท่าเรือน้ำลึก 2 ฝั่ง คือ ฝั่งอ่าวไทย ที่ จ.ชุมพร และฝั่งทะเลอันดามัน ที่ จ.ระนอง พร้อมกับเชื่อมท่าเรือทั้ง 2 ด้วยทางรถไฟและถนนมอเตอร์เวย์ โดยคาดหวังว่า โครงการนี้จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย ด้วยการเป็น “ฮับ (Hub)” ศูนย์กลางการขนส่งทางทะเล ระหว่างมหาสมุทรอินเดียกับมหาสมุทรแปซิฟิก

อย่างไรก็ตาม ในอีกมุมหนึ่งก็มีคำถามเกิดขึ้นว่า “โครงการนี้จะคุ้มค่าจริงหรือ?” เพราะนี่คือโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ที่ต้องเปลี่ยนแปลงภูมิประเทศอย่างกว้างขวาง ซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องส่งผลกระทบต่อ “ต้นทุน” ที่มีอยู่เดิมของ “ภาคใต้” นั่นคือ “สิ่งแวดล้อม” ที่เชื่อมโยงกับทั้ง “เศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยว” และการเป็น “แหล่งอาหารทะเล” ในอุตสาหกรรมประมงชายฝั่ง

ดังตัวอย่างจากเวทีนำเสนอความคิดเห็นทางวิชาการ เรื่อง “มองรอบด้านกับโครงการแลนด์บริดจ์” จัดโดย สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ร่วมกับ ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม และ The Active ThaiPBS เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2567 ที่ผ่านมา ก็มีผู้เชี่ยวชาญหลายท่านร่วมให้ข้อมูล อาทิ พล.ร.ต.จตุพรศุขเฉลิม ผู้เชี่ยวชาญการบริหารงานท่าเรือและขนส่งทางทะเล ที่ชี้ว่า โครงการแลนด์บริดจ์ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นอีกหนึ่งความพยายามที่คู่ขนานไปกับอีกแนวคิดหนึ่ง คือการขุดคลองเชื่อมระหว่างอ่าวไทยกับทะเลอันดามัน

แต่ไม่ว่าจะเป็นโครงการแลนด์บริดจ์ที่เป็นการสร้างท่าเรือน้ำลึก 2 ฝั่ง แล้วเชื่อมระหว่างกันด้วยถนนและทางรถไฟ หรือโครงการขุดคลองเชื่อมทั้ง 2 ฝั่งโดยตรง พล.ร.ต.จตุพร ยืนยันว่า ล้วนตั้งอยู่บน “ความเข้าใจผิด” ทั้งสิ้น ไล่ตั้งแต่ 1.ที่ผ่านมาผู้คนมักเชื่อกันว่า ท่าเรือของประเทศสิงคโปร์ บริเวณช่องแคบมะละกานั้นแออัด ซึ่งความเชื่อดังกล่าว “ไม่เป็นความจริง”โดยช่องแคบมะละกามีเรือแล่นผ่านเฉลี่ย 8 หมื่นลำต่อปี หรือประมาณ 120-200 ลำต่อวัน และแทบไม่มีการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

โดยสถิติเรือแล่นผ่านเป็นเช่นนี้มาแล้ว 17-18 ปี อัตราการเติบโตมีเพียงร้อยละ 2 ไม่ได้เพิ่มขึ้นมาเป็นแสนลำอย่างที่เข้าใจกัน อย่างประเทศญี่ปุ่นเคยคาดการณ์ว่าในปี 2563 จะมีเรือแล่นผ่าน 1.4 แสนลำ แต่ข้อมูลล่าสุด ณ ปี 2567 ยังพบว่าแล่นผ่านเพียง 8 หมื่นลำเท่านั้น หรือการคาดการณ์ของทั้งธนาคารโลก (World Bank)รวมถึงของประเทศมาเลเซีย ก็คาดการณ์กว่าจะมีเรือแล่นผ่านช่องแคบมะละกา 1.2 แสนลำ ผลคือคาดการณ์ผิดกันไปหมด

พล.ร.ต.จตุพร อธิบายความเข้าใจผิดในเรื่องนี้ว่า ผู้ทำการศึกษาจะต้องเข้าใจ “วัฏจักรการขนส่งทางทะเล” ที่เริ่มจาก “การเช่าเรือ” กระแสนี้จะมาในช่วงที่มีปริมาณสินค้ามาก จากนั้นคือ “การซื้อเรือ” พอผู้เช่าเห็นว่าค่าเช่าแพงขึ้นก็หันไปหาซื้อเรือของตนเอง โดยเฉพาะเรือมือ 2 ซึ่งในบางครั้งจะมีราคาใกล้เคียงเรือต่อใหม่ ต่อมาพอจำนวนเรือมีมากขึ้นกว่าสินค้าที่ต้องการขนส่ง ก็จะเริ่มมีการปลดระวางเรือ

ในช่วงนี้ก็เป็นช่วงเวลาของธุรกิจ “การทำลายซากเรือ และการซื้อ-ขายซากเรือ” ซึ่งเรือบางลำเพิ่งสั่งต่อ ยังไม่ทันได้ลงน้ำแล่นจริงก็ถูกสั่งให้ทำลายขายเป็นเศษเหล็กแล้ว ก่อนที่สุดท้ายก็จะวนกลับไปเริ่มที่การเช่าเรืออีกครั้ง โดยนักเศรษฐศาสตร์ด้านการขนส่งทางทะเล คำนวณ วัฏจักรนี้ไว้ว่าวงจรรอบหนึ่งจะใช้เวลาประมาณ 12-15 ปี นอกจากนั้น “ช่องแคบมะละกายังกว้างมาก เรือบรรทุกเครื่องบิน 5 ลำ แล่นสวนกันยังได้” และที่ผ่านมาก็มีอุบัติเหตุทางเรือเกิดขึ้นน้อยมาก

2.มูลค่าที่จะได้รับจากการแล่นผ่านของเรือ จะทำให้ประเทศไทยร่ำรวยในระดับที่คุ้มค่ากับต้นทุนที่เสียไปจริงหรือ? ซึ่งเอาเข้าจริง “รายได้อาจไม่สูงอย่างที่คาดหวัง” ดังตัวอย่างท่าเรือที่มีชื่อเสียงอื่นๆ เช่น ฮ่องกง สิงคโปร์ กำไรต่อปีเพียงประมาณ 2-3 หมื่นล้านบาท อีกทั้งตู้สินค้าที่จะเกิดรายได้หรือประโยชน์ทางผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) ของไทย คือตู้สินค้าที่ถูกยกจากเรือลงมาและถูกขนส่งต่อเพื่อนำไปใช้ประกอบกิจกรรมทางเศรษฐกิจบนแผ่นดินไทย

แต่หากเป็นตู้ที่ถ่ายจากเรือลำหนึ่งไปยังเรืออีกลำหนึ่งแล้วแล่นออกไป แบบนี้แทบไม่ก่อให้เกิดรายได้กับประเทศไทย ยกเว้นกับหน่วยงานที่ให้บริการยกตู้ขึ้น-ลงเท่านั้น และค่ายกตู้ก็ไม่ได้สูงถึง 5,000 บาทต่อตู้อย่างที่พูดกัน แต่อยู่ที่เพียง 860 บาทเท่านั้น หรือต่อให้เพิ่มค่ายกเป็นตู้ละ 1,000 บาท ก็ไม่ได้ก่อให้เกิดรายได้มากมายนักหรือมากที่สุด กรณีเรือยังไม่มารับ มีตู้สินค้าถูกวางทิ้งไว้ ตู้นั้นก็จะถูกลากไปเก็บที่ลานด้านนอก จะเสียค่าลากอีกประมาณพันกว่าบาท จึงเป็นไปไม่ได้ที่ไทยจะได้ค่าบริหารจัดการตู้สินค้าถึงตู้ละ 5,000 บาท

3.การค้าขายทางทะเลไม่อาจคิดแบบเดียวกับการตั้งตลาดนัด พล.ร.ต.จตุพร อธิบายข้อนี้ว่า โดยปกติการพัฒนาท่าเรือไม่ใช่ทำทีเดียวให้เสร็จทุกอย่าง แต่แบ่งการพัฒนาออกเป็นระยะๆ เพื่อให้ตอบโจทย์สินค้าแต่ละประเภท เมื่อสินค้าเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ก็เปลี่ยน เรือที่ใช้ขนส่งเปลี่ยน และท่าเรือก็ต้องเปลี่ยน เช่น ท่าเรือน้ำมัน ท่าเรือเทกองแห้ง ท่าเรือตู้คอนเทนเนอร์ การค้าขายทางทะเลจึงต้องอาศัยเวลาในการพัฒนา และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานก็ต้องทำคู่ขนานไปกับความต้องการใช้งาน อีกทั้งต้องทำในช่วงเวลาที่ไล่เลี่ยกัน ไม่ใช่ทำโดดๆ นำไปก่อนยาวๆ

4.แนวโน้มการค้าในยุคหลังๆ เน้นการค้าในภูมิภาคเดียวกัน (Regional Trade) มากขึ้นโดยนักลงทุนจากที่ไกลๆ เช่น ทวีปยุโรปหรือทวีปอเมริกา จะสอนหรือถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับประเทศในภูมิภาคนั้นมากขึ้น ส่วนที่พูดกันว่าแลนด์บริดจ์จะช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ (New S-Curve) ในความเป็นจริงอุตสาหกรรมที่ว่านั้นเน้นเรื่องเทคโนโลยีชั้นสูง เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระบบอัตโนมัติ (Automation)ไม่จำเป็นต้องเจาะจงตั้งฐานประกอบการเฉพาะบริเวณที่จะมีโครงการแลนด์บริดจ์เท่านั้นแต่อย่างใด

5.กรณีโครงการแลนด์บริดจ์ ที่คาดหวังเรื่องความประหยัดเวลาถ้าเทียบกับการไปอ้อมช่องแคบมะละกา ในความเป็นจริง “ไม่ได้ประหยัดเวลาลงอย่างที่เข้าใจกัน” พล.ร.ต.จตุพรอธิบาย “ข้อจำกัด” เช่น ยังมีเรื่องของการยกตู้สินค้าขึ้น-ลงเรือสินค้าของแต่ละฝั่ง และการขนส่งด้วยรถยนต์หรือรถไฟระหว่างทั้ง 2 ฝั่ง รวมถึงเรือแล่นมาส่งตู้สินค้าแล้วคงไม่ตีเรือเปล่ากลับไป แต่ต้องรอขนตู้สินค้าลอตใหม่ด้วย แม้จะใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ แต่ก็จะใช้เวลาเฉลี่ย 7 วันต่อฝั่ง หรือมากกว่า 10 วันหากรวมทั้ง 2 ฝั่ง

และ 6.มีความเชื่อกันมานานว่า โครงการเชื่อมด้ามขวาน 2 ฝั่ง หากทำแล้วไทยจะกลายเป็นคู่แข่งสำคัญของสิงคโปร์ ทำให้สิงคโปร์ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้โครงการทำนองนี้เกิดขึ้น ถึงขั้นมีการกล่าวหาว่าใครที่คัดค้านคือรับงานสิงคโปร์มา แต่ในความเป็นจริง “ผู้ประกอบการหรือสายเรือต้องคำนวณก่อนว่าคุ้มค่าหรือไม่ที่จะเปลี่ยนจากท่าเรือสิงคโปร์มาผ่านประเทศไทย” โดยในหนึ่งในตัวแปรคือ “บริเวณอ่าวไทยมีแท่นขุดเจาะน้ำมันมากถึง 400 แท่น ซึ่งเรือก็ต้องแล่นอ้อมแท่นเหล่านี้”นั่นหมายถึงการเสียเวลาเพิ่มอีกอย่างน้อย 4 ชั่วโมง

“สรุปสั้นๆ นะ สมมุติฐานโจทย์ที่ตั้งกันมาผิดทุกข้อ ช่องแคบมะละกาไม่ได้แออัด ปริมาณเรือไม่ได้มาก ช่องแคบมะละกาไม่ได้แคบ ไปทางด้ามขวานเราจะช้ากว่าด้วยเพราะต้องหลีกแท่นขุดเจาะอีก 4-5 ชั่วโมง คอยคิวนำร่องอีก เยอะ! ยืนยันฟันธงเลย เพราะมันมีหลักฐานเชิงประจักษ์ สรุปว่าไปมะละกาไวกว่า” พล.ร.ต.จตุพร กล่าว

อัตถพงษ์ ฉันทานุมัติ วิศวกรอิสระฉายภาพข้อห่วงใยเรื่อง “สิ่งแวดล้อมและการท่องเที่ยว” โดยเมื่อดูแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาภาคใต้ ปี 2566-2570 ซึ่งจัดทำโดย สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) จะแบ่งออกเป็น 6 ข้อ คือ 1.ยกระดับการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ มาตรฐาน ปลอดภัยและมีมูลค่าสูง 2.อนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อเป็นฐานการผลิตสำหรับสาขาเศรษฐกิจสำคัญของภาค 3.ส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยและแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม

4.ส่งเสริมการใช้งานวิจัย เทคโนโลยีและนวัตกรรม ในการแปรรูปสินค้าเกษตรหลักของภาคเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง 5.พัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจชายแดนใต้ (SEC) และ 6.เสริมสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี แต่โครงการแลนด์บริดจ์จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยว เช่น ฝั่ง จ.ระนอง พื้นที่ก่อสร้างจำนวนมากอยู่ในเขตอนุรักษ์ อาทิ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะระนอง เกาะพยาม พื้นที่ชุ่มน้ำอุทยานแหลมสน

ป่าชายเลนบริเวณปากแม่น้ำกระบุรี-ปากคลองกะเปอร์ ซึ่งในปี 2540 องค์การยูเนสโกได้ประกาศให้เป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑลของโลก อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองนาคา รวมไปถึงหมู่เกาะสุรินทร์ ในพื้นที่ จ.พังงา เช่น การตัดถนนผ่านพื้นที่อนุรักษ์ รถบรรทุกจำนวนมากลำเลียงตู้คอนเทนเนอร์แล่นผ่าน มลพิษทางอากาศและทางเสียงจะส่งผลกระทบมากเพียงใด หรือการสร้างท่าเรือน้ำลึก ซึ่งกระทบกับแหล่งท่องเที่ยวอย่างเกาะพยาม น้ำทะเล ปะการังหายหมด ช่วงก่อสร้างน้ำทะเลก็ไม่ใส ก่อสร้าง 3 ปี ธุรกิจแถวนั้นคงจบกันหมด

“อีกอันก็คือหมู่เกาะสุรินทร์ที่อยู่ตอนล่างถามว่าเกี่ยวอะไร? เรือใหญ่เขาต้องวิ่งผ่านร่องน้ำลึก เพราะคุณไม่ได้ขุดทะเลเหมือนเลนรถยนต์ เรือมันต้องหาร่องน้ำลึกวิ่ง ฉะนั้นร่องน้ำลึกที่สุดคืออยู่ระหว่างภูเขา หรืออุทยาน 2 แห่ง ผมก็ประมาณการเส้นทางเดินเรือขึ้นมาเรือสินค้าใหญ่ๆ จะวิ่งอย่างไรจากทะเลอันดามันจะเห็นว่ามันผ่านสถานที่ท่องเที่ยว ผ่านหมู่เกาะสำคัญ ผ่านอุทยาน สมมุติคุณไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติ เราต้องการความสบายตา-สบายใจ แต่เห็นเรือสินค้าวิ่งอยู่เต็มไปหมด เราจะเสียรายได้จากตรงนี้ไหม?” นายอัตถพงษ์กล่าว

จากฝั่ง จ.ระนอง ข้ามไปฝั่ง จ.ชุมพร อัตถพงษ์ กล่าวต่อไปว่า ที่ จ.ชุมพร ก็มีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอย่าง อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร และยังมีแนวปะการัง อยู่นอกเขตอนุรักษ์กว่า 6,000 ไร่ และในเขตอนุรักษ์อีกกว่า 3,000 ไร่ รวมถึงมีป่าชายเลนและหญ้าทะเล อันเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำซึ่งเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมประมง อนึ่ง “ผลกระทบยังอาจลงไปถึง จ.สุราษฎร์ธานี” เพราะเรือสินค้าต้องแล่นหลบแท่นจุดเจาะน้ำมัน นักท่องเที่ยวที่ไปเยือน “เกาะสมุย-เกาะนางยวน” จะรู้สึกอย่างไรหากเห็นเรือสินค้าแล่นผ่านไป-มา

ศักดิ์อนันต์ ปลาทอง นักวิชาการด้านทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า พื้นที่ฝั่งอันดามัน ทั้งอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะระนอง แหลมสน หมู่เกาะสุรินทร์ หมู่เกาะสิมิลัน หาดท้ายเหมือง ป่าชายเลนพื้นที่สงวนชีวมณฑล พื้นที่เหล่านี้มีศักยภาพในการเตรียมการเพื่อยื่นขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก อย่างใน จ.ระนอง เคยขึ้นป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ด้วยซ้ำว่าป่าชายเลนสู่มรดกโลก เรื่องนี้คุยกันมาหลายปีและเป็นความเห็นพ้องของคนในท้องถิ่น มีผลการศึกษาจากทั้งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงมหาวิทยาลัย ว่าด้วยความโดดเด่นของพื้นที่

ซึ่งการเป็นมรดกโลกจะมีเกณฑ์ เช่น หมู่เกาะสุรินทร์ หมู่เกาะสิมิลัน มีแนวปะการังขนาดใหญ่ที่สวยงาม เป็นแหล่งดำน้ำที่มีชื่อเสียงระดับโลก ก็มีคุณค่าด้านการท่องเที่ยวและความหลากหลายทางชีวภาพ ขณะที่ จ.ระนอง มีการเปลี่ยนแปลงทางภูมิศาสตร์ มีการกระจายพันธุ์ของพืชและสัตว์ในเขตอินโด-แปซิฟิก กับเขตซุนดรา โดยมีรอยต่ออยู่ตรงลำน้ำกระบุรี หรืออย่างหาดท้ายเหมือง จ.พังงา มีสันทรายโบราณ มีร่องรอยวิวัฒนาการของชายฝั่งทะเล

“ถ้าเราดูพื้นที่ทะเลจำนวนมาก กรมอุทยานฯ ไม่ได้ห้ามเรื่องของประมงพื้นบ้าน กฎหมาย พ.ร.บ. 2562 ฉบับใหม่ ให้ประโยชน์กับประชาชนชุมชนชายฝั่งได้ประโยชน์จากพื้นที่ทะเล ไม่ว่าจะเป็นแหลมสนหรือหมู่เกาะระนอง ก็เป็นพื้นที่ที่มันไม่ใช่พื้นที่อนุรักษ์ห้ามใช้ มันเป็นพื้นที่อนุรักษ์ที่ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ โดยเฉพาะชุมชนชายฝั่งบริเวณนี้ได้ประโยชน์จากทะเลหมู่เกาะระนองเป็นจำนวนมาก”ศักดิ์อนันต์ กล่าว

ชวลิต วิทยานนท์ นักวิชาการอิสระด้านความหลากหลายทางชีวภาพ กล่าวว่าในบริเวณชายฝั่งทั้ง จ.ระนอง และ จ.ชุมพรมีผู้ประกอบอาชีพประมงพื้นบ้าน ตามที่ลงทะเบียนไว้กับกรมประมง รวมกันไม่ต่ำกว่า 2,000 คน มีมูลค่าการผลิตแต่ละปีประมาณ 1,000 ล้านบาทยังไม่นับรวมการกระจายรายได้ยังกลุ่มคนฐานรากอีกเป็นจำนวนมาก ดังนั้นจึงมองว่า การเปลี่ยนจากระบบนิเวศที่ดีไปเป็นโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ผลประโยชน์ก็จะเปลี่ยนไปอยู่ในมือกลุ่มเล็กๆ เพียงไม่กี่คน อีกทั้งความคุ้มทุนจากการสร้างท่าเรือมีความเป็นไปได้เพียงใด

“ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศทั้ง 2 ฝั่งไป ทั้งในเรื่องของป่าชายเลนขนาดใหญ่แล้วก็ชายฝั่ง ซึ่งประโยชน์เชิงนิเวศก็มีนอกเหนือจากการประมง การท่องเที่ยวเราจะใช้ประโยชน์ได้ชั่วระยะยาว แต่ถ้าจะใช้ประโยชน์เรื่องของการเป็นท่าเรือหรือว่าโครงสร้างพื้นฐานใหญ่ มันมีความไม่แน่นอนในเรื่องของทางเศรษฐกิจ หรือว่าสถานการณ์ต่างๆ อาจจะทำให้โครงการเหล่านี้ใช้ประโยชน์ได้น้อยลง” ชวลิต กล่าว

พิรียุตม์ วรรณพฤกษ์ นักวิชาการอิสระด้านสิ่งแวดล้อม ตั้งข้อสังเกตว่า หากไปดูผลการศึกษาของสภาพัฒน์ จะมีขมวดไว้ในหน้าท้ายๆ ว่าลำพังสิ่งอำนวยความสะดวกที่จัดให้ตามปกติแก่ผู้ลงทุนไม่น่าจะเพียงพอ จะต้องมีบริบทอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งน่าเป็นห่วงการตีความคำว่า “บริบทอื่นๆ” เพราะหากบอกว่าลำพังสิทธิบีโอไอนำเข้าเครื่องจักรโดยไม่ต้องเสียภาษี หรือยกเว้นภาษี 8 ปี บวกอีก 5 ปี แล้วยังไม่เพียงพอกับนักลงทุนในการตัดสินใจเข้ามาลงทุนก่อสร้างในโครงการ คำถามคือนักลงทุนจะขออะไรเพิ่มเติม และสิ่งที่ขอจะก่อปัญหาหรือไม่

“ถ้าสมมุติว่าคนที่จะมาลงทุน ถ้าบอกว่าตลอดแนวฝั่งอันดามัน 100 กิโลเมตร เขาขอสร้างเป็นกาสิโน เป็นรีสอร์ท โดยให้สิทธิ์เขา 90 ปี แบบนี้ชาวบ้านเขาจะยอมไหม? ถ้ามันเกิดปัญหาความขัดแย้งแบบนี้ แล้วเราปล่อยทีโออาร์ออกไปในลักษณะนี้โดยที่ไม่มีขอบเขตชัดเจนว่ารัฐสามารถที่จะตอบแทนประโยชน์อะไรให้กับผู้ลงทุนได้บ้าง ตรงนี้พอหลังจากออกทีโออาร์แล้วรับข้อเสนอขึ้นมา มันก็จะเกิดความขัดแย้งแล้วก็เป็นความขัดแย้งใหญ่รวมทั้งความขัดแย้งที่เราจะต้องดึงเอาต่างประเทศมาขัดแย้งกับคนภายในประเทศด้วย” พิรียุตม์ ยกตัวอย่าง

สมบูรณ์ คำแหง ประธานคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) ถอดบทเรียนโครงการแลนด์บริดจ์ เส้นทางเชื่อมระหว่าง จ.สงขลา (ฝั่งอ่าวไทย) กับ จ.สตูล (ฝั่งทะเลอันดามัน) ซึ่งถูกคัดค้านจนยกเลิกไป ว่า กรณี จ.สตูล กับ จ.ระนอง เหมือนกันตรงที่เป็นจังหวัดเล็ก ประชากรไม่มาก แต่มีศักยภาพเรื่องการเกษตร ประมงและท่องเที่ยว ดังนั้นพอเห็นการประชาสัมพันธ์โครงการ ในช่วงแรกๆ ประชาชนในพื้นที่ก็ตื่นตาตื่นใจ แต่จุดเปลี่ยนอยู่ที่การได้รับข้อมูลอีกด้านหนึ่ง ว่าคนในพื้นที่ต้องสูญเสียอะไรไปบ้าง ข้อมูลจึงเป็นสิ่งสำคัญ

“อ่าวปากบาราเป็นแหล่งท่องเที่ยวแหล่งแรกเลย ถ้ามาแผ่นดินใหญ่คุณต้องมาที่อ่าวปากบารา นั่นหมายความว่าอ่าวนี้อาจจะไปภายใต้โครงการนี้ แล้วก็แหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ก็จะกระทบทางทะเล การประมงสูญเสีย พื้นที่ที่จะถูกเวนคืนสร้างแลนด์บริดจ์ สร้างรถไฟ สร้างมอเตอร์เวย์ สร้างนิคมอุตสาหกรรม มันก็จะหายไป ข้อมูลเหล่านี้พอถูกนำเสนอคนในพื้นที่เขาเริ่มคิดหนัก ขนาดผู้ประกอบการเองซึ่งเป็นนักธุรกิจ-นักลงทุนในพื้นที่ ตอนแรกๆ เขาก็เชียร์โครงการนี้นะ แต่พอมาฟังดูแล้วเขารู้สึกว่า โห! มันจะคุ้มไหม? เพราะว่าเรากำลังจะเสียทุกอย่างไป ในจังหวัดที่มันมีศักยภาพ” สมบูรณ์ กล่าว