‘น้าเน๊ก’ อึ้ง!’ดีเจเพชรจ้า’ยอมรับหมดยุค Bad Boy ตัวพ่อ ใน ‘จุดเปลี่ยนสายแข็ง by BDMS’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/804550

'น้าเน๊ก' อึ้ง!'ดีเจเพชรจ้า'ยอมรับหมดยุค Bad Boy ตัวพ่อ ใน 'จุดเปลี่ยนสายแข็ง by BDMS'

‘น้าเน๊ก’ อึ้ง!’ดีเจเพชรจ้า’ยอมรับหมดยุค Bad Boy ตัวพ่อ ใน ‘จุดเปลี่ยนสายแข็ง by BDMS’

วันอังคาร ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 14.06 น.

ดีเจเพชรจ้าหรือวิเชียร กุศลมโนมัยคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวมาดแบดบอยที่ผ่านประสบการณ์ชีวิตมาแบบโชกโชนล่าสุดมาเปิดใจถึงเรื่องราวชีวิตสุดโต่ง รวมถึงจุดเปลี่ยนจาก Bad Boy มาเป็น Good Boy ที่สำคัญดีเจหนุ่มยอมรับกับพิธีกร น้าเน็ก-เกตุเสพย์สวัสดิ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยากลางรายการ“จุดเปลี่ยนสายแข็ง by BDMS”ทางพีพีทีวี ช่อง 36อีกด้วยว่าตอนนี้หมดยุค Bad Boyที่เป็นภาพจำในสายตาแฟน ๆ ซะแล้ว!

ดีเจเพชรจ้า เล่าถึงอดีตชีวิตสุดโต่งให้ฟังว่า ตอนที่ทำงานเป็นดีเจยอมรับว่าเป็นช่วงที่ใช้ชีวิตสุดจริง ๆ เพราะตอนนั้นจัดรายการวิทยุ 2 ทุ่ม พอ 5 โมงเย็นก็ต้องไปดื่มเพื่อเผาหัวก่อน เพราะต้องจัดรายการให้มันส์ ตั้งแต่หัวค่ำจนถึงตี 2 หลังทำงานเสร็จก็เที่ยวต่อจนถึงตี 5 เรียกว่า Work HardPlay Harderทำงาน 8 ชั่วโมง ดื่ม 8 ชั่วโมง ทำวนอยู่แบบนี้ทุกวันนานกว่า 10 ปีซึ่งจริง ๆ คำจำกัดความของคำว่า Bad Boy มันไม่ต่างอะไรกับรถแรง เวลาผู้หญิงนั่งรถเก่า ๆ ก็จะรู้สึกเฉย ๆ แต่เมื่อไหร่ที่เข้าไปนั่งรถแรงก็จะรู้สึกสนุก ตื่นเต้น ซึ่งตนคิดว่าไม่มีผู้หญิงคนไหนอยากนั่งรถแรงไปตลอดชีวิต และในมุมมองของตน เชื่อว่าผู้ชายเจ้าชู้ทุกคน แต่เมื่อไหร่ที่เจอคนที่ใช่ พวกเขาก็จะหยุดในสิ่งที่ไม่ดีเอง

นอกจากนี้น้าเน็ก ยังแอบถามถึงเคล็ดลับวิธีจีบสาวสไตล์เพชรจ้าโดยดีเจหนุ่มถึงขนาดเอ่ยปากตอบทันทีว่า “หมดยุคผมแล้ว”ทำเอาน้าถึงกับตกใจ! ว่าหมดยุคของเพชรจ้าจริง ๆ แล้วหรือนี่ โดยเฉพาะชีวิตหลังจากมีลูกชาย “น้องไทก้า”ก็ยิ่งทำให้หนุ่มแบดบอยอย่าง เพชรจ้า ได้สัมผัสถึงคำว่า Good Boyเปลี่ยนตัวเองจากหน้ามือเป็นหลังมือ นอนเร็ว ตื่นเช้ามาเล่นกับลูก อาบน้ำ ป้อนข้าว พาเขาไปส่งโรงเรียน นี่คือ ชีวิตพ่อ ซึ่งตอนนี้ น้องไทก้า ก็โตขึ้นแล้วตนเองก็เริ่มกลับมามีเวลามากขึ้นจนกลับมาเป็น Bad Boy ได้อีกครั้ง แต่เห็นใช้ชีวิตมาโชกโชนแบบนี้ เพชรจ้า ก็เคยมีปัญหาสุขภาพ และผ่านประสบการณ์แอดมิดนอนโรงพยาบาลครั้งแรกมาแล้ว เนื่องจากป่วยเป็น “ไข้หวัดสายพันธ์ A” โดยทางรายการมีวิธีการสังเกตอาการป่วยของไข้หวัดสายพันธ์ Aรวมถึงใครบ้างเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ควรฉีดวัคซีนบ้าง โดยมี นพ.เกริก อัศวเมธาอายุรแพทย์โรคติดเชื้อโรงพยาบาลบีเอ็นเอช มาช่วยแนะนำให้หายข้องใจอีกด้วย

ติดตามชมจุดเปลี่ยนชีวิตสุดโต่งของ ดีเจเพชรจ้ารวมถึงวิธีการดูแลสุขภาพให้ห่างไกลโรคจากแพทย์ในเครือ BDMS “อย่าให้อดีตเคยสุด ต้องมาหยุดอยู่กับหมอ” ในรายการ “จุดเปลี่ยนสายแข็ง by BDMS”วันศุกร์ที่ 17พฤษภาคม นี้ เวลา 22.00 น. เป็นต้นไป ทางพีพีทีวี เอชดี ช่อง 36 หรือรับชมผ่านเว็บไซต์ http://www.pptvhd36.com หรือแอปพลิเคชัน และ YouTube ช่อง PPTVHD36

ซัมซุงทำถึง! เปิด 4 โมเมนต์สุดใจฟูกับ คัลแลนพี่จอง น้องแดน และจูดี้

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/804549

ซัมซุงทำถึง! เปิด 4 โมเมนต์สุดใจฟูกับ คัลแลนพี่จอง น้องแดน และจูดี้

ซัมซุงทำถึง! เปิด 4 โมเมนต์สุดใจฟูกับ คัลแลนพี่จอง น้องแดน และจูดี้

วันอังคาร ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 14.05 น.

ปล่อยออกมาแค่ 2 ตอนก็กวาดยอดผู้ชมใน YouTube ทะลุ1.5 ล้านวิว (ข้อมูล ณ​ วันที่ 13 พฤษภาคม 2567)กับรายการ“Galaxy AI League by Galaxy S24 Ultra” การแข่งขันเพื่อตามล่าหาผู้ชนะจาก 4 ภารกิจสุดโหด มันส์ ฮา ของพี่จอง, คัลแลน, น้องแดน ยูทูบเบอร์สัญชาติเกาหลี และจูดี้ เพื่อนซี้ของสามหนุ่ม ที่ออนแอร์ผ่านทาง YouTube: Samsung Thailand ตอนแรกเมื่อวันที่ 29 เมษายน และตอนที่สอง วันที่ 7 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

มากไปกว่าความสนุกฮาน้ำตาเล็ดไปกับความน่ารักใจฟูของ 4 ผู้เข้าแข่งขัน ที่เห็นจากคอมเมนต์ในโซเซียลมีเดียต่างชื่นชมรายการ ว่าซัมซุงทำถึง! ดึงความน่ารักของทั้ง 4 คนให้ชาวด้อมได้มีรอยยิ้มไปตามส่วนโมเมนต์สุดน่ารักของพี่จองและผองเพื่อนที่ขอยกให้เป็นช็อตไฮไลต์ในดวงใจคือ 4 โมเมนต์จาก 4 ภารกิจต่อไปนี้

ภารกิจ ‘ปลาดาวมหาสนุก’ กับ ‘นักวางยาผู้พ่ายแพ้’

เปิดอีพีแรกประเดิมด้วยภารกิจง่าย ๆ ให้พวกเขาทั้ง 4 ดำผุดดำว่ายหา ‘ปลาดาว’ ที่กระจายอยู่ใต้สระทั้งหมด 12 ตัว ใครเก็บปลาดาวได้มากที่สุดรับไปเลย 1 คะแนน โดยในสระจะมี ‘AI Star’ ซ่อนอยู่ คนตาไวมือไวคว้าได้ก่อนได้โบนัสอีก 1 คะแนน แต่จะให้สนุกต้องมี ‘ปลาหมึก’ เป็นตัวหลอกใครมีไว้ในครอบครองจะไม่ได้แต้ม

ลีลาการดำน้ำของ ‘คนปลา’ อย่างพี่จองไม่มีใครกล้าสู้ ถ้าเรื่องมือไวใครครองตำแหน่งต้องดูกันเอง แต่เรื่องป่วน ๆ ไว้ใจนักวางยาประจำแก็งค์อย่างคัลแลน ที่กลายเป็นโมเมนต์สุดน่ารัก เพราะมัวแต่หยิบปลาหมึกจับใส่มือน้องแดนที จูดี้ที จนหมดเวลาพอดีกลายเป็นผู้พ่ายแพ้ซะงั้น

ภารกิจ ‘แปลซ่อนฟัน’ กับ ‘นักกลั้นขำ’

คนเส้นตื้นต้องระวังเพราะอาจจะขำลั่นจนหยุดไม่อยู่ตลอดภารกิจ กติกาที่ดูเหมือนง่ายแต่ท้าทายผู้เข้าแข่งขันที่เป็นคนเกาหลีอย่างคัลแลน พี่จอง และน้องแดนสุด ๆ โดยผู้เข้าแข่งขันต้องถามคำถามให้เพื่อนร่วมทีมฟังเป็นภาษาไทย แต่ต้องพูดแบบห้ามเห็นฟัน! จากนั้นให้เพื่อนร่วมทีมเอาคำถามที่ได้ยินไปพูดผ่านฟีเจอร์ Interpreter ใน Galaxy S24 Ultra เพื่อแปลคำถามเป็นภาษาฝรั่งเศส ถ้าชาวฝรั่งเศสเข้าใจและตอบถูกต้อง รับไปเลย 1 คะแนน ปกติก็ยิ้มแก้มฉีกให้กับสำเนียงและลีลาการพูดของพวกเขาอยู่แล้ว แต่ภารกิจนี้บอกเลยว่าน่ารักทุกโมเมนต์ ไม่เว้นแม้แต่พี่จูดี้ เอ็นดูความเป็นคนไทยเพียงหนึ่งเดียวแต่ก็ยังฟังน้องแดนใบ้คำไม่ออก ไหนจะโมเมนต์ที่พี่จองและคัลแลนแอบลุ้นและนั่งเดาคำใบ้ของคู่แข่ง แต่ลั่นสุดก็ตอนเฉลยคำตอบแล้วพี่จองและคัลแลนดีใจที่ชนะ แต่…”มันแปลว่าอะไรครับ” คนดูอย่างพวกเราอยากจะเครซี่!

ภารกิจ ‘Zoom me if you can’ กับ ‘เหล่านักหล่อลื่น’

กติกาภารกิจนี้ไม่ยาก แค่ใช้ Galaxy S24 Ultra ซูมดูภาพสัตว์จิ๋วที่อยู่ไกลออกไป 25 เมตร แล้วตอบให้ได้ว่าเป็นภาพอะไร ใครตอบได้ก่อนเป็นผู้ชนะ โดยจะแข่งแบบ Tournament ผู้ชนะรอบสุดท้ายรับไปเลย 2 คะแนน แต่เส้นทางกว่าจะไปให้ถึง Galaxy S24 Ultra นั้นไม่ง่าย

เป็นภารกิจที่ลุ้นตลอดการแข่งขันว่าพวกเขาจะร่วง ลื่น ล้ม และจมหายไปในน้ำตอนไหน กว่าจะดำผุดดำว่าย ปีนป่ายขึ้นมาบนแพยาง ไหนจะต้องใช้ตัวไถไปบนฐานทรงกลมที่ทั้งลื่นและร่วงง่ายซะเหลือเกิน ทำเอาโมเมนต์ความน่ารักของพวกเขาเปล่งประกายเต็มภารกิจไปหมด แต่ชอบสุดก็ตอนที่พี่จองพยายามไถตัวเองบนฐานทรงกลมเพื่อขึ้นฝั่งด้วยความทุลักทุเล แต่ดันเสียสมาธิเพราะได้ยินคนเรียก พอหันไปมองเท่านั้นแหละ หล่อลื่นร่วงลงน้ำทันที ไม่รู้คัลแลนกลัวจะชนะหรือยังไงพอพี่จองร่วงไปคัลแลนก็ขอหล่นบ้างซะงั้น เชื่อแล้วว่าไปไหนไปกันจริง ๆ

ภารกิจ ‘จระเข้ขึ้นบก’ กับ ‘ผู้ร้ายของแทร่’

มาถึงภารกิจสุดท้ายที่ฟังกติกาแล้วดูเหมือนจะไม่ต้องลุ้นอะไรมาก แค่ต้องปีนขึ้นแพยางเพื่อแอคท่าตามโจทย์ ได้แก่ ท่าดอกไม้บานฉ่ำ ท่านักคิด และท่ากาแลกซี่ AI  แล้วรอให้ Galaxy S24 Ultra ถ่ายภาพ ผู้ชนะของแต่ละรอบรับไปเลย 2 คะแนน แต่ความเกรียนอยู่ตรงที่ผู้เข้าแข่งขันสามารถขัดขวางไม่ให้เพื่อนขึ้นมายืนบนแพยางได้
โฉมหน้าผู้ร้ายตัวจริงจึงบังเกิด! งานนี้ไม่มีคำว่ามิตรภาพ! จบคำว่าพี่น้องกันในภารกิจนี้ ทั้งผลักและจับโยนลงน้ำ ส่วนโมเมนต์สุดคิ้วท์แต่แฝงไว้ด้วยความโหดต้องยกให้ตอนที่คัลแลนผลักพี่จองลงน้ำด้วยสีหน้าของผู้ร้ายของแทร่! หรือแม้แต่น้องแดนที่เคารพรุ่นพี่ก็ไม่ปรานีใครทั้งนั้น

ถ้าคิดว่าโมเมนต์ในเกมที่ยกตัวอย่างมาคือที่สุดแล้ว ห้ามพลาดช็อตที่ผู้ชนะได้ของรางวัลจากซัมซุง บอกเลยว่าขำลั่นน้ำตาเล็ดแน่นอน อ่านยังไงก็ไม่ใจฟูเท่าไปดู Galaxy AI League ทั้ง 2 EP. ย้อนหลังแบบเต็มๆเองได้ที่ YouTube: Samsung Thailand  ได้เลย

‘ไอซ์ ภาณุวัฒน์ – ชาคริต แย้มนาม’ร่วมตีแผ่เบื้องหลังวงการเชฟไทย ใน ภ.’Dining’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/804546

'ไอซ์ ภาณุวัฒน์ - ชาคริต แย้มนาม'ร่วมตีแผ่เบื้องหลังวงการเชฟไทย ใน ภ.'Dining'

‘ไอซ์ ภาณุวัฒน์ – ชาคริต แย้มนาม’ร่วมตีแผ่เบื้องหลังวงการเชฟไทย ใน ภ.’Dining’

วันอังคาร ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 14.03 น.

ผ่านไปเรียบร้อยสำหรับงานแถลงข่าวเปิดตัวภาพยนตร์จาก ค่าย ญิบฟิล์ม เรื่อง “Dining” ผลงานดราม่าในมุมมองใหม่ที่หยิบเอาเรื่องราวเบื้องหลังของวงการเชฟ และการแข่งขันในธุรกิจร้านอาหารมาตีแผ่ผ่านการกำกับของ ศักดิ์ มฤคศิรัส นำแสดงโดย ไอซ์ ภาณุวัฒน์ เปรมมณีนันท์, ชาคริต แย้มนาม, เชฟประชัน วงศ์อุทัยพันธ์,เชฟบิ๊ก ภูริพรรษ ใจวีระวัฒนากุล และนพพล โกมารชุน ที่จัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 11 พฤษภาคม 2567 ณ โรงแรม ทินิดีเทรนดี้ กรุงเทพ ข้าวสาร

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความเป็นกันเองของทีมนักแสดง ไม่ว่าจะเป็น ไอซ์ ภาณุวัฒน์ เปรมมณีนันท์, ชาคริต แย้มนาม, เชฟประชัน วงศ์อุทัยพันธ์ และ เชฟบิ๊ก ภูริพรรษ ใจวีระวัฒนากุล รวมถึงผู้บริหาร บริษัท ญิบฟิล์ม จำกัด คุณศิริดา โหมดวงษ์ ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติ นักธุรกิจในแวดวงอาหาร ได้แก่ ร้านอาหารบ้านขนิษฐา, ผลิตภัณฑ์ผักโขมอบชีส จาก Reo’s Deli, น้ำปลาแท้ 100% ตรา หอยนางรม ฯลฯ และสื่อมวลชนที่ให้ความสนใจเข้าร่วมงานแบบเกินความคาดหมาย

“ขอขอบคุณทุกท่านที่สนับสนุนภาพยนตร์เรื่องนี้ ญิบฟิล์ม มีความมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์ผลงานคุณภาพ และสนับสนุนคนรุ่นใหม่ที่มีความฝันร่วมกัน ครั้งนี้เป็นก้าวแรก กับภาพยนตร์เรื่องแรกอย่าง Dining และโอกาสนี้อยากขอบคุณแขกผู้มีเกียรติ สื่อมวลชนทุกท่านที่ใหัความสนใจและตอบรับ ญิบฟิล์ม สำหรับงานวันนี้เป็นอย่างดี” คุณศิริดา โหมดวงษ์ ผู้บริหารจาก ญิบฟิล์ม กล่าว

“Dining​  มีจุดเริ่มต้นจากความต้องการที่จะผลิตผลงานเพื่อคนรุ่นใหม่ ผ่านแนวคิดใหม่ๆ ของผมกับทาง ญิบฟิล์ม และคนแรกที่ผมพูดคุยด้วยคือเชฟประชัน ส่วนคนที่สองคือชาคริต แย้มนาม จนถึงวันนี้ อยากจะขอบคุณทุกท่าน ขอบคุณอินฟลูเอนเซอร์ ขอบคุณสื่อมวลชน นายกสมาคมเชฟ ทีมงานที่ผลักดันให้ Dining ได้ถือกำเนิดขึ้น ผู้ชมจะได้เห็น realistic ของภาพยนตร์ในอีกรูปแบบ เพราะคำว่า อาหาร ของเราจะไม่เหมือนใคร” ศักดิ์ มฤคศิรัส กล่าวถึงที่มาของ “Dining”

นอกจากนี้ สองนักแสดงนำทั้ง ไอซ์ ภาณุวัฒน์ และชาคริต แย้มนาม ยังกล่าวถึงคาแร็คเตอร์และความสนุกที่ได้มาร่วมทำงานกับภาพยนตร์ Dining

“สำหรับไอซ์ นี่เป็นภาพยนตร์เรื่องแรก คาแร็คเตอร์ที่ได้รับจะเป็นคนสู้ชีวิต เพราะฉะนั้น คนดูจะได้ลุ้นและให้กำลังใจตัวละครว่าต้องเจอกับอะไรบ้าง และกว่าที่อาหารจานนึงจะมาเป็น fine dining ต้องผ่านอะไรมาบ้าง นี่คือความน่าสนใจครับ ขอฝากผลงานที่พวกเราทุกคนทุ่มเทและใส่ใจทุกรายละเอียดมากๆครับ” ไอซ์ ภาณุวัฒน์ กล่าวถึงความท้าทายของบทที่เขาได้รับ

“บทของผมคือนักธุรกิจรุ่นใหม่ ที่ได้รับมรดกตกทอดมาจากที่บ้าน จึงค่อนข้างจะมีความเผด็จการสูงพอสมควร ก็จะเป็นอีกตัวละครหนึ่งที่จะมาสร้างสีสันในเรื่องของ เงิน ที่เกิดขึ้นกับอาหารและร้านอาหารไทย ก็อยากจะฝากว่านี่คืออีกมุมมองหนึ่งในการเล่าเรื่องของภาพยนตร์ที่มีอาหารเป็นตัวขับเคลื่อน ในความจริงแล้วที่เรามองว่าอาหารสวยงาม เบื้องหลังกว่าที่จะสวยงามได้มันอาจจะมีความเข้มข้นหลายๆ อย่างในชีวิตของวงการอาหาร ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังคิดว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะเล่าได้ครบรส และยังชูความเป็นอาหารไทยที่สามารถยกระดับขึ้นอีกระดับได้ครับ” ชาคริต แย้มนาม ให้มุมมองที่มีต่อภาพยนตร์

ไฮไลท์สำคัญภายในงาน คือการเปิดเผยบางส่วนจากภาพยนตร์ Dining​ ให้ชมพร้อมกันเป็นครั้งแรก และยังได้เปิดตัวเพลง “ควัน” จากศิลปินวง Monomania  ที่ถูกเลือกมาเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์อีกด้วยตบท้ายด้วยการเสิร์ฟ เมนูจากภาพยนตร์ที่รังสรรค์โดยเชฟประชัน ซึ่งได้สร้างความประทับใจให้กับแขกในงานอย่างมากมายภาพยนตร์ “Dining” บอกเล่าเรื่องราวชีวิตของ เอม (นำแสดงโดย ไอซ์ ภาณุวัฒน์) เด็กหนุ่มวัยรุ่นที่จบ ปวสสายอาชีพ แต่มีความฝันที่อยากเป็นเชฟ Fine Dining เรื่องราวกลับไม่ง่ายและไม่เป็นไปตามที่เขาคาดหวัง เพราะอุปสรรคจากสังคมเบื้องหลังวงการเชฟซึ่งมีความซับซ้อนกว่าที่เขาคิด เอมต้องเผชิญหน้ากับสังคมของคนเมืองที่เงิน ศักดิ์ศรีและอำนาจ มีอิทธิพลต่อทุกคนที่เกี่ยวพัน เพราะโลกแห่งความเป็นจริง หนทางสู่ความสำเร็จไม่ได้มีไว้สำหรับทุกคนติดตามรายละเอียดและความเคลื่อนไหวของ “Dining” ได้ทาง Facebook : YipFilm

ตัวแม่มาแล้ว! ‘อั้ม พัชราภา’โพสท่าฮอต นุ่งบิกินีทวงบัลลังค์แซ่บ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/804539

ตัวแม่มาแล้ว! 'อั้ม พัชราภา'โพสท่าฮอต นุ่งบิกินีทวงบัลลังค์แซ่บ

ตัวแม่มาแล้ว! ‘อั้ม พัชราภา’โพสท่าฮอต นุ่งบิกินีทวงบัลลังค์แซ่บ

วันอังคาร ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 13.44 น.

14 พฤษภาคม 2567 ทำเอาอินสตาแกรมต้องลุกเป็นไฟเลยทีเดียว เมื่อนางเอกซุปตาร์ “อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ” ที่ได้จัดทริปไปเที่ยวพักผ่อนที่หัวหิน แถมปล่อยภาพช็อตเด็ด ยืนโพสท่าสวย อวดหุ่นเซี๊ยะในชุดว่ายน้ำ ซึ่งท่อนบนเป็นบิกินีสีฟ้าสดใสขับผิว ในขณะที่ท่อนล่างก็แอบเบรกความแซ่บเบาๆ ด้วยผ้าสีชมพู ทำเอาแฟนๆ ถึงกับร้องว้าว กับความเซ็กซี่ของเจ้าตัว สมแล้วที่เป็นตัวแม่ตัวมัมของวงการบันเทิง

สวยสตรอง! ‘โยเกิร์ต’โพสต์แคปชั่นปัง ‘หาความสุขได้แม้อยู่คนเดียว’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/804533

สวยสตรอง! 'โยเกิร์ต'โพสต์แคปชั่นปัง 'หาความสุขได้แม้อยู่คนเดียว'

สวยสตรอง! ‘โยเกิร์ต’โพสต์แคปชั่นปัง ‘หาความสุขได้แม้อยู่คนเดียว’

วันอังคาร ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 13.21 น.

หลังกลายเป็นดราม่าที่มีการพูดถึงและวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียลมาหลายวัน ระหว่าง นางแบบสาวสวย “โยเกิร์ต ณัฐฐชาช์” กับ พิธีกรหนุ่ม “พีเค ปิยะวัฒน์” ที่ก่อนหน้านี้ฝ่ายชายออกมาประกาศว่าจะขอเดินหน้าจีบโยเกิร์ตอีกครั้ง

ล่าสุด โยเกิร์ต ก็ได้โพสต์รูปตัวเอง พร้อมเขียนแคปชั่นสุดปัง เป็นภาษาอังกฤษไว้ว่า “Love and respect yourself. Find your happiness in yourself. At last you will feel happy even when you are alone. 🙂 @rallymovement” ซึ่งแปลว่า รักและเคารพตัวเอง ค้นหาความสุขในตัวเอง ในที่สุดคุณจะรู้สึกมีความสุข แม้จะอยู่คนเดียวก็ตาม

กางแผน ‘ออมเงิน’ ติดอาวุธ..แก้หนี้ครู

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/804612

กางแผน ‘ออมเงิน’ ติดอาวุธ..แก้หนี้ครู

กางแผน ‘ออมเงิน’ ติดอาวุธ..แก้หนี้ครู

วันพุธ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 07.15 น.

พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวตอนหนึ่งในการเป็นประธานเปิดโครงการอบรมเสริมสร้างความรู้ ทักษะการวางแผนและองค์ความรู้ทางการเงินและการออม ซึ่งจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 7-8 พ.ค. 2567 โดยมีนายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดศธ.ในฐานะเลขานุการคณะทำงานแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา นางเกศทิพย์ ศุภวานิชรองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาธิการ กพฐ.) พร้อมครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มีปัญหาหนี้สินและต้องเร่งดำเนินการแก้ไขเข้าร่วม ณ ห้องประชุมจันทรเกษมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ

พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศธ. กล่าวว่า ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการแก้ปัญหาหนี้สินครู โดยกลุ่มที่เข้าร่วมอบรมครั้งนี้ ถือว่า เป็นผู้ที่รู้ตัวว่าตัวเองมีอาการป่วยทางการเงินเพราะหากไม่รู้ตัว ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะทำให้หนี้สินหมดไป ซึ่งทั้ง 84 ราย ที่เข้าร่วมอบรมครั้งนี้ เป็นเหมือนตัวแทนที่จะเข้ามาเรียนรู้ แนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้ กับผู้เชี่ยวชาญทางการเงินซึ่งถือเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ ที่เคยล้มละลาย แต่สามารถแก้ปัญหาให้ตัวเองได้ จึงเกิดเป็นแรงบันดาลใจที่จะนำประสบการณ์มาถ่ายทอดช่วยเหลือผู้อื่น

“อยากให้กลุ่มตัวแทนที่เข้าร่วมอบรมครั้งนี้ ตั้งใจฟังและคิดวิเคราะห์ด้วยตัวเองว่า จะนำแนวทางที่ได้ศึกษาเรียนรู้ในครั้งนี้ไปปรับใช้กับการแก้ปัญหาของตัวเองอย่างไร เพื่อให้กลับมาเป็นคนที่มีสภาพคล่อง สามารถดำรงชีวิตได้ด้วยตัวเอง โดยจะต้องเป็นผู้ที่มีวินัยทางการเงิน และตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาให้ประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง ทั้ง 84 ราย ถือว่ามีเจตนารมณ์ ในการแก้ไขปัญหา โดยสิ่งหนึ่งที่จะช่วยแก้ไขได้ คือ การต้องรู้ข้อเท็จจริงของปัญหา เปิดใจกับผู้เชี่ยวชาญ หรือวิทยากร หากสามารถแก้ปัญหาได้ ก็จะกลายเป็นโมเดลในการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูให้กับครูและบุคลากรทางการศึกษาอีกหลายแสนคนต่อไป” รมว.ศธ. กล่าว

ด้าน นางเกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อว่า การอบรมครั้งนี้จะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มคนที่เป็นหนี้และกลุ่มที่เป็นโค้ช กลุ่มละ 84 ราย รวม 168 ราย เริ่มจากเขตพื้นที่การศึกษา กทม. และเขตพื้นที่การศึกษา จ.ปทุมธานี จากนั้นจะให้คนกลุ่มนี้เป็นโค้ช เขตพื้นที่ละ2 คน รวมเป็น 490 คน ขยายผลเป็นเหมือนทีมกลางไปช่วยผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อเจรจาลดดอกเบี้ยและปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อให้เกิดสภาพคล่อง และอีกส่วนหนึ่งก็จะมีการเพิ่มรายได้ ตามบริบทของพื้นที่ ทั้งการทำให้มีวิทยฐานะ โดยหลักคิดของ รมว.ศธ. คือ จะต้องทำให้ครูมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพื่อให้ครูมีเวลาโฟกัสกับงานสอนอย่างเต็มที่ ทำให้เด็กมีความสุขกับการเรียน ตามนโยบายเรียนดี มีความสุข

นางเกศทิพย์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้จากที่ดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูมาอย่างต่อเนื่อง พบว่า ครูและบุคลากรทางการศึกษา มีปัญหาหนี้สินจำนวนมาก มีปัญหาสภาพคล่อง เงินเดือนเหลือไม่ถึงร้อยละ 30 โดยส่วนใหญ่เป็นหนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ กว่า 100 แห่ง ในสหกรณ์ออมทรัพย์กว่า 100 แห่ง มี 13 แห่งที่มีประธานเป็นผู้อำนวยการเขตพื้นที่ฯ อีก 10 แห่งเป็นผู้อำนวยการโรงเรียน ตรงนี้ จะทำให้การแก้ไขปัญหาหนี้สินครูเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนที่เหลือส่วนใหญ่ผู้ที่เป็นประธาน คือ ข้าราชการเกษียณและจากการหารือกับสหกรณ์ออมทรัพย์ยอมที่จะช่วยลดดอกเบี้ยให้ แต่จะเป็นการลดดอกเบี้ยแบบมีแผน เพื่อให้สหกรณ์อยู่ได้และลูกหนี้เองก็อยู่ได้ สำหรับอัตราดอกเบี้ยน้อยสุดขณะนี้อยู่ที่ร้อยละ 3.5 มากที่สุดอยู่ที่ ร้อยละ9.1 โดยสหกรณ์ทั้งหมดอยู่ระหว่างจัดทำแผนลดอัตราดอกเบี้ยให้ เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้กับครูและบุคลากรทางการศึกษา ส่วนของนักเรียน ก็ร่วมมือกับธนาคารแห่งประเทศไทย จัดทำหลักสูตรเรื่องการจัดการการเงิน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น และตอนปลาย ที่สนใจอีกด้วย”นางเกศทิพย์ กล่าว

สกู๊ปพิเศษ : ‘กินอิ่ม-นอนอุ่น’ ทุนมี..หนี้หมด ยกระดับ-ฟื้นฟูเกษตรกรหม่อนไหม

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/804611

สกู๊ปพิเศษ : ‘กินอิ่ม-นอนอุ่น’ ทุนมี..หนี้หมด  ยกระดับ-ฟื้นฟูเกษตรกรหม่อนไหม

สกู๊ปพิเศษ : ‘กินอิ่ม-นอนอุ่น’ ทุนมี..หนี้หมด ยกระดับ-ฟื้นฟูเกษตรกรหม่อนไหม

วันพุธ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

พันจ่าเอกประเสริฐ มาลัย อธิบดีกรมหม่อนไหม เปิดเผยว่า ในปี 2567 กรมหม่อนไหม พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายงานด้านหม่อนไหมโดยมุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพเกษตรกรผู้ปลูกหม่อน เลี้ยงไหม ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นเกษตรกรต้อง “กินอิ่มนอนอุ่น ทุนมี หนี้หมด” โดยตั้งเป้าในการให้ความสำคัญกับต้นน้ำด้วยการส่งเสริมให้เกิดเกษตรกรรายใหม่ ซึ่งมีมากกว่า 1,000 ราย และฟื้นฟูเกษตรกรหม่อนไหมรายเดิมโดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะในพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดิน หรือ ส.ป.ก. และคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (ค.ท.ช.)

ขณะเดียวกันก็มีการส่งเสริมและพัฒนาสินค้า ผลิตภัณฑ์หม่อนไหมและเส้นไหมให้ได้มาตรฐานเพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร มีการส่งเสริมให้ผลิตเส้นไหมและผ้าไหมที่มีคุณภาพและเพียงพอต่อความต้องการโดยเฉพาะอย่างยิ่งการผลิตผ้าไหมไทยตรานกยูงพระราชทาน พร้อมกันนี้ยังเร่งเพิ่มประสิทธิภาพปัจจัยการผลิตพันธุ์หม่อน และไข่ไหมให้มีคุณภาพเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลง ได้ผลผลิตที่สูงขึ้น และพอเพียงต่อความต้องการของเกษตรกร พร้อมไปกับการพัฒนาปรับปรุงพันธุ์หม่อน พันธุ์ไหม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าหม่อนไหม

ตลอดจนสนับสนุนและขยายผลโครงการพระราชดำริหม่อนไหมไปสู่ชุมชนเพื่อให้เกษตรกรมีรายได้และประกอบอาชีพในถิ่นฐานของตนเองรวมถึงส่งเสริมและแสวงหาตลาดผ้าไหมและผลิตภัณฑ์จากหม่อนไหมให้แพร่หลายทั้งในและต่างประเทศไปพร้อมกันกับการสร้างผ้าไหมให้เป็นสินค้ามูลค่าสูง ด้วยนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาใช้ช่วยเกษตรกรโดยใช้หลัก “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้”

อธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวต่อไปว่า ในส่วนการทำตลาดนั้นก็มีการร่วมมือกับภาคเอกชนส่งเสริมการทำเกษตรพันธสัญญาระหว่างเกษตรกรกับผู้รับซื้อเพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ที่แน่นอนควบคู่กับการเร่งสร้างเกษตรกรรายใหม่เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนเส้นไหมรังไหม และเชื่อมโยงการตลาดเฉพาะ อาทิสถาบันเสริมความงามโรงพยาบาล อุตสาหกรรมการผลิตอาหารสัตว์

“ส่วนนวัตกรรมเสริมจะมีการพัฒนาปรับปรุงพันธุ์หม่อนไหมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและเพิ่มมูลค่าและเพิ่มมูลค่ารวมถึงการให้บริการแก่เกษตรกรได้อย่างพอเพียงพร้อมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนการถ่ายทอดองค์ความรู้จากงานวิจัยเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่พร้อมใช้ผ่านระบบการจัดการความรู้และพัฒนาอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องจักรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและรับรองเกษตรกรสูงวัย ขณะเดียวกันก็วางแผนผลิตไหมวัยอ่อนให้เกษตรกรเพื่อลดขั้นตอน เวลาและแรงงาน

ส่วนแนวทางเพิ่มรายได้ทางกรมหม่อนไหมจะสร้างโอกาสให้กับเกษตรกรได้มีทางเลือกใหม่ๆ โดยขยาย value change ของสินค้าหม่อนไหม เชื่อมโยงผลิตภัณฑ์แปรรูปกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและภาคบริการประสานความร่วมมือกับจังหวัด และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยในการเชื่อมโยงสินค้าและผลิตภัณฑ์หม่อนไหมในเส้นทางท่องเที่ยวต่อไป” พันจ่าเอกประเสริฐ มาลัย อธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวทิ้งท้าย

เลขาธิการ กพฐ. สั่งเตรียมพร้อมรับเปิดเทอม 16 พ.ค.นี้

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/804638

เลขาธิการ กพฐ. สั่งเตรียมพร้อมรับเปิดเทอม 16 พ.ค.นี้

เลขาธิการ กพฐ. สั่งเตรียมพร้อมรับเปิดเทอม 16 พ.ค.นี้

วันอังคาร ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 16.50 น.

วันที่ 14 พฤษภาคม 2567 ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา  เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมรับเปิดเทอมในวันที่ 16 พ.ค.2567 นี้ โดยสพฐ.ได้ทำหนังสือแจ้งไปยังเขตพื้นที่การศึกษาและโรงเรียน 6 เรื่อง ในการเตรียมความพร้อมรับเปิดเทอม เช่น เรื่องการเฝ้าระวังการกลับมาระบาดอีกครั้งของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด 19 หากมีการระบาดรุนแรงก็ให้สามารถปิดโรงเรียนได้ และจัดการเรียนการสอนในรูปแบบอื่นแทนการเรียนแบบออนไซต์ และให้ใช้มาตรการเดิม คือ การเว้นระยะห่าง สวมแมท ล้างมือ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด

และหากพื้นที่ใดมีอากาศร้อนจัดอุณภูมิสูงมาก มีผลกระทบกับนักเรียนและครู ก็ให้เป็นดุลยพินิจของผอ.โรงเรียนสั่งปิดโรงเรียนได้เช่นกัน และให้งดกิจกรรมกลางแจ้งทั้งหมด และงดการจัดกิจกรรมหน้าเสาธงช่วงเช้า โดยให้จัดกิจกรรมในร่มหรือในอาคารเรียนแทน ให้โรงเรียนดูแลเรื่องพัดลม เครื่องปรับอากาศ อุปกรการเรียนการสอน สายไฟต่างๆให้มีความพร้อมใช้งานได้อย่างปลอดภัย  

เลขาธิการ กพฐ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่มีโรงเรียนอยู่ใกล้พื้นที่เกิดเหตุถังน้ำมันดิบในนิคมอุตสาหกรรมมาบตราพุดระเบิด จ.ระยอง และไฟเกิดประทุขึ้นอีกครั้งนั้น ตนได้รับแจ้งว่ามีโรงเรียนอยู่ในพื้นที่เสี่ยง จำนวน 6 โรงเรียน เป็นโรงเรียนระดับประถมศึกษา จำนวน 4 โรง และระดับม้ธยมศึกษา 2 โรงเรียน จึงให้เลื่อนเปิดเทอมออกไปก่อนได้ จนกว่าอุตสาหกรรมจังหวัด หรือ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะแจ้งว่ามีความปลอดภัยสำหรับเด็กและครูแล้ว จึงให้เปิดการเรียนการสอนได้ตามปกติ และให้เฝ้าระวังในพื้นที่รัศมี 30-50 กิโลเมตร ว่ามีโรงเรียนใดมีความเสี่ยงด้วยหรือไม่

‘มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง’ประกอบพิธีจุดเทียนเปิดงานฉลองบรรลุธรรม‘หลวงปู่ไต้ฮง’ปี67

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/804589

‘มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง’ประกอบพิธีจุดเทียนเปิดงานฉลองบรรลุธรรม‘หลวงปู่ไต้ฮง’ปี67

‘มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง’ประกอบพิธีจุดเทียนเปิดงานฉลองบรรลุธรรม‘หลวงปู่ไต้ฮง’ปี67

วันอังคาร ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 15.19 น.

‘มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง’ประกอบพิธีจุดเทียนเปิดงานฉลองบรรลุธรรม‘หลวงปู่ไต้ฮง’ปี67

14 พฤษภาคม 2567 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ที่ปรึกษาประธานกรรมการ  ดร.สุทัศน์ เตชะวิบูลย์ รองประธานกรรมการ พร้อมด้วยคณะกรรมการ ผู้ช่วยกรรมการ และเจ้าหน้าที่บริหาร  ร่วมในพิธีจุดเทียนเปิดงานฉลองบรรลุธรรมหลวงปู่ไต้ฮง ประจำปี 2567 โดยมี ศิษยานุศิษย์และสาธุชน ร่วมในพิธี ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

โดยระหว่างวันที่ 14-19 พฤษภาคม 2567 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอเชิญศิษยานุศิษย์และสาธุชน ร่วมงานฉลองบรรลุธรรมหลวงปู่ไต้ฮง ประจำปี 2567  สักการะหลวงปู่ไต้ฮงเพื่อความเป็นสิริมงคล ชมการแสดงอุปรากรจีน (งิ้ว) และ รับประทานสาคูสิริมงคล (อี๊) โดยในปีนี้มูลนิธิฯ จัดให้มีการบริการใส่ถุงกลับบ้าน ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

ชมกำหนดการงานฉลองบรรลุธรรมหลวงปู่ไต้ฮง รวมถึงติดตามข่าวสาร และกิจกรรมการของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง [ http://www.facebook.com/atpohtecktung ]

‘วัดพระธรรมกาย’เชิญร่วมกิจกรรมเนื่องในวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลโลก

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/804515

‘วัดพระธรรมกาย’เชิญร่วมกิจกรรมเนื่องในวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลโลก

‘วัดพระธรรมกาย’เชิญร่วมกิจกรรมเนื่องในวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลโลก

วันอังคาร ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 11.42 น.

‘วัดพระธรรมกาย’เชิญร่วมกิจกรรมตักบาตรพระ-บวชอุทิศชีวิต-จุดวิสาขประทีป ต่างประเทศทั่วโลกจัดวิสาขบูชานานาชาติ ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลโลก

เนื่องในวันวิสาขบูชา ซึ่งเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา วันพุธที่ 22  พฤษภาคม พ.ศ. 2567 ตรงกับวันพระ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 เป็นวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อีกทั้ง องค์การสหประชาชาติรับรองให้เป็น “วันสำคัญสากลของโลก” วัดพระธรรมกายจึงจัดกิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนา เพื่อรำลึกถึงพระคุณอันไม่มีประมาณขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ประกอบด้วย พิธีตักบาตรพระ ณ บ้านแก้วเรือนทองคุณยายอาจารย์ ฯ, พิธีอุปสมบทอุทิศชีวิตของสามเณรเปรียญธรรม จำนวน 11 รูป ณ อุโบสถ วัดพระธรรมกาย, พิธีจุดวิสาขประทีป แปรอักษรเป็นภาพ “ประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน” ณ ลานธรรม พระมหาธรรมกายเจดีย์ พิธีเวียนประทักษิณรอบพระมหาธรรมกายเจดีย์ พิธีฉลองชัย สวดธรรมจักรครบ 6,400,000,000 จบ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา เนื่องในวันวิสาขบูชา

พระครูสมุห์สนิทวงศ์ วุฑฺฒิวํโส ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย กล่าวว่า นอกจากนี้ ในต่างประเทศได้จัดวิสาขบูชานานาชาติ เพื่อส่งเสริมพระพุทธศาสนาในต่างประเทศ เนื่องในวันวิสาขบูชา ได้แก่ วัดพระธรรมกายเมลเบิร์น ร่วมงานฉลองวิสาขบูชานานาชาติ THE AUSTRALIAN OBSERVANCE OF THE UNITED NATIONS DAY OF VESAK ณ วัด Thien An Pagoda ประเทศออสเตรเลีย จัดขึ้นเมื่อวันที่ 4 พ.ค. 2567 และประชุมสัมมนา วิสาขบูชาโลก วันที่ 11 พ.ค. 2567, สหภาพพระธรรมทูตไทยในเอเชียตะวันออก และองค์กรพระพุทธศาสนาฉื่อจี้ แห่งไต้หวัน เข้าร่วมประชุมสหภาพพระธรรมทูตและเฉลิมฉลองวันวิสาขบูชา ณ อนุสรณ์สถานเจียงไคเช็ค กรุงไทเป ประเทศไต้หวัน ระหว่างวันที่ 10-13 พ.ค. 2567, งานโคมดอกบัว Lotus Lantern Festival 2024 เนื่องในเทศกาลโคมวิสาขบูชานานาชาติ 2024 ณ ใจกลางกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ วันที่ 11 พ.ค. 2567, วัดบ่าหว่าง ประเทศเวียดนาม จัดฉลองวิสาขบูชา จุดประทีป เดินธรรมยาตรา ระหว่างวันที่ 11-12 พ.ค. 2567

องค์กรพุทธฮ่องกง และวัดพระธรรมกายฮ่องกง ร่วมฉลองวิสาขบูชานานาชาติ วันที่ 15 พ.ค. 2567, โครงการเดินธรรมยาตรา สยาม-ลังกา เทศกาลวิสาขบูชา ณ ประเทศศรีลังกา ระหว่างวันที่ 16-21 พ.ค. 2567, พิธีจุดประทีป และทอดผ้าป่าสามัคคี เนื่องในวันวิสาขบูชา วันที่ 22 พ.ค. 2567 ณ วัดพระธรรมกายโจฮันเนสเบิร์ก สาธารณรัฐแอฟริกาใต้ และงานวิสาขบูชามองโกเลีย ครั้งที่ 17 ด้วยการจุดประทีป 1,117 ดวง ถวายเป็นพุทธบูชา ณ ประเทศมองโกเลีย วันพฤหัสบดีที่ 23 พ.ค.2567, วัดพระธรรมกายแคลิฟอร์เนีย จัดพิธีจุดวิสาขประทีป เวียนประทักษิณ ถวายเป็นพุทธบูชา วันพฤหัสบดีที่ 23 พ.ค. 2567, พิธีจุดประทีป โคมลอย ถวายเป็นพุทธบุชา ณ มหาเจดีย์บรมพุทโธ ประเทศอินโดนิเซีย วันที่ 23 พ.ค. 2567 และสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป จัดกิจกรรมวิสาขบูชา ณ องค์การสหประชาชาติ นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ วันที่ 24 พ.ค. 2567

“ขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนร่วมสั่งสมบุญ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา เนื่องในวันวิสาขบูชา ทั้งที่วัดพระธรรมกาย ประเทศไทย และในต่างประเทศได้ โดยสอบถามเพิ่มเติมที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-831-1000 หรือติดตามกิจกรรมได้ที่ เฟซบุ๊กแฟนเพจ สำนักสื่อสารองค์กร https://www.facebook.com/DhammakayaInfo หรือเว็บไซต์ http://www.dmc.tv” พระครูสมุห์สนิทวงศ์กล่าว