บุคคลในข่าว

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/2785419

บุณยสิทธิ์ โชควัฒนา จัดพิธีมหาพุทธาภิเษก “พระศรีสหพัฒนมงคลวัฒนา” ในโอกาสครบรอบ 80 ปี

15 พ.ค. 2567 05:15 น.

บุณยสิทธิ์ โชควัฒนา จัดพิธีมหาพุทธาภิเษก “พระศรีสหพัฒนมงคลวัฒนา” ในโอกาสครบรอบ 80 ปี

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ…..ยอดจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ…..ฉบับประจำวันพุธที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ.2567

  • การเมืองไทย ไม่มีอะไรในกอไผ่…ข้อครหาใน พรรครวมไทยสร้างชาติ….ระหว่างหัวหน้าพรรค พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกฯ และ รมว.พลังงาน….เลขาธิการพรรค เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ หรือคนสำคัญที่ยื่นใบลาออกจากสมาชิกพรรค อาทิ สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ หรือ กฤษฎา จีนะวิจารณะ อดีต รมช.คลัง…..เป็นการเลือกทางเดินอนาคตของตัวเอง……ที่ไม่ต้องฝืนใจตัวเอง…..ก็แค่นั้น อนาคตใครก็อนาคตมัน……เก้าอี้ รมต.แค่สมบัติผลัดกันชม ไม่ได้เป็นของคนใดคนหนึ่ง…….ถึงเวลาก็ต้องอำลา…..วันนี้ รวมไทยสร้างชาติ ที่ไม่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นผู้นำจิตวิญญาณ….ต้องอยู่ตามสภาพให้ได้ …….เช่นเดียวกับ พลังประชารัฐ ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นหัวหน้าพรรค ที่ยังหาทางลงไม่ได้….รวมทั้งตำแหน่ง สส.บัญชีรายชื่อ ที่ยังสละไม่ได้เช่นกัน…..เพราะปัญหาคลื่นใต้น้ำในพรรค…..รู้ทั้งรู้ว่ามี แกนนำพรรคบางคน ที่มีตำแหน่ง รมช. เข้ารายงานตัวที่ บ้านจันทร์ส่องหล้า แบบไม่เปิด เผย…..เตรียมกลับรังเดิม….ทำให้ พล.อ.ประวิตร ยังต้องรั้งตำแหน่ง หัวหน้าพรรคต่อไป….เพื่อให้พลังประชารัฐเดินหน้าต่อไป…..ใครจะคิดว่า คนที่ยังหาทางลงไม่ได้ กลายเป็น พล.อ.ประวิตร …..ที่ไม่ใช่ พล.อ.ประยุทธ์….. การเมืองออกแบบไม่ได้
วิวาห์ชื่นมื่น – คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช อดีต รมช.ศึกษาธิการ เป็นประธานในงานวิวาห์ระหว่าง ธัญญลักษณ์ บุตรี เฉลิมศักดิ์–ศศิกาญจน์ จันทรทิม กับ กรกฤช บุตร กำพล–กาญจนา สุนทรนิเทศน์ โดยมี พณัฐสิทธิ์ ศรีรัตนวงศ์ มาร่วมอวยพรด้วย ที่สโมสรทหารบก วันก่อน.
  • พรรคภูมิใจไทย มีเพียงแผ่นดินไหวเล็กๆ จากการลาออกจากสมาชิกพรรคของ มนัญญา ไทยเศรษฐ์ อดีต รมช.เกษตรฯ น้องสาว ชาดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย บ้านใหญ่อุทัยธานี…..ชาดา รีบออกมาปฏิเสธไม่มีปัญหาในพรรค….เป็นการลาออกเพื่อจะมาเป็นบุคลากรหน่วยงานในกระทรวงมหาดไทย ที่อยู่ในการดูแลของ รมช.มหาดไทย จากพรรคเพื่อไทย …..แต่ไม่ได้เป็น ทิ้งเป็นปริศนาให้คิด…..อีกกระแสอ้างว่า มนัญญา เตรียมลงเล่นการเมืองท้องถิ่น….ที่งานนี้ไม่เกี่ยวกับ การแก้กฎหมายดึงกัญชากลับมาเป็นยาเสพติด ตามคำสั่งของนายกฯเศรษฐา แต่ประการใด
  • ส่วนใน พรรคเพื่อไทย นายกฯ เศรษฐา ทวีสิน กลับจากทัวร์นกขมิ้น เตรียมขึ้นเครื่องบิน โกอินเตอร์ไปฝรั่งเศส อิตาลี และญี่ปุ่น…เที่ยวนี้ไปหลายวัน…..จะได้อะไรติดไม้ติดมือเป็นอีกเรื่อง…..แต่ที่ นายกฯเศรษฐา เริ่มขยับ เตรียมปฏิรูประบบราชการ….ที่จะเริ่มในช่วง เปิดสมัยประชุมสภาเดือน ก.ค.นี้…..เพื่อไทย เตรียมเสนอกฎหมายผลักดัน การปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม ใหม่….อาทิ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่ควรจะแยกจากกัน…หรือ กระทรวงเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ที่มีภารกิจดูแล สภาวะโลกร้อน ตั้งขึ้นมาแก้ปัญหา อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะ…รวมทั้ง กระทรวงที่ดูแลบริหารจัดการน้ำและดิน ที่มีหน่วยงานกระจัดกระจายอยู่ตามกระทรวง ทบวง กรมต่างๆ มาบูรณาการเข้าด้วยกัน……กำหนดให้เป็นรูปเป็นร่างภายใน 6 เดือน…..ในเมื่อเคยเป็นไอเดียเดิมของ อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร…..คงหนีไม่พ้นการวิพากษ์วิจารณ์วันยังค่ำ
ปลายทางชีวิต – ศุภลักษณ์ อัมพุช เป็นประธานในพิธีสวดพระอภิธรรมศพ ตั้งโง้วม่วย มารดา ณัฐศมน วงศ์กิตติพัฒน์ โดยมี กฤษณา อัมพุช, อัจฉรา อัมพุช, เกรียงศักดิ์ ตันติพิภพ, นริศ เชยกลิ่น และ วรลักษณ์ ตุลาภรณ์ มาร่วมในพิธีด้วย ที่ศาลา 27 วัดธาตุทอง วันก่อน.
ร่วมพัฒนา – สนั่น อังอุบลกุล ให้การต้อนรับ ศุภมาส อิศรภักดี รมว.อว. ในโอกาสมาปาฐกถาเรื่องการลงทุนพัฒนาทุนมนุษย์เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทย ในงานสัมมนาหอการค้า 5 ภาคของหอการค้าไทย โดยมี ธวัชชัย เศรษฐจินดา มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมโกลเด้น ทิวลิป วันก่อน.
  • ส่วน ปัญหาปากท้องชาวบ้าน….หลังจาก นายกฯเศรษฐา ทัวร์นกขมิ้น 4 บุรี…..เห็นคาตาปัญหาของแพง พริกกิโลกรัมละ 500 บาท…..ไข่ไก่ เนื้อหมู แพงแสนแพง…..แต่ ค่าแรงยังไม่พอซื้อข้าวสารกรอกหม้อ…..ในขณะที่ ผู้ประกอบการอุตสาหกรรม ออกมาคัดค้าน การขึ้นค่าแรง 400 บาททั่วประเทศ ในเดือน ต.ค.นี้….ทางหนึ่ง เกษตรกร ต้องอยู่ได้ ทางหนึ่ง ชาวบ้าน ต้องอยู่ได้…..และทางหนึ่ง ผู้ประกอบการ ต้องอยู่ได้ เป็นปัญหาใหญ่ บนทางสองแพร่ง ที่รัฐบาลต้องไปทำการบ้าน สร้างสมดุลทางเศรษฐกิจ อย่างลงตัว……ไม่ใช่แค่ทำหน้าที่ นายกฯเซลส์แมน ชวนนักลงทุนมาลงทุนในประเทศ หรือเป็น พระยาน้อยชมตลาด อย่างเดียว….แต่ปากท้องคนในประเทศต้องอิ่มด้วย
  • การขับเคลื่อนเศรษฐกิจในช่วงครึ่งหลัง ของปี 2567 ต่อ 2568….ดนุชา พิชยนันท์ เลขาฯสภาพัฒน์ ชี้แจง….จะมีเครื่องยนต์สำคัญที่ลงมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านงบประมาณประจำปีอีก 5.1 แสนล้าน….จากงบลงทุน ที่คงเหลือรอการเบิกจ่าย และ งบประมาณโครงการใหม่…ที่จะเริ่มการเบิกจ่ายในเดือน ต.ค.นี้…และจาก งบรายจ่ายเป็นงบลงทุนปี 2568 ตั้งเอาไว้กว่า 9 แสนล้านคาดจะเข้าสู่ ระบบเศรษฐกิจในเดือน ต.ค.-ธ.ค.ปีนี้อีกประมาณ 9,000-10,000 ล้าน…..รอ การส่งออก ฟื้นตัวและ การท่องเที่ยว เป็นไปตามเป้า….เศรษฐกิจประเทศยังมีโอกาสเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์อีกระลอก
สนับสนุน – สมพร ใช้บางยาง และ หลุยส์ เตชะอุบล แถลงข่าวการเป็นผู้สนับสนุนหลักการแข่งขันวอลเลย์บอลไทยแลนด์ ลีก ประจำปี 2568 ของ มาดามหลุยส์ โดยมี สดาวุธ เตชะอุบล, ธิติ พฤกษ์ชะอุ่ม และ วิลาวัณย์ อภิญญาพงศ์ มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ วันก่อน.
วัย 80 – บุณยสิทธิ์ โชควัฒนา จัดพิธีมหาพุทธาภิเษก “พระศรีสหพัฒนมงคลวัฒนา” ในโอกาสครบรอบ 80 ปี บริษัทสหพัฒนพิบูล โดยมี ชวน หลีกภัย, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์, บุญชัย โชควัฒนา และ ชาติ จันทร์วิจิตร มาร่วมในพิธีด้วย ที่วัดพระเชตุพน วันก่อน.
  • พาดหัวข่าว การบินไทยเฮ ปิดดีลขายเครื่องโบอิ้ง 777–A 380 ที่จอดรอขายมานาน จำนวน 18 ลำ หมดเรียบร้อย…..ก่อนหน้าที่ ขายโบอิ้ง 777–200 ไปแล้ว 6 ลำ…..โบอิ้ง 777–300 จำนวน 6 ลำ และ A380 อีก 6 ลำ รอลงนามในการส่งมอบ ….ณ วันที่ 31 มี.ค.2567 …การบินไทยมีเครื่องบินที่ใช้ทำการบินเหลืออยู่ 73 ลำ….สร้างรายได้จากการดำเนินการเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.7…ว้าเหว่
  • หุ้นเทคโนโลยี หรือ 7 หุ้นนางฟ้า กำลังมาแรง…ชื่อ เจฟฟ์ เบโซส ซีอีโอแอมะซอน และ มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก เจ้าพ่อ Facebook…ถูกสำนักข่าว บลูมเบิร์ก ระบุว่า สามารถทำกำไรจากการขายหุ้นไปแล้วไม่ต่ำกว่า 160 ล้านดอลลาร์ หรือ เกือบ 6 พันล้าน…ซุนดาร์ พิชัย ซีอีโออัลฟาเบท ขายหุ้นทำกำไรไม่น้อยกว่า 30 ล้านดอลลาร์ จากราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้นกว่า 90%…..โรบิน เดนโฮล์ม ประธาน Tesla ขายหุ้นไปเป็นมูลค่าถึง 52 ล้านดอลลาร์……เฉลี่ยแล้วมูลค่าหุ้นเทคโนโลยีมีแต่ขึ้นกับขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 83…..ขายหุ้นทีฟันกำไร 8-9 พันล้านดอลลาร์…เศรษฐีหุ้น เบโซส และ ซักเคอร์เบิร์ก มีทรัพย์สินรวมกันกว่า 3.78 แสนล้านดอลลาร์ …..อิจฉานิดๆ
  • สังคมวันนี้ เวลา 08.45 น. นิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อเสริมการสื่อสารสร้างภาพลักษณ์ให้กับโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. ที่ห้องพระเอราวัณ 1-2 โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น.
ให้ความรู้ – สายชล ทรัพย์มากอุดม และ ดร.ศรีหทัย พราหมณี เปิดโครงการอัปสกิลสตาร์ตอัพไทยสู่การทำธุรกิจอย่างยั่งยืน พร้อมเชิญ อนันตชัย ยูรประถม และ ผศ.ดร.ยุทธนา ศรีสวัสดิ์ มาเป็นวิทยากร โดยมี มยุรี อรุณวรานนท์ มาร่วมงานด้วย ที่สถาบันเพื่อการยุติธรรม วันก่อน.
ครบวงจร – ลาร์ส ไฮบุทกี้ และ นฤมล น้อยอ่ำ เปิดตัว “Exclusive Care @BDMS” ผลิตภัณฑ์คุ้มครองและให้บริการด้านสุขภาพครบวงจร เพื่อตอบโจทย์ตลาดคนทำงาน โดยมี อัฐ ทองแตง, นภา ตรีรัตนาวงศ์ และ พญ.เมธินี ไหมแพง มาร่วมงานด้วย ที่เกษร เออร์เบิน รีสอร์ท วันก่อน.

“อินทรีเหล็ก”

ไทม์ สื่อต่างชาติรายงานข่าว ‘บุ้ง ทะลุวัง’ เสียชีวิต คณะทูตในไทยโพสต์อาลัย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2785695

ไทม์ สื่อต่างชาติรายงานข่าว 'บุ้ง ทะลุวัง' เสียชีวิต คณะทูตในไทยโพสต์อาลัย

15 พ.ค. 2567 08:23 น.

ไทม์ สื่อต่างชาติรายงานข่าว ‘บุ้ง ทะลุวัง’ เสียชีวิต คณะทูตในไทยโพสต์อาลัย

สื่อต่างประเทศ รวมทั้งไทม์ รายงานข่าว ‘บุ้ง ทะลุวัง’ เสียชีวิต คณะทูตประจำประเทศไทย โพสต์อาลัย เสียใจต่อการจากไปของบุ้ง เนติพร

สำนักข่าวต่างประเทศ รวมทั้งไทม์ ในสหรัฐฯ รายงานข่าวไปทั่วโลก น.ส.เนติพร เสน่ห์สังคม หรือรู้จักกันในชื่อ ‘บุ้ง ทะลุวัง’ วัย 28 ปี ผู้ต้องขังคดีทางการเมือง ที่ถูกคุมขังในคดีมาตรา 112 รวมทั้งคดีละเมิดอำนาจศาล เสียชีวิตจากอาการหัวใจหยุดเต้นแล้ว เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2567 

ไทม์ สื่อทรงอิทธิพลในสหรัฐฯ รายงานว่า นักเคลื่อนไหววัย 28 ปี ชาวไทย หรือรู้จักในชื่อ ‘บุ้ง ทะลุวัง’ เสียชีวิตแล้วที่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา หลังจากเกิดอาการหัวใจหยุดเต้น โดยบุ้ง ทะลุวังได้รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลหลังจากได้อดอาหารประท้วงมาตั้งแต่เดือนมกราคม

ด้านสถานเอกอัครราชทูตต่างชาติ หน่วยงานระหว่างประเทศ และคณะเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทย ได้โพสต์อาลัยต่อการจากไปของ บุ้ง ทะลุวัง โดยมาร์ค กูดดิ้ง เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทยได้โพสต์ทาง X หรือทวิตเตอร์เดิมว่า รู้สึกเสียใจมากที่ได้ยินข่าวการจากไปของบุ้ง เนติพรในวันนี้

ขณะที่ซีบีย์ เดอ การ์ทีเย ดีฟว์ เอกอัครราชทูตเบลเยียมประจำประเทศได้โพสต์ข้อความอาลัยว่า รู้สึกเสียใจกับการเสียชีวิตของนักเคลื่อนไหว เนติพร ที่รู้จักกันในนาม บุ้ง ขอไว้อาลัยไปพร้อมกับครอบครัวและคนที่รักของเธอ

ส่วนโรเบิร์ต โกเดค เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย ได้โพสต์ข้อความอาลัยว่า “เราเสียใจที่ได้ทราบข่าวการเสียชีวิตอันน่าเศร้าของบุ้ง เนติพร และขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวและเพื่อนๆ ของเธอ”

ผู้สูงอายุเกาหลีใต้ช่วงชิงตลาดแรงงาน หาเงินเลี้ยงตัวหลังเกษียณ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2784805

ผู้สูงอายุเกาหลีใต้ช่วงชิงตลาดแรงงาน หาเงินเลี้ยงตัวหลังเกษียณ

15 พ.ค. 2567 08:00 น.

ผู้สูงอายุเกาหลีใต้ช่วงชิงตลาดแรงงาน หาเงินเลี้ยงตัวหลังเกษียณ

  • อายุขัยเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น ทำให้บรรดาผู้สูงอายุ หรือคนวัยเกษียณ เกิดความกังวลว่า การที่ต้องใช้ชีวิตหลังเกษียณโดยไม่มีรายได้ จะทำให้พวกเขาต้องอยู่อย่างยากลำบาก ผลักดันให้คนกลุ่มนี้เริ่มมองหางานในตลาดแรงงานเพิ่มขึ้น
  • ผลสำรวจยังพบด้วยว่าจำนวนประชากรแรงงานสูงวัยเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 60 จากปี 2013 เมื่อพิจารณาจากอัตราปัจจุบัน คาดว่าจำนวนคนงานสูงวัยจะเกิน 10 ล้านคน ในปี 2024
  • อย่างไรก็ตาม แรงงานสูงวัยส่วนใหญ่มักจะได้งานที่แทบจะไม่ต้องอาศัยประสบการณ์ หรือการฝึกอบรมใดๆ อย่างเช่นงานที่ต้องใช้แรงงาน ซึ่งค่าแรงไม่แพงมาก โดยปัจจุบันผู้สูงอายุชาวเกาหลีใต้ 4 ใน 10 มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ต่ำกว่าเส้นความยากจน

เกาหลีใต้ นับเป็นประเทศที่มีจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นรวดเร็วที่สุดในโลก นอกจากนี้ยังมีอัตราการเจริญพันธุ์ต่ำที่สุดในโลกอีกด้วย โดยในปี 2022 จำนวนเฉลี่ยของผู้หญิงเกาหลีใต้ที่ให้กำเนิดบุตร แตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 0.78 เท่านั้น สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาสังคมผู้สูงอายุที่กำลังสร้างปัญหาในอนาคตอันใกล้

ประธานาธิบดี ยุน ซอก ยอล ของเกาหลีใต้ เพิ่งให้ความเห็นในระหว่างการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเมื่อไม่นานมานี้ว่า เขาจะเร่งสร้างงานให้แก่คนวัยเกษียณ และจะพิจารณาปรับขึ้นเงินบำนาญด้วย สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลรับทราบปัญหาและให้ความสำคัญแก่เรื่องนี้

โดยปัจจุบันชาวเกาหลีใต้จะต้องเกษียณอายุงานในวัย 60 ปี และหากพวกเขาต้องการกลับเข้าทำงานอีกครั้ง ก็มักจะถูกเลือกให้ทำงานที่ต้องใช้แรง หรือเป็นงานต่ำต้อยที่คนหนุ่มสาวไม่ทำกัน 

คุณตา โช ซอง วอย วัย 71 ปี เป็นหนึ่งในผู้สูงอายุที่เข้ามาสู่ตลาดแรงงานหลังเกษียณ โดยเขาทำหน้าที่เป็นพนักงานส่งของเดินเท้า โดยเขาใช้บริการรถไฟใต้ดินเป็นช่องทางหลักในการเดินทางไปส่งของ และดูแผนที่ผ่านแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือเพื่อไปยังจุดหมายปลายทาง เนื่องจากผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปสามารถใช้บริการได้ฟรีโดยไม่ต้องเสียค่าบริการ ซึ่งนี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่บริษัทต่างๆ นิยมจ้างผู้สูงอายุที่ยังแข็งแรงมาทำหน้าที่นี้ เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย ซึ่งหลังจากที่คุณตาโชส่งของเสร็จแล้ว เขาก็จะเดินทางกลับไปออฟฟิศเพื่อนำส่งของชิ้นต่อไป ซึ่งถ้าหากเขาทำงานเต็มวัน คุณตาโชจะได้รับค่าจ้างราว 40,000 วอน หรือราว 1,000 บาท แต่หากทำงานไม่เต็มวัน ก็จะได้ค่าจ้างราว 20,000-30,000 วอน หรือราว 500-800 บาท โดยคุณตาโชเคยเป็นอดีตวิศวกรโรงงานมาก่อน แต่การกลับเข้ามาทำงานหลังเกษียณของเขาไม่จำเป็นต้องนำประสบการณ์ที่เขาเคยทำงานมาใช้แม้แต่น้อย

ผู้สูงอายุราว 1 ใน 4 มีงานทำ

ในปัจจุบันนี้มี 1 ใน 4 ของผู้สูงอายุที่มีอายุ 70 ปีขึ้นไป ที่ถูกจ้างงานในตลาดแรงงานอยู่ แต่มากกว่า 40 เปอร์เซ็นต์เป็นงานที่ไม่ต้องใช้ทักษะใดๆ

เหตุผลอย่างหนึ่งที่ผู้สูงอายุต้องกลับเข้ามาทำงานอีกครั้ง ก็เนื่องจากเงินบำนาญในแต่ละเดือนมีไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย อย่างคุณตาโชก็ได้รับเงินบำนาญราว 4,000 บาทต่อเดือนเท่านั้น นอกจากนี้เหตุผลที่พวกเขากลับมาทำงาน ก็เพื่อต้องการเติมเต็ม และสร้างคุณค่าการมีอยู่ให้แก่ตัวเอง เพราะไม่อยากทิ้งเวลาแบบสูญเปล่าไปวันๆ เพราะนอกจากจะมีงานอดิเรกและไปท่องเที่ยวเป็นบางครั้งแล้ว พวกเขาก็ไม่มีอะไรให้ทำอีกจนรู้สึกไร้ค่า และต้องการกลับมามีสังคมอีกครั้ง


กลุ่มเบบี้บูมเมอร์ต่างมองหางาน

ปัจจุบันผู้สูงวัยอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไปของเกาหลีใต้ คิดเป็น 19 เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั้งประเทศที่มีอยู่เกือบ 52 ล้านคนแล้ว และภายในปี 2050 ตัวเลขนี้อาจจะเพิ่มขึ้นเป็น 44 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมทั้งอัตราการเกิดต่ำเป็นประวัติการณ์ตามที่ได้กล่าวมาด้วย

การที่อายุขัยเฉลี่ยของประชากรทั่วไปเพิ่มสูงขึ้น ยิ่งสร้างความกังวลใจให้แก่ผู้สูงวัย ที่พวกเขาจะยังคงต้องใช้ชีวิตอยู่ต่อไปอีกนาน โดยที่ไม่มีช่องทางหารายได้เพิ่ม

ศูนย์สนับสนุนการจ้างงานผู้อาวุโสของกรุงโซล ได้รับความสนใจมากขึ้นในระยะนี้ โดยมีผู้สูงอายุจำนวนมากแวะเวียนเข้าไปสอบถามหางานทำ โดยคำถามส่วนใหญ่ก็คือ พวกเขายังสามารถทำงานได้มั้ย จะมีที่ไหนที่จ้างงานคนแก่บ้างรึเปล่า ซึ่งแสดงให้เห็นว่าพวกเขายังขาดข้อมูล ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงโอกาสต่างๆ ได้ ซึ่งทางศูนย์ฯ จะทำหน้าที่ในการค้นหาบริษัทที่ต้องการจ้างผู้สูงอายุ รวมทั้งยังช่วยจัดอบรมเตรียมความพร้อมหากจะต้องมีการเปลี่ยนงานด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่ผู้ให้คำปรึกษาพบว่าผู้สูงอายุที่มองหางานจำนวนมากต้องการความมั่นใจว่าพวกเขายังคงช่วยเหลือสังคมได้ และสามารถสร้างความแตกต่างในที่ทำงานได้

การเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์การจ้างงานผู้สูงอายุ

ศาสตราจารย์ จอง แจ ฮุน แห่งมหาวิทยาลัยสตรีโซล ระบุว่า สถานการณ์ในปัจจุบันถือว่าภาครัฐให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากขึ้น จะเห็นได้จากการค่อยๆ ขยายความคุ้มครองเงินบำนาญ และเน้นการสร้างงานให้ผู้สูงอายุด้วยการให้งบประมาณจากภาครัฐมากขึ้น อย่างไรก็ตาม แทนที่จะจัดให้มีงานภาครัฐเพื่อสวัสดิการสังคมรูปแบบหนึ่งซึ่งอาจดูเหมือนเป็นการใช้งบประมาณที่ไม่มีประสิทธิภาพ นโยบายในอนาคตควรมุ่งเน้นไปที่การสร้างงานที่มุ่งเน้นตลาดมากขึ้น อย่างการสนับสนุนสตาร์ทอัพ หรือส่งเสริมการจ้างงานตนเอง และการเป็นผู้ประกอบการ นอกจากนี้อาจจำเป็นจะต้องยืดหยุ่นวัยเกษียณให้มากกว่า 60 ปี

โดยในขณะนี้พบว่า ผู้สูงอายุได้เข้ามาสู่ตลาดแรงงานมากกว่าครึ่งของจำนวนงานใหม่ๆ ในเกาหลีใต้แล้ว ขณะที่แรงงานวัย 20 ปี หรือน้อยกว่านั้น ได้เข้ามาทำงานในตำแหน่งใหม่ๆ เพียงแค่ 1 เปอร์เซ็นต์ ในปี 2022 ดังนั้นในขณะที่สหภาพแรงงานกำลังเดินหน้ากดดันให้เพิ่มอายุเกษียณ ก็มีความกังวลว่านี่อาจจะเป็นการเปิดฉากการแข่งขันหางานระหว่างผู้อาวุโส และเยาวชนที่ดิ้นรนหางานทำก็เป็นได้

จากการสำรวจของ Statistics Korea พบว่า 60 เปอร์เซ็นต์ของประชากรชาวเกาหลีใต้ในช่วงอายุระหว่าง 55-79 ปี หรือกว่า 9.3 ล้านคน ที่ยังคงทำงานอยู่ในเวลานี้ ซึ่งนับเป็นจำนวนของแรงงานสูงวัยที่มากที่สุดนับตั้งแต่มีการรวบรวมสถิติครั้งแรกในปี 2005 โดยจำนวนของแรงงานผู้สูงอายุได้เติบโตเพิ่มขึ้นราว 60 เปอร์เซ็นต์ จากปี 2013 และหากอัตราการเติบโตยังเป็นเช่นนี้ คาดว่าจำนวนของผู้สูงอายุที่อยู่ในตลาดแรงงานน่าจะทะลุ 10 ล้านคน ภายในปี 2024

นอกจากนี้ผลสำรวจยังพบด้วยว่า จำนวนของหญิงสูงวัยที่ต้องการกลับไปทำงานมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากในปี 2011 มีหญิงสูงวัยราว 47.8 เปอร์เซ็นต์ที่ต้องการกลับไปทำงาน ขณะที่ในปี 2021 หรืออีก 10 ปีถัดมา ตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็น 60.3 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ชายสูงวัยที่ต้องการกลับเข้าทำงานอยู่ที่ 74 เปอร์เซ็นต์ เมื่อปี 2011 และเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 77.3 เปอร์เซ็นต์ ในปี 2021 ซึ่งถือว่าเพิ่มขึ้นในอัตราที่ไม่มากเหมือนกับผู้หญิง.

ผู้เขียน : อาจุมมาโอปอล

ที่มา : สเตรทไทม์, แชนแนลนิวส์เอเชีย

คลิปอ่านข่าวเกี่ยวกับ เกาหลีใต้

บอลลูนลมร้อนระเบิดกลางนาข้าว ขณะจุดปล่อยขึ้นที่อินโดฯ ดับ 1 ศพ (คลิป)

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2785403

บอลลูนลมร้อนระเบิดกลางนาข้าว ขณะจุดปล่อยขึ้นที่อินโดฯ ดับ 1 ศพ (คลิป)

14 พ.ค. 2567 15:12 น.

บอลลูนลมร้อนระเบิดกลางนาข้าว ขณะจุดปล่อยขึ้นที่อินโดฯ ดับ 1 ศพ (คลิป)

เกิดเหตุระทึกเมื่อบอลลูนลมร้อนขนาดยักษ์ ระเบิดกลางนาข้าว ที่อินโดนีเซีย ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ศพ

เว็บไซต์ของสำนักข่าวคอมปาส ของอินโดนีเซีย รายงานว่า เกิดเหตุการณ์กลุ่มวัยรุ่น 11 คนเข้าไปช่วยกันจุดประทัดที่ผูกอยู่ด้านล่างของบอลลูนแล้วมีสายต่อขึ้นไปถึงชนวนบอลลูนด้านบน เพื่อทำการปล่อยบอลลูนขึ้นไป ในขณะที่คนที่อยู่แถวนั้นกำลังเตรียมวิ่งหนีออกมา แต่จู่ๆประทัดเกิดการระเบิดอย่างรุนแรง โดยแรงระเบิดทำให้เกิดควันไฟหนาทึบพวยพุ่งออกมา

รายงานข่าวระบุว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบริเวณกลางทุ่งนา ของหมู่บ้านในเขตโปโนโรโก เมืองบาลอง ในจังหวัดชวาตะวันออก เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 13 พ.ค. 2567 โดยมีผู้เสียชีวิต 1 ศพ สภาพศพถูกไฟไหม้ตามร่างกาย นอกจากนี้ยังมีผู้บาดเจ็บอีก 3 ราย

ทางด้านผู้บัญชาการตำรวจเมืองบาลอง กล่าวว่านับเป็นเหตุการณ์ความสูญเสียที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น พร้อมขอร้องชาวบ้านไม่ให้นำบอลลูนลมร้อนมาปล่อยกันเองแบบนี้อีก เพราะอาจเกิดอันตรายร้ายแรงอย่างมากต่อผู้อยู่อาศัยในพื้นที่.

ชมคลิป ที่นี่

ญี่ปุ่นเปิดจองคิวขึ้นฟูจิแบบออนไลน์ แก้ปัญหา นทท.ล้น

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2785452

ญี่ปุ่นเปิดจองคิวขึ้นฟูจิแบบออนไลน์ แก้ปัญหา นทท.ล้น

14 พ.ค. 2567 12:53 น.

ญี่ปุ่นเปิดจองคิวขึ้นฟูจิแบบออนไลน์ แก้ปัญหา นทท.ล้น

ญี่ปุ่นเตรียมเปิดระบบให้นักท่องเที่ยวจองการปีนภูเขาไฟฟูจิผ่านทางระบบออนไลน์เป็นครั้งแรก ดีเดย์ 20 พฤษภาคมนี้ เพื่อหวังจัดการกับปัญหานักท่องเที่ยวมากเกินจำนวน

นับตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคมนี้ นทท.ที่วางแผนจะขึ้นเขาฟูจิ ต้องจองการปีนเขาล่วงหน้า ผ่านทางระบบออนไลน์เท่านั้น หลังพบว่ามีจำนวนนักท่องเที่ยวที่มาขึ้นภูเขาไฟฟูจิเพิ่มสูงขึ้นมากในช่วงฤดูการปีนเขาในช่วงหน้าร้อนจนเกิดความกังวลทั้งในแง่ของความปลอดภัยและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

โดยเส้นทางเดินเขาโยชิดะจะจำกัดจำนวนนักปีนเขาให้ขึ้นเขาฟูจิได้เพียงวันละ 4,000 คน โดยจะมีการเก็บค่าธรรมเนียมคนละ 13 ดอลลาร์ หรือราวเกือบ 500 บาทต่อคน และเพื่อไม่ให้นักเดินทางต้องเดินทางมาเสียเที่ยว จึงมีการเปิดระบบจองล่วงหน้าทางออนไลน์มาใช้เป็นครั้งแรก

สำหรับการเปิดจองทางออนไลน์จะเริ่มเปิดให้บริการในวันที่ 20 พฤษภาคมนี้ สำหรับคนที่มีแผนจะขึ้นปีนภูเขาไฟฟูจิในช่วงฤดูปีนเขาเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน โดยจะมีสถานที่อย่างน้อย 1,000 แห่งที่ยังสามารถเข้าชมฟรี

ภูเขาไฟฟูจิถูกปกคลุมไปด้วยหิมะเกือบตลอดทั้งปี ขณะที่ในฤดูร้อนมีนักท่องเที่ยวมากกว่า 220,000 คน เดินขึ้นไปบนเนินหินที่สูงชัน โดยนักท่องเที่ยวบางส่วนปีนเขาข้ามคืนเพื่อไปดูพระอาทิตย์ขึ้น ขณะที่นักท่องเที่ยวบางคนพยายามจะไปถึงยอดเขาที่สูง 3,776 เมตรโดยไม่หยุดพัก ทำให้พวกเขาเจ็บป่วยหรือได้รับบาดเจ็บ

นอกจากนี้ ยังมีนักท่องเที่ยวอีกจำนวนไม่น้อยที่แห่ไปตามสถานที่ต่างๆที่เห็นภูเขาไฟฟูจิเป็นฉากหลัง เพื่อถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก เป็นสัญลักษณ์ของการมาเยือนประเทศญี่ปุ่น.

ที่มา : แชนแนลนิวส์เอเชีย

อดีตรมต.คาซัคสถาน โดนศาลสูงตัดสินจำคุก 24 ปี ฆ่าภรรยาสาวสวย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2785567

อดีตรมต.คาซัคสถาน โดนศาลสูงตัดสินจำคุก 24 ปี ฆ่าภรรยาสาวสวย

14 พ.ค. 2567 19:00 น.

อดีตรมต.คาซัคสถาน โดนศาลสูงตัดสินจำคุก 24 ปี ฆ่าภรรยาสาวสวย

‘คูอันดิค บิชิมบาเยฟ’ อดีตรัฐมนตรีคาซัคสถาน วัย 44 ปี ถูกศาลสูงของคาซัคสถานตัดสินจำคุก 24 ปี ในคดีทำทารุณกรรมและฆาตกรรมภริยาสาวสวย 

ศาลสูงในคาซัคสถานได้มีการพิจารณคดีของนายคูอันดิค บิชิมบาเยฟ อดีตรัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจของคาซัคสถาน ในช่วง 7 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีการไลฟ์ (Live) หรือถ่ายทอดสดให้คนภายนอกได้รับทราบด้วย เนื่องจากเป็นคดีที่ได้รับความสนใจจากชาวคาซัคสถานเป็นอย่างมาก และเพื่อเป็นการส่งสัญญาณให้ผู้คนในแวดวงคนชั้นสูง ร่ำรวยมีเงินในประเทศได้เห็นว่าไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมายได้อีกต่อไป กระทั่งเมื่อวันจันทร์ที่ 13 พ.ค. 2567 ศาลสูงคาซัคสถานได้ตัดสินลงโทษจำคุกนายบิชิมบาเยฟ เป็นเวลา 24 ปี พบกระทำความผิดในคดีกระทำทารุณและฆาตกรรมภรรยา ซัลตานัต นูคีโนวา 

นายคูอันดิค บิชิมบาเยฟ อดีตรัฐมนตรีคาซัคสถาน

จากคลิปวิดีโอกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุ แสดงให้เห็นว่านายบิชิมบาเยฟได้ทำร้ายร่างกาย ทั้งชกหลายหมัดและเตะไม่ยั้งใส่ ‘ซัลตานัต นูคีโนวา’ วัย 31 ปี ภรรยาสาวสวยอย่างไร้ความปรานี อีกทั้งยังดึงผม ลากภรรยาซึ่งอยู่ในสภาพร่างกายเกือบเปลือยเปล่า เข้าไปในห้องวีไอพีของร้านอาหารแห่งหนึ่งซึ่งครอบครัวของเขาเป็นเจ้าของร้าน ตั้งอยู่ ในเมืองอัลมาตี เมืองใหญ่ที่สุดในคาซัคสถาน

จากคลิปวิดีโอกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุ แสดงให้เห็นว่านายบิชิมบาเยฟได้ทำร้ายร่างกาย ทั้งชกและเตะ นูคีโนวา วัย 31 ปี ภรรยาสาวสวยอย่างไร้ความปรานี พร้อมทั้งยังดึงผมและลากภรรยาซึ่งอยู่ในสภาพเกือบเปลือยเปล่า เข้าไปในห้องวีไอพีของร้านอาหารแห่งหนึ่งซึ่งตระกูลของเขาเป็นเจ้าของร้าน ที่เมืองอัลมาตี เมืองใหญ่สุดในคาซัคสถาน

ชาวคาซัคสถานออกมาชุมนุมเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับ ซัลตานัค นูคีโนวา

ขณะที่นูคีโนวา นอนหายใจรวยริน กำลังจะเสียชีวิตเนื่องจากได้รับบาดเจ็บสาหัส อยู่ในห้องวีไอพี ในร้านอาหารซึ่งไม่ได้ติดกล้องวงจรปิดนั้น นายบิชิมบาเยฟกลับโทรศัพท์ไปปรึกษาหมอดูคนหนึ่ง เพื่อให้ช่วยดูดวงภรรยาและหมอดูได้บอกให้เขามั่นใจว่า ดวงชะตาของนูคีโนวาปลอดภัยดี ทว่าอีก 12 ชั่วโมงต่อมา นายบิชิมบาเยฟได้เรียกรถพยาบาลมาถึงร้านอาหารแห่งนี้ และเจ้าหน้าที่การแพทย์ได้แจ้งว่านูคีโนวาได้เสียชีวิตแล้วในที่เกิดเหตุ

จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยังพบวิดีโอในโทรศัพท์มือถือของนายบิชิมบาเยฟอีกหลายคลิป บันทึกภาพนูคีโนวา ภรรยาของเขาในสภาพมีรอยฟกช้ำ และมีเลือดออกจากบาดแผล ในไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่เธอจะหมดสติ เมื่อตอนรุ่งเช้าของวันที่ 9 พ.ย. 2566

หลังเกิดเหตุสลดกับนูคีโนวาถูกนายบิชิมบาเยฟ สามี ซึ่งเป็นถึงอดีตรัฐมนตรีทำร้ายจนถึงขั้นเสียชีวิต ทำให้ประธานาธิบดีคาสซิม โจมาร์ต โตกาเยฟ แห่งคาซัคสถานได้กล่าวว่าเขาต้องการสร้างสังคมที่มีความยุติธรรมมากขึ้น รวมทั้งการปรับปรุงสิทธิของผู้หญิง โดยคดีฆาตกรรมนูคีโนวายังช่วยให้สาธารณชนสนับสนุนการออกกฎหมายลงโทษการก่อความรุนแรงในครอบครัว และได้ผ่านรัฐสภาของคาซัคสถานเมื่อเดือนก่อน

ที่มา : Aljazeera

น้ำท่วมฉับพลันดินถล่มในอินโดฯ ยอดตายพุ่งทะลุ 50 ศพ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2785444

น้ำท่วมฉับพลันดินถล่มในอินโดฯ ยอดตายพุ่งทะลุ 50 ศพ

14 พ.ค. 2567 12:51 น.

น้ำท่วมฉับพลันดินถล่มในอินโดฯ ยอดตายพุ่งทะลุ 50 ศพ

ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่มในจังหวัดสุมาตราตะวันตกเพิ่มขึ้นเป็น 52 ศพ ขณะที่ประชาชนอีกกว่า 3,000 คนต้องอพยพออกจากบ้านเรือน

อินโดนีเซียเผชิญเคราะห์ซ้ำ หลังต้องเผชิญกับฝนที่ตกลงมาอย่างหนักตั้งแต่คืนวันเสาร์ที่ผ่านมา จนเกิดน้ำท่วมฉับพลัน ดินถล่ม และลาวาเย็นไหลทะลักเข้าชุมชน ใน 3 เขตของจังหวัดสุมาตราตะวันตก โดยมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 52 ศพ ในจำนวนนี้สามารถระบุตัวตนได้แล้ว 45 ศพ โดยมีรายงานว่าทั้งตำรวจและกองทัพยังคงเร่งค้นหาผู้สูญหายอีก 17 คน

โดยลาวาเย็นได้ไหลทะลักมาจากภูเขามาราปี หนึ่งในภูเขาไฟที่ยังคงมีความเคลื่อนไหวมากที่สุดในสุมาตรา โดยมีรายงานผู้เสียชีวิตจากเหตุภูเขาไฟมาราปีปะทุเมื่อเดือนธันวาคมมากกว่า 20 ศพ และยังคงมีการปะทุต่อเนื่องเรื่อยมา

นายอิลฮาม วาฮับ โฆษกของหน่วยงานบรรเทาภัยพิบัติสุมาตราตะวันตก ระบุว่ามีรายงานบ้านเรือนเสียหายจากเหตุน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่มครั้งนี้ 249 หลัง มีพื้นที่ทางการเกษตรซึ่งส่วนใหญ่เป็นนาข้าวเสียหายอีกราว 1,400 ไร่ ขณะที่ถนนสายหลักใน 3 เขตได้รับความเสียหาย ก่อนที่ระดับน้ำจะค่อยๆ ลดลงตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยนอกจากการค้นหาผู้สูญหายแล้ว ทางหน่วยงานยังมีภารกิจที่จะต้องทำความสะอาดถนนจากซากโคลน และก้อนหินที่ถูกซัดมากับน้ำ เพื่อเร่งเปิดเส้นทางสัญจรให้กลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็ว เพื่อเร่งนำสิ่งของบรรเทาทุกข์เข้าไปแจกจ่าย ทั้งเต็นท์ ผ้าห่ม อาหาร อุปกรณ์ทำความสะอาด ห้องน้ำพกพา และเครื่องกรองน้ำ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนให้เร็วที่สุด.

ที่มา : แชนแนลนิวส์เอเชีย

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ อินโดนีเซีย

สุดดีใจ ลาวมอบ ‘ช้างเอเชีย’ ให้กัมพูชา เปิดบทใหม่ประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2785445

สุดดีใจ ลาวมอบ ‘ช้างเอเชีย’ ให้กัมพูชา เปิดบทใหม่ประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์

14 พ.ค. 2567 12:09 น.

สุดดีใจ ลาวมอบ ‘ช้างเอเชีย’ ให้กัมพูชา เปิดบทใหม่ประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์

รบ.ลาวมอบ ‘ช้างเอเชีย’ 1 คู่ ประกอบด้วยช้างเพศผู้ และเพศเมีย ให้แก่ กัมพูชา ขณะที่ รมว.เกษตรฯกัมพูชาสุดซาบซึ้ง ยกเป็นของขวัญล้ำค่า ถือเป็นเปิดบทใหม่ของประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ของสองประเทศ

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 พ.ค.2567 รัฐบาล สปป.ลาวส่งมอบช้างเอเชียหายาก เพศผู้ วัย 3 ปี 7 เดือน และเพศเมีย วัย 3 ปี 9 เดือน จำนวน 1 คู่ ให้แก่กัมพูชา  เพื่อกระชับมิตรภาพและความสามัคคีปรองดองระหว่างประชาชนและประเทศทั้งสองให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

นายลิงค์คัม ดวงสะหวัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและป่าไม้ของลาว และนายดิธ ตินา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงของกัมพูชา ได้เข้าร่วมพิธีส่งมอบที่สวนสัตว์ ป่าคุ้มครองและสวนพฤกษศาสตร์พนมตาเมา ในจังหวัดตาแก้วของกัมพูชา

นายลิงค์คัมกล่าวว่า ช้างคู่นี้ถือเป็นของขวัญจาก นายทองลุน สีสุลิด ประธานประเทศสปป.ลาว ที่ถวายให้พระบาทสมเด็จพระบรมนาถ นโรดม สีหมุนี พระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ขณะนายทองลุนเยือนกัมพูชาเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา

“ช้างเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของมิตรภาพดั้งเดิม และความสามัคคีปรองดองระหว่างประชาชนและประเทศทั้งสอง” ลิงค์คัมกล่าว โดยทางการลาวยังส่งควาญช้าง 2 คน เพื่อช่วยดูแลช้างคู่นี้ที่สวนสัตว์ฯ ของกัมพูชาเป็นเวลา 6 เดือนด้วย

ด้านตินากล่าวขอบคุณรัฐบาลและประชาชนชาวลาว สำหรับการบริจาคช้างคู่นี้ให้กัมพูชา ซึ่งถือเป็นของขวัญล้ำค่าที่จะเปิดบทใหม่ของประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ทวิภาคี โดยเฉพาะด้านการอนุรักษ์ช้าง

อนึ่ง ‘ช้างเอเชีย’ จัดเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ในบัญชีแดงของสหภาพระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) โดยปัจจุบันกัมพูชามีช้างบ้านหรือช้างเลี้ยงราว 75 ตัว และช้างป่าในป่าธรรมชาติราว 400-600 ตัว ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ตามเทือกเขากระวานและที่ราบทางตะวันออกของจังหวัดมณฑลคีรี จังหวัดรัตนคีรี และจังหวัดสตึงแตรง

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

ขอบคุณข้อมูล-ภาพ : Xinhua

วันนี้พี่ไม่ให้ ‘คำรณวิทย์’ พันธมิตรสีส้มสู้ ‘ชาญ’ ตัวตึงค่ายเพื่อไทย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/574724

14 พ.ค. 2567

17:42 น.

วันนี้พี่ไม่ให้ ‘คำรณวิทย์’ พันธมิตรสีส้มสู้ ‘ชาญ’ ตัวตึงค่ายเพื่อไทย

ศึกชิง อบจ.ปทุมธานี คำรณวิทย์ ชนคู่ปรับเก่า ชาญ ค่ายเพื่อไทย วันนี้พี่ไม่ให้ เหตุน้องรักซบค่ายสีน้ำเงิน จับตาทักษิณไปงานบวชเมืองปทุม

พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ยังมั่นใจ แม้พรรคเพื่อไทยไม่สนับสนุนพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ยังมั่นใจ แม้พรรคเพื่อไทยไม่สนับสนุน

ไปต่อปทุมธานี คำรณวิทย์ ชนคู่ปรับเก่า ชาญ บ้านใหญ่หันมาสวมเสื้อเพื่อไทย วันนี้พี่คนเดิมไม่ให้ เพราะน้องรักขยับใกล้ชิดค่ายสีน้ำเงิน

ศึกชิงเมืองปทุม คำรณวิทย์ มีกองหนุน สจ.-เสื้อแดง เพิ่มเติมด้อมส้ม จับตา 8 มิ.ย.นี้ ทักษิณไปงานบวชลูกชายบ้านใหญ่สายลุงชาญ

การเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ที่จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 30 มิ.ย.2567 น่าจะได้ข้อสรุปว่า เป็นศึกล้างตาของคู่แข่งคนเดิมจากสมัยที่แล้ว

วันที่ 14 พ.ค.2567 พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีตนายก อบจ. ปทุมธานี เดินทางมาลงสมัครนายก อบจ.ปทุมธานี ได้หมายเลข 3 โดยมีกองเชียร์สวมเสื้อส้มและเสื้อแดงมาให้กำลังใจ ประมาณ 300 คน

ศึก อบจ.หนนี้ แจ๊ส คำรณวิทย์ จะใช้สโลแกนในการหาเสียงว่า ‘NEXT ปทุมธานี..ปทุมธานีต้องไปต่อ และต้องไปต่อกับคำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง’

ส่วน ชาญ พวงเพ็ชร์ เดินทางมาสมัครวันแรกได้หมายเลข 1 ในนามพรรคเพื่อไทย โดยมี สรวงศ์ เทียนทอง เลขาธิการพรรค นำทีม สส. และอดีต สส.มาเชียร์ลุงชาญกันอย่างคึกคัก

เป็นครั้งแรกที่ชาญ พวงเพ็ชร์ ได้สวมเสื้อเพื่อไทยลงสนามแบบเต็มตัว ตรงกันข้ามกับ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ที่ไร้เงา สส.และอดีต สส.เพื่อไทยมาเป็นกองหนุนเหมือนสมัยที่แล้ว

รักสีส้มไม่ทิ้งสีแดง

เมื่อพรรคเพื่อไทยหนุนชาญ พวงเพ็ชร์ หลายคนอาจมีคำถาม ใครบ้างที่เป็นผู้สนับสนุนบิ๊กแจ๊ส ในศึกนายก อบจ.ปทุมธานี ครั้งนี้


หลังเลือกตั้ง สส.ปี 2566 บิ๊กแจ๊ส พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ได้ทำงานร่วมกับ สส.ปทุมธานี ตามแนวทางปทุมธานีโมเดล และบิ๊กแจ๊สมีความใกล้ชิดกับ สส.ก้าวไกล ทั้ง 6 คน

ไม่ว่าจะเป็น สรวีย์ ศุภปณิตา, เจษฎา ดนตรีเสนาะ, ชลธิชา แจ้งเร็ว,สกล สุนทรวาณิชย์กิจ, เชตวัน เตือประโคน และ ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์

สจ.กลุ่มคนรักปทุม มากกว่า 15 คน อาทิ อารีย์ ใจแคล้ว, ชนภัทร นันทกาวงศ์ และ เฉลิมพงษ์ รังสิวัฒนศักดิ์ รวมถึง สมชาย รังสิวัฒนศักดิ์ นายกเทศมนตรีเมืองสนั่นรักษ์ และรังสรรค์ นันทกาวงศ์ นายกเทศ มนตรีเมืองบึงยี่โถ

กลุ่มเสื้อแดงลำลูกกา หรือชมรมสื่อมวลชนเพื่อประชาธิปไตย โดยสมชาติ นาคบรรจง, จุติพงษ์ พุ่มมูล, ศรรัก ทองชัย และเล็ก บ้านดอน 


กลุ่มอดีตผู้สมัคร สส.ปทุมธานี เพื่อไทย จ่ายุทธ-ยุทธศักดิ์ ชูประเสริฐ ที่ปรึกษาพิเศษนายก อบจ.ปทุมธานี  และพรพิมล ธรรมสาร อดีต สส.ปทุมธานี พรรคภูมิใจไทย

กลุ่มอดีตแกนนำพรรคอนาคตใหม่ ปทุมธานี สิระพงษ์ สิริโพธินันท์ หรือโต นวนคร รองนายก อบจ.ปทุมธานี

หากพรรคก้าวไกล มีมติไม่ส่งผู้สมัครนายก อบจ.ปทุมธานี ก็เชื่อว่า ด้อมส้มคงเทใจเลือกแจ๊ส เหมือนสมาชิกอนาคตใหม่เลือกแจ๊สสมัยที่แล้ว

นายใหญ่เหยียบเมืองปทุม

ฮือฮาไปทั้งเมืองปทุม เมื่อมีกระแสข่าว ทักษิณ ชินวัตร จะร่วมงานบวชของนายกเบี้ยว ในวันที่ 8 มิ.ย.2567


สส.ฟลุค-มนัสนันท์ หลีนวรัตน์ สส.ปทุมธานี เขต 5 พรรคเพื่อไทย เป็นคนที่แจ้งข่าวว่า ทักษิณจะเดินทางมาเป็นประธานงานบวชลูกชายคนเล็กของ ‘นายกเบี้ยว’ กฤษฎา หลีนวรัตน์ นายกเทศมนตรีตำบลธัญบุรี 

วันก่อน นายกเบี้ยว และ สส.ฟลุค มนัสนันท์ หลีนวรัตน์ ได้ไปแสดงพลังหนุนชาญ พวงเพ็ชร์ ที่บ้านพักแถว อ.สามโคก 

การเดินทางมาเยือนเมืองปทุมธานีของทักษิณ ย่อมถูกจับตามองว่า เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งนายก อบจ.หรือไม่

อีกด้านหนึ่ง สรวงศ์ เทียนทอง ชี้แจงว่า สาเหตุที่เพื่อไทยแยกทางกับ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ เพราะการเลือกตั้ง สส.ปทุมธานี สมัยที่แล้ว บิ๊ก แจ๊สได้ส่งคนใกล้ชิดลงสมัคร สส.ในนามภูมิใจไทย

เฉพาะเขต 1-3 คนของบิ๊กแจ๊สแข่งกับอดีต สส.เพื่อไทยโดยตรง ส่งผลให้มีการตัดคะแนนกันเอง และผู้สมัคร สส.ก้าวไกลได้รับชัยชนะ

ดังนั้น พรรคเพื่อไทย ปทุมธานี จึงมีมติเลือกชาญ พวงเพ็ชร์ เป็นตัวแทนลงสนามนายก อบจ.ปทุมธานี ซึ่งชาญเคยเป็นนายก อบจ.ปทุมธานี ครั้งแรกในนามกลุ่มปทุมรักไทย(พรรคไทยรักไทย)

‘อุ๊งอิ๊ง’ หวังไทยเป็นเจ้าภาพ World Pride 2030

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/574718

14 พ.ค. 2567

16:12 น.

‘อุ๊งอิ๊ง’ หวังไทยเป็นเจ้าภาพ World Pride 2030

‘อุ๊งอิ๊ง’ หวังไทยเป็นเจ้าภาพ World Pride 2030 ชี้แจงปาฐกถาพาดพิง ธปท. เพราะอยากให้มีเป้าหมายคือประชาชน ย้ำรีบเดินขึ้นรถวันก่อน ไม่ได้หนีสื่อ แต่มีงานไปต่อ

นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าว บนเวที The Celebration : Right to love ว่า นับเป็นความพยายามของพรรคเพื่อไทย ในการผลักดันกฎหมายความเท่าเทียมของผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ เมื่อ 23 ปีที่แล้วตั้งแต่รัฐบาลของนายทักษิณ ชินวัตร พรรคไทยรักไทย ปี 2544 แต่ในยุคนั้นยังมีเสียงประชาชนต่อต้าน ไล่มาจนถึงรัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แล้วมาสำเร็จในรัฐบาลของนายเศรษฐา ทวีสิน ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรได้ผ่านความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียมแล้ว และเชื่อว่าจะมีผลบังคับใช้ภายในปีนี้ ซึ่งจะเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณทุกคน เพราะถือเป็นความสำเร็จของทุกคนไม่ใช่คนใดคนหนึ่ง และอยากให้มาร่วมกันฉลองความคาดหวังว่าประเทศไทยจะได้เป็นเจ้าภาพในการจัดงาน World Pride ในปี2030  ซึ่งเป็นเป้าหมายที่จะไปให้ถึง ซึ่งงานในวันนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ที่ชาวต่างชาติได้รับรู้ 

ส่วนร่าง พ.ร.บ.รับรองอัตลักษณ์ทางเพศสภาพ การแสดงออก ทางเพศสภาพและคุณลักษณะทางเพศ ที่จะให้สิทธิผู้มีความหลากหลายทางเพศ เปลี่ยนคำนำหน้านามให้ตรงกับเพศสภาพได้ ซึ่งจะผ่านการพิจารณา และประกาศใช้ก่อนจัดงานWorld Pride 2030 หรือไม่นั้น นางสาวแพทองธาร คาดหวังว่าจะผ่านกฎหมายได้ทัน แต่ก็ยังจะต้องผลักดัน เรื่องยุติการเลือกปฏิบัติและความเท่าเทียมในด้านอื่นคู่ขนานไปด้วย

นางสาวแพทองธาร ยังตอบคำถามถึงกรณีปาฐกถาวิจารณ์ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ว่า มีวัตถุประสงค์อยากให้รัฐบาลและธนาคารแห่งประเทศไทย มีเป้าหมายร่วมกันคือประชาชน เพราะถ้าหากมีเป้าหมายร่วมกันจะสามารถทำงานจนทะลุเป้าหมายได้ ซึ่งความเดือดร้อนของประชาชนรวมถึงความเป็นอยู่ ต้องเป็นเป้าหมายร่วมกัน ทั้งนี้ ในฐานะหัวหน้าพรรค ซึ่งเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ตนก็เป็นส่วนหนึ่งที่ต้องการให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน 

หลังสัมภาษณ์เสร็จ นางสาวแพทองธาร ได้บอกกับผู้สื่อข่าวว่า วันนี้จะเดินช้าๆ เพื่อไม่ให้เข้าใจผิดว่าวิ่งหนีนักข่าว ซึ่งวันนั้นนักข่าวก็รู้ว่าตนรีบ เพราะมีงานต่อ ตนต้องรีบเดิน และผู้สื่อข่าวก็เดินตามมา ซึ่งที่ผ่านมาตนไม่เคยหนีนักข่าวเลย พร้อมกับย้อนถามกลับว่า “หนีได้เหรอ”