โซไซตี้ : เปิดหน้าต่างหัวใจ ผ่านการมองโลกแบบ ‘สุขให้เป็น’ เวทีสัมมนา ‘คนใต้หยัดได้ สุขเป็น’ สู่การเสริมภูมิคุ้มกันทางใจให้เยาวชน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/802782

โซไซตี้ : เปิดหน้าต่างหัวใจ ผ่านการมองโลกแบบ ‘สุขให้เป็น’  เวทีสัมมนา ‘คนใต้หยัดได้ สุขเป็น’ สู่การเสริมภูมิคุ้มกันทางใจให้เยาวชน

โซไซตี้ : เปิดหน้าต่างหัวใจ ผ่านการมองโลกแบบ ‘สุขให้เป็น’ เวทีสัมมนา ‘คนใต้หยัดได้ สุขเป็น’ สู่การเสริมภูมิคุ้มกันทางใจให้เยาวชน

วันอาทิตย์ ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

การดูแลสุขภาพใจ สำคัญไม่แพ้สุขภาพกายปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจุบันปัญหาสุขภาพจิตในประเทศไทยมีอัตราสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในวัยรุ่นที่เป็นวัยหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิต จากข้อมูลปี 2565 กรมสุขภาพจิตเผยตัวเลขว่า ในวัยรุ่นไทยอายุ 10-19 ปี พบเด็กที่มีภาวะทางจิตประสาทและอารมณ์ประมาณ 1 ใน 7 คนอาจพัฒนาไปสู่ปัญหาสุขภาพจิตในระยะยาวได้

เพราะปัญหาทางใจสามารถแก้ไขได้ด้วยการใช้ใจมอง ดังนั้นการ “ออกกำลังใจ” ให้แข็งแรงผ่านวิธีการมองโลกที่ช่วยให้ “สุขเป็น” จึงเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่ช่วยรับมือกับความทุกข์หรือการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิต โดยคำถามที่สำคัญคือ เราทุกฝ่ายจะเปิดหน้าต่างหัวใจ และเปิดประตูรับฟังวัยรุ่นแบบ “สุขเป็น” อย่างไร เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยทางใจแก่ทุกคนในสังคม

“เมื่อชีวิตมีทั้งขึ้นและลงสิ่งสำคัญคือเมื่อเผชิญปัญหา เราจะมองปัญหานั้นอย่างไรให้ไม่ทำร้ายใจตนเอง เวลาพูดเรื่องสุขภาพจิต หลายคนจะนึกถึงความเจ็บป่วย แต่ความจริงแล้วการสุขให้เป็น คือการเข้าใจโลก เข้าใจชีวิต โดยสถาบันที่ใกล้ชิดกับเด็กที่สุดก็คือครอบครัว ดังนั้นสิ่งที่เราทำคือสนับสนุนการสื่อสารเชิงบวกให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับเยาวชนเพื่อสร้างรากฐานที่มั่นคงให้กับชุมชนผ่านเครือข่ายรอบตัววัยรุ่นที่แข็งแกร่ง” ภาวนา เหวียนระวีผู้อำนวยการมูลนิธิแพธทูเฮลท์ กล่าวถึงการสร้างเสริมจิตวิทยาเชิงบวกของชุมชนผ่าน “โครงการส่งเสริมสุขภาวะเยาวชนและครอบครัวภาคใต้ (คนใต้หยัดได้)”ที่มูลนิธิฯ ดำเนินงานร่วมกับ  อย่างต่อเนื่องกว่า 8 ปี ผ่านการพัฒนาสมรรถนะแกนนำภาคีระดับตำบล หรือ Change Agents ตั้งแต่ ครู หมอ พ่อแม่ เพื่อน ชุมชน และเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อเสริมสร้างสุขภาวะเยาวชนให้เข้มแข็ง ในพื้นที่เป้าหมาย 8 จังหวัด ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี พังงา ปัตตานี สงขลา กระบี่ และชุมพร 

ภาวนา เหวียนระวี

โครงการสร้างเสริมสุขภาวะทางจิตเด็กเยาวชนและครอบครัว สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) มูลนิธิแพธทูเฮลท์ (P2H) เชฟรอน และภาคีเครือข่าย ได้เชิญแกนนำ Change Agents จาก 12 ตำบลนำร่องร่วมแลกเปลี่ยนปัญหาเยาวชนในชุมชนและแนะวิธีการแก้ไข เพื่อต่อยอดให้กับแกนนำคนใต้หยัดได้ ล่าสุดได้จัดสัมมนาวิชาการระดับภาคครั้งที่ 4 Change Agents Forum ตอน “คนใต้หยัดได้ สุขเป็น”เมื่อวันที่ 22-24 เมษายนที่ผ่านมา เพื่อให้ Change Agents กว่า 170 คน ได้พบปะแลกเปลี่ยนประสบการณ์ผ่านการชูแนวคิด“สุขเป็น” รวมถึงแนะการทำงานเชิงจิตวิทยาเชิงบวกเพื่อเยาวชนและครอบครัวในห้องพัฒนาทักษะ พร้อมปลุกพลังในฐานะคนทำงานเพื่อสร้างชุมชนที่เข้มแข็งในภาคใต้

“ความจริงแล้วการใช้ชีวิตแบบสุขเป็น ถือเป็นเรื่องง่ายๆ แต่เราหลายคนกลับมองข้ามไปเหมือนเส้นผมบังภูเขา อย่างเช่นการขอบคุณตนเอง” ฐิติชญา กวนซัง หรือพี่ฟาง ประธานศูนย์พัฒนาครอบครัว ชุมชนเทศบาลหัวไทร จ.นครศรีธรรมราช กล่าวด้วยความภูมิใจในฐานะ Change Agent ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในงานขับเคลื่อนครอบครัวเข้มแข็ง พร้อมเล่าต่อว่า “งานด้านคุณภาพชีวิตไม่เหมือนการสร้างถนน ต้องค่อยๆ ทำเป็นน้ำซึมบ่อทราย ซึ่งทางศูนย์ฯ ได้เน้นการสร้างเครือข่ายเพื่อแก้ไขปัญหาวัยรุ่นและชุมชนในทุกมิติ พอทางมูลนิธิแพธทูเฮลท์และเชฟรอนนำเครื่องมือสุขเป็นเข้ามา เราก็ได้ส่งต่อแนวทางและกิจกรรมที่สอนเรื่องการสื่อสารเชิงบวกให้กับหลากหลายครอบครัวเช่นเกมชักเย่อที่ให้ผู้ปกครองอยู่ฝั่งนึง และลูกอยู่อีกฝั่ง โจทย์คือลูกอยากออกไปเที่ยวนอกบ้าน โดยเพื่อนๆ ก็ต่อแถวดึงเชือกอยู่ฝั่งลูก ผลที่ได้คือไม่มีฝ่ายใดชนะ แต่เจ็บมือกันทั้งสองฝ่าย ดังนั้นเราจึงแนะแนวทางว่าลองให้ทั้งคู่ “ฟังอย่างตั้งใจ” ปล่อยให้แต่ละฝ่ายพูดความรู้สึกอย่างเดียวโดยไม่มีใครขัด สิ่งที่จำได้ชัดเจนเลยคือหลังจากลงพื้นที่ทำกิจกรรมมีคุณแม่วิ่งมาขอบคุณและเล่าให้ฟังว่าพอปล่อยให้ลูกพูดความรู้สึกโดยรับฟังเพียงอย่างเดียว ทำให้ตอนนี้ทัศนคติตรงกัน รู้เหตุผลว่าทำไมลูกถึงกลับบ้านมืด ซึ่งคำบอกเล่าเหล่านี้เป็นเพียงหนึ่งในอีก 40 กว่าครอบครัวในโครงการ ซึ่งเป็นพลังขับเคลื่อนให้เราอยากพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็งกว่าเดิม”

ฐิติชญา กวนซัง

ด้าน พรสุรีย์ กอนันทา รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายกิจการองค์กร บริษัทเชฟรอน ประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัดกล่าวถึงความมุ่งมั่นของเชฟรอนในการสนับสนุนโครงการ “คนใต้หยัดได้” พร้อมตระหนักถึงความสำคัญของสุขภาพจิตในเด็กไทยว่า“เชฟรอน ในฐานะบริษัทพลังงานระดับโลก ให้ความสำคัญกับคำว่าปลอดภัยเป็นอันดับหนึ่ง โดยคำว่าปลอดภัยในที่นี้ไม่ใช่เฉพาะแค่ทางกาย แต่รวมถึงพื้นที่ปลอดภัยทางจิตใจ หรือPsychological Safety ด้วย ตลอด 8 ปีที่ผ่านมาที่เราได้ร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชน ในโครงการคนใต้หยัดได้ เราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของสังคมในทิศทางที่ดีขึ้นผ่านพลังของ Change Agents มากมาย โดยในปีนี้เรามุ่งเสริมสุขภาพใจให้ทุกฝ่ายผ่านคำว่า “สุขเป็น”เพื่อสร้างเสริมจิตวิทยาเชิงบวกในเยาวชนและครอบครัว เพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้แก่เยาวชน พร้อมขับเคลื่อนสังคมที่แข็งแรงทั้งกายและใจต่อไป”

โครงการ “คนใต้หยัดได้ สุขเป็น” ในปีนี้ถือเป็นการขยายแนวทางแก้ปัญหาเพื่อขับเคลื่อนสุขภาวะเยาวชนโดยเฉพาะในมิติด้านสุขภาพจิต โดยการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันชีวิตผ่านคำว่า “สุขเป็น” ถือเป็นเรื่องที่ทุกคนทำได้ผ่านเลนส์แห่งความสุขที่สามารถเริ่มด้วยการเปลี่ยนมุมมองของเรา ผู้ที่สนใจข้อมูลหรือต้องการปรึกษาปัญหาด้านต่างๆ อ่านรายละเอียดและติดต่อโครงการได้ที่เพจเฟซบุ๊กคนใต้หยัดได้ ผ่านลิงก์ https://www.facebook.com/KhonTaiYaddDai 

พรสุรีย์ กอนันทา

แหวกฟ้าหาฝัน : Alexander Trippel in All Saints Museum Schaffhausen

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/802767

แหวกฟ้าหาฝัน : Alexander Trippel in All Saints Museum Schaffhausen

แหวกฟ้าหาฝัน : Alexander Trippel in All Saints Museum Schaffhausen

วันอาทิตย์ ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

The Anointing of David 

ใน All Saints Museum Schaffhausenนอกจากจะมีงานของ Cumo Amiet ซึ่งเป็นศิลปินสวิสแล้ว ที่นี่ยังมีงานของ Alexander Trippel นักประติมากรชาวสวิสชื่อดังที่เกิดในSchaffhausen ด้วย เขาเกิดวันที่ 23 กันยายน1744 ในครอบครัวที่มีฐานะยากจน พ่อของเขาเลยไปแสวงหาโอกาสใหม่ๆ ที่ลอนดอนที่ซึ่งเขาไปเป็นเด็กฝึกงานเพื่อทำเครื่องไม้เครื่องมือ แต่เขาไม่รู้สึกมีความสุข เมื่อเขาได้รู้จักกับ Ludwig Luecke นักประติมากรชาวเยอรมัน เขาจึงได้เรียนรู้วิชาร่างแบบ เขาย้ายไปอยู่โคเปนเฮเกนเมืองหลวงของเดนมาร์ก เมื่ออายุได้ 15 ปี และมีโอกาสเข้าเรียนที่ Danish Academy of Art ที่นี่เขาได้เรียนรู้งานประติมากรรมแนวคลาสสิกของ Johannes Wiedewelt ประติมากรชาวเดนมาร์ก

Resting Hercules 1775

ต่อมาเขาเดินทางไปปารีสและได้รู้จักกับ Christian von Mechel ตัวแทนจำหน่ายงานศิลปะชาวสวิสซึ่งได้ให้ทุนสนับสนุนเขาไปหาความรู้และทำมาหากินที่กรุงโรม แต่เขากลับไม่สามารถทำอะไรได้เป็นชิ้นเป็นอันจึงตัดสินใจกลับไปสวิสก่อนจะย้ายกลับมาอยู่โรมอีกครั้งในปี 1778 เขาได้พยายามขายงานประติมากรรมที่ชื่อ Frederick the Great แต่ไม่มีใครยอมซื้อ ซ้ำร้ายเขายังถูกปฏิเสธจากตำแหน่งนักประติมากรของราชสำนักเดรสเดนอีกต่างหาก แม้เขาจะดูไม่ประสบความสำเร็จในช่วงเวลาที่มีชีวิตอยู่ แต่เขาก็ยังได้เป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ของ Prussian Academy of Arts ผลงานของเขาเพิ่งเป็นที่ยอมรับภายหลังจากที่เขาเสียชีวิตไปแล้วที่กรุงโรมในปี 1793

Bacchus crowns Ariadne 1774

นักท่องเที่ยวที่เยือน All Saints Museum จะเห็นว่าทางมิวเซียมได้อุทิศห้องหนึ่งสำหรับ Trippel เลยทีเดียวโดยในห้องนี้มีผลงานประติมากรรมที่สวยที่สุดชิ้นหนึ่งของเขาด้วย นั่นคือThe Anointing of Davidซึ่งถูกรังสรรค์ไว้ในปี 1767 ทั้งนี้ อาจเป็นเพราะเขาเป็นศิลปินที่เกิดใน Schaffhausenงาน The Anointing ofDavid ชิ้นนี้มีต้นกำเนิดมาจากพระคัมภีร์ในตอนที่เดวิดได้รับการเจิม นักท่องเที่ยวที่เคยศึกษาไบเบิลจะทราบดีว่า David ซึ่งเป็นตัวละครสำคัญในพระคัมภีร์ได้รับการเจิม 3 ครั้ง คือ ครั้งแรก David ได้รับการเจิมจาก Samuel ต่อหน้าพี่ชายของเขาในช่วงเวลาที่เขายังเป็นเพียงแค่คนธรรมดา แต่พระเจ้าก็เลือกเขาเขาจึงเป็นผู้ออกไปต่อสู้กับ Goliath ต่อมาเขามีปัญหากับSamuel ซึ่งพยายามตามฆ่าเขาแต่เขาก็ได้รับการปกป้องจากพระเจ้าเพราะพระองค์ทรงเจิมเขาไปแล้ว นักท่องเที่ยวที่ได้ชมประติมากรรมนูนต่ำชิ้นนี้จะสัมผัสได้ถึงอัจฉริยภาพของ Trippel ทั้งในเรื่องเนื้อหาและฝีมือ สังเกตได้จากเสื้อผ้าหน้าผม ความละเอียดอ่อนของท่วงท่าล้วนเป็นธรรมชาติและเหมือนจริงแม้ผลงานชิ้นนี้จะไม่ได้ทำจากหินอ่อนก็ตาม แต่ก็ควรค่าแก่การชื่นชมอย่างยิ่ง

คุณแหน : 5 พฤษภาคม 2567

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/802780

วันอาทิตย์ ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

●● เนื่องในการเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหามงกุฎ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระสยามเทวามหามกุฏวิทยมหาราช(ร.4)ในโอกาส 200 ปี นับแต่ทรงผนวช6 กรกฎาคม 2567 และเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ขอเชิญชมการแสดงโขนการกุศล ประกอบแสง สี เรื่องรามเกียรติ์ ชุดเล่ห์รัก ยักขินี วันที่10 พ.ค. 18.00 น. ณ วัดราชาธิวาสวิหารโดยสำนักงานสังคีต กรมศิลปากร..

●● สำนักพระราชวัง ขอเชิญชวนประชาชนร่วมเจริญอริยมรรค“สัมมาทิฏฐิ”ระลึกถึงพระรัตนตรัย ผ่านแอปพลิเคชั่น“สมาธิเสบียงบุญ”ระหว่างวันที่ 1-7 พฤษภาคม 2567 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันฉัตรมงคล วันที่ 4 พฤษภาคม 2567 ด้วยบทว่า พุทโธ เม นาโถพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งอันประเสริฐของข้าพเจ้า ธัมโม เม นาโถ พระธรรมเป็นที่พึ่งอันประเสริฐของข้าพเจ้า สังโฆ เม นาโถ พระสงฆ์เป็นที่พึ่งอันประเสริฐของข้าพเจ้า โดยให้ระลึกย้ำซ้ำๆ ต่อเนื่องได้ในทุกอิริยาบถ ยืน เดิน นั่ง นอน..

●● มูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทย จัดพิธีบำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เนื่องในวันคล้ายวันประสูติ 6 พ.ค. 09.00 น. ณ ห้องประชุมสลากกินแบ่งรัฐบาล ชั้น 9 ตึกกัลยาณิวัฒนา รพ.สงฆ์ โดยปัจจัยจะมอบให้ รพ.วัดจันทร์เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา อ.กัลยาณิวัฒนาจ.เชียงใหม่..

●● ครบรอบ 22 ปี โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ 48 พรรษา ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เชิญร่วม Concert Birthday forBack to School เนื่องในวันคล้ายวันเกิด ดร.สายสม วงศาสุลักษณ์ 10 พ.ค.14.00 น. ห้องแกรนด์บอลรูม รร.อมารีวอเตอร์เกท(ประตูน้ำ)กรุณางดดอกไม้และของขวัญ เชิญร่วมบริจาคเป็นค่าชุดนักเรียนและอุปกรณ์การเรียนแก่เด็กกำพร้าและด้อยโอกาส โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติฯ ใบเสร็จลดหย่อน 2 เท่า รายได้ทั้งหมดไม่หักค่าใช้จ่าย..

●● เป็นแฟนกีฬาตัวยง โดยเฉพาะวอลเลย์บอลหญิงไทย หลุยส์ เตชะอุบลแห่งสบู่พรีเมียม แบรนด์ มาดามหลุยส์ เป็นผู้สนับสนุนหลักเปิดศึกนักตบ“มาดามหลุยส์วอลเลย์บอล ไทยแลนด์ ลีก”ประจำปี พ.ศ.256พร้อมเป็นหนึ่งในทีมที่ปรึกษาสมาคมวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย แถลงข่าว 10 พ.ค. 13.30 น.ณ ห้อง Conservatory Ballroom รร.โฟร์ซีซั่นส์กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา จากแรงบันดาลใจที่อยากเห็นทุกคนหันมาเล่นกีฬา เพื่อสุขภาพที่แข็งแรง..

●● สวดพระอภิธรรม คุณหญิงกุลทรัพย์เกษแม่นกิจ ที่ศาลา 9 วัดโสมนัสวิหาร2-9 พ.ค. 18.00 น. แล้วบรรจุ..●●

น้อง

ตะลอนเที่ยว : โลกหรรษาใต้ทะเล (เมียนมา)

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/802765

ตะลอนเที่ยว : โลกหรรษาใต้ทะเล (เมียนมา)

ตะลอนเที่ยว : โลกหรรษาใต้ทะเล (เมียนมา)

วันอาทิตย์ ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ช่วงนี้ Mister Flower ชวนคุณลงใต้ไปเที่ยวทะเลต่อเนื่องมารายสัปดาห์ และสัปดาห์นี้ก็ยังจะชวนคุณลงทะเลในเขตภาคใต้ของไทย แต่จะข้ามเข้าไปเที่ยวในเขตของประเทศเมียนมาด้วย

หลายคนอาจถามว่า ทำไมต้องไปเที่ยวทะเลของประเทศเมียนมา ทั้งๆ ที่ทะเลไทยก็มีมากมาย ไปเที่ยวทะเลเมียนมา แล้วดีกว่าเที่ยวทะเลไทยตรงไหน

ขออนุญาตตอบแบบภาพรวมคือ ทะเลไทยก็ยังมีความสวยงาม ขอเน้นว่า ยังสวยงาม แต่ทว่าสวยงามในบางแห่งเท่านั้น แต่บางแห่งเสื่อมโทรมและเสียหายไปเยอะมาก เพราะว่าผู้คนที่เข้าไปเที่ยวแล้วไปทำลายความงามของธรรมชาติมากกว่าเข้าไปชื่นชมธรรมชาติ และขณะเดียวกันผู้บริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวของไทยบางหน่วยงานก็ปล่อยปละละเลย ไม่ดูแลความสะอาดไม่ดูแลรักษาธรรมชาติ จึงทำให้แหล่งท่องเที่ยวของไทยโดยเฉพาะทะเลไทยเศร้าหมองไปอย่างน่าเสียดาย

สำหรับทะเลในเขตเมียนมานัั้น ยังคงมีความบริสุทธิ์และอุดมสมบูรณ์มากกว่าทะเลไทย เพราะว่าการท่องเที่ยวในประเทศเมียนมา ยังไม่บูมเท่ากับประเทศไทย และที่สำคัญคือยังมีนักท่องเที่ยวเข้าไปเป็นจำนวนน้อย เมื่อนักท่องเที่ยวเข้าไปจำนวนน้อยเขาจึงสามารถรักษาธรรมชาติไว้ได้ค่อนข้างดี ประกอบกับผู้ดูแลสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเลในเมียนมาตั้งอกตั้งใจรักษาความสะอาดและความเรียบร้อยของแหล่งท่องเที่ยวว่าอย่างดี จึงทำให้แหล่งท่องเที่ยวทางทะเลของเมียนมายังคงมนต์เสน่ห์ได้อย่างประหลาด จนทำให้ผู้ที่ไปเยี่ยมเยือนและสัมผัสต่างหลงใหล และบอกว่าอยากให้แหล่งท่องเที่ยวทางทะเลของประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์และงดงามเหมือนของเมียนมา

สำหรับภาพที่นำมาฝากคุณในวันนี้คือภาพที่ Mr.Flower พาสมาชิกกลุ่มเล็กๆ ไปดำน้ำ และพักที่เกาะนาวโอพี ในเขตเมียนมา ภาพที่เลือกมาให้คุณชื่นชมในวันนี้เป็นเพียง 1 ในหลายพันของภาพความประทับใจ

เราอยากจะบอกคุณว่าต้องขอบคุณนักท่องเที่ยวและผู้ดูแลเกาะนาวโอพีที่ช่วยกันรักษาความงดงามใต้ท้องทะเลไว้

ในภาพชุดนี้คุณจะเห็นทั้งดอกไม้ทะเล กัลปังหาปลาดาว หอยเม่น หอยมือเสือ และปลาไหลเมอเร กระเบน ปะการังสารพัดชนิด

อ้อ! ลืมบอกไปว่า ปลาไหลเมอเร ตัวที่ชื่อทองสุข ซึ่งอยู่หน้าหาด ของเกาะนาวโอพีได้หายไปจากบริเวณนี้หลายเดือนแล้ว หลายคนที่รู้จักทองสุขบ่นคิดถึงทองสุขมาก แต่จากการสอบถามครูสอนดำน้ำ ชื่อว่าครูตึก ได้คำตอบว่าทองสุขน่าจะถูกจับไปแล้ว ครั้นถามต่อไปว่าใครจับทองสุขไป ก็ไม่มีคำตอบแต่เพียงมีคำบอกเล่าว่า ทองสุขเคยถูกเบ็ดเกี่ยวปาก นั่นแสดงว่าต้องมีคนพยายามจับทองสุขไป เพราะมีอยู่ช่วงหนึ่งกลุ่มครูสอนดำน้ำต้องลงไปช่วยถอดตัวเบ็ดออกจากปากของทองสุข แต่บัดนี้ไม่มีทองสุขที่นี่อีกแล้ว

นับเป็นเรื่องเศร้าที่นักท่องเที่ยวหรือใครก็ตาม ที่ทำร้ายสัตว์โลกใต้ทะเลที่แสนน่ารักของเรา

ก็ขอฝากไว้ว่าถ้าเราคิดจะช่วยกันรักษาความสวยงามของโลกใต้ทะเลเอาไว้ ขอให้เราเที่ยวด้วยความรับผิดชอบ ไม่สร้างมลภาวะใดๆ ให้ท้องทะเลไม่รบกวนสัตว์และสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลทั้งปวง ถ้าเพียงเท่านี้เราจะมีภาพความงามของโลกใต้ทะเลเก็บรักษาไว้ให้พวกเราเองและคนรุ่นหลังได้ชื่นชมตลอดไป

หากคุณสนใจอยากจะไปเที่ยวชื่นชมธรรมชาติกับ Mr.Flower โปรดติดต่อที่หมายเลขโทรศัพท์ 091-7233615 เราเน้นเที่ยวแบบอนุรักษ์ธรรมชาติ และเจาะลึกสถานที่สำคัญ ทั้งในแง่ประวัติศาสตร์และความรื่นรมย์

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/802766

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

วันอาทิตย์ ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เรือบรรทุกเครื่องบิน ‘ฝูเจี้ยน’ ของจีน เริ่มทดลองล่องทะเลครั้งแรก

ไปชมการทดสอบทางทะเลของเรือบรรทุกเครื่องบิน “ฝูเจี้ยน” เรือบรรทุกเครื่องบินลำที่ 3 ของจีน แต่เป็นเรือบรรทุกเครื่องบินลำแรกที่ออกแบบและผลิตภายในประเทศเองทั้งหมด การทดสอบมีขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันพุธที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยการทดลองล่องทะเลครั้งแรกนี้จะทดสอบความน่าเชื่อถือและเสถียรภาพของระบบขับเคลื่อนและไฟฟ้าในขั้นต้น

เรือฝูเจี้ยน ซึ่งเปิดตัวเดือนมิถุนายน 2022 ได้เสร็จสิ้นการทดลองจอดงานตกแต่งภายนอก และการปรับแต่งอุปกรณ์แล้ว ทำให้ผ่านข้อกำหนดทางเทคนิคในการทดลองล่องทะเล ขณะที่การทดสอบทางทะเลครั้งนี้ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 ปี และถือเป็นขั้นตอนสุดท้าย ก่อนที่เรือลำดังกล่าวจะเข้าประจำการในกองทัพเรือของจีนต่อไป

Science Update : จีนส่ง ‘ฉางเอ๋อ-6’ ไปดวงจันทร์

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/802774

Science Update : จีนส่ง ‘ฉางเอ๋อ-6’ ไปดวงจันทร์

Science Update : จีนส่ง ‘ฉางเอ๋อ-6’ ไปดวงจันทร์

วันอาทิตย์ ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

องค์การอวกาศแห่งชาติของจีน แถลงความสำเร็จในการส่งยานสำรวจดวงจันทร์ “ฉางเอ๋อ-6” ไปยังดวงจันทร์ เพื่อเก็บตัวอย่างที่ฝั่งด้านมืดของดวงจันทร์ ส่งกลับมายังโลก เมื่อช่วงค่ำวันศุกร์ที่ผ่านมา (3 พ.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น โดยใช้จรวดนำส่ง ลองมาร์ช-5 วาย 8 นำส่งฉางเอ๋อไปที่วงโคจรการถ่ายโอนระหว่างโลก
และดวงจันทร์ เป็นครั้งที่สองสำหรับจรวดขนส่งซีรี่ส์ลองมาร์ช-5 สำหรับภารกิจสำรวจดวงจันทร์ของจีน

การเดินทางไปยังดวงจันทร์ของยานสำรวจฉางเอ๋อ-6 ครั้งนี้ ยังไม่มีมนุษย์เดินทางไปด้วย เพียงแค่ใช้ระบบอัตโนมัติ นำตัวอย่างจากอีกฟากหนึ่งของดวงจันทร์ ซึ่งเป็นด้านมืด และนำกลับมายังโลก หากสำเร็จจะถือเป็นภารกิจแรกในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ

ภารกิจยานสำรวจฉางเอ๋อ-6 ครั้งนี้ มีขั้นตอนการสื่อสารที่ซับซ้อนมากกว่าภารกิจอื่น เนื่องจากดวงจันทร์โคจรรอบโลกโดยหันด้านไกลออกจากโลกตลอดเวลา ทำให้การสื่อสารระหว่างยานฉางเอ๋อ-6 จำเป็นต้องใช้ดาวเทียมทวนสัญญาณ “ชื่อว่าเชวเฉียว-2” ที่ถูกส่งขึ้นสู่อวกาศเมื่อวันที่ 20 มีนาคมทำหน้าที่เป็นทวนสัญญาณระหว่างยานฉางเอ๋อ 6 กับศูนย์ควบคุมบนโลก

Health News : กัมพูชาเตือนอากาศร้อนกระทบสุขภาพ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/802775

Health News : กัมพูชาเตือนอากาศร้อนกระทบสุขภาพ

Health News : กัมพูชาเตือนอากาศร้อนกระทบสุขภาพ

วันอาทิตย์ ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

โฆษกกระทรวงสาธารณสุขของกัมพูชากล่าวว่า อุณหภูมิช่วงหลายวันมานี้ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์ของกัมพูชา จึงอยากเรียกร้องให้ประชาชนระมัดระวังและไม่อยู่กลางแจ้งนานเกินไปเพื่อป้องกันผิวหนังเกิดการระคายเคือง เหงื่อออกมากเกินไป และภาวะขาดน้ำ โดยอากาศร้อนจัดยังอาจทำให้หายใจลำบากหรือเป็นลม หัวใจวาย และเสียชีวิต พร้อมแนะนำให้ประชาชนคอยอยู่ในที่ร่มหากต้องออกนอกบ้านหรืออาคาร ใช้ผ้าเปียกหรือนำผ้าพันคอมาคลุมร่างกายหากรู้สึกร้อนเกินไป ดื่มน้ำวันละ 2-3 ลิตร รวมถึงสวมเสื้อผ้าน้ำหนักเบาและแขนยาว และทาโลชั่นกันแดดหรือกางร่มเพื่อปกป้องตนเองจากแสงอาทิตย์

ส่วนเวลาอยู่ในบ้านหรืออาคาร สามารถใช้พัดลมหรือเครื่องปรับอากาศเพื่อลดความร้อนและควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีรสชาติหวาน เค็ม หรือมันมากจนเกินไป

ด้านโฆษกกระทรวงทรัพยากรน้ำและอุตุนิยมวิทยาของกัมพูชา กล่าวเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า กัมพูชาเผชิญอุณหภูมิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบราว 170 ปี ในช่วงฤดูร้อนนี้ แต่อุณหภูมิจะเริ่มลดลงช่วงต้นเดือนพฤษภาคมเนื่องจากจะมีฝนตก

กระทรวงฯ คาดว่าอุณหภูมิในบางจังหวัดทางตอนเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ ตะวันตกเฉียงเหนือ ตอนกลาง และหลายพื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศ สูงถึง 43 องศาเซลเซียส เมื่อวันพุธ (1 พ.ค.) และจะยังคงร้อนต่อเนื่องในวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ (2-3 พ.ค.)

Kick Off รวมพลังคนไทย ‘บริจาคโลหิต ปี 2567’ ต่อยอดโครงการ 9 แสนซีซี 90 ปี หอการค้าไทย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/802826

Kick Off รวมพลังคนไทย 'บริจาคโลหิต ปี 2567' ต่อยอดโครงการ 9 แสนซีซี 90 ปี หอการค้าไทย

Kick Off รวมพลังคนไทย ‘บริจาคโลหิต ปี 2567’ ต่อยอดโครงการ 9 แสนซีซี 90 ปี หอการค้าไทย

วันเสาร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 18.12 น.

หอการค้าไทย Kick Off โครงการรวมพลังคนไทย บริจาคโลหิต ปี 2567 ต่อยอดโครงการ 9 แสนซีซี 90 ปี หอการค้าไทย เชิญชวนสมาชิกร่วมบริจาคโลหิต เพื่อใช้สำรองยามขาดแคลน

หอการค้าไทย นำโดย นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการ หอการค้าไทย พร้อมด้วย นางนวลพรรณ ล่ำซำ รองประธานกรรมการ หอการค้าไทย และประธานคณะกรรมการพัฒนาสังคมและ CSR หอการค้าไทย , รศ.พญ.ดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ นำทัพเครือข่ายสมาชิกผู้ประกอบการหอการค้าไทย ร่วมทำความดี บริจาคโลหิต ช่วยเหลือผู้ป่วยและสำรองยามขาดแคลนโลหิต 
ได้แก่ บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน), บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน), บริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด , บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), บริษัท คิวทีซี เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) และกรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม ที่ผ่านมา 

โครงการดังกล่าวเป็นการต่อยอดโครงการบริจาคโลหิต 9 แสนซีซี 90 ปี หอการค้าไทย ที่ประสบความสำเร็จ มียอดบริจาคโลหิตในปี 2566 รวม 9 ล้านซีซี โดยเป็นการส่งเสริมให้เครือข่ายสมาชิกผู้ประกอบการ หอการค้าไทย ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรม CSR ทำความดีเพื่อสังคม ช่วยเหลือผู้ป่วยที่ขาดแคลนโลหิตในการรักษาพยาบาล และ เพื่อเป็นโลหิตสำรองยามขาดแคลน

โครงการรวมพลังคนไทย ร่วมบริจาคโลหิต พร้อมเปิดให้สมาชิกหอการค้าไทยทั่วประเทศ ตลอดจนประชาชนทั่วไป ได้ร่วมบริจาคโลหิต ตลอดปี 2567 โดยผู้สนใจสามารถเข้าร่วมโครงการได้ด้วยการแจ้งรหัสโครงการ 0J0414 (ศูนย์เจ ศูนย์สี่หนึ่งสี่) เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของหอการค้าไทย ในการช่วยเหลือผู้ป่วย ยามวิกฤตโลหิตขาดแคลน

กลับมาอีกครั้ง Vinexpo Asia 2024 งานแสดงสินค้าไวน์และสปิริตนานาชาติชั้นนำจากทั่วโลก

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/802825

กลับมาอีกครั้ง Vinexpo Asia 2024 งานแสดงสินค้าไวน์และสปิริตนานาชาติชั้นนำจากทั่วโลก

กลับมาอีกครั้ง Vinexpo Asia 2024 งานแสดงสินค้าไวน์และสปิริตนานาชาติชั้นนำจากทั่วโลก

วันเสาร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 18.08 น.

4 พฤษภาคม 2567 : กลับมาอีกครั้ง Vinexpo Asia 2024 งานแสดงสินค้าไวน์และสปิริตนานาชาติชั้นนำจากทั่วโลก ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28-30 พฤษภาคม 2567 ณ ศูนย์การประชุมและการจัดงานแสดงสินค้าแห่งฮ่องกง (HKCEC) พันธะสัญญาของ Vinexposium ในภูมิภาคเอเชียสะท้อนให้เห็นถึงความไว้วางใจจากอุตสาหกรรมไวน์และสปิริตภายใต้ชื่อ Vinexpo นับตั้งแต่งานถูกจัดขึ้นครั้งแรกในฮ่องกงเมื่อ 26 ปีที่แล้ว และตั้งแต่ปี 2023 Vinexpo Asia ได้กลายเป็นงานประจำปีที่รวบรวมผู้คนในอุตสาหกรรมดังกล่าว โดยปัจจุบันงานจะถูกจัดสลับกันระหว่างประเทศสิงคโปร์และเขตปกครองพิเศษฮ่องกง

Vinexpo Asia มีบทบาทสำคัญในทางเศรษฐกิจและเป็นแพลตฟอร์มหลักสำหรับการค้าและการเจรจาธุรกิจ โดยทำหน้าที่ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย และผู้ซื้อ การรวมกลุ่มผู้มีบทบาทสำคัญดังกล่าวจึงช่วยกระตุ้นและเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจในอุตสาหกรรมไวน์และสปิริต

Rodolphe Lameyse ประธานกรรมการบริหารของ Vinexposium group  กล่าวว่า “รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้กลับมายังฮ่องกงอีกครั้ง  จากความสำเร็จที่ได้รับจากงาน Vinexpo Asia ในสิงคโปร์เมื่อปี  2566 Vinexposium ยังคงมีบทบาทสำคัญในการเติบโตทางเศรษฐกิจและความคึกคักของอุตสาหกรรมไวน์และสปิริตในเอเชีย ยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมและส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการค้าและการลงทุน”

Kenneth Wong ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายไมซ์และเรือสำราญ กล่าวว่า “นับตั้งแต่การจัดงานครั้งแรกในปี 2541 ที่ฮ่องกงVinexpo Asia ได้เติบโตขึ้นเป็นงานสำคัญของอุตสาหกรรมไวน์และสปิริตในภูมิภาคนี้ เรารู้สึกยินดีที่ได้เห็นการกลับมาของของงานอีกครั้ง โดยใช้ประโยชน์จากวัฒนธรรมที่หลากหลายและการเปิดกว้างของเมืองนี้ ธุรกิจที่เอื้ออำนวยและสภาพแวดล้อมทางการค้า โอกาสมหาศาลที่มาจากทั้งโซน Greater Bay Area (GBA) ซึ่งครอบคลุมพื้นที่หลักๆ คือกวางตุ้ง ฮ่องกง มาเก๊า และจากภูมิภาคเอเชียซึ่งมีอัตราการเติบโตอย่างรวดเร็ว สิ่งเหล่านี้ส่งผลให้เกิดการขยายโอกาสทางธุรกิจมากยิ่งขึ้นสำหรับผู้ออกแสดงสินค้าและผู้ซื้อในเอเชีย”

Gordon Gebbie ผู้อำนวยการฝ่ายขายของ Rathbone Wine Group ออสเตรเลีย กล่าวเมื่อเดือนพฤษภาคม ปีที่แล้วว่า“การเข้าร่วมงาน Vinexpo Asia 2023 ถือเป็นความสำเร็จเป็นอย่างมากสำหรับบริษัทของเรา และตั้งตารอสำหรับงานที่จะจัดขึ้นที่ฮ่องกง เพื่อเปิดทางในการเข้าสู่ตลาดจีนต่อไป แม้ว่า Vinexpo Asia จะมุ่งเน้นไปที่ตลาดจีน แต่ก็ให้ความสำคัญกับตลาดนำเข้าที่สำคัญหลายแห่งในเอเชีย รวมถึง ไต้หวัน เวียดนาม ไทย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย และยังมีตลาดสำคัญอื่นๆ อีกตัวเลือกของผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีใครเทียบได้”

Vinexpo Asia 2024 เตรียมพร้อมยกระดับการการพัฒนายอดขายที่ไม่มีใครเทียบได้อีกครั้ง งานแสดงสินค้าชั้นนำในระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกนี้จะดึงดูดผู้ร่วมจัดแสดงสินค้าจาก 40 ประเทศ รวมถึงออสเตรเลียและจีนที่ติด 5 อันดับแรก พร้อมด้วย ชิลี อาร์เจนตินา แอฟริกาใต้ นิวซีแลนด์ สหรัฐอเมริกา สำหรับไวน์โลกใหม่ และฝรั่งเศส อิตาลี สเปน (ซึ่งเป็นประเทศที่มีจำนวนวนผู้ร่วมจัดแสดงสินค้าอยู่ใน 3 อันดับแรก) โปรตุเกส เยอรมนี และสวิตเซอร์แลนด์

ผู้ผลิต 1,300 ราย โดย 60% มาจากนานาชาติ และอีก 40% มาจากฝรั่งเศส จะนำสินค้าเข้าร่วมแสดงตลอดระยะเวลา 3 วันของการเจรจาธุรกิจและการสร้างเครือข่ายพื้นที่ WOW (Welcome to the Organic World หรือ ยินดีต้อนรับสู่โลกออร์แกนิก) ถูกจัดสรรสำหรับไวน์ออร์แกนิกและไวน์ไบโอไดนามิก ซึ่งกำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในเอเชีย การจัดพื้นที่แสดงสินค้าของบริษัทสปิริตและคราฟต์ จะถูกแบ่งเท่าๆ กันระหว่างผู้ร่วมจัดแสดงสินค้าจากนานาชาติ และจากฝรั่งเศส

Ronald Khoo หัวหน้าฝ่ายไวน์และสปิริตของ Cathay Pacific เน้นย้ำว่า “Vinexpo Asia เป็นสถานที่นัดหมายสำคัญสำหรับกลุ่มธุรกิจของเรา ผมได้พบกับเพื่อนหลายคนในวงการรวมถึงผู้ผลิตสินค้าจำนวนมากในงานนี้ Vinexpo Asia จะมอบประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครให้กับผู้เข้าร่วมงานผ่านการสัมมนาระดับพรีเมียมกว่า 50 รายการ ภายใต้โปรแกรม Vinexpo Academy ขณะเดียวกันผู้เข้าร่วมงานก็จะได้ประโยชน์ในการสร้างความสัมพันธ์เชิงธุรกิจระหว่างกันอีกด้วย

คาดว่าปีนี้จะมีผู้เข้าชมงานกว่า 1,000 ราย โดยครึ่งหนึ่งของผู้เยี่ยมชมเป็นผู้นำเข้า อีกครึ่งหนึ่งเป็นผู้ค้าส่ง ผู้จัดจำหน่ายเจ้าของร้านไวน์ ร้านค้าปลีก โรงแรม และเจ้าของร้านอาหาร

ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าเพื่อรับบัตรเข้าชมงานโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ได้ที่ https://vinexpoasia.com/newfront โทร.02-6509649  หรือเข้าดูรายละเอียดเพิ่มเติมของงานได้ที่ https://vinexpoasia.com

โรงพยาบาลมะเร็งสมัยใหม่กว่างโจวสแตมฟอร์ดฯ พาผู้ป่วยมะเร็ง-ญาติชม ‘อาม่า’ สร้างสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/802823

โรงพยาบาลมะเร็งสมัยใหม่กว่างโจวสแตมฟอร์ดฯ พาผู้ป่วยมะเร็ง-ญาติชม ‘อาม่า’ สร้างสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว

โรงพยาบาลมะเร็งสมัยใหม่กว่างโจวสแตมฟอร์ดฯ พาผู้ป่วยมะเร็ง-ญาติชม ‘อาม่า’ สร้างสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว

วันเสาร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 18.00 น.

4 พฤษภาคม 2567 ที่ โรงภาพยนตร์ SFX Cinema Central Rama 9 เซ็นทรัลพระราม 9 กทม. ชมรมต่อต้านมะเร็ง โรงพยาบาลมะเร็งสมัยใหม่กว่างโจวสแตมฟอร์ด กรุงเทพฯ จัดกิจกรรมประจำเดือนด้วยการพาผู้ป่วยมะเร็งและครอบครัวมารับชมภาพยนตร์ “หลานม่า”ฟรี

คุณหยู่เจีย ผู้จัดการโรงพยาบาลฯ  กล่าวว่า กิจกรรมวันนี้ทางศูนย์สำนักงานมะเร็ง โรงพยาบาลมะเร็งสมัยใหม่กว่างโจวสแตมฟอร์ด กรุงเทพฯ จัดขึ้นเพื่อให้ผู้ป่วยมะเร็งได้มีโอกาสชมภาพยนตร์เรื่อง“อาม่า”ซึ่งเราทราบมาว่าหนังเรื่องนี้เนื้อเรื่องสร้างขึ้นมาเป็นความสัมพันธ์คนในครอบครัวโดยเฉพาะหลานชายกับอาม่าที่ป่วยเป็นโรคมะเร็ง ซึ่งมีความใกล้ชิดกับชีวิตของคนทั่วไปมาก

การพาผู้ป่วยมะเร็งมารับชมหนังเรื่องนี้จะสะท้อนแง่มุมให้หลายๆ คนเห็นชีวิตของครอบครัวนี้

การพามาชมหนังเรื่องนี้ เพื่อให้ผู้ป่วยใหม่และเก่าได้รู้จักกันเพื่อเปิดโอกาสให้แลกเปลี่ยนประสบการณ์กันได้ รวมทั้งให้ผู้ป่วยได้รู้จักโรงพยาบาลฯ เรามากขึ้น ซึ่งมีเทคโนโลยี่สมัยใหม่ที่สามารถช่วยเหลือให้การรักษาผู้ป่วยในระยะต่างๆ ได้ ให้ผู้ป่วยมะเร็งได้รับการรักษาที่ดีขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้

นอกจากนี้ภายในงานยังได้จัดกิจกรรมตรวจร่างกายพร้อมส่วนลดแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ด้วย

โดยผู้เข้าชมงานจะได้รับส่วนลดมากมาย ไม่ว่าจะเป็นค่าตรวจศูนย์ตรวจร่างกาย PC เอ็มอาร์ไอ ประชาชื่น ส่วนลด 20% ส่วนลดค่าตรวจสุขภาพ 10-15% ที่โรงพยาบาลพริ้นซ์ กรุงเทพฯ ส่วนลดค่าตรวจที่ศูนย์ตรวจเลือด RV Lab

และที่สำคัญจะได้พบกับเหล่าผู้พิชิตมะเร็ง ที่ประสบความสำเร็จในการรักษา และหายขาดจากโรคร้ายได้หลายท่านในงาน ซึ่งจะมาแบ่งปันความรู้ และให้คำแนะนำดีๆ ในการรักษาตัวแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมด้วย

หนึ่งในผู้ป่วยมะเร็งที่มีโอกาสรักษาตัวจากการเป็นมะเร็งระยะที่ 4 ที่รักษาตัวจนหายขาดมานานกว่า 9 ปี คือ คุณประสิทธิ์ สุมณฑา อายุ 73 ปี ผู้ป่วยโรคมะเร็งชาวไทย เล่าย้อนไปประมาณ 15 ปีที่แล้วตอนเริ่มเป็นมะเร็งแต่ไม่ได้รักษา อยากจะอยู่กับธรรมชาติ มากกว่าเพราะการรักษาจะต้องทำเคโม ฉายแสง ไม่อยากทนทุกข์ทรมาน เวลานั้นหมอบอกว่าตนจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่เกินสองเดือน

คราวนี้รู้สึกใจหาย เกิดกลัวตายขึ้นมา จึงคิดดิ้นรนหาที่รักษา เห็นข่าวจากหน้า นสพ.ถึงวิธีการรักษาพยาบาลของโรงพยาบาลกว่างโจจึงเข้าไปศึกษาู ลองเอามาเทียบกับการรักษาพยาบาลของเรารู้สึกว่ามีความทันสมัยและแปลกกว่าที่บ้านเรารักษากันอยู่ เวลานั้น คนรู้จักที่เป็นมะเร็งทยอยล้มหายตายจากกันไป รักษาไม่หายบ้าง ที่รอดแทบจะไม่เคยได้ยิน

ตอนได้ยินข่าวเกี่ยวกับการรักษาที่โรงพยาบาลกว่างโจวสแตมฟอร์ด ที่เพิ่งมาเปิดศูนย์ในกรุงเทพฯอยู่แถวรัชดา จึงเข้าไปปรึกษาทางโรงพยาบาลให้เอาผลตรวจอาการมะเร็งของตนมาให้ดู

ทางโรงพยาบาลกว่างโจวสแตมฟอร์ดตรวจดูก็บอกว่าตนน่าจะอยู่ได้เกินสองเดือน ทำให้ตนมีความหวัง รู้สึกดีใจ มันต่างกันมากอยู่ได้แค่สองเดือนกับมากกว่าสองเดือน

 จึงรีบดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ ในการเดินทางไปยังกว่างโจ ประเทศจีนเมื่อเดินทางไปถึงทางโรงพยาบาลก็รีบตรวจ เข้าคอร์สการรักษาในขณะนั้นด้วยการให้เคโมเฉพาะจุด โดยการร้อยท่อปล่อยเคโมเข้าไปตรงก้อนมะเร็ง ต่างกับการให้เคโมทั่วๆไป ที่อาจจะไปทำลายทั้งเนื้อร้ายและเนื้อดีได้ หลังจากนั้นก็จะทำการปิดไม่ให้เคโมย้อนกลับมาตนทำอยู่เช่นนั้น 7 ครั้ง หลังจากนั้นก็จี้ด้วยไอเย็นอีกสามเข็ม จบด้วยการฉายแสงรวม 33 แสงติดต่อกัน เดินทางไปๆ มาๆ ใช้เวลารักษาที่กว่างโจ นาน 9 เดือน เรียกได้ว่าหายขาด ผ่านมาถึงวันนี้ 9 ปีแล้วไม่เคยเป็นหรือตรวจมะเร็งอีกเลย

ปัจจุบันนี้คุณประสิทธิ์ มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงและดำรงชีวิตประจำวันอย่างปกติทั่วไป โดยไม่มีผลกระทบใดๆต่อร่างกายจากการรักษา

คุณ จางเจ๋อหลิน รองหัวหน้าแพทย์ผู้อำนวยการสมาคมแพทย์ กล่าวว่า มะเร็งไม่ได้น่ากลัว แพทย์ทั่วโลกกำลังหาทางรักษาทำสห้โรคมะเร็งเป็นเหมือนโรคทั่วๆ ไป ที่เรามาสามารถจะอยู่กับมันได้ไปตลอดชีวิตโดยไม่ทำร้ายชีวิต การรักษาไปตามอาการ รู้ระยะที่แน่นอน รู้สภาพร่างกายที่ละเอียดเราจะสามารถควบคุมโรคนี้ได้ ผู้ป่วยไม่รับการรักษาที่จะก็จะช่วยยืดอายุได้

-(016)