หญิงดวงมหาเฮง เจอคนไม่รู้จักให้ลอตเตอรี่ สุดโชคดี ถูกแจ็กพอต 37 ล้าน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2782746

หญิงดวงมหาเฮง เจอคนไม่รู้จักให้ลอตเตอรี่ สุดโชคดี ถูกแจ็กพอต 37 ล้าน

2 พ.ค. 2567 20:24 น.

หญิงดวงมหาเฮง เจอคนไม่รู้จักให้ลอตเตอรี่ สุดโชคดี ถูกแจ็กพอต 37 ล้าน

หญิงดวงเฮงกลายเป็นเศรษฐี เจอคนไม่รู้จักให้ลอตเตอรี่ที่ร้านมินิมาร์ทในปั๊มน้ำมัน สุดโชคดี ถูกแจ็กพอต เงินรางวัลสูงถึง 1 ล้านดอลลาร์ หรือ 37 ล้านบาท

หญิงดวงสุดเฮงในรัฐอิลลินอยส์ ประเทศสหรัฐฯ กลายเป็นเศรษฐีในพริบตา เจอเหตุการณ์ช็อก ไม่คาดฝัน ถูกแจ็กพอต ลอตเตอรี่ ‘ลักกี้ เดย์’ เงินรางวัลสูงถึง 1 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 37 ล้านบาท เนื่องจากมีลูกค้าคนหนึ่งซึ่งไม่รู้จักกัน มาซื้อของที่ร้านมินิมาร์ท ‘Fas Mart’ (แฟส มาร์ต) ในปั๊มน้ำมันที่เมืองเลิฟส์ พาร์ก และมอบลอตเตอรี่ใบนี้ให้กับเธอ

เจ้าหน้าที่ของลอตเตอรี่ ลักกี้ เดย์ เปิดเผยว่า มีผู้หญิงคนหนึ่งในรัฐอิลลินอยส์ ตกใจสุดขีด หลังจากถูกแจ็กพอตลอตเตอรี่ ลักกี้ เดย์ เพราะมีคนที่เธอไม่รู้จักให้ลอตเตอรี่ใบนี้กับเธอ ก่อนจะถึงวันออกสลากเพียงไม่กี่วัน

ขณะที่สื่อในท้องถิ่นรายงานว่า หญิงดวงเฮงคนนี้ได้ลอตเตอรี่จากลูกค้าคนหนึ่งซึ่งมาซื้อของบ่อยๆ ที่ร้านสะดวกซื้อแห่งนี้ ในปั๊มน้ำมันที่เมืองเลิฟส์ พาร์ก ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองชิคาโก ในรัฐอิลลินอยส์ ไปทางตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 85 ไมล์

และแล้วก็ได้เกิดเหตุการณ์สุดช็อก เมื่อลอตเตอรี่ใบนี้ ซึ่งมีสนนราคาใบละ 1 ดอลลาร์ หรือราว 37 บาท ได้กลายเป็นลอตเตอรี่เปลี่ยนชีวิตให้กับผู้หญิงคนนี้กลายเป็นเศรษฐี เพราะเป็นลอตเตอรี่ใบที่ถูกเลขแจ็กพอตลอตเตอรี่ ลักกี้ เดย์ จากการออกรางวัลเมื่อช่วงเที่ยงวันที่ 22 เมษายน ที่ผ่านมา ซึ่งเลขที่ออกคือ 25, 27, 3, 4, 6 และ 6 

‘ทุกอย่างเกิดขึ้นด้วยเหตุผล ฉันตั้งใจจะนำเงินรางวัลที่ได้นี้ไปช่วยดูแลคุณยาย ซื้อรถคันใหม่ รวมทั้งสร้างบ้าน ส่วนเงินรางวัลที่เหลือจะเอาไปฝากไว้’ หญิงดวงเฮงเผยกับเจ้าหน้าที่สลากกินแบ่ง ลักกี้ เดย์ ด้วยความดีใจ ในขณะที่ร้านแฟส มาร์ต จะได้ส่วนแบ่ง 10% ของเงินรางวัล 10,000 ดอลลาร์ จากการขายลอตเตอรี่ใบที่ถูกแจ็กพอต

Crภาพ:Courtesy of Illinois Lottery

ที่มา : mirror

ไมโครซอฟท์ทุ่ม 80,000 ล้าน ลงทุนเอไอ-คลาวด์คอมพิวติ้งในมาเลเซีย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2782658

ไมโครซอฟท์ทุ่ม 80,000 ล้าน ลงทุนเอไอ-คลาวด์คอมพิวติ้งในมาเลเซีย

2 พ.ค. 2567 14:09 น.

ไมโครซอฟท์ทุ่ม 80,000 ล้าน ลงทุนเอไอ-คลาวด์คอมพิวติ้งในมาเลเซีย

ไมโครซอฟท์ ประกาศการลงทุนเป็นเงินกว่า 81,000 ล้านบาท ในช่วง 4 ปีข้างหน้าในมาเลเซีย เพื่อขยายบริการคลาวด์และปัญญาประดิษฐ์

ไมโครซอฟท์ให้คำมั่นว่าจะลงทุน 2,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 81,100 ล้านบาท ในด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ และคลาวด์คอมพิวติ้ง ที่เป็นบริการประมวลผลและจัดเก็บข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ตในมาเลเซีย เพื่อช่วยพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเอไอของประเทศ

นายสัตยา นาเดลลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือซีอีโอของไมโครซอฟท์ อยู่ระหว่างเดินทางเยือนสามประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ อินโดนีเซีย ไทย และมาเลเซีย เพื่อประกาศการลงทุนด้านศูนย์ข้อมูลเอไอและบริการคลาวด์

ไมโครซอฟท์กล่าวในแถลงการณ์ ในขณะที่นายนาเดลลากล่าวปาฐกถาพิเศษในกรุงกัวลาลัมเปอร์ว่า วันนี้ไมโครซอฟท์ประกาศการลงทุน 2,200 ล้านดอลลาร์ในช่วง 4 ปีข้างหน้า เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลของมาเลเซีย ซึ่งเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของมาเลเซียในรอบ 32 ปี

แถลงการณ์ระบุว่า การลงทุนจะช่วยสร้างโครงสร้างพื้นฐานเอไอและคลาวด์ในมาเลเซีย สร้างศูนย์ความเป็นเลิศด้านเอไอ และให้การฝึกอบรมด้านเอไอแก่ชาวมาเลเซียมากถึง 200,000 คน นายนาเดลลากล่าวว่า “เรามุ่งมั่นที่จะสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงด้านเอไอของมาเลเซีย และมั่นใจว่าจะเป็นประโยชน์ต่อชาวมาเลเซียทุกคน”

“การลงทุนของเราในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและทักษะ จะช่วยให้ธุรกิจ ชุมชน และนักพัฒนาของมาเลเซีย ใช้เทคโนโลยีล่าสุดเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจและนวัตกรรมที่ครอบคลุมทั่วประเทศ”

นอกจากนี้ นายนาเดลลายังยืนยันการลงทุนในระหว่างการกล่าวปาฐกถาพิเศษ โดยกล่าวว่า เขายินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะประกาศการขยายธุรกิจ “เราต้องการสร้างความมั่นใจว่าเรามีโครงสร้างพื้นฐานระดับโลกในประเทศนี้ เพื่อให้ทุกองค์กร นักพัฒนาซอฟต์แวร์ทุกคน ทุกสตาร์ทอัพ สามารถใช้มันเพื่อไม่เพียงแต่สร้างเพื่อประเทศนี้เท่านั้น แต่เพื่อโลกและภูมิภาค”

การประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เขาประกาศการลงทุนมูลค่า 1,7000 พันล้านดอลลาร์ในอินโดนีเซีย รวมถึงภูมิภาคศูนย์ข้อมูลแห่งแรกของประเทศไทยในสัปดาห์นี้ เพื่อส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานด้านคลาวด์และเอไอ

การศึกษาโดยบริษัทที่ปรึกษาระดับโลก Kearney แสดงให้เห็นว่า เอไออาจช่วยกระตุ้นผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือจีดีพี ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2573 โดยคาดว่าจีดีพีของมาเลเซีย จะเพิ่มขึ้นกว่า 1 ใน 10 ของตัวเลขดังกล่าว

ด้านนายซาฟรุล อับดุล อาซิส รัฐมนตรีกระทรวงการค้ามาเลเซีย กล่าวในแถลงการณ์ว่า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์และเอไอที่จำเป็นของไมโคซอฟท์ ควบคู่ไปกับโอกาสด้านการพัฒนาทักษะด้านเอไอ จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถด้านดิจิทัลของมาเลเซียอย่างมีนัยสำคัญ 

ตามข้อมูลในเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ ไมโครซอฟต์เริ่มดำเนินธุรกิจในมาเลเซียในปี 2535 และปัจจุบันมีพนักงานมากกว่า 200 คน ปฏิบัติงานที่สำนักงานต่างๆ ในกรุงกัวลาลัมเปอร์และรัฐปีนัง บริษัทได้รับเสียงชื่นชมอย่างมากจากนักลงทุน นับตั้งแต่มีการผลักดันเพื่อเปิดให้บริการ generative AI โดยประกาศความร่วมมือมูลค่า 13,000 ล้านดอลลาร์ กับ OpenAI ผู้สร้าง ChatGPT ในปี 2566

นายนาเดลลากล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ยอดขายระหว่างเดือนมกราคม-มีนาคม เพิ่มขึ้น 17% จากปีที่แล้วเป็น 61,900 ล้านดอลลาร์ โดยมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 20% เป็น 21,900 ล้านดอลลาร์.

ที่มา AFP

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

สะพรึง อากาศร้อนสุดขั้ว ปลาหลายแสนตัวตายเกลื่อนอ่างเก็บน้ำในเวียดนาม (คลิป)

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2782651

สะพรึง อากาศร้อนสุดขั้ว ปลาหลายแสนตัวตายเกลื่อนอ่างเก็บน้ำในเวียดนาม (คลิป)

2 พ.ค. 2567 13:52 น.

สะพรึง อากาศร้อนสุดขั้ว ปลาหลายแสนตัวตายเกลื่อนอ่างเก็บน้ำในเวียดนาม (คลิป)

สยอง ปลาหลายแสนตัวตายเกลื่อน ลอยเป็นแพเหนือผิวน้ำที่อ่างเก็บน้ำ Song May ในจังหวัดด่งนาย (Dong Nai) ทางภาคใต้ของเวียดนาม จนสร้างความตื่นตระหนกตกใจให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่และชาวเวียดนามทั้งประเทศเป็นอย่างมาก

ขณะที่สถานีโทรทัศน์และสื่อออนไลน์ต่างรายงานสถานการณ์ปลาหลายแสนตัวตายเกลื่อนเป็นแพ ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนจัดและแห้งแล้งหนัก จนน้ำในอ่างเก็บน้ำแทบไม่มี

ทางภาคใต้ของเวียดนามแล้งจัด จนทำให้อ่างเก็บน้ำแห้งผาก แทบไม่มีน้ำเหลือ

สื่อในเวียดนามและชาวบ้านในพื้นที่ได้ตั้งข้อสังเกตถึงสาเหตุที่ทำให้ปลาตายพร้อมกันมหาศาลเช่นนี้ ว่าเป็นเพราะคลื่นความร้อนที่แผ่ปกคลุมเอเชีย จากภาวะโลกร้อน สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงหนัก ทำให้เวียดนามมีสภาพอากาศร้อนจัดไม่แพ้ชาติเพื่อนบ้านในอาเซียน รวมทั้ง การบริหารจัดการอ่างเก็บน้ำ Song May ที่ไม่ดี เพราะแทบไม่มีน้ำเหลืออยู่ในอ่างเก็บน้ำ

ตามรายงานของสื่อในเวียดนาม ระบุถึงสภาพอากาศที่แห้งแล้งในบริเวณอ่างเก็บน้ำ Song May ที่จังหวัดด่งนาย จนทำให้ปลาหลายแสนตัวตายว่า เกิดขึ้นหลังจากไม่มีฝนตกในพื้นที่มานานหลายสัปดาห์แล้ว และระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำก็ลดต่ำลงมาก จนทำให้สัตว์น้ำยากจะมีชีวิตรอด ในขณะที่ เจ้าหน้าที่ที่ดูแลจัดการอ่างเก็บน้ำ ก็จำเป็นต้องปล่อยน้ำออกจากอ่างเก็บน้ำ เพื่อช่วยให้เกษตรกรมีน้ำในการรักษาผลิตผลทางการเกษตร นอกจากนั้น จากการที่มีปลาตายหลายแสนตัวทำให้ขณะนี้ปลาเริ่มเน่าและส่งกลิ่นเหม็นแล้ว

ขณะนี้ เวียดนามเหมือนกับประเทศเพื่อนบ้านหลายประเทศในภูมิภาคอาเซียน ที่เผชิญกับสภาพอากาศร้อนจัด อุณหภูมิสูงกว่า 41 องศาเซลเซียส เนื่องจากคลื่นความร้อนแผ่ปกคลุม จนทำให้ทางการต้องสั่งปิดโรงเรียน ในขณะที่การใช้กระแสไฟฟ้าก็พุ่งสูงขึ้น เนื่องจากประชาชนจำเป็นต้องเปิดเครื่องปรับอากาศให้ความเย็นกันมากขึ้น

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : channelnewsasia

บราซิลน้ำทะลักท่วมฉับพลัน ดับแล้วอย่างน้อย 10 ศพ (คลิป)

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2782629

บราซิลน้ำทะลักท่วมฉับพลัน ดับแล้วอย่างน้อย 10 ศพ (คลิป)

2 พ.ค. 2567 12:42 น.

บราซิลน้ำทะลักท่วมฉับพลัน ดับแล้วอย่างน้อย 10 ศพ (คลิป)

พายุฝนตกหนักส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันทางตอนใต้ของบราซิล ล่าสุดมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 10 ศพ และสูญหายอีก 21 ราย

เจ้าหน้าที่กู้ภัยใช้เฮลิคอปเตอร์ขึ้นบินเพื่อปฏิบัติภารกิจค้นหาผู้สูญหาย และเร่งช่วยเหลือประชาชนจำนวนมากที่ติดอยู่บนหลังคาบ้านเรือน หลังจากมวลน้ำมหาศาลทะลักเข้าท่วมพื้นที่เมืองริโอ แกรนเด โด ซุล ทางตอนใต้ของบราซิล โดยในบางพื้นที่น้ำท่วมรุนแรงมาก จนไม่สามารถนำเฮลิคอปเตอร์ลงจอดได้ และต้องใช้วิธีหย่อนเชือกเพื่อดึงตัวผู้ประสบภัยขึ้นมา ทำให้รัฐบาลท้องถิ่นต้องขอความช่วยเหลือไปยังรัฐบาลกลางให้ช่วยสนับสนุนในด้านต่างๆ เนื่องจากยังมีประชาชนที่รอคอยความช่วยเหลืออีกจำนวนมาก

ดูคลิป ที่นี่

นายเอดูอาร์โด เลเต้ ได้โพสต์ข้อความทาง X ไปยังประธานาธิบดีลูลา ว่า ได้โปรดส่งความช่วยเหลือให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้มายังเมืองริโอ แกรนเด โด ซุล ด้วย เพราะเมืองนี้ยังมีประชาชนหลายร้อยคน ในหลายเขตที่ยังคงต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วนจากฝนตกหนักและน้ำท่วม โดยจะยังคงมีฝนตกลงมาเพิ่มอีกในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

ขณะที่ประธานาธิบดี ลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ได้โพสต์ตอบว่า รัฐบาลกลางจะเร่งส่งความช่วยเหลือไปสมทบให้แก่รัฐบาลท้องถิ่นโดยเร็ว เพื่อให้สามารถผ่านช่วงเวลาแห่งความยากลำบากนี้ไปด้วยกัน ซึ่งทั้งหมดเป็นผลของสภาพอากาศเปลี่ยน จนกระทบต่อโลกของเรา

ทั้งนี้ ตัวเลขจากทางการยืนยันว่า มีผู้เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วมครั้งนี้แล้วอย่างน้อย 10 ศพ ในจำนวนนี้ 2 ศพเสียชีวิตหลังติดอยู่ภายในรถที่ถูกน้ำพัดพาจมหาย ขณะที่คนอื่นๆ เสียชีวิตจากดินถล่มในซัลวาดอร์ โด ซุล นอกจากนี้ ยังมีผู้สูญหายอีก 21 คน และอีกราว 1,500 คน ติดอยู่ท่ามกลางน้ำท่วม ขณะที่มีรายงานสะพานหลายแห่งพังถล่ม ทำให้หน่วยกู้ภัยประสบความยากลำบากในการเข้าไปถึงพื้นที่ โดยเมื่อปีที่แล้วที่เมืองริโอ แกรนเด โด ซุล แห่งนี้ต้องเผชิญกับพายุไซโคลน ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 30 ศพ.

ที่มา : BBC

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ บราซิล

จอร์เจียปะทะเดือดต้านร่างกฎหมายตัวแทนต่างชาติ (ชมคลิป)

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2782621

จอร์เจียปะทะเดือดต้านร่างกฎหมายตัวแทนต่างชาติ (ชมคลิป)

2 พ.ค. 2567 12:12 น.

จอร์เจียปะทะเดือดต้านร่างกฎหมายตัวแทนต่างชาติ (ชมคลิป)

ตำรวจปราบจลาจลในจอร์เจียยิงแก๊สน้ำตาและปืนฉีดน้ำเพื่อสลายการชุมนุมของฝูงชนที่ประท้วงร่างกฎหมายที่ผู้คัดค้านมองว่ามุ่งเป้าไปที่เสรีภาพของสื่อ

ผู้คนจำนวนมากโบกธงชาติจอร์เจียและสหภาพยุโรป บริเวณด้านหน้ารัฐสภาเป็นคืนที่ 2 เพื่อประท้วงกฎหมายที่พวกเขามองว่าเป็นกฎหมายที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรัสเซีย ขณะที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผ่านความเห็นชอบการพิจารณาร่างกฎหมายตัวแทนต่างชาติ ในการพิจารณาในวาระที่ 2 เมื่อวันพุธ (1 พ.ค.) ด้วยคะแนนเสียง 83 ต่อ 23 เสียง

นางอัวร์ซูลา ฟ็อน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป กล่าวว่าได้ติดตามเหตุการณ์ในจอร์เจียด้วยความกังวลอย่างยิ่ง และกล่าวเสริมว่า “ชาวจอร์เจียต้องการอนาคตในการเป็นยุโรปสำหรับประเทศของตน จอร์เจียอยู่บนทางแยกซึ่งควรจะอยู่บนเส้นทางสู่ยุโรป” โดยพรรครัฐบาลจอร์เจียต้องการให้มีการบังคับใช้กฎหมายภายในสิ้นเดือนนี้ แต่นักวิจารณ์กล่าวว่าเป็นการใช้อำนาจเผด็จการ

ชาวจอร์เจียร่วมในการประท้วงต้านร่างกฎหมายดังกล่าวมานานเกือบ 1 เดือน โดยเมื่อคืนวันอังคาร ได้เกิดการปะทะกันระหว่างตำรวจและผู้ประท้วงบนถนนรุสทาเวลี ด้านนอกรัฐสภา ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายคน รวมถึงเลวาน คาเบชวิลี ประธานพรรคฝ่ายค้าน United National Movement ผู้เห็นเหตุการณ์กล่าวหาว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจบางคนทำร้ายร่างกายผู้ประท้วง ด้านนายโจเซป บอเรลล์ ผู้แทนระดับสูงด้านนโยบายต่างประเทศและความมั่นคงของสหภาพยุโรป กล่าวประณามความรุนแรงต่อชาวจอร์เจีย ที่แสดงออกอย่างสันติต่อต้านกฎหมายว่าด้วยอิทธิพลต่างชาติ

จอร์เจียได้รับสถานะประเทศผู้สมัครเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว และการสำรวจชี้ว่าประชากรประมาณ 80% เห็นด้วยที่จะเข้าร่วม

การประท้วงต่อต้านร่างกฎหมายนี้เริ่มขึ้นในช่วงกลางเดือนเมษายน หลังจากที่พรรคจอร์เจียนดรีม ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลเสนอมาตรการที่กำหนดให้องค์กรพัฒนาเอกชนและสื่ออิสระ ลงทะเบียนเป็นองค์กรที่ “แบกรับผลประโยชน์จากมหาอำนาจจากต่างประเทศ” หากได้รับเงินสนับสนุนจากต่างชาติเกิน 20% ของเงินทุนจากผู้บริจาคต่างประเทศ

นอกจากนี้ พวกเขายังจะต้องถูกตรวจสอบโดยกระทรวงยุติธรรมของจอร์เจีย และอาจถูกบังคับให้แบ่งปันข้อมูลที่ละเอียดอ่อน หรือต้องเผชิญกับค่าปรับสูงถึง 25,000 ลารีจอร์เจีย 

ด้านพรรคฝ่ายค้านกล่าวว่ากฎหมายดังกล่าวได้รับแรงบันดาลใจจากกฎหมายเผด็จการที่รัสเซียใช้เพื่อปราบปรามผู้เห็นต่าง แต่บิดซินา อิวานิชวิลี มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้งพรรคจอร์เจียนดรีม อ้างว่าชาติตะวันตกกำลังให้จอร์เจียเป็นส่วนหนึ่งของการเผชิญหน้ากับรัสเซีย

ผู้ประท้วงเกรงว่าร่างกฎหมายตัวแทนต่างชาติ อาจถูกนำไปใช้ในการทำลายเสียงวิพากษ์วิจารณ์ก่อนการเลือกตั้งรัฐสภาในปลายปีนี้ เนื่องจากกฎหมายเผด็จการที่มีความคล้ายคลึงกันนี้ ซึ่งมีผลบังคับใช้ในรัสเซียเมื่อปี 2555 ได้ถูกนำมาใช้เพื่อลดเสียงวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลรัสเซีย ซึ่งรวมถึงบุคคลสำคัญทางวัฒนธรรม องค์กรสื่อ และกลุ่มประชาสังคม

ชาวจอร์เจียจำนวนมากกลัวว่ามาตรการดังกล่าวจะทำให้จอร์เจียอาจเผชิญอุปสรรคในการเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป เนื่องจากผู้แทนระดับสูงด้านนโยบายต่างประเทศของอียูเตือนว่าร่างกฎหมายดังกล่าวมีเนื้อหาขัดต่อค่านิยมพื้นฐานของอียู

แต่รัฐบาลของนายอิราคลี โคบาคิดเซ นายกรัฐมนตรีจอร์เจีย ยังคงยืนยันว่าร่างกฎหมายนี้มีความจำเป็น นายโคบาคิดเซกล่าวหาองค์กรพัฒนาเอกชนที่พยายามก่อการปฏิวัติในจอร์เจียสองครั้ง การส่งเสริม “โฆษณาชวนเชื่อสำหรับเกย์” และโจมตีโบสถ์ออร์ทอดอกซ์จอร์เจีย รัฐบาลจอร์เจียยืนยันว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการรับรองความโปร่งใส และปฏิเสธว่าไม่ได้ขัดต่อค่านิยมพื้นฐานของยุโรป และรัสเซียไม่ได้อยู่เบื้องหลังกฎหมายดังกล่าว.

ที่มา BBC

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

อินโดนีเซียอพยพเพิ่มอีก หลังภูเขาไฟรวงปะทุต่อเนื่อง (คลิป)

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2782611

อินโดนีเซียอพยพเพิ่มอีก หลังภูเขาไฟรวงปะทุต่อเนื่อง (คลิป)

2 พ.ค. 2567 11:24 น.

อินโดนีเซียอพยพเพิ่มอีก หลังภูเขาไฟรวงปะทุต่อเนื่อง (คลิป)

ภูเขาไฟรวงในอินโดนีเซียยังคงปะทุพ่นเถ้าถ่านอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ปะทุรอบที่สองในรอบ 2 สัปดาห์ เมื่อวันอังคาร ส่งผลให้ทางการต้องสั่งอพยพประชาชนเพิ่มเติม และยกระดับเตือนภัยขั้นสูงสุด


เกาะสุลาเวสียกระดับเตือนภัยเป็นระดับสูงสุดอีกครั้ง หลังจากภูเขาไฟรวงยังคงปะทุพ่นเถ้าถ่านออกมาไม่หยุด โดยพ่นควันเถ้าถ่านขึ้นไปบนท้องฟ้าสูงเกือบ 2 กิโลเมตร ซึ่งนับเป็นการปะทุรอบที่ 2 ในรอบ 2 สัปดาห์

ดูคลิป ที่นี่

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลให้ต้องปิดสนามบิน ขณะที่มีรายงานว่าหมู่บ้านที่อยู่ใกล้เคียงถูกปกคุลมไปด้วยเถ้าถ่านจนขาวโพลน

ขณะเดียวกัน หน่วยงานธรณีวิทยาของอินโดนีเซีย ได้ออกประกาศเตือนประชาชนและนักปีนเขาให้อยู่ห่างจากปล่องภูเขาไฟในรัศมี 6 กิโลเมตร หลังพบความเคลื่อนไหวภายในภูเขาไฟเพิ่มมากขึ้น

โดยภูเขาไฟรวงความสูง 725 เมตร ตั้งอยู่ในจังหวัดสุลาเวสีเหนือ ห่างจากสนามบินนานาชาติ ซัม ราตูลางี ในเมืองมานาโดราว 95 กิโลเมตร โดยขณะนี้กลุ่มควันและเถ้าถ่านได้ปกคลุมไปทั่วเมืองมานาโด ที่มีประชากรราว 430,000 คน จนทำให้เมืองมืดครึ้มต้องใช้ไฟแม้ในเวลากลางวัน โดยนับตั้งแต่วันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา มีประชาชนมากกว่า 11,000 คน ที่ต้องอพยพออกจากพื้นที่ หลังจากทางการออกมาเตือนว่า การปะทุครั้งใหญ่อาจจะทำให้ภูเขาไฟบางส่วนพังถล่มลงมาสู่ทะเล และอาจทำให้เกิดสึนามิ ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อหมู่บ้านที่อยู่ใกล้เคียง แต่หลังจากนั้นรัฐบาลก็ลดระดับเตือนภัยลง

ภูเขาไฟรวงเป็นหนึ่งในภูเขาไฟ จำนวน 130 ลูก ของอินโดนีเซียที่ยังคงมีความเคลื่อนไหวอยู่ ทำให้อินโดนีเซียซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่วงแหวนแห่งไฟต้องเผชิญกับเหตุภูเขาไฟระเบิด และแผ่นดินไหวอยู่บ่อยครั้ง.

ที่มา : เอพี

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ภูเขาไฟ

เล่าละเอียดยิบ นาที ‘อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม’ แจ้งลาออก คาดเกิดแรงกดดัน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/574007

02 พ.ค. 2567

18:20 น.

เล่าละเอียดยิบ นาที 'อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม' แจ้งลาออก คาดเกิดแรงกดดัน

‘ประธาน กมธ.อุตสาหกรรม’ เล่านาที ‘จุลพงษ์ ทวีศรี’ แจ้งลาออก เผยที่ประชุมตกใจกันหมด คาดเกิดแรงกดดัน แต่ไม่รู้จากไหน

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ประธานคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม (ปธ.กมธ.อก) และสส.จังหวัดราชบุรี เขต 4 พรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดเผยถึงกรณีที่ นายจุลพงษ์ ทวีศรี อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม แจ้งลาออกในที่ประชุมคณะกมธ.อก.ว่า เรื่องนี้ไม่ควรพูดว่า นายจุลพงษ์ มาประกาศลาออกในที่ประชุมกมธ.อก. แต่เนื่องจากในที่ประชุมมีการพูดคุยถึงปัญหาในการสอบหาข้อเท็จจริง 

ขณะเดียวกันตนในฐานะประธานคณะกมธ.อก. ต้องมีการขอเอกสาร ขอความร่วมมือในการดำเนินการ รวมถึงต้องมีการสั่งด้วยเอกสาร เพื่อการประชุมครั้งหน้าในเรื่องการติดตามผล โดยขอให้อธิบดีกรมโรงงานเตรียมข้อมูลอะไรมาชี้แจงเพิ่มเติมบ้าง ในเรื่องเกี่ยวกับเหตุไฟไหม้โรงงานในจังหวัดระยองและกรณีการขนย้ายกากแคดเมียม ตามข้อแนะนำของประธานและข้อท้วงติงของคณะกมธ.อก. 


นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์

นายอัครเดช เล่าว่า พอเสร็จการหารือและเป็นช่วงท้ายของการสรุปประชุม นายจุลพงษ์ เหมือนจะแจ้งให้ตนทราบว่า สิ่งที่ขอไปนั้นในการประชุมครั้งหน้า ท่านไม่ได้มาเข้าร่วมประชุมแล้ว และไม่สามารถมาแจ้งข้อมูลหรือไม่สามารถมาทำหน้าที่ให้ตนตามที่ขอไปในฐานะประธานกมธ.อก.ได้แล้ว เพราะได้ลาออกจากอธิบดีกรมโรงงาน เมื่อสักครู่นี้ (วันที่ 1 พ.ค.) ตอนนั้นตนเองอยู่ในห้องประชุมก็ตกใจ เพราะตลอดระยะเวลาในการประชุมตั้งแต่ช่วงบ่ายโมงจนถึงช่วงค่ำ ก็ไม่มีวี่แววว่านายจุลพงษ์จะลาออก

ขณะเดียวกันตนเองก็ได้หันสอบถามท่านปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายณัฐพล รังสิตพล ซึ่งนั่งอยู่ติดกันกับอธิบดีกรมโรงงานว่า ท่านปลัดได้ยับยั้งการลาออกของท่านอธิบดีหรือไม่ ท่านบอกว่า ท่านก็พึ่งรับทราบเดี๋ยวนี้ และท่านก็ไม่ได้ตอบอะไรมา เพราะท่านปลัดเองก็ยังตกใจอยู่เหมือนกัน และตนเองก็รู้สึกเสียดายในการลาออกของนายจุลพงษ์ เพราะทำงานร่วมกัน ในฐานะที่ตนเป็นประธานกรรมาธิการอุตสาหกรรม ที่ผ่านมานายจุลพงษ์ก็ให้ความร่วมมือมาตลอด และทราบว่าเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถในเรื่องของกรมโรงงานและยังเป็นลูกหม้อ เป็นคนหนึ่งที่ตั้งใจในการทำงาน และเมื่อวานตนได้บอกให้ไปทบทวนใหม่เรื่องลาออกใหม่ แต่นายจุลพงษ์บอกว่าได้ยื่นลาออกไปแล้ว ซึ่งตนก็เคารพการตัดสินใจ   

ส่วนสาเหตุการลาออกนั้น นายจุลพงษ์ไม่ได้ให้เหตุผลว่าเพราะอะไร แต่เนื่องจากเราก็ทราบแต่เพียงว่า เหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับกรมโรงงานช่วงนี้เกิดขึ้นเยอะมาก จึงอาจเกิดภาวะแรงกดดันและทำให้เกิดความคาดหวังจากที่พี่น้องประชาชนและสังคม มาที่ตัวท่านมากเป็นพิเศษในช่วงนี้ ส่วนจะมีแรงกดดันจากไหนตนไม่ทราบ
 

สำหรับปัญหาต่างๆ นายอัครเดช ระบุว่า เลยจากปัญหาของกรมโรงงานไปแล้ว เพราะเป็นปัญหาหมักหมมมานานหลายปี ก่อนที่นายจุลพงษ์จะเข้ามารับตำแหน่ง อันนี้คือข้อเท็จจริง ซึ่งเป็นปัญหาทั้งข้อกฎหมาย ปัญหาเรื่องงบประมาณ รวมทั้งปัญหาที่เกิดขึ้นใหม่ ดังนั้นการแก้ปัญหานี้ได้ไม่ใช่อยู่ที่อธิบดีกรมโรงงานเพียงกรมเดียวแล้ว ต้องมีการบูรณาการร่วมกับอีกหลายหน่วยงาน

“อย่างที่ท่านนายกรัฐมนตรี ที่ท่านได้สั่งการนั้นถูกต้องแล้ว คือต้องบูรณาการกันหลายหน่วยงาน ซึ่งปัญหาอยู่เหนือระดับอธิบดีมาควบคุม ในการแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน ทั้งเรื่องกากแคดเมียม และเรื่องโรงงานไฟไหม้ ดังนั้นปัญหาจากนี้ไป เราก็จะพยายามแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้รวดเร็ว และหาทางป้องกัน โดยต้องแบ่งเป็นระยะสั้น  ระยะกลาง และระยะยาว เพราะการแก้กฎหมาย ไม่สามารถแก้ได้ภายในเดือนหรือสองเดือน มันต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร และในฐานะที่เราเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ เรามุ่งมั่นแก้กฎหมายให้สำเร็จ เพราะเป็นหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ” นายอัครเดช กล่าว

เล่าละเอียดยิบ นาที \'อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม\' แจ้งลาออก คาดเกิดแรงกดดัน

ล้มบ้านใหญ่ ‘ธนาธร’ ลุย สจ.ปั้น ‘ทุนสีส้ม’ กรุยทางโค่นคุณปลื้ม

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573995

02 พ.ค. 2567

16:31 น.

ล้มบ้านใหญ่ ‘ธนาธร’ ลุย สจ.ปั้น ‘ทุนสีส้ม’ กรุยทางโค่นคุณปลื้ม

กลเกมสีส้ม เปิดตัว มนตรี แสนเวียงจันทร์ นักธุรกิจอสังหาฯ 4 พันล้านลงสนามท้องถิ่นเล็กๆ แต่เล่นใหญ่ ท้ารบบ้านใหญ่ตระกูลคุณปลื้ม

ออกสตาร์ท ธนาธร รุกท้องถิ่นเมืองชล ปั้นทุนสีส้ม ลุยเลือกซ่อม สจ.ชลบุรี ท่ามกลางข้อกังขา เกมไต่บันไดดาว สู่เป้าหมายนายก อบจ.

เปิดตัว มนตรี แสนเวียงจันทร์ นักธุรกิจอสังหาฯรายใหญ่ สวมเสื้อส้มลงสนามท้องถิ่นเล็กๆ แต่เล่นใหญ่ ท้ารบบ้านใหญ่ตระกูลคุณปลื้ม สมรภูมิเลือกตั้งขนาดเล็ก แต่คนดังลงสนามในชั่วโมงนี้ ต้องยกให้การเลือกตั้งซ่อม ส.อบจ.ชลบุรี อ.ศรีราชา เขต 5 ซึ่ง กกต.กำหนดให้วันอาทิตย์ที่ 2 มิ.ย.2567 เป็นวันเลือกตั้ง

ในวันศุกร์ที่ 3 พ.ค.2567 ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า จะไปเปิดการปราศรัยช่วยผู้สมัคร ส.อบจ.ของคณะก้าวหน้า ที่ตลาดวรกิจ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เวลานี้ก็มี มนตรี แสนเวียงจันทร์ เบอร์ 1 ผู้สมัคร ส.อบจ. คณะก้าวหน้า เป็นคนเดียวที่ออกหาเสียง และเหมือนแข่งกับตัวเอง  

พื้นที่เลือกตั้งเขต 5 อ.ศรีราชา ประกอบด้วย ต.บึง และ ต.บ่อวิน โดยการเลือกตั้ง ส.อบจ.ชลบุรี ปี 2563 รุจิภาส ทรัพยา ได้รับการเลือกเป็น สจ.เขตนี้

กลางเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา สจ.ระ หรือรุจิภาส ทรัพยา ได้ลาออกจากตำแหน่ง ส.อบจ.ชลบุรี จึงต้องมีการเลือกตั้งซ่อม  กล่าวสำหรับ มนตรี แสนเวียงจันทร์ อาจเป็นคนหน้าใหม่ในวงการเมือง แต่ในภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ภาคตะวันออก เขาคือเบอร์ต้นๆ ในฐานะกรรมการผู้จัดการบริษัท แสนมณี พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด 

เสี่ยมนตรี ตัดสินใจเล่นการเมืองท้องถิ่นเป็นครั้งแรกในชีวิต โดยส่วนตัวเขารู้จักทั้ง ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ 

กลเกมเลือกตั้งสีส้ม

มีรายงานข่าวจากสื่อท้องถิ่นชลบุรี กรณีมนตรี แสนเวียงจันทร์ ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.อบจ.ชลบุรี อ.ศรีราชา เขต 5 มีการจับกลุ่มพูดคุยกันอย่างกว้างขวาง เนื่องจาก นายก อบจ. และสภา อบจ.ชลบุรี จะหมดวาระในวันที่ 20 ธ.ค.2567 ซึ่งเหลือเวลาในการทำงาน 8-9 เดือน แต่เหตุใด รุจิภาส ทรัพยา จึงลาออกจาก ส.อบจ.ชลบุรี

ปี 2563 รุจิภาส ทรัพยา ลงสมัคร ส.อบจ.ชลบุรี อ.ศรีราชา เขต 5 ในนามคณะคณะก้าวหน้าเปลี่ยนชลบุรี ซึ่งเวลานั้น ธนาธร จับมือกับเฮียเป้า จิรวุฒิ สิงห์โตทอง ร่วมทีมกันส่งทั้งนายก อบจ. และสภา อบจ. ด้วยเหตุนี้ จึงมีกลุ่มการเมืองท้องถิ่นในชลบุรีมองว่า การที่ มนตรี แสนเวียงจันทร์ ลงเลือกซ่อม ส.อบจ.ชลบุรี ในครั้งนี้ ก็หวังจะได้เป็น ส.อบจ.เป็นบันไดขั้นแรก เพื่อกรุยทางสู่สนามนายก อบจ.

หากทางพรรคก้าวไกล ต้องการส่งมนตรีลงสมัครรับเลือกตั้งนายก อบจ.ชลบุรี ในช่วงต้นปี 2568 ก็จะใช้คุณสมบัติเคยเป็นสมาชิกสภาจังหวัด ลงสมัครรับเลือกตั้งได้เลย

เสี่ยมนตรี ลุยสนาม สจ. หวังไปต่อสนามใหญ่ นายก อบจ.ชลบุรี ปี 2568เสี่ยมนตรี ลุยสนาม สจ. หวังไปต่อสนามใหญ่ นายก อบจ.ชลบุรี ปี 2568

ขณะนี้ พรรคก้าวไกลยังไม่ได้เปิดตัวว่า จะส่งใครลงสมัครนายก อบจ.ชลบุรี ซึ่งต้องเจอคู่แข่งอย่าง วิทยา คุณปลื้ม นายก อบจ.ชลบุรี หลายสมัย ในนามกลุ่มเรารักชลบุรี 

ศึกเลือกตั้งท้องถิ่นชลบุรี ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หมายมั่นปั้นมือจะต้องโค่นบ้านใหญ่ตระกูลคุณปลื้มให้ได้ หลังจากสมัยที่แล้ว ส่งลูกสาวเฮียเป้าลงสนาม แล้วพ่ายวิทยาแบบไม่ได้ลุ้น


ไร้ปริญญาแต่มี 4 พันล้าน

เมื่อหลายปีก่อน คนแถวภาคตะวันออกคงเคยผ่านตาหนังสือชื่อ ‘จากเด็กแย่งข้าวหมา..สู่อสังหาฯ 4,000 ล้าน! มนตรี แสนเวียงจันทร์ กับแรงบันดาลใจสุดปัง’  หนังสือเล่มนี้ มนตรี แสนเวียงจันทร์ ลงมือเขียนประวัติตัวเอง จบ ม.6 ทิ้งเส้นทางการเรียน ไร้ต้นทุน ไร้ปริญญา แต่สร้างอาณาจักรแสนมณี พร็อพเพอร์ตี้ มูลค่ากว่า 4 พันล้านสำเร็จ

เหนืออื่นใด สมพร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานกรรมการบริหารไทยซัมมิท กรุ๊ป และมารดาธนาธร ได้เขียนคำนิยมให้หนังสือของเสี่ยมนตรีด้วย

หากพิจารณาจากเส้นทางชีวิตเสี่ยมนตรี การตัดสินใจเล่นการเมืองท้องถิ่น คงไม่มุ่งหวังแค่เป็น สจ.ตัวเล็กในสภา อบจ.ชลบุรี เป็นแน่

เชื่อว่า เสี่ยมนตรีต้องการลงสมัครนายก อบจ.ชลบุรี และการลงสมัคร ส.อบจ.ชลบุรี อ.ศรีราชา หวังผลเป็น สจ. เพื่อยื่นขอสมัครนายก อบจ. ในโอกาสต่อไป

ทุนสีส้มเมืองชล ได้ส่งสัญญาณไปถึงบ้านใหญ่เมืองชลตระกูลคุณปลื้ม รวมถึงบ้านใหม่เสี่ยเฮ้ง สุชาติ ชมกลิ่น เจอกันแน่ศึกนายก อบจ.ชลบุรี

ทอ. เตรียมซื้อเครื่องบิน 4 ลำ 19,000 ลบ.

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573983

02 พ.ค. 2567

14:42 น.

ทอ. เตรียมซื้อเครื่องบิน 4 ลำ 19,000 ลบ.

กองทัพอากาศ จัดซื้อเครื่องบิน 4 ลำ 19,000 ลบ. บรรจุในงบปี 68 รวมจัดฝูงบินรบได้ปี 72 มอบสนามงูคืนสนามบินดอนเมือง อาจเรียกค่าชดเชย 3,000 ล้าน แค่คำนวนระยะยาว

พลอากาศเอก พันธุ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ กล่าวถึงการจัดซื้อเครื่องบินรบฝูงใหม่ จำนวน 4 ลำ วงเงิน 19,000 ล้านบาท งบผูกพัน 4 ปี ได้ถูกบรรจุในงบประมาณ 2568 แล้ว ผ่านการอนุมัติของ ครม. และอยู่ระหว่างดำเนินการในขั้นตอนต่อไป ส่วนการเลือกแบบ อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการ แต่เชื่อว่าประมาณกลางเดือนมิถุนายนจะมีความชัดเจน โดยในเดือนพฤษภาคมจะทำ workshop ของเครื่องบินทั้ง 2 แบบ (กริพเพน จากสวีเดน และ ตระกูล F จากสหรัฐฯ) ซึ่งจะต้องทำด้วยความรอบคอบ ระมัดระวัง เพราะถือเป็นโอกาสเดียวในการจัดหา ซึ่งใช้งบประมาณค่อนข้างสูง เพื่อให้ได้ของที่ดีที่สุด

ส่วนที่กองทัพเรือเคยเสนอจัดซื้อเรือฟริเกตของกองทัพเรือ แล้วยังถูกตีตกในชั้นคณะกรรมาธิการฯ งบปี 2567 ผบ.ทอ. กล่าวว่า ในส่วนกองทัพอากาศมีเหตุผลและความจำเป็นที่ได้ชี้แจงเมื่อ 3 ปีที่แล้ว และมีการขยับการจัดซื้อจัดหา หากมีเหตุผลที่จำเป็นมากกว่าก็ต้องยอมรับ แต่ในส่วนของความมั่นคงเราต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ในการที่จะปกป้องงบประมาณที่จะมาดูแล ในการทำหน้าที่ตามบทบาท ความรับผิดชอบของกองทัพอากาศ โดยในปี 2572 เป็นต้นไป กองทัพอากาศจะทยอยปลดประจำการเครื่องบินเป็นจำนวนมากจาก 6 ฝูงบิน อาจจะเหลือแค่ 3 ฝูงบิน และมีฝูงบินรบหลักเหลือเพียง 2 ฝูงบินเท่านั้น คือที่กองบิน 7 จ.สุราษฎร์ธานี กับกองบิน 4 จ.นครสวรรค์ เพราะกองบิน 1 จะต้องทยอยปลด ในปี 2572 เป็นต้นไป

ผบ.ทอ. ยังกล่าวต่อว่า ถ้าหากดูตามไทม์ไลน์ เราจัดหาในปี 2568 ซึ่งอาจจะช้าไปแล้วด้วย 4+4+4 รวม 12 เครื่อง ครบ 1 ฝูง กว่าจะเรียบร้อยเข้ามาประจำการอาจใช้เวลานาน หลังปี 2572 เป็นต้นไปจะต้องทยอยเอาเครื่องบินรบเข้าประจำการในกองบิน 1 ซึ่ง 4 เครื่องแรก ที่จะจัดซื้อในปีงบประมาณ 2568 ยังรับประกันไม่ได้ว่าจะเข้าประจำการ ภายในปี 2572 เพราะต้องมีการฝึก การรับเครื่องบิน รวมถึงการฝึกพร้อมรบ เพื่อให้นักบินพร้อมปฏิบัติภารกิจ อย่างน้อยที่สุดหากเราได้จัดหาเครื่องบินมาภายในปี 2568 ปลายปี 2572 อาจทำให้กองทัพอากาศมีความพร้อมรบได้ในระดับหนึ่ง

พลอากาศเอก พันธุ์ภักดี ยังกล่าวถึงการนำสนามกอล์ฟกานตรัตน์ หรือสนามงู ให้การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย หรือ ทอท. ไปพัฒนาต่อยอดตามนโยบายของรัฐบาลว่า ตนได้ไปพูดคุยกับ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง หากใช้ประโยชน์สนามกอล์ฟกานตรัตน์ได้ กองทัพอากาศก็ยินดีสนับสนุน และทางนายกรัฐมนตรีได้ให้ความกรุณาในการหารือกับ ทอท. ว่าควรที่จะให้ค่าชดเชยให้กับกองทัพอากาศ

สำหรับค่าใช้จ่ายก็ยังต้องหารือร่วมกัน ว่าจะต้องเป็นจำนวนเงินเท่าใด คงไม่ใช่ 3,000 ล้านบาท อย่างที่เป็นข่าว เป็นเพียงประมาณการว่าค่าชดเชยต่อปีเท่าไร เช่นในแต่ละปีมีค่าใช้จ่าย แคดดี้เท่าไร ค่าใช้จ่ายของร้านค้า พนักงาน จะมีกำไรที่มาเป็นทุนให้กับลูกหลานกองทัพอากาศ และเราไปซื้อประกันภัยพิทักษ์พลหมู่ กำไรจากสนามกอล์ฟกานตรัตน์ปีละ 5 ล้านบาท แต่รายรับทั้งหมดประมาณ 90 กว่าล้าน ซึ่งเราก็มีรายจ่ายที่ต้องดูแลหลายส่วน ตัวเลข 3,000 ล้านบาท เป็นการคำนวนระยะยาว กองทัพอากาศไม่ได้คาดหวังถึงขนาดนั้น แต่อยากให้คุยในเรื่องตัวเลขความเหมาะสมมากกว่า ซึ่ง ทอท. ก็ยินดีที่จะพูดคุย เพื่อหาที่ลงตัวเหมาะสมที่สุด

“พื้นที่สนามกอล์ฟกานตรัตน์ เป็นของกรมธนารักษ์ และมอบให้กองทัพอากาศดูแล ซึ่งบริเวณนี้มีอยู่ประมาณ 5,000 กว่าไร่ และได้ให้ ทอท. ไปแล้ว 3,600 ไร่  ที่ใช้เป็นพื้นที่สนามบินในปัจจุบัน เพื่อให้นำไปใช้ประโยชน์ ที่ผ่านมากองทัพอากาศไม่ได้รับเงินอะไรจาก ทอท.”

พรรคเพื่อไทย – พรรคก้าวไกล เตรียมแก้ กม.ประชามติ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573976

02 พ.ค. 2567

12:58 น.

พรรคเพื่อไทย - พรรคก้าวไกล เตรียมแก้ กม.ประชามติ

พรรคเพื่อไทย – พรรคก้าวไกล เตรียมแก้ กม.ประชามติ ก่อนเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ คาดการณ์ปลายปีนี้ ได้ทำประชามติรอบแรก

นายชูศักดิ์ ศิรินิล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมหารือเกี่ยวกับการแก้ไข พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ 2564 ว่า หลัง ครม.มีมติให้ทำประชามติ 3 ครั้ง และจะต้องมีการแก้ไขกฎหมายประชามติ และเมื่อกฎหมายเสร็จสมบูรณ์จึงค่อยเสนอ พ.ร.บ.จัดทำประชามติ ซึ่งจะเป็นร่างของ ครม. ที่ดำเนินการโดยคณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นประชาชน เกี่ยวกับแนวทางในการทำประชามติ ซึ่งเนื้อหาและหลักการจะไม่แตกต่างกับร่างของพรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกล ในการแก้ไขปัญหาเรื่องการใช้เสียงข้างมากจำนวน 2 ชั้น หรือ Double Majority ที่ตกผลึกร่วมกันว่าจะใช้เสียงข้างมากของผู้มาใช้สิทธิ์ เกินกว่ากึ่งหนึ่งของผู้มาใช้สิทธิ์ 

โดยการเสนอกฎหมายประชามติจะทำโดย 2 สภาฯ คือ เสนอผ่าน ครม. ส่งไปยังสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา และจากนั้นส่งไปยังวุฒิสภาพิจารณาอีกครั้ง อย่างไรก็ตามกฏหมายดังกล่าวจะต้องรอวุฒิสภาชุดใหม่ ที่มาจากการเลือกกันเองเข้ามาทำหน้าที่ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 6 เดือนนับจากนี้ หรือช่วงปลายปีก็มีความเป็นไปได้ว่าจะมีการจัดทำประชามติครั้งแรก พร้อมย้ำว่าพยายามที่จะเร่งรัดนำกฎหมายเข้าสภาฯ และจะมีการเปิดสมัยวิสามัญในเร็วๆ นี้

นายชูศักดิ์ ยังกล่าวอีกว่า การทำประชามติไม่ได้กำหนดเงื่อนไขว่า จะต้องไปทำในการเลือกตั้งท้องถิ่น ซึ่งเป็นโจทย์ของรัฐบาลที่จะต้องดำเนินการเอง ไม่ควรทำ 3 วาระรวด เพราะมีเนื้อหาหลายประเด็นที่ต้องพิจารณา หรือจะต้องทำเป็นพระราชกำหนด หรือไม่ก็อยู่ที่รัฐบาลพิจารณา

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวถึงการแก้ไขกฎหมายใน 3 ประเด็น ว่า 1. การทำประชามติจะเริ่มนับหนึ่ง เมื่อมีการแก้ไขกฎหมายประชามติแล้วเสร็จ จึงยังไม่สามารถกำหนดกรอบเวลาการทำประชามติครั้งที่ 1 ได้ จึงขอให้รัฐบาลสื่อสารให้กับประชาชนให้ชัดเจน

2. เมื่อมีร่างกฎหมายประชามติของพรรคก้าวไกล และของพรรคเพื่อไทย เข้าสู่การเสนอต่อสภาฯ แล้ว ก็คาดหวังให้รัฐบาลเสนอเปิดประชุมสภาฯ สมัยวิสามัญโดยเร็วที่สุด โดยไม่ต้องรอให้เปิดประชุมสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณากฎหมายงบประมาณปี 2568 ในเดือนมิถุนายน 

3. ยอมรับว่าพรรคก้าวไกลยังกังวลต่อปัญหาในการจัดทำประชามติ ซึ่งขอให้ทบทวนคำถามในการจัดทำประชามติ ให้เป็นคำถามที่เปิดกว้างว่า ท่านเห็นชอบหรือไม่ในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ เชื่อว่าจะทำให้โอกาสที่ประชามติผ่านได้

เราเข้าใจดีว่ารัฐบาลไม่ต้องการให้แก้ไขหมวด 1 และหมวด 2 เรามองว่ารัฐบาลสามารถถามคำถามเปิดกว้างแบบนี้ได้ และยังคงรักษาจุดยืนของตัวเอง หากประชามติผ่านความเห็นชอบไปแล้ว รัฐบาลยังมีสิทธิ์ร่างรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับ ส.ส.ร. ที่ไม่ให้แก้ไขหมวดที่ 1-2 จึงมองว่าข้อเสนอนี้เสนอด้วยความปรารถนาดี เพื่อให้การจัดรัฐธรรมนูญฉบับใหม่สำเร็จ ในการทำประชามติครั้งแรกผ่าน