‘อนุทิน’ ย้ำ โปรดเกล้าฯ แล้ว ทุกอย่างต้องจบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573771

29 เม.ย. 2567

10:32 น.

‘อนุทิน’ ย้ำ โปรดเกล้าฯ แล้ว ทุกอย่างต้องจบ

‘อนุทิน’ ย้ำ โปรดเกล้าฯ แล้ว ทุกอย่างต้องจบ จะไปวิจารณ์ทำไม ปรับ ครม. ไม่กระทบภาพลักษณ์รัฐบาล ชม ‘ปานปรีย์’ แสดงสปิริต ลาออก

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ภายหลังการปรับคณะรัฐมนตรี อาจจะกระทบต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาล ว่า ไม่หรอก เมื่อมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ มาแล้วก็เป็นไปตามนั้น 

ส่วนหน้าตาคณะรัฐมนตรีที่ออกมา เชื่อว่านายกรัฐมนตรีพิจารณาเป็นอย่างดีแล้ว ครม.อยู่ ภายใต้การนำของนายเศรษฐา ทวีทวีสิน ในฐานะที่เป็นนายกรัฐมนตรี ทุกอย่างก็เดินหน้าต่อไป ทำนโยบายที่ให้สัญญาไว้กับประชาชนให้เร็วที่สุด คือเป้าหมาย

ขณะที่การวิพากษ์วิจารณ์ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายอนุทินย้ำว่าต้องเคารพการพิจารณาของนายกรัฐมนตรี และที่สำคัญเมื่อมีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ มาแล้วทุกอย่างต้องจบ จะไปวิพากษ์วิจารณ์ทำไม 

ส่วนที่เป็นปัญหากรณีนายปานปรีย์ พหิทธานุกร ลาออกนั้น นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ได้เป็นปัญหา ซึ่งนายปานปรีย์ ได้ให้เหตุผล ทุกคนมีสิทธิ์คิดเป็นตัวของตัวเองได้หมด ซึ่งเมื่อเช้านี้ตนได้คุยกับนายปานปรีย์ ก็ได้ให้เหตุผลตามที่ให้สัมภาษณ์ก็ต้องเคารพการตัดสินใจของท่าน 

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า แต่ตำแหน่งรองนายกฯถือว่ามีความสำคัญต่อ การทำงานของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการ นายอนุทิน ย้ำว่า ทั้งหมดเป็นการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรี ซึ่งต้องแสดงความชื่นชม เมื่อท่านมีความคิดว่า ไม่ควรเหลือเพียงตำแหน่งเดียว การที่จะอยู่แล้วไม่ให้ความร่วมมือเพราะทำงานไม่เต็มที่ ก็แสดงสปิริตด้วยการออก เป็นสิ่งที่น่าชมเชย แต่เรื่องนี้ต้องไปถามเจ้าตัวถามตนไม่ได้ เพราะคนเราคิดไม่เหมือนกัน 

‘เศรษฐา’ ขอโทษ ‘ปานปรีย์’ หากทำให้ไม่สบายใจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573769

29 เม.ย. 2567

10:20 น.

‘เศรษฐา’ ขอโทษ ‘ปานปรีย์’ หากทำให้ไม่สบายใจ

‘เศรษฐา’ ขอโทษ ‘ปานปรีย์’ หากทำให้ไม่สบายใจ เผยตอนนี้ได้ชื่อคนใหม่นั่ง รมว.กระทรวงการต่างประเทศ แทนแล้ว ย้ำ คุม กต. ไม่จำเป็นต้องควบรองนายกฯ ยืนยันปรับ ครม. ไม่มีขัดแย้งส่วนตัว

29 เม.ย. 2567 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายปานปรีย์ พหิทธานุกร ขอลาออกจากตำแหน่งรมว.กระทรวงการต่างประเทศ ภายโปรดเกล้า ครม. ชุดใหม่ ว่า เคารพในการตัดสินใจของนายปานปรีย์ ส่วนตัวรู้จักกันมามากกว่าหลายสิบปี ลูกก็เป็นเพื่อนกัน มีความรักชอบกันเป็นอย่างดี แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นก็เคารพในการตัดสินใจ ส่วนที่หนังสือลาออกของนายปานปรีย์ ถูกเผยแพร่ทางสื่อก่อนที่จะถึงตนเอง เป็นเพราะความไม่พอใจหรือไม่ เรื่องนี้ขอพูดเป็นองค์รวมมากกว่า เมื่อมีการปรับเปลี่ยนหน้าที่หรือคณะรัฐมนตรีต่าง ๆ  เชื่อว่ามีคนที่พอใจและไม่พอใจ มีสมหวังและไม่สมหวัง ดังนั้น จึงอยากโฟกัสในสิ่งที่มีความสัมพันธ์ที่ดีในการทำงานร่วมกันตลอด 7 – 8 เดือนมากกว่า ซึ่งงานที่ทำมาถือเป็นประโยชน์ให้กับประเทศชาติ และเชื่อว่ารัฐมนตรีคนใหม่ที่จะมาทำหน้าที่แทนจะมาสานต่อในเรื่องที่ดี ๆ  

นายกฯ ยอมรับว่า ได้ส่งข้อความถึงนายปานปรีย์ ในกลุ่มงานต่างประเทศ ได้ขอโทษ หากทำให้ไม่สบายใจในเรื่องใด และขอขอบคุณที่ช่วยงานกันมา ทั้งนี้ การปรับคณะรัฐมนตรี ได้มีการแจ้งและเชิญรัฐมนตรีมาพูดคุยกัน ซึ่งนายปานปรีย์ ก็เป็นหนึ่งในนั้น ที่ได้เชิญมาพูดคุยและขอไม่เปิดเผย เพราะเป็นการพูดคุยกันระหว่างบุคคลสองคน มั่นใจว่าได้พูดสิ่งไหนไปและตนเองในฐานะนายกรัฐมนตรีก็มีความชัดเจนในเรื่องที่บอกกล่าวสิ่งไหนไป หลังจากนี้จะนำรายชื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคนใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯ และนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ก็จะทำหน้าที่ดูแลกระทรวงการต่างประเทศก่อน ตามการมอบหมายงานของคณะรัฐมนตรี ทั้งนี้ ยอมรับว่ามีบุคคลใหม่ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา แต่ยังไม่ได้ทาบทาม เพราะต้องมีการตรวจสอบจากคณะกรรมการคัดกรองเกี่ยวกับเรื่องคุณสมบัติ จึงไม่อยากบอกออกไปก่อน เพราะอาจจะสมหวังหรือผิดหวังได้ ทั้งนี้ ต้องเคารพในกระบวนการขั้นตอนต่าง ๆ ที่มีมา และยืนยันว่าตนเองเข้าใจว่ารัฐมนตรีหลายคนที่สมหวัง และอาจจะไม่พอใจ แต่ยืนยันว่าตนเองรับผิดชอบในเรื่องนี้ และก็ต้องมีการพูดคุยกัน 

ส่วนจะเป็นคนนอกพรรคหรือคนในพรรคที่จะมาแทนตำแหน่งนั้น นายกฯ ระบุว่า พูดลำบาก แต่บุคคลนี้อยู่ในแวดวงการทูตและการเมืองมาก่อน โดยอยู่เบื้องหลังการทำงานของพรรคเพื่อไทยมาโดยตลอด และจิตวิญญาณยึดโยงพี่น้องประชาชน ส่วนกรณีที่นายปานปรีย์ ระบุเหตุผลลาออกว่า รมว.กระทรวงการต่างประเทศ จำเป็นต้องควบตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีด้วยนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็มีเหตุมีผล แต่หลายหน่วยงานก็ต้องมีการประสานการทำงานร่วมกัน ซึ่งปัจจุบันก็มีรองนายกรัฐมนตรี 6 คนแล้ว และเชื่อว่าก็เพียงพอ หากทุกกระทรวงต้องควบตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีก็คงเป็นไปไม่ได้ ไม่อยากมานั่งอธิบายอะไรมาก เพราะบางรัฐบาลก็ไม่มีรองนายกรัฐมนตรีควบตำแหน่ง รมว.กระทรวงการต่างประเทศ แต่จะอำนวยความสะดวกในการช่วยเหลือผลักดันงานต่างๆ ที่ต้องประสานข้ามกระทรวง และทุกคนก็ทำงานเป็นทีมได้ ดังนั้น การควบรองนายกรัฐมนตรีจึงอาจไม่จำเป็น แต่ขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละบุคคล ซึ่งรัฐบาลนี้ก็มีวิถีการทำงานที่แตกต่างกันไป แต่ขอให้ยึดโยงเป็นมิตร และมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน  ย้ำหากทำผิดหรือทำสิ่งใดไม่พอใจ ได้ขอโทษไปแล้ว อาจเป็นเรื่องของความเห็นต่าง แต่ทั้งหมดนี้ตนเองก็รับผิดชอบ และจะดำเนินงานต่อไปด้วยจุดมุ่งหมายคือเอาประโยชน์ของประเทศชาติเป็นที่ตั้ง ซึ่งการดำเนินงานของนายปานปรีย์ นั้น ถูกชื่นชมจากฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน

นายกฯ กล่าวยอมรับว่า เสียดายทุกคนที่ถูกปรับออกไป แต่เมื่อบริบทของการเมืองเปลี่ยนแปลงไปในทุกช่วงเวลาของการบริหารประเทศมักมีความจำเป็น หรือว่ามีความต้องการแก้ไขปัญหา โดยต้องมีการเปลี่ยนบุคลากร ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ ก็ต้องปรับเพื่อให้บุคคลที่เหมาะสมหรือมีความชำนาญมากกว่าในด้านนั้นๆ  เข้าไปทำงาน ดังนั้น จึงไม่ได้หมายความว่า คนที่ถูกปรับออกไปจะไม่มีความสามารถในการบริหาร แต่รัฐบาลมีอายุ 4 ปี ในอดีตที่ผ่านมาเมื่อออกไปแล้ว ก็มีหลายกรณีกลับเข้ามาอีก นายกฯ ย้ำว่าการปรับคณะรัฐมนตรีครั้งนี้ มั่นใจว่าไม่มีผิดฝาผิดตัว แต่มุมมองของแต่ละคน มีความเห็นแตกต่างกันไป แต่ตนเองมั่นใจบุคคลที่นำเข้ามาทำงานเป็นคนที่มีความสามารถ มีความรู้ มีความเชี่ยวชาญตรงตามกระทรวงทุกอย่าง 

ส่วนรัฐมนตรีของพรรคที่ถูกปรับออกไป ก็ได้มีการพูดคุยเตรียมงานไว้รองรับ ยืนยัน ไม่มีความขัดแย้งส่วนตัวกับรัฐมนตรีท่านใดท่านหนึ่ง แต่เข้าใจว่ามีคนผิดหวัง สมหวัง จึงเป็นหน้าที่ของตนเองในการบริหารเรื่องความคาดหวัง หน้าที่ใหม่ๆ ควบคู่ไปกับหัวหน้าพรรคเพื่อไทย อย่างไรก็ตามได้มีการพูดคุยกันในพรรคตลอด เพื่อไม่ให้เกิดแรงกระเพื่อม และพูดคุยกันหลายครั้ง โดยเฉพาะในช่วงที่มีการเปลี่ยนรัฐมนตรี รับฟังข้อคิดเห็นจากทุกฝ่าย ในส่วนรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยที่ถูกปรับออกไป ไม่ว่าจะเป็น นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว , นายไชยา พรหมา , นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ต่างเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาในช่วงการเลือกตั้ง ซึ่งตนเองเคยพูดกับ นพ.ชลน่านว่า เป็นคนประสานในการลงพื้นที่ ปราศรัยพบประชาชน ซึ่งได้ต่อสู้ร่วมกันมา ยืนยันว่าการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีไม่ได้เป็นเรื่องส่วนตัวหรือมีความขัดแย้ง แต่เข้าใจว่ามีความผิดหวัง แต่จะมีการพูดคุยกันเพื่อเดินไปข้างหน้าได้  ยอมรับว่ารัฐมนตรีมีทั้งจุดแข็งและสิ่งที่ต้องปรับปรุง ตนเองก็รับฟังความคิดเห็นจากรัฐมนตรีที่ทำงานมาด้วยกัน และถูกเปลี่ยนกระทรวง หรือ เข้ามารับหน้าที่ใหม่ หากมองเห็นว่าตนเองมีความบกพร่องจุดไหน ก็จะนำไปพิจารณาและแก้ไขปรับปรุง โดยจะให้เป็นการสื่อสารสองทาง ซึ่งตนเองถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมากกว่าการพูดคุยเจรจากับรัฐมนตรีที่เข้ามาใหม่ ส่วนการประชุมคณะรัฐมนตรีในครั้งต่อไป ก็ต้องพูดถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก ขณะเดียวกันการประสานงานแต่ละกระทรวงก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะปัจจุบันการทำงานต้องอาศัยหลายกระทรวง เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดิน และผลักดันนโยบายของรัฐบาลเดินหน้าต่อไปได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า การเพิ่มรัฐมนตรีประจำสำนักนายรัฐมนตรีถึง 3 คน โดยมี นายจักรพงษ์ แสงมณี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งมาจาก รมช.กระทรวงการต่างประเทศ นายกฯ กล่าวว่า เมื่อนายปานปรีย์เหลือเพียงตำแหน่งเดียว ก็อยากให้โฟกัสงานมากยิ่งขึ้น งานของรัฐมนตรีช่วยก็อาจจะน้อยลงไป ดังนั้น นายจักรพงษ์ มาเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก็จะมาดูแลสำนักงบประมาณ เพราะนายจักรพงษ์เคยเป็นเลขานุการ สมัยนายกิตติรัตน์ณ ระนอง เคยเป็นอดีตรองนายกรัฐมนตรีและรมว.กระทรวงการคลัง จะมาช่วยผลักดันนโยบาย โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณที่เป็นเรื่องสำคัญ  เพราะงบประมาณปี 2567 มีการประกาศใช้เพียง 5 เดือนเท่านั้น ดังนั้นงบประมาณ 3 ล้านล้านบาท ต้องมีการถูกผลักไปใช้ ซึ่งถือว่าเป็นงานท้าท้ายที่ต้องเร่งจัดการงบประมาณให้ได้โดยเร็ว ดังนั้น ต้องใช้คนที่มีประสบการณ์ และในบ่ายวันนี้  ได้เชิญนายพิชัย  ชุณหวชิร ว่าที่รองนายกรัฐนตรีและรมว.กระทรวงการคลัง และนางแพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง มาหารือความจำเป็นเร่งด่วนในการใช้งบประมาณ ยืนยันว่า ตนเองพยายามทำให้ดีที่สุด หวังว่าทุกอย่างจะจบลงได้ด้วยดี ยอมรับว่า การปรับคณะรัฐมนตรีครั้งนี้ อาจมีแรงกระเพื่อม และความไม่พอใจเป็นเรื่องธรรมดา  ดังนั้น คนที่ไม่พอใจก็เป็นหน้าที่ของตนเองต้องอธิบายและต้องหาตำแหน่งใหม่ หางานมารองรับให้เหมาะสม เพื่อทำให้ทุกคนรู้ว่าเป็นทีมไทยแลนด์ เป็นทีมงานที่มาทำเพื่อประชาชน  ทั้งนี้ย้ำว่า การทำงานให้ดีที่สุดคือภูมิคุ้มกัน ตามที่ตนเองเคยพูดไว้ และเชื่อว่ารัฐมนตรีทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนเก่าหรือคนใหม่ ก็เข้าใจในเรื่องนี้ เห็นความเดือดร้อนของประชาชน ดังนั้น จำเป็นต้องมีการใช้ตัวชี้วัดและระยะเวลาทำงานให้สำเร็จ พร้อมทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ยึดโยงประชาชนเป็นที่ตั้ง 

ผู้สื่อข่าวถามว่า การเสริม รมช.กระทรวงการคลัง จะช่วยเสริมการทำงานโครงการดิจิทัลวอลเล็ตหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า กระทรวงการคลังมีภารกิจจำนวนมาก เมื่อนายพิชัย ควบรองนายกรัฐมนตรี มีภารกิจดูแลหลายอย่าง และมีหน่วยงานของรัฐที่จะต้องแบ่งกันทำงาน เชื่อว่าทั้งสามคนจะมีความร่วมมือกัน โดยเฉพาะนายเผ่าภูมิ  โรจนสกุล ว่าที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เคยทำงานที่กระทรวงการคลังมาก่อน และเป็นกำลังสำคัญของพรรคเพื่อไทยในทีมเศรษฐกิจ มีความชำนาญงานด้านนี้ เชื่อว่าการเป็นคนมีบุคลิกอ่อนน้อม ถ่อมตนเป็นคนน่ารัก ก็เชื่อว่าการแบ่งงานจะไม่มีปัญหา และให้เกียรติทุกคน

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ท้องร่วง ท้องเสีย ปัญหาสุขภาพช่วงฤดูร้อน (ตอน 2)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/801630

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ท้องร่วง ท้องเสีย ปัญหาสุขภาพช่วงฤดูร้อน (ตอน 2)

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ท้องร่วง ท้องเสีย ปัญหาสุขภาพช่วงฤดูร้อน (ตอน 2)

วันจันทร์ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2567, 07.15 น.

สัปดาห์ก่อนได้พูดคุยเรื่องอาการท้องเสีย ซึ่งเป็นโรคที่พบบ่อยในฤดูร้อน และพูดถึงยาที่นิยมใช้ในกรณีท้องเสียไป 2-3 ตัว ได้แก่ ผงน้ำตาลเกลือแร่ (ORS) เพื่อชดเชยน้ำและเกลือแร่ที่เสียไป ยาหยุดถ่ายซึ่งที่จริง หากไม่จำเป็นแล้วจะไม่แนะนำให้ใช้ เพราะทำให้การระบายออกของเชื้อก่อโรคช้าลง และอาจทำให้ท้องผูก รวมถึงยาผงถ่านคาร์บอนที่ออกฤทธิ์ดูดซับสารพิษ ที่มีข้อควรระวังในการกินใกล้กันกับยาอื่น เนื่องจากยาจะไปขัดขวางการดูดซึมของยาอื่นที่กินในเวลาใกล้กัน

แต่สำหรับคนที่มีประสบการณ์ท้องเสีย ก็อาจจะมีข้อสงสัยเพิ่มเติม เพราะอาจจะเคยใช้ยาหลากหลายกลุ่มมากกว่าที่กล่าวมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ยากลุ่มดูดซับสารพิษที่ไม่ใช่ผงถ่านคาร์บอน หรือยาช่วยปรับสมดุลของเชื้อจุลินทรีย์ในลำไส้ ยาแก้คลื่นไส้อาเจียน เป็นต้น 

ดังนั้นสัปดาห์นี้จึงจะขอมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับยาต่างๆ เพิ่มเติม 

กลุ่มแรกคือ ยากลุ่มดูดซับสารพิษที่ไม่ใช่ผงถ่านคาร์บอน ตัวที่นิยมใช้ในประเทศไทยและมีจำหน่ายเข้าถึงได้ง่ายจากร้านยา ได้แก่ Dioctahedral Smecite ซึ่งมีทั้งแบบผงสำหรับกระจายตัวในน้ำก่อนกิน หรือแบบยาน้ำแขวนตะกอนพร้อมดื่ม ราคาตกซองละ 25-35 บาทถือว่ามีราคาค่อนข้างแพง เพราะท้องเสีย 1 ครั้ง อาจต้องใช้ 3-5 ซอง กลไกการออกฤทธิ์ของยานี้ยังไม่ทราบแน่ชัดยาอาจช่วยดูดซับสารพิษหรือจุลินทรีย์ที่เป็นสาเหตุของอาการท้องเสีย อาจมีผลต่อการหลั่งเยื่อเมือกในลำไส้ ช่วยลดการอักเสบที่เกิดขึ้น โดยยานี้สามารถใช้ได้ในเด็กอายุตั้งแต่ 2 ขวบขึ้นไป ถึงแม้ยาจะมีความปลอดภัยสูงแต่ก็มีข้อควรระวังเกี่ยวกับอาการไม่พึงประสงค์ที่เกิดขึ้น อาทิ คัน ท้องผูก เป็นต้น

กลุ่มต่อมา คือยาช่วยปรับสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ ทั้งนี้ขณะท้องเสียอาจมีภาวะไม่สมดุลของจุลินทรีย์เกิดขึ้น ยาที่มีการสั่งจ่ายบ่อยได้แก่ ยาที่มีตัวยาสำคัญเป็นเชื้อ Saccharomyces Boulardii ยานี้เป็นยาในกลุ่ม probiotics ช่วยปรับสมดุลและกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน มีข้อบ่งใช้ในการรักษาอาการท้องร่วงเฉียบพลันจากการติดเชื้อทั้งในผู้ใหญ่และเด็ก ป้องกันและรักษาอาการลำไส้อักเสบและท้องร่วงจากการใช้ยาปฏิชีวนะเป็นเวลานาน รวมถึงโรคที่เกี่ยวกับลำไส้อักเสบอื่นๆ ด้วย ยาชนิดนี้มีทั้งแบบผงและแคปซูล และมีอาการข้างเคียงที่พบได้บ่อยคือ ท้องอืด ลมพิษ ผื่น ท้องผูก มีไข้ เป็นต้น

ส่วนยารักษาตามอาการอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นร่วมกับอาการท้องเสีย เช่น ยาแก้ปวดเกร็งในช่องท้อง และลำไส้ ยากลุ่มนี้จะออกฤทธิ์หลัก โดยการช่วยคลายกล้ามเนื้อเรียบ ในกระเพาะและลำไส้ จึงสามารถบรรเทาอาการปวดเกร็งในช่องท้องได้ ตัวที่นิยมใช้ ก็คือ Hysocine Butylbromide และ Mebeverine บางท่านอาจได้รับอาการไม่พึงประสงค์ที่พบบ่อยจากยากลุ่มนี้คือ อาการท้องผูก ปากแห้ง เป็นต้น 

อีกกลุ่มหนึ่งคือ ยาแก้คลื่นไส้อาเจียน ตัวที่นิยมใช้และหาซื้อได้จากร้านยา คือ Domperidone ซึ่งมีทั้งแบบเม็ดและน้ำ แต่แบบน้ำอาจหาซื้อได้ค่อนข้างยากกว่า ยานี้ใช้ตามอาการโดยกินก่อนอาหารอย่างน้อย 30 นาที แม้ว่าคนทั่วไปจะใช้ยานี้สามารถใช้ได้อย่างปลอดภัย แต่ก็มีข้อห้าม/ข้อควรระวัง/อาการไม่พึงประสงค์ที่อาจเกิดขึ้นที่สำคัญมากเช่นกัน ได้แก่ การทำให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดปกติ ที่สำคัญมากคือในผู้ป่วยที่กำลังใช้ยาอย่างอื่นอยู่สำหรับรักษาโรคประจำตัวหรือโรคติดเชื้อใดๆ ก็ตามก็ควรตรวจสอบปัญหายาตีกันกับยานี้ก่อน เพราะยานี้ตีกับยาอื่นได้หลายชนิดและก่อให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ เช่น ยานี้อาจไปตีกับยาบางชนิดที่ใช้รักษาโรคหัวใจผิดจังหวะยาปฏิชีวนะบางกลุ่ม ยารักษาโรคซึมเศร้า และยาจิตเวชบางตัว เป็นต้น เมื่อพิจารณาข้อมูลหลายอย่างแล้วยานี้จึงควรเป็นยาที่ก่อนใช้ผู้ใช้ยาจะต้องให้ข้อมูลและปรึกษาเภสัชกรอย่างละเอียด

โดยสรุป ยาที่สามารถใช้ได้ในกรณีท้องเสียมีหลากหลายชนิด อย่างไรก็ตาม เมื่อมีภาวะท้องเสีย ยาชนิดแรกที่ควรใช้คือผงน้ำตาลเกลือแร่ ในกรณีที่อยากใช้ยาอื่นร่วมด้วยเพื่อลดความรุนแรงของอาการท้องเสียหรือทำให้อาการท้องเสียหายเร็วขึ้นหรือบรรเทาอาการบางอย่างก็สามารถทำได้ แต่ก่อนการใช้ยาควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนทุกครั้งเพื่อความปลอดภัย

รศ.ภญ.ดร.ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ รศ.ภก.ดร.บดินทร์ ติวสุวรรณ

คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เลี้ยงลูกตามใจ ไม่เคยขัดใจ เด็กอาจเสี่ยงเป็น ‘ฮ่องเต้ซินโดรม’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/801629

เลี้ยงลูกตามใจ ไม่เคยขัดใจ เด็กอาจเสี่ยงเป็น ‘ฮ่องเต้ซินโดรม’

เลี้ยงลูกตามใจ ไม่เคยขัดใจ เด็กอาจเสี่ยงเป็น ‘ฮ่องเต้ซินโดรม’

วันจันทร์ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2567, 07.00 น.

ไม่ว่าใครก็รักลูก อยากให้ลูกได้สิ่งที่ดีที่สุด แต่ถ้ารักแบบผิดวิธี เช่น การเลี้ยงลูกแบบตามใจทุกอย่าง ไม่เคยขัดใจ ไม่เคยต้องอดทนรอคอย สิ่งเหล่านี้อาจกลายเป็นกับดักที่ทำให้ลูกกลายเป็นโรคฮ่องเต้ซินโดรมโดยไม่รู้ตัว

แพทย์หญิงอริศรา ชีวะพฤกษ์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น โรงพยาบาล BMHH – Bangkok Mental Health Hospital กล่าวว่า ฮ่องเต้ซินโดรม (Little Emperor Syndrome) เป็นโรคที่เกิดในเด็กที่ได้รับการเลี้ยงดูแบบปกป้อง ตามใจ มากจนเกินไป โดยไม่ปล่อยให้เด็กได้เรียนรู้ที่จะอดทน ผิดหวัง หรือแม้แต่เผชิญความลำบากด้วยตัวเอง และมักจะยึดตัวเองเป็นศูนย์กลางของสังคม ซึ่งหากไม่ได้รับการแก้ไขอาจส่งผลเสียต่อการใช้ชีวิตในอนาคต

อาการของเด็กที่มีภาวะฮ่องเต้ซินโดรม คือมีลักษณะนิสัยเอาแต่ใจ ต้องการสิ่งใดต้องได้สิ่งนั้น โดยไม่ได้เรียนการทำตามกฎเกณฑ์และกติกาสังคม ทำให้ขาดความอดทน ไม่สามารถรอคอยสิ่งใดได้นาน, ไม่สามารถแก้ไขปัญหาของตนเองได้, ไม่สามารถปรับตัวเข้ากับผู้อื่นได้,และขาดความรับผิดชอบ ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเองได้

ผลกระทบจากภาวะฮ่องเต้ซินโดรม จะทำให้เด็กขาดความยอมรับนับถือในตนเอง (Low Self-Esteem) เพราะได้สิ่งที่ตนเองต้องการมาได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องพยายามอะไร จึงไม่มีความภูมิใจในตนเอง, ยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง อาจส่งผลให้เด็กไม่ได้เรียนรู้กฎกติกาในการอยู่ร่วมกันในสังคม เพราะสนใจแต่ความต้องการของตนเป็นที่ตั้ง, ไม่รู้จักควบคุมและจัดการอารมณ์ของตนเอง, ไม่มีเหตุผล ทำให้เด็กขาดความเข้าใจการใช้เหตุผล ขาดตรรกะในวิธีคิดที่ถูกต้องและเหมาะสม รวมถึงไม่สามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้ มีความอดทนต่ำ ไม่ชอบการรอนาน เพราะชินกับการได้รับตอบสนองอย่างรวดเร็วจากพ่อแม่, มีพฤติกรรมก้าวร้าว, ผลการเรียนไม่ดี และมีโอกาสที่จะติดสุรายาเสพติด

การรักษาสามารถทำได้โดยการปรับพฤติกรรมการเลี้ยงดูของพ่อแม่ เช่น กำหนดกฎเกณฑ์ในการเลี้ยงดูลูก, การสอนให้เด็กรู้จักเข้าใจเหตุและผล, มีความรับผิดชอบ, แก้ปัญหาด้วยตัวเอง รวมถึงรู้จักทักษะการเข้าสังคม นอกจากนี้พ่อแม่ควรเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเด็กแสดงออกถึงความรักและความเข้าใจในตัวเด็ก ไม่ตามใจมากจนเกินไป แต่หากปรับตัวแล้วยังไม่ดีขึ้น ควรไปพบจิตแพทย์เพื่อวางแผนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการรักษาให้เหมาะสม

การป้องกันภาวะฮ่องเต้ซินโดรม คือ 1.ตั้งกฎกติกาง่ายๆ ในบ้านกับลูก เพื่อสอนให้ทราบถึงกฎเกณฑ์ของการอยู่ร่วมกันในสังคม สิ่งไหนทำได้ สิ่งไหนทำไม่ได้ เช่น กำหนดเงื่อนไขเวลานอน กิน เล่น ให้ตรงต่อเวลา 2.เมื่อลูกทำผิด ต้องมีบทลงโทษที่เหมาะสมทันที ตามที่ตกลงกันไว้ล่วงหน้า อย่างกังวลว่าถ้าลงโทษแล้วลูกจะไม่รักจนละเลยไม่ลงโทษ จะทำให้ลูกไม่ได้เรียนรู้ว่าอะไรไม่ควรทำ 3.คุณพ่อคุณแม่ควรให้เวลาคุณภาพกับลูก มากกว่าให้ลูกอยู่กับของเล่น เช่น ทำกิจกรรมร่วมกัน พูดคุยกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน เพื่อฝึกให้ลูกเคารพในความเห็นและความต้องการของผู้อื่น 4.ให้รางวัลบ้างเมื่อลูกมีความพยายาม ทำความเข้าใจว่า รางวัลนี้ไม่ใช่ให้เมื่อลูกทำได้ แต่เป็นรางวัลที่ลูกมีความพยายามที่จะทำให้มันสำเร็จ

ทั้งนี้ หากคุณพ่อคุณแม่มีความกังวลว่าลูกจะเสี่ยงภาวะฮ่องเต้ซินโดรม สามารถพาบุตรหลานมาพบจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น เพื่อรับคำแนะนำในการเลี้ยงดูลูกอย่างเหมาะสมต่อไป

คุณแหน : 29 เมษายน 2567

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/801627

วันจันทร์ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

●● ขรรค์ ประจวบเหมาะ ผอ.สนง.จัดหารายได้ สภากาชาดไทย, อ.วันชัย รวยอารี ที่ปรึกษาโครงการฯ, ฉัตรชัย แผ่นผา ประติมากรผู้รังสรรค์ผลงานมหาสิทธาปัทมสัมภวะ คุรุรินโปเช, วินิจเลิศรัตนชัย แถลงข่าวโครงการสืบสานมรดกทางพุทธศาสน์ ไทย ภูฏาน เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา วันที่ 1 พ.ค. 14.00 น. ณ SCBX NEXT TECH ชั้น 4 สยามพารากอน…

●● อภิญญา-นิวัฒน์ แจ้งอริยวงศ์ ไปทริปกับ Seven Seas Cruises ลงเรือหรูหราไฮโซที่บาร์เซโลน่า แต่เจอแจ๊กพอต เรือลอยลำกลางทะเลเมดิเตอร์เรเนียนฟรีๆ 2 วันเพราะเครื่องยนต์เสีย ทำให้โปรแกรมไปลงชมเที่ยวเกาะสวยๆ ถูกตัดออก..ทราบว่า สุกัญญาประจวบเหมาะ กำลังจะไปทริปเดียวกันนี้หวังว่าคงจะแคล้วคลาดจากอุปสรรคใดๆ ที่ทำให้ไม่สนุกกับการพักผ่อนบนเรือสำราญ…

●● มูลนิธิสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เชิญร่วมเป็นเจ้าภาพต้นไม้เพื่อใช้เวียนเทียนในวันวิสาขบูชา 22 พ.ค.เพียงต้นละ 60 บาทให้อากาศสะอาด ลดฝุ่น PM2.5 บริจาคได้ที่กองทุนเจ้าภาพต้นไม้สร้างถิ่นรมณีย์ มูลนิธิปลูกต้นไม้ ปลูกธรรมะ ธ.ไทยพาณิชย์ เลขที่บัญชี 264-284369-6 ใบเสร็จไม่สามารถลดหย่อนภาษีได้…

●● สวด ศ.เกียรติคุณ ดร.อารี สัณหฉวี ศาลา 8 วิทูรปกรณ์วัดศรีเอี่ยม บางนา 28 เม.ย.-1 พ.ค. 18.30 น.พระราชทานเพลิงศพ 2 พ.ค.16.00 น. …

●● พงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ พร้อมคณะผู้บริหารเทศบาลนครยะลา ต้อนรับ โสรัจ สุขถาวร เอกอัครราชทูตประจำกระทรวงต่างประเทศ เข้าหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมพัฒนาการศึกษาให้แก่เยาวชนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ พร้อมเยี่ยมชมอุทยานการเรียนรู้ยะลา…

●● ด้วยผลงานดีเยี่ยมเข้าตาสมาชิก ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ ได้รับเลือก เป็น นายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย เป็นสมัยที่ 2 ในงานประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2567 โดยมี อภิรักษ์ โกษะโยธิน, ไพบูลย์สำราญภูติ, ดร.ลักขณา ลีละยุทธโยธิน, อนุวัตร เฉลิมไชย, ผศ.(พิเศษ) ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์, สมพร มาอุทธรณ์, ม.ร.ว.สุทธิภาณี ยุคล ร่วมยินดี …

●● นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ พร้อมเพื่อนๆ ชาวปธพ. 1 เช่น นพ.อิทธิกร โถสุวรรณโชต, ศ.นพ.วิรัติ พาณิชย์, พล.อ.อ.สุรศักดิ์ โปร่งจันทึก, พล.อ.ท.นพ.พงษ์เดช พงษ์สุวรรณ, นพ.ชาญฤทธิ์ ล้อทวีสวัสดิ์, นพ.ธนกฤต จินตวร, วันเพ็ญ ธนธรรมสิริ, ดร.ภก.ชาญณรงค์ เตชะอังกูร, นพรัตน์ แย้มเหมือน ร่วมยินดีกับ นพ.กำพล พลัสสินทร์ ที่ได้รับรางวัลศิษย์เก่า ปธพ. ดีเด่น 2567…

●● หลบลมร้อนในไทย สุนทร ทองมี ควงมาดาม ทัศนีย์ ทองมี และลูกชายทั้งสองไปทัวร์อเมริกา 12 วัน หลายเมืองทั้งบอสตัน ชิคาโก และนิวยอร์ก…

●● ข่าวเศร้าการจากไปของ อ.ชัยวัฒน์ ศีตะจิตต์ อดีตผู้บริหาร ม.เกษตรศาสตร์และอดีตนายกสมาคมนักประชาสัมพันธ์แห่งประเทศไทย ด้วยวัย 79 ปี…●●

คุณแหน

สร้าง‘เด็กดี มีคุณธรรม’ สานต่อโครงการสานอนาคตการศึกษา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/801621

สร้าง‘เด็กดี มีคุณธรรม’ สานต่อโครงการสานอนาคตการศึกษา

สร้าง‘เด็กดี มีคุณธรรม’ สานต่อโครงการสานอนาคตการศึกษา

วันจันทร์ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ร่วมยกระดับคุณภาพการจัดการการศึกษาของไทย สร้างเด็กดี มีคุณธรรม สานต่อโครงการสานอนาคตการศึกษา (CONNEXT ED)  หนุน 74 โรงเรียน ในปีการศึกษา 2567 ถ่ายทอดความรู้ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ให้กับเด็กและเยาวชน ควบคู่ไปกับการสร้างผู้นำทางการศึกษารุ่นใหม่ (School Partner : SP) ร่วมวางแผนพัฒนาโรงเรียนสู่โรงเรียนระดับคุณภาพยอดเยี่ยม (Excellent)  

พิมลรัตน์ รีพัฒนาวิจิตรกุลประธานคณะบริหารโครงการสานอนาคตการศึกษา CONNEXT ED ของซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ซีพีเอฟตระหนักถึงความสำคัญของการยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาไทย และการเพิ่มโอกาสทางการศึกษา จึงมุ่งมั่นสนับสนุนการดำเนินโครงการสานอนาคตการศึกษา หรือ CONNEXT ED มาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งโครงการฯ ในปี 2559 จนถึงปัจจุบัน ก้าวสู่ปีที่ 9

ตลอด 9 ปี บริษัทฯ ให้การสนับสนุนโครงการด้านวิชาการ ส่งเสริมทักษะด้านภาษาอังกฤษและทักษะดิจิทัล เพิ่มความเข้าใจและใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยในยุคดิจิทัล นอกจากนั้น บริษัทฯ ยังส่งเสริมทักษะด้านวิชาชีพ ได้แก่ โครงการฟาร์มไก่พันธุ์ไข่อัจฉริยะ โครงการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ โครงการร้านกาแฟเด็กน้อย ฯลฯ โดยล่าสุด ในปีการศึกษา 2567 ได้สนับสนุนโครงการต่างๆ ของโรงเรียน รวม 74 โรงเรียน อยู่ในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และสระบุรี        

พิมลรัตน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การสนับสนุนโรงเรียนภายใต้การดูแล เป็นไปได้อย่างดี เพราะความร่วมมือของบุคลากรของบริษัทที่อาสาเป็น ผู้นำทางการศึกษารุ่นใหม่ หรือ School Partner (SP) เข้ามาร่วมวางแผนพัฒนาโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง ในปัจจุบัน บริษัทฯ มี SP ทั้งสิ้น 93 คน เป็นคู่คิดพัฒนาโรงเรียน โดยร่วมทำงานและวางแผนการพัฒนากับผู้บริหารสถานศึกษาและคณะครู เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาของไทย ตอบโจทย์ความต้องการที่สอดคล้องบริบทของโรงเรียน และปรัชญาสามประโยชน์สู่ความยั่งยืนขององค์กร  

ซีพีเอฟ ร่วมขับเคลื่อนโครงการสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์ อีดี เป็นการทำงาน 3 ประสาน โดยภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ 5 ด้าน คือ การเปิดเผยข้อมูลโรงเรียนสู่สาธารณะอย่างโปร่งใส กลไกตลาดและวัฒนธรรมการมีส่วนร่วม การพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน เด็กเป็นศูนย์กลางเสริมสร้างคุณธรรมและความมั่นใจ และการเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของสถานศึกษา เพื่อพัฒนาการศึกษาซึ่งเป็นการวางรากฐานที่แข็งแกร่งของประเทศ ลดความเหลื่อมล้ำ ยกระดับคุณภาพการศึกษาของไทยอย่างยั่งยืน ปัจจุบัน มีโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการและอยู่ในความรับผิดชอบของซีพีเอฟ ทั้งสิ้น 302 โรงเรียน

ปลุกพลังคุณค่าในตัวเอง ผ่านแคมเปญ’L’Oréal Paris Worth It’ร่วมค้นหานิยามของ ‘คุณค่าที่ทุกคนคู่ควร’ ไปกับ ‘ชมพู่ – ณิชา – พีพี’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/801601

ปลุกพลังคุณค่าในตัวเอง ผ่านแคมเปญ'L'Oréal Paris Worth It'ร่วมค้นหานิยามของ ‘คุณค่าที่ทุกคนคู่ควร’ ไปกับ 'ชมพู่ - ณิชา – พีพี'

ปลุกพลังคุณค่าในตัวเอง ผ่านแคมเปญ’L’Oréal Paris Worth It’ร่วมค้นหานิยามของ ‘คุณค่าที่ทุกคนคู่ควร’ ไปกับ ‘ชมพู่ – ณิชา – พีพี’

วันอาทิตย์ ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2567, 13.42 น.

เพราะทุกคนมี ‘คุณค่า’ ในตัวเอง L’Oréal Paris แบรนด์ความงามอันดับหนึ่งของโลก เจ้าของสโลแกนสุดไอคอนิคอย่าง “คุณค่าที่คุณคู่ควร” ที่เน้นย้ำให้ทุกคนมั่นใจ ภูมิใจในความเป็นตัวเอง และให้ความสำคัญกับความงดงามที่แตกต่างของแต่ละบุคคล ในปี 2024 นี้ L’Oréal Paris จึงอยากชวนให้มาเจาะลึกถึงนิยามของคำว่า “We’re Worth It คุณค่าที่ทุกคนคู่ควร/เพราะเราคู่ควร” ให้ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น โดยเริ่มจาก ผ่านมุมมองของ 3 Spokespersons ของประเทศไทยอย่าง ชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เก็ต, ณิชา-ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ และ พีพี-กฤษฏ์ อำนวยเดชกร ร่วมด้วย เจมีไนน์ – นรวิชญ์ ฐิติเจริญรักษ์ Friend of L’Oreal Paris ที่มาร่วมเป็นกระบอกเสียงและส่งเสริมให้ทุกคนประกาศก้องถึงคุณค่าในตัวเองให้ดังยิ่งกว่าเดิมสานต่อเจตนารมณ์ของแบรนด์ ร่วมแสดงความเป็นตัวเองผ่านข้อความ “Because We’re Worth It เพราะเราคู่ควร”เพื่อเป็นการตอกย้ำถึงจุดยืนที่หนักแน่นของ L’Oréal Paris ที่ต้องการส่งต่อพลังบวกให้ทุกคนมั่นใจ และเผยคุณค่าในตัวเอง จึงได้ดึงแคมเปญ Worth It กลับมาอีกครั้งในปีนี้ เพื่อปลุกกระแสให้ทุกคนที่มีความหลากหลายในสังคมทั้งอาชีพเพศ วัย การศึกษา ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความงามที่ขับเคลื่อนโลก ได้ตระหนักถึงการยกย่องคุณค่าในตัวเอง เผยถึงความมั่นใจ และกล้าที่จะบอกใครๆ ว่า “เพราะเราทุกคนคู่ควร”พบกับอีเว้นท์ครั้งประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม พร้อมแสงสีสุดตระการตาริมแม่น้ำเจ้าพระยา
นอกจากการส่งเสริมให้ทุกคนมั่นใจและภูมิใจในคุณค่าที่คู่ควรแล้ว L’Oréal Paris ยังได้จัดอีเว้นท์แห่งปีให้เป็นที่น่าจดจำมากยิ่งขึ้น กับงาน “L’Oréal Paris Worth It” ที่เนรมิตริมแม่น้ำเจ้าพระยาให้เป็นพื้นที่แห่งการแสดงจุดยืนที่ชัดเจนของความภาคภูมิใจในคุณค่าของตัวเอง พบกับนักแสดง เซเลบริตี้ และผู้บริหารจากหลากหลายสาขาอาชีพที่จะมาเข้าร่วม Walk Your Worth ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา และ ประกาศจุดยืนสนับสนุนคุณค่าของผู้หญิง และ ทุกๆคน นำทีมโดย ชมพู่ อารยา, ณิชา-ณัฏฐณิชา และพีพี-กฤษฏ์ Spokespersons ของแบรนด์ และ เจมีไนน์ – นรวิชญ์ ฐิติเจริญรักษ์ Friend of L’Oreal Paris ร่วมสัมผัสกับความพิเศษภายในงานด้วยการชวนให้ผู้ร่วมงานมา See Your Worth through Panorama เพื่อสัมผัสกับมุมมองของคุณค่าในตัวเองผ่านจอ LED ขนาดยักษ์ และโชว์โดรนแสงสีสุดอลังการ พบกับงาน L’Oréal Paris Worth It ณ River Park ศูนย์การค้า ICONSIAM วันที่ 2 พฤษภาคม 2567 หรือติดตามไลฟ์สตรีมมิ่ง บรรยากาศการเดินพรมแดงเข้าสู่งานได้ตั้งแต่ 18.20 น. เป็นต้นไป ที่ L’Oreal Paris Tiktok Official Account 

#WORTHIT #LOREALPARISTH

‘ก๋อมแก๋ม’ฟิตซุ่มซ้อมเรียนร้องเพลง เต้น ก่อนบินลัดฟ้าไปเทรนเกาหลี โปรเจกท์ IDOL THAI POP

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/801618

‘ก๋อมแก๋ม’ฟิตซุ่มซ้อมเรียนร้องเพลง เต้น ก่อนบินลัดฟ้าไปเทรนเกาหลี โปรเจกท์ IDOL THAI POP

‘ก๋อมแก๋ม’ฟิตซุ่มซ้อมเรียนร้องเพลง เต้น ก่อนบินลัดฟ้าไปเทรนเกาหลี โปรเจกท์ IDOL THAI POP

วันจันทร์ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

สาวสวย “ก๋อมแก๋ม-ณัฐวิกาญจณ์ พฤกษ์อมรกุล” มิสแกรนด์ระนอง 2024 ทำตามความฝันสำเร็จ ประกวด“มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ 2024” เข้ารอบโปรเจกท์ IDOL THAI POP เธอคนนี้ไม่ได้มีดีแค่ความสวยเธอยังมีความสามารถร้องเพลง เต้น โดย “ก๋อมแก๋ม” เผยว่า

“ดีใจที่ทำความฝันสำเร็จผ่านเข้ารอบขอบคุณทุกๆ แรงเชียร์และการโหวตขอบคุณบอส “ณวัฒน์ อิสรไกรศีล” ที่มีโปรเจกท์นี้ขึ้นมาเป็น SOFT POWER T-POP สำหรับการเตรียมตัวบินลัดฟ้าไปเทรนที่ประเทศเกาหลีก็ได้ฝึกร้องเพลงและซ้อมเต้นและฝึกเทคนิคการร้องที่สถาบันSuperstar Academy เพื่อพัฒนาศักยภาพและความสามารถ หลังจากไปเทรนที่ประเทศเกาหลีใต้ 3 เดือน กลับมาเตรียมเดบิวต์กับเพื่อนๆ ที่ผ่านเข้ารอบ โปรเจกท์ IDOL THAI POP มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ 2024 ด้วยกัน ฝากให้กำลังใจและติดตามผลงานกันด้วยนะคะ”

มิติใหม่ของแทร่’ไฮโซน้ำหวาน’จับ’ป๊ายปาย’เซ็นต์สัญญากลางทะเลอันดามัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/801610

มิติใหม่ของแทร่'ไฮโซน้ำหวาน'จับ'ป๊ายปาย'เซ็นต์สัญญากลางทะเลอันดามัน

มิติใหม่ของแทร่’ไฮโซน้ำหวาน’จับ’ป๊ายปาย’เซ็นต์สัญญากลางทะเลอันดามัน

วันอาทิตย์ ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2567, 14.07 น.

ไม่ธรรมดาอีกแล้ว เมื่อ “ไฮโซน้ำหวาน” ภรรยาคนสวยของนักร้องหนุ่ม “นาวินต้าร์” โชว์สกิลมิติใหม่แห่งการเซ็นต์สัญญา พรีเซ็นเตอร์ กลางทะเลอันดามัน เป็นเจ้าแม่โปรเจกส์อันดับต้นๆผุดธุรกิจตัวใหม่ ผลิตภัณฑ์ Candy Blink ครีมบำรุงผิวอย่างล้ำลึกเผื่อผิวกระจ่างใส สารสกัดนำเข้าจากเกาหลี พร้อมเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ “ป๊ายปาย โอริโอ้” แต่งานนี้ไม่ธรรมดา เพราะไฮโซน้ำหวาน นัดเซ็นต์สัญญา บนเรือหรูแบบ Private Trip กลางทะเลอันดามัน จ.ภูเก็ต เป็นมิติใหม่แห่งการเซ็นต์สัญญาเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังเปิดตัว พรีเซ็นเตอร์คู่หูพี่น้องนำสามีสุดเลิฟ “นาวินต้าร์”ประกบคู่ ป๊ายปาย โอริโอ ไปเลยจ้า ปังไม่ไหว

ซึ่งทางด้าน ป๊ายปาย เปิดเผยว่า “ก็สนุกดี ตอนเซ็นต์สัญญา เรือมันโครงเครงเหวี่ยงๆหน่อย ก็จะต้องทรงตัวดีๆ เป็นครั้งแรกที่ทำงานแล้วเหมือนไปเที่ยวพักผ่อน ทำงานมาก็เยอะครั้งนี้สนุกและตื่นเต้นมากๆ เจอพี่นาวินต้าร์ครั้งแรกคือว้าวมากขนาดพี่เค้าดังสมัยเราเด็กๆ ตอนนี้ใบหน้าพี่เค้ายังใสอมชมพูอยู่เลย ผลิตภัณฑ์เค้าดีจริง พี่น้ำหวานก็สวยมาก น่ารักมากกันเองสุดๆ ชอบพี่น้ำหวานที่ทำงานเหมือนท่องเที่ยว สนุกมากกับงานครั้งนี้ติดตามเรื่องราวของพวกเราและในวันที่ 1 พฤษภาคม2567พบกับ “Live Streaming”  เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป ที่เพจนี้ Candy Blink Thailand ฝากติดตามด้วยจ้า”

‘เอแคลร์จือปาก’เล่าเคล็ดลับความดังเปลี่ยนจมูกทีไรปังทุกที!

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/801609

'เอแคลร์จือปาก'เล่าเคล็ดลับความดังเปลี่ยนจมูกทีไรปังทุกที!

‘เอแคลร์จือปาก’เล่าเคล็ดลับความดังเปลี่ยนจมูกทีไรปังทุกที!

วันอาทิตย์ ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2567, 14.05 น.

ถึงคิวตัวแม่เมร่อน“เอแคลร์จือปาก“มาเจอกับว่าที่เจ้าสาวออร่าฉ่ำ“แก้มบุ๋มปรียาดา“ในรายการ“เมนูของพี่ใส่พริกกี่เม็ด“เข้าครัวทำอาหารสุดโปรดไข่ตุ๋นตอบประเด็นทำไมถึงยังไม่มีแฟน? พร้อมเผยเคล็ดลับความดังเปลี่ยนจมูกใหม่ทีไรปังทุกที

ช่วงนี้ทำอะไรอยู่บ้าง?

เอแคลร์  :มีหลายอย่างเลยค่ะถ่ายคอนเทนส์Youtubeช่องของเราเองปีนี้ก็รับงานใหม่ๆที่แบบไม่เคยทำด้วยคืออยากลองเช่นภาพยนตร์ละคร

คือเราเป็นนักแสดงท่านหนึ่งแล้วตอนนี้?

เอแคลร์  :ไม่แน่ใจอ่ะพี่หนูต้องฝากเนื้อฝากตัวแม่สิ (หัวเราะ) ปกติหนูจะทำงานYoutubeเป็นเจ้าของเองหมายถึงว่าเป็นคนกำกับเองว่ากล้องตั้งมุมไหนอะไรยังไงทำเองทุกอย่างเลิกกี่โมงแต่พอมันเป็นกองละครกองหนังตี 5 กระเทยต้องตื่น 6 โมงต้องแสตนบายในกองต้องรอถ่ายคือวันหนึ่งหมดไปเลยซึ่งหนูเป็นคนที่สมาธิสั้นมากแบบว่าวันหนึ่งทำหลายอย่างถ้าอยู่กองละครมันต้องอยู่ตรงนั้นวันหนึ่งโอ้โห! ใจสั่นเลยจะไปไหนดีหนีก็ไม่ได้อะไรก็ไม่ได้ก็คือเล่นลิ้มรสแหล่ะกองละครกองหนัง

แล้วรู้สึกยังไงบ้างชอบไหม?

เอแคลร์  :คือชอบShot ที่เราไปแสดงแต่ไม่ชอบShot รอShot เปลี่ยนเสื้อเสื้อผ้าอะไรอย่างงี้แล้วตอนเด็กๆเราคิดว่าเขาถ่ายละครกันตามเวลาจริงเช้าไปเย็นเย็นไปเช้าอะไรแบบนี้แต่เพิ่งรู้ว่าละครเขาถ่ายแบบสลับกันเลยบางทีเอาท้ายเรื่องเอาอวสานมาถ่ายก่อนเอาต้นเรื่องไปถ่ายทีหลังซึ่งวันหนึ่งหนูต้องเปลี่ยนหลายลุคมากเปลี่ยนอยู่อย่างนั้นแต่บรรยากาศสนุกค่ะมีอาหารให้กิน

ละครตลกไหมหรือว่าละครดราม่า?

เอแคลร์  :เป็นละครดราม่าเลยร้องไห้ทั้งเรื่องเลย (หัวเราะ) หอแต๋วแตกอ่ะละครดราม่ามั้งแต่ก็มีดราม่าถ้าเป็นซีรีย์ช่อง 3 มีดราม่า

ปกติเราแต่งหน้าเองไหม?

เอแคลร์  :แต่งหน้าเองค่ะแต่เวลาอยู่ในกองมีช่างแต่งหน้าให้แต่ถ้าช่างไปขี้เราจะแอบเติม

ได้ข่าวว่าเปลี่ยนจมูกทีไรปังทุกที?

เอแคลร์  :จะบอกว่าคือหนูทำจมูกมาก่อนหน้านี้ที่ทุกคนเห็นมาเป็นสิบๆปีซึ่งจมูกแท่งนั้นเป็นแท่งที่ 3 ในชีวิตไม่ใช่แท่งแรกอันนี้ปัจจุบันคือแท่งที่ 4 แล้วคนวางแล้วว่าเฮ้ย! ทำมาไม่เห็นมีดูออกดูไม่ออกประเด็นคืออยากให้คนดูออกทุกครั้งที่ทำจะบอกหมอว่าเอาเหมือนจริงเอาเหมือนธรรมชาติไม่เอาแบบแบบแฟนซีอย่างแท่งแรกพอทำมาก็มีชื่อเสียงในนามของเอแคลร์เพจจือปากทีนี้เราก็เลยแก้อีกก็เลยดังขึ้นมาอีกก็มีงานเข้ามาอีกแบบเยอะทุกครั้งที่แก้มันปังทุกรอบเลยสิ่งที่ไม่เคยได้ลองทำเลยคือการเล่นละครเพราะว่ากระเทยอ่ะชอบเล่นละครในห้องน้ำนึกออกไหมหรือว่าต้องแก้จมูกอีกรอบหนึ่งก็เลยตัดสินใจแบบกะทันหันเลยเมื่อตอนสิ้นปีที่ผ่านมาคือเราวาดทรงให้หมอเอารูปตัวเองเลยใส่โทรศัพท์หนูก็วาดจมูกมาตุ๊งรูปเองตุ๊งให้มันเป็นจมูกเอาทรงนี้คือเวลาจะทำจมูกหมอส่วนใหญ่เขาจะบอกว่าให้ไปหาเรฟมาว่าอยากได้แบบไหนไม่ใช่ไปหาเรฟคนผอมมาเป็นไปไม่ได้หมอบอกให้ไปหาคนอ้วนที่ทำจมูกมาไม่รู้จะเสิร์ชข้อมูลว่าใครก็เลยใช้รูปตัวเองนั่นแหล่ะแล้วตุ๊งรูปแต่งรูปแล้วบอกว่าเอาทรงนี้แล้วหมอทำออกมาเหมือนเลย

เธอมีแฟนไหม?

เอแคลร์  :ยังไม่มีแฟน

จมูกแท่งต่อไปเธอต้องขอผู้ชาย?

เอแคลร์  :หนูไม่อยากมีซะหน่อยเพราะมีแฟนมันก็ต้องบอกรักกันมันก็ต้องหอมแก้มกันมีแฟนก็ต้อง….กันอีกขี้เกียจมีแฟนคนเดียวมาทั้งชีวิตถ้ารายการมาสัมภาษณ์ว่าเล่าเรื่องความรักของแฟนก็เล่าไม่ได้เพราะว่ามีแฟนคนเดียวก็จะเล่าแต่เรื่องคนเดิมเวลาไปไหนใครก็จะบอกว่าเอแคร์ลืมแฟนเก่าไม่ได้มีแฟนคนเดียวจะให้เล่าเรื่องแฟนคนไหน

สามารถติดตาม “เมนูของพี่ใส่พริกกี่เม็ด”ได้ที่ช่องทาง Facebook: WE DO , Youtube: WE DOวันพฤหัสบดี เวลา 19.00 น.

คลิกชมย้อนหลัง :https://www.youtube.com/watch?v=vYpcIK_mzSg&t=30s

สามารถติดตามและอัปเดตข่าวสารรายการ เมนูของพี่ใส่พริกกี่เม็ด

Facebook: WE DO Channel – Instagram: Woody World Channel

YouTube: WE DO – TikTok: woodyworld