กล้าธรรม เปิดตัว ไชยา ฮือฮามี 2 งูเห่าเพื่อไทยมาด้วย หลังถูก ภท.หักอก ไม่ส่งลงเขต

กล้าธรรม เปิดตัว ไชยา ฮือฮามี 2 งูเห่าเพื่อไทยมาด้วย หลังถูก ภท.หักอก ไม่ส่งลงเขต

กล้าธรรม เปิดตัว ไชยา ฮือฮามี 2 งูเห่าเพื่อไทยมาด้วย หลังถูก ภท.หักอก ไม่ส่งลงเขต

วันเสาร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 16.04 น.

“กล้าธรรม” เปิด​ตัว​ เด็กเก่าเพื่อไทย ลงชิง สส. มี “นุชนาถ-นพ.ภูมินทร์“ อดีต สส.ศรีสะเกษ โดดร่วมด้วย หลังถูก ภท.หักอก ไม่ส่งลงเขต ด้าน “ธรรมนัส”​ ลั่น สนามเลือกตั้งคือสนามรบ​ จบศึกทำงานร่วมกันได้ ป้อง​ “ไชยา​” อย่าเรียกงูเห่า​ ขณะเจ้าตัว ผงาดขอทำพื้นที่อีสาน​ ซัดพรรคเก่า​ 2 ปีเป็นรัฐบาลสัญญาไว้ทำไม่ได้​สักอย่าง​ 

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 20 ธ.ค. ที่พรรคกล้าธรรม (กธ.) ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและ​รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะ ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม เปิดตัว นายไชยา พรหมา อดีตรมช.เกษตรและสหกรณ์ อดีตสส.หนองบัวลำภู เขต 2 พรรคเพื่อไทย​ นายวุฒิชัย กิตติธเนศวร อดีตสส.นครนายก 5 สมัย พรรคเพื่อไทย​ นายปิยวัฒน์​ กิตติธเนศวร ว่าที่ผู้สมัครเขต​ 1  นครนายก​ นายศักดา คงเพชร อดีตสส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย นพ.ภูมินทร์ ลีธีระประเสริฐ อดีต สส.ศรีสะเกษ เขต 4 พรรคเพื่อไทย และนางนุชนาถ จารุวงษ์เสถียร อดีตสส.ศรีสะเกษ เขต 9 พรรคเพื่อไทย โดยมี นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะนายทะเบียนพรรค น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรค

ทั้งนี้ในส่วนของ นพ.ภูมินทร์และนางนุชนาถ ก่อนหน้านี้สมัครสมาชิกพรรคภูมิใจไทยแล้ว แต่เกิดปัญหาพื้นที่ทับซ้อน จึงได้ตัดสินใจย้ายมาพรรคกล้าธรรม 

โดย ร.อ.ธรรมนัส​ ได้กล่าวถึงนายไชยา​ ว่าเป็นพี่ที่ตนให้ความเคารพ ช่วงที่ทำงานด้วยกันในสมัยที่ตนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์​ และนายไชยา​ เป็นรัฐมนตรีช่วยฯ​ เห็นฝีไม้ลายมือ มีผลงานโดยเฉพาะเรื่องการปราบหมูเถื่อน และร่วมกันพัฒนาพื้นที่ในภาคท้องถิ่น​ จังหวัดบ้านเกิดหนองบัวลำภู สร้างเครือข่ายภาคท้องถิ่นมาด้วยกัน​ พร้อมกับเชื่อว่า​ ทั้ง 7 คนมาร่วมอุดมการณ์​พรรคกล้าธรรม​ ตนมีความมั่นใจว่าเป็นนักการเมืองที่มีคุณภาพ​ และเชื่อว่าทุกคนจะกลับเข้าสู่สภาในการเลือกตั้งครั้งหน้า และต้อนรับทุกคนเข้าสู่ครอบครัวกล้าธรรม

เมื่อถามว่า มั่นใจว่าพื้นที่ภาคอีสานเป็นพื้นที่ของพรรคภูมิใจไทยจะหลีกกันหรือไม่​ ในการปราศรัย​โจมตีกัน​ ร.อ.ธรรมนัส​ กล่าวว่า การเลือกตั้งถ้าเราไปคิดแบบนี้ ประชาชนก็จะไม่มีความเชื่อมั่น เพราะฉะนั้นเมื่อเข้าสู่สนามการเลือกตั้งก็คือสนามรบ เมื่อรบเสร็จแล้วเสร็จกระบวนการเลือกตั้งก็ทำงานร่วมกันต่อ

ร.อ.ธรรมนัส​ ยังกล่าวอีกว่า​ หลังจากนี้จะมีการเปิดตัวบ้านใหญ่เพิ่มขึ้นอีกแต่จะต้องปรึกษาทีมกฎหมาย ว่าจะสามารถดำเนินการอย่างไรได้ต่ออีกหรือไม่ ซึ่งก็มีหลายคนโทรหาตนเอง 

ด้านนายไชยา​ กล่าวว่า​  เหตุผลที่ตนตัดสินใจมาร่วมทำงานพรรคกล้าธรรม​ เนื่องจากเห็นถึงความตั้งใจว่ามีนโยบายที่ชัดเจน​ โดยเฉพาะภาคการเกษตร​ ซึ่งตนมาจากพื้นฐานที่นั่น​ เป็นผู้แทนราษฎร​มา​ 9 สมัย​ อยู่กับเกษตรกรชาวไร่​ ชาวนา​ และจังหวัดหนองบัวลำภูมีตัวเลขทางรายได้ทางเศรษฐกิจลำดับท้ายๆของประเทศ​ เพราะฉะนั้นตนคิดว่าปัญหาของเกษตรกรในพื้นที่ถือเป็นปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไข​ และที่ผ่านมามักจะถูกละเลยในพื้นที่ภาคอีสาน​ ตนเห็นร้อยเอกธรรมนัสและพรรคกล้าธรรม​ ในฐานะที่รับผิดชอบกระทรวงเกษตรฯเป็นนโยบายระดับรากหญ้าอย่าแท้จริง​ ในการที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและจะชาวอีสานได้​ จึงตัดสินใจมาร่วมกับพรรรคกล้าธรรม​

เมื่อถามว่า ประชาชนในพื้นที่ยอมรับหรือไม่ กับการตัดสินใจในครั้งนี้ นายไชยา กล่าวว่า ต้องอธิบายด้วยเหตุและผล ถึงการตัดสินใจครั้งนี้ ว่าไม่ใช่การตัดสินใจเพื่อตัวเอง​ แต่เป็นการตัดสินใจเพื่อประชาชน ไม่ใช่เฉพาะหนองบัวลำภู​ แต่รับผิดชอบพื้นที่ภาคอีสานทั้งหมด

เมื่อถามว่า จะสามารถสู้กับตัวแทนผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยได้หรือไม่​ นายไชยา​ กล่าวยังมั่นใจว่ามันสู้ได้อยู่แล้ว​ เพราะเคยสู้กันมาคู่ต่อสู้ก็สู้กันมาหลายยก  ไม่ได้เป็นปัญหาอุปสรรค​ เวทีการเลือกตั้งก็ต้องสู้กัน​ เราเป็นนักรบ​ เราเป็นนักสู้​ ก็ต้องต่อสู้กันในทางการเมือง​ แต่ขึ้นอยู่กับประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน

เมื่อถามว่า จะอธิบายกับประชาชนอย่างไรหลังถูกข้อครหาว่าเป็น สส.งูเห่า  นายไชยากล่าวว่า ถ้าจะกล่าวหาคำนั้น​ เหตุใดตนถึงต้องมาอยู่เพราะกล้าธรรม​ ไม่ไปอยู่กับพรรคที่อยู่ในกระแสไม่มีดีกว่าหรือ​ แต่ที่ตนต้องเลือกพรรคกล้าธรรมเพราะ​เข้าได้กับทุกฝ่าย​ จากวันนี้ไป​เป็นเรื่องของการจับมือในการทำงาน เพราะฉะนั้นความขัดแย้งในทางการเมือง​ ซึ่งอ​ย่ามาบอกว่าเป็นงูเห่า​ แต่เชื่อว่าการเตือนใจครั้งนี้เป็นการตัดสินใจเพื่อประชาชนภาคอีสาน เพราะเมื่อลงพื้นที่​ชาวบ้านยังถามว่าสิ่งที่รับปากไว้ตอนเป็นรัฐบาล 2 ปี​ ยังมีอะไรที่ยังค้างคาใจประชาชนอยู่​ เช่น อย่างเงินดิจิทัลวอลเล็ต ประชาชนอย่างทวงถาม ปัญหาหลายอย่างอย่างเงินช่วยเหลือและปัญหาด้านภาคการเกษตร​ เป็นเงินช่วยเหลือเกษตรกร เราเป็นรัฐบาลมา 2 ปี​ ก็ยังตอบคำถามเขาไม่ได้ และพื้นที่หนองบัวลำภู​ ปลูกอ้อยให้มากที่สุด เพราะมีอุตสาหกรรมอ้อย​ เมื่อให้ลดการเผา​ เพื่อลดฝุ่น PM 2.5 และไปรับปากว่า​จะชดเชย​ ให้เงิน 120 บาทต่อตัน​ วันนี้ก็ยังรอคำตอบอยู่​ สิ่งเหล่านี้คือปัญหา 2 ปีที่ถามว่ารับปากแล้วลืมเขาแล้วหรือ ซึ่งตนคิดว่าเรื่องนี้ต้องหาคนไปแก้ไขปัญหา ซึ่งพรรคกล้าทำที่รับผิดชอบกระทรวงเกษตรจะตอบโจทย์ประชาชนได้

นายไชยา​ ยังกล่าวว่า​ พื้นที่ภาคอีสานมีการต่อสู้ทางการเมืองอย่างเข้มข้น​ ที่ผ่านมาพรรคการเมืองแต่ละพรรคก็ไปสัญญากับคนภาคอีสานไว้มาก​ และได้คะแนนเสียงจากคนอีสาน​ไปเป็นกอบเป็นกำ แต่พอเข้ามาสู่การบริหารประเทศ​ ก็มักจะลืมคำที่เคยสัญญากับประชาชนเอาไว้ เพราะฉะนั้นสิ้งที่พรรคกล้สธรรมเคยให้สัจจะวาจา​ เป็นคนที่ทำจริงปฏิบัติจริง และหวังผลที่จะแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริง​ ตอบโจทย์ปัญหาชาวภาคอีสาน​ จึงมีความมั่นใจว่าพื้นที่ภาคอีสานจะต้อนรับ​ กับคนที่ตั้งใจในการทำงานให้กับเกษตรกร

ร.อ.ธรรมนัส​ ยังกล่าวถึงกรณีที่นายไชยา​ ถูกครหาว่าเป็นงูเห่าว่า พวกตนที่อยู่พรรคกล้าทำ ล้วนมาจากพรรคไทยรักไทยเดิม พลังประชาชน​ และเพื่อไทย แสดงว่าพวกเราก็เป็นงูด้วยกันซึ่งระหว่างนั้นร้อยเอกธรรมนัส​ได้โน้มตัวไปเกาะไหล่นายไชยา  ซึ่งตนคิดว่าไม่ใช่​ ก่อนกล่าวว่า​ ตนก็ถือถือว่ามีบทบาทในการสร้างครอบครัวไทยรักไทยให้โตขึ้น เพราะฉะนั้นคำว่างูเห่าในครอบครัวกล้าธรรมไม่ใช่

เมื่อถามว่า แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคลงตัวแล้วหรือไม่​ ร.อ.กล่าวว่า​ ตนต้องรอพี่น้องมาให้ครบ​ก่อนถึงจะสามารถคุยกันได้

เมื่อถามว่า ในวันสมัครรับเลือกตั้งจะเดินทางไปด้วยวิธีใด จะปั่นจักรยาน นั่งรถเมล์ หรือเดิน ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เดี๋ยวให้ นาวาอากาศเอกอนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรค คิดว่าจะเป็นธีมไหน ยืนยันว่าตนจะพาผู้สมัครไปด้วยตัวเอง

‘สุไพรพล เพ็ญแข’ชี้ 3 เหตุผลจำเป็นต้องปรับแก้‘นโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่’ หลังพบปัญหาการเข้าถึงบริการ

‘สุไพรพล เพ็ญแข’ชี้ 3 เหตุผลจำเป็นต้องปรับแก้‘นโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่’ หลังพบปัญหาการเข้าถึงบริการ

‘สุไพรพล เพ็ญแข’ชี้ 3 เหตุผลจำเป็นต้องปรับแก้‘นโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่’ หลังพบปัญหาการเข้าถึงบริการ

วันเสาร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.47 น.

‘สุไพรพล เพ็ญแข’ชี้ 3 เหตุผลจำเป็นต้องปรับแก้‘นโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่’ หลังพบปัญหาการเข้าถึงบริการ

20 ธันวาคม 2568 นายสุไพรพล เพ็ญแข หรือ “ป๊อบ” ผู้สมัคร สส.เขต 33 บางพลัด–บางกอกน้อย พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงนโยบายด้านสาธารณสุขที่เตรียมนำเสนอในการหาเสียงเลือกตั้ง โดยระบุว่า ตนเติบโตมาในยุคของโครงการ “30 บาทรักษาทุกโรค” ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญในสมัยรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร ที่เปลี่ยนแปลงระบบสาธารณสุขของประเทศ และทำให้ประชาชน โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย สามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้อย่างเท่าเทียม

นายสุไพรพล กล่าวว่า ก่อนมีโครงการดังกล่าว คนจนจำนวนมากไม่กล้าเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล เนื่องจากภาระค่าใช้จ่ายสูง และบางกรณียังประสบปัญหาการปฏิเสธการรักษา หรือการรักษาที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งสะท้อนถึงความไม่เป็นธรรมในระบบสาธารณสุข โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคจึงถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ยกระดับหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า และสร้างศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้กับคนไทยอย่างแท้จริง

ผู้สมัคร สส. พรรคเพื่อไทย รายนี้ กล่าวต่อว่า เมื่อได้ลงพื้นที่หาเสียงในเขตบางกอกน้อยและบางพลัด ซึ่งมีประชาชนรายได้น้อยและผู้สูงอายุจำนวนมากที่ยังต้องพึ่งพาระบบหลักประกันสุขภาพ ทำให้เห็นชัดว่านโยบายดังกล่าวยังคงเป็นที่ต้องการของประชาชน และเป็นหนึ่งในนโยบายหลักที่ทำให้พรรคไทยรักไทยในอดีต และพรรคเพื่อไทยในปัจจุบัน ได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชนมาอย่างต่อเนื่องกว่า 20 ปี

อย่างไรก็ตาม นายสุไพรพล ระบุว่า จากการลงพื้นที่สอบถามความคิดเห็นของประชาชนหลายร้อยราย พบว่า ภายหลังการปรับนโยบายมาเป็น “30 บาทรักษาทุกที่” กลับเกิดเสียงสะท้อนถึงปัญหาในการปฏิบัติจริง โดยสามารถสรุปเป็นประเด็นสำคัญได้ 3 ข้อ

ประเด็นแรก คือ ปัญหาการบริหารจัดการภายใต้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ส่งผลให้สถานพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการจำนวนไม่น้อยต้องยุติการให้บริการ เนื่องจากไม่สามารถแบกรับภาระค่าใช้จ่ายได้ เมื่อสถานพยาบาลปิดตัว ประชาชนที่ขึ้นทะเบียนอยู่ต้องถูกย้ายสิทธิไปยังสถานพยาบาลอื่น ซึ่งมักอยู่ไกลออกไป ทำให้ต้องเสียค่าเดินทางเพิ่ม บางรายต้องเสียค่าใช้จ่ายหลายร้อยบาท หรือผู้สูงอายุต้องว่าจ้างผู้อื่นไปดูแล ส่งผลให้ครอบครัวได้รับความเดือดร้อนเพิ่มขึ้น

ประเด็นที่สอง คือ สถานพยาบาลที่ปิดตัวลงจำนวนมากยังไม่มีความชัดเจนว่าจะกลับมาเปิดให้บริการอีกเมื่อใด ทำให้พื้นที่ที่เคยมีสถานพยาบาลใกล้บ้านกลับกลายเป็นพื้นที่ที่ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้เหมือนเดิม

ประเด็นที่สาม คือ ระบบการแบ่งระดับบริการเป็นปฐมภูมิ ทุติยภูมิ และตติยภูมิ แม้จะถูกต้องในเชิงทฤษฎี แต่ในทางปฏิบัติกลับสร้างปัญหาให้กับผู้ป่วยจำนวนมาก โดยเฉพาะกรณีที่อาการรุนแรงขึ้น ต้องถูกส่งต่อไปยังสถานพยาบาลอื่น บางรายอยู่ในภาวะวิกฤต และมีรายงานว่าบางกรณีเกิดการเสียชีวิตระหว่างการส่งตัว

นายสุไพรพล กล่าวย้ำว่า ปัญหาดังกล่าวถือเป็นประเด็นสำคัญที่จำเป็นต้องเร่งแก้ไข ซึ่งอาจไม่สามารถแก้ได้โดยรัฐบาลฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยการปรับปรุงกลไกการทำงานของ สปสช. อย่างจริงจัง พร้อมระบุว่า หากได้รับเลือกตั้ง ตนจะผลักดันการตรวจสอบข้อเท็จจริงและหาแนวทางแก้ไข เพื่อให้ “30 บาทรักษาทุกที่” สามารถรักษาได้ทุกที่อย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงในทางนโยบาย แต่ต้องลดภาระค่าใช้จ่ายและความเดือดร้อนของประชาชนให้ได้ตามเจตนารมณ์เดิมของโครงการ

‘เพื่อไทย’เปิดบ้านต้อนรับ’เทวัญ’ นำทีมโคราช พร้อมลงสมัคร สส.3เขตเสริมทัพ

'เพื่อไทย'เปิดบ้านต้อนรับ'เทวัญ' นำทีมโคราช พร้อมลงสมัคร สส.3เขตเสริมทัพ

‘เพื่อไทย’เปิดบ้านต้อนรับ’เทวัญ’ นำทีมโคราช พร้อมลงสมัคร สส.3เขตเสริมทัพ

วันเสาร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.46 น.

‘เพื่อไทย’ เปิดบ้านต้อนรับ ‘เทวัญ’ นำทีมโคราช พร้อมลงสมัคร สส. 3 เขต ตัวลงปาร์ตี้ลิสต์  เสริมทัพผนึกกำลังคว้าชัย – 25 ธ.ค.นี้ เปิดตัว ผู้สมัครครบ 400 เขต 

วันที่ 20 ธ.ค.68 ที่พรรคเพื่อไทย นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้การต้อนรับนายเทวัญ ลิปตพัลลภ อดีตหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา และคณะ 

โดย นายชูศักดิ์ กล่าวว่า วันนี้พรรคเพื่อไทยขอแถลงข่าวในเรื่องการสมัครรับเลือกตั้ง สส.ในวันที่ 8 ก.พ.69 ซึ่งวันนี้ขอต้อนรับนายเทวัญ และคณะ โดยทราบจากการแถลงของประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนาว่าได้มีมติจะไม่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคชาติพัฒนา และให้สิทธิ์สมาชิกพรรคในการใช้ดุลย์พินิจสมัครรับเลือกตั้งในพรรคการเมืองต่างๆ และเป็นที่ทราบกันต่อมาว่านายเทวัญและคณะได้ตัดสินใจลาออกจากพรรคชาติพัฒนา และประสงค์จะมาสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคเพื่อไทย

“ในนามพรรคเพื่อไทยขอต้อนรับนายเทวัญและคณะผู้สมัครทั้ง 3 คน ยินดีต้อนรับมาสู่พรรคเพื่อไทย ช่วยกันรณรงค์ในการหาเสียงเลือกตั้งเพื่อนำชัยชนะมาสู่พรรคเพื่อไทย” นายชูศักดิ์ กล่าว

ด้านนายประเสริฐ กล่าวว่า ในวันที่ 8 ก.พ. ที่จะถึงนี้เป็นวันเลือกตั้ง สส.ทั่วประเทศ ขณะนี้พรรคเพื่อไทยได้มีการเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งเรียบร้อยแล้ว โดยจะมีการส่งผู้สมัครครบทั้ง 400 เขต และจะมีการเปิดผู้สมัครรับเลือกตั้งในวันที่ 25 ธ.ค. เวลา 11.00 น. จึงขอให้ติดตามการเปิดตัวผู้สมัครของพรรคเพื่อไทยครบทุกเขตเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม วันนี้ได้ต้อนรับนายเทวัญ ซึ่งได้เดินทางเข้ามาเป็นสมาชิกของพรรคเพื่อไทย พร้อมกับว่าที่ผู้สมัคร สส. ในเขตจังหวัดนครราชสีมา 3 คน ซึ่งการที่นายเทวัญมาครั้งนี้เป็นการผนึกกำลัง นายเทวัญเป็น สส. หลายสมัยและเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี เป็นแกนนำหลักที่สำคัญในจังหวัดนครราชสีมา ตนจึงเชื่อว่านายเทวัญและว่าที่ผู้สมัครเขต 1, 2 และ 3 ที่เดินทางมาสมัครพรรคเพื่อไทย จะเป็นกำลังสำคัญอย่างยิ่งที่จะนำสู่ชัยชนะในการเลือกตั้ง เดิมในจังหวัดนครราชสีมามีสส. 16 คน สส.พรรคเพื่อไทย 12 คน ครั้งนี้เรามีความมั่นใจว่าทั้ง 3 คน เป็นบุคคลที่มีศักยภาพและทำการเมืองอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของเขตเลือกตั้ง หลายท่านเคยดำรงตำแหน่งที่มีความสำคัญ ดังนั้น จึงเป็นโอกาสที่ดีที่การทำงานเพื่อชาติบ้านเมือง ทำงานเพื่อพี่น้องโคราชและเพื่ออุดมการณ์ของพรรคจะบรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งใจเอาไว้ ตนในฐานะเป็นเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ขอต้อนรับนายเทวัญและคณะ ที่จะได้ขับเคลื่อนเรื่องต่างๆในหลายเรื่อง ร่วมกับพรรคเพื่อไทยมีการเข้ามาทำงานให้กับชาติบ้านเมืองต่อไป 

นายเทวัญ กล่าวว่า  หลังจากที่มีมติของพรรคชาติพัฒนา ตนและเพื่อนอดีตสส.ในจังหวัดนครราชสีมา ก็ได้มีการหารือกัน ว่าเราจะไปในทิศทางใด เพราะที่ผ่านมา เราได้ทำงานการเมืองและทำพื้นที่มาโดยตลอดโดยไม่หยุด จากนั้นได้มีโอกาสพบกับหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้หารือกันและได้มีการเชิญชวนให้มาร่วมงานกับพรรคเพื่อไทย ซึ่งได้มีการหารือกับสมาชิกพรรคแล้ว ดูแล้วว่าหากพรรคชาติพัฒนา เข้ามาเสริมทีมได้ ก็จะเป็นโอกาสที่ดีให้จังหวัดนครราชสีมา จะได้เป็นปึกแผ่นและทำให้เกิดประโยชน์กับชาวโคราชและชาวอีสาน อีกทั้งนโยบายหลายอย่างของพรรคเพื่อไทยเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก ซึ่งเราตัดสินใจว่า จะมาร่วมงานทางการเมืองด้วยกัน ต้องขอขอบคุณพรรคเพื่อไทย ที่ในวันนี้ให้เกียรติกับพรรคชาติพัฒนา ซึ่งนายเทวัญระบุว่า มั่นใจทั้ง 3 เขตของนครราชสีมา จะได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชน

จากนั้น นายเทวัญ ได้แนะนำว่าที่ผู้สมัครสส. นครราชสีมา

เขต 1 นายประเสริฐ บุญชัยสุข  อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และ อดีตนายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา

เขต 2 นายวัชรพล โตมรศักดิ์  อดีตสส.หลายสมัย ขวัญใจชาวโคราช และอดีตกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข

เขต 3 นายสมบัติ กาญจนวัฒนา อดีตสมาชิกสภาจังหวัด อดีตประธานสภา และอดีตนักการเมืองท้องถิ่นหลายสมัย ขณะที่นายเทวัญ จะลงรับสมัครแบบสส.บัญชีรายชื่อ

เมื่อถามถึงกรณีของนายวุฒิพงศ์ ทองเหลา อดีตสส.ปราจีนบุรี  นายเทวัญ กล่าวว่า  นายวุฒิพงศ์ก็จะมีทิศทางของท่าน ซึ่งวันนี้ได้มีการพูดคุยกัน แล้วก็จะไปดูในส่วนของท่านที่มีความเหมาะสม  

เมื่อถามว่าตัดสินใจอย่างไรในขณะที่กระเเสของพรรคเพื่อไทยกำลังตก นายเทวัญ กล่าวว่า ตนได้หารือ หัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ที่ถือเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ในเมืองโคราช ซึ่งหากจากชาติพัฒนามีฐานที่โคราชอยู่แล้ว โดยเฉพาะเขต 1-3 หากเราได้มีโอกาสร่วมงานกับทางพรรคเพื่อไทย น่าจะเกิดกับประโยชน์กับชาวโคราช ซึ่งโคราชมี สส. 16 คน เป็นรองจากกรุงเทพมหานคร ถือเป็นจังหวัดใหญ่และเป็นประตูสู่อีสาน มีพร้อมทุกอย่าง หากจะรวมสส.เป็นปึกแผ่นได้ก็จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนชาวโคราชเป็นอย่างยิ่ง

กต.ย้ำไม่มีอะไรมากดดัน ไทย ให้เสียเปรียบเวที กต.อาเซียน 22 ธ.ค.

กต.ย้ำไม่มีอะไรมากดดัน ไทย ให้เสียเปรียบเวที กต.อาเซียน 22 ธ.ค.

กต.ย้ำไม่มีอะไรมากดดัน ไทย ให้เสียเปรียบเวที กต.อาเซียน 22 ธ.ค.

วันเสาร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.40 น.

กต.ย้ำ ไม่มีอะไรมากดดัน ไทย ให้เสียเปรียบเวที กต.อาเซียน 22 ธ.ค. หลัง สหรัฐ-จีน แสดงท่าทีปะทะชายแดน ย้ำ กัมพูชา ต้องรับ 3 เงื่อนไข “สีหศักดิ์”ยกคณะไปมาเลเซีย 21 ธ.ค.นี้

วันที่ 19 ธันวาคม 2568 ที่ศูนย์แถลงข่าวร่วม สถานการณ์ไทย-กัมพูชา ที่สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก นางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองโฆษกประจำกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงการประชุมรัฐมนตรี รมว.ต่างประเทศอาเซียนสมัยพิเศษ ที่ประเทศมาเลเซีย 22 ธ.ค. ในวันพรุ่งนี้(21ธ.ค.)นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ จะนําคณะผู้แทนไทยที่ประกอบด้วย ผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานความมั่นคงเดินทางไปประเทศมาเลเซียเพื่อเข้าร่วมการประชุม

ทั้งนี้ที่ผ่านมา อาจจะได้ยินการแสดงออกท่าทีความเห็นของประเทศต่างๆ มากขึ้น เช่น รมว.ต่างประเทศสหรัฐ ผู้แทนพิเศษฝ่ายจีน เดินทางไปประเทศกัมพูชา

ยืนยันว่าการประชุมใน 22 ธ.ค.นี้จะไม่มีอะไรที่จะมากดดันฝ่ายไทย ทําให้ต้องเสียเปรียบ ท่าทีที่เราแสดงมาโดยตลอด  ไทยปรารถนาสันติภาพ ไม่ได้เป็นฝ่ายคุกคามหรือรุกเข้าพื้นที่อธิปไตยของอีกประเทศ เรามีความชัดเจนมาโดยตลอดและเป็นสิ่งที่ฝ่ายไทยยืนยันมาโดยตลอด และต้องการสันติภาพ ยั่งยืนและแท้จริงกัมพูชาเป็นฝ่ายที่ต้องแสดงความจริงใจในเรื่องนี้

1.กัมพูชาต้องเป็นฝ่ายประกาศหยุดยิงก่อนในฐานะที่เป็นประเทศโจมตีอีกประเทศ

2.การหยุดยิงจะต้องเกิดขึ้นจริงและต่อเนื่อง

3.กัมพูชาจะต้องแสดงความจริงใจในการร่วมมือกับฝ่ายไทย เก็บกู้ทุนระเบิด เป็นสิ่งที่ฝ่ายไทยรับไม่ได้และต้องแก้ไขปัญหาร่วมกัน

และทั้งหมดนี้จะต้องขึ้นอยู่กับการประเมินของหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ที่จะทํางานร่วมกับกระทรวงต่างประเทศเพื่อเดินหน้าต่อไป

นางมาระตี นะลิตา ย้ำว่า เวทีอาเซียนเป็นเวทีที่สําคัญและเป็นเวทีที่จะเป็นคุณกับไทยและเป็นโอกาส ให้เราสามารถแสดงท่าทีชี้แจงข้อมูลหลักฐานทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น ที่ทางการไทยได้รวบรวมตั้งแต่เกิดเหตุรอบที่2 ขอให้ประชาชนมีความมั่นใจว่าท่าทีของไทยยืนอยู่บนหลักฐานและข้อเท็จจริงที่ปฏิเสธไม่ได้

ย้อนรอยความกล้า ‘จ่าเริง’ ทหารสมัครใจลงใต้ สู่ภารกิจสุดท้ายที่ปราสาทตาควาย

ย้อนรอยความกล้า 'จ่าเริง' ทหารสมัครใจลงใต้ สู่ภารกิจสุดท้ายที่ปราสาทตาควาย

ย้อนรอยความกล้า ‘จ่าเริง’ ทหารสมัครใจลงใต้ สู่ภารกิจสุดท้ายที่ปราสาทตาควาย

วันเสาร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.15 น.

วันที่ 20 ธันวาคม 2568 นายปฏิพล อภิญญาณกุล นักเขียนชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก “Padipon Apinyankul” ระบุว่า  เรื่องของจ่าเริง (จ.ส.อ.สำเริง คลังประโคน) . เป็นหนึ่งในเรื่องเล่าของหลาย ๆ ชีวิต ที่เป็นทหารด้วยจิตวิญญาณ

ตอนนี้ ไม่รู้ว่าทหารไทยที่บุกขึ้นไปตรงเนิน 350 จะพบร่างทหารไทย 2 นายในรูป หรือยัง ?

ที่บ้านของคุณแม่จ่าเริง กางเต้นท์งานศพพร้อมแล้ว รอเพียงร่างของลูกชายเท่านั้น 

จ่าเริง ไม่ใช่ทหารเกณฑ์ที่จับใบดำใบแดงเข้ามา แต่เขาเต็มใจสมัครเป็นทหาร และตั้งใจจะไปอยู่ในพื้นที่สีแดงทางภาคใต้ เมื่อเกิดสงครามชายแดนไทย-กัมพูชา จ่าเริงจึงไปปฏิบัติงานหน่วยหน้าอย่างจริงจัง .. เขาและเพื่อนทหารไทยชุดหนึ่ง บุกจากที่ราบต่ำขึ้นสู่ที่สูง นั้นคือปราสาทตาควาย ซึ่งฝ่ายเขมรตั้งกองกำลังดักอยู่ ปราสาทตาควายเข้ายึดยากมาก . พื้นที่ทางเดินขึ้นของฝ่ายบุก จะเสียเปรียบกว่าฝ่ายตั้งรับ แต่ด้วยหัวใจเต็มเปี่ยมของทหารไทย สาดกระสุนไป รุกคืบไป … ○ เดินทีละก้าว กินข้าวทีละคำ ○ .. ทหารไทยจึงสามารถยึดปราสาทตาควายกลับคืนมาได้

จ่าเริง โทรหาพี่สาวว่า “ผมทำสำเร็จแล้ว” ทั้งบ้านต่างดีใจ โล่งใจ ภูมิใจ ในความสามารถและหน้าที่ทหารของเขา .. แต่สิ่งที่ยากกว่าปราสาทตาควาย ก็คือ เนิน 350 เนิน 350 เป็นเนินที่สูงกว่าปราสาทตาควาย  เปรียบเสมือนหอคอย  ถึงแม้เรายึดปราสาทตาควายได้แล้ว  /  เนิน 350 ซึ่งอยู่สูงกว่า คือจุดข่ม สามารถยิงปืนใหญ่ใส่ลงมา จากเนิน 350 ถึง ปราสาทตาควาย ห่างกันแค่ 300 เมตร เท่านั้น ถ้าให้เขมรยึดไว้  เป็นอันตรายกับทหารไทยที่อยู่ปราสาทตาควายอย่างมาก และไทยอาจจะเสียปราสาทตาควายไปอีกครั้ง จ่าเริง และ พลทหารภานุพงศ์ เสาร์สา รวมทั้งทีมหน่วยรุกคนอื่น ๆ จึงจำเป็นต้องบุกขึ้นไป เพื่อยึดเนิน 350 เนิน 350  เป็นทางป่ารกชัฏ  รอบ ๆ ทางขึ้นฝังระเบิดสังหารเอาไว้เต็มไปหมด .. การบุกขึ้นไป ก็คือการเดินเข้าสู่  “พื้นที่สังหาร” (Killing Zone)
ศัตรูมองลงมาเห็นเรา และรอเราอยู่แล้ว

แต่ถ้าไม่บุกเข้าถ้ำเสือ ไฉนเลยจึงจะไล่เสือออกจากถ้ำได้ ไล่ลงจากภูเขาได้ กลุ่มทหารไทยร่วมทีมหลายคน รู้ภารกิจนี้ดี และพวกเขารู้ว่า คนที่อยู่ที่บ้านต้องเตรียมตัวเตรียมใจร้องไห้ จัดงานศพให้พวกเขาพวกเขาไม่เคยคิดปฏิเสธ ภารกิจที่ยากเช่นนี้เลย . พวกเขารักครอบครัว และพวกเขาก็รักแผ่นดินไทย เขาเลือกทั้ง 2 อย่างในเวลาเดียวกันไม่ได้ . แต่เขาเลือกให้แผ่นดินสงบสุขก่อน แล้วครอบครัวจึงสงบสุขตามมาได้ ..  ความสงบสุขในวันข้างหน้า จะไม่ได้เกิดขึ้นแค่ครอบครัวเขาเท่านั้น แต่เป็นของทุกครอบครัวบนผืนแผ่นดินนี้ จ่าเริง ทิ้งประโยคสุดท้าย ก่อนบุกขึ้นเนิน 350 ว่า  “#ถ้าไปปักธงชาติไทยไม่ได้__ก็แค่เอาธงชาติไทยคลุมผม__เอากลับบ้าน__แค่นั้นเอง”
….
เสียงปืนกังวานลั่นไม่หยุด ทหารไทยทั้ง 2 นาย ล้มลง พลีชีพเพื่อแผ่นดิน . ที่เหลือจำต้องล่าถอยกลับไปวันนี้ทหารไทยจะบุกขึ้นไปใหม่ ..ขอให้พบร่างของพวกเขา และนำกลับบ้านได้สำเร็จด้วยเทอญ

วิธี ลงทะเบียนเลือกตั้ง 2569 ล่วงหน้า ในเขต นอกเขต นอกราชอาณาจักร ครบทุกขั้นตอน

วิธี ลงทะเบียนเลือกตั้ง 2569 ล่วงหน้า ในเขต นอกเขต นอกราชอาณาจักร ครบทุกขั้นตอน

วิธี ลงทะเบียนเลือกตั้ง 2569 ล่วงหน้า ในเขต นอกเขต นอกราชอาณาจักร ครบทุกขั้นตอน

วันเสาร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 14.31 น.

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2568 เพจเฟซบุ๊ก สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง โพสต์ภาพและข้อความวิธีการเลือกตั้งล่วงหน้าทั้ง 3 ช่องทาง ได้แก่ ยื่นด้วยตนเองต่อนายทะเบียนอำเภอ/ท้องถิ่นหรือสถานทูต ในวันเวลาราชการ ยื่นทางไปรษณีย์ และยื่นออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เฉพาะผู้ลงคะแนนนอกเขตและนอกประเทศ

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งเผยแพร่ข่าวเลขที่ 516/2568 วันที่ 17 ธันวาคม 2568

วิธี ลงทะเบียนเลือกตั้ง 2569

การยื่นคำขอลงทะเบียนใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้ง (สส.) ตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 5 มกราคม 2569 ด้วยได้มีพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2568 และคณะกรรมการการเลือกตั้งได้กำหนดให้วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 08.00 – 17.00 น. เป็นวันเลือกตั้ง

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ขอประชาสัมพันธ์ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ไม่สามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ณ หน่วยเลือกตั้งที่ท่านมีชื่อตามทะเบียนบ้านได้ และมีความประสงค์จะขอใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้ง ในวันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 08.00 – 17.00 น. สามารถยื่นคำขอลงทะเบียนใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้งได้ ตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 5 มกราคม 2569 ผ่านช่องทางต่าง ๆ ดังนี้

วิธี ลงทะเบียนเลือกตั้ง 2569 ล่วงหน้า

1. การยื่นคำขอต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่น หรือยื่นคำขอต่อเอกอัครราชทูตหรือผู้ที่เอกอัครราชทูตมอบหมาย ตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 5 มกราคม 2569 ในวันและเวลาราชการ

2. การยื่นคำขอทางไปรษณีย์ ตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 5 มกราคม 2569 โดยถือวันประทับตราไปรษณีย์เป็นสำคัญ

วิธี ลงทะเบียนเลือกตั้ง 2569 ล่วงหน้า

3. การยื่นคำขอทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (เฉพาะการออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้ง ณ ที่เลือกตั้งกลางนอกเขตเลือกตั้ง และการออกเสียงลงคะแนนนอกราชอาณาจักร) ตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 5 มกราคม 2569 ตลอด 24 ชั่วโมง โดยระบบจะปิดอัตโนมัติ ในวันที่ 5 มกราคม 2569 เวลา 24.00 นาฬิกา ตามเวลาประเทศไทย

4. สำหรับสถานที่เลือกตั้งกลางในเขตเลือกตั้ง สถานที่เลือกตั้งกลางนอกเขตเลือกตั้ง และสถานที่เลือกตั้งกลางสำหรับคนพิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุ จะประชาสัมพันธ์ให้ทราบก่อนวันที่ 20 ธันวาคม 2568

สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ที่เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง http://www.ect.go.th สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1444

วิธี ลงทะเบียนเลือกตั้ง 2569 ล่วงหน้า
วิธี ลงทะเบียนเลือกตั้ง 2569 ล่วงหน้า
วิธี ลงทะเบียนเลือกตั้ง 2569 ล่วงหน้า
วิธี ลงทะเบียนเลือกตั้ง 2569 ล่วงหน้า
วิธี ลงทะเบียนเลือกตั้ง 2569 ล่วงหน้า
วิธี ลงทะเบียนเลือกตั้ง 2569 ล่วงหน้า
วิธี ลงทะเบียนเลือกตั้ง 2569 ล่วงหน้า
วิธี ลงทะเบียนเลือกตั้ง 2569 ล่วงหน้า

‘กมธ.เศรษฐกิจฯ วุฒิสภา’คาดเศรษฐกิจไทยปีหน้าสาหัส จีดีพีต่ำกว่าร้อยละ 2

‘กมธ.เศรษฐกิจฯ วุฒิสภา’คาดเศรษฐกิจไทยปีหน้าสาหัส จีดีพีต่ำกว่าร้อยละ 2

‘กมธ.เศรษฐกิจฯ วุฒิสภา’คาดเศรษฐกิจไทยปีหน้าสาหัส จีดีพีต่ำกว่าร้อยละ 2

วันเสาร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 14.18 น.

‘กมธ.เศรษฐกิจฯ วุฒิสภา’คาดเศรษฐกิจไทยปีหน้าสาหัส จีดีพีต่ำกว่าร้อยละ 2 ภาษีนำเข้าสหรัฐฯกระทบส่งออก สู้รบไทย-กัมพูชา สูญเงินเฉพาะท่องเที่ยวเฉลี่ยเดือนละ 1.4 หมื่นล้านบาท

20 ธันวาคม 2568 น.ส.ชญาน์นันท์ ติยตระการชัย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง วุฒิสภา กล่าวถึงภาวะการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยปี2568 และทิศทางเศรษฐกิจในปี 2569 หลังเผชิญการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐอเมริกาและปัญหาการสู้ระบบไทย-กัมพูชาว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทย เคยประมาณการไว้ว่าจะเติบโตได้ราว 2.2-.2.5 เปอร์เซ็นต์ แต่คงไม่เป็นไปตามเป้า เพราะเกิดปัญหาขึ้นหลายอย่างในช่วงไตรมาสสุดท้ายทั้งปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่ การสู้รบแนวชายไทย-กัมพูชา ขณะที่รายได้หลักของไทมากส่งออกเป็นหลัก

น.ส.ชญาน์นันท์เห็นว่า ปัญหาดังกล่าวทำให้เศรษฐกิจของไทยใน 3 ไตรมาสแรก ดูเหมือนจะดี เพราะมีการเติบโตมากถึง 3 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็เป็นเพราะการส่งออกล่วงหน้าในครึ่งปีแรก เพื่อหนีปัญหาภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ของโดนัลด์ ทรัมป์  แต่เมื่อดูเติบโตเป็นอันดับที่ 6 ในอาเซียน เหนือกว่าเมียนมาร์เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทำให้ไตรมาสสามเหลือการเติบโตเพียง 1.2 เปอร์เซ็นต์

น.ส.ชญาน์นันท์กล่าวว่า จากหลายปัจจัยดังกล่าว ทำให้ส่วนตัวแล้วคาดว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2569 จะหนักกว่าปี 2568 การเติบโตของจีดีพีลดลง เพราะการใช้จ่ายภาครัฐและการบริโภคของภาคเอกชนลดลง ตัวเลขล่าสุดปีนี้เพียง 2.1 เท่ากับช่วงโควิดในปี 2019 ปี 2569 อาจเหลือเพียง 1.7-1.9 เท่านั้น

“ตามท้องถนน ตลาดย่านค้าขายในบ้านเรา รวมห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ค่อนข้างเงียบเหงา เพราะคนไม่มีเงินจับจ่ายใช้สอย ไม่ใช่เพราะคนมีเงินแล้วไม่ใช้เงิน หนี้ครัวเรือนก็สูงมากขึ้น จะใช้จ่ายอะไร ก็ต้องระมัดระวัง ขณะที่คนมีเงินก็ไม่มีอารมณ์หรือความรู้สึกดี ๆ กับสภาพเศรษฐกิจเช่นนี้” สว.และเลขานุการคณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจฯ ให้ความเห็น

น.ส.ชญานันท์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ไทยยังขาดเสถียรภาพทางการเมือง 1 ปีครึ่งมีนายกรัฐมนตรีถึง 3 คน ยอดนักท่องเที่ยว ก็ไม่เป็นไปตามเป้า ซ้ำเติมปัญหาการส่งออก รวมถึงปัญหาน้ำท่วมภาคใต้ โดยเฉพาะที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ที่หอการค้าไทยประเมินตัวเลขความเสียหายไว้ที่ 4 หมื่นล้านบาท หรือ 0.22 ของจีดีพี ผีซ้ำด้ามพลอย ยังมีปัญหาชายแดนอีก จนกระทบการส่งออกจาก 9 หมื่นล้านบาท หรือเพียง 9 ล้านบาทในเดือนตุลาคมเท่านั้น ล่าสุดก็กลายเป็นศูนย์ไปแล้ว

สว.และเลขานุการคณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจฯ วุฒิสภา กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัญหาไทย-กัมพูชา เฉพาะด้านท่องเที่ยวเสียหายเดือนละ 1.4 หมื่นล้านบาท หากการปัญหายังยืดเยื้อ จะทำให้ตัวเลขความเสียหายพุ่งสูงขึ้นถึง 0.5 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีไทย

2 สส อีสาน โบกมือลา ภูมิใจไทย ซบ กล้าธรรม หลังข้อตกลงเป็นหมัน

2 สส อีสาน โบกมือลา ภูมิใจไทย ซบ กล้าธรรม หลังข้อตกลงเป็นหมัน

2 สส อีสาน โบกมือลา ภูมิใจไทย ซบ กล้าธรรม หลังข้อตกลงเป็นหมัน

วันเสาร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.38 น.

วันนี้ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2568 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า นพ.ภูมินทร์ ลีธีระประเสริฐ อดีตสส.ศรีสะเกษ เขต 4 นาง นุชนาถ จารุวงษ์เสถียร อดีตสส.ศรีสะเกษ เขต 9  โบกมือลาพรรคภูมิใจไทย (ภท.) หันมาซบ พรรคกล้าธรรม(กธ.) หลังข้อตกลงเป็นหมัน ถูกผลักให้ขึ้นปาร์ตี้ลิสต์  ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรค เตรียมเปิดตัวบ่ายนี้

 พรรคกล้าธรรม
 พรรคกล้าธรรม

ขอขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊ก นุชนาถ จารุวงษ์เสถียร, เฟซบุ๊ก Phumin Lee

เพื่อไทย เรียกร้อง กกต คุมเข้มเลือกตั้ง หลังผู้สมัคร สส แจ้งมีบุคคลใช้อำนาจข่มขู่ คุกคาม ในการหาเสียง

เพื่อไทย เรียกร้อง กกต คุมเข้มเลือกตั้ง หลังผู้สมัคร สส แจ้งมีบุคคลใช้อำนาจข่มขู่ คุกคาม ในการหาเสียง

เพื่อไทย เรียกร้อง กกต คุมเข้มเลือกตั้ง หลังผู้สมัคร สส แจ้งมีบุคคลใช้อำนาจข่มขู่ คุกคาม ในการหาเสียง

วันเสาร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 12.26 น.

วันที่ 20 ธ.ค.68 ที่พรรคเพื่อไทย นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้คุมการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ หลังพบพฤติกรรมใช้อำนาจข่มขู่ คุกคามผู้สมัครฯ และสร้างความหวาดกลัวต่อการหาเสียงเลือกตั้ง โดยนายประเสริฐกล่าวว่า ขณะนี้พรรคเพื่อไทย ได้รับการแจ้งจากผู้ประสงค์จะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส. ของพรรคเพื่อไทย รวมไปถึงสมาชิกพรรค และผู้สนับสนุนพรรคในหลายพื้นที่ ถึงพฤติกรรมของบุคคคลและกลุ่มบุคคลบางกลุ่มที่สุ่มเสี่ยงที่จะเข้าข่ายการใช้อำนาจข่มขู่คุกคาม ผู้ประสงค์จะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส. ของพรรค ตลอดจนทีมงานและพี่น้องประชาชนที่สนับสนับสนุนพรรคเพื่อไทย ในเชิงที่ทำให้เกิดความกังวลหรือเกรงกลัวที่จะเดินหน้าหาเสียงสนับสนุนพรรคเพื่อไทย จากบุคคลหรือกลุ่มบุคคที่ต่างอุดมการณ์การเมือง รวมถึงอาจมีบางพื้นที่ที่มีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงจะทำให้เกิดการใช้อำนาจมิชอบด้วย

นายประเสริฐ  กล่าวว่า ขอเรียกร้องไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้กำกับดูแลเรื่องนี้ตั้งแต่ตอนนี้ ซึ่งเป็นช่วงเริ่มเข้าสู่โหมดการหาเสียงเลือกตั้ง เพื่อให้การเลือกตั้งครั้งนี้บริสุทธิ์ยุติธรรมมากที่สุด โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่มีการหาเสียงเลือกตั้ง ในขณะที่บางสีบางกลุ่มซึ่งมีชื่อเสียงทางด้านลบเรื่องการใช้อำนาจที่ไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม กำลังมีอำนาจอยู่ จึงไม่ควรปล่อยให้ช่องว่างช่องโหว่ที่สุ่มเสี่ยงจะถูกครหาว่ามีการใช้อำนาจมิชอบในการเลือกตั้ง

เพื่อไทย เรียกร้อง กกต

ขณะนี้พรรคเพื่อไทยได้กำชับไปยังทุกภาคส่วนของพรรคให้เตรียมการเก็บหลักฐาน พฤติกรรมที่อาจเข้าข่ายการใช้อำนาจในการข่มขู่คุกคาม หรือการกระทำที่ส่อว่าอาจจะเกิดการใช้อำนาจมิชอบทั้งหมด เพื่อนำมาประมวลและร้องต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบ เพื่อให้การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นมีความบริสุทธิ์ยุติธรรมมากที่สุด

ส่วนประเด็นนายไชยา พรหมา อดีต สส.หนองบัวลำภู ที่ได้ลาออกไปนั้นไม่ได้มีปัญหา พรรคเพื่อไทยหาผู้สมัครฯ มาลงในเขตดังกล่าวแล้ว โดยนายไชยาได้ส่งหนังสือลาออกผ่านมายังพรรคเพื่อไทยพร้อมขอบคุณพรรคเพื่อไทยที่ได้ร่วมงานกัน โดยในหนังสือลาออกระบุเหตุผลว่า “ได้ตัดสินใจด้วยเหตุผลทางการเมืองในพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภู ไม่ใช่เพราะผลประโยชน์ส่วนตนแต่อย่างใด” อย่างไรก็ตามขณะที่นายไชยาอยู่ในพรรคเพื่อไทย ได้รับการสนับสนุนเป็นรองประธานสภาฯ และร่วมกิจกรรมพรรคอย่างต่อเนื่อง ซึ่งที่สุดแล้วพรรคก็รับทราบและเคารพการตัดสินใจของคุณไชยา ซึ่งพรรคก็ดำเนินการหาผู้สมัครฯ ใหม่พร้อมแล้ว พร้อมเปิดตัวผู้สมัคร สส. เขต 400 บัญชีรายชื่อ 100 ในวันที่ 25 ธ.ค.นีั

เพื่อไทย เรียกร้อง กกต

ด้านนายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค กล่าวเพิ่มเติมว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีความต่างจากทุกครั้ง เป็นที่สังเกตุว่า เกิดการย้ายพรรคกันเป็นว่าเล่น และอาจกล่าวได้ว่า เป็นการทำการเมืองแบบ Money Politics คือการใช้เงินกันมหาศาลเพื่อให้ชนะการเลือกตั้ง ซึ่งจะนำไปสู่วงจรอุบาทว์ทางการเมืองและเข้ามาถอนทุน ซึ่งวงจรอุบาทว์เหล่านี้เคยเกิดขึ้นและอันตรายต่อประเทศ จึงอยากฝากไปยังพรรคการเมืองทั้งหลายว่า อย่าทำ และขอให้คำนึงถึงประเทศชาติและประชาธิปไตย พรรคเพื่อไทยเองคาดการณ์ว่า จะเกิดการต่อสู้กันอย่างดุเดือดโดยใช้ปัจจัยเป็นเรื่องหลัก และอาจนำไปสู่กระบวนการทุจริตการเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทยเองก็จะได้จัดตั้งศูนย์ปราบโกง และหากมีความคืบหน้าจะแจ้งให้ทราบเป็นลำดับต่อไป  

ขุด ดิจิทัล ฟุตพริ้นท์ ช่อ จี้เปิด แผนการรบเขมร

ขุด ดิจิทัล ฟุตพริ้นท์ ช่อ จี้เปิด แผนการรบเขมร

ขุด ดิจิทัล ฟุตพริ้นท์ ช่อ จี้เปิด แผนการรบเขมร

วันเสาร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 11.07 น.

จากกรณีดราม่าของ นางสาว ช่อ พรรณิการ์ วานิช อดีต สส.พรรคอนาคตใหม่ และโฆษกคณะก้าวหน้า ให้สัมภาษณ์ไว้ในรายการ “ถกไม่เถียง” ของ ช่อง 7HD เมื่อ วันที่ 14 พ.ย.2568 วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลและกองทัพว่า “ไม่มีแผนการรบมาชี้แจง” ให้ประชาชนทราบ และในวันนี้ (20 ธันวาคม พ.ศ. 2568) นางสาว ช่อ พรรณิการ์ วานิช ได้ออกมาเคลี่อนไหวบนโลกออนไลน์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงกรณีดังกล่าว ว่า “ไม่เป็นความจริง ดิฉันไม่ไม่เคยพูดว่าทหารต้องกางแผนที่เปิดเผยแผนการรบ และไม่ได้ออกรายการใดๆ”

จนเกิดเป็นกระแสชาวโซเชียลจำนวนมากบนโลกออนไลน์ต่างก็ออกมาวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างเผ็ดร้อนและแชร์คลิปวิดีโอรายการดังออกไปบนโลกออนไลน์กันเป็นจำนวนมาก กับการกระทำของ นางสาว ช่อ พรรณิการ์ วานิช อดีต สส.พรรคอนาคตใหม่ และโฆษกคณะก้าวหน้า เกี่ยวกับบทสัมภาษณ์ในรายการดังกล่าว

ช่อ

“คำถามคือ ถ้าจะรบ ไหนแผนในการเตรียมความพร้อมการรบ? รบเบ็ดเสร็จให้จบๆ ไป จะรบถึงไหน รบถึงพนมดงรัก? หรือรบถึงพนมเปญไหม?

รบเสร็จทำยังไง จับฮุนเซน ฮุนมาเน็ต ฮุนมานี บุญรานี ตัดหัวเหรอ? แล้วยังไงต่อ แล้วเราสถาปนาใครสักคนขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีเขาไหม? หรือเราจะตั้งเจ้ามณฑลไปปกครองกัมพูชาเลยไหม? เราจะสถาปนากัมพูชาเป็นจังหวัดที่ 78 เลยไหม? ผนวกรวมเหมือนสมัย จอมพล ป.เหรอ?

คือคนที่บอกว่ารบไปเลยแล้วจะได้จบ มันจบที่ยังไง?”

ช่อ

ทำให้ชาวโซเชียลจำนวนมากที่เห็นคลิปวิดีโอรายการ “ถกไม่เถียง” ต่างก็คอมเมนต์แสดงความคิดกันอย่างดุเดือด โดยเฉพาะทหารแนวหน้า “ทหารเขามีแผนการรบอยู่แล้ว เขาคงจะมาบอกมึงหรอก เพราะมันเป็นความลับทางการทหาร”

ช่อ

แม้กระทั่งดารารักร้องคนดังของประเทศไทย อย่าง ดัง พันกร บุณยะจินดา ยังโพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงกรณีของ นางสาว ช่อ พรรณิการ์ วานิช เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา ว่า  “ฉ้อ [????] [????] [????] “ พร้อมภาพพื้นหลังสีส้ม ซึ่งชาวโซเชียลต่างเข้าใจได้ทันทีเลยว่า ดัง พันกร กำลังพูดถึง ช่อ พรรณิการณ์ นอกจากนี้เจ้าตัวยังได้เขียนต่อในคอมเมนต์ว่า “หยุดพูด = ช่วยชาติ” “รายการก็ขยันเชิญจัง”

ดัง พันกร
ช่อ พรรณิการ์
ช่อ
ช่อ
ดัง พันกร
ดัง พันกร

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก รายการ ถกไม่เถียง ของ ช่อง 7HD, เฟซบุ๊ก ดัง พันกร – DK Official เฟซบุ๊ก army military force