พสกนิกรเข้ากราบสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง ด้วยความอาลัยรัก

พสกนิกรเข้ากราบสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง ด้วยความอาลัยรัก

พสกนิกรเข้ากราบสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง ด้วยความอาลัยรัก

วันเสาร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 16.56 น.

พสกนิกรเข้ากราบสักการะพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง” ด้วยความอาลัยรัก

20 ธ.ค.68 ตามสำนักพระราชวังรับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-21.00 น. โดยในวันนี้ ได้มีประชาชนจากทั้งในกรุงเทพฯและจังหวัดต่างๆอาสัยช่วงวันหยุดราชการเดินทางมาสวนตัวมาเป็นครอบครัวและมาเป็นหมู่คณะแต่งกายด้วยชุดสุภาพสีดำไว้ทุกข์ผ่านจุดคัดกรองที่ท้องสนามหลวง และทยอยมายังจุดพักคอยที่อุโมงค์ถนนหน้าพระลาน ผ่านประตูมณีนพรัตน์ เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง อย่างต่อเนื่อง โดยมีเจ้าหน้าที่สํานักพระราชวัง จิตอาสา 904 และเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆร่วมปฏิบัติหน้าที่ดูแลให้คำแนะนำและอำนวยความสะดวกแก่ผู้สูงอายุ ผู้พิการที่นั่งวิลแชร์และประชาชนตลอดเส้นทาง เพื่อให้การเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพฯเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ และมีบริการน้ำดื่ม บริการ”ชัตเตอร์ บัส” รับ-ส่ง บริเวณทางออกหน้าประตูเทวาภิรมย์ไปยังท้องสนามหลวง

นอกจากนี้มีคณะบุคคลจากจังหวัด สกลนคร, จ. สตูล, จ. สมุทรปราการ, จ. สมุทรสงคราม  และมีคณะจากหน่วยงานต่าง ๆ เช่น สมาคมสโมสรการบิน แห่งประเทศไทย, โรงเรียนวันครู 2502 คณะที่ 1 และคณะที่ 2, คณะครูและนักเรียน โรงเรียนนครสวรรค์, บริษัท ต้นไม้ไลน์ จำกัด, คณะครูและนักเรียน โรงเรียนวัดห้วยจระเข้ วิทยาคม จ.นครปฐม, สมาคมข้าราชการบำนาญราชทัณฑ์ (ประเทศไทย), สโมสรโรตารี่ Bangkoknewsky เป็นต้น  เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ และวางพวงมาลาถวายราชสักการะ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ด้วยความอาลัยรักและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยตลอดมา
 

พระราชวงศ์-องคมนตรี บำเพ็ญพระราชกุศล ถวายพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

พระราชวงศ์-องคมนตรี บำเพ็ญพระราชกุศล ถวายพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

พระราชวงศ์-องคมนตรี บำเพ็ญพระราชกุศล ถวายพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

วันเสาร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 16.34 น.

พระราชวงศ์-องคมนตรี บำเพ็ญพระราชกุศล ถวายพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

20 ธ.ค.2568  เวลา 06.49 น. พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล เสด็จฯยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง ในการบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการถวายภัตตาหารเช้า ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมถวายแด่ พระพิธีธรรม ที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ ประจำทั้งกลางวัน กลางคืน รับพระราชทานฉันเช้าจำนวน  8 รูป จากวัดประยุรวงศาวาส และวัดจักรวรรดิราชาวาส  โอกาสนี้ หม่อมเจ้าศรีสว่างวงศ์ ยุคล เสด็จในการนี้ด้วย

ต่อมาเวลา 10.46  น. นายพลากร สุวรรณนรัตน์  องคมนตรี เป็นประธานการบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการถวายภัตตาหารเพล แด่พระพิธีธรรมจากวัด ราชสิทธาราม และวัดสระเกศ ที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

และมีสมาชิกราชสกุลวงศ์สวัสดิ์, ราชสกุล ชูโต, ราชสกุลแสง-ชูโต, ราชสกุล ณ พัทลุง, ราชสกุลบุญหลง, ราชสกุลพลางกูร, ราชสกุลนรินทรกุล,  ราชสกุลเจษฎางกูร,  ราชสกุลเทพหัสดิน , ราชสกุลมนตรีกุล,  ราชสกุลอิศรางกูร ราชสกุลอินทรากูร, ราชสกุลทัพพะกุล, ราชสกุลสุริยกุล, ราชสกุลฉัตรกุล, ราชสกุลพึ่งบุญ ร่วมในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ ที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง 
 

PSU VOLUNTEER X HATYAI RISE UP ม.อ. ผนึกกำลังภาครัฐ-เอกชน ระดมพลังจิตอาสาฟื้นเมืองหาดใหญ่

PSU VOLUNTEER X HATYAI RISE UP ม.อ. ผนึกกำลังภาครัฐ-เอกชน ระดมพลังจิตอาสาฟื้นเมืองหาดใหญ่

PSU VOLUNTEER X HATYAI RISE UP ม.อ. ผนึกกำลังภาครัฐ-เอกชน ระดมพลังจิตอาสาฟื้นเมืองหาดใหญ่

วันเสาร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 16.12 น.

PSU VOLUNTEER X HATYAI RISE UP ม.อ. ผนึกกำลังภาครัฐ-เอกชน ระดมพลังจิตอาสาฟื้นเมืองหาดใหญ่

20 ธ.ค.68 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา หอการค้าจังหวัดสงขลา เทศบาลนครหาดใหญ่ และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดกิจกรรม PSU VOLUNTEER X HATYAI RISE UP ณ ลานเสาธง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.วิโรจน์ ยูรวงศ์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์ เป็นประธานในพิธีเปิด ท่ามกลางการเข้าร่วมของจิตอาสาสงขลานครินทร์และประชาชนจากหลายภาคส่วนอย่างคึกคัก

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเร่งฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่ในเชิงสร้างสรรค์ ภายใต้แนวคิด “กลางคืนสร้างสรรค์ กลางวันสร้างเมือง” โดยเปิดพื้นที่ความร่วมมือให้นักเรียน นักศึกษา ประชาชน องค์กร และผู้ประกอบการ ร่วมใจฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่จากอุทกภัย สร้างบรรยากาศ และยกระดับภาพลักษณ์เมืองหาดใหญ่ให้กลับคืนมาเหมือนเดิม

ภายหลังพิธีเปิด จิตอาสาได้กระจายกำลังลงพื้นที่ดำเนินกิจกรรมในจุดสำคัญทั่วเมืองหาดใหญ่ ครอบคลุมถนนสายหลัก พื้นที่สาธารณะ ชุมชน และสถานที่สำคัญ อาทิ ถนนราษฎร์ยินดี (30 เมตร) สวนหย่อมท่งเซียเซี่ยงตึ๊ง สถานีรถไฟหาดใหญ่ ถนนธรรมนูญวิถี ถนนสเน่หานุสรณ์และถนนประชาธิปัตย์ ถนนเพชรเกษม (วงเวียนน้ำพุ–แยกโรงแรมวีแอลหาดใหญ่) ถนนศุภสารรังสรรค์ (แยก 30 เมตร–ตลาดกิมหยง) ถนนนิพัทธ์อุทิศ 1–3 มูลนิธิจงฮั่วสงเคราะห์คนชรา หาดใหญ่ ย่านโรงเรียนบ้านควนจง อำเภอนาหม่อม แฟลตเคหะหาดใหญ่ ตึก 1 และมัสยิดยาบาลุสสลาม ควนสันติ ตำบลควนลัง

กิจกรรมดังกล่าวตอกย้ำบทบาทของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ในฐานะสถาบันอุดมศึกษาที่ยืนอยู่เคียงข้างสังคม ไม่เพียงทำหน้าที่ด้านการศึกษาและวิชาการ แต่ยังเป็นศูนย์กลางในการระดมพลังเครือข่ายจากทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันฟื้นฟูเมืองและชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม

เป้าหมายของกิจกรรม PSU VOLUNTEER X HATYAI RISE UP มุ่งฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่ในระยะเร่งด่วน ควบคู่กับการปลูกฝังจิตสำนึกความรับผิดชอบต่อสังคมให้กับนักศึกษาและเยาวชน เสริมสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการดูแลเมืองของตนเอง และยกระดับภาพลักษณ์เมืองหาดใหญ่ให้กลับมามีชีวิตชีวา น่าอยู่ และพร้อมรองรับการท่องเที่ยวและกิจกรรมทางเศรษฐกิจในระยะต่อไป โดยมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ยืนยันความพร้อมในการขับเคลื่อนภารกิจเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมสร้างเมืองหาดใหญ่ให้ฟื้นคืนอย่างเข้มแข็งและยั่งยืนในระยะยาว

เพื่อไทยเปิดตัว รุ่งเพชร ศรีกาญจนา เสริมทัพหนองบัวลำภู หลัง’ไชยา’ลาออก

เพื่อไทยเปิดตัว รุ่งเพชร ศรีกาญจนา เสริมทัพหนองบัวลำภู หลัง'ไชยา'ลาออก

เพื่อไทยเปิดตัว รุ่งเพชร ศรีกาญจนา เสริมทัพหนองบัวลำภู หลัง’ไชยา’ลาออก

วันเสาร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 18.24 น.

’เพื่อไทย’ เปิดตัว ‘รุ่งเพชร ศรีกาญจนา’ เสริมทัพหนองบัวลำภู เขต 2 แทน ‘ไชยา’ ยื่นหนังสือลาออก 

วันที่ 20 ธันวาคม 2568 ที่พรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ได้เปิดตัว และสวมเสื้อต้อนรับว่าที่ผู้สมัคร สส. จังหวัดหนองบัวลำภู เขต 2 คือ นายรุ่งเพชร ศรีกาญจนา แทนนายไชยา พรหมา ซึ่งได้แจ้งความประสงค์ลาออกจากพรรคไปก่อนหน้านี้ 

โดยนายรุ่งเพชร ศรีกาญจนา เคยเป็นอดีตผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส. เมื่อปี 2566 เป็นอดีตนายกเทศมนตรีตำบลโนนสูงเปลือย และเป็นอดีต สจ. 2 สมัย ของอำเภอศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลำภู 

ทั้งนี้ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ได้กล่าวในการแถลงข่าวว่า  ประเด็นนายไชยา พรหมา อดีต สส.หนองบัวลำภู ที่ได้ลาออกไปนั้นไม่ได้มีปัญหาอะไรกับพรรค ซึ่งขณะนี้พรรคได้หาผู้สมัครฯ มาลงในเขตดังกล่าวแล้ว ทั้งนี้นายไชยาได้ส่งหนังสือลาออกผ่านมายังพรรคเพื่อไทย พร้อมขอบคุณพรรคเพื่อไทยที่ได้ร่วมงานกัน โดยในหนังสือลาออกระบุเหตุผลว่า “ได้ตัดสินใจด้วยเหตุผลทางการเมืองในพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภู ไม่ใช่เพราะผลประโยชน์ส่วนตนแต่อย่างใด” 

อย่างไรก็ตามขณะที่นายไชยา อยู่ในพรรคเพื่อไทย ได้รับการสนับสนุนเป็นรองประธานสภาฯ และร่วมกิจกรรมพรรคอย่างต่อเนื่อง ซึ่งที่สุดแล้วพรรคก็รับทราบและเคารพการตัดสินใจ

รวมไทยสร้างชาติ ระดมขุนพลเลือดใหม่สู้เลือกตั้ง 2569 คัดคนทำงานจริง ไม่เล่นการเมือง

รวมไทยสร้างชาติ ระดมขุนพลเลือดใหม่สู้เลือกตั้ง 2569 คัดคนทำงานจริง ไม่เล่นการเมือง

รวมไทยสร้างชาติ ระดมขุนพลเลือดใหม่สู้เลือกตั้ง 2569 คัดคนทำงานจริง ไม่เล่นการเมือง

วันเสาร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 18.11 น.

“รทสช.” เปิดบ้านระดมขุนพลเลือดใหม่ สู้ศึกเลือกตั้ง 69 ชูธง “เด็ดขาดแก้วิกฤต พลิกโฉมประเทศ” คัดคนทำงานจริง ไม่เล่นการเมือง

วันที่ 20 ธ.ค.พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เปิดที่ทำการพรรคต้อนรับว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) อย่างคึกคัก ตอกย้ำความพร้อมก่อนลงสนามสู้ศึกเลือกตั้งทั่วไปในเดือนกุมภาพันธ์ 2569  โดยเน้นจุดยืนการเฟ้นหา “คนทำงานจริง ไม่เล่นการเมือง”  เพื่อเข้ามาร่วมแก้ไขวิกฤตชาติ ภายใต้สโลแกนหลัก “เด็ดขาดแก้วิกฤต พลิกโฉมประเทศ”

บรรยากาศตั้งแต่ช่วงเช้าเป็นไปอย่างคึกคัก มีบุคคลจากหลากหลายวงการทยอยเดินทางมาแสดงเจตจำนงสมัครเป็นสมาชิกพรรคและลงสมัครรับเลือกตั้ง สส. ทั้งระบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่ออย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วยอดีต สส. ที่มีประสบการณ์ นักการเมืองท้องถิ่นที่ใกล้ชิดประชาชน ตลอดจนคนรุ่นใหม่จากหลายสาขาอาชีพ ที่มีความรู้ ความสามารถ และความมุ่งมั่นในการทำงานเพื่อประเทศชาติ

ซึ่งการเปิดรับสมัครครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของการจัดทัพพรรครวมไทยสร้างชาติ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยพรรคกำหนดหลักเกณฑ์การคัดเลือกอย่างเข้มข้น มุ่งเน้นบุคคลที่ยึดมั่นในอุดมการณ์ของพรรค และมีหัวใจของการทำงานเพื่อประโยชน์ของประชาชน ไม่ใช่การเมืองเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน เพื่อให้สามารถตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาและวิกฤตของประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ พรรครวมไทยสร้างชาติยืนยันจะดำเนินการทุกขั้นตอนตามระเบียบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อย่างเคร่งครัด โดยจะนำรายชื่อว่าที่ผู้สมัครเข้าสู่กระบวนการรับสมัครเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 27–31 ธันวาคม 2568

ภูมิใจไทยบุกใต้! ‘พิพัฒน์’ เปิดตัว 2 ผู้สมัคร สุราษฎร์ฯ-นราธิวาส ปักธง 30 ที่นั่ง

ภูมิใจไทยบุกใต้! ‘พิพัฒน์’ เปิดตัว 2 ผู้สมัคร สุราษฎร์ฯ-นราธิวาส ปักธง 30 ที่นั่ง

ภูมิใจไทยบุกใต้! ‘พิพัฒน์’ เปิดตัว 2 ผู้สมัคร สุราษฎร์ฯ-นราธิวาส ปักธง 30 ที่นั่ง

วันเสาร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 17.54 น.

“พิพัฒน์” เปิดตัว 2 ผู้สมัครภาคใต้ “บรรจง จันทร์ช่วง” และ “มะสกรี สาและ” ประกาศ ทวงคืนความยุติธรรมในการพัฒนาเพื่อคนภาคใต้  ยัน ตั้งเป้าได้ สส.ไม่น้อยกว่า 30 ที่นั่ง

วันที่ 20 ธันวาคม 2568 ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แม่ทัพภาคใต้ พรรคภูมิใจไทย  เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) นายบรรจง จันทร์ช่วง จ.สุราษฎร์ธานี เขต 5 และนายมะสกรี สาและ จ.นราธิวาส เขต 5  

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ในฐานะที่ตนดูแลพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ ยืนยันว่าได้ว่าที่ผู้สมัคร สส.พรรคภูมิใจไทย ครบทั้ง 59 เขตแล้ว โดยในวันที่ 25 ธันวาคม    นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จะทำหนังสือส่งตัวเพื่อให้ผู้สมัคร ไปสมัครในแต่ละเขตจังหวัดของตัวเอง  

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า สำหรับพรรคภูมิใจไทยมีความพร้อมที่จะทำการรณรงค์หาเสียง ในภาคใต้ทั้ง 59 เขต  โดยมีเป้าหมายทั้งจาก  สส.เดิม และบุคลากรที่เข้ามาร่วมงานกับพรรคครั้งนี้ ไว้ไม่น้อยกว่า 30 ที่นั่ง  ส่วนนโยบายหลักของพรรคภูมิใจไทย ในปี 2569 ยังคงยึดหลัก “พูดแล้วทำบวก” บวกในที่นี้คือให้พ่อแม่พี่น้องภาคใต้ ทุกเขตเลือกตั้ง ที่คิดว่าพรรคภูมิใจไทย ควรจะมีนโยบายอะไรเพิ่มเติม ขอให้เสนอและแจ้งมายังผู้สมัครหรือตัวแทนของท่าน เราจะบวกเข้าไปในนโยบายของพรรค ถ้าหากเราได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล เราก็จะได้นำนโยบายเหล่านี้เข้าไปในนโยบายของรัฐบาลในอนาคตอันใกล้นี้ต่อไป 

“เราต้องการทวงคืนความยุติธรรมสำหรับโอกาสในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้กับภาคใต้ เพราะที่ผ่านมาเราขาดโอกาสในการพัฒนา แม้จะมีนายกรัฐมนตรี มา 3 สมัย แต่ภาคอื่นกลับได้รับโอกาสในการพัฒนามากกว่า ภาคใต้ สามารถสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวแบบเป็นกอบเป็นกำ ให้กับประเทศไทย แต่วันนี้กลายเป็นว่า สิ่งที่ภาคใต้หารายได้ให้กับประเทศไทย เราไม่ได้รับการเหลียวแล และไม่ได้รับการพัฒนา “ นายพิพัฒน์ กล่าว

กองทัพไทย ลั่นจะไม่หยุดโจมตี เตือนบึ้มซ้ำสะพานโอจิก ถ้ากัมพูชายังเติมกำลัง

กองทัพไทย ลั่นจะไม่หยุดโจมตี เตือนบึ้มซ้ำสะพานโอจิก ถ้ากัมพูชายังเติมกำลัง

กองทัพไทย ลั่นจะไม่หยุดโจมตี เตือนบึ้มซ้ำสะพานโอจิก ถ้ากัมพูชายังเติมกำลัง

วันเสาร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 17.15 น.

“กองทัพไทย” ส่งสัญญาณถึง ชนชั้นนำกัมพูชา ลั่น จะไม่หยุดโจมตี จนกว่ารับ 3 เงื่อนไข เตือน บึ้มสะพานโอจิกซ้ำ หากพยายามส่งกำลังบำรุงไป เนิน 350 ปราสาทตาควาย

วันที่ 20 ธันวาคม 2568 ที่ศูนย์แถลงข่าวร่วม สถานการณ์ไทย-กัมพูชา ที่สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก พลอากาศโท จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย โฆษกกองทัพอากาศ กล่าวถึง การโจมตีเป้าหมายทั้งหมดตั้งแต่เริ่มต้นการปฏิบัติการเรามุ่งเน้นเป้าหมายทางทหาร เป้าหมายที่ฝ่ายทางกัมพูชาเอามาอ้างในวันนี้ซึ่งเป็นเป้าหมายเดิมที่เราเคยโจมตีเป็นกาสิโนร้าง เนื่องจากเป็นศูนย์บัญชาการและควบคุมบัญชาการทางทหารที่ฝ่ายกัมพูชากลับไปใช้อีก กองทัพไทยจึงส่งกําลังทางอากาศไปทําลายอีกครั้ง ยืนยันว่าสิ่งที่กัมพูชาอ้าง ไม่ได้โจมตีพื้นที่อยู่อาศัย โรงเรียนสถานศึกษาใด ๆ ทั้งสิ้น เป็นการกล่าวอ้างเฟกนิวส์ที่กัมพูชาทํามาอย่างอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ปฏิบัติทางอากาศยังโจมตีสะพานโอจิก จ.อุดรมีชัย  ที่เชื่อม กําลังรบส่วนหลังไปยังส่วนหน้าของกัมพูชา บริเวณพื้นที่ปราสาทตาควาย เนิน350 อําเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ การโจมตีสะพานนี้จะทําให้การขนส่งกําลังพลอาวุธยุทโธปกรณ์ ทําได้ยากลําบาก เป็นการริดรอน ขีดความสามารถกําลังรบของกัมพูชาและเป็นโอกาสให้กําลังรบของไทย สามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ การโจมตีเกิดขึ้นเมื่อคืน (19 ธ.ค.)ที่ผ่านมา เราใช้ระเบิดที่มีความแม่นยําสูง และควบคุมให้มีการดําเนินการเช่น รถขนอาวุธBM-21 หรือรถยิง BM-21 
แต่ประชาชนคนกัมพูชาก็ยังสามารถเดินข้ามสะพาน หรือมอเตอร์ไซค์ 

“การโจมตีครั้งนี้ถือว่าประสบความสําเร็จ หากตรวจพบว่ากัมพูชายังมีความพยายามใช้สะพานแห่งนี้ส่งกําลังบำรุง ก็จะโจมตีซ้ํา เพราะได้เตือนแล้ว ให้หยุดส่งกําลังบํารุงไปยังส่วนหน้า การดําเนินการครั้งนี้เป็นการกดดันและส่งสัญญาณไปถึงกลุ่มชนชั้นนํา ของกัมพูชาว่ากองทัพไทยจะไม่หยุด เราจะปฏิบัติการทหารต่อเนื่องจนกว่ากัมพูชายอมรับเงื่อนไข 3 ประการที่รัฐบาลไทยได้เสนอไปเพื่อนําไปสู่การหยุดยิงและเจรจาเพื่อสันติภาพต่อไปในอนาคต

คุมการรบเอง! แม่ทัพภาค 2-ผบ.กกล.สุรนารี ร่วมสั่งการเผด็จศึกเนิน 350

คุมการรบเอง! แม่ทัพภาค 2-ผบ.กกล.สุรนารี ร่วมสั่งการเผด็จศึกเนิน 350

คุมการรบเอง! แม่ทัพภาค 2-ผบ.กกล.สุรนารี ร่วมสั่งการเผด็จศึกเนิน 350

วันเสาร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 16.58 น.

กองทัพภาคที่ 2 ประกาศความสำเร็จเข้าควบคุม และสถาปนาเนิน 350 ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญบริเวณ ปราสาทตาควาย จ.สุรินทร์ หลังการปะทะอย่างรุนแรงกับกองกำลังฝ่ายกัมพูชา

วันที่ 20 ธันวาคม 2568 พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมด้วย พลตรี สมภพ ภาระเวช ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารั ร่วมบัญชาการในภาจกิจเข้าควบคุมพื้นที่เนิน 350 อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ โดยแม่ทัพภาคที่ 2  ย้ำว่า ทุกขั้นตอนดำเนินไปอย่าง รอบคอบ รัดกุม และจำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังสูงสุด เนื่องจากฝ่ายกัมพูชาได้ละเมิดอนุสัญญาออตตาวา ด้วยการลอบวาง ทุ่นระเบิดจำนวนมากทั่วพื้นที่การรบ ทำให้การเคลื่อนกำลัง และการตรวจยึดพื้นที่ต้องใช้มาตรการความปลอดภัยขั้นสูงสุด 

แม่ทัพภาคที่ 2 ยังกล่าวยกย่องการเสียสละของทั้งสองนาย คือ จ่าสิบเอก สำเริง คลังประโคน และ พลทหาร ภานุพัฒน์ เสาร์สา สังกัด ร้อย.อวบ.ร.23 พัน.3ที่สละชีวิตในปฏิบัติการครั้งนี้ 

ทั้งนี้ จ่าสิบเอก สำเริง คลังประโคน และ พลทหาร ภานุพัฒน์ เสาร์สา ปฏิบัติหน้าที่เป็น ชุดยิงคุ้มครองในภารกิจเข้าตีต่อที่หมาย “เนิน 350” ในเหตุปะทะที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2568 เวลา 10.10 น. ปัจจุบันอยู่ระหว่างการลำเลียงร่างทหารทั้งสองนายลงสู่พื้นที่ราบ ภายใต้มาตรการความปลอดภัยสูงสุด เนื่องจากยังมีความเสี่ยงจากทุ่นระเบิดและวัตถุระเบิดแสวงเครื่อง

ขอกำลังใจด้วยนะคะ ธิษะณา โพสต์พร้อมสมัครงานใหม่ หลังพรรคไม่ส่งสมัครสส.กทม.

ขอกำลังใจด้วยนะคะ ธิษะณา โพสต์พร้อมสมัครงานใหม่ หลังพรรคไม่ส่งสมัครสส.กทม.

ขอกำลังใจด้วยนะคะ ธิษะณา โพสต์พร้อมสมัครงานใหม่ หลังพรรคไม่ส่งสมัครสส.กทม.

วันเสาร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 16.43 น.

วันที่ 20 ธันวาคม 2568 น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาชน ซึ่งในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ ไม่ได้รับการคัดเลือกให้ลงสมัครส.ส.อีกต่อไป

ล่าสุด ได้โพสต์ข้อความ พร้อมประวัติการศึกษา และประสบการณ์ยาวเหยียด 

ระบุว่า  พร้อมสมัครงานใหม่ค่า กำลังใจให้แก้วด้วยนะคะ 

สรุปคุณสมบัติ (Professional Summary)
นักวิเคราะห์นโยบายและอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีประสบการณ์ด้านกฎหมายระหว่างประเทศ นโยบายการพัฒนา สิทธิมนุษยชน และการแก้ปัญหาความยากจนในเขตเมือง มีความเชี่ยวชาญในการวิจัย วิเคราะห์เชิงนโยบาย และประสานงานหลายภาคส่วน สามารถทำงานในประเด็นที่ซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับสังคม เศรษฐกิจ และประชาชนระดับพื้นที่

การศึกษา (Education)
SOAS University of London — สหราชอาณาจักร
ปริญญาโท สาขากฎหมายระหว่างประเทศสาธารณะ
พ.ศ. 2560–2561
UCL University College London — สหราชอาณาจักร
ปริญญาโท สาขากฎหมายระหว่างประเทศและธุรกิจ
พ.ศ. 2559–2560
Mahidol University International College (MUIC)
ปริญญาตรี สังคมศาสตร์
พ.ศ. 2552–2558

ประสบการณ์ทำงาน (Professional Experience)
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
พ.ศ. 2566–2568
 • วิเคราะห์นโยบายสาธารณะและเศรษฐกิจ การค้าระหว่างประเทศ ความเหลื่อมล้ำ และสิทธิมนุษยชน
 • ศึกษาความยากจนในเขตเมืองในพื้นที่เขตกรุงเทพฯ 2 ครอบคลุมปทุมวัน สาทร และราชเทวี
 • ประสานงานกับหน่วยงานรัฐ ภาคประชาชน และองค์กรภาคประชาสังคม
 • อภิปรายเกี่ยวกับข้อตกลงการค้าเสรี เช่น EU–Thailand, CPTPP, RCEP, TAFTA, TNZCEP
 • ทำงานด้านสันติภาพและสิทธิมนุษยชนในคณะกรรมาธิการฯ ชายแดนใต้
 • เป็นผู้แทนรัฐสภาในการประชุม Asia-Pacific Parliamentary Forum (APPF)
โครงการวิจัย — ความยากจนในเขตเมือง (กรุงเทพฯ เขต 2)
พ.ศ. 2566–2568
 • ออกแบบและดำเนินการวิจัยภาคสนาม
 • วิเคราะห์ข้อมูลและจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อเพิ่มโอกาสและการเข้าถึงบริการรัฐ
กระทรวงการต่างประเทศ — กรมอาเซียน กองการเมืองและความมั่นคง
พ.ศ. 2557
 • สนับสนุนงานด้านสิทธิมนุษยชน แรงงานข้ามชาติ และสาธารณสุข
 • จัดทำเอกสารทางการและงานประสานงานระหว่างประเทศ
มูลนิธิฟรีแลนด์ —ทีมหุ้นส่วนและการสื่อสาร 
พ.ศ. 2559
 • งานรณรงค์ต่อต้านการค้ามนุษย์และลักลอบค้าสัตว์ป่า
 • ประสานงานด้านสื่อสารและพันธมิตร

ผลงานและสิ่งตีพิมพ์ (Publications & Contributions)
 • ประชาธิปไตยไม่ใช่สิ่งที่ได้มาฟรี — มติชนสุดสัปดาห์ (2566)
 • Eviction Notices: Thailand’s troubled land laws harm the country’s vulnerable — Thai Enquirer (5 พฤศจิกายน 2564)
— วิเคราะห์ผลกระทบของกฎหมายที่ดินและการไล่รื้อที่ไม่เป็นธรรมต่อชุมชนเปราะบาง และเสนอแนวทางปฏิรูป
 • The never-ending struggle against the drug trade in Thailand and the culture of impunity around it — Thai Enquirer (2564)
 • บทความเชิงนโยบายด้านการเมือง สังคม และสิทธิ ใน Thai Enquirer ภายใต้ Author: Tisana
 • ผู้ร่วมเสวนาเปิดตัว Freedom of Expression Toolkit โดย UNESCO และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ทักษะ (Skills)
 • วิเคราะห์นโยบาย
 • การวิจัยภาคสนามและการสังเคราะห์ข้อมูล
 • การประสานงานและบริหารผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
 • การสื่อสารสาธารณะและการเขียนเชิงนโยบาย
 • ภาษาไทย (เจ้าของภาษา) และภาษาอังกฤษ (คล่องแคล่ว)

การฝึกอบรม (Training)
 • กระบวนการนิติบัญญัติ
 • นโยบายอาเซียน
 • สิทธิมนุษยชนและการสื่อสาร
 • งานรณรงค์ต่อต้านการค้ามนุษย์

ความสนใจ (Interests)
การพัฒนาเมือง • สิทธิมนุษยชน • นโยบายสาธารณะ • การลดความเหลื่อมล้ำ • การค้าระหว่างประเทศ

ธรรมนัส ภูมิใจ ไทยเจ้าภาพจัดซีเกมส์ ลั่นคนไม่ทำงานไม่มีสิทธิ์วิจารณ์

ธรรมนัส ภูมิใจ ไทยเจ้าภาพจัดซีเกมส์ ลั่นคนไม่ทำงานไม่มีสิทธิ์วิจารณ์

ธรรมนัส ภูมิใจ ไทยเจ้าภาพจัดซีเกมส์ ลั่นคนไม่ทำงานไม่มีสิทธิ์วิจารณ์

วันเสาร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 16.14 น.

“ธรรมนัส” ภูมิใจ ไทยเจ้าภาพจัดซีเกมส์ ลั่นคนไม่ทำงานไม่มีสิทธิ์วิจารณ์ แต่ตัวเองขอน้อมรับไปปรับปรุง 

วันที่ 20 ธันวาคม 2568 เวลา 14.50 น. ที่พรรคกล้าธรรม (กธ.)  ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรมว.เกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์ถึงพิธีปิดซีเกมส์วันเดียวกันนี้(20  ธ.ค.)จะมีความเรียบร้อยหรือไม่ว่า ตนได้กำชับ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา แล้ว ซึ่งเราได้ถอดบทเรียนที่ผ่านมาแล้วว่าเป็นอย่างไรบ้าง วันนี้ถือเป็นวันที่คนไทยร่วมกันฉลองความสำเร็จ กับภาคการกีฬามาก ซึ่งในส่วนของสมาคมกีฬาทางน้ำแห่งประเทศไทย ที่ตนเป็นประธาน ณ เวลานี้ได้ 11 เหรียญทอง ถือว่าประสบความสำเร็จ 

เมื่อถามว่าภาพรวมมีความภาคภูมิใจหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ภูมิใจ ซึ่งคนไม่ทำงานก็ไม่มีสิทธิ์วิพากษ์วิจารณ์ แต่คนทำงานเราทำในสิ่งที่เราตั้งใจทำเต็มที่ มีข้อผิดพลาดก็ต้องนำเสียงวิจารณ์มาแก้ไข ซึ่งการยอมรับในสิ่งที่ตัวเองหรือทีมงานทำผิดพลาดถือว่าเป็นสิ่งที่ดีเอามาถอดบทเรียน ดังนั้นขอขอบคุณทุกเสียงวิพากษ์วิจารณ์ และตนจะนำมาปรับปรุงแก้ไขในฐานะที่เป็นรองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และจะทำให้ดีที่สุด 

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวด้วยว่า ถ้าเราไปอยู่ในสนามแข่งขัน และมอบให้สมาคมกีฬาแต่ละประเภทไปเตรียมความพร้อมภายใต้กรอบงบประมาณที่เราได้รับ ก็จะเห็นบรรยากาศว่าประเทศเพื่อนบ้านที่เขามาแข่ง เขาก็มีความสุขและชื่นชมว่าเราทำได้ดี ดูแลเขาอย่างดี ตนได้รับการติดต่อจากทูตหลายประเทศ เขาโทรมาขอบคุณตน และในวันเดียวกันนี้ตนจะเดินทางไปพบประธานสหพันธ์กีฬาทางน้ำโลก ทั้งนี้เขาก็ชื่นชมว่าตนทำได้ดี แต่เสียที่คนไทยวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งเราก็ต้องน้อมรับและนำไปปรับปรุงแก้ไข