‘อ.ประจักษ์ชัย’ แจงปมดราม่า ค่าลิขสิทธิ์เพลงเผยเลือกใช้งานโบรกเกอร์ต้องระวัง

‘อ.ประจักษ์ชัย’ แจงปมดราม่า ค่าลิขสิทธิ์เพลงเผยเลือกใช้งานโบรกเกอร์ต้องระวัง

‘อ.ประจักษ์ชัย’ แจงปมดราม่า ค่าลิขสิทธิ์เพลงเผยเลือกใช้งานโบรกเกอร์ต้องระวัง

วันเสาร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“อ.ประจักษ์ชัย ไหทองคำ” นำทีมจัดงาน ไหทองคำแฟร์ มันส์ ม่วน แซ่บ เป็นครั้งที่ 2 ณ ลานกิจกรรม เซ็นทรัลโคราช ตั้งแต่วันที่ 15–21 ธ.ค. 68 ซึ่งในแต่ละวันยังขนทัพศิลปินค่ายไหทองคำ มาร่วมสนุก และชวนมาอิ่มจุกๆ กับความอร่อยจากบูธอาหารทั่วประเทศกว่า 60 ร้านค้าอีกด้วย

งานแฟร์ของ ‘ไหทองคำ’ ประสบความสำเร็จจนต้องมีครั้งที่2?

“ก็ถือว่าประสบความสำเร็จ เพราะครั้งแรกจัดที่เซ็นทรัลนครสวรรค์ และครั้งนี้ครั้งที่ 2 จัดที่นี่โคราช ก็ถือว่าเป็นมือใหม่ในการจัดงานแฟร์ ตอนแรกแอบกังวลว่าจะมีคนมาไหม แต่ด้วยความไหทองคำกลัวเสียสถิติ แต่วันนี้ก็ถือว่าชาวโคราชให้การตอบรับดีมากๆ รอบนี้คัดสรรมา 60 กว่าร้านค้า ความอร่อยและมีความหลากหลายก็มีพ่อค้าแม่ค้าที่ติดตามกันมาตลอดเอาสินค้ามาให้เลือกชมเลือกชิมมากมาย”

ค่ายไหทองคำ เดินทางมาครบรอบ 10 ปี ?

“ก็เรียกว่าเติบโตขึ้นในการสร้างเพลง ก็เริ่มจาก “ลำไย” เป็นคนแรกในปี 59 ที่กระแสมาแรงก็ยังไม่มีแผ่วลงเลย ก็มีช่วงโควิดที่เบาไปบ้าง แต่หลังจากนั้นเราก็ยังทำงานกันเหมือนเดิม ก็เรียกว่าน้อง “ลำไย” คิวแน่นทุกวัน อย่างที่บอกถ้าคิววันนี้ไม่ได้น้องก็จะไม่ว่างแล้ว”

จะมีการจัดงานฉลองไหม ?

 “ก็อยากจะจัดงาน 10 ปี ไหทองคำ ก็เล็งไว้ว่าอยากจะจัดงานวันที่ 28 กุมภาพันธ์ จริงๆ แล้วมันมีคิวนี้ที่โบรกเกอร์หรือว่าผู้จัดใหญ่ๆ อยากได้คิวนี้ไปจัดงานเฟสมากๆ แต่เราจะขอจัดงานเพื่อเป็นการตอบแทนแฟนคลับก่อน ซึ่งหลังจากนี้ก็จะมีการวางแผนงาน คือหลังปีใหม่ค่อยว่ากัน ในรูปแบบงานก็จะเป็นการฉลอง 10 ปี ไหทองคำ”

แต่ค่ายนี้มันก็มาพร้อมกับกระแสดราม่า ?

 “ซึ่งมันหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ตีคู่กันมา สิ่งที่มันเป็นดราม่ามันก็คือจะทำให้กระทบแฟนคลับแฟนเพลงซึ่งเราเป็นคนที่ที่อยู่ในโซเชียล ก็ยังอยากจะรักษาภาพลักษณ์จนชีวิตจะหาไม่ ซึ่งเราพยายามจะบอกลูกๆ ทุกคนว่าพยายามรักษาตรงนี้ไว้ แล้วก็คือสิ่งที่ต้องเคารพคือครูเพลง เป็นสิ่งที่ดีและสวยงามแล้วก็อยู่ให้เป็นที่รักเป็นที่ชื่นชอบของแฟนเพลง”

รู้สึกยังไงบ้าง ที่บอกว่าเป็นฝ่ายรับจบทุกดราม่า ?

 “ก็คือเราเคยอยู่ในจังหวะชีวิตที่แถกันไปแถกันมา แก้ตัวกันไปแก้ตัวกันมามันก็ยืดเยื้อ แต่ถ้าอะไรที่ผิดก็ว่าไปตามผิดมีการขอโทษขออภัย แล้วก็พยามจะบอกน้องๆ ว่ารักษาคุณภาพ เพื่อสร้างผลงานที่ดีออกมา”

มีการต่อยอดแนวเพลงไปทางลูกทุ่งแท้ ?

 “ในวันที่แบรนด์เราเป็นที่รู้จักและแข็งแรงขึ้น และมีชื่อเสียงออกไปทั่วประเทศ และมีเอฟซีที่ต่างประเทศ ซึ่งโซเชียลสมัยนี้มันไว ทั้งคอนเทนท์ต่างๆ ก็ไปไว เราก็เลยรู้สึกว่าในรอบ 10 ปี ที่เป็นที่รู้จักก็เลยอยากจะพัฒนาความเป็นมืออาชีพของไหทองคำ เพราะว่าวงการเพลงลูกทุ่งอาจจะเงียบเหงาเศร้ามาหลาย 10 ปี ในช่วงที่มีเพลงอินดี้ เพลงหมอลำ อาจจะไม่หลากหลายมากมายเท่าสายอินดี้ ก็เลยไปลองจับประเด็นจับกระแสว่าตอนนี้เพลงไปในแนวไหน แล้วทาง “ลำไย” เองก็เคยเอาเพลงลูกทุ่งภาคกลางมาร้องโชว์ ก็รู้สึกว่าเป็นการโคฟเวอร์เพลง ก็ได้รับการตอบรับที่ดีเราเลยรู้สึกว่าน้องไม่ได้จบที่การร้องเพลงได้ร้องเพลงดี แต่เป็นการนำมาโชว์แล้วมีเอกลักษณ์มีความจดจำ เราก็เลยมองว่าถ้าทำหมอลำอินดี้แล้วน่าจะขยายแพลตฟอร์มไปถึงรูปแบบแนวอื่นๆ ด้วย”

กลัวไหม เรื่องลิขสิทธิ์เพลงย้อนหลัง ?

 “เพราะเชื่อว่าเพลงลูกทุ่งยังมีความว่างอยู่ ก็เลยไปขอลิขสิทธิ์ครูเพลงในการใช้เพลงเก่าเพื่อเอามาเผยแพร่ เอามาใช้สิทธิ์เพื่อจะไม่ให้มีการเกิดประเด็นข้อพิพาทเรื่องของการจ่ายค่าลิขสิทธิ์แล้ว บางทีมันเป็นการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ก็อาจจะมีความคาบเกี่ยวกัน ก็ต้องไปเคลียร์ลิขสิทธิ์ที่มันค้างกันอยู่ น้องบางคนก็เลยอาจจะทำไปโดยไม่รู้ในเรื่องของลิขสิทธิ์เพลง ก็มีการไปขอคำปรึกษาทั้งครูเพลงทั้งนายห้างค่ายเพลงต่างๆ ว่าขออนุญาตใช้สิทธิ์เพลงเก่าเอามาทำใหม่ และเอามาเผยแพร่เพื่อการแสดง และทำให้มันถูกต้อง จะไม่มีการทำให้เกิดประเด็นข้อพิพาทเรื่องของลิขสิทธิ์ภายหลัง  คือเมื่อก่อนเราเป็นค่ายเพลงหน้าใหม่ จะไปซื้อให้ถูกที่ถูกต่างที่เป็นค่ายเพลงที่สร้างมาใน 30-40 ปีที่แล้ว ลิขสิทธิ์นั้นอาจจะย้อนกลับไปอยู่ที่ทายาท ซึ่งมันเป็นระหว่างทางที่เราไม่รู้ว่าจะกลับคืนมาเมื่อไหร่ บางทีมันเป็นการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ซึ่งที่จริงมันไม่ได้อยากเป็นข่าวไม่อยากเป็นดราม่าไม่อยากเป็นคนแถ การที่จะจ่ายก็จะขอความเป็นธรรมว่า เป็นเรทที่ตามสังคมพึงปฏิบัติ อย่ามาเป็นศาลเตี้ยหรือเรียกค่าเสียหายหลักล้าน เพราะตามจริงมันจะมีมาตรฐานอยู่ในหลักแสน  คืออันนี้เป็นการขออนุญาตใช้สิทธิ์ เพราะเขาไม่ได้ขายเป็นสิทธิ์ขาด ส่วนใหญ่ทางค่ายจะขายขาดลิขสิทธิ์เผยแพร่แบบปีต่อปี บางค่ายก็ซื้อ 5 ปี บางค่ายก็ 10 ปี”

รูปแบบแนวเพลงที่จะทำใหม่ ?

            “จะเห็นเพลงเก่าเอามารีเมคใหม่ ก็จะเป็นการเอามาทำใหม่ความหนาแน่นของดนตรีความสนุกสนาน ให้เป็นลูกทุ่งโมเดิร์นหรือเป็นลูกทุ่งเจนใหม่”

ลงทุนไปเท่าไหร่กับการซื้อลิขสิทธิ์ ?

 “ซึ่งอันนี้มันเป็นสิทธิทางปัญญาเนอะ ก็เป็นการให้มูลค่าพอสมควรตามเพลง สิ่งที่ตั้งใจซื้อไว้ก็เป็น 1000 กว่าเพลง ในหลายยุคที่โด่งดังในช่วงนั้น”

ปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์เพลงก่อนหน้าเคลียร์จบหรือยัง ?

 “จริงๆ ก็ยังไม่จบ ก็มีการต่อรองกันอยู่ มันก็หลายล้านพอสมควร”

คิดว่าจะจบตรงไหน ?

 “มันยังเป็นการต่อรอง ดึงกันไปกันมา เราไม่ได้อยากจ่ายน้อย แต่เราอยากจ่ายในมูลค่าที่เหมาะสม แต่ถ้ามันอยู่หลักแสนยังพอไหว แต่ถ้าหลักล้านมันก็ยังอาจจะต้องพูดคุยกันก่อน ซึ่งเราก็มีความรู้ทางด้านกฎหมายอยู่บ้าง อ่านกฎหมายเป็น”

ปัญหาหลักของเรื่องคืออะไร ?

 “ตอนนี้มีปัญหาหลายเพลงมาก แต่เราก็ยังไม่อยากให้แสง เพราะว่าบางท่านอาจจะอยากมีประเด็น อยากจะให้เราฉายแสงว่า ค่ายไหยังจ่ายเลยแล้วคุณเป็นใครทำไมถึงจะไม่จ่าย เพราะว่าบางคนอาจจะไม่ได้หวังผล แต่ใช้อ้างว่าเป็นเจ้าของก็คือเหมือนยืมมือเราเกิด ก็เลยไม่อยากที่จะพูดถึง ซึ่งมันก็เป็น 10 เพลงที่โดนแจ้งมา ซึ่งทุกอย่างก็ให้มันเป็นไปตามเรื่องของกฎหมาย ก็มีการเจรจาประนีประนอมยอมความ สุดท้ายต้องจบที่ศาล เพราะว่าเราก็บอกว่าไม่มีเจตนาที่จะละเมิด เป็นการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และเราก็ไม่รู้ว่าลิขสิทธิ์ในระยะ 10 ปี ถึง 30 ปี ที่ผ่านมา มันต้องผ่านใครแล้วไปอยู่ที่ใคร ใครเป็นคนแต่ง แล้วเสียชีวิตไปแล้วไปขายให้ค่ายอื่น หรือพ่อแม่ตายแล้วลูกเอาไปขายให้กับคนนั้นคนนี้อีกค่ายหนึ่ง ซึ่งลิขสิทธิ์มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เรามีหน้าที่จ่ายแต่เราไม่รู้ว่าจะเป็นผู้ซื้อจากไหน”

อยากบอกอะไรกับคนที่ไม่รู้บ้าง ?

“คืออยากจะให้มีองค์กร เพื่อรองรับข้อมูลตรงนี้ เป็นเหมือนคล้ายๆ กับทะเบียนราษฎร์ เวลาเข้าแอปไปแล้วก็จะรู้ข้อมูลทั้งหมด จะได้รู้ว่าเพลงมันอยู่ที่ใคร แต่ละค่ายได้มีข้อมูลแจ้งว่าเพลงนี้อยู่ที่ไหน ใครถือสิทธิ์อยู่ เราก็จ่ายกันไปตามความเหมาะสม แจ้งมาเลยว่าเก็บค่าลิขสิทธิ์ปีละเท่าไหร่  ใครเป็นคนถือเพลงไหนหรือมีข้อมูลอะไร ซึ่งเราจะได้รู้ ในฐานะผู้บริโภค อยากจะทำให้มันถูกต้อง ซึ่งใจจริงอยากให้เกิดอุปกรณ์แบบนี้ ซึ่งเราพูดไปก็เสียงไม่ดังพอก็ไม่รู้จะไปเริ่มตรงไหน”

ปัญหาโบรกเกอร์มีคิดเห็นยังไง ?

“คือโบรกเกอร์มันก็มีหลายประเภท มีทั้งดีไม่ดี มันมีในทุกสายอาชีพ บางคนก็เอาชื่อเสียงศิลปินของค่ายไปใช้อ้าง ก็จะเป็นลักษณะนี้เยอะ อยู่ที่ว่าใครจะเจอน้อยเจอมาก มันเป็นการไว้เนื้อเชื่อใจ การทำมาค้าขายกัน บางคนก็ไม่ได้มัดจำ หรือมัดจำแล้วก็เอาเงินของศิลปินไปใช้แล้วก็หอบเงินหนีไปและศิลปินก็ไม่ได้มาขึ้นโชว์ในวันนั้น สุดท้ายก็จะไปโวยวายกันในโซเชียล ซึ่งจริงๆ แล้วตัดปัญหาง่ายๆ ก็คือการซื้อตรงผ่านค่ายหรือโซเชียลของค่ายโดยตรง ถึงแม้ปัญหาของการซื้อผ่านโบรกเกอร์จะลดลงไปบ้าง แต่เราก็อยากให้ความเคารพทุกท่าน เพราะเราเคยผ่านจุดนี้มาก่อน อยากจะบอกว่าการเป็นโบรกเกอร์เป็นอาชีพที่ดี เราควรจะต้องรักษาเครดิตไว้ให้นานที่สุด เพราะมันใช้ความน่าเชื่อถือ มันเป็นการน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า ต่างคนต่างต้องพึ่งพากัน”

ศรัทธาล้นใจ ‘รุ่ง นครพนม’ สร้างรูปปั้น ‘ท้าวภังคี–นางไอ่’ ปลื้มจนกลั้นน้ำตาไม่อยู่

ศรัทธาล้นใจ ‘รุ่ง นครพนม’ สร้างรูปปั้น ‘ท้าวภังคี–นางไอ่’ ปลื้มจนกลั้นน้ำตาไม่อยู่

ศรัทธาล้นใจ ‘รุ่ง นครพนม’ สร้างรูปปั้น ‘ท้าวภังคี–นางไอ่’ ปลื้มจนกลั้นน้ำตาไม่อยู่

วันเสาร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“รุ่ง นครพนม” ศิลปินหนุ่มจากค่ายไทดอลมิวสิค (จีเอ็มเอ็ม มิวสิค) พร้อมด้วยครอบครัวผู้มีจิตศรัทธาและแฟนคลับ ร่วมกันสร้างและถวายรูปปั้น “ท้าวภังคี–นางไอ่” ตัวละครสำคัญในตำนานผาแดงนางไอ่ แด่วัดมหาพรมโพธิราช บ้านท่าวัดเหนือ ต.เหล่าปอแดง อ.เมือง จ.สกลนคร เพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจและสืบสานความเชื่อทางวัฒนธรรมอีสาน“รุ่ง นครพนม”  เผยว่า

การสร้างรูปปั้นครั้งนี้เกิดจากแรงศรัทธาและความเชื่อส่วนตัว โดยก่อนเข้าสู่วงการเพลง ตนและครอบครัวเคยสร้างบทเพลงเกี่ยวกับตำนานผาแดงนางไอ่ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่นำพาให้ก้าวสู่การเป็นศิลปินในสังกัดไทดอลมิวสิคอย่างไม่คาดคิดผมเชื่อว่าศรัทธาที่มีต่อท่าน ทำให้ชีวิตผมดีขึ้น จึงตั้งใจไว้ว่าหากมีกำลังและมีแฟนคลับร่วมบุญ จะสร้างองค์ท่านถวาย วันนี้ทุกอย่างสำเร็จด้วยแรงศรัทธาจากทุกสายบุญ” รุ่ง นครพนม กล่าวด้วยความปลื้มใจ พร้อมเผยว่าในวันประกอบพิธีบวงสรวง ตนถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่ด้วยความซาบซึ้งการสร้างรูปปั้นครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนของการผสานศิลปะ ดนตรี ความเชื่อ และวัฒนธรรมอีสาน ที่คนรุ่นใหม่ร่วมกันสืบสานและถ่ายทอดสู่สังคมอย่างงดงาม

เอาคะแนนผมไปเลย! ‘น็อต วรฤทธิ์’โพสต์ตัดสินใจแล้ว จนคนแห่คอมเมนต์สนั่น

เอาคะแนนผมไปเลย! 'น็อต วรฤทธิ์'โพสต์ตัดสินใจแล้ว จนคนแห่คอมเมนต์สนั่น

เอาคะแนนผมไปเลย! ‘น็อต วรฤทธิ์’โพสต์ตัดสินใจแล้ว จนคนแห่คอมเมนต์สนั่น

วันศุกร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 21.10 น.

19 ธันวาคม 2568 กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในโลกโซเชียลทันที เมื่อนักแสดงและพิธีกรหนุ่ม น็อต วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์ ซึ่งได้ออกมาแสดงจุดยืนและแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ท่ามกลางบรรยากาศการเมืองไทยที่เริ่มคุกรุ่น เนื่องจากกำลังจะเข้าสู่ช่วงเลือกตั้งในปีหน้า

โดยน็อตได้แชร์ข่าวความสำเร็จของ คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่เดินทางไปยังประเทศซาอุดีอาระเบีย และสามารถปิดดีลความร่วมมือกับบริษัท ARASCO ผู้นำด้านความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) ส่งผลให้มีการสั่งนำเข้ามันสำปะหลังอัดเม็ดจากประเทศไทยเพิ่มทันที 30,000 ตัน และตั้งเป้าขยายปริมาณการนำเข้าในปีหน้าสูงถึง 100,000 ตัน

พร้อมกันนี้ น็อต วรฤทธิ์ ยังได้เขียนแคปชั่นแสดงความคิดเห็นอย่างเผ็ดร้อนถึงแวดวงการเมือง ระบุว่า “ถ้านักการเมืองทำงานเพื่อชาติบ้านเมืองกันจริงจัง แบบมืออาชีพ ชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยจะดีขนาดไหนน้อวววววว… เลือกตั้งครั้งหน้า พรรคไหนนำเสนอ รมต. มืออาชีพแบบนี้ เอาคะแนนผมไปเลยจ้ะ”

ศึกส้มปะทะน้ำเงิน วัดใจคนไทย เลือกความเชื่อหรือความพร้อม

ศึกส้มปะทะน้ำเงิน วัดใจคนไทย เลือกความเชื่อหรือความพร้อม

ศึกส้มปะทะน้ำเงิน วัดใจคนไทย เลือกความเชื่อหรือความพร้อม

วันเสาร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 09.40 น.

พรรคส้มโชว์อุดมคติ ภูมิใจไทยโชว์ทีมงาน เกมประชันรัฐบาลก่อนวันเลือกตั้ง

ยังไม่ทันหย่อนบัตรเลือกตั้ง การเมืองไทยก็เริ่มถูกยกขึ้นมาประชันกันล่วงหน้าแล้ว

ไม่ใช่การประชันนโยบายแบบเต็มรูปแบบ แต่เป็นการประชันว่า ใครพร้อมเป็นรัฐบาลมากกว่ากัน ตั้งแต่วันที่ประชาชนยังไม่ตัดสินใจ

18 ธันวาคม 2568 ในการสัมมนาว่าที่ผู้สมัคร สส.ทั่วประเทศ พรรคประชาชนเลือกใช้ช่วงปิดงาน เปิดตัวว่าที่รองนายกรัฐมนตรี 4 คน

ทั้งหมดถูกวางไว้ภายใต้เงื่อนไขเดียว

หากพรรคได้อันดับหนึ่ง และจัดตั้งรัฐบาลได้

รายชื่อที่ถูกประกาศประกอบด้วย

พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์

เดชรัต สุขกำเนิด

วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร

และ ไหม ศิริกัญญา ตันสกุล

ทั้งสี่คนถูกจัดวางบทบาทอย่างเป็นระบบ

ครอบคลุมประชาธิปไตย ความมั่นคง

คุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ และการปฏิรูประบบราชการ

คำอธิบายของพรรคชัดเจน นี่คือ “ของใหม่” และคือทีมที่จะขับเคลื่อนประเทศในแบบที่พรรคเชื่อ

การเปิดตัวครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การโชว์รายชื่อ

แต่เป็นการโชว์ภาพรัฐบาลในอุดมคติ

รัฐบาลพรรคเดียว ที่โครงสร้างถูกคิดไว้แล้วล่วงหน้า

เมื่อมองรายชื่อทั้งสี่คน ทั้งหมดไม่ใช่คนแปลกหน้าในโลกของพรรคส้ม แต่เป็นบุคคลที่เติบโตมาจากงานนโยบาย
งานวิชาการ และเครือข่ายความคิดภายในพรรคมาอย่างต่อเนื่อง

พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ นักธุรกิจที่ก้าวเข้าสู่การเมืองพร้อมแนวคิดเปลี่ยนโครงสร้าง ถูกวางให้ดูแลประชาธิปไตยและความมั่นคง

เดชรัต สุขกำเนิด มาจากสายวิชาการและภาคประชาสังคม ทำงานกับประเด็นเกษตรและคุณภาพชีวิต ถูกวางให้ดูแลเรื่องปากท้องในเชิงนโยบาย

วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร นักเศรษฐศาสตร์สายวิชาการ มีประสบการณ์ในเวทีต่างประเทศ ถูกเสนอให้ดูแลเศรษฐกิจเชิงโครงสร้าง

ขณะที่ “ไหม” ศิริกัญญา ตันสกุล เป็นขุนพลนโยบายเศรษฐกิจของพรรค
เติบโตจากงานวิจัยและข้อมูล โดดเด่นในเวทีอภิปราย และเป็นภาพแทนของการเมืองเชิงนโยบายอย่างชัดเจน

เมื่อมองทั้งชุดพร้อมกัน ภาพที่พรรคประชาชนส่งออกมา คือทีมที่แข็งแรงในโลกความคิด โครงสร้างชัด ระบบคิดครบ

แต่ทั้งหมดนี้ ยังคงอยู่ในกรอบของ

“รัฐบาลที่ถูกออกแบบไว้ล่วงหน้า” มากกว่ารัฐบาลที่ต้องลงมือจัดการปัญหาในทันที

ในเวลาใกล้กัน อีกฟากหนึ่งของการเมืองไทย พรรคภูมิใจไทยถูกจับตาด้วยเหตุผลที่ต่างออกไป

ภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล

ภูมิใจไทยไม่ได้เปิดภาพรัฐบาลเป็นชุด

แต่ส่งสัญญาณผ่านความต่อเนื่องของทีมทำงาน และรายชื่อบุคคลที่อยู่ในตำแหน่งจริง กำลังทำงานจริง และรับแรงกดดันจริงอยู่แล้ว

ชื่ออย่าง เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ถูกพูดถึงในฐานะทีมเศรษฐกิจหลัก

เส้นทางของเขาเติบโตจากกระทรวงการคลัง ผ่านงานจัดเก็บรายได้รัฐ การบริหารการคลัง และการตัดสินใจในระบบราชการที่มีข้อจำกัดจริง

ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มาจากภาคธุรกิจ

คุ้นเคยกับตลาด การค้า การเจรจา และแรงกดดันจากผู้ประกอบการ

บทบาทของเธอ คือการจัดการระบบการค้าจริง ไม่ใช่การอธิบายเชิงแนวคิด

ขณะที่ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นนักการทูตอาวุโส ผ่านเวทีระหว่างประเทศ และการทำงานกับโครงสร้างรัฐมาอย่างยาวนาน

สามชื่อนี้ สะท้อนวิธีคิดของภูมิใจไทยอย่างชัด เลือกใช้คนที่อยู่กับระบบอยู่กับข้อจำกัด และอยู่กับงานรัฐในชีวิตจริง

จังหวะเดียวกัน ความเคลื่อนไหวในหลายพื้นที่ เริ่มสะท้อนว่า ภูมิใจไทยกำลังกลายเป็นพรรคที่เนื้อหอม

อดีต สส. นักการเมืองท้องถิ่น และกลุ่มฐานเสียงจากพรรคอื่น ทยอยขยับเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

การขยับตัวแบบนี้ ไม่ได้เกิดจากการเปิดนโยบายชุดใหญ่ แต่เกิดจากการประเมินเกมอำนาจล่วงหน้า ว่าใครมีโอกาสจัดตั้งรัฐบาล และใครมีอำนาจจัดวางตำแหน่งหลังเลือกตั้ง

การเมืองของภูมิใจไทย ไม่ได้ขายภาพของโลกที่ควรจะเป็น แต่ขายความสามารถในการจัดการโลกที่เป็นอยู่

เมื่อวางสองภาพไว้ข้างกัน พรรคประชาชนเสนอรัฐบาลในแบบที่เชื่อว่าดี ขณะที่ภูมิใจไทยเสนอรัฐบาลในแบบที่กำลังทำอยู่

ภาพที่ถูกประชัน จึงไม่ใช่แค่รายชื่อบุคคล แต่เป็นการประชันระหว่าง รัฐบาลที่ถูกออกแบบ กับรัฐบาลที่ถูกใช้งานแล้ว

ปลายทางของการเมืองครั้งนี้ อาจไม่ได้ตัดสินกันที่ใครพูดได้สวยกว่า แต่อยู่ที่ประชาชนรู้สึกว่า ประเทศควรถูกบริหารด้วย “ความเชื่อ” หรือ “ความพร้อม”

และจากภาพที่เปิดออกมาในช่วงนี้ คำว่า “พร้อมกว่า” กำลังถูกตีความ ไปในทิศทางเดียวกันมากขึ้นเรื่อย ๆ

– ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์ – 

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

วันเสาร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“ต้องจำแนกมิตรและศัตรูออกจากกันให้ชัดเจนและเด็ดขาดตั้งแต่เริ่มต้น ต้องรู้ว่าใครคือมิตรของเรา และใครคือศัตรูของเรา หากไม่มีการกำหนดว่าใครเป็นมิตรของเราอย่างชัดเจน ไม่มีการกำหนดว่าใครเป็นศัตรูของเราอย่างชัดเจน เราก็ไม่มีวันเอาชนะสงครามได้อย่างแน่นอน”

นายสังศิต พิริยะรังสรรค์

อดีตสมาชิกวุฒิสภา(สว.)

‘ตั๊น’ซบ‘ดร.เอ้’ เสริมทีม‘ไทยก้าวใหม่’/ลุยเลือกตั้ง ปชป.เปิดนโยบาย22ธ.ค.

‘ตั๊น’ซบ‘ดร.เอ้’  เสริมทีม‘ไทยก้าวใหม่’/ลุยเลือกตั้ง  ปชป.เปิดนโยบาย22ธ.ค.

‘ตั๊น’ซบ‘ดร.เอ้’ เสริมทีม‘ไทยก้าวใหม่’/ลุยเลือกตั้ง ปชป.เปิดนโยบาย22ธ.ค.

วันเสาร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

‘ตั๊น’ซบ‘ดร.เอ้’ เสริมทีม‘ไทยก้าวใหม่’/ลุยเลือกตั้ง ปชป.เปิดนโยบาย22ธ.ค. พท.ส่ง‘ยศชนัน’ลุยกทม.

กกต.ส่งกำลังใจเจ้าหน้าที่จัดเลือกตั้ง ท่ามกลางสถานการณ์สู่รบ ปีใหม่ปีนี้แตกต่างจากทุกปี มอบเป็นของขวัญให้คนไทย ด้าน “อนุทิน” รับกำลังคัดผู้สมัครสส.รอบสุดท้าย อุบชื่อแคนดิเดตนายกฯ ’สุชัชวีร์‘อุบรายชื่อแคนดิเดตลั่น พร้อมเป็นนายกฯสู้พรรคอื่นได้ ยืนยันส่งทุกภาครอเปิดตัว เชื่อ‘ไทยก้าวใหม่‘จะเป็นเป้าหมายของคนที่ต้องการการเมืองแบบใหม่ ชี้หนุนแก้รัฐธรรมนูญ‘ตั๊น’เปิดตัวซบ‘ไทยก้าวใหม่’ลงสมัครปาร์ตี้ลิสต์ พ่วงนั่งหัวหน้าทีมเสมอภาคและความมั่นคงของมนุษย์ เผยอุดมการณ์ตรงกัน ปชป.เปิดนโยบายพรรค22ธ.ค.นี้

เมื่อวันที่ 19ธ.ค.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.ส่งข้อความในกลุ่มไลน์สำนักงาน กกต.ระบุว่า พี่น้อง กกต.บ้านเราอยู่ในโหมดต้องรับผิดชอบงานของบ้านเมือง อย่างน้อย 3 งานใหญ่ คือ เลือก อบต.เลือก สส.และการออกเสียงประชามติ (ไม่นับการเลือกแทนตำแหน่งที่ว่างที่มีอยู่เป็นประจำ) เป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยมีแบบนี้ ที่งานทั้ง 3 งาน ครอบคลุมพื้นที่ทั้งประเทศพร้อมกัน บางจังหวัดก็มีงานลักษณะพิเศษเพิ่มเติม เช่น พื้นที่สู้รบตชายแดน7จังหวัด หรือจังหวัด ปราจีนบุรี ที่มีการจัดการเลือกตั้ง นายก อบจ.แทนตำแหน่งที่ว่างพร้อมกัน รวมเป็น 4งาน ด้วยกำลังคนที่มีจังหวัดละ 20 คน เราเหนื่อยมากขึ้นอย่างแน่นอน แต่มันเป็นหน้าที่ และเป็นความท้าทายที่เราอยู่ตรงนี้พอดี “ผมมั่นใจในพี่น้องเราทุกคน ว่าจะทำทุกงานออกมาดี เป็นที่ยอมรับตามความคาดหวังของสังคม ขอส่งกำลังใจ มาถึงพี่น้องเราทุกคนในยามที่ต้องทำงานสำคัญของบ้านเมืองให้ออกมาดีและเป็นที่ยอมรับ และผมขอโทษที่ไม่สามารถจัดหาคนให้พี่น้องเราให้พอเพียง ตามกรอบในเวลาอันสำคัญแบบนี้ ทำให้ลำบากมากขึ้นเป็นเท่าทวีขึ้นไปอีก แต่ไม่ว่ามันจะออกมาอย่างไรก็ขอให้เราภูมิใจที่ได้มาทำในหน้าตรงนี้ปีใหม่ปีนี้สำหรับเรา มันคงต่างออกไป แต่เราสามารถมอบของขวัญปีใหม่ให้กับคนไทย จากงานของเราที่กำลังทำอยู่ได้

‘หนู’ขอให้ใจเย็นกำลังคัดผู้สมัครสส.

ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เดินทางเข้าพรรคภูมิใจไทย เพื่อเป็นประธานการประชุมยุทศาสตร์ เพื่อวางแนวนโยบายในการเลือกตั้ง โดยมีแกนกลุ่มต่างๆของพรรคเข้าร่วม โดยนายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ถึงการคัดเลือกผู้สมัคร สส.เขตและบัญชีรายชื่อของพรรคภูมิใจไทย ขณะนี้เสร็จเรียบร้อยแล้วหรือยัง ว่า เดี๋ยวรอให้มีการประชุมก่อน กำลังคัดรอบสุดท้ายอยู่ เมื่อถามถึงแคนดิเดตนายกฯของพรรคภูมิใจไทย ขณะนี้เรียบร้อยหรือยัง นายอนุทิน กล่าวว่าก็เดี๋ยวก่อน เมื่อถามย้ำว่าจะได้ความชัดเจนในวันนี้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่าก็จะพยาม

เมื่อถามว่า วันที่ 25พ.ย.2568 จะมีการเปิดนโยบายหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้คุยเรื่องนโยบายทั่วไปและคุยว่าผู้ใหญ่ของพรรคท่านไหนจะรับผิดชอบนโยบายด้านใด ยังคงเป็นเตรียมมอบหมายงานเรื่องต่างๆ เพราะเรามีผู้ใหญ่บุคลากรทางการเมืองที่มีประสบการณ์ในแต่ละด้านมาร่วม ส่วนนโยบายที่จะใช้ชูในการหาเสียงเป็นเรื่องอะไรนั้น ขอให้ใจเย็นๆโดยเราจะเน้นในทุกเรื่อง

ชื่อ’เอกนิติ-ศุภจี-สีหศักดิ์’ยังไม่ลงตัว

ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวการคัดเลือกแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย จนถึงขณะนี้ยังมีความคลุมเครือใน 4รายชื่อ คือ นายอนุทิน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ และนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ซึ่งจะชัดเจนในวันนี้ โดยบางคนยังให้เหตุผลต้องขอกลับไปถามครอบครัวประกอบการตัดสินใจก่อน ทั้งนี้ ในบรรดาทั้ง 3รายชื่อ จะปรากฏเป็นทีมของพรรคภูมิใจไทย และเป็นรองนายกรัฐมนตรีควบตำแหน่งรัฐมนตรี หากได้กลับมาทำหน้าที่อีกครั้งหลังเลือกตั้ง นอกจากนี้ ยังมีรายงานข่าวว่าพรรคภูมิใจไทยจะแถลงนโยบายที่จะใช้ในการเลือกตั้งในวันที่ 25 ธันวาคมนี้ ซึ่งจะเป็นนโยบายพูดแล้วทำพลัสใน 4ด้านเหมือนกับนโยบายรัฐบาลที่ผ่านมา

แย้มทั้ง3คนร่วมทำงานรบ.หน้าแน่

เวลา 13.30น.นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์หลังประชุมยุทธศาสตร์พรรคเพื่อกำหนดนโยบายในการเลือกตั้ง ว่าวันนี้ได้ถกแถลงเรื่องนโยบายหาเสียง โดยให้สมาชิกและผู้สมัคร ส.ส.หารือ และนำเสนอนโยบายต่างๆ อันไหนดีก็ให้สนับสนุน อันไหนยังไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ก็ถอดถอนออกไป ถือเป็นการหารือขั้นต้นเพราะยังมีเวลา เมื่อสมบูรณ์แล้วจะประกาศนโยบายที่ชัดเจนออกมา ขอให้รอให้ออกจากเตาอบให้สวยๆ งามๆ กว่านี้ก่อน เมื่อถามว่า นโยบายของพรรคภูมิใจไทยจะสอดคล้องกับนโยบาย 4 ด้าน ที่ได้แถลงต่อรัฐสภาหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เราจะเน้นเรื่องความมั่นคงของเศรษฐกิจ ชาติ สังคม ชีวิต และเทคโนโลยี เป็นธีมหลักนโยบายของพรรค และยังจะมีส่วนประกอบอื่นๆด้วย เมื่อถามว่า จะมีนโยบายยกเลิกเอ็มโอยู 43-44 หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เรื่องนี้เป็นส่วนประกอบ เช่นเดียวกับโครงการคนละครึ่งพลัสที่จะเป็นส่วนประกอบของนโยบายซึ่งอยู่ในเรื่องของความมั่นคงของเศรษฐกิจ

เมื่อถามว่า ที่ประชุมได้พูดคุยเรื่องแคนดิเดตนายกฯของพรรคภูมิใจไทยทั้ง 3 คนหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ยังคุยกันอยู่ ต้องให้คนที่เราทาบทามทั้งนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและ รมว.คลัง และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ไปพิจารณาปรึกษาหารือกันก่อน แต่ตอนนี้ทุกคนที่ทำงานร่วมกันอยู่แล้วในรัฐบาลชุดนี้ ให้คำมั่นสัญญาว่าจะร่วมทำงานกันต่อไปในส่วนที่ตัวเองมีความถนัด ขอย้ำว่า ทุกคนจะอยู่ทำงานร่วมกัน ซึ่งตอนนี้หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยเป็นหนึ่งในแคนดิเดต สมัยก่อนคิดว่าหัวหน้าพรรคเป็นแคนดิเดตคนเดียวก็พอ แต่บริบททางการเมืองที่เกิดขึ้นมีอุบัติเหตุอะไรเกิดขึ้น บางพรรคก็ใช้หัวหน้าพรรคเสียหมดก็จะเกิดปัญหาได้ ดังนั้นเราเน้นที่คนทำงาน และคนที่จะเป็นแคนดิเดตนายกฯของพรรคภูมิใจไทย คือเผื่อเหลือเผื่อขาดด้วย หัวหน้าทีมเศรษฐกิจก็หนีไม่พ้นนายเอกนิติ ที่จะดูเรื่องการเงินการคลัง และนางศุภจี ที่จะดูเรื่องการค้า อุตสาหกรรม ส่วนนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ จะดูเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ใช้การทูตสร้างความแข็งแกร่งกับประเทศในเวทีนานาชาติ เมื่อถามว่า ถ้านางศุภจีไม่ตอบรับเป็นแคนดิเดตนายกฯ หากพรรคภูมิใจไทยได้เป็นรัฐบาลจะเชิญมาเป็นรัฐมนตรีอีกรอบหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ตอบไปแล้ว เมื่อสักครู่ก็ตอบไปแล้ว

‘ธนกร’โวสส.-การเมืองท้องถิ่นแห่ซบ

นายธนกร วังบุญคงชนะ รมว.อุตสาหกรรม ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมในการเลือกตั้งใหญ่ทั่วประเทศว่า วันนี้พรรคภูมิใจไทย (ภท.) มีบุคคลที่มีชื่อเสียง ทั้งนักการเมืองที่เป็น สส.ปัจจุบัน อดีต สส. และนักการเมืองท้องถิ่นในหลายจังหวัด สนใจที่จะมาร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งแสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า พรรคภูมิใจไทยวันนี้เติบโตขึ้นกว่าการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา จึงดึงดูดให้บุคคลที่มีคุณภาพมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ พรรคภูมิใจไทยเน้นการผสมผสานนักการเมืองที่มีประสบการณ์ มีคุณภาพ กับนักการเมืองที่มีแนวความคิดใหม่ เป็นคนรุ่นใหม่ ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ดังนั้น เชื่อว่าพรรคจะได้รับความไว้วางใจจากประชาชนอย่างแน่นอน

เมื่อถามว่า เชื่อมั่นว่าพรรคจะได้รับเลือกให้กลับมาบริหารประเทศอีกครั้งหรือไม่ นายธนกร กล่าวว่า พรรคมีกระบวนการในการวิเคราะห์แต่ละพื้นที่ แต่ละเขตเลือกตั้งอยู่แล้ว เพื่อประเมินว่าในแต่ละพื้นที่นั้นประชาชนต้องการอะไรนโยบายอะไรจากพรรคภูมิใจไทย เพื่อสรรหาผู้สมัครที่มีความเหมาะสมเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส. ในจังหวัดนั้นๆ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าวันนี้ประชาชนดูออกว่า ผู้สมัคร สส. แต่ละคน แต่ละพรรคนั้น ที่ผ่านมาได้ทำอะไรให้กับประชาชนบ้าง ซึ่งพรรคภูมิใจไทยเชื่อมั่นว่า ตลอดระยะเวลาที่พรรคเป็นแกนนำรัฐบาลบริหารประเทศมานั้น ประชาชนมีความเชื่อมั่นว่า เราเป็นพรรคการเมืองที่ประชาชนคาดหวังได้ นอกจากนี้ ในบรรดาแคนดิเดตนายกฯ ของแต่ละพรรคนั้น เชื่อว่าไม่มีใครสู้นายอนุทินได้ เพราะประสบความสำเร็จทางด้านธุรกิจ มีประสบการณ์ทางการเมืองแบบมืออาชีพ และยังเป็นนักประสานทุกทิศอีกด้วย

เชื่อประชาชนชื่นชอบนโยบายภท.

“วันนี้ประชาชนทั้งประเทศรับรู้แล้วว่า ที่ผ่านมา พรรคภูมิใจไทยภายใต้การนำของท่านนายกฯ เป็นพรรคการเมืองที่พูดแล้วทำ ทีมเศรษฐกิจมีฝีมือ พร้อมแก้ปัญหาได้ทันที หากประชาชนมอบโอกาสให้พรรคบริหารประเทศต่อไป พรรคจะนำเสนอนโยบายให้ประชาชนทราบ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเลือกผู้สมัคร สส.ของพรรคในการเลือกตั้งที่จะมาถึง การที่พรรคภูมิใจไทยชนะการเลือกตั้งซ่อม สส.ทั้งที่ จ.ศรีสะเกษและจ.กาญจนบุรี ที่ผ่านมานั้น ก็ชี้ให้เห็นได้ชัดเจนถึงความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อนโยบายและแนวทางการทำงานของพรรคภูมิใจไทยได้เป็นอย่างดี”นายธนกรกล่าว

‘พท.’เตรียมให้‘ยศชนัน’ลุย กทม.

ที่พรรคเพื่อไทย นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะกำกับดูแลพื้นที่ กทม.กล่าวถึงความพร้อมการเลือกตั้งในส่วนของพื้นที่ กทม. ว่า พรรคประชาธิปัตย์พรรคประชาชน และพรรคเพื่อไทยต่างส่งคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพลงสมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งทุกพรรคถือเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวหากถามว่าใครดีที่สุด คงตอบไม่ได้ เพราะสุดท้ายขึ้นอยู่กับการมุ่งมั่นทำให้ประชาชนรู้สึกเข้าใจนโยบายของพรรค และความมุ่งมั่นของผู้สมัครเมื่อถามว่า พรรคประชาชนถือเป็นพรรคที่มีกระแสมีความกังวลหรือไม่ นายพงศ์กวิน กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา พรรคประชาชนได้ สส.พื้นที่ กทม. 32 เขต จาก 33 เขต ถือเป็นพรรคที่น่ากลัวในการทำกระแส และเป็นเจ้าของพื้นที่เดิม พรรคเพื่อไทยฐานะเป็นผู้ท้าชิงต้องพยายามทำให้ดีที่สุด และสุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับประชาชนที่เป็นผู้เลือก

เมื่อถามว่า กรณีพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคเข้ามาทำหน้าที่จะแบ่งคะแนนได้หรือไม่ นายพงศ์กวิน กล่าวว่า ตอนนี้ยังประเมินลำบาก ต้องรอใกล้วันเลือกตั้งกว่านี้ ซึ่งเดิมพรรคประชาธิปัตย์ ที่เคยครองพื้นที่ กทม. มาก่อน และการที่นายอภิสิทธิ์กลับมาก็เป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้กับพรรคประชาธิปัตย์ได้เป็นอย่างดี ถือเป็นพรรคที่น่ากลัว เมื่อถามว่า ตั้งเป้าที่นั่งพื้นที่ กทม. ไว้อย่างไร นายพงศ์กวิน กล่าวว่า ยังไม่สามารถตอบได้ แต่จะพยายามทำให้ดีที่สุด เมื่อถามว่า วางโปรแกรมนายยศชนัน วงสวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ในการช่วยหาเสียงในพื้นที่ กทม. ไว้อย่างไร นายพงศ์กวิน กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ได้วางแผนไว้ เพราะเพิ่งเปิดตัวนายยศชนัน ไป ตอนนี้อยู่ระหว่างการไปดีเบตตามเวที และสื่อต่างๆ เพื่อทำความเข้าใจถึงนโยบายของพรรค ตอนนี้ต้องให้เวลาในการไปทำภารกิจนี้ก่อน หลังจากนี้ตนจะต้องไปพูดคุย เพื่อให้มาช่วยในพื้นที่ กทม.เมื่อถามว่า วางยุทธศาสตร์การสู้ศึกในพื้นที่ กทม. ไว้อย่างไร นายพงศ์กวิน กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยคงทำเหมือนที่เคยทำมาก่อน เพราะสุดท้ายขึ้นอยู่กับการทำพื้นที่ ซึ่ง สส. พรรคเพื่อไทยขึ้นชื่อเรื่องนี้อยู่แล้วในการเข้าถึงประชาชน พร้อมย้ำว่า จะทำให้ดีที่สุด ส่วนการสร้างกระแสก็มีหลายส่วนเข้ามาผสมผสานกัน

นายพงศ์กวิน กล่าวว่า ขณะนี้ผู้สมัครมีความพร้อมทั้งหมดแล้ว และวันนี้จะมีการมายื่นเจตจำนงในการลงสมัค สส. ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจคุณสมบัติ คาดว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร เพรา

ปลุกทุกจว.ตั้งรัฐบาลเสียงข้างมาก

นางมนพร เจริญศรี อดีต สส.เขต 2 นครพนม พรรคเพื่อไทย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย อดีต รมช.คมนาคม ปราศรัยพบปะชาวบ้าน ชูนโยบายสนับสนุนพรรคเพื่อไทย รวมพลังชาวนครพนม เลือกนายภูมิพัฒน์พชรทรัพย์ อดีต สส.เขต 1 นครพนม พรรคเพื่อไทย นายธนากรณ์ ปราณีนิตย์ ว่าที่ผู้สมัคร สส.เขต 3 นครพนม และ ดร.ชาญชัย คำจำปา ว่าที่ผู้สมัคร สส.เขต 4 นครพนม พรรคเพื่อไทย โดยมีการชูนโยบายหลักของพรรคเพื่อไทย เกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การแก้ไขปัญหายาเสพติด การส่งเสริมอาชีพ การพัฒนาเศรษฐกิจการค้า การท่องเที่ยว ยืนยันความจำเป็นนโยบายแก้หนี้สินในครัวเรือน ในช่วงพรรคเพื่อไทย เป็นรัฐบาล 2 ปีที่ผ่านมา ได้แก้ปัญหาหนี้สิน ช่วยเหลือประชาชน รวมถึงเกษตรกรมาแล้วจำนวนมาก สามารถฟื้นฟูแก้สภาพคล่องในการค้า การลงทุน มีงานมีอาชีพ มีรายได้เพิ่มขึ้น จึงมีความจำเป็นจะต้องสนับสนุนพรรคเพื่อไทย เข้ามาสานต่อตั้งรัฐบาลเสียงข้างมาก เดินหน้าแก้ปัญหาหนี้สิน

’สุชัชวีร์‘อุบรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ

ที่พรรคไทยก้าวใหม่ นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ กล่าวถึง แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคไทยก้าวใหม่ นายสุชัชวีร์ กล่าวว่า ตนเป็นแคนดิเดตและพร้อมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ส่วนจะเป็นคนเดียวหรือไม่อยากให้ติดตาม ซึ่งเย็นนี้เป็นการ จัดงานระดมทุนและแสดงวิสัยทัศน์ของพรรคเท่านั้นไม่มีการเปิดรายชื่อแคนดิเดต ของพรรคไทยก้าวใหม่ซึ่งแน่นอนว่ามีหัวหน้าพรรคที่ประกาศความพร้อมเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ต้องพาประเทศไทยก้าวใหม่ไปด้วยกันให้ได้ ส่วนจะมีรายชื่อใครบ้างขอให้ติดตามในสัปดาห์หน้า รับรองว่ามีเซอร์ไพรส์แน่นอน เมื่อถามว่าเมื่อเห็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ของพรรคอื่น จะสู้ไหวหรือไม่นายสุชัชวีร์ กล่าวว่า ตนเชื่อว่าทุกคนมีดีและทำการเมืองแบบใหม่ จะเห็นว่าเป็นการผสมผสานคนที่เป็นมืออาชีพ และมีความพร้อม และเป็นมีคนที่รู้จักการเมืองไทย พรรคไทยก้าวใหม่พิสูจน์มาแล้วว่า เสียสละทุ่มเทกับประชาชน แต่ที่ชัดเจนคือวันนี้ทีมงานพรรคแทบทั้งหมดเป็นคนใหม่ ดังนั้นการที่มีคดีเด็ดนายกรัฐมนตรีเป็นคนใหม่เป็นสิ่งที่ดีและเราทำตัวอย่างมาแล้ว นายกควรจะเป็นคนมืออาชีพคนรุ่นใหม่ ที่นำความรู้ วิชาการ และการต่างประเทศมาใช้ ส่วนการส่งผู้สมัคร เราส่งทุกภาค แม้เวลาจะสั้นแต่พรรคยืนยันส่งทุกภาค

‘ตั๊น จิตภัสร์‘เปิดตัวซบ‘ไทยก้าวใหม่’

ต่อมา นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ เปิดตัว น.ส.จิตภัสร์ตั๊น กฤดากร ผู้ประสงค์ลงสมัคร สส.บัญชีรายชื่อ โดย นายสุชัชวีร์ กล่าวว่า พรรคไทยก้าวใหม่ตั้งใจที่จะสร้างความการเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศไทยในช่วงวิกฤตทุกเรื่อง การเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นนั้นเราต้องการคนรุ่นใหม่ที่มีความเป็นมืออาชีพพร้อมเสียสละให้กับประเทศไทย และองค์ประกอบสำคัญสำหรับการเสียสละของนักการเมืองคือความซื่อสัตย์สุจริต และเป็นที่พึ่งของประชาชนได้ และวันนี้พรรคไทยก้าวใหม่ขอต้อนรับผู้หญิงเก่ง มุ่งมั่นทำงานเพื่อสังคมมาตลอดทางชีวิตและอยู่ในครอบครัวที่คุณพ่อคุณแม่พิสูจน์เป็นประจักษ์ว่าลูกหลานเกิดมาต้องตอบแทนคุณแผ่นดิน ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคและมุ่งมั่นเสียสละต่อประชาชนและมีความซื่อสัตย์สุจริต เป็นคนดีไม่มีการทุจริตคอรัปชั่น คือ น.ส.จิตภัสร์ โดยตนเชิญมาเป็นหัวหน้าทีมเสมอภาคและความมั่นคงของมนุษย์

อุดมการณ์ตรงกัน-ทำเพื่อประชาชน

ด้านน.ส.จิตภัสร์ กล่าวว่า รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับโอกาสนี้ถือว่าเป็นก้าวใหม่ของตนเอง เพราะเราอยู่ในแวดวงการเมืองมาเกือบ 18 ปี ซึ่งมีคิดว่าเป็นอีกก้าวหนึ่งในชีวิตทางการเมืองที่จะมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้มีโอกาสและมีพื้นที่ทำงานเพื่อผลประโยชน์ของแผ่นดินและประชาชน เชื่อมั่นว่า จะทำงานตรงนี้ได้อย่างเต็มที่เนื่องจากเคยทำงานกันมาก่อนแล้วและเชื่อว่าพรรคนี้จะเป็นช่องทางและโอกาสให้กับประชาชนได้มีโอกาสเลือกพรรคใหม่ๆ ต้องยอมรับว่า วันนี้มีทั้งปลาเก่าและพรรคใหม่หลายพรรคแต่เชื่อว่าพรรคไทยก้าวใหม่จะเป็นอีกหนึ่งพรรคที่จะเสนอตัวรับใช้ประชาชนและจะฝากถึงประชาชน ขอโอกาสให้กับพรรคไทยก้าวใหม่ได้ทำงานรับใช้ทั้งในสภาและบริหาร เพราะพรรคไทยก้าวใหม่มีคณะทำงานที่ครบทุกด้าน การได้รับตำแหน่งหัวหน้าทีมเสมอภาคและความมั่นคงของมนุษย์ ตรงกับตนเอง ตนดีใจและจะพยายามทำหน้าที่นี้ถ้าอย่างเต็มที่

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคไทยก้าวใหม่ ขณะนี้มี 2 คนคือนายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ และคุณหญิงกัลยา โสภณพานิช ส่วนคนที่ 3 กำลังพิจารณาอยู่

‘กัญจนา’นั่งรักษาการหน.ชทพ.

น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.)โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ค โดยระบุว่า ตนเองจะเข้ารับตำแหน่งรักษาการหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา หลังจากที่นายวราวุธ ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรค ได้ลาออกไป แต่จะไม่มีกิจกรรมใดทางการเมือง ยอมรับว่ารุ่นลูกไม่เก่งเท่ารุ่นของ นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกฯและหัวหน้าพรรคชาติไทย แต่ตนและนายวราวุธ ได้พยายามทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ตัวดิฉันไม่ได้ชื่นชอบวิถีการเมืองเพราะรู้ดีว่า ไม่เหมาะกับนิสัยตัวเอง ช่วงที่พ่ออยู่ก็แค่ช่วยพ่อ สำหรับดิฉันการเมืองมีประโยชน์เพียงช่วยให้ได้ทำงานช่วยชีวิตสัตว์และคนตัวเล็กตัวน้อยได้มีพลังขึ้น เพราะถ้าเราไม่มีตรงนี้ เวลาไปประสานทางการข้าราชการอาจไม่ค่อยฟังเรา ไม่ช่วยงาน แม้สิ่งที่เราขอให้เขาทำ ก็คืองานในความรับผิดชอบของเขาทั้งสิ้น ไม่เคยมีผลประโยชน์ส่วนตัว

ปชป.เปิดนโยบายพรรค22ธ.ค.นี้

นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เปิดเผยถึงการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งในช่วงแรกว่า วันที่ 22 ธ.ค.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคฯจะแถลงนโยบายที่จะดำเนินการ วันที่ 20ธ.ค.พรรคประชาธิปัตย์ จะมีการเปิดสำรวจความคิดเห็นของประชาชนว่า ที่ผ่านมาประชาชนต้องทนกับปัญหาอะไรบ้าง เพราะที่ผ่านมา การเมืองเทาทำให้คนไทยถูกทอดทิ้ง ดังนั้น วันนี้จึงไม่ต้องทนอีกต่อไป จึงขอเชิญชวนประชาชน แสดงความคิดเห็นผ่านเพจพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อเติมเต็มนโยบายพรรคฯ ได้

‘เทวัญ’หอบทีมงานซบ’เพื่อไทย’

นายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา ให้สัมภาษณ์ว่า จากกรณีที่มติกรรมการบริหารพรรคชาติพัฒนา เมื่อ18 ธ.ค. เว้นวรรคการส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งในการเลือกตั้งสส.ทั่วไป ปี2569 ตนและอดีตสส.ของพรรค ได้รับเกียติจากพรรคเพื่อไทย โดยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้หารือถึงการทำงานร่วมกัน เบื้องต้นได้ข้อสรุปว่า ทีมการเมืองของพรรคชาติพัฒนา ประกอบด้วยตน นายวัชรพล โตมรศักดิ์ นายสมศักดิ์ กาญจนวัฒนาและนายวุฒิพงศ์ ทองเหลา อดีตสส.ปราจีนบุรี จะย้ายไปสังกัดพรรคเพื่อไทยและลงเลือกตั้งสส.ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา เขต 1-3 และ จ.ปราจีนบุรี เขต2 และเตรียมเข้ายื่นใบสมัครสมาชิกพรรคเพื่อไทยในวันที่ 20 ธ.ค.

แวดวงนักปกครอง : 20 ธันวาคม 2568

แวดวงนักปกครอง : 20 ธันวาคม 2568

แวดวงนักปกครอง : 20 ธันวาคม 2568

วันเสาร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

จากสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม 2568 เป็นต้นมา ยังคงระอุต่อเนื่อง แต่ฝ่ายปกครองในพื้นที่ทุกคนยังคงขับเคลื่อน “แผนพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง” อย่างเต็มกำลังทุกบทบาทหน้าที่โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สมาชิก อส. และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.)

นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ร่วมแถลงข่าวกับหน่วยงานต่างๆ ณ ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ทาง ททบ.5 ในส่วนของบทบาทฝ่ายปกครอง ในการทำหน้าที่ตามแผนพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง ดูแลรักษาความปลอดภัยบ้านเรือน และทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนที่อพยพไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราว รวมทั้งเฝ้าระวังสถานที่สำคัญตรวจสอบบุคคลและยานพาหนะที่ผ่านเข้า-ออกหมู่บ้าน ป้องกันการหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมายการกระทำผิดอาญาและยาเสพติด รวมทั้งติดตามข้อมูลข่าวสารและตรวจสอบการใช้โดรน เพื่อสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ ทั้งนี้ ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนให้อยู่ ณ ศูนย์พักพิงก่อน โดยทางราชการจะแจ้งให้ทราบทันที เมื่อสถานการณ์ปลอดภัยจนสามารถกลับเข้าบ้านเรือนได้

นางสาวกัลยา ประสิทธิ์ภาคย์ นายอำเภอคลองใหญ่ จ.ตราดพร้อมด้วยปลัดอำเภอ – สมาชิก อส. ลงพื้นที่เยี่ยมเยือนประชาชน และให้กำลังใจกับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ในภารกิจพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง ป้องกันการก่อเหตุร้าย ดูแลสถานที่สำคัญ บ้านเรือนและทรัพย์สินของประชาชน ในพื้นที่ อ.คลองใหญ่ อย่างเข้มแข็งตลอด 24 ชั่วโมง

นายวิฑูรย์ สิรินุกูล

รองอธิบดีกรมการปกครอง

นายสุทธิโรจน์ เจริญธนะศักดิ์

นายอำเภอกาบเชิง จ.สุรินทร์

นายสุทธิโรจน์ เจริญธนะศักดิ์ นายอำเภอกาบเชิง จ.สุรินทร์ ลงพื้นที่เพื่อพบปะและมอบสิ่งของบำรุงขวัญให้กับทีม ชรบ. ที่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยอยู่ในหมู่บ้านตามแนวชายแดนของอำเภอกาบเชิง ซึ่งมีอาณาเขตติดต่อกับประเทศกัมพูชามีจุดผ่านแดนถาวรช่องจอม และมีช่องทางธรรมชาติ 16 ช่องทาง จึงต้องเฝ้าระวังพื้นที่อย่างเข้มงวด

นายสรชาย ครองยุทธ นายอำเภอพิบูลมังสาหาร นายอาทิตย์ บุษบา นายอำเภอน้ำยืน จ.อุบลราชธานี พร้อมด้วย นายปรีชา คำนึง นายสมชัยริทัศน์โส นายรัฐปกร สุขทวีดำรงค์ นายสมนึก แสนทวีสุข ปลัดอำเภอ และ ส.ต.อ.ธนเกียรติ สำรวมจิตร์ ผบ.ร้อย อส.จ.อุบลราชธานี พร้อมสมาชิก อส. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และชรบ. ร่วมปฏิบัติภารกิจในการลาดตระเวน ตั้งจุดตรวจจุดสกัดบุคคลต้องสงสัย และดูแลรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ตามแผนพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง

อธิบดีกรมการปกครอง พร้อมด้วยผู้บริหาร ตรวจเยี่ยม ให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ กรมการปกครองและสมาชิก อส. ในการปฏิบัติงานดูแล อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนจากจังหวัดต่างๆที่พร้อมใจกันเดินทางมาถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อย่างใกล้ชิดในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเดินทางมาถึง การเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ ตลอดจนการส่งกลับภูมิลำเนา เพื่อให้การถวายความอาลัยเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ถูกต้อง และสมพระเกียรติ

นายวิฑูรย์ สิรินุกุล รองอธิบดีกรมการปกครองรับมอบครุภัณฑ์เทคโนโลยี (ชุดปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ สำหรับหน่วยปฏิบัติการเคลื่อนที่) จากสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยสหประชาชาติ (UNHCR) เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2567 และร่วมหารือแนวทางการขับเคลื่อนงานแก้ไขปัญหาสัญชาติและสถานะบุคคล โดย UNHCR ได้กล่าวชื่นชมความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการแก้ไขปัญหาสัญชาติและสถานะบุคคล ด้านมนุษยธรรม ขจัดภาวะไร้รัฐไร้สัญชาติ และพร้อมสนับสนุนการดำเนินการของกรมการปกครองต่อไปในปี พ.ศ.2569

กำหนดการออกสลากกาชาด กรมการปกครองในวันอาทิตย์ที่ 21 ธันวาคม 2568 ณ สวนลุมพินีกรุงเทพฯ ร่วมลุ้นโชคทองกว่า 50 รางวัล โดยรางวัลที่ 1ทองคำแท่งหนัก 10 บาท พร้อมด้วยรางวัลอื่นๆรวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท สามารถตรวจผลรางวัลได้ทาง www.dopa.go.th และ FB : กรมการปกครอง FanPage รายได้ร่วมทำบุญบำรุงสภากาชาดไทย

นาย..อำเภอน้อย

หักเหลี่ยม‘ทรัมป์-อันวาร์’ ‘จีน’ออกโรง! กาวใจหย่าศึก’ไทย-เขมร’ ส่ง‘หวังอี้’เจรจาทั้ง2ฝ่าย

หักเหลี่ยม‘ทรัมป์-อันวาร์’  ‘จีน’ออกโรง!  กาวใจหย่าศึก'ไทย-เขมร'  ส่ง‘หวังอี้’เจรจาทั้ง2ฝ่าย

หักเหลี่ยม‘ทรัมป์-อันวาร์’ ‘จีน’ออกโรง! กาวใจหย่าศึก’ไทย-เขมร’ ส่ง‘หวังอี้’เจรจาทั้ง2ฝ่าย

วันเสาร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

หักเหลี่ยม‘ทรัมป์-อันวาร์’ ‘จีน’ออกโรง! กาวใจหย่าศึก’ไทย-เขมร’ ส่ง‘หวังอี้’เจรจาทั้ง2ฝ่าย พร้อมลงพื้นที่ดูสมรภูมิรบ

รัฐบาลจีนขยับแล้ว หักเหลี่ยม “ปธน.สหรัฐ-นายกฯมาเลเซีย” ส่ง “หวัง อี้” รมว.ต่างประเทศ เป็นกาวใจเคลียร์ “สีหศักดิ์-ปรัก สุคน” หวังหย่าศึกไทย-เขมร พร้อมส่งทูตพิเศษลงพื้นที่ดูสมรภูมิรบ

นายกัว เจียคุน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน เปิดเผยว่า นายหวัง อี้ รมว.การต่างประเทศจีน หารือทางโทรศัพท์กับนายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรมว.การต่างประเทศกัมพูชา และนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศไทย เพื่อหารือถึงสถานการณ์บริเวณชายแดน โดยเป็นการพูดคุยแยกกัน

สำหรับประเด็นสำคัญของการหารือนั้น ทั้งทางการไทยและกัมพูชา แสดงความพร้อมที่จะลดระดับความตึงเครียด และบรรลุ

ขณะที่หวังเน้นย้ำ ว่าจีนยึดมั่นในความเป็นกลางและสนับสนุนการแก้ปัญหาด้วยสันติวิธี พร้อมทั้งผลักดันบทบาทของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ในการเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ย

นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศจีนได้ส่งทูตพิเศษด้านกิจการเอเชีย ให้เดินทางเยือนทั้งสองประเทศ เพื่อทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์และเร่งฟื้นฟูสันติภาพให้กลับคืนมาโดยเร็ว

หวัง อี้ สมาชิกกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน ได้โทรศัพท์คุยกับนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทยและนายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศของกัมพูชา ทั้งสองฝ่ายได้แจ้งความคืบหน้าล่าสุดของสถานการณ์การปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาให้ นายหวัง อี้ และแสดงความปรารถนาที่จะคลี่คลายความตึงเครียดและหยุดยิง

นายหวัง อี้ กล่าวว่า ในฐานะมิตรประเทศและเพื่อนบ้านใกล้ชิดของไทยและกัมพูชา จีนเป็นประเทศที่ไม่อยากเห็นทั้งสองฝ่ายปะทะกันมากที่สุด และเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการเสียชีวิตและบาดเจ็บของประชาชนของทั้งสองประเทศ ความรุนแรงของสถานการณ์การปะทะครั้งนี้เกินกว่าครั้งก่อนๆ มาก และหากยังคงดำเนินต่อไป จะไม่มีประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่ายและบั่นทอนความสามัคคีของอาเซียน ภารกิจเร่งด่วนในปัจจุบันคือต้องมีการตัดสินใจ หยุดยิงโดยเร็วที่สุด ลดความเสียหายให้ทันเวลา และฟื้นฟูความไว้วางใจซึ่งกันและกัน

นายหวัง อี้ กล่าวว่า จีนยึดมั่นในหลักการส่งเสริมการเจรจาและความเป็นธรรมในเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา และสนับสนุนความพยายามในการไกล่เกลี่ยของอาเซียน ทูตพิเศษด้านกิจการเอเชียของกระทรวงการต่างประเทศจีนได้เดินทางไปไทยและกัมพูชาเพื่อประสานงาน ฝ่ายจีนจะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมต่อไป รวมทั้งมีบทบาทอย่างสร้างสรรค์ในการฟื้นฟูสันติภาพระหว่างไทยและกัมพูชา หวังว่าทั้งสองประเทศจะใช้มาตรการที่มีประสิทธิภาพเพื่อรับประกันความปลอดภัยของโครงการและบุคลากรของจีน และเฝ้าระวังผู้ที่เผยแพร่ข่าวลือเท็จเพื่อทำลายความสัมพันธ์ฉันมิตรระหว่างจีนกับทั้งสองประเทศ

. นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้วและนายปรัก สุคน ชื่นชมท่าทีที่เป็นกลางและไม่ลำเอียงของจีนอย่างสูง รวมถึงบทบาทของจีนในการไกล่เกลี่ย ยินดีกับการเดินทางมาไกล่เกลี่ยของทูตพิเศษจีน และหวังว่าฝ่ายจีนจะมีบทบาทสำคัญยิ่งขึ้นในการคลี่คลายความตึงเครียดและฟื้นฟูสันติภาพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการเคลื่อนไหวของทางการจีนหนนี้ เกิดขึ้นจากความล้มเลวของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิปดีสหรัฐ นายอันวา ฮิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในการแก้ไขปัญหาส่งครามไทยเขมรละลอก 2 อีกทั้งจีนต้องการสร้าบทบาทใหม่ในภูมิภาคอาเซียน

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ หารือทางโทรศัพท์กับกับนาย Marco Rubio รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ เกี่ยวกับประเด็นสถานการณ์ไทย – กัมพูชา ซึ่งเป็นการสานต่อจากการหารือทางโทรศัพท์ระหว่างกัน ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 68ทั้งสองฝ่ายหารือถึงพัฒนาการสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา

ล่าสุด โดยรัฐมนตรีฯย้ำท่าทีไทยและให้ข้อมูลเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินการของไทย รวมถึงการเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน สมัยพิเศษ ในวันที่ 22 ธันวาคม 2568 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ซึ่งรัฐมนตรีฯ สหรัฐฯรับทราบและแสดงความพร้อมที่จะให้การสนับสนุน โดยทั้งสองฝ่ายจะติดต่อหารือกันต่อไป.เมื่อเวลา 13.25 น.วันที่ 19 ธ.ค.68 ที่พรรคภูมิใจ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว. ต่างประเทศ พูดคุยกับนายหวัง อี้ สมาชิกกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน ถึงสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชา ว่า นายสีหศักดิ์ ที่ขณะนี้อยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น ได้เขียนรายงานมา ซึ่งท่านได้โทรศัพท์หารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐอเมริกา เห็นว่ามีการนัดพูดคุยกับนายหวัง อี้ ซึ่งนายสีหศักดิ์บอกว่าจะจัดการแล้วรายงานให้ทราบ ทุกอย่างก็ยังเป็นไปในทางที่ดี เราก็ได้อธิบายเหตุผลของการดำเนินการที่เรากำลังทำอยู่ในปัจจุบัน

“และยืนยันว่าเราไม่ได้เป็นฝ่ายรุกราน ถ้าเกิดบอกว่าจะมีการหารือต้องมีการหยุดยิง ซึ่งต้องบอกฝ่ายกัมพูชาให้เป็นคนเริ่ม ให้มีการดำเนินงานให้เป็นรูปธรรม จนกว่าประเทศไทยเราจะรู้สึกว่าความเป็นอันตรายต่อประเทศมันหมดไป” นายอนุทิน กล่าว

เมื่อถามมีกระเทศที่สามที่เป็นมหาอำนาจเข้ามากดดันหรือไม่ นายกฯ กล่าวต่อว่า ตนว่ายุคนี้สมัยนี้ คำว่ากดดันคืออะไร ตนว่ากดดันคือคุณต้องไปทำอะไรผิดก่อน ทำอะไรที่ไม่เข้าท่าก่อน ทำอะไรแล้วทำให้คนอื่นเกิดความเดือดร้อนก่อน เอาเปรียบคนก่อน ถึงจะใช้ความกดดันกัน ไทยไม่ได้อยู่ในบริบทนี้เลย ความกดดันต้องไปอยู่กับประเทศผู้รุกราน ผู้ที่ไม่อยู่ในข้อตกลงที่ละเมิดสัญญาที่มีไว้ต่อกัน

นายกฯ กล่าวย้ำว่า อย่างที่เรียนผู้สื่อข่าวต้องช่วยย้ำ เรามีสัญญาอะไรกันไว้ 1.ถอนทหาร ถอนอาวุธ 2.ถอนทุ่นระเบิด 3 .ปราบปรามสแกมเมอร์ 4.จัดการบริหารเขตแดนบ้านหนองจาน บ้านหนองหญ้าแก้ว ที่สู้รบกันอยู่ ทั้ง 4 ข้อ ประเทศไทยทำครบไหม ซึ่งก็ครบ ขณะนี้มีการตอบโต้กันอยู่ สู้รบกันอยู่ ทั้ง 4 ข้อ ประเทศไทยยังดำเนินการอยู่ อย่างเต็มที่ ยกเว้นข้อ1 ที่เราถอนทหารไม่ได้ เพราะเราถูกกลั่นแกล้ง ถูกโจมตี ถูกคุกคาม ที่เหลือก็ยังดำเนินการอยู่ตามปกติ

“ถ้าใครมาบอกให้เราว่าไทยแลนด์ต้องกลับไปสู่ปฏิญญา เราอยู่ในนั้นอยู่แล้ว ให้กลับมา เรายังไม่ได้ออกจากตรงนั้นมาเลย ต้องให้กัมพูชากลับไปตามปฏิญญา แต่ตอนนี้จะต้องมีเงื่อนไขเพิ่มเติมขึ้นมา การถอนกำลัง ถอนอาวุธ ต้องให้เต็มที่เป็นที่พึงพอใจ และไว้วางใจของประเทศไทยว่าไม่เป็นอันตรายต่อประเทศ คนที่ละเมิดจะต้องแสดงท่าที เป็นผู้ถูกกำหนดมากหน่อย” นายอนุทิน กล่าว

‘อนุทิน’หนุนทหารสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ ลั่นไทยไม่มีวันแพ้ ‘บิ๊กเล็ก’ย้ำเงื่อนไขหยุดยิง กัมพูชาสิ้นสุดเป็นปรปักษ์

'อนุทิน’หนุนทหารสู้เคียงบ่าเคียงไหล่  ลั่นไทยไม่มีวันแพ้  ‘บิ๊กเล็ก’ย้ำเงื่อนไขหยุดยิง  กัมพูชาสิ้นสุดเป็นปรปักษ์

‘อนุทิน’หนุนทหารสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ ลั่นไทยไม่มีวันแพ้ ‘บิ๊กเล็ก’ย้ำเงื่อนไขหยุดยิง กัมพูชาสิ้นสุดเป็นปรปักษ์

วันเสาร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

‘อนุทิน’หนุนทหารสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ ลั่นไทยไม่มีวันแพ้ ‘บิ๊กเล็ก’ย้ำเงื่อนไขหยุดยิง กัมพูชาสิ้นสุดเป็นปรปักษ์ ตามยึดคลังแสงศัตรูอีกเพียบ

ทภ.2 สรุปสู้รบชายแดนหลายพื้นที่ยังปะทะหนัก เขมรยิงปืนใหญ่ BM-21 ตกใส่พื้นที่พลเรือนของไทย ด้านกองทัพไทยส่งเครื่องบินทำลายคลังจรวด BM-21 บริเวณยอดเขาเปี๊ยะสะแบก แหล่งข่าวทัพไทยเผย ศพทหารกัมพูชาที่ชายแดน ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง ทางการเขมรปฏิเสธรับศพทหารตัวเองกลับบอกว่าไม่ใช่ทหารของเขมร ด้านทร.เผยหลังนาวิกฯบุกยึดพื้นที่บ้านสามหลัง บ.หนองรี สำเร็จ ตรวจพบหลักฐานชี้ชัด กัมพูชาละเมิดอนุสัญญาออตตาวาและกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ เพราะมีทั้งบันทึกพิกัดการวางทุ่นระเบิดสังหาร-การฝึกสอน –กับดักรถถึงดัดแปลง เช่นเดียวกับที่บ้านสามหลัง จ.ตราด มีหัวลูกปืนใหญ่ 105 มม. ดัดแปลงเป็นระเบิด รอกดปุ่มบึ้มทีเดียวพร้อมกัน ทำลายล้างสูง ขณะที่บิ๊กเล็กย้ำไทยหยุดยิง ถ้าเขมรสิ้นสุดการเป็นปฎิปักษ์ชัดเจน แล้วมาว่าเรื่องเจรจา นายกฯลั่นไทยไม่มีแพ้ พร้อมหนุนและสู้รบเคียงบ่าเคียงไหล่ไปกับทหาร-กองทัพ ขอให้มั่นใจ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 19 ธันวาคม กองทัพภาคที่ 2 สรุปสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ประจำวันที่ 18 ธันวาคม โดยมีเหตุการณ์สำคัญในพื้นที่ส่วนหลัง กระสุนปืนใหญ่กัมพูชายิงตกบริเวณ บ้านภูมิซลอน และทางขึ้นอุทยานผามออีแดง จ.ศรีสะเกษ และฝ่ายไทยยังไม่สามารถนำร่างผู้เสียชีวิต 2 นายออกจากพื้นที่เนิน 350 ปราสาทตาควายได้ เนื่องจากกัมพูชาป้องกันด้วยอาวุธปืนเล็กยาว ลูกระเบิดขว้าง และกับระเบิดหนาแน่น

ไทยตรึงช่องอานม้า-ห้วยตามาเรียตึงเครียด

ส่วนสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณจังหวัดอุบลราชธานี พื้นที่ช่องบก ทั้งสองฝ่ายยังปะทะเป็นระยะแบบประปรายลักษณะเช็คแนว ฝ่ายไทยยังคงตรึงกำลังและเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งสถานการณ์โดยรวมปกติ พื้นที่ช่องอานม้า ไทยตรึงกำลังตลอดแนวการวางกำลัง และสถาปนาความมั่นคงบริเวณที่หมาย

ชายแดนจังหวัดศรีสะเกษ พื้นที่ซำแต – โดนตรวล – ภูผี – สัตตะโสม – พนมประสิทธิโส – ช่องตาเฒ่า เครื่องบิน F-16 ทิ้งระเบิดยอดเขาเปี๊ยะสะแบกของฐานทหารกัมพูชา ที่ตั้งโรงเก็บ จรวดหลายลำกล้อง BM-21

พื้นที่บริเวณผามออีแดง – ห้วยตามาเรีย พื้นที่นี้มีความตึงเครียดสูง ทหารกัมพูชายิงปืน ค.100 ปืนใหญ่ โดรน FPV และโดรนทิ้งระเบิดจำนวนมากเข้ามาทิ้งฝั่งไทย ฝ่ายไทยจึงใช้ปืนใหญ่ และเครื่องยิงลูกระเบิดยิงตอบโต้หลายรอบ นอกจากนี้ ยังตรวจพบโดรนจำนวนมาก บริเวณพื้นที่ผามออีแดงและมีกระสุนปืนใหญ่ กัมพูชายิงมาตกบ้านภูมิซลอน และทางขึ้นอุทยานผามออีแดง

ยังนำศพ2ทหารพลีชีพลงเนิน350ไม่ได้

พื้นที่ภูมะเขือ – ช่องโดนเอาว์ – พลาญยาว – พลาญหินแปดก้อน ไทยตรวจพบโดรนทิ้งระเบิด กัมพูชาในพื้นที่ภูมะเขือ หลายห้วงเวลาตลอดทั้งวัน และโดรน FPV ทหารกัมพูชา โจมตีฝ่ายไทยและติดตาข่ายฝ่ายไทยบริเวณภูมะเขือและระเบิด กำลังพลปลอดภัย

ชายแดนจังหวัดสุรินทร์ พื้นที่ช่องจอม – ช่องเปรอ – ช่องระยี ไทยเข้ายึดที่หมายโอคลาคมุมพื้นที่ช่องจอม ไทยเสริมความมั่นคงแนวการวางกำลัง พื้นที่คนาฝ่ายไทยสถานปนาที่หมาย และตรึงกำลังในพื้นที่ตลอดแนวการวางกำลัง พื้นที่ตาควายฝ่ายทหารกัมพูชายิงรถถัง ปืนใหญ่ และจรวดหลายลำกล้องBM-21 เข้ามาเป็นช่วง ทหารกัมพูชายังใช้โดรนตรวจจการณ์ และโดรน FPV เป็นจำนวนมากเข้ามาฝั่งไทย

ฝ่ายไทยยังไม่สามารถนำร่างผู้เสียชีวิต ลงมาจากเนิน 350 ได้ เนื่องจากทหารกัมพูชาต่อต้านอย่างหนาแน่นด้วย ปืนเล็กยาว ลูกระเบิดขว้าง และกับระเบิด มั้งนี้ยังสะท้อนว่า ทหารกัมพูชายังคงจับตามองพื้นที่ และเตรียมตอบโต้ฝ่ายไทยอย่างต่อเนื่อง

แนวชายแดน4จว.มีปะทะต่อเนื่อง

พื้นที่ช่องกร่าง ฝ่ายไทยใช้ปืนทำการยิงข่มรถถังทหารกัมพูชาที่พื้นที่ตรงข้าม พื้นที่ตาเมือนธม ทหารกัมพูชาระดมยิงปืนเล็กยาว ปืน ค. ปืนใหญ่อย่างหนาแน่นตลอดแนวมีการปะทะ ด้วยอาวุธหนักอย่างหนาแน่น และยิงปืนเล็กเป็นระยะๆ ตรวจพบ UAV จำนวนมากตลอดวัน พื้นที่ฝ่ายไทยยังถูกเฝ้าตรวจและคุกคามด้วยระบบอากาศยานไร้คนขับต่อเนื่องถึงช่วงค่ำ

ชายแดนจังหวัดบุรีรัมย์ พื้นที่ช่องสายตะกู ทั้ง 2 ฝ่าย มีการตรึงกำลังตลอดแนว และปรากฏการยิงตอบโต้กันด้วยปืน ค. และ ปืนใหญ่ เป็นระยะๆ

ส่งF-16บึ้มคลังจรวดBM-21ที่เปี๊ยะสะแบก

ต่อมาเวลา 12.00 น.8 ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 สรุปสถานการณ์แนวชายแดนไทย-กัมพูชา ประจำวันที่ 19 ธันวาคม 2568 พื้นที่โดนตรวล – ซำแต – สัตตะโสม – พนมประสิทธิโส – ช่องตาเฒ่า กัมพูชาใช้เครื่องยิงลูกระเบิด และปืนใหญ่เป็นช่วงๆ ไทยยิงตอบโต้ด้วยปืนเล็กและใช้ปืนใหญ่ยิงต่อต้านปืนใหญ่ของกัมพูชา และใช้เครื่องบินทิ้งระเบิดบริเวณยอดเขาเปี๊ยะสะแบก คาดว่าเป็นที่ตั้งโรงเก็บจรวดหลายลำกล้อง BM-21 ของกัมพูชา

พื้นที่ผามออีแดง-ห้วยตามาเรีย กัมพูชาใช้ปืนเล็กยาว เครื่องยิงลูกระเบิด ปืนใหญ่ โดรนทิ้งระเบิด และโดรนพลีชีพ FPV โจมตีฝ่ายเรา ฝ่ายเราใช้เครื่องยิงลูกระเบิด ปืนใหญ่ ยิงทำลายเป้าหมาย พื้นที่ภูมะเขือ – ช่องโดนเอาว์ – พลาญยาว – พลาญหินแปดก้อน กัมพูชาโจมตีด้วยเครื่องยิงลูกระเบิด และปืนใหญ่ ใช้โดรนทิ้งระเบิด โดรนพลีชีพ FPV ต่อกำลังฝ่ายไทย แต่กำลังพลเราปลอดภัย

ตาควาย-เนิน350เขมรโจมตีด้วยBM-21

พื้นที่ตาควาย – บริเวณเนิน 350 กัมพูชาโจมตีด้วยเครื่องยิงลูกระเบิด ปืนใหญ่ และจรวด BM-21 เป็นระยะมีการใช้โดรนตรวจจการณ์ และโดรน FPV เป็นจำนวนมาก ตรวจพบรถบรรทุกวิ่งเข้ามาในพื้นที่ คาดว่าเป็นการส่งกำลังบำรุงของกัมพูชา ไทยปฏิบัติตามแผนเชิงรุก ยึดครองภูมิประเทศสำคัญ จากการปฏิบัติของฝ่ายกัมพูชาแสดงให้เห็นว่า ฝ่ายกัมพูชายังจับตามองพื้นที่นี้ และเตรียมตอบโต้ฝ่ายเรา ปัจจุบันฝ่ายเรายังไม่สามารถนำร่างกำลังพลที่เสียชีวิต 2 นาย ลงมาจากเนิน 350 ได้ เนื่องจากฝ่ายกัมพูชา ต่อต้านอย่างหนาแน่นด้วยปืนเล็กยาว ลูกระเบิดขว้าง และวางกับระเบิดในพื้นที่

พื้นที่ตาเมือน กัมพูชาโจมตีด้วยอาวุธปืนเล็ก และเครื่องยิงลูกระเบิดเบาบางในพื้นที่ มีการใช้อากาศยานไร้คนขับ UAV บินตรวจการณ์ในพื้นที่ ช่วง 18.00 น. – 20.00 น. ฝ่ายเราวางกำลังตั้งรับและใช้ปืนใหญ่ ยิงข่มที่ตั้งอาวุธยิงสนับสนุนฝ่ายกัมพูชา ในพื้นที่ตรงข้ามปราสาทตาเมือน

ทภ.2พาสื่อตปท.ลงพื้นที่ศรีสะเกษ

ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 ได้นำคณะผู้สื่อข่าวต่างประเทศ จากสำนักข่าว Nikkeiประเทศญี่ปุ่น, สำนักข่าว Tv2 ประเทศนอร์เวย์ และสำนักข่าว Al Jazeera ลงพื้นที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวจังหวัดศรีสะเกษ และเข้าพื้นแนวชายแดน เพื่อสังเกตการณ์ และเผยแพร่ข่าว ผลกระทบความเสียหายต่อบ้านเรือนและทรัพย์สิน รวมถึงผลกระทบต่อชีวิต และความเป็นอยู่ของประชาชนชาวไทยในพื้นที่ชายแดน จากการโจมตีของฝ่ายกัมพูชา ที่ใช้อาวุธปืนใหญ่ และจรวด BM-21 ยิงเข้ามาในประเทศไทย โดยไม่เลือกเป้าหมายทางทหาร ส่งผลให้กระสุนปืนใหญ่ และลูกจรวด BM-21 ตกในพื้นที่พลเรือนไทย มีประชาชนไทยบาดเจ็บและเสียชีวิต บ้านเรือนและพื้นที่ทางการเกษตร ของฝ่ายไทยเสียหายจำนวนมาก

เขมรปัดรับศพทหารตัวเองกลับ-เน่าคาชายแดน

แหล่งข่าวกองทัพภาคที่ 2 รายงานเหตุปะทะระหว่างทหารไทย-กัมพูชาตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคมถึงปัจจุบันรวม 12 วัน ในพื้นที่ชายแดน 4 จังหวัด ส่งผลให้ทหารสองฝ่ายบาดเจ็บเสียชีวิต ในส่วนทหารไทยนำร่างผู้เสียชีวิตกลับจัดพิธีทางศาสนา เหลือเพียง 2 ร่างอยู่ระหว่างนำออกมาจากพื้นที่แนวรบ ทั้งนี้ ในส่วนทหารกัมพูชาเสียชีวิตในพื้นที่อธิปไตยของไทย ทหารไทยเก็บร่างพร้อมประสานให้ทางการเขมรรับกลับ แต่ฝ่ายกัมพูชาปฏิเสธรับร่างทหารตัวเอง ทำให้ชายแดนไทย-กัมพูชา มีกลิ่นศพส่งกลิ่นคละคลุ้งตลอดแนว เช่นเดียวกับการปะทะรอบแรกช่วงเดือนกรกฎาคม ทางการกัมพูชาปฏิเสธรับศพทหารตัวเองกลับเช่นกัน พร้อมทั้งระบุว่า ไม่ใช่ทหารของกัมพูชา ทำให้ทหารไทยนำปูนขาวมาโรยรอบพื้นที่ ป้องกันโรคระบาดและกลิ่นไม่พึงประสงค์

แหล่งข่าวกองทัพภาคที่ 2 กล่าวต่อว่า สอดคล้องกับหน่วยประสานงานชายแดนประจำพื้นที่ตราด สำนักงานประสานงานชายแดน ไทย – กัมพูชา กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด(กปจ.ชต.) มีภารกิจประสาน ติดตามแก้ปัญหาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงตามแนวชายแดน และประสานความร่วมมือกับหน่วยงานของประเทศกัมพูชาที่เกี่ยวข้อง ให้เป็นไปตามหลักมนุษธรรมและกฎเกณฑ์ที่กำหนดนั้น ที่ผ่านมาเกิดเหตุปะทะบริเวณบ้านสามหลัง บ้านหนองรี ตำบลชำราก อำเภอเมืองตราด ทำให้มีทหารกัมพูชาสูญเสียจากการปะทะ หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราดเก็บชิ้นส่วนศพของทหารกัมพูชา ส่งศพคืนมาตุภูมิ โดยระหว่างรอประสานเจ้าหน้าที่กัมพูชาในการส่งศพกลับมาตุภูมิประเทศกัมพูชา ตามหลักมนุษยธรรม ขอความอนุเคราะห์นำฝากชิ้นส่วนศพไว้กับโรงพยาบาลตราดต่อไป

ทร.แฉเขมรซุกทุ่นบึ้มสังหารที่บ้านหรองรี

ด้านพลเรือตรีปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือแถลงชี้แจงกรณีกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) เข้าควบคุมและยึดคืนพื้นที่บ้านหนองรี ซึ่งเดิมถูกใช้เป็นฐานที่มั่นทางทหารของกัมพูชา หลังเข้าเคลียร์พื้นที่ได้ตรวจพบคลังเก็บทุ่นระเบิดสังหารบุคคลที่ถูกดัดแปลงจากทุ่นระเบิดดักรถถัง 16 ลูก ที่พร้อมใช้งาน ถือว่าการกระทำลักษณะจงใจสร้างอันตรายโดยไม่เลือกเป้าหมาย และเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อทั้งกำลังพลและพลเรือน

โชว์หลักฐานเด็ดบันทึกฝึกทหารใช้ทุ่นสังหาร

นอกจากนี้ จากการตรวจยึดและตรวจสอบพื้นที่ฐานพลุ๊กดรัมเรย (บ้านสามหลัง) เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยยังได้ตรวจพบเอกสารทางทหารของกัมพูชา เป็นเอกสารการจดบันทึกของผู้เข้ารับการฝึกใช้งานทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ชนิด PMN-2 มีเนื้อหาครอบคลุมลักษณะทั่วไปของทุ่นระเบิด การวาง และการเก็บกู้ มีการระบุวันที่จัดการสอนเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2567 อีกด้วย เอกสารดังกล่าวถือเป็นพยานหลักฐานที่ชัดเจน แสดงให้เห็นว่าฝ่ายกัมพูชามีการอบรม ให้ทหารกัมพูชาใช้งานทุ่นระเบิดสังหารบุคคลชนิด PMN-2 อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง มิใช่การกระทำโดยบังเอิญหรือเฉพาะหน้า และสะท้อนถึงเจตนาในการใช้ “สงครามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล” ต่อฝ่ายไทย ซึ่งยิ่งตอกย้ำถึงการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างชัดเจน

ฉะเขมรจงใจใช้สงครามระเบิดสังหาร

“กองทัพเรือขอย้ำว่า การกระทำดังกล่าวของกัมพูชาละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง โดยขัดพันธกรณีระหว่างประเทศหลายประการ อาทิ อนุสัญญาออตตาวา ค.ศ.1997 ซึ่งกำหนดห้ามการใช้ ผลิต หรือครอบครองทุ่นระเบิดสังหารบุคคล พิธีสารเพิ่มเติม ฉบับที่ 1 แห่งอนุสัญญาเจนีวา ที่บัญญัติหลักการแยกแยะระหว่างเป้าหมายทางทหารกับพลเรือน และห้ามใช้อาวุธหรือวิธีรบที่มีลักษณะไม่สามารถจำกัดผลกระทบต่อเป้าหมายทางทหารได้”โฆษกทร.ระบุ

จี้เขมรยุติละเมิดกม.ระหว่างปท.-รับผิดชอบ

โฆษกกองทัพเรือ กล่าวเพิ่มเติมว่า การใช้ ครอบครอง รวมถึงดัดแปลงทุ่นระเบิดสังหารบุคคลดังกล่าว และเจตนาในการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลชนิด PMN-2 ไม่เพียงเป็นการฝ่าฝืนพันธกรณีตามกฎหมายสากลเท่านั้น หากแต่สะท้อนการไม่เคารพหลักมนุษยธรรมขั้นพื้นฐาน และกองทัพเรือขอประณามการกระทำของกัมพูชาอย่างถึงที่สุด และขอเรียกร้องให้กัมพูชายุติการกระทำที่ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศทันที พร้อมทั้งแสดงความรับผิดชอบต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อความปลอดภัยของประชาชนและเสถียรภาพในพื้นที่ชายแดน ทั้งนี้ ฝ่ายไทยขอยืนยันว่าจะดำเนินการปกป้องอธิปไตย ความมั่นคงของรัฐ และความปลอดภัยของประชาชน ภายใต้กรอบกฎหมายระหว่างประเทศและหลักมนุษยธรรมอย่างเคร่งครัด

เขมรจ้องตีคืนบ้าน3หลัง-ไทยยิงโต้หนีกระเจิง

น.อ.ธรรมนูญ วรรณา ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราดเปิดเผยสถานการณ์สู้รบชายแดนไทยกัมพูชาระหว่างเวลา 05.00-06.00 น.วันเดียวกันนี้มีเสียงปืนดังสนั่นว่า ช่วงดังกล่าว ทหารฝ่ายไทยตรวจการณ์พบความเคลื่อนไหวของฝ่ายกับกัมพูชานำรถยนต์ 3-4 คัน เข้ามายังพื้นที่บ้านสามหลัง ทำให้ไทยต้องระดมยิงปืนใหญ่และปืนคอ ขับไล่ออกจากพื้นที่ มีการปะทะด้วยอาวุธปืนเล็กสลับกันไป แต่กัมพูชาไม่มีอาวุธหนักตอบโต้ฝ่ายไทย เพราะถูกทำลายไปหมดแล้ว

ผบ.ฉก.นย.ตราดให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า หลังไทยเข้ายึดพื้นที่บ้านสามหลังได้วันที่ 14 ธันวาคม กัมพูชาพยายามนำกำลังเข้าตีคืนบ้านสามหลังอย่างต่อเนื่องจนถีงปัจจุบัน ซึ่งไทยใช้ฐานที่มั่นและบังเกอร์ที่กัมพูชาสร้างไว้อย่างแข็งแรงทนทานจากแรงระเบิดจากระเบิด F16 มาใช้ประโยชน์ยิงตอบโต้กัมพูชา ซึ่งขณะนี้ทหารไทยต้องรักษาพื้นที่บ้านสามหลังไว้ ล่าสุดได้วางกำลังไว้ทั้งหมดแล้ว และเชื่อว่าทหารกัมพูชาไม่สามารถตีคืนบ้านสามหลังได้แน่นอน เพราะทหารกัมพูชาอ่อนกำลังลงมาก ขวัญกำลังใจถดถอย อีกสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าฝ่ายตรงข้ามหนีไปอย่างเร่งรีบ ทิ้งทั้งเป้และอาวุธยุทโธปกรณ์ไว้จำนวนมาก การที่เขาพยายามเข้าตีคืนน่าจะเป็นการทำตามคำสั่งเพื่อหลีกเลี่ยงโทษกบฏมากกว่าความพร้อมในการรบ กัมพูชายังไม่หยุด นำกำลังตีคืนบ้านสามหลัง

“สิ่งที่หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราดกังวลมากกว่าคือ ทุ่นระเบิดรถถังที่ดัดแปลงติดตั้งไว้ทั่วพื้นที่บ้านสามหลัง ที่หน่วยเก็บกู้กู้ได้แล้ว 16 ทุ่น แต่เชื่อว่ายังมี 4 ทุ่นยังไม่เจอ”น.อ.ธรรมนูญกล่าว

บ่อไร่-คลองใหญ่ปลอดภัยให้ปชช.กลับบ้านได้

และว่า สถานการณ์ภาพรวมในพื้นที่ น.อ.ธรรมนูญยืนยันพื้นที่อ.คลองใหญ่ และอ.บ่อไร่ ปลอดภัยแล้ว เนื่องจากไม่มีการยิงโต้ตอบมานานมากกว่า 7 วัน ประชาชนสามารถกลับเข้าที่พักอาศัยได้ตามปกติ ส่วนกรณีเสียงปืนและควันไฟที่บ้านตามหลังเมื่อวันก่อน ตรวจสอบแล้วพบเป็นเพียงการเผานาของชาวบ้าน ไม่ใช่การซุ่มโจมตีตามที่ตื่นตระหนกกัน ส่วนโดรนที่มีรายงานว่า พบการบินวนในพื้นที่บ้านท่าเส้น น.อ.ธรรมนูญ ชี้แจงว่าส่วนใหญ่เป็นโดรนตรวจการณ์ขนาดเล็กที่บินเพื่อก่อกวน ไม่ใช่โดรนโจมตี และเชื่อว่ามีการปล่อยโดรนจากภายในพื้นที่ใกล้เคียง ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก เพราะไทยมีมาตรการเฝ้าระวังและรู้พิกัดฝ่ายตรงข้ามชัดเจน

บิ๊กเล็กย้ำเขมรหยุดยิงทำได้ทันทีค่อยมาคุย

วันเดียวกัน ที่สํานักงานปลัดกลาโหมศรีสมาน องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก จัดกิจกรรมรวมพลทหารผ่านศึก ตามโครงการ“พลังทหารผ่านศึกเพื่อแผ่นดิน” มีพลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม เป็นประธาน โดยพลเอกณัฐพลกล่าวถึงกรณีเขมรอ้างมีประชาชนเรือนแสนเรียกร้องสันติภาพไทย-กัมพูชาว่า ไม่แน่ชัด ภาพที่ปรากฏตัวเลขตามนั้นหรือไม่ ดูแล้วไม่น่าถึง ย้ำว่าถ้าเขมรต้องการหยุดยิงสามารถทำได้ทันที พร้อมถอนกำลังเผชิญหน้าออกจากพื้นที่ ถ้ารัฐบาลเขมรและมวลชนบอกว่าหยุดยิง แกนนำมวลชนก็คือคนในตระกูลฮุน แต่ทหารหน้าแนวก็ยังมาก่อกวนอยู่ การเผชิญหน้าก็ยังคงอยู่ ต้องถามกลับว่าจะหยุดยิงได้อย่างไร

“ย้ำว่าถ้าเขมรต้องการหยุดยิง ก็ผลักกำลังออกไป แล้วค่อยมาเจรจา และยืนยันปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นเรื่องของ 2 ประเทศ อย่าไปคิดว่าต้องเป็นจีนหรือสหรัฐหรือประเทศไหน“พลเอกณัฐพลกล่าว

ลั่นไทยจะหยุดยิงเมื่อเขมรสิ้นสุดเป็นปฎิปักษ์

ผู้สื่อข่าวถามว่า คาดหวังการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนวันที่ 22 ธันวาคมนี้ที่มาเลเซีย กัมพูชาจะตอบรับ 3 ข้อเสนอหยุดยิงของไทยอย่างไร รมว.กลาโหมย้ำว่า ไทยต้องการสันติภาพมาตั้งแต่ต้น และเขมรก็รับทราบ ซึ่งเป็นเรื่องที่สองประเทศต้องคุยกัน ขณะเดียวกันขอบคุณประเทศต่างๆที่ปรารถนาดี ก็คิดเช่นกันว่า การประชุมวันที่ 22 ธันวาคม ประเทศต่างๆคงอยากให้ไทย-กัมพูชาหยุดยิง แล้วมาคุยกัน แต่ประเทศเหล่านั้นต้องพูดคุยกับกัมพูชาด้วย เพราะฝ่ายที่เริ่มต้นคือกัมพูชา และเคลื่อนกำลังมาก่อน ประเทศมหาอำนาจก็มีดาวเทียมตรวจสอบได้ว่ากัมพูชาเคลื่อนกำลังมาก่อน ถ้าจะหยุดยิงถาวร สิ้นสุดความเป็นปฏิปักษ์ อย่างเปิดเผยและต่อเนื่อง กัมพูชาก็ต้องถอนกำลังออกไปพร้อมปฎิบัติตามเงื่อนไขที่ไทยเสนอ ไทยก็พร้อมหยุดยิง เพื่อสู่กระบวนการสันติภาพ

“เราจะหยุดยิงเมื่อกัมพูชาสิ้นสุดความเป็นปฏิปักษ์ชัดเจน ต่อเนื่อง และเปิดเผย หากครบองค์ประกอบ 3 ข้อนี้ ก็สามารถดำเนินต่อไปได้“รมว.กลาโหมกล่าว และยืนยันว่า กระทรวงกลาโหมสนับสนุนข้อมูลให้กระทรวงต่างประเทศ เพื่อใช้ประกอบการหารือวันที่ 22 ธันวาคม และมอบให้พลเอก ณัฐพงษ์ เพราแก้ รองเสนาธิการทหาร เป็นผู้แทนกองทัพไทยร่วมคณะไปด้วย นอกจากนี้ ยังคุยระดับนโยบายกับกระทรวงต่างประเทศว่าท่าทีของไทยวันที่ 22 ธันวาคม ควรเป็นอย่างไร

งงตปท.ไม่ประณามเขมรฝังระเบิดสังหาร

ส่วนการปฏิบัติการทางอากาศ ในพื้นที่ปอยเปตนั้น รมว.กลาโหมย้ำว่า ให้หลักการชัดเจนหลีกเลี่ยงเป้าหมายพลเรือน ปฎิบัติการเช่นนี้ต้องได้รับการพิสูจน์ทราบว่าเป็นเป้าหมายทางทหารหรือพลเรือน ยืนยันกองทัพไทยจะโจมตีเป้าหมายทางทหารเท่านั้น เรามีเทคโนโลยีที่ตรวจสอบได้ ขณะที่กัมพูชาโจมตีโดยไม่ได้สนใจเป้าหมาย ส่งผลให้คนไทยเสียชีวิตและบาดเจ็บ ข้อเท็จจริงตรงนี้ยืนยันกับนานาชาติได้

พลเอกณัฐพลกล่าวด้วยว่า ยังรู้สึกแปลกใจที่นานาชาติบอกให้ประเทศไทยหยุดยิง และไม่มีประเทศไหนออกมาประณามกัมพูชา กรณีทหารไทยเหยียบระเบิดขาขาดถึง 7 นาย ซึ่งผิดอนุสัญญาออตตาวา

ศปปส.ยื่นหนังสือให้กำลังใจนายกฯ-ทหาร

เวลา 11.40 น. ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) กลุ่มพสกนิกรปกป้องดินแดนและรักสถาบัน ซึ่งประกอบไปด้วย มวลชนจากจังหวัดอยุธยา สิงห์บุรี ลพบุรี สระบุรี เพชรบุรี และกลุ่มศปปส. นำจดหมายเปิดผนึกพร้อมดอกไม้มายื่นให้กำลังใจนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย เรื่องการพิทักษ์อธิปไตยและการธำรงไว้ซึ่งศักดิ์ศรีของประเทศไทย จากการรุกรานของต่างชาติ เนื้อหาโดยสรุปว่า ในนามภาคประชาชน ขอแสดงความห่วงใย และส่งกำลังใจมาให้นายกฯต่อสถานการณ์ความตึงเครียดและความไม่สงบที่เกิดขึ้นบริเวณชายแดนไทยกัมพูชา 3 ประเด็น 1.ขอสนับสนุนการทำหน้าที่ของรัฐบาลรักษาการภายใต้การนำของนายกฯ ด้วยความมุ่งมั่น ยึดประโยชน์ประเทศชาติเป็นสำคัญ ปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพดินแดนไทยจากการคุกคามของต่างชาติ 2.ส่งกำลังใจและแสดงความเชื่อมั่นนายกฯ ในการยืนหยัดปฏิบัติภารกิจปกป้องอธิปไตย รักษาศักดิ์ศรีเกียรติภูมิของชาติ และ 3.ขอส่งกําลังใจให้ทหารชายแดน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังแกนนำอ่านแถลงการณ์จบ นายกฯกล่าวขอบคุณ พร้อมระบุถือเป็นขวัญกําลังใจให้คนทํางานทําหน้าที่ปกป้องอธิปไตย และเกียรติภูมิของประเทศไทย เชื่อว่าขวัญกําลังใจจะช่วยให้เรามุ่งมั่น และมั่นใจอย่างยิ่ง เรามีประชาชนเป็นกำแพงหลังให้เราตลอดเวลา เราไม่มีวันหงายหลังล้มเป็นอันขาด

กร้าวไทยไม่มีวันแพ้-ยันหนุนทหารเต็มที่

“ในการต่อสู้ ตอบโต้และรับมือผู้รุกรานประเทศของเรา ผมให้ความมั่นใจ เพราะผมทํางานใกล้ชิดกับกองทัพและทหาร ยังไม่มีครั้งไหนเลยที่ผู้นําทางทหารของเราจะไม่มั่นใจ ถามกี่ครั้งคําตอบก็คือ ไม่มีวันแพ้ เราไม่อยากจะใช้คําว่าชนะ เพราะเราไม่ได้ไปรุกรานเขา เราเป็นประเทศที่รักสงบแต่ก็ไม่ยอมให้ใครรุกราน แต่ถามว่ากลัวไหม ไม่มีกลัว ถามว่าพร้อมไหม ทหารบอกว่าพร้อมยิ่งกว่าพร้อม และรัฐบาลสนับสนุนทหารเต็มที่”นายอนุทิน กล่าว และยืนยันว่า ในสถานการณ์เช่นนี้ นายกฯของท่านก็คือคนไทยคนหนึ่ง ที่จะไม่ยอมให้ใครเข้ามารุกรานอธิปไตยของเรา ตนพร้อมสนับสนุนสู้รบเคียงบ่าเคียงไหล่กับพี่น้องทหารทุกคน ขอให้ทุกท่านมั่นใจ เราดำเนินการเข้ามาจนเข้าเป้าทุกอย่าง ตนไม่อยากใช้คําว่าจบ เพราะคําว่าจบ มันคือความการสูญเสียอะไรหลาย อย่าง เราไม่อยากพูดแบบนั้น เพราะชีวิตของคนไทยหรือใครก็ตาม เราไม่อยากให้สูญเสีย ก็จะพยายามทําให้ดีที่สุดขอให้มั่นใจ เราชนะแน่นอน

ไทยไม่ปิดกั้นเจรจาแต่เขมรต้องรับ3เงื่อนไข

ช่วงบ่ายวันเดียวกัน ที่ศูนย์แถลงข่าวร่วม สถานการณ์ไทย-กัมพูชา ที่สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก

นางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองโฆษกประจำกระทรวงการต่างประเทศแถลงว่า กระทรวงการต่างประเทศอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมร่วมประชุมระดับรัฐมนตรีของอาเซียน สมัยพิเศษ วันที่ 22 ธันวาคมที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ที่นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศจะนำคณะผู้แทนไทยไปประชุม สำหรับการพูดคุยกับกัมพูชา ประเทศไทยไม่เคยปิดกั้นการเจรจา แต่ยึดถือหลักการสำคัญ 3 ประการมาตลอดคือ 1.ขอให้กัมพูชาประกาศหยุดยิง ในฐานะที่เป็นฝ่ายรุกล้ำเข้ามาในดินแดนของไทย 2.การหยุดยิงดังกล่าวต้องเกิดขึ้นจริงและต่อเนื่อง และ3.ให้กัมพูชาแสดงความจริงใจในการร่วมมือกับฝ่ายไทย โดยเฉพาะประเด็นการเก็บกู้ทุ่นระเบิดตามแนวชายแดน

“ไทยปรารถนาให้เกิดสันติภาพ แต่สันติภาพที่ยั่งยืนต้องควบคู่ไปกับความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชนไทย ซึ่งเป็นหลักการที่รมว.ต่างประเทศชี้แจงกับหลายประเทศ ที่หารือทางโทรศัพท์กับผู้แทนระดับสูงของหลายประเทศและองค์กรสำคัญ อาทิ นางคาจา คัลลาส ผู้แทนระดับสูงของสหภาพยุโรป นายหวัง อี้ รมว.ต่างประเทศของจีน รวมถึงนายมาร์โค รูบิโอ รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ เป็นต้น” นางมาระตีกล่าว

ทางด่วนฟรีปีใหม่ รบ.อุ่นเครื่องจัดให้ เอาใจดูแลประชาชน M6เปิดทางไปอีสาน

ทางด่วนฟรีปีใหม่  รบ.อุ่นเครื่องจัดให้  เอาใจดูแลประชาชน  M6เปิดทางไปอีสาน

ทางด่วนฟรีปีใหม่ รบ.อุ่นเครื่องจัดให้ เอาใจดูแลประชาชน M6เปิดทางไปอีสาน

วันเสาร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ทางด่วนฟรีปีใหม่ รบ.อุ่นเครื่องจัดให้ เอาใจดูแลประชาชน M6เปิดทางไปอีสาน

รัฐบาล พร้อมอำนวยความสะดวก การเดินทางของประชาชนช่วงวันหยุดยาว เทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ อุ่นใจตลอดเส้นทางกลับภูมิลำเนา-ท่องเที่ยว เปิดบริการทางหลวงพิเศษ ไม่คิดค่าธรรมเนียม

เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ช่วงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ 2569 คาดว่าประชาชนจะเดินทางไปท่องเที่ยวและกลับภูมิลำเนาของตนเองเป็นจำนวนมาก ดังนั้นเพื่ออำนวยความสะดวกและความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนในการเดินทางไปถึงจุดหมายปลายทางโดยสวัสดิภาพ รัฐบาล โดยกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม เปิดให้ประชาชนทดลองใช้บริการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง หมายเลข 6 (M6) ช่วงบางปะอิน–นครราชสีมา ตลอดเส้นทาง 196 กิโลเมตร โดยไม่คิดค่าธรรมเนียมผ่านทาง ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง ลดความแออัดของเส้นทางหลัก และแบ่งเบาภาระการจราจรสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งแต่วันที่ 26 ธันวาคม 2568 ถึง 5 มกราคม 2569 (รวม 11 วัน)

ทั้งนี้ ช่วงบางปะอิน-ปากช่อง จะเปิดทดลองใช้แบบวิ่งทิศทางเดียว (One-way) โดยช่วงต้นเทศกาล 7 วัน ทิศขาออก กทม.เปิดให้สัญจรระหว่างวันที่ 26 ธันวาคม 2568 เวลา 00.01 น.ถึง 1 มกราคม 2569 เวลา 24.00 น.เท่านั้น ช่วงปลายเทศกาล 4 วัน ทิศขาเข้า กทม.เปิดให้สัญจรระหว่างวันที่ 2 มกราคม 2569 เวลา 06.00 น.ถึง 5 มกราคม 2569 เวลา 24.00 น.เท่านั้น อย่างไรก็ตาม ช่วงบางปะอิน-ปากช่อง จะปิดการจราจรชั่วคราวในวันที่ 2 มกราคม 2569 เวลา 00.01–06.00 น.เพื่อสลับทิศทางการเดินรถ สำหรับช่วง ปากช่อง–นครราชสีมา เปิดให้สัญจรสองทิศทาง ตลอด 24 ชั่วโมง ตามปกติ

สำหรับการเปิดทดลองให้บริการ M6 ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ยังอนุญาตเฉพาะรถยนต์ 4 ล้อ และกำหนดความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตร/ชั่วโมง เพื่อความปลอดภัยในการใช้เส้นทาง โดยประชาชนสามารถเข้า–ออกมอเตอร์เวย์ M6 ได้ 7 ด่าน ได้แก 1.ด่านบางปะอิน 2.ด่านหินกอง 3.ด่านสระบุรี 4.ด่านแก่งคอย 5.ด่านปากช่อง 6.ด่านสีคิ้ว และ 7.ด่านขามทะเลสอ

“การอำนวยความสะดวกให้ประชาชนในการเดินทางช่วงเทศกาลปีใหม่ รัฐบาล โดยกระทรวงคมนาคม ต้องการให้คนไทยเดินทางอย่างมีความสุข ปลอดภัย และอุ่นใจ มีรัฐอยู่เคียงข้างตลอดทุกเส้นทาง เพิ่มความสะดวกและความปลอดภัยในการเดินทางเป็นสัญลักษณ์แห่งความห่วงใยที่รัฐบาล โดยกระทรวงคมนาคม ตั้งใจดำเนินการเพื่อพี่น้องประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 อย่างมีความสุขและปลอดภัย” นายสิริพงศ์ กล่าว