‘อภิสิทธิ์’ปลื้ม! คนไทยตอบรับ‘ประเทศไทยจะไม่ทน’ล้นหลาม

‘อภิสิทธิ์’ปลื้ม! คนไทยตอบรับ‘ประเทศไทยจะไม่ทน’ล้นหลาม

‘อภิสิทธิ์’ปลื้ม! คนไทยตอบรับ‘ประเทศไทยจะไม่ทน’ล้นหลาม

วันศุกร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 21.37 น.

“อภิสิทธิ์”ปลื้ม! คนไทยตอบรับ”ประเทศไทยจะไม่ทน”ล้นหลาม เผยเสียงสะท้อนอยากล้าง”นักการเมืองเทา-ทุนใหญ่” จี้ปฏิรูปการศึกษา-แก้ประชานิยม พร้อมชวนทำโพลใหญ่พรุ่งนี้

เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์เฟซบุ๊ก เปิดเผยความคืบหน้าแคมเปญรณรงค์รับฟังความคิดเห็น “ประเทศไทยไม่ทน” หลังเปิดตัววันแรกพบว่า มีพี่น้องประชาชนร่วมส่งเสียงสะท้อนปัญหาหมักหมมของประเทศอย่างล้นหลาม เตรียมนำทุกข้อเสนอเข้าสู่การจัดทำนโยบาย พร้อมชวนคนไทยร่วมทำโพลสำรวจความคิดเห็นครั้งใหญ่ตลอดวันพรุ่งนี้

นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า จากการเปิดรับฟังความอัดอั้นตันใจของประชาชนว่า “ประเทศไทยไม่ควรทนกับอะไรอีกต่อไป” พบว่ามีคำตอบที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง โดยประเด็นที่ประชาชนให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ คือการปฏิรูปธรรมาภิบาลในภาครัฐ

โดยประชาชนสะท้อนว่าไม่ต้องการทนกับนักการเมืองที่รับใช้กลุ่มทุนมากกว่ารับใช้ประชาชน รวมถึงกลุ่มข้าราชการที่ทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญที่สร้างความเสียหายต่อส่วนรวม

เรื่องการปฏิรูปการศึกษา มีเสียงสะท้อนว่าความล้มเหลวของการศึกษาไทยในปัจจุบัน คือต้นตอที่ไม่สามารถสร้าง “คนดีและคนเก่ง” ให้กับสังคมได้

ประชาชนรุ่นใหม่เสนอว่าไม่ต้องการนโยบายประชานิยมที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ยั่งยืน แต่อยากเห็นรัฐบาลมุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพการแข่งขันของประเทศ และ “สร้างคนมากกว่าสร้างตึก”

เสียงจากพี่น้องชาวหาดใหญ่ที่ย้ำชัดว่า “จะไม่ยอมทนกับปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก” อีกต่อไป

นายอภิสิทธิ์ ย้ำว่า ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงเสียงบ่น แต่คือ “ขุมทรัพย์ทางความคิด” ที่พรรคประชาธิปัตย์จะนำไปกลั่นกรองและร้อยเรียงเป็นนโยบายที่จับต้องได้ เพื่อเสนอเป็นทางออกให้กับประเทศในสัปดาห์หน้า

“ทุกความคิดเห็นคือประโยชน์ต่อบ้านเมืองครับ พรรคประชาธิปัตย์จะนำเสียงของพวกท่านไปใช้ในการนำเสนอนโยบายที่จริงจังและเป็นมืออาชีพ เพื่อให้ประเทศไทยไม่ต้องทนกับปัญหาเดิมๆ อีกต่อไป” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นอกจากนี้ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังกล่าวเชิญชวนพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ร่วมแสดงพลังผ่านช่องทางออนไลน์ในวันพรุ่งนี้ (20 ธ.ค.) โดยพรรคจะเปิด “โพลสำรวจความคิดเห็นครั้งใหญ่” ตลอดทั้งวัน เพื่อรวบรวมสถิติและลำดับความสำคัญของปัญหาที่คนไทยอยากให้แก้ไขเร่งด่วนที่สุด เพื่อนำไปสู่การแถลงแผนปฏิบัติการล้างปัญหาประเทศในวันจันทร์ที่จะถึงนี้

นายกฯเปิดอาคารที่ว่าการอำเภอบ้านลาด (หลังใหม่) จังหวัดเพชรบุรี

นายกฯเปิดอาคารที่ว่าการอำเภอบ้านลาด (หลังใหม่) จังหวัดเพชรบุรี

นายกฯเปิดอาคารที่ว่าการอำเภอบ้านลาด (หลังใหม่) จังหวัดเพชรบุรี

วันศุกร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 20.11 น.

เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568 เวลา 16.50 น. ที่ว่าการอำเภอบ้านลาด (หลังใหม่) อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี  นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดอาคารที่ว่าการอำเภอบ้านลาด (หลังใหม่) จังหวัดเพชรบุรี โดยมีนายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ร้อยตำรวจโท ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี หัวหน้าส่วนราชการจังหวัด และประชาชน ร่วมพิธี

ในการนี้ นายกรัฐมนตรีและผู้เข้าร่วมพิธียืนสงบนิ่งถวายความอาลัย แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จากนั้นนายกรัฐมนตรีร่วมพิธีทำบุญอาคารที่ว่าการอำเภอบ้านลาด (หลังใหม่) เมื่อแล้วเสร็จรับชมวีดิทัศน์ความเป็นมาและการก่อสร้างของอาคารดังกล่าว รวมทั้งรับฟังรายงานสรุปภาพรวมการดำเนินงานจากผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี

นายกรัฐมนตรีกล่าวยินดีที่ได้มาเปิดที่ว่าการอำเภอบ้านลาด (หลังใหม่) ถือเป็นฤกษ์งามยามดี และจะทำให้การบริการพี่น้องประชาชนในเรื่องต่างๆ จะเป็นไปด้วยความสะดวกและมีประสิทธิภาพเป็นอย่างยิ่ง

“ขอแสดงความชื่นชม และขอแสดงความยินดีกับพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดเพชรบุรีทุกท่านที่ได้มีสถานที่ราชการที่พร้อมให้การบริการกับพี่น้องประชาชนในทุกๆ เรื่อง การก่อสร้างที่ว่าการอำเภอบ้านลาดหลังใหม่แห่งนี้ ไม่ใช่เป็นเพียงการสร้างอาคารเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่สร้างความเชื่อมั่นให้แก่พี่น้องประชาชน และเป็นการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านการบริหารราชการส่วนภูมิภาคให้มีความเหมาะสม ทันสมัยและตอบโจทย์การบริการประชาชนได้อย่างแท้จริง”

ขณะนี้ประเทศไทยให้ความสำคัญในเรื่องความสามัคคี และการรวมจิตใจเพื่อส่งกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และประชาชนในเขตชายแดนไทย-กัมพูชา แม้ว่าเราจะอยู่ห่างจุดที่มีความขัดแย้ง แต่ขอให้ทุกท่านตั้งจิตอธิษฐานขอให้ทุกคนในพื้นที่ดังกล่าว มีความปลอดภัย

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กราบขอบพระคุณ พระครูสุนทรวัชรกิจ เจ้าคณะตำบลถ้ำรงค์ เจ้าอาวาสวัดถ้ำรงค์ และนางปราณี ทองล่อน ที่มีจิตศรัทธา อุทิศมอบที่ดินจำนวน 15 ไร่ เพื่อใช้เป็นสถานที่ก่อสร้างอาคารที่ว่าการอำเภอบ้านลาด เพื่อประโยชน์ของทางราชการและพี่น้องประชาชน โดยมิได้หวังสิ่งตอบแทนใดๆ การเสียสละในครั้งนี้เป็นแบบอย่างอันงดงามของจิตสาธารณะ และเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ ที่ว่าการอำเภอบ้านลาดหลังใหม่ จะเป็นศูนย์กลางการให้บริการพี่น้องประชาชน รองรับการดำเนินงานตามนโยบายศูนย์ราชการสะดวก หรือ Government Easy Contact Center (GECC) มีสถานที่ที่สะดวก เข้าถึงง่าย จัดพื้นที่บริการอย่างเหมาะสมและมีความปลอดภัย มีการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างพอเหมาะ มีที่นั่งพักคอย น้ำดื่มสะอาด และการออกแบบที่เอื้อให้กับคนทุกกลุ่มทุกวัย เช่น มีทางลาดสำหรับรถเข็นผู้สูงอายุ เป็นต้น ที่สำคัญจะมีบุคลากร เจ้าหน้าที่ที่มีจิตใจบริการ (service mind) ให้บริการประชาชนด้วยความเป็นมิตร อบอุ่น เป็นกันเอง ด้วยขั้นตอนการบริการที่สามารถอำนวยความสะดวก ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างความพึงพอใจ และความเชื่อมั่นของพี่น้องประชาชนต่อระบบราชการ

ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าวอำนวยพร ให้ที่ว่าการอำเภอบ้านลาดหลังใหม่เป็นสถานที่แห่งการอำนวยประโยชน์สุขแก่พี่น้องประชาชน และช่วยกันทำให้ประเทศชาติ มีความเจริญรุ่งเรือง  ทัดเทียมนานาประเทศ  พร้อมกดปุ่มเปิดป้ายชื่อที่ว่าการอำเภอบ้านลาด (หลังใหม่) อย่างเป็นทางการ

‘เพื่อไทย’เคาะแล้ว! ว่าที่ผู้สมัคร สส.นนทบุรี ครบทั้ง 8 เขต

'เพื่อไทย'เคาะแล้ว! ว่าที่ผู้สมัคร สส.นนทบุรี ครบทั้ง 8 เขต

‘เพื่อไทย’เคาะแล้ว! ว่าที่ผู้สมัคร สส.นนทบุรี ครบทั้ง 8 เขต

วันศุกร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 19.20 น.

เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ทำการพรรคเพื่อไทย (พท.) จ.นนทบุรี ได้มีการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อไทย ทั้ง 8 เขต ที่กำลังจะเปิดรับสมัครอย่างเป็นทางการในวันที่ 27 ธ.ค.68 ที่จะถึงนี้ ประกอบด้วย

เขต 1 นายวิรัตน์ เกียรติสันติกุล สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) นนทบุรี

เขต 2 นายภาณุพงศ์ ทรงวัชราภรณ์ น้องชายของ นายจิรพงษ์ ทรงวัชาภรณ์ อดีต สส.นนทบุรี

เขต 3 น.ส.ดาราวรรณ อัจฉริยะประสิทธิ์ หลานสาว นายพงษ์ศักดิ์ อัจฉริยะประสิทธิ์ นายกเทศมนตรีเมืองปลายบาง

เขต 4 นายมนตรี ตั้งเจริญถาวร อดีต สส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย หลายสมัย

เขต 5 นายวัชยธนันท์ อัศวนิโครธร หลานชาย จ.ส.อ.มงคล อัศวนิโคธร นายกเทศมนตรีเมืองไทรม้า

เขต 6 นายประถมการ อ่วมอ่อง อดีตนายกเทศมนตรีบ้านบางม่วง

เขต 7 นายภณณัฏฐ์ ศรีอินทร์สุทธิ์ อดีต สส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย หลายสมัย

เขต 8 นายจำลอง ขำสา อดีตประธานสภา อบจ.นนทบุรี , อดีตเลขาสมาคม อบจ.แห่งประเทศไทย , อดีตเลขานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมอีกว่า ทางพรรคเพื่อไทยมีมติพรรคแก้มือกับพรรคประชาชน (ปชน.) หลังจากพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว ซึ่งหลังจากทางพรรคเพื่อไทยไฟเขียวส่งว่าที่ผู้สมัครคนเดิม 2 เขต และผู้สมัครซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ลงสนามแข่งขันถึง 6 เขต โดยวันนี้ได้มีการประชุมเพื่อเตรียมความพร้อม หวังทวงคืนตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 8 เขต

– 006

เช็กที่นี่! ‘กกต.’ประกาศสถานที่รับสมัครรับเลือกตั้ง‘สส.เขต’ 27-31 ธ.ค.นี้

เช็กที่นี่! ‘กกต.’ประกาศสถานที่รับสมัครรับเลือกตั้ง‘สส.เขต’ 27-31 ธ.ค.นี้

เช็กที่นี่! ‘กกต.’ประกาศสถานที่รับสมัครรับเลือกตั้ง‘สส.เขต’ 27-31 ธ.ค.นี้

วันศุกร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 19.10 น.

เช็กที่นี่! ‘กกต.’ประกาศสถานที่รับสมัครรับเลือกตั้ง‘สส.เขต’ 27-31 ธ.ค.นี้

19 ธันวาคม 2568 ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ประกาศกำหนดให้วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นวันเลือกตั้ง และกำหนดให้วันที่ 27-31 ธันวาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. เป็นวันรับสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ที่สถานที่ที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งกำหนด

สำนักงาน กกต. ขอประชาสัมพันธ์ประกาศผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง เรื่องกำหนดสถานที่รับสมัครรับเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จำนวน 76 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร

ผู้ใดประสงค์จะสมัครรับเลือกตั้ง ให้นำหลักฐานเอกสารที่ใช้ในการสมัครรับเลือกตั้งมายื่นด้วยตนเองต่อผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง ภายในระยะเวลาการรับสมัครรับเลือกตั้ง เช่น กรุงเทพ มหานครทั้ง 33 เขต สมัครที่ศูนย์กีฬาเยาวชนกรุงเทพมหานคร ไทยญี่ปุ่น  (ดินแดง )

ทั้งนี้ ผู้สมัครรับเลือกตั้งสามารถขอรับใบสมัครหรือสอบถามข้อมูลคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม  ได้ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดทุกแห่ง

อธิษฐานแผ่นดินพ้นภัยพาล ‘อ.อัจฉราวดี’เชิญร่วมภาวนาเสาร์นี้

อธิษฐานแผ่นดินพ้นภัยพาล 'อ.อัจฉราวดี'เชิญร่วมภาวนาเสาร์นี้

อธิษฐานแผ่นดินพ้นภัยพาล ‘อ.อัจฉราวดี’เชิญร่วมภาวนาเสาร์นี้

วันศุกร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 18.40 น.

“อาจารย์อ้อย” อัจฉราวดี วงศ์สกล โพสต์เชิญชวนร่วมกิจกรรม “ภาวนาเพื่อแผ่นดิน” อธิษฐานให้บุญคุ้มครองชาติ กำจัดภัยพาลเสี้ยนหนามของแผ่นดิน

อาจารย์อ้อย อัจฉราวดี วงศ์สกล ประธานมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต และมูลนิธิโนอิ้ง บุดด้า เป็นอีกบุคคลหนึ่งที่ต้องยกให้เป็น อินฟลูเอนเซอร์ ที่ออกมาแสดงจุดยืนแถวหน้าในฝ่ายของผู้รักชาติ อย่างต่อเนื่องทำให้มีผู้ติดตามกว่า 207,000 คน

อาทิโพสต์ล่าสุด ระบุว่า

“พวกที่เทิดทูนส้มส่วนหนึ่งก็หนามาก ส่วนหนึ่งก็อ่อนหัดมาก ส่วนหนึ่งปิดหูปิดตาไม่รับรู้ข้อเท็จจริง ส่วนหนึ่งก็แค่อยากมีที่ยืน เมื่อพลังความชั่วมีมากและอย่างหนามากไปฝั่งธรรมะจึงต้องมีสายปราบมาร ประเทศชาติจึงต้องมี 3 เหล่าทัพ ไว้ปราบปรามคนเลวที่พูดดีๆ แล้วไม่รู้เรื่อง
ธรรมะ ต้องมีทั้งอ่อนโยนและเข้มแข็ง
ไม่ใช่มีแต่จ้ะจ๋าแผ่เมตตาอย่างเดียว
ประเทศชาติลุกเป็นไฟ ก็ยังเอาแต่ยกมือไหว้โจร
ขนาดเห็นชัดตำตาว่าพวกนี้คิดล้มล้างทั้ง 3 สถาบัน
ก็ยังมีคนจำนวนมากยืนหยัดสนับสนุน แม้ความจริงจะเผยออกมาจนสิ้น ทั้งการชังชาติ เหยียดย่ำทหาร เนรคุณต่อแผ่นดิน
ล้มล้างการปกครอง พวกนี้ก็ยังไม่สน
แสดงว่า “เขาเลือกแล้ว” เลือกแนวทางที่จะทำลายรากฐานของชาติ
คนไทยที่รักและกตัญญูต่อแผ่นดิน
จึงลุกขึ้นมาแสดงธรรมมุมของความเข้มแข็ง
25 ปีของการปฏิบัติ สิ่งที่อาจารย์ได้นอกจากการเผากิเลส คือการได้ความองอาจ และสำนึกกตัญญูต่อชาติอย่างท่วมท้นใจ
เพราะหากไม่มีชาติ ก็ไม่มีที่ตั้งของศาสนาให้ได้พบทางพ้นทุกข์
ผู้ที่รู้ธรรมเพียงเล็กน้อยมักกล่าวหาว่า สิ่งที่อาจารย์ออกมาพูดคือการปลุกกระแสความเกลียดชัง
ธรรมะที่องอาจไม่ใช่การปลุกปั่น แต่คือการพูดความจริง และยืนหยัดในความถูกต้องชอบธรรม
เป็นการทำเพื่อปกป้องไม่ให้คนอ่อนหัด
ตกเป็นเหยื่อการปลุกปั่นด้วยความเท็จ
พูดเพื่อรักษาคุณธรรมไว้ให้ชาติบ้านเมือง
วันนี้ ยังคงมีคนอีกมากที่ยังปิดหูปิดตาปิดใจ
ยืนยันและเย้ยหยันจะเลือกส้มมาล้มคุณธรรมของชาติ
คนรักคุณธรรมจึงต้องร่วมกันแสดงพลังความรักชาติบ้านเมือง

8 กุมภาพันธ์นี้
#ส้มต้องสูญพันธุ์

ทั้งนี้ ทางเพจของอาจารย์อ้อย อัจฉราวดี วงศ์สกล ยังได้เชิญชวนคนรักชาติ ทำกิจกรรมร่วมกันในวันเสาร์ที่ 20 ธันวาคมนี้

เชิญร่วมงาน “ภาวนาเพื่อแผ่นดิน”
นำโดย อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล
ณ โพธิธรรมญาณสถาน อ.แก่งคอย จ.สระบุรี

เชิญร่วมสวดมนต์ ภาวนาอธิษฐานให้บุญคุ้มครองชาติ
กำจัดภัยพาลเสี้ยนหนามของแผ่นดิน
ปฏิบัติภาวนาตามสายที่ตนปฏิบัติ
แล้วหลอมรวมพลังบุญจากความกตัญญูเพื่ออุทิศเป็นบุญแก่ชาติ

*** หากไม่สามารถมาภาวนาได้
เชิญภาวนาที่บ้านแล้วส่งใจอธิษฐานรวมกัน
เป็นบุญให้แผ่นดิน พ้นภัยพาล
ให้ชาติได้ร่มเย็นเป็นสุขพ้นภัยทุกรูปแบบ
วันเสาร์ที่ 20 ธันวาคม 2568
17.00 – 20.00 น.

โดยล่าสุด อ.อ้อย ได้ขยายความกิจกรรมดังกล่าวว่า ขอส่งความห่วงใยทหารหาญและประชาชนที่ต้องอพยพออกจากบ้านเรือน ในฐานะประชาชน เราเข้าใจความจำเป็นของกองทัพ และเข้าใจความยากลำบากของทหารหาญและประชาชนกว่า 400,000 คนที่ไม่สามารถใช้ชีวิตตามปกติสุขได้

ขอกองทัพและรัฐบาล ทำในสิ่งที่จำเป็นที่จะส่งผลบวกระยะยาว เพื่อให้ประชาชนตามแนวชายแดน ได้มีสันติสุขโดยเร็ว ยามนี้เราทำได้เพียงสวดมนต์ภาวนา ส่งกำลังใจและความห่วงใยไปให้ทุกคนที่ชายแดน
..
วันเสาร์ที่ 20 ธันวาคมนี้ เราจะรวมตัวกันสวดมนต์ และปฏิบัติธรรมครั้งใหญ่ เพื่ออุทิศบุญปกปักรักษาอธิปไตย เพื่อเป็นเกราะคุ้มภัยในการรักษาชีวิตให้แก่ทหารหาญและประชาชนผู้บริสุทธิ์ทุกคน รวมถึงเป็นบุญให้ชาติ พ้นจากภัยจากพลังความเลวร้ายทั้งปวง

พลังบุญคือกระแสผลักดัน เป็นพลังงานละเอียดที่ส่งผลให้เกิดเรื่องดีๆ จากเจตนาที่มีความกตัญญูรักชาติบ้านเมือง เราไม่อาจหวังปาฏิหาริย์ แต่เราเชื่อในพลังความกตัญญูและพลังธรรมอันเข้มแข็ง ว่าจะนำความเปลี่ยนแปลงมาสู่แผ่นดิน
ในเมื่อคนยังต้องทำบุญเพื่อเป็นทุนหนุนชีวิต ประเทศชาติก็ต้องการบุญเช่นเดียวกัน
ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยโปรดอำนวยพร ให้การสู้รบสงบลงและเกิดสันติสุขโดยเร็ว

​คนดังพรึบ‘ภูมิใจไทย’ ‘กุลวลี-สุดารัตน์-รัชดา-หมอเอกภพ’ร่วมทีม‘สีน้ำเงิน’สู้ศึกเลือกตั้ง

​คนดังพรึบ‘ภูมิใจไทย’ ‘กุลวลี-สุดารัตน์-รัชดา-หมอเอกภพ’ร่วมทีม‘สีน้ำเงิน’สู้ศึกเลือกตั้ง

​คนดังพรึบ‘ภูมิใจไทย’ ‘กุลวลี-สุดารัตน์-รัชดา-หมอเอกภพ’ร่วมทีม‘สีน้ำเงิน’สู้ศึกเลือกตั้ง

วันศุกร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 18.19 น.

คนดังการเมืองคึกคักตบเท้าแห่สมัครลง สส.ภูมิใจไทย ต่อเนื่อง “กุลวลี-สุดารัตน์-รัชดา-หมอเอกภพ”ร่วมทีม”สีน้ำเงิน”สู้ศึกเลือกตั้ง 69

เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568 ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) มีการเปิดรับสมัครผู้ประสงค์จะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส.อย่างต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 โดยบรรยากาศยังคงเป็นไปอย่างคึกคัก มีว่าที่ผู้สมัคร สส.ทั้งระบบบัญชีรายชื่อ และ สส.เขต ทยอยเดินทางมา
สมัคร ประกอบด้วย น.ส.กุลวลี นพอมรบดี ว่าที่ผู้สมัคร สส.ราชบุรี เขต 1, น.ส.สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ ว่าที่ผู้สมัคร สส.อุบลราชธานี เขต 7, นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ ว่าที่ผู้สมัคร สส.ฉะเชิงเทรา เขต 1, นายชินภัสร์ กิจเลิศสิริวัฒนา ว่าที่ผู้สมัคร สส.เชียงใหม่ เขต 1, นายจิรภัทร พันธ์เกษม ว่าที่ผู้สมัคร สส.นครราชสีมา เขต 12

ขณะที่ ว่าที่ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ อาทิ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก, นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ, นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์, ดร.ณพล เลิศสุมิตรกุล, นางรัตนประภา ดิศวัฒน์, นายภูมิพัฒน์ เหมือนจันทร์, นายจักรวัฒน์ ฐิติพิทยา, ทพญ.จิณตภา ฐิติพิทยา, นายวีรศักดิ์ ชุณหจักร, นายปิยะณัฐ ศรีวิกรานต์โยธิน, นายจิณณาวัฒน์ โคมบัว,นายพินิจ สิทธิโห, นายวัชรินทร์ ทองคำใส, นายธานี เกสทอง

นายเชน หมั่นเขตรกิจ, นายเปรมกมล พาชีรัตน์, นายสมนึก นาห้วยทราย, นายสัญญา คงสมบัติ, นายอิทธิวัฒน์ ศรีวิกรานต์โยธิน, นายยูฮัน มูละ, นายอิบรอเฮม หวันแหละ, นางกาญจนา ศรีวิชัย, นายณรงค์กรณ์ คำแปง, นายฐานศักดิ์ศรีพงษ์ใหญ่ และ น.ส.รินทร์ลิตา อดิษะ

‘ธรรมนัส’ลั่น! ‘กล้าธรรม’พร้อมปักธงภาคเหนือ ส่งผู้สมัครครบทุกเขต

'ธรรมนัส'ลั่น! 'กล้าธรรม'พร้อมปักธงภาคเหนือ ส่งผู้สมัครครบทุกเขต

‘ธรรมนัส’ลั่น! ‘กล้าธรรม’พร้อมปักธงภาคเหนือ ส่งผู้สมัครครบทุกเขต

วันศุกร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 18.09 น.

“ธรรมนัส”ลั่น! “กล้าธรรม”พร้อมปักธงภาคเหนือ ส่งผู้สมัครครบทุกเขต ย้ำจุดแข็งคนพื้นที่ทำงานจริง พร้อมยก”พะเยา”เป็นโมเดลฟื้นเศรษฐกิจเมืองเหนือ

เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) เปิดเผยถึงความพร้อมของพรรคกล้าธรรม ในการส่งผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ว่า พรรคมีตัวแทนผู้สมัครลงครบทุกเขตเลือกตั้งอย่างแน่นอน โดยเฉพาะจังหวัดพะเยา 3 เขต ลำปาง 4 เขต น่าน 3 เขต แม่ฮ่องสอน 2 เขต รวมถึงจังหวัดเชียงราย ครบทั้ง 8 เขต

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวต่อว่า พรรคกล้าธรรมเตรียมเปิดตัวผู้สมัคร สส.อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ ในวันที่ 25 ธันวาคม นี้ ณ ศูนย์ประชุมไบเทค บางนา ซึ่งประชาชนจะได้เห็นตัวแทนของพรรคในทุกพื้นที่อย่างพร้อมเพรียง ซึ่งผู้สมัคร สส.ของพรรคกล้าธรรม ส่วนใหญ่เป็นบุคคลที่เติบโตจากพื้นที่ ทำงานใกล้ชิดกับชาวบ้าน และดูแลประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประชาชนในแต่ละพื้นที่รู้จักและคุ้นเคยเป็นอย่างดี ซึ่งถือเป็นจุดแข็งสำคัญของพรรคในการขับเคลื่อนนโยบายที่ตอบโจทย์ปัญหาของประชาชนอย่างแท้จริง

สำหรับจังหวัดเชียงราย ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า ตนมีความตั้งใจอยากเข้ามาช่วยพัฒนาพื้นที่ให้กลับมามีความเจริญเหมือนในอดีต เหมือนกับจังหวัดพะเยา บ้านเกิดของตน โดยเฉพาะอำเภอแม่สาย ซึ่งในอดีตเคยเป็นแหล่งเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ แต่ปัจจุบันกลับซบเซาลงอย่างมาก จึงจำเป็นต้องได้รับการฟื้นฟูทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า และคุณภาพชีวิตของประชาชน

“พรรคกล้าธรรม มุ่งมั่นทำงานการเมืองโดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ผมเชื่อมั่นว่า การมีผู้แทนที่เข้าใจพื้นที่และปัญหาของชาวบ้านอย่างแท้จริง จะเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนให้กลับมาดีขึ้น” ร.อ.ธรรมนัส กล่าวย้ำ

กธ.เตรียมเปิดตัว’ไชยา พรหมา’ ลงชิงเก้าอี้ สส.หนองบัวลำภู เขต 2 ตามเดิม

กธ.เตรียมเปิดตัว'ไชยา พรหมา' ลงชิงเก้าอี้ สส.หนองบัวลำภู เขต 2 ตามเดิม

กธ.เตรียมเปิดตัว’ไชยา พรหมา’ ลงชิงเก้าอี้ สส.หนองบัวลำภู เขต 2 ตามเดิม

วันศุกร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 18.06 น.

“กล้าธรรม”เตรียมเปิดตัว”ไชยา พรหมา” ย้ายซบพรุ่งนี้ ลงชิงเก้าอี้ สส.หนองบัวลำภู เขต 2 ตามเดิม

เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคกล้าธรรม (กธ.) ว่า หลังมีกระแสข่าวมาระยะหนึ่ง นายไชยา พรหมา อดีต สส.หนองบัวลำภู เขต 2 พรรคเพื่อไทย (พท.) จะย้ายรวมงานพรรค กธ.ในการเลือกตั้งปี 69 ล่าสุด ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรค กธ.เตรียมเปิดตัวนายไชยา ย้ายร่วมงานพรรคฯ ในวันที่ 20 ธ.ค.เวลา 13.00 น.และจะลงสมัคร สส.สส.เขต 2 เหมือนเดิม ทั้งนี้ งานทางการเมืองสมัยรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกฯ นนั้น นายไชยา เป็น รมช.เกษตรและสหกรณ์ ที่มี ร.อ.ธรรมนัส เป็น รมว.เกษตรและสหกรณ์

รทสช.ปลุกใจว่าที่ สส. ต้องรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของอำนาจประชาชน-ยึดความซื่อสัตย์

รทสช.ปลุกใจว่าที่ สส. ต้องรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของอำนาจประชาชน-ยึดความซื่อสัตย์

รทสช.ปลุกใจว่าที่ สส. ต้องรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของอำนาจประชาชน-ยึดความซื่อสัตย์

วันศุกร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 17.33 น.

4 รองหัวหน้าพรรค รทสช.ปลุกใจว่าที่ สส. ต้องรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของอำนาจประชาชน ยึดความซื่อสัตย์ ไม่ก้มหัวให้นายทุน-ระบบซื้อเสียง ตั้งเป้าฟื้นเศรษฐกิจฐานราก ปลดล็อกข้อพิพาทที่ดินให้เกษตรกร

เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568 ที่โรงแรมเลอ มอนเต้ เขาใหญ่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) จัดอบรมสัมมนาว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นวันที่สอง นำโดยรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ประกอบด้วย นายวิทยา แก้วภารดัย, นายนราพัฒน์ แก้วทอง, นายโกวิทย์ ธารณา และ พันเอก เฟื่องวิชชุ์ อนิรุทธเทวา เพื่อเตรียมความพร้อมและให้คำแนะนำให้แก่ผู้สมัครฯ ในการเตรียมตัวลงสนามเลือกตั้ง พร้อมร่วมแบ่งปันประสบการณ์ทางการเมือง รวมทั้งข้อควรปฏิบัติในการหาเสียง ตลอดจนวิธีการรวบรวมเอกสารตามข้อกฎหมาย ข้อควรระวังเกี่ยวกับกฎหมายที่ผู้สมัครทุกท่านต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด

นายวิทยา แก้วภราดัย รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ระบุว่า ในปัจจุบันพรรครวมไทยสร้างชาติกำลังเดินหน้าสู้กับทุนเทาและระบบการซื้อเสียงที่แพร่ระบาดอย่างหนัก จนทำให้รัฐสภามีแต่ตัวแทนจากตระกูลบ้านใหญ่หรือเครือข่ายทุนเทา แทนที่จะเป็นตัวแทนจากภาคประชาชนอย่างแท้จริง และในฐานะที่เป็นผู้แทนประชาชนมาถึง 9 สมัย ขอยืนยันว่าการตัดสินใจร่วมงานกับ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เพราะเห็นความใจถึงและซื่อสัตย์ในการทำงานที่มุ่งผลประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้ง

“การเป็นผู้แทนฯ ต้องสำนึกเสมอว่าเรามาจากมือของประชาชนที่จับจอบจับเสียมมาทั้งชีวิต วันที่เขามาเลือกเรา ปากกาในมือเขามันหนักกว่าจอบกว่าเสียม ฉะนั้นเราต้องรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของอำนาจประชาชน เราไม่อ้ำอึ้งที่จะประกาศว่าเราไม่ซื้อเสียง เราต้องพาการเมืองกลับไปสู่ความบริสุทธิ์อีกครั้ง” นายวิทยา กล่าว

ด้าน นายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ตอกย้ำยุทธศาสตร์การพลิกฟื้นภาคเกษตรกรรมไทยผ่านโมเดล ‘เกษตรสร้างรายได้ ลดรายจ่ายพลังงาน’ โดยมุ่งเน้นการตัดวงจรต้นทุนไฟฟ้าด้วยนโยบาย ‘โซลาร์เสรี’ควบคู่ไปกับการยกระดับการบริหารจัดการปัจจัยพื้นฐานทั้งระบบชลประทานและปุ๋ยอย่างเป็นระบบ

นอกจากนี้ นายนราพัฒน์ได้ชูนโยบายแก้ปัญหาความมั่นคงในที่ดินทำกินอย่างเบ็ดเสร็จ ด้วยการเตรียมผลักดันให้มีการจัดตั้ง ‘ศาลที่ดิน’ ขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อเป็นกลไกกลางในการยุติข้อพิพาทเรื่องที่ดินทับซ้อนระหว่างรัฐและประชาชนที่ยืดเยื้อมานานให้ได้รับความเป็นธรรมอย่างรวดเร็วและตรงจุด

ขณะที่ นายโกวิทย์ ธารณา รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวว่า พรรครวมไทยสร้างชาติพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเรา ‘สู้จริง ทำจริง เด็ดขาดจริง’ นโยบายของพรรครวมไทยสร้างชาติไม่ใช่เพียงคำสัญญาทางการเมือง แต่คือ ‘วาระแห่งชาติ’ ที่ต้องเร่งแก้ไข เพราะความลำบากของประชาชนและความเหลื่อมล้ำที่พุ่งสูงขึ้นคือวิกฤตที่รอไม่ได้ วันนี้เราต้องตอบคำถามประชาชนให้ได้ว่า ในท่ามกลางภาวะตกงานและค่าครองชีพที่บีบคั้น เราจะพลิกฟื้นเศรษฐกิจชุมชนให้กลับมาเข้มแข็งได้อย่างไร

นายโกวิทย์ กล่าวต่อว่า เป้าหมายของเราคือการเปลี่ยนความเดือดร้อนให้เป็นพลังขับเคลื่อนชาติ โดยการสร้างเศรษฐกิจชุมชนให้เกิดขึ้นจริงในทุกจังหวัด และทำให้กว่า 80,000 หมู่บ้านทั่วประเทศสามารถพึ่งพาตนเองและตั้งตัวได้อย่างยั่งยืน ไม่ว่าเราจะมี สส.จำนวนเท่าใด หรือต้องเผชิญกับอุปสรรคแค่ไหน ยืนยันว่าพรรครวมไทยสร้างชาติจะมุ่งมั่นทำตามสิ่งที่พูดไว้ให้เป็นจริง เพื่อให้พี่น้องประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงโอกาสและเติบโตไปพร้อมกับประเทศอย่างมั่นคง

ด้าน พันเอก เฟื่องวิชชุ์ อนิรุทธเทวา รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวย้ำในอุดมการณ์การทำงานการเมืองอย่างตรงไปตรงมา ปราศจากการ ‘ยิงกระสุน’ หรืออิงระบบบ้านใหญ่ที่เน้นผลประโยชน์ต่างตอบแทน โดยชี้ให้เห็นว่าการที่พรรครวมไทยสร้างชาติยอมขัดผลประโยชน์นายทุนเพื่อลดค่าพลังงานให้ประชาชนได้ คือเครื่องพิสูจน์ความจริงใจ และยืนยันว่าพรรครวมไทยสร้างชาติไม่ใช่ ‘อนุรักษนิยม’ ที่หยุดนิ่ง แต่เราจะพลิกโฉมประเทศด้วยการปฏิรูปกฎหมายที่ล้าสมัยให้ก้าวหน้าบนความถูกต้อง

นอกจากนี้ พันเอก เฟื่องวิชชุ์ ยังชูนโยบายเสริมสร้างความมั่นคงและยกระดับคุณภาพชีวิตพลทหารชายแดน และเสนอแนวคิดจัดตั้ง ‘พื้นที่ปลอดภัย’ ทั่วประเทศเพื่อเป็นศูนย์กลางแก้วิกฤตในแต่ละจังหวัด โดยใช้กลไกของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เป็นผู้ประสานงานหลักเพื่อสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชน

ในช่วงท้ายของการอบรมสัมมนา นาวาอากาศตรี ดร.ปุญณัฐส์ นำพา รองเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้เน้นย้ำให้ว่าที่ผู้สมัครฯ ระมัดระวังเกี่ยวกับกฎหมาย กฎระเบียบการรับสมัคร และการรวบรวมเอกสารที่จะต้องใช้ในการยื่นสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส.อย่างเป็นทางการด้ว

– 006

ไทยยึดหลัก 3 ประการ! ‘สีหศักดิ์’ยกคณะร่วมประชุมอาเซียนสมัยพิเศษ 22 ธ.ค.นี้

ไทยยึดหลัก 3 ประการ! 'สีหศักดิ์'ยกคณะร่วมประชุมอาเซียนสมัยพิเศษ 22 ธ.ค.นี้

ไทยยึดหลัก 3 ประการ! ‘สีหศักดิ์’ยกคณะร่วมประชุมอาเซียนสมัยพิเศษ 22 ธ.ค.นี้

วันศุกร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 17.32 น.

กต.เผย”สีหศักดิ์”เตรียมยกคณะร่วมประชุมอาเซียนสมัยพิเศษ 22 ธ.ค.นี้ ย้ำ 3 ข้อหยุดยิง ไทยไม่ปิดกั้นการเจรจา แต่สันติภาพต้องมาพร้อมความปลอดภัยประชาชน

เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568 ที่ศูนย์แถลงข่าวร่วม สถานการณ์ไทย-กัมพูชา ที่สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก นางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองโฆษกประจำกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า กระทรวงการต่างประเทศอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรีของอาเซียน สมัยพิเศษ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 22 ธันวาคมนี้ ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ โดยการประชุมดังกล่าวได้รับความสนใจจากนานาประเทศอย่างกว้างขวางในช่วง 2 – 3 วันที่ผ่านมา

ทั้งนี้ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จะนำคณะผู้แทนไทย ประกอบด้วย ผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้แทนฝ่ายทหาร การชี้แจงของฝ่ายไทยต่อประชาคมระหว่างประเทศที่ผ่านมา ตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อมูล หลักฐาน และข้อเท็จจริง โดยการพิจารณาท่าทีและแนวทางในระยะต่อไปจะอาศัยการประเมินสถานการณ์ในพื้นที่เป็นสำคัญ โดยเฉพาะจากหน่วยงานด้านความมั่นคง เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยน ในเรื่องความมั่นคง และสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา

สำหรับการพูดคุยกับฝ่ายกัมพูชา ประเทศไทยไม่เคยปิดกั้นการเจรจา แต่ยึดถือหลักการสำคัญ 3 ประการมาโดยตลอด คือ 1.ขอให้ฝ่ายกัมพูชาประกาศหยุดยิง ในฐานะที่เป็นฝ่ายรุกล้ำเข้ามาในดินแดนของไทย 2.การหยุดยิงดังกล่าวต้องเกิดขึ้นจริงและต่อเนื่อง และ 3.ขอให้ฝ่ายกัมพูชาแสดงความจริงใจในการร่วมมือกับฝ่ายไทย โดยเฉพาะในประเด็นการเก็บกู้ทุ่นระเบิดตามแนวชายแดน

รองโฆษกประจำกระทรวงการต่างประเทศ เน้นย้ำว่า ประเทศไทยปรารถนาให้เกิดสันติภาพ แต่สันติภาพที่ยั่งยืนจะต้องควบคู่ไปกับความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชนไทย ซึ่งเป็นหลักการที่ รมว.ต่างประเทศ ได้ชี้แจงกับหลายๆประเทศ ที่ได้หารือทางโทรศัพท์กับผู้แทนระดับสูงของหลายประเทศและองค์กรสำคัญ อาทิ นางคาจา คัลลาส ผู้แทนระดับสูงของสหภาพยุโรป , นายหวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีน รวมถึง นายมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา

นอกจากนี้ ระหว่างการเดินทางเยือนประเทศญี่ปุ่นอย่างไม่เป็นทางการในลักษณะ Working Visit รมว.ประเทศ ยังได้พบหารือกับรมว.ต่างประเทศญี่ปุ่น เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ชี้แจงท่าที และสถานการณ์ล่าสุดของสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา ด้วย