ผอ.ฝ่ายรักษาความปลอดภัยยัน‘6 สนามบิน ทอท.’ ปฏิบัติตามกฎหมายการบินสากล ไม่แบ่งแยกชนชาติ

ผอ.ฝ่ายรักษาความปลอดภัยยัน‘6 สนามบิน ทอท.’ ปฏิบัติตามกฎหมายการบินสากล ไม่แบ่งแยกชนชาติ

ผอ.ฝ่ายรักษาความปลอดภัยยัน‘6 สนามบิน ทอท.’ ปฏิบัติตามกฎหมายการบินสากล ไม่แบ่งแยกชนชาติ

วันศุกร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 17.26 น.

ผอ.ฝ่ายรักษาความปลอดภัย‘ทอท.’ยัน‘6 สนามบิน ทอท.’ ปฏิบัติตามกฎหมายการบินสากล ไม่แบ่งแยกชนชาติ ย้ำความปลอดภัยตามมาตรฐาน ICAO

19 ธ.ค.2568 ที่ศูนย์แถลงข่าวร่วม สถานการณ์ไทย-กัมพูชา สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก น.อ.ชนันนัทธ์ รอดกุล ผู้อำนวยการฝ่ายรักษาความปลอดภัย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กล่าวว่า บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. มีสนามบินที่ได้รับผิดชอบทั้งหมด 6 สนามบิน ได้แก่ สนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินดอนเมือง สนามบินเชียงใหม่ ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง ท่าอากาศยานภูเก็ต และ ท่าอากาศยานหาดใหญ่ ในส่วนของการปฏิบัติตามการผ่านเข้าออกหรือกฎหมายการบินระหว่างประเทศขององค์การการบินระหว่างประเทศ หรือ ICAO (ไอเคโอ้) กำหนด โดยองค์การการบินระหว่างประเทศและสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เป็นผู้กำหนดกฎหมายการบินระหว่างประเทศ และให้เราดำเนินการตามกฎหมายที่จะต้องดำเนินการให้กับประชาชนหรือผู้โดยสารทุกคนที่ผ่านเข้าประเทศ

น.อ. ชนันนัทธ์ กล่าวอีกว่า เราไม่มีการแบ่งแยกชนชาติเราบริหารจัดการเท่าเทียมกันหมด เราดูแลเรื่องเกี่ยวเรื่องการรักษาความปลอดภัยในด้านสนามบินไม่ว่าจะเป็นเขตการบินหรือนอกเขตการบิน ตลอดจนถึงซิเคียวริตี้หรือเซฟตี้ในด้านการบินต่าง ๆ ให้เป็นตามมาตรฐานสากลของของโลก ในเรื่องการรักษาความปลอดภัยหรือมาตรฐานการดูแลของของผู้โดยสาร ทอท. โดยเฉพาะสนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินต่าง ๆ อีก 5 สนามบิน เราได้ดำเนินการตามมาตรฐานสากล สนามบินก็ถือว่าเป็นประตูบ้านของสำหรับของคนที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย ขอให้มั่นใจแล้วก็เชื่อมั่นในการบริหารจัดการของสนามบิน ทุกคนที่เดินทางผ่านประเทศไทยเรายึดหลักของความถูกต้อง ปลอดภัย และเซฟตี้ทุก ๆ เรื่อง

‘เพื่อไทย’เลือดไหลอีก! ‘ไชยา’ลาซบกล้าธรรม-‘พท.’แก้ลำ ส่ง‘รุ่งเพชร’ท้าชิง สส.หนองบัวลำภู

‘เพื่อไทย’เลือดไหลอีก! ‘ไชยา’ลาซบกล้าธรรม-‘พท.’แก้ลำ ส่ง‘รุ่งเพชร’ท้าชิง สส.หนองบัวลำภู

‘เพื่อไทย’เลือดไหลอีก! ‘ไชยา’ลาซบกล้าธรรม-‘พท.’แก้ลำ ส่ง‘รุ่งเพชร’ท้าชิง สส.หนองบัวลำภู

วันศุกร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 17.06 น.

‘เพื่อไทย’เลือดไหลอีก! ‘ไชยา’ลาซบกล้าธรรม-‘พท.’แก้ลำ ส่ง‘รุ่งเพชร’ท้าชิง สส.หนองบัวลำภู

19 ธ.ค.68 รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทย (พท.) แจ้งว่า ขณะนี้ชัดเจนว่านายไชยา พรหมา อดีตสส.หนองบัวลำภู จะย้ายไปสังกัดพรรคกล้าธรรมแน่นอนแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาผู้ใหญ่ในพรรคได้เห็นกระแสข่าวนี้มาตลอด จึงพยายามสอบถามไปยังนายไชยาเพื่อต้องการความชัดเจน เนื่องจากพรรคจะได้มีเวลาในการเตรียมผู้สมัครทดแทน แต่ก็ได้รับการปฏิเสธ แต่เมื่อมาถึงวันนี้เมื่อนายไชยาออกจากพรรคไป ก็ทำให้เห็นเจตนาที่ชัดเจนว่าต้องการให้มีผลกระทบต่อผู้สมัครของพรรคเพื่อไทยที่จะมาลงแทน

รายงานข่าว แจ้งว่า ขณะนี้พรรคได้เตรียมส่งนายรุ่งเพชร ศรีกาญจนา อดีตผู้สมัคร สส.จากพรรคไทยสร้างไทย มาลงแข่งสู้กับนายไชยาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

‘สุพิศาล’อดีต สส.รุกบุกเบิกค่ายส้ม ลาแล้ว หลังพรรคไม่ให้ลง สส.ต่อ

'สุพิศาล'อดีต สส.รุกบุกเบิกค่ายส้ม ลาแล้ว หลังพรรคไม่ให้ลง สส.ต่อ

‘สุพิศาล’อดีต สส.รุกบุกเบิกค่ายส้ม ลาแล้ว หลังพรรคไม่ให้ลง สส.ต่อ

วันศุกร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 17.03 น.

“สุพิศาล”อดีต สส.รุกบุกเบิกค่ายส้ม ลาแล้ว หลังพรรคไม่ให้ลง สส.ต่อ เผยเพื่อนในพรรคซัด คกก.สรรหาตัดสินใจผิดพลาด-บกพร่อง-ไม่รอบคอบ จ่อเปิดตัว”พรรคไทยธรรม”พร้อมลงเขต ชน”อนุสรณ์ ธรรมใจ” อ้าง”ปชน.”มอง กทม.ได้เพราะกระแสพรรค ไม่ใช่ตัวบุคคล

เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568 พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) , อดีตรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล (กก.) และอดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวกรณีที่ได้ลาออกจากพรรคประชาชน ว่า เป็นเรื่องจริง ซึ่งได้ยื่นลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว (18 ธ.ค.) ส่วนเหตุผลเป็นเพราะได้เสนอตัวให้กรรมการคัดสรรเลือกเป็นว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่มีการแจ้งว่าไม่ผ่าน ไม่ได้รับการคัดเลือก

“เราก็ขอขึ้นรถเมล์ แต่เขาบอกว่ามันเต็มแล้ว ไม่ให้ไปจะให้ทำอย่างไรได้ เพื่อนๆ ในพรรคเองก็บอกว่าคณะกรรมการตัดสินใจผิดพลาดอย่างมาก ในเรื่องของการคัดสรรตัวบุคคล บกพร่อง ไม่รอบคอบ” พล.ต.ต.สุพิศาล กล่าว

พล.ต.ต.สุพิศาล กล่าวว่า ตนเองได้เข้าร่วมกิจกรรมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.ทั้งแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อของพรรค เพื่อถามหาข้อสรุป รวมถึงสอบถามนโยบายและแบบแผน แต่ทางคณะกรรมการเองก็ไม่ให้คำตอบ เลยสงสัยว่ามันเป็นความลับขนาดนั้นเลยหรือ ขนาดตนเป็นถึงรองหัวหน้าพรรคเขายังไม่บอกอะไรเลย แบบนี้หมายความว่าอย่างไร

พล.ต.ต.สุพิศาล กล่าวว่า ตนจึงตัดสินใจย้ายไปอยู่พรรคไทยธรรม ซึ่งเป็นพรรคของลูกศิษย์ที่เคยสอนปริญญาเอกอยู่ และดำรงตำแหน่งประธานที่ปรึกษาพรรค ในวันที่ 27 ธ.ค.นี้ ตอนนี้ยังมีเวลาอยู่จึงขอเชิญชวนคนที่อกหักไม่ว่าจะพรรคใดก็ตาม ให้มาร่วมกันทำงานจะอยู่พรรคไหนก็ไม่สำคัญขอแค่อุดมการตรงกันก็พอ

อีกทั้งตนประสงค์ที่จะลงสมัคร สส.เขตตลิ่งชัน-ทวีวัฒนา ชนกับ รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ ว่าผู้สมัครของพรรคประชาชน ด้วย เพราะทางพรรคให้เหตุผลว่าพื้นที่ กทม.ที่ได้ สส.มานั้นเป็นเพราะกระแสของพรรค ไม่ใช่กระแสของตัวบุคคล คะแนนที่ได้ไม่เกี่ยวกับการทำหน้าที่ของ สส.ในพื้นที่ ซึ่งค่อนข้างมั่นใจว่าเราสามารถสู้ได้ เพราะภรรยาของตนก็เป็น ส.ก.ที่ทำงานในพื้นที่ตลอด จนประชาชนรู้จัก มั่นใจว่าสามารถทำคะแนนในพื้นที่ได้

‘กองทัพ’โต้เฟกนิวส์กัมพูชาสอย F-16 กล่าวหาไทยจ้องฮุบดินแดน ย้ำปฏิบัติการปกป้องอธิปไตย

‘กองทัพ’โต้เฟกนิวส์กัมพูชาสอย F-16 กล่าวหาไทยจ้องฮุบดินแดน ย้ำปฏิบัติการปกป้องอธิปไตย

‘กองทัพ’โต้เฟกนิวส์กัมพูชาสอย F-16 กล่าวหาไทยจ้องฮุบดินแดน ย้ำปฏิบัติการปกป้องอธิปไตย

วันศุกร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 16.36 น.

‘กองทัพ’โต้เฟกนิวส์กัมพูชาสอย F-16 กล่าวหาไทยจ้องฮุบดินแดน ย้ำปฏิบัติการปกป้องอธิปไตย

19 ธันวาคม 2568 ที่ศูนย์แถลงข่าวร่วม สถานการณ์ไทย-กัมพูชา ที่สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก พลเรือตรี สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ทั้งสองฝ่ายยังคงปะทะกันตลอดแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง

พร้อมฝากให้ประชาชนสังเกต และระวังข่าวปลอมจากฝ่ายกัมพูชา เช่น กรณีปรากฏข่าวว่าฝ่ายกัมพูชา สามารถทำลายเครื่องบิน F-16 ของฝ่ายไทยได้ ซึ่งไม่เป็นความจริง

เช่นเดียวกับ กรณีที่ นายเคซี่  บาร์เน็ตต์ (Casey Barnett) ซึ่งเป็นชาวต่างชาติที่มีถิ่นพำนักในกัมพูชา เผยแพร่ข้อมูลเท็จทางสื่อออนไลน์ว่าปฏิบัติการทางทหารของไทยขณะนี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อยึดครองและผนวกดินแดนกัมพูชาเป็นส่วนหนึ่งของไทย ก็ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เนื่องจากประเทศไทย มีจุดยืนที่ชัดเจนมาโดยตลอด ว่าปฏิบัติการทางทหารที่เกิดขึ้น เป็นไปเพื่อรักษาความเป็นเอกราชและอธิปไตยของประเทศ รวมทั้งเคารพและให้เกียรติต่ออธิปไตยของประเทศอื่น ๆ ถึงแม้จะเป็นประเทศที่เป็นภัยคุกคามกับไทยก็ตาม

ขณะที่ผลกระทบต่อภาคประชาชนไทยในขณะนี้ มีผู้ที่อพยพมาอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราวทั้งสิ้น 251,222 คน โดยมีการตั้งศูนย์พักพิง 985 จุด มีประชาชนที่เสียชีวิตจากการโจมตีของกัมพูชาโดยตรง 1 ราย มีประชาชนที่เสียชีวิตจากผลกระทบทางอ้อมของเหตุการณ์ระหว่างไทย – กัมพูชา 22 ราย และมีประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีของกัมพูชา 6 ราย โรงพยาบาลได้รับผลกระทบ 20 แห่ง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลที่ได้รับผลกระทบ 201 แห่ง

4 ผู้บริหาร ‘พรรคไทยก้าวใหม่’ โชว์วิสัยทัศน์นำประเทศไทยฝ่ามรสุม

4 ผู้บริหาร 'พรรคไทยก้าวใหม่' โชว์วิสัยทัศน์นำประเทศไทยฝ่ามรสุม

4 ผู้บริหาร ‘พรรคไทยก้าวใหม่’ โชว์วิสัยทัศน์นำประเทศไทยฝ่ามรสุม

วันศุกร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 16.36 น.

4 ผู้บริหาร ‘พรรคไทยก้าวใหม่’ โชว์วิสัยทัศน์นำประเทศไทยฝ่ามรสุม

นับถอยหลังสู่การเลือกตั้งสนามใหม่ ที่คนไทยทั้งประเทศจะได้ใช้สิทธิใช้เสียงเลือกพรรคที่ชอบ เลือกคนที่ใช่อีกครั้ง โดยโอกาสนี้ “พรรคไทยก้าวใหม่” มาพร้อมกับแม่ทัพที่มากด้วยประสบการณ์ความเชี่ยวชาญซึ่งพร้อมพัฒนาประเทศไทยให้รุ่งเรืองพร้อมกันทั้งองคาพยพ ตั้งแต่มิติด้านพลังงานและนวัตกรรม, มิติด้านการศึกษา, มิติด้านเศรษฐกิจ และ มิติด้านความมั่นคง

นายภาณุรัช ดำรงไทย ประธานฝ่ายยุทธศาสตร์ ด้านพลังงานและนวัตกรรม พรรคไทยก้าวใหม่ กล่าวว่า พลังงานของถูกและดีมี แต่ที่ผ่านมาประเทศไทยมาผิดทาง เพราะโดยประสบการณ์ที่ทำงานในบริษัทพลังงานของต่างประเทศมา 20 กว่าปี ประเทศไทยต้องปรับเรื่องการบริหารต้นทุนพลังงานให้ถูกลงในทุกๆด้าน

“สมาร์ทซิตี้ เราสามารถทำกรุงเทพฯให้เย็นเฉียบได้ และ ทำพลังงานได้เร็ว อย่างที่สิงคโปร์ก็ทำ ยุโรปก็ทำ หน้าหนาวของยุโรปเขาก็นำฮีทเตอร์มาทำความร้อน ถ้าเย็นเขาก็เปลี่ยนร้อนมาเป็นเย็น ทำแล้วยังไง อย่างเดอะ วัน แบงคอก เขาใช้ความเย็นของศูนย์การค้า เขาไม่ได้ใช้ความเย็นแยก ความเย็นมันไปตามคน แอร์เครื่องเดียวส่งไป 2 ตึก คุ้มไหม เพราะมีการทำระบบความเย็นขึ้น รวมทั้งเรื่อง 70%คาร์บอนจะเอาอะไรมาแทน” นายภาณุรัช กล่าว

นายวราวิช กำภู ณ อยุธยา รองหัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ ซึ่งดูแลด้านการศึกษา กล่าวว่า พรรคไทยก้าวใหม่ ให้ความสำคัญเรื่อง “ทุนมนุษย์” (Human Capital) ซึ่งเราแบ่งคนไทยออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ คนอนาคต ซึ่งหมายถึงคนที่กำลังศึกษาอยู่ และ คนปัจจุบัน คือ คนที่ไม่ได้เรียนหนังสือแล้ว หรือ กำลังอยู่ในเส้นทางการประกอบอาชีพ ซึ่งพรรคไทยก้าวใหม่วันนี้ เราต้องพัฒนาพรรคทั้งหมด ไม่ใช่แค่พัฒนาคนในอนาคต เพราะวันนี้เทคโนโลยีไปไกลมาก ความรู้เก่าเร็วขึ้น ซึ่งถ้าเราไม่พัฒนาคนไทย วันนี้ก็เกิดปัญหาเศรษฐกิจล้มละลาย

“การศึกษาในไทยต้องทำให้เกิดการเข้าถึงความปลอดภัย และความสุข ณ วันนี้ การศึกษาบ้านเรา ไม่มีความสุข และ ไม่เป็นปัจจุบัน” นายวราวิช กล่าว  

ขณะที่ ดร.คเณศ วังส์ไพจิตร หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ พรรคไทยก้าวใหม่ กล่าวถึงนโยบายเศรษฐกิจ โดยใช้หัวหอก 5 พลัส (5 Plus) ได้แก่ 

1.ยุทธศาสตร์การลงทุนระดับชาติ เช่น การจัดตั้ง “เอฟดีไอ ทีม ไทยแลนด์” (FDI Team Thailand) เพื่อปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจ, การตั้ง “เอไอ ดาต้า เซ็นเตอร์ ฮับ ออฟ อาเซียน” (AI Data Center Hub of Asean” เพื่อพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางเอไอ ดาต้า เซ็นเตอร์ และ เอสเอ็มอี สตาร์ท อัพ (SMEs Start up) แสนล้านบาท ปลดล็อกศักยภาพผู้ประกอบการไทย

2.กองทุนประชาชน 20,000 บาท เพื่อแก้ปัญหาประชาชนกว่า 10 ล้านคน ไม่สามารถเข้าถึงบริการสินเชื่อ และ ก่อให้เกิดหนี้นอกระบบมหาศาลถึง 2.2 ล้านล้านบาท 

3.นโยบายสู้หนี้ เราเคลียร์ให้ โดยเน้นช่วยเหลือการลดภาระหนี้ให้ประชาชนที่มีหนี้ไม่เกิน 200,000 บาท ซึ่งปัจจุบันมี 14-16 ล้านคน 

4.นโยบายผ่อนดี เราลดให้ ซึ่งพบว่ามีลูกหนี้มากกว่า 10 
ล้านบัญชีทั่วประเทศที่มีประวัติการผ่อนชำระที่ดี     

5.นโยบาย 70 ปี ยกหนี้ให้ โดยมีตัวเลขพบว่า ผู้สูงอายุเกิด 70 ปี ในประเทศไทย มีจำนวนถึง 6.2 ล้านคน และ มีผู้สูงอายุถึง 2.65 ล้านคนที่ยังมีภาระหนี้สิน

ส่วน นายณวัฒน์ บูรณะกนก ซึ่งดูแลด้านความมั่นคง พรรคไทยก้าวใหม่ กล่าวถึงนโยบายด้านความมั่นคงว่า ควรมีการแก้ไขเรื่องสวัสดิการและความมั่นคงของทหารก่อนเป็นอันดับแรก เพื่อทำให้บุคลากรของกองทัพมีความมั่นอย่างภาคภูมิใจให้ตนเองและครอบครัว  

“เดิมคัดเลือกทหาร 21 ปี เราจะขยายเป็น 24 ปี เพื่อให้เยาวชนได้เรียนเต็มที่ ซึ่งคุณสมบัติการเกณฑ์ทหารต้องมีการแก้ไข และ การเป็นพลอาสาสมัคร ต้องเปิดรับผู้หญิงได้ เพื่อส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างผู้ชายและผู้หญิง เราจะเพิ่มเงินเดือนจาก 11,000 บาท เป็น 14,000 บาท และ เข้าสู่สวัสดิการที่ดี ในการกู้เงินของสหกรณ์ได้ตั้งแต่ระดับพลทหาร รวมทั้งการทำสัญญา 4 ปี จากเดิม 1 ปี เพื่อสร้างแรงจูงใจในการเข้ามารับราชการทหาร และ เราจะให้พลทหารอาสาสมัครลาไปเรียนระหว่างวันรับราชการได้ เพื่อเปิดโอกาสให้คนไทยที่ถูกปิดกั้นในชีวิต” นายณวัฒน์ กล่าว

นายณวัฒน์ทิ้งท้ายว่า ปัญหาไทยและกัมพูชายังไม่จบ ทั้งที่ไทยมีกำลังพลมากกว่า มีงบประมาณมากกว่า แต่ทำไมเราถึงแก้ไขปัญหาไม่ได้ ซึ่งกองทัพกัมพูชามีกำลังพลไม่ถึง 200,000 นาย ขณะที่กองทัพไทยมีกำลังพลกว่า 400,000 นาย แต่บางคนกลับบอกว่ากำลังรบของทั้ง 2 ประเทศเท่ากัน มันจะเท่ากันได้อย่างไร เพราะฉะนั้นจึงเป็นโอกาสให้พรรคไทยก้าวใหม่ พัฒนากองทัพบก โดยยกเลิกการเกณฑ์ทหารสู่พลทหาร เพื่อก้าวสู่การเป็นสมาร์ท อาร์มมี่ (Smart Army) อย่างแท้จริง

ปัจจุบันพรรคไทยก้าวใหม่ให้ความสำคัญกับทั้ง 4 มิติ ตั้งแต่มิติพลังงานและนวัตกรรมใหม่ , การศึกษา, เศรษฐกิจ และ ความมั่นคง เพื่อผลักดันสู่การเป็นพรรคการเมืองที่มากด้วยความสามารถในการนำประเทศไทยฝ่ามรสุมในทุกๆด้าน นับเป็นการฉีกประวัติศาสตร์การเมืองครั้งสำคัญในสนามเลือกตั้งครั้งใหม่ที่กำลังจะมาถึง 

แฉ’เขมร’เล่นไม่ซื่อ! ทบ.พบบันทึกพิกัด-ทุ่นระเบิด-หัวลูกปืนใหญ่ รอกดปุ่ม-ทำลายล้างสูง

แฉ'เขมร'เล่นไม่ซื่อ! ทบ.พบบันทึกพิกัด-ทุ่นระเบิด-หัวลูกปืนใหญ่ รอกดปุ่ม-ทำลายล้างสูง

แฉ’เขมร’เล่นไม่ซื่อ! ทบ.พบบันทึกพิกัด-ทุ่นระเบิด-หัวลูกปืนใหญ่ รอกดปุ่ม-ทำลายล้างสูง

วันศุกร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 16.23 น.

ทบ.พบบันทึกพิกัด-ทุ่นระเบิดดักรถถังดัดแปลงสังหารบุคคล เช่นเดียวกับที่บ้านสามหลัง จ.ตราด ซ้ำมีหัวลูกปืนใหญ่ 105 มม.ดัดแปลงเป็นระเบิด รอกดปุ่มบึ้มทีเดียวพร้อมกัน ทำลายล้างสูง

เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568 ที่ศูนย์แถลงข่าวร่วม สถานการณ์ไทย-กัมพูชา ที่สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก พันเอก ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก ชี้แจงสถานการณ์ภาพรวมในพื้นที่ชายแดน ว่า จุดที่มีการปะทะหนักก็คือบริเวณพื้นที่ประสาทตาควาย อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ เนิน 350 ซึ่งฝ่ายไทยพยายามผลักดัน ต้านทานอย่างหนัก ส่วนร่างของทหารที่พลีชีพ 2 นาย พบแล้ว อยู่ระหว่างการนำร่างออกมา ในขณะที่กองทัพอากาศ ยังปฏิบัติการทางอากาศสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง

สำหรับพื้นที่ กองทัพภาคที่ 1 กองกำลังบูรพา ก็มีความพยายามช่วงชิงพื้นที่ที่กัมพูชารุกล้ำเข้ามา ทั้งบริเวณบ้านคลองแผง บ้านหนองแก้ว และบ้านหนองจาน

ส่วน UAV ที่ขาดการติดต่อไปเมื่อคืนนี้ ช่วง 20.00 น.คาดว่าน่าจะเสียการควบคุมและตก โดยกัมพูชามีการออกข่าวแล้ว โดย UAV ตัวนี้เป็นของ สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ กระทรวงกลาโหม ที่สนับสนุนกองทัพบกในการปฏิบัติทางอากาศ เป็น DP-20 อยู่ระหว่างการวิจัยและพัฒนา ปัจจุบันอยู่ในขั้นการทดลองใช้และนำมาปฏิบัติการ ซึ่งจุดที่สัญญาณขาดหาย คือทิศตะวันออกของปอยเปต ประมาณ 10 กิโลเมตร ส่วนรายละเอียดว่าถูกโจมตีหรือไม่ หรือมีเหตุขัดข้องใด ปัจจุบันยังอยู่ในขั้นตอนการพิสูจน์ทราบ

พันเอก ริชฌา กล่าวต่อว่า สำหรับพื้นที่ที่เราควบคุมได้แล้ว คือพื้นที่ ซำแต จ.ศรีสะเกษ ซึ่งตรวจพบทุ่นระเบิดดักรถถัง ดัดแปลงสังหารบุคคล ผิดต่ออนุสัญญาออตตาวา นอกจากนี้ ยังพบเอกสารจดบันทึกพิกัดที่มีการวางทุ่นระเบิดในพื้นที่ ซึ่งได้เข้าไปพิสูจน์ทราบแล้ว ขณะเดียวกัน ยังพบที่มั่นดัดแปลงแข็งแรงของทหารกัมพูชา ซึ่งเชื่อว่ามีตลอดแนว รวมถึงเนิน 350 ด้วย จึงเป็นความยากลำบากของทหารไทยในการรุกคืบเข้าไป

ด้าน นาวาเอก เกียรติยุทธ เทียนสุวรรณ รองโฆษกกองทัพเรือ กล่าวว่า ทางกองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) ได้เข้ายึดพื้นที่บ้านหนองรี และขับไล่ฝ่ายกัมพูชาออกไปแล้ว จากนั้นได้นำหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมของกองทัพเรือเข้าไป ได้ตรวจพบหลักฐานจำนวนมากที่แสดงให้เห็นว่า การปฎิบัติการทางทหารของกัมพูชาไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ หรืออยู่บนหลักการพื้นฐานด้านมนุษยธรรม และไม่ได้อยู่บนพื้นฐานใดๆ ของอนุสัญญาที่เกี่ยวกับการงดใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล

พร้อมกันนี้ ยังพบบันทึกที่เขียนด้วยลายมือ ลงวันที่ 7 ตุลาคม 2567 เกี่ยวกับวิธีการและคุณลักษณะของระเบิดสังหารบุคคล PMN-2 และ POMZ-2 และยังพบยุทโธปกรณ์ สรรพาวุธ อีกมากกว่า 340 รายการ นอกจากนี้ ยังมีการใช้หัวลูกปืนใหญ่ 105 มิลลิเมตร มาดัดแปลงเป็นระเบิด ที่มีตัวจุดชนวนเชื่อมต่อกันจากลูกระเบิดหลายลูกเข้าไปที่ปุ่มที่สามารถกดเพียงครั้งเดียว แล้วลูกระเบิดทั้งหมดระเบิดพร้อมกัน ซึ่งถ้าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นจริง จะก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรง ต่อกำลังทหารและพลเรือนไทย

ขณะเดียวกัน ยังค้นพบว่า กัมพูชามีการสร้างป้อมปราการในลักษณะของอุโมงค์ที่มีการสร้างอย่างปราณีต แข็งแรง ทำลายได้ยาก ถือเป็นอุปสรรคในการปฎิบัติการทางทหารที่ยากลำบากขึ้น แต่ทำให้เราได้รู้ว่าเราจะทำอย่างไรกับเป้าหมายเหล่านี้ให้ดีกว่าเดิม และรวดเร็วกว่าเดิม โดยหวังว่าท้ายที่สุดแล้วจะบรรลุวัตถุประสงค์ทางทหาร ในการสนับสนุนวัตถุประสงค์ทางด้านกาทูตและการเมืองของเรา

หน่วยงานรัฐภาคเอกชน-ประชาชน เข้ากราบสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

หน่วยงานรัฐภาคเอกชน-ประชาชน เข้ากราบสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

หน่วยงานรัฐภาคเอกชน-ประชาชน เข้ากราบสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

วันศุกร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.31 น.

หน่วยงานรัฐภาคเอกชน คณะบุคคล ประชาชน เข้ากราบสักการะพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง” อย่างพร้อมเพรียง

19 ธ.ค.2568 สำนักพระราชวังรับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-21.00 น.  โดยมีเจ้าหน้าที่สํานักพระราชวัง จิตอาสา 904 และเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆ ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ดูแลให้คำแนะนำและอำนวยความสะดวกแก่ผู้สูงอายุ ผู้พิการที่นั่งวิลแชร์ และประชาชนตลอดเส้นทาง เพื่อให้การเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพฯเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ และมีบริการน้ำดื่ม บริการ”ชัตเตอร์ บัส” รับ-ส่ง บริเวณทางออกหน้าประตูเทวาภิรมย์ไปยังท้องสนามหลวงเพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชน

โดยตลอดวันนี้ ได้มีประชาชนจากทั้งในกรุงเทพฯและหลายจังหวัดพร้อมใจแต่งกายด้วยชุดสุภาพสีดำไว้ทุกข์เดินทางผ่านจุดคัดกรองที่ท้องสนามหลวง และเข้าพักยังจุดพักคอยที่อุโมงค์ถนนหน้าพระลาน ผ่านประตูมณีนพรัตน์ เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง อย่างพร้อมเพรียง

นอกจากนี้ มีคณะบุคคลจากจังหวัด ลำพูน, จ.เลย, จ.ศรีสะเกษ รวมถึงคณะจากหน่วยงานต่างๆ เช่น เทศบาลตำบลพุดซา จ.นครราชสีมา คณะที่ 1-คณะที่ 13,  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 3 จ.สกลนคร, ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภออินทร์บุรี จ. สิงห์บุรี คณะที่ 1-คณะที่ 3, สถาบันพลังจิตตานุภาพ สาขา 160 คณะที่ 1-คณะที่ 5, บริษัทซาโนฟี่-อเวนติส (ประเทศไทย)จำกัด, คณะภคินี เซนต์ปอล เดอ ชาร์ตร แห่งประเทศไทย และโรงเรียนเซนต์โยเซฟ คอนแวนต์ เป็นต้น  เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ และวางพวงมาลาถวายราชสักการะ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ด้วยความอาลัยและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ที่ทรงพระราชทานความช่วยเหลือผ่านโครงการต่างๆเพื่อส่งเสริมให้พสกนิกรมีอาชีพมีรายได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
 

ทรัมป์สั่งระงับโครงการกรีนการ์ดล็อตโต้ หลังผู้ต้องสงสัยกราดยิง ม.บราวน์ ใช้เป็นช่องทางเข้าสหรัฐฯ

ทรัมป์สั่งระงับโครงการกรีนการ์ดล็อตโต้ หลังผู้ต้องสงสัยกราดยิง ม.บราวน์ ใช้เป็นช่องทางเข้าสหรัฐฯ

19 ธ.ค. 2568 15:16 น.

ทรัมป์สั่งระงับโครงการกรีนการ์ดล็อตโต้ หลังผู้ต้องสงสัยกราดยิง ม.บราวน์ ใช้เป็นช่องทางเข้าสหรัฐฯ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศระงับโครงการวีซ่าผู้อพยพแบบสุ่มเลือก (Diversity Immigrant Visa Program) หรือที่รู้จักกันในชื่อ “กรีนการ์ดล็อตเตอรี” อย่างเป็นทางการเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (18 ธ.ค.) หลังจากมีการเปิดเผยว่าผู้ต้องสงสัยก่อเหตุกราดยิงที่มหาวิทยาลัยบราวน์  และสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) เป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับกรีนการ์ดผ่านโครงการนี้

จากการสืบสวนพบว่า นายเคลาดิโอ เนเวส วาเลนเต ชาวโปรตุเกสวัย 48 ปี ผู้ต้องสงสัยที่เพิ่งถูกพบเป็นศพจากการยิงตัวตาย มีประวัติการเดินทางเข้าสหรัฐฯ หลายครั้ง โดยเมื่อปี 2000 เขาเข้าสหรัฐฯ มาด้วยวีซ่านักเรียนเพื่อศึกษาที่มหาวิทยาลัยบราวน์ ก่อนจะดรอปเรียนในปี 2001 ต่อมาในปี 2017 เขาได้รับวีซ่าผู้อพยพจากการสุ่มเลือก และได้รับสถานะผู้อยู่อาศัยถาวร ในเวลาต่อมา อย่างไรก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่าเขาพำนักอยู่ที่ใดในช่วงระหว่างปี 2001 ถึง 2017

นางคริสตี โนเอม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ระบุผ่านแพลตฟอร์ม X ว่าได้สั่งการให้หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองและสัญชาติสหรัฐฯ (USCIS) หยุดโครงการนี้ตามคำสั่งของทรัมป์ โดยให้ความเห็นว่า “บุคคลที่ก่อเหตุอำมหิตเช่นนี้ ไม่ควรได้รับอนุญาตให้ก้าวเท้าเข้าสู่ประเทศของเราตั้งแต่แรก”

โครงการนี้ถูกจัดตั้งขึ้นโดยสภาคองเกรส เพื่อมอบสิทธิ์การเป็นผู้อยู่อาศัยถาวรให้กับประชาชนจากประเทศที่มีอัตราการย้ายถิ่นฐานมายังสหรัฐฯ ต่ำ โดยมีการสุ่มเลือกประมาณ 50,000 รายต่อปี จากผู้สมัครทั่วโลกเกือบ 20 ล้านคน ซึ่งผู้ที่สุ่มได้จะต้องผ่านกระบวนการคัดกรองประวัติและสัมภาษณ์อย่างเข้มงวดเช่นเดียวกับวีซ่าประเภทอื่น

นักวิเคราะห์มองว่าความเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นอีกครั้งที่ฝ่ายบริหารของทรัมป์ใช้เหตุโศกนาฏกรรมมาเป็นแรงผลักดันนโยบายการย้ายถิ่นฐานที่เข้มงวด เช่นเดียวกับกรณีชายชาวอัฟกันก่อเหตุโจมตีกองกำลังรักษาดินแดนเมื่อเดือนพฤศจิกายน ซึ่งนำไปสู่การคุมเข้มการเข้าเมืองจากกลุ่มประเทศแถบอัฟกานิสถาน

แม้ทรัมป์จะพยายามจำกัดการเข้าเมืองที่ถูกกฎหมาย แต่อุปสรรคสำคัญคือโครงการลอตเตอรี่วีซ่าถูกบัญญัติไว้ในกฎหมาย ทำให้การสั่งระงับครั้งนี้มีแนวโน้มสูงที่จะถูกคัดค้านในชั้นศาล เช่นเดียวกับประเด็นการยกเลิกสิทธิการได้รับสัญชาติโดยกำเนิด ที่ศาลสูงสุดเพิ่งรับพิจารณาคำร้องของเขาไปเมื่อไม่นานมานี้

ทั้งนี้ มีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการกรีนการ์ดลอตเตอรี่ปี 2025 เกือบ 20 ล้านคน โดยมีผู้ได้รับการคัดเลือกมากกว่า 131,000 คน เมื่อรวมคู่สมรสของผู้ได้รับกรีนการ์ดด้วย หลังจากได้รับเลือกแล้ว พวกเขาจะต้องผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติเพื่อได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศสหรัฐอเมริกา ส่วนพลเมืองโปรตุเกสได้รับโควต้าเพียง 38 คนเท่านั้น.

ที่มา Associated Press

อียูตกลงปล่อยกู้ยูเครน 9 หมื่นล้านยูโร เลี่ยงใช้ทรัพย์สินรัสเซียที่ถูกอายัด

อียูตกลงปล่อยกู้ยูเครน 9 หมื่นล้านยูโร เลี่ยงใช้ทรัพย์สินรัสเซียที่ถูกอายัด

19 ธ.ค. 2568 13:02 น.

อียูตกลงปล่อยกู้ยูเครน 9 หมื่นล้านยูโร เลี่ยงใช้ทรัพย์สินรัสเซียที่ถูกอายัด

ผู้นำสหภาพยุโรป (อียู) ตกลงจัดสรรเงินกู้มูลค่า 90,000 ล้านยูโร (ประมาณ 3.3 ล้านล้านบาท) ให้ยูเครน โดยไม่ใช้ทรัพย์สินรัสเซียที่ถูกอายัดไว้ หลังการหารือยาวนานกว่า 1 วันที่การประชุมสุดยอดในกรุงบรัสเซลส์ ข้อตกลงดังกล่าวมีเป้าหมายรองรับความต้องการด้านการทหารและเศรษฐกิจของยูเครนในช่วงสองปีข้างหน้า

แม้ประธานาธิบดี โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน จะเรียกร้องให้อียูนำทรัพย์สินของรัสเซียที่ถูกอายัดไว้กว่า 2 แสนล้านยูโรมาใช้ แต่ข้อเสนอต้องตกไป เนื่องจากเบลเยียมซึ่งเป็นประเทศที่ถือครองทรัพย์สินเหล่านั้นส่วนใหญ่ ต้องการการรับประกันเรื่องการแบ่งเบาภาระความรับผิดชอบทางกฎหมายที่ชัดเจน ซึ่งประเทศสมาชิกอื่นๆ ยังไม่พร้อมทำตาม

สุดท้ายอียูจึงเลือกใช้วิธีการกู้ยืมเงินโดยใช้ “งบประมาณกลางของกลุ่ม” เป็นหลักประกันแทน เพื่อหลีกเลี่ยงความแตกแยกภายใน โดยนายอันโตนิโอ กอสตา ประธานสภายุโรป ระบุว่า “เราให้สัญญา และเราได้ทำตามสัญญานั้นแล้ว”

ประเด็นที่น่าสนใจคือความเห็นของประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศส ที่ระบุว่ามีความ “จำเป็น” ที่ยุโรปจะต้องกลับมาเริ่มเจรจากับประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน อีกครั้ง โดยเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งยุโรปและยูเครนในการหาแนวทางที่เหมาะสมเพื่อยุติความขัดแย้ง ซึ่งควรเริ่มดำเนินการในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ขณะที่ นายฟรีดริช เมิร์ซ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี มองว่าข้อตกลงเงินกู้ครั้งนี้เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนไปยังปูตินว่ายุโรปยังคงยืนหยัดเคียงข้างยูเครน

ความช่วยเหลือนี้เปรียบเสมือนท่อต่อลมหายใจ เนื่องจากยูเครนกำลังจะขาดแคลนงบประมาณในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า หากไม่ได้รับเงินสนับสนุนภายในฤดูใบไม้ผลินี้ ยูเครนอาจต้องลดกำลังการผลิตโดรนลง ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อแนวรบ โดยอียูคาดการณ์ว่ายูเครนต้องการเงินถึง 1.35 แสนล้านยูโรเพื่อให้รัฐบาลยังคงดำเนินงานต่อไปได้ในอีก 2 ปีข้างหน้า

ท่ามกลางการสนับสนุนจากยุโรป สหรัฐฯ ภายใต้การนำของโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังเร่งผลักดันแผนสันติภาพ โดยมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ และผู้แทนจากรัสเซีย เตรียมพบปะหารือกันที่เมืองไมอามีของสหรัฐฯ ในสุดสัปดาห์นี้ เพื่อหาทางออกในการยุติสงคราม

ในขณะเดียวกัน นายเซเลนสกีได้ส่งคณะผู้แทนไปเจรจาที่สหรัฐฯ ในวันศุกร์และเสาร์นี้ เพื่อขอรายละเอียดเกี่ยวกับ “หลักประกันความมั่นคง” ที่วอชิงตันจะมอบให้ เพื่อป้องกันไม่ให้รัสเซียกลับมารุกรานยูเครนได้อีกในอนาคต.

ที่มา BBC

ปิดฉากล่าตัวมือกราดยิง ม.บราวน์ พบกลายเป็นศพในห้องเก็บของ หลังหนีกบดานข้ามรัฐ

ปิดฉากล่าตัวมือกราดยิง ม.บราวน์ พบกลายเป็นศพในห้องเก็บของ หลังหนีกบดานข้ามรัฐ

19 ธ.ค. 2568 12:23 น.

ปิดฉากล่าตัวมือกราดยิง ม.บราวน์ พบกลายเป็นศพในห้องเก็บของ หลังหนีกบดานข้ามรัฐ

เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันการพบร่างของ นายเคลาดิโอ เนเวส วาเลนเต วัย 48 ปี ผู้ต้องสงสัยก่อเหตุกราดยิงสะเทือนขวัญที่มหาวิทยาลัยบราวน์  เสียชีวิตอยู่ภายในอาคารเช่าห้องเก็บของแห่งหนึ่งในเมืองเซเลม รัฐนิวแฮมป์เชียร์ ปิดฉากการหลบหนีนานเกือบสัปดาห์ 

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 13 ธันวาคมที่ผ่านมา เมื่อมือปืนบุกเข้าไปในอาคารวิศวกรรม Barus & Holley ของมหาวิทยาลัยบราวน์ ขณะที่นักศึกษากำลังสอบปลายภาค และเปิดฉากยิงใส่ฝูงชน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย คือ เอลลา คุก วัย 19 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 2 และ มูแฮมหมัด อาซิซ อูมูร์โซคอฟ วัย 18 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 1 ส่วนผู้บาดเจ็บ 9 ราย: โดย 6 รายยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล

จากการสืบสวนพบว่า นายวาเลนเตเป็นชาวโปรตุเกส และเคยเป็นนักศึกษาปริญญาเอกสาขาฟิสิกส์ที่มหาลัยบราวน์ในช่วงปี 2000-2001 แต่ปัจจุบันไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับมหาวิทยาลัย

เจ้าหน้าที่ยังเชื่อว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับการสังหาร ศ.นูโน เอฟ โกเมซ ลูเรโร อาจารย์ประจำสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) วัย 47 ปี ที่บ้านพักในเมืองบรู๊คไลน์ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยพบว่าทั้งคู่เคยเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยเดียวกันในโปรตุเกสช่วงปลายทศวรรษ 1990 ซึ่งอาจเป็นชนวนเหตุของความแค้นในอดีต

ตำรวจแกะรอยนายวาเลนเตจากภาพวงจรปิดและข้อมูลการเช่ารถ จนพบรถต้องสงสัยจอดอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุทั้งที่มหาลัยบราวน์และบ้านของอาจารย์ MIT เจ้าหน้าที่ FBI ระบุว่าผู้ต้องสงสัยมีความเชี่ยวชาญในการอำพรางร่องรอย และใช้โทรศัพท์ที่ยากต่อการติดตาม

สุดท้ายเจ้าหน้าที่พบร่างของเขาเสียชีวิตจากการ “ยิงตัวตาย” โดยข้างกายพบกระเป๋าสะพายและอาวุธปืน 2 กระบอก รวมถึงหลักฐานสำคัญภายในรถที่เชื่อมโยงเขาเข้ากับที่เกิดเหตุทุกแห่ง

แม้ตัวผู้ก่อเหตุจะเสียชีวิตไปแล้ว แต่อัยการรัฐและ FBI ยืนยันว่าการสืบสวนจะยังคงดำเนินต่อไป เนื่องจากยังมีประเด็นเรื่องแรงจูงใจที่แท้จริงในการก่อเหตุที่ยังไม่แน่ชัด โดย FBI ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 500 นายเพื่อตรวจสอบความเชื่อมโยงและสาเหตุของโศกนาฏกรรมครั้งนี้ให้กระจ่างที่สุด.

ที่มา BBC