ครม.เคาะแล้ว 8 ก.พ. 69 เลือกตั้งพ่วงประชามติ สมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่

ครม.เคาะแล้ว 8 ก.พ. 69 เลือกตั้งพ่วงประชามติ สมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่

ครม.เคาะแล้ว 8 ก.พ. 69 เลือกตั้งพ่วงประชามติ สมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่

วันพฤหัสบดี ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.51 น.

ครม. เลือกคำถามประชามติ “สมควรมีรัฐธรรมนูญใหม่หรือไม่”ส่ง กกต. เดินหน้าลงประชามติพร้อมเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569

วันที่ 18 ธันวาคม 2568 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบกรอบการดำเนินการจัดให้มีการออกเสียงประชามติครั้งที่หนึ่ง เพื่อขอความเห็นชอบจากประชาชนต่อการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

คณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้กำหนดวันออกเสียงประชามติเป็นวันเดียวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป คือวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อใช้ทรัพยากรของรัฐอย่างคุ้มค่า ลดภาระงบประมาณ อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการใช้สิทธิในคราวเดียว และช่วยลดภาระด้านการจัดการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

สำหรับประเด็นคำถามในการออกเสียงประชามติ คณะรัฐมนตรีมีมติเลือกใช้คำถามที่คณะรัฐมนตรีกำหนด ซึ่งเป็นไปตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 และสอดคล้องกับมาตรา 9 วรรคสอง (2) แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564 โดยกำหนดคำถามว่า

“ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่”


ทั้งนี้ เพื่อให้การจัดทำข้อมูลประกอบการออกเสียงประชามติเป็นไปอย่างถูกต้อง ชัดเจน และสอดคล้องกับบริบทของคำถามที่ใช้ คณะรัฐมนตรีได้มอบหมายให้สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีปรับปรุงและจัดทำข้อมูลประกอบการออกเสียงประชามติ ก่อนส่งให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งดำเนินการเผยแพร่แก่ประชาชนตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ขอเชิญชวนประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมใช้สิทธิออกเสียงประชามติควบคู่กับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวันเดียวกัน เพื่อร่วมกำหนดทิศทางอนาคตทางการเมืองของประเทศอย่างพร้อมเพรียง

อนุทิน ยังอุบแคนดิเดตนายกฯ ภูมิใจไทย บอกคุยอยู่ รับไม่มีเซอร์ไพรส์

อนุทิน ยังอุบแคนดิเดตนายกฯ ภูมิใจไทย บอกคุยอยู่ รับไม่มีเซอร์ไพรส์

อนุทิน ยังอุบแคนดิเดตนายกฯ ภูมิใจไทย บอกคุยอยู่ รับไม่มีเซอร์ไพรส์

วันพฤหัสบดี ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.33 น.

“อนุทิน” ยังอุบชื่อแคนดิเดตนายกฯ ภท.บอกคุยอยู่ แต่ไม่มี เซอร์ไพรส์ ลั่นพรรคมีวิธีบริหารจัดการ ชู”เอกนิติ” หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ 

วันที่ 18 ธันวาคม 2568 เวลา 11.42 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงลำดับ สส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย ว่า ลำดับที่ 1 หัวหน้าพรรค ลำดับที่ 2 คือเลขาธิการพรรค เป็นกติกาสากล

เมื่อถามว่าพรรคภูมิใจไทยยืนยันจะส่งแคนดิเดตนายกฯครบ 3 คนใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ก็พยายามจะให้ครบ 3 คน ส่วนจะเปิดตัวได้เมื่อไหร่นั้น สื่อก็ถามจนคนเขากลัวไปหมดแล้ว 

เมื่อถามว่าอีก 2 รายชื่อทั้ง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรมว.คลัง และ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ผวาไปแล้วใช่หรือไม่ นายอนุทินตอบติดตลกว่า “ตอนนี้ผมก็ผวา” ก็ไม่เป็นไร อย่างไรเราก็ต้องมีคนมาทำหน้าที่ อย่างไรหัวหน้าพรรคก็เป็นแคนดิเดตนายกฯคนหนึ่งอยู่แล้ว อีกสองคนเรากำลังคุย ส่วนจะมีเซอร์ไพรส์ชื่ออื่นหรือไม่นั้น ไม่น่าจะมีแล้ว 
เมื่อถามว่าจะมีการเปลี่ยนตัวแคนดิเดตนายกฯกลางคันใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ยังไม่ได้ประกาศเลยจะไปเปลี่ยนตัวตรงไหน ส่วนรายชื่อที่ออกมาผู้สื่อข่าวไปเอาจากใครก็ไม่รู้ 

เมื่อถามย้ำว่าเอาให้ชัดเจนได้หรือไม่ว่าจะประกาศเมื่อไหร่ นายอนุทิน กล่าวว่า “อนุทิน ไง ชื่อนี้ชัดที่สุด” อย่างไรก็ตามพรรคภูมิใจไทยมีวิธีบริหารจัดการให้ทุกอย่างออกมาเรียบร้อย ไม่ได้มีกฎเกณฑ์อะไรที่บอกว่าต้องส่งกี่คน ขอให้มีแคนดิเดตนายกฯเป็นที่ชัดเจนเราก็เดินหน้าสู่การเลือกตั้ง มันมีหลายองค์ประกอบ รวมถึงผู้สมัคร สส. ทั้งเขตและบัญชีรายชื่อ ไม่ใช่แค่แคนดิเดตนายกฯอย่างเดียว 

เมื่อถามว่า การที่บ้านใหญ่เข้าภูมิใจไทยจำนวนมาก จะไม่มีปัญหาทับพื้นที่กันใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่เคยมี ไม่ใช่เรื่องที่พรรคต้องบริหารจัดการอะไร ทุกอย่างที่เข้ามาก็มีการพูดคุยและดูความแข็งแรงของนโยบายพรรครวมถึงผู้สมัครในพื้นที่ถ้ารวมกันแล้วเป็นพลังบวกขึ้นมาเราก็ไปตามนั้น
 เมื่อถามว่าการเป็นพรรคที่ใหญ่ขึ้นการต่อรองก็จะสูงขึ้นจะคุมพรรคให้เป็นเอกภาพอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า ตนไม่ใช้คำว่าต่อรองภายในพรรค ไม่เคยต่อรองตั้งแต่จำความได้ไม่เคยมีใครต่อรอง 

เมื่อถามว่าหากรวมตัวเลขบ้านใหญ่ประเมินจะได้สส.จำนวนเท่าไหร่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนมักจะไม่พูดอะไรต้องให้ประชาชนเป็นคนตัดสิน ถ้าไปพูดก่อนก็เท่ากับไม่เคารพเสียงประชาชน 

เมื่อถามว่าการที่เลือกตัวเด่นๆเข้าพรรคจะถูกใจประชาชนหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวตัดบทว่า ”have a good afternoon“ 

เมื่อถามว่าหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทยคือนายเอกนิติ ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่าหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของพรรคต้องเป็นนายเอกนิติอยู่แล้ว 

ทูตอินโดฯ อำลา นายกฯอนุทิน ย้ำ75ปีมิตรภาพ2ประเทศ ผนึกกำลังสู้แก๊งสแกมเมอร์

ทูตอินโดฯ อำลา นายกฯอนุทิน ย้ำ75ปีมิตรภาพ2ประเทศ ผนึกกำลังสู้แก๊งสแกมเมอร์

ทูตอินโดฯ อำลา นายกฯอนุทิน ย้ำ75ปีมิตรภาพ2ประเทศ ผนึกกำลังสู้แก๊งสแกมเมอร์

วันพฤหัสบดี ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.26 น.

18 ธันวาคม 2568 นายรัคมัต บูดีมัน  (H.E. Mr.Rachmat Budiman) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินโดนีเซียประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่ออำลาในโอกาสพ้นจากหน้าที่ โดยภายหลังเสร็จสิ้น นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยสาระสำคัญของการหารือ ดังนี้

นายกรัฐมนตรีกล่าวต้อนรับและยินดีที่ได้พบกับเอกอัครราชทูตอินโดนีเซียฯ อีกครั้ง พร้อมชื่นชมความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับอินโดนีเซียที่มีความใกล้ชิดมาอย่างยาวนาน ซึ่งในปีนี้เป็นปีครบรอบ 75 ปี ของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน 

ทั้งนี้ไทยและอินโดนีเซียมีการแลกเปลี่ยนการเยือนระหว่างกันอย่างสม่ำเสมอในทุกระดับ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้มีโอกาสพบกับนายปราโบโว ซูบียันโต ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ในโอกาสเยือนไทยอย่างเป็นทางการ เมื่อช่วงเดือนพฤษภาคม และในห้วงการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 47 และการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้อง เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้พูดคุยเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างกันอย่างต่อเนื่อง

ด้านเอกอัครราชทูตอินโดนีเซียฯ ขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่สละเวลาให้เข้าเยี่ยมคารวะในวันนี้ พร้อมยินดีต่อความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับอินโดนีเซียที่ดำเนินมาอย่างราบรื่น ตลอดระยะเวลา 75 ปี ของความสัมพันธ์ โอกาสนี้ เอกอัครราชทูตอินโดนีเซียฯ ชื่นชมการดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติของไทย พร้อมทั้งขอบคุณรัฐบาลไทยที่ให้ความช่วยเหลือการส่งกลับชาวอินโดนีเซียที่เป็นเหยื่ออาชญากรรมข้ามชาติในเมียวดี ประเทศเมียนมากลับประเทศ

โอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือเพื่อติดตามความคืบหน้าในประเด็นสำคัญต่าง ๆ ร่วมกัน ดังนี้
ด้านความมั่นคง นายกรัฐมนตรีขอบคุณอินโดนีเซียที่เข้าร่วมการประชุมระหว่างประเทศว่าด้วยหุ้นส่วนระดับโลกเพื่อต่อต้านอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต เมื่อวานนี้ ซึ่งไทยเป็นผู้ริเริ่มและเป็นเจ้าภาพจัดขึ้น พร้อมเน้นย้ำว่า รัฐบาลให้ความสำคัญต่อการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการปราบปรามศูนย์สแกมเมอร์ รวมถึงได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือเหยื่อจากศูนย์สแกมเมอร์ ซึ่งล่าสุดได้ให้ความช่วยเหลือชาวอินเดียที่เป็นเหยื่อศูนย์สแกมเมอร์ในเมียนมาให้ได้เดินทางกลับประเทศอย่างปลอดภัย ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายพร้อมเพิ่มพูนความร่วมมือระหว่างกันเพื่อปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ

ด้านความร่วมมือในการต่อต้านการลักลอบค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของไทยพร้อมส่งลิงอุรังอุตัง จำนวน 4 ตัว ซึ่งไทยตรวจยึดและจับกุมได้ กลับไปยังอินโดนีเซียในเดือนนี้ ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพ โดยทั้งสองฝ่ายยืนยันความพร้อมในการทำงานด้านการอนุรักษ์สัตว์ป่าร่วมกันอย่างใกล้ชิดต่อไป

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อประเด็นสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำว่า ไทยปฏิบัติตามข้อตกลงในปฏิญญาร่วม (Joint Declaration) มาโดยตลอด โดยสถานการณ์ที่เกิดขึ้น กัมพูชาเป็นฝ่ายละเมิดข้อตกลงก่อน ทำให้ฝ่ายไทยบาดเจ็บและเสียชีวิต รวมถึงขณะนี้ประชาชนจำนวนมากต้องอพยพออกจากพื้นที่ ด้านเอกอัครราชทูตอินโดนีเซียฯ แสดงความห่วงกังวลต่อสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น และหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะหาทางออกร่วมกันได้ในที่สุด

พปชร.เปิดตัว 3 ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กาฬสินธุ์ 3 พี่น้องเฮงไพบูลย์ สู้ศึกเลือกตั้งปี 2569

พปชร.เปิดตัว 3 ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กาฬสินธุ์ 3 พี่น้องเฮงไพบูลย์ สู้ศึกเลือกตั้งปี 2569

พปชร.เปิดตัว 3 ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กาฬสินธุ์ 3 พี่น้องเฮงไพบูลย์ สู้ศึกเลือกตั้งปี 2569

วันพฤหัสบดี ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.25 น.

พปชร.เปิดตัว 3 ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กาฬสินธุ์ “3 พี่น้องเฮงไพบูลย์” สู้ศึกเลือกตั้งปี 2569พร้อมเผยเหตุผลตัดสินใจร่วมงานพรรค ขณะสามี “ต่าย สายธาร นิยมการณ์” สมัครว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ปทุมธานี

วันที่ 18 ธันวาคม 2568 ที่ทำการพรรคพลังประชารัฐ เวลา 10.55 น. พลเอกธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา เป็นประธานเปิดตัว 3 ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกาฬสินธุ์ เขต 4 ของพรรคพลังประชารัฐ ได้แก่ น.ส.ประภา เฮงไพบูลย์ พร้อมด้วย นายศุภสิทธิ์ เฮงไพบูลย์ และนายปภัทร เฮงไพบูลย์

โดยมีนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรค และพลเอกศศิโยธิน พัฒนวงศ์ นายทะเบียนพรรค ร่วมพิธีเปิดตัวอย่างพร้อมเพรียง

สำหรับว่าที่ผู้สมัครทั้ง 3 ราย เป็นที่รู้จักในนาม “3 พี่น้องเฮงไพบูลย์” โดยน.ส.ประภา เฮงไพบูลย์ เจ้าของฉายา “ล้มช้าง” จากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ซึ่งสามารถเอาชนะคู่แข่งที่เป็นอดีต ส.ส.มาแล้วถึง 5 สมัยในพื้นที่ได้สำเร็จ

ทั้งนี้ พลเอกธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ได้เป็นผู้สวมเสื้อพรรคพลังประชารัฐให้แก่ครอบครัวเฮงไพบูลย์ พร้อมแสดงความยินดีและต้อนรับเข้าสู่พรรคพลังประชารัฐอย่างอบอุ่น

ขณะเดียวกัน นายผดุง หนองพงศ์ อดีตบรรณาธิการข่าวและผู้สื่อข่าว ซึ่งเป็นสามีของคุณต่าย สายธาร นิยมการณ์ อดีตนักแสดงชื่อดัง ได้เดินทางมาสมัครเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดปทุมธานี ในนามพรรคพลังประชารัฐ โดยพลเอกธรรมรักษ์ได้สวมเสื้อพรรคให้แก่ผู้สมัครรายดังกล่าว ท่ามกลางบรรยากาศเป็นกันเอง

นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล กล่าวว่า วันนี้ถือเป็นวันสำคัญของพรรคพลังประชารัฐ เนื่องจากได้บุคลากรที่มีประสบการณ์และศักยภาพสูงเข้ามาร่วมงาน เพื่อร่วมกันพัฒนาการเมืองของประเทศ และตอกย้ำแนวทางนโยบายของพรรคที่มุ่งเน้นการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ในฐานะตัวแทนพรรค ขอทำหน้าที่แทนหัวหน้าพรรค พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ในการต้อนรับว่าที่ผู้สมัครทุกคน ซึ่งล้วนเป็นผู้สมัครที่มีคุณภาพ และขอยืนยันต่อพี่น้องประชาชนว่า พรรคพลังประชารัฐจะเดินหน้าทำงานต่อไป เพื่อเป็นความหวังของประชาชนส่วนใหญ่อย่างแท้จริง

ด้านน.ส.ประภา เฮงไพบูลย์ กล่าวถึงเหตุผลที่ตัดสินใจสมัครเข้าร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐว่า ตั้งแต่สมัยเรียนระดับปริญญาตรี ได้เห็นผลงานของพรรคในด้านการแก้ไขปัญหายาเสพติด รวมถึงนโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ทำให้รู้สึกประทับใจ และตัดสินใจเข้ามาร่วมงานกับพรรคในครั้งนี้

‘นฤมล’บอกไม่ซีเรียส ไม่มีชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯ

'นฤมล'บอกไม่ซีเรียส ไม่มีชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯ

‘นฤมล’บอกไม่ซีเรียส ไม่มีชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.20 น.

‘นฤมล‘บอก ไม่ซีเรียสหัวหน้าพรรค’กล้าธรรม‘ไม่ได้เป็นแคนดิเดตนายกฯ ย้ำ ไม่มีรายชื่อคนนอกมีชื่อ ‘ธรรมนัส’ โวพรรคไม่มีนโยบายขายฝันทำมากกว่าพูด

วันที่ 18 ธันวาคม 2568 เวลา 10.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์  รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าพรรคกล้าธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนในการพิจารณาเลือกแคนดิเดต นายกรัฐมนตรีของพรรคว่า ขณะนี้ยังไม่ได้มีการประชุม เนื่องจากต้องเป็นมติของกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้พูดคุยกัน แต่สมาชิกพรรค และกก.บห.พรรคคิดว่าควรจะเป็น ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม เป็น 1 ในแคนดิเดตนายกฯของพรรคอย่างแน่นอน เพียงแต่ยังไม่ได้มีการพูดคุยกันอย่างเป็นทางการ เนื่องจากขณะนี้กำลังเตรียมการเพื่อไปสมัครรับเลือกตั้งสส.ในวันที่ 27 ธ.ค.นี้ โดยก่อนหน้าหน้านั้นในวันที่ 25 ธ.ค. จะมีการเปิดตัวผู้สมัครสส. ทั้งหมดของพรรค และประกาศนโยบายพรรคด้วย ที่ไบเทคบางนา ซึ่งวันนั้นก็คงจะได้เห็นว่ามีใครบ้าง อย่างไรก็ตาม เราไม่ได้ซีเรียสว่าต้องมีแคนดิเดตนายกฯ 3 คน เหมือนกับทุกพรรค ก็ต้องพูดคุยกันในกก.บห.และฟังเสียงสมาชิกว่าเป็นอย่างไร ซึ่งในส่วนของผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อยังไม่ได้เรียงลำดับ รอขั้นตอนกก.บห.

เมื่อถามว่าในฐานะหัวหน้าพรรคควรจะมีชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯด้วยหรือไม่ นางนฤมล กล่าวว่า ไม่ซีเรียส พรรคเราไม่ได้ซีเรียสอะไรขนาดนั้นอยู่ที่ความเหมาะสม อย่างครั้งที่แล้วตนอยู่พรรคเดิมก็ไม่ได้ลงสส.บัญชีรายชื่อ เราก็ทำงานได้ แต่รอบนี้จะลงสส.บัญชีรายชื่อหรือไม่เดี๋ยวก็ต้องคุยกันภายในพรรค

เมื่อถามต่อว่าแคนดิเดตนายกฯของพรรคกล้าทำอาจมีชื่อนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และน.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพประธานยุทธศาสตร์พรรคกล้าทำ นางนฤมล กล่าวว่า ไม่มี ยังไม่ได้คุยอะไรกันเลย คงไม่ไปถึงขนาดนั้น

เมื่อถามย้ำว่ามีคนนอกหรือไม่ นางนฤมล กล่าวว่า ไม่มี อย่างที่บอกยังไม่ได้คุยกัน มีเพียงรายชื่อของร.อ.ธรรมนัส 

เมื่อถามอีกว่าเมื่อมีชื่อร.อ.ธรรมนัส เป็นแคนดิเดตนายกฯจะเป็นผลบวกหรือลบกับพรรคมากกว่ากันนางนฤมล กล่าวว่า ตรงนี้เป็นจุดที่พรรคเราใช้ในการหาเสียง โดยคาแลคเตอร์ของร.อ.ธรรมนัส เป็นคนที่ทำอะไรทำจริง ไม่ใช่แค่คิดที่จะทำแต่กล้าที่จะทำ พรรคกล้าธรรมรวมเอากลุ่มคนที่มีคาแรคเตอร์ที่ร.อ.ธรรมนัสชอบบอกว่า คนเคมีตรงกันมาอยู่ด้วยกัน เราเป็นพวกที่กล้าทำ และจะทำจริงๆ ซึ่งส่วนใหญ่เราทำมากกว่าพูด มีอะไรที่ช่วยชาวบ้านได้เราก็จะทำ

“พรรคเราจะไม่ทำนโยบายขายฝัน เราจะไม่มีป้ายหาเสียงเหมือนป้ายราคา 1 หมื่นบาท 3 พันบาท หรือกี่บาทอะไรอย่างนี้ เราจะเอาแต่เรื่องที่สามารถทำได้จริงๆ พรรคกล้าธรรมต้องทำได้จริงๆเท่านั้นคือสิ่งที่เราจะประกาศ”นางนฤมล กล่าว

เมื่อถามต่อว่าก่อนหน้านี้ร.อ.ธรรมนัส ตกเป็นเป้าถูกโจมตีอย่างมาก  นางนฤมล กล่าวว่า นั่นแหละคือกระแสของเรา เพราะเรากล้าธรรมนี่แหละ พอเรามีแสงเยอะก็ต้องถูกโจมตีเป็นปกติ 

เมื่อถามอีกว่าได้มีการประเมินเก้าอี้ส.ส. ในการเลือกตั้งไว้หรือไม่ว่าจะได้เท่าไหร่ นางนฤมล กล่าวว่า ทำให้ดีที่สุด

เมื่อถามย้ำว่าสโลแกนของพรรคทำอย่างเดียวไม่พูดมากใช่หรือไม่ นางนฤมล กล่าวว่า ไม่พูดมาก มีอะไรทำได้ก็ต้องรีบทำให้ประชาชน อย่างที่เห็นมีความเดือดร้อนที่ไหนพรรคเราไปก่อน และไม่ได้ทำแบบหวังว่าจะได้คะแนน แค่รู้สึกว่ามันเป็นความรับผิดชอบของพรรคการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามีตำแหน่งที่สามารถเข้าไปช่วยได้เราก็ลงไปทุกพื้นที่ 

เมื่อถามอีกว่าพรรคกล้าธรรม จะแข่งขันเต็มที่ไม่หลีกทางให้พรรคใดหรือไม่ นางนฤมล กล่าวว่า ไม่มีเราทำให้ดีที่สุด

ชาวเน็ตแห่ขุดภาพ! น้องสาว ยศชชนัน แต่งงานเขยเขมร คนสนิท ฮุนเซน

ชาวเน็ตแห่ขุดภาพ! น้องสาว ยศชชนัน แต่งงานเขยเขมร คนสนิท ฮุนเซน

ชาวเน็ตแห่ขุดภาพ! น้องสาว ยศชชนัน แต่งงานเขยเขมร คนสนิท ฮุนเซน

วันพฤหัสบดี ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.16 น.

วันนี้ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2568 หลังจากที่พรรคเพื่อไทยเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 3 คน ประกอบด้วยศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ , นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์​และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ออกมา ไม่นานนักชาวโซเชียลบนโลกออนไลน์ ต่างก็ขุดภาพพิธีมงคลสมรส ระหว่าง น.ส.ชยาภา วงศ์สวัสดิ์ หรือ เชอรี่ บุตรสาวคนเล็กของนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย และ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ กับ นายนัม ลินัล เจ้าหน้าที่ประจำสำนักงานคณะรัฐมนตรีกัมพูชา บุตรชายของมาดามอ้วน วันลี กับ นายเลียง นัม ส.ส.จังหวัดเสียมราฐ นักการเมืองคนใกล้ชิดสมเด็จฮุนเซน ประธานวุฒิสภา และอดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์กันยกใหญ่ถึงการแต่งงานกันในครั้งนั้น

โดยนอกจากภาพในงานฉลองสมรสเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2556 แล้ว ยังมีภาพครอบครัวของทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งมีดร.ยศชนัน ซึ่งเป็นพี่ชายของ น.ส.ชยาภา ร่วมถ่ายภาพด้วย

อย่างไรก็ตามาขณะนี้ น.ส.ชยาภา ได้หย่ากับนายนัม ลินัล ไปแล้ว

ฉลองสมรส
ฉลองสมรส

อนุทิน เผย ยึดคำถามประชามติของ ครม. ให้กกต.ใช้ เล็งหาเสียงยกเลิกเอ็มโอยู 43-44

อนุทิน เผย ยึดคำถามประชามติของ ครม. ให้กกต.ใช้ เล็งหาเสียงยกเลิกเอ็มโอยู 43-44

อนุทิน เผย ยึดคำถามประชามติของ ครม. ให้กกต.ใช้ เล็งหาเสียงยกเลิกเอ็มโอยู 43-44

วันพฤหัสบดี ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.10 น.

”อนุทิน“ เผย ยึดคำถามประชามติของ ครม.ให้กกต.ใช้  เล็งหาเสียงยกเลิกเอ็มโอยู 43-44 

วันที่ 18 ธันวาคม 2568 เวลา 10.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษ เพื่อพิจารณาคำถามประชามติ ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตีกลับให้คณะรัฐมนตรีเลือกเพียงคำถามเดียว 

จากนั้นเวลา 11.42 น. ภายหลังการประชุม นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้เสนอคำถามประชามติของคณะรัฐมนตรี โดยจะส่งกลับไปยังกกต. เพื่อให้เป็นไปตามขั้นตอนอย่างถูกต้องไม่ให้มีการถูกตีความในภายหลัง ส่วนที่ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ ออกมาบอกว่าหากที่ประชุมรัฐสภา เลือกคำถามของพรรคภูมิใจไทยก็จบตั้งแต่แรกนั้น คำถามก็คล้ายๆกันเพียงแต่ทำอย่างไรให้ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ หากไม่ถูกต้องจะต้องมาตีความเมื่อประชาชนลงประชามติไปแล้วเดี๋ยวจะต้องมาลงประชามติใหม่มันก็ไม่ใช่ที่ เรามีเวลาเพียงพอที่จะดำเนินการให้ถูกต้อง มีการรับรองของทุกฝ่าย

 เมื่อถามว่า กรณีคำถามประชามติให้ยกเลิก เอ็มโอยู 43 และ 44 พรรคภูมิใจไทยจะนำมาเป็นนโยบายหาเสียงหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่าก็เป็นไปได้ ทางพรรคมีความชัดเจนในเรื่องนี้ 

เมื่อถามว่าการทำประชามติพร้อมกันกับวันเลือกตั้ง 8 ก.พ. 69ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตรงนี้อยู่ที่ กกต. แต่ถ้าในส่วนของคณะรัฐมนตรีก็อยากให้ทำในวันเดียวกัน เพราะมีเหตุผลเรื่องความสะดวกและการใช้งบประมาณ หากระยะเวลาห่างกันแค่สัปดาห์เดียวจากที่ตนฟังมาใช้งบประมาณ 4,000 ล้านบาทก็เป็นการเสียงบประมาณโดยใช่เหตุ 

ธีระชัย รับ เป็นแคนดิเดต นายกฯ พลังประชารัฐ ส่วนอีก 2 คนรอเปิดทางการ

ธีระชัย รับ เป็นแคนดิเดต นายกฯ พลังประชารัฐ ส่วนอีก 2 คนรอเปิดทางการ

ธีระชัย รับ เป็นแคนดิเดต นายกฯ พลังประชารัฐ ส่วนอีก 2 คนรอเปิดทางการ

วันพฤหัสบดี ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 12.20 น.

“ธีระชัย” รับ เป็นแคนดิเดต นายกฯ “พลังประชารัฐ” ส่วนอีก 2 คนรอเปิดทางการ บอก พร้อมเลือกตั้งมานานแล้ว เตรียมนโยบายเรือธงไว้เพียบ

วันที่ 18 ธันวาคม 2568 เวลา 11.05 น. ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รองหัวหน้าพรรค พปชร. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีชื่อเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค พปชร. ว่า ยอมรับว่าตนเป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกฯของพรรค พปชร. ส่วนที่เหลือรอให้มีการประกาศอย่างเป็นทางการ ส่วนใครอยู่ลำดับไหนนั้น ตนคิดว่าไม่สำคัญ เพราะคนที่เป็นแคนดิเดตนายกฯ ไม่ว่าจะออกมา 2 หรือ 3 ชื่อ ถือว่ามีความสำคัญเท่ากันหมด คนที่จะเป็นแคนดิเดตนายกฯ สำหรับพรรคการเมือง เป็นคนที่จะสร้างความเข้าใจ ความหวังให้กับประชาชนว่าแนวทางในการบริหารพรรคการเมืองหรือที่จะเสนอวิธีบริหารประเทศจะทำให้ประชาชนอยู่รอด อยู่ดีกินดีได้จริงหรือไม่ อย่างไร ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะเปิดเป็นทางการวันไหน

ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคมีความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้แล้วใช่หรือไม่ นายธีระชัย กล่าวว่า พรรคได้เตรียมการเข้าสู่การเลือกตั้งครั้งนี้มาเป็นเวลานานแล้ว และมีความพร้อมอยู่ตลอด เพราะเราคิดอยู่แล้วว่าจะมีการยุบสภาเร็วกว่าที่คาดไว้ 

นายธีระชัย กล่าวว่า นอกจากนี้ สิ่งที่เราได้ดำเนินการแล้วคือการดำเนินนโยบาย ซึ่งนโยบายที่เรากำลังเตรียมนำเสนอประชาชนจะเป็นนโยบายที่ตนคิดว่าแตกต่าง โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ ตนเชื่อว่าจะเป็นความหวังให้กับประชาชนได้พอสมควร ทั้งนี้ ถ้าดูจากกำหนดวันเลือกตั้ง 8 ก.พ.69 มีเวลาเพียงเดือนครึ่ง ซึ่งในระหว่างนี้การแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา น่าจะมีความคืบหน้าหลายเรื่อง ความกังวลของประชาชนในเรื่องนี้น่าจะมีคลายใจลงไปได้พอสมควร แต่ปัญหาใหญ่ที่กำลังคืบคลานเข้ามา และประชาชนจะมีความกังวลมากคือ ปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ ปากท้อง เพราะภาวะของเศรษฐกิจโลก ปีหน้าทั้งปี ตนมั่นใจว่ามีปัญหาแน่นอน เศรษฐกิจโลกจะขยายตัวต่ำกว่าที่คาดไว้ การปรับนโยบายการเงินและการขึ้นดอกเบี้ยของญี่ปุ่น ซึ่งสวนทางกับสหรัฐอเมริกา จะเสี่ยงที่จะทำให้เกิดฟองสบู่แตกในตลาดทุนของประเทศตะวันตก ถ้าเกิดขึ้นเมื่อไหร่ผลกระทบจะกระจายไปทั่วโลก 

นายธีระชัย กล่าวว่า สำหรับประเทศไทยปัญหาคือในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา หลายรัฐบาลเน้นการกู้หนี้สาธารณะเพิ่ม แล้วนำมาแจกประชาชน เป็นการแจกเพื่อกิน เพื่อใช้ประจำวัน ซึ่งการแจกแบบนี้มันไม่ต่างจากครอบครัวที่พ่อใจดีรูดการ์ดแล้วเอามาให้ลูกๆ กินหรูอยู่สบาย แต่ไม่ไปเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของลูก ทำให้ไม่สามารถแข่งขันกับประเทศอื่นได้ ซึ่งมันจะเป็นปัญหาใหญ่ ตอนนี้หนี้สาธารณะเราอยู่ในระดับสูง ถ้าเรายังทำแบบนี้อยู่คือกู้หนี้มาแล้วเอามาแจก มันจะเป็นอันตราย อย่างเช่น คนละครึ่ง หากแจกคนเปราะบาง ก็จะเป็นลักษณะของรัฐสวัสดิการ แต่ถ้านำไปแจกคนที่ช่วยตัวเองได้ โดยที่กู้หนี้สาธารณะมาแจก ตรงนี้จะเป็นการเพิ่มหนี้ แต่ไม่ได้เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งทั้งหมดนี้พรรค พปชร. มีนโยบายในการแก้ไขไปข้างหน้า ที่จะทำให้ประชาชนมีความมั่นใจ ขอให้สบายใจได้ว่าเราจะสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้ โดยมีแนวคิดนโยบายเงินผัน ไปให้หมู่บ้านเพื่อพัฒนาตนเอง คล้ายกับรัฐบาลของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช และจะยังมีนโยบายเรือธงอื่นที่น่าสนใจออกมาอีก 

เมื่อถามว่า ระยะเวลาก่อนการเลือกตั้งประมาณเดือนครึ่ง คิดว่าจะทำนโยบายออกมาได้ทันใช่หรือไม่ นายธีระชัย กล่าวว่า นโยบายเราพร้อมแล้ว ซึ่งทุกนโยบายได้ผ่านความเห็นชอบจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค และคณะกรรมการบริหารพรรคแล้ว ส่วนกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะมีการตรวจสอบนโยบายของทุกพรรคการเมืองก่อนนั้น ไม่มีปัญหา เราได้ทำทุกนโยบายให้มีความสมดุล  

เมื่อถามว่า พร้อมร่วมงานกับทุกพรรคใช่หรือไม่  นายธีระชัย กล่าวว่า พร้อม ถ้าเขารับนโยบายเราได้

ศิริโชค โสภา คืนสนาม! หลั่งน้ำตาประกาศคืนรังประชาธิปัตย์ ลั่นกลับบ้านมาสู้เพื่อศักดิ์ศรี

ศิริโชค โสภา คืนสนาม! หลั่งน้ำตาประกาศคืนรังประชาธิปัตย์ ลั่นกลับบ้านมาสู้เพื่อศักดิ์ศรี

ศิริโชค โสภา คืนสนาม! หลั่งน้ำตาประกาศคืนรังประชาธิปัตย์ ลั่นกลับบ้านมาสู้เพื่อศักดิ์ศรี

วันพฤหัสบดี ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 12.09 น.

กรีดเลือดออกมาเป็นสีฟ้า! ศิริโชค โสภา หลั่งน้ำตาประกาศคืนรังประชาธิปัตย์ ลั่นกลับบ้านมาสู้เพื่อศักดิ์ศรี

ศิริโชค โสภา โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า  ” เรียน พี่น้องประชาธิปัตย์ และพี่น้องประชาชน เขต 7 จังหวัดสงขลา

ชีวิตทางการเมืองของผม ไม่ได้เริ่มจากเงิน ไม่ได้เริ่มจากอำนาจ แต่เริ่มจาก “ความเชื่อ”

ผมเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์มากว่า 30 ปี ทำหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในนามพรรค 4 สมัย และผมเคยเชื่อจากหัวใจว่า วันหนึ่ง…ผมจะเลิกเล่นการเมือง ในบ้านหลังนี้ บ้านของประชาธิปัตย์ แต่มีวันที่ผมไม่เคยคิดว่าจะมาถึง

วันที่พรรคเปลี่ยนจุดยืน วันที่อุดมการณ์ที่ผมยึดมั่น ถูกท้าทายอย่างเจ็บปวด ผมตัดสินใจลาออก…ด้วยน้ำตา ไม่ใช่เพราะหมดรัก แต่เพราะรักมากเกินกว่าจะฝืนหัวใจตัวเองตลอด 2 ปี 6 เดือน ที่ผมไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์

ผมถามตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก้นบึ้งของหัวใจบอกผมว่า เราควรเริ่มต้นใหม่กับพรรคใด พรรคที่มีอุดมการณ์ใกล้เคียงกับสิ่งที่เราเชื่อ ผมค้นหา…และเฝ้ารอ

ขณะเดียวกัน พี่น้องประชาธิปัตย์จำนวนมาก ส่งข้อความมาในกล่องแชต ส่งเสียงมาบนเฟซบุ๊ก บอกให้ผม “กลับบ้าน” ผมพยายามบอกตัวเองว่า สายน้ำไม่ไหลย้อน พยายามเดินไปข้างหน้าตามเหตุผล ตามความตั้งใจ แต่สุดท้าย…ผมหนีความจริงไม่ได้

เพราะถ้ากรีดเลือดผมออกมา มันคือ เลือดสีฟ้า ประชาธิปัตย์ วันที่พรรคประชาธิปัตย์กลับมายืนในจุดยืนเดิม จุดยืนที่ผมสมัครเข้ามาครั้งแรกในชีวิต ผมจึงตัดสินใจอีกครั้ง ตัดสินใจ “กลับบ้าน” ผมรู้ดีว่าเส้นทางข้างหน้า จะหนักหนา จะต้องต่อสู้กับ การเมืองที่ใช้เงินเทา ใช้อิทธิพล และใช้ความไม่สุจริต ผมอาจแพ้ ผมอาจชนะ แต่ผมจะไม่เสียใจแม้แต่นิดเดียว

เพราะอย่างน้อยที่สุด ผมได้ยืนอยู่บนเส้นทางที่ผมเชื่อ ได้สานต่ออุดมการณ์ที่ผมศรัทธามาตลอดชีวิต และผมขอพิสูจน์ให้พี่น้องประชาชนเห็นว่า การเมืองสุจริต…มีจริง
แม้จะต้องแลกด้วยหยาดเหงื่อ น้ำตา และการยืนหยัดเพียงลำพังในบางเวลา ผมขอกลับมา ไม่ใช่เพื่อตำแหน่ง แต่เพื่อศักดิ์ศรีของการเมืองไทย เพื่อประชาธิปไตยที่สุจริต
และเพื่อพี่น้องประชาชนเขต 7 จังหวัดสงขลา

ที่ผมไม่เคยทอดทิ้ง และจะไม่มีวันทอดทิ้ง ในวันที่ใครหลายคนเลือกหนี ย้ายพรรค หรือไปขออยู่ในบัญชีรายชื่อ ผมเลือกยืนอยู่ตรงนี้ ปักหลักสู้ในเขต 7 ไม่หนีไปไหน เพื่อทำทุกทางให้ด่านประกอบกลับมาคึกคัก ให้คนเขต 7 มีงานทำ มีรายได้ และมีความหวังอีกครั้ง เพราะหัวใจของผมคือประชาชน และหัวใจดวงนั้น…เป็นสีฟ้า ประชาธิปัตย์ ” 

พิมพ์ภัทรา สวมเสื้อพรรคภูมิใจไทย พร้อมชิงส.ส.เมืองคอนเขต9 ลั่นรักจริงไม่ทิ้งกัน

พิมพ์ภัทรา สวมเสื้อพรรคภูมิใจไทย พร้อมชิงส.ส.เมืองคอนเขต9 ลั่นรักจริงไม่ทิ้งกัน

พิมพ์ภัทรา สวมเสื้อพรรคภูมิใจไทย พร้อมชิงส.ส.เมืองคอนเขต9 ลั่นรักจริงไม่ทิ้งกัน

วันพฤหัสบดี ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 11.59 น.

18 ธันวาคม 2568 นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล หรือ ปุ้ย อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ขณะนี้สถานการณ์ทางการเมืองเริ่มเข้าสู่บรรยากาศการเลือกตั้งอย่างชัดเจน ภายหลังราชกิจจานุเบกษาประกาศปฏิทินการเลือกตั้ง โดยกำหนดให้วันที่ 27–31 ธันวาคม 2568 เป็นวันรับสมัครเลือกตั้งแบบแบ่งเขต และกำหนดวันเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

สำหรับการแบ่งเขตเลือกตั้งตามประกาศของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นางสาวพิมพ์ภัทราระบุว่า เขตเลือกตั้งของตนคือเขต 9 จังหวัดนครศรีธรรมราช ครอบคลุมพื้นที่อำเภอขนอม อำเภอสิชล และอำเภอท่าศาลา เฉพาะตำบลกลาย ตำบลสระแก้ว ตำบลตลิ่งชัน ตำบลท่าขึ้น ตำบลไทยบุรี และตำบลหัวตะพาน มีจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งรวม 171,677 คน

นางสาวพิมพ์ภัทรา ยืนยันความพร้อมในการลงสมัครรับเลือกตั้ง โดยระบุว่า ตนยึดมั่นในคำปวารณาที่ให้ไว้ว่าเป็นคนของทุกคนและเป็นคนของแผ่นดินเกิด พร้อมเดินหน้าทำงานตามแนวทางที่ประชาชนในพื้นที่คุ้นเคย และยืนยันอย่างชัดเจนว่าได้เข้าร่วมพรรคภูมิใจไทยอย่างเป็นทางการแล้ว

ทั้งนี้ นางสาวพิมพ์ภัทรา กล่าวถึงเหตุผลในการตัดสินใจร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทยว่า เป็นเส้นทางที่เปิดโอกาสให้สามารถทำงานพัฒนาพื้นที่บ้านเกิดได้อย่างสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ และเอื้อต่อการประสานความร่วมมือของทีมงานในพื้นที่อย่างเข้มแข็ง โดยการตัดสินใจดังกล่าวเป็นความเห็นร่วมกันของตนและอดีต ส.ส. รวมถึงทีมงานที่ทำงานร่วมกันมาอย่างต่อเนื่อง