คณะรวมพลังแผ่นดินฯ ชวนบริจาคสิ่งของจำเป็น หนุนภารกิจของกองทัพ ช่วยเหลือ ปชช.ได้รับผลกระทบ

คณะรวมพลังแผ่นดินฯ ชวนบริจาคสิ่งของจำเป็น หนุนภารกิจของกองทัพ ช่วยเหลือ ปชช.ได้รับผลกระทบ

คณะรวมพลังแผ่นดินฯ ชวนบริจาคสิ่งของจำเป็น หนุนภารกิจของกองทัพ ช่วยเหลือ ปชช.ได้รับผลกระทบ

วันเสาร์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.54 น.

คณะรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย จัดกิจกรรมระดมทุนช่วยเหลือพี่น้องคนไทยในพื้นที่สู้รบและสนับสนุนทหารไทยปกป้องอธิปไตย ในวันอาทิตย์ที่ 14 ธันวาคม 2568 เวลา 12.00 น. ณ สถานีโทรทัศน์ peace TV ซอยนวลจันทร์ ขอเรียนเชิญพี่น้องประชาชนร่วมกันบริจาคเงินหรือสิ่งของที่จำเป็น จากแนวหลังสู่แนวหน้า สนับสนุนภารกิจของกองทัพ และช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

โดยในงานจะได้พบกับ “คอนเสิร์ตของเหล่าศิลปินเพื่อชีวิตชื่อดังและผองเพื่อน” อย่างหงา คาราวาน แฮมเมอร์ และอื่นๆ อีกมากมาย

เพื่อไทยพร้อมเลือกตั้ง เปิดแคนดิเดต-นโยบาย 16 ธ.ค.นี้

เพื่อไทยพร้อมเลือกตั้ง เปิดแคนดิเดต-นโยบาย 16 ธ.ค.นี้

เพื่อไทยพร้อมเลือกตั้ง เปิดแคนดิเดต-นโยบาย 16 ธ.ค.นี้

วันเสาร์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.50 น.

วันที่ 13 ธันวาคม 2568 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมในการเลือกตั้งของพรรคเพื่อไทย หลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ยุบสภาว่า พรรคเพื่อไทยพร้อมนานแล้ว โดยยืนยันเราส่งผู้สมัครครบ 400 เขตแน่นอน ตอนนี้เราได้คัดเลือกผู้สมัครเกิน 300 เขตแล้วและแต่ละคนก็เดินอยู่ในพื้นที่แล้ว จะเร่งจัดดำเนินการในส่วนที่เหลือ และในวันที่ 16 ธ.ค. ทางพรรคเพื่อไทยจะมีการเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯของพรรคทั้ง 3 คนและจะมีการเปิดนโยบายล็อตแรกสำหรับการเลือกตั้งด้วย 

เมื่อถามว่า มองคู่แข่งในการเลือกตั้งที่อยู่ในอำนาจรัฐอย่างไรบ้าง นายจุลพันธ์ กล่าวว่าเราเคยเห็นกลไกการใช้อำนาจรัฐในการเลือกตั้งมาหลายครั้ง พรรคเพื่อไทยอยู่ฝ่ายตรงข้ามมาตลอด เราไม่ห่วงในเรื่องนี้ เรายังเชื่อมั่นในประชาชนจะเป็นหลังพิงให้กับเรา 

ไม่ไหวแล้ว ธนาธร ประกาศขอโทษประชาชนด้วยตนเอง

ไม่ไหวแล้ว ธนาธร ประกาศขอโทษประชาชนด้วยตนเอง

ไม่ไหวแล้ว ธนาธร ประกาศขอโทษประชาชนด้วยตนเอง

วันเสาร์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.30 น.

จากกระแสโลกออนไลน์ก่อนหน้านี้ที่มีดราม่าเรื่องการชิงยุบสภาของ นาย อนุทิน ชาญวีรกุล ทำให้ MOA ล้มไม่เป็นท่า อีกทั้งกรณีเหตุการณ์ต่าง ๆ ของพรรคพลังประชาชนเป็นต้นมา

ล่าสุดวันนี้ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2568 ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ได้ออกมาเคลื่อนไหวบน X เตรียมตัวเดินทางไปร่วมงาน ปิกนิกเปิดใจ “พรรคประชาชนพบประชาชน” ในวันเสาร์นี้ (13 ธันวาคม พ.ศ. 2568 ) ที่สนามหญ้า มศว ประสานมิตร เวลา 16.30-18.30 น. เพื่อกล่าวขอโทษประชาชนด้วยตนเองภายในงานดังกล่าว และมีการรีโพสต์พรรคประชาชนเกี่ยวกับงานดังกล่าว

“ผมและอดีตหัวหน้าพรรคทุกคนจะไปขอโทษประชาชนด้วยตัวเอง เจอกันนะครับ”

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

ทั้งนี้ทางเพจเฟซบุ๊ก พรรคประชาชน – People’s Party ได้มีการโพสต์เชิญชวนประชาชนเข้าร่วมกิจกรรม ปิกนิกเปิดใจ “พรรคประชาชนพบประชาชน” โดยมี ผู้บริหารพรรคตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ผู้แทนราษฎรและอดีตผู้แทนราษฎรพรรคประชาชน จะขอโอกาสในการพูดคุยกับทุกท่านแบบเปิดใจ รับฟังทุกความเห็นทุกคำวิจารณ์ และกล่าวคำขอโทษต่อหน้าทุกท่านด้วยตัวเอง

“เชิญร่วมปิกนิก พรรคประชาชนพบประชาชน

ขอโทษจากใจ ขอไปต่อด้วยกัน

จากเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา พรรคประชาชนน้อมรับทุกคำวิจารณ์ ทุกความผิดหวัง ทุกความเสียใจ จากพี่น้องประชาชน ทุกคำพูด ทุกความเห็น ทุกความรู้สึก มีคุณค่า มีความหมายต่อการเดินทางต่อไปของพรรคในฐานะพรรคมวลชนที่ขับเคลื่อนด้วยพลังของประชาชน

เราจึงขอเรียนเชิญประชาชนทุกท่าน มาร่วมงานปิกนิกเปิดใจ “พรรคประชาชนพบประชาชน”

ผู้บริหารพรรคตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ผู้แทนราษฎรและอดีตผู้แทนราษฎรพรรคประชาชน จะขอโอกาสในการพูดคุยกับทุกท่านแบบเปิดใจ รับฟังทุกความเห็นทุกคำวิจารณ์ และกล่าวคำขอโทษต่อหน้าทุกท่านด้วยตัวเอง

วันเสาร์ที่ 13 ธันวาคม 2568 ที่สนามหญ้า มศว ประสานมิตร เวลา 16.30-18.30 น.

สำหรับท่านที่ไม่สะดวกเดินทางมา สามารถพิมพ์ความเห็นของท่านต่อพรรคมาใต้โพสต์นี้ เพื่อให้เราได้นำมาเป็นส่วนหนึ่งในวงสนทนาที่จะเกิดขึ้นในงาน

ขอโทษจากใจ ขอให้เรายังเดินทางไปต่อด้วยกัน เดินหน้าสู่ภารกิจเลือกตั้ง เพื่อตัดสินอนาคตประเทศ

หมายเหตุ: รบกวนทุกท่านเตรียมของกิน เสื่อ เก้าอี้ผ้าใบ และอุปกรณ์ปิกนิกอื่นๆ มาเองตามสะดวกนะคะ”

พรรคประชาชน
ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ
ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

ขอขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊ก Thanathorn Juangroongruangkit – ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ 

บิ๊กเล็ก ยัน ไม่มีคำสั่งหยุดยิง จนกว่ากัมพูชาจะสิ้นความเป็นปฏิปักษ์อย่างชัดเจน

บิ๊กเล็ก ยัน ไม่มีคำสั่งหยุดยิง จนกว่ากัมพูชาจะสิ้นความเป็นปฏิปักษ์อย่างชัดเจน

บิ๊กเล็ก ยัน ไม่มีคำสั่งหยุดยิง จนกว่ากัมพูชาจะสิ้นความเป็นปฏิปักษ์อย่างชัดเจน

วันเสาร์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.13 น.

‘บิ๊กเล็ก’ ยัน ไม่มีคำสั่งหยุดยิง จนกว่า กัมพูชาจะสิ้นความเป็นปฏิปักษ์อย่างชัดเจน

เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่หลายฝ่ายเกิดความสับสนว่ามีคำสั่งหยุดยิง ว่า  ขณะนี้ยังไม่มีคำสั่งหยุดยิงจากรัฐบาลมายังกองทัพแต่อย่างใด ยืนยันว่าจะยังไม่มีการหยุดยิงจนกว่า กัมพูชาจะสิ้นความเป็นปฏิปักษ์อย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวรายงานว่าในช่วงเย็นวันนี้ (13 ธ.ค. 2568) พล.อ.ณัฐพล จะเป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ สิบเอกชวกร เดชขุนทด สังกัด ม.4 พัน.11 รอ. เสียชีวิตระหว่างการปฏิบัติหน้าที่รักษาอธิปไตย บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ณ ฐานบ้านต้นพยุง อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 2568 ที่ผ่านมา ณ วัดหนองบัว จ.สระบุรี

สรวงศ์ แพล่มหนัก! บอกเสียมากกว่าได้ ถ้าปล่อยรัฐบาลรักษาการยืดเยื้อ

สรวงศ์ แพล่มหนัก! บอกเสียมากกว่าได้ ถ้าปล่อยรัฐบาลรักษาการยืดเยื้อ

สรวงศ์ แพล่มหนัก! บอกเสียมากกว่าได้ ถ้าปล่อยรัฐบาลรักษาการยืดเยื้อ

วันเสาร์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.07 น.

“สรวงศ์” มอง เหตุปะทะชายแดนไทย–กัมพูชา ไม่กระทบจัดเลือกตั้ง ชี้ ปล่อยรบ.รักษาการยืดเยื้อ เสียมากกว่าได้ ยํ้า “เพื่อไทย” พร้อมส่งผู้สมัครครบ 400 เขต 

เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม นายสรวงศ์ เทียนทอง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึง สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาที่ยังมีการปะทะกัน จะกระทบต่อการเลือกตั้งหรือไม่ว่า เป็นที่กังวลอยู่ แต่จากนี้ไปจนถึงวันเลือกตั้ง ก็ยังมีเวลาอยู่พอสมควร ตนมั่นใจว่าตอนนั้นสถานการณ์น่าจะสงบแล้ว และทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ต้องทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ทุกอย่างมีกฎหมายรองรับหมด ส่วน 7 จังหวัดชายแดนที่ได้รับผลกระทบ น่าจะมีข้อกำหนดหรือข้อยกเว้นอยู่ แต่หากถึงวันเลือกตั้งแล้วยังมีสถานการณ์อยู่ มองว่าการปล่อยให้รัฐบาลรักษาการยืดเยื้อ แต่ไม่มีรัฐบาลจริงเข้ามาบริหารประเทศ จะเสียมากกว่าได้

เมื่อถามว่า หากปล่อยให้รัฐบาลรักษาการยืดเยื้อ จะส่งผลอย่างไรบ้าง นายสรวงศ์ กล่าวว่า มีผลอยู่แล้ว เพราะรัฐบาลรักษาการมีกรอบในการทำงาน การใช้งบประมาณต้องผ่าน กกต. ให้รัฐบาลตัวจริงมาบริหารน่าจะราบรื่นมากกว่า

เมื่อถามถึงความพร้อมของพรรคเพื่อไทย ในการส่งผู้สมัคร สส.ครบ 400 เขต นายสรวงศ์ กล่าวว่า พร้อมอยู่แล้ว เพราะเราเป็นพรรคการเมืองใหญ่

KPI โพล เผยการเมืองไทยก่อนการเลือกตั้งครั้งใหม่อยู่ในภาวะไม่พอใจ

KPI โพล เผยการเมืองไทยก่อนการเลือกตั้งครั้งใหม่อยู่ในภาวะไม่พอใจ

KPI โพล เผยการเมืองไทยก่อนการเลือกตั้งครั้งใหม่อยู่ในภาวะไม่พอใจ

วันเสาร์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 14.52 น.

‘KPI  โพล’เผยการเมืองไทยก่อนการเลือกตั้งครั้งใหม่อยู่ในภาวะไม่พอใจ มองการ เมืองไทยแย่ลง  หวังอยากได้ผู้นำแก้ปัญหาเศรษฐกิจ  ปราบทุจริต  เน้นตัวบุคคลเป็นหลัก

วันที่ 13 ธันวาคม 2568 สถาบันพระปก เกล้าเปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง “เสียงประชา ชนต่อการเมืองและการเลือกตั้งครั้งใหม่”  ได้ทำการสำรวจ ระหว่างวันที่ 30 พ.ย.–10 ธ.ค. 2568 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายตามภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 2,016 ตัวอย่าง

โดยมีผลสำรวจพบว่า ประชาชนร้อยละ 45.7 มีความรู้สึกต่อการเมืองไทยแย่ลง ร้อยละ  41.5  เห็นว่าเหมือนเดิม มีเพียงร้อยละ 9.3 ที่มองว่าดีขึ้น สะท้อนบรรยา กาศความไม่พอใจ และความรู้สึกว่า ยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกที่จับต้องได้

ส่วนนายกรัฐมนตรีคนใหม่ที่ประชาชนต้องการ ร้อยละ  36.2 ต้องการผู้นำที่แก้เศรษฐกิจจริง ร้อยละ 17.8 ต้องการผู้นำซื่อสัตย์ และร้อยละ 8.5 ต้องการผู้นำยึดมั่นหลักประชาธิปไตย แสดงให้เห็นว่าประชาชนให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจมากกว่าคำอธิบายทางการเมือง

โจทย์เร่งด่วนของรัฐบาลใหม่ ประชาชนต้องการรัฐบาลปราบโกง แก้หนี้ครัวเรือน และค่าครองชีพ แม้ประชาชนอยากให้แก้เศรษฐกิจ  แต่การปราบปรามทุจริต  กลับเป็นนโยบายเร่งด่วนอันดับ 1 สะท้อนมุมมองว่า คอร์รัปชันคือรากของปัญหาปากท้อง และเป็นจุดเปราะบางของการเมืองแบบอุปถัมภ์

ผลสำรวจยังพบว่า การเลือกตั้งครั้งหน้าตัวบุคคลกลับมามีความหมายสูง หาก พรรคที่ชอบเสนอแคนดิเดตที่ไม่ถูกใจ

ร้อยละ 59.2 พร้อมเปลี่ยนใจ หรืออาจเปลี่ยนใจการเมืองไทยไม่ใช่แค่เรื่องพรรคอีกต่อไป  แต่เป็นเรื่องคุณภาพและความน่าเชื่อถือของผู้สมัคร

การประกาศชื่อแคนดิเดตนายกฯล่วงหน้า ประชาชนร้อยละ 68.7   ระบุว่ามีผลต่อการตัดสินใจลงคะแนน ชื่อแคนดิเดตไม่ใช่สัญลักษณ์ แต่เป็นปัจจัยเชิงพฤติกรรมของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ทั้งนี้ยังพบว่าประชาชนร้อยละ 16.2  อยากฟังนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนดีเบตมากที่สุด รองลงมาคือนายอนุทิน ชาญวีรกูล และนายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ

KPI  โพล

อนุทิน เมินโพสต์ ทรัมป์ ขอไม่ต่อล้อต่อเถียง ถามไทยต้องฟังใครไหม ‘กี่ขา กี่ศพแล้ว’ ยันไม่มีข้อตกลงหยุดยิง

อนุทิน เมินโพสต์ ทรัมป์ ขอไม่ต่อล้อต่อเถียง ถามไทยต้องฟังใครไหม ‘กี่ขา กี่ศพแล้ว’ ยันไม่มีข้อตกลงหยุดยิง

อนุทิน เมินโพสต์ ทรัมป์ ขอไม่ต่อล้อต่อเถียง ถามไทยต้องฟังใครไหม ‘กี่ขา กี่ศพแล้ว’ ยันไม่มีข้อตกลงหยุดยิง

วันเสาร์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 14.36 น.

“นายกฯ” เมินโพสต์ “ทรัมป์” ขอไม่ต่อล้อต่อเถียง  เอาเวลาคุ้มครองอธิปไตย -คนไทย ถามกี่ขา กี่ศพแล้ว ยันไม่มีคุยเรื่องหยุดยิง

เมื่อเวลา 13.10 น.วันที่ 13 ธันวาคม 2568 ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง  นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เดินทางไปเป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ จ่าสิบเอก ศตวรรษ สุจริต ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ปะทะกันระหว่าง ไทย – กัมพูชา ที่วัดพรหมพิทักษ์วนาราม หมู่ที่ 9 ต.รอบเมือง อ.หนองพอก จ.ร้อยเอ็ด โดยมีน.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก  ร่วมคณะ

ก่อนออกเดินทาง นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์กรณี นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา โพสต์ข้อความระบุกรณีทหารไทยขาขาดเป็นอุบัติเหตุว่า ตนตอบไปแล้วเมื่อเช้า เมื่อถามว่า ที่ได้มีการโทรศัพท์พูดคุยกันเมื่อวันที่ 12 ธ.ค.ได้มีการพูดคุยตกลงเรื่องการหยุดยิงหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ได้คุย ยังไม่มีการตกลงใดๆทั้งสิ้น เป็นการหารืออัพเดทกันธรรมดา และยืนยันไปว่าเรื่องของความขัดแย้งระหว่างสองประเทศนั้น ทั้งสองประเทศก็ต้องดำเนินการในการปกป้อง ซึ่งประเทศไทยเองก็ต้องดำเนินการปกป้องอธิปไตยและประชาชนอย่างเต็มที่

เมื่อถามว่า หมายความว่านี่ก็เป็นความหมายที่กัมพูชาน่าต้องรู้ว่าไทยจะยังไม่หยุดยิง นายอนุทิน กล่าวว่า เขาไม่ได้มีการพูดว่าจะต้องหยุดยิงหรือไม่หยุดยิง เมื่อถามย้ำว่า แล้วเราได้บอกเขาหรือไม่ว่าเราจะยังไม่หยุดยิง นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ได้บอก เราก็ทำตามภารกิจของเราที่มี 

เมื่อถามว่า เราก็ไม่ต้องไปฟังนายโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ออกมาโพสต์ข้อความแบบนี้ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราก็ไม่อยากพูดอะไรอย่างนั้น เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเป็นเรื่องที่เราต้องให้เกียรติมิตรประเทศของพวกเราทุกคน ไม่มีความจำเป็นใดๆที่จะไปต่อล้อต่อเถียง เราก็ดำเนินการตามที่เราเห็นว่าเหมาะสมกับสถานการณ์

เมื่อถามว่าการที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ ระบุว่าไทยและกัมพูชาจะหยุดยิงเป็นการมัดมือชกหรือไม่ เพราะในการหารือไม่ได้มีการตกลงแบบนี้ นายอนุทิน กล่าวย้อนถามว่า “แล้วหยุดยิงไหมล่ะ เมื่อเช้านี้กัมพูชายิงอาวุธหนักเข้ามาในเขตที่ไม่ใช่เป้าหมายทางทหาร กัมพูชายิงจรวด BM-21 ตกในพื้นที่พลเรือน ซึ่งมีพี่น้องประชาชนอยู่จนทำให้บาดเจ็บสาหัส สูญเสียอวัยวะ ดังนั้นตอนนี้ประเทศไทยต้องฟังใครไหม มัวไปฟังใครได้หรือไม่ มัวไปฟังคนนั้น คนนี้จะมีเวลามาคุ้มครองอธิปไตยของเราหรือคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชนได้หรือไม่“

เมื่อถามว่า การที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ใช้คำว่า ทหารไทยที่เหยียบทุ่นระเบิด เป็นอุบัติเหตุนั้น มองว่าเป็นการไปพูดคุยกับนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชามาก่อนที่จะมาพูดคุยกับเราหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนไม่ทราบ ต้องถามเรื่องที่เขาคุยกับตน 

เมื่อถามว่า จะมีการชี้แจงอย่างไรกรณีที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ บอกว่าเราใช้วิธีการตอบโต้กัมพูชาที่รุนแรง นายอนุทิน นิ่งก่อนกล่าวว่า “แล้วกี่ขาแล้วล่ะ กี่ศพแล้ว ต้องถามแบบคนไทยถาม เป็นคนไทยถาม อย่าถามแบบคนข้างนอกถาม”

โหดร้าย-ไร้มนุษยธรรม! รัฐบาลไทยประณามกัมพูชา BM-21 มุ่งเป้าคนไทยผู้บริสุทธิ์

โหดร้าย-ไร้มนุษยธรรม! รัฐบาลไทยประณามกัมพูชา BM-21 มุ่งเป้าคนไทยผู้บริสุทธิ์

โหดร้าย-ไร้มนุษยธรรม! รัฐบาลไทยประณามกัมพูชา BM-21 มุ่งเป้าคนไทยผู้บริสุทธิ์

วันเสาร์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 14.10 น.

รัฐบาลไทยขอประณามอย่างรุนแรงต่อการกระทำอันโหดร้ายและไร้มนุษยธรรมของ ฝ่ายกัมพูชา ยิงจรวด BM-21 มุ่งเป้าที่ประชาชนคนไทยผู้บริสุทธิ์

13 ธ.ค.68 ศูนย์แถลงข่าวร่วม สถานการณ์ไทย-กัมพูชา ได้เผยแพร่เอกสารข่าว รัฐบาลไทยประณามการกระทำของฝ่ายกัมพูชา ที่ยิงจรวด BM-21 มุ่งเป้าที่ประชาชนคนไทยผู้บริสุทธิ์ ความว่า 

รัฐบาลไทยขอประณามอย่างรุนแรงต่อการกระทำอันโหดร้ายและไร้มนุษยธรรมของ ฝ่ายกัมพูชา จากการใช้อาวุธจรวด BM-21 ยิงตกเข้ามาในพื้นที่พลเรือนในเขตแดนไทย บริเวณด้านหน้า บังเกอร์หลบภัย หมู่ที่ 1 ตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งส่งผลให้ประชาชน ผู้บริสุทธิ์ได้รับบาดเจ็บสาหัส สูญเสียอวัยวะ ทรัพย์สินเสียหาย และก่อให้เกิดความหวาดกลัวต่อ ความปลอดภัยในชีวิตของประชาชน

การโจมตีดังกล่าวเป็นการกระทำที่ละเมิดหลักกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ อย่างร้ายแรง โดยเฉพาะหลักการคุ้มครองพลเรือน (Principle of Civilian Protection) และหลักการจำแนก เป้าหมายทางทหารและพลเรือน (Principle of Distinction) ซึ่งเป็นพันธกรณีที่รัฐทุกประเทศต้องยึดถือ ประเทศไทยขอยืนยันว่า พลเรือนและชุมชนที่ได้รับผลกระทบ มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับ การปฏิบัติการทางทหารใด ๆ และการใช้อาวุธโจมตีพื้นที่พลเรือนเช่นนี้ไม่อาจยอมรับได้ภายใต้ หลักสากล รัฐบาลไทยเรียกร้องให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

1. ยุติการใช้กำลังต่อพลเรือนโดยทันที

2. เคารพพันธกรณีตามกฎหมายระหว่างประเทศและหลักมนุษยธรรม 3. แสดงความรับผิดชอบต่อความสูญเสีย ที่เกิดขึ้นกับประชาชนผู้บริสุทธิ์
ประเทศไทยขอยืนยันว่าจะใช้ทุกกลไกที่มีอยู่ในการดำเนินการภายใต้กรอบที่เหมาะสม เพื่อปกป้องชีวิต ความปลอดภัย และศักดิ์ศรีของประชาชนไทย พร้อมทั้งขอเรียกร้องต่อประชาคมโลก ให้ร่วมกันติดตาม ตรวจสอบ และยืนหยัดปกป้องหลักมนุษยธรรมอย่างถึงที่สุด 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง ทบ.ประณามเขมรยิง BM-21 ถล่มบ้านพลเรือน’อ.กันทรลักษ์’ เจ็บ 4 คน

เนวิน ชวนคนไทยให้กำลังใจทหารไทยสู้ไปด้วยกัน

เนวิน ชวนคนไทยให้กำลังใจทหารไทยสู้ไปด้วยกัน

เนวิน ชวนคนไทยให้กำลังใจทหารไทยสู้ไปด้วยกัน

วันเสาร์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.45 น.

จากกรณีข้อพิพาทไทยชายแดนกัมพูชาที่ผ่านพ้นมาหลายวัน จากการที่ทางฝั่งกัมพูชาเป็นฝ่ายเปิดโจมตีทหารไทยก่อน จนส่งผลให้ฝั่งไทยมีทหารเสียชีวิตถึง 10 นาย และบาดเจ็บอีกจำนวนมากเมื่อหลายวันที่ผ่านมา

วันนี้ 13 ธันวคม พ.ศส. 2568 เนวิน ชิดชอบ ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โพสต์สั้น ๆ แต่ได้ใจเกี่ยวกับกรณีข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ทางฝั่งกัมพูชาระดมยิงโจมตีเข้ามาอย่างต่อเนื่องอยู่ใน ณ ขณะนี้

เนวิน

“ศัตรูยังยิงไม่หยุด
อย่าเพิ่งกลับบ้าน
ให้กำลังใจทหาร
#คนไทยสู้ไปด้วยกัน”

เนวิน
เนวิน

วัชรพล จี้ อนุทิน วางการเมืองแล้วหันมาดูแล ปชช. ที่ได้รับผลกระทบสู้รบชายแดน

วัชรพล จี้ อนุทิน วางการเมืองแล้วหันมาดูแล ปชช. ที่ได้รับผลกระทบสู้รบชายแดน

วัชรพล จี้ อนุทิน วางการเมืองแล้วหันมาดูแล ปชช. ที่ได้รับผลกระทบสู้รบชายแดน

วันเสาร์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.39 น.

“วัชรพล” จี้ “อนุทิน” วางการเมืองแล้วหันมาดูแล ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบไทย-กัมพูชา อัดน่าละอายลอยแพชาวบ้าน 65,000 คนในศูนย์อพยพ ปล่อยอดข้าวอดน้ำ เหตุงบไม่เพียงพอ หรือไม่ใครจากงบค่าอาหาร

วันที่ 13 ธ.ค. นายวัชรพล เชื้อคง ว่าที่ผู้สมัครสส.เขต 10 อำเภอน้ำยืน น้ำขุ่น ศรีอุดม และอำเภอสำโรง  จังหวัดอุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ภายหลังที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ประกาศยุบสภาเพราะต้องการหนีการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่พรรคเพื่อไทยเตรียมยื่น และนายอนุทินเลือกหนีการตรวจสอบทางการเมือง อย่างไรก็ตามนายอนุทิน อาจจะหนีการตรวจสอบทางการเมืองได้ แต่จะหนีความรับผิดชอบต่อชีวิตของพี่น้องประชาชนไม่ได้ เพราะผลจากสงครามไทย กัมพูชาส่งผลให้ประชาชนคนอุบลราชธานีและจังหวัดที่มีพื้นที่ติดชายแดนหลายแสนคนที่อยู่ในศูนย์อพยพและบ้านญาติตามพื้นที่ต่างๆ ต้องหนีตายจากการสู้รบในพื้นที่มาอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย

นายวัชรพล กล่าวต่อว่า ในพื้นที่ช่องอานม้า จังหวัดอุบลราชธานี ถือเป็นจุดที่มีการสู้รบกันหนักมากระหว่างกองทัพไทยและกองทัพกัมพูชา ส่งผลให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ทั้งอำเภอน้ำขุ่น,น้ำยืนและ นาจะหลวย ต่างพากันทิ้งพื้นที่หนีตายอพยพมาพักอาศัยอยู่ในศูนย์อพยพตามพื้นที่ต่างๆที่มีการเตรียมการกันไว้ รวมทั้งสิ้นมากกว่า 65,568  คน เวลานี้หลายคนไม่ได้รับอาหารและน้ำดื่มเพราะจำนวนอาหารที่รัฐเตรียมไว้ไม่เพียงพอกับผู้อพยพ น้ำดื่มก็ขาดแคลน

“รัฐบาลจะรับผิดชอบอย่างไร กระทรวงมหาดไทยเลือกที่จะทอดทิ้งคนเหล่านี้ใช่หรือไม่ หรือมีใครหาประโยชน์จากงบประมาณค่าอาหารของพี่น้องประชาชนที่มาพักอาศัยภายในศูนย์อพยพส่งผลให้การดูแลของรัฐไม่ทั่วถึง”นายวัชรพล กล่าว 

นายวัชรพล กล่าวด้วยว่า การสู้รบระหว่างไทยและกัมพูชารอบนี้หนักกว่ารอบที่ผ่านมา รอบนี้นายอนุทินเลือกจะโยนความผิดให้ใคร เพราะที่ผ่านมาพยายามปั่นกระแสว่าต้นเหตุการสู้รบมาจากสองตระกูลทะเลาะกัน วันนี้การสู้รบหนักกว่า มีทหารกล้าที่สู้รบตามแนวชายแดนพลีชีพและชาวบ้านเสียชีวิต นายอนุทิน จะโทษใครอีก นายอนุทิน จะหนีความรับผิดชอบไม่ได้ แม้เป็นรัฐบาลรักษาการแต่มีอำนาจเต็มในการบริหารประเทศ มีอำนาจในการดูแลประชาชน นอกจากนี้ความสูญเสียที่เกิดขึ้นรัฐบาลจะเยียวยาอย่างไร ประชาชนในพื้นที่จะได้รับการเยียวยาจากรัฐหรือไม่ ออกไปทำมาหากินไม่ได้ บ้านเรือนเสียหาย ชาวบ้านจะหาเงินจากที่ไหนไปซ่อม นายอนุทิน ควรวางการเมืองแล้วให้ความสำคัญกับประชาชนมากกว่านี้