คณะนักศึกษาหลักสูตร‘วพน.’รุ่น 12 มอบทุน อุปกรณ์การศึกษา กีฬา‘โรงเรียน ตชด.บ้านคลองน้อย’

คณะนักศึกษาหลักสูตร‘วพน.’รุ่น 12 มอบทุน อุปกรณ์การศึกษา กีฬา‘โรงเรียน ตชด.บ้านคลองน้อย’

คณะนักศึกษาหลักสูตร‘วพน.’รุ่น 12 มอบทุน อุปกรณ์การศึกษา กีฬา‘โรงเรียน ตชด.บ้านคลองน้อย’

วันเสาร์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 18.30 น.

คณะนักศึกษาหลักสูตร‘วพน.’รุ่น 12 มอบทุน อุปกรณ์การศึกษา กีฬา‘โรงเรียน ตชด.บ้านคลองน้อย’

13 ธันวาคม 2568 คณะนักศึกษาหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านวิทยาการพลังงาน ”(วพน.) รุ่นที่ 12 ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมเพื่อสาธารณะประโยชน์ CSR ร่วมกันแจกอุปกรณ์การศึกษาการกีฬา ทุนการศึกษา ให้แก่โรงเรียน ตชด.บ้านคลองน้อย 144 คน พร้อมเลี้ยงอาหารกลางวันกับเด็กนักเรียน พร้อมแจกถุงยังชีพให้แก่พี่น้องประชาชนที่ขาดโอกาส ในพื้นที่บ้านคลองน้อย จ.เพชรบุรี จำนวน 50 ครอบครัว นำโดย ท่านพินิจ จารุสมบัติ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ประธานรุ่น วพน.12 พร้อมด้วย พล.ต.อ.สมพงษ์ ชิงดวง นายอุทัย พากเจริญ คุณจิราพร ขาวสวัสดิ์ คุณวรชยา ลัทธยาพร คุณอภิจิณ โชติดเสถียรคุณปริษา เตชะกรเมธากุล คุณศรีรัชต์ ธนะรัชต์ และคณะตัวแทนนักศึกษา วพน.12 ได้ร่วมกันจัดกิจกรรม CSR เพื่อสาธารณะประโยชน์  ในนาม วพน.12 โดยมี ร.ต.ท.สุชาติ ราศรี ครูใหญ่โรงเรียน ตชด.บ้านคลองน้อย จ.เพชรบุรี ให้การต้อนรับ

‘เขาใหญ่’ตักบาตรพระ 1,000 รูป ต้อนรับปีใหม่-นำของบิณฑบาตช่วยผู้ประสบภัยทั่วไทย

‘เขาใหญ่’ตักบาตรพระ 1,000 รูป ต้อนรับปีใหม่-นำของบิณฑบาตช่วยผู้ประสบภัยทั่วไทย

‘เขาใหญ่’ตักบาตรพระ 1,000 รูป ต้อนรับปีใหม่-นำของบิณฑบาตช่วยผู้ประสบภัยทั่วไทย

วันเสาร์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 16.53 น.

‘เขาใหญ่’ตักบาตรพระ 1,000 รูป ต้อนรับปีใหม่-นำของบิณฑบาตช่วยผู้ประสบภัยทั่วไทย

13 ธันวาคม 2568 เวลา 06.00น. พระราชวัชรคุณบัณฑิต รองเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา เจ้าอาวาสวัดด่านใน ประธานสงฆ์พิธีตักบาตรพระ 1,000 รูป ถวายเป็นพุทธบูชา ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อนำของที่ได้ไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยในภูมิภาคต่างๆทั่วประเทศ ณ ถนนหน้าด่านอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จ.นครราชสีมา โดยได้รับเกียรติจาก นายนายคณัสชนม์ ศรีเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วย ดร.พรพนา ศรีการุณ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครราชสีมา นายชัยยา ห้วยหงษ์ทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และ พ.ต.ณัฐพงศ์ ทองดี ปลัดอาวุโสอำเภอปากช่อง

ในพิธีพุทธศาสนิกชนได้พร้อมใจกันแสดงตนเป็นพุทธมามกะ อาราธนาศีล 5 เจริญสมาธิภาวนาถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ประธานในพิธีนำถวายไทยธรรมเป็นสังฆทาน ประธานสงฆ์ได้เผดียงอาหารตักบาตรเพื่อนำไปมอบให้คณะสงฆ์ 323 วัด และเจ้าหน้าที่ทหารตำรวจในพื้นที่ 4 จังหวัดภาคใต้ อีกทั้งช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยในทุกภูมิภาคของประเทศไทย จากนั้นคณะสงฆ์ 1,000 รูปแปรแถวรับบิณฑบาต

การจัดงานครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วนอาทิ คณะสงฆ์จังหวัดนครราชสีมา มูลนิธิธรรมกาย อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เทศบาลตำบลหมูสี ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านตำบลหมูสี สมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ สมาคมวิมาลี และองค์กรภาคีเครือข่าย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อน้อมถวายเป็นพุทธบูชา สืบสานประเพณีทำบุญตักบาตร และส่งเสริมให้ประชาชนได้ทำความดีสร้างสิริมงคลรับปีใหม่ ส่งเสริมจิตสำนึกแห่งการให้ ตลอดจนสร้างภาพลักษณ์การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในพื้นที่เขาใหญ่ ซึ่งเป็นหมุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศท่ามกลางธรรมชาติงดงามที่สุดแห่งหนึ่งของไทย อีกทั้งข้าวสารอาหารแห้งที่ได้รับบิณฑบาต คณะสงฆ์จะนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยทั่วประเทศ และเป็นเสบียงให้แก่บุคลากรด่านหน้าในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้อีกด้วย

ปรับตัวสู่โลกยุคใหม่ มส.18 รับนิวเจนร่วมทีมเปิดตัวดูงานสุดยอดศักยภาพกองทัพอากาศไทย

ปรับตัวสู่โลกยุคใหม่ มส.18 รับนิวเจนร่วมทีมเปิดตัวดูงานสุดยอดศักยภาพกองทัพอากาศไทย

ปรับตัวสู่โลกยุคใหม่ มส.18 รับนิวเจนร่วมทีมเปิดตัวดูงานสุดยอดศักยภาพกองทัพอากาศไทย

วันเสาร์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.19 น.

หลักสูตรการบริหารจัดการด้านความมั่นคงขั้นสูง (มส.18)เปิดรับโลกสมัยใหม่ต้อนรับคนรุ่นใหม่นิวเจน เข้าร่วมอบรมหลักสูตรหนึ่งในหลักสูตรคุณภาพของไทยที่ดำเนินการยาวนานกว่า 16 ปี เป็นครั้งแรก

พลเอก ดร. มารุต ปัชโชตะสิงห์ ผู้อำนวยการหลักสูตรการบริหารจัดการด้านความมั่นคงขั้นสูง มูลนิธิการจัดการเพื่อความมั่นคง กล่าวว่า “ปีนี้หลักสูตรของเราดำเนินการมาถึงรุ่นที่ 18 ต่อเนื่องมากว่า

16 ปี (พศ.2552-ปัจจุบัน) หลักสูตรคุณภาพที่สร้างนักศึกษาคุณภาพมากมายต่อเนื่องนับเป็นอีกหนึ่งในความภาคภูมิใจของเรา  โดยยึดมั่นในวิสัยทัศน์หลักสูตร มส. ของเราทั้ง 4 สร้าง ได้แก่  สร้างความมั่นคงแห่งชาติ ,สร้างความมั่นคงของมนุษย์,สร้างความรับผิดชอบต่อสังคม และสร้างคนคุณธรรมและจริยธรรม โดยในปีนี้เป็นปีที่โลกเอไอ สมัยใหม่มากมาย เราจึงขยายโอกาสเปิดรับคนรุ่นใหม่ นิวเจน เข้ามาร่วมอบรมเป็นปีแรก เพื่อเปิดโอกาสให้คนในระดับผู้บริหารระดับสูง ได้เรียนรู้การทำงานร่วมกับคนรุ่นใหม่ ในโลกยุคใหม่ และในขณะเดียวกันคนรุ่นใหม่ ก็ได้เรียนรู้การทำงานกับคนในระดับผู้บริหารระดับสูง ซึ่งจะสามารถช่วยสร้างทีมไทยแลนด์อีกด้านหนึ่งเพื่อร่วมกันพัฒนาธุรกิจ พัฒนาสังคม และพัฒนาประเทศชาติของเราต่อไปครับ”

พลอากาศตรีหญิง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พัชรี พิพิธสุขสันต์ รองผู้อำนวยการหลักสูตรฝ่ายบริหาร กล่าวว่า “การมาศึกษาดูงาน ณ กองทัพอากาศปีนี้พิเศษมากๆ อีกปีหนึ่งเพราะว่าท่านรองผู้บัญชาทหารอากาศ

​พลอากาศเอก ไวพจน์ เกิงฝาก รองผู้บัญชาการทหารอากาศ ได้ให้เกียรติมาต้อนรับ บรรยาย และตอบคำถามให้กับคณะนักศึกษาด้วยตนเอง ในนามหลักสูตร ต้องขอขอบคุณท่านรองผู้บัญชาการกองทัพอากาศเป็นอย่างสูง หลักสูตรของเราเน้นการจัดการด้านความมั่นคงระดับสูง ดังนั้น นอกจากจะให้นักศึกษาได้เรียนรู้ประสบการณ์จริงจากกองทัพอากาศแล้ว เรายังมีการจัดให้นักศึกษาได้ลงพื้นที่จริงเพื่อเรียนรู้การจัดการด้านความมั่นคงกับหน่วยงานด้านความมั่นคงระดับชาติเช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ,กองทัพเรือ ,กองทัพบก เป็นต้น และยังมีการศึกษาดูงานทั้งในและต่างประเทศที่สามารถนำผลการดูงานมาปรับใช้กับการทำงานของนักศึกษาได้จริงในทุกๆ ปีค่ะ”

คณะนักศึกษาการบริหารจัดการด้านความมั่นคงขั้นสูง (มส.) รุ่นที่ 18 (มส.18) จัดกิจกรรมแรกในการเปิดหลักสูตรด้วยการพาคณะนักศึกษาและอาจารย์ เข้าเยี่ยมชมกองทัพอากาศ โดยปีนี้พิเศษมากเพราะ

รองผู้บัญชาการทหารอากาศ พลอากาศเอก ​ไวพจน์ เกิงฝาก ได้ให้เกียรติเป็นผู้นำบรรยายและตอบคำถามนักศึกษาด้วยตนเอง โดยรองผู้บัญชาการทหารอากาศกล่าวตอนหนึ่งว่า มีความมุ่งมั่นตั้งใจในการพัฒนาศักยภาพกองทัพอากาศไทย ให้มีความทันสมัย ทัดเทียมนานาประเทศ โดยเฉพาะเรื่องการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ดิจิตอล มาใช้ในกองทัพ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องบินไร้คนขับ การเปิดโรงเรียนอบรมเรื่องโดรนโดยเฉพาะ การพัฒนาขีดความสามารถจากทัพฟ้าสู่อวกาศ นอกจากนี้ยังมีการเร่งพัฒนา วิจัย การผลิตเครื่องบิน โดรน วัสดุอุปกรณ์ต่างๆ โดยคนไทยเพื่อลดต้นทุนและสร้างเทคโนโลยีระดับโลกโดยส่งเสริมศักยภาพของคนไทยอีกด้วย

หลักสูตรการบริหารจัดการด้านความมั่นคงขั้นสูง(มส.) เป็นหลักสูตรสำหรับผู้บริหารระดับสูงทั้งจากภาครัฐ เอกชน เหล่าทัพต่างๆ ตำรวจ ทหาร ข้าราชการ นักธุรกิจ โดยมีการศึกษาครบด้านทั้งความมั่นคงด้านทหาร ความมั่นคงด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคงด้านสังคม ฯลฯ มีวิสัยทัศน์หลักสูตร 4 สร้าง ได้แก่ สร้างความมั่นคงแห่งชาติ,สร้างความมั่นคงของมนุษย์,สร้างความรับผิดชอบต่อสังคม และสร้างคุณธรรมและจริยธรรม

โดยมีคณาจารย์ผู้มากประสบการณ์หลากหลายด้าน นำโดย พลเอก จรัล กุลละวณิชย์ ประธานมูลนิธิการจัดการเพื่อความมั่นคง/ประธานหลักสูตรฯ , พลเอก ดร. มารุต ปัชโชตะสิงห์ ผู้อำนวยการหลักสูตรการบริหารจัดการด้านความมั่นคงขั้นสูง มูลนิธิการจัดการเพื่อความมั่นคง ,พลเรือเอก ไพโรจน์ แก่นสาร รองประธานคณะกรรมการอำนวยการ ,พลอากาศเอก อภิสิทธิ์ จุลโมกข์ รองประธานคณะกรรมการอำนวยการ ,พลโท ดร.กฤษฏา สุทธานินทร์ รองผู้อำนวยการหลักสูตร ฝ่ายวิชาการ , พลอากาศตรีหญิง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พัชรี พิพิธสุขสันต์ รองผู้อำนวยการหลักสูตรฝ่ายบริหาร , ดร.วรวุฒิ ไชยศร ผู้ช่วยผู้อำนวยการหลักสูตร ,อาจารย์ลัดดาวัลย์ ชูช่วย ผู้ช่วยผู้อำนวยการหลักสูตร ,ผู้ช่วยศาสตราจารย์ พรรณราย แสงวิเชียร กรรมการอำนวยการ , ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มานวิภา อินทรทัต กรรมการอำนวยการ ,อาจารย์ รัชพล สุวรรณโชติ กรรมการอำนวยการ และอาจารย์ ประเวศ พิพิธสุขสันต์ เหรัญญิกหลักสูตร เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมซึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงอยู่แล้วได้เพิ่มเติมมุมมองใหม่ๆ ให้การดำเนินชีวิตและการทำงานประสบความสำเร็จมากขึ้น นอกจากนี้หลักสูตรยังดำเนินการต่อเนื่องมากว่า 18 รุ่น ทำให้มีเครือข่ายรุ่นพี่รุ่นน้องเป็นผู้บริหารระดับสูง

ในทุกภาคส่วน ที่จะสามารถร่วมมือประสานกันในการนำประสบการณ์ ความรู้ความสามารถมาร่วมกันพัฒนาประเทศต่อไป ตามหลักการที่สำคัญข้อหนึ่งของหลักสูตรคือ การทำความดีเพื่อสังคม

เผยภาพใหม่จากคลังภาพของเอปสตีน คนดังเพียบ รวมถึง โดนัลด์ ทรัมป์

เผยภาพใหม่จากคลังภาพของเอปสตีน คนดังเพียบ รวมถึง โดนัลด์ ทรัมป์

13 ธ.ค. 2568 11:55 น.

เผยภาพใหม่จากคลังภาพของเอปสตีน คนดังเพียบ รวมถึง โดนัลด์ ทรัมป์

ส.ส.เดโมแครตเผยภาพใหม่ 19 ภาพจากทรัพย์สินของ เจฟฟรีย์ เอปสตีน มหาเศรษฐีนักค้ากามที่เสียชีวิตไปแล้ว ซึ่งรวมถึงภาพของโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ,เจ้าชายแอนดรูว์, และอดีตประธานาธิบดีบิล คลินตัน

คณะกรรมาธิการกำกับดูแลของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ จากพรรคเดโมแครต เปิดเผยภาพถ่ายชุดแรกจำนวน 19 ภาพ ก่อนจะตามด้วยอีกเกือบ 80 ภาพในวันเดียวกัน โดยระบุว่าภาพเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของคลังภาพมากกว่า 95,000 ภาพ ที่ได้รับจากทรัพย์มรดกของเจฟฟรีย์ เอปสตีน หลังมีการออกหมายเรียกเอกสาร

ภาพที่ถูกปล่อยออกมามีทั้งภาพส่วนตัวที่ไม่เคยเผยแพร่มาก่อน ภาพจากเกาะส่วนตัวของเอปสตีน และภาพที่เขาปรากฏตัวร่วมกับบุคคลชื่อดังระดับโลก รวมถึงประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนปัจจุบันอย่างโดนัลด์ ทรัมป์

การเผยแพร่ภาพดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กำลังเผชิญเส้นตายวันที่ 19 ธันวาคมนี้ ในการเปิดเผยเอกสารทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับคดีเอปสตีน ตามกฎหมายที่รัฐสภาผ่านและทรัมป์ลงนามรับรองเมื่อเดือนที่แล้ว หลังถูกกดดันอย่างหนักจากฐานเสียง MAGA (Make America Great Again)

แม้กระบวนการของกระทรวงยุติธรรมจะเป็นอีกส่วนหนึ่งจากการสอบสวนของสภาคองเกรส แต่ฝ่ายเดโมแครตยืนยันว่า จะยังคงทยอยปล่อยภาพจากทรัพย์มรดกเอปสตีนต่อไปเพื่อความโปร่งใส

ภาพชุดใหม่เผยให้เห็นรายละเอียดส่วนตัวของเอปสตีน เช่น ภาพเขานั่งอยู่ในอ่างอาบน้ำ และภาพที่ดูคล้ายอุปกรณ์ทางเพศ ขณะเดียวกันยังมีภาพเขาคู่กับบุคคลทรงอิทธิพลจำนวนมาก อาทิ บิล คลินตัน, บิล เกตส์, สตีฟ แบนนอน อดีตที่ปรึกษาทรัมป์ รวมถึงภาพของ กิสเลน แม็กซ์เวลล์ ซึ่งถูกตัดสินจำคุกในปี 2021 ฐานมีบทบาทช่วยเหลือเอปสตีน

คณะกรรมาธิการระบุว่า ภาพเหล่านี้ไม่ได้มาพร้อมคำอธิบาย จึงไม่อาจยืนยันได้ว่า ถ่ายเมื่อใด ที่ไหน หรือด้วยเหตุผลใด และย้ำว่าการปรากฏตัวในภาพที่เกี่ยวข้องกับเอปสตีน ไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นกระทำความผิด

อย่างไรก็ตาม ความเชื่อมโยงของเอปสตีนกับชนชั้นนำจำนวนมาก รวมถึงการเสียชีวิตของเขาในเรือนจำแมนฮัตตันเมื่อปี 2019 ระหว่างรอการพิจารณาคดีค้ามนุษย์ทางเพศ ยังคงเป็นเชื้อไฟให้เกิดทฤษฎีสมคบคิดและข้อกล่าวหาเรื่องการปกปิดความจริงของรัฐบาลแพร่กระจายในโลกออนไลน์

โรเบิร์ต การ์เซีย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเดโมแครต ซึ่งเป็นแกนนำในคณะกรรมาธิการ กล่าวว่า ถึงเวลาแล้วที่จะต้องยุติการปกปิดจากทำเนียบขาว และนำความยุติธรรมมาสู่ผู้เสียหาย พร้อมเรียกร้องให้กระทรวงยุติธรรมเปิดเผยเอกสารทั้งหมดโดยเร็ว

ด้านพรรครีพับลิกัน ซึ่งครองเสียงข้างมากในคณะกรรมาธิการ ออกมาตอบโต้ว่า ฝ่ายเดโมแครตกำลังคัดเลือกภาพบางส่วนและปิดบังข้อมูลอย่างมีเป้าหมาย เพื่อสร้างเรื่องเล่าที่บิดเบือนเกี่ยวกับประธานาธิบดีทรัมป์ ขณะที่ทำเนียบขาวเรียกการเผยแพร่ครั้งนี้ว่าเป็นกลเกมทางการเมืองของเดโมแครต ซึ่งถูกหักล้างมาแล้วหลายครั้ง

สำหรับทรัมป์ เขาปรากฏในภาพที่ปล่อยออกมาอย่างน้อย 3 ภาพ โดยหนึ่งในนั้นเป็นภาพร่วมงานปาร์ตี้ Victoria’s Secret เมื่อปี 1997 ซึ่งเคยเผยแพร่ต่อสาธารณะมาก่อน ทรัมป์ยอมรับว่าเคยคบหากับเอปสตีนในช่วงทศวรรษ 1990 แต่ยืนยันว่าได้เลิกติดต่อกันไปตั้งแต่ต้นยุค 2000 และไม่เคยถูกกล่าวหาในคดีใดที่เกี่ยวข้อง

ทรัมป์ให้สัมภาษณ์เมื่อวันศุกร์ว่า คนดังจำนวนมากต่างก็เคยรู้จักและถูกถ่ายภาพร่วมกับเอปสตีน พร้อมมองว่าการปล่อยภาพครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องใหญ่.

ที่มา : BBC

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ โดนัลด์ ทรัมป์

นิตยสารTime ยกย่อง “สถาปนิกแห่ง AI” เป็นบุคคลแห่งปี 2025

นิตยสารTime ยกย่อง “สถาปนิกแห่ง AI” เป็นบุคคลแห่งปี 2025

13 ธ.ค. 2568 10:25 น.

นิตยสารTime ยกย่อง “สถาปนิกแห่ง AI” เป็นบุคคลแห่งปี 2025

นิตยสาร Time ประกาศยกย่องกลุ่มบุคคลภายใต้ชื่อ “Architects of AI” หรือ “สถาปนิกแห่งปัญญาประดิษฐ์” ให้เป็น บุคคลแห่งปี 2025อย่างเป็นทางการ ชี้ปีแห่งปัญญาประดิษฐ์เปลี่ยนโลกอย่างไม่มีวันหวนกลับ

Time ระบุว่า ปี 2025 คือปีที่ศักยภาพของปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ปรากฏอย่างชัดเจนต่อสายตาโลก และเป็นจุดเปลี่ยนที่ไม่อาจย้อนกลับได้อีกต่อไป โดยนิตยสารระบุผ่านโพสต์บนโซเชียลมีเดียว่า การนำพามนุษยชาติสู่ยุคของเครื่องจักรที่สามารถคิดได้ สำหรับการสร้างทั้งความตื่นตะลึงและความกังวลให้กับผู้คน และสำหรับการเปลี่ยนแปลงปัจจุบัน พร้อมก้าวข้ามขีดจำกัดของความเป็นไปได้ ทำให้สถาปนิกแห่ง AI คือบุคคลแห่งปี 2025 ของ TIME 

Time อธิบายว่า การตัดสินใจครั้งนี้เป็นการเลือกบุคคล ไม่ใช่เทคโนโลยี โดยเน้นไปที่กลุ่มคนที่เป็นผู้จินตนาการ ออกแบบ และสร้างระบบ AI ขึ้นมา แม้ในอดีตนิตยสารจะเคยยกย่องแนวคิดหรือสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์มาแล้วก็ตาม

แซม เจคอบส์ บรรณาธิการบริหารของ Time เขียนอธิบายว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา นิตยสารไม่ได้เลือกเฉพาะบุคคลเพียงคนเดียวเสมอไป แต่เคยเลือกทั้งกลุ่มบุคคล ผู้หญิงจำนวนมากขึ้น และในบางกรณีที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก ก็เคยเลือกแนวคิด เช่น โลกที่กำลังเผชิญภาวะเสี่ยงสูญพันธุ์ในปี 1988 หรือคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลในปี 1982

เขายังยกตัวอย่างว่า การถกเถียงในยุคนั้นเกี่ยวกับการเลือกคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล แทน สตีฟ จ็อบส์ ผู้ก่อตั้งแอปเปิล กลายเป็นเรื่องราวที่ถูกนำไปเขียนเป็นหนังสือและสร้างเป็นภาพยนตร์ในเวลาต่อมา

นักวิเคราะห์มองว่า การเลือก AI เป็นบุคคลแห่งปีถือว่าสอดคล้องกับบริบทของปี 2025 โดย โธมัส ฮัสซัน นักวิเคราะห์อาวุโสจากบริษัทวิจัย Forrester ระบุว่า ปีนี้คือช่วงเวลาที่ AI เปลี่ยนสถานะจากเทคโนโลยีใหม่สำหรับผู้ใช้กลุ่มแรก ไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตกระแสหลักของผู้บริโภคจำนวนมาก

ก่อนหน้าการประกาศอย่างเป็นทางการ AI ถูกมองว่าเป็นตัวเต็งอันดับต้น ๆ  ร่วมกับบุคคลในแวดวงเทคโนโลยีอย่าง เจนเซน หวง ซีอีโอ Nvidia และ แซม อัลต์แมน ซีอีโอ OpenAI ขณะที่ผู้นำศาสนาอย่าง สมเด็จพระสันตะปาปาลีโอที่ 14 พระสันตะปาปาชาวอเมริกันองค์แรก ก็ถูกจับตามองเช่นกัน รวมถึงผู้นำทางการเมืองอย่าง โดนัลด์ ทรัมป์, เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล และ โซห์ราน มัมดานี ว่าที่นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก

ทั้งนี้ โดนัลด์ ทรัมป์ เคยได้รับเลือกให้เป็นบุคคลแห่งปี 2024 หลังคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ สมัยที่สอง ต่อจาก เทย์เลอร์ สวิฟต์ ซึ่งได้รับตำแหน่งบุคคลแห่งปี ในปี 2023

การคัดเลือกบุคคลแห่งปีของ Time เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี 1927 โดยบรรณาธิการจะพิจารณาบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีอิทธิพลต่อข่าวและเหตุการณ์ของโลกมากที่สุดในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา.

ที่มา : AP

ขอบคุณภาพ นิตยสารTime

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ บุคคลแห่งปี

หมอผีเปรูทำนายอนาคตประเทศ ชี้ผลเลือกตั้งปธน. นาย โฮเซ คาสต์ คว้าชัย

หมอผีเปรูทำนายอนาคตประเทศ ชี้ผลเลือกตั้งปธน. นาย โฮเซ คาสต์ คว้าชัย

13 ธ.ค. 2568 09:59 น.

หมอผีเปรูทำนายอนาคตประเทศ ชี้ผลเลือกตั้งปธน. นาย โฮเซ คาสต์ คว้าชัย

หมอผีชาวแอนดีสจากทั่วประเทศเปรู จัดพิธีกรรมโบราณริมชายหาดในกรุงลิมา เพื่อทำนายอนาคตทางการเมืองของประเทศ โดยเฉพาะการเลือกตั้งประธานาธิบดีรอบตัดสินของประเทศชิลี ชี้ว่านาย โฮเซ คาสต์ คว้าชัย

พิธีกรรมดังกล่าวใช้วัตถุศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อดั้งเดิม ทั้งไม้ ปาโลซันโต ใบโคคา ยาสูบดำ สมุนไพรจากป่าฝนอเมซอน และกลีบดอกไม้ หมอผีเริ่มพิธีด้วยการขอบคุณ ปาชามามา หรือแม่พระธรณี และ โคชามามา แม่แห่งท้องทะเล ก่อนเข้าสู่บทสวดเพื่อเปิดเผยภาพอนาคต

การทำนายครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การเมืองชิลี โดยหมอผีส่วนใหญ่ระบุว่า พวกเขามองเห็นกระแสประชาชนที่ต้องการ การเปลี่ยนแปลงรัฐบาล และทำนายว่านาย โฮเซ คาสต์ (José Kast) มีแนวโน้มจะเป็นผู้ชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีในวันอาทิตย์นี้ (14 ธ.ค.)

นอกจากนี้ หมอผียังกล่าวถึงปัญหาผู้อพยพที่ส่งผลต่อทั้งชิลีและเปรู โดยเชื่อว่าสถานการณ์จะเริ่มคลี่คลาย และผู้นำในภูมิภาคจะสามารถบรรลุข้อตกลงอย่างสันติ โดยเฉพาะประเด็นผู้อพยพจากเวเนซุเอลา

พิธีกรรมยังพาดพิงถึงเม็กซิโกด้วย โดยหมอผีทำนายว่า ในปีหน้า เม็กซิโกจะอนุญาตให้ เบ็ตซีย์ ชาเวซ อดีตนายกรัฐมนตรีเปรู เดินทางออกนอกประเทศอย่างปลอดภัย หลังเธอลี้ภัยอยู่ภายในบ้านพักเอกอัครราชทูตเม็กซิโกในกรุงลิมา

หมอผีที่เข้าร่วมพิธีต่างสวมใส่ชุดพื้นเมือง และย้ำว่าพวกเขาสืบทอดองค์ความรู้ทางจิตวิญญาณจากบรรพบุรุษมาหลายชั่วอายุคน สะท้อนบทบาทของผู้นำทางจิตวิญญาณและผู้เยียวยาในยุคอารยธรรมอินคาและอารยธรรมโบราณก่อนหน้านั้น.

ที่มา :AP

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ หมอผีเปรู

“ฮุน มาเนต” เผยคุย “อันวาร์–ทรัมป์” หาทางหยุดยิงไทย-กัมพูชา เสนอใช้ภาพดาวเทียมพิสูจน์ใครยิงก่อน

"ฮุน มาเนต" เผยคุย “อันวาร์–ทรัมป์” หาทางหยุดยิงไทย-กัมพูชา เสนอใช้ภาพดาวเทียมพิสูจน์ใครยิงก่อน

13 ธ.ค. 2568 07:01 น.

“ฮุน มาเนต” เผยคุย “อันวาร์–ทรัมป์” หาทางหยุดยิงไทย-กัมพูชา เสนอใช้ภาพดาวเทียมพิสูจน์ใครยิงก่อน

ฮุน มาเนต เผยหารือ “อันวาร์–ทรัมป์” หาทางหยุดยิงไทย-กัมพูชา เสนอใช้ภาพดาวเทียมสหรัฐ–มาเลเซีย ตรวจสอบเหตุปะทะ 7 ธ.ค. ชี้เป็นวิธีโปร่งใสพิสูจน์ใครยิงก่อน

วันที่ 12 ธันวาคม 2568 นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา โพสต์ข้อความลงเฟสบุ๊ก ระบุว่า ได้หารือทางโทรศัพท์กับ นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม และกับ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เมื่อคืนวันที่ 12 ธันวาคม เพื่อหาทางนำไปสู่การหยุดยิงระหว่างไทยแลักัมพูชา และผลักดันให้ทั้งสองฝ่ายกลับมาปฏิบัติตามปฏิญญาร่วมกัวลาลัมเปอร์

นายกรัฐมนตรีกัมพูชาระบุว่า ได้ขอบคุณผู้นำทั้งสองประเทศที่พยายามอย่างต่อเนื่องในการสนับสนุนสันติภาพระยะยาวระหว่างกัมพูชาและไทย พร้อมย้ำว่า กัมพูชายึดมั่นในการแก้ไขข้อพิพาทด้วยสันติวิธีมาโดยตลอด ตามเจตนารมณ์ของปฏิญญาร่วมกัวลาลัมเปอร์

สำหรับเหตุยิงปะทะที่เกิดขึ้นในช่วงบ่ายของวันที่ 7 ธันวาคม 2568 ซึ่งนำไปสู่การปะทะรอบใหม่ระหว่างทั้งสองประเทศ นายฮุน มาเนต ระบุว่า ได้เสนอให้สหรัฐฯ และมาเลเซีย ใช้ศักยภาพด้านข่าวกรองของกองทัพหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ภาพถ่ายดาวเทียมในช่วงเวลาที่เกิดเหตุ และภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากนั้น เพื่อตรวจสอบอย่างชัดเจนว่าฝ่ายใดเป็นผู้เปิดฉากยิงก่อน

ฮุน มาเนต กล่าวว่า เขามองว่าวิธีนี้เป็นแนวทางที่ง่ายที่สุดและโปร่งใสมากที่สุดในการพิสูจน์ข้อเท็จจริง พร้อมย้ำว่า กัมพูชาพร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ หากมีความจำเป็นต้องดำเนินการตรวจสอบในลักษณะนี้

ที่มา Facebook / Hun Manet

อิหร่านจับกุมตัวนักเคลื่อนไหวสิทธิฯ เจ้าของรางวัลโนเบลสันติภาพ ชี้ถูกควบคุมตัวอย่างรุนแรง

อิหร่านจับกุมตัวนักเคลื่อนไหวสิทธิฯ เจ้าของรางวัลโนเบลสันติภาพ ชี้ถูกควบคุมตัวอย่างรุนแรง

13 ธ.ค. 2568 05:18 น.

อิหร่านจับกุมตัวนักเคลื่อนไหวสิทธิฯ เจ้าของรางวัลโนเบลสันติภาพ ชี้ถูกควบคุมตัวอย่างรุนแรง

อิหร่านจับกุม “นาร์เกส โมฮัมมาดี” นักเคลื่อนไหวสิทธิมนุษยชนวัย 53 ปี เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ระหว่างเธอเข้าร่วมพิธีรำลึกถึงทนายความด้านสิทธิมนุษยชนที่เพิ่งถูกพบเสียชีวิตมีเงื่อนงำ

วันที่ 12 ธันวาคม 2568 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทางการอิหร่านได้จับกุมตัว นาร์เกส โมฮัมมาดี นักเคลื่อนไหวสิทธิมนุษยชนวัย 53 ปี เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ระหว่างเธอเข้าร่วมพิธีรำลึกถึงทนายความด้านสิทธิมนุษยชนที่เพิ่งถูกพบเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ

มูลนิธินาร์เกส ระบุว่า โมฮัมมาดีถูกควบคุมตัวที่เมือง มัชฮัด ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอิหร่าน ห่างจากกรุงเตหะรานราว 680 กิโลเมตร ขณะเข้าร่วมพิธีไว้อาลัยให้กับ คอสรอว์ อาลีคอร์ดี ทนายความและนักสิทธิมนุษยชนวัย 46 ปี ซึ่งถูกพบเสียชีวิตในสำนักงานของเขาเองเมื่อต้นเดือนนี้

รายงานข่าวระบุว่า จนถึงขณะนี้ทางการอิหร่านยังไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการควบคุมตัวโมฮัมมาดี และยังไม่ชัดเจนว่าเธอจะถูกส่งกลับเข้าเรือนจำเพื่อรับโทษที่เหลือหรือไม่

แหล่งข่าวชี้ว่า การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการกวาดล้างกลุ่มปัญญาชนและนักเคลื่อนไหวที่เข้มข้นขึ้น ขณะที่อิหร่านกำลังเผชิญแรงกดดันจากมาตรการคว่ำบาตร เศรษฐกิจที่ย่ำแย่ และความกังวลต่อความขัดแย้งกับอิสราเอลที่อาจปะทุซ้ำ

ผู้สนับสนุนของโมฮัมมาดีกล่าวว่า เธอถูกควบคุมตัวอย่างรุนแรงโดยกองกำลังความมั่นคงและตำรวจ และมีนักกิจกรรมรายอื่นถูกจับกุมด้วย โดยมูลนิธินาร์เกสออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ปล่อยตัวผู้ถูกจับทั้งหมดโดยทันทีและไม่มีเงื่อนไข พร้อมระบุว่า การจับกุมนี้เป็นการละเมิดเสรีภาพขั้นพื้นฐานอย่างร้ายแรง

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้โมฮัมมาดีถูกตัดสินให้รับโทษรับโทษจำคุก 13 ปี 9 เดือน ในข้อหาสมคบคิดบ่อนทำลายความมั่นคงของรัฐ และโฆษณาชวนเชื่อต่อต้านรัฐบาลอิหร่าน ต่อมาโมฮัมมาดีได้รับอนุญาตให้พักโทษชั่วคราวด้วยเหตุผลด้านสุขภาพในเดือนธันวาคม 2567 เดิมกำหนดเพียง 3 สัปดาห์แต่ได้รับการขยายเวลา อย่างไรก็ตาม เธอยังคงเคลื่อนไหวทางสังคมอย่างต่อเนื่อง ทั้งการประท้วงในที่สาธารณะ และให้สัมภาษณ์สื่อระหว่างประเทศ รวมถึงการชุมนุมหน้าเรือนจำซึ่งเป็นสถานที่ที่เธอเคยถูกคุมขัง.//

ที่มา BBC

กัมพูชาอ้างจับสายลับไทย ล้วงข้อมูลส่งกองทัพ

กัมพูชาอ้างจับสายลับไทย ล้วงข้อมูลส่งกองทัพ

13 ธ.ค. 2568 04:44 น.

กัมพูชาอ้างจับสายลับไทย ล้วงข้อมูลส่งกองทัพ

สื่อกัมพูชารายงานอ้างเจ้าหน้าที่จังหวัดบันเตียเมียนเจย จับกุม “สายลับไทย” พัวพันส่งข้อมูลให้ทหารไทย 

วันที่ 12 ธันวาคม 2568 เว็บไซต์ข่าวพนมเปญโพสต์ ของกัมพูชา รายงานว่า เจ้าหน้าที่จังหวัดบันเตียเมียนเจย ประเทศกัมพูชา แถลงว่า ได้จับกุมชายสัญชาติไทยรายหนึ่ง ในหมู่บ้านสรักครัม อำเภอสวายเชก ระหว่างกำลังเก็บข้อมูลต้องสงสัยเพื่อนำไปส่งต่อให้กองทัพไทย

รายงานระบุว่า ชายไทยรายนี้ถูกควบคุมตัวในพื้นที่ใกล้ชายแดน ขณะทำกิจกรรมที่เข้าข่าย “สอดแนมข้อมูลด้านความมั่นคง” ซึ่งทางการกัมพูชากำลังสอบสวนขยายผลเพิ่มเติม

จนถึงขณะนี้ เจ้าหน้าที่กัมพูชายังไม่เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับตัวผู้ต้องสงสัย รวมถึงประเภทข้อมูลที่เชื่อว่าเขากำลังรวบรวมอยู่ โดยระบุเพียงว่าเป็น “คดีอ่อนไหวด้านความมั่นคง” และจะมีการแถลงข้อมูลอย่างเป็นทางการอีกครั้งหลังการสอบสวนคืบหน้า.

ระทึก นักโดดร่มออสเตรเลียเจอวินาทีเฉียดตาย ร่มสำรองเกี่ยวหางเครื่องบินทำให้ตัวห้อยกลางอากาศ

ระทึก นักโดดร่มออสเตรเลียเจอวินาทีเฉียดตาย ร่มสำรองเกี่ยวหางเครื่องบินทำให้ตัวห้อยกลางอากาศ

13 ธ.ค. 2568 04:29 น.

ระทึก นักโดดร่มออสเตรเลียเจอวินาทีเฉียดตาย ร่มสำรองเกี่ยวหางเครื่องบินทำให้ตัวห้อยกลางอากาศ

สุดระทึก นักโดดร่มออสเตรเลียเจอวินาทีเฉียดตาย เมื่อร่มสำรองเกี่ยวหางเครื่องบินทำให้ตัวห้อยอยู่กลางอากาศระดับ 4,500 เมตร

วันที่ 12 ธันวาคม 2568 สำนักงานความปลอดภัยการคมนาคมออสเตรเลีย เผยภาพเหตุการณ์สุดระทึก ขณะที่นายเอเดรียน เฟอร์กูสัน นักโดดร่มชาย ถูกดึงกระชากออกจากประตูเครื่องบินแล้วร่มสำรองเกิดไปติดกับแผ่นปีกด้านหลังของเครื่องบิน เซสนา คาราวาน จนทำให้ตัวของเขาห้อยอยู่กลางอากาศที่ความสูงกว่า 15,000 ฟุต หรือประมาณ 4,500 เมตร

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่สนามบินทัลลี  ในรัฐควีนส์แลนด์ ขณะกลุ่มนักโดดร่ม 17 คนเตรียมทำภารกิจโดดพร้อมกันแบบ 16-way formation โดยมีอีก 1 คนรอบันทึกภาพ และระหว่างที่นายเฟอร์กูสันกำลังก้าวออกจากเครื่อง สายดึงร่มสำรองดันไปเกี่ยวกับหางเครื่องบิน ทำให้เขาห้อยอยู่ด้านหลังเครื่องบิน

ต่อมาเขาตัดสินใจใช้ มีดพิเศษซึ่งนักโดดร่มมักพกติดตัว ตัดสายร่มไป 11 เส้น เพื่อหลุดออกจากเครื่องบิน ก่อนร่วงลงมาพร้อมเศษร่มที่ขาด เขาจึงกางร่มหลักซึ่งแม้จะพันกันบางส่วน แต่ยังทำงานได้และสามารถ ลงจอดอย่างปลอดภัยได้ในที่สุด.  

ที่มา AP