มูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ถวายพระกุศล วันคล้ายวันประสูติ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

มูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ถวายพระกุศล วันคล้ายวันประสูติ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

มูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ถวายพระกุศล วันคล้ายวันประสูติ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

วันอาทิตย์ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 14.17 น.

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยากสภากาชาดไทย จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เนื่องในวันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

7 ธันวาคม 2568 เวลา 09.30 น. ณ ห้องโสมกิติยาภา สำนักงานมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย  มูลนิธิฯ จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาโดยมี ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองประธานกรรมการที่ปรึกษา ทำหน้าที่แทนประธานกรรมการมูลนิธิฯ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคณะกรรมการ ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ เข้าร่วมในพิธีอย่างพร้อมเพรียง พิธีเจริญพระพุทธมนต์ในครั้งนี้ประกอบโดยคณะสงฆ์รวม 10 รูป นำโดย พระพรหมบัณฑิต วัดประยุรวงศาวาส เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยคณะสงฆ์ผู้ทรงสมณศักดิ์จากหลายวัด ประกอบด้วย

พระพรหมวชิรากร วัดราชผาติการามวรวิหาร

พระธรรมวชิรเจติยาจารย์ วัดพระปฐมเจดีย์

พระพรหมวชิรานุวัตร วัดบพิตรพิมุข

พระพรหมวชิรสุทธาจารย์ วัดอาวุธวิกสิตาราม

พระพรหมศากยวงศ์วิสุทธิ์ (อนิลมาน) วัดบวรนิเวศวิหาร

พระเทพวชิราภินันท์ วัดบวรนิเวศวิหาร

พระธรรมวชิรจินดาภรณ์  วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม

พระราชวัชรภัทราจารย์  วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม

พระปริยัติวชิรกวี วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม

คณะสงฆ์ได้ร่วมกัน ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายเป็นพระกุศล แด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เนื่องในวาระวันคล้ายวันประสูติ 7 ธันวาคม 2568

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เป็นองค์กรการกุศลไม่แสวงหาผลกำไร จัดตั้งตามพระดำริ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา องค์ประธานกรรมการมูลนิธิฯ และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ องค์นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ  มูลนิธิฯ ดำเนินงานเข้าสู่ปีที่ 30 โดยยึดมั่นในการสนับสนุนและเชื่อมโยงให้ภาครัฐ เอกชน และชุมชน ร่วมกันเกื้อหนุนช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ในยามทุกข์ยากจากอุทกภัย พร้อมร่วมกันระดมองค์ความรู้ นวัตกรรม กำลังแรงกาย ทุนทรัพย์ และ จิตสาธารณะเพื่อช่วยเหลือและฟื้นฟูอย่างครบวงจร และยั่งยืน ตั้งแต่การเฝ้าระวังก่อนเกิดอุทกภัย การบรรเทาทุกข์ระหว่างเกิดอุทกภัย และการฟื้นฟูหลังเกิดอุทกภัย ตามพระนโยบาย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา องค์ประธานกรรมการมูลนิธิฯ เพื่อมุ่งสู่การเป็น “ศูนย์กลางการเป็นเลิศด้านการบรรเทาทุกข์ และการจัดการภัยพิบัติอันเกิดจากอุทกภัย (Center of Excellence in Flood Relief and Management)

สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจด้วยพระวิริยอุตสาหะและพระกตัญญูกตเวทิตา

สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา  ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจด้วยพระวิริยอุตสาหะและพระกตัญญูกตเวทิตา

สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจด้วยพระวิริยอุตสาหะและพระกตัญญูกตเวทิตา

วันอาทิตย์ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 07.01 น.

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี  กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เป็นพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ประสูติแต่พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พุทธศักราช 2521 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต และเป็นพระราชนัดดาพระองค์แรกในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร กับสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี  กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงเข้ารับการศึกษา ระดับอนุบาล ประถมศึกษา และมัธยมศึกษาตอนต้น ณ โรงเรียนราชินี ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ณ โรงเรียนฮีธฟิลด์ ประเทศอังกฤษและโรงเรียนจิตรลดา จากนั้นทรงสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยทรงได้รับเกียรตินิยมอันดับสอง  และระดับปริญญาตรี สาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช โดยทรงได้รับเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ต่อมาทรงสำเร็จการศึกษาระดับชั้นเนติบัณฑิตไทย (น.บ.ท.) เนติบัณฑิตยสภา รวมทั้ง Master of Laws (LL.M.) จากมหาวิทยาลัยคอร์เนล สหรัฐอเมริกา และ Doctor of the Science of Law (J.S.D.) จากมหาวิทยาลัยคอร์เนล สหรัฐอเมริกา

นอกจากนี้ ทรงเข้ารับการทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ดังนี้  พุทธศักราช 2549 ปริญญากิตติมศักดิ์ วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร, พุทธศักราช 2551 ปริญญานิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี, พุทธศักราช 2552 ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาอาชญาวิทยา การบริหารงานยุติธรรมและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล, พุทธศักราช 2553 ปริญญารัฐศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, พุทธศักราช 2553 ปริญญานิติศาสตรดุษฏีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด, พุทธศักราช 2553 ปริญญานิติศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, พุทธศักราช 2553 ปริญญานิติศาสตรดุษฏีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกาฬสินธุ์

พุทธศักราช 2553 ปริญญาศิลปศาสตรดุษฏีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาการบริหารงานยุติธรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, พุทธศักราช 2554 ปริญญานิติศาสตรดุษฏีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเขตภาคเหนือ 8 แห่ง คือ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร, มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย, มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่, มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์, มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม, มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์, มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง, และมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์, พุทธศักราช 2554 ปริญญานิติศาสตรดุษฏีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชานิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,พุทธศักราช  2554 ปริญญานิติศาสตรดุษฏีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, พุทธศักราช 2563 ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี  กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ได้ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจด้วยพระวิริยอุตสาหะและพระกตัญญูกตเวทิตา ฉลองพระเดชพระคุณมาแต่รัชกาลก่อน สืบเนื่องมาจนถึงรัชกาลปัจจุบัน ทรงปฏิบัติพระราชกิจแทนพระองค์ในหลายวาระและทรงรับเป็นพระธุระในการส่วนพระองค์ให้ดำเนินลุล่วงไปด้วยความเรียบร้อย แบ่งเบาพระราชภาระได้เป็นอันมาก เป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัย อีกทั้ง ได้ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจในด้านสาธารณกุศลมาเป็นเวลายาวนาน ผ่านมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ซึ่งทรงรับเป็นองค์ประธานกรรมการมูลนิธิฯ ทรงรับปฏิบัติงานที่คณะทูตถาวรแห่งประเทศไทย ประจำองค์การสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก นอกจากนี้ ยังทรงปฏิบัติพระกรณียกิจในด้านกฎหมาย ซึ่งทรงพระปรีชาสามารถเป็นอย่างยิ่ง ทรงรับราชการในตำแหน่งอัยการผู้เชี่ยวชาญ สานักงานอัยการสูงสุด ทรงก่อตั้งโครงการกำลังใจ ในพระดำริ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขัง นับว่าได้ทรงปฏิบัติงานสร้างสรรค์ประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชนเป็นอเนกประการ สมควรที่จะสถาปนาพระเกียรติยศให้สูงขึ้น ตามแบบอย่างโบราณราชประเพณี

พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สถาปนาขึ้นเป็นเจ้าฟ้าต่างกรมฝ่ายใน มีพระนามตามที่จารึกในพระสุพรรณบัฏว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา กับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ อันเป็นโบราณมงคลนพรัตนราชวราภรณ์ เมื่อวันที่  28 กรกฎาคม พุทธศักราช 2562

พระกรณียกิจด้านต่างๆ  ประกอบด้วย มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย จากความทุกข์ร้อนของประชาชนคนไทยจากอุทกภัยที่เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า แม้จะสร้างความยากลำบากให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยจนไม่อาจหลีกเลี่ยง แต่ในสถานการณ์อันโหดร้ายเหล่านั้นพวกเขาไม่เคยต้องโดดเดี่ยว ด้วยน้ำพระทัยอันหาที่เปรียบมิได้ของ พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ และ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ที่ทรงห่วงใยราษฎรมาตลอด นับตั้งแต่การเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อ พุทธศักราช 2538 ในปีนั้นถือเป็นปีที่ชาวกรุงเทพมหานครต้องเผชิญกับระดับน้ำ ในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณสะพานพุทธที่เพิ่มสูงขึ้นถึง 2.27 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง เป็นผลกระทบจากอิทธิพลของพายุโลอิส ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักส่งผลให้สถานการณ์น้ำท่วม ทวีความรุนแรง น้ำปริมาณมากทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนทั้งฝั่งธนบุรีและฝั่งพระนครเป็นระยะเวลานานถึง 2 เดือน สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะเขตบางพลัด เขตบางกอกน้อย และเขตคลองสาน หน่วยงานภาครัฐและองค์กรต่างๆ พยายามเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัย ในหลายพื้นที่แล้ว แต่ด้วยปริมาณน้ำที่เข้าท่วมนั้นมีมากและเป็นอุปสรรคในการลงพื้นที่บางส่วน จึงทำให้ความช่วยเหลือทำได้ไม่ทั่วถึงและประชาชนเกิดความเข้าใจผิด รู้สึกขาดที่พึ่งพิง และไม่ได้รับความเท่าเทียมจากหน่วยงานราชการ

กระทั่งรุ่งเช้าของวันที่ 29 ตุลาคม พุทธศักราช 2538 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จฯ ลงพื้นที่ออกรับน้ำใจจากประชาชนที่สถานีบริการน้ำมันย่านคลองสาน เพื่อใช้ในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จากนั้นในช่วงบ่าย พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ เสด็จไปยังซอยจรัญสนิทวงศ์ 34 เขตบางกอกน้อย และซอยจรัญสนิทวงศ์ 82, 84 และ 86 เขตบางพลัด เพื่อเยี่ยมเยียนผู้ประสบอุทกภัยและสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างผู้ประสบภัยกับหน่วยงานราชการพระกรณียกิจในครั้งนั้นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการดำเนินการปฏิบัติภารกิจบรรเทาทุกข์ให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยเรื่อยมา

จนกระทั่งวันที่ 21 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2544 จึงทรงก่อตั้งมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ขึ้นอย่างเป็นทางการ โดย พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ทรงดำรงตำแหน่งเป็น นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ และ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงเป็นประธาน  มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนและเชื่อมโยงให้ภาครัฐ เอกชน และชุมชน ร่วมกันเกื้อหนุนช่วยเหลือซึ่งกันและกันในยามทุกข์ยากจากอุทกภัยและภัยพิบัติที่รุนแรง อันได้แก่ การร่วมกันระดมองค์ความรู้ นวัตกรรม กำลังแรงกาย ทุนทรัพย์ และจิตสาธารณะ เพื่อช่วยเหลือและฟื้นฟูอย่างครบวงจร รวมทั้งการพัฒนาอาชีพ และคุณภาพชีวิติอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังสนับสนุนให้ผู้ทุกข์ยากน้อยกว่าช่วยเหลือผู้ทุกข์ยากมากกว่า ผู้ที่แข็งแรงช่วยผู้อ่อนแอ เป็นต้น โดยมุ่งเน้นการประทังชีวิตและการฟื้นฟูสภาพจิตใจ มูลนิธิฯ ปฏิบัติงานและยึดหลักภายใต้แนวคิด “แบ่งปัน พอเพียง ยั่งยืน”

ตลอดการดำเนินงานที่ผ่านมา เมื่อเกิดอุทกภัยขึ้นครั้งใดภาพของเจ้าหน้าที่มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ที่เข้าไปช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่มักปรากฏอย่างแจ่มชัด พร้อมด้วยถุงยังชีพพระราชทาน ที่ไม่ใช่เพียงบรรจุสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิตของผู้ประสบอุทกภัยเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งขวัญกำลังใจที่จะนำพาผู้ประสบภัยให้ก้าวพ้นช่วงเวลาวิกฤตที่เกิดขึ้นไปได้

โครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์   พระบาทสมด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชหฤทัยมุ่งมั่นที่จะทรงแก้ไขปัญหาระหว่างคนและช้างป่าให้อยู่ร่วมกันอย่างสมดุล ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ  รับ โครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์  ไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย  พระบาทสมด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงรับเป็นประธานที่ปรึกษาโครงการฯ กับทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงเป็นประธานคณะกรรมการฯ ด้วยทรงมีพระบรมราโชบายในการอนุรักษ์ป่าและช้าง รวมทั้งการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลระหว่างคนและช้าง ตลอดจนมีพระราชปณิธานในการสืบสาน รักษา ต่อยอด แนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในการจัดการความขัดแย้งของคนกับป่าและการอนุรักษ์ช้างไทย ซึ่งเป็นสัตว์ที่อยู่คู่กับประเทศไทยมาช้านาน

ทั้งนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงแก้ปัญหาคนกับช้างป่าด้วยการ พัฒนาแหล่งน้ำและส่งเสริมอาชีพให้ชาวบ้าน โดยมีพระดำริสร้างพื้นที่โครงการเร่งด่วน เพื่อกักเก็บน้ำในฤดูฝน เมื่อปี พุทธศักราช 2563 ที่ บ้านคลองมะหาด หมู่ที่ 14 อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา และพื้นที่เกษตรแปลงรวมบ้านหนองกระทิง หมู่ที่ 20 ต.ท่ากระดาน อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา(แก้มลิงคลองมะหาด) ช่วยเหลือทั้งคนและช้างตามวัตถุประสงค์ของ โครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์  โดยเฉพาะการช่วยเหลือให้ประชาชนมีอาชีพที่ยั่งยืนตามสภาพภูมิศาสตร์ของแต่ละพื้นที่

โครงการกำลังใจ ในพระดำริ ทรงก่อตั้งเมื่อวันที่ 14 กันยายน พุทธศักราช 2544 เมื่อครั้งยังทรงเป็นนักศึกษากฎหมาย โดยครั้งแรกเสด็จฯ เยี่ยมผู้ต้องขังหญิง ณ ทัณฑสถานหญิงกลาง แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ด้วยความสนพระทัยในสภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้ต้องขัง โครงการนี้ได้ขยายความช่วยเหลือไปยังเด็กที่ติดท้องแม่ก่อนเข้าจำคุก รวมทั้งผู้ต้องขังหญิงสูงอายุ และเพื่อให้การช่วยเหลือผู้ต้องขังหญิงได้กระจายไปทั่วโลก ทรงมีบทบาทสำคัญในการนำเสนอและยกร่างข้อกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำต่อสหประชาชาติสำหรับการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิง ภายใต้ชื่อ“Enhancing Life for Female Inmates: ELFI”

มูลนิธิ ณภาฯ ในพระดำริ  จัดตั้งขึ้นด้วยพระประสงค์ เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2557 โดยพระราชทานพระกรุณารับเป็นองค์ประธานมูลนิธิฯ เพื่อดำเนินกิจการตามพระดำริด้านสาธารณกุศลในการให้โอกาส การเป็นตัวกลางในการแสวงหาโอกาส และการพัฒนาชีวิตแก่ผู้ด้อยโอกาสในสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มอดีตผู้ต้องขังและผู้ต้องขัง ตลอดจนกระตุ้นเตือนให้สาธารณชนตระหนักถึงความสำคัญของการให้โอกาส สนับสนุนกลุ่มผู้ด้อยโอกาสให้สามารถกลับมาดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างปกติสุข

มูลนิธิ ณภาฯ เข้ามามีบทบาทในการให้ความช่วยเหลือในด้านดังกล่าว ตั้งแต่การทำความเข้าใจและฝึกอบรม ในขณะที่เป็นผู้ต้องขังที่ไม่มีโอกาสได้รับรู้ความเป็นไปของสังคมภายนอก ให้สามารถผลิตสินค้าได้ตรงตามความความต้องการของตลาด และในขณะที่พ้นโทษแล้วนั้นก็สามารถฝึกวิชาชีพต่อยอดเพิ่มเติม เพื่อให้รู้จักวิธีการใหม่ๆ ที่ข้อจำกัดของเรือนจำทำให้ไม่สามารถเรียนรู้ได้ อันเป็นการเพิ่มมูลค่าของสินค้าที่ผลิต รวมทั้งสอนการบริหารจัดการทรัพยากร การผลิต เพื่อการรู้จักการประกอบอาชีพอย่างครบวงจร

แบรนด์ผลิตภัณฑ์ภายใต้ ณภาฯ ปัจจุบัน ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มอุปโภคตรา “จัน” ที่มาจากคำว่า จันทรา อันแปลว่า พระจันทร์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ต้องขังนั้นไม่ได้พบเห็น เนื่องจากพวกเขาเหล่านั้นต้องเข้านอนตั้งแต่พระจันทร์ยังไม่มืด ประกอบกับกำแพงเรือนจำที่สูงทำให้พวกเขาไม่มีโอกาสได้เห็นพระจันทร์ อันเป็นแสงสว่างของท้องฟ้าในยามค่ำคืน คำว่า จันทรา จึงกลายมาเป็นแรงบันดาลใจของชื่อกลุ่มผลิตภัณฑ์ปัจจุบันของ ณภาฯ ที่อยากจะสื่อให้เห็นว่าพวกเขาอยากมีโอกาสเห็นพระจันทร์อย่างคนทั่วไป ผลิตภัณฑ์ “จัน” จึงเป็นเสมือน “โอกาส” ที่จะมอบให้คนด้อยโอกาสเหล่านั้นได้เห็นว่าสังคมรับรู้และให้โอกาสในการเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง รวมทั้งผลิตภัณฑ์ในกลุ่มบริโภคตรา “ธรา” โดยมูลนิธิ ณภาฯ มีหน้าที่เป็นตัวกลางในการเผยแพร่และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเพื่อนำมาเป็นทุนในการสนับสนุนงานของมูลนิธิต่อไป

พระเกียรติคุณ ประกอบด้วย รางวัลนักศึกษากฎหมายดีเด่นประจำปี 2544   คณะกรรมการรางวัลสัญญาธรรมศักดิ์ มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ถวายรางวัลนักศึกษากฎหมายดีเด่นประจำปี 2544 เป็นกรณีพิเศษแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี  กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ด้วยทรงเป็นตัวอย่างในด้านการศึกษาและด้านกิจกรรมนักศึกษา ตลอดเวลาที่ทรงศึกษาในคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นั้น พระองค์ทรงปฏิบัติเช่นนักศึกษาทั่วไปทั้งในด้านการศึกษา การเข้าร่วมกิจกรรมเสริมหลักสูตรตลอดจนกิจกรรมต่างๆ

รางวัล Medal of Recognition  ทรงมีบทบาทสำคัญในระดับนานาชาติหลายอย่างเริ่มตั้งแต่การจัดตั้งกองทุนพัชรกิติยาภา เพื่อการศึกษากฎหมาย การรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี โครงการกำลังใจ ในพระดำริฯ โครงการจัดทำมาตรฐานผู้ต้องขังหญิง หรือ ELFI (เอลฟี) การทรงงานด้านกระบวนการยุติธรรมเหล่านี้ หน่วยงาน UNODC (ยูเอ็นโอดีซี) สหประชาชาติ จึงพิจารณาทูลเกล้าถวายรางวัลเกียรติยศสูงสุดจากสหประชาชาติ

องค์ทูตสันถวไมตรี (Goodwill Ambassador) ของ UNIFEM โดย ดร.จีน เดอคูน่า ผู้อำนวยการสำนักงานภูมิภาคเอเชียตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้ กองทุนการพัฒนาเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ (UNIFEM)  กล่าวว่า จากผลการดำเนินงาน โครงการกำลังใจ ในพระดำริของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี  กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ซึ่งพระราชทานความช่วยเหลือแก่กลุ่มผู้ต้องขังสตรีและเด็กติดผู้ต้องขัง และพระราชทานความช่วยเหลือให้ผู้ต้องขังได้มีโอกาสกลับตัวเป็นพลเมืองดี  หน่วยงาน UNIFEM  จึงขอพระราชทานกราบทูลเชิญเป็นองค์ “ทูตสันถวไมตรี” (Goodwill Ambassador) ในการต่อต้านความรุนแรงต่อผู้หญิง

มูลนิธิ/องค์กรในพระอุปถัมภ์ ประกอบด้วย  มูลนิธิกุมาร โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า, มูลนิธิ ณภาฯ ในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา,เครือข่ายคนรักน้องหมา,กองทุนกำลังใจ และศูนย์ควบคุมสุนัข กทม. (ประเวศ)

‘ปลายพู่กันแทนใจ’ มมส สร้างสรรค์งานศิลป์ น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’

‘ปลายพู่กันแทนใจ’ มมส สร้างสรรค์งานศิลป์ น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’

‘ปลายพู่กันแทนใจ’ มมส สร้างสรรค์งานศิลป์ น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’

วันอาทิตย์ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บรรยากาศแห่งความจงรักภักดีอบอวลทั่วลานศิลปะ เมื่อคณาจารย์และนิสิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ร่วมกันจับพู่กันถ่ายทอดความงดงามและพระราชกรณียกิจ ผ่านงานจิตรกรรมอันทรงคุณค่า เพื่อน้อมรำลึกถึง “แม่ของแผ่นดิน”

ที่บริเวณด้านหน้าคณะศิลปกรรมศาสตร์และวัฒนธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส) ภาควิชาทัศนศิลป์ ได้จัดกิจกรรมวาดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์และผลงานจิตรกรรม เพื่อถวายความอาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมีผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร นิสิต และนักเรียน เข้าร่วมกันอย่างพร้อมเพรียง

กิจกรรมในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการวาดภาพทั่วไป แต่คือการผนึกกำลังของเหล่าศิลปินรุ่นใหม่และครูบาอาจารย์ ที่ต้องการแสดงออกถึงความจงรักภักดีผ่านทักษะวิชาชีพ โดยผลงานที่ถูกรังสรรค์ขึ้นเน้นการใช้ เทคนิคสีอะคริลิก ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านปลายพู่กันอย่างประณีตบรรจง ประกอบไปด้วยภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ที่งดงามสมจริง และภาพจิตรกรรมที่บอกเล่าเรื่องราวพระราชจริยวัตร รวมถึงพระราชกรณียกิจนานัปการที่ทรงทุ่มเทเพื่อพสกนิกรชาวไทย

อาจารย์ ดร.สันติ สิงห์สุ รองคณบดีฝ่ายการพัฒนาศักยภาพนิสิตและบริการวิชาการ ศิลปวัฒนธรรม กล่าวถึงเบื้องหลังแนวคิดของงานครั้งนี้ว่า เป็นการบูรณาการการเรียนการสอนสู่การปฏิบัติจริง เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล กิจกรรมนี้คือโอกาสสำคัญที่เราได้นำองค์ความรู้ทางศิลปะมาแปรเปลี่ยนเป็นพลังแห่งความจงรักภักดี ผลงานชุดนี้ประกอบด้วย “ภาพเหมือนของสมเด็จพระพันปีหลวง” และ “ภาพพระราชกรณียกิจในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” โดยเราใช้เทคนิคสีอะคริลิกเป็นหลัก แนวคิดสำคัญคือการสื่อสารถึงความดีงามและพระเมตตาที่ทรงมีต่อชาวอีสานและคนไทยทุกคน การที่พระองค์ทรงให้ความสำคัญและส่งเสริมงานศิลปาชีพและศิลปหัตถกรรมมาโดยตลอด ยิ่งทำให้พวกเราในฐานะผู้สร้างสรรค์งานศิลปะ รู้สึกภาคภูมิใจอย่างที่สุดที่ได้ทำหน้าที่นี้

ด้านตัวแทนคนรุ่นใหม่อย่าง นายปุณยพัฒน์ จันทะดวง นิสิตชั้นปีที่ 1 สาขาทัศนศิลป์ ได้สะท้อนมุมมองในฐานะเยาวชนที่ได้มีส่วนร่วมในหน้าประวัติศาสตร์เล็กๆ ครั้งนี้ว่า “ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งครับ การได้มาร่วมวาดภาพในวันนี้ไม่ใช่แค่การทำงานศิลปะ แต่คือการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ถึงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีต่อประเทศชาติมาอย่างยาวนาน กิจกรรมนี้ยังช่วยสร้างความสามัคคีในหมู่นิสิต พวกเราตั้งใจใช้ฝีมือที่มีเพื่อถ่ายทอดความเคารพรักและอาลัยอย่างหาที่สุดมิได้ครับ”

สำหรับผู้ที่สนใจชื่นชมผลงานศิลปะชุดประวัติศาสตร์นี้ ขณะนี้การสร้างสรรค์ผลงานกำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้นและคาดว่าจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ตามกำหนดการ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับงานน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณฯ ที่จะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ใน วันที่ 15 ธันวาคม 2568

‘คุณน้ำผึ้ง’เปิดแลนด์มาร์คพะเยา ตระการตาพญานาคล้อมเขา

‘คุณน้ำผึ้ง’เปิดแลนด์มาร์คพะเยา ตระการตาพญานาคล้อมเขา

‘คุณน้ำผึ้ง’เปิดแลนด์มาร์คพะเยา ตระการตาพญานาคล้อมเขา

วันอาทิตย์ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ทริปนี้ “คุณน้ำผึ้ง – ดร.หม่อมหลวงณฐภา” พามาแอ่วเหนือ เปิดแลนด์มาร์คใหม่ จ.พะเยา ที่วัดป่าพุทธชินวงศาราม หรือวัดม่อนพญานาคราช ต.ห้วยแก้ว อ.ภูกามยาว

อลังการ.. !! องค์สัตตนาคราชพญามุจลินท์ รูปปั้นองค์พญานาค ความยาว 909 เมตร ล้อมรอบภูเขาใหญ่ที่สุดในโลก ภายในบริเวณวัดมีพระพุทธมหาจักรพรรดิ์โลกวิวรณ์ ปางเปิดโลก เป็นจุดศูนย์กลางของวัดจากนั้นแวะเติมพลังที่ ร้านนาย่า คาเฟ่  มีคาเฟ่ กาแฟ เครื่องดื่ม เบเกอรี่ และอาหารอร่อยๆ ในบรรยากาศท่ามกลางทุ่งนา มีด้วยกัน 3 โซน…ต่อด้วยเที่ยว วัดศรีจอมเรือง หรือวัดจองคำ เป็นวัดเก่าแก่ประจำชุมชนชาวไทยใหญ่ริมกว๊านพะเยา มีความโดดเด่นแตกต่างจากวัดทั่วไปในภาคเหนือ เพราะมีศิลปะการสร้างแบบไทยใหญ่นั่นเอง  ภายในวิหารประดิษฐานพระประธานปางมารวิชัยที่สร้างด้วยศิลปะแบบไทยใหญ่ที่ผสมผสานกับศิลปะล้านนา

‘นาตาชา’ นั่งรถม้าครั้งแรก ทัวร์แคนาดายามค่ำคืน ‘ฟลุค’ ระทึก! ลืมเงินแสนทิ้งบนเรือ

‘นาตาชา’ นั่งรถม้าครั้งแรก ทัวร์แคนาดายามค่ำคืน ‘ฟลุค’ ระทึก! ลืมเงินแสนทิ้งบนเรือ

‘นาตาชา’ นั่งรถม้าครั้งแรก ทัวร์แคนาดายามค่ำคืน ‘ฟลุค’ ระทึก! ลืมเงินแสนทิ้งบนเรือ

วันอาทิตย์ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เรือหรู Norwegian Bliss จอดเทียบท่าที่แคนาดา ฟลุค&ลี&นาตาชา เลยพาไปทัวร์เมืองแคนาดาแบบไม่ธรรมดา นั่งรถม้าชมความสวยงามยามค่ำคืน ซึ่งเป็นการนั่งรถม้าครั้งแรกของน้องนาตาชาอีกด้วย งานนี้ทั้งตื่นเต้นและเอ็นจอยสุดๆ ส่วนพ่อฟลุคกลับกลายเป็นทริประทึก ลงจากเรือไปแล้ว แต่ลืมเงินหลายแสนบาทไว้บนเรือ!!

ติดตามใน “หนีเที่ยวกัน” ทาง Workpoint ช่อง 23 ดูย้อนหลังได้ทาง YouTube FlukeLee https://www.youtube.com/c/FlukeLee/featured และติดตามทุกความเคลื่อนไหวของหนีเที่ยวกันได้ทางFacebookhttps://www.facebook.com/nheetiew/ IG https://www.instagram.com/nheetiewgun.th/และTikTok https://www.tiktok.com/@nheetiewgun_th

กราบเกจิดัง ‘หลวงพ่อเมี้ยน’ วัดโพธิ์ จ.อยุธยา กับ ‘หนุ่มแท่ง อารามทัวร์’

กราบเกจิดัง ‘หลวงพ่อเมี้ยน’ วัดโพธิ์ จ.อยุธยา กับ ‘หนุ่มแท่ง อารามทัวร์’

กราบเกจิดัง ‘หลวงพ่อเมี้ยน’ วัดโพธิ์ จ.อยุธยา กับ ‘หนุ่มแท่ง อารามทัวร์’

วันอาทิตย์ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

2 พิธีกร หนุ่ม-คงกระพัน แสงสุริยะ และแท่ง-ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง พาทัวร์วัดในจังหวัด พระนครศรีอยุธยา ไปกราบ หลวงพ่อเมี้ยน วัดโพธิ์ (กบเจา) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเกจิเมืองกรุงเก่า 
ที่อยากแนะนำให้เอฟซี ‘หนุ่มแท่ง อารามทัวร์’ มากราบ  เพราะท่านเป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อจง แห่งวัดหน้าต่างนอก หลวงพ่อขัน วัดนกกระจาบ

วันนี้ หนุ่ม-แท่ง จะพาไปเจาะลึก วัดโพธิ์ (กบเจา)  มาถึงที่นี่ ต้องกราบขอพรขอบารมีพระศรีอาริย์  ส่วนจะมีวิธีขอพรอย่างไรให้ถูกต้อง ในรายการมีวิธีมาให้รู้กัน นอกจากนี้หนุ่ม-แท่ง ยังพาเที่ยวชมจุดสำคัญที่ล้วนแล้วแต่มีประวัติที่น่าสนใจทั้ง กุฏิเก่าหลวงพ่อเมี้ยน  สถานที่ที่หลวงพ่อจำวัดในสมัยท่านยังมีชีวิตอยู่ มณฑปหลวงพ่อเมี้ยน หลังจากท่านมรณภาพ ทางวัดยังคงเก็บสรีระของท่านไว้ให้ลูกศิษย์ลูกหาจากทั่วสารทิศได้เดินทางมากราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคล รวมถึงวัตถุมงคลที่ลูกศิษย์บูชา อุโบสถ และวิหาร    เต็มอิ่มกับเรื่องวัด  เราก็ไปเติมพลังแบบอร่อยตบโต๊ะที่ ร้านครัวมะนาว ร้านอาหารพื้นบ้านแห่งทุ่งบางบาล ที่เปิดมาอย่างยาวนาน มาอยุธยาก็ต้องมากินกุ้งเผาตัวใหญ่ ๆ   อีกทั้งเมนูปลาแม่น้ำที่สดมาก ๆ  ฝีมือการปรุงรสชาติที่ต้องบอกว่าจัดจ้านถึงใจทุกเมนู โดย  หนุ่ม-แท่ง เผยถึงความประทับใจในวันนี้ว่า “อีกหนึ่งเกจิชื่อดัง ที่ไม่อยากให้พลาดเลยทีเดียว  ความเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์ไม่เป็นสองรองใครอย่างแน่นอน มากราบหลวงพ่อเมี้ยนกันเยอะ ๆ นะครับ”

‘เอ-แป้ง’พาดูการทำข้าวแต๋นน้ำแตงโม-ผ้ามัดย้อมจากใบฝรั่ง

‘เอ-แป้ง’พาดูการทำข้าวแต๋นน้ำแตงโม-ผ้ามัดย้อมจากใบฝรั่ง

‘เอ-แป้ง’พาดูการทำข้าวแต๋นน้ำแตงโม-ผ้ามัดย้อมจากใบฝรั่ง

วันอาทิตย์ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

พ่อเอ-ไชยา และลูกแป้ง-ศรันฉัตร์  จะพาแฟนรายการ มิตรรัก ทั่วไทย  ไปตามหาของดี  ที่ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ถึง 2 วิสาหกิจชุมชนด้วยกันสองพ่อลูก เปิดรายการที่ วัดท่ากระบือ ซึ่งเป็นวัดดังของ อ.กระทุ่มแบน มีรูปหล่อหลวงพ่อรุ่งที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก  หลังจากไหว้พระเสร็จลูกแป้งขออาสาพาพ่อเอไปกินของอร่อยที่ร้านดังในชุมชน ร้านปลาวัน Farm to Table ซึ่งร้านนี้จะปลูกผัก มีบ่อเลี้ยงปลา เลี้ยงกุ้งเอง เพื่อนำมาทำเมนูต่าง ๆ มีเมนูขึ้นชื่ออย่าง ห่อหมกปลา แกงส้มปลานิล กุ้งฝอยทอด ต้มยำปลานิลยอดมะพร้าวอ่อน เมี่ยงปลาเผา

หลังจากพาไปชิมร้านเด็ดประจำถิ่นแล้ว ได้เวลาไปตามหาของดี นั่นคือ ข้าวแต๋นน้ำแตงโม ของ วิสาหกิจชุมชนนารีรัตน์ข้าวแต๋นน้ำแตงโม ดูการทำข้าวแต๋น ตั้งแต่การนึ่งข้าวเหนียว นำน้ำแตงโมงมาผสมกับข้าวเหนียว ทำเป็นแผ่นข้าว แล้วไปตาก จนถึงการทอด พร้อมกับชิมความอร่อยแบบสดใหม่ ต่อด้วยการไปตามหาของดีที่ วิสาหกิจชุมชนสวนปาณิสรา ที่นี่มีของดีคือ ผ้ามัดย้อมจากสีของใบฝรั่ง งานนี้สองพ่อลูก ได้ชิมทั้งน้ำฝรั่ง และฝรั่งสีชมพู รวมทั้งได้นั่งแพไปตามท้องร่องของสวน เพื่อไปชมสวนฝรั่งของทางวิสาหกิจชุมชน พร้อมเก็บใบฝรั่งมาทำสีเพื่อย้อมผ้า ซึ่งพ่อเอ ลูกแป้ง ได้ลองย้อมเสื้อกันคนละตัว ต่อด้วยการพาไปดูสินค้าของทางชุมชนมีทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า ผ้าคลุมไหล่ และ ถ่านดูดกลิ่น ที่ทำจากลูกฝรั่ง ปิดท้าย ขอนำสินค้าของทั้งสองวิสาหกิจชุมชนมามัดรวมนำเสนอให้ทางบ้านได้ซื้อกันไปเลย ใครที่สนใจของวิสาหกิจชุมชนไหน ที่รายการ มิตรรัก ทั่วไทย เดินทางไป  อยากสนับสนุน สามารถสั่งซื้อสินค้าได้ที่เว็บไซต์ shop.bugaboo.tv  

แฟนคลับแซวความฟิน ลิซ่า ลลิษา อวดภาพคู่กับ กงยูโอปป้า ฝันเป็นจริงหลังที่แอบชอบมานาน

แฟนคลับแซวความฟิน ลิซ่า ลลิษา อวดภาพคู่กับ กงยูโอปป้า ฝันเป็นจริงหลังที่แอบชอบมานาน

แฟนคลับแซวความฟิน ลิซ่า ลลิษา อวดภาพคู่กับ กงยูโอปป้า ฝันเป็นจริงหลังที่แอบชอบมานาน

วันเสาร์ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 20.01 น.

6 ธันวาคม 2568 สร้างปรากฏการณ์สะเทือนโซเชียลเมื่อศิลปินสาวชื่อดังระดับโลกสัญชาติไทย ลิซ่า ลลิษา มโนบาล ได้ร่วมอีเวนต์งานแฟชั่นระดับโลก Visionary Journeys Seoul ของ Louis Vuitton โดยมีเหล่าคนดังของเกาหลีใต้มากมายมาร่วมงาน อาทิเช่น จอน จีฮยอน , จอง โฮยอน , ชิน มินอา , เจโฮป BTS , ฟีลิกซ์ Stray Kids และกงยู พระเอกดังเจ้าของฉายา ลมหายใจแห่งภาคพื้นเอเชีย 

ล่าสุด ‘ลิซ่า ลลิษา’ ได้ออกมาโพสต์ภาพพร้อมข้อความผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว “@lalalalisa_m” ที่มีผู้ติดตามกว่า 106 ล้านคน เป็นภาพคู่กับ กงยูโอปป้า พร้อมแคปชั่น “Visionary Journeys in Seoul with @louisvuitton”

โดยก่อนหน้านี้ ‘ลิซ่า ลลิษา’ เคยออกมายอมรับว่าเธอนั้นชื่นชอบ  กงยูโอปป้า เป็นอย่างมาก และหนึ่งในความฝันของเธอคืออยากมีโอกาสถ่ายรูปคู่กับเขาสักครั้งในชีวิต จนกลายเป็นไวรัลในอดีตมาแล้ว จนครั้งนี้ที่ทั้งคู่ได้ออกงานร่วมงาน แฟนคลับของทั้งคู่ก็ลุ้นให้มีรูปคู่ด้วยกัน จนสาวลิซ่าได้ลงภาพพร้อมรูปคู่

เปิดชีวิต ชาล็อต ออสติน โตมากับความรุนแรงตั้งแต่เด็ก เคยคิดสั้น 2 ครั้ง

เปิดชีวิต ชาล็อต ออสติน โตมากับความรุนแรงตั้งแต่เด็ก เคยคิดสั้น 2 ครั้ง

เปิดชีวิต ชาล็อต ออสติน โตมากับความรุนแรงตั้งแต่เด็ก เคยคิดสั้น 2 ครั้ง

วันเสาร์ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 20.00 น.

เปิดชีวิต ชาล็อต ออสติน ที่วันนี้จะมาย้อนเล่าเรื่องราวจากเด็กสาวที่เติบโตมาในครอบครัวที่มีความรุนแรงให้เห็น ทั้งโดนอดีตแฟนหนุ่มทำร้ายร่างกาย ยอมให้อีกฝ่ายนอกใจ ทำเอาเจ้าตัวเคยคิดสั้นถึง 2 รอบ พร้อมอัปเดตอาการซึมเศร้าและแพนิคที่ตอนนี้ดีขึ้นได้ เพราะใช้ธรรมะเข้าช่วย ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่องOne31 ที่มีหนิง ปณิตา และ เป็กกี้ ศรีธัญญาเป็นพิธีกรดำเนินรายการ

ยินดีกับงานมีตติ้งเรียกว่าเป็นการจัดวันเกิดล่วงหน้า?

ชาล็อต : ใช่ค่ะ จริงๆ เกิดวันที่ 21 ธันวาคม แต่รอบนี้เหมือนมีแฟนมีตของซีรีส์ที่ทาง MGI ผลิตขึ้นมา ก็เลยเอางานวันเกิดจัดที่ใต้หวันด้วย เป็นครั้งแรกที่จัดต่างประเทศคนเดียว ไม่คิดว่าบัตรจะหมดเร็ว ตอนแรกเราก็กังวลว่าจะมีแฟนคลับต่างชาติมาเยอะไหม เพราะการเดินทาง บินไป บินมามันก็ลำบาก

เห็นว่าหมดภายใน 2 นาที?

ชาล็อต : ใช่ค่ะ ดีใจมาก

จริงๆ คนอยากได้บัตรมากกว่านี้ แต่สถานที่รองรับได้ 500 คน?

ชาล็อต : ใช่ค่ะ ตอนแรกหนูคิดว่า 200 คนด้วยซ้ำ แต่ 200 คนก็เยอะแล้ว แต่พอไปงานจริงๆ ถามว่าสรุปมีกี่คนค่ะ เขาบอก 500 คน ก็คิดว่า 500 คนมันจะเยอะขนาดไหนนะ เพราะตอนที่เขานั่งในฮอลล์มันจะมืด แต่พอเดินออกมาแล้วโอ้โห นี่ของเราจริงๆ ใช่ไหม ไม่ใช่นักท่องเที่ยวใช่ไหม แล้วเขาก็ตะโกนชื่อเรา นี่แหละความหมายที่รายล้อมด้วยความรัก

ของขวัญเห็นว่าได้มาเยอะมาก?

ชาล็อต : ได้เยอะมากค่ะ แต่ว่าจะบอกแฟนคลับเสมอ ถ้าจะให้ของขวัญอะไรหนูก็แล้วแต่ ขอเป็นจดหมาย เพราะว่าหนูจะเก็บจดหมายของแฟนคลับตั้งแต่ปี 2022 ที่ประกวด ตั้งแต่ตอนนั้นถึงตอนนี้มีเกือบทุกฉบับ

ทำไมเราถึงชอบความเป็นจดหมายเป็นพิเศษ?

ชาล็อต : หนูมีบ้าน แล้วจะมีห้องนึงที่เป็นห้องเก็บของแฟนคลับโดยเฉพาะ ทุกครั้งที่เจอเรื่องเหนื่อยๆ เครียดๆ ก็จะเข้าไปนั่งในห้องนั้น แล้วจะเปิดกล่องจดหมายอ่าน อ่านไปแล้วเหมือนฮีลใจเรา

เห็นว่าของขวัญปีนี้ไม่อยากได้ตั๊กตา เพราะเก็ได้ไม่นานต้องเอาไปบริจาค ของที่คนให้มาแล้วเอาไปบริจาคมันทำร้ายจิตใจที่สุด ก็เลยอยากได้ทิชชู่เปียก? 

ชาล็อต : หนูดักทางแฟนคลับไว้ก่อน หนูขึ้นไลฟ์ มีคนถามว่าปีนี้น้องชาอยากได้ของขวัญวันเกิดเป็นพิเศษไหม หนูก็เลยบอกว่าอยากได้เป็นทิชชู่ ทิชชู่เปียก น้ำแพ็คหรือเป็นอะไรที่มันสามารถใช้ได้จริง เพราะหนูรู้สึกว่าได้มาหนูก็อยากจะใช้ไม่อยาดตั้งทิ้งไว้ หรือว่าไม่อยากเอาไปบริจาค ทิชชู่เปียกเราเลี้ยงสุนัข เลี้ยงกระต่ายก็ต้องใช้อยู่แล้ว ส่วนน้ำเปล่าแฟนคลับจะรู้ว่าหนูจะขาดแคลนน้ำเปล่า ชอบน้ำก็อก

เห็นว่าเพื่อนๆ มิสแกรนด์ก็บินไปเซอร์ไพรส์เอาเค้กไปให้ด้วย?

ชาล็อต : ใช่ค่ะ มีพี่หมอข้าวโพด คือศิลปินในสังกัดเขาจะอยู่กับหนูตั้งแต่วันแรกที่บินไป แต่อีกวันจะเป็นงานแฟนมีตที่เราจะได้รวมเพื่อนๆ พองานเสร็จก็ไปกินข้าวกัน หนูก็ไม่รู้ว่าจะมีเซอร์ไพรส์เกิดขึ้น เพราะมันถูกเซอร์ไพรส์ไปแล้ว 1 วันก่อนหน้า ก็เลยตกใจสภาพหนูคือใส่หมวกกินปิ้ง ย่าง อยู่ มันไม่ทันแล้วก็เลยเป็นมีมไป

เห็นว่าเดินทางไปไต้หวันครั้งนี้คอมพลีสที่สุด มีไปแก้บนด้วย?

ชาล็อต : จริงๆ ไม่ได้บนแบบต้องได้หรือว่าอะไร แต่แค่ไปขอเฉยๆ ว่า ขอให้เรื่องคดีอยากให้สิ้นสุด อยากให้ได้เงินคืน เพราะตอนนั้นเป็นช่วงที่เราเพิ่งโดนด้วย เราก็เลยไปขอท่าน ขอให้ได้ แล้วบ้านก็ขอให้มีคนสนใจ พอกชับมาผ่านไปเรื่อยๆ จน 1 อาทิตย์ก่อนบินไปไต้หวัน ทนายส่งมาว่าคดีสิ้นสุดแล้ว แล้วเรื่องที่อยู่ ที่ดินก็มีคนเช่าไปแล้ว

เรื่องคดีหนูได้เงินคืนทั้งหมดไหม?

ชาล็อต : ยังไม่ได้สักบาท แต่ว่าอยู่ในขั้นตอนกระบวนการส่งเอกสารไปที่ต่างประเทศ เพราะว่ามันเป๋นอาชญากรระหว่างประเทศ

ทิศทางที่ดีเป็นของเรา?

ชาล็อต : ใช่ค่ะ เปอร์เซ็นต์สูงที่เป็นข่าวดี

ชีวิตวัยเด็กก็แอบดราม่าเหมือนกัน อยากมีโอกาสทานข้าวพร้อมหน้า พร้อมตาคนในครอบครัว แต่มันไม่มีโอกาสจะเกิดขึ้นสักเท่าไหร่?

ชาล็อต : หนูไม่รู้มาก่อนเลยว่าสิ่งๆ นี้ในความทรงจำวัยเด็กมันจะกระตุ้นหรือกระทบเราในอนาคต พอเหมือนหนูนั่งย้อน หรือมีคนพูดให้ฟัง ก็รู้สึกว่า 1. พ่อ แม่แยกทางกัน 2. เราเจอความรุนแรงมาตั้งแต่เด็ก แต่ไม่ได้โดนกับตัวเองนะคะ เราเห็นอะไรแบบนั้นมาตั้งแต่เด็กมากๆ แล้วเป็นสิ่งที่อยู่ในใจเราแล้วไม่เคยได้ถูกขุดออกมา ทำไมฉันถึงเป็นคนแบบนี้ รู้สึกเหมือนฉันขาดความรักนู้นนี่นั่น จนมารู้ว่ามันเริ่มมาจากแบล็กกราวเราตั้งแต่เด็กๆ แล้ว

ตอนเด็กคนอื่นอาจจะเป็นเด็กไร้บ้าน แต่ชาล็อตเป็นเด็กหลายบ้าน?

ชาล็อต : จันทร์-ศุกร์ อยู่กับคุณแม่ เสาร์-อาทิตย์ อยู่กับคุณพ่อ ช่วงปิดเทอมอยู่กับคุณยายที่ชุมพร

เห็นว่าตอนเด็กคุณแม่ก็มีครอบครัวใหม่ คุณพ่อก็มีครอบครัวใหม่?

ชาล็อต : ใช่ค่ะ

แล้วเวลาเราไปอยู่กับคุณพ่อ คุณแม่ อบอุ่นไหม?

ชาล็อต : ตอนเด็กที่เราเห็นคือแม่จะมีรอยฟกช้ำที่ตัว แช้วจะชอบได้ยินเสียงตะคอก ตะโกน ด้วยความที่อายุ 11-12 ยังเด็กอยู่ก็รู้สึกว่าคงทะเลาะกันตามประสาผู้ใหญ่แหละ แต่มันคือจุดเริ่มต้นของการที่หนูไม่ชอบให้ใครมาตะคอก เพราะหนูเจอสิ่งนี้ในบ้านกับคนที่มาทำกับแม่หนู ก็จะเห็นอยู่บ่อยครั้ง กับคุณพ่อก็จะหนักหน่อยตรงที่ว่าแม่เลี้ยงคนก่อนถืออาวุธไล่ เราอยู่ชั้น2 มองลงมาแล้วก็ร้องไห้ หลังจากนั้นผู้หญิงคนนั้นก็หายไปเลย เพราะพ่อบอกว่ากับฉันเธอยังเอาอาวุธมาขู่เลย แล้วกับลูกฉันล่ะ ความปลอดภัยจะไปอยู่ตรงไหน ก็เลยเซย์ บ๊ายบาย

ทั้งสองบ้านเลยมีการใช้ความรุนแรงในครอบครัว เราทำยังไง ไปอยู่ตรงนี้ก็ไม่อบอุ่น ตรงนี้ก็ไม่อบอุ่น?

ชาล็อต : แต่โชคดีพ่อกับแม่หนูเขาโพเทคเป็นเกาะให้หนู แต่แค่รู้สึกว่าการที่เราเห็น หรือการที่ได้ยินเสียง มันคือสิ่งที่ฝังใจเรา ทำให้เราไม่ชอบ สิ่งที่หนูเป็นแพนิคอยู่ไม่ว่าจะเจอเสียงดังหรืออะไรก็แล้วแต่ อาจจะเป็นเพราะว่าแบล็กกราวหนูอาจจะเคยเจอแบบนี้มาก็ได้

อยากจะบอกอะไรกับคนที่ไม่เข้าใจเราไหม เพราะมันเคยมีข่าวช่วงนึงน้องแอบโดนเม้าท์อะไรบางอย่างแบบแปลกๆ กับผู้คน?

ชาล็อต : หนูว่าสิ่งที่เป็นอยู่ไม่ว่าใครก็แล้วแต่ หนูว่ามันน่าจะเริ่มมาจากแบล็กกราวของการเติบโตหรือว่าเจออัไรมาบ้างกว่าจะมาถึงทุกวันนี้ การที่เป็นแพนิคไม่ใช่อยู่ดีๆ ก็เป็นได้เลย หรือที่คนชอบบอกว่ามันเป็นโรคดารา จริงๆ มันไม่ใช่นะคะ มันจะมีสิ่งกระตุ้นที่มันแตกต่างกันออกไป สำหรับหนู ความเร็วและเสียงดังมันจะกระตุ้น

พอเป็นขึ้นมาอาการจะเป็นยังไง?

ชาล็อต : หนูจะนิ่งก่อน แล้วจะหายใจเข้าช้าๆ อย่าหายใจเข้าเร็วนะ เพราะเรารู้ว่าเราเป็นในจังหวะที่ยังไม่มียาที่ทานก็จะตั้งสติกับตัวเองก่อน แล้วจะหาพื้นที่ปลอดภัยอยู่ตรงไหน เราวิ่งไปหาใครได้บ้าง ณ เวลานั้นก็จะวิ่งไปหาแล้วบอกว่าขออยู่ด้วยแป๊บนึงนะ เหมือนอย่างงานล่าสุดที่หนูไปออกก็คือ เหมือนแฟนคลับเยอะมาก ซึ่งอันนี้ไม่ใช่แฟนคลับรุมหรืออะไรนะคะ แฟนคลับไปหาเยอะมาก แช้วเราไม่ได้เห็นภาพแบบนี้มานานมากแล้ว เราก็รู้สึกว่ามาหาเราจริงเหรอ แล้วคนเสียงดัง กรี๊ดกัน ดีใจที่เรามา การกรี๊ดไม่ใช่ไม่ดีนะ มันดี แต่แค่ ณ ตอนนั้นอารมณ์แบบตกใจคนมาเยอะ และสิ่งที่ฮีลใจหนูในการหายแพนิคคือจะมีแฟนคลับตัวน้อย น้องจะวิ่งมาหนูก็กอดน้อง หนูก็จะหายเลย

ในช่วงวัยรุ่นก็เจอกับความรักที่ไม่ค่อยดี?

ชาล็อต : มีแฟนคนแรกก็คือทุกอย่างเลย ธงแดง โดนนอกใจไม่รู้กี่ครั้ง โดนทำร้ายร่างกาย โดนเยอะมาก ทำให้หนูรู้สึกว่าอะไรวะเนี่ย แต่ทำไมฉันยังอยู่ อ่อ เพราะฉันรักเขา แต่จริงๆ มันคือความรักที่ Toxic มากๆ ซึ่งหลายคนหนูคิดว่าน่าจะเป็นเหมือนกัน กับการเจอความรักที่มัน toxic แต่ไม่สามารถเอาตัวเองออกมาได้ แต่วันนึงมันจะออกมาโดยที่เราไม่ต้องเสียน้ำตาสักหยด

ณ ตอนนั้นให้อภัยกี่ครั้งที่โดนนอกใจ?

ชาล็อต : นับไม่ถ้วนเลยค่ะ

โดนทำร้ายร่างกาย เขาทำอะไร?

ชาล็อต : เขาบีบคอหนู เขาจับแขนหนูเหวี่ยงๆ เป็นอะไร

ณ ตอนนั้นเห็นว่าผู้ชายเก็บข้าวของหนีออกไปเอง?

ชาล็อต : ใช่ค่ะ หนูมาทำพาสปอร์ตที่กรุงเทพแค่วันเดียว พอกลับไปที่ภูเก็ต เคาะประตู แต่ไม่เปิด เสียบกุญแจเข้าไปปุ๊บ เสื้อผ้าหายหมดเลย เหมือนเขาย้ายออกไปอยู่กับผู้หญิงคนอื่น แล้วนี่ล่ะยังคบกันอยู่เลย

ณ วันนั้นเรายังมูฟออนไม่ได้?

ชาล็อต : ณ วันนั้นยังเป็นความสัมพันธ์แบบแฟนกันอยู่เลย แล้วช่วงนั้นไม่ได้มีอะไรไม่ดีด้วย แต่พอเรากลับมาจากกรุงเทพ เขาก็ย้ายของทุกอย่างไปอยู่กับคนใหม่เลย แล้วอีก 2 เดือนกลับมา

ชาล็อตให้อภัยไหม?

ชาล็อต : ไม่ค่ะ ให้พ่อเป็นคนจัดการ หนูไม่อยากเจอแม้กระทั่งหน้า ก็ให้คุณพ่อจัดการ พ่อก็รู้เพราะเห็นเราร้องไห้บ่อยมาก แล้วพ่อบอกว่าถ้าสมมติวันที่ฉันเป็นอะไรไปแล้วเธอไม่ร้องไห้แบบนี้นะ ฉันจะเสียใจมากเลย มันก็เลยทำให้หนูคิดได้ว่าจะร้องไห้ทำไม คือพ่อจะมีวิธีปลอบแบบไม่ดุ ไม่ว่า ให้ไปเจอเอง อยากรู้ใช่ไหมความรักเป็นยังไง เอาเลยเต็มที่ แต่เมื่อไหร่ที่ร้องไห้กลับมาที่บ้าน อย่าทำอะไรที่มันเกินไปกับความคิด

สวยขนาดนี้ วันนี้มีคนจีบไหม?

ชาล็อต : ไม่มีค่ะ 

หรือจากประสบการณ์ถ้าไม่ดี ไม่มีดีกว่า?

ชาล็อต : ใช่ค่ะ ถ้าไม่ได้คนที่อบอุ่น ให้เกียรติ รักเราอย่างนี้ ไม่เป็นไรก็ได้ อยู่คนเดียวได้ 

สเปคเป็นยังไง?

ชาล็อต : ไม่เจ้าชู้ ให้เกียรติหนู อบอุ่น อ่อนโยน

มันจำเป็นไหมที่ต้องเป็นผู้ชายหรือเพศเดียวกัน?

ชาล็อต : เอาจริงๆ หนูก็ไม่รู้เลย เพราะว่าสุดท้ายคนที่เข้ามาหาเรา เขาจะเข้ามาหาเราด้วยวิธีการอะไร ถ้าเข้ามาแล้วรู้สึกคลิ๊กกันก็สามารถคุยกันได้ ถ้าไม่สามารถไปต่อในรูปแบบแฟนก็เป็นเพื่อนกันได้นะ

แนะแนวทางให้คนที่เป็นแพนิคหน่อย?

ชาล็อต : สำหรับหนูคือไปหาคุณหมอ ตอนแรกพยายามแล้วไม่ต้องพึ่งยา เราเห็นคนเป็นค่อนข้างเยอะ แล้วกว่าจะหยุดได้ 9 ปี ซึ่งเขาน่าจะเป็นหนัก แต่เรารู้สึกว่าไม่อยากใช้ยา อยากหายเอง ไหนลองหายเองดูสิ ซึ่งมันไม่ได้จริงๆ  ก็เลยตัดสินใจไปหาคุณหมอ ให้คุณหมอช่วย แล้วคุณหมอไม่ได้ให้แค่ยาทานมาอย่างเดียว แต่แนะนำด้วยว่าไปวิ่งออกกำลังกายบ้างนะ วิ่งในสวน หรือว่าไปบำบัดจิตใจตัวเองก็ได้นะในสถานที่ที่เราชอบ หรืออะไรที่มันฮีลใจเราได้ดี ในวันที่ไม่ต้องพึ่งยาจะได้มีสิ่งนี้ช่วยเราอยู่

อาการที่คิดว่าหนักที่สุด จนตัดสินใจไปหาหมอ?

ชาล็อต : หนูร้องไห้ทุกคืน แล้งหนูก็กลัวคนหมดเลย ถ้าเป็นเมื่อก่อนหนูไม่อยากคุยกับใครเลย ซึ่งมันไม่ได้ เราทำงานตรงนี้ เราต้องเจอคน มันไม่ใช่แค่คน สองคน แต่เวลาไปเจอแฟนคลับอาการแบบไม่อยากเจอคนไม่ได้ แล้วเราไม่ใช่คนแบบนั้น จริงๆ หนูเป็นคนเอ็นจอย เฟรนลี่มาก เฮฮาสนุกสนาน แต่ในช่วงที่โดนมิจฉาชีพ โดนข่าวใดๆ ลากยาวมาเกือบปีมันทำให้หนูรู้สึกว่าไปพบหมดดรกว่า

ปัญหาเหล่านี้กระทบกับงานไหม?

ชาล็อต : กระทบ เพราะว่าจะทำงานได้แบบผ่านๆ ไปไม่ใชาว่าเต็มที่กับมัน แล้วเราจะเห็นคาแร็กเตอร์ของตัวเอง ก่อนหาหมอกับหลังหาหมอมันต่างกันมาก ก่อนหาหมอเอนนาจี้เราติดลบเลย ไม่แยากคุย ไม่อยากยุ้งกับใคร เจอมิจฉาชีพก็กลัวๆ ไม่ไหวแล้ว แต่พอไปหาคุณหมอเสร็จรู้สึกว่า ฉันอยากเจอผู้คนมากเลย ฉันเอนจอยในการทำงาน อยากออกไปข้างนอก ทำของแฮนด์เมด อยากไปวิ่งที่สวน อยากใช้ชีวิต

เวลาทานยาจะทำให้ทุกอย่างเราช้าลงไหม ทำให้เราดูง่วงทั้งวันหรือเปล่า?

ชาล็อต : ดูง่วงทั้งวันไหม สำหรับหนูไม่ค่ะ แต่ช้าลงไหม มีนิดหน่อนกว่าจะพูด กว่าจะคิดอะไรได้ 1-2-3-4 ไปก่อน 

คุณหมอแนะนำยังไงบ้าง?

ชาล็อต : หนูบอกคุณหมอไปว่าหนูไม่อยากกินยาไปตลอดชีวิต เขาก็บอกว่างั้นให้ยาบรรเทาอาการ แล้วหนูก็ถามว่ามีนักจิตบำบักที่สามารถพูดคุยกับเราได้ตลอเวลาไหม ซึ่งคุณหมอก็แนะนำว่า มี

อีกวิธีนึงของชาล็อตคือสวดมนต์ นั่งสมาธิ

ชาล็อต : ช่วงแรกจะฟังธรรมะอย่างเดียว แต่ช่วงหลังเริ่มแล้ว นั่งสมาธิ รู้สึกว่ามันสงบ นี่แหละที่ทำให้หนูมีความสุข นั่นคือความสงบในใจ รู้สึกว่าตัวเองนิ่งขึ้น จะพูดอะไรก็ต้องระวังเป็นอย่างทาก

ณ ตอนนี้ชีวิตเปลี่ยนแปลงไปขนาดไหน?

ชาล็อต : รู้สึกว่ากลับมารักตัวเองได้เต็มที่ ไม่มีเรื่องเครียด ไม่ต้องร้องไห้ ไม่มีเรื่องบั่นทอนจิตใจ ทำให้มันกม่นหมองในใจ เหมืนทุกอย่างมันคลีนและเคลียร์ไปหมดแล้ว โอเคตอนนี้ฉันกล้าพูดได้เต็มปาก รักตัวเองจริงๆ 

ทราบมาว่าชาล็อตคิดสั้นถึง 2 รอบเกิดอะไรขึ้น?

ชาล็อต : ช่วงแรกที่เกิดขึ้นก็ตอนแฟนคนแรกนี่แหละ ด้วยความที่มัน toxic มากๆ แล้วอาจจะยังเด็กด้วยก็ยังไม่ได้ผ่านหารไตร่ตรองที่ดีมากๆ ก็รู้สึกว่าทะเลาะกันหนูก็เลยหยิบยาเป็นกำๆ เหมือนในหนังเลยแล้วกิน แต่มันขม มันเลยไม่สำเร็จ แล้วพ่อก็มาเคาะประตูห้อง บอกว่าไปกินข้าวได้แล้ว เราก็รู้ไห้แล้วบอกว่าเดี๋ยวออกไป ตอนนั้นมันชั่ววูบจริงๆ ที่คิดแล้วกินเข้าไป

ได้กลืนไปไหม?

ชาล็อต : กลืนไป 2-3 เม็ด เพราะหนูเอาออกมาก่อน เพราะมันขมเลยกลืนไม่หมด

ครั้งที่2 เรียกว่าหนักกว่าครั้งแรก เพราะตอนนั้นเข้าวงการบันเทิงแล้ว?

ชาล็อต : ใช่ค่ะ ตอนนั้นเป็นช่วงที่เข้าวงการแล้ว แล้วก็เป็นช่วงที่มีข่าวไม่ค่อยดี เรารู้สึกว่าเราโดนทุกฝ่ายเลย ตู้มกับเราที่เพิ่งเข้าวงการมา โดยที่ไม่รู้ว่าวงการบันเทิงเขาทำยังไงกัน ต้องวางตัวยังไง เรายังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ แต่ทำไมเราถึงโดนเยอะมาก ด้วยความที่เป็นคนเก็บกดและคิดมากอยู่แล้วด้วย วิตกกังวลอยู่แล้วด้วย มันเลยทำให้เราไม่ไหวจริงๆ โอเค พอเถอะ พอแล้ว ก็เลยร้องไห้ เข้าไปที่ห้องครัวไปเอาของไปดื่มๆ แล้วถืออาวุธ กรีดแขนตัวเองนั่งร้องไห้ แล้วก็เหม่อ ทำอย่างนี้อยู่ประมาณเป็นชั่วโมง เหมือนคนสติหลุดไปแล้ว อยู่คนเดียว ด้วยความที่ไม่มีพี่น้อง ไม่มีครอบครัวมาอยู่ด้วย แต่มีสิ่งนึงที่ทำให้หนูหยุด กระต่ายหนูปกติน้องจะไม่ค่อยกระโดดมาหา เขาจะแอบอยู่ใต้โซฟา จะไม่เล่นด้วย ไม่ใช่กระต่ายขี้อ้อน แต่วันนั้นน้องก็วิ่งเข้ามานั่งข้างๆ หนูมองก็ยิ่งร้องใหญ่ แล้วโยนอาวุธเอากระต่ายมากอด ไม่เอาแล้ว ไม่ไหวแล้ว ขอบคุณนะ เพราะเธอเลย หนูรู้สึกว่าถ้าฉันไปไม่มีใครดูแลพะโล้ได้ดีเท่าฉันแล้วก็เลยทิ้งน้องไม่ได้ แล้วตอนนี้หนูไม่ดื่มเกือบ 2 ปีแล้ว โอเควันเกิดเพื่อนจิบๆ อะมี แต่ถ้าเกิดดื่มแบบหัวราน้ำไม่มีแล้ว ด้วยความที่กินยาของคุณหมอด้วย มันเลยทำให้เราต้องหยุดการดื่ม ก็ถือเป็นเรื่องที่ดีสำหรับตัวเองนะคะ พอเราไม่ดื่ม เราไม่ต้องไปคิดมากว่าเราจะเป็นยังไง หรือถ้าเกิดอะไรขึ้นมันจะเป็นยังไง ไม่วิตกกังวลมากขึ้นกว่าเดิม

ประเด็นที่น่าห่วงอีกอย่างคือหมอดูที่เราเชื่อเขาทักเราว่ามันจะเกิดขึ้นอีกครั้งนึง?

ชาล็อต : ใช่ตามดวงโหราศาสตร์เลย เขาบอกว่าจะเกิดขึ้น 3 ครั้ง แล้วเราก็นับผ่านไปแล้ว2 

เขาทักเมื่อไหร่ที่บอกว่า 3 ครั้ง?

ชาล็อต : เมื่อเดือนที่แล้ว แล้วเขาไม่เคยรู้มาก่อนว่ารู้ทำอะไรไปแล้วบ้าง เขาบอกว่าตามพื้นดวงเนี่ยมันจะมีอะไรแบบนี้ 3 ครั้ง หนูก็นั่งนับครั้งที่3 ยังไม่มา ไม่มีทางที่จะเกิดขึ้น เพราะหนูมีสติแล้ว

อยากจะบอกอะไรกับแฟนคลับไหม?

ชาล็อต : หนูรู้สึกว่าหนูถูกรักด้วยแฟนคลับจริงๆ แค่อยากจะบอกทุกคนที่ดูอยู่ ชีวิตมันจะเจอเรื่องอะไรหนักหนาสาหัสมา ทุกคนเจอ มีปัญหาเป็นของตัวเองอยู่แล้ว แต่อยู่ที่วิธีการแก้และวิธีการจัดการหลังจากนั้นว่าถ้ามันเกิดขึ้นอีกจะทำยังไงไม่ให้ตัวเองดิ่งไปมากกว่านี้ วิธีง่ายๆ เลย คือสงบ มีสติ แล้วก็หาความสุขให้ได้ด้วยตัวเอง

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow วันและเวลาใหม่ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-12.30 น.  ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

โอซา แวงฟาดจุก โพสต์คำคมพ่อแม่ที่ดีควรปกป้องลูก ชาวเน็ตแห่โยงคลิปนานา

โอซา แวงฟาดจุก โพสต์คำคมพ่อแม่ที่ดีควรปกป้องลูก ชาวเน็ตแห่โยงคลิปนานา

โอซา แวงฟาดจุก โพสต์คำคมพ่อแม่ที่ดีควรปกป้องลูก ชาวเน็ตแห่โยงคลิปนานา

วันเสาร์ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 18.43 น.

6 ธันวาคม 2568 หลังจากที่เพื่อนๆ แก๊งนางฟ้า ออกมาฟาดกันหมัด สองหมัด หลังจากที่ นานา ไรบีนา เอาลูกๆ มาสร้างคอนเทนต์เพื่อเรียกความเห็นใจและสงสาร ทั้งที่เหยื่อมีลูกก็ไม่เคยทำแบบนีั จนเพื่อนๆ ในแก๊งพร้อมใจกันรีสตอรี่ดังกล่าวกันรัวๆ

ล่าสุดนางแบบสาวสวย ‘โอซา แวง’ หนึ่งในเพื่อนสนิทกับสาวๆ แก๊งนางฟ้า ได้ออกมาโพสต์สตอรี่ฟาดเป็นภาษาอังกฤษรัวๆ ว่า “Any half decent parents would shield their kids from everything that is going on instead of putting them in the center of pity. Sick to my stomach.” (พ่อแม่ที่ดีควรจะมีความรับผิดชอบสักหน่อย ที่จะปกป้องลูกๆ จากทุกอย่างที่กำลังเกิดขึ้น แทนที่จะพาพวกเขาไปไว้ในจุดที่ถูกสงสาร น่าเวทนาจนรู้สึกคลื่นไส้)