‘นายกฯ’ให้แนวทาง ครม. ทำแผนงบฯปี70 คำนึงสภาพแวดล้อม ทำถนนไม่ขวางทางน้ำ

'นายกฯ'ให้แนวทาง ครม. ทำแผนงบฯปี70 คำนึงสภาพแวดล้อม ทำถนนไม่ขวางทางน้ำ

‘นายกฯ’ให้แนวทาง ครม. ทำแผนงบฯปี70 คำนึงสภาพแวดล้อม ทำถนนไม่ขวางทางน้ำ

วันอังคาร ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.55 น.

‘นายกฯ’ให้แนวทาง ครม. ทำแผนงบฯปี70 คำนึงสภาพแวดล้อม ทำถนนไม่ขวางทางน้ำ 

เมื่อเวลา 14.15 น. วันที่ 2 ธ.ค.2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีข้อสั่งการกรณีอุทกภัยที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเร่งด่วนที่สุด ทั้งเรื่องประปา ไฟฟ้า อินเตอร์เน็ต ฟื้นสภาพให้กลับมาเร็วที่สุด พร้อมให้แนวทางในการทำกรอบงบประมาณปี 2570 โดยนายกฯ มีข้อสังเกตุว่าในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมารัฐบาลใช้เงินจำนวนมากกับการเยียวยาสถานการณ์และบรรเทาปัญหาภัยพิบัติ นายกฯจึงให้แนวทางในการทำแผนงบประมาณปี 2570 ในภาพรวมคำนึงถึงสภาพแวดล้อม การออกแบบถนน ทางรถไฟ ต้องคำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงภูมิประเทศและการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมด้วย เช่น การทำถนนไปขวางทางน้ำ ต้องไปเสริมจุดระบายน้ำต่างๆให้เพียงพอ และอยากให้ลงทุนเรื่องระบบการป้องกันบรรเทาสาธารณภัยต่างๆมากกว่าการเยียวยาในตอนท้าย 

ครม.เยียวยาค่าปลงศพละ 2 ล้าน ในพื้นที่สงขลาอนุมัติ 530 ล้านบาท ชุบชีวิตเมืองหาดใหญ่

ครม.เยียวยาค่าปลงศพละ 2 ล้าน ในพื้นที่สงขลาอนุมัติ 530 ล้านบาท ชุบชีวิตเมืองหาดใหญ่

ครม.เยียวยาค่าปลงศพละ 2 ล้าน ในพื้นที่สงขลาอนุมัติ 530 ล้านบาท ชุบชีวิตเมืองหาดใหญ่

วันอังคาร ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.51 น.

ครม.เยียวยาค่าปลงศพละ 2 ล้าน ในพื้นที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน อนุมัติ 530 ลบ. ชุบชีวิตเมืองหาดใหญ่ 

2 ธันวาคม 2568 เมื่อเวลา 14.15 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า ครม.เห็นชอบหลักเกณฑ์และอัตราค่าปลงศพผู้ประสบอุทกภัยพื้นที่จ.สงขลา และอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 งบกลาง รายการสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นเพื่อจ่ายค่าปลงศพผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน จ.สงขลา

โดยครม.เห็นชอบหลักการจ่ายค่าปลงศพละ 2 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น 1 ล้านบาท จากกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี และจากงบกลาง 1 ล้านบาท

นอกจากนั้น ครม.เห็นชอบอนุมัติงบกลางฯกรณีเร่งด่วนให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา วงเงิน 530 ล้านบาท สำหรับฟื้นฟูสภาพชีวิตความเป็นอยู่ในพื้นที่อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

ผู้สื่อข่าวถามว่าสำหรับผู้เสียชีวิตในจังหวัดอื่นในภาคใต้ จะได้รับเยียวยา 2 ล้านด้วยหรือ นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ครม.พิจารณาเฉพาะพื้นที่ที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน จ.สงขลา เท่านั้น ยังไม่ได้พูดคุยกรณีจังหวัดอื่น

บิ๊กโจ๊ก เหยียบถิ่นเก่า ประกาศลั่นไม่หนี พร้อมสู้ทุกคดี ขู่แฉข่าวใหญ่

บิ๊กโจ๊ก เหยียบถิ่นเก่า ประกาศลั่นไม่หนี พร้อมสู้ทุกคดี ขู่แฉข่าวใหญ่

บิ๊กโจ๊ก เหยียบถิ่นเก่า ประกาศลั่นไม่หนี พร้อมสู้ทุกคดี ขู่แฉข่าวใหญ่

วันอังคาร ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.43 น.

“บิ๊กโจ๊ก” โผล่เข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบฯ ประกาศจุดยืนชัดเจน ยังอยู่ ไม่หนี พร้อมสู้ทุกคดี” สวนกลับโดนฟ้องคดีปิดปากหลังเปิดโปงเรื่องส่วยเว็บพนัน ปัญหาเรื้อรังที่ตำรวจทั้งประเทศรู้กันดี ขู่แฉข่าวใหญ่

วันที่ 2 ธันวาคม 2568 ที่ศูนย์รับแจ้งความ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางเข้ากองบังคับการปราบปราม (บก.ป.)เพื่อพบพนักงานสอบสวนพร้อมประกาศจุดยืนชัดเจนว่า “ยังอยู่ในพื้นที่ ไม่ได้หลบหนี” และมาเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจหลังมีข้อมูลว่ามีการร้องทุกข์กล่าวโทษตนในความผิดฐานหมิ่นประมาทสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เผยว่า เช้าวันเดียวกันทราบว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. มอบหมายให้ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รอง จตช. เข้าแจ้งความเอาผิดตน แต่ยืนยันว่า “ยังไม่มีหมายเรียก ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาแม้แต่ข้อหาเดียว” การเดินทางมาที่ บก.ป. จึงเป็นการมาปรากฏตัวอย่างเปิดเผย ยืนยันว่ายินดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม พร้อมต่อสู้คดีทุกประเด็น

และคดีนี้เป็นลักษณะ “แจ้งความเพื่อปิดปาก” เพราะตนเพียงแสดงความเห็นโดยอ้างอิงข้อมูลที่มีอยู่จริง และเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ   พร้อมย้ำถ้อยคำที่เป็นกระแสว่า “ตำรวจคือองค์กรอาชญากรรมที่ใหญ่ที่สุด” ซึ่งมาจากข้อเท็จจริงที่ปรากฏแล้วว่ามีตำรวจจำนวนมากเข้าไปเกี่ยวพันกับส่วยเว็บพนัน ทั้งระดับนายตำรวจ 30 กว่าราย รวมถึงกลุ่ม 200 กว่ารายที่ถูกเปิดเผย และมีชื่อระดับบิ๊กตำรวจอยู่ในนั้น

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ชี้ว่า หากย้อนกลับไปดูคลิปเมื่อวันที่ 31 ต.ค. ที่ผ่านมาในรายการหนึ่ง จะเห็นว่าตนไม่ได้เอ่ยพาดพิงสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นการเฉพาะ แต่สะท้อนปัญหาเชิงระบบที่ประชาชนรับรู้มานาน พร้อมท้วงติง ผบ.ตร. ว่า ควรตรวจสอบข้อเท็จจริงให้รอบด้านก่อนฟ้องร้อง เพราะข้อกล่าวหานี้อาจย้อนกลับไปสู่ผู้กล่าวหาเอง พร้อมตั้งคำถามว่าเหตุใดจึงไม่ไปแจ้งความ พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร ซึ่งแสดงความเห็นแรงกว่า โดยระบุว่า “ตำรวจไทยไม่ใช่องค์กรอาชญากรรมใหญ่ที่สุด แต่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วยซ้ำ” และย้ำว่าสาเหตุที่ถูกเล่นงานเพราะ  “เป็นตัวจี๊ด รู้ข้อมูลมากที่สุด” พร้อมประกาศว่าจะเปิดเผยข้อมูลทุกอย่างตามลำดับในเร็ว ๆ นี้

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวด้วยว่า หากมีหมายเรียก ตนจะมาทันที  เพราะคดีนี้ไม่มีสิทธิคุมตัวหรือออกหมายจับ เนื่องจากอัตราโทษไม่เกิน 3 ปี “เต็มที่คือหมายเรียก” แต่ขอสิทธิรับรู้ข้อกล่าวหาก่อนให้ปากคำ พร้อมเผยว่าตนได้ประสานผู้บังคับการกองปราบแล้วว่าจะเข้าพบในวันใดบ้าง

ส่วนกรณีที่ตำรวจบางนายระบุว่า หาก ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด ตนจะหลบหนีนั้น พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ย้อนถามว่า “คนที่จะหนีไม่ใช่ผม” พร้อมระบุว่ารู้ข้อมูล “พิกัดบ้านที่อังกฤษ” ของบุคคลสำคัญบางราย และเชื่อว่า “ความจริงจะค่อย ๆ โผล่ขึ้นมาเอง”

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยังเปิดเผยว่า ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาแม้จะเงียบ แต่เป็นช่วงเวลาที่ใช้เก็บข้อมูลอย่างละเอียด “เหมือนนักมวยซ้อมทุกวัน วันนี้ถึงเวลาชกจริงแล้ว” ขณะเดียวกันยืนยันว่ามีข้อมูลเกี่ยวกับพนักงานสอบสวนรายใดทำถูก ทำผิด และเตรียม “รวมยอดเปิดข้อมูลครั้งใหญ่” ภายในสัปดาห์หน้า

ในส่วนกระแสว่าการปรากฏตัววันนี้เหมือนเป็นการ “เหยียบถิ่น” ของผู้ที่เคยกล่าวหาว่าตนจะหลบหนีออกนอกประเทศ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า บุคคลเหล่านั้นก็เพียงทำหน้าที่ตอบแทนบุญคุณผู้มีพระคุณของตนเอง ไม่ว่าจะถูกหรือผิด เพราะได้รับ “ตั๋วช้าง” มาแล้ว พร้อมย้ำว่าการต่อสู้ทั้งหมดนี้ต้องยืนอยู่บนหลักกฎหมาย ส่วนความขัดแย้งส่วนบุคคลให้ไว้ทีหลัง

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์  ยังกล่าวถึงปัญหาเว็บพนัน-สแกมเมอร์ว่าเป็นเพียงลิเกโรงหนึ่งเพราะไม่มีมาตรการแก้ปัญหาเป็นรูปธรรม ทั้งนายกรัฐมนตรีและ ผบ.ตร. จึงไม่สามารถจัดการปัญหานี้ได้จริง ขณะที่เรื่องส่วยตำรวจก็ยังถูกตำรวจร้องเรียนจากทั่วประเทศแต่ไม่ได้รับการแก้ไข

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ระบุว่าหลังจากแสดงตัวที่ บก.ป. แล้ว จะเดินทางต่อไปยังศาลปกครอง และศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อดำเนินการตามกระบวนการต่าง ๆ ก่อนจะลงพื้นที่ภาคใต้ในช่วงค่ำเพื่อช่วยเหลือประชาชน พร้อมย้ำในตอนท้ายว่า “ไม่ได้หนี และพร้อมเข้าสู่กระบวนการทุกขั้นตอน”

เช็คชื่อด่วน!!! ครม.แต่งตั้งมหาดไทยบิ๊กล็อต เลื่อนชั้น 20 รองผู้ว่าฯ

เช็คชื่อด่วน!!! ครม.แต่งตั้งมหาดไทยบิ๊กล็อต เลื่อนชั้น 20 รองผู้ว่าฯ

เช็คชื่อด่วน!!! ครม.แต่งตั้งมหาดไทยบิ๊กล็อต เลื่อนชั้น 20 รองผู้ว่าฯ

วันอังคาร ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.39 น.

ครม.แต่งตั้งมหาดไทยบิ๊กล็อต เลื่อนชั้น 20 รองผู้ว่าฯ 18 คนเป็นผู้ว่าฯ ส่วนรองผู้ว่าฯ อุตรดิตถ์-กำแพงเพชร นั่งผู้ตรวจราชการระดับสูง

เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.มีมติอนุมัติตามที่กระทรวงมหาดไทย เสนอ เรื่องการแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่างจากการโยกย้ายและเกษียณอายุราชการในสิ้นปีงบประมาณ 2568 รวมทั้งสิ้น 20 ตำแหน่ง ดังนี้

1. ให้นายพชรเสฏฐ์ บุญศิริสาริศา ตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับต้น) จังหวัดอุตรดิตถ์ ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการกระทรวง ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง
2. ให้นางสาวสุพัตรา คล้ายทิม ตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับต้น) จังหวัดกำแพงเพชร ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการกระทรวง ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง
3. ให้นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับต้น) จังหวัดราชบุรี ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดกาญจนบุรี
4. ให้นายสุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร ตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับต้น) จังหวัดกาฬสินธุ์ ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดกาฬสินธุ์
5. ให้นางสาวฉัตรประอร นิยม ตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับต้น) จังหวัดฉะเชิงเทรา ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดฉะเชิงเทรา

6. ให้นายภูมิวัชร์ อุดมทรัพย์ ตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับต้น) จังหวัดนครนายก ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดชัยนาท
7. ให้นายบุญช่วย หอมยามเย็น ตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับต้น) จังหวัดตาก ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดนราธิวาส
8. ให้นายสุรพล เจริญภูมิ ตำแหน่งรองอธิบดี (นักบริหาร ระดับต้น) กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดบึงกาฬ
9. นางสาวอรอาภา โล่ห์วีระ ตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับต้น) จังหวัดพะเยา ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดพะเยา
10. ให้นายสุจินต์ วาจากิจ ตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับต้น) จังหวัดพัทลุง ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดพัทลุง

11. ให้นายชุมพิชญ์ เดชะรัฐ ตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับต้น) จังหวัดนครสวรรค์ ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดมหาสารคาม
12. ให้นายก้องสกุล จันทราช ตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับต้น) จังหวัดยะลา ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดยะลา
13. ให้นายราชัน มีน้อย ตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับต้น) จังหวัดระนอง ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดระนอง
14. ให้นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับต้น) จังหวัดเชียงใหม่ ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดลพบุรี
15. ให้นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ ตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับต้น) จังหวัดลำพูน ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดลำพูน

16. ให้นายคณิต คงช่วย ตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับต้น) จังหวัดสตูล ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดสตูล
17. ให้นายอำนาจ เจริญศรี ตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับต้น) จังหวัดสมุทรสาคร ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดสมุทรสาคร
18. ให้นายวราดิศร อ่อนนุช ตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับต้น) จังหวัดสิงห์บุรี ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดสิงห์บุรี
19. ให้นายจำเริญ แหวนเพ็ชร ตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับต้น) จังหวัดสุรินทร์ ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดสุรินทร์
20. ให้นายเสนีย์ ส้มเขียวหวาน ตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับต้น) จังหวัดอำนาจเจริญ ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดอำนาจเจริญ

ทั้งนี้ การแต่งตั้งมีผลตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป

ไอซ์ โพสต์สวนทันที หลังประกันสังคมยกเลิกจัดทำปฎิทิน

ไอซ์ โพสต์สวนทันที หลังประกันสังคมยกเลิกจัดทำปฎิทิน

ไอซ์ โพสต์สวนทันที หลังประกันสังคมยกเลิกจัดทำปฎิทิน

วันอังคาร ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.30 น.

2 ธ.ค. 68 น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.กรุงเทพฯ พรรคประชาชน ได้แชร์โพสต์ของ สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน – Social Security Office  โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับการประกาศยกเลิกการจัดทำปฎิทินประกันสังคม ประจำปี 2569 

โดยระบุข้อความว่า “ก็ไม่มีใครตาย ก็ยกเลิกได้นิ ประหยัดทันที 50 ล้านบาท++”

บิ๊กโจ๊ก ลุยต่อยื่นหนังสือถึง 3 ผู้บริหารศาลปกครอง จี้ถอนตัวพิจารณาคดี

บิ๊กโจ๊ก ลุยต่อยื่นหนังสือถึง 3 ผู้บริหารศาลปกครอง จี้ถอนตัวพิจารณาคดี

บิ๊กโจ๊ก ลุยต่อยื่นหนังสือถึง 3 ผู้บริหารศาลปกครอง จี้ถอนตัวพิจารณาคดี

วันอังคาร ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.29 น.

บิ๊กโจ๊ก เดินเกมต่อยื่นหนังสือถึง 3 ผู้บริหารศาลปกครอง จี้ถอนตัวจากการพิจารณาคดี หลังยื่นฟ้อง 157 อ้างกลัวไม่ได้รับความเป็นธรรม 

วันที่ 2 ธันวาคม 2568 ที่อาคารศาลปกครองสูงสุด ศูนย์ราชการเฉลิมพระ เกียรติ อาคารซี พลต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล    อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางมายื่นหนังสือถึงผู้บริหารระดับสูงของศาลปกครอง (รองประธานศาลปกครองฯ 2 คนและ ประธานแผนกฯ 1 คน) เพื่อขอให้ถอนตัวจากการพิจารณาคดีของพลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ ที่ได้ยื่นคำร้องต่อศาลปกครองไว้ พร้อมกับขอให้เพิกถอนความเห็นทางคดีด้วย

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์  เปิดเผยว่า หลังจากที่เมื่อวานที่ผ่านมา  ตนเองได้เดินทางไปยื่นฟ้องผู้บริหารศาลปกครองทั้ง 3 ท่าน ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ มาตรา 172  เนื่องจากมีพฤติการณ์การจงใจกระทำการหรือใช้อำนาจในทางมิชอบอันเป็นการกลั่นแกล้งและกระทบสิทธิ์ของตน

จากกรณีที่รองประธานศาลปกครองฯ มอบหมายให้ประธานแผนกคดีฯ เข้ามาพิจารณาคดีของตนเองที่ได้ร้องเรียนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติไว้ ซึ่งตนทราบในภายหลังว่าประธานแผนกคดีฯ ท่านนี้ได้มีการโพสต์ข้อความลงในกลุ่ม LINE ในทำนองเชิญชวนตุลาการมาให้กำลังใจ ประธานศาลปกครองฯ และประธานแผนกคดีฯ คนก่อนหน้านี้ ที่พิจารณาคดีของตนเองและปรากฏคลิปเสียงเข้าไปแทรกแซงการพิจารณาคดี และตนเองได้ไปยื่นฟ้องคดีไว้แล้ว

แต่สุดท้ายประธานแผนกคดีฯ คนโพสต์ข้อความลงในกลุ่ม LINE  ก็ได้รับมอบหมายจากรองประธานศาลปกครองฯ มาพิจารณาคดีของตนเอง  จึงเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม  ทำให้ตนเองรู้สึกว่าไม่มั่นใจว่าจะได้รับความยุติธรรม ดังนั้นวันนี้จึงทำหนังสือมาถึงผู้บริหารศาลปกครองทั้ง 3 ท่านให้ทราบว่า ตนเอง ได้ยื่นฟ้องทั้ง  3 ท่าน  เป็นจำเลยในคดีอาญา จึงควรต้องถอนตัวจากการทำคดีของตนเอง  และขอให้เพิกถอนความเห็นทั้งหมด ในทางคดี ด้วย

ขณะเดียวกัน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์   ได้ไปยื่นหนังสือถึง ร้องเรียนให้ตรวจสอบ ประธาน  ปปช. คนปัจจุบันต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้พิจารณา กรณีกระทำละเมิดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญ  เพื่อให้ศาลดำเนินการตรวจสอบ  หากพบว่ามีมูลว่าละเมิดกฎหมาย รัฐธรรมนูญจริงจะต้องมีบทลงโทษต่อไป

‘ครม.’รับทราบปี68 ประชาชนร้องทุกข์รวมทั้งสิ้น 134,999 ครั้ง 63,541 เรื่อง ได้ข้อยุติ 55,940 เรื่อง

'ครม.'รับทราบปี68 ประชาชนร้องทุกข์รวมทั้งสิ้น 134,999 ครั้ง 63,541 เรื่อง ได้ข้อยุติ 55,940 เรื่อง

‘ครม.’รับทราบปี68 ประชาชนร้องทุกข์รวมทั้งสิ้น 134,999 ครั้ง 63,541 เรื่อง ได้ข้อยุติ 55,940 เรื่อง

วันอังคาร ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.06 น.

‘ครม.’รับทราบปี 68 ประชาชนร้องทุกข์รวมทั้งสิ้น 134,999 ครั้ง 63,541 เรื่อง สามารถดำเนินการจนได้ข้อยุติ 55,940 เรื่องคิดเป็นร้อยละ 88.04

เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.2568 น.ส.อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีรับทราบผลการดำเนินงานเรื่องร้องทุกข์และข้อคิดเห็นของประชาชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ตามที่สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้รายงาน โดยปีงบประมาณ 2568 ประชาชนแจ้งเรื่องร้องทุกข์และข้อคิดเห็นผ่านช่องทางต่าง ๆ รวมทั้งสิ้น 134,999 ครั้งคิดเป็น 63,541 เรื่องสามารถดำเนินการจนได้ข้อยุติ 55,940 เรื่องคิดเป็นร้อยละ 88.04 และรอผลพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำนวน 7,601 เรื่องคิดเป็นร้อยละ 11.96 สะท้อนว่าระบบการรับเรื่องร้องทุกข์ของรัฐบาลสามารถตอบสนองปัญหาประชาชนได้อย่างรวดเร็วขึ้น

ทั้งนี้ผลการดำเนินงานชี้ให้เห็นว่า หน่วยงานของรัฐมีความก้าวหน้าอย่างชัดเจนในการแก้ไขปัญหาเดือดร้อนของประชาชน และรัฐบาลยังคงมุ่งเน้นให้ทุกหน่วยงานเร่งตอบสนองปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบราชการต่อไป

‘พัฒนา​’เมิน​’บิ๊กโจ๊ก’ปูดตัวเลขผู้เสียชีวิตน้ำท่วมใต้หลักพัน​ บอก​หลักฐานชัดคือใบมรณะบัตร

'พัฒนา​'เมิน​'บิ๊กโจ๊ก'ปูดตัวเลขผู้เสียชีวิตน้ำท่วมใต้หลักพัน​ บอก​หลักฐานชัดคือใบมรณะบัตร

‘พัฒนา​’เมิน​’บิ๊กโจ๊ก’ปูดตัวเลขผู้เสียชีวิตน้ำท่วมใต้หลักพัน​ บอก​หลักฐานชัดคือใบมรณะบัตร

วันอังคาร ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 14.45 น.

‘พัฒนา​’เมิน​’บิ๊กโจ๊ก’ปูดตัวเลขผู้เสียชีวิตน้ำท่วมใต้หลักพัน​ ชี้ตัวเลข​ 140 รายของสธ.​ ผ่านขั้นตอนที่ถูกต้อง บอก​หลักฐานชัดคือใบมรณะบัตร ตัวเลขในเว็บไซต์​ชี้ชัดอะไรไม่ได้

เมื่อเวลา 13.10 น. วันที่ 2 ธ.ค.2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพัฒนา​ พร้อม​พัฒน์​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข​ กล่าวถึงกรณีที่พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ออกมาโต้แย้งถึงตัวเลขผู้เสียชีวิต​ ในพื้นที่อุทกภัย อ.หาดใหญ่​ จ.สงขลา ของกระทรวงสาธารณสุขโดยยืนยันตัวเลขผู้เสียชีวิตอยู่ที่หลักพัน​ว่า​ ท่านจะเชื่อก็เชื่อไป​ แต่ข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข​คือข้อเท็จจริง​ ในขณะที่ตู้เก็บร่างผู้เสียชีวิตที่มีจำนวนมาก เนื่องจากเมื่อรับร่างผู้เสียชีวิตมาแล้ว ก็จะมีการจำแนก โดยรับร่างเมื่อแรกเข้าจะเก็บไว้อีกส่วนหนึ่ง และหลังชันสูตรแล้วเสร็จ ก็จะเป็นตู้อีกส่วนหนึ่ง จึงทำให้ดูว่ามีจำนวนผู้เสียชีวิตมาก​ ทั้งนี้สามารถพิสูจน์ได้​ เนื่องจากจะมีใบมรณะบัตรและญาติผู้เสียชีวิตก็สามารถเป็นพยานได้ ซึ่งตนไม่ได้กังวลใจอะไร 

เมื่อถามว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้เปิดเว็บไซต์ Hakparn.com​ เพื่อให้ญาติผู้เสียชีวิตเข้ามาลงทะเบียนพร้อมหลักฐาน นายพัฒนา กล่าวว่า คงไม่ เพราะสุดท้ายแล้วหลักฐานการเสียชีวิต ต้องออกโดยกรมการปกครอง รวมถึงมีการชันสูตรก็จะทราบว่าผู้เสียชีวิตนั้นเสียชีวิตเมื่อใด หรือจากสาเหตุอะไร ทั้งนี้การมาแจ้งข้อมูลผ่านเว็บไซต์ดังกล่าว ไม่สามารถชี้ชัดอะไรได้ เนื่องจากการที่เราจะชี้ว่าใครสักคนเสียชีวิต จะต้องมีกระบวนการทางกฎหมาย ทางนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งในส่วนของกระทรวงสาธารณสุข ดำเนินการกระบวนการเหล่านี้อย่างครบถ้วน พร้อมทั้งเปิดสายด่วน ให้ประชาชนแจ้งคนหาย หรือเสียชีวิต ทั้งนี้ยืนยันว่าปัจจุบันยังไม่ได้เปลี่ยนตัวเลขที่น่าตกใจเป็นหลักพันคนตามที่เป็นข่าวทางออนไลน์​ ซึ่งของกระทรวงสาธาณสุขในส่วนของผู้สูญหายยังไม่มีการแจ้งเข้ามา แต่หน่วยงานอื่นตนไม่ทราบ

เมื่อถามว่าหากรวมผู้เสียชีวิตและผู้สูญหาย ทุกจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ตัวเลขจะถึงหลักพันหรือไม่ นายพัฒนา​ กล่าวว่า คิดว่าไม่ถึง แต่สุดท้ายแล้วจำนวนผู้เสียชีวิตก็จะชี้วัดตามใบมรณะบัตร​ อย่างไรก็ตามที่ตนกำกับดูแลกระทรวงสาธารณสุขคงไม่สามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้ ว่าเพราะเหตุใดพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ จึงออกมาให้ความเห็นเช่นนี้ 

เมื่อถามว่าตัวเลขที่ไม่ถึงหลักพัน เนื่องจากมีการแยกจำนวนผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำและสาเหตุอื่นหรือไม่ นายพัฒนา กล่าวว่า ตัวเลขที่กระทรวงสาธารณสุขแจ้งไปวานนี้​ มีผู้เสียชีวิต 140 ราย นับตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.2568 ยืนยันตัวเลขนี้ ส่วนจะเป็นการเสียชีวิตจากการจมน้ำเท่าใดสาเหตุอื่นเท่าใด อยู่ในขั้นตอนทางกระบวนการนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งจะแล้วเสร็จภายใน 1 ถึง 2 วันนี้ พร้อมทั้งยืนยันว่า แพทย์ทุกโรงพยาบาลที่สังกัดกระทรวงสาธารณสุขมีหน้าที่รักษาคนไข้ ไม่จำเป็นต้องมอนิเตอร์​อะไร​ ซึ่งในช่วงที่เกิดเหตุ แพทย์และพยาบาลประสบปัญหา ในการดูแลผู้ป่วย ตนก็นอนไม่หลับ ซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงการฟื้นฟู​ พร้อมทั้งส่งทีมสุขภาพจิตลงพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีการส่งทีมแพทย์ลงไปดูในกลุ่มโรคที่มาจากน้ำท่วม เป็นโรคฉี่หนู

‘จาตุรนต์’แนะ 3 ข้อ รบ.เร่งเดินหน้าทำปชม.คำถามแรก อ้างให้กกต.มีเวลาเตรียมการล่วงหน้าเยอะขึ้น

'จาตุรนต์'แนะ 3 ข้อ รบ.เร่งเดินหน้าทำปชม.คำถามแรก อ้างให้กกต.มีเวลาเตรียมการล่วงหน้าเยอะขึ้น

‘จาตุรนต์’แนะ 3 ข้อ รบ.เร่งเดินหน้าทำปชม.คำถามแรก อ้างให้กกต.มีเวลาเตรียมการล่วงหน้าเยอะขึ้น

วันอังคาร ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 14.36 น.

‘จาตุรนต์’แนะ 3 ข้อรัฐบาลเร่งกดปุ่มเดินหน้าทำประชามติคำถามแรก อ้างให้กกต.มีเวลาเตรียมการล่วงหน้าเยอะขึ้น ชี้โอกาสที่จะทำประชามติคำถามที่ 1 พร้อมกับวันเลือกตั้งจะยิ่งเป็นไปได้มากขึ้น บอกหากแก้ รธน.ผ่านวาระ 3 ประธานรัฐสภาต้องส่งเรื่องให้ครม.-กกต.จัดให้มีการทำประชามติเป็นคำถามที่สอง

เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.2568 นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่…) พุทธศักราช…. รัฐสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกมาระบุว่า หากคณะรัฐมนตรี (ครม.) และหรือรัฐสภาส่งเรื่องการทำประชามติมายังกกต.ช้ากว่าวันที่ 15 ธันวาคม อาจทำให้ไม่สามารถจัดให้มีการลงประชามติพร้อมวันเลือกตั้งได้นั้น ดูเหมือนจะมีความคลาดเคลื่อนในการคำนวณเวลาอยู่พอสมควร เพราะทางนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี เองก็ได้คำนวณเส้นตายไว้ชัดเจนแล้วว่า กรอบเวลาจริงไปสิ้นสุดที่วันที่ 30 ธันวาคม 

นายจาตุรนต์ ระบุต่อว่า อย่างไรก็ตาม คำเตือนของกกต.ก็ทำให้ทุกฝ่ายต้องกลับมาช่วยกันคิดอย่างจริงจังว่า จะเร่งรัดแต่ละขั้นตอนอย่างไรเพื่อให้กระบวนการทั้งหมดเดินไปให้ทัน และสามารถจัดให้มีการทำประชามติสองคำถามในวันเดียวกับวันเลือกตั้งได้ ตัวเลขวันที่ 15 ธันวาคม ในความเป็นจริง จึงเหลือความหมายสำคัญเพียงประเด็นเดียว คือใช้เป็นหมุดหมายสำคัญทางการเมือง สำหรับช่องทางที่ ครม. จะเป็นฝ่ายเริ่มต้นเอง ครม.สามารถมีมติได้ตั้งแต่ตอนนี้ ให้ กกต.จัดให้มีการลงประชามติในคำถามที่ 1 ว่า ประชาชนเห็นด้วยหรือไม่ที่จะให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) หากครม.กดปุ่มเรื่องนี้เร็วเท่าใด เวลาที่กกต.จะใช้เตรียมการจัดประชามติก็จะมากขึ้นเท่านั้น และโอกาสที่จะทำให้ประชามติคำถามที่ 1 จัดพร้อมกับวันเลือกตั้งก็จะยิ่งเป็นไปได้มากขึ้น

นายจาตุรนต์ ระบุอีกว่า พร้อมกันนี้ ยังมีอีกหนึ่งช่องทางที่จะนำไปสู่การลงประชามติในคำถามที่ 1 ได้ นั่นคือให้รัฐสภามีมติร้องขอให้จัดให้มีการทำประชามติตามแนวทางที่ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยไว้ ช่องทางนี้จำเป็นต้องรอให้การพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเดินหน้าไปจนถึงวาระสามเสียก่อน เมื่อรัฐสภาลงมติวาระสาม เห็นชอบกับร่างแก้ไขและมีมติเห็นชอบให้ร้องขอทำประชามติคำถามที่ 1 ด้วย ประธานรัฐสภาก็จะส่งเรื่องไปยังครม.เป็นสองเรื่องพร้อมกันคือ ขอให้ทำประชามติในคำถามที่ 1 และขอให้จัดทำประชามติในร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่ผ่านวาระสาม ซึ่งจะเป็น คำถามที่ 2 ทั้งกระบวนการนี้จะเกิดขึ้นหลังจากวาระสองเสร็จสิ้นแล้ว 15 วัน หรือราววันที่ 26 ธันวาคม

นายจาตุรนต์ ระบุต่อว่า โดยสรุปแล้ว สิ่งที่ต้องเดินหน้า ได้แก่ 1.ครม.ควรเร่งมีมติให้มีการจัดทำประชามติคำถามที่ 1 โดยเร็วที่สุด 2.เมื่อรัฐสภาเห็นชอบในวาระที่สาม ประธานรัฐสภาจะต้องส่งเรื่องให้ครม.หรือกกต.จัดให้มีการทำประชามติตามมาตรา 256 (8) ซึ่งจะเป็นคำถามที่สอง และ 3.รัฐสภาอาจใช้ช่องทางมติเสียงข้างมากร้องขอให้ครม.จัดทำประชามติในคำถามที่ 1 ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญซึ่งมีผลผูกพันรัฐสภาอย่างชัดเจน

“ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นได้จริงก็ต่อเมื่อการยุบสภาเป็นไปตามกำหนดเดิมคือในวันที่ 31 มกราคม 2569 ไม่ถูกเร่งให้สั้นลงจนทำให้กระบวนการประชามติทั้งสองคำถามไม่เกิดขึ้นในวันเลือกตั้ง” นายจาตุรนต์ ระบุ 

เตือนประชาชน-กลุ่มเสี่ยง งดกิจกรรมกลางแจ้ง หลังค่าฝุ่น PM 2.5 สูงพบพื้นที่สีแดง 15 จังหวัด

เตือนประชาชน-กลุ่มเสี่ยง งดกิจกรรมกลางแจ้ง หลังค่าฝุ่น PM 2.5 สูงพบพื้นที่สีแดง 15 จังหวัด

เตือนประชาชน-กลุ่มเสี่ยง งดกิจกรรมกลางแจ้ง หลังค่าฝุ่น PM 2.5 สูงพบพื้นที่สีแดง 15 จังหวัด

วันอังคาร ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 14.24 น.

“รมว.พัฒนา” เตือนประชาชน-กลุ่มเสี่ยง งดกิจกรรมกลางแจ้ง  หลังค่าฝุ่น PM 2.5 สูงพบพื้นที่ “สีแดง” 15 จังหวัด

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เตือนค่าฝุ่น PM 2.5 เพิ่มสูงขึ้นหลายพื้นที่ อยู่ในระดับสีส้ม เริ่มมีผลกระทบสุขภาพ 25 จังหวัด และสีแดง มีผลกระทบสุขภาพ 15 จังหวัด “เขตหนองแขม” สูงสุด 105 มคก./ลบ.ม. ย้ำเช็คค่าฝุ่นก่อนออกจากบ้าน ปฏิบัติตัวตามคำแนะนำ เน้นกลุ่มเสี่ยงจำกัดหรืองดกิจกรรมกลางแจ้ง สวมหน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่น หากมีอาการผิดปกติรีบพบแพทย์ พร้อมเตรียมจัดบริการคลินิกมลพิษและคลินิกมลพิษออนไลน์รองรับ

2 ธันวาคม 2568 นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 จะเพิ่มสูงขึ้นในช่วงปลายปีต่อเนื่องจนถึงต้นปี ซึ่งข้อมูลจากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA พบว่า ช่วงนี้ค่าฝุ่น PM 2.5 เริ่มสูงขึ้นในหลายพื้นที่ โดยตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 หลายจังหวัดมีค่าฝุ่นอยู่ในระดับสีส้ม เริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ (มากกว่า 37.6 มคก./ลบ.ม.) และเพิ่มเป็นระดับสีแดง มีผลกระทบต่อสุขภาพ (มากกว่า 75 มคก./ลบ.ม. ขึ้นไป) เมื่อวันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและอีก 4 จังหวัด ล่าสุดเช้าวันนี้มี 15 จังหวัดที่ค่าฝุ่นอยู่ระดับสีแดง ได้แก่ สมุทรสาคร นนทบุรี นครปฐม กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ ปทุมธานี ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ระยอง ราชบุรี จันทบุรี ตราด ปราจีนบุรี สมุทรสงคราม และเพชรบุรี โดยค่าฝุ่นรายชั่วโมงของกรุงเทพมหานคร สูงสุดอยู่ที่เขตหนองแขม 102.5 มคก./ลบ.ม. และยังมีอีก 25 จังหวัดที่ค่าฝุ่นสูงในระดับสีส้ม จึงขอให้ประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว ที่อาจเจ็บป่วยหรือได้รับผลกระทบทางสุขภาพจากฝุ่น PM 2.5 รุนแรงกว่าประชาชนทั่วไป ตรวจสอบคุณภาพอากาศก่อนออกจากบ้าน ผ่านแอปพลิเคชัน Air4Thai, AirBKK, Life D หรือ เช็คฝุ่น และปฏิบัติตนตามคำแนะนำตามค่าสีฝุ่น

นายพัฒนากล่าวต่อว่า การปฏิบัติตัวเมื่อค่าฝุ่นอยู่ในระดับสีส้ม กลุ่มเสี่ยงให้จำกัดระยะเวลาทำกิจกรรมกลางแจ้งหรือออกกำลังกายที่ใช้แรงมาก, หากจำเป็นต้องออกนอกอาคารให้สวมหน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่นทุกครั้ง, สังเกตอาการผิดปกติ โดยประเมินอาการและรับคำแนะนำเบื้องต้นผ่าน 4HealthPM2.5 หรือคลินิกมลพิษออนไลน์ หากมีอาการผิดปกติให้รีบไปพบแพทย์, อยู่ในอาคารหรือห้องปลอดฝุ่น, ผู้ที่มีโรคประจำตัวควรเตรียมยาและอุปกรณ์ที่จำเป็น และลดกิจกรรมที่ทำให้เกิดฝุ่นในบ้าน แต่หากค่าฝุ่นอยู่ในระดับสีแดง ขอให้ประชาชนทุกคนงดกิจกรรมกลางแจ้ง ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุข ได้เตรียมมาตรการรองรับสถานการณ์ ได้แก่ 1.การสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ โดยติดตามสถานการณ์และประชาสัมพันธ์เชิงรุก เน้นการสื่อสารและแจ้งเตือนผ่านระบบดิจิทัล เช่น Platform หมอพร้อม, SMART อสม. 2.การลดและป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง โดยเฝ้าระวังและติดตามผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนจาก PM2.5 จัดทำห้องปลอดฝุ่นในสถานบริการและพื้นที่เสี่ยง และสนับสนุน “มุ้งสู้ฝุ่น” รวมถึงพิจารณาใช้มาตรการ Work From Home สำหรับกลุ่มเปราะบางเมื่อค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน 3.การจัดบริการด้านการแพทย์และสาธารณสุข โดยขยายเครือข่ายบริการดูแลสุขภาพให้ครอบคลุม ทั้งคลินิกมลพิษทางอากาศ คลินิกเวชกรรมสิ่งแวดล้อม ให้คำปรึกษาคลินิกมลพิษออนไลน์ จัดระบบนัดหมายคลินิกมลพิษผ่านระบบหมอพร้อม และจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่/ทีมปฏิบัติการดูแลสุขภาพกลุ่มเปราะบาง เช่น ชุมชน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สถานดูแลผู้สูงอายุ โรงเรียนประจำ เป็นต้น และ 4.เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ โดยหากสถานการณ์รุนแรงให้เปิดศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินในทุกระดับ และส่งเสริมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ใช้ พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ในการควบคุมต้นกำเนิดฝุ่น