‘พิพัฒน์’ ลั่นค่ารถไฟฟ้าสายสีแดงต้องไม่เกิน 40 บาท บอกตรวจสอบให้ หลังประชาชนเสียจริง 42 บาท

‘พิพัฒน์’ ลั่นค่ารถไฟฟ้าสายสีแดงต้องไม่เกิน 40 บาท บอกตรวจสอบให้ หลังประชาชนเสียจริง 42 บาท

‘พิพัฒน์’ ลั่นค่ารถไฟฟ้าสายสีแดงต้องไม่เกิน 40 บาท บอกตรวจสอบให้ หลังประชาชนเสียจริง 42 บาท

วันอังคาร ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 14.17 น.

“พิพัฒน์” ลั่น ค่ารถไฟฟ้าสายสีแดงต้องไม่เกิน 40 บาท บอกจะไปตรวจสอบให้หลังประชาชนเสียจริง 42 บาท รับ ลืมคิดบางคนไม่มีบัตร EMV พร้อมหาทางออกให้

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 2 ธ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม กล่าวถึงกรณีประชาชนโวย นโยบายรถไฟฟ้าสายสีแดง 40 บาทตลอดวันแต่คิดจริง 42 บาท ว่า โวยเรื่องอะไร และจะคิดราคาเกินได้อย่างไร ในเมื่อประกาศไปแล้วว่า 40 บาท ควรจะต้องจบที่ประกาศของรัฐบาล ดังนั้นการเก็บ 42 บาท เป็นข้อบกพร่อง

เมื่อถามย้ำว่า ที่เกินมา 2 บาทคิดเป็นค่าบริการเพิ่มหรือภาษีหรือไม่ นายพิพัฒน์ ยืนยันว่า ไม่มีแน่นอน ซึ่งตนยังไม่รับทราบ แต่จะไปตรวจสอบให้

เมื่อถามย้ำว่า มีการสะท้อนว่านโยบายดังกล่าวใช้ได้กับบัตร EMV เท่านั้น นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เดี๋ยวจะแก้ไขปัญหาให้ เพราะลืมคิดไปว่าบางคนไม่มีบัตรดังกล่าว 

‘ชาดา’ระเบิดกลางวงประชุม จวกยับ’นายกแป้น’ แก้น้ำท่วมหาดใหญ่ไม่ได้ ไล่ลาออกพ้นตำแหน่ง!

'ชาดา'ระเบิดกลางวงประชุม จวกยับ'นายกแป้น' แก้น้ำท่วมหาดใหญ่ไม่ได้ ไล่ลาออกพ้นตำแหน่ง!

‘ชาดา’ระเบิดกลางวงประชุม จวกยับ’นายกแป้น’ แก้น้ำท่วมหาดใหญ่ไม่ได้ ไล่ลาออกพ้นตำแหน่ง!

วันอังคาร ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.59 น.

“ชาดา” ระเบิดกลางวงประชุม จวกยับ ‘นายกแป้น’ แก้น้ำท่วมหาดใหญ่ไม่ได้ ไล่ลาออกพ้นตำแหน่ง!

กลายเป็นประเด็นร้อนที่ถูกแชร์สนั่นโซเชียล เมื่อมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ระเบิดอารมณ์กลางที่ประชุมคณะทำงานแก้ไขปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่ โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมอยู่ด้วย

นายชาดาได้กล่าวโจมตีการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างดุเดือด โดยเฉพาะการพุ่งเป้าไปที่ ‘นายกแป้น’ ผู้บริหารท้องถิ่นระดับสูงพร้อมเรียกร้องให้รับผิดชอบต่อความผิดพลาดครั้งนี้

“เมื่อกี้ผมบอกท่านนายกแป้น ผมบอกทำให้จบ ทำให้เสร็จ แล้วลาออกไปเลย ขอโทษประชาชนแล้วลาออกไป มันมีคนจะต้องลาออกตามนายกฯแป้นไปด้วย” นายชาดาประกาศอย่างไม่เกรงใจ

นายชาดา ระบุว่า จากการลงพื้นที่จริงพบว่าสถานการณ์เลวร้ายกว่าที่รายงานมาก ประชาชนขาดการเข้าถึงสิ่งจำเป็นพื้นฐาน โดยเฉพาะ น้ำ, ไฟ, และสัญญาณโทรศัพท์

“วันนี้คุณไม่มีจิตวิญญาณ ศูนย์อพยพดูแลก็ส่วนของศูนย์ฯ แต่ประชาชนที่อยู่ในบ้านประกาศ 100% วันที่เขาอยู่บนหลังคาแล้ว ประกาศทำไมผมถามหน่อย แล้วไม่มีความพยายามจะเข้าไปช่วย มันถือว่ารัฐล้มเหลวครับ กลไกของรัฐล้มเหลวหมดเลย ถ้าปีหน้าท่วมอีกพวกจะทำยังไง” นายชาดา กล่าวอย่างหนักแน่น

นอกจากนี้ นายชาดายังเน้นย้ำว่าการช่วยเหลือต้องทันสมัยและถูกจุด โดยระบุว่า “ถุงยังชีพไม่ต้องแจก วันนี้ต้องหาที่นอนและเสื้อผ้าให้เขาก่อน” และสิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือการฟื้นฟูจิตใจ

“สิ่งที่ต้องทำวันนี้ ต้องทำความสะอาดเมืองก่อน ฆ่าเชื้อก่อน นั่นคือการเยียวยาหัวใจคนหาดใหญ่”

นักเขียนซีไรท์ ชี้อะไรฝังหัวแล้วยากจะลบล้าง ลั่นปชต.จะมีประโยชน์ ประชาชนต้องรู้ทันนักการเมือง

นักเขียนซีไรท์ ชี้อะไรฝังหัวแล้วยากจะลบล้าง ลั่นปชต.จะมีประโยชน์ ประชาชนต้องรู้ทันนักการเมือง

นักเขียนซีไรท์ ชี้อะไรฝังหัวแล้วยากจะลบล้าง ลั่นปชต.จะมีประโยชน์ ประชาชนต้องรู้ทันนักการเมือง

วันอังคาร ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.56 น.

วันที่ 2 ธันวาคม 2568 วิมล ไทรนิ่มนวล  นักเขียนรางวัลซีไรต์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “พลเมืองล้มเหลว”

คุณศุภจีทำให้ราคาข้าวเปลือกขึ้นจากเดิม 2 เท่า คนที่ไม่ได้ทำนาก็ได้ประโยชน์ด้วย จากการจับจ่ายใช้สอย แต่คนจำนวนมากบอกจะเลือกพรรคเพื่อไทย!

คนที่ได้เงินแจก 1 หมื่นจากเพื่อไทย ก็ติดใจ คนรักทักษิณก็หวังว่าเมื่อพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลจะช่วยทักษิณออกจากคุกได้เร็วขึ้น คนที่ปลื้มกับถ้อยคำแห่งความหวังว่า “คนไทยจะมีกินมีใช้ มีเกียรติมีศักดิ์ศรีไปพร้อม ๆกัน” ก็อยากให้อุ๊งอิ๊งเป็นนายกฯอีก!

ทั้งหมดบอกว่า ผลงานที่เป็นรูปธรรม ไม่สามารถสร้างคะแนนเสียงได้เสมอไป และบอกว่าอะไรทึ่ฝังหัวไปแล้วย่อมยากจะลบล้าง ไม่ใช่แต่ชาวบ้าน พวกปัญญาชนที่บ้าลัทธิก็เหมือนกัน

ผมไม่ได้เชียร์พรรคภูมิใจไทย แต่อยากบอกว่าประเทศไทยใน “ระบอบเลือกตั้ง” ไม่สามารถแก้ปัญหาอะไรได้ ซ้ำนักการเมืองยังสร้างปัญหามากขึ้นทุกวัน

จึงเป็นเรื่องโง่เง่าที่จะเอาคนที่สร้างปัญหาไปแก้ปัญหาที่เขาทำเอง

แต่คนเลือกตั้งจำนวนมากไม่สนเรื่องดีเรื่องชั่ว จะผลาญชาติ ขายชาติ โกหกตอแหลอะไรก็ได้  เมื่อนักการเมืองฝังความเชื่อว่าตนดี เก่ง ลงในหัวคนได้แล้ว ระบบประชาธิปไตยนั้นจะมีคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติได้ ต้องมีพลเมืองที่มีหัวคิด รู้จักการเมือง รู้เท่าทันนักการเมือง และรู้จักตัวเอง

พิพัฒน์ เมินโพลกระแส ปชป. แซง มั่นใจฐานเสียงภาคใต้ยังดี ขอลุยแก้วิกฤตน้ำท่วมก่อน

พิพัฒน์ เมินโพลกระแส ปชป. แซง มั่นใจฐานเสียงภาคใต้ยังดี ขอลุยแก้วิกฤตน้ำท่วมก่อน

พิพัฒน์ เมินโพลกระแส ปชป. แซง มั่นใจฐานเสียงภาคใต้ยังดี ขอลุยแก้วิกฤตน้ำท่วมก่อน

วันอังคาร ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.52 น.

“พิพัฒน์” เมินโพลกระแส ปชป. ภาคใต้ แซง ภท. มั่นใจฐานเสียงยังดี ชี้ตอนนี้ขอลุยแก้วิกฤตน้ำท่วมก่อน

วันที่ 2 ธันวาคม 2568 เวลา 13.00 น.ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.คมนาคม ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ดูแลพื้นที่ภาคใต้ กล่าวถึงกรณีนิด้าโพล เปิดเผยผลสำรวจคะแนนความนิยมของพรรค ภท. ในพื้นที่ภาคใต้ลดลง ว่า ไม่เป็นไร ให้เป็นไปตามโพลตอนนี้การแก้ปัญหาวิกฤตถือเป็นเรื่องที่ใหญ่กว่า โพลก็ส่วนโพลเราไม่สนใจ ขอเอาการแก้ไขปัญหาอุทกภัยในครั้งนี้ก่อน

เมื่อถามว่า ยังมั่นใจกระแสในพื้นที่ภาคใต้อยู่ใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ยังมั่นใจอยู่

เมื่อถามว่า กระแสของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เหมือนจะดึงให้คะแนนพรรค ปชป. เพิ่มขึ้นมากังวลหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ไม่กังวล ที่จริงคนใต้ก็มีกระแสของพรรคประชาธิปัตย์อยู่แล้ว ดังนั้นโพลจะออกมาเป็นอย่างไรก็เป็นเรื่องของโพล เรามีหน้าที่คือทำงานให้เต็มที่

นายกฯ รับมอบชุดของบรรเทาทุกข์จากรัฐบาลญี่ปุ่นผ่านไจก้า ช่วยผู้ประสบภัยภาคใต้

นายกฯ รับมอบชุดของบรรเทาทุกข์จากรัฐบาลญี่ปุ่นผ่านไจก้า ช่วยผู้ประสบภัยภาคใต้

นายกฯ รับมอบชุดของบรรเทาทุกข์จากรัฐบาลญี่ปุ่นผ่านไจก้า ช่วยผู้ประสบภัยภาคใต้

วันอังคาร ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.16 น.

ไทย – ญี่ปุ่นร่วมเคียงข้างทุกสถานการณ์ นายกฯ รับมอบชุดของบรรเทาทุกข์จากรัฐบาลญี่ปุ่นผ่านไจก้า (JICA) ช่วยผู้ประสบภัยภาคใต้ 

เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.68 เวลา 09.30 น. ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล  นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พบหารือกับ นายโอตากะ มาซาโตะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ในโอกาสรับมอบสิ่งของบรรเทาทุกข์เพื่อความช่วยเหลือฉุกเฉินแก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้จากรัฐบาลญี่ปุ่นผ่านองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (Japan International Cooperation Agency: JICA) โดยมี นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง  นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง  นายอัครุตม์ สนธยานนท์  อธิบดีกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นางชนิดา เกษมศุข รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายบริหาร นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลัง และนายซุนซูเกะ ซากุโด หัวหน้าสำนักงาน JICA ประจำประเทศไทย เข้าร่วม 

การรับมอบสิ่งของบรรเทาทุกข์ ประกอบด้วย (1) เต็นท์ขนาดใหญ่ 150 หลัง (2) แผ่นรองนอน 3,000 ผืน (3) ผ้าห่ม 3,000 ผืน (4) ผ้าพลาสติกกันน้ำ 150 ผืน (5) ถังน้ำพลาสติก 500 ใบ สำหรับเก็บน้ำสะอาด (6) เครื่องกรองน้ำ 20 เครื่อง ผลิตน้ำสะอาดได้นาทีละ 4 ลิตร ช่วยแก้ปัญหาน้ำดื่มสะอาดในพื้นที่มูลค่า รวมประมาณ 7,100,000 บาท โดยทั้งหมดจะถูกนำส่งมอบไปยังศูนย์อำนวยการช่วยเหลือเครือข่ายวายุภักษ์ กระทรวงการคลัง เพื่อดำเนินการแจกจ่ายให้แก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่หาดใหญ่ต่อไป

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวในนามของรัฐบาลไทยและพี่น้องประชาชนชาวไทย แสดงความซาบซึ้งใจต่อรัฐบาลญี่ปุ่น สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย และองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (JICA) สำหรับการมอบสิ่งของบรรเทาทุกข์เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในหลายพื้นที่ พร้อมชื่นชมในความรวดเร็ว และความจริงใจของฝ่ายญี่ปุ่น ซึ่งสะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นและไว้เนื้อเชื่อใจกันมายาวนานระหว่างสองประเทศ 

นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า สิ่งของช่วยเหลือทั้งหมดจะถูกนำส่งไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบโดยเร็วที่สุด เพื่อให้ถึงมือผู้ประสบภัยอย่างทั่วถึง โดยรัฐบาลจะเดินหน้าปรับปรุงระบบเตรียมความพร้อมด้านภัยพิบัติในทุกมิติ ควบคู่กับการจัดทำมาตรการรองรับที่เหมาะสมและยั่งยืน เพื่อให้ระบบบริหารจัดการภัยพิบัติมีศักยภาพในการตอบสนองต่อความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ และให้ประชาชนได้รับการดูแลอย่างทันท่วงที ลดผลกระทบให้น้อยที่สุด

ด้านเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นกล่าวว่า ทั้งสองประเทศต่างยืนหยัดเคียงข้างกันเสมอในยามที่ต้องเผชิญความยากลำบาก ความช่วยเหลือครั้งนี้จึงตั้งอยู่บนพื้นฐานของมิตรภาพและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันที่มั่นคงระหว่างสองประเทศ และยังสะท้อนถึงความรู้สึกตอบแทนน้ำใจที่ประชาชนชาวญี่ปุ่นมีต่อความช่วยเหลืออันอบอุ่นที่ประเทศไทยได้มอบให้แก่ญี่ปุ่นในยามที่ประสบความยากลำบากเมื่อในอดีตที่ผ่านมา จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสิ่งของบรรเทาทุกข์เหล่านี้จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประสบภัย พร้อมขอให้ประชาชนปลอดภัยและฟื้นตัวจากเหตุการณ์อุทกภัยในครั้งนี้ได้ในเร็ววัน โดยประเทศญี่ปุ่นจะขอยืนเคียงข้างชาวไทยทุกท่านเสมอ

ขณะที่หัวหน้าสำนักงาน JICA กล่าวเพิ่มเติมว่า ไทยและญี่ปุ่นต่างเคยช่วยเหลือกันในยามวิกฤตมาโดยตลอด เช่น ความช่วยเหลือของไทยต่อญี่ปุ่นในช่วงเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่คุมาโมโตะ และเหตุการณ์แผ่นดินไหว – สึนามิในโทโฮคุ ขณะที่ญี่ปุ่นก็เคยให้การสนับสนุนไทยในเหตุการณ์สึนามิปี 2547 และอุทกภัยใหญ่ปี 2554 ซึ่งตอกย้ำว่า “เมื่อเพื่อนประสบปัญหา เราจะช่วยเหลือกันเสมอ”

ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีได้กล่าวขอบคุณเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง โดยย้ำว่าน้ำใจไมตรีจากประเทศญี่ปุ่นในครั้งนี้จะอยู่ในความทรงจำของพี่น้องประชาชนชาวไทย และสะท้อนถึงความพร้อมของทั้งสองประเทศในการยื่นมือช่วยเหลือกันในทุกสถานการณ์อย่างแท้จริง

รมว.ท่องเที่ยว บอกให้รอดูพิธีเปิดซีเกมส์ 9 ธ.ค. หลังถูกครหาไทยไม่พร้อมจัด

รมว.ท่องเที่ยว บอกให้รอดูพิธีเปิดซีเกมส์ 9 ธ.ค. หลังถูกครหาไทยไม่พร้อมจัด

รมว.ท่องเที่ยว บอกให้รอดูพิธีเปิดซีเกมส์ 9 ธ.ค. หลังถูกครหาไทยไม่พร้อมจัด

วันอังคาร ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.12 น.

รมว.ท่องเที่ยว บอกให้รอดู พิธีเปิดซีเกมส์ 9 ธ.ค.นี้ หลังถูกครหา ไทยไม่พร้อมจัด แจง โปรแกรมบางชนิดกีฬา ยังไม่ออก เหตุกัมพูชาถอนตัว คาด เงินสะพัด 1.5 หมื่นล้าน

วันที่ 2 ธันวาคม 2568 เวลา 09.50 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมการจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 33 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ในวันที่ 9-20 ธ.ค.นี้ โดยยืนยันว่า จะมีพิธีเปิดในวันที่ 9 ธ.ค.

เมื่อถามว่า โปรแกรมการแข่งขันบางชนิดกีฬายังไม่ออก ทั้งที่ใกล้จะแข่งขันแล้ว นายอรรถกร กล่าวว่า เนื่องจากมีบางประเทศมีการเปลี่ยนแปลง บางประเทศถอนตัว ซึ่งมีปัญหาเล็กน้อย เพราะโปรแกรมการแข่งขันมีการปรับเปลี่ยนเรื่องของจำนวนนักกีฬา และบางประเทศที่ถอนตัวไป

เมื่อถามว่า มีการโจมตีความพร้อมของประเทศไทย ว่าหลายอย่างยังไม่พร้อม นายอรรถกร กล่าวว่า เดี๋ยววันที่ 9 ธ.ค.นี้ ก็เห็น ทั้งพิธีเปิดและกระบวนการจัดการแข่งขัน ซึ่งตนเป็นประธานคณะกรรมการการแข่งขัน และที่ประชุมก็มีมติให้เลื่อนการแข่งขัน 10 ชนิดกีฬา จากเดิมที่ต้องแข่งขันที่จังหวัดสงขลา เปลี่ยนเป็นแข่งขันที่ กทม.และจังหวัดชลบุรี ซึ่งกำหนดการทุกอย่างยังเป็นเหมือนเดิม

เมื่อถามถึงกรณีนักกีฬาที่ลงทะเบียนเข้าการแข่งขัน ขณะนี้ทางกัมพูชาได้ส่งนักกีฬามาจำนวนเท่าไหร่ นายอรรถกร กล่าวว่า ตนจำตัวเลขไม่ได้แต่ล่าสุดกัมพูชาถอนตัวออกไป 8 ชนิดกีฬา มีแค่กัมพูชาประเทศเดียวที่ถอนตัวออกไป

เมื่อถามว่า ใกล้จะแข่งขันแล้ว แต่เรื่องของการประชาสัมพันธ์และการตื่นตัวของประชาชน จะต้องมีการเร่งหรือไม่ นายอรรถกร กล่าวว่า เรื่องประชาสัมพันธ์ รัฐบาลได้เร่งอย่างเต็มที่ เชื่อว่าทั้งใน กทม.และจังหวัดชลบุรี ประชาชนโดยเฉพาะคอกีฬา ก็ได้รับรู้อย่างเต็มที่แล้ว แต่ก็มีการประชาสัมพันธ์เพิ่ม รณรงค์ในการเป็นเจ้าภาพที่ดี แต่ต้องยอมรับว่า 1-2 เดือนที่ผ่านมา ประเทศไทยเจอหลายเรื่อง เช่นสถานการณ์อุทกภัยที่หาดใหญ่ อาจทำให้ความสนใจของประชาชนและสื่อมวลชน ไปโฟกัสเรื่องดังกล่าวแทน

เมื่อถามว่า มีการตั้งเป้าหรือไม่ว่า การเป็นเจ้าภาพจัดกีฬาซีเกมส์ จะสร้างเม็ดเงินให้ประเทศเท่าไหร่ นายอรรถกร กล่าวว่า ตนจำตัวเลขไม่ได้ แต่อย่างน้อยคาดว่าจะมีเม็ดเงินหมุนจากนักกีฬา บุคลากรด้านกีฬา และนักท่องเที่ยวคอกีฬาที่เดินทางเข้ามา ก็จะมีการกระตุ้นเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 15,000 ล้านบาท

เมื่อถามถึงกรณีเหตุน้ำท่วมภาคใต้ มีผลกระทบต่อการท่องเที่ยวสิ้นปีมากน้อยขนาดไหน ว่า ต้องรอสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) คำนวณตัวเลข แต่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ทำการบ้านแล้วว่าเมื่อมีการฟื้นฟูเสร็จ จะมีการจัดกิจกรรม และอำนวยความสะดวก ซึ่งการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันเดียวกันนี้คาดว่าจะมีมาตรการที่ชัดเจนออกมา ซึ่งเมื่อวันที่ 1 ธ.ค. ได้มีการประชุม ครม.เศรษฐกิจ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ออกนโยบายในการช่วยเหลือฟื้นฟูชาวหาดใหญ่

เมื่อถามว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะมีแคมเปญในการช่วยเหลือประชาชนหรือไม่ นายอรรถกร กล่าวว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีการประชุม ในฐานะที่เป็นประธานคณะกรรมการผู้จัดซีเกมส์ มีความจำเป็นที่จะต้องโยก 10 ชนิดกีฬาในจังหวัดสงขลา มาจัดแข่งที่กรุงเทพมหานครและชลบุรี หลังจากนี้ที่มีความพร้อม กิจกรรมต่างๆที่เป็นกีฬาระดับจังหวัด ระดับภูมิภาค และระดับประเทศ อยากขอความร่วมมือให้ไปจัดที่จังหวัดสงขลา และภาคใต้จังหวัดอื่นที่ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำท่วม

นรเศรษฐ์ คาดร่างแก้รธน.ผ่านวาระ 2 แน่ ชี้นายกฯยุบสภา 12 ธ.ค. อาจต้องคิดใหม่

นรเศรษฐ์ คาดร่างแก้รธน.ผ่านวาระ 2 แน่ ชี้นายกฯยุบสภา 12 ธ.ค. อาจต้องคิดใหม่

นรเศรษฐ์ คาดร่างแก้รธน.ผ่านวาระ 2 แน่ ชี้นายกฯยุบสภา 12 ธ.ค. อาจต้องคิดใหม่

วันอังคาร ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.06 น.

“นรเศรษฐ์“ เผย ส่งร่างแก้รธน. ทางธุรการแล้ว คาด ผ่านวาระ 2 ได้ มอง นายกฯ ยุบสภา 12 ธ.ค. อาจต้องคิดใหม่ เหตุปชช.ต้องการรัฐบาลอำนาจเต็ม ในการแก้ปัญหา-เยียวยา 

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 2 ธ.ค. ที่รัฐสภา นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว. ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ รัฐสภา ให้สัมภาษณ์ถึงการส่งร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญให้วุฒิสภาพิจารณาก่อนเปิดการประชุมร่วมรัฐสภาสมัยวิสามัญ ว่า ตอนนี้เนื้อหาร่างแก้ไขฝ่ายเลขาของกมธ. ได้ส่งให้กมธ.ดูแล้ว แต่ทั้งนี้อาจจะยังไม่ได้เป็นร่างที่ครบ จบ เพราะต้องให้ทางสำนักประชุมตรวจสอบคำอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม เราได้มีการส่งขั้นตอนทางธุรการไปแล้ว แต่โดยเนื้อหาหลักเราได้มีการสื่อสารกับสว.บางคน ที่มีความสนใจแล้วว่าเนื้อหาเป็นอย่างไรบ้าง และคิดว่าในการประชุมวิปวุฒิสภาในวันที่ 3 ธ.ค. ตนอาจจะลองเสนอว่าเราอาจจะมีการจัดประชุมก่อนที่จะเปิดประชุมสมัยวิสามัญเพื่อทำความเข้าใจ เกี่ยวกับตัวร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ทราบว่าเนื้อหาเป็นอย่างไร และหากมีคำถามใดที่กมธ.สามารถตอบได้ เราจะได้คลายข้อสงสัย

เมื่อถามว่าส่วนตัวประเมินทิศทางอย่างไรว่าสว.จะเห็นด้วยหรือไม่ นายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า ในช่วงระหว่างที่เราร่าง ก็ได้มีการสื่อสารออกมาเรื่อยๆ เข้าใจว่าในบางประเด็นมีสว.หลายคนมีความเป็นห่วงอยู่ และสว.ที่เป็นกมธ.ก็ยังสงวนความเห็นกันไว้ เพื่ออภิปรายในการประชุมร่วมกัน แต่ตนเชื่อว่าในภาพใหญ่ของเนื้อหาที่เราได้ร่างมาแล้วอยู่ในความเห็นที่หลายคนน่าจะเห็นพ้องต้องกันได้ และต้องดูว่าบางมาตราที่มีการสงวนความเห็นไว้ในที่ประชุมสภาฯจะเห็นเป็นอย่างไร คาดว่าวาระ 2 น่าจะผ่านไปได้

เมื่อถามว่าสถานการณ์ตอนนี้มีปัจจัยทางการเมืองที่กังวลหรือไม่ นายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า ในทางการเมืองอย่างที่ทราบกันว่ามีการส่งสัญญาณออกมาว่าอาจจะมีการยุบสภาได้ทุกเมื่อ ล่าสุดมีข่าวออกมาว่านายกฯอาจจะยุบสภาวันที่ 12 ธ.ค. แต่ตนมองว่าอาจจะต้องคิดใหม่อีกที เพราะขณะนี้มีสถานการณ์น้ำท่วม เรายังต้องการรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มในการบริหารและเยียวยาต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น เรื่องนี้เป็นงานใหญ่ไม่ต่างจากการผลักดันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ขอให้ผ่านพ้นตรงนี้ไปได้ก่อน และหากสถานการณ์ดีขึ้น มีความเหมาะสมแล้วนายกฯจะยุบสภา ตนคิดว่าก็ยังไม่สายเกินไป และประชาชนคงไม่อยากให้เอาการเมืองมาเล่นการเมืองกันจนเกิดผลกระทบกับความเสียหายและเยียวยาต่อประชาชน 

เมื่อถามว่ามีการประเมินหรือไม่ว่าสว.อาจจะมีการเล่นเกมในวาระ 2 หรือ 3 ซึ่งอาจทำให้ไม่ผ่านตามเกณฑ์ นายนรเศรษฐ์​ กล่าวว่า ตนคิดว่ามีโอกาสเกิดขึ้นได้ในการเมืองของประเทศไทย แต่นี่เป็นสิ่งที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของกมธ. และอยากให้ประชาชนช่วยกันส่งเสียงว่าอย่าให้การเล่นเกมการเมือง มาเป็นอุปสรรคในการที่จะมาแก้ไขปัญหาให้ประชาชน ตนยังมีความหวังว่าหากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้แก้ไขได้จะนำไปสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่นำไปสู่การแก้ปัญหาที่ติดล็อคของประเทศได้จริง และเรื่องของการเมืองที่มีความสับสนอยู่ตอนนี้ มีการออกมาส่งสัญญาณกันมากมายว่ามีการยุบสภา  ซึ่งประชาชนก็จับตาดู ซึ่งนอกเหนือจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ยังมีกฎหมายอื่นๆรอการแก้ไขอยู่ อาจจะต้องหยุดชะงักเพราะเล่นการเมืองเกินไป และอาจสร้างความไม่พอใจให้ประชาชนได้ 

‘ศป.กฉ.’ เผยวันนี้โอนเยียวยาน้ำท่วม เพิ่มอีก 877 ล้าน ย้ำน้ำไฟใช้ได้ปกติภายในพรุ่งนี้

‘ศป.กฉ.’ เผยวันนี้โอนเยียวยาน้ำท่วม เพิ่มอีก 877 ล้าน  ย้ำน้ำไฟใช้ได้ปกติภายในพรุ่งนี้

‘ศป.กฉ.’ เผยวันนี้โอนเยียวยาน้ำท่วม เพิ่มอีก 877 ล้าน ย้ำน้ำไฟใช้ได้ปกติภายในพรุ่งนี้

วันอังคาร ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 12.49 น.

ศป.กฉ. เดินหน้าโอนเงินเยียวยาน้ำท่วมแล้วกว่า 26,000 ครัวเรือน คาดวันนี้สามารถโอนเงินเพิ่มอีกกว่า 97,000 ครัวเรือน พร้อมเร่งฟื้นฟู-เคลียร์ขยะในพื้นที่หาดใหญ่ คาดระบบสาธารณูปโภคกลับมาปกติภายในพรุ่งนี้

วันที่ 2 ธันวาคม 2568 เวลา 11.00 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวรัชดา ธนาดิเรก กรรมการและโฆษก ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) แถลงว่า ผลการโอนเงินเยียวยา ในวันที่ 1 ธันวาคม 2568 โอนเงินเยียวยาให้กับประชาชน 26,571 ครัวเรือน เป็นเงินทั้งหมด 239 ล้านบาท และโอนสำเร็จ 25,908 ครัวเรือน คิดเป็นเงิน 233 ล้านบาท ทั้งนี้ มีประชาชนประมาณ 650 ครัวเรือน ที่ไม่สามารถโอนสำเร็จ เนื่องจากส่วนหนึ่งผู้ประสบภัยไม่ได้ผูกเลขบัญชีไว้กับพร้อมเพย์ และอีกส่วนหนึ่งราว 41 ครัวเรือน บัญชีธนาคารไม่มีการเคลื่อนไหวเป็นเวลานาน แต่ปัญหาเหล่านี้ไม่ต้องกังวล เพราะกระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการโอนในรอบต่อไป

สำหรับวันนี้ มีเป้าหมายโอนเพิ่มจำนวน 97,466 ครัวเรือน คิดเป็นวงเงินรวม 877 ล้านบาท ใน 4 จังหวัด คือ จ.สงขลา 70,331 ครัวเรือน สตูล 18,121 ครัวเรือน นราธิวาส 7,305 ครัวเรือน และปัตตานี 1,709 ครัวเรือน ซึ่งธนาคารออมสินแจ้งว่า ประชาชนที่ผูกพร้อมเพย์กับธนาคารออมสิน เงินเยียวยาจะเข้าไม่เกินเที่ยง ส่วนประชาชนที่เป็นลูกค้าธนาคารพาณิชย์อื่น ๆ คาดว่าในช่วงบ่ายจะดำเนินการโอนเงินเยียวยาได้  

นางสาวรัชดา กล่าวถึงการบริหารจัดการขยะในส่วนพื้นที่ จ.สงขลา ที่เป็นพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยมากที่สุด โดยเฉพาะในอำเภอหาดใหญ่ การทำงานจะเป็นการบูรณาการ 2 ส่วนคือ ส่วนทหารจะดูแลพื้นที่ 4 โซน ที่เป็นพื้นที่สาธารณะ ถนนใหญ่ และถนนย่อย ส่วน อบจ. จะดูแลในพื้นที่ที่เป็นซอยย่อย การทำความสะอาดพื้นที่คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 7 วัน ทั้งนี้ ภายใน 14 วัน น่าจะสำเร็จลุล่วง โดยการความสะอาดพื้นที่จะแบ่งเป็น 3 รอบ ซึ่งรอบที่ 3 จะเป็นการทำความสะอาดฆ่าเชื้อ เพื่อให้ประชาชนและภาคเอกชนมีความมั่นใจมากขึ้น 

“รัฐบาลขอขอบคุณทุกภาคส่วน นอกจากทหารที่เป็นกำลังสำคัญแล้ว ก็ยังมีอาสาสมัครรักษาดินแดน รวมถึงอาสาสมัครจากภาคประชาสังคมที่เป็นอีกกำลังสำคัญในการประสานงานกับ ศป.กฉ.ส่วนหน้า ทั้งนี้ การดำเนินการเก็บขยะต้องใช้อุปกรณ์และยุทโธปกรณ์อย่างมาก ซึ่งนอกจากของกองทัพแล้ว กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมทางหลวง และกรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัยจะมาลงพื้นที่เพิ่มขึ้นด้วย”
 
นางสาวรัชดา กล่าวอีกว่า กรมการขนส่งทางบกได้ดำเนินการเคลื่อนย้ายรถยนต์ในพื้นที่ได้เกือบเสร็จสมบูรณ์แล้ว เหลือรถยนต์บางส่วนที่จอดอยู่บนสะพาน จะทำให้การจราจรดีขึ้นในเร็ววันนี้ ส่วนเล่มทะเบียนรถยนต์ป้ายทะเบียนรถ ป้ายภาษี (ป้ายวงกลม) ที่เสียหายหรือสูญหาย ประชาชนสามารถติดต่อขอรับใหม่ได้ โดยไม่ต้องใช้เล่มทะเบียนรถตัวจริง ใช้สำเนาได้ หรือกรณีไม่มีสำเนา สามารถใช้บัตรประชาชนติดต่อขอรับใหม่ได้ทันที นอกจากนี้ สาธารณูปโภคในพื้นที่หาดใหญ่มีความคืบหน้า โดยมีการจ่ายกระแสไฟฟ้าแล้ว 92% และ ประปา 90% คาดว่าในวันพรุ่งนี้จะสมบูรณ์ 100 %

เพื่อไทยส่อล้มซักฟอก ‘จาตุรนต์’หวั่นตัดเกมแก้รธน. จี้ยุบสภากำหนดเดิม 31มกราฯ

เพื่อไทยส่อล้มซักฟอก 'จาตุรนต์'หวั่นตัดเกมแก้รธน. จี้ยุบสภากำหนดเดิม 31มกราฯ

เพื่อไทยส่อล้มซักฟอก ‘จาตุรนต์’หวั่นตัดเกมแก้รธน. จี้ยุบสภากำหนดเดิม 31มกราฯ

วันอังคาร ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 12.40 น.

วันที่ 2 ธันวาคม 2568 นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความระบุว่า  ที่กกต.ออกมาระบุว่า หากคณะรัฐมนตรีและ/หรือรัฐสภาส่งเรื่องการทำประชามติมายังกกต.ช้ากว่าวันที่ 15 ธันวาคม อาจทำให้ไม่สามารถจัดให้มีการลงประชามติพร้อมวันเลือกตั้งได้นั้น

ดูเหมือนจะมีความคลาดเคลื่อนในการคำนวณเวลาอยู่พอสมควร เพราะทางรองนายกรัฐมนตรี บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เองก็ได้คำนวณเส้นตายไว้ชัดเจนแล้วว่า กรอบเวลาจริงไปสิ้นสุดที่วันที่ 30 ธันวาคม 

อย่างไรก็ตาม คำเตือนของกกต.ก็ทำให้ทุกฝ่ายต้องกลับมาช่วยกันคิดอย่างจริงจังว่า จะเร่งรัดแต่ละขั้นตอนอย่างไร เพื่อให้กระบวนการทั้งหมดเดินไปให้ทัน และสามารถจัดให้มีการทำประชามติสองคำถามในวันเดียวกับวันเลือกตั้งได้  ตัวเลขวันที่ 15 ธันวาคม ในความเป็นจริงจึงเหลือความหมายสำคัญเพียงประเด็นเดียว คือใช้เป็น “หมุดหมายสำคัญทางการเมือง” สำหรับช่องทางที่คณะรัฐมนตรีจะเป็นฝ่ายเริ่มต้นเอง ครม.สามารถมีมติได้ตั้งแต่ตอนนี้ ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งจัดให้มีการลงประชามติในคำถามที่ 1 ว่า ประชาชนเห็นด้วยหรือไม่ที่จะให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) หากครม.กดปุ่มเรื่องนี้เร็วเท่าใด เวลาที่กกต.จะใช้เตรียมการจัดประชามติก็จะมากขึ้นเท่านั้น และโอกาสที่จะทำให้ประชามติคำถามที่ 1 จัดพร้อมกับวันเลือกตั้งก็จะยิ่งเป็นไปได้มากขึ้น

พร้อมกันนี้ ยังมีอีกหนึ่งช่องทางที่จะนำไปสู่การลงประชามติในคำถามที่ 1 ได้ นั่นคือให้รัฐสภามีมติร้องขอให้จัดให้มีการทำประชามติ ตามแนวทางที่ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยไว้ ช่องทางนี้จำเป็นต้องรอให้การพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเดินหน้าไปจนถึงวาระสามเสียก่อน เมื่อรัฐสภาลงมติวาระสาม เห็นชอบกับร่างแก้ไขและมีมติเห็นชอบให้ร้องขอทำประชามติคำถามที่ 1 ด้วย ประธานรัฐสภาก็จะส่งเรื่องไปยังครม.เป็นสองเรื่องพร้อมกัน คือ ขอให้ทำประชามติในคำถามที่ 1 และขอให้จัดทำประชามติในร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่ผ่านวาระสาม ซึ่งจะเป็น “คำถามที่ 2” ทั้งกระบวนการนี้จะเกิดขึ้นหลังจากวาระสองเสร็จสิ้นแล้ว 15 วัน หรือราววันที่ 26 ธันวาคม

โดยสรุปแล้ว สิ่งที่ต้องเดินหน้า ได้แก่ (1) ครม.ควรเร่งมีมติให้มีการจัดทำประชามติคำถามที่ 1 โดยเร็วที่สุด (2) เมื่อรัฐสภาเห็นชอบในวาระที่สาม ประธานรัฐสภาจะต้องส่งเรื่องให้ครม.หรือกกต.จัดให้มีการทำประชามติตามมาตรา 256 

ซึ่งจะเป็นคำถามที่ 2 และ (3) รัฐสภาอาจใช้ช่องทางมติเสียงข้างมากร้องขอให้ครม.จัดทำประชามติในคำถามที่ 1 ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญซึ่งมีผลผูกพันรัฐสภาอย่างชัดเจน

ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นได้จริงก็ต่อเมื่อการยุบสภาเป็นไปตามกำหนดเดิม คือในวันที่ 31 มกราคม 2569 ไม่ถูกเร่งให้สั้นลงจนทำให้กระบวนการประชามติทั้งสองคำถามไม่เกิดขึ้นในวันเลือกตั้ง

สุชาติ รอศรีลังกาอนุญาตพบปธน. หวังนำแพทย์ตรวจสุขภาพพลายประตูผา-ศรีณรงค์

สุชาติ รอศรีลังกาอนุญาตพบปธน. หวังนำแพทย์ตรวจสุขภาพพลายประตูผา-ศรีณรงค์

สุชาติ รอศรีลังกาอนุญาตพบปธน. หวังนำแพทย์ตรวจสุขภาพพลายประตูผา-ศรีณรงค์

วันอังคาร ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 12.04 น.

2 ธันวาคม 2568 นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงความคืบหน้าการประสานกับกระทรวงการต่างประเทศเพื่อขอเข้าพบประธานาธิบดีศรีลังกา ก่อนวันที่ 8 ธันวาคม เพื่อนำสัตวแพทย์ไปตรวจสุขภาพ พลายประตูผาและ พลายศรีณรงค์ ว่า  เมื่อวันก่อนได้มีการพูดคุยกับเอกอัครราชทูตศรีลังกา ประจำประเทศไทย ซึ่งได้ทำหนังสือเพื่อขอเข้าพบกับประธานาธิบดีศรีลังกา ขณะนี้อยู่ระหว่างการตอบรับกลับมา และอยู่ระหว่างการประสานของกระทรวงการต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าในเรื่องระหว่างรัฐบาลกับรัฐบาล ขณะนี้มีความคืบหน้าเป็นอย่างมาก แต่ก็ต้องรอการอนุญาต หากไปแล้วไม่ได้รับการอนุญาตก็ไม่มีประโยชน์