เจนี่โทรหาบุ๋มเสียงเศร้า อยากช่วยน้ำท่วมใต้ แต่เงินเก็บถูกเพื่อนคนนั้นเอาไปหมดแล้ว

เจนี่โทรหาบุ๋มเสียงเศร้า อยากช่วยน้ำท่วมใต้ แต่เงินเก็บถูกเพื่อนคนนั้นเอาไปหมดแล้ว

เจนี่โทรหาบุ๋มเสียงเศร้า อยากช่วยน้ำท่วมใต้ แต่เงินเก็บถูกเพื่อนคนนั้นเอาไปหมดแล้ว

วันเสาร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.46 น.

29 พฤศจิกายน 2568 เฟซบุ๊ก ‘ดร.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี’ ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี ได้ออกมาโพสต์ข้อความ หลังได้รับสายตรงจากนางเอกสาวชื่อดัง ‘เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ’ เพื่อถามไถ่ถึงสถานการณ์น้ำท่วมและความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักหน่วงกับเหตุการณ์ครั้งนี้

‘บุ๋ม ปนัดดา’ เล่าผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า “วันนี้เจนนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ โทรหาบุ๋ม น้ำเสียงเธอค่อนข้างเศร้า น้องบอกทางใต้เป็นอย่างไรบ้างพี่ เจนอยากช่วย แต่เจนไม่ได้มีเงินเยอะ ก็อย่างที่เห็นว่าเงินเก็บที่เอาไว้ให้ลูก ถูกเพื่อนคนนั้นเอาไปหมดแล้ว เจนเลยไลฟ์สดขายของ อยากร่วมทำบุญ 100,000 บาท ส่งแรงใจไปให้ทางใต้ บุ๋มขอบคุณเจนนี่มากนะคะ ลำบากอยู่แต่ก็ยังนึกถึงกัน อยากให้โลกใจดีกับเธอมากกว่านี้ และขอให้ผลบุญนี้ทำให้เจนนี่ได้รับความเป็นธรรมด้วยค่ะ”

เลิกซ้ำเติมได้แล้ว! นักวิชาการ แตะเบรคเหล่า อินฟลูฯ-นักการเมือง หยุดจ้องหาแพะ วิกฤตอุทกภัยใต้-หาดใหญ่

เลิกซ้ำเติมได้แล้ว! นักวิชาการ แตะเบรคเหล่า อินฟลูฯ-นักการเมือง หยุดจ้องหาแพะ วิกฤตอุทกภัยใต้-หาดใหญ่

เลิกซ้ำเติมได้แล้ว! นักวิชาการ แตะเบรคเหล่า อินฟลูฯ-นักการเมือง หยุดจ้องหาแพะ วิกฤตอุทกภัยใต้-หาดใหญ่

วันเสาร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 16.47 น.

เลิกซ้ำเติมกันได้แล้ว! ‘นักวิชาการ’ แตะเบรคเหล่า ‘อินฟลูฯ – นักการเมือง’ หยุดจ้องหาแพะ ‘วิกฤตอุทกภัยใต้-หาดใหญ่’ ขอมองไปข้างหน้า แนะ ‘รัฐ–ท้องถิ่น–สังคม’ ร่วมแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ

วันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวให้ความเห็นกรณีสถานการณ์มหาอุทกภัยครั้งใหญ่ในพื้นที่อ.หาดใหญ่ จ.สงขลาว่า นี่ไม่ใช่เวลามัวแต่ตามหาคนผิด แต่ต้องมองไปข้างหน้า วางระบบรองรับภัยธรรมชาติที่จะเกิดถี่ขึ้นและรุนแรงขึ้นในอนาคต

ผศ.ดร.วันวิชิต กล่าวต่อว่า รัฐบาลต้องน้อมรับคำวิพากษ์วิจารณ์โดยไม่มีข้อแม้ พร้อมเดินหน้าแก้ไขปัญหาให้เร็วที่สุดหลังน้ำลด โดยการฟื้นฟูต้องทำ “เป็นระบบและเร่งด่วน” ทั้งในด้านสาธารณสุข การซ่อมแซมบ้านเรือน โครงสร้างพื้นฐาน และการเยียวยาผู้เสียชีวิตและผู้ประสบภัยทุกครอบครัว ด้านกระทรวงสาธารณสุขต้องเร่งเข้าพื้นที่ดูแลสภาพจิตใจ ความเครียด และผลกระทบสุขภาพของประชาชน ขณะที่กระทรวงมหาดไทยต้องสำรวจความเสียหายของบ้านเรือนและที่พักอาศัยเพื่อเร่งซ่อมแซมให้ผู้ประสบภัยกลับมาใช้ชีวิตได้เร็วที่สุด ส่วนกระทรวงคมนาคมต้องเร่งซ่อมถนนป้ายสัญญาณ และระบบไฟจราจรที่ถูกน้ำพัดจนเสียหาย ขณะเดียวกัน กระทรวงการคลังต้องเร่งจัดสรรงบเยียวยาแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ประสบเหตุทุกครัวเรือนอย่างไม่ล่าช้า

“ผมเสนอให้มีการ ฝึกซ้อมแผนอพยพ” อย่างจริงจังเป็นประจำ เพราะภัยธรรมชาติต่อจากนี้จะเกิดขึ้นแบบคาดการณ์ยาก และรุนแรงขึ้นจากภาวะภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง การเตรียมความพร้อมคือหัวใจสำคัญของการลดความสูญเสียในอนาคต” ผศ.ดร.วันวิชิต กล่าว

ผศ.ดร.วันวิชิต กล่าวด้วยว่า ขอฝากไปถึงอินฟลูเอนเซอร์ ผู้มีอิทธิพลทางโซเชียล และฝ่ายการเมืองทุกกลุ่มว่า ควรนำเสนอทางออกอย่างสร้างสรรค์และให้กำลังใจผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ ไม่ใช่ซ้ำเติมหรือหาผู้รับผิดเพียงฝ่ายเดียว เพราะไม่มีใครอยากเห็นประชาชนต้องเผชิญความทุกข์เช่นนี้ และไม่ว่ารัฐบาลชุดใดก็จะต้องเจอบททดสอบเช่นเดียวกันเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่หาดใหญ่ ไม่ใช่ครั้งสุดท้าย ทุกฝ่ายต้องร่วมกันทบทวนบทเรียน ปรับระบบเตือนภัย วางผังเมืองใหม่ และจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ หากต้องการให้เมืองใหญ่ของภาคใต้ปลอดภัยและฟื้นตัวได้อย่างยั่งยืนในอนาคต 

อนุทิน เผย ลงพื้นที่เขต 8 หาดใหญ่ ไม่พบความรุนแรง สั่งเอาผิดเต็มที่พวกปล้นสะดม

อนุทิน เผย ลงพื้นที่เขต 8 หาดใหญ่ ไม่พบความรุนแรง สั่งเอาผิดเต็มที่พวกปล้นสะดม

อนุทิน เผย ลงพื้นที่เขต 8 หาดใหญ่ ไม่พบความรุนแรง สั่งเอาผิดเต็มที่พวกปล้นสะดม

วันเสาร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.43 น.

“อนุทิน” เผย ลงพื้นที่เขต 8 สงขลา ไม่พบความรุนแรง เจอแต่ความเสียหาย สถานการณ์แย่ ชี้ช่วงฟื้นฟู ย้ายชาวบ้านไปอยู่โรงแรม พร้อมส่ง อส. 4 พันนายลงช่วยพื้นที่ สั่งดำเนินการตามกฎหมายเต็มที่พวกปล้นสะดม 

วันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 เวลา 13.15 น.ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่เขต 8 อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เมื่อวานนี้(28 พ.ย.)ว่า สถานการณ์ไม่ปกติ สถานการณ์แย่ เพราะน้ำได้ทำลายบ้านเรือน ซึ่งส่วนใหญ่ถูกน้ำทำลายหมด เหลือแต่เปลือกบ้าน จึงเป็นสิ่งที่ต้องเร่งให้ความช่วยเหลือ ซึ่งรัฐบาลใช้หลักเดียวการเดียวกันกับ State Quarantine ตอนที่มีโควิด-19 

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า สำหรับผู้ที่ยังเข้าบ้านไม่ได้ ทางจังหวัดจะจัดให้ไปอยู่ที่โรงแรม อย่างน้อย 3-5 วัน และจะเร่งระดมทั้งอาสาสมัคร และเจ้าหน้าที่ ทำเฮ้าท์คลีนนิ่ง ซึ่ง นอกจากทำความสะอาดเมืองแล้ว ก็จะไปทำความสะอาดบ้าน เจ้าของบ้านก็จะใช้ช่วงเวลากลางวันเข้าไปทำความสะอาดบ้านของตนเอง แต่ช่วงกลางคืนก็จะกลับไปพักที่โรงแรม ถือเป็นการช่วยเหลือทางเศรษฐกิจด้วย เพราะช่วงก่อนหน้านี้โรงแรมจะมีผู้ที่เข้าพักเป็นจำนวนมาก แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมขึ้น ผู้ที่จะเข้าพักก็คงไม่มีแล้ว จึงนำชาวบ้านเข้าไปอาศัยอยู่แทน และภารกิจศูนย์พักพิงก็จะลดลงด้วย ซึ่งค่าใช้จ่ายก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่

“ตอนนี้สภาพเขต 8 นอนไม่ได้จริงๆ ตรงไหนมีตู้ลอยน้ำมาก็ไปนอนอยู่ตรงนั้น สภาพแบบนั้นไม่ได้หรอกครับ รัฐบาลก็ต้องดูแลพวกเขา เมื่อวานก็เจอคนนึงบอกไม่ได้อาบน้ำมา 7 วัน ต้องทำให้เขาสะดวก“ นายกฯ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในพื้นที่เขต 8 ไม่มีสิ่งผิดกฎหมายใช่หรือไม่ เพราะในโลกออนไลน์มีการเผยแพร่ข่าวว่ามีการใช้ความรุนแรง และอาวุธปืนเยอะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนเองเข้าไปก็ไม่เห็นมีเรื่องแบบนั้น และเมื่อวานนี้ก็ไม่ได้มีตำรวจมาล้อมรอบตน เพียงแต่จะมีเหตุการณ์อารมณ์ยั่วยุบ้างเป็นครั้งๆ แต่ก็ได้ให้ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 และผู้การฯ หาดใหญ่ ดูแล ซึ่งเมื่อวานก็จะเห็นได้ว่ามีการปล่อยแถวตรวจ ส่วนที่รุนแรงก็จะอยู่ที่ตรงใจกลางเมืองหาดใหญ่ เขต 8 แต่เชื่อว่าสถานการณ์โดยรวม ไม่มีเรื่องรุนแรงอย่างที่กล่าวมา

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีเหตุปล้นสะดมสินค้า ในช่วงที่เกิดเหตุน้ำท่วม นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้กำชับให้ดำเนินการอย่างเต็มที่ และผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ก็ให้คำยืนยันกับตนเองว่า ได้มีการควบคุมพื้นที่ และ อส.ของกระทรวงมหาดไทย ก็ได้ระดมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ไปช่วย จำนวน 4 พันนาย ซึ่งจะไปช่วยเรื่องการควบคุมพื้นที่ และการคลีนนิ่งด้วย

ศป.กฉ. เผยยอดเสียชีวิตน้ำท่วมใต้ 8 จังหวัด 162 ราย แจงปมรับบริจาคถุงใส่ศพ

ศป.กฉ. เผยยอดเสียชีวิตน้ำท่วมใต้ 8 จังหวัด 162 ราย แจงปมรับบริจาคถุงใส่ศพ

ศป.กฉ. เผยยอดเสียชีวิตน้ำท่วมใต้ 8 จังหวัด 162 ราย แจงปมรับบริจาคถุงใส่ศพ

วันเสาร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.31 น.

“ศป.กฉ.” เปิดตัวเลขเสียชีวิต 8 จังหวัดใต้ รวม 162 ราย แจงปมรับบริจาคถุงใส่ศพเป็นเรื่องปกติ  เผยไฟฟ้าใช้ได้แล้ว 80% ด้าน “รัชดา” ย้ำเงิน 9 พัน ถึงมือผู้ประสบภัยสัปดาห์หน้า ขณะ ”กรมการปกครอง“ เปิด 3 จุดหาดใหญ่ ทำบัตรปชช.-งานทะเบียนราษฎร อำนวยความสะดวกผู้ประสบภัย

เมื่อเวลา13.40 น.วันที่ 29 พ.ย. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายสิริ​พงศ์​ อังค​สกุล​เกียรติ​ โฆษก​ประจำ​สำนักนายก​รัฐมนตรี​ ในฐานะโฆษกศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) พล.ท.วันชนะ​ สวัสดี รองโฆษกกองทัพไทย ในฐานะโฆษก ศป.กฉ. ส่วนหน้า และน.ส.รัชดา ธนาดิเรก กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษก ศป.กฉ. แถลงผลการประชุม ศป.กฉ.  

นายสิริ​พงศ์​ กล่าวว่า วันเดียวกันนี้ นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการ ศป.กฉ. ได้เชิญชวนภาคประชาชน มูลนิธิกระจกเงา มาให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ทั้งแนวทางมาตรการฟื้นฟูและเยียวยาประชาชนที่ประสบอุทกภัย จังหวัดสงขลา รัฐบาลขอขอบคุณข้อมูลเหล่านั้น รวมถึงองค์กรอื่นๆ ที่มีเจตนารมณ์ช่วยเหลือในการบรรเทาทุกข์ให้กับประชาชนที่ประสบอุทกภัยในสงขลาครั้งนี้ 

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า สำหรับผลการประชุมเมื่อช่วงเช้าที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธาน ได้มีการพูดคุยถึงแนวทางเร่งรัดติดตามสถานการณ์ต่างๆ ซึ่งสภาพอากาศปัจจุบันมีแนวโน้มที่ดีขึ้น ปริมาณน้ำฝนลดลง คิดว่าสภาพอากาศเป็นแบบนี้จะสามารถระบายน้ำในพื้นที่ท่วมขังให้แห้งได้ ภายใน 3-5 วัน พร้อมทั้งเร่งรัดให้การประปาส่วนภูมิภาคปล่อยน้ำประปาให้กับประชาชนได้ใช้ก่อนภายในวันที่ 29 พ.ย. ซึ่งนายอนุทิน ได้กำชับว่า น้ำประปาไม่ต้องรอพร้อม 100% สำคัญที่สุดคือ ทำอย่างไรให้ประชาชนได้ใช้ก่อน ดังนั้นวันนี้น่าจะมีการปล่อยน้ำประปาในทุกพื้นที่ แต่ต้องขออภัยหากน้ำที่มาช่วงแรกอาจจะเบาหน่อย หรือน้ำยังไม่ใส 100% ส่วนไฟฟ้าสามารถกู้คืนมาได้มากกว่า 80% แล้ว เหลืออีก 20,000 หลังคาเรือน จาก 700,000 หลังคาเรือน ที่ยังไม่สามารถปล่อยกระแสไฟฟ้าได้ เนื่องจากต้องดูเรื่องความปลอดภัยของอุปกรณ์ที่ใช้ไฟและความปลอดภัยของประชาชนด้วย

นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า การบริหารจัดการของ องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) และเทศบาล ได้เดินหน้าทำบิ๊กคลีนนิ่ง กำหนดจุดเป็นจุดย่อยในการทิ้งขยะให้ประชาชนได้มาทิ้ง เพื่อลดระยะเวลาในการเดินทาง และในส่วนของภาครัฐจะได้นำขยะจากจุดย่อยไปทิ้งในจุดใหญ่เอง เพื่อให้การทำความสะอาดเกิดขึ้นด้วยความรวดเร็ว  

นอกจากนี้กระทรวงคมนาคมได้กำหนดจุดที่จะขนย้ายรถ โดยการขนย้ายรถในครั้งนี้มีความร่วมมือจากหลายส่วน จัดหมวดหมู่แยกไปจัดทำให้เป็นระบบ ให้ประชาชนสามารถติดตามได้ว่ารถของตนเองนั้นจอดอยู่ตรงที่ใด เพื่อให้เกิดความสะดวกสบายให้มากที่สุด และได้มอบหมายให้ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ไปดูสภาพภูมิประเทศโดยรวมว่าจะนำรถไปจอดในจุดใดได้บ้าง และประสานกรมการขนส่งทางบก เพื่อดำเนินการต่อไป 

นายสิริพงศ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่กระทรวงสาธารณสุข โพสต์ภาพพร้อมข้อความรายงานการจัดหาถุงใส่ศพว่า จากกรณีดังกล่าวได้รับการยืนยันจากกระทรวงสาธารณสุขว่าโดยปกติแล้วโรงพยาบาลต้องมีถุงใส่ศพสำรองไว้อยู่แล้ว และ 1,500 ถุงนั้นมีผู้บริจาคอยู่แล้วไม่ได้ร้องขอ ดังนั้น เรื่องการรายงานยอดผู้เสียชีวิตเป็นยอดจริง 

สำหรับ ยอดผู้เสียชีวิต ณ วันที่ 29 พ.ย.68 เวลา 08.00 น. รวม 8 จังหวัดภาคใต้ รวม  162 ราย  แบ่งเป็นจังหวัดนครศรีธรรมราช 9 ราย พัทลุง​ 4 ราย สงขลา 126 ราย ตรัง 2 ราย​ สตูล 5 ราย ปัตตานี 7 ราย ยะลา 5 ราย​ และนราธิวาส 4 ราย

ด้าน พล.ท.วันชนะ​ กล่าวว่า​ ในส่วนการดำเนินการของส่วนหน้า ที่มีอยู่ 4 การบริหารคือ​ คน-ของ​-น้ำ-ข่าว​ โดยปัจจุบัน​เป็นการปรับเฟสจากน้ำท่วมวิกฤตเข้าสู่เฟสการฟื้นฟู ซึ่งขณะนี้น้ำ ไฟ และสัญญาณโทรศัพท์​เข้าถึง​ 85% ส่วนด้านการบริหารจัดการคน​ ในช่วงวันที่ผ่านมามีเคสฉุกเฉินขอความช่วยเหลือเข้ามา 753 กรณี ซึ่งสามารถช่วยเหลือได้ทั้งหมด ส่วนการอพยพคนเมื่อวันที่ 28 พ.ย.​ มีเคสเข้ามา 11,242 เคส​ ช่วยได้ 95% และมีตกค้าง 1,070 เคส ส่วนในเรื่องของการบริหารจัดการศูนย์พักพิงปัจจุบันศูนย์พักพิงมีความสะดวกสบายขึ้นและโล่งขึ้น​ เนื่องจากมีประชาชนส่วนหนึ่งทยอย​กลับบ้านเรือน ขณะเดียวกันมีประชาชน​บางส่วนที่เดินทางกลับไปทำความสะอาดบ้านเรือนแต่ยังไม่สามารถเข้าบ้านพักอาศัยได้​  ได้มีการจัดโรงแรมให้ประชาชนเข้าพัก​ ซึ่งมีคนเข้าพัก 20 ห้อง

พล.ท.วันชนะ​ กล่าวว่า สำหรับการบริหารจัดการสิ่งของ​และการให้ความช่วยเหลือในช่วงเฟสของการฟื้นฟู​ จะมีมิจฉาชีพเข้ามาก่อความไม่สงบ จึงมีการตั้งจุดตรวจจุดสกัด มีการลาดตระเวน​พื้นที่และเส้นทางที่มีความเสี่ยง รวมไปถึงจุดล่อแหลม ที่จะเกิดอาชญากรรม​ และการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่สำคัญและพื้นที่เฝ้าระวัง โดยได้รับการยืนยันจากตำรวจภูธรภาค 9 รวมไปถึงภูธรจังหวัดสงขลา​ รับผิดชอบจัดชุดปฏิบัติการ ประกอบด้วย ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง อาสาสมัครรักษาดินแดน ลาดตระเวนตลอด 24 ชั่วโมง​ ดังนั้นกรณีเกิดเหตุในพื้นที่ประชาชนสามารถเข้าไปแจ้งได้ที่ สภ.คลองหงส์

พล.ท.วันชนะ​ กล่าวต่อไปว่า ในช่วงของการฟื้นฟูได้แบ่งระยะฟื้นฟูออกเป็น 3 ระยะคือ​ ระยะเร่งด่วนในปัจจุบัน ทั้งการทำความสะอาด​ การกู้ระบบสื่อสาร การเปิดเส้นทาง การซ่อมบ้านเรือนกรณีฉุกเฉิน ขณะที่ระยะกลางจะมีการซ่อมแซมบ้านเรือนเต็มกำลัง โครงสร้างผนัง  หลังคา  การซ่อมแซมระบบประปา ไฟฟ้า  และสาธารณูปโภค การซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า รถยนต์จักรยานยนต์  สำหรับผู้ประสบอุทกภัย และการซ่อมถนนสายรอง  สายหลัก ขณะที่ระยะฟื้นฟูจะเป็นการซ่อมบ้านเรือนเต็มกำลังให้เสร็จสมบูรณ์ การซ่อมถนนและระบบสาธารณูปโภค

พล.ท.วันชนะ​ กล่าวว่า ขณะที่โรงพยาบาลสนาม  ปัจจุบันมีทั้งหมด 8 แห่ง โดยจะมีโรงพยาบาลคู่ขนานที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ประสบอุทกภัยที่เป็นพี่เลี้ยง​และส่งอุปกรณ์ทางการแพทย์และบุคลากรซึ่งกันและกัน​ ดังนั้นโรงพยาบาลสนามทั้ง 8 แห่ง​ จะสามารถปฏิบัติงานได้อย่างไม่มีข้อติดขัด  ขณะที่การส่งความช่วยเหลือ จะมีอยู่ 3 ประเภท ประเภทแรก​ คืออย่างเป็นทางการผ่านช่องทางของรัฐบาล ไปยังพิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ ประเภทที่ 2 คือกึ่งทางการ ส่วนราชการส่งตรงถึงกัน จากพื้นที่ภายนอกเข้าสู่พื้นที่ประสบภัย และส่วนที่ 3 คือแบบไม่เป็นทางการ ประชาชนลงไปมอบสิ่งของให้ประชาชนและจัดจุดแจกเอง โดยส่วนหน้าเป็นผู้บริหารจัดการเพื่อส่งถึงมือประชาชนโดยเร็วที่สุด และสามารถระบายของเข้าสู่พื้นที่ 100% 

ขณะที่ น.ส.รัชดา กล่าวว่า สิ่งที่รัฐบาลมุ่งมั่นให้เกิดภายในสัปดาห์นี้และสัปดาห์ถัดไปคือการดูแลผู้ประสบภัยให้เข้าถึงเงินเยียวยาและเงินกู้เพื่อให้ไปดูแลบ้านเรือนและกิจการ ซึ่งในส่วนของเงินเยียวยา 9,000 บาท รัฐบาลมีความพร้อมในการจ่ายให้ถึงมือประชาชนในสัปดาห์หน้า ผ่านระบบพร้อมเพย์หรือบัญชีธนาคาร 

น.ส.รัชดา กล่าวว่า  ทั้งนี้ในที่ประชุมได้มีการเน้นย้ำเรื่องของ 8 มาตรการฟื้นฟูชีวิตคนหาดใหญ่และผู้ประสบภัยในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งบริษัทประกันภัยรถยนต์บางส่วนได้ลงไปในพื้นที่เพื่อเร่งดําเนินการชดเชยความเสียหายอย่างเต็มที่แล้ว ขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรีได้กําชับให้สํานักงานประกันสังคมจ่ายเงินชดเชยสูงสุดให้แก่ผู้ประสบภัยทุกกรณี 

น.ส.รัชดา ยังกล่าวถึงการติดต่อราชการซึ่งจะต้องมีเอกสารสำคัญ แต่บางคนเอกสารอาจสูญหาย ซึ่งกระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครอง ได้อํานวยความสะดวกถึงมือประชาชน  เปิดให้บริการทําบัตรประชาชน จํานวน 3 จุด ในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ คือ 1.ศูนย์พักพิง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 2.ศูนย์พักพิง มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา และ 3.ศูนย์พักพิงเทศบาล 4 โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 2 ธ.ค. เวลา 09.00-20.00 น. นอกจากนี้ ยังมีบริการงานทะเบียนราษฎรและบัตรประชาชน ที่ศูนย์บริการอําเภอ ที่เซ็นทรัลหาดใหญ่ในวันที่ 29 พ.ย. และมีศูนย์ให้บริการรับแจ้งผู้เสียชีวิต ที่ศูนย์พิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยบริการทั้งหมดจะยกเว้นหรือลดค่าธรรมเนียมให้กับผู้ประสบภัยในพื้นที่ 

น.ส.รัชดา กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ได้นําเทคโนโลยีเข้ามาช่วยผู้ประสบภัยที่เอกสารหาย โดยสามารถใช้แอปทางรัฐช่วยในการจัดการเอกสารหรือขอดูเอกสารโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ มีเอกสารที่สามารถขอดูได้ เช่น ทะเบียนบ้าน การชําระค่าน้ำค่าไฟ เอกสารขอสินเชื่อกับธนาคาร ประกันรถยนต์ อัคคีภัย หรือประกันชีวิต รวมถึงบัตรบริการของผู้พิการ 

นายกฯ เตรียมนำทีม สถาบันการเงินรัฐ-เอกชนลงพื้นที่หาดใหญ่ เร่งฟื้นฟูความเสียหาย

นายกฯ เตรียมนำทีม สถาบันการเงินรัฐ-เอกชนลงพื้นที่หาดใหญ่ เร่งฟื้นฟูความเสียหาย

นายกฯ เตรียมนำทีม สถาบันการเงินรัฐ-เอกชนลงพื้นที่หาดใหญ่ เร่งฟื้นฟูความเสียหาย

วันเสาร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.09 น.

วันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เตรียมพาคณะผู้บริหารสถาบันการเงินภาครัฐ ภาคเอกชน  ประกันภัย และ ผอ.สำนักงบประมาณ เดินทางลงพื้นที่ช่วยเหลือ เยียวยา ฟื้นฟู ผู้ประสบอุทกภัย ภาคใต้ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา  วันอาทิตย์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568  เพื่อให้รับทราบข้อมูลประกอบการพิจารณาตัดสินใจแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และสนับสนุนมาตรการฟื้นฟูธุรกิจ เศรษฐกิจของหาดใหญ่ ให้ตรงตามความต้องการและช่วยให้ฟื้นตัวได้เร็วที่สุด

รายชื่อผู้ที่จะลงพื้นที่  พร้อมกับนายกรัฐมนตรี ประกอบด้วย 

1. ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง 

2. นายอัครุตม์ สนธยานนท์ อธิบดีกรมธนารักษ์ 

3. นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ.  

4. นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย 

5. นายฉัตรชัย ศิริไล ประธานสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ 

6. นางลภาวรรณ จันทร์กระจ่าง รักษาการผู้อำนวยการ ธ.ออมสิน

7. นาย อนันต์ แก้วกำเนิด ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ขอโทษบกพร่อง นายกฯ ยอมรับไม่สามารถปกป้อง ปชช. ให้ปลอดภัยได้

ขอโทษบกพร่อง นายกฯ ยอมรับไม่สามารถปกป้อง ปชช. ให้ปลอดภัยได้

ขอโทษบกพร่อง นายกฯ ยอมรับไม่สามารถปกป้อง ปชช. ให้ปลอดภัยได้

ขอโทษบกพร่อง นายกฯ ยอมรับไม่สามารถปกป้อง ปชช. ให้ปลอดภัยได้

วันเสาร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 14.57 น.

“นายกฯ”ยอมรับบกพร่อง พร้อมขอโทษ ไม่สามารถปกป้อง ปชช.ให้ปลอดภัยจากมหาอุทกภัยหาดใหญ่ได้  ชี้ต้องแก้กฎหมาย ยกระดับการเตือนภัย เผยเตรียมขนทีมเศรษฐกิจ-ผู้บริหารสถาบันการเงิน ลงพื้นที่หาดใหญ่พรุ่งนี้ ให้เห็นกับตา ก่อนปล่อยสินเชื่อฟื้นฟู-ซ่อมแซมบ้านเรือน

เมื่อเวลา13.15 น.วันที่ 29 พ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ว่า ในวันที่ 30 พ.ย.ช่วงบ่าย จะเดินทางลงพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาอีกครั้ง โดยจะมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง นายอัครุตม์ สนธยานนท์ อธิบดีกรมธนารักษ์ นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย นายฉัตรชัย ศิริไล ประธานสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ นางลภาวรรณ จันทร์กระจ่าง รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน และรักษาการแทนผู้อำนวยการธนาคารออมสิน และนายอนันต์ แก้วกำเนิด ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ร่วมคณะลงพื้นที่ เพื่อจะได้เห็นเหตุการณ์จริงทั้งหมด และจะได้เตรียมการเรื่องของให้สินเชื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างเต็มที่ ซึ่งต้องลงพื้นที่ไปเห็นหน้างานด้วยตัวเองจะได้เห็นภาพ และนำกลับมาทำงานได้ด้วยความเข้าใจ และรวดเร็วในการให้ความช่วยเหลือ 

นาบอนุทิน กล่าวต่อว่า ส่วนที่เรียกนายเอกนิติ นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ประชุมที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมานั้นเป็น การสรุปเหตุการณ์ และหารือถึงสิ่งที่ต้องช่วยเหลืออย่างโดยด่วนมีอะไรบ้าง หลังจากที่ลงพื้นที่มา ซึ่งได้มอบภารกิจให้กับรัฐมนตรี และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องไป และวันนี้ก็จะเร่งให้กระทรวงมหาดไทย นำรายชื่อผู้ที่จะได้รับการเยียวยา หลังรัฐบาลได้อนุมัติกรอบวงเงินไว้เรียบร้อยแล้ว ครัวเรือนละ 9,000 บาท ซึ่งคาดว่า ภายในสัปดาห์หน้าเงินเยียวยาจะถึงมือประชาชน 

เมื่อถามว่า มีข่าวว่ายอดการเยียวยาอาจจะทะลุไปถึง 30,000 บาท นายกฯ กล่าวว่า การเยียวยามีหลายอย่าง ตอนนี้ตรงไหนที่ใช้เยียวยาได้ก็เอาออกมาใช้ให้หมด อย่างเช่นงบฯ ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ครัวเรือนละ 9,000 บาท จะดำเนินการทันที และยังมีเรื่องของการซ่อมแซมบ้าน ตามความเสียหายจริงครัวเรือนละไม่เกิน 45,000 บาท ซึ่งตนจะระดมคนลงพื้นที่ไปเร่งสำรวจ โดยหากคนส่วนกลางไม่พอ ก็จะระดมคนจากส่วนภูมิภาคลงไปช่วยเหลือด้วย 

นอกจากนี้จะมีการให้สินเชื่อเพื่อฟื้นตัว รายละไม่เกิน 100,000 บาท ไม่มีดอกเบี้ย ในระยะเวลา 6 เดือน และอีกก้อนหนึ่งคือ สินเชื่อเพื่อนำไปซ่อมแซมทรัพย์สิน ครัวเรือนละ 100,000 บาทเช่นกัน และระยะเวลา 1 ปี ซึ่งรมว.คลัง ตอบรับมาแล้วว่า สถาบันการเงินมีแหล่งเงินเพียงพอในการให้สินเชื่อ ซึ่งส่วนนี้ก็จะเป็นธนาคารของรัฐ ที่รับนโยบายอยู่แล้ว รวมไปถึงการพักหนี้ พักดอกเบี้ย อย่างไรก็ตามนายเอกนิติ และนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กำลังหารือ เพื่อขอความร่วมมือจากธนาคารพาณิชย์ เพราะเราไปบังคับเขาไม่ได้ จึงจำเป็นต้องขอความร่วมมือ 

นายกฯ กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องของกระทรวงพาณิชย์ จะมีการจัดให้มีสินค้าราคาทุน หรือต่ำกว่าทุน จัดเป็นมหกรรม หรือศูนย์กลางเพื่อจำหน่ายสินค้า ให้กับประชาชนที่ประสบภัยในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งปลัดกระทรวงพาณิชย์ได้ยืนยันว่า ได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการ และผู้ผลิตบางคน ให้สินค้าราคาทุน และยังแถมสินค้ามาเพิ่มให้ด้วย 

เมื่อถามว่า ตอนนี้เข้าสู่ระยะฟื้นฟูแล้วได้มีการสรุปถึงสาเหตุปัญหาอุปสรรคที่ทำให้ หาดใหญ่วิกฤติหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตอนนี้มองไปข้างหน้า เรื่องที่มาของปัญหาอย่างไร รัฐบาลมีความบกพร่อง ตนก็ยอมรับไม่ว่าจะมาจากที่ไหนก็แล้ว แต่เมื่อมีคนเสียชีวิต มีคนสูญเสีย มีคนบาดเจ็บอยู่บ้านไม่ได้ มันก็นายกฯทั้งนั้น ความผิดนายกฯทั้งนั้น นี่คือเหตุผลที่ต้องลงไปประจำ ต้องใช้องคาพยพ ใช้ความรู้ประสบการณ์ทั้งหมดที่มีอยู่ทุ่มเทลงไปในจุดแห่งปัญหานี้ และเร่งแก้ปัญหาพลิกฟื้นให้เร็วที่สุด ซึ่งเมื่อวันที่ 28 พ.ย. ระหว่างลงพื้นที่ พบเจอใครตนก็บอกขอโทษ ที่รัฐบาลไม่สามารถดูแลปกป้อง ให้พวกเขามีความปลอดภัยได้

เมื่อถามย้ำว่า มีความจำเป็นต้องหาถึงต้นตอ จะได้ป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำในอนาคต นายอนุทิน กล่าวว่า ต้นตอมีหลายอย่าง เรื่องการเตือนภัยจะต้องมีการยกระดับว่า เตือนภัย เตือนปุ๊บต้องออกจากบ้านปั๊บ ซึ่งต้องมาแก้กฎหมายอีก เมื่อสักครู่นั่งคุยกับผู้เชี่ยวชาญทางด้านกฎหมาย ไม่ใช่ว่า เตือนใครจะออกก็ออก ต้องมีการซ้อมการหนีภัย ซึ่งได้สั่งให้ ปภ. และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ดำเนินการในเรื่องนี้ เพราะเราทราบจุดที่เสี่ยงเกิดภัยอยู่แล้ว ต้องดำเนินการ และเรื่องของสภาพภูมิประเทศ จ. สงขลาคือ แอ่งกระทะจริง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวเมืองหาดใหญ่คือ กระทะ ทุกอย่างก็ไหลลงมากองอยู่ก้นกระทะ ตอนนี้ต้องไปนั่งแก้ไข ถนนเป็นอุปสรรคหรือไม่ ถ้าถนนเป็นอุปสรรคจะทำอย่างไร  เพื่อให้ส่วนแนวถนนเป็นที่ระบายน้ำ ก็ต้องมาดูรายละเอียดเยอะ พอระบายไปที่ทะเลสาบสงขลา เกิดมีช่วงหนึ่งน้ำทะเลหนุนมากกว่าช่องรูถนน จะทำให้น้ำกลับไหลเข้าเมืองอีกหรือไม่ ตรงนี้กรมทางหลวงต้องดูอย่างละเอียด ทางเลี่ยงเมืองต้องคิดแล้วว่า จะเลี่ยงอย่างไร ทำให้เป็นคันกั้นน้ำ เอาไว้รายละเอียดค่อยว่ากัน 

‘สุรศักดิ์’นั่งหัวโต๊ะประชุม กอวช. ระดมกำลัง อว. ช่วยเหลือ-ฟื้นฟูผู้ประสบภัย

'สุรศักดิ์'นั่งหัวโต๊ะประชุม กอวช. ระดมกำลัง อว. ช่วยเหลือ-ฟื้นฟูผู้ประสบภัย

‘สุรศักดิ์’นั่งหัวโต๊ะประชุม กอวช. ระดมกำลัง อว. ช่วยเหลือ-ฟื้นฟูผู้ประสบภัย

วันเสาร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 14.50 น.

“สุรศักดิ์” นั่งหัวโต๊ะประชุม กอวช. ห่วงใยสถานการณ์น้ำท่วมใต้ ระดมสรรพกำลัง อว. ช่วยเหลือ–ฟื้นฟูผู้ประสบภัย ด้าน สอวช. รายงานผลประเมินปี 2568 “ระดับดีมาก” พร้อมเดินหน้าเร่งตั้ง “รวพ.” ภายใน 180 วัน

28 พ.ย.68 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (กอวช.) ครั้งที่ 8/2568 ณ ห้องประชุมชั้น 4 อาคารพระจอมเกล้า สำนักงานปลัดกระทรวง อว. และการประชุมผ่านระบบออนไลน์

ในการประชุม นายสุรศักดิ์ ได้กล่าวถึงข้อห่วงใยต่อสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา แม้ระดับน้ำจะลดลงและสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย แต่ความเสียหายยังรุนแรงและขยายเป็นวงกว้าง ขณะเดียวกันยังมีหลายจังหวัดที่ประสบภาวะน้ำท่วมขัง กระทรวง อว. จึงได้หารือเพื่อเร่งกำหนดมาตรการเยียวยาและการฟื้นฟู พร้อมเตรียมระดมบุคลากร องค์ความรู้ วิชาการ และนวัตกรรมจากสถาบันอุดมศึกษาและหน่วยงานในสังกัด เพื่อช่วยเหลือประชาชนในระยะเร่งด่วนและระยะยาวอย่างเป็นรูปธรรม

รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ได้กล่าวแสดงความขอบคุณต่อมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) วิทยาเขตหาดใหญ่ ที่เปิดพื้นที่เป็นศูนย์อพยพหลัก ช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้านการแพทย์ การพักพิง และรองรับสัตว์เลี้ยง ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญที่นายกรัฐมนตรีได้ชื่นชม พร้อมยกย่องให้เป็นแบบอย่างของสถาบันอุดมศึกษาที่ร่วมรับมือวิกฤติได้อย่างเข้มแข็ง

จากนั้น ที่ประชุมได้พิจารณาผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (ตุลาคม 2567–กันยายน 2568) ของสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สอวช.) ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้อำนวยการ ในการประชุมครั้งที่ 9/2568 เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยผลประเมินภาพรวมของ สอวช. อยู่ในระดับดีมาก ด้วยคะแนน 98.78 คะแนน ตามกรอบการประเมินองค์การมหาชนของสำนักงาน ก.พ.ร. สะท้อนถึงประสิทธิภาพการบริหาร ความโปร่งใส และความก้าวหน้าเชิงยุทธศาสตร์ขององค์กร นอกจากนี้ สอวช. ยังได้รายงานผลการปฏิบัติงานของผู้อำนวยการประจำปี 2568 ซึ่งผ่านความเห็นชอบแล้วและสอดคล้องกับตัวชี้วัดหลักขององค์กร แสดงถึงการกำกับทิศทางนโยบายด้าน อววน. อย่างมีประสิทธิผล

สำหรับหน่วยบริหารและจัดการทุน (PMUs) 3 หน่วยงาน ได้แก่ (1) หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.) (2) หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) และ (3) หน่วยบริหารและจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรมด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ภายใต้ สอวช. ได้รายงานผลการดำเนินงานทั้งระดับองค์กรและระดับผู้อำนวยการครบถ้วน และผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการประจำหน่วยแล้วเช่นกัน ผลประเมินชี้ว่า PMUs ทั้ง 3 หน่วยงาน ดำเนินงานได้ตรงตามแผนและตัวชี้วัด ทั้งด้านการบริหารทุนวิจัย การส่งเสริมการลงทุนด้านนวัตกรรม การพัฒนาผู้ประกอบการ และการกำกับธรรมาภิบาลตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด พร้อมกันนี้ ที่ประชุมยังได้พิจารณาตัวชี้วัดประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ของ สอวช. และหน่วยบริหารจัดการทุนทั้ง 3 หน่วยด้วย

 ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อำนวยการ สอวช. ได้นำเสนอความคืบหน้าตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งเห็นชอบหลักการจัดตั้งสำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (รวพ.) ในรูปแบบองค์การมหาชน เพื่อเป็นกลไกใหม่ในการขับเคลื่อนการพัฒนาเชิงพื้นที่ด้วยงานวิจัย นวัตกรรม และเทคโนโลยีอย่างครบวงจร สอวช. ในฐานะหน่วยงานเจ้าภาพด้านนโยบาย อววน. ได้นำเสนอกรอบแนวทางการเปลี่ยนผ่านจาก หน่วยบริหารและจัดการทุน บพค. บพข. และ บพท. เดิมสู่ รวพ. เพื่อให้การดำเนินงานปี 2569 ไม่เกิดช่องว่าง โปร่งใส และเป็นระบบ

ด้านนางสาวรติมา เอื้อธรรมาภิมุข นักยุทธศาสตร์ระดับสูง สำนักงานผู้อำนวยการ สอวช. ได้นำเสนอต่อที่ประชุม ถึงโครงสร้าง รวพ. ว่าประกอบด้วย 4 โครงสร้างการบริหารหลัก ได้แก่ (1) คณะกรรมการ ทำหน้าที่กำหนดนโยบายสำนักงาน (2) ผู้อำนวยการ รวพ. รับผิดชอบการบริหารงาน (3) หน่วยบริหารและจัดการทุน ที่จัดตั้งขึ้นในสำนักงาน รวพ. (4) คณะอนุกรรมการประจำหน่วย และผู้อำนวยการหน่วย ทั้ง 3 หน่วย ที่โอนจาก สอวช. พร้อมภารกิจเดิมเข้าสู่ รวพ.

โดยมีแผนดำเนินการภายในระยะเวลา 180 วัน ทั้งนี้ รูปแบบการทำงานจะเป็นการศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ พระราชบัญญัติองค์การมหาชน พระราชกฤษฎีกา รวพ. และการทำงานร่วมกันระหว่าง สอวช. และ พนักงาน รวพ. ในรูปแบบการถ่ายทอดองค์ความรู้ เพื่อให้ รวพ. เติบโตได้อย่างยั่งยืน ตามกลไกที่กำหนดไว้ในบทเฉพาะกาล

นายกฯ กร้าว เพิกถอนใบอนุญาต สายการบินฉวยโอกาสขึ้นตั๋วโดยสาร

นายกฯ กร้าว เพิกถอนใบอนุญาต สายการบินฉวยโอกาสขึ้นตั๋วโดยสาร

นายกฯ กร้าว เพิกถอนใบอนุญาต สายการบินฉวยโอกาสขึ้นตั๋วโดยสาร

วันเสาร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 14.37 น.

“นายกฯ”กร้าว เพิกถอนใบอนุญาต สายการบินฉวยโอกาสขึ้นตั๋วโดยสาร ลั่นถ้าจะวัดก็ลองดู ชี้ไม่มีจรรยาบรรณ เอาเปรียบประชาชนยามยาก บอกรู้แล้วสายการบินไหน 

เมื่อเวลา 13.15 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีในโซเชียลฯ มีการโพสต์ร้องเรียนว่า มีสายการบินฉวยโอกาสขึ้นราคาค่าโดยสาร เส้นทางหาดใหญ่- กทม. ว่า เรื่องนี้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม รับทราบเรื่องแล้ว ซึ่งได้มีการยกเลิกการจองตั๋ว และเพิ่มราคาตั๋วโดยสาร และเราพอทราบรายชื่อสายการบินดังกล่าวแล้ว ตอนนี้ขอตรวจสอบรายละเอียดก่อน

“ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงก็เพิกถอนใบอนุญาต ผมไม่มีอย่างอื่น ผมไม่ประนีประนอม ถ้าเอาเปรียบประชาชนในยามยาก ถ้าจะวัดกับผมก็ลองดู ผมก็ไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว พูดดีก็แล้ว อะไรก็แล้ว ตอนนี้ถ้าเอาความเดือดร้อนของประชาชนและคนเหล่านี้ถ้าเค้าไปไหนไม่ได้เค้าก็ต้องอยู่ที่สนามบิน กลับบ้านก็ไม่ได้ ความเครียดก็เกิดขึ้น ถ้าผู้ประกอบการไม่มีจรรยาบรรณ เช่นนี้ก็ไม่ต้องประกอบการ  เพิกถอนใบอนุญาตไม่ยากเลย” 

พปชร. ปรับทัพ ดัน ตรีนุช นั่งเลขาธิการพรรค

พปชร. ปรับทัพ ดัน ตรีนุช นั่งเลขาธิการพรรค

พปชร. ปรับทัพ ดัน ตรีนุช นั่งเลขาธิการพรรค

วันเสาร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 14.18 น.

พปชร. ปรับทัพ ดัน “ตรีนุช” นั่งเลขาธิการพรรค แจ้งที่ประชุม เสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ ก่อน 8 ธ.ค.นี้ ”ไพบูลย์“ หวังส่งครบทั้ง 3 ชื่อ ยัน ”บิ๊กป้อม“ ยังลงชิงนายกฯ เผย พร้อมส่งผู้สมัคร สส. ทุกภาค 

เมื่อเวลา10.25 น.วันที่ 29 พ.ย. ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) มีการจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี ครั้งที่ 3/2568 โดยมีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรค พปชร. เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย คณะกรรมการบริหารพรรค สส. ตัวแทนภาค ตัวแทนสาขา และสมาชิกพรรค เข้าร่วมกันอย่างพร้อมเพรียง 

จากนั้น นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค พปชร. แถลงภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมได้มีการรับรองรายงานการประชุม และแก้ไขข้อบังคับพรรค โดยมีเรื่องสำคัญคือการเปลี่ยนที่ตั้งของสำนักงานพรรค และเลือกกรรมการบริหารพรรคแทนตำแหน่งที่ว่าง โดยเลือกรองหัวหน้าพรรค 1 ตำแหน่ง และเลขาธิการพรรค 1 ตำแหน่ง และกรรมการบริหารพรรคอีก 7 ตำแหน่ง ซึ่งผลของการเลือก ทำให้คณะกรรมการบริหารพรรคของพรรค พปชร. ประกอบด้วยดังนี้

1.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค
2.นางสาวตรีนุช เทียนทอง เลขาธิการพรรค
3.นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค
4.นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รองหัวหน้าพรรค
5.นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรค รองหัวหน้าพรรค

6.นายภัครธรณ์ เทียนไชย รองหัวหน้าพรรค
7.นายนิพันธ์ ศิริธร รองหัวหน้าพรรค
8.พล.อ.กฤษณ์โยธิน ศศิพัฒนวงษ์ เหรัญญิกพรรค
9.นายกระแสร์ ตระกูลพรพงศ์ กรรมการบริหารพรรค
10.พลตำรวจโทปิยะ ต๊ะวิชัย กรรมการบริหารพรรค

11. หม่อมหลวงกรกสิวัฒน์ เกษมศรี กรรมการบริหารพรรค 
12.นายวัน อยู่บำรุง กรรมการบริหารพรรค
13.พลตำรวจเอก ธรรมศักดิ์ วิชชารยะ กรรมการบริหารพรรค 
14.นายบุรินทร์ สุขพิศาล กรรมการบริหารพรรค
15.พลโท กิตติพนธ์ สมจิต กรรมการบริหารพรรค

16.นายสามารถ แก้วมีชัย กรรมการบริหารพรรค
17.นายอนุมัติ อาหมัด กรรมการบริหารพรรค
18.นายอดิศร นุชดำรงค์ กรรมการบริหารพรรค
19.นายยุทธนา ศรีตะบุตร กรรมการบริหารพรรค
20.ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ อำนรรมสรเดช กรรมการบริหารพรรค

21.นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น กรรมการบริหารพรรค
22.นายสมโภชน์ แพงแก้ว กรรมการบริหารพรรค

นายไพบูลย์ กล่าวว่า ที่ประชุมยังมีมติเลือกคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง ประกอบด้วย ประเภทกรรมการบริหาร 5 คน ได้แก่

1.นายไพบูลย์ นิติตะวัน
2.นางสาวตรีนุช เทียนทอง 
3.พล.อ.กฤษณ์โยธิน ศศิพัฒนวงษ์ 
4.นายภัครธรณ์ เทียนไชย 
5.นายยุทธนา ศรีตะบุตร 

ประเภทหัวหน้าสาขา จำนวน 4 สาขา ประกอบด้วย 1.สาขาพรรคจังหวัดเชียงใหม่ 2.สาขาพรรคจังหวัดปัตตานี 3.สาขาพรรคจังหวัดร้อยเอ็ด 4.สาขาพรรคจังหวัดสิงห์บุรี 

ประเภทตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด จำนวน 2 จังหวัด ได้แก่ 1.ตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดสระแก้ว 2.ตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดกรุงเทพมหานคร

นายไพบูลย์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมจึงมีการประกาศเชิญชวนให้มีการเสนอชื่อคนที่เห็นสมควรที่จะได้รับพิจารณาแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีต่อคณะกรรมการบริหารพรรค โดยให้เสนอภายในวันที่ 8 ธันวาคมนี้

ผู้สื่อข่าวถามถึงการเตรียมความพร้อมส่งผู้สมัคร สส.ของพรรค นายไพบูลย์ กล่าวว่า  ขณะนี้เรามีผู้สมัคร สส.ทุกภาคแล้ว และชัดเจนว่าพรรคพร้อมเข้า สู่การเลือกตั้งครั้งต่อไป  ส่วนจะครบ 400 เขตหรือไม่นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการคัดเลือกผู้สมัคร สส. ส่วนจะส่งได้กี่เขตนั้น ต้องรอให้คณะกรรมการฯที่ได้รับมอบหมายไปดำเนินการ ซึ่งขณะนี้มีจำนวนที่มากเพียงพอ  

เมื่อถามถึง แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค จะเสนอครบทั้ง 3 รายชื่อหรือไม่  นายไพบูลย์ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา ในครั้งนี้จะเสนอแคนดิเดตนายกฯ มากกว่า 1 คน และถ้าเป็นไปได้จะส่งให้ครบทั้ง 3 คน ทั้งนี้ ยืนยันว่ามีชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคแน่นอน 

บิ๊กป้อม ให้กำลังใจผู้ประสบภัยน้ำท่วมใต้ เผยประสาน มทภ.4 ช่วย

บิ๊กป้อม ให้กำลังใจผู้ประสบภัยน้ำท่วมใต้ เผยประสาน มทภ.4 ช่วย

บิ๊กป้อม ให้กำลังใจผู้ประสบภัยน้ำท่วมใต้ เผยประสาน มทภ.4 ช่วย

วันเสาร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 14.12 น.

“บิ๊กป้อม” ให้กำลังใจผู้ประสบภัยน้ำท่วมใต้ เผยประสาน มทภ.4 ช่วย ปัดวิจารณ์การบริหารจัดการน้ำของรัฐบาล บอกพปชร.เปิด 7โรงครัวในพื้นที่ จนกว่าสถานการณ์คลี่คลาย  

เมื่อวันที่ 29 พ.ย. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวให้กำลังใจประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ที่ประสบอุทกภัยว่าพรรคพลังประชารัฐ ได้เปิด 7 โรงครัวในพื้นที่ภาคใต้ โดยได้ติดต่อ พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 รวมไปถึงผู้ประกอบการ ให้ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชน 

เมื่อถามว่า มองอย่างไรกับการบริหารงานของรัฐบาลในเหตุการณ์น้ำท่วมภาคใต้ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตนไม่ขอตอบ เรื่องนี้เป็นเรื่องของรัฐบาล 

ด้าน พล.ต.ท.ปิยะ  ต๊ะวิชัย โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมในภาคใต้ว่า พล.อ.ประวิตร  วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค มีความห่วงใยต่อประชาชนชาวภาคใต้ และได้มีการตั้งโรงครัวพลังประชารัฐ 7 แห่ง แบ่งเป็นที่จังหวัดสงขลา 2 แห่ง ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช 2 แห่ง จังหวัดตรัง ปัตตานี และนราธิวาส อีกจังหวัดละ 1 แห่ง โดยเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ที่เกิดสถานการณ์น้ำท่วม และจะอยู่จนกว่าสถานการณ์จะเบาบางลงไป 

ทั้งนี้สำหรับประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือ สามารถโทรแจ้งขอความช่วยเหลือมาที่ศูนย์ประสานงานของพรรค พปชร.ได้ที่หมายเลข 098-9017445