‘พริษฐ์’เสนอรัฐบาล 4 ข้อแก้น้ำท่วมหาดใหญ่ แนะ‘กต.’ประสานนานาชาติช่วย

‘พริษฐ์’เสนอรัฐบาล 4 ข้อแก้น้ำท่วมหาดใหญ่ แนะ‘กต.’ประสานนานาชาติช่วย

‘พริษฐ์’เสนอรัฐบาล 4 ข้อแก้น้ำท่วมหาดใหญ่ แนะ‘กต.’ประสานนานาชาติช่วย

วันพุธ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 11.33 น.

‘ไอติม’ชง 4 ข้อเสนอรัฐบาลแก้น้ำท่วมหาดใหญ่ ชี้ต้องบูรณาการทุกหน่วยงาน-มีฐานข้อมูลกลาง ลั่นทุกวินาทีมีค่า บอกมาช่วยทุกคนวันนี้ไม่ได้แต่อาหาร-น้ำต้องถึงมือผู้ประสบภัย แนะ‘กต.’ประสานนานาชาติเข้าช่วย

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีข้อเสนอการบริหารจัดการน้ำท่วมในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ไปยังรัฐบาล ว่า ตนขอเข้าสู่ข้อเสนอเลย เพราะเข้าใจว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะลงพื้นที่วันนี้ ซึ่งก็หวังว่านายกรัฐมนตรีจะใช้อำนาจรัฐและงบประมาณที่มีในการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนภาคใต้ให้เร็วที่สุด เพราะถือว่าสถานการณ์วิกฤตจริงๆ ภารกิจที่สำคัญที่สุดคือเราจะปกป้องชีวิตของคนไทยให้ได้มากที่สุดได้อย่างไร ตนเข้าใจว่าคนที่ติดอยู่ในพื้นที่โดยเฉพาะที่ อ.หาดใหญ่ ก็มีหลายหมื่นคน ในขณะที่คนที่สามารถอพยพมายังศูนย์พักพิงได้มีแค่หลักพันคนเท่านั้น ถือเป็นแค่เสี้ยวหนึ่งของคนที่ติดอยู่ในพื้นที่ ตนคิดว่าทุกวินาทีมีความหมาย โดยตนมีข้อเสนออยู่ 4 ข้อ คือ

1.รัฐบาลต้องสามารถทำงานโดยบูรณาการทุกหน่วยงานให้ได้ รูปธรรมที่สำคัญที่สุดคือการจัดการเรื่องระบบฐานข้อมูลกลาง หากเราจะแก้ปัญหาและช่วยชีวิตคนไทยได้เราต้องรู้ว่าปัจจุบันคนที่ขอความช่วยเหลือมีกี่คน กระจายอยู่ในพื้นที่ใดบ้าง มีความเร่งด่วนมีความอันตรายมากน้อยแค่ไหน ทีมต่างๆ ที่เข้าไปช่วยเหลือแล้วสามารถปิดเคสได้สำเร็จมีทั้งหมดกี่เคส ซึ่งหากไม่มีฐานข้อมูลตรงนี้จะทำให้การจัดการของรัฐบาลว่าจะแบ่งทีมไหน และทีมไหนจะจัดการตรงไหนได้ยากขึ้นมาก

นายพริษฐ์ กล่าวด้วยว่า ตนคิดว่าที่ผ่านมา พรรค ปชน.และกองทัพบก คิดตรงกันคือเราพยายามใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มของภาคประชาสังคมที่มีอยู่แล้วชื่อ จิตอาสา แคร์ ทั้งเราและกองทัพบกจึงพยายามช่วยกวาดข้อมูลการขอความช่วยเหลือร่วมกับภาคประชาชนให้ไปอยู่ในแพลตฟอร์มนั้น เพื่อจะได้มีฐานข้อมูลที่ทีมงานในพื้นที่สามารถใช้ได้ในการที่จะช่วยเหลือประชาชน ซึ่งวันนี้รัฐบาลต้องตัดสินใจแล้วว่าจะใช้ฐานข้อมูลใดเพื่อให้เรามีข้อมูลในการทำงาน

2.เป้าหมายในวันนี้คือต้องมีการอพยพคนออกจากพื้นที่ให้ได้มากที่สุด โดยจะต้องมีการวางแผนและระดมทรัพยากร ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง คือการระดมเรือ ยานพาหนะต่างๆ ที่ใช้ในการอพยพให้ได้ และเมื่อมีการอพยพคนออกมาแล้วก็ต้องเตรียมศูนย์พักพิงให้ได้มากที่สุดเช่นเดียวกัน เพราะขณะนี้ศูนย์พักพิงบางพื้นที่ก็เริ่มถึงขีดที่สามารถรับได้ ขาดแคลนอุปกรณ์อยู่พอสมควร และจุดที่อยู่ที่ปลอดภัยแล้วไปจนถึงจุดพักพิงก็ยังมีอุปสรรคอยู่

3.แม้จะอพยพได้รวดเร็วมากที่สุด แต่อาจจะไม่สามารถอพยพทุกคนได้ในวันนี้ ฉะนั้น สิ่งที่จำเป็นต้องทำคือ จะทำอย่างไรให้อาหารและน้ำเข้าถึงประชาชนให้ได้เยอะที่สุด เพราะขณะนี้มีประชาชนที่ติดอยู่ในบ้านตัวเองมาหลายวันแล้ว ขาดแคลนน้ำและอาหาร หากคนและเรือเข้าไม่ถึงก็ต้องระดมทั้งเฮลิคอปเตอร์และโดรน ให้ได้มากที่สุดเพื่อส่งน้ำและอาหารให้ถึงมือคนที่ประสบภัยได้มากที่สุด นี่เป็นสิ่งที่สำคัญและรอไม่ได้จริงๆ

4.ตนคิดว่าปัญหานี้ใหญ่มาก ที่ผ่านมาเราเห็นแล้วว่าเกินขีดกำลังความสามารถของภาคประชาชน รัฐบาลต้องเข้าไป แต่วันนี้ตนคิดว่าอาจจะมีบางส่วนที่รัฐบาลต้องระดมทรัพยากรจากต่างประเทศทั้งภาครัฐและภาคเอกชน และคิดว่ากระทรวงต่างประเทศต้องยกหูหาประเทศอื่นๆ เพื่อเปิดทางและประสานให้เขา สามารถนำเอาทรัพยากรและอุปกรณ์เข้ามาช่วยเหลือคนในพื้นที่ อาจจะเริ่มต้นที่ประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์ก็ได้ เพราะอาจจะมีบุคลากรจากประเทศเขาติดอยู่ในพื้นที่ด้วย ฉะนั้น พยายามที่จะประสานให้เขานำทรัพยากรและอุปกรณ์เข้ามาให้เร็วที่สุดเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ติดอยู่ในพื้นที่

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า ถ้ามองถึงส่วนของภาคเอกชน ตนมองว่าควรยกหูถึงสตาร์ลิงก์ (Starlink) เพื่อขอสนับสนุนสัญญาณอินเตอร์เน็ต อย่างน้อยก็ช่วยให้เจ้าหน้าที่เข้าถึงอินเตอร์เน็ต และเข้าถึงฐานข้อมูลของประชาชน ซึ่งจะทำให้การช่วยเหลือมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ สิ่งที่เรากังวลใจคือการจัดการเรื่องฐานข้อมูลกลาง นอกจากฐานข้อมูลคำขอความช่วยเหลือแล้ว อีกเรื่องที่สำคัญคือข้อมูลเกี่ยวกับการคาดการณ์แนวโน้มน้ำ เพราะเมื่อมาประกบกันจะสามารถแบ่งโซนได้ว่าโซนไหนเราต้องบริหารจัดการแนวทางความช่วยเหลืออย่างไร ดังนั้น ข้อเสนอสามารถนำไปใช้ได้ในพื้นที่อื่นที่มีปัญหาคล้ายกัน ไม่ใช่แค่เฉพาะหาดใหญ่

เมื่อถามว่า รัฐบาลควรระดมผู้เชี่ยวชาญมานั่งกางแผนหรือไม่ว่าทำอย่างไรที่จะทำให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น นายพริษฐ์ กล่าวว่า ทุกวินาทีมีความหมายจริงๆ ดังนั้น ตนคิดว่าข้อเสนอทั้ง 4 ข้อ ที่ตนได้พูดครอบคลุม รวมถึงเราได้เรียกร้องมาหลายวัน ถ้าไม่มีฐานข้อมูลกลางในการทำงานจะบริหารจัดการทีมหรือแบ่งความรับผิดชอบในแต่ละทีมไปช่วยเหลือนั้นยาก ซึ่งการแบ่งทีมต้องรวมถึงภาคเอกชนและอาสาสมัครที่เข้ามาในพื้นที่ด้วย

เมื่อถามถึงกรณีที่มีการโยงว่าบุคลากรที่เข้าไปช่วย โดยเฉพาะภาครัฐมีความเกี่ยวข้องถึงการโยกย้ายบุคคลในกระทรวงมหาดไทยหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย นายพริษฐ์ กล่าวว่า เรื่องการถอดบทเรียนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้ว เมื่อถึงเวลาก็ต้องมีการตรวจสอบอย่างแน่นอน แต่เวลานี้ขอใช้พื้นที่สื่อทั้งหมดที่มีในการเรียกร้องข้อเสนอที่จะช่วยชีวิตคนไทยให้ได้ก่อน และย้ำว่าไม่ต้องกังวลเรื่องการตรวจสอบเพราะอย่างไรก็ต้องมีอยู่แล้ว

เมื่อถามถึงกรณีที่มีการตัดไฟจึงทำให้ไม่สามารถรู้ว่า จุดที่ผู้ประสบภัยอยู่ตรงไหน นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตนคิดว่าเราต้องรวบรวมข้อมูลให้ได้มากที่สุด อย่างเช่นข้อมูลที่เรารวบรวมในแพลตฟอร์มกลางต้องยอมรับว่าประชาชนที่ประสบภัยตอนนี้ ไม่สามารถเข้าถึงโทรศัพท์มือถือมีแบตเตอรี่ แต่จะมีข้อมูลจากญาติพี่น้องที่ไปแสดงความคิดเห็นตามโซเชียลมีเดีย จึงต้องรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเท่าที่มี และช่วยเหลือให้ได้มากที่สุด และย้ำว่าเรื่องการอพยพ การมีข้อมูลจะทำให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แต่ถึงแม้ข้อมูลไม่สมบูรณ์ก็ต้องดำเนินการ

เมื่อถามว่า มองว่าควรจะมีผบ.เหตุการณ์ตัวจริงหรือไม่ เพราะมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าเป็นคนใดกันแน่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ต้องมีการบูรณาการให้ได้และต้องชัดเจนว่าใครนั่งหัวโต๊ะในการตัดสินใจเรื่องพวกนี้ งานใหญ่ขนาดนี้นายกฯ ก็ต้องมีบทบาทหลักในการนำเรื่องนี้ ชีวิตประชาชนหลาย หมื่นคน ตอนนี้อยู่ในความเสี่ยงทุกวินาที ย้ำว่าอยากให้รัฐบาลรับฟังข้อเสนอของพรรคประชาชน

‘ภราดร’เผยจัด C130 บินวันละ 5 เที่ยว ขนสิ่งของจำเป็นช่วยปชช.‘น้ำท่วมใต้’

‘ภราดร’เผยจัด C130 บินวันละ 5 เที่ยว ขนสิ่งของจำเป็นช่วยปชช.‘น้ำท่วมใต้’

‘ภราดร’เผยจัด C130 บินวันละ 5 เที่ยว ขนสิ่งของจำเป็นช่วยปชช.‘น้ำท่วมใต้’

วันพุธ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 11.17 น.

‘ภราดร’เผยจัด C 130 วัน 5 เที่ยวบินวัน ขนสิ่งของจำเป็นช่วยน้ำท่วมใต้ ‘ผบ.ทสส.’แบ่งโซนรับผิดชอบช่วยคนหาดใหญ่ เชื่อเป็นระบบชัดเจน แจง‘ธรรมนัส-พล.อ.อุกฤษฎ์’ไม่ทับไลน์ทำงาน วอนอย่าดึงเป็นการเมือง ทุกคนช่วยกัน พร้อมถอดบทเรียนหาดใหญ่กันซ้ำรอยพื้นที่อื่น

เมื่อเวลา 09.40 น. วันที่ 26 พ.ย.68 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุม ศปกฉ. ถึงกรณีมีความสับสนว่าฝ่ายปฏิบัติจะต้องฟังคำสั่งจากใครในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม จ.สงขลา เพราะมีการตั้งหลายศูนย์ว่า วันนี้ ศปกฉ.เริ่มบริหารจัดการข้อมูลแล้ว ทีม ศป.กฉ.ได้รวบรวมข้อมูลที่ประชาชนร้องเรียนเข้ามาเพื่อคัดแยกเคสเป็นสี คือ สีแดงและสีเหลือง โดยอัพเดตข้อมูลแบบเรียลไทม์และส่งไปยัง ศป.กฉ.ส่วนหน้า ที่มี พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) เป็นผู้บัญชาการอยู่ โดย ผบ.ทสส.ได้มีการแบ่งโซนรับผิดชอบพื้นที่ไว้ ซึ่งในการประชุมครั้งนี้ ผบ.ทสส.จะแจ้งว่าใครรับผิดชอบโซนใด จากนั้นเราจะรู้ว่าแต่ละพื้นที่ต้องประสานกับใคร ก่อนจะส่งข้อมูลเคสสีแดง สีเหลืองให้แต่ละโซนที่รับผิดชอบ แต่ละพื้นที่จะมีอุปกรณ์พร้อมอยู่แล้ว ขณะนี้กำลังติดต่อเรื่องของโดรนเพิ่มเติมจากกองทัพ เพื่อส่งของให้ผู้ประสบภัย เพราะเราต้องใช้ทุกวิธีในการช่วยเหลือให้มากและเร็วที่สุด

นายภราดร กล่าวว่า นอกจาก ศป.กฉ.แล้ว หลังบ้านก็จะเตรียมการในการช่วยเหลือ โดย พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมช.กลาโหม ได้ไปประจำการอยู่ที่พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติ เพื่อรอประชาชนที่มีจิตศรัทธาต้องการนำสิ่งของไปให้ผู้ประสบภัย รัฐบาลได้ประสานกองทัพอากาศในการขนสิ่งของ โดยใช้เครื่อง C 130 วันส่งไปยังพื้นที่ภาคใต้ 5 เที่ยวบินต่อวัน โดยสิ่งที่จำเป็นที่สุดคือ เจ็ตสกีและเรือเครื่องพร้อมคนขับ สำหรับศูนย์พักพิงศูนย์ใหญ่อยู่ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มีประชาชนเข้ามาเพิ่มเติมมากขึ้นเรื่อยๆ สิ่งของจำเป็นหลายอย่างยังขาด เพราะในพื้นที่ไม่มีของให้ซื้อ อาทิ เครื่องนอน เสื่อ ผ้าห่ม หากใครต้องการช่วยเหลือประชาชนที่ภาคใต้ รัฐบาลพร้อมส่งสิ่งของเหล่านี้ไปให้ วันนี้เรือท้องแบนและเจ็ตสกีมีลงไปพอสมควรแล้ว แต่ถ้ายิ่งมีเยอะมากเท่าไหร่ยิ่งช่วยคนได้เร็ว ซึ่งเมื่อวันที่ 25 พ.ย.ที่ผ่านมา ตนได้ประสานไปยังนายกสมาคมประมงจังหวัดสงขลาได้แจ้งว่ามีเรือประมงหางยาวที่สามารถเข้าพื้นที่ได้เป็นร้อยลำ แต่วันนี้สถานการณ์เปลี่ยน เพราะ อ.สิงหนคร และอ.เมืองสงขลา กำลังจะเป็นพื้นที่ประสบภัย เรือร้อยลำที่เราประสานไว้อาจจะต้องช่วยเหลือตัวเองก่อน

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีกระแสข่าวว่าโรงพยาบาลหาดใหญ่มีปัญหา นายภราดร กล่าวว่า ตนได้รับการประสานเมื่อกลางดึกคืนที่ผ่านมาว่า ไฟฟ้าที่โรงพยาบาลหาดใหญ่ได้ประสานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เข้าไปจั๊มพ์ไฟเรียบร้อย กรณีที่ผู้ป่วยที่จำเป็นต้องเคลื่อนย้าย โดยวันที่ 25 พ.ย.สามารถเคลื่อนย้ายผู้ป่วยที่จำเป็นได้แล้ว 80% คาดว่า วันที่ 26 พ.ย. จะสามารถย้ายผู้ป่วยเหล่านี้ได้ทั้งหมด

เมื่อถามว่า ขณะนี้เริ่มมีน้ำท่วมไปยังศูนย์พักพิง ต้องหาพื้นที่สำรองหรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า เชื่อว่าหน้างานเห็นปัญหาและจะเร่งหาศูนย์พักพิงเพิ่มเติม เมื่อถามถึงแผนรับมือพื้นที่ตัว อ.เมืองสงขลา เพื่อไม่ให้ซ้ำรอย อ.หาดใหญ่ นายภราดร กล่าวว่า วันนี้ไม่ใช่แค่ตัวเมืองสงขลา หรือ อ.สทิงพระ ยังมี จ.สตูล ที่วันนี้อาการหนักเช่นเดียวกัน ได้ประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัด ให้ประชาสัมพันธ์ว่าหากเป็นไปได้ขอให้อพยพประชาชนออกจากพื้นที่ เพื่อการช่วยเหลือจะได้รวมอยู่ที่ศูนย์อพยพ ไม่ต้องไปตามบ้านอย่างที่ อ.หาดใหญ่ เราจะใช้ อ.หาดใหญ่เป็นบทเรียน ซึ่งตอนนี้แต่ละจังหวัดได้เตรียมสถานที่ไว้แล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่ในพื้นที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯและรมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการน้ำในสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ (ศนภ.) กับ ศป.กฉ.ส่วนหน้าที่มี ผบ.ทสส.เป็นผู้รับผิดชอบ ฝ่ายปฏิบัติจะต้องฟังใคร นายภราดร กล่าวว่า ใครช่วยได้ก็ช่วย ใครอยู่ตรงส่วนไหนก็แบ่งโซนกันไป ร.อ.ธรรมนัสอยู่หน้างานวันนี้วันที่สามแล้ว ช่วยได้หลายเคส เช่น ผู้ป่วยโรคไต ขออย่าถามเรื่องการเมือง ทุกคนทำงานเพื่อช่วยประชาชน อย่าแบ่งว่า ร.อ.ธรรมนัส หรือ ผบ.ทสส. ทุกคนมีบทบาทมีหน้าที่ เมื่อถามย้ำว่า แต่ฝ่ายปฏิบัติอาจสับสน นายภราดร ยืนยันว่า ไม่สับสน ทุกคนมีการสั่งการที่ถูกต้อง

เมื่อถามว่า มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลอย่างต่อเนื่องในเรื่องการอพยพ จนขณะนี้มีผู้เสียชีวิตแล้ว นายภราดร กล่าวว่า ตนเข้าใจดี เรากำลังเร่งรัดดำเนินการ ศป.กฉ.เพิ่งตั้งมาเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 25 พ.ย. หลังประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทาง ผบ.ทสส.ลงพื้นที่ทันที ร.อ.ธรรมนัสก็อยู่ในพื้นที่ หลายหน่วยงานอยู่ในพื้นที่แล้ว วันนี้เชื่อว่าจะเห็นระบบอย่างชัดเจน และกรองข้อมูลได้รวดเร็ว ศป.กฉ.ส่วนหน้าก็จะระดมสรรพกำลังช่วยเหลือประชาชนที่ยังติดค้างอยู่

ผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน! ‘สส.สิงโต’โพสต์ภาพมุมสูงหน้า มอ.หาดใหญ่ ระดับน้ำเริ่มลดลงแล้ว

ผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน! 'สส.สิงโต'โพสต์ภาพมุมสูงหน้า มอ.หาดใหญ่ ระดับน้ำเริ่มลดลงแล้ว

ผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน! ‘สส.สิงโต’โพสต์ภาพมุมสูงหน้า มอ.หาดใหญ่ ระดับน้ำเริ่มลดลงแล้ว

วันพุธ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 11.16 น.

ผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน! ‘สส.สิงโต’โพสต์ภาพมุมสูงหน้า มอ.หาดใหญ่ ระดับน้ำเริ่มลดลงแล้ว

เมื่อวันที่ 26 พ.ย.2568 นายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง สส.เขต 9 สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ภาพมุมสูงช่วงบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ เปรียบเทียบระดับน้ำวันที่ 25 พ.ย.2568 กับวันที่ 26 พ.ย.2568 พร้อมระบุข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า “ภาพจากบนคอนโด The rise residence หน้า มอ. เช้านี้ครับ เทียบกับเมื่อวานน้ำเริ่มลดแล้ว วันนี้น้ำทะเลเริ่มลดระดับ น้ำจากคลอง ร.1 ไหลลงทะเลได้เร็วขึ้น ขอให้วันนี้ฝนอย่าตกลงมาซ้ำเติมพวกเราอีกเลย ผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกันครับ”

‘ศป.กฉ.’แบ่งเขตช่วยเหลือปชช.น้ำท่วมหาดใหญ่ ส่งทหารคุมพื้นที่เสี่ยงหลังกู้ภัยถูกยิงขู่

'ศป.กฉ.'แบ่งเขตช่วยเหลือปชช.น้ำท่วมหาดใหญ่ ส่งทหารคุมพื้นที่เสี่ยงหลังกู้ภัยถูกยิงขู่

‘ศป.กฉ.’แบ่งเขตช่วยเหลือปชช.น้ำท่วมหาดใหญ่ ส่งทหารคุมพื้นที่เสี่ยงหลังกู้ภัยถูกยิงขู่

วันพุธ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 10.35 น.

‘เสธ.เบิร์ด’แจง ศป.กฉ. แบ่งเขตช่วยเหลือประชาชน 4 พื้นที่ 4 ลักษณะ โฟกัสหาดใหญ่หนักสุด ย้ำ ผบ.ทสส. ตัดสินใจหน้างานได้ หากวิกฤต ก่อนรายงาน’นายกฯ อนุทิน’ ส่งทหารคุมพื้นที่เสี่ยง หลังกู้ภัยถูกยิงขู่

เมื่อวันที่ 26 พ.ย.2568 พล.ท.วันชนะ สวัสดี โฆษกศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัยส่วนหน้า หรือ ศป.กฉ. แถลงข่าวภายหลังกองบัญชาการกองทัพไทย จัดส่งกำลังพล และทีมแพทย์ ตลอดจนสิ่งอุปกรณ์สนับสนุนภารกิจภาคสนาม และสิ่งของบรรเทาทุกข์ เสริมทัพช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ จ.สงขลา ว่า ปัจจุบันได้มีการแบ่งพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เป็นพื้นที่ที่วิกฤตหนัก เพราะเป็นจุดที่น้ำไหลมารวมตัวกัน โดยในส่วนพื้นที่รอบ อ.หาดใหญ่ จะมีกองพันประจำอำเภอของกองทัพบกในการดูแล และมีกองร้อยบรรเทาสาธารณภัยร่วมด้วย 

โดยจะมีการแบ่งพื้นที่เป็น 4 เขต ประกอบด้วย เขตที่ 1 กรม.พัฒนาที่ 4 และกองพันพัฒนาที่ 4, เขตที่ 2 กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 5 (ร.5 พัน.1), เขตที่ 3 กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 5 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 5 (ป.5 พัน.5), เขตที่ 4 กองพันทหารราบ มณฑลทหารบกที่ 42 (พัน.ร.มทบ.42)

โดยแต่ละเขตจะมีหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง และจะมีการบริหารจัดการ 4 ลักษณะ 1. การบริหารจัดการคน ซึ่งจะเร่งอพยพคนมาอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย คือ ศูนย์พักพิง ในขณะที่ประชาชนบางส่วนที่ไม่ประสงค์จะมาอยู่ในศูนย์พักพิง และยังอยู่บ้าน จะมีการสำรวจว่า อยู่ในพื้นที่ใดบ้าง

2. การบริหารจัดการสิ่งของ และการส่งความช่วยเหลือไปยังประชาชน โดยมีการบูรณาการจากสิ่งของที่รับบริจาคมาทั้งหมด ซึ่งจะมีการจัดการปรุงอาหารสุก และกระจายส่งไปให้ประชาชนทั้งศูนย์อพยพ และที่ยังอาศัยอยู่ตามบ้านเรือน ตลอดจนถึงจุดแพทย์ และจิตอาสา ที่จะมาแบ่งกลุ่มลงพื้นที่ไปให้ความช่วยเหลือ ในขณะที่รัฐบาลได้ตั้งศูนย์บริจาคที่พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ เช่นเดียวกับกองบัญชาการของเหล่าทัพทั้งหมด จะเป็นพื้นที่รับบริจาคสิ่งของจากประชาชน เพื่อส่งต่อไปให้ผู้เดือดร้อน ในขณะที่พื้นที่ต่างจังหวัด สามารถบริจาคสิ่งของได้ที่มณฑลทหารบกทั่วประเทศ 

3. การบริหารจัดการน้ำ ต้องยอมรับว่า ปัจจุบันการบริหารจัดการน้ำเป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะน้ำท่วมเหมือนกันทุกพื้นที่ และปัจจุบันนี้ยังมีฝนตกอยู่ มีการเพิ่มเติมน้ำเข้ามาในพื้นที่ จึงต้องดูว่า จะดำเนินการอย่างไรให้น้ำลดเร็วที่สุด นอกจากนี้ยังมีปัจจัยของน้ำทะเลหนุน ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลจะต้องพูดคุยกันต่อไป 

4. การบริหารจัดการเรื่องข้อมูลข่าวสาร ทั้งการชี้แจงข้อเท็จจริงให้ประชาชนรับทราบสถานการณ์ปัจจุบัน การเผยแพร่ช่องทางของความช่วยเหลือ เช่น ช่องทางของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย โทร.1784 หรือช่องทางสายด่วนของรัฐบาล โทร.1111 ซึ่งจะมีการจัดระบบความเร่งด่วน เพื่อให้ความช่วยเหลือเป็นสีเขียว, เหลือง และแดง เพื่อส่งข้อมูลไปยังพื้นที่ส่วนหน้า ให้หน่วยที่รับผิดชอบในพื้นที่ลงไปช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด 

ส่วนอำนาจหน้าที่ของผู้บัญชาการทหารสูงสุด หรือ ผบ.ทสส. ในการควบคุมกำกับดูแลศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัยส่วนหน้า ที่กองบิน 56 จ.สงขลา คือ การบูรณาการให้งานทุกอย่างมีความกระชับมากขึ้น ซึ่งเชื่อว่า จะสามารถทำงานได้ดีขึ้น และ ผบ.ทสส.จะรายงานตรงไปที่นายกรัฐมนตรี ในเรื่องของความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ในพื้นที่ ซึ่งหากวิกฤตเร่งด่วน ผบ.ทสส. สามารถตัดสินใจในหน้างานได้เลย

ส่วนข้อกังวลยอมรับว่า มีเรื่องความสับสนวุ่นวาย แม้ยุทธโธปกรณ์ในการช่วยเหลือจะมีการนำมารวม และการช่วยเหลือยังไม่ทันทันท่วงทีกับผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน

พลท.วันชนะ กล่าวอีกว่า สิ่งที่พิสูจน์แล้ว น้ำใจของคนไทยมีมากกว่าน้ำที่ท่วม จึงขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่มาร่วมช่วยเหลือกัน ส่วนข้อผิดพลาดที่ผ่านมาจะเป็นข้อแก้ไข และปรับปรุงในอนาคต เช่นเดียวกับกรณีที่มีกู้ภัยถูกยิงขู่ ขณะเข้าพื้นที่ไปช่วยเหลือประชาชน ซึ่งทราบข่าวว่า เป็นการยิงย้อนหลังเข้ามา คาดว่า น่าจะเกิดจากความไม่พอใจ ทั้งในเรื่องของความล่าช้าในการช่วยเหลือ แต่ไม่ใช่สาเหตุจากการกระทบกระทั่ง ซึ่งขณะนี้เรารู้แล้วว่า พื้นที่ดังกล่าวเกิดขึ้นที่พื้นที่ใด ก็คงจะให้ทหารไปอำนวยการเอง และไปทำความเข้าใจกับประชาชน ทั้งนี้เชื่อว่า ไม่มีใครที่มีเจตนาที่ไม่ดี โดยกองทัพจะทำหน้าที่การบูรณาการในเรื่องของความปลอดภัยทั้งหมด แต่ปัจจุบันนี้ขอโฟกัสที่หน้างาน ในขณะที่ศูนย์พักพิงจัดอยู่ใน 5 พื้นที่

สำหรับในส่วนของกองทัพอากาศ มีการจัดเที่ยวบินไม่น้อยกว่าวันละ 3 เที่ยวบิน ส่วนกองทัพเรือ มีเรือหลวงจักรีนฤเบศร ที่กำลังจะถึงพื้นที่ ขณะที่กองทัพบกก็อยู่ในพื้นที่อยู่แล้ว โดยจะใช้เฮลิคอปเตอร์ของกองทัพเรือขนถ่ายผู้ป่วยเป็นหลัก

ส่วนการสื่อสารกับประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ ทางหน่วยงานราชการจะดำเนินการอย่างไร พล.ท.วันชนะ กล่าวว่า เรื่องนี้ทาง ศป.กฉ. ได้เตรียมการไว้แล้ว สิ่งที่เราต้องการเพื่อลดภาระงานในหน้างาน เพื่อให้ประชาชนทุกคนได้ย้ายออกมาจากที่พัก ซึ่งเป็นสิ่งที่เราอยากให้เกิดมากที่สุด แต่ถ้าเป็นไปไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ก็ไม่เป็นไร เราจะมีหน่วยงานของกองทัพเข้าไปสื่อสารกับประชาชน โดยใช้เรือท้องแบนติดลำโพง เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสาร ขณะนี้ดำเนินการไปแล้วเบื้องต้น คาดว่า จะทำเช่นนี้ในการแบ่งสายงานทั้ง 4 เขต

‘ดร.เอ้’ยกหลักวิศวกรรม ชงข้อเสนอเร่งด่วน‘เจาะเปิดคันถนน’ช่วยระบายน้ำท่วมหาดใหญ่

‘ดร.เอ้’ยกหลักวิศวกรรม ชงข้อเสนอเร่งด่วน‘เจาะเปิดคันถนน’ช่วยระบายน้ำท่วมหาดใหญ่

‘ดร.เอ้’ยกหลักวิศวกรรม ชงข้อเสนอเร่งด่วน‘เจาะเปิดคันถนน’ช่วยระบายน้ำท่วมหาดใหญ่

วันพุธ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 09.56 น.

‘ดร.เอ้’ยกหลักวิศวกรรม ชงข้อเสนอเร่งด่วน‘เจาะเปิดคันถนน’ช่วยระบายน้ำท่วมหาดใหญ่

26 พฤศจิกายน 2568 นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นกรณีน้ำท่วมหาดใหญ่ และหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ ระบุว่า…

ข้อเสนอ “เร่งด่วน” ระบายน้ำท่วมหาดใหญ่ให้เร็วที่สุด ต้อง “เจาะเปิดคันถนน” ชั่วคราว

ฝนมากอีกระลอก ระดับหาดใหญ่ยังคงสูง กู้ภัยเสี่ยง ประชาชนอาการหนัก ทำได้ดีที่สุด คือ “การระบายน้ำ” จาก “เมืองหาดใหญ่” ลงสู่ “ทะเลสาบสงขลา” ให้เร็วที่สุด!

แต่…ภาพจากดาวเทียมธีออส ของ Gistda พิสูจน์ชัด “มวลน้ำผ่านไม่ได้” เพราะมีอุปสรรคใหญ่ คือ “คันถนนลพบุรีราเมศว์” ขวางทางไว้

ทำให้ไหลเคลื่อนที่ช้ามาก

ดังนั้น ผมเสนอตาม “หลักวิศวกรรม” ต้อง “เปิดทาง” ให้น้ำไหล ต้อง “เจาะเปิดคันถนนชั่วคราว” ขนาดพอประมาณ หลายจุด และให้ “สะพานเหล็ก” ของ “กรมทหารช่าง” ที่จังหวัดราชบุรี และกองทัพภาคที่ 4 วางตัว “คร่อมทางเปิด” ได้ทันที ให้รถสัญจรผ่านได้ ไม่ติดขัด พอน้ำลด ซ่อมคืนถนน ไม่กี่วันก็เสร็จ คืนสภาพเดิม ในอนาคตค่อยว่ากัน จะจัดการปัญหานี้ “อย่างยั่งยืน” อย่างไร

“ด่วนครับ”

หากไม่ทำเดี๋ยวนี้ ก็จะเสียเวลาไปอีก น้ำท่วมก็ลงช้า

อยู่ที่ “ความกล้าหาญ” ของผู้นำแล้วครับ

‘สุชาติ’ระดม 15 ทีมกู้ภัยทางน้ำ-เรือ 25 ลำ ลงพื้นที่ช่วยผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ ตลอด 24 ชั่วโมง

‘สุชาติ’ระดม 15 ทีมกู้ภัยทางน้ำ-เรือ 25 ลำ ลงพื้นที่ช่วยผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ ตลอด 24 ชั่วโมง

‘สุชาติ’ระดม 15 ทีมกู้ภัยทางน้ำ-เรือ 25 ลำ ลงพื้นที่ช่วยผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ ตลอด 24 ชั่วโมง

วันพุธ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 09.41 น.

‘สุชาติ’ระดม 15 ทีมกู้ภัยทางน้ำ-เรือ 25 ลำ ลงพื้นที่ช่วยผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ ตลอด 24 ชั่วโมง

26 พฤศจิกายน 2568 นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ระดมสรรพกำลังเต็มรูปแบบ เข้าช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ หลังหลายจังหวัดประสบฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้จัดกำลังสนับสนุนทางน้ำจำนวน 15 ทีม จาก 13 หน่วยงาน ประกอบด้วยสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1–10 และศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง 3 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่อ่าวไทยตอนล่าง อ่าวไทยตอนกลาง และฝั่งอันดามันตอนล่าง พร้อมเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการเดินเรือและการกู้ภัยทางน้ำรวม 74 นาย ซึ่งพร้อมปฏิบัติการทันทีในจุดวิกฤต

สำหรับยุทโธปกรณ์ทางน้ำที่เตรียมพร้อม ได้แก่ สปีดโบ๊ท 3 ลำ เรือยาง 12 ลำ และเรือท้องแบน 10 ลำ รวม 25 ลำ พร้อมรถยนต์สนับสนุนภารกิจอีก 21 คัน ขณะเดียวกัน ภารกิจจากทางอากาศยังคงดำเนินต่อเนื่อง โดยเฮลิคอปเตอร์ของ ทส. ถูกส่งเข้าสนับสนุนการขนย้ายผู้ประสบภัยในพื้นที่เข้าถึงยาก

นายสุชาติกล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของประชาชน จึงสั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัด ทส. เตรียมพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและทั่วถึง

“ผมเข้าใจดีว่าพี่น้องประชาชนกำลังเผชิญกับความยากลำบาก หลายครอบครัวต้องอพยพออกจากบ้าน บางท่านสูญเสียทรัพย์สินที่หามาทั้งชีวิต ผมอยากให้ทุกคนมั่นใจว่ารัฐบาลภายใต้การนำของท่านนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ไม่ได้ทอดทิ้งพี่น้องไปไหน เราระดมทุกกำลังที่มี ทั้งเฮลิคอปเตอร์ เรือ และเจ้าหน้าที่ที่ชำนาญการทางน้ำ พร้อมเข้าถึงทุกพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง ขอให้พี่น้องอดทนและดูแลตัวเองให้ปลอดภัย เราจะผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน” นายสุชาติ กล่าว

‘ชาดา’ส่งเรือท้องแบน-เจ็ตสกี ลงใต้ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม บอกไม่มีรัฐบาลไหนในโลกได้รับคำชม

‘ชาดา’ส่งเรือท้องแบน-เจ็ตสกี ลงใต้ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม บอกไม่มีรัฐบาลไหนในโลกได้รับคำชม

‘ชาดา’ส่งเรือท้องแบน-เจ็ตสกี ลงใต้ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม บอกไม่มีรัฐบาลไหนในโลกได้รับคำชม

วันพุธ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 09.18 น.

‘ชาดา’ส่งเรือท้องแบน-เจ็ตสกี สมทบคณะนายกฯ ลงใต้ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม บอกไม่มีรัฐบาลไหนในโลกได้รับคำชม หลังถูกวิจารณ์ช่วยเหลือล่าช้า

เมื่อเวลา 07.15 น.วันที่ 26 พ.ย.68 ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ นายชาดา ไทยเศรษฐ์  สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย  (ภท.) และประธานวิปรัฐบาล​ เดินทางลงพื้นที่อำเภอหาดใหญ่จังหวัดสงขลา​ พร้อมนายกรัฐมนตรี​ เพื่อช่วยเหลือประชาชน​ ที่ประสบอุทกภัยซึ่งก่อนเดินทางเปิดเผยว่า ได้นำสิ่งของไปช่วยเหลือไม่ว่าจะเป็นอาหารแห้ง ไข่ไก่ 60,000 ฟอง เจ็ทสกี 4 ลำ เรือท้องแบน 5 ลำ  และเมื่อวานนี้นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒน​ธรรม​ ก็ได้ระดมนักเจ็ตสกีทีมชาติ ลงไปช่วยเหลือเพื่อช่วยอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ แล้ววันนี้นายกรัฐมนตรีก็จะลงพื้นที่ไปติดตามสถานการณ์การช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่

ส่วนเรื่องของการระดมความช่วยเหลือจากทุกภาคส่วนนั้น นายชาดา มองว่าเป็นเรื่องดีแต่ต้องมีการจัดระบบด้วย โดยมีศูนย์กลางรวบรวมข้อมูล ไม่ใช่ต่างคนต่างช่วย แต่ก็ยอมรับว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นฉุกละหุก ก็อาจจะทำให้ส่วนหนึ่งไม่ได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง

ส่วนกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงความล่าช้าของรัฐบาล ที่เมื่อวานเพิ่งมีการตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศปกฉ.) นั้น นายชาดา กล่าวว่า ไม่เคยเห็นรัฐบาลไหนในโลกได้รับคำชม แต่เกิดขึ้นแล้วจะแก้ไขอย่างไรหลังจากนั้นจะได้รับคำชม ว่าจะเยียวยาอย่างไรเรื่องที่อยู่อาศัยจะเป็นอย่างไร แต่เชื่อว่าผู้ใหญ่ได้วางแผนไว้ทั้งหมดแล้ว

‘นายกฯ’นำคณะลงพื้นที่สงขลารอบ3 ระดมสรรพกำลังกู้วิกฤต‘น้ำท่วมหาดใหญ่’

‘นายกฯ’นำคณะลงพื้นที่สงขลารอบ3 ระดมสรรพกำลังกู้วิกฤต‘น้ำท่วมหาดใหญ่’

‘นายกฯ’นำคณะลงพื้นที่สงขลารอบ3 ระดมสรรพกำลังกู้วิกฤต‘น้ำท่วมหาดใหญ่’

วันพุธ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 09.09 น.

‘นายกฯ’นำคณะลงพื้นที่‘น้ำท่วมสงขลา’​รอบ​3 ขนสิ่งของอุปโภคบริโภค-เจ็ตสกี-ทีมกู้ชีพ เต็มลำ​ C130 ระดมสรรพ​กำลัง​ช่วยวิกฤตน้ำท่วมเมืองหาดใหญ่

เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 26 พ.ย.68 ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6)ดอนเมือง กรุงเทพฯ นายอนุทิน​ ชาญวีรกูล​ นายก​รัฐมนตรี​และ​รมว.มหาดไทย​ พร้อมด้วยนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล​ รมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม​ (อว.)นายชาดา​ ไทยเศรษฐ์​ ประธานคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล)​ น.ส.ไตร​ศุลี​ ไตร​สร​ณ​กุล​ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี​ ปลัดกระทรวงมหาดไทย​ นำทีมลงพื้นที่จังหวัดสงขลา​ เพื่อบัญชาการและติดตามสถานการณ์วิกฤติ​น้ำท่วม​ โดยการลงพื้นที่จังหวัดสงขลาในวันเดียวกันนี้เป็นการลงพื้นที่ครั้งที่ 3 ของนายกฯ นอกจากนี้นายกฯ ยังได้นำทีมกู้ชีพจากหลายหน่วยงาน คนขับเจ็ตสกี ร่วมคณะลงพื้นที่ในครั้งนี้ด้วย  และนำสิ่งของอุปโภคบริโภคเจ็ตสกีใส่เครื่อง​บิน C130 ไปด้วย

อย่างไรก็ตาม​ ก่อนเดินทาง​นายกฯ​ ไม่ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน​แต่อย่างใด เพียงแต่หันมายิ้มทักทายสื่อมวลชนเท่านั้น​

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับกำหนดการ​เดินทาง ลงพื้นที่จังหวัดสงขลาของนายกฯและคณะ ออกเดินทางจากบน.6 ไปยังท่าอากาศยานหาดใหญ่ ก่อนจะเดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ ไปยังมณฑลทหารบกที่ 42 (มทบ.42) เพื่อประชุมติดตามและบัญชาการสถานการณ์อุทกภัย ก่อนลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานโรงครัวพระราชทานและครัวสนาม

จากนั้นนายกฯและคณะ ออกเดินทางด้วยรถยนต์ จากมณฑลทหารบกที่ 42 ไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราว ที่อาคารศูนย์กีฬามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่อเพื่อเยี่ยมให้กำลังใจประชาชนผู้ประสบภัย​ ก่อนลงพื้นที่ชุมชน​ในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ และเดินทางกลับกรุงเทพมหานครในช่วงเย็น

‘กองทัพไทย’แจงอำนาจหน้าที่’ศป.กฉ.’ส่วนหน้า ลุยน้ำท่วมหาดใหญ่ ตั้ง’เสธ.เบิร์ด’เป็นโฆษกฯ

'กองทัพไทย'แจงอำนาจหน้าที่'ศป.กฉ.'ส่วนหน้า ลุยน้ำท่วมหาดใหญ่ ตั้ง'เสธ.เบิร์ด'เป็นโฆษกฯ

‘กองทัพไทย’แจงอำนาจหน้าที่’ศป.กฉ.’ส่วนหน้า ลุยน้ำท่วมหาดใหญ่ ตั้ง’เสธ.เบิร์ด’เป็นโฆษกฯ

วันพุธ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 09.02 น.

‘กองทัพไทย’แจงอำนาจหน้าที่’ศป.กฉ.’ส่วนหน้า ลุยน้ำท่วมหาดใหญ่ ตั้ง’เสธ.เบิร์ด’เป็นโฆษกฯ แถลงข่าว-สื่อสารสถานการณ์ พร้อมแบ่งพื้นที่หน่วยทหารรับผิดชอบ 4 เขต

เมื่อวันที่ 26 พ.ย.2568 ตามที่รัฐบาลได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเขตท้องที่ จ.สงขลา ตั้งแต่วันที่ 25 พ.ย.2568 – 25 ก.พ.2569 เนื่องจากอุทกภัยรุนแรงจากฝนตกหนักต่อเนื่อง โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน และได้มีประกาศจัดตั้ง “ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัยส่วนหน้า หรือ ศป.กฉ.ส่วนหน้า ขึ้น เพื่อบูรณาการกำลังพล ยุทโธปกรณ์ และทรัพยากรจากทุกเหล่าทัพ รวมทั้งส่วนราชการและภาคเอกชนต่างๆ เข้าสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนในจังหวัดสงขลาอย่างเร่งด่วนและเป็นเอกภาพ โดยศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัยส่วนหน้า (ศป.กฉ.ส่วนหน้า) มีอำนาจและหน้าที่ ดังนี้ 

1.ติดตาม วิเคราะห์ ประเมินสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่รับผิดชอบอย่างต่อเนื่อง  

2. ประสานความร่วมมือและประสานการปฏิบัติกับส่วนราชการ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมในพื้นที่ ตลอดจนองค์กรที่เกี่ยวข้องในการสนับสนุนและช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่รับผิดชอบ 

3. อำนวยการ ประสานงาน กำกับดูแลและให้การสนับสนุนช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสงขลา รวมทั้งดำเนินการอื่นใดในเรื่องที่เหมาะสมและเกื้อกูลในการป้องกันและแก้ใขปัญหาอุทกภัยได้อย่างรวดเร็ว และทันเวลาเพื่อมิให้ขยายขอบเขตหรือส่งผลกระทบในวงกว้าง 

4. รายงานผลการปฏิบัติให้นายกรัฐมนตรี หรือ คณะรัฐมนตรีทราบ 

5. ดำเนินการอื่นใดตามที่นายกรัฐมนตรี หรือ คณะรัฐมนตรีมอบหมาย 

โดย ศป.กฉ.ส่วนหน้า มีที่ตั้ง ณ กองบิน 56 อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา หรือสามารถเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่ที่เหมาะสมตามสถานการณ์ โดยมีภารกิจสำคัญในการอำนวยการ ควบคุม และประสานการปฏิบัติด้านบรรเทาสาธารณภัยร่วมกับหน่วยทหาร ส่วนราชการ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมในพื้นที่ รวมทั้งการประสานงานกับกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (ส่วนหน้า) เมื่อมีการจัดตั้ง โดยมีกำลังสนับสนุนจาก กรมการสื่อสารทหาร ในการจัดตั้งเสาสัญญาณ กรมแผนที่ทหาร ในการจัดอากาศยาน กรมส่งกำลังบำรุงทหาร และ กรมยุทธบริการทหาร ในการสนับสนุนการเคลื่อนย้าย รวมทั้งทีมแพทย์ในการเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย 

นอกจากนี้ ยังสั่งการให้ทุกเหล่าทัพและส่วนราชการในสังกัดกองบัญชาการกองทัพไทยรับคำสั่งให้สนับสนุนภารกิจของ ศป.กฉ.ส่วนหน้า โดยทันทีเมื่อได้รับการประสาน เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพสูงสุด

และเพื่อให้การสื่อสารข้อมูลสำคัญเป็นไปอย่างครบถ้วน ชัดเจน และทันต่อเหตุการณ์ จึงได้แต่งตั้ง พลโท วันชนะ สวัสดี ทำหน้าที่ โฆษกศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (โฆษก ศป.กฉ.)  เพื่อทำหน้าที่ในการแถลงข่าว สื่อสารสถานการณ์ และเผยแพร่มาตรการต่าง ๆ ที่ต่อสาธารณชนอย่างเป็นระบบ

ทั้งนี้ กองบัญชาการกองทัพไทยยืนยันเจตนารมณ์ “ช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลัง” ด้วยการจัดกำลังพล ยุทโธปกรณ์ แพทย์ทหาร  ระบบสื่อสาร และเครื่องมือกู้ภัยลงพื้นที่สนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ภายใต้หลัก “ทหารอยู่เคียงข้างประชาชนทุกสถานการณ์” โดย ศป.กฉ.ส่วนหน้า ได้เข้าปฏิบัติภารกิจตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 และจะจบภารกิจเมื่อสถานการณ์คลี่คลายอย่างสมบูรณ์

ทั้งนี้ได้มี การแบ่งเขตความรับผิดชอบของหน่วยทหารในพื้นที่ ได้แก่ 
-เขตที่ 1 กรม.พัฒนาที่ 4และ พัน.พัฒนาที่ 4
-เขตที่ 2 ร.5 พัน.1
-เขตที่ 3ป.5พัน.5
-เขตที่ 4พัน.ร.มทบ.42
 

‘นิกร’วอนรัฐบาลงัดแผน‘ศบปภ.’ ช่วยกลุ่มเปราะบาง น้ำท่วมหาดใหญ่-จังหวัดภาคใต้

‘นิกร’วอนรัฐบาลงัดแผน‘ศบปภ.’ ช่วยกลุ่มเปราะบาง น้ำท่วมหาดใหญ่-จังหวัดภาคใต้

‘นิกร’วอนรัฐบาลงัดแผน‘ศบปภ.’ ช่วยกลุ่มเปราะบาง น้ำท่วมหาดใหญ่-จังหวัดภาคใต้

วันพุธ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 08.55 น.

‘นิกร’วอนรัฐบาลงัดแผน‘ศบปภ.’ ช่วยกลุ่มเปราะบาง น้ำท่วมหาดใหญ่-จังหวัดภาคใต้

26 พฤศจิกายน 2568 นายนิกร จำนง อดีตประธานคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (นายวราวุธ ศิลปอาชา) ซึ่งตั้งศูนย์บริหารการดูแลกลุ่มเปราะบางจากภัยพิบัติหรือ “ศบปภ.” ในกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ขึ้น และดำเนินการบริหารศูนย์มาเกือบ 2 ปีแล้ว ระบุว่า ในฐานะคนสงขลาขอวิงวอน เสนอให้รัฐบาลนำแผนบริหารการดูแลกลุ่มเปราะบางจากภัยพิบัติของศูนย์ ศบปภ.ในกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์กลับมาใช้ในจังหวัดสงขลาและจังหวัดโดยรอบในทันที เชื่อว่าข้อมูลและแผนงานที่เคยเตรียมไว้ตลอดจนการที่เคยซ้อมแผนไว้ก่อนจะสามารถช่วยเหลือและเยียวยาประชาชนกลุ่มเปราะบางได้มากอย่างแน่นอน และต้องขออภัย พร้อมออกตัวว่าไม่ใช่การแทรกแซงงานของใครแต่ด้วยความเป็นห่วงพี่น้องในภาคใต้บ้านเกิดของตนที่ตกอยูในสภาวะยากลำบากมาก จึงขอวิงวอนมาให้นำมาปรับใช้เป็นเครื่องมือช่วยเหลือ

นายนิกร กล่าวว่า ขอให้นำแผนดังกล่าวกลับมาใช้ในจังหวัดสงขลาและจังหวัดโดยรอบในทันที โดยเชื่อว่าข้อมูลและแผนงานที่เคยเตรียมไว้ตลอดจนการที่เคยซ้อมแผนไว้ก่อนถึงสองครั้งของจังหวัดสงขลาจะสามารถช่วยเหลือและเยียวยาประชาชนกลุ่มเปราะบางได้แม่นยำมากกว่าอย่างแน่นอน  โดยเป็นแผนงานให้ความช่วยเหลือ ดูแล และเยียวยาเปราะบาง รวมทั้งการจัดทำข้อมูลกลุ่มเปราะบางไว้ครบถ้วนจนถึงระดับตำบลครบทุกจังหวัดโดยเฉพาะจังหวัดสงขลาซึ่งเป็นจังหวัดเริ่มทำแผนและซ้อมแผนเผชิญเหตุเป็นจังหวัดแรกของประเทศไทยเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2567

ต่อมาตลอดรวมทั้งทุกจังหวัดในภาคใต้ที่กำลังเริ่มเผชิญกับอุทกภัยแล้วหลายจังหวัด ตนในฐานะเคยรับผิดชอบดูแลศูนย์นี้เชื่อว่าจะมีประโยชน์มาก เพราะได้ซักซ้อมกับข้าราชการของพม.ทุกระดับร่วมกับส่วนอื่นในทุกจังหวัดไว้ก่อนแล้ว จึงขอให้นำข้อมูลนั้นมาใช้ดูแลประชาชนได้ทันที ซึ่งรองนายกรัฐมนตรีธรรมนัส พรหมเผ่าท่านก็กำกับดูแลกระทรวงพม.อยู่ด้วยแล้วก็จะเป็นเครื่องมือในการช่วยประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มเปราะบางทั้งเด็กเล็ก ผู้สูงอายุและคนพิการซึ่งตนตรวจสอบลงไปดูแล้วกำลังตกอยู่ในภาวะคับขันมาก ในแผนที่ว่านี้ได้กำหนดรายละเอียดทั้งสิ่งของจำเป็นที่ไม่ค่อยมีในถุงยังชีพในยามเกิดภัย เช่น นมสำหรับเด็กเล็ก แพมเพิสสำหรับทั้งเด็กและคนพิการตลอดจนยาบำรุงที่จำเป็นสำหรับผู้สูงอายุตลอดตนสิ่งของจำเป็นอื่นๆด้วยแล้ว

การเยียวยาหลังน้ำลดก็เป็นหน้าที่สำคัญของกระทรวงพม.ก็มีแผนจัดทำไว้แล้วเช่นกัน ขาดแต่การปรับปรุงเกี่ยวกับงบกลางที่จะใช้ ซึ่งที่ผ่านได้ประชุมทำข้อตกลงกับกรมบัญชีกลางไว้แล้วทั้งค่าใช้จ่ายในช่วงเผชิญเหตุสำหรับกลุ่มเปราะบางและการเยียวยาประชาชนช่วงหลังน้ำลดที่จะต้องเตรียมการไว้ได้แล้ว ตนจึงขอให้รัฐมนตรีภราดร ปริศนานันทกุล ที่มีหน้าที่และอำนาจรับผิดชอบในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัยและในฐานะรับผิดชอบดูแลสำนักงบประมาณรับไปพิจารณาในโอกาสแรกทันที