‘อนุทิน’นำคณะบินข้ามจังหวัด เยี่ยมปชช.-มอบถุงยังชีพ ช่วยน้ำท่วมสงขลา

'อนุทิน'นำคณะบินข้ามจังหวัด เยี่ยมปชช.-มอบถุงยังชีพ ช่วยน้ำท่วมสงขลา

‘อนุทิน’นำคณะบินข้ามจังหวัด เยี่ยมปชช.-มอบถุงยังชีพ ช่วยน้ำท่วมสงขลา

วันเสาร์ ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.09 น.

‘อนุทิน’นำคณะบินข้ามจังหวัด เยี่ยมปชช.-มอบถุงยังชีพ ช่วยน้ำท่วมสงขลา

เมื่อเวลา 13.45 น.วันที่ 22 พ.ย.2568 ที่ท่าอากาศยานนานาชาติขอนแก่น นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะ ออกเดินทางต่อไปที่ จ.สงขลา เพื่อเยี่ยมและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ จ.สงขลา พร้อมมอบถุงยังชีพให้กับประชาชน บริเวณสี่แยกโรงปูน (บิ๊กซี) จนถึงวงเวียนน้ำพุ เมื่อเดินทางถึงรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์จากนายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา

‘ป๊อบ สุไพรพล-จักรภพ เพ็ญแข’ยก‘รร.บวรมงคล’ฝีมือ‘เปตอง’ระดับชาติ ยกเป็น‘หมอนทองวิทยา’บางพลัด

‘ป๊อบ สุไพรพล-จักรภพ เพ็ญแข’ยก‘รร.บวรมงคล’ฝีมือ‘เปตอง’ระดับชาติ ยกเป็น‘หมอนทองวิทยา’บางพลัด

‘ป๊อบ สุไพรพล-จักรภพ เพ็ญแข’ยก‘รร.บวรมงคล’ฝีมือ‘เปตอง’ระดับชาติ ยกเป็น‘หมอนทองวิทยา’บางพลัด

วันเสาร์ ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.00 น.

‘ป๊อบ สุไพรพล-จักรภพ เพ็ญแข’ลงพื้นที่เยี่ยม‘โรงเรียนบวรมงคล’ ชี้มีจุดเด่นเรื่องกีฬา‘เปตอง’ฝีมือระดับชาติ ยกเป็น‘หมอนทองวิทยา’แห่งบางพลัด

22 พฤศจิกายน 2568 นายสุไพรพล หรือ ป๊อบ เพ็ญแข ว่าที่ผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อไทย คู่ชีวิตนายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุค โดยระบุว่า  ป๊อบเชื่อว่า ของดีหรือคนดีในระดับชาติ แม้แต่จะผลักไปสู่ระดับโลกให้ได้สักวันหนึ่ง ต้องเริ่มจากระดับท้องถิ่น ที่ต้องมองให้ละเอียด มองแบบค้นหาเพชรมาเจียระไน และเราก็ช่วยเหลือในการหาเครื่องมือและวิธีการในการเจียระไนเพชรเหล่านั้น

“เมื่อวาน ป๊อบได้ไปเยี่ยมน้อง ๆ นักเรียนมัธยมและท่านอาจารย์หลายร้อยท่านเมื่อวานนี้ ยังสนุกไม่หายเลย โรงเรียนบวรมงคล ซอยจรัญสนิทวงศ์ 46 บางพลัด มีทีมกีฬาดี ๆ ฝีมือระดับชาติ ที่ป๊อบทราบมาว่า ได้เริ่มสร้างด้วยทุนน้อย แต่ท่านผู้บริหารและอาจารย์หลายท่านได้สละตนเองเพื่อสนับสนุนนักกีฬารุ่นจิ๋วเหล่านี้มาตลอด ได้ทราบแล้วก็ซึ้งใจมากๆ ป๊อบในฐานะที่พรรคเพื่อไทยส่งลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ในเขตนี้ ก็เลยชวนพี่เอก (อดีต รมต. จักรภพฯ) ลงพื้นที่ไปเยี่ยมทันที ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นมาก และได้รู้เรื่องราวต่าง ๆ มากขึ้นเยอะด้วย” ว่าที่ผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อไทย  กล่าว

นายสุไพรพล กล่าวอีกว่า ว่าที่ ร.ต.วัชรา งามมีฤทธิ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบวรมงคล เล่าว่า กีฬาเก่งของนักเรียนโรงเรียนนี้ก็คือ เปตอง ซึ่งเก่งขนาดชนะการแข่งขันและพาตัวเองเลื่อนชั้นสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงการแข่งขันในระดับชาติ โค๊ชหรือครูแสงผู้เป็นหัวหน้าทีมในเรื่องนี้ เล่าเสริมว่า เปตองช่วยเหลือผู้เล่นไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ให้รู้จักคิดวิเคราะห์ ตั้งสมาธิ และระมัดระวังความเคลื่อนไหวของตนเองทุกอย่าง จึงเป็นกีฬาที่ช่วยพัฒนาคนและสังคมได้ดีเหลือเกิน จึงอยากให้ป๊อบและพี่ช่วยสื่อสื่อสารเรื่องนี้ให้ผู้มีจิตศรัทธาและอยากช่วยเด็ก ๆ ได้มีโอกาสส่งเสริมเรื่องนี้อย่างเป็นระบบ ซึ่งเราก็รับมาทันทีด้วยความยินดีปรีดา และอยากให้ประสบความสำเร็จเหมือน หมอนทองวิทยา บางพลัด ที่เริ่มเติบโตจากท้องถิ่นมุ่งสู่ระดับชาติ

“ป๊อบดีใจครับที่ได้มาลง ส.ส. ในเขตบางพลัดและบางกอกน้อย เพราะทำให้ได้เห็นของมีค่า มากมายเหลือเกินที่จะพัฒนาให้เป็นความภาคภูมิใจของเขต ของ กทม. และของประเทศชาติเราต่อไป” สุไพรพล กล่าว

นายจักรภพ กล่าวเสริมว่า พื้นที่เขตบางพลัด เจ้าของพื้นที่เป็นพรรคประชาชน แต่เจ้าตัวตัดสินใจไม่ลงคราวนี้ พรรคประชาชนก็ต้องส่งคนหน้าใหม่มาลงเช่นเดียวกัน ในส่วนของพรรคเพื่อไทย ตอนนี้ได้จัดทีมเยี่ยมประชาชน เนื่องจากพื้นที่ นี้มีชุมชนมาก คนยากจนเยอะ มีทั้งบนบกและริมน้ำ ซึ่งตนและ ป๊อบ ยืนยันจะทำงานร่วมกันอย่างเต็มความสามารถเพื่อประชาชนในพื้นที่นี้

วันเดียวกันในช่วงเย็น เมื่อทั้งสองกลับถึงศูนย์อำนวยการเลือกตั้ง ก็เกิดเหตุไม่คาดคิดเกิดขึ้น โดย นายสุไพรพล เล่าวว่า ขณะที่กำลังประชุมกับทีมงานกันอยู่ดี ๆ ได้ยินเสียงโครมที่หน้าสำนักงานของเราริมถนนจรัญสนิทวงศ์ วิ่งไปดู ปรากฎว่า เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนรถมอเตอร์ไซด์ น้องผู้ชายที่ขี่มอเตอร์ไซด์ลงมานอนหงายอยู่กับพื้น เลือดออกเต็มที่ขา ป๊อบกับทีมงานรีบกั้นการจราจรตรงจุดนั้น เพราะเกรงอุบัติเหตุซ้ำสอง และเรียกรถพยาบาลทันที ระหว่างนั้นเราช่วยกันชวนคนเจ็บคุยอยู่ตลอด เพื่อให้ได้สติ แต่ไม่ขยับเขยื้อนร่างกายของน้องเขาแม้แต่น้อยนิด สักครู่เจ้าหน้าที่ก็มาถึงและรับตัวไป ท่าทางไม่เป็นอะไรมาก อย่างน้อยก็ในสายตาของพวกเรา พอเหตุการณ์ผ่านไปแล้วก็รู้สึกโล่งใจที่น้องเขาท่าทางปลอดภัยดี เราเลยคุยแหย่กันเล่นกันว่า เรานี่โอกาสดีนะ ดูสิ ตั้งสำนักงานปั๊บ ได้ช่วยเหลือประชาชนปุ๊บเลย!

‘นายกฯ’มอบนโยบาย สั่งห้ามบอกประเทศไม่ใช่ของเราคนเดียว ลั่นคิดแบบนี้ประเทศบรรลัยพอดี

'นายกฯ'มอบนโยบาย สั่งห้ามบอกประเทศไม่ใช่ของเราคนเดียว ลั่นคิดแบบนี้ประเทศบรรลัยพอดี

‘นายกฯ’มอบนโยบาย สั่งห้ามบอกประเทศไม่ใช่ของเราคนเดียว ลั่นคิดแบบนี้ประเทศบรรลัยพอดี

วันเสาร์ ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 14.56 น.

‘นายกฯ’มอบนโยบายขรก.ท้องถิ่น ขอนแก่น ขอเร่งอำนวยความสะดวกประชาชนคนละครึ่งพลัสเฟส 2 หลังเฟสแรกเงินเหลือเกือบ 5,000 ล้าน คาดมาจากชายขอบไม่ได้ใช้สิทธิ์ สั่งห้ามใช้คำว่าประเทศไม่ใช่ของเราคนเดียว หากล้านคนคิด ประเทศบรรลัยพอดี บอกอยู่ไม่ติดขอเปลี่ยนไฟลต์บินตรงขอนแก่น-สงขลาตรวจน้ำท่วมบ่ายนี้

เมื่อวลา 12.00 น. วันที่ 22 พ.ย.2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางมายังศูนย์การประชุมและแสดงสินค้านานาชาติไคซ์ ขอนแก่น ต.เมืองเก่า อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น เพื่อมอบนโยบายแก่หัวหน้าส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สารวัตร ผู้ช่วยผู้บริหารท้องถิ่น และสมาชิกสภาท้องถิ่น ประมาณ 1,200 คน 

โดยเมื่อนายกรัฐมนตรีและคณะ เดินทางมาถึง นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ได้กล่าวให้การต้อนรับนายกรัฐมนตรี ที่ได้มาให้คำแนะนำในการปฏิบัติราชการและลงตรวจราชการในพื้นที่ จ.ขอนแก่น

จากนั้น นายกรัฐมนตรี ได้ขึ้นกล่าวมอบนโยบายบนเวที โดยระบุว่า วันนี้ที่มาปฏิบัติราชการใน จ.ขอนแก่น ตอนแรกตนคิดว่าจะเดินทางไป จ.อุดรธานีด้วย เพื่อติดตามการแก้ปัญหาน้ำท่วม แต่เมื่อเดินทางมาถึงได้ทราบสถานการณ์น้ำท่วมในเขตจังหวัดภาคใต้หลายจังหวัดที่ทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ตนและคณะจึงมีความจำเป็นที่จะต้องเดินทางลงไปที่ จ.สงขลา หลังจากที่ได้พบทุกท่านในที่ประชุมแห่งนี้ โดยจะพยายามทำให้ไม่เสียงาน และได้ใช้เวลาพบปะกับทุกท่านให้ครบถ้วนสมบูรณ์ 

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การที่เราได้มาพบกันในวันนี้ ถือว่าเป็นการทำความรู้จักคุ้นเคยกัน ถึงแม้ว่ารัฐบาลของตนจะมีเวลาไม่นานนัก เพราะเราเข้ามาเพื่อทำให้การเมืองเป็นปกติ นิ่งลง และคืนอำนาจให้กับประชาชน แต่เราจะทำงานให้กับพี่น้องประชาชนอย่างไม่หยุดนิ่ง และไม่ถอยหลัง เพราะหากจะอยู่เฉยๆ ไม่ทำอะไรเลยแล้วไปรอเลือกตั้งอย่างเดียวก็คงไม่ได้ แต่ต้องดำเนินนโยบายที่เป็นประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนคู่ขนานกันไปด้วย เพื่อให้มีประสิทธิภาพอย่างเต็มที่ เช่น การขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ และการผลักดันราคาพืชผลทางการเกษตรให้ได้ราคาสูงที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ เป็นต้น ไม่ใช่ปล่อยให้เวลาล่วงเลยไป แล้วบอกว่าหลังเลือกตั้งค่อยมาว่ากันอีกทีหนึ่ง ฉะนั้นเราจะใช้ทุกองคาพยพที่เรามี ขับเคลื่อนนโยบายที่ทำแล้วได้ผลเลย ด้วยเหตุนี้เราจึงมีนโยบาย Quick big win เพื่อครอบคลุมให้ทุกส่วนได้รับประโยชน์จากนโยบาย และทำให้เกิดประโยชน์ประชาชนได้มากที่สุด 

ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรี ยังได้ยกตัวอย่าง“นโยบายคนละครึ่งพลัส” ที่ดำเนินการมา และมีส่วนทำให้เกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงินและการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้นอย่างเห็นได้ชัด และที่สำคัญพี่น้องประชาชนต้องพึงพอใจที่ได้มีส่วนร่วมในการดำเนินนโยบาย และเกิดความสบายใจทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย

ส่วนการแก้ไขปัญหายาเสพติด นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ผ่านมาเราเน้นการจับกุม แต่การฟื้นฟูยังทำได้ไม่ทั่วถึง ทำให้ผู้เสพกลับมาใช้ซ้ำ รัฐบาลจึงตั้งเป้าหมายลดผู้เสพ เพิ่มผู้รักษาปราบปรามผู้ค้า และทำลายแหล่งผลิตอย่างจริงจัง ซึ่งตนขอชื่นชม จ.ขอนแก่น ที่เป็นต้นแบบการทำงานของศูนย์คอมมูนิตี้ไอโซเลชั่น ที่มีชุมชนร่วมกันดูแล ดังนั้นขอให้ทุกท่านช่วยกันค้นหาคัดกรองผู้เสพยาเสพติดในทุกหมู่บ้าน พร้อมทั้งจัดตั้งศูนย์ฟื้นฟูในชุมชน เพื่อนำมาฟื้นฟูและติดตามป้องกันไม่ให้กลับไปใช้ยาเสพติดซ้ำอีก ขณะเดียวกันก็ต้องปราบปรามผู้ค้าและเอ็กซเรย์ยาเสพติดที่ขนถ่ายเข้ามาอย่างเด็ดขาดโดยช่วยกันสอดส่องด้วย เพราะหากลดตรงนี้ได้ ภาพรวมของประเทศก็จะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 

ขณะที่ การสร้างอาชีพและการเพิ่มรายได้ให้กับพี่น้องประชาชน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องนี้คือหัวใจของการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน เพื่อพัฒนาอาชีพ และเพิ่มตลาดรองรับการขายสินค้า จึงอยากให้จังหวัดช่วยกันผลักดันการรวมกลุ่มอาชีพ ด้วยการจัดทำแผนงานสร้างอาชีพและเพิ่มรายได้ที่สามารถวัดผลได้จริง เชื่อมโยงกับนโยบายของรัฐบาลคือ สนับสนุนสินค้าไทย เช่น OTOP ซึ่งตนเคยให้หลักไว้ว่าคนต้องซื้อด้วยคุณภาพไม่ใช่เพราะความสงสาร 

สำหรับการส่งเสริมการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เพื่อเป็นช่องทางทำให้เกิดเงินทุนหมุนเวียน และกระจายรายได้ในพื้นที่โดยตรง โดยเน้นจุดแข็งในการทำขนบธรรมเนียมประเพณี และธรรมชาติในแต่ละพื้นที่ ให้สามารถที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ ขณะที่ จ.ขอนแก่นต้องทำให้จังหวัดเป็นศูนย์กลางสร้างเศรษฐกิจในเขตอีสานควบคู่กับจังหวัดใกล้เคียงรวมกันเป็นภูมิภาค เพราะต่อไปจะมีรถไฟ ที่จะช่วยเพิ่มการคมนาคมขนส่งสินค้าอีกช่องทางหนึ่ง และทำให้เกิดโอกาสในการจ้างงานมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย นายกรัฐมนตรี ขอให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้เร่งทำน้ำสะอาดให้กับประชาชน และทำให้น้ำไหลไฟสว่างทางเกิดขึ้นทุกชุมชน เพื่อทำให้ต้นทุนของการใช้ชีวิตประชาชนลดลง และไม่มีค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพ เพราะตอนนี้สังคมสูงวัยเราก็ต้องเน้นในเรื่องของการป้องกันโรค รัฐจึงพยายามสร้างระบบให้ประชาชนมีคุณภาพที่ดี ซึ่งตนได้มอบให้ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ไปเร่งศึกษาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดทำขั้นตอนขยายเวลาเกษียณอายุราชการ แบบขั้นบันได ไม่ใช่ 65 ปี โดยทำเป็นระบบใหม่และล้างระบบเก่า 

นายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำถึงโครงการคนละครึ่งพลัส ว่า โครงการนี้มีประโยชน์กับประชาชนเป็นอย่างมาก ซึ่งหน้าที่ของพวกเราต้องคอยดูแลให้ประชาชนใช้สิทธิ์อย่างครบถ้วน เพราะคราวที่แล้วเฟส 1 ยังเหลือเงินอยู่ 4-5 พันล้านบาท เราจึงต้องพยายามไปหาวงเงิน ว่าจะเอาส่วนไหนมาทำโดยที่ไม่กระทบต่องบประมาณของประชาชน ดังนั้นฝ่ายปกครองต้องเร่งรัดให้ประชาชนเข้าไปใช้สิทธิ์อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล เช่น การจัดทำโปรโมชั่น หรือ เยี่ยมเยียนพี่น้องในหมู่บ้าน แต่หากมีการทุจริต ก็ขอให้เร่งดำเนินคดีอย่าให้คนเหล่านี้มาเอาเปรียบประชาชน ไม่ใช่ทำอะไรก็โกงหมดเหมือนในสมัยก่อนที่เงิน 10,000 บาท ยังไม่ถึงมือประชาชนก็ถูกผู้มีอิทธิพลโกง จึงขอฝากทุกคนช่วยกันตรวจสอบด้วย เพราะหากโครงการนี้มีความสำเร็จและกระตุ้นเศรษฐกิจได้ ก็จะมีคนเรียกร้องถึงเฟส 2 พร้อมระบุต่อว่า ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้นำเสนอเค้าโครงเรื่องนี้มาแล้ว ว่าจะต้องนำมาเสริมทักษะให้กับผู้ประกอบการ รวมถึงชายขอบ ให้เขาสามารถรู้ว่าวิธี และสามารถเพิ่มรายได้ ด้วยการจัดเรียนออนไลน์ และทำให้เขาเข้าถึงเทคโนโลยี  

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ทุกอย่างต้องเกิดจากความฝัน เพราะถ้าไม่ฝัน ก็จะไม่เกิดโครงการดีๆ ฉะนั้นเรื่องนี้เป็นหน้าที่ของรัฐบาล ที่จะต้องทำให้ความเจริญเหล่านี้กระจายไปสู่ภูมิภาค และสร้างสังคมที่แข็งแกร่ง จึงขอให้ทุกท่านร่วมมือกันทำให้ระบบที่เราจะดูแลซึ่งกันและกันเข้มแข็ง ไม่เป็นภาระของรัฐ เพื่อนำความสามัคคีกลับมา

ก่อนเล่าว่า ตอนที่เกิดเหตุการณ์ที่กัมพูชาโจมตีเข้ามา เราต้องอพยพคน เพิ่งเห็นเลยว่าเวลาพวกเรารู้สึกหวงแหนชาติ รู้สึกเป็นห่วงเพื่อนร่วมชาติ พูดตรงๆ ของบริจาคที่เข้ามาช่วยจากทั่วประเทศ ตนทำศูนย์อพยพ อยู่ที่บุรีรัมย์ มีคนเข้ามาอยู่ในนั้น 30,000 คน ขนาดตอนนั้นเป็นฝ่ายค้าน เชื่อหรือไม่ว่า ของที่เข้ามาช่วย มาจากทั่วทุกที่ของประเทศ ของมากพอ บางจังหวัดแทบไม่ต้องเบิกงบ นี่คือน้ำใจของคนไทย ตนเห็นตรงนี้ อย่างไรเสียประเทศไทยของเราในเรื่องของการหวงแหนรักชาติรักแผ่นดิน เรามีความเข้มแข็งมาก มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมาก 

แต่ตนไม่รู้ว่าได้กุศลดี จะได้กลับมาช่วยดูแลชาวบ้าน และเข้ามาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง และเป็นนายกรัฐมนตรี  ตนเห็นภาพ อดีตการทำงานรัฐมนตรี คนละพรรค ถ้าเขาไม่ถูกกัน ก็จะมีปัญหาแบบนั้นแบบนี้ ตนก็พยายามบูรณาการ กันทั้งหมด ตอนนี้รัฐมนตรีที่อยู่คนละพรรคกับตน  ทำงานได้เลย ตนไม่กลัวว่าเขาจะได้คะแนนเสียง ไม่กลัว ไม่กั๊ก  เราเอาสวัสดิภาพและคุณภาพชีวิตของชาวบ้านมาเป็นที่ตั้ง ถ้าบอก ให้เขาทำ แล้วชาวบ้านจะเลือกอีกฝั่ง เลือกไปเถอะครับ เพราะคนเหล่านั้น ก็ช่วยชาวบ้านเหมือนกัน ตนก็ไม่กลัว เพราะสุดท้ายชาวบ้านได้ประโยชน์ ประชาชนได้ประโยชน์ใครทำให้ ตนต้องขอบใจ ช่วยกันทำ สมัยก่อน ตนเสนออะไรไป บอกทำไม่ได้ ทางบุรีรัมย์เสนอขึ้นมา เดี๋ยวภูมิใจไทยได้ประโยชน์แต่ของตนไม่มี พรรคไหนเข้ามาคนไหนเข้ามา ถึงจะเกลียดจะชอบเก็บไว้ในใจ แต่ถ้าพิสูจน์ได้ว่าประโยชน์ตกอยู่กับประชาชนอนุมัติลูกเดียว และอนุมัติด้วยความรวดเร็ว จึงอยากให้ทุกท่านสบายใจ  

วันนี้ท่านแต่งกากีแบบนี้ เราก็แต่งแบบเดียวกันที่คอมีสิงห์ เหมือนกัน  ขอให้ใช้อำนาจหน้าที่ที่มีไปช่วยประชาชนโดยที่ไม่ต้องหวังสิ่งตอบแทนจากประชาชน ห้ามพูดว่าประเทศไม่ใช่ของเราคนเดียว ถ้าคนคิดแบบนี้ ล้านคน แบบนี้บรรลัย เราต้องคิดว่าเราต้องมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือและพัฒนาประเทศ แล้วจะไม่เหน็จเหนื่อย เดี๋ยวเราจะลงพื้นที่ภาคใต้ ถ้าเราคิดแบบนั้น ว่ามีรัฐมนตรีคนอื่นลงแล้ว ถามว่าเราสบายใจหรือไม่ เปิดโทรศัพท์ดู บ้านจะมิดหลังคาอยู่แล้ว เหมือนกับตอนที่หนองคายอุดร โดน ตอนนี้ถึงคิวภาคใต้ อยู่ไม่ติดหรอกครับ นึกว่าวันนี้บ่ายๆได้กลับบ้านพักนิดนึง ไม่ได้แล้ว เดี๋ยวก็ต้องเที่ยวบินพิเศษขอนแก่น-หาดใหญ่ ใครมากับตัวเองก็ขออภัยด้วย เพราะไม่รู้ว่าจะได้กลับกี่โมง อาจจะกลับพรุ่งนี้เช้าก็ได้  

ทั้งนี้ ภายหลังจากเสร็จสิ้นการมอบนโยบาย นายกรรัฐมนตรี ได้ทักทาย พร้อมฝากกำนันผู้ใหญ่บ้าน ให้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐและทำเพื่อพี่น้องประชาชน

‘เสธ.หิ’ป้อง’พีระพันธุ์’ จวกนักการเมืองหนุ่ม อย่าเล่นการเมืองแบบเก่า

'เสธ.หิ'ป้อง'พีระพันธุ์' จวกนักการเมืองหนุ่ม อย่าเล่นการเมืองแบบเก่า

‘เสธ.หิ’ป้อง’พีระพันธุ์’ จวกนักการเมืองหนุ่ม อย่าเล่นการเมืองแบบเก่า

วันเสาร์ ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 13.07 น.

เมื่อวันที่ 22 พ.ย.2568 ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ อดีตผู้อำนวยการพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า “คนรุ่นใหม่ อย่าเล่นการเมืองแบบเก่า!

ผมออกมาจากพรรครวมไทยสร้างชาติหลายเดือนแล้ว ด้วยแนวทางความจำเป็นบางประการ ตั้งแต่ออกมา ก็เฝ้าดูบ้านหลังเก่าด้วยความเป็นห่วง ส่วนตัวผม มาบ้านหลังใหม่ ก็อบอุ่น บรรยากาศดี แต่งานหนัก เพราะผู้ใหญ่บ้านท่านขยันมาก

มาวันนี้ ได้ข่าวว่า มีน้องๆ นักการเมืองรุ่นหนุ่ม ภาพพจน์ดี พูดถึงบ้านหลังเก่าและท่านพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ในทางที่เสียหาย กล่าวร้ายไปถึงทุนเทา หวังทำลายคะแนนเสียงและภาพพจน์ของพรรค

การกล่าวร้ายใส่ความทางการเมือง เป็นวาทกรรมที่ใช้กันเสมอในช่วงใกล้เลือกตั้ง แต่การกล่าวร้ายผู้ที่ให้โอกาส ให้อนาคตในการเริ่มต้นทางการเมือง โดยข้อกล่าวหาที่ร้ายแรงแต่เลือนลอย เพื่อหวังทำลายฐานคะแนนเสียงของพรรครวมไทยสร้างชาติโดยเฉพาะในเขต กทม. เป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ และไม่น่าจะเกิดขึ้นจากคนรุ่นใหม่

ผมในฐานะศิษย์เก่า พรรครวมไทยสร้างชาติ กล้ายืนยันได้ว่า ท่านพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ไม่ใช่คนอย่างที่ท่านกล่าวหาแน่นอน หาคะแนนเสียงด้วยวิธีการอื่นดีกว่าครับ เป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ อย่าเล่นการเมืองแบบนี้เลยครับ มันไม่พัฒนา เอาแบบอย่างพรรคกล้าธรรมก็ได้นะครับ ท่าน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ให้แนวทางชัดเจนครับ ว่าพรรคของเราจะต้องหาเสียงด้วยการทำงานหนัก ให้ประชาชนเห็น ผมมาอยู่ที่นี่ ทำงานอย่างกับนักโดดร่ม คือ สส.และว่าที่ผู้สมัครของที่นี่ ต้องทำงานแข่งกันเป็นวินาทีครับ”

‘นายกฯ’บินด่วนตรวจน้ำท่วมหาดใหญ่ สั่งช่วยปชช.เต็มที่ ไม่ต้องห่วงเรื่องงบฯ

'นายกฯ'บินด่วนตรวจน้ำท่วมหาดใหญ่ สั่งช่วยปชช.เต็มที่ ไม่ต้องห่วงเรื่องงบฯ

‘นายกฯ’บินด่วนตรวจน้ำท่วมหาดใหญ่ สั่งช่วยปชช.เต็มที่ ไม่ต้องห่วงเรื่องงบฯ

วันเสาร์ ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 13.00 น.

‘นายกฯ’บินด่วนตรวจน้ำท่วมหาดใหญ่ จ.สงขลา สั่งระดมเครื่องจักรใหญ่-เครื่องสูบน้ำช่วยปชช.เต็มที่ พร้อมสอบระบบ Cell Broadcast หลังแจ้งเตือนชาวบ้านอพยพไม่ทัน กำชับ ผู้ว่าฯ-ท้องถิ่น ไม่ต้องกังวลงบประมาณช่วยเหลือ 

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 22 พ.ย.2568 ที่ จ.ขอนแก่น นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ภัยพิบัติในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลาว่า ได้รับทราบรายงานแล้ว โดยในช่วงบ่ายวันนี้ตนจะลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์ ขณะนี้ได้รับรายงานเบื้องต้นว่า การช่วยเหลือทุกด้านได้เตรียมพร้อมไว้แล้ว และในส่วนของการดูแลความปลอดภัยด้านต่าง ๆ เหตุการณ์นี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ที่มีน้ำเข้ามาถึงในเขตตัวเมือง

ขณะที่การแจ้งเตือนประชาชนยังไม่ได้รับอย่างทันท่วงที ทำให้เกิดการอพยพล่าช้า นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ต้องมีการตรวจสอบระบบ Cell Broadcast

เมื่อถามว่าระบบ Cell Broadcast ถูกวิพากษ์วิจารณ์อีกครั้งว่า เมื่อถึงเวลาสถานการณ์จริงไม่สามารถใช้งานได้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ต้องตรวจสอบว่าโครงการ Cell Broadcast นั้นเริ่มดำเนินการเมื่อใด ตนออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีในช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา จึงไม่ได้ติดตาม และเมื่อกลับเข้ามาในรัฐบาลอีกครั้ง ขณะนี้ขอเน้นไปที่การดูแลและการช่วยเหลือประชาชนเป็นลำดับแรก

เมื่อถามถึงการตั้งศูนย์อพยพช่วยเหลือประชาชน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้แต่ละจังหวัดได้ประกาศให้เป็นพื้นที่ประสบภัยแล้ว สิ่งที่ตนได้ย้ำกับผู้ว่าราชการจังหวัดคือ ไม่ต้องกังวลเรื่องงบช่วยเหลือ เพราะมีงบสำหรับการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอยู่แล้วจากการประกาศพื้นที่ประสบภัย พร้อมเน้นย้ำให้ส่วนท้องถิ่นอนุมัติการใช้เงินงบประมาณเพื่อช่วยเหลือแบบเร่งด่วนไปก่อน ทั้งนี้ ในวันนี้ตนจะลงพื้นที่เพื่อดูการบูรณาการการช่วยเหลือทั้งหมด ไม่ใช่เฉพาะอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา แต่รวมถึงจังหวัดใกล้เคียงที่ประสบภัยด้วย

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ไปก่อน พร้อมฝากบอกประชาชนในพื้นที่ว่า รัฐบาลจะระดมความช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง โดยเฉพาะเครื่องมือ เครื่องจักร และเครื่องสูบน้ำจากส่วนกลางและจากเขตภาคเหนือ ส่วนมูลค่าความเสียหายนั้น ตนจะรับฟังรายงานอีกครั้งจากการลงพื้นที่ในวันนี้

‘ธรรมนัส’บินด่วนหาดใหญ่! หลังเจอวิกฤตน้ำท่วม ปชช.เดือดร้อนหนัก ติดค้าง ไร้อาหารและไฟฟ้า

'ธรรมนัส'บินด่วนหาดใหญ่! หลังเจอวิกฤตน้ำท่วม ปชช.เดือดร้อนหนัก ติดค้าง ไร้อาหารและไฟฟ้า

‘ธรรมนัส’บินด่วนหาดใหญ่! หลังเจอวิกฤตน้ำท่วม ปชช.เดือดร้อนหนัก ติดค้าง ไร้อาหารและไฟฟ้า

วันเสาร์ ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 12.24 น.

‘ธรรมนัส’บินด่วนหาดใหญ่! หลังเจอวิกฤตน้ำท่วม เมืองจมหลายจุด ปชช.เดือดร้อนหนัก ติดค้าง ไม่มีอาหารและไฟฟ้าใช้

เมื่อวันที่ 22 พ.ย.2568 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยระหว่างการลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดสุรินทร์ เพื่อติดตามปัญหาราคาข้าวว่า ในช่วงบ่ายวันนี้จำเป็นต้องยกเลิกภารกิจที่ จ.สุรินทร์ และมอบหมายให้ นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินการแทน เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งมีฝนตกหนักตั้งแต่ จ.ชุมพรไปจนถึง จ.นราธิวาส โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ จ.สงขลา อ.หาดใหญ่ ซึ่งขณะนี้น้ำจากคลองสามสิบเมตร และคลองสายอื่น ๆ ไหลเข้าท่วมถนนทุกสายย่านใจกลางเมือง ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยเฉพาะเขตเศรษฐกิจชั้นใน ซึ่งร้านค้าและบ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ รวมถึงโรงพยาบาลหาดใหญ่เข้าขั้นวิกฤต บ้านของประชาชน และพี่น้องข้าราชการ ณ เวลานี้ไม่มีอาหาร น้ำดื่ม และไฟฟ้าใช้ 

“ผมจึงต้องปรับกำหนดการ และรีบเดินทางไป อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพราะสถานการณ์ตรงนั้นต้องระดมกำลังเข้าช่วยเหลือกันอย่างเร่งด่วน ผมต้องขออภัยพี่น้องชาวนาที่มารอพบปะและพูดคุยกันในวันนี้ด้วย อย่างไรก็ตาม ผมได้สั่งการให้ท่านที่ปรึกษาชูวิทย์ และปลัดกระทรวงเกษตรฯ ลงรับฟังปัญหาของเกษตรกรในจังหวัดสุรินทร์ และทำภารกิจตามที่นัดหมายเอาไว้ให้ครบทุกจุดแล้ว“ ร.อ.ธรรมนัส กล่าว 

ทั้งนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เตรียมบินด่วนอ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ในบ่ายวันนี้ หลังเสร็จภารกิจมอบนโยบายแก่หัวหน้าส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สารวัตร ผู้ช่วยผู้บริหารท้องถิ่น และสมาชิกสภาท้องถิ่น ที่จังหวัดขอนแก่น เช่นกัน

‘สมเกียรติ’ประธานTDRI โต้ลือนั่งรมต.พรรคส้ม ยันยึดความเป็นกลางทางการเมือง

'สมเกียรติ'ประธานTDRI โต้ลือนั่งรมต.พรรคส้ม ยันยึดความเป็นกลางทางการเมือง

‘สมเกียรติ’ประธานTDRI โต้ลือนั่งรมต.พรรคส้ม ยันยึดความเป็นกลางทางการเมือง

วันเสาร์ ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 12.12 น.

‘สมเกียรติ’ประธานTDRI โต้ลือนั่งรมต.พรรคส้ม ยันยึดความเป็นกลางทางการเมือง

เมื่อวันที่ 22 พ.ย.2568 ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “เพื่อนๆ ครับ แม้ไม่ใช่ช่วง April Fools’ Day วันสองวันนี้ก็มี “ข่าวบันเทิง” แบบขำๆ ออกมาได้ เพราะมีรายหนึ่งให้ข่าวว่า ผมจะไปเป็น “หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ” ในขณะที่อีกรายให้ผมไปเป็น “รัฐมนตรีคมนาคม” ของพรรคสีส้ม จนมีเพื่อนๆ บางคนสอบถามเข้ามา ก็ขอบอกเลยนะครับว่า ข่าวดังกล่าว “ไม่ได้มีมูลความจริงใดๆ”

สงสัยว่าที่มาของข่าวเหล่านี้น่าจะมาจากการที่ผมจะไปร่วมแสดงความเห็นเรื่อง “ชุบชีวิตเศรษฐกิจไทย” ในงานรีชาร์จประชาชนของพรรคส้มในฐานะคนนอกบ่ายวันนี้ เลยนึกขำๆ ว่าเสียดายที่วันก่อนมีอีกพรรคเชิญไปร่วมให้ข้อคิดเห็นเรื่องการลดคอรัปชั่น แต่ผมไปไม่ได้เพราะติดงานอื่นอยู่ก่อน เลยไม่ได้เป็น “ว่าที่รัฐมนตรี” อีกหนึ่งตำแหน่ง 

ตราบใดที่ยังเป็นผู้บริหารของทีดีอาร์ไอ ผมก็มีหน้าที่รักษาความเป็นกลางทางการเมืองขององค์กร เพื่อให้สังคมเชื่อถือเราอย่างสนิทใจครับ งานให้ข้อมูลและความเห็นในเชิงวิชาการต่อนโยบายพรรคการเมืองหรือนโยบายรัฐบาลเป็นหน้าที่ของสถาบันวิจัยนโยบายอย่างทีดีอาร์ไอต้องทำบนพื้นฐานของข้อมูลและไม่มีอคติอยู่แล้วครับ”

‘ส.ส.บีลา’ ตั้งศูนย์ประสานงานช่วยเหลือน้ำท่วม เปิดสายด่วน 24 ชม. ดูแล ปชช. นราธิวาส

'ส.ส.บีลา' ตั้งศูนย์ประสานงานช่วยเหลือน้ำท่วม เปิดสายด่วน 24 ชม. ดูแล ปชช. นราธิวาส

‘ส.ส.บีลา’ ตั้งศูนย์ประสานงานช่วยเหลือน้ำท่วม เปิดสายด่วน 24 ชม. ดูแล ปชช. นราธิวาส

วันเสาร์ ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 12.08 น.

เมื่อวันที่ 22 พ.ย.เวลา 11.00 น.นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ สส.นราธิวาส เปิดเผยว่า ได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานช่วยเหลือน้ำท่วม เพื่อรองรับสถานการณ์น้ำท่วมที่ส่งผลกระทบต่อหลายพื้นที่ของจังหวัด โดยศูนย์ฯ จะทำหน้าที่เป็นจุดกลางในการรับแจ้งเหตุ ประสานความช่วยเหลือ และส่งทีมลงพื้นที่อย่างเร่งด่วนตลอด 24 ชั่วโมง โดยศูนย์ประสานงานฯ ครอบคลุมพื้นที่ทุกอำเภอในจังหวัดนราธิวาส พร้อมทีมงานคอยสนับสนุนและตรวจสอบสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การช่วยเหลือเข้าถึงประชาชนได้อย่างรวดเร็วที่สุด

นายสัมพันธ์ กล่าวว่า ในยามวิกฤต ความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนต้องมาก่อน เราจะไม่ทอดทิ้งใคร และจะทำหน้าที่อย่างเต็มกำลังจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย โดยทีมงานทุกฝ่ายจะร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดเพื่อช่วยเหลือประชาชนให้ผ่านพ้นเหตุการณ์นี้ไปด้วยกัน

“ศูนย์ฯ พร้อมปฏิบัติงานในพื้นที่อำเภอสุไหงปาดี แว้ง เจาะไอร้อง สุไหงโก-ลก ตากใบ และพื้นที่เสี่ยงทั่วจังหวัดนราธิวาส โดยตั้งเป้าช่วยเหลือประชาชนทุกครอบครัวอย่างทั่วถึงและไม่ให้ใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง”

ทั้งนี้ ประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อประสานงานได้ตามช่องทางต่อไปนี้ นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ (ส.ส.บีลา) โทร. 081-122-1212,นายสกุลศักดิ์ มะดาโอ๊ะ (นายกลี) โทร. 083-196-9253,นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ โทร. 098-260-6365

‘พัฒนา’ ข้องใจ ‘รมว.มท.’ ไม่เชื่อการกระจายอำนาจ ให้กรมส่งเสริมฯ แทรกแซงถึงการของบประมาณ

'พัฒนา' ข้องใจ 'รมว.มท.' ไม่เชื่อการกระจายอำนาจ ให้กรมส่งเสริมฯ แทรกแซงถึงการของบประมาณ

‘พัฒนา’ ข้องใจ ‘รมว.มท.’ ไม่เชื่อการกระจายอำนาจ ให้กรมส่งเสริมฯ แทรกแซงถึงการของบประมาณ

วันเสาร์ ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 12.03 น.

“พัฒนา” ข้องใจ “รมว.มท.”ไม่เชื่อการกระจายอำนาจ ให้กรมส่งเสริมฯแทรกแซงถึงการของบประมาณ แนะหากรักปชช.ยังแก้ไขทัน

เมื่อวันที่ 22 พ.ย.เวลา 10.00 น.ที่พรรคเพื่อไทย นายพัฒนา สัพโส สส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย แถลงว่า ตนขอตั้งข้อสังเหตุต่อพฤติการบางประการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการงบประมาณภาครัฐ อาจเข้าข่ายบทบัญญัติมาตรา 29 แห่งวิธีการงบประมาณ พ.ศ.2561 ซึ่งกรมส่งเสริมปกครองส่วนท้องถิ่น(สถ.) ได้ทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดในการของบประมาณอุดหนุนเฉพาะกิจปี 2570 ซึ่งอาจจะขัดต่อบทบัญญัติของกฎหมาย ในการทำคำขอดังกล่าว มีระบุในพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ขั้นตอนแผนการกระจายอำนาจ และพ.ร.บ.วิธีการงบประมาณที่ให้ท้องถิ่น เช่น องค์การบริหารส่วนจังหวัดและเทศบาลต่างๆ ทำการของบประมาณตรงมายังสำนักงบประมาณในระบบ บีบีแอล ซึ่งหลักเกณฑ์ในพ.ร.บ.เป็นอำนาจของผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ แต่ในรัฐบาลชุดนี้ โดย สถ.ได้ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด จัดตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองระดับจังหวัดโดยผ่าน สถ.

นายพัฒนา กล่าวต่อว่า ตนเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่เพราะกฎหมายไม่ได้ให้อำนาจให้คณะกรรมการชุดนี้มีการตัดหรือเพิ่ม เพราะถ้าตัดหรือเพิ่มจะถือว่าเป็นการแทรกแซงหน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย และรมว.มหาดไทย ก็เป็นนายกฯ และประธานกรรมการกระจายอำนาจ 

“ท่านบริหารราชการแผ่นดินอย่างนี้ ผมมองเป็นเจตนาอย่างอื่นไม่ได้ ท่านไม่รักคุณท้องถิ่น และไม่เชื่อในการกระจายอำนาจ ท่านถึงได้ตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองระดับจังหวัด และให้ สถ.เข้ามาแทรกแซงในการทำคำของบประมาณ ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดและเทศบาล ซึ่งทุกรัฐบาลที่ผ่านมาเขาไม่ทำกัน เพราะเดิมองค์การบริหารส่วนตำบล ยังขอผ่าน สถ. แต่รัฐบาลชุดนี้ไม่รู้ว่ามีเหตุผลและเจตนาอะไรถึงต้องย้อนกลับไปให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดและเทศบาล ขอผ่าน สถ. นั่นคือสิ่งที่ผมอยากสื่อไปยัง รมว.มหาดไทย ว่าวันนี้ท่านยังแก้ไขได้ทัน”นายพัฒนา กล่าว

‘ชลน่าน’ซัด’อนุทิน’ เลือกยุบสภาหนีการตรวจสอบของฝ่ายค้าน

'ชลน่าน'ซัด'อนุทิน' เลือกยุบสภาหนีการตรวจสอบของฝ่ายค้าน

‘ชลน่าน’ซัด’อนุทิน’ เลือกยุบสภาหนีการตรวจสอบของฝ่ายค้าน

วันเสาร์ ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 11.53 น.

“ชลน่าน”ซัด“อนุทิน”เลือกยุบสภาหนีการตรวจสอบของฝ่ายค้าน หวังคุมอำนาจรัฐเพื่อประโยชน์ในสนามเลือกตั้ง เหน็บมีแต่ได้กับได้ แล้วโยนบาปให้เพื่อไทยทำรัฐบาลไปต่อไม่ได้

เมื่อวันที่ 22 พ.ย.นพ.ลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.)พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม รัฐสภา กล่าวว่า จากการที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุว่าอาจยุบสภาในวันที่ 12 ธ.ค.หากพรรคเพื่อไทยยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 จริงตามที่ประกาศไว้ แม้จะขัดกับข้อตกลงหรือ MOA ระหว่างพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาชน แต่เป็นเรื่องที่พรรคภูมิใจไทยไม่ได้เสียอะไร มีแต่ได้กับได้ ดังนั้นการประกาศยุบสภาอย่างชัดเจนก็มองเป็นเรื่องอื่นไม่ได้เลย นอกจากเพื่อประโยชน์ทางการเมืองเท่านั้น เพราะการเป็นรัฐบาลของพรรคภูมิใจไทยมีแต่ได้ คือได้ใช้งบประมาณ ได้อำนาจบริหาร ได้จัดทัพข้าราชการรับการเลือกตั้ง ที่จะเกิดขึ้นด้วย  

นพ.ชลน่าน กล่าวต่อว่า สำหรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญหากสุดท้ายพรรคภูมิใจไทยสามารถกำหนดเกมได้ ก็อาจจะผ่านให้ หากไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ ก็สามารถคว่ำในวาระ 3 ได้ การอ้างว่าที่ต้องยุบสภาเพราะปัจจัยทางการเมือง จึงเป็นข้ออ้างเพื่อหนีการอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคฝ่ายค้านมากกว่า รวมทั้งหากยุบสภาตอนนี้รัฐบาลจะได้เปรียบในสนามเลือกตั้ง ทั้งอำนาจรัฐ กระสุนดินดำ ครอบคลุมอำนาจทุกองคาพยพ การยุบสภา จึงเป็นกลยุทธ์ทางการเมืองเพื่อยุติการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และหนีการตรวจสอบตามกลไกของรัฐสภา ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์หลักของพรรคภูมิใจไทยมากกว่า 

“การออกมายอมรับว่ามีการใช้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นตัวประกันทางการเมือง หากฝ่ายค้านยื่นอภิปราย นายอนุทินก็พร้อมยุบสภา การแสดงออกของนายอนุทินในฐานะหัวหน้ารัฐบาลจึงเป็นไปเพื่อประโยชน์ตัวและพวกพ้องเป็นหลักไม่ได้เข้ามาทำงานเพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน แน่นอนว่าในสนามเลือกตั้ง พรรคภูมิใจไทยจะหาเสียงโจมตีว่าเพราะพรรคเพื่อไทยทำให้รัฐบาลไปต่อไม่ได้ และส่งผลให้ไม่สามารถแก้ปัญหาน้ำท่วม หรือทำโครงการเพื่อประชาชนได้ ทั้งๆ ที่นายอนุทิน รู้ดีว่าการเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยเสี่ยงมาก แต่ด้วยความอยากได้อำนาจเพื่อประโยชน์ตนเอง ดังนั้นเมื่อฝ่ายค้านเห็นว่าประเทศเสียหายในหลายมิติ จำต้องตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหาร นายอนุทินก็พร้อมยุบสภาหนีการตรวจสอบจากประชาชน พร้อมโยนบาปพรรคเพื่อไทย จึงเป็นทางเลือกที่พรรคภูมิใจไทยได้ใช้ประยชน์ในสถานการณ์นี้” นพ.ชลน่าน กล่าว