เกินคำว่าแฟนมีต! ‘ต่าย อรทัย’สร้างโมเมนต์สุดประทับใจใน ‘อรทัย JOYFUL’

เกินคำว่าแฟนมีต! ‘ต่าย อรทัย’สร้างโมเมนต์สุดประทับใจใน ‘อรทัย JOYFUL’

เกินคำว่าแฟนมีต! ‘ต่าย อรทัย’สร้างโมเมนต์สุดประทับใจใน ‘อรทัย JOYFUL’

วันเสาร์ ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สร้างรอยยิ้มและความประทับใจให้แฟนเพลงอีกครั้ง สำหรับศิลปินลูกทุ่งสาวดอกหญ้า “ต่าย อรทัย” ที่เตรียมโชว์สุดพิเศษ เพลงฮิต เพลงม่วน ต้อนรับแฟนๆ ในงานแฟนมีตติ้งสุดพิเศษ “อรทัย JOYFUL” เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ที่ร้าน “สามวันสองคืน” สาขาลาดพร้าว–วังหิน บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและครึกครื้น แฟนเพลงมากันแบบพร้อมเพรียงด้วยการแต่งกายตามคอนเซ็ปต์งาน “ผู้หญิงหัวใจอีสาน” ทำให้ตลอดทั้งงานกลายเป็นสีสันแบบอีสานโมเดิร์นที่น่ารักและลงตัว พร้อมทั้งลุ้นรับของที่ระลึกสุดพิเศษจาก ต่าย อรทัย กลับบ้านอีกด้วย

และไฮไลต์สำคัญคือมินิคอนเสิร์ตที่ต่ายเตรียมมามอบให้กับแฟนๆ แบบใกล้ชิดเป็นกันเอง ด้วยเพลงดังที่คุ้นเคย รวมถึงเพลงจากอัลบั้มล่าสุด “ผู้หญิงหัวใจอีสาน” ทำให้ทุกคนที่อยู่ในงานร่วมร้องตามกันได้อย่างสนุกสนาน นอกจากนี้ยังสร้างเสียงฮือฮาภายในงานด้วยแขกรับเชิญสุดเซอร์ไพรส์ อย่าง เล็ก รัชเมศฐ์, หนามเตย, นัท ภคนัท, แบม พิชญานิน และ เฟิร์น กัญญารัตน์ ที่มาร่วมสร้างสีสันให้งานนี้เต็มอิ่มมากยิ่งขึ้น ก่อนจะปิดท้ายด้วยเพลง “อยู่ในใจเสมอ” ที่ทุกคนเปิดแสงแฟลชมือถือเพื่อทำทะเลดาวและร่วมร้องไปกับศิลปิน ทำให้ “ต่าย อรทัย” ถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่เลยทีเดียว

ต่าย อรทัย กล่าวขอบคุณด้วยความซาบซึ้งว่า “ดีใจที่ได้เห็นทุกคนมารวมตัวกัน ได้ยิ้ม ได้หัวเราะ และได้แบ่งปันความสุขเหมือนครอบครัวเดียวกัน แบบนี้ล่ะค่ะที่เรียกว่า JOYFUL จริงๆ วันนี้ต่ายโล่งมาก ภูเขาลูกเบ้อเริ่มได้ทลายลงไปแล้ว  ขอบคุณ gmm music , grammygold ที่ยังมีความหวังในการทำธุรกิจเพลง ยังให้โอกาส ยังลงทุนในการทำอัลบั้ม ขอบคุณโปรโมเตอร์ ครูสลา คุณวุฒิ ,น้องอ้อม ข้าวขวัญ คุณวุฒิ ทีมงานเบื้องหลังทุกคน ที่สร้างสรรค์ผลงานเพลงและภาพ ทั้งที่ปัจจุบันการทำเพลงให้ถูกใจคนผู้ฟังยากมาก แต่ก็ยังมุ่งมั่น ช่วยกันสร้างผลงานตรงนี้ต่อไป ทีมงาน PR grammygold ที่พาโปรโมท ทีมนักดนตรี ที่ทุ่มกันสุดตัว ( แล้วยังไม่ได้นอน) ทีมแดนซ์เซอร์ที่เต้นกันสุดแรง พี่น้องนักร้องทุกคนที่มาด้วยใจ ท้ายสุด.. คือคนที่แทนตัวเองว่าแฟนเพลง หรือแฟนคลับก็ตาม ทุกคนคือกำลังใจก้อนใหญ่ๆให้ต่ายเสมอมา และตลอดไป ขอบคุณที่บ่ถิ่มบ่ป๋า กันเด้อค่ะ ใจฟูมากๆ

แฟนๆที่อยู่ที่งานหรือที่ชมไลฟ์จากทางเพจ Grammy Gold และ Tai Orathai ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า งานครั้งนี้เต็มไปด้วยความอบอุ่น รู้สึกเหมือนได้ใช้เวลาร่วมกับศิลปินที่รักอย่างใกล้ชิดและจริงใจที่สุด ทำให้ “อรทัย JOYFUL” กลายเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ประสบความสำเร็จและน่าจดจำ ส่งท้ายอัลบั้ม ผู้หญิงหัวใจอีสาน ได้อย่างสวยงาม

ส่องความเคลื่อนไหว’เวย์ ไทเทเนียม’ โพสต์สตอรี’นานา’โผล่ร่วมเฟรมยิ้มสดใส

ส่องความเคลื่อนไหว'เวย์ ไทเทเนียม' โพสต์สตอรี'นานา'โผล่ร่วมเฟรมยิ้มสดใส

ส่องความเคลื่อนไหว’เวย์ ไทเทเนียม’ โพสต์สตอรี’นานา’โผล่ร่วมเฟรมยิ้มสดใส

วันศุกร์ ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.39 น.

21 พฤศจิกายน 2568 เป็นที่ถูกจับตาเป็นอย่างมากสำหรับ ‘นานา ไรบีนา’ หลังถูกโยงประเด็นข่าวใหญ่ดาราตัวแม่ 400 ล้าน ซึ่งเรื่องราวนี้ทำคนจับตาความเคลื่อนไหวของทางฝั่งของสาว’นานา ไรบีนา’กันยกใหญ่ 

ล่าสุดสามีอย่าง ‘เวย์ ไทเทเนียม’ หรือ ‘ปริญญา อินทชัย’ ได้ออกมาโพสต์สตอรี่เป็นคำภาษาอังกฤษ ไว้ว่า “Amen….I’m addicted to learning because the rigth information can chang your life” (อาเมน…ฉันหลงใหลการเรียนรู้ เพราะข้อมูลที่ถูกต้องสามารถเปลี่ยนชีวิตคุณได้)

ต่อมาล่าสุดในสตอรี่ เวย์ ก็ได้โพสต์ภาพแท็กร้าน @neversaycutz และในคนจำนวนมาก หนึ่งในนั้นก็ได้เห็นภรรยาอย่าง ‘นานา ไรบีนา’ ร่วมเฟรมด้วย พร้อมกับสีหน้าที่ยังดูมีรอยยิ้ม ทำงานด้วยกัน ก็ต้องจับตาดูต่อไปว่าทางด้าน ‘นานา ไรบีนา’จะออกมาเคลียร์ปมดราม่าร้อนว่าอย่างไร 

‘พันธุรัตน์ เรคคอร์ด’น้อมกราบถวายอาลัย พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

'พันธุรัตน์ เรคคอร์ด'น้อมกราบถวายอาลัย พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

‘พันธุรัตน์ เรคคอร์ด’น้อมกราบถวายอาลัย พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

วันศุกร์ ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.19 น.

เป็นปรากฏการณ์กับผลงานในวงการบันเทิงลูกทุ่งจากการที่น้องต้นข้าว สุปรียา ที่สร้างชื่อเสียงมาจากรายการ “ดวลเพลงชิงทุน”  และยังได้รับการยอมรับจากแฟนเพลงทั่วประเทศในความสามารถของการร้องเพลงลูกทุ่งแท้ๆ !!ทำให้เพลงลูกทุ่งแท้ๆแม้กระทั่งวงการบันเทิงลูกทุ่งกลับมา คึกคัก และ คักคึก แบบนึกไม่ถึง หนึ่งใน ค่ายเพลงลุกทุ่งที่ยังยึดมั่นในอุดมการณ์ซึ่งเป็นแนวทางกับการผลิตผลงานเพลงลูกทุ่งแท้ ณ วันนี้ ผมต้องขอยกให้ ค่ายเพลง พันธุรัตน์ เรคคอร์ด  ที่มี ดร.ณัฐ์ธิวรรณ และ ดร. เอนก พันธุรัตน์ เป็นกัป..ปิ..ตัน ทำหน้าที่เป็นป๋าดัน ศิลปินนักร้องลูกทุ่งในสังกัดพร้อมทั้งจัดระเบียบเรื่องของการนำเสนอเพลงลูกทุ่ง แต่ต้องเป็นเพลงลูกทุ่งแท้ๆเท่านั้น

จากวันนั้นถึงวันนี้ เกือบ10 ปีที่ ดร. เอนก พันธุรัตน์บอสใหญ่ ค่ายเพลง พันธุรัตน์ เรคคอร์ด  ได้กอดคอต่อยอดให้ศิลปินนักร้องในสังกัดได้ประสบความสำเร็จก้าวขึ้นมาเป็นนักร้องแถวหน้าของวงการลูกทุ่งของแท้ แม้จะต้องใช้เวลาบ้างก็ตาม การที่ ดร. เอนก พันธุรัตน์ ได้อนุรักษ์ และร่วมรณรงค์ โดยการผลิตผลงานให้กับ ศิลปินดวงรุ่ง ลูกทุ่งGEN-Y  ของค่ายพันธุรัตน์ เรคคอร์ดเพื่อสืบสานตำนานเพลงลูกทุ่งแท้ๆ ไม่ว่าจะเป็น เพลง “คอยพี่ที่สวนลำไย ให้ มินท์ธวรรณ พันธุรัตน์ ร้องนำ ต่อด้วย นักร้องหนุ่มหล่อ ตะวัน พันธุรัตน์ใน เพลง ใต้ถุนธรนีตามด้วย น้องเพลงขวัญ พันธุรัตน์ ในเพลง รอขันหมากและ นวรัตน์ พันธุรัตน์  กับเพลง แก้วรอพี่ ฯลฯ ซึ่งเป็นศิลปินนักร้อง GEN-Y ทั้งสิ้น !!

สุดท้าย!! ท้ายสุด ผมขอปักหมุด หยุดอยู่ที่  เรื่องราวข่าวคราว ของ ดร. เอนก พันธุรัตน์ ยังมีอีกมากมายหลายเต่อหลายเรื่อง ที่จะมาเล่าสู่กันฟังถึงผลงานซึ่งยังมีนักร้องรุ่นใหญ่อีกหลายต่อหลายหน่อเท่าที่พอจำได้ก็มี ดำรง วงศ์ทอง,เด่นชัย สายสุพรรณ, เกษม คมสันต์ล่าสุด ดร. เอนก พันธุรัตน์  ได้สะบัดปลายปากาเซ็นสัญญาผลิตบทเพลงลูกทุ่งที่จะนำเสนอมาให้แฟนเพลงได้ร่วมน้อมกราบถวายความอาลัย พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง สวัสดี !! วีคหน้า มาว่ากันต่อ ‘หมึก มายา’รายงาน( ปธ.ชมรมเพื่อนสื่อมวลชนประเทศไทย)

แฉสนั่นเสียงใคร!!! ‘ลิซ่า’เปิดคลิปสั่งปั๊มยอดเว็บพนัน

แฉสนั่นเสียงใคร!!! ‘ลิซ่า’เปิดคลิปสั่งปั๊มยอดเว็บพนัน

แฉสนั่นเสียงใคร!!! ‘ลิซ่า’เปิดคลิปสั่งปั๊มยอดเว็บพนัน

วันเสาร์ ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 17.39 น.

สส.พรรคส้ม‘ลิซ่า’แฉคลิปเสียงชายปริศนา สั่งลูกน้องเร่งปั๊มยอดเว็บพนัน หลังลูกค้าหายไปเยอะ  จี้“ไชยชนก”ตรวจสอบภายใน 3 วันว่าเป็นเสียงใคร หรือ เอไอ

วันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 กำลังกลายเป็นประเด็นคำถามในโลกออนไลน์ หลังจากน.ส.ภคมน หนุนอนันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองโฆษกพรรคประชาชน ได้โพสต์คลิปเสียง พร้อมข้อความผ่านเฟชบุ๊ก เรียกร้องให้นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตรวจสอบคลิปเสียงของชายคนหนึ่งกำลังสั่งให้พนักงานกันเร่งทำยอดจากเว็บพนัน  เนื่องจากลูกค้าตกไปเยอะ

โดยน.ส.ภคมน  ระบุว่า ดิฉัน ภคมน หนุนอนันต์ ผู้แทนราษฎรพรรคประชาชน เรียกร้องให้ท่านรัฐมนตรีกระทรวง ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ท่านไชยชนก ชิดชอบ ตรวจสอบโดยด่วน ว่าคลิปเสียงนี้เป็นของใคร หรือAI การสั่งปั๊มยอดเว็บพนันแบบนี้ผิดกฎหมายชัดเจน พิสูจน์ด้วยว่าจริง หรือAI

ดิฉันเชื่อว่ากระทรวง DE ไทยมีศักยภาพ 

อยู่ที่ว่าเจ้ากระทรวงจะทำมั้ย ท่านรัฐมนตรีช่วยเป็นเดือดเป็นร้อนกับเรื่องนี้ให้เหมือนการลุกขึ้นเดือดร้อนเรื่องไม่เอาคาสิโน 

ถึงขนาดประกาศว่าตัวเองลูกใคร บอกชื่อพ่อแม่ให้คนไทยทั้งประเทศได้ยินกลางสภาเอาให้เหมือนวันนั้นหน่อยค่ะ 

ถ้าวันนั้นท่านจริงจังกับเรื่องคาสิโนขนาดนั้น ประกาศชื่อพ่อ เรื่องนี้ไม่ต่างกันแถมวันนี้มีอำนาจคุมกระทรวงด้วย ความชัดเจนเรื่องนี้ควรกระจ่างภายใน 3 วันนะคะท่านรัฐมนตรีไชยชนก

 ดิฉันลองค้นหาชื่อเว็บตามที่ท่าน CEO สั่งงานลูกน้องก็เจอประมาณนี้ (ในคอมเม้น) ต้องเร่งทำยอดหรือเปล่าช่วงนี้น้ำท่วมจะได้แจกให้ถล่มทลายไปเลย โปรยเศษเงินเทาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน วิถีเครื่องฟอกชัดๆ 

แต่ไม่คิดว่าจะมีใครไม่ฉลาดขนาดนั้นนะ

แต่ก็ต้องตรวจสอบ แต่ถ้าจริงก็สุดๆจริงๆเกินไปกระแสสังคมแรงแค่ไหน ไม่สนใจพี่เคลียร์ได้ พี่เคลียร์มาตลอด พี่รอดเสมอ เงินพี่มันใหญ่พอจะซื้อสีกากีทุกหน่วยได้อย่างนั้นเหรอ

วอนทุกหน่วยงานตรวจสอบเถอะคะ ย้ำทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องเลย ถ้าตรวจแล้วเป็นAI ประเทศไทยจะได้รอดไปเรื่องนึง  ดิฉันเรียกร้องให้มีการพิสูจน์ความจริง เพื่อความเป็นธรรมทุกฝ่าย

เปิดสเปก! กมธ.ยกร่าง รธน. คัดเข้มห้ามผู้เคยทุจริต-ถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง

เปิดสเปก! กมธ.ยกร่าง รธน. คัดเข้มห้ามผู้เคยทุจริต-ถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง

เปิดสเปก! กมธ.ยกร่าง รธน. คัดเข้มห้ามผู้เคยทุจริต-ถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง

วันเสาร์ ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 17.31 น.

เปิดสเปก “กมธ.ยกร่าง รธน.” คัดเข้ม ต้องผ่านงานกฎหมาย-การเมือง-ราชการ หรือสอนวิชาที่เกี่ยวข้อง ห้ามผู้เคยทุจริต–ถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ร่วมสมัคร ขีดเส้น ผู้สมัครต้องเว้นว่างการเมือง 5 ปี และห้ามนั่งตำแหน่งการเมือง 3 ปีหลังร่างเสร็จ

วันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.สมุทรปราการ พรรคประชาชน ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม รัฐสภา เปิดเผยว่า กมธ.ได้พิจารณาเรื่องคุณสมบัติของผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่ง กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญจนได้ข้อสรุปแล้ว ซึ่งมีการตั้งเกณฑ์ไว้สูงพอสมควร โดยเน้นว่าคนที่จะมาเป็นผู้ยกร่างฯ ต้องมีความรู้ความเข้าใจด้านกฎหมาย บริบทการเมือง และสังคม

น.ส.พนิดา กล่าวว่า สำหรับ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ คุณสมบัติคือ ต้องสำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่า อายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี และมีสัญชาติไทยโดยการเกิด นอกจากนี้ ต้องมีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ 

1.เคยเป็นผู้สอนในสาขานิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ และสังคมศาสตร์ เป็นเวลาไม่น้อยกว่าห้าปี

2.รับราชการหรือเคยรับราชการไม่น้อยกว่า 3 ปี ในตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาศาลชั้นต้นหรือเทียบเท่า

3.รับราชการหรือเคยรับราชการไม่น้อยกว่า 3 ปีในตำแหน่งอัยการประจำกองหรือเทียบเท่า

4.รับราชการหรือเคยรับราชการไม่น้อยกว่า 3 ปีในตำแหน่งไม่ต่ำกว่าข้าราชการพลเรือน
ระดับ 8 หรือข้าราชการพลเรือนประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการพิเศษ ประเภทอำนวยการ หรือประเภทบริหาร หรือปฏิบัติงานหรือเคยปฏิบัติงานไม่น้อยกว่า 3 ปีในตำแหน่งที่เทียบเท่า ในหน่วยงานของรัฐ
องค์การมหาชน หรือรัฐวิสาหกิจที่ตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา

5.เคยดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ผู้ว่า กทม. นายกเมืองพัทยา นายก อบจ. นายกเทศมนตรี ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หรือผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ แต่พ้นจากตำแหน่งดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี
ก่อนวันสมัครรับเลือกตั้ง

6.เป็นผู้ทำงานหรือเคยทำงานในภาคประชาสังคมมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปีตามหลักเกณฑ์ที่ กกต.กำหนด

น.ส.พนิดา กล่าวว่า สำหรับคุณสมบัติต้องห้ามของผู้ที่จะมาเป็น กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ มีข้อที่สำคัญ อาทิ 1.เคยถูกเพิกถอนหรืออยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ไม่ว่าคดีนั้นจะถึงที่สุดแล้วหรือไม่

2.เคยถูกเพิกถอนหรืออยู่ในระหว่างถูกระงับการใช้สิทธิ์รับเลือกตั้งเป็นการชั่วคราว หรือถูกเพิกถอนสิทธิ์ที่สมัครรับเลือกตั้ง

3.เคยถูกสั่งให้พ้นจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจเพราะทุจริตต่อหน้าที่ หรือถือว่ากระทำการทุจริตหรือประพฤติมิชอบในวงราชการ

4.เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอันถึงที่สุดให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะร่ำรวยผิดปกติ หรือเคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุกเพราะกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

5.เคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการหรือต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม หรือกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน กฎหมายว่าด้วยยา
เสพติดในความผิดฐานเป็นผู้ผลิต นำเข้า ส่งออก หรือผู้ค้า กฎหมายว่าด้วยการพนันในความผิดฐานเป็นเจ้ามือหรือเจ้าสำนัก กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ หรือกฎหมายว่าด้วยการ
ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินในความผิดฐานฟอกเงิน

6.เคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทำการอันเป็นการทุจริตในการเลือกตั้ง

ส่วนคุณสมบัติต้องห้ามอื่นๆ ได้แก่ 1.ติดยาเสพติดให้โทษ 2.เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช 3.วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ 4.ต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาล 5.เป็นรัฐมนตรี ส.ส. ส.ว. ผู้บริหารท้องถิ่นหรือสมาชิกสภาท้องถิ่น  6.เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หรือผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ 7.เป็นผู้สมัครรับเลือก กมธ.รับฟังความคิดเห็น

น.ส.พนิดา กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังมีการกำหนดห้ามมิให้ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ดำรงตำแหน่งทางการเมืองภายใน 3 ปีนับแต่วันที่พ้นจากตำแหน่ง กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อประโยชน์แห่งการขจัดส่วนได้เสีย

น.ส.พนิดา กล่าวอีกว่า ส่วนคุณสมบัติของผู้ที่จะดำรงตำแหน่งเป็น กมธ.รับฟังความคิดเห็น เกณฑ์จะกว้างมาก คือต้องมีสัญชาติไทยโดยการเกิด และมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปี ส่วนลักษณะต้องห้าม มีลักษณะใกล้เคียงกับของ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ อย่างที่ได้กล่าวไปแล้ว และจะต้องไม่เป็นผู้ลงสมัคร กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ 

นายกฯถึงหาดใหญ่! เรียกหน่วยงานถกด่วน ฟังเสียงสะท้อนแก้อุทกภัยภาคใต้

นายกฯถึงหาดใหญ่! เรียกหน่วยงานถกด่วน ฟังเสียงสะท้อนแก้อุทกภัยภาคใต้

นายกฯถึงหาดใหญ่! เรียกหน่วยงานถกด่วน ฟังเสียงสะท้อนแก้อุทกภัยภาคใต้

วันเสาร์ ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 17.00 น.

“นายกฯ” ถึงหาดใหญ่ เรียกหน่วยงานถกด่วน ฟังเสียงสะท้อนแก้อุทกภัยใต้ เตรียมอาหาร น้ำ ยารักษาโรค ศูนย์อพยพ ด้านพื้นที่ร้องขอ เรือ- รถทหาร ช่วยอพยพปชช.

วันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 เวลา 15.40 น. ที่จังหวัดสงขลา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสงขลา เมื่อเดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา รายงานสถานการณ์น้ำท่วมกับนายกฯว่าขอให้นายกฯเร่งช่วยแก้ปัญหา ตอนไม่มีเรือขนประชาชนออกมานอกพื้นที่ จึงต้องการเรือในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ 

ด้านนายสนั่น อังอุบลกุล อดีตประธานสภาหอการค้าไทย ได้รายงานนายกฯถึงผลกระทบของผู้ประกอบการ และเป็นกำลังใจให้นายกฯ จากนั้นนายกฯได้ทักทายและสอบถามประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ใช้บริการในสนามบิน

จากนั้นนายกฯ ไปประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ที่ห้องประชุม 1 ท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ โดยมี นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย รวมถึง นายศาสตรา ศรีปาน สส.สงขลา พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เพื่อรายงานถึงผลกระทบและแนวทางการแก้ไข การดำเนินการของส่วนราชการของจังหวัดสงขลา จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดพัทลุง กรมชลประทาน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย (ปภ.) 

โดยนายกฯได้ให้หน่วยงานในพื้นที่สะท้อนปัญหาและความต้องการเร่งด่วนที่จะช่วยเหลือประชาชนในขณะนี้ ทั้งเรื่องอาหาร ที่พัก ยารักษาโรค และอุปกรณ์ยังชีพที่จำเป็น และเน้นย้ำรถจีเอ็มซีของทหารในการเคลื่อนย้าย รวมถึงเรือในพื้นที่จำเป็น โดยขอให้ทุกฝ่ายประสานการทำงานร่วมกัน และประเมินสถานการณ์น้ำว่าจะยาวนานถึงเมื่อไหร่ เพื่อวางแผนได้อย่างถูกต้อง

โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา รายงานว่า น้ำเข้ามาในพื้นที่หาดใหญ่ ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจ ส่งผลกระทบประชาชนกว่า 80,000 คน ระดับน้ำในตัวเมืองสูงถึงเอว โดยการช่วยเหลือต้องใช้รถสูงของ ปภ. และรถของทหาร พร้อมตั้งศูนย์ช่วยเหลือที่จังหวัดสงขลาและที่เทศบาลนครหาดใหญ่โดยประสานกับหน่วยทหารเพื่อตั้งโรงครัว และประสานขอโรงครัวทหารเข้ามาช่วย ขณะที่กองทัพพัฒนาจะสนับสนุนเรือเข้ามาช่วยในการเคลื่อนย้ายประชาชน พร้อมลำเลียงถุงยังชีพไปให้กับประชาชนบางจุด และจะใช้รถทหารในการอพยพ 

ด้านนายกเทศบาลนครหาดใหญ่ ได้ขอให้นายกฯเร่งจัดอาหารและน้ำดื่ม รวมถึงรถจีเอ็มซีของทหารในการเคลื่อนย้ายประชาชนและเรือในการอพยพอย่างเร่งด่วนเนื่องจากได้รับผลกระทบอย่างหนัก 

ด้านนายศาสตรา สะท้อนปัญหาว่า ประชาชนรวมถึงนักท่องเที่ยวในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก จึงอยากให้หน่วยงานในพื้นที่เร่งประสานงานและตั้งศูนย์อพยพเพื่อใช้เป็นพักพิงเป็นการชั่วคราวเป็นการชั่ว รวมถึงจัดสิ่งของอาหารเครื่องดื่มและยารักษาโรค เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน 

‘สมศักดิ์’ พร้อม ‘นายกฯสมนึก-จิรพงษ์’ ลงพื้นที่ฟังความเห็นชาวนนทบุรี

'สมศักดิ์' พร้อม 'นายกฯสมนึก-จิรพงษ์' ลงพื้นที่ฟังความเห็นชาวนนทบุรี

‘สมศักดิ์’ พร้อม ‘นายกฯสมนึก-จิรพงษ์’ ลงพื้นที่ฟังความเห็นชาวนนทบุรี

วันเสาร์ ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 16.52 น.

“สมศักดิ์” พร้อม “นายกฯสมนึก-จิรพงษ์” ลงพื้นที่ฟังความเห็นชาวนนทบุรี ชู เลือกคนทำงาน-เข้าใจปัญหา ช่วยแก้ปัญหาให้ชาวนนทบุรีได้ มั่นใจเชื่อมือคนเก่ง ขณะที่ ”จิรพงษ์” ชี้ เป็น สจ.16 ปี เข้าใจปัญหาหมด พร้อมเดินหน้าแก้เต็มที่ ขอโอกาสกลับเข้าทำงานสภาฯ 

วันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ ผู้เสนอตัวลงสมัครเลือกตั้ง สส.นนทบุรี เขต 2 พรรคเพื่อไทย นายสมนึก ธนเดชากุล นายกเทศมนตรีนครนนทบุรี  นายธนพงศ์ ธนเดชากุล สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้ลงพื้นที่พบปะกับพี่น้องประชาชน ที่บริเวณวัดบางแพรกเหนือ ตำบลสวนใหญ่ อำเภอนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก มีพี่น้องประชาชนมาร่วมกว่า 500 คน 

โดยนายสมศักดิ์ กล่าวว่า เราเป็น สส.ทราบว่า พี่น้องประชาชนมีปัญหา หรือ มีเรื่องอยากแนะนำ เราก็จะเข้าไปพบและพูดคุย โดยปี 2554 เกิดน้ำท่วมใหญ่ แต่เขตเทศบาลนนทบุรี น้ำไม่ท่วม ขณะนั้น นายสมนึก เป็นนายกเทศมนตรี ส่วนตนเป็นรัฐบาลอยู่ จึงชื่นชมว่า มีพื้นที่ป้องกันน้ำท่วมได้ ซึ่งคนที่เก่งการบริหาร จึงถือเป็นสิ่งดีของชาวนนทบุรี รวมถึงนายจิรพงษ์ ก็ทำงานร่วมกับตนมาโดยตลอด รวมถึงมีอะไรที่เหมือนกันด้วย ซึ่งเป็นวิศวกรเหมือนกัน และเมื่อมีโอกาสทำงานร่วมกัน ก็ทำให้ตนเห็นฝีมือการทำงานของนายจิรพงษ์ จึงมั่นใจว่า จะสามารถช่วยแก้ปัญหาและยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องชาวนนทบุรีได้ ซึ่งถ้าเราได้คนทำงาน และเข้าใจปัญหา จะทำให้สามารถแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้อย่างเต็มที่

ขณะที่ นายจิรพงษ์ กล่าวว่า ตนเป็น สจ.มากว่า 16 ปี ซึ่งเข้าใจปัญหาพื้นที่เป็นอย่างดี และไม่เคยทิ้งพื้นที่ เพราะความฝันทำประโยชน์ให้บ้านเมืองยังอยู่ โดยตนมีโอกาสเข้าไปช่วยนายสมศักดิ์ ขณะดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งตนได้เข้าไปช่วยขับเคลื่อนแก้ปัญหาน้ำ จึงช่วยขับเคลื่อนแก้ปัญหาน้ำท่วมนนทบุรีอย่างเต็มที่ รวมถึงขณะตนเข้าไปช่วยงานที่กระทรวงสาธารณสุข ก็เดินหน้ายกระดับบริการสาธารณสุข อย่าง 30 บาทรักษาทุกที่ เพื่อให้พี่น้องประชาชนเข้าถึงบริการสาธารณสุขได้สะดวกมากขึ้น ดังนั้น ตนจึงขอโอกาสเข้าสภาฯไปสานงานต่อ เพื่อพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยการเลือกตั้งปี 66 ตนแพ้เองไม่เป็นไร แต่หลังเลือกตั้ง เกิด 3 ก๊ก คือ แดง ส้ม น้ำเงิน ซึ่งตอนนั้น พรรคเพื่อไทยเป็นอันดับ 2 จึงให้พรรคก้าวไกลตั้งรัฐบาล และพรรคเพื่อไทย โหวตนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกฯ ถึง 2 ครั้ง แต่พอตั้งไม่ได้ ก็เป็นลำดับ 2 ในการจัดตั้งรัฐบาล โดยเราพยายามพาพรรคก้าวไกลมาด้วย แต่ฝ่ายอนุรักษ์นิยม ปฎิเสธให้ก๊กส้มร่วมรัฐบาล ซึ่งปัจจุบันเขาก็กลับมาสนับสนุนกันเองแล้ว 

จากนั้น นายสมศักดิ์ พร้อมด้วย นายจิรพงษ์ ได้เดินทางไปพบปะกับพี่น้องประชาชนต่อที่ วัดทินกรนิมิต ตำบลสวนใหญ่ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี โดยมีพี่น้องประชาชนมาร่วมกว่า 500 คน 

โดยนายสมศักดิ์ กล่าวว่า ขณะตนดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข  ได้ให้นายจิรพงษ์ ช่วยขับเคลื่อนหลายนโยบาย เช่น ลดโรค NCDs โครงการ 30 บาทรักษาทุกที่ ร่าง พ.ร.บ.อสม. ซึ่งถือว่า นายจิรพงษ์ ช่วยขับเคลื่อนงานได้เป็นอย่างดี จนมีผลสำเร็จออกมาจำนวนมาก โดยให้คะแนนนายจิรพงษ์ เกรดเอ และในอนาคต ตนมองเห็นว่า สามารถเป็นรัฐมนตรีได้อย่างแน่นอน เพราะเป็นคนทำงาน มีความรู้ ความสามารถ จึงขอให้ชาวนนทบุรีช่วยสนับสนุนนายจิรพงษ์ด้วย 

‘ธนกร’ นำทีมก.อุตฯพื้นที่อุบลราชธานี มอบถุงยังชีพให้ทหาร-ปชช. ที่ได้รับผลกระทบชายแดนไทย-กัมพูชา

'ธนกร' นำทีมก.อุตฯพื้นที่อุบลราชธานี มอบถุงยังชีพให้ทหาร-ปชช. ที่ได้รับผลกระทบชายแดนไทย-กัมพูชา

‘ธนกร’ นำทีมก.อุตฯพื้นที่อุบลราชธานี มอบถุงยังชีพให้ทหาร-ปชช. ที่ได้รับผลกระทบชายแดนไทย-กัมพูชา

วันเสาร์ ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.59 น.

“ธนกร” นำคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรมลงพื้นที่อุบลราชธานี ส่งกำลังใจพร้อมมอบถุงยังชีพให้ทหาร-ประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบชายแดนไทย-กัมพูชา

 วันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบชายแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ภายใต้ “ศูนย์อุตสาหกรรมรวมใจ ช่วยพี่น้องชาวไทย ประสบภัยพิบัติ” ณ หอประชุม มณฑลทหารบกที่ 22 จังหวัดอุบลราชธานี โดยมี ว่าที่ร้อยตรีกรกฎ ประเสริฐวงษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี และพันเอก ฐาพล อ้อชัยภูมิ รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 22 ให้การต้อนรับ ทั้งนี้ นายฐาปกรณ์ กุลเจริญ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม, นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม, นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมด้วย

นายธนกร กล่าวว่า การลงพื้นที่วันนี้ เพื่อให้กำลังใจและติดตามสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่อย่างใกล้ชิด ทั้งในมิติด้านความมั่นคง ความปลอดภัย และผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของประชาชนในพื้นที่ รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีระกุล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีความห่วงใยและจะช่วยสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง เพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบชายแดนไทย-กัมพูชาในพื้นที่ ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรม ภายใต้ “ศูนย์อุตสาหกรรมรวมใจ ช่วยพี่น้องชาวไทย ประสบภัยพิบัติ” มีเป้าหมายเพื่อมอบถุงยังชีพ สิ่งของอุปโภค บริโภค ทั้งอาหาร น้ำดื่ม และของใช้จำเป็นต่อการดำรงชีพ ให้แก่มณฑลทหารบกที่ 22 เพื่อนำไปช่วยเหลือ สนับสนุนกำลังพล หรือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน อีกทั้งเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางมนุษยธรรม และสร้างขวัญกำลังใจแก่ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย อย่างไรก็ตาม หวังว่าสถานการณ์จะคลี่คลายและกลับคืนสู่ความสงบ มีความมั่นคง สันติ และเป็นพื้นที่แห่งการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข เพื่อให้ประชาชนทุกครอบครัวสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว

“ผมขอให้กำลังใจทหารทุกนายที่ยืนหยัดปกป้องแผ่นดินไทย ขอบคุณที่เสียสละทั้งแรงกายและแรงใจ เพื่อประชาชน ท่านไม่ใช่เป็นเพียงแค่ทหาร แต่ท่านคือเกราะกำบังของชาติ ขอให้ทหารกล้าทุกท่านมีกำลังใจที่เข้มแข็ง เชื่อว่าเราทุกคนในฐานะคนไทยจะไม่ทอดทิ้งกัน และจะก้าวผ่านสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ไปด้วยกัน” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าว

นายธนกร กล่าวอีกว่า กระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมให้การสนับสนุนกำลังพลอย่างเต็มที่ โดยการส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการไทยให้แข่งขันได้ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม “อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ” ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ (New S-Curve) ที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ สามารถต่อยอดสู่อุตสาหกรรมอื่นได้ ซึ่งเป็นสินค้าที่มีประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงในอนาคต

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมคณะ ยังถือโอกาสนี้เยี่ยมชมโรงงานผลิตหมูยอ ป.อุบล เพื่อให้กำลังใจและรับฟังปัญหาผลกระทบในด้านเศรษฐกิจ จากสถานการณ์ความไม่สงบชายแดนไทย-กัมพูชา พร้อมทั้งหารือแนวทางการช่วยเหลือ การสนับสนุน ตลอดจนความต้องการของผู้ประกอบการในด้านต่างๆ ภายใต้ภารกิจของกระทรวงอุตสาหกรรมอีกด้วย

ไปหัดมาใหม่! ‘อัษฎางค์’ ซัด ‘ไอติม’ ตัวตลกทางการเมือง

ไปหัดมาใหม่! 'อัษฎางค์' ซัด 'ไอติม' ตัวตลกทางการเมือง

ไปหัดมาใหม่! ‘อัษฎางค์’ ซัด ‘ไอติม’ ตัวตลกทางการเมือง

วันเสาร์ ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.44 น.

วันที่ 20 พฤศจิกายน 2568  นายอัษฎางค์ ยมนาค หรือ เอ็ดดี้ นักวิชาการอิสระ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า   “ตัวตลกทางการเมือง” #อัษฎางค์ยมนาค | #อ่านเกมอำนาจ

น่าผิดหวังกับ ไอติม คนรุ่นใหม่ หน้าตาดี การศึกษาดี(มาก) แต่การพูดและความคิดแต่ละเรื่อง ตลกมาก ไม่เหมือนคนมีการศึกษาที่ดี น้องไม่รู้จริงๆ หรือว่า การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจคืออะไร
การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจคือ ความต้องการ “ล้มรัฐบาล”

คุณตั้งใจจะใช้เสียงข้างมากในสภาล้มรัฐบาล แต่คุณห้ามเขา ไปไหน ด้วยคำพูดที่ดูเหมือนคุณไม่รู้ว่า การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจคือ ความต้องการ “ล้มรัฐบาล”

“คุณพริษฐ์เปรียบรัฐบาลเป็น “ผู้รับเหมาทิ้งงาน” แต่ลืมดูตัวเองรึเปล่าว่าฝ่ายค้านทำตัวเหมือน ”เจ้าของบ้านที่ถือจอบเสียมมาทุบเสาบ้านตัวเอง“

ในเมื่อผู้รับเหมา (รัฐบาล) รู้ว่าทำไปพวกคุณก็จ้องจะทุบทำลาย ไม่ได้จะมาช่วยกันตรวจงาน การที่ผู้รับเหมาตัดสินใจ ‘คืนกุญแจบ้านให้เจ้าของตัวจริง (ประชาชน)’ ผ่านการยุบสภา เพื่อให้เขา

เลือกผู้รับเหมาใหม่ มันคือความรับผิดชอบสูงสุดตามระบอบประชาธิปไตย

อย่ามาตลกครับ เป้าหมายสูงสุดของการอภิปรายไม่ไว้วางใจคือ ”การล้มรัฐบาล“

เหมือนนักมวยที่รู้ว่าฝ่ายตรงข้ามจัดเวทีไว้แล้ว

รัฐบาลก็แค่บอกว่า
“ไม่ขึ้นชกบนเวทีที่คุณจัด ผมไปให้ประชาชนตัดสินดีกว่า”

ฝ่ายค้านอยากให้เกิดฉาก

• รัฐบาลถูกถล่ม 3 วัน 3 คืน
• ประชาชนเสพแต่ภาพลบ
• แล้วรัฐบาล “แพ้มติ” ต่อหน้ากล้อง

นี่คือเวทีโฆษณาหาเสียงชั้นดี

อนุทินเลยตัดไฟ “คุณจะสร้างเวที ผมปิดเวทีให้จบก่อน”

มันเป็นการรู้ทัน ไม่ใช่ “หนีงาน”

ในเมื่อรัฐบาลรู้อยู่แล้วว่าเป็นเสียงข้างน้อย สู้ไปในสภาก็แพ้มือพวกคุณอยู่ดี การชิง ‘ยุบสภา’ ก็เท่ากับตอบสนองความต้องการของฝ่ายค้านที่อยากให้รัฐบาลชุดนี้พ้นไปไงครับ คุณได้สิ่งที่คุณต้องการแล้ว (รัฐบาลไป) จะร้องแรกแหกกระเชอทำไม?

นอกเสียจากว่า… จุดประสงค์จริงๆ ของพวกคุณ ไม่ใช่การล้มรัฐบาลเพื่อประโยชน์ประเทศ แต่คือการอยากใช้เวทีสภาเพื่อ “พ่นน้ำลาย” สร้างคอนเทนต์ตีกินทางการเมืองฟรีๆ พอรัฐบาลรู้ทันเกม ตัดบทไม่ให้เล่นละคร คุณเลยดิ้นพล่านเหมือนเด็กโดนขัดใจแบบนี้”

“การยุบสภาคือการเดินเข้าหาประชาชน ให้ประชาชนเป็นคนตัดสินอนาคตประเทศ นี่คือความกล้าหาญที่สุดของนักการเมือง

อยากล้มรัฐบาล พอรัฐบาลยุบสภาให้ กลับร้องเหมือนเด็กโดนแย่งของเล่น ตกลงอยากเปลี่ยนรัฐบาล หรือแค่อยากด่าเอามันส์?”

“รัฐบาลเสียงข้างน้อยยอมถอยเพื่อให้ประชาชนตัดสิน ดีกว่าทนอยู่ให้ฝ่ายค้านรุมกินโต๊ะในสภาปาหี่ที่ล็อกผลโหวตไว้แล้ว”

“ผู้รับเหมาไม่ได้ทิ้งงาน แต่คืนงานให้เจ้าของตัวจริงตัดสินใจ ดีกว่าปล่อยให้พวกจ้องทำลายมารื้อบ้านเล่น

สรุปให้อีกที

ฝ่ายค้านกำลังพยายามสร้างภาพว่า “รัฐบาลหนีการตรวจสอบ” ทั้งที่ตามโครงสร้างของ ม.151 จุดประสงค์จริงคือ “โค่นรัฐบาล” ไม่ใช่ตรวจสอบธรรมดา

รัฐบาลเสียงข้างน้อยแพ้แน่นอนอยู่แล้ว ฉะนั้นการยุบสภาคือการคืนอำนาจให้ประชาชน “ไม่ใช่การทิ้งงาน” 

แต่ในความจริง การยุบสภาคือการปิดเวทีที่ฝ่ายค้านตั้งใจสร้างเพื่อถล่มรัฐบาลเพื่อสร้างคะแนนเสียงก่อนเลือกตั้ง

อ่อนหัด ไปหัดมาใหม่

ผมเชียร์ให้ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเลยครับ ผมอยากเห็นนายกอนุทินยุบสภาวันที่ 12 ธันวา การแก้รัฐธรรมนูญของพวกคุณทั้งหมดจะได้ยุติไปพร้อมกัน ขอท้าให้กล้าๆ กันหน่อย

อย่าอ่อยครับ คราวนี้ผมสนับสนุนพรรคประชาชนเต็มที่  จัดไปเลย

‘ดร.นิว’ ยก ‘ศุภจี’ คือความหวัง ต้นแบบไม่เน้นคุย แต่ลุยทำงาน ท่ามกลางการเมืองน้ำเน่า

'ดร.นิว' ยก 'ศุภจี' คือความหวัง ต้นแบบไม่เน้นคุย แต่ลุยทำงาน ท่ามกลางการเมืองน้ำเน่า

‘ดร.นิว’ ยก ‘ศุภจี’ คือความหวัง ต้นแบบไม่เน้นคุย แต่ลุยทำงาน ท่ามกลางการเมืองน้ำเน่า

วันเสาร์ ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.29 น.

วันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ “ดร.นิว” นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกา โพสต์เฟซบุ๊ก Suphanat Aphinyan ว่า 

บอกตรงๆ ทุกวันนี้ผมเบื่อการเมืองไทยสุดๆ แต่ที่เห็นแล้วรู้สึกดีขึ้นบ้าง คือ คุณศุภจีที่เป็น “คนทำงาน” จริงๆ ซึ่งดูเป็นความหวัง ต่างจากนักการเมืองน้ำเน่า ต่างจากส้มเน่าที่ปลอมสุดๆ มีแต่โฆษณาชวนเชื่อ แล้วก็เล่นลิ้นสร้างความแตกแยก ขณะที่คุณศุภจีไม่เน้นคุย แต่ลุยทุ่มเททำงานแบบมืออาชีพ