กรมวิทย์ฯ เผยผลตรวจสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชและสารเร่งสุกตกค้างในผลไม้ พบแนวโน้มลดลง

กรมวิทย์ฯ เผยผลตรวจสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชและสารเร่งสุกตกค้างในผลไม้ พบแนวโน้มลดลง

กรมวิทย์ฯ เผยผลตรวจสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชและสารเร่งสุกตกค้างในผลไม้ พบแนวโน้มลดลง

วันเสาร์ ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เผยผลการตรวจวิเคราะห์สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช และสารเร่งสุกตกค้างในผลไม้ ชนิดของไทย ได้แก่ ทุเรียน มะม่วง กล้วย และสับปะรด ประจำปี พ.ศ. 2568 โดยพบว่า มีการตกค้างร้อยละ 43 ซึ่งใกล้เคียงกับผลการตรวจในปี 2565 และมีอัตราการตกค้างเกินมาตรฐานลดลงเหลือเพียงร้อยละ 26 จากเดิมร้อยละ 34.3 สะท้อน ถึงแนวโน้มการพัฒนาและควบคุมคุณภาพผลไม้ไทยที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า การตรวจครั้งนี้ดำเนินการโดยสำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร ร่วมกับ ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ ที่ 1/1 เชียงราย, ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 6 ชลบุรี, ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 9 นครราชสีมา และศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 12 สงขลา โดยเก็บตัวอย่างผลไม้ชนิดละ 50 ตัวอย่าง รวมทั้งสิ้น 200 ตัวอย่าง เพื่อวิเคราะห์หาปริมาณสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช 250 ชนิด และสารอีทีฟอน (ethephon) ซึ่งเป็นสารเร่งสุก โดยใช้วิธีทางห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล ISO/IEC 17025:2017

ผลการตรวจพบว่ามีการตกค้างของสารเคมีในผลไม้ 86 ตัวอย่าง (ร้อยละ 43) โดยผลไม้ที่พบการตกค้างมากที่สุดคือ ทุเรียน (62%) รองลงมาคือ กล้วย (38%) มะม่วง (2%) และสับปะรด (2%) ส่วนสารเคมีทางการเกษตรที่ตรวจพบทั้งหมด 38 ชนิด โดยสารเคมีที่ตรวจพบมากที่สุด 4 อันดับแรก ได้แก่  สารอีทีฟอน (ethephon)  สารไซเพอร์เมทร(cypermethrin) สารคาร์เบนดาซิม (carbendazim) และสารแลมบ์ดา-ไซฮาโลทริน (lambda-cyhalothrin) ทั้งนี้ ผลการตรวจวิเคราะห์อ้างอิงเกณฑ์ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 460 พ.ศ. 2568 เรื่อง อาหารที่มีสารพิษตกค้าง และมาตรฐานสากล CODEX สำหรับ สารอีทีฟอน พบการตกค้างไม่ผ่านเกณฑ์การยอมรับร้อยละ 13 โดยส่วนใหญ่พบในกล้วยและทุเรียน  ซึ่งเกษตรกรนิยมใช้เพื่อเร่งการสุกของผลไม้ให้ทันจำหน่าย ทั้งนี้ สารอีทีฟอนเมื่อสลายตัวจะกลายเป็นก๊าซเอทิลีน ซึ่งเป็นฮอร์โมนพืชตามธรรมชาติ โดย CDC และ US-EPA จัดให้เป็นสารที่ไม่มีพิษ จึงไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค

ดร.นพ.สราวุฒิ กล่าวเพิ่มเติมว่า “แม้จะพบการตกค้างของสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชบางส่วนในทุเรียน มะม่วง สับปะรด และกล้วย โดยสารพิษตกค้างส่วนใหญ่จึงอยู่ที่เปลือก อนึ่ง ผู้บริโภคสามารถรับประทานผลไม้ไทยได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย โดยเลือกซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้ และล้างทำความสะอาดตามคำแนะนำของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ก่อนรับประทาน”

อย่างไรก็ตาม กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ยืนยันว่า จะยังคงดำเนินการเฝ้าระวัง ตรวจสอบ และสื่อสารความเสี่ยงแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่องเพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยอาหารของประเทศ สร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพผลไม้ไทย และส่งเสริมมูลค่าทางเศรษฐกิจในตลาดทั้งในและต่างประเทศ

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข

บทความพิเศษ : ‘รู้จักเรารู้จักจีน’ สาธารณรัฐจีน ..การเปลี่ยนแปลงการปกครองของแดนมังกร

บทความพิเศษ : ‘รู้จักเรารู้จักจีน’ สาธารณรัฐจีน ..การเปลี่ยนแปลงการปกครองของแดนมังกร

บทความพิเศษ : ‘รู้จักเรารู้จักจีน’ สาธารณรัฐจีน ..การเปลี่ยนแปลงการปกครองของแดนมังกร

วันเสาร์ ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ในช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 24 ราชวงศ์ชิงซึ่งปกครองจีนมานานกว่า260 ปี เผชิญกับความอ่อนแออย่างหนัก ทั้งจากปัญหาการคอร์รัปชันภายใน ความขัดแย้งทางสังคม และที่สำคัญคือการถูกรุกรานและกดดันจากมหาอำนาจตะวันตกและญี่ปุ่น ทำให้จีนต้องยอมเสียสิทธิและดินแดนหลายครั้ง ความไม่พอใจในหมู่ปัญญาชนและประชาชนจึงทวีความรุนแรงขึ้น

การสิ้นสุดของ ราชวงศ์ชิง (พ.ศ. 2187-2455) ซึ่งเป็นราชวงศ์สุดท้ายของจีน (แมนจู)  เป็นจุดเริ่มต้นของสาธารณรัฐจีน (Republic of China – ROC) (พ.ศ.2455-2492)    ในช่วงนั้น  ประเทศจีนอ่อนแอลงมากจากปัญหาภายใน เช่น การเพิ่มขึ้นของประชากร การฉ้อราษฎร์บังหลวง และการกบฏครั้งใหญ่ เช่น กบฏไท่ผิง(Taiping Rebellion) และ กบฏนักมวย (Boxer Rebellion) รวมถึงการถูกรุกรานจากต่างชาติและการทำสงครามที่พ่ายแพ้ เช่น สงครามฝิ่น(Opium Wars), สงครามจีน-ญี่ปุ่นครั้งที่หนึ่ง) ซึ่งนำไปสู่การลงนามใน “สนธิสัญญาที่ไม่เท่าเทียม”(เช่น สนธิสัญญานานกิง) และถูกบังคับให้เปิดเมืองท่าค้าขาย จนต้องสูญเสียดินแดนและอำนาจอธิปไตยบางส่วน

การปฏิวัติซินไฮ่ (Xinhai Revolution)ในปี  พ.ศ. 2454 ทำการโค่นล้มราชวงศ์ชิงได้สำเร็จ  เป็นการ สิ้นสุดของระบอบจักรวรรดิ ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช ที่ปกครองจีนมานานกว่า 2,000 ปี และนำไปสู่การก่อตั้ง สาธารณรัฐจีน ในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2455 (ค.ศ. 1912) มีดร.ซุนยัดเซ็น เป็นประธานาธิบดีคนแรก (แต่เป็นไม่นานก็ลาออกให้ยวนซือไขดำรงตำแหน่งแทน )  โดยมีปรัชญาการเมืองสำคัญคือ ลัทธิไตรราษฎร์ (San-min Chu-i) ได้แก่ ชาตินิยม ประชาธิปไตย และความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน  ซึ่งต่อมาประสบความล้มเหลวในการนำไปปฏิบัติ เพราะขาดคำจำกัดความที่ชัดเจน และการตีความที่แตกต่างกันระหว่างพวกก๊กมินตั๋งกัยพวกคอมมิวนิสต์

การก่อตั้งสาธารณรัฐจีน (Republic of China)  (พ.ศ. 2455-2492)

การก่อตั้งสาธารณรัฐจีนไม่ได้นำมาซึ่งความมั่นคงในทันที ประวัติศาสตร์จีนในช่วงนี้ถูกแบ่งออกเป็นหลายช่วง:

•             ยุคสมัยขุนศึก(Warlord Era) (พ.ศ.2459-2471 ) หลังจากการสละตำแหน่งของประธานาธิบดี ยวนซือไข (ซึ่งเคยพยายามตั้งตนเองเป็นจักรพรรดิ) อำนาจส่วนกลางก็อ่อนแอลงอย่างมาก ทำให้จีนแผ่นดินใหญ่ถูกแบ่งแยกโดยอำนาจของ ขุนศึก ต่าง ๆ ที่แย่งชิงความเป็นใหญ่กัน

•             การรวมชาติของก๊กมินตั๋ง: พรรค ก๊กมินตั๋ง (Kuomintang – KMT) ภายใต้การนำของ เจียง ไคเช็ก ได้ดำเนินการ การกรีฑาทัพขึ้นเหนือ (Northern Expedition) ในช่วงปี พ.ศ. 2469-2471) เพื่อปราบปรามขุนศึกและรวมประเทศให้เป็นหนึ่งภายใต้ รัฐบาลชาตินิยม ที่เมือง หนานจิง

•             สงครามกลางเมืองจีนและสงครามต่อต้านญี่ปุ่น: ในช่วงเวลานี้ สาธารณรัฐจีนต้องเผชิญกับภัยคุกคามสองด้าน คือ การสู้รบกับ กองทัพแดงของพรรคคอมมิวนิสต์จีน(Chinese Communist Party – CCP) ที่นำโดย เหมา เจ๋อตุง   โดยเหมาเจ๋อตุงสู้ไม่ได้ ต้องนำทหารหลายหมื่นคนเดินทางไกล (Long March)  10,000 กิโลเมตร ผ่านเส้นทางยากลำบาก  เพื่อถอยหนีการโจมตีของทหารก๊กมินตั๋ง ของเจียงไคเชค  จากมณฑลเจียงซีทางภาคใต้ของจีน ไปยังมณฑลส่านซีทางภาคเหนือ 

การแบ่งแยกดินแดนและการถอยร่นสู่ไต้หวัน

หลังญี่ปุ่นพ่ายแพ้ในปี ค.ศ. 1945 สงครามกลางเมืองระหว่างพรรคก๊กมินตั๋งและพรรคคอมมิวนิสต์จีนก็ปะทุขึ้นอีกครั้ง ในที่สุด พรรคคอมมิวนิสต์จีนก็มีชัยชนะและได้เข้ายึดครองจีนแผ่นดินใหญ่  สถาปนาประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน (People’s Republic of China – PRC) ปกครองด้วยระบบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ มีเมืองหลวงคือกรุงปักกิ่ง   ส่วนสาธารณรัฐจีน  (Republic of China – ROC) หนีไปตั้งมั่นอยู่ที่เกาะไต้หวัน มีเมืองหลวงอยู่ที่กรุงไทเป  ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย  

โดย อาทร  จันทวิมล

พิธีมอบรางวัล NOW Travel Asia Global Awards 2025 ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ที่เฉิงตู ประเทศจีน

พิธีมอบรางวัล NOW Travel Asia Global Awards 2025 ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ที่เฉิงตู ประเทศจีน

พิธีมอบรางวัล NOW Travel Asia Global Awards 2025 ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ที่เฉิงตู ประเทศจีน

วันศุกร์ ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 19.11 น.

NOW Travel Asia Media Group มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะประกาศความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของ พิธีมอบรางวัล NOW Travel Asia Global Awards 2025 ซึ่งจัดขึ้นที่โรงแรม The Ritz-Carlton, Chengdu งานในครั้งนี้รวบรวมผู้บริหารระดับสูงและบุคคลสำคัญจากวงการท่องเที่ยวและการบริการระดับหรูทั่วภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เพื่อร่วมเฉลิมฉลองและยกย่องความสำเร็จในค่ำคืนที่น่าจดจำ

NOW Travel Asia Global Awards ถือเป็นหนึ่งในรางวัลที่ได้รับการยอมรับในวงการอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก โดยมอบรางวัลให้กับ โรงแรม รีสอร์ท สายการบิน แหล่งท่องเที่ยว ร้านอาหาร และองค์กรท่องเที่ยว ที่สามารถสร้างสรรค์บริการที่ยอดเยี่ยม นวัตกรรม และประสบการณ์ระดับโลกอย่างต่อเนื่อง

รายชื่อผู้ชนะอย่างเป็นทางการประจำปี 2568 ได้รับการประกาศในงาน Gala Ceremony และสามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซต์ของรางวัล http://www.nowtravelasiaawards.com พิธีมอบรางวัลครั้งนี้ยังเป็นเวทีสำคัญสำหรับผู้บริหาร ผู้ชนะรางวัล และผู้บุกเบิกในวงการท่องเที่ยว เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมอง เสริมสร้างความร่วมมือ และเฉลิมฉลองความสำเร็จร่วมกัน ณ เมืองเฉิงตู ที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมและศิลปะของประเทศจีน

NOW Travel Asia Global Awards จัดขึ้นโดย NOW Travel Asia Media Group ซึ่งเป็นสื่อชั้นนำด้านการท่องเที่ยวของเอเชียที่มีสำนักงานใหญ่ในประเทศไทย โดยรางวัลนี้มุ่งยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมและสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดความเป็นเลิศในวงการท่องเที่ยวระดับโลก และสร้างเครือข่ายอุตสาหกรรมที่มีคุณค่าในระดับโลก

ค่ำคืนนี้เต็มไปด้วย การเดินพรมแดง การปรากฏตัวของสื่อ การแสดงทางวัฒนธรรม การมอบรางวัลอย่างเป็นทางการ ซึ่งสร้างความทรงจำอันน่าประทับใจให้กับวงการท่องเที่ยวและการบริการระดับโลก

-(016)

ตื่นตากับเมนู WAGASHI รังสรรค์โดย 7 เชฟดังบินตรงจากญี่ปุ่น กับเทศกาล ‘THE WAGASHI Japanese Foods, Crafts & IKEBANA’

ตื่นตากับเมนู WAGASHI รังสรรค์โดย 7 เชฟดังบินตรงจากญี่ปุ่น กับเทศกาล ‘THE WAGASHI Japanese Foods, Crafts & IKEBANA’

ตื่นตากับเมนู WAGASHI รังสรรค์โดย 7 เชฟดังบินตรงจากญี่ปุ่น กับเทศกาล ‘THE WAGASHI Japanese Foods, Crafts & IKEBANA’

วันศุกร์ ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 17.50 น.

สยาม ทาคาชิมายะ ห้างสรรพสินค้าญี่ปุ่นขนานแท้แห่งเดียวในประเทศไทย ณ ไอคอนสยาม  มอบความพิเศษแทนคำขอบคุณ 7 ปีที่เคียงข้างกัน   ภายใต้คอนเซ็ปต์   “ขอบคุณ อาริกาโตะ” และการกลับมาอีกครั้งกับงานขนมหวานญี่ปุ่นที่หลายคนรอคอย “THE WAGASHI Japanese Foods, Crafts & IKEBANA”  เต็มอิ่มกับขนมสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิมขนานแท้นำเข้าจากทั่วประเทศญี่ปุ่น ตอกย้ำความขอบคุณด้วยเมนูสุดครีเอท รังสรรค์ โดย 7 เชฟ จาก 7 ร้านดัง ต้นตำรับขนานแท้จากประเทศญี่ปุ่นเพื่อวาระครบรอบ 7 ปี

ไฮไลท์สุดพิเศษ!!!  พบกับ .ล.ภาสันต์ สวัสดิวัตน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารนักชิม นักเขียน และเป็นกรรมการในรายการ เรียลลิตี้แข่งขันทำอาหารระดับประเทศ ที่มาร่วมบอกเล่าถึงความชื่นชอบและหลงใหลในเสน่ห์ขนมสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม “WAGASHI” (วากาชิ) พร้อมร่วมแชร์ประสบการณ์ถึงวัฒนธรรมด้านอาหารญี่ปุ่นสุดประณีต ได้เกร็ดความรู้ที่หลายคนไม่เคยรู้มาก่อน

สำหรับบรรยากาศในงาน “THE WAGASHI Japanese Foods, Crafts & IKEBANA”  เริ่มจากการมอบความพิเศษ ให้กับผู้ที่หลงใหลในเสน่ห์ของขนมหวาน ด้วยการนำขนมสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิมขนานแท้ จากร้านขนมชื่อดังทั่วประเทศญี่ปุ่นมาให้ช็อปท่ามกลางกลิ่นอายของวัฒนธรรมญี่ปุ่นสุดอบอุ่น ระหว่างวันนี้ถึง 30  พฤศจิกายน 2568 ที่ชั้น G และ ชั้น 4 สยาม ทาคาชิมายะ ณ ไอคอนสยาม  สุดเอ็กซ์คูลซีฟ!! กับการลิ้มลองความอร่อยกับขนมต้นตำรับสไตล์ดั้งเดิม “WAGASHI” (วากาชิ)   ขนานแท้!!   ซึ่งได้รับการจดทะเบียนศิลปะและขั้นตอนการทำขนมเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม จากการรังสรรค์เมนูสุดครีเอท   โดย 7 เชฟ จาก  7 ร้านดัง ต้นตำรับขนานแท้จากประเทศญี่ปุ่นเพื่อวาระครบรอบ 7 ปี เท่านั้น!!  นำโดย ฮิโรโมริ อุชิดะ จากร้าน “กันยูโด”  จังหวัดชิสึโอกะ, โนโบรุ  อิวาสะ จากร้าน “ชิโรเฮ โรโฮ” จังหวัด  ชิกะ, โยชิทาโร่ ฮานาอิ จากร้าน “คาเมยะ โยชิฮิโระ” จังหวัดไอจิ, ยาสึฮิโระ ฮิคิอามิ จากร้าน “ฮิคิอามิ

โคเกทสึโด” จังหวัดโทยามะ, โทโมคาสึ  สึนากะ จากร้าน “อาโอยากิ เซอิเกะ” จังหวัดโตเกียว, โนบุฮารุ  โอคาโมโตะ จากร้าน “ยูเมะกะชิโคโบ  โคโทะโยะ” จังหวัดมิเอะ, มาซาอากิ มิยะเกะ จากร้าน  “เบะนิยะ     มิยะเกะ” จังหวัดโทจิกิ” 

พร้อมเปิดประสบการณ์กับโซนใหม่!! ที่นำเข้ามัทฉะพรีเมียมจากประเทศญี่ปุ่นมารวมไว้เพื่อ  มัทฉะเลิฟเวอร์โดยเฉพาะ อาทิ “มัทฉะพรีเมียม” จากร้านชาโฮ (Chaho) ร้านชาชื่อดังจากเมืองมัตสึเอะ   ซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 140 ปี และเป็นต้นกำเนิดของพิธีชงชาญี่ปุ่น ที่ขึ้นชื่อเรื่องมัทฉะคุณภาพสูง

เพลิดเพลินกับกิจกรรมเวิร์กช็อปมากมาย อาทิ สอนการชงชาโดย Tea Master อาจารย์ฮิซาโอะ นากา มูระ จากร้านชาโฮ เรียนรู้ตั้งแต่ประวัติชา การชงชา ไปจนถึงการสัมผัสกลิ่นและรสของมัทฉะแท้, เวิร์กช็อป  “ปั้นขนมวากาชิน้องแมวน้ำลอยคอในทะเลเยลลี่” โดย อาจารย์มาสะอากิ มิยาเกะ  ผู้สร้างสรรค์เนริกิริ  แนวร่วมสมัย แห่งร้าน Beniya Miyake จากจังหวัดโทะจิกิ และ “เรียนรู้การชงกาแฟแบบ Brewing”  จาก  คุณบอม กฤตนัย คงธนารักษ์ – Thailand Brewers Cup Champion 2024 ผู้เชี่ยวชาญด้าน Hand Brew และ Pour Over ที่จะจับคู่กับขนมวากาชิสุดละเมียด จากร้าน UCC ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียน และสอบถามค่าร่วมกิจกรรม ได้ทางไลน์ SIAM Takashimaya  โดยโซนของอาหาร และขนมญี่ปุ่นจัดตั้งแต่วันที่  19 – 30 พฤศจิกายน 2568   ณ บริเวณชั้น G

ไข่หวานบ้านซูชิ รุกตลาดแคทเทอริ่ง เปิดตัว ‘Kaiwanbaansushi Catering’ เจาะกลุ่มงานอีเวนต์ องค์กร ปาร์ตี้ พร้อมเซตเมนูซูชิพรีเมียมแบบครบวงจร

ไข่หวานบ้านซูชิ รุกตลาดแคทเทอริ่ง เปิดตัว ‘Kaiwanbaansushi Catering’ เจาะกลุ่มงานอีเวนต์ องค์กร ปาร์ตี้ พร้อมเซตเมนูซูชิพรีเมียมแบบครบวงจร

ไข่หวานบ้านซูชิ รุกตลาดแคทเทอริ่ง เปิดตัว ‘Kaiwanbaansushi Catering’ เจาะกลุ่มงานอีเวนต์ องค์กร ปาร์ตี้ พร้อมเซตเมนูซูชิพรีเมียมแบบครบวงจร

วันศุกร์ ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 16.36 น.

“ไข่หวานบ้านซูชิ” แบรนด์ในใจที่ผู้บริโภคนึกถึง เดินหน้าต่อยอดความสำเร็จของแบรนด์ ด้วยการขยายธุรกิจสู่บริการแคทเทอริ่งอย่างเต็มรูปแบบ เปิดตัวบริการใหม่ ภายใต้ชื่อ “Kaiwanbaansushi Catering” เพื่อตอบรับความนิยมของอาหารญี่ปุ่นและความต้องการบริการจัดเลี้ยงที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในทุกโอกาส ไม่ว่าจะงานประชุม งานเลี้ยงองค์กร งานปาร์ตี้ส่วนตัว หรืองานเฉลิมฉลองต่างๆ ที่ต้องการความสะดวก รวดเร็ว และคุณภาพระดับร้านอาหาร พร้อมชูจุดเด่นด้านวัตถุดิบคุณภาพ ความสดใหม่ รสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ และการรังสรรค์เมนูเฉพาะทาง เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์การบริการแบบมืออาชีพในสไตล์ไข่หวานบ้านซูชิ  และตอบรับเทรนด์บริการอาหารยุคใหม่

สุรพงศ์ สุทธิกุญชร ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ไข่หวานบ้านซูชิ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การเปิดตัว Kaiwanbaansushi Catering เป็นอีกก้าวสำคัญของไข่หวานบ้านซูชิ เพื่อต้องการยกระดับประสบการณ์การจัดงานของลูกค้าให้สะดวกสบายขึ้น ด้วยอาหารญี่ปุ่นคุณภาพดี สดใหม่ ทำสดในวันงาน และสามารถออกแบบเมนูให้เหมาะกับแต่ละงานได้อย่างยืดหยุ่น ไม่ว่าจะเป็นงานบริษัท งานประชุม ทีมบิลดิ้ง งานเปิดตัวสิน ค้า หรืองานเลี้ยงต่างๆ โดยอยากให้ทุกงานเต็มไปด้วยสีสันและความประทับใจในสไตล์ของไข่หวานบ้านซูชิ  การเปิดตัว Kaiwanbaansushi Catering ยังสะท้อนวิสัยทัศน์ของแบรนด์ในการก้าวสู่ธุรกิจรูปแบบใหม่ที่สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคปัจจุบัน ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความสะดวกสบาย ความแตกต่างด้านประสบการณ์อาหาร และรูปแบบบริการที่ยืดหยุ่นมากขึ้น ทำให้ตลาดแคทเทอริ่งยังมีศักยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และเป็นโอกาสสำคัญที่ไข่หวานบ้านซูชิสามารถต่อยอดสู่ฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับรูปแบบการให้บริการมีให้เลือก 3 รูปแบบด้วยกัน คือ 1. Full Service (Type A) ปั้นสดพร้อมพนักงาน เหมาะสำหรับงานขนาดใหญ่ งานเลี้ยงที่ต้องการความประทับใจ และการบริการแบบจัดเต็ม ซึ่งจุดเด่นจะได้รับความอลังการและการบริการจากพนักงานปั้นซูชิสดๆ พร้อมสิทธิพิเศษ พนักงานปั้นสดๆที่หน้างาน 2. Delivery Service (Type B) จัดส่งซูชิถึงที่ เหมาะสำหรับงานประชุม สัมมนา หรืองานที่เน้นความรวดเร็วและความคุ้มค่า โดยมีจุดเด่นสามารถสั่งได้ ไม่มีขั้นต่ำ เน้นความประหยัดงบประมาณ โดยเป็นการจัดส่งอาหารพร้อมทาน (ไม่มีพนักงานบริ การ) และ 3. Set Box Service (Type C) กล่องพร้อมทาน เหมาะสำหรับงานสัมมนา งานอบรม หรืองานที่ต้องการแจกอาหารแบบกล่องเดี่ยว (Snack Box) สำหรับจุดเด่นเป็นการจัดทำเป็น Set Box (สำหรับ 3 คำ หรือ 5 คำ) พร้อมเครื่องเคียงและน้ำดื่ม เน้นความสะดวกในการแจกจ่าย (ไม่มีพนักงานบริการ)

สำหรับ Kaiwanbaansushi Catering ถูกออกแบบให้เป็นบริการที่ครบวงจร มีมาตรฐานสูง และสามารถปรับให้เข้ากับความต้องการของลูกค้าได้อย่างยืดหยุ่น โดยมีโดดเด่นและแตกต่างดังนี้

ความสดใหม่ที่ปั้นถึงหน้างาน (สำหรับ Full Service Type A) ไข่หวานบ้านซูชิ ไม่ได้แค่เตรียมอาหารมาให้ แต่เรานำความสดใหม่มาเสิร์ฟถึงที่ “ปั้นสดใหม่พร้อมเสิร์ฟ” แขกของคุณจะได้เห็นพนักงานปั้นซูชิด้วยตัวเอง ณ จุดจัดเลี้ยง ทำให้มั่นใจได้ว่าซูชิทุกคำนั้นสดใหม่และมีคุณภาพสูงสุด วัตถุดิบเกรดพรีเมียม สด สะอาด ไข่หวานบ้านซูชิ คัดสรรวัตถุดิบที่ดีที่สุดเท่านั้น เพื่อมอบประสบการณ์ที่อร่อยและปลอดภัยในทุกๆ คำ

ความคุ้มค่าและยืดหยุ่นทางด้านงบประมาณ ไข่หวานบ้านซูชิ เข้าใจว่าการคุมงบประมาณคือกุญแจสำคัญในการจัดงาน คุณสามารถเลือกเมนูที่มีให้หลากหลายให้เหมาะกับงบประมาณที่ตั้งไว้ได้เลย

ครบครันและพร้อมใช้งานทันที หมดกังวลเรื่องการจัดการด้านอาหาร ครบจบในที่เดียว เราเตรียมอุปกรณ์ ภาชนะ ตะเกียบ โชยุ และวาซาบิ ให้ในจำนวนที่เหมาะสมกับปริมาณอาหาร

ทางเลือกบริการที่ตอบโจทย์ทุกขนาดงาน ไม่ว่าจะเป็นงานใหญ่หรืองานเล็ก ไข่หวานบ้านซูชิ มีทางเลือกที่หลากหลายพร้อมให้การบริการ ตั้งแต่บริการแบบเต็มรูปแบบ (Type A) ไปจนถึงแบบจัดส่ง (Type B และ C)

ทั้งนี้ “ไข่หวานบ้านซูชิ” ยังคงเดินหน้าพัฒนาบริการอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านเมนู การจัดวางรูปแบบอาหาร และการบริการ เพื่อสร้างความประทับใจสูงสุดให้กับลูกค้า ตอกย้ำความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการส่งมอบประสบการณ์อาหารญี่ปุ่นคุณภาพในทุกโอกาสสำคัญ

ปัจจุบัน Kaiwanbaansushi Catering เปิดให้บริการในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล พร้อมแพ็กเกจสำหรับงานประเภทต่างๆ โดยปรับขนาดและรูปแบบบริการได้ตามงบประมาณและวัตถุประสงค์ของงาน โดยมีเมนูให้เลือกทั้งชุดข้าวและ Snack Box พร้อมโปรโมชั่นพิเศษที่เริ่มต้นเพียงชุดละ 65 บาทเท่านั้น ไม่ว่าจะจัดงานขนาดเล็กหรือใหญ่  ก็สั่งได้ง่าย รวดเร็วทันใจ และมั่นใจว่าบริการนี้จะเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำ คัญในการสร้างการเติบโตให้กับแบรนด์ในระยะยาวต่อไป ผู้ที่สนใจสอบถามข้อมูล Kaiwanbaansushi Catering เพิ่มเติมได้ที่ Line official : @kaiwanbaansushi หรือ 092 674 7444

‘นุ่น วรนุช’สกัดขาเม้าท์ โพสต์ภาพคู่’ต๊อด ปิติ’พร้อมแคปชั่นสุดจี๊ด หลังคนแห่โยงอักษรย่อ’ต.น.’

'นุ่น วรนุช'สกัดขาเม้าท์ โพสต์ภาพคู่'ต๊อด ปิติ'พร้อมแคปชั่นสุดจี๊ด หลังคนแห่โยงอักษรย่อ'ต.น.'

‘นุ่น วรนุช’สกัดขาเม้าท์ โพสต์ภาพคู่’ต๊อด ปิติ’พร้อมแคปชั่นสุดจี๊ด หลังคนแห่โยงอักษรย่อ’ต.น.’

วันเสาร์ ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 17.55 น.

22 พฤศจิกายน 2568 กลายเป็นประเด็นดราม่าที่ลามไปทั่ววงการบันเทิง โดยมีการใบ้เพิ่มถึงอักษรย่อ ต. ว่า น. เอาชื่อไปอ้างว่าหาเงินเอาไปลงทุนกับ ต. และจะได้เงินปันผล ทำให้คนแห่เดากันสนั่นว่าหมายถึงใคร ซึ่งนางเอกสาวคนดัง ‘นุ่น’ วรนุช ภิรมย์ภักดี รวมถึงสามีอย่าง ‘ต๊อด’ ปิติ  ภิรมย์ภักดี ก็ถูกโยงอักษรย่อด้วยเช่นกัน 

ซึ่งล่าสุด ‘ต๊อด ปิติ’ ได้ออกมาโพสต์ยืนยันไม่ใช่ตนเอง “ต.PB ไม่ใช่ผมนะครับ ผมไม่ใช้ SCB ครับ” และ “ถ้าใครโยงถึงผมและนุ่นแบบไม่คิด และสนุกปากกัน ไม่สนุกฟรีนะครับ ใครเจอแคปส่งผมด้วย”

ต่อมานางเอกสาว ‘นุ่น วรนุช’ ก็ได้โพสต์ภาพคู่กับสามีที่ล่าสุดดูเหมือนว่าจะบินไปเที่ยวต่างประเทศด้วยกัน พร้อมแคปชั่น “ต น อาจจะยังน้าาาาาา” ทำเอาแฟนๆ แห่เข้าไปคอมเมนต์กันสนั่นไอจีของสาวนุ่นเลยทีเดียว 

เอ๊ะยังไง! ซีอีโอสาว’ข้าวโพด’เพื่อนสนิทแก๊งนางฟ้าโพสต์สตอรี่รัวๆ ชาวเน็ตแห่จับตาชื่ออาจอยู่ในผัง?

เอ๊ะยังไง! ซีอีโอสาว'ข้าวโพด'เพื่อนสนิทแก๊งนางฟ้าโพสต์สตอรี่รัวๆ ชาวเน็ตแห่จับตาชื่ออาจอยู่ในผัง?

เอ๊ะยังไง! ซีอีโอสาว’ข้าวโพด’เพื่อนสนิทแก๊งนางฟ้าโพสต์สตอรี่รัวๆ ชาวเน็ตแห่จับตาชื่ออาจอยู่ในผัง?

วันเสาร์ ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 16.38 น.

22 พฤศจิกายน 2568  กลายเป็นที่ถูกจับตาเป็นอย่างมากสำหรับ ‘นานา ไรบีนา’ หลังถูกโยงประเด็นข่าวใหญ่ดาราตัวแม่ 400 ล้าน ซึ่งเรื่องราวนี้ทำคนจับตาความเคลื่อนไหวของทางฝั่งของสาว’นานา ไรบีนา’กันยกใหญ่ 

ก่อนที่พิธีกรชื่อดัง ‘หนุ่ม’ กรรชัย กำเนิดพลอย ได้ออกมาพูดถึงประเด็นที่ดารา น. ไปชวนผู้เสียหายลงทุน และอ้างว่าจะเอาเงินไปให้กับ ต. แต่สุดท้าย ต. ยืนยันไม่ได้ยืมเงินใครสักบาท แถมยังเอาเงินให้ น. ไปด้วย ซึ่งในฝั่งผู้เสียหายจากกรณีดารา น. มีชื่อ ข. รวมอยู่ด้วย ซึ่งต่อมา ‘นานา ไรบีนา’ ก็ได้ออกมาโพสต์คลิปลงไอจีสตอรี่ยอมรับเสียงสั่นว่าเป็นดารา น. ที่อยู่ในข่าวเป็นตนจริง พร้อมบอกอีกว่าขอให้เป็นเรื่องของกระบวนการทางกฎหมายตนไม่สามารถพูดอะไรไปได้มากไปกว่านี้ และขอโอกาสในการทำงานทำหน้าที่ที่ตัวเองต้องรับผิดชอบต่อไป

หลังจากที่ ‘นานา ไรบีนา’ เผยคลิปชี้แจงออกมานั้นได้ส่องความเคลื่อนไหวไปที่ ‘คุณข้าวโพด สมิทธินันท์’  CEO สาวจาก LIV White Diamond Brand ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของสาวๆ แก๊งนางฟ้า ซึ่งถุกจับตาว่าอยู่ในแผงผังรายชื่อผู้เสียหายที่ หนุ่ม กรรชัย พูดถึงปมดารา น. ชวนผู้เสียหายมาลงทุน และมีชื่อของ ข. เป็นชื่อแรกในผังหรือไม่นั้น 

ซึ่งพบว่า ‘คุณข้าวโพด สมิทธินันท์’ ก็ได้โพสต์ไอจีสตอรี่เป็นคำคมภาษาอังกฤษและภาษาไทยรัวๆ เลยทีเดียว ซึ่งเนื้อหาคำคมที่เจ้าตัวโพสต์พูดเกี่ยวกับเรื่องคน อาทิเช่น …. 

“God is separating you from people who have been secretly discrediting your character behind closed doors.” (พระเจ้ากำลังแยกคุณออกจากคนที่แอบทำลายคุณลับ ๆ อยู่หลังประตูที่ถูกปิด)

“Don’t regret being a good person with the wrong people. Your actions say everything about you, and their actions say everything about them.” (อย่าเสียใจที่เป็นคนดีกับคนผิด การกระทำของคุณบอกทุกอย่างเกี่ยวกับตัวคุณ และการกระทำของพวกเขาก็บอกทุกอย่างเกี่ยวกับพวกเขาเช่นกัน)

“God didn’t let them break you, He let them expose themselves.” (พระเจ้าไม่ปล่อยให้คนเหล่านั้นทำลายคุณ แต่จะให้พวกเขาเผยตัวตนออกมา)

“พระเจ้าคัดคน ออกจากชีวิตของคุณ เพราะท่านได้ยินบทสนทนา ที่คุณไม่ได้ยิน”

“พระเจ้าจะไม่นำเราไป ในที่ที่พระองค์ไม่ได้เตรียมพร้อม ให้เราเผชิญ”

“อย่าให้ใจของพวกท่านเป็นทุกข์เลย พวกท่านวางใจในพระเจ้า จงวางใจในเราด้วย”

ซึ่งพบว่าก่อนหน้านี้ ‘คุณข้าวโพด สมิทธินันท์’ เพิ่งจัดงานปาร์ตี้ฉลองวันเกิด โดยมีเหล่าดาราคนดัง รวมถึงเพื่อนๆ แก๊งนางฟ้าส่วนหนึ่งไปร่วมงาน แต่ไร้เงา ‘นานา’ ไปร่วมงานด้วย ซึ่งก็ไม่แน่ชัดว่าเป็นการแชร์สตอรี่เกี่ยวกับข้อความชวนคิดหรือจากพระคัมภีร์แบบทั่วๆ ไป หรือต้องการสื่อความหมายถึงใครกันแน่คงต้องรอให้เจ้าตัวชี้แจง

ยอมรับแล้ว! ‘นานา’ เสียงสั่นเปิดใจ ดารา น. คือตัวเอง

ยอมรับแล้ว! 'นานา' เสียงสั่นเปิดใจ ดารา น. คือตัวเอง

ยอมรับแล้ว! ‘นานา’ เสียงสั่นเปิดใจ ดารา น. คือตัวเอง

วันเสาร์ ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 07.46 น.

ยอมรับแล้ว! ‘นานา’ เสียงสั่นเปิดใจ ดารา น. คือตัวเอง ไม่สามารถพูดได้มากกว่านี้ ขอโอกาสทำงาน

กลายเป็นเรื่องราวดราม่าและเป็นประเด็นบนโลกโซเชียล หลังเพจท่านเปา ปล่อยข่าวดาราตัวแม่ เบี้ยวหนี้เพื่อนร่วมแก๊งร่วม 400 ล้าน หลายเพจใบ้อักษรย่อ น. จนโยงไปถึง “นานา ไรบีน” ว่าเป็นดาราคนดังกล่าว พร้อมกระทบหลายฝ่ายที่โดนหางเลขไปด้วย 

ต่อมามีการออกมาใบ้อักษรย่อเพิ่มว่า น. เอาเงินไปลงทุนกับ ต. โดยบอกคนที่ยืมเงินว่าจะได้เงินปันผล 7% ซึ่งต่อมาลดเหลือ 4% จนทำให้

“ต๊อด ปิติ ภิรมย์ภักดี” ยืนยันว่าไม่ใช่ตนเอง และหากใครโยงมาถึงตนและภรรยาอย่าง “นุ่น วรนุช ภิรมย์ภักดี” จะฟ้องไม่มีเรื่องสนุกฟรี ๆ ล่าสุดสตอรี่อินสตาแกรมของ นานา ได้ปล่อยคลิปชี้แจงถึงเรื่องนี้ โดยนานายอมรับเสียงสั่นว่า น. คือตัวเองจริง และ ต. ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่สามารถพูดได้มากกว่านี้ และขอโอกาสทำงาน

“สวัสดีค่ะ จากข่าวและกระแสต่างๆ ที่ออกมาตอนนี้นะคะ ใช่ค่ะ น. คือนานาเอง ส่วนตัวอักษรย่อ ต. ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ แต่ในส่วนที่นานาเองไม่พัวพันหรือพัวพันขนาดไหน ขอให้เป็นเรื่องกระบวนการทางกฎหมาย นานาไม่สามารถพูดอะไรไปได้มากกว่านี้ ณ ขณะนี้นานาขอโอกาสในการทำงาน และทำหน้าที่ที่ตัวเองรับผิดชอบต่อไปค่ะ ขอบคุณนะคะ”

‘โอ๊ยเล่าเรื่อง’ตาโขน(TheCursedMask)8/10

'โอ๊ยเล่าเรื่อง'ตาโขน(TheCursedMask)8/10

‘โอ๊ยเล่าเรื่อง’ตาโขน(TheCursedMask)8/10

วันเสาร์ ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ในตอนแรกรู้สึกเฉยๆตัวอย่าง/ใบปิดหนังไม่ดึงไม่ชวนให้อยากเข้าไปดูชวนให้นึกว่าเป็นหนังผีธรรมดาเรื่องหนึ่งเท่านั้นแต่พอ..ได้ดู..แค่เปิดเรื่อง‘ตาโขน’คือหนังระทึกขวัญในแบบบ้านๆที่ออกมาดีกว่าที่คิดหน้าหนังของ‘ตาโขน’อาจจะมุ่งไปที่การเป็น หนังผีน่ากลัวจากประเพณีความเชื่อของอีสานแต่เอาเข้าจริงๆตัวหนังอาจจะไม่ใช่อย่างที่คิด ‘ตาโขน’คือหนังระทึกขวัญลี้ลับหลอนที่มีทั้งเรื่องผีฆาตกรรมหนังอิงจากประเพณี ‘ผีตาโขน’ที่จัดขึ้นใน อ.ด่านซ้ายจ.เลย ตาโขน มาใน บรรยากาศของความน่ากลัว ผ่านงานด้านภาพ มุมกล้อง การจัดแสง ที่ออกมาในโทนมืดขยี้ด้วย โลเกชั่น ความหลอนของทุ่งนาป่าเขาแม่น้ำลำธาร ความมืดที่พบเห็นทั่วไปในชนบทรวมทั้งหน้ากากผีตาโขนยังช่วยเพิ่มความหลอนและยังขยี้ด้วยดนตรีประกอบที่ฟังแล้วดูวังเวงตลอดเรื่องมาในโทนน่ากลัวสีสันความสว่างไสวมีน้อยมากหนังอาจจะไม่ได้เน้นฉากตกใจสะดุ้งตุ้งแช่ ฉากเลือดสาดฉากโหดๆแต่หนังก็ทำให้เสียวชวนขนหัวลุก

บทหนังค่อนข้างลงตัว นำเอา ประเพณี/ความเชื่อเรื่องของ‘ผีตาโขน’มานำเสนอ มาเล่นได้แบบชวนติดตาม ทั้งในเรื่อง ผี ความลึบลับ ระทึกขวัญฆาตกรรมให้น้ำหนักทั้งในส่วนของดราม่า ความหลอน ระทึกขวัญ ออกมาได้ดี ไม่ออกนอกทาง มีการหักมุมไปมาในหลายๆฉากมีการปูรายละเอียด ตัวละครได้ดี น้ำหนักเท่าๆกัน และยังให้ ดูละครพูดภาษาอีสานกับพูดภาษากลางในตัวละครที่ไม่ใช่คนในหมู่บ้านน่าเสียดาย..ตรงที่ ในฉากไคลแม็กซ์ ท้ายเรื่อง มัน อาจจะดู ง่ายไปสักนิด ตัวช่วย ที่มาคลี่คลาย คืออะไร กันแน่ ถ้าส่วนนี้ ทำออกมาดี/ลงตัว หรือมีชั้นเชิงมากกว่านี้ คงจะทำให้หนังสมบูรณ์มากกว่านี้
 

 มอสหลง-ภาณุวัฒน์ เด่นมากๆในบท‘จ่อย’ตัวเอกที่แบกหนังเอาไว้ทั้งเรื่อง เล่นเก่งเล่นดีทั้งสีหน้าท่าทางดึงให้อยู่กับเรื่องเอาอยู่ในทุกๆฉากทั้งดราม่าแอ็คชั่น

นกน้อย อุไรพร เล่นดี เป็น ย่าถิน ที่ใช่!! ทั้งในความเป็น ย่า หัวหน้าครอบครัวของเด็กๆ ความเชื่อว่าลูกชายยังไม่ตาย หรือแม้แต่ ต้องอยู่ ในหมู่บ้าน ที่มีแต่คน ไม่ชอบ บทนี้เน้นดราม่าหนักแต่ที่โดนสุดๆ เล่นดีมาก

 เจแปน-พลอยปภัส ในบท ‘จั่น’ เด็กสาวหูหนวก ดูแล้วสงสาร เอาใจช่วย อดรักไม่ได้เล่นดีเป็นธรรมชาติจริงๆ
 

แฟรงค์-ธนัตถ์ศรันย์ เป็น ‘พล’ เพื่อนสนิทของ จ่อย ที่อยู่ เคียงข้าง คอยช่วยเหลือ ครอบครัวเพื่อนมาตลอด จากความสนิทกัน ทั้งสายตา ท่าทาง ดูไปดูไป อดคิดไม่ได้เป็นคู่จิ้นกัน
 

เดียร์น่า ฟลีโป มาดดีดูดี กับบท นัท นักข่าวสาวที่เข้ามาทำสกูปข่าว ประเพณีผีตาโขน แต่ไปๆ มาๆ กลับเป็นคนเริ่ม ตามคดีฆาตกรรม เป็นบทที่ เข้าช่วยเติมเต็มดันเรื่องให้ไปข้างหน้าดูน่ารักในทุกๆฉากที่ออกมา
 

ต้องเต-ธิติ ศรีนวล ในบท ฟิล์ม ตากล้องคู่ใจของ นัท เข้ามาช่วยเรียกรอยยิ้ม ขโมยซีน เป็นตัวเบรค ทำให้เรื่องผ่อนคลาย มาในแบบ ที่กำลังดีพอดีๆ ในทุกๆ ฉากทุกๆ ตอนไม่มีหลุดไม่มีตลกเลอะเทอะนอกหลู่นอกทาง(บทตากล้องทีวี ในทุกๆ เรื่อง มักจะเป็นตัวช่วยตัวเสริมที่ทำให้เรื่องสนุกขึ้นเรื่องนี้ก็เช่นกัน)
 

เดี่ยว-ชูพงษ์ ช่างปรุง รับบท สารวัตรศักดิ์สิทธิ์ หรือ ลุงศักดิ์ เพื่อนสนิทของ พงษ์ พ่อของจ่อย ที่คอยช่วยเหลือครอบครัวหลานๆ (อดเสียดายนิดนึง นักแสดงบทบู๊ มาทั้งทีน่าจะโชว์แอ็คชั่นให้ดูสักนิด)สืบ-บุญส่ง นาคภู่ รับบทเป็น ผู้ใหญ่อาจ ที่มีความเชื่อว่าเหตุการตายมาจากความโกรธแค้นของผีบรรพบุรุษประจำหมู่บ้าน
 

นักแสดงที่เล่นเป็นพงษ์พ่อของจ่อยก็เล่นได้ไม่เลวนักแสดงสมทบคนอื่นๆก็เล่นดีดูเป็นชาวบ้านๆ บางคนเออกมาดูหน้าตาดี เกิน อาทิ ลูกชายผู้ใหญ่อาจ มานิดๆ แต่ดูกวนๆ หรือ คุณหมอในหมู่บ้าน ที่เรียกรอยยิ้มใดด้วยเมื่อ มีบทสนทนาแซวว่า หมอหล่อนักแสดงทุกๆคนในเรื่องดูเป็นธรรมชาติทั้งย่าถิน-จ่อย-จั่นดูเป็นครอบครัว
จ่อย-พลเชื่อเลยว่าเป็นเพื่อนคู่หูกันสนิทกันมากมาย
 

นัท-ฟิล์ม ดูเป็นนักข่าวทีวีจริงๆ (คู่นักข่าว อดนึกถึงสมัยทำข่าว ถ้า มีคนขับรถ เพิ่มมาอีกคนจะดูเป็นทีมข่าวช่องใหญ่มากกว่านักข่าวท้องถิ่นในสมัยนี้)บรรดาชาวบ้านในเรื่องก็มาแบบโอเคๆ
 

มิ-ภูวิดล เนาว์โสภา ทำ ตาโขน หนังเรื่องแรก ของมาได้ดี ลงตัว แม้อาจจะยังไม่เต็มร้อย มีบางสิ่งบางส่วน ที่ยังไม่สมบูรณ์ แต่เมื่อดูจากภาพรวม ที่ออกมา ถือ ว่า โอเค. ใช้ได้เลยทีเดียว โดนใจชอบมากๆในระดับ 8/10 คะแนน

เปิดหมดทุกเรื่องราว ‘ลิลลี่ เหงียน’ พร้อมเผยเคยถูกโกงเพราะอยากเป็นดารา !?

เปิดหมดทุกเรื่องราว ‘ลิลลี่ เหงียน’ พร้อมเผยเคยถูกโกงเพราะอยากเป็นดารา !?

เปิดหมดทุกเรื่องราว ‘ลิลลี่ เหงียน’ พร้อมเผยเคยถูกโกงเพราะอยากเป็นดารา !?

วันเสาร์ ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

  เมื่อ ลิลลี่ เหงียน มารายการ Club Friday Show เปิดใจไม่อยากมีแฟนเหมือนพ่อ ไม่อยากมีชีวิตลำบากอีกแล้ว พร้อมเผยเคยถูกโกงเพราะอยากเป็นดารา !? และเพราะยังเด็กและขาดความรักความอบอุ่นจากพ่อ ทำให้ “ลิลลี่ เหงียน” เผลอใจแอบรักเพื่อนแม่ !? พร้อมขอย้ำชัดๆ ว่า ไม่เคยเป็นเมียน้อยของใคร !! นกน้อยที่เคยอยู่แต่ในกรงทองให้สามีเลี้ยง พอลองบินหนีออกจากกรงก็ดันโดนโกงโดนหลอกจนหมดตัว ตอนนี้ไม่รู้จะใช้เงินยังไงให้ถึงปีหน้า …

ในชีวิตตอนเด็กๆนั้นก็ต้องยอมรับว่าครอบครัวไม่ได้อบอุ่นมาก

ลิลลี่ เหงียน : พูดเหมือนละครน้ำเน่าเลยค่ะ พ่อเอาคนใช้มาเป็นภรรยา ไล่แม่ออกจากบ้านแล้วตอนนั้นพ่อแม่ตีกันเราหนีออกจากพ่อเลยเพราะไม่ชอบแม่เลี้ยง เราก็ไปอยู่กับแม่ล้างจานช่วยแม่ ยกจานเยอะแล้วก็แตกเจ้าของร้านจะเอาไม้คีบถ่านร้อนๆจะเอามาตีเรา แต่ว่าแม่เอาตัวเขาบังเราไว้ นั่นคือจุดหนึ่งที่เราไม่อยากจะลำบากแบบนี้ และถ้าเรามีแฟนห้ามเหมือนพ่อ

ซึ่งตอนนั้นการโดนโกงเกิดจากการที่ลิลลี่มีความฝันอยากเป็นดารา

ลิลลี่ เหงียน : ใช่ค่ะ จำได้เราดูตัวเองในกระจกแล้วเราก็คิดว่าเราเป็นนางเอกแล้วเราก็เล่นกับตัวเองในกระจก เล่นจนติดเป็นนิสัยแล้วเราก็ออกจากตัวละครนี้ไม่ได้เลย เราก็ไม่รู้ว่านี่คือลิลลี่ตัวจริง หรือลิลลี่เป็นละครไม่รู้เลย

ณ วันนี้เราเข้ามาอยู่ในวงการบันเทิงมันเหมือนที่ฝันไหม

ลิลลี่ เหงียน : …??

แอบไปชอบเพื่อนแม่

ลิลลี่ เหงียน : ใช่ค่ะ ตอนนั้นหนูอายุ 14-15 ขาดความอบอุ่นจากพ่อเราก็ไปบอก ก็บอกว่าอาหนูรักคุณอานะคะ เราก็พูดมาตั้งแต่เด็กเขาก็คิดว่าเราพูดเล่นมีภรรยาเขามีลูกเขาแล้วก็มีครอบครัวเรานั่งทานข้าวกัน

ลิลลี่ เหงียน : มีโอกาสได้คบกับผู้ชายคนหนึ่งซึ่งเป็นนักการเมืองเอ่ยชื่อก็ได้แต่ขอย้ำตรงนี้ว่าลี่ไม่เคยเป็นเมียน้อยของใคร แล้วก็ไม่เคยเป็นเมียน้อยของปะป๊า

เจอกันได้ยังไง

ลิลลี่ เหงียน : แม่ของเพื่อนเปิดร้านอาหารแล้วจะมีร้องเพลง เต้นรำบังเอิญไปเจอปะป๊าจุดเริ่มต้นคือร้องเพลงด้วยกันที่ร้านเพื่อนของแม่ ตอนคบปะป๊าเราถูกเลี้ยงด้วยเงินเราเมื่อก่อนเป็นคนมีอีโก้เยอะค่ะ แต่เราทำตามกฎของป๊าไม่ได้

ตอนนั้นลิลลี่มีเงินให้คนหลอกตั้งหลาย 10 ล้าน จนถึงขั้นหลัก 100 ล้านไปรวยมาจากไหน

ลิลลี่ เหงียน : ผัวเลี้ยง เรารู้สึกว่าเราเพิ่งเกิดแล้วเราเพิ่งเดิน เพิ่งโตตอนที่เราบินออกจากกรงเพิ่งออกมาเห็นโลกก็ตอนเลิกกับสามี อย่าเป็นดาราอยู่เฉยๆได้ไหมก็ไม่เชื่อเขาสุดท้ายก็โดนโกงจริงๆ

หมดไปเยอะไหม

ลิลลี่ เหงียน : ทำธุรกิจ ลงทุนหมดตัวเลย คือตอนนี้เราไม่รู้ว่าจะต้องใช้เงินยังไงให้มันไปถึงปีหน้า