DMT คว้ารางวัล AMCHAM CSI Award Silver Recognition

DMT คว้ารางวัล AMCHAM CSI Award Silver Recognition

DMT คว้ารางวัล AMCHAM CSI Award Silver Recognition

วันอังคาร ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 13.58 น.

นพพล โพธิ์ขี ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและกลยุทธ์เพื่อความยั่งยืน บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) หรือ DMT เป็นตัวแทนบริ ษัทฯ เข้ารับเกียรติบัตรรางวัล AMCHAM CSI Award Silver Recognition จากผู้แทนหอการค้าอเมริกันในประเทศไทย ซึ่งเกียรติบัตรนี้ พิจารณาจากผลการดำเนินงานด้านสังคมที่วัดผลลัพธ์ได้เป็นรูปธรรม สะท้อนถึงความมุ่งมั่น ทุ่มเทของพนักงาน DMT ทุกระดับชั้นที่มีส่วนร่วมส่งมอบคุณ ค่าครอบคลุมทั้งด้านสิ่งแวดล้อมชุมชน,ด้านการส่งเสริมการศึกษา,ด้านการยกระดับคุณภาพชีวิต,ด้านการยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนน, ด้านสุขภาพและการต่อต้านยาเสพติด นับเป็นรางวัลแห่งความภาคภูมิใจของบริษัทอีกรางวัล โดยงานดังกล่าวจัดขึ้น ณ โรงแรมนิกโก้ ถ.สุขุมวิท

รางวัลศิษย์เกียรติยศ 2568 ยกย่องศิษย์เก่าวัฒนาวิทยาลัย ผู้หญิงต้นแบบเก่งและดี

รางวัลศิษย์เกียรติยศ 2568 ยกย่องศิษย์เก่าวัฒนาวิทยาลัย ผู้หญิงต้นแบบเก่งและดี

รางวัลศิษย์เกียรติยศ 2568 ยกย่องศิษย์เก่าวัฒนาวิทยาลัย ผู้หญิงต้นแบบเก่งและดี

วันอังคาร ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 13.11 น.

 สมาคมศิษย์วังหลัง-วัฒนา จัดงาน “วันศิษย์เกียรติยศ ประจำปี 2568” (Wattana Pride & Prime 2025) เพื่อประกาศเกียรติคุณและมอบโล่ศิษย์เกียรติยศ ให้กับศิษย์เก่าโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัยที่สร้างคุณประโยชน์ให้กับสังคมและประเทศชาติอันนำมาซึ่งชื่อเสียงของโรงเรียน ซึ่งปีนี้มีผู้ได้รับรางวัลศิษย์เกียรติยศจำนวน 6 คน และร่วมแสดงความยินดีกับศิษย์เก่าที่ได้รับการจารึกชื่อบน “WWW Legacy Hall of Fame” และมอบเกียรติบัตรเพื่อยกย่องเชิดชูศิษย์เก่าที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีได้รับเกียรตินิยมอันดับ 1 จากมหาวิทยาลัยต่างๆ จำนวน 25 คน  โดยได้รับเกียรติจาก ท่านผู้หญิงรวิจิตร์ สุวรรณบุบผา หลวง เป็นประธานมอบรางวัล เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 ณ ศาลาโคล โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย

Wattana Little Angels  ขับร้องบทเพลงถวายความอาลัย I Want to praise you, Lord และ ส่งนางฟ้ากลับสวรรค์

งาน “วันศิษย์เกียรติยศประจำปี 2568” เริ่มต้นด้วยพิธีถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จากนั้นเป็นการแสดงขับร้องประสานเสียงโดย คณะนักร้องประสานเสียง Wattana Little Angels 2 บทเพลง คือ I Want to praise you, Lord และ ส่งนางฟ้ากลับสวรรค์ ในการนี้ ศาสนาจารย์ ดร.แพง ชินพงศ์ นายกสมาคมศิษย์วังหลัง –วัฒนา มอบเกียรติบัตรแก่คณะนักร้องประสานเสียง Wattana Little Angels แล้วจึงกล่าวเปิดงาน นำอธิษฐานพร้อมกล่าวแสดงความอาลัยต่อการจากไปของ ผู้ปกครอง ครูวันดี คันธวงศ์ อดีตผู้บริหารโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย ศิริอายุ 104 ปี

ท่านผู้หญิงรวิจิตร์ สุวรรณบุบผา พร้อมด้วย ศิษย์เก่า  WWW Legacy Hall of Fame ผู้แทน ชฎาทิพ จูตระกู, ดร. ณ ฤดี เคียงศิริ, ทายาท  พวงทอง สัจจาภินันท์ และ รศ.ดร.ภาลาภ สิงหเสนี

จากนั้น มนนิตา ตนประเสริฐ ประธานจัดงาน“วันศิษย์เกียรติยศประจำปี 2568” กล่าวรายงานการจัดงาน และเข้าสู่พิธีการแสดงความยินดีกับศิษย์เก่าที่ได้รับการจารึกชื่อ “WWW Legacy Hall of Fame” ซึ่งเป็นศิษย์เก่าที่ได้รับรางวัลศิษย์เกียรติยศ 3 ครั้ง ขึ้นไป จำนวน 4 ท่าน ได้แก่ ชฎาทิพ จูตระกูล, ดร.ณ ฤดี เคียงศิริ, รศ.ดร.พาลาภ สิงหเสนี และ พวงทอง สัจจาภินันท์ ตามด้วยการมอบเกียรติบัตรให้แก่ศิษย์เก่าที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรี จากมหาวิทยาลัยต่างๆ จำนวน 25 คน

ท่านผู้หญิงรวิจิตร์ สุวรรณบุบผา  มอบรางวัลแก่ ผาณิต พูนศิริวงศ์ รับรางวัลศิษย์เกียรติยศ เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน

สำหรับ “ศิษย์เกียรติยศประจำปี 2568” จำนวน 6 ท่านได้แก่ ผาณิต พูนศิริวงศ์ วว.92, มรกต ศรีสวัสดิ์ วว.108, พล.ต.หญิง ดวงยิหวา วงศ์ไทย วว.108, พล.ต.หญิง สุภิดา แผ้วพาลชน วว.108, ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์ วว.119 และ สิริกัลยา เนตรอินทร์ วว.124

มรกต ศรีสวัสดิ์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเวียงจันทน์ สปป. ลาว ศิษย์เกียรติยศ 2568

รางวัลศิษย์เกียรติยศ เป็นรางวัล สมาคมศิษย์วังหลัง-วัฒนา จัดขึ้นเพื่อเชิดชูศิษย์วัฒนาผู้เปี่ยมด้วยคุณธรรม ความสามารถ และเป็นผู้มีจิตอาสาในการสร้างสรรค์สังคม ทำคุณประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติ อันจะเป็นต้นแบบให้กับศิษย์วัฒนารุ่นหลังได้ยึดถือเป็นแบบอย่าง สอดคล้องกับอัตลักษณ์ของนักเรียน “กุลสตรีวัฒนา” (Wattana Characters) 7  ประการ ได้แก่  ความรักและการให้ ความซื่อสัตย์ ความมีวินัย ความรับผิดชอบ ผู้นำ/ผู้ตามที่ดี ตระหนักรู้คุณค่าแห่งตนและผู้อื่น และ ความมีกาลเทศะ

สิริกัลยา เนตรอินทร์ ศิษย์เกียรติยศ 2568 อดีตนายกเทศมนตรีตำบลตะกุด จ.สระบุรี

พล.ต.หญิงดวงยิหวา วงศ์ไทย ศิษย์เกียรติยศ 2568


ศาสนาจารย์ ดร.แพง ชินพงศ์ นายกสมาคมศิษย์วังหลัง –วัฒนา ร่วมยินดีกับศิษย์เกียรติยศ 2568 ผาณิต พูนศิริวงศ์ และ สิริกัลยา เนตรอินทร์


ท่านผู้หญิงรวิจิตร์ สุวรรณบุบผา   มอบดอกไม้แสดงความยินดีกับ อ.ลานทิพย์ ทวาทศิน ผู้จัดการโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย


มนนิตา ตนประเสริฐ, พล.ต.หญิงดวงยิหวา วงศ์ไทย, มรกต ศรีสวัสดิ์, ท่านผู้หญิงรวิจิตร์ สุวรรณบุบผา, ศาสนาจารย์ ดร.แพง ชินพงศ์, ผาณิต พูนศิริวงศ์, สิริกัลยา เนตรอินทร์ และ อ.ลานทิพย์ ทวาทศิน


ท่านผู้หญิงรวิจิตร์ สุวรรณบุบผา แสดงความยินดีกับศิษย์เก่าที่จบปริญญาตรี เกียรตินิยม ประจำปี 2568 จากมหาวิทยาลัยต่างๆ จำนวน 25 คน


   เพื่อนๆ ร่วมรุ่น อาทิ อ.ดวงใจ ตั้งสง่า, ภาวิไล บุราวาส ร่วมยินดีกับ ผาณิต พูนศิริวงศ์ ที่ได้รับรางวัลศิษย์เกียรติยศ เป็นปีที่ 2


สองพิธีกรรุ่นพี่ ศศิธร วัฒนกุล วว.117 และศิษย์ปัจจุบัน พรชณก เมืองน้อย ชั้นม.5/1

ศาสนาจารย์ ดร.แพง ชินพงศ์ มอบเกียรติบัตรแก่ คณะนักร้องประสานเสียง Wattana Little Angels ควบคุมวงโดย เบญจพร รัศมิทัต


ศศิธร วัฒนกุล, ผาณิต พูนศิริวงศ์ และ มนนิตา ตนประเสริฐ


สิริกัลยา เนตรอินทร์ มีเพื่อนๆ รุ่น 124 มาร่วมแสดงความยินดี


มรกต ศรีสวัสดิ์ และ พล.ต.หญิง ดวงยิหวา วงศ์ไทย กับเพื่อนๆ รุ่น 108 มาร่วมยินดีคับคั่ง

ดุจเดือน ยิ่งแม่น อุปนายกสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย คนที่ 2 มอบกระเช้าผลไม้ขอบคุณ อุรศา จิตตธรรมวาณิช ผู้จัดทำวิดิทัศน์ผลงานศิษย์เกียรติยศ

‘ชฎาทิพ จูตระกูล’ คว้ารางวัลเชิดชูเกียรติ ‘PIONEERS OF PLACES AWARDS’ ปั้น ‘ไอคอนสยาม’ สร้างประวัติศาสตร์โลก ขึ้นแท่น 1 ใน 3 โครงการที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลก

‘ชฎาทิพ จูตระกูล’ คว้ารางวัลเชิดชูเกียรติ ‘PIONEERS OF PLACES AWARDS’  ปั้น ‘ไอคอนสยาม’ สร้างประวัติศาสตร์โลก ขึ้นแท่น 1 ใน 3 โครงการที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลก

‘ชฎาทิพ จูตระกูล’ คว้ารางวัลเชิดชูเกียรติ ‘PIONEERS OF PLACES AWARDS’ ปั้น ‘ไอคอนสยาม’ สร้างประวัติศาสตร์โลก ขึ้นแท่น 1 ใน 3 โครงการที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลก

วันอังคาร ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

7 ปีแห่งความยิ่งใหญ่ ไอคอนสยาม ภายใต้การบริหารของ ชฎาทิพ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ คว้า 53 รางวัลแห่งความสำเร็จ ล่าสุดขึ้นแท่นเป็น 1 ใน 3 สุดยอดโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าปลีกที่ทรงอิทธิพลที่สุดในรอบ 30 ปีจากเวทีระดับโลก MAPIC Awards 2025 ขณะที่ ชฎาทิพ จูตระกูล ได้รับรางวัลเกียรติยศ “PIONEERS OF PLACES”  1 ใน 5 คนจาก MAPIC และเป็นนักธุรกิจเอเชียคนเดียวที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้นำที่สร้างแรงบันดาลใจและเปลี่ยนโฉมวงการอสังหาริมทรัพย์ของโลกในรอบ 30 ปี

ไอคอนสยาม สร้างปรากฏการณ์ยิ่งใหญ่อีกครั้งบนเวทีอสังหาริมทรัพย์และค้าปลีกระดับโลก ขึ้นแท่นเป็น 1 ใน 3 สุดยอดโครงการอสังหาริมทรัพย์ เพื่อการค้าปลีกที่ทรงอิทธิพลที่สุดในรอบ 30 ปี หรือ Most Influential Retail Property Project of the Past 30 Years จากเวทีระดับโลก MAPIC Awards 2025 ซึ่งเป็นเวทีที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “รางวัลออสการ์ของวงการ Retail” ตอกย้ำภาพลักษณ์ของไอคอนสยามที่เป็นสัญลักษณ์แห่งนวัตกรรมและการสร้างสรรค์ที่ล้ำเลิศ สร้างแรงบันดาลใจและสามารถดึงดูดผู้คนจากทั่วทุกมุมโลก ซึ่งเป็นบทพิสูจน์ความสำเร็จอีกครั้งหนึ่งของสยามพิวรรธน์  ซึ่งเป็นเจ้าของคอนเซปต์ในการพัฒนา Global Destination ที่สร้างประสบการณ์เหนือความคาดหมาย เป็น Game Changer ที่แสดงให้โลกเห็นชัดเจนแล้วว่าศักยภาพและความคิดสร้างสรรค์ของคนไทยนั้นไม่แพ้ชาติใดในโลก

MAPIC คือเวทีระดับโลกด้านอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าปลีก ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีที่เมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส โดยมีผู้เข้าร่วมงานนิทรรศการและสร้างเครือข่าย กว่า 4,000 คนจากกว่า 75 ประเทศทั่วโลก ทั้งนักลงทุน ผู้พัฒนาโครงการ ผู้บริหารแบรนด์ค้าปลีก และผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมค้าปลีกโลก เพื่อแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ นวัตกรรม และแนวโน้มใหม่ๆ ในวงการค้าปลีกและอสังหาริมทรัพย์  

ภายในงานประจำปีของ MAPIC มีการจัดมอบรางวัล MAPIC Awards ในสาขาต่างๆ ซึ่งถือเป็นรางวัลอันทรงเกียรติระดับโลก เพื่อยกย่องโครงการและแบรนด์ที่มีความโดดเด่นด้านนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ และผลกระทบเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมและการพัฒนาเมือง โดย MAPIC ได้มอบรางวัลในสาขาต่างๆ ทุกปี เป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ในธุรกิจค้าปลีกและการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ค้าปลีกที่คนในวงการทั่วโลกรอคอย และให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ซึ่งไอคอนสยามเคยได้รับรางวัลชนะเลิศสาขา Best Shopping Centre หรือศูนย์การค้าที่ดีที่สุดในโลก มาแล้วครั้งหนึ่งในปี 2562

ยิ่งไปกว่านั้นในปีนี้ MAPIC ได้จัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปี จึงได้จัดให้มีการมอบรางวัลพิเศษ “Most Influential Retail Property Project of the Past 30 Years” เฉพาะในปีนี้เท่านั้น เพื่อยกย่องโครงการที่มีอิทธิพลสูงสุดของโลกในรอบสามทศวรรษ และรางวัลเชิดชูเกียรติ  “PIONEERS OF PLACES AWARDS” แก่บุคคลที่เป็นผู้นำวิสัยทัศน์และมีผลงานอันโดดเด่นที่ได้กำหนดบรรทัดฐานใหม่ของโครงการที่ล้ำเลิศ เป็นผู้จุดประกายแรงบันดาลใจให้แก่อุตสาหกรรมค้าปลีกโลก และเป็นผู้ทรงอิทธิพลต่อการพัฒนาเมืองที่มอบประโยชน์ให้แก่ผู้คนและสังคม ตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา

‘ไอคอนสยาม’ ขึ้นแท่นเป็น 1 ใน 3 ‘โครงการที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลกในรอบ 30 ปี’

ไอคอนสยาม สร้างประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญบนเวทีโลก ด้วยการเป็นโครงการหนึ่งเดียวจากประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียที่สามารถผ่านเข้าสู่รอบสุดท้าย (Finalist) ร่วมกับอีกสองโครงการ คือ Puerto Venecia จากประเทศสเปน และ Westfield London จากสหราชอาณาจักร โดยไอคอนสยามได้รับการยกย่องเป็น 1 ใน 3 สุดยอดโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าปลีกที่ทรงอิทธิพลที่สุดในรอบ 30 ปี  หรือ Most Influential Retail Property Project of the Past 30 Years จากเวที MAPIC Awards 2025 อย่างสง่างาม

ชฎาทิพ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ ได้กล่าวด้วยความภาคภูมิใจว่า “ความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์นี้เกิดขึ้นจากพลังแห่งความร่วมมือ ศรัทธาและจิตวิญญาณของบริษัทคนไทย ที่ได้ตั้งใจสร้างแลนด์มาร์กใหม่ของประเทศ  เพื่อนำเสนออัตลักษณ์ของความเป็นไทย โดยมีแรงบันดาลใจจากการที่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเป็นแบบอย่างของการนำเสนอความเป็นไทยที่งดงาม โดยทั้งสองพระองค์ได้ทรงงานตลอดพระชนม์ชีพ เพื่อพัฒนาความสามารถของคนไทยจากภูมิปัญญาไทยในเรื่องต่างๆ ให้กลายเป็นเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่ทรงคุณค่าและมีมูลค่ามหาศาล ทรงเป็นแรงบันดาลใจให้เรามุ่งมั่นดำเนินรอยตาม และน้อมนําความเป็นไทยมาใช้ในการพัฒนา Global Destination เพื่อแข่งขันในเวทีโลกอย่างภาคภูมิ ในวันนี้ที่ไอคอนสยามได้เป็นโครงการหนึ่งเดียวจากประเทศไทยและเอเชีย ที่ได้รับการยกย่องเป็น 1 ใน 3 โครงการที่ทรงอิทธิพลของโลกนั้น ถือว่าได้บรรลุปณิธานแรกเริ่ม ที่จะให้โครงการนี้สร้างชื่อเสียงและเกียรติภูมิให้แก่ประเทศไทย ให้โลกได้รู้ว่าคนไทยไม่เป็นรองใครในเวทีโลก

ตั้งแต่เปิดดำเนินการมาเป็นเวลา 7 ปี ไอคอนสยามได้พิสูจน์ให้เห็นถึงบทบาทสำคัญในการพลิกโฉมเมืองธนบุรี ให้กลายเป็นศูนย์กลางการค้าที่ยิ่งใหญ่ทัดเทียมฝั่งกรุงเทพมหานคร และยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนโดยรอบให้เติบโตไปพร้อมกัน โครงการนี้จึงมีความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะร่วมสร้างคุณค่า (Shared Value) และเป็นแม่เหล็กที่ช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เพื่อให้ประเทศไทยยืนหยัดได้อย่างสง่างามตลอดไป”

ชฎาทิพ จูตระกูล คว้ารางวัลเชิดชูเกียรติระดับโลก “PIONEERS OF PLACES AWARDS”

ชฎาทิพ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ 

ชฎาทิพ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ ได้รับการยกย่องในระดับนานาชาติจากเวที MAPIC Awards 2025  คว้ารางวัล “PIONEERS OF PLACES AWARDS” ซึ่งเป็นรางวัลเชิดชูเกียรติระดับ Lifetime Achievement ในฐานะคนไทยและชาวเอเชียคนแรกที่ได้รับเกียรติอันทรงคุณค่านี้ เคียงข้างกับผู้นำธุรกิจค้าปลีกระดับโลกที่มีผลงานโดดเด่นอีก 4 ราย ได้แก่ Mr. Maurice Bansay ประธานและผู้ก่อตั้ง APSYS ผู้พัฒนาโครงการระดับแลนด์มาร์กทั้งในฝรั่งเศสและโปแลนด์  Mr.Philippe Journo ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Compagnie de Phalsbourg ผู้นำด้านอสังหาริมทรัพย์ของฝรั่งเศสที่มุ่งมั่นพัฒนาโครงการที่มีมาตรฐานด้านสถาปัตยกรรมและสิ่งแวดล้อม Mr. Alexander Otto ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท ECE ผู้นำตลาดอสังหาริมทรัพย์ค้าปลีกในยุโรปกว่า 200 แห่ง  Mr. Alain Taravella  ประธานและผู้ก่อตั้งบริษัท ALTAREA หนึ่งในผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ ใน 3 ประเทศ ฝรั่งเศส อิตาลี และสเปน

รางวัลนี้สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ ความมุ่งมั่น และความเป็นผู้นำของสยามพิวรรธน์ในการพัฒนาโกลบอลเดสติเนชัน อาทิ สยามพารากอน “The Pride of Bangkok” และ ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ผสานศูนย์การค้า ศิลปวัฒนธรรม ที่อยู่อาศัย และไลฟ์สไตล์เข้าไว้ด้วยกันอย่างงดงาม จนกลายเป็นต้นแบบใหม่ของโครงการที่เป็น Global Destination ความสำเร็จนี้ไม่เพียงตอกย้ำบทบาทของสยามพิวรรธน์ในฐานะผู้บุกเบิกที่มีส่วนสำคัญในการยกระดับกรุงเทพมหานครสู่การเป็นศูนย์กลางค้าปลีกระดับโลก อีกทั้งยังมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และเป็น “Game Changer” ตัวจริงที่สามารถพลิกทุกวิกฤตให้เป็นโอกาส สร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่วงการโลก

หนึ่งในความภาคภูมิใจสูงสุดของสยามพิวรรธน์ คือการมีส่วนร่วมในการสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยบนเวทีโลก และการประกาศให้โลกรู้ว่า คนไทยมีความคิดสร้างสรรค์และความสามารถไม่แพ้ชาติใดในโลก รางวัลอันทรงเกียรตินี้จึงไม่ใช่เพียงความสำเร็จขององค์กร หากแต่เป็นสัญลักษณ์แห่งเกียรติยศ ความภาคภูมิใจ และแรงบันดาลใจของคนไทยทุกคน เสมือนการนำธงชาติไทยไปโบกสะบัดอย่างสง่างามบนเวทีโลก

“รางวัลอันทรงเกียรติในครั้งนี้ จึงไม่ใช่ของสยามพิวรรธน์ แต่เป็นรางวัลของประเทศไทย เป็นเกียรติยศ และความภาคภูมิใจอันยิ่งใหญ่ของคนไทยทุกคน เราจะมุ่งมั่นและทุ่มเททำทุกวิถีทาง เพื่อให้ไอคอนสยามเป็น ‘แม่เหล็ก’ ดึงดูดที่ทรงพลัง ที่จะทำให้คนทั้งโลกกลับมาเยี่ยมเยือนประเทศไทยครั้งแล้วครั้งเล่า และหลงรักประเทศไทยอีกครั้งอย่างไม่มีวันสิ้นสุด”  ชฎาทิพ กล่าวในที่สุด

บทความพิเศษ : ‘รู้จักเรารู้จักจีน’ จีนสมัยราชวงศ์จิ้นถึงราชวงศ์ซ้อง (พ.ศ. 813-1822) พันปีของจีนถึงยุคการก่อตั้งประเทศไทย

บทความพิเศษ : ‘รู้จักเรารู้จักจีน’ จีนสมัยราชวงศ์จิ้นถึงราชวงศ์ซ้อง (พ.ศ. 813-1822) พันปีของจีนถึงยุคการก่อตั้งประเทศไทย

บทความพิเศษ : ‘รู้จักเรารู้จักจีน’ จีนสมัยราชวงศ์จิ้นถึงราชวงศ์ซ้อง (พ.ศ. 813-1822) พันปีของจีนถึงยุคการก่อตั้งประเทศไทย

วันอังคาร ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ช่วงเวลาของอาณาจักรจีน จากราชวงศ์จิ้นถึงราชวงศ์ซ้อง (พ.ศ. 813-1822) เป็นช่วงเวลาที่ยาวนานเกือบ พันปี เทียบได้ตั้งแต่สมัยอาณาจักรฟูนัน เจนละ ทวารวดี จนถึงยุคที่พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ทรงก่อตั้งกรุงสุโขทัยนั้น     เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการที่สำคัญ มีการแตกแยกและรวมชาติ การเจริญรุ่งเรืองทางวัฒนธรรม ไปจนถึงความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มีผลกระทบต่อโลก      มีนวัตกรรมสำคัญมากมายเกิดขึ้น ยุคนี้ เช่น กระดาษ การพิมพ์ เข็มทิศ ดินปืน และธนบัตร ซึ่งเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่เปลี่ยนแปลงโลกและมีความสำคัญถึงปัจจุบัน ในขณะที่วรรณกรรม ปรัชญา และศิลปะจากยุคนี้ยังคงเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญของมนุษยชาติ

1.ราชวงศ์จิ้น (Jin Dynasty 晋) พ.ศ. 813-962 (ค.ศ. 265-420) 

ช่วงปลายของยุคสามก๊ก     สุมาเอี้ยน (司馬炎) หลานปู่ของสุมาอี้ ได้รบชนะ วุยก๊ก ง่อก๊ก  รวมประเทศจีนให้เป็นหนึ่งเดียวได้ในปี พ.ศ. 823 แล้วสถาปนาราชวงศ์จิ้น 晉朝Jìn Cháo  ขึ้นครองอำนาจ เป็นจักรพรรดิจิ้นอู่ตี้ (司马炎) โดยใช้เมืองลั่วหยาง หรือลกเอี๋ยง (Luoyang) และ ฉางอาน หรือซีอาน (Chang’an) เป็นเมืองหลวง   ในสมัยราชวงศ์จิ้นนี้ มีการพัฒนาตัวอักษรจีน การแพทย์แผนจีน    การหลอมเหล็กและการแปรรูปโลหะเจริญก้าวหน้า  ราชวงศ์จิ้น ล่มสลายจากการก่อจลาจลของบรรดาอ๋อง (จลาจล 8 อ๋อง 八王之亂) และการรุกรานของชนเผ่า 5 เผ่าจากทางเหนือ

2.ราชวงศ์เหนือใต้ (南北朝  Northern and Southern dynasties) พ.ศ. 962-1131 (ค.ศ. 420-589)  

ในยุคนี้   จีนเข้าสู่การแตกแยกเป็น 2 ส่วน คือ ราชวงศ์ทางเหนือ (ส่วนใหญ่ปกครองโดยชนเผ่าไม่ใช่ฮั่น) และราชวงศ์ทางใต้ (ปกครองโดยชาวฮั่น)     พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรือง วัฒนธรรมฮั่นและชนเผ่าต่างๆ ผสมผสานกัน  ระบบชลประทานได้รับการพัฒนา   เครื่องเคลือบดินเผา คุณภาพสูงเริ่มมีชื่อเสียง

ราชวงศ์สุ่ย (隋   Sui Dynasty) พ.ศ. 1124-1161 (ค.ศ. 581-618) 

เป็นราชวงศ์ที่ปกครองจีนเพียง 37 ปี แต่สำคัญมากในการรวมประเทศจีนเหนือและใต้เข้าด้วยกันอีกครั้งหลังจากแยกกันนานกว่า 300 ปี  มีการสร้างคลองใหญ่ต้ายุ่นเหอ 大运河เชื่อมโยงแม่น้ำฮวงโห และแยงซีเกียงเข้าด้วยกัน ยาว 1,776 กม.มีการพัฒนาการพิมพ์ด้วยแกะไม้เป็นตัวอักษร     มีการทำสงครามกับเกาหลีแต่พ่ายแพ้

ราชวงศ์ถัง (唐 Tang Dynasty ) พ.ศ. 1161-1450 (ค.ศ. 618-907)

ราชวงศ์ถัง เป็นราชวงศ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์จีน ปกครองจีนยาวนานเกือบ 300 ปี โดยมีเมืองหวงอยู่ที่ฉางอาน (ซีอาน)   เป็นยุคทองของอารยธรรมจีน โดยเฉพาะในสมัยของถังไทจงฮ่องเต้  (唐太宗Tang Taizong) มีการขยายดินแดนจีนไปทั่วเอเชียกลาง  การค้าขายระหว่างประเทศเจริญรุ่งเรืองผ่านเส้นทางสายไหม     พระถังซำจั๋ง  หรือ เสวียนจั่ง (玄奘 Xuanzang): เดินทางไปสืบพระพุทธศาสนาที่ อินเดีย     มีการทำหนังสือพิมพ์แกะไม้แผ่นแรกของโลก “พระสูตรเพชร” (พ.ศ. 1411)   คิดค้นดินปืนเครื่องมือหาตำแหน่งดาวและนาฬิกาน้ำ   เซรามิกสามสีสวยงามพัฒนากระดาษและหมึก  ราชสำนักและรัฐบาลกลางเข้าสู่ช่วงเสื่อมอำนาจลงในช่วงครึ่งหลังพุทธศตวรรษที่ 14 จากการเกิดกบฏชาวนาที่ส่งผลให้เกิดการสูญเสียและการพลัดถิ่นของประชากรจํานวนมาก ความยากจนที่แพร่กระจายมากขึ้น ความขัดแย้งภายในรัฐบาลนำไปสู่การสิ้นสุดของราชวงศ์ถังใน พ.ศ. 1450

ยุคห้าราชวงศ์สิบอาณาจักร (Five Dynasties and Ten Kingdoms) พ.ศ. 1450-1503 (ค.ศ. 907-960)

เป็นช่วงเวลาของ ความวุ่นวายทางการเมือง และ สงครามชิงอำนาจ ระหว่างบรรดาขุนศึกและอาณาจักรต่างๆ ที่ต่างก็อ้างสิทธิ์ในการเป็นผู้สืบทอดอำนาจที่ชอบธรรมของราชวงศ์ถัง  ยุคนี้สิ้นสุดลงใน พ.ศ. 1503 เมื่อพระเจ้าซ่งไท่จู่ ได้ยึดอำนาจและสถาปนา ราชวงศ์ซ่ง (Song Dynasty) ขึ้น ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการรวมจีนให้เป็นปึกแผ่นอีกครั้ง

ราชวงศ์ซ้อง หรือ ซ่ง  (宋 Song Dynasty) พ.ศ. 1503-1822  (ค.ศ. 960-1279)

สมัยราชวงศ์ซ้อง เป็นยุคแห่งความเจริญทางเศรษฐกิจ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี     เจริญรุ่งเรืองด้วยการค้าและอุตสาหกรรม  เกิดสงครามกับจักรวรรดิมองโกลที่ยืดเยื้อ    เริ่มใช้เข็มทิศในการเดินเรือ   นำดินปืนไปใช้ในอาวุธสงครามจริง   คิดค้นธนบัตรซึ่งเป็น เงินกระดาษชิ้นแรกของโลก “เจียวซื่อ” (交子)  คิดค้นเทคโนโลยีการหลอมเหล็กเพื่อผลิตเหล็กกล้าคุณภาพสูง  ประดิษฐนาฬิกาน้ำแบบดาราศาสตร์ที่ซับซ้อนและแม่นยำ   ประดิษฐ์เครื่องมือทางการแพทย์เช่นเข็มฝังเข้าหู และศัลยกรรมขั้นพื้นฐาน  ประดิษฐ์แว่นขยาย

สมัยปลายราชวงศ์ซ้อง (พ.ศ. 1503-1822) ตรงกับสมัยที่พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ครองกรุงสุโขทัย (พ.ศ.  1792-1822)   เมืองจีนถูกพวกมองโกลนำโดยเจงกิสข่านเข้าโจมตี จนถึงปักกิ่ง  ทำให้สิ้นราชวงศ์ซ้อง  แล้วสถาปนาราชวงศ์หยวนขึ้นแทน

โดย  อาทร  จันทวิมล

คุณแหน : 18 พฤศจิกายน 2568

คุณแหน : 18 พฤศจิกายน 2568

คุณแหน : 18 พฤศจิกายน 2568

วันอังคาร ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 02.00 น.

  • บรรดาสมาชิกราชสกุลต่างๆ ได้ไปถวายความอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท…สำหรับราชสกุล “กำภูฯ” กำหนดในวันที่ 18 พ.ย. ซึ่ง เทอดขวัญ กำภูฯ บอกกล่าวมาว่า ลูกสาวคนโต ชลทิพย์ ภริยา ท่านออท. ธานี แสงรัตน์ บินมาจากเกาหลีใต้ เพื่อการนี้ด้วย…
  • เริ่มสัปดาห์ใหม่ไทยแลนด์ก็เจอรายการโป๊ะแตกแล้ว สืบเนื่องจากข้อพิพาท ไทย-กัมพูชา ปรากฎว่าเรา “ไม่เข้าตา” ประธานาธิบดีทรัมป์ ในฐานะประธานสักขีพยาน ในพิธีลงนามปฏิญญา ถึงกับสั่งการให้ผู้แทนการค้ายูเอสแจ้งระงับการเจรจาภาษีทรัมป์กับรัฐบาลไทย เจอลูกนี้เข้าอย่าว่าแต่รัฐบาลเลยเจ้าสัวการค้าของไทยหลายคนต้องเริ่มกินยานอนหลับแล้ว…หลายผู้เชี่ยวชาญหลายความเห็นมาก บารอนเนส คัดเอาข้อแนะนำของผู้สันทัดกรณีผู้มีประสบการณ์งานจริงระดับโลก 1) อดีต สว.และอดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐฯ พิศาล มาณวพัฒน์ ให้ความเห็นเยอะ สรุปได้ว่า กัมพูชาขณะนี้ “ล้ำเส้น” แล้ว หากไทยจะตอบโต้ทางทหาร ควรควบคู่ไปกับขบวนการการทูต และอันนี้ท่านเห็นชัดเจนกว่าคนอื่น เพราะเคยปฏิบัติหน้าที่ประสานงานกับ WHITE HOUSE มาแล้ว กล่าวคือ หากถ้าท่านนายกฯจะ”กดปุ่ม”สั่งการปฏิบัติการทหาร สมควรให้เกียรติ ประธานาธิบดีทรัมป์ แจ้งฮอตไลน์ท่านประมาณ 30 นาที ก่อนแอคชั่น(ทั้งเซเลนสกี้ และ เนทันยาฮู ปฏิบัติมาแล้ว), 2) อดีตที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงรัฐบาลไทย ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ชี้ทางสว่างให้รัฐบาล โดยเผยว่า ฮุนมาเนต จบการทหารจาก รร.นายร้อยเวสพอยท์ ของสหรัฐฯ นายทหารชั้นผู้ใหญ่หลายคนปฏิบัติหน้าที่อยู่ใน WHITE HOUSE สนิทกับ ฮุนมาเนต เท่ากับเขามี “ลู่วิ่งใน” กับ ทรัมป์ ซึ่งได้เปรียบเราเยอะ…
  • เอ่ยชื่อเขาไม่ว่าจะเป็นอิสตรีรุ่นไหนก็ต้องกรี๊ดเป็นธรรมดา ไม่มีใครที่ไหนนอกจากอดีตนักฟุตบอลซุปเปอร์สตาร์ชาวอังกฤษ เดวิด เบ็คแฮม นับเนื่องจากนี้เราคงจะไม่เรียกเขาแบบกันเองว่า “เดวิด” อีกแล้ว เพราะผลงานอันมากมายของเขาในนามของสหราชอาณาจักรและเครือจักรภพอังกฤษซึ่งครอบคลุมถึง 40 รัฐ ! ดำเนินมาเป็นเวลากว่า 20 ปี จึงเป็นที่มาของประกาศพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงทำให้เขามีฐานันดรศักดิ์เป็นท่าน “เซอร์” เรียกเต็มว่า SIR DAVID BECKHAM จากกษัตริย์อังกฤษพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 เขากล่าวอย่างตื้นตันว่า “วาระนี้เป็นสิ่งที่ผมภาคภูมิใจที่สุดในชีวิต จากการรับพระราชทานจากพระมหากษัตริย์อันเป็นที่เคารพรัก” อีกทั้ง VICTORIA ภรรยาคู่สมรสก็จะได้รับฐานันดรศักดิ์เป็น LADY BECKHAM ตามราชประเพณีนับเป็นเกียรติอันสูงสุดกับวงศ์ตระกูลตลอดไป…แบคกราวด์ของ เบ็คแฮม ถูกยกย่องดั่งพล็อตในนวนิยาย แต่เป็นแบบอย่างที่เยาวชนทั่วโลกน่ายึดถือปฏิบัติ เขาเกิดในครอบครัวชนชั้นกรรมาชีพมีถิ่นที่อยู่ในย่านชุมชนแออัดของการเคหะแห่งชาติ EAST END ในเมื่อรู้ตัวว่าเรียนหนังสือไม่เก่งจำต้องมีวิชาชีพที่ทำได้ดีเพื่อครอบครัว พบสิ่งที่รักที่สุดคือฟุตบอล นั่นคือจุดเริ่มต้นของการมุ่งมั่นฝึกฝนชิงความเป็นเลิศและยัง “อยู่เป็น” โดยรักษาตัวออกห่างจากสิ่งแวดล้อมเป็นพิษในชุมชนแออัดของมหานครลอนดอน…
  • ในรายการ SOUTHEAST ASIAN AMATEUR GOLF TEAM CHAMPIONSHIP 2025 ช่วง 11-14 พ.ย.ที่ผ่านมา ณ สนาม LUISITA Golf & Country Club, Tarlac, Philippine ทีมชาติไทยส่งนักกอล์ฟเข้าร่วมแข่งขัน ปรากฏว่า ทีมชาติไทย ได้ที่ 1 ครองถ้วย KARTINI ส่วน เจลลี่ ได้ที่ 1 ประเภทบุคคล คุณยาย ตวงพร เลาหบุตร ดีใจเป็นที่ยิ่ง…
  • ส่วน Esther ได้รางวัลชนะเลิศหญิงเดี่ยว รุ่น 9 ปี ( Esther อายุ 7 ปี ) จากการแข่งขันแบดมินตันรายการ GROW UP BADMINTON CHAMPIONSHIP # 2 ที่สนามเเบต CC BADMINTON RAMA 2 ด้วยคะแนน 21 /16 กับ 21 / 11 ยินดีกับ คุณย่า สุวรรณา เบญจดล ด้วย…
  • พิธีไว้อาลัย คุณครูวรรณดี คันธวงศ์ อดีตผู้บริหาร รร.วัฒนาวิทยาลัย ที่คริสจักรวัฒนา 2 วันคือ วันที่ 17 – 18 พ.ย.19.00 น…เจ้าภาพขอความร่วมมืองดรับพวงหรีด ดอกไม้สด และพัดลมทุกชนิด !!…

บารอนเนส

เอเซอร์ – อินเทล จัด “Thailand Predator League 2026” รอบชิง หาตัวแทนลุยศึก Asia Pacific Predator League 2026 ที่อินเดีย

เอเซอร์ – อินเทล จัด “Thailand Predator League 2026” รอบชิง หาตัวแทนลุยศึก Asia Pacific Predator League 2026 ที่อินเดีย

เอเซอร์ – อินเทล จัด “Thailand Predator League 2026” รอบชิง หาตัวแทนลุยศึก Asia Pacific Predator League 2026 ที่อินเดีย

วันจันทร์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 18.04 น.

เอเซอร์และอินเทล จัดการแข่งขัน “Thailand Predator League 2026” รอบ Finals เพื่อเฟ้นหาทีมตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันบนเวที Asia Pacific Predator League 2026 ที่ประเทศอินเดีย ปีนี้ แฟน ๆ อีสปอร์ตจะได้ร่วมเชียร์ทีมไทยถึงสองทีม ได้แก่ ทีมแชมป์จากการแข่งขัน Thailand Predator League 2026 ในเกม VALORANT และทีมตัวแทนไทยในเกม DOTA 2 ที่ได้รับเชิญเข้าร่วมการแข่งขันในทัวร์นาเมนต์นี้ การแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของนักกีฬาอีสปอร์ตไทยในการแสดงศักยภาพและสร้างชื่อเสียงในระดับเอเชีย

บรรยากาศในรอบ Finals ของ Thailand Predator League 2026 เต็มไปด้วยความคึกคัก และเป็นแมตช์ที่แฟนเกม VALORANT ทั่วประเทศจับตา เมื่อ FULL SENSE ทีมอีสปอร์ตที่มีประสบการณ์บนเวทีระดับใหญ่ โคจรมาพบกับ TEAM NKT แชมป์เก่าสองสมัยที่ครองตำแหน่งมาอย่างแข็งแกร่ง การพบกันครั้งนี้จึงเป็นศึกตัดสินระหว่างทีมแชมป์เก่าที่ต้องการป้องกันบัลลังก์ และผู้ท้าชิงที่พร้อมสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ พร้อมเดิมพันสำคัญคือสิทธิ์เป็นตัวแทนประเทศไทย ไปแข่งขันในศึก Asia Pacific Predator League 2026 ที่ประเทศอินเดีย

ในรอบชิงชนะเลิศ FULL SENSE โชว์ฟอร์มสุดร้อนแรง เอาชนะ TEAM NKT ไปได้ด้วยเทคนิคการเล่นและจังหวะเกมที่เฉียบคมกว่า คว้าแชมป์ Thailand Predator League 2026 ไปครอง ขณะที่ด้าน TEAM NKT ต่อสู้ได้อย่างยอดเยี่ยมตลอดการแข่งขัน คว้าตำแหน่งรองแชมป์ไปครองท่ามกลางเสียงเชียร์สนั่นจากเหล่าแฟน ๆ อีสปอร์ตที่หลั่งไหลกันแน่น Union Co-Event Space พร้อมผู้ชมอีกนับไม่ถ้วนที่ร่วมลุ้นกันแบบเรียลไทม์ผ่านการถ่ายทอดสดออนไลน์ ยิ่งไปกว่านั้น มูลค่ารางวัลรวมสูงถึง 250,000 บาท ยังช่วยตอกย้ำความยิ่งใหญ่ของศึกอีสปอร์ตระดับประเทศครั้งนี้ได้อย่างดี

“สำหรับเอเซอร์แล้ว Thailand Predator League ไม่ได้เป็นเพียงรายการแข่งเกม VALORANT เท่านั้น แต่เป็นการต่อยอดแนวความคิด ‘อีสปอร์ตคือเวทีแห่งโอกาส’ โดยตลอดแปดปีที่ผ่านมา Predator League ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมให้คนรุ่นใหม่ได้ก้าวเข้าสู่วงการอีสปอร์ตอย่างจริงจัง ทั้งในฐานะนักกีฬาและคนทำงานเบื้องหลังทุกแขนง ให้ได้พัฒนาศักยภาพของตัวเองให้ทัดเทียมมาตรฐานระดับสากล” เจฟ ลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด (ประเทศไทย) กล่าวถึงแนวคิดการจัดการแข่งขันในครั้งนี้

“หัวใจสำคัญอีกด้านของ Predator League คือการทำให้อีสปอร์ตเป็นพื้นที่ของทุกคน รวมไปถึงผู้พิการด้วย ปีนี้เราเปิดโอกาสให้คนพิการเข้ามาร่วมทำงานเบื้องหลัง ทั้งในส่วนการเตรียมงาน การช่วยสนับสนุนทีมแข่งขัน และการร่วมทีมผลิตคอนเทนต์ในรอบ Finals ร่วมกับกลุ่มนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยศรีปทุมและมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ให้ทุกคนได้เรียนรู้จากหน้างานจริง สร้างความมั่นใจ และสร้างโอกาสต่อยอดไปสู่การทำงานในอุตสาหกรรมอีสปอร์ตอย่างเท่าเทียม”

นอกจากเฟ้นหาตัวแทนนักกีฬาอีสปอร์ตแล้ว เอเซอร์ยังเดินหน้าขับเคลื่อนวงการอย่างยั่งยืนผ่านโครงการ Esports Internship Program โครงการที่สร้างโอกาสให้นักศึกษาและกลุ่มคนพิการได้เข้ามาเรียนรู้กระบวนการทำงานจริงในอุตสาหกรรมเกมและอีสปอร์ต ทั้งด้านการจัดการแข่งขัน การผลิตคอนเทนต์ อีเวนต์โปรดักชัน แผนการตลาด ไปจนถึงการทำงานเบื้องหลังของทีมอีสปอร์ตมืออาชีพ โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อให้เยาวชนและผู้ที่สนใจในสายงานอีสปอร์ต ได้พัฒนาทักษะเชิงปฏิบัติ เสริมความมั่นใจ และสร้างผลงานจริงเป็นพอร์ตโฟลิโอ เพื่อนำไปต่อยอดสู่อาชีพในอนาคต โดยเฉพาะการเปิดพื้นที่ให้ กลุ่มคนพิการ สามารถเข้าถึงอาชีพในวงการนี้ได้อย่างเท่าเทียม เอเซอร์เชื่อว่า การผลักดันบุคลากรรุ่นใหม่ที่มีความรู้และทักษะตรงสาย จะเป็นแรงสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมเกมและอีสปอร์ตไทยให้เติบโตอย่างมีศักยภาพ และแข่งขันได้ในระดับสากลต่อไป

หลังปิดฉากศึกในประเทศแล้ว เส้นทางของอีสปอร์ตไทยยังเดินหน้าต่อบนเวที Asia Pacific Predator League 2026 เมื่อ FULL SENSE แชมป์จากเกม VALORANT และตัวแทนทีมไทยในเกม DOTA 2 เตรียมเข้าสู่สมรภูมิสุดท้ายไปเผชิญหน้ากับทีมชั้นนำจากภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยแฟน ๆ สามารถติดตามความเคลื่อนไหว ตารางแข่ง และรับชมการถ่ายทอดสดผ่านช่องทางออนไลน์ของ Predator Gaming Thailand และ Predator League Thailand

‘ชมพู่ อารยา – แอน ทองประสม’นำทัพคนบันเทิงสายเฮลตี้ ร่วมงาน Life Expo 2025 สวนสนุกของคนรักสุขภาพ

'ชมพู่ อารยา - แอน ทองประสม'นำทัพคนบันเทิงสายเฮลตี้ ร่วมงาน Life Expo 2025 สวนสนุกของคนรักสุขภาพ

‘ชมพู่ อารยา – แอน ทองประสม’นำทัพคนบันเทิงสายเฮลตี้ ร่วมงาน Life Expo 2025 สวนสนุกของคนรักสุขภาพ

วันอังคาร ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.53 น.

มหกรรมสุขภาพสุดยิ่งใหญ่แห่งปีเริ่มต้นขึ้นแล้ว เมื่อ วู้ดดี้-วุฒิธร มิลินทจินดา ได้ต่อยอดความสำเร็จของ Life Dot ที่เป็นรายการทอล์คและแพลตฟอร์มสร้างแรงบันดาลใจด้านสุขภาพในเครือ วู้ดดี้ เวิลด์ ซึ่งมีฐานแฟนคลับเติบโตจนเป็นคอมมูนิตี้สุขภาพที่แข็งแกร่ง จึงได้ขยายความสำเร็จจากแพลตฟอร์มออนไลน์สู่ออฟไลน์ ด้วยการจัดงาน Life Expo 2025 สวนสนุกของคนรักสุขภาพ พร้อมยกทัพพิธีกรสายสุขภาพแถวหน้าของเมืองไทยมาร่วมแชร์เคล็ดลับในการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม พร้อมชวนคนไทยปลดล็อกศักยภาพด้านสุขภาพของตัวเองในทุกมิติ ภายใต้คอนเซปต์ Come Explore The Better You ค้นพบตัวเองในเวอร์ชันที่ดีกว่า ในวันที่ 15-16 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ณ UOB LIVE เอ็มสเฟียร์

สำหรับ Speakers of The Year ที่ได้มาขึ้นเวทีปลุกพลัง และแชร์ไอเดียใหม่ ๆ เพื่อเติมเต็มแรงบันดาลใจในการสร้างสังคมสุขภาพดีอย่างใกล้ชิด นำโดย ชมพู่-อารยา อัลเบอร์ต้า ฮาร์เก็ต ที่ได้ถ่ายทอดมุมมองการดูแลตัวเองในหัวข้อ ทุกช่วงวัย…คือบทเรียนใหม่ของความสุข รวมไปถึงเรื่องสุขภาพที่มากกว่ารูปร่าง ใช้ชีวิตแบบเฮลตี้ในทุกช่วงวัย, แอน ทองประสม ให้แรงบันดาลใจในการดูแลสุขภาพ เรื่องการเติมพลังให้กาย ใจ และชีวิต ในแบบของคุณเอง,ตั๊ก-มยุรา เศวตศิลา กับฉายาสาวสองพันปี มาร่วมเผยเคล็ดลับในเรื่องเส้นทางของผม บ่งบอกตัวคุณ และสุขภาพข้อคือคำตอบของชีวิตที่ยืนยาว ตลอดจน เกรซ-กาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า และปันปัน-สุทัตตา อุดมศิลป์ ที่สลับหมุนเวียนกันขึ้นเวทีรับหน้าที่พิธีกรถามตอบเรื่องสุขภาพในทุกแง่มุม

นอกจากนี้ ยังมีดารานักแสดงสายสุขภาพแถวหน้าของเมืองไทยที่ตบเท้าเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก อาทิ หนิง ปณิตา, เมย์ วาสนา, จี๋ สุทธิรักษ์, ยิปซี คีรติ, ยิปโซ อริย์กันตา, หมอฟรัง นรีกุล, โยเกิร์ต ณัฐฐชาช์, ซินดี้ สิรินยา และภูริ หิรัญพฤกษ์ เป็นต้นภายในงาน Life Expo 2025 แบ่งออกเป็น 6 โซนหลัก ประกอบด้วย Life Code: การเข้าใจตัวเองอย่างลึกซึ้งด้วยเทคโนโลยีสุขภาพ, Life Wellness: ค้นพบชีวิตที่ดีผ่านไลฟ์สไตล์ที่สนุก, Life Skills: เรียนรู้ทักษะชีวิตจากเวิร์กชอปและกิจกรรม, Life Market อัพเกรดชีวิตด้วยสินค้าสุขภาพจากแบรนด์ดัง, Life Stage: อัพเดทมุมมองชีวิตจากผู้นำความคิดหลากหลายวงการ และ Life Partners: เปิดโลกนวัตกรรมสุขภาพจากพันธมิตรชั้นนำ

เปิดตัวสุดปัง! ชุดประจำชาติไทยของ’วีนา ปวีนา’บนเวที Miss Universe

เปิดตัวสุดปัง! ชุดประจำชาติไทยของ'วีนา ปวีนา'บนเวที Miss Universe

เปิดตัวสุดปัง! ชุดประจำชาติไทยของ’วีนา ปวีนา’บนเวที Miss Universe

วันอังคาร ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.50 น.

18 พฤศจิกายน 2568 กระแสความตื่นเต้นของแฟนนางงามไทยพุ่งแรงเมื่อมีการเปิดตัว ชุดประจำชาติไทย ที่ “วีนา ปวีนา ซิงห์” มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2025 เตรียมสวมใส่บนเวที Miss Universe ครั้งที่ 74 ซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศไทย โดยชุดสุดอลังการนี้มีชื่อว่า “สุวรรณรากษา พญายักษ์พิทักษ์สุวรรณภูมิ” ทำเอาแฟนนางงามถึงกับยกให้เป็นหนึ่งในชุดประจำชาติที่ “โซจึ้งตะลึงทั้งจักรวาล”

โดยเพจ Miss Universe Thailand ได้โพสต์ภาพชุดดังกล่าว พร้อมข้อความว่า  “The Official National Costume of #Thailand for the 74th Miss Universe Thailand

“สุวรรณรากษา พญายักษ์พิทักษ์สุวรรณภูมิ”

        ได้รับแรงบันดาลใจจาก พญายักษ์ในตำนานไทย ผู้เป็นสัญลักษณ์แห่งความเข้มแข็ง เกียรติยศ และการปกป้องแผ่นดินไทย พญายักษ์ถือกำเนิดขึ้นเพื่อรักษารากเหง้าแห่งวัฒนธรรมและอารยธรรมไทย ออกแบบด้วยสีทองเจิดจรัส สะท้อนความรุ่งโรจน์และความอุดมสมบูรณ์ของภูมิปัญญาไทย การสวมชุดนี้จึงเปรียบเสมือนการสวม เกราะแห่งศักดิ์ศรีและพลังปกป้อง ของพญายักษ์ผู้ทรงพลัง ผู้เฝ้าดูแลและคุ้มครองประเทศไทยตราบนานเท่านาน”

‘ทันเกม ทันเด็กไซเบอร์’ เกมโชว์แนวใหม่ ปั้นเด็กไทย’คิดเป็น เขียนโค้ดเก่ง’ติดอาวุธทักษะ STEM รับเทรนด์โลก

'ทันเกม ทันเด็กไซเบอร์' เกมโชว์แนวใหม่ ปั้นเด็กไทย'คิดเป็น เขียนโค้ดเก่ง'ติดอาวุธทักษะ STEM รับเทรนด์โลก

‘ทันเกม ทันเด็กไซเบอร์’ เกมโชว์แนวใหม่ ปั้นเด็กไทย’คิดเป็น เขียนโค้ดเก่ง’ติดอาวุธทักษะ STEM รับเทรนด์โลก

วันอังคาร ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 14.19 น.

แนะนำ “ทันเกม ทันเด็กไซเบอร์”  รายการเกมโชว์แนวใหม่ “เทคโนเทนเม้นต์” มุ่งเน้นการเพิ่มทักษะด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ และ STEM จากสาระสู่ความบันเทิง สร้างสรรค์โจทย์แข่งขัน ท้าทายให้เด็กสนุกสนานทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัว แข่งขันเกมกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ การคิดอย่างมีเหตุผลและการแก้ปัญหา ความสามารถในการปรับตัว รับเทรนด์โลกเศรษฐกิจและอาชีพยุคใหม่

ดร.สุวัฒนา นริศรานุกูล ผู้ก่อตั้งบริษัท ดนฤศ จำกัด และผู้อำนวยการผลิต (Executive Producer) รายการ “ทันเกม ทันเด็กไซเบอร์” กล่าวว่า จากแนวโน้มความสำคัญด้านทักษะวิทยาการคอมพิวเตอร์ และ STEM (วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์) ที่เข้ามามีบทบาทต่อการพัฒนาเด็กในโลกยุคใหม่เพิ่มขึ้น บริษัทจึงต่อยอดมาสู่ไอเดียในการสร้างสรรค์รายการเกมโชว์แนวใหม่ “เทคโนเทนเม้นต์” นำเสนอเนื้อหาที่มุ่งเน้นการเพิ่มทักษะด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ ให้กับเยาวชนรุ่นใหม่ เพิ่มความท้าทายให้ผู้ชมกลุ่มเป้าหมายสนุกสนานทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัว แข่งขันแก้โจทย์ฝ่าด่านภารกิจ และการทำงานเป็นทีมร่วมกับผู้ปกครอง

กับดัก AI ผลักคนไทยเป็นเพียง “ผู้ใช้-ผู้ซื้อ” เทคโนโลยี

แม้ว่าเทคโนโลยี AI ช่วยสร้างความเจริญเติบโต้ให้กับธุรกิจ ผู้สร้าง-พัฒนา AI ต้องการกระจายการใช้ AI ให้สามารถทำงานแทนมนุษย์มากขึ้น และขยายการใช้งานไปสู่วงกว้างมากขึ้น ให้กลายมาเป็น “ผู้ใช้-ผู้ซื้อ” แพลตฟอร์มและแอปพลิเคชัน AI เหล่านั้น สร้างรายได้จาก “ผู้ใช้” ที่สามารถมาเป็นผู้ใช้หรือเป็นสมาชิกแพลตฟอร์ม AI ของตนเองได้ทั่วโลก มีแนวคิดบางกระแสมองว่า “การพัฒนาคนไทยรุ่นใหม่ ให้เป็นผู้สร้างเทคโนโลยี นั้นไม่ทันการณ์แล้ว” การเรียนรู้ด้านเทคโนโลยี จึงเน้นไปที่การฝึกทักษะเป็น “ผู้ใช้เทคโนโลยี” เพราะ AI ถูกสร้างมาให้ง่ายต่อการใช้งาน “เพียงเขียนข้อความ (prompt) สั่ง AI ให้สร้างภาพ วิดีโอ เพลง ไปจนถึงเขียนโปรแกรมได้เอง” และ “การเขียนโค้ด” ที่เป็นพื้นฐานของโปรแกรมเมอร์ จะไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป ผลที่ตามมาคือ เด็กรุ่นใหม่ ไม่ได้เรียนพื้นฐานทักษะที่จำเป็นต่อการพัฒนาเทคโนโลยีที่แท้จริง คนไทยรุ่นใหม่ก็จะกลายเป็นเพียงแรงงานทักษะเทคโนโลยีระดับล่างเท่านั้น และจะต้องไปพึ่งพาแรงงานทักษะเทคโนโลยีระดับกลางถึงสูงจากประเทศอื่นๆ ที่ส่งเสริมทักษะระดับสูงมากกว่า เช่น สิงคโปร์ เวียดนาม เป็นต้น แม้ว่าจะมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนเทคโนโลยีในไทยมากมาย แต่ก็กลายเป็นเพียงใช้จ่ายตั้งสถานที่ตั้งและใช้ Infrastructure ของไทย และคนไทยเราก็จะเป็นแต่เพียง “ผู้ซื้อ” จ่ายค่าใช้เทคโนโลยี AI จากต่างประเทศเท่านั้น

เพิ่มจำนวนเด็กไทยเก่งเขียนโค้ด หนุนเศรษฐกิจดิจิทัลเติบโต

ดร.สุวัฒนา เห็นต่างจากกระแสส่วนใหญ่ โดยมองว่า ทักษะการเขียนโค้ด (Coding) เป็นภาษาสื่อสารกับคอมพิวเตอร์ จึงยังคงเป็นพื้นฐานสำคัญต่อการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล อาทิ พัฒนาซอฟต์แวร์, การควบคุมดูแล Cloud Data, พัฒนาแพลตฟอร์ม AI – Automation,  Robotic เป็นต้น การจะสร้างนวัตกรรม มีโอกาสเป็นไปได้ยากจริง แต่การส่งเสริมเด็กรุ่นใหม่ให้มีพื้นฐานทักษะที่จำเป็นต่อการพัฒนาเทคโนโลยีระดับสูง ให้เด็กคุ้นเคย “โค้ด” สร้างเกม เขียนโปรแกรมได้เองตั้งแต่วัยเยาว์ จะทำให้มีโอกาสเป็นผู้มีส่วนร่วมในการพัฒนา-ปรับใช้เทคโนโลยีระดับสูงเป็นของไทยได้เอง เพื่อเตรียมพร้อมสร้างและขยายแรงงานทักษะระดับสูง สร้างโอกาสศักยภาพเด็กไทยเป็น “เด็กผู้สร้าง-พัฒนาเทคโนโลยีในอนาคต  

สอดคล้องกับรายงาน Future of Job ของเวิลด์ อีโคโนมิค ฟอรั่ม (WEF) ระบุว่า  65% ของเด็กประถมฯ ในวันนี้ อนาคตจะต้องไปเผชิญกับบริบทการทำงานที่แตกต่างกับปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง จากแนวโน้มการปฏิวัติทางดิจิทัล ซึ่งต้องการทักษะใหม่ อย่างเช่น ความสามารถในการปรับตัว ความคิดสร้างสรรค์ และทักษะด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ในสาขา STEM

ดังนั้นแค่การเป็น “เด็กเก่งเกม” ไม่พอ แต่ไทยควรจะมุ่งสร้าง “เด็กโค้ดเก่ง” อันเป็นที่มาของการสร้างสรรค์ภารกิจหรือเกมแข่งขัน Code Game สร้างเองได้, Code Debugging (ค้นหา-แก้ไขจุดบกพร่อง) ควบคุม Robotic รวมทั้งเกมคำถามทางเลือกตอบ ที่ประยุกต์มาจากเกม “Would Rather Than” ทุกภารกิจจะเชื่อมโยงกับการพัฒนาทักษะทั้งการคิดอย่างมีเหตุผล ฝึกใช้หลักการตัดสินใจ การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า  เหล่านี้เป็นจิ๊กซอว์สำคัญหนุนเสริมทักษะ STEM คิด วิเคราะห์ สร้างสรรค์ ยกระดับการพัฒนาเด็กไทยรุ่นใหม่ให้เป็นเด็ก “คิดเป็น เขียนโค้ดเก่ง”ทั้งนี้บริษัท ดนฤศ จำกัด ได้รับทุนโครงการผลิตรายการ “ทันเกม ทันเด็กไซเบอร์” จากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เป็นครั้งที่ 2 แล้ว และได้รับความอนุเคราะห์สนับสนุนจาก code.org ให้สิทธิ์ใช้ทรัพยากรบนเว็บไซต์ ได้ใช้เนื้อหาหลักสูตรและเครื่องมือการสร้างโค้ดบล็อก นำมาใช้ประกอบการแข่งขัน

นอกจากการให้ความรู้เท่าทันต่อวิทยาการคอมพิวเตอร์ (Computer Science) แล้ว รายการนี้ยังให้ความสำคัญต่อสถาบันครอบครัวสังคมยุคใหม่ ให้พ่อ-แม่-ลูกมีกิจกรรมร่วมกันและส่งเสริมลูก-หลานให้เล่นและใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์  อีกทั้งคาดหวังว่า โครงการฯ นี้จะเป็นส่วนหนึ่ง ต่อยอดพัฒนาพื้นฐานเรียนรู้ไปสู่ครอบครัวในทุกระดับ เพิ่มจำนวนเด็กไทยเติบโตสร้างโอกาสไปสู่การมีส่วนร่วมในการ “สร้าง-พัฒนาเทคโนโลยี” ของไทยเอง ดร.สุวัฒนากล่าว

เปิดชมรายการ ทันเกม ทันเด็กไซเบอร์ ปี 2 ทั้ง 12 ตอน ได้ที่ลิ้งค์นี้

‘พลอย เฌอมาลย์’ ดิ่งสุดในชีวิตจากมะเร็งสู่ซึมเศร้า สูญเสียตัวตนเป็นปี วันนี้กลับมารักตัวเองอีกครั้ง!

'พลอย เฌอมาลย์' ดิ่งสุดในชีวิตจากมะเร็งสู่ซึมเศร้า สูญเสียตัวตนเป็นปี วันนี้กลับมารักตัวเองอีกครั้ง!

‘พลอย เฌอมาลย์’ ดิ่งสุดในชีวิตจากมะเร็งสู่ซึมเศร้า สูญเสียตัวตนเป็นปี วันนี้กลับมารักตัวเองอีกครั้ง!

วันอังคาร ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 13.31 น.

เป็นผู้หญิงที่หลายคนมองว่าแกร่ง แต่ความจริงคืออ่อนแอกว่าที่ใครคิด หนึ่งปีที่ผ่านมา “พลอย เฌอมาลย์” ผ่านทั้งมะเร็งเต้านม โรคซึมเศร้า น้ำหนักลด 13 กก.และวันที่ไม่รู้ว่าตัวเองคือใคร พร้องเล่าเหตุการณ์ที่ทำให้กลับมารักตัวเองได้อีกครั้ง ในรายการ WOODY FM

ช่วงที่ผ่านมาเราไม่ค่อยได้เห็น พลอย ได้เปิดใจคุยหลายเรื่องมาก ๆ คุณคิดว่าวันนี้คนที่มาดูคอนเทนต์ของเราจะได้ประโยชน์อะไรจากเรื่องที่จะพูดคุยกัน ?

พลอย เฌอมาลย์ : เป็นเรื่องของการให้กำลังใจเกี่ยวกับการรักตัวเองนะคะ และการก้าวข้ามผ่านความกลัว สู้แและกลับมารักตัวเอง ดูแลหัวใจตัวเอง เป็นประสบการณ์ชีวิตของพลอยช่วงที่ผ่านมา คิดว่าน่าจะเป็นกำลังใจและ empower ให้คนอื่น ๆ ได้ค่ะ

How are you feeling ?

พลอย เฌอมาลย์ :  ดีขึ้นค่ะ แต่ยังไม่ 100% เพิ่งกลับมาดีขึ้น ทุกอย่างค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป

ชีวิตของพลอยก็มีหลาย Chapter มาก มีเรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้นในชีวิต บางเรื่องก็ถาโถมมาก มันมาเรื่อย ๆ แล้วคุณบริหารจิตใจจากวันนั้นจนถึงวันนี้ได้วางในระดับในไหน ?

พลอย เฌอมาลย์ : การบริหารจิตใจพูดตรง ๆ พลอยไม่ใช่คนเข้มแข็งและแข็งแรง การที่พลอยแสดงตัวว่ดูแข็งแรง จริง ๆ แล้วมันเป็นเกราะป้องกันตัว ตัวจริงเป็นคนอ่อนแอ ก็รักษาตัวเองตามสถานการณ์นั้นๆไป ทุกวันนี้ยอมรับเลยว่า อยู่วงการบันเทิงมา 30 กว่าปี บางเหตุการณ์พลอยยังไม่สามารถจัดการกับความคิดตัวเองได้ แต่ก็ไม่แปลก เพราะคนเรามีสิทธิ์ที่จะอ่อนแอ พ่ายแพ้ ไม่สามารถสู้กับความรู้สึกตัวเองได้ในแต่ละครั้ง แต่พลอยก็ค่อย ๆ จัดการทีละนิด ทำความเข้าใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น

ในช่วงนี้เราก็เห็นทั้งพลอยและหลายๆท่านด้วยกันก็ออกมาแบ่งปันเกี่ยวกับเรื่องมะเร็งเต้านม ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้หญิงพบเจอกันบ่อย ในช่วงที่ผ่านมาเกี่ยวกับเรื่องนี้คิดว่าสอนอะไรบ้าง ?

พลอย เฌอมาลย์ : ความประมาทของพลอยเลย อย่าประมาทแม้แต่วินาทีเดียว ขอเท้าความนิดหนึ่งว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพราะความประมาทของพลอย พลอยตรวจเจอก้อนเนื้อแล้ว แต่ตอนนั้นมันยังดูไม่น่าอันตรายเท่าไหร่ แล้วพลอยกลัวเข็มเจาะเส้นมากเลยชะล่าใจ ไม่ไปตรวจประมาณปีครึ่ง พอกลับไปตรวจอีกที รูปร่างของก้อนเนื้อเปลี่ยนเป็นมะเร็ง เขาเรียกระดับประมาณ 4B อะไรแบบนั้น สอนให้เรารู้ว่าไม่ควรจะประมาทกับการดูแลตัวเอง อย่าปล่อยให้มันเกิดขึ้นอีกค่ะ

วันที่ถูกวินิจฉัยกี่ปีแล้ว ?

พลอย เฌอมาลย์ : ปีที่แล้วค่ะ ปี 2024 ช่วงกุมภาพันธ์ ตอนรู้ครั้งแรกคือโอ้โหคำว่า “เป็นมะเร็ง” นี่ขาอ่อน น้ำตาไหลทันที ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นกับเรา คนที่ออกกำลังกาย ดูแลตัวเองมาก แล้วตอนนั้นเครียดสูงมาก แต่เก็บไว้ไม่บอกใครใช้ชีวิตตามปกติ แต่ข้างในอ่อนแอมาก

ตอนรู้ว่าต้องรักษาแล้ว ?

พลอย เฌอมาลย์ : ต้องผ่าตัดค่ะ เจอข้างซ้ายชัดเจนมาก แต่ข้างขวาไม่ชัด ต้องเจาะชิ้นเนื้อข้างขวาออกไปตรวจก่อนว่าคืออะไร สรุปข้างขวาเป็นหินปูนไม่อันตราย ส่วนข้างซ้ายฟันธงว่าต้องผ่า แล้วพอผ่าออกก็เอาขิ้นเนื้อมะเร็งไปตรวจ ก็พบว่ามีสองสายพันธุ์ เป็น ductal (มะเร็งเต้านม) และ buer (ต่อมน้ำเหลือง) เป็น Stage 2 แล้วเราก็ถามเขาว่าแล้วมันจะไป Stage 3 ไหม หมอบอกว่าต้องลุ้นตอนผ่าตัดเท่านั้น ตอนนั้นกลัวมาก กลัวว่าจะลามไปอวัยวะอื่น คุณหมอบอกไม่ต้องกังวล พอผ่าครั้งที่ 2 โชคดีมากคือมันจบแค่นั้น จากนั้นก็ฉายแสง 25 ครั้ง และทุกวันนี้ต้องกินยากดฮอร์โมนเอสโตรเจน ทำให้เข้าสู่วัยทองเร็วไม่มีประจำเดือนเกือบสองปี อารมณ์แปรปรวนหนักมากช่วงแรกๆ  แต่ตอนนี้ดีขึ้นมากแล้วค่ะ

ช่วงที่แปรปรวนหนักที่สุด ถึงขั้น โรคซึมเศร้า (Depression) ไหม ?

พลอย เฌอมาลย์ : มาก ๆ เลยค่ะ มันเป็นจุดเริ่มต้นของภาวะซึมเศร้ากลับมาเลย ทั้งความเครียดเรื่องรักษา แล้วมีเรื่องอื่นที่เข้ามาในชีวิตที่ทำให้เราหมดกำลังใจ เหนื่อยใจ เข้ามาในเวลาเดียวกัน ทำให้จิตใจเรารับไม่ทัน รับไม่ไหว Depression หนักมากๆ จนน้ำหนักลด 13 กว่าโลภายใน 3 เดือน นอนไม่ได้ เครียด อยู่แบบนั้นเป็นปี เพิ่งดีขึ้นต้นเดือนเมษายนปีนี้เองค่ะ เก็บตัว ไม่เจอใคร

งานก็ไม่รับ ?

พลอย เฌอมาลย์ : ตอนนั้นงานรับค่ะ แต่ต้องแคนเซิลละครไปหนึ่งเรื่อง เพราะร่างกายไม่พร้อม จิตใจไม่พร้อม เครียดหนักจนขนาดที่ว่าสูญเสียความเป็นตัวเองไป ร้องไห้จนจำไม่ได้ว่าพลอยคือใคร ทำไมเรารู้สึกว่าไม่มีความมั่นใจไม่มีเลยที่จะใช้ชีวิต ไม่กล้าทำอะไรเลย ใช้ชีวิตอยู่ในความหวาดระแวง และความกลัวของตัวเอง ขังตัวเองอยู่บ้านไม่ออกไปเจอคน นอนไม่ได้ มีเครียดค่อนสูงมาก ประหลาดใจเหมือนกันว่าทำไมตัวเองไปอยู่ในจุดนั้นได้

มีวิตกกังวลไหม ?

พลอย เฌอมาลย์ : มีวิตกกังวลมาก อยู่ในสภาวะที่มีความเครียดสูง คือหลับตาเมื่อไหร่ในหัวก็จะคิดๆ panic attack มือไม้สั่น หน้าไม่มีรอยยิ้ม จนครูลูกกอล์ฟยังพูดว่า “พี่พลอยหนูรู้จักพี่มานานมากเลยนะ วันนี้ถ้าไม่รู้จักพี่มาก่อน หนูจำไม่ได้เลยว่านี่คือ พลอย เฌอมาลย์” เราก็แบบฟังแล้วตกใจมาก เพราะเราก็จำตัวเองไม่ได้เหมือนกัน ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองแย่ที่สุดในชีวิตแบบนี้มาก่อน

เชื่อว่าหลายคนอาจจะกำลังเจอเหตุการณ์นี้หรือกำลังเป็นแบบที่พลอยบอกคือดิ่งสุดแล้ว แล้วเกิดอะไรขึ้นแสงสว่างเริ่มเข้ามาตอนไหน ?

พลอย เฌอมาลย์ : ตอนนั้นดิ่งสุดแล้ว เจ็บให้มันสุด ไปให้มันสุด จนความเจ็บนั้นมันเป็นเรื่องที่เราไม่รู้สึกอะไรอีกแล้ว เริ่มชินชา เพราะพลอยเป็นคนไม่สามารถฮึบขึ้นมาได้ในไม่กี่วินาที เหมือนพลอยรู้สึกว่าอยู่กับความทุกข์มานานเป็นปีกว่าแล้ว เลยรู้สึกว่าอยากพ้นจากตรงนั้น รู้สึกว่าดูสภาพตัวเองแล้วดูไม่ได้เลย ไม่อยากเป็นคนๆนี้อีกแล้ว อยากได้พลอยคนเดิมกลับมา ก็เริ่มรู้สึกว่าต้องดึงหัวใจกลับมาที่บ้าน เอาใจตัวเองกลับมา รักตัวเอง คำว่าเราตัวเองเราเคยฟังผ่านๆเยอะๆ พลอยตั้งใจและพินิจพิเคราะห์ว่ารักตัวเองคืออะไร ทำให้ตัวเองมีความสุข ดูแลตัวเอง ความรักที่เราเคยมีให้ใคร หรือเคยให้สิ่งนั้นกับใคร เราให้ตัวเองบ้างสิ ทำให้กับตัวเอง ก็เลยเริ่มฟื้นขึ้นมา เริ่มให้กำลังใจตัวเองทุกวัน กอดตัวเองแน่นๆ กลับมาออกกำลังกาย เริ่มนอนดีขึ้น รักษาตัวเอง ทำทุกอย่างให้ตัวเองสุขภาพดี ให้ตัวเองมีความสุข บางวันก็อาจจะมีบ้างที่กลับไปคิดถึงความเครียดของเรา ก็พยายามแคนเซิลๆ ไม่เอาพลอย คิดได้พอๆหยุดเราต้องเดินต่อไปข้างหน้า ไม่จมอยู่กับที่เดิม

ดึงสติกลับมาปัจจุบัน ?

พลอย เฌอมาลย์ : ใช่ค่ะ ทำบ่อย ๆ ฝึกให้เป็นนิสัย มันเป็นเรื่องธรรมดาที่เราจะเผลอเอาตัวเองกลับไปอยู่ในความทุกข์ หรือว่าไปอยู่ในเรื่องราวของอดีตที่เราไม่สามารถลืมได้ ให้มองว่ามันเป็นเรื่องปกติ แล้วเราก็ต้องมีสติที่จะต้องดึงตัวเราออกมาจากตรงนั้น

อาจเป็นการซ้อมหนีไฟครั้งใหญ่ของเรื่องบางอย่างในอนาคต เชื่อว่ามีลงก็ต้องมีขึ้น ?

พลอย เฌอมาลย์ : ใช่ค่ะ ชีวิตมันคงไม่แย่ไปตลอด อยู่ที่เราเลือกด้วยนะคะ พลอยเชื่อว่าเราสามารถควบคุมความคิดของเราได้ เราสามารถควบคุมตัวเองได้ เอาตัวเองไปอยู่ในจุดที่ดีได้ หยุดคิดอะไรที่มันเศร้าๆ หยุดจมกับอดีต บังคับตัวเองให้เดินหน้า แล้วก้บอกตัวเองว่าอย่าไปควบคุมอะไรที่เราควบคุมไม่ได้ ปล่อยวาง ช่างมัน เพราะก่อนหน้านั้นพลอยไปพันธนาการกับความทุกข์ อยู่ตรงนั้นเอาตัวเองออกมาไม่ได้ เป้นจุดที่ดิ่งมากๆ แต่ว่า ณ วันนี้ที่เอาตัวเองออกมาได้แล้วรู้สึกมีความสุขมากๆ แล้วก็ภาคภูมิใจในตัวเองมากๆ ว่าเราเดินหน้าต่อไปนี้ เพราะก่อนหน้านั้นพลอยแย่มาก จนรู้สึกว่าพรุ่งนี้ฉันจะมีชีวิตรอดไหม ทำไมทุกอย่างมืดไปหมด ไม่มีความสุขเลย ดีใจที่ตัวเองผ่านมาได้ ด้วยคำที่ว่า รักตัวเองบ้างเถอะ

แค่เราบอกว่ายังมีลมหายใจอยู่ แค่นี้ก็ถือว่าดี ?

พลอย เฌอมาลย์ : เป็นอะไรที่โชคดีแล้ว พลอยไม่คิดว่าจะโชคดีขนาดนี้ที่ได้มีชีวิต เพราะฉะนั้นต้องรักษาชีวิตให้ดี ๆ การเกิดมาเป็นคนถือว่าโชคดีแล้วค่ะ

ถ้าจะต้องเลือกหนึ่งเรื่องที่คุยกันในวันนี้ที่คุณคิดว่าสำคัญมากน่าจะเป็นประโยชน์ให้กับคนดู ?

พลอย เฌอมาลย์ : คนเราทุกคนล้มได้ แต่เพียงแค่ว่าล้มแล้วอย่าจมกับมันนาน เราต้องลุกขึ้นมาสู้เพื่อตัวเอง อยากให้ทุกคนต่อสู้กับความกลัวของตัวเอง เอาชนะกับความหวาดกลัวของตัวเองให้ได้ หันมารักตัวเอง เยียวยาจิตใจตัวเอง ทำชีวิตให้ดีและมีความสุข รักและให้เกียรติตัวเอง