ครม.ตั้ง‘สรพงค์ ศรียานงค์’นั่งรองเลขาธิการ สมช. คนใหม่

ครม.ตั้ง‘สรพงค์ ศรียานงค์’นั่งรองเลขาธิการ สมช. คนใหม่

ครม.ตั้ง‘สรพงค์ ศรียานงค์’นั่งรองเลขาธิการ สมช. คนใหม่

วันอังคาร ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 14.48 น.

ครม.ตั้ง‘สรพงค์ ศรียานงค์’นั่งรองเลขาธิการ สมช. คนใหม่

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 18 พ.ย.68 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.มีมติแต่งตั้งแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง (สำนักนายกรัฐมนตรี) ตามที่สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เสนอแต่งตั้ง นายสรพงค์ ศรียานงค์ ข้าราชการพลเรือนสามัญ ตำแหน่ง ที่ปรึกษาด้านการประสานกิจการความมั่นคง (นักวิเคราะห์นโยบายและแผนทรงคุณวุฒิ) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ให้ดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่าง

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป และนายกรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบด้วยแล้ว

‘เชาว์’มองคดีทักษิณ 112 มีโอกาส’พลิก’หากศาลอุทธรณ์ใช้ดุลพินิจสืบพยานเพิ่ม

'เชาว์'มองคดีทักษิณ 112 มีโอกาส'พลิก'หากศาลอุทธรณ์ใช้ดุลพินิจสืบพยานเพิ่ม

‘เชาว์’มองคดีทักษิณ 112 มีโอกาส’พลิก’หากศาลอุทธรณ์ใช้ดุลพินิจสืบพยานเพิ่ม

วันอังคาร ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 14.38 น.

เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 นายเชาว์ มีขวด ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า คดีทักษิณ 112 มีโอกาส “พลิก” หากศาลอุทธรณ์ใช้ดุลพินิจสืบพยานเพิ่ม

คำสั่งล่าสุดของอัยการสูงสุด นายอิทธิพร แก้วทิพย์ ที่ “ชี้ขาด” ให้ยื่นอุทธรณ์คดี ม.112 ของ นายทักษิณ ชินวัตร ถือเป็นการกลับมติคณะกรรมการอัยการที่เคยมีมติ 8 ต่อ 2 ไม่ให้อุทธรณ์ แต่สำคัญคือ แม้ในคณะกรรมการนั้น นายอิทธิพรเคยนั่งเป็นประธาน แต่ ไม่ได้ลงมติ เพราะเป็นมารยาทของประธานกรรมการ จึง ไม่ใช่การกลับความเห็นของตัวเอง ตามที่ถูกวิจารณ์

คำสั่งให้อุทธรณ์นี้ถือเป็นคำสั่งเด็ดขาด และจะถูกส่งให้อัยการสำนักงานคดีอาญา 8 เพื่อยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ นั่นหมายความว่าคดีจะเข้าสู่การพิจารณาอย่างเป็นทางการของศาลอุทธรณ์ ซึ่งจะช่วย “ปิดคำถามสังคม” ว่าทำไมอัยการไม่อุทธรณ์ในคดีที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ และเป็นคดีที่ประชาชนจับตาอย่างกว้างขวาง

ที่ผ่านมา กระบวนพิจารณาคดีชั้นต้นถูกตั้งคำถามอย่างหนัก ว่าพนักงานสอบสวนและอัยการทำหน้าที่ครบถ้วนหรือไม่ หรือมีการนำพยานหลักฐานไม่เต็มน้ำหนักจนทำให้คดีอ่อน โดยแม้แต่ สรุปคำพิพากษาของสำนักงานศาลยุติธรรม ยังระบุชัดว่า “การสืบพยานหลักฐานของโจทก์ไม่สมกับภาระการพิสูจน์ในคดีอาญา… พยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบมาจึงไม่อาจรับฟังลงโทษจำเลยได้… สำหรับข้อหาร่วมกันแสดงอาฆาตมาดร้ายฯ โจทก์กล่าวอ้างแต่ไม่ได้มีพยานหลักฐานใด ๆ มานำสืบเลย จึงรับฟังไม่ได้”

ทั้งที่ก่อนฟ้องคดี ทั้งพนักงานสอบสวนและอัยการต่างมีความมั่นใจว่าพยานหลักฐาน “ดิ้นไม่หลุด”

ประเด็นสำคัญคือ พยานหลักฐานบางส่วน “ตกค้าง” และไม่ถูกนำเข้าสำนวนในชั้นพิจารณาศาลชั้นต้น

ดังนั้น เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลอุทธรณ์ จึงเปิดช่องให้ศาลอุทธรณ์สามารถใช้อำนาจตาม มาตรา 208 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เพื่อ สืบพยานเพิ่มเติม ให้ข้อเท็จจริงครบถ้วน สมบูรณ์ แล้ววินิจฉัยใหม่ได้

หากศาลอุทธรณ์ใช้กลไกนี้ครบถ้วน “โอกาสที่คดีจะพลิกในชั้นอุทธรณ์มีสูง”

ราชกิจจาฯประกาศ ระยะทางห้ามเปลี่ยนเลน บนถนนมิตรภาพ

ราชกิจจาฯประกาศ ระยะทางห้ามเปลี่ยนเลน บนถนนมิตรภาพ

ราชกิจจาฯประกาศ ระยะทางห้ามเปลี่ยนเลน บนถนนมิตรภาพ

วันอังคาร ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 14.37 น.

วันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ข้อบังคับหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจรจังหวัดนครราชสีมา ว่าด้วยการเดินรถบนถนนมิตรภาพ ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 35+770 ถึงหลักกิโลเมตรที่ 39+800 บริเวณเนินกลางดง ตำบลกลางดง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา พ.ศ. 2568 

โดยมีรายละเอียดดังนี้  ด้วยในรอบปีงบประมาณ 2568 ที่ผ่านมา เกิดอุบัติเหตุทางถนนบนถนนมิตรภาพ ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 35+770 ถึงหลักกิโลเมตรที่ 39+800 บริเวณเนินกลางดง ตำบลกลางดง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 51 ราย มีผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ และทรัพย์สินเสียหายการเกิดอุบัติเหตุแต่ละครั้งทำให้การจราจรติดขัดทั้งขาขึ้นและขาล่อง ส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นอย่างมาก

เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2568 หน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องได้ร่วมประชุมและกำหนดมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุการจราจรบนถนนมิตรภาพดังกล่าว

ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 4 (38) มาตรา 139 (1) (7) (15) แห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 และคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 62/2566 ลงวันที่ 25 มกราคม 2566 ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ในฐานะหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจร จังหวัดนครราชสีมา จึงออกข้อบังคับไว้ ดังนี้

ข้อ 1 ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจรจังหวัดนครราชสีมา ว่าด้วย การเดินรถบนถนนมิตรภาพ ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 35+770 ถึงหลักกิโลเมตรที่ 39+800 บริเวณเนินกลางดง ตำบลกลางดง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา พ.ศ. 2568”

ข้อ 2 ข้อบังคับนี้ให้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ข้อ 3 ห้ามรถทุกชนิดเปลี่ยนช่องทางเดินรถ ดังต่อไปนี้

3.1 ถนนมิตรภาพ ขาเดินรถเข้าจังหวัดสระบุรี ตั้งแต่หลักกิโลเมตรที่ 35+770 ถึงหลักกิโลเมตรที่ 39+800

3.2 ถนนมิตรภาพ ขาเดินรถเข้าจังหวัดนครราชสีมา ตั้งแต่หลักกิโลเมตรที่ 35+770 ถึงหลักกิโลเมตรที่ 39+800 รถที่เดินอยู่ในสองช่องทางเดินรถด้านซ้ายห้ามเปลี่ยนช่องทางเดินรถเข้าไปในช่องทางเดินรถด้านขวาสุด และรถที่เดินในช่องทางเดินรถด้านขวาสุดห้ามเปลี่ยนช่องทางเดินรถ

ข้อ 4 ข้อบังคับนี้มิให้ใช้บังคับกับรถเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ หรือรถที่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานจราจร

ข้อ 5 ข้อบังคับ ประกาศ ระเบียบใดที่ขัดแย้งกับข้อบังคับฉบับนี้ให้ยกเลิก โดยใช้ข้อบังคับฉบับนี้แทน

ประกาศ ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 

พลตำรวจตรี ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา 

ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา 

หัวหน้าเจ้าพนักงานจราจรจังหวัดนครราชสีมา

‘เอกนิติ’มอบ’สรรพากร’ศึกษารายละเอียด หลังศาลสั่งเก็บ’ภาษีหุ้นชิน’

'เอกนิติ'มอบ'สรรพากร'ศึกษารายละเอียด หลังศาลสั่งเก็บ'ภาษีหุ้นชิน'

‘เอกนิติ’มอบ’สรรพากร’ศึกษารายละเอียด หลังศาลสั่งเก็บ’ภาษีหุ้นชิน’

วันอังคาร ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 14.24 น.

“เอกนิติ”มอบ”สรรพากร”ศึกษารายละเอียด หลังศาลสั่งเก็บ”ภาษีหุ้นชิน” ย้ำทำคำสั่งศาล-ตามขั้นตอน บอกให้มองเป็นคดีปกติ

เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง กล่าวถึงกรณีศาลฎีกาพิพากษากลับในคดีภาษีของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ต้องจ่ายภาษีจากการขายหุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จำนวน 1.76 หมื่นล้านบาท​ กระทรวงการคลังจะต้องดำเนินการอย่างไร ว่า ได้มีการหารือกับปลัดกระทรวงการคลัง เรื่องนี้ต้องทำตามคำพิพากษา โดยได้มอบให้กรมสรรพากรไปพิจารณาในรายละเอียดและดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป ทั้งนี้ เมื่อเป็นคำพิพากษาของศาล พวกเราก็ต้องปฏิบัติตาม ส่วนขั้นตอนและรายละเอียดต่างๆ นั้น กรมสรรพากรกำลังดูอยู่

เมื่อถามว่า ตามขั้นตอนแล้วจะมีการเรียกเก็บเงินเมื่อไหร่ นายเอกนิติ กล่าวว่า ก็มีกระบวนการตอนนี้ให้ทางกรมสรรพาดูรายละเอียดอยู่ ทั้งนี้ ขอเวลาให้กรมสรรพากรศึกษารายละเอียด เพราะคำพิพากษาเพิ่งออกมาเมื่อวันที่ 17 พ.ย.ซึ่งทุกคดีก็ต้องทำเหมือนกัน

เมื่อถามว่า จะต้องมีการไปดูคดีอื่นๆ ที่มีการเกี่ยวโยงกับคดีนี้อีกหรือไม่ นายเอกนิติ กล่าวว่า ส่วนใหญ่กรมสรรพากรทำตามขั้นตอนอยู่แล้ว หลายเคสก็ไปอยู่ในศาลฎีกา ตนอยากให้มองว่าเป็นเคสความปกติที่ไปอยู่ในการพิจารณาของศาล และเมื่อศาลตัดสินออกมาหน่วยราชการ ทั้งกรมสรรพากร หรือกรมอื่นๆ ก็ต้องปฏิบัติการคำสั่งศาล

‘เลขาฯกฤษฎีกา’มองอสส.อุทธรณ์​คดี 112 ทักษิณ ไม่กระทบขอพักโทษ ย้ำต้องเข้าเงื่อนไข

‘เลขาฯกฤษฎีกา’มองอสส.อุทธรณ์​คดี 112 ทักษิณ ไม่กระทบขอพักโทษ ย้ำต้องเข้าเงื่อนไข

‘เลขาฯกฤษฎีกา’มองอสส.อุทธรณ์​คดี 112 ทักษิณ ไม่กระทบขอพักโทษ ย้ำต้องเข้าเงื่อนไข

วันอังคาร ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 14.23 น.

‘เลขาฯกฤษฎีกา’แย้ม​‘อัยการสูงสุด’อุทธรณ์​คดี112‘ทักษิณ’ไม่กระทบขอพักโทษ​ หลังย้ำต้องเข้าเงื่อนไขรับโทษ 1 ใน 3 หรือ 6 เดือน บอก​ยึดทรัพย์​คดีหุ้น​ชินคอร์ป​ สืบทรัพย์ตามปกติ​ ให้มาเป็นของแผ่นดิน ส่วนเป็นเมื่อใด​ โยนถามกรมบังคับคดี​

เมื่อเวลา​13.10 น.​วันที่ 18 พ.ย.68 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์​ นิลประพันธ์​ เลขาธิการ​คณะกรรมการกฤษฎีกา​ กล่าวถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกต ว่าการอุทธรณ์ของอัยการสูงสุด คดี 112 ของนายทักษิณ​ ชินวัตร​ อดีตนายกรัฐมนตรี จะทำให้ไม่สามารถขอพักโทษจากคดีสืบเนื่องจากชั้น​ 14 ได้จริงหรือไม่ ว่า​ ​ ไม่น่าจะถูกตัดสิทธิ​การพักโทษ​ แต่ตนยังไม่ได้ดูรายละเอียด ขอดูรายละเอียดก่อน จึงยังไม่กล้าตอบคำถาม​ เนื่องจากกังวลว่าอาจผิด​

เมื่อถามย้ำว่าการที่สำนักงานอัยการสูงสุดยื่นอุทธรณ์ในคดี 112​ จะส่งผลให้ไม่สามารถขอพักโทษได้ใช่หรือไม่ นายปกรณ์​ กล่าวว่า​ การยื่นอุทธรณ์ไม่ใช่คำพิพากษา ถือว่ายังอยู่ในขั้นตอนการดำเนินคดีอยู่ และการขอพักโทษก็น่าจะได้​ ก่อนย้ำว่าการตอบคำถามของตนเป็นการตอบที่ยังไม่ได้ดูข้อกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม​ เลขาฯกฤษฎีกา​ ยืนยันว่าการที่จะขอพักโทษได้ ต้องรับโทษมาแล้ว 1 ใน 3 หรือจำคุกมาแล้ว 6 เดือน ซึ่งเป็นไปตามหลักที่ต้องรับโทษ​ ก่อนจะขอพักโทษ​ และขั้นตอนการพักโทษก็ไม่มีหลักเกณฑ์การจำคุกขั้นต่ำกว่านี้แล้ว

เมื่อถามว่าหากนายทักษิณ​ ได้รับการพักโทษออกมาจะสามารถเป็นผู้ช่วยหาเสียงเลือกตั้งได้หรือไม่ เลขาฯกฤษฎีกา​ ระบุว่า​ อันนี้ไปไกลแล้ว​ ตนชักงง​ ขอดูรายละเอียด​ก่อน​ และไม่กล้าตอบ​ เพราะอาจผิดพลาดได้​

เมื่อถามว่า​กรณีที่กรณีศาลฎีกาพิพากษากลับในคดีภาษีของนายทักษิณ  ต้องจ่ายภาษีจากการขายหุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จำนวน 1.76 หมื่นล้านบาท​ กระทรวงการคลังจะต้องดำเนินการเช่นไร​ เลขาฯกฤษฎีกา​ ระบุว่า​ กระทรวงการคลังไม่ต้องทำอะไร แต่ต้องขอศาลออกหมายบังคับคดี ซึ่งเป็นกระบวนการปกติไม่มีอะไรเป็นพิเศษ

เมื่อถามว่าสามารถยึดจากทรัพย์สิน​ของนายทักษิณได้เลยหรือไม่​ เลขาฯกฤษฎีกา​ ยืนยันว่า​ ดำเนินการตามขั้นตอนปกติทางกฎหมาย​ และทรัพย์สินที่ได้มาก็ตกเป็นของแผ่นดิน ซึ่งถือเป็นหลักปกติ​ ไม่ใช่กรณีใดกรณีหนึ่ง

เมื่อถามว่าจะใช้เวลาเท่าใดในการยึดทรัพย์เข้าสู่คลัง เลขาฯกฤษฎีกา​ กล่าวว่า​ ขึ้นอยู่กับขั้นตอนการสืบทรัพย์​ ซึ่งต้องถามรายละเอียดจากกรมบังคับคดี

ไม่เกี่ยวกลัวซ้ำรอยชั้น 14 ‘รุทธพล’แจงทบทวนระเบียบ ส่งตัวผู้ต้องขังรักษานอกเรือนจำ

ไม่เกี่ยวกลัวซ้ำรอยชั้น 14 'รุทธพล'แจงทบทวนระเบียบ ส่งตัวผู้ต้องขังรักษานอกเรือนจำ

ไม่เกี่ยวกลัวซ้ำรอยชั้น 14 ‘รุทธพล’แจงทบทวนระเบียบ ส่งตัวผู้ต้องขังรักษานอกเรือนจำ

วันอังคาร ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 14.15 น.

“รุทธพล” แจง ทบทวนระเบียบส่งตัวผู้ต้องขังรักษานอกเรือนจำ ไม่เกี่ยวกลัวซ้ำรอยชั้น 14 รพ.ตำรวจ อ้าง เพื่อความชัดเจนมากขึ้น เหตุของเดิมใช้มานานแล้ว

วันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 เวลา12.45 น.วันที่ 18 พ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงการสั่งให้ทบทวนปรับปรุงกฎระเบียบแนวทางการส่งตัวผู้ต้องขังรักษานอกเรือนจำ เพื่อเป็นการป้องกันเหตุการณ์ซ้ำรอยชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจว่า ไม่ได้เกี่ยว กัน เป็นการพูดในภาพรวมเฉยๆ เพราะระเบียบเดิมที่ออกมานั้นใช้มานานแล้ว และยังไม่อัพเดตเท่าไหร่ ซึ่งการให้ทบทวนครั้งนี้เพื่อให้มีความชัดเจนขึ้น 

เมื่อถามย้ำว่า การส่งตัวผู้ต้องขังไปรักษานอกเรือนจำ จะต้องดำเนินการอย่างไรหลังจากนี้ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า จะต้องมีการตรวจประเมินโดยแพทย์เท่านั้น จากแต่ก่อนที่เป็นความเห็นของพยาบาล

ผู้สื่อข่าวถามว่า การออกใบตรวจสุขภาพเพื่อส่งตัว ต้องเป็นการทำ ณ ขณะนั้น หรือทำไว้ล่วงหน้าได้ เพราะก่อนหน้านี้พบว่ามีการทำใบส่งตัวล่วงหน้า พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ต้องเป็นการตรวจสุขภาพและรับรอง ณ ขณะนั้น จะมาทำก่อนไม่ได้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ชั้น 14 ทำพิษ! ยธ.สั่งปรับปรุงระเบียบ ส่งผู้ต้องขังรักษานอกเรือนจำ ป้องกันเอื้อประโยชน์ผู้ต้องขังบางราย

ครม.เด้ง‘ชญานันท์’ปลัดกระทรวงทรัพย์ฯ หลังนั่งเก้าอี้ได้เพียง 3 เดือน ตั้ง‘รวีวรรณ ภูริเดช’แทน

ครม.เด้ง‘ชญานันท์’ปลัดกระทรวงทรัพย์ฯ หลังนั่งเก้าอี้ได้เพียง 3 เดือน ตั้ง‘รวีวรรณ ภูริเดช’แทน

ครม.เด้ง‘ชญานันท์’ปลัดกระทรวงทรัพย์ฯ หลังนั่งเก้าอี้ได้เพียง 3 เดือน ตั้ง‘รวีวรรณ ภูริเดช’แทน

วันอังคาร ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 14.10 น.

ครม.เด้ง‘ชญานันท์’ปลัดกระทรวงทรัพย์ฯ หลังนั่งเก้าอี้ได้เพียง 3 เดือน ตั้ง‘รวีวรรณ ภูริเดช’แทน

เมื่อเวลา13.30 น.วันที่ 18 พ.ย.68 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.มีมติแต่งตั้งนางรวีวรรณ ภูริเดช ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) แทนนางชญานันท์ ภักดีจิตต์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนางชญานันท์ เพิ่งได้รับการแต่งตั้งจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ดำรงตำแหน่งเป็นปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่ 29 ก.ค. 68 เพื่อทดแทนนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ที่ลาออกไปเป็น รมว.พาณิชย์ ในรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร โดยนางชญานันท์ ดำรงตำแหน่งประมาณ 3 เดือนเท่านั้น

ปชป. เดินหน้า ไล่เมฆเทา! ‘อภิสิทธิ์’จ่อยื่นหลักฐานเด็ด ธุรกรรมสแกมเมอร์ ต่อ ปปง.-DSI

ปชป. เดินหน้า ไล่เมฆเทา! 'อภิสิทธิ์'จ่อยื่นหลักฐานเด็ด ธุรกรรมสแกมเมอร์ ต่อ ปปง.-DSI

ปชป. เดินหน้า ไล่เมฆเทา! ‘อภิสิทธิ์’จ่อยื่นหลักฐานเด็ด ธุรกรรมสแกมเมอร์ ต่อ ปปง.-DSI

วันอังคาร ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 14.09 น.

“มาร์ค”รุกฆาตยื่นหลักฐาน3 หน่วยงานรัฐจัดการสแกมเมอร์ 

วันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 เวลา 11.50 น. นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) แถลงผลการประชุมคณะกรรมการบริหาร(กก.บห.) พรรคปชป.ว่า ที่ประชุมยืนยันเดินหน้าภารกิจการเมืองสุจริตด้วยแคมเปญ “เปิดฟ้าใหม่ไล่เมฆเทา”ต่อ  โดยคณะทำงานของพรรคได้เตรียมเอกสารหลักฐานสำคัญเกี่ยวกับธุรกรรมทางการเงินที่ตรวจสอบขบวนการสแกมเมอร์ เพื่อให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค เป็นผู้ยื่นเอกสารด้วยตนเองต่อหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง อาทิ  สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ในวันที่20 พ.ย. 2568  ยืนยันว่า พรรคไม่ได้มุ่งหวังในการโจมตีทางการเมือง แต่เป็นการอาสาทำเพื่อประโยชน์สาธารณะ เพราะปัญหาสแกมเมอร์มีต้นเหตุมาจากการเมืองที่ไม่สุจริต พรรคปชป.พร้อมเดินสุดทางเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติ

‘ธรรมนัส’ลั่นยังไม่คุย’เดชอิศม์’ ขน สส. ย้ายซบ กธ. เผยต้น ธ.ค.นี้ เปิดตัวผู้สมัครล็อตใหญ่

'ธรรมนัส'ลั่นยังไม่คุย'เดชอิศม์' ขน สส. ย้ายซบ กธ. เผยต้น ธ.ค.นี้ เปิดตัวผู้สมัครล็อตใหญ่

‘ธรรมนัส’ลั่นยังไม่คุย’เดชอิศม์’ ขน สส. ย้ายซบ กธ. เผยต้น ธ.ค.นี้ เปิดตัวผู้สมัครล็อตใหญ่

วันอังคาร ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 14.02 น.

“ธรรมนัส” ยังไม่ได้คุย “เดชอิศม์” หลังสะพัดขน สส.ซบ “กล้าธรรม” ย้ำ ส่งครบ 400 เขต เตรียมเปิดตัวใหญ่ต้น ธ.ค. อุบ ส่งแคนดิเดตนายกฯครบ 3 คนหรือไม่ บอก ยังอยากให้ “เสี่ยหนู” เป็นนายกฯต่อ

เมื่อเวลา12.25 น.วันที่ 18 พ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม กล่าวถึงความชัดเจน กระแสข่าวนายเดชอิศม์ ขาวทอง สส.สงขลา และอดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เตรียมขน สส.ในสังกัดย้ายเข้าพรรคกล้าธรรมว่า ยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน ซึ่งตนมองว่าเรื่องนี้ยังมีเวลาคุยกัน 

เมื่อถามย้ำหากนายเดชอิศม์ ขนคนในกลุ่มไปอยู่พรรคอื่นก่อนจะทำอย่างไร  ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนมองว่าตอนนี้ทุกคนต่างตัดสินใจแล้ว แต่ยังไม่พูดเฉยๆ 

เมื่อถามว่า พรรคกล้าธรรมจะจัดการประชุมใหญ่สามัญเพื่อเตรียมการสำหรับการเลือกตั้งเมื่อไหร่  ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า พรรคกล้าธรรมจะมีการเปิดตัวครั้งใหญ่พร้อมกันทั้งหมดในช่วงต้นเดือน ธ.ค. ตอนนี้ยังไม่มี แต่ยืนยันว่าพรรคกล้าธรรมจะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งทั้ง 400 เขต 

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะส่งแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีครบ 3 คนหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า “ยังครับ ยังอยากให้ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นต่ออยู่”

‘ไชยชนก’ ไม่ตอบเลือกตั้งรอบหน้า ‘ภูมิใจไทย’ เป็นพรรคอันดับหนึ่ง

‘ไชยชนก’ ไม่ตอบเลือกตั้งรอบหน้า ‘ภูมิใจไทย’ เป็นพรรคอันดับหนึ่ง

‘ไชยชนก’ ไม่ตอบเลือกตั้งรอบหน้า ‘ภูมิใจไทย’ เป็นพรรคอันดับหนึ่ง

วันอังคาร ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 13.56 น.

“ไชยชนก” ไม่ตอบเลือกตั้งรอบหน้า ”ภูมิใจไทย“ เป็นพรรคอันดับหนึ่งหรือไม่ บอก ลุยงานให้ประชาชนตัดสิน

วันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 เวลา 12.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณีที่มีคนไหลเข้าพรรค ภท.มากขึ้น ยังคาดหวังจะเป็นพรรคอันดับหนึ่งในการเลือกตั้งครั้งหน้าหรือไม่ว่า ต้องรอให้ประชาชนตัดสินใจ เพราะยังมีเวลาทำงานอีกเยอะ ตอนนี้รัฐบาลผ่านไปยังไม่ถึง 2 เดือน แต่ได้ทำงานกันมาแล้วพอสมควร 

เมื่อถามถึงโพลที่ระบุ นายณัฐพงศ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน มีคะแนนนิยมนำนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีแล้ว  นายไชยชนก กล่าวว่า ทุกพรรคมีโอกาส โดยเฉพาะพรรคที่เป็นรัฐบาลมีโอกาสที่จะแสดงผลงานก่อนการเลือกตั้ง ก็แล้วแต่ว่าทุกพรรคจะทำอย่างไร

เมื่อถามว่า ก่อนหมดอายุของรัฐบาล จะมีนโยบายอะไรที่จะดึงกระแสความนิยมเอาไว้หรือไม่  นายไชยชนก กล่าวว่า จริงๆ รัฐบาลเข้ามาก็สามารถแก้ปัญหาใหญ่ๆ ที่ชัดเจนได้หลายเรื่องอยู่แล้ว ส่วนจะกำหนดนโยบายอย่างไร ให้โดนใจประชาชนนั้น ต้องรอดูอีกครั้ง งานข้างหน้ายังมีอีกเยอะ

เมื่อถามว่า จะทันในช่วงอายุรัฐบาลนี้หรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า จะทันหรือไม่ทันเราก็ต้องทำ นั่นหมายความว่าเราต้องทำให้เต็มที่ และหวังว่าจะทัน