‘River Festival 2025’ สืบสานประเพณีไทย สร้างรายได้ชุมชม พร้อมดูแลสายน้ำอย่างยั่งยืน

‘River Festival 2025’ สืบสานประเพณีไทย สร้างรายได้ชุมชม พร้อมดูแลสายน้ำอย่างยั่งยืน

‘River Festival 2025’ สืบสานประเพณีไทย สร้างรายได้ชุมชม พร้อมดูแลสายน้ำอย่างยั่งยืน

วันพฤหัสบดี ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ตระการตาส่งท้ายปีด้วยประเพณีอันงดงามของไทยที่ยั่งยืนอย่างแท้จริงกับงาน “River Festival 2025 สายน้ำแห่งวัฒนธรรมไทย” ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 11 ภายใต้แนวคิด “ลอยกระทงกตัญญูแม่พระคงคา บูชาแม่แห่งแผ่นดิน” เพื่อร่วมถวายความอาลัย และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง รณรงค์ไม่เพิ่มขยะในแม่น้ำ ลำคลอง ผ่านกิจกรรมลอยกระทงและการลอยประทีปใน “บ่อลอยรักษ์โลก” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่ให้เกิดการหมุนเวียนรายได้ภายในชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม สร้างรายได้ให้กับชุมชนในพื้นที่มากกว่า 2.8 ล้านบาท เสริมความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจควบคู่กับการอนุรักษ์วัฒนธรรม พร้อมเปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้แสดงศักยภาพและมีส่วนร่วมในทุกกิจกรรม ถือเป็นการใช้พลังของศิลปวัฒนธรรมไทยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน

“Bangkok River Festival 2025 สายน้ำแห่งวัฒนธรรมไทย” ได้จัดขึ้นพร้อมกันใน 2 พื้นที่ โดย Bangkok River Festival 2025 ที่จัดขึ้น ณ 9 ท่าน้ำสำคัญริมโค้งน้ำเจ้าพระยา ได้แก่ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม  ราชวรมหาวิหาร / วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร / วัดประยุรวงศาวาส วรวิหาร / วัดกัลยาณมิตร วรมหาวิหาร / วัดระฆังโฆสิตาราม วรมหาวิหาร / ท่ามหาราช / เอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น / สุขสยาม ณ ไอคอนสยาม / และพื้นที่คลองเปรมประชากร บรรยากาศเต็มไปด้วยความศรัทธา ความอบอุ่นของชุมชนริมสายน้ำ การแสดงศิลปวัฒนธรรมหลากหลายรูปแบบ และกิจกรรมร่วมสมัยที่สะท้อนอัตลักษณ์ความเป็นไทยได้อย่างงดงาม

ในส่วนของ Lamphun River Festival 2025 ได้จัดขึ้น ณ ถนนรถแก้ว จังหวัดลำพูน ให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัส “มนต์เสน่ห์เมืองลำพูน” ผ่านบรรยากาศอันอบอุ่นของผู้คน กลิ่นข้าวใหม่หอมกรุ่น รสชาติ “จิ้นทอด” พื้นบ้าน และแสงโคมแห่งศรัทธาที่ส่องสว่างไปทั่วเมืองเทศกาลแห่งนี้ได้ผสานศิลปวัฒนธรรม อาหารท้องถิ่น และอัตลักษณ์ของชุมชนเข้าไว้ด้วยกันอย่างงดงาม

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมหลากหลายจากเครือข่ายพันธมิตรทุกภาคส่วน อาทิ กิจกรรมสำคัญของทาง กรุงเทพมหานคร (กทม.), โครงการรักษ์มรดกไทย by Thai Group ณ ลานอรุณ วัดอรุณฯ, สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (RPST) กับกิจกรรมประกวดภาพถ่ายและการบรรยายประวัติศาสตร์ มูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะ ถ่ายทอดเสน่ห์แห่งดนตรีไทยให้ก้องกังวานริมสายน้ำ  ตลอดงานยังอิ่มเอมด้วยร้านเด็ดจากพระนคร–ฝั่งธนฯ ตลาดชุมชน และกิจกรรมสร้างสรรค์ที่เข้าถึงคนรุ่นใหม่ ผ่านการถ่ายทอดของ Influencer และคอนเทนต์ร่วมสมัย เพื่อขยายแรงบันดาลใจในการร่วมกัน อนุรักษ์วัฒนธรรมไทยควบคู่กับการรักษ์โลกอย่างยั่งยืน

ปีนี้เน้นยกระดับการจัดงานให้มีความยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งในด้านสิ่งแวดล้อมสังคม และการบริหารจัดการอย่างยั่งยืน (ESG) เป็นการสร้างประโยชน์เพื่อชุมชน โดยการจัดการของชุมชน ด้วยกลยุทธ์ บ.ว.ร.ยกกำลังสอง อันประกอบไปด้วย บ้าน วัด โรงเรียน โดยการสนับสนุนของภาคส่วนภายนอก ได้แก่ บริษัท วิสาหกิจเพื่อสังคม และราชการ เชื่อมโยงและต่อยอดเครือข่ายทุกภาคส่วนเพื่อเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาอย่างยั่งยืน และวัดผลได้จริง  นำโดย บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ผู้สนับสนุนหลัก River Festival 2025 สายน้ำแห่งวัฒนธรรมไทย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กองทัพเรือ กรุงเทพมหานคร หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และหน่วยงานพันธมิตรทุกภาคส่วน ผนึกกำลังเพื่อร่วมบอกเล่าความ เป็นไทยไปทั่วโลก และต่อยอดคุณค่าทางวัฒนธรรม กับประเพณีลอยกระทงและมงคลอันดีงามของไทย เพื่อตอกย้ำการเป็นเทศกาลของ มงคลดีงาม พร้อมการดูแลรักษ์โลก กับการขอขมาแม่น้ำคงคา ด้วยการรณรงค์ไม่เพิ่มขยะในแม่น้ำ ลำคลอง ผ่านกิจกรรมลอยกระทงและการลอยประทีปใน “บ่อลอยรักษ์โลก” กับการลอยกระทงในระบบปิด เพื่อลดจำนวนกระทงในแหล่งน้ำธรรมชาติ พร้อมทั้งเชื่อมโยงสถิติการรณรงค์การลดจำนวนขยะกระทงที่จัดเก็บโดยกทม. ผ่านการเก็บแต้ม SX Point ใน SX Application

กิจกรรม “คลีนคลอง” ส่งมอบขยะจากกระทงจากการจัดงาน และทำความความสะอาดพื้นที่ ยังคงดำเนินการต่อเนื่องเป็นปีที่ 11 โดยได้รับความร่วมมือกับ กรุงเทพมหานคร กองทัพเรือ โครงการ “เก็บกลับ-รีไซเคิล” ชาวบ้านในชุมชนริมน้ำที่มีจิตอาสาเยาวชนโครงการ Beta Young Entrepreneur และเยาวชนจิตอาสาคนรุ่นใหม่ และพันธมิตรทุกภาคส่วน ส่งเสริมการคัดแยกขยะเพื่อการรีไซเคิลในชุมชน เมื่อเสร็จสิ้นงานสามารถเก็บกระทงที่ทำจากวัสดุธรรมชาติกว่า 3,000 กิโลกรัม ที่รวบรวมจากท่าน้ำที่จัดงาน ส่งต่อให้กับกรุงเทพมหานครนำไปรีไซเคิลเป็นปุ๋ยอินทรีย์ และยังสามารถเก็บประทีปเทียนหอมกว่า 150 กิโลกรัม ส่งต่อรวบรวมมายังวัดประยุรวงศาวาส วรวิหาร  เพื่อนำไปหลอมและนำกลับมาใช้ใหม่ นอกจากนี้ยังมีการคัดแยกขวดพลาสติก ส่งต่อโครงการ “เก็บกลับ-รีไซเคิล” โดยบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ รีไซเคิล จำกัด (TBR) ที่จะนำบรรจุภัณฑ์เข้าสู่กระบวนการถูกนำไปผลิตเป็นผ้าห่มผืนเขียวรักษ์โลก เพื่อแจกตามชุมชนที่อยู่ในพื้นที่เขตหนาว           

นับเป็นอีกหนึ่งงานดีๆ ที่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และพันธมิตรทุกภาคส่วนได้ร่วมกันจัดขึ้น เพื่อขานรับนโยบายเปิดประเทศ ต้อนรับนักท่องเที่ยว ตอกย้ำการเป็นเทศกาลวัฒนธรรมอันดีงาม นับเป็นอีกหนึ่งงานที่ยกระดับการบริหารจัดงานอย่างยั่งยืนทุกมิติพร้อมผลักดันสู่การเป็น Festival ระดับโลก “เพื่อบอกเล่าความเป็นไทยไปทั่วโลก” ได้อย่างงดงาม

8 อาหารช่วยลดอาการอ่อนเพลียของคนวัยทำงาน

8 อาหารช่วยลดอาการอ่อนเพลียของคนวัยทำงาน

8 อาหารช่วยลดอาการอ่อนเพลียของคนวัยทำงาน

วันพฤหัสบดี ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ด้วยไลฟ์สไตล์ที่ทั้งเคร่งเครียด เร่งรีบ และแบกความรับผิดชอบไว้มากมาย ทำให้เมื่อถึงเวลาพักผ่อนก็จัดเต็มกันแบบสุดเหวี่ยง หรือที่เรียกว่า Work Hard, Play Harder จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีอาการ “อ่อนเพลีย” ตามมาให้เห็น เรียกได้ว่านี่คือหนึ่งในปัญหาที่ทั้งวัยทำงาน วัยกลางคน ไปจนถึงวัยสูงอายุต้องประสบพบเจอ ซึ่งนอกจากการพักผ่อนให้เพียงพอแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่ช่วยได้คือ การรับประทานอาหารลดอ่อนเพลีย

สำหรับใครที่ยังไม่ทราบว่าร่างกายอ่อนเพลียกินอะไรดี  พญ. กฤดากร เกษรคำ จาก Addlife Anti-Aging Center ชั้น 2 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี)  มาแนะนำ 8 อาหารลดอาการอ่อนเพลีย ให้คุณเลือกกินเพื่อเติมความไบรต์ได้ทั้งวัน

กล้วย กล้วยเป็นแหล่งพลังงานชั้นเลิศ และร่างกายซึมซับได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีปริมาณคาร์โบไฮเดรตสูง นอกจากนี้ ยังอุดมไปด้วยวิตามินบี 6 ซึ่งช่วยเปลี่ยนอาหารให้เป็นพลังงาน อีกทั้ง กล้วยยังมีโพแทสเซียม ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการทำงานของกล้ามเนื้อและความสมดุลของอิเล็กโทรไลต์ การกินกล้วยในช่วงกลางวัน คือหนึ่งในอาวุธลับสำหรับสู้กับความอ่อนเพลียได้เป็นอย่างดี

ควินัว ร่างกายอ่อนเพลียกินอะไรดี? ควินัว คือตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะธัญพืชชนิดนี้อุดมด้วยสารอาหารซึ่งมีคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ไฟเบอร์ และโปรตีนสูง นอกจากนี้ ยังมีธาตุเหล็ก แมกนีเซียม และวิตามินบี ซึ่งทั้งหมดจำเป็นต่อการผลิตพลังงาน คาร์โบไฮเดรตในควินัวให้พลังงานที่สม่ำเสมอ ป้องกันไม่ให้น้ำตาลในเลือดพุ่งสูงเกินไป ดังนั้น การรับประทานควินัวในมื้ออาหารสามารถช่วยปลดปล่อยพลังงานได้อย่างต่อเนื่อง และทำให้คุณรู้สึกอิ่มนานขึ้น ลดความอ่อนเพลียได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผักโขม เป็นผักใบเขียวที่อุดมด้วยธาตุเหล็ก แมกนีเซียม วิตามินเอ และวิตามินซี โดยธาตุเหล็กมีความสำคัญต่อการผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดง ซึ่งทำหน้าที่ขนส่งออกซิเจนไปยังเนื้อเยื่อและอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย ส่วนแมกนีเซียมมีบทบาทในการเผาผลาญพลังงานและการทำงานของกล้ามเนื้อ ดังนั้น นี่จึงเป็นอาหารลดอ่อนเพลียสีเขียวที่ไม่ควรพลาด

ปลาแซลมอน เป็นแหล่งขุมทรัพย์ของกรดไขมันโอเมกา 3 ซึ่งมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย รวมถึงลดการอักเสบและปรับปรุงการทำงานของสมอง โปรตีนในปลาแซลมอนยังช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่และเป็นแหล่งพลังงานชั้นเลิศ การรวมกันของโอเมกา 3 โปรตีน และวิตามินบีในปลาแซลมอนทำให้กลายเป็นอีกหนึ่งอาหารลดอ่อนเพลียที่มีรสชาติอร่อยเลิศ

อัลมอนด์ เป็นอาหารลดอ่อนเพลียที่อุดมด้วยสารอาหารมากมาย ทั้งไขมันดี โปรตีน ไฟเบอร์ นอกจากนี้ ยังมีแมกนีเซียม เหล็ก และวิตามินอี โดยไขมันดีในอัลมอนด์มีส่วนช่วยในการควบคุมการใช้พลังงานของร่างกาย ในขณะที่แมกนีเซียมและธาตุเหล็กมีบทบาทสำคัญในการผลิตพลังงาน และส่งเสริมการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดแดง ดังนั้น การรับประทานอัลมอนด์สักกำมือสามารถช่วยลดความเหนื่อยล้าได้เป็นอย่างดี

กรีกโยเกิร์ต กรีกโยเกิร์ต เป็นอาหารที่อุดมด้วยโปรตีน ซึ่งมีโปรไบโอติก แคลเซียม และวิตามินบี โดยโปรตีนมีความสำคัญต่อการซ่อมแซมและฟื้นฟูกล้ามเนื้อ ในขณะที่แคลเซียมจะช่วยควบคุมการหดตัวของกล้ามเนื้อ ส่วนโปรไบโอติกในโยเกิร์ตกรีกช่วยให้ลำไส้แข็งแรง ซึ่งเชื่อมโยงกับระดับพลังงานที่เพิ่มขึ้น

ดาร์กช็อกโกแลต ดาร์กช็อกโกแลตไม่ได้มีดีเพียงแค่รสชาติ แต่ยังเป็นแหล่งของสารประกอบธรรมชาติที่สามารถเพิ่มระดับพลังงานได้ ประกอบด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและฟลาโวนอยด์ที่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด การส่งออกซิเจนไปยังสมอง และเสริมสร้างการตื่นตัว นอกจากนั้น ดาร์กช็อกโกแลตยังมีคาเฟอีนซึ่งออกฤทธิ์เพิ่มความกระปรี้กระเปร่าของร่างกายได้เป็นอย่างดี

ชาเขียว เนื่องจากชาเขียวเต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและคาเฟอีน ที่ช่วยเพิ่มพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งการรวมกันของคาเฟอีนกับแอล-ธีอะนีน ซึ่งเป็นกรดอะมิโนที่พบในชาเขียว ยังช่วยให้รู้สึกตื่นตัวและมีสมาธิมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม การรับประทานอาหารในปัจจุบันอาจไม่เพียงพอ หรือต้องรับประทานในปริมาณมาก ทำให้ได้รับแคลอรี่เกินจำเป็น  ท่านใดที่อยากบรรเทาความอ่อนเพลียแบบเห็นผลชัด สามารถเข้ามาปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวขาญเพื่อตรวจหาสาเหตุและรักษาอาการอ่อนเพลียได้อย่างตรงจุด

บทความพิเศษ : ‘ดอกไม้แห่งความดี’ จากดารารัตน์ถึงควีนสิริกิติ์

บทความพิเศษ : ‘ดอกไม้แห่งความดี’ จากดารารัตน์ถึงควีนสิริกิติ์

บทความพิเศษ : ‘ดอกไม้แห่งความดี’ จากดารารัตน์ถึงควีนสิริกิติ์

วันพฤหัสบดี ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เมื่อคราวงานพระเมรุ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พ.ศ.2560 ผู้จงรักภักดีหลายแสนคนได้ลงมือทำดอกไม้จันทน์ “ดารารัตน์” จากเปลือกข้าวโพด เพื่อถวายพระเพลิงพระบรมศพ

เมื่อสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงสวรรคต พ.ศ.2568 กระทรวงวัฒนธรรมและมูลนิธิส่งเสริมการลูกเสือแห่งประเทศไทย ก็หารือกันว่าจะทำดอกไม้ประดิษฐ์ถวายเช่นที่เคยทำ แต่เปลี่ยนเป็นดอกไม้ในพระนาม คือ กล้วยไม้แคทลียาควีนสิริกิติ์ กุหลาบควีนสิริกิติ์ มหาพรหมราชินี และ โมกราชินี โดยเพิ่มวัสดุที่ทำดอกไม้ประดิษฐ์คือไม้จันทน์หอมที่หายาก

ดอกไม้ประดิษฐ์ควีนสิริกิติ์ทุกดอกจะมีป้ายเล็กๆติดที่ก้านสำหรับเขียนความตั้งใจจะทำความดีนอกเหนือหน้าที่ โดยไม่รับค่าตอบแทน  เช่น ปลูกต้นไม้ ซื้อสินค้าศิลปาชีพ บริจาคเลือดหรือหัวใจ ถวายเป็นพระราชกุศล  ชนิดที่ชาวบ้านเรียกว่า “แบ่งบุญ” หรือ ”อุทิศส่วนกุศล“

จะมีการอบรมวิธีทำดอกไม้ประดิษฐ์ “ควีนสิริกิติ์“ ตามกองลูกเสือ โรงเรียน ศูนย์การค้า และวัดไทยในต่างประเทศ

การทำความดีถวายพระพันปีหลวง ครั้งนี้  จะเป็นการระดมทำความดีครั้งยิ่งใหญ่ครั้งหนึ่งของโลก

Series : “Flowers of Goodness” From Dararat to Queen Sirikit

In 2017, during the royal cremation ceremony of His Majesty King Bhumibol Adulyadej, hundreds of thousands of loyal Thai vcitizens crafted “Dararat” sandalwood flowers from corn husks to pay their final respects.

When Her Majesty Queen Sirikit, the Queen Mother, passed away in 2025, the Ministry of Culture and the Thai Scouts Promotion Foundation discussed continuing the tradition of offering handmade flowers. This time, however, they chose flowers bearing Her Majesty’s name: Queen Sirikit Cattleya Orchid, Queen Sirikit Rose, Mahaprom Rachinee, and Mok Rachinee. The materials were elevated to include rare fragrant sandalwood.

Each Queen Sirikit flower will carry a small tag on its stem, where individuals can write their personal pledge to perform acts of goodness beyond their duty—without seeking compensation. Examples include planting trees, purchasing artisanal products, donating blood or organs, and dedicating merit to Her Majesty. These are the kinds of deeds which Thai villagers call “sharing merit” or “dedicating merit.”

Workshops on how to make Queen Sirikit flowers will be held across Scout troops, schools, shopping centers, and Thai temples abroad.

This nationwide tribute to the Queen Mother will become one of the greatest mobilizations of goodness the world has ever seen.

By Artorn Chandavimol

โดย อาทร จันทวิมล

บทความพิเศษ : ‘รู้จักเรารู้จักจีน’ คนจีนสมัยกรุงศรีอยุธยา

บทความพิเศษ : ‘รู้จักเรารู้จักจีน’ คนจีนสมัยกรุงศรีอยุธยา

บทความพิเศษ : ‘รู้จักเรารู้จักจีน’ คนจีนสมัยกรุงศรีอยุธยา

วันพฤหัสบดี ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กรุงศรีอยุธยาในยุครุ่งเรืองเป็นศูนย์กลางการค้าขายที่สำคัญของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจและการเป็นเมืองท่าการค้าที่สำคัญได้ดึงดูดพ่อค้าและผู้คนจากหลายชาติพันธุ์เข้ามาตั้งรกรากในอาณาจักรสยาม  เช่นอิหร่าน อินเดีย เวียดนาม ญี่ปุ่น  โปรตุเกส   ฮอลันดา ฝรั่งเศส  มีที่จอดเรือใหญ่อยู่ที่หน้าวัดพนัญเชิง   โดยมีชาวจีนที่เดินทางข้ามทะเลมายังกรุงศรีอยุธยาเป็นจำนวนมากทำอาชีพ ช่างเหล็ก  เย็บรองเท้า  ช่างต่อเรือ  ทำน้ำตาล ช่างทอง  ในช่วงจวนจะเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2  นั้นพวกชาวจีนในอยุธยา6,000 คน นำโดยเฮียนสือ  ได้ใช้ห้างฮอลันดากับวัดไทยพุทธเป็นค่ายต่อสู้พม่า

บันทึกจีนสมัยราชวงศ์ชิง “ชิงสื่อลู่” ระบุว่า  เมื่อพ.ศ. 2195 ทูตสยามได้เดินทางทางเรือไปเฝ้าพระเจ้ากรุงจีน ในสมัยพระเจ้าปราสาททอง 1 ครั้ง และ สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช 5 ครั้ง   ตามรายงานของบาทหลวงนิโคลาส์ แชร์แวส (Nicholas Gervaise) ชาวฝรั่งเศส ระบุไว้ว่า เมื่อ พ.ศ.2228 กรุงศรีอยุธยามีสำเภาจีนแวะมาทำการค้าขายถึง 15-20 ลำ     ในสมัยพระเจ้าท้ายสระ  พ.ศ. 2265 พระเจ้าคังซี ทรงให้ซื้อข้าวสารจากสยาม 3 แสนหาบจีนส่งไปที่ ที่เมืองฝูเจี้ยน กวางตุ้งและหนิงโปเพื่อบรรเทาความอดหยาก   สมัยพระเจ้าบรมโกศ ได้มีการส่งทูตอยุธยาไปเฝ้าพระเจ้าเฉียนหลง

การอพยพและการตั้งถิ่นฐาน

ชาวจีนเริ่มเดินทางเข้ามายังดินแดนสยามอย่างต่อเนื่องตั้งแต่สมัยสุโขทัย แต่ในสมัยอยุธยาการอพยพของชาวจีนได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สาเหตุหลักมาจากความไม่สงบในจีน ภัยธรรมชาติ และการค้นหาโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ๆ ชาวจีนส่วนใหญ่ที่อพยพมาเป็นชาวจีนใต้ โดยเฉพาะจากมณฑลฟูเจี้ยน กวางตุ้ง และไห่หนาน   ชาวจีนที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานในกรุงศรีอยุธยา   สร้างชุมชนของตนเองขึ้นในบริเวณต่างๆ ของเมือง การตั้งถิ่นฐานของชาวจีนมีลักษณะเป็นชุมชนที่มีความเหนียวแน่นกันเองตามเครือญาติและภูมิลำเนาเดิม

พวกจีนแต้จิ๋วในกรุงศรีอยุธยามักทำงานรับจ้าง ทำสวน เลี้ยงหมู ฯลฯ   อาศัยอยู่แถวตะวันออกของแม่น้ำป่าสัก ย่านปากคลองข้าวสาร ย่านคลองสวนพลู คลองบ้านบาตร คลองบ้านม้า คลองข้าวเม่า หัวรอ วัดแม่นางปลื้ม วัดสามพิหาร วัดสามจีน วัดเกาะแก้ว วัดเชิงท่า วัดโกโรโกโส (วัดอาโกโรอาโกโส)     ส่วนชาวจีนฮกเกี้ยน มักทำงานในราชสำนักหรือใกล้ชิดกับชนชั้นนำ ที่บริเวณเกาะเมือง  หรือภายในกำแพงเมือง เช่น

6 สถานที่ในกรุงศรีอยุธยาที่มีชุมชนชาวจีนหนาแน่นคือ  

1. คลองประตูนายก่าย   คลองประตูจีน  ท่าเรือชื่อท่าหอย   เป็นชุมชนใหญ่ของพวกฮกเกี้ยน   มีตลาดจีนใหญ่โต มีร้านค้าจีนมากตามสองฝั่งคลอง  

2. ชุมชนสามม้า  ตำบลสาระภา  ขายเครื่องลายคราม ผ้าไหม  เครื่องทอง  ยาจีน

3. ย่านขนมจีน   ขายขนมเปี๊ยะ ขนมโก๋  ขนมถั่วตัด ฟักเชื่อม

4.  ตลาดปากคลองขุนละคอนไชย  มีตลาดบ้านจีน  โรงโสเภณี ศาลเจ้าจีน  

5.  บริเวณเจ้าสัวชี วัดเหมี่ยวลา วัดท่าราบ   เป็นห้องแถว 2 ชั้น (ปัจจุบันเป็นโรงเรียนสตรีวัดพุทธไธสวรรย์)

6. บริเวณตลาดน้ำ มักอยู่เป็นเรือนแพ  ตลาดน้ำวน บางกะจะ (ตรงข้ามวัดพนัญเชิง)    ตลาดปากคลองคูจาม   ท้ายสุเหร่าแขก   ตลาดปากคลองคูไม้ร้อง  ตลาดปากคลองวัดเดิม  ศาลเจ้า บุนเถากง

ชาวจีนบางส่วนรับราชการในกรมท่าซ้าย   เช่น พระยาโชฏึกราชเศรษฐี  และ โกษาธิบดีจีน (ออกญาสมบัติธิบาล) ทำหน้าที่ควบคุมชาวจีน และการค้ากับจีน

บทบาททางเศรษฐกิจ

ชาวจีนในกรุงศรีอยุธยามีบทบาทสำคัญในระบบเศรษฐกิจของอาณาจักร ทำหน้าที่เป็นพ่อค้าคนกลางในการค้าขายระหว่างสยามกับประเทศต่างๆ โดยเฉพาะการค้ากับจีน เวียดนาม และญี่ปุ่น ชาวจีนมีความชำนาญในการดำเนินธุรกิจ การจัดการเงินตรา นอกจากการค้าขายแล้ว ชาวจีนยังประกอบอาชีพฝีมือต่างๆ เช่น ช่างทำเครื่องปั้นดินเผา ช่างทอง ช่างเงิน ช่างไม้ และงานหัตถกรรมอื่นๆ ทักษะฝีมือของชาวจีนได้รับการยอมรับและเป็นที่ต้องการของชาวสยาม

การเก็บภาษีและการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลสยามยังพึ่พิงชาวจีนเป็นอย่างมาก ระบบ “ภาษีเหมา” หรือการให้เอกชนเป็นผู้จัดเก็บภาษีแทนรัฐได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย และชาวจีนมักเป็นผู้รับเหมาเก็บภาษีในหลายๆ ด้าน เช่น ภาษีการค้า ภาษีเสรีภาพ และภาษีอื่นๆ

โครงสร้างทางสังคม

สังคมชาวจีนในกรุงศรีอยุธยามีโครงสร้างที่ชัดเจนตามแบบแผนจีนดั้งเดิม ครอบครัวขยายเป็นหน่วยสังคมพื้นฐาน โดยผู้สูงอายุและหัวหน้าครอบครัวมีอำนาจและความเคารพสูงสุด ระบบเครือญาติและตระกูลมีความสำคัญมาก ในการดำเนินธุรกิจและการสร้างเครือข่ายทางสังคม

ชาวจีนในอยุธยายังคงรักษาประเพณีและวัฒนธรรมจีนไว้อย่างเข้มงวด การปฏิบัติตามหลักกตัญญู การเคารพบรรพบุรุษ และการรักษาภาษาจีนเป็นสิ่งที่ชาวจีนยึดถือ ขณะเดียวกันพวกเขาก็ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมไทยและมีการปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่

การแต่งงานระหว่างชาวจีนกับคนไทยเกิดขึ้นบ่อยครั้ง โดยเฉพาะการที่ชายจีนแต่งงานกับหญิงไทย ลูกหลานที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างสองเชื้อชาติมักเรียกว่า “ลูกครึ่ง” หรือ “ลูกจีน” กลุ่มคนเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงวัฒนธรรมและเป็นสะพานเชื่อมระหว่างชุมชนจีนและไทย

วัฒนธรรมและศาสนา

ชาวจีนในกรุงศรีอยุธยานำวัฒนธรรมและความเชื่อของตนมาด้วย พุทธศาสนานิกายมหายาน เต๋า และขงจื้อเป็นศาสนาและปรัชญาหลักที่ชาวจีนยึดถือ วัดและศาลเจ้าจีนถูกสร้างขึ้นในกรุงศรีอยุธยาเพื่อเป็นศูนย์กลางทางจิตใจและการประกอบพิธีกรรมต่างๆ

ความสัมพันธ์กับราชสำนัก

ชาวจีนหลายคนในกรุงศรีอยุธยาสามารถเข้าถึงราชสำนักและมีอิทธิพลในการบริหารประเทศ ความชำนาญด้านการค้าและการเงินของชาวจีนทำให้พระมหากษัตริย์สยามให้ความไว้วางใจและมอบหมายงานสำคัญให้กับพวกเขา ชาวจีนบางคนได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสำคัญในราชสำนัก

ผลกระทบต่อสังคมไทย

การอยู่อาศัยของชาวจีนในกรุงศรีอยุธยาได้ส่งผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อสังคมไทย ทั้งในแง่บวกและแง่ลบ ในด้านบวก ชาวจีนได้นำเทคนิคการผลิต ความรู้ด้านการค้า และนวัตกรรมต่างๆ มาเผยแพร่ การพัฒนาระบบการเงิน การธนาคาร และการจัดการธุรกิจยุคใหม่ล้วนได้รับอิทธิพลจากชาวจีน

มรดกและอิทธิพลต่อเนื่อง

เมื่อกรุงศรีอยุธยาล่มสลายในปี พ.ศ. 2310 ชาวจีนหลายคนได้อพยพไปยังกรุงธนบุรีและกรุงเทพฯ แต่มรดกและอิทธิพลของชาวจีนในสมัยอยุธยายังคงหลงเหลืออยู่ในสังคมไทย รูปแบบการค้าขาย ระบบการเงิน และการจัดการธุรกิจแบบจีนกลายเป็นพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทยในยุคต่อมา

ชุมชนไทยเชื้อสายจีนในปัจจุบันเป็นผลต่อเนื่องจากการตั้งถิ่นฐานและการผสมผสานที่เกิดขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยา วัฒนธรรม ประเพณี และค่านิยมที่ชาวจีนนำมาได้ถูกรักษาและพัฒนาต่อเนื่องกันมา

การศึกษาประวัติศาสตร์ของชาวจีนในกรุงศรีอยุธยาช่วยให้เราเข้าใจถึงลักษณะของสังคมพหุวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นในอดีต และเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับการสร้างสังคมที่มีความหลากหลายและการยอมรับซึ่งกันและกันในปัจจุบัน

โดย อาทร  จันทวิมล

ขอบคุณภาพจาก www.silpa-mag.com , go ayutthaya

คุณแหน : 13 พฤศจิกายน 2568

คุณแหน : 13 พฤศจิกายน 2568

คุณแหน : 13 พฤศจิกายน 2568

วันพฤหัสบดี ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 02.00 น.

  • วันสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า 25 พ.ย. มูลนิธิโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จัดรายการพิเศษ นำเสนอพระราชกรณียกิจและพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อโครงการ การดูแลรักษาทหารที่บาดเจ็บจากการปฎิบัติหน้าที่ราชการสนาม เปิดทีวีรับชมได้วันที่ 25 พ.ย. เวลา 20.30 – 21.30 น. ทาง ททบ.5 ร่วมบริจาคได้ ชื่อบัญชี มูลนิธิโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า (วันสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า) ธ.กรุงไทย สาขาซอยอารีย์ เลขที่บัญชี 172-0-01630-5 ใบเสร็จส่งที่E-mail: foundation_omk@hotmail.com  ลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า..
  • ลานทิพย์ ทวาทศิน แจ้งข่าวเศร้าด้วยความเสียใจอย่างสุดซึ้งว่า ​อ.วรรณดี คันธวงศ์ ​ ปูชนียบุคคลของโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัยและคุณครูที่รักยิ่งของศิษย์ทุกคน ได้ล่วงหลับไปอยู่กับพระเจ้าพระบิดาแล้ว สิริอายุ 104 ปี พิธีไว้อาลัย 17-18 พ.ย.ณ คริสตจักรวัฒนา ของดรับพวงหรีด ดอกไม้สด และพัดลมทุกชนิด ..
  • ศาสนาจารย์ ดร.แพง ชินพงศ์ นายกสมาคมศิษย์วังหลัง-วัฒนา เปิดงาน Wattana Pride & Prime 2025 พร้อมมอบรางวัลศิษย์เกียรติยศ ประจำปี 2568 และประกาศรางวัลศิษย์เกียรติยศ สลักชื่อใน WWAA Legacy Hall of Fame ปีนี้มี 4 ท่านได้แก่ พวงทอง สัจจาภินันท์ รุ่น 90  รศ.ดร.พาลาภ สิงหะเสนี รุ่น 93 ดร.ณ ฤดี เคียงศิริ รุ่น 101 และ ชฎาทิพ จูตระกูล รุ่น 104 โดยมี มนนิตา ตนประเสริฐ เป็นประธานจัดงาน..
  • ดร.ลาลีวรรณ กาญจนจารี ประธานสภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ สมัยที่ 28 แถลงข่าว วันรวมน้ำใจสภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ ช่วยกาชาด ประจำปี 2568 ร่วมจัดงานกาชาด สภากาชาดไทย  11-21 ธ.ค. ณ บริเวณสวนลุมพินี ภายใต้แนวคิด ร้อยดวงใจปวงประชาน้อมสำนึกพระเมตตา องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย โดยมี อินทิรา สวัสดิ์พาณิชย์ และเบญจมาศ รุจิรวงศ์  ร่วมแถลงข่าว 17 พ.ย. 10.00 น. ห้องประชุมสมาคมสภาสตรีแห่งชาติฯ..
  • อ.สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์ ประธานมูลนิธิช่วยนักเรียนที่ขาดแคลนในพระบรมราชินูปถัมภ์ (ม.น.ข.) เป็นประธานมอบทุนการศึกษาให้นักเรียนที่ขาดแคลนระดับชั้นมัธยม ปวช.และ ปวส. จำนวน 150 ทุน ในวันที่ 20 พ.ย. เวลา 09.00 น.ณ ห้องประชุมมีเกรท คณะเวชศาสตร์เขตร้อน ม.มหิดล โดยมี ลัดดาวัลย์ จงวิศาล ที่ปรึกษา ม.น.ข.ร่วมงานด้วย..
  • ลลิสา จงบารมี ฝากขอบคุณกัลยาณมิตร ที่มาร่วมทำบุญเลี้ยงพระในโอกาสครบรอบ 1 ปีการจากไปของ อ.ศุภกิจ อุตตรนคร ผู้ร่วมก่อตั้งมูลนิธิธารศิลป์รักษ์จิตรกร..
  • ขอแสดงความเสียใจกับ พญ.สุวณี รักธรรม ที่สูญเสียคู่ชีวิต ศิลปชัย รักธรรม พระราชทานเพลิงศพ 23 พ.ย.17.00 น. เมรุวัดมกุฎฯ..22 พ.ย.18.30 น.สวดพระอภิธรรม ศาลา 5..

น้อง

เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป คว้า 3 รางวัลเกียรติยศจากงาน IAA Awards for Listed Companies 2025

เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป คว้า 3 รางวัลเกียรติยศจากงาน IAA Awards for Listed Companies 2025

เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป คว้า 3 รางวัลเกียรติยศจากงาน IAA Awards for Listed Companies 2025

วันพฤหัสบดี ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 16.51 น.

บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) ย้ำความสำเร็จด้านการบริหารจัดการองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน คว้า 3 รางวัลเกียรติยศจากงาน “IAA Awards : Awards for Listed Companies 2025” ซึ่งจัดโดยสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA) ได้แก่ รางวัล BEST CEO, รางวัล Outstanding CFO และ รางวัล  Outstanding IR โดยเป็นการได้รับรางวัลต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ซึ่งสะท้อนถึงความเป็นผู้นำในธุรกิจบันเทิงครบวงจรของประเทศไทย

ในการนี้ วิศุรต พูลวรลักษณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์องค์กร เป็นผู้แทน วิชา พูลวรลักษณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) ขึ้นรับมอบรางวัลอันทรงเกียรติ “BEST CEO” กลุ่ม Media และบริการอื่น จาก ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งให้เกียรติเป็นประธานในพิธีมอบรางวัล พร้อมด้วย ไพบูลย์ นลินทรางกูร นายกสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน ร่วมมอบรางวัล นอกจากนี้ วิศรุต พูลวรลักษณ์ ยังได้รับรางวัล Outstanding IR และ   เป็นผู้แทน ฐิตาภัสร์ อิสราพรพัฒน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายบัญชีและการเงิน รับรางวัล Outstanding CFO โดยมีผู้บริหารระดับสูงของบริษัทฯ ร่วมแสดงความยินดี

รางวัลอันทรงเกียรติทั้ง 3 สาขาในปีนี้ นับเป็นเครื่องยืนยันความมุ่งมั่นของ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ในการขับเคลื่อนองค์กรอย่างโปร่งใส มีธรรมาภิบาล และให้ความสำคัญกับการสื่อสารกับนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง โปร่งใส และเข้าถึงง่าย ตามหลักเกณฑ์ที่เข้มงวดของนักวิเคราะห์และผู้จัดการกองทุน ซึ่งพิจารณาจากผู้บริหารที่มีความรอบรู้ในธุรกิจ มีจรรยาบรรณสูง และสนับสนุนข้อมูลแก่นักวิเคราะห์อย่างครบถ้วนและสม่ำเสมอ

สำหรับรางวัลทั้ง 3 สาขาที่ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ได้รับต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมแรงร่วมใจของทีมผู้บริหารและพนักงานทุกคนในการขับเคลื่อนองค์กรตามแนวทางการเติบโตอย่างยั่งยืนของ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป เราจะยังคงมุ่งมั่น พัฒนา สร้างสรรค์ความบันเทิงที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า พร้อมสร้างคุณค่าให้แก่ผู้ถือหุ้นและสังคมต่อไป

คณะผู้บริหาร ผู้จัด และเหล่าผู้เข้าแข่งขัน จากรายการ ‘ALTA THAILAND SEASON 1 – THE PILOT GAME’

คณะผู้บริหาร ผู้จัด และเหล่าผู้เข้าแข่งขัน จากรายการ 'ALTA THAILAND SEASON 1 – THE PILOT GAME'

คณะผู้บริหาร ผู้จัด และเหล่าผู้เข้าแข่งขัน จากรายการ ‘ALTA THAILAND SEASON 1 – THE PILOT GAME’

วันพฤหัสบดี ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 16.40 น.

คณะผู้บริหาร ผู้จัด ตัวแทนผู้สื่อข่าว และเหล่าผู้เข้าแข่งขันจากรายการ ALTA THAILAND SEASON 1 – “THE PILOT GAME”  อาทิ วาเนสซ่า จูลี่ โรบินสัน, อาคิ ต่อเงิน ทองงิ้ว, หยก ปวราลักษณ์ เหลืองลักษณ์, ข้าวหอม ภูธณ สโรชนันท์จีน, นีน่า จิณณ์นิตา จัดดา และ เนเน่ พรรณพัชร
เชี่ยวประสิทธิ์ ฯลฯ 
พร้อมด้วยเหล่าคนดังมากฝีมือ ได้พร้อมใจกันเข้าร่วมพิธีถวายความอาลัยแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ อาคารมาลีนนท์ ทาวเวอร์ ๒ (ช่อง 3) เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

บรรยากาศภายในอาคารมาลีนนท์ ทาวเวอร์ ๒ เต็มไปด้วยความโศกเศร้าและความอาลัยอย่างสุดซึ้ง โดยมีคณะผู้บริหารนำกล่าวคำถวายความอาลัยเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงนำโดย คณะผู้บริหาร ผู้จัด ตัวแทนผู้สื่อข่าว และเหล่าผู้เข้าแข่งขันจากรายการ ALTA THAILAND SEASON 1 – “THE PILOT GAME” ที่พร้อมใจกันแต่งกายด้วยชุดไว้ทุกข์สีดำอย่างสุภาพ ซึ่งทุกคนที่เข้าร่วมพิธีต่างน้อมจิตอธิษฐานและยืนสงบนิ่งเพื่อถวายความอาลัยและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและประเทศชาติตลอดมาพิธีดังกล่าวเป็นไปอย่างเรียบง่ายและสมพระเกียรติ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงความอาลัยในห้วงเวลาแห่งความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่นี้

พริตตี้ตัวน้อย ‘โมเน่’ ปะทะ ‘สอดอสไตล์’

พริตตี้ตัวน้อย ‘โมเน่’ ปะทะ ‘สอดอสไตล์’

พริตตี้ตัวน้อย ‘โมเน่’ ปะทะ ‘สอดอสไตล์’

วันพฤหัสบดี ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 14.47 น.

ตำนานกำลังจะกลับมา! “พริตตี้ตัวน้อย” โมเน่ ปะทะ “เม็ดตุ๊บ” สอดอสไตล์ ที่ครั้งหนึ่งเคยแจ้งเกิดจากรูปพริตตี้มอเตอร์สปอร์ตถือร่มอยู่ในสนาม “ช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต”แต่รอบบนี้โมเน่เรียกความน่ารักมาได้ใจพี่ๆไปเต็มๆ“ถ้าเธอเป๊ะ… ฉันก็เป๊ะ เธอพร้อม… ชั้นก็พร้อม!”ช่วยแม่เมและพี่สอดอสไตล์ ทำงานไลฟ์ยาวไปแบบ “ไอเลิฟมายจ๊อบ ฉีก ฉึก ฉึก” สู้เพื่อบ้าน 5 หลัง สุดๆและยังไม่ลืมประโยคเด็ดที่กลายเป็นวลีฮิตติดปาก“โมเน่กินทู๊กกกกวัน“  งานนี้ พี่ๆก็โดนตกเข้าด้อมโมเน่อีกเรียบร้อย ไม่รู้ว่าปีนี้งานมอเตอร์โชว์ จะมีแบรนด์ไหนจ้างพริตตี้ตัวน้อย น้องโมเน่ และตำนานรุ่นพี่สอดอสไตล์ กลับมาใส่ชุดพริตตี้อีกครั้งไหม แฟนคลับมาลุ้นกัน

#พริตตี้ตัวน้อย #โมเน่vsสอดอสไตล์ #ทีมเป๊ะทุกองศา

#MotorShow2025 #สอดอstyle

เปิดโมเมนต์หวาน! ‘ตุ้ย-พิ้งกี้’ร่วมเฟรมคู่กัน ทำเอาแฟนคลับฟินจิกหมอน

เปิดโมเมนต์หวาน! 'ตุ้ย-พิ้งกี้'ร่วมเฟรมคู่กัน ทำเอาแฟนคลับฟินจิกหมอน

เปิดโมเมนต์หวาน! ‘ตุ้ย-พิ้งกี้’ร่วมเฟรมคู่กัน ทำเอาแฟนคลับฟินจิกหมอน

วันพฤหัสบดี ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 13.58 น.

เรียกว่าเป็นโมเมนต์ที่ทำเอาแฟนๆ ใจละลายเลยทีเดียว สำหรับคู่รักสุดเซอร์ไพรส์ “ตุ้ย ธีรภัทร์” และนางเอกสาวชื่อดัง “พิ้งกี้ สาวิกา” ที่ช่วงหลังมานี้เริ่มมีภาพหวานออกมาให้เห็นบ่อยขึ้นเรื่อยๆ จนหลายคนอดยิ้มไม่ได้

ล่าสุด (12 พฤศจิกายน 2568) ในวันคล้ายวันเกิดของน้องสาวของตุ้ย ธีรภัทร์ ได้โพสต์คลิปวิดีโอบรรยากาศอบอุ่นภายในครอบครัว ที่จัดงานเลี้ยงเล็กๆ เรียบง่าย

       แต่ที่เรียกเสียงฮือฮาสุดๆ เห็นจะเป็นโมเมนต์หวานของ ตุ้ยและพิ้งกี้ ที่ออกสื่อเป็นครั้งแรกจนบรรดาแฟนคลับอดฟินไม่ได้

https://www.tiktok.com/embed/v2/7571905824348589328?lang=th-TH&referrer=https%3A%2F%2Fwww.naewna.com%2Fentertain%2F927550

‘ใบเฟิร์น’พูดแล้ว! เข้าใจ’นาย ณภัทร’ ลั่นก่อนจะไหวก็ไม่ไหวมาก่อน

'ใบเฟิร์น'พูดแล้ว! เข้าใจ'นาย ณภัทร' ลั่นก่อนจะไหวก็ไม่ไหวมาก่อน

‘ใบเฟิร์น’พูดแล้ว! เข้าใจ’นาย ณภัทร’ ลั่นก่อนจะไหวก็ไม่ไหวมาก่อน

วันพฤหัสบดี ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 13.39 น.

13 พฤศจิกายน 2568 จากกรณีที่ “นาย ณภัทร” ออกมาเปิดใจผ่านรายการถึงช่วงชีวิตตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ว่าเป็นช่วงที่ “สภาพจิตใจแตกสลาย ไม่มีชิ้นดี” แต่ปัจจุบันกลับมารักตัวเองและเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง จนหลายคนโยงว่าอาจเกี่ยวกับมรสุมความรักครั้งเก่ากับ “ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์”

ล่าสุด ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ได้ออกมาเปิดใจถึงเรื่องนี้ โดยเผยว่า “เห็นรายการแล้วแต่ยังไม่ได้ดูแบบเต็ม” พร้อมยอมรับว่าเข้าใจความรู้สึกของอีกฝ่าย เพราะ “ตัวเองก็เคยอยู่ในจุดที่ไม่ไหวมาก่อน แต่สุดท้ายวันหนึ่งก็ต้องไหว ไม่แน่ใจว่าตัวบริบทที่เขาพูดหมายถึงอะไร แต่สำหรับเฟิร์นแล้ว อะไรที่เกิดขึ้น ทุกอย่างที่ผ่านมามันเป็นเรื่องดีมากๆ ไม่ใช่เรื่องที่ไม่ดีเลยค่ะ” 

เมื่อถูกถามถึงวิธีที่ผ่านช่วงเวลานั้นมาได้ เธอกล่าวอย่างอบอุ่นว่า สิ่งแรกที่ช่วยได้คือ ผู้คนรอบตัวที่ดี และการกลับมารักพลังงานในตัวเอง พร้อมเล่าช่วงหนึ่งที่ทำให้จำไม่ลืม ตอนที่ไปวัดแล้วมีคุณป้าคนหนึ่งที่ไม่รู้จักกันเข้ามากอดและร้องไห้ พร้อมบอกว่า “สู้ๆ อย่ายอมแพ้นะลูก”

เหตุการณ์นั้นทำให้เธอรู้ว่ามีคนมากมายที่เสียใจและส่งกำลังใจให้ ทั้งคู่ไม่ได้เจ็บเพียงลำพัง ใบเฟิร์นจึงตั้งใจว่าจะเป็นความสุขให้กับคนรอบข้าง และพูดหรือทำในสิ่งที่ทำให้ผู้คนยิ้มได้แทนการสร้างความเศร้า

“หลังจากวันนั้น เฟิร์นตั้งใจเลยว่าจะเป็นความสุข เพราะเห็นความรักมากมายที่ได้รับ เหมือนตอนให้สัมภาษณ์แล้วเห็นแววตาพี่ๆ นักข่าวจะร้องไห้ ก็อยากให้หัวเราะมากกว่าค่ะ”

เธอยังบอกว่า วิธีฮีลใจของตัวเองคือ ขอบคุณทุกความรู้สึกดีๆ ที่ได้รับมา และตอบแทนกลับไปด้วยพลังบวก พร้อมทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มว่า “ความสุขของเฟิร์นคือการใช้ชีวิตแบบง่ายๆ เป็นพลังงานเล็กๆ ที่อยากส่งต่อให้กับทุกคน ขอแค่ได้เป็นความสุขเล็ก ๆ นั้นก็พอแล้วค่ะ”