‘บิ๊กเล็ก’ลั่นไม่เคยสั่ง‘หยุดยิง’ แจงคุย‘ผบ.ทบ.’ก็ระบุไม่มีใครสั่ง เปิดคำพูด‘แม่ทัพกุ้ง’ก่อนเกษียณฯ

‘บิ๊กเล็ก’ลั่นไม่เคยสั่ง‘หยุดยิง’ แจงคุย‘ผบ.ทบ.’ก็ระบุไม่มีใครสั่ง เปิดคำพูด‘แม่ทัพกุ้ง’ก่อนเกษียณฯ

‘บิ๊กเล็ก’ลั่นไม่เคยสั่ง‘หยุดยิง’ แจงคุย‘ผบ.ทบ.’ก็ระบุไม่มีใครสั่ง เปิดคำพูด‘แม่ทัพกุ้ง’ก่อนเกษียณฯ

วันจันทร์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 12.56 น.

‘บิ๊กเล็ก’ลั่นไม่เคยสั่ง‘หยุดยิง’ แจงคุย‘ผบ.ทบ.’ก็ระบุไม่มีใครสั่ง โต้ปม‘ภูมิธรรม’สั่งผ่านตนเอง‘ที่ผมอยู่ในเหตุการณ์ ไม่มี’ เผยคำพูด‘แม่ทัพกุ้ง’ก่อนเกษียณฯ หลังประกาศจะเอาคืน‘กัมพูชา’จึงหนุนทำให้เสร็จก่อนเกษียณฯ

10 พฤศจิกายน 2568 พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ชี้แจงกรณี พล.ท.บุญสิน พาดกลาง ที่ปรึกษา ผบ.ทบ. อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 หลังออกมาเปิดเผยมีคำสั่งหยุดยิง 24 ก.ค.ที่ผ่านมา ภายหลังเหตุปะทะไทย-กัมพูชา 6 ชั่วโมง ที่มีการพุ่งเป้ามาถึง ว่า “ขอยืนยันว่า ผมไม่ใช่คนสั่งให้หยุดยิงวันแรก ซึ่งคำว่าวันแรก คือ การสู้รบ 24ก.ค. ซึ่งผมไม่มีการสั่งการอะไรทั้งสิ้น ได้แต่เฝ้าติดตามอย่างเดียว ผมจำได้ว่าวันนั้นได้พูดกับสื่อว่าได้มอบอำนาจให้กับคณะผู้บัญชาการทางทหาร ที่มี ผบ.ทหารสูงสุด เป็นหัวหน้าคณะ”

เมื่อถามย้ำว่าทราบหรือไม่ว่าผู้สั่งการคือใคร พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ต้องไปถามคนพูด หากถามตน ก็ไม่ทราบ และไม่ทราบว่าใครเป็นคนพูด ขอให้ไปถาม พล.ท.บุญสิน เอง

ส่วนกระแสที่เกิดขึ้นรู้สึกกดดันหรือไม่ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ไม่มีความกดดัน

เมื่อถามว่าการมีกระแสข่าวดังกล่าวออกมาจะส่งผลเสียต่อประเทศหรือไม่ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ตนไม่ทราบ ต้องไปถาม พล.ท.บุญสิน ทำไมถึงพูดแบบนั้น เพราะเท่าที่ตนพูดกับ พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. ก็บอกว่าไม่มีใครสั่ง

“ก่อนที่ พล.ท.บุญสิน จะเกษียณฯ ประมาณวันที่ยี่สิบกว่าๆ เดือน ก.ย.ที่ผ่านมา คาดว่าน่าจะเป็นงานของ วปอ. ผมได้พบกับ พล.ท.บุญสิน , ผบ.ทบ. และ เสธ.ทบ. ซึ่งได้ยิน พล.ท.บุญสิน พูดมาตลอดว่าจะเอาคืนๆ จนจึงถาม พล.ท.บุญสิน ว่า ได้เตรียมการแล้วใช่หรือไม่ เพราะฉะนั้นทำให้เสร็จก่อนเกษียณฯ นะ แต่จนเกษียณฯ ก็ไม่พบว่าจะมีเหตุการณ์เกิดขึ้น” พล.อ.ณัฐพล กล่าว

เมื่อถามว่า กระแสข่าวดังกล่าวมีการพุ่งเป้าไปที่ชื่อนายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ รักษาการนายกฯ ในขณะนั้น ได้มีการสั่งการผ่าน พล.อ.ณัฐพล หรือไม่นั้น พล.อ.ณัฐพล ยืนยันว่า “ที่ผมอยู่ในเหตุการณ์ ไม่มีครับ”

‘บิ๊กเล็ก’ขอ‘อนุทิน’ระงับการปฏิบัติ‘ปฏิญญาไทย-เขมร’ หลังทหารเหยียบทุ่นระเบิด คาด‘ของใหม่’

‘บิ๊กเล็ก’ขอ‘อนุทิน’ระงับการปฏิบัติ‘ปฏิญญาไทย-เขมร’ หลังทหารเหยียบทุ่นระเบิด คาด‘ของใหม่’

‘บิ๊กเล็ก’ขอ‘อนุทิน’ระงับการปฏิบัติ‘ปฏิญญาไทย-เขมร’ หลังทหารเหยียบทุ่นระเบิด คาด‘ของใหม่’

วันจันทร์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 12.35 น.

‘บิ๊กเล็ก’ขอ‘นายกฯอนุทิน’ระงับการปฏิบัติการลงนามตาม‘ปฏิญญาไทย-กัมพูชา’ไว้ก่อน ชี้ทหารเหยียบทุ่นระเบิดเพิ่ม เป็นพื้นที่ที่ลาดตระเวนประจำ เตรียมทำหนังสือแจ้งสหรัฐอเมริกา

10 พฤศจิกายน 2568 ที่เมืองทองธานี พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่ทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดที่ห้วยตามาเรีย ว่า การเป็นผู้บังคับบัญชา การจะพูดอะไรมันต้องใช่ ซึ่งการพูดไปก่อนโดยที่ยังไม่ตรวจสอบไม่ใช่วิสัยของตน เมื่อสักครู่ตนได้เร่งรัดคำตอบจากผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และกองทัพภาคที่ 2 (ทภ.2) ซึ่งกองทัพภาคที่ 2 ได้ให้ข้อมูลว่าพื้นที่ที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่ที่ลาดตระเวนอยู่เป็นประจำ และวันนี้ผู้ใต้บังคับบัญชาของตนประสบเหตุขาขาด ตนต้องขอแสดงความเสียใจต่อทหารที่ประสบเหตุ

“แม่ทัพภาคที่ 2 คาดว่าจะเป็นการวางทุ่นระเบิดใหม่ เพราะฉะนั้นเป็นการปฏิบัติของฝ่ายกัมพูชาที่ไม่เคารพต่อผลการลงนามในปฏิญญา เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นผมจึงได้ขออนุมัติจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้หยุดการปฏิบัติตามปฏิญญาดังกล่าวไว้ก่อน” พล.อ.ณัฐพล กล่าว

พล.อ.ณัฐพล กล่าวด้วยว่า หนังสือประท้วงก็ได้ทำตามลำดับแล้วไปยังกระทรวงการต่างประเทศ และจะมีการตรวจสอบอีกต่อไป แต่ถ้ามีพบว่า เป็นท่าทีที่รุกล้ำอธิปไตยก็จะต้องมีการปฏิบัติมากกว่านี้

เมื่อถามว่า เหตุการณ์ดังกล่าวต้องทำหนังสือไปยังคณะผู้สังเกตการณ์ และผู้สังเกตการณ์จากประเทศสหรัฐอเมริกาด้วยหรือไม่ พล.อ.ณัฐพล ยืนยันว่า ทำแน่นอน ซึ่งขณะนี้คณะผู้สังเกตการณ์หรือ AOT ก็อยู่ในพื้นที่อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นตนขอยืนยันว่า ขอหยุดการปฏิบัติการลงนามตามปฏิญญาดังกล่าวไว้ก่อน ที่นายกรัฐมนตรีไทยไปลงนามกับนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ซึ่งนายกรัฐมนตรีเห็นชอบแล้ว

เมื่อถามย้ำว่า การตรวจสอบเป็นระเบิดใหม่ หรือการรุกล้ำอธิปไตย ที่บอกว่า จะทำมากกว่าประท้วงคืออะไร พล.อ.ณัฐพล บอกว่า จะให้ตอบก่อนได้อย่างไร

ภท.ไม่เคยขวาง! ‘ภราดร’สวน‘จุลพันธ์’ใครกันแน่ถ่วงแก้รธน. ไล่ไปดูบันทึกประชุม กมธ.

ภท.ไม่เคยขวาง! ‘ภราดร’สวน‘จุลพันธ์’ใครกันแน่ถ่วงแก้รธน. ไล่ไปดูบันทึกประชุม กมธ.

ภท.ไม่เคยขวาง! ‘ภราดร’สวน‘จุลพันธ์’ใครกันแน่ถ่วงแก้รธน. ไล่ไปดูบันทึกประชุม กมธ.

วันจันทร์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 12.12 น.

‘ภราดร’ย้อน‘จุลพันธ์’ ใครเป็นคนเตะถ่วงแก้รัฐธรรมนูญ บอกให้ดูบันทึกการประชุมได้ หวัง กมธ.ทำให้เสร็จอย่างช้าต้นเดือน ธ.ค.ก่อนชง‘ประธานรัฐสภา’เสนอ‘นายกฯ’เปิดสมัยวิสามัญ 8-11 ธ.ค.นี้ เพื่อให้เสร็จก่อนปีใหม่ ย้ำ‘ภท.’ตั้งใจผลักดันไม่เคยขวาง

10 พฤศจิกายน 2568 นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) แก้ไขรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงกรณีนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.เชียงใหม่ และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ออกมาระบุว่า บรรยากาศกรรมาธิการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปอย่างช้าๆและโอกาสที่จะผ่านวาระ 3 มีน้อยมากว่า  นั่นคือเป้าหมายของพรรคเพื่อไทยหรือไม่ที่จะให้ไม่ผ่าน อยากให้ไปดูบันทึกรายงานการประชุม คนที่ถกเถียงและพูดเยอะสุดคือพรรคอะไร

นายภราดร กล่าวว่า จริงๆเรื่องมันจบตั้งแต่ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาแล้ว สัปดาห์แรกผ่านไปด้วยดี พอสัปดาห์ที่ 2 มีความพยายามบางอย่าง หากไปดูบันทึกการประชุมก็จะทราบใครที่พยายามจะเตะถ่วงหรือไม่ ซึ่งตนไม่แน่ใจ แต่ในส่วนของพรรคภูมิใจไทยไม่มีใครขวางและถ่วงการแก้รัฐธรรมนูญ พวกผมมีแต่ผลักดัน และเสนอจะให้แก้รัฐธรรมนูญต้องมีการเปิดประชุมสมัยวิสามัญ ส่วนที่พูดอยากให้เปิดเดือน พ.ย. ยอมรับว่า กรรมาธิการแก้ไขรัฐธรรมนูญทำไม่ทัน และผมก็ไล่ไทม์ไลน์ หากจะเปิดสมัยวิสามัญเพื่อให้แก้รัฐธรรมนูญทันในสิ้นปีนี้ต้องอยู่ในวันที่ 8-11 ธ.ค. ซึ่งผมได้เสนอ และบอกไทม์ไลน์กับทุกคนไว้หมดแล้ว นายภราดร กล่าว

นายภราดร กล่าวต่อว่า ส่วนขั้นตอนการเปิดสมัยวิสามัญ โดยประธานรัฐสภาจะต้องแจ้งมาที่นายกรัฐมนตรีเพื่อให้เปิดการประชุมสมัยวิสามัญ แต่ก่อนไปถึงขั้นตอนนั้นอยู่ที่กรรมาธิการวิสามัญแก้ไขรัฐธรรมนูญจะพิจารณารัฐธรรมนูญเสร็จหรือไม่ เพราะหากทำไม่เสร็จก่อนเปิดการประชุมสมัยสามัญในวันที่ 12 ธ.ค. ก็ไม่มีประโยชน์ที่จะเปิดสมัยวิสามัญ ดังนั้นกรรมาธิการควรต้องทำรัฐธรรมนูญให้เสร็จภายในสิ้นเดือน พ.ย. หรือต้นเดือน ธ.ค. หากเสร็จตามกรอบเวลาดังกล่าวก็เสนอให้ประธานรัฐสภาแจ้งนายกรัฐมนตรีเพื่อเปิดการประชุมสมัยวิสามัญได้  ทั้งนี้ เมื่อดูกรอบการทำงานของกรรมาธิการแก้ไขรัฐธรรมนูญน่าจะเสร็จทัน ถ้าไม่มีใครพยายามเตะถ่วง หรือพูดไม่รู้จบ พูดเรื่องเก่าซ้ำแล้วซ้ำอีก ซึ่ง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาไม่จบเพราะพูดเรื่องเก่า

เมื่อถามว่า ในวันที่ 12 พ.ย.นี้จะมีการเรียกประชุมเพื่อลงมติเกี่ยวกับองค์กรในการจัดทำรัฐธรรมนูญ จะได้ข้อยุติหรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า ตนคิดว่าต้องทำให้จบภายในสัปดาห์นี้

‘นายกฯ’สั่ง’กลาโหม-กต.’ประท้วง เหตุทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิด

'นายกฯ'สั่ง'กลาโหม-กต.'ประท้วง เหตุทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิด

‘นายกฯ’สั่ง’กลาโหม-กต.’ประท้วง เหตุทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิด

วันจันทร์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 11.59 น.

โฆษกรัฐบาลเผย’นายกฯ’สั่ง’กลาโหม-กต.’ประท้วง เหตุทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิด ขณะลาดตระเวนชายแดน ไปยัง IOT กำชับดำเนินการให้ถึงที่สุด สั่งเร่งช่วยเหลือ และรายงานความคืบหน้าต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 10 พ.ย.2568 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีได้รับรายงานเหตุการณ์จากกองทัพบกกรณีมีทหารไทยเหยียบกับระเบิดบริเวณพื้นที่ห้วยตามาเรีย จ.ศรีสะเกษ ส่งผลให้ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย และได้ดำเนินการส่งตัวเข้าทำการรักษาเรียบร้อยแล้ว โดยนายกรัฐมนตรีมีความไม่สบายใจอย่างยิ่ง และได้สั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงกลาโหมพิจารณาประท้วงไปยังคณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว (Interim Observer Team: IOT) โดยจะดำเนินการให้ถึงที่สุด 

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีกำชับให้กองทัพ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลรักษาพยาบาลผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างเต็มที่ และขอส่งกำลังใจให้กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่บริเวณชายแดน พร้อมขอให้รายงานความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องด้วย

‘อนุทิน’เรียก‘ภราดร-กรมชลประทาน’คุยบ่ายนี้ หลัง​ฝ่ายปฏิบัติเกียร์ว่าง หลายจว.น้ำท่วมหนัก

‘อนุทิน’เรียก‘ภราดร-กรมชลประทาน’คุยบ่ายนี้ หลัง​ฝ่ายปฏิบัติเกียร์ว่าง หลายจว.น้ำท่วมหนัก

‘อนุทิน’เรียก‘ภราดร-กรมชลประทาน’คุยบ่ายนี้ หลัง​ฝ่ายปฏิบัติเกียร์ว่าง หลายจว.น้ำท่วมหนัก

วันจันทร์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 11.55 น.

‘นายกฯ’เรียก​‘ภราดร-กรมชลประทาน’คุยบ่ายนี้​ หลัง​ฝ่ายปฏิบัติเกียร์ว่าง หวังระบายน้ำลงทุ่ง 2 ฝั่งยึดบริหาร‘แนวก้างปลา’ เหตุเขื่อนใหญ่เต็มความจุ​ ทำหลายจังหวัดท่วมหนัก​

10 พฤศจิกายน 2568 นายภราดร​ ปริ​ศ​นานัน​ทกุล รัฐมนตรี​ประจำ​สำนักนายกรัฐมนตรี​ และสส.อ่างทอง​ พรรคภูมิใจ​ไทย​ (ภท.) กล่าวถึงปัญหาการระบายน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำภาคกลาง​ ว่า​ ในช่วงบ่ายวันนี้นายกรัฐมนตรี​จะเรียกตนและกรมชลประทาน​ หารือเพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางการระบายน้ำ​

พร้อมยอมรับว่าต้องระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด​ เนื่องจากปริมาณน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่เต็มทั้งหมด จึงจำเป็นจะต้องมีการระบายออกมา อย่างเขื่อนภูมิพล​ ปริมาณน้ำขาเข้าและขาออกไม่เท่ากันขาออกน้อยกว่า หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้คาดการณ์ว่าอีกไม่กี่วัน ปริมาณน้ำจะเกินความจุ จึงต้องมีการระบายเพิ่มขึ้น ซึ่งจะเป็นการเติมน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้สถานการณ์รุนแรงขึ้น อย่างที่เห็นชัดคือจังหวัดนนทบุรีและปทุมธานี ที่น้ำเริ่มท่วมแล้ว

นายภราดร​ กล่าวด้วยว่า​ จากที่มีการประชุมเมื่อวันก่อน มีการเสนอไปว่ายังมีทุ่งทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกในระบบชลประทาน ที่สามารถรับน้ำได้​ จึงควรนำน้ำเข้าไปเก็บเพื่อทำการหน่วงน้ำ ไม่ใช่ปล่อยลงมาในระบบ ซึ่งยังไม่ได้รับการตอบรับเท่าที่ควร​ ซึ่งตนไม่ทราบสาเหตุ ต้องถามจากอธิบดีกรมชลประทานอีกครั้งว่าเกิดจากอะไร จะเกิดจากการสั่งการไปแล้วแต่ฝ่ายปฏิบัติไม่ทำ หรือเกิดจากการไม่ไปสั่งงาน ก็ต้องสอบถามกัน

ผู้สื่อข่าวถามถึงแนวทางการผันน้ำไปทางทิศตะวันตก​ เพื่อไปยังแม่น้ำท่าจีน​ เพื่อระบายน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา​ นายภราดร​ กล่าวว่า​ การระบายน้ำต้องไปทั้งทางตะวันตกและตะวันออก

“มีชาวบ้านพูดคำหนึ่ง ในการชุมนุมที่แยกเสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ที่ผ่านมาว่า การบริหารน้ำในสถานการณ์วิกฤตเช่นนี้ บริหารแนวดิ่งไม่ได้ ต้องบริหารน้ำแนวก้างปลา ซึ่งก็ถูกของเขาอย่างที่ผมบอก ต้องเอาไปเก็บไว้ในทุ่ง​” นายภราดร กล่าว

อย่างไรก็ตาม นายภราดร​ กล่าวว่า​ ขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรีเตรียมลงพื้นที่ประสบอุทกภัย ในเร็วๆนี้ แต่ยังไม่ได้มีการระบุ​ ทั้งวันและสถานที่อย่างชัด

‘บิ๊กเล็ก’สั่งเลื่อนส่งมอบ18เชลยศึก หลังทหารไทยเหยียบกับระเบิด สั่งตรวจสอบเป็นของใหม่หรือเก่า

'บิ๊กเล็ก'สั่งเลื่อนส่งมอบ18เชลยศึก หลังทหารไทยเหยียบกับระเบิด สั่งตรวจสอบเป็นของใหม่หรือเก่า

‘บิ๊กเล็ก’สั่งเลื่อนส่งมอบ18เชลยศึก หลังทหารไทยเหยียบกับระเบิด สั่งตรวจสอบเป็นของใหม่หรือเก่า

วันจันทร์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 11.40 น.

‘กองทัพบก’ยืนยันกำลังพลเหยียบกับระเบิดได้รับบาดเจ็บขาขวาขาด ที่ห้วยตามาเรีย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ขณะนี้ส่งตัวรักษา รพ.สรรพสิทธิประสงค์แล้ว ด้าน’บิ๊กเล็ก’สั่งเลื่อนส่งมอบตัว 18 เชลยศึก พร้อมทำหนังสือประท้วง สั่งแม่ทัพภาคที่ 2 ตรวจสอบเป็นระเบิดใหม่หรือเก่า แต่มีแนวโน้มเป็นระเบิดใหม่ ระบุหากพบเจตนาต้องมีการดำเนินมากกว่าประท้วง

เมื่อวันที่ 10 พ.ย.2568 พ.อ.ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า วันนี้ (10 พ.ย.) เมื่อเวลา 09.30 น. กองทัพบกได้รับรายงานจากกองกำลังสุรนารี เกิดเหตุกำลังพลเหยียบกับระเบิดบริเวณพื้นที่ห้วยตามาเรีย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ขณะปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนเส้นทาง เป็นเหตุให้กำลังพลได้รับบาดเจ็บ 2 นาย ดังนี้ 1. จ.ส.อ. เทิดศักดิ์ สมาพงษ์ อาการข้อเท้าขวาขาด 2. พลฯ วชิระ ทันทนา อาการแน่นหน้าอกจากแรงอัด 

ปัจจุบันได้ดำเนินการส่งตัวด้วยอากาศยานเข้าทำการรักษา ณ โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ เรียบร้อยแล้ว หากมีรายละเอียดเพิ่มเติมจะรายงานให้ทราบต่อไป

ขณะที่ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ตนได้สอบถามไปยัง พล.อ.ชัยพฤกษ์  ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ซึ่งพื้นที่ประสบเหตุ อยู่ระหว่างปราสาทเขาพระวิหาร และภูมะเขือ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เรากำลังผลักดันกัมพูชาออกไป 

โดยขณะนี้แม่ทัพภาคที่ 2 กำลังตรวจสอบเหตุต่อไปว่า ทุ่นระเบิดที่นำมาวางเป็นของใหม่ หรือเก่า แต่แม่ทัพภาคที่ 2 ก็คาดว่า น่าจะเป็นของใหม่ ตนจึงบอกให้ตรวจสอบก่อน แต่ที่แน่ ๆ เรื่องของเชลยศึกต้องเอาก่อน ถ้าเป็นแบบนี้ 

เมื่อถามย้ำว่า จะเป็นการเลื่อนส่งคืนเชลยศึกกลับกัมพูชา ไปก่อนใช่หรือไม่ พล.อ.ณัฐพล พยักหน้ารับ พร้อมระบุว่า “ใช่”

ส่วนจะมีการทำหนังสือประท้วงกัมพูชาหรือไม่ พล.อ.ณัฐพล ยืนยันว่า การประท้วงทำแน่นอน ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้เราจะประท้วงทันที แต่เรื่องของเชลยศึกก็คือ เอาไว้ก่อน ต้องมาคุยกันในรายละเอียด แต่ถ้าพิสูจน์ทราบว่าเป็นเจตนาก็ต้องมากกว่านั้นอีก

‘นายกฯอนุทิน’เยี่ยมโรงเรียนเก่า‘อัสสัมชัญ’ ย้อนรำลึกวัยขาสั้น แนะเด็กตั้งใจเรียนตอบแทนแผ่นดิน

‘นายกฯอนุทิน’เยี่ยมโรงเรียนเก่า‘อัสสัมชัญ’ ย้อนรำลึกวัยขาสั้น แนะเด็กตั้งใจเรียนตอบแทนแผ่นดิน

‘นายกฯอนุทิน’เยี่ยมโรงเรียนเก่า‘อัสสัมชัญ’ ย้อนรำลึกวัยขาสั้น แนะเด็กตั้งใจเรียนตอบแทนแผ่นดิน

วันจันทร์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 11.23 น.

‘นายกฯอนุทิน’เยี่ยมโรงเรียนเก่า‘อัสสัมชัญ’ ย้อนรำลึกความหลังวัยขาสั้น แนะเด็กตั้งใจเรียนตอบแทนแผ่นดิน บอกอยากเป็นนายกฯต้องตั้งเข็มทุ่มเต็มที่

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 ที่โรงเรียนอัสสัมชัญ บางรัก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เยี่ยมเยียนโรงเรียนอัสสัมชัญ บางรัก ในฐานะศิษย์เก่า และพบปะคณะผู้บริหาร ครู และนักเรียน เมื่อมาถึงนายอนุทินถ่ายภาพร่วมกับคณะผู้บริหารและเข้าแสดงความเคารพวางดอกไม้ที่หน้าอนุสาวรีย์ บาทหลวงเอมิล ออกัสต์ กอลมเบต์ ผู้ก่อตั้งโรงเรียนอัสสัมชัญ ก่อนเดินลอดซุ้มธงโรงเรียนอัสสัมชัญ และเดินทักทายนักเรียนที่รอต้อนรับ โดยบรรดาเด็กนักเรียนได้แห่เข้ามารุมล้อมขอจับมือนายอนุทินกันอย่างอบอุ่น ก่อนนายอนุทินนำพวงมาลัยไหว้คุณครูที่เคยสอนสมัยศึกษาที่โรงเรียนอัสสัมชัญ

จากนั้นนายอนุทิน กล่าวถึงความทรงจำในรั้วโรงเรียนตอนหนึ่งว่า ต้องบอกลูกๆหลานๆว่าถ้าเกิด 10 กว่าปี 20 กว่าปีก่อนที่ผ่านมา ลุงเคยมา ลุงยังเรียกน้องได้ แต่ตอนนี้ต้องเรียกว่าน้องๆว่าลูก และหลาน วันนี้ตนต้องขออนุญาตเรียนว่าเป็นสิ่งที่ตื่นเต้น ถึงแม้ว่าจะเคยเจอคนมากกว่านี้หลายเท่าตัวมาแล้วบนเวที แต่ไม่ตื่นเต้นเท่ากับมาที่โรงเรียนเก่า เพราะยังกลัวคุณครูอยู่ ตนยังจำคุณครูได้ทุกคนสมัยที่ตนเรียนอยู่ในชั้นเรียน และทุกอย่างปลูกฝังมาจากที่นี่ วิชาความรู้ที่ได้รับนำพาสู่อนาคตที่ดี

ทั้งนี้ อย่าง มาสเซอร์ พนาเวศ หลายรัตน์ ผูกพันที่สุด เปรียบเสมือนเป็นผู้มีพระคุณสูงสุดในโรงเรียน พอได้ 49 คะแนน มาสเซอร์ปัดให้เป็น 51 ด้วยความเมตตา และเรียกแม่ของตนมาให้เคี่ยวเข็ญตนให้มากกว่านี้ เพราะถ้าปล่อยไปแบบนี้เป็นโจรแน่นอน ทั้งนี้โรงเรียนอัสสัมชัญบ่มเพาะให้พวกเราเป็นผู้เป็นคน เติบโตมั่นคงเป็นคนที่ดี ที่สำคัญนักเรียนอัสสัมชัญ ทำให้ละอาย และเกรงกลัวต่อการทำชั่วทำผิดทำไม่ดี

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า เมื่อเราพ้นจากรั้วนี้ไปแล้วเราเจอรุ่นพี่รุ่นน้องอัสสัมชัญ รุ่นพ่อรุ่นลุง น้องๆเชื่อเถอะพอบอกว่าเรียนจบอัสสัมชัญมันเปรียบเสมือนเกตเวย์ (ทาง) ถูกเปิด อย่างน้อยยากเป็นง่าย หนักเป็นเบา ความใกล้ชิดบังเกิด และเราพยายามสนับสนุนซึ่งกันและกัน ไม่มีหรอกครับเป็นกลาง ไม่เป็นกลาง เข้าข้างอัสสัมชัญเสมอ และโรงเรียนอัสสัมชัญสอนให้พวกเรามีวินัย หลังจากนี้ก็อย่าลืมหาโอกาส หากมีโอกาสเมื่อไหร่ก็ให้คิดถึงบ้านเมือง คิดถึงประเทศคิดถึงอนาคตของตัวเอง และของพ่อแม่ และคนรุ่นก่อนอย่างลุง ที่ต้องพึ่งพาพวกน้องๆให้ดูแล ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี อยู่ได้ด้วยศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ที่ดี  ประเทศต้องเปลี่ยนผ่านไปทีละยุค เราต้องฝากประเทศนี้ไว้ให้กับมือของลูกๆ หลานๆรุ่นปัจจุบันนี้ทุกคนขอให้ทุกคนมีแต่สิ่งที่ดีงามเกิดขึ้นในชีวิตประสบความสำเร็จในทุกสิ่ง ศึกษาให้ได้ความรู้สูงสุดและมีโอกาสที่จะทำความเจริญรุ่งเรืองตอบแทนพระคุณพ่อ แม่ ครู อาจารย์ ตอบแทนคุณแผ่นดินและทำให้ประเทศไทยของเรามีความเจริญตลอดไป

จากนั้นตัวแทนนักเรียนถามว่ามีคำแนะนำอะไรให้กับชาวอัสสัมชัญที่อยากประสบความสำเร็จและอยากเป็นนายกฯ นายอนุทิน ตอบว่า สิ่งแรกต้องเชื่อฟังคุณพ่อ คุณแม่ เคารพคุณพ่อคุณแม่ เคารพครูบาอาจารย์รักษาวินัยใฝ่รู้เอาไว้ และต้องตั้งมั่นอยากเป็นอะไรต้องตั้งเข็มไปทางนั้น ทุ่มเทอย่างเต็มที่ก็จะประสบผลที่คาดหวังไว้ได้อย่างไม่ยาก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การมาโรงเรียนอัสสัมชัญครั้งนี้ได้มีเพื่อนร่วมรุ่นประมาณ 20 คน มารอต้อนรับนายกฯ และประธานรุ่นได้มอบรูปภาพนายอนุทินในกรอบสีทองให้แก่นายอนุทินด้วย

จากนั้นนายอนุทิน ได้ขึ้นเยี่ยมชมหอเกียรติยศแห่งโรงเรียนอัสสัมชัญ รวมถึงศูนย์การเรียนรู้วิจัยและพัฒนา นวัตกรรม เทคโนโลยีการบินและอวกาศ และเทคโนโลยีขั้นสูงของโรงเรียน พร้อมทดลองขับเครื่องบินจำลอง และยังได้ร่วมชมการเตรียมงานการแข่งขันฟุตบอลจตุรมิตรสามัคคี ครั้งที่ 31

ก่อนที่นายอนุทินร่วมเล่นแซกโซโฟนกับวงดุริยางค์โรงเรียนอัสสัมชัญ (AC Band) ในเพลงสดุดีอัสสัมชัญ และเพลง Stars and Stripes Forever  ซึ่งนายกฯเคยเป็นสมาชิกของวงดังกล่าวเมื่อครั้งที่ศึกษาอยู่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายอนุทิน เป็นศิษย์เก่าโรงเรียนอัสสัมชัญ เลขประจำตัว 25684  รุ่น 98 เป็นนักเรียนในวงดุริยางค์โรงเรียนอัสสัมชัญ และได้รับเลือกเป็น อัสสัมชนิกดีเด่น ในโอกาสโรงเรียนอัสสัมชัญครบรอบ 135 ปีเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 และยังเป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 5 ที่เป็นศิษย์เก่าของโรงเรียน

‘อนุทิน’เร็วปรื๋อ! โพสต์สยบเฟกนิวส์ ลั่นอยากรู้ใครสั่งหยุดยิงเหมือนกัน ยันตนกับแม่ทัพกุ้งรักกันดี

'อนุทิน'เร็วปรื๋อ! โพสต์สยบเฟกนิวส์ ลั่นอยากรู้ใครสั่งหยุดยิงเหมือนกัน ยันตนกับแม่ทัพกุ้งรักกันดี

‘อนุทิน’เร็วปรื๋อ! โพสต์สยบเฟกนิวส์ ลั่นอยากรู้ใครสั่งหยุดยิงเหมือนกัน ยันตนกับแม่ทัพกุ้งรักกันดี

วันจันทร์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 10.59 น.

‘อนุทิน’เร็วปรื๋อ! โพสต์สยบเฟกนิวส์ ลั่นอยากรู้ใครสั่งหยุดยิงเหมือนกัน ยันตนกับแม่ทัพกุ้งรักกันดี ยกเป็นวีรบุรุษชาติ

เมื่อวันที่ 10 พ.ย.2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้โพสต์ภาพตนเองที่มีคนโพสต์ลงในกลุ่มการเมืองกลุ่มหนึ่ง โดยมีข้อความระบุลงบนภาพว่า “อนุทินเตือนอดีตแม่ทัพกุ้ง ขอให้งดการบรรยายเกี่ยวกับทหาร วันปะทะมันอาจส่งผลเสียต่อทหารที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่แนวหน้า” โดยนายอนุทิน ได้ระบุข้อความถึงโพสต์ดังกล่าวว่า “ข่าวปลอมนะครับ อย่าแกล้งกันอย่างนี้เลย ผมก็อยากจะทราบว่าใครเป็นคนสั่งให้หยุดยิงเหมือนกัน ผมกับแม่ทัพกุ้งรักกันดีครับ และเห็นท่านเป็นวีรบุรุษของชาติเราตลอดเวลา”

สร้างเงื่อนไข! ‘ไอติม’ยก 3 เหตุผลขั้นต่ำ ‘ปชน.’จะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลอนุทิน

สร้างเงื่อนไข! ‘ไอติม’ยก 3 เหตุผลขั้นต่ำ ‘ปชน.’จะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลอนุทิน

สร้างเงื่อนไข! ‘ไอติม’ยก 3 เหตุผลขั้นต่ำ ‘ปชน.’จะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลอนุทิน

วันจันทร์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 10.58 น.

สร้างเงื่อนไข! ‘ไอติม’ยก 3 เหตุผลขั้นต่ำ ‘ปชน.’จะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลอนุทิน

10 พฤศจิกายน 2568 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน(ปชน.) โพสต์เฟซบุ๊ก “พริษฐ์ วัชรสินธุ – ไอติม – Parit Wacharasindhu” ระบุว่า…

ในฐานะพรรคฝ่ายค้าน ผมต้องยืนยันว่าพวกเราพรรคประชาชนพร้อมใช้ทุกกลไกของสภาในการตรวจสอบและกำกับการทำงานของรัฐบาลอนุทิน ซึ่งรวมถึงกลไกการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

เหตุผลที่เราตัดสินใจทำข้อตกลง MOA ให้เกิดรัฐบาลเสียงข้างน้อย ก็เพื่อให้เราในฐานะฝ่ายค้าน มีกลไกการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นอาวุธในการกำกับและกดดันให้รัฐบาลรักษาสัญญา ทั้งเรื่อง (1) การยุบสภาภายใน 4 เดือน และ (2) การแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 15/1 เพื่อเปิดทางสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ดังนั้น ในขั้นต่ำ:

1. หากนายกฯไม่ยุบสภาภายใน 31 ม.ค. 2569 เราจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจทันที

2. หากการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 15/1 ไม่ผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาภายในสิ้นปี 2568 เราจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจทันที

– เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายดังกล่าว รัฐบาลจะต้องเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญเพื่อให้เกิดการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าว (อย่างน้อยในวาระที่ 2) ก่อน 12 ธ.ค. และเพื่อให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาในวาระที่ 3 (ซึ่งกฎหมายกำหนดว่าจะต้องเกิดขึ้นอย่างน้อย 15 วัน หลังการพิจารณาในวาระที่ 2) ได้ทันก่อนสิ้นปี

3. อย่างไรก็ตาม เราย้ำมาโดยตลอดว่าเงื่อนไขข้อที่ 1-2 ไม่ใช่เป็นการตีเช็คเปล่าให้รัฐบาลอนุทินบริหารประเทศตามอำเภอใจ ในห้วงเวลาระหว่างทางจากวันนี้จนถึงสิ้นปี – หากรัฐบาลดำเนินนโยบาย ใช้อำนาจรัฐ หรือแสดงออกให้เห็นถึงพฤติกรรม ที่จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อประชาชนและประเทศอย่างหนักจนไม่อาจให้สามารถอยู่ในอำนาจได้จนถึงสิ้นปี พรรคประชาชนก็พร้อมจะใช้ทุกกลไก (รวมถึงกลไกการอภิปรายไม่ไว้วางใจ) ในการตรวจสอบรัฐบาลอนุทิน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาสแกมเมอร์ ความโปร่งใสในการใช้จ่ายงบประมาณ หรือการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม

ผมเข้าใจดีว่าพี่น้องประชาชน ต้องการให้ทุกพรรคการเมืองยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นตัวตั้ง

พรรคประชาชนตัดสินใจทำข้อตกลง MOA เพื่อให้เกิดการยุบสภาภายในต้นปี ก็เพื่อให้อำนาจในการชี้ชะตาอนาคตกลับคืนสู่มือประชาชนโดยเร็ว

พรรคประชาชนตัดสินใจทำข้อตกลง MOA เพื่อปลดล็อกการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ก็เพื่อให้เรามีกติกาและระบบการเมืองที่ตอบโจทย์ประชาชน

อย่างไรก็ตาม แม้เราเชื่อว่าการทำให้ข้อตกลง MOA เป็นจริง จะก่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชน แต่เราก็ไม่ประสงค์จะให้ห้วงเวลา 2 เดือนข้างหน้านี้ (ที่ต้องใช้ในการดำเนินการตาม MOA) ต้องแลกมากับความเสียหายต่อผลประโยชน์กับประชาชนในมิติอื่นๆ

เปิด 3 ข้อชี้เป้าคนสั่ง‘แม่ทัพกุ้ง’หยุดยิง 6 ชม.แรกศึกเขมร

เปิด 3 ข้อชี้เป้าคนสั่ง‘แม่ทัพกุ้ง’หยุดยิง 6 ชม.แรกศึกเขมร

เปิด 3 ข้อชี้เป้าคนสั่ง‘แม่ทัพกุ้ง’หยุดยิง 6 ชม.แรกศึกเขมร

วันจันทร์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 10.25 น.

เปิด 3 ข้อชี้เป้าคนสั่ง‘แม่ทัพกุ้ง’หยุดยิง 6 ชม.แรกศึกเขมร

10 พฤศจิกายน 2568 นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานกรรมการมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า…

คนที่สั่งแม่ทัพกุ้งให้หยุดยิง 6 ชม.แรก

1.เป็นผู้บังคับบัญชาอำนาจเหนือกว่า

2.เรียกแม่กุ้งว่า “น้อง” =ไม่ใช่ ผบ.ทบ.

3.ไม่ใช่บิ๊กเล็ก