‘จากสนามกีฬาขี่ม้าสู่รันเวย์’ พระอัจฉริยภาพของ ‘สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’

‘จากสนามกีฬาขี่ม้าสู่รันเวย์’ พระอัจฉริยภาพของ ‘สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’

‘จากสนามกีฬาขี่ม้าสู่รันเวย์’ พระอัจฉริยภาพของ ‘สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’

วันจันทร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเป็นที่ยอมรับในฐานะนักกีฬาขี่ม้า ประเภทศิลปะการบังคับม้า (Dressage) และผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์แบรนด์ SIRIVANNAVARI ทรงนำเสนอคอลเลกชันล่าสุดที่มีแนวทางการออกแบบจากกีฬาขี่ม้า ผสานกับการดำเนินชีวิตของคนเมืองยุคใหม่สะท้อนถึงพระปรีชาสามารถในการผสานศาสตร์แห่งแฟชั่นเข้ากับเสน่ห์ของกีฬาขี่ม้าอย่างประณีตลงตัว

 สำหรับพระองค์ กีฬาขี่ม้าและศิลปะบังคับม้าคือ “โจทย์แห่งการท้าทาย ความเร็ว และความเฉียบขาดในการตัดสินใจ” ขณะเดียวกัน ท่วงท่าอันสง่างามก็นำมาซึ่งแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์งานออกแบบอย่างไม่มีวันหมด ด้วยเหตุนี้ คอลเลกชันฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2025/26 ของ SIRIVANNAVARI จึงได้รับแรงบันดาลพระทัยจากสไตล์ของกีฬาขี่ม้า (equestrian style) โดยทรงถ่ายทอดรายละเอียดจากอุปกรณ์สำคัญ เช่น ตะขอปากม้า เกือกม้า และชุดบังเหียน มาสู่เครื่องแต่งกาย เครื่องหนัง ไปจนถึงเครื่องประดับ ด้วยความพิถีพิถัน ใส่ใจทุกรายละเอียด เพื่อยกย่องคุณค่าของงานฝีมือ

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เริ่มทรงม้าเมื่อพระชนมายุ 9 พรรษา และเริ่มฝึกซ้อมอย่างจริงจังหลังจากทรงเข้ารับการฝึกที่หน่วยทหารม้ารักษาพระองค์ในปี พ.ศ. 2555 แม้จะทรงรักการขี่ม้ากระโดดข้ามเครื่องกีดขวาง (Jumping) แต่ทรงตัดสินพระทัยเน้นการฝึกไปที่ศิลปะการบังคับม้า (Dressage) ตามคำแนะนำของหน่วยทหารม้ารักษาพระองค์ ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยและเสน่ห์ของความสง่างาม ทรงมุ่งมั่นตั้งพระทัยสู่การฝึกซ้อมและมีพระวิสัยทัศน์ที่จะก้าวไปให้สูงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ คือการแข่งขันระดับ Grand Prix และ Grand Prix Special

 นอกจากบทบาทในฐานะนักกีฬา พระองค์ยังทรงมุ่งมั่นในการพัฒนาวงการขี่ม้าไทยให้เทียบเท่ามาตรฐานสากลและสร้างความร่วมมือกับองค์ กรระดับนานาชาติ การสร้าง Fürst Henry Arena สนามขี่ม้าในร่มระดับมาตรฐาน เพื่อรองรับการแข่งขันและอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ที่สนใจที่มีเพิ่มขึ้น อีกทั้ง มิได้ทรงเน้นพัฒนาเพียงความเชี่ยวชาญของนักกีฬา แต่ยังให้ความสำคัญกับบุคลากรเบื้องหลัง ซึ่งทรงเล็งเห็นว่าเป็นปัจจัยความสำเร็จที่สำคัญของทีม ทรงริเริ่มให้มีการแข่งขัน “สุดยอดผู้ดูแลม้า” (Best Groom) และ “สุดยอดช่างเกือกม้า” (Best Farrier) เพื่อยกระดับการดูแลม้าอย่างครบวงจร รวมถึงจัดสร้างศูนย์บริการสุขภาพและเวชศาสตร์ฟื้นฟูม้า ตั้งอยู่ในพื้นที่กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ เพื่อยกระดับการรักษา ฟื้นฟู และดูแลให้บริการทั้งม้าของหน่วยทหาร เอกชน และประชาชนทั่วไป

 สำคัญที่สุด คือการจัดงาน “Princess’s Cup Thailand” อย่างต่อเนื่องมาถึงครั้งที่ 11 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้นักกีฬาได้เพิ่ม พูนความรู้ ความสามารถ ทักษะ และประสบการณ์ในการแข่งขัน และผู้ที่สนใจสามารถมาสัมผัสเรียนรู้กับกีฬาขี่ม้าอย่างใกล้ชิด และลบล้างความคิดว่ากีฬาขี่ม้าเป็นเรื่องไกลตัวและยากเกินกว่าจะเข้าถึง ภายในงานจึงเสริมด้วยกิจกรรมความรู้และความบันเทิงหลากหลาย อาทิ การแข่งขันเกี่ยวกับสุนัข นิทรรศการ และตลาดนัด Flea Market ให้เป็นพื้นที่พบปะสังสรรค์และเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ

 ในปีนี้ Princess’s Cup Thailand 2025 จะจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Building the Bond Between Horse & Rider. Discover the Joy of Horse Connection.” ระหว่างวันที่ 22–28 ธันวาคม 2568  ณ กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (BTS สนามเป้า ถนนพหลโยธิน)  เชิญชวนมาร่วมสัมผัสกับความกล้าหาญและความงดงามของความสัมพันธ์ในกีฬาขี่ม้า เรียนรู้แรงบันดาลใจจากพระวิสัยทัศน์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยกันผลักดันให้กีฬาขี่ม้าของไทยสู่สากล

ครั้งแรกในเอเชีย! นิทรรศการ ‘Description Without Place’ โดย ‘อับซาลอง’ บางกอก คุนส์ฮาเลอ ชวนสำรวจศิลปะเชิงปรัชญา ‘บ้าน… ในนิยามของคุณคืออะไร?’

ครั้งแรกในเอเชีย! นิทรรศการ ‘Description Without Place’ โดย ‘อับซาลอง’ บางกอก คุนส์ฮาเลอ ชวนสำรวจศิลปะเชิงปรัชญา ‘บ้าน… ในนิยามของคุณคืออะไร?’

ครั้งแรกในเอเชีย! นิทรรศการ ‘Description Without Place’ โดย ‘อับซาลอง’ บางกอก คุนส์ฮาเลอ ชวนสำรวจศิลปะเชิงปรัชญา ‘บ้าน… ในนิยามของคุณคืออะไร?’

วันจันทร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บางกอก คุนส์ฮาเลอ (Bangkok Kunsthalle) ชวนคุณค้นหาคำตอบผ่านมิติใหม่ของศิลปะร่วมสมัยในนิทรรศการ “Description Without Place” โดย อับซาลอง (Absalon) ศิลปินชาวฝรั่งเศสอิสราเอล ผู้ท้าทายขอบเขตระหว่างร่างกาย พื้นที่ และการดำรงอยู่

ครั้งแรกในเอเชียที่จะได้ชมผลงาน Cells อันเลื่องชื่อของอับซาลอง ทั้ง 6 ชิ้นในรูปแบบสำเนาชิ้นงาน โดยภัณฑารักษ์ สเตฟาโน ราโบลลี แพนเซรา (Stefano Rabolli Pansera) นิทรรศการจัดแสดงตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 พฤษภาคม  2569 ณ บางกอก คุนส์ฮาเลอ

เมื่อพื้นที่ทางกายภาพกลายเป็นพื้นที่แห่งจิตวิญญาณ

เมียร์ เอเชล (1964–1993) ในวัย 22 ปี เขาตัดสินใจซื้อตั๋วเครื่องบินเที่ยวเดียวไปปารีส พร้อมทิ้งชีวิตเดิมไว้เบื้องหลังและสร้างตัวตนใหม่ในฐานะศิลปินชื่อ อับซาลอง

ภายในเวลาไม่นาน เขากลายเป็นดาวรุ่งแห่งโลกศิลปะร่วมสมัย ผลงานของเขาถูกนำไปจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ระดับนานาชาติ ทั้ง ศูนย์ปอมปิดู (ปารีส), เทต โมเดิร์น (ลอนดอน), เวนิส เบียนนาเล่ และ พิพิธภัณฑ์อิสราเอล แต่เส้นทางของเขากลับสั้นอย่างไม่คาดคิด อับซาลองเสียชีวิตด้วยวัยเพียง 28 ปี

Cells คือชุดงานที่สะท้อนแก่นความคิดของอับซาลองได้ชัดเจนในเรื่องการใช้ “พื้นที่” เพื่อท้าทายความหมายของบ้าน การอยู่อาศัย และการมีตัวตนอยู่บนโลก โดยแต่ละเซลล์ถูกออกแบบในสเกล 1:1 ตามสัดส่วนร่างกายของศิลปิน ใช้รูปทรงเรขาคณิต ปราศจากการตกแต่งใด ๆ ราวกับเป็นสถาปัตยกรรมของจิตใจ มากกว่าสถาปัตยกรรมของชีวิตประจำวัน

อับซาลองตั้งใจให้ Cells ทั้ง 6 ชิ้น ถูกติดตั้งใน 6 มหานครสำคัญ ได้แก่ ปารีส ซูริก แฟรงก์เฟิร์ต นิวยอร์ก เทลอาวีฟ และโตเกียว โดยไม่ยึดติดกับพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ใด ๆ เขาเรียกผลงานของตนเองว่า “ไวรัสในเมือง” ที่เข้ามาทำลายแนวคิดเดิม ๆ เกี่ยวกับบ้าน ความเป็นเจ้าของ และอัตลักษณ์ที่ผูกติดกับพื้นที่ทางกายภาพ

บทสนทนาระหว่างสากลนิยมและท้องถิ่นนิยม

Description Without Place เป็นนิทรรศการแรกในเอเชียที่จัดแสดง Cells ทั้ง 6 ชิ้นของ อับซาลอง ทั้งยังได้สานต่อแนวทาง 3 ประการของบางกอก คุนส์ฮาเลอ คือ การศึกษาวิถีชีวิตของชุมชนเมือง ผ่านการสำรวจวัตถุในพื้นที่ของย่านเยาวราช ซึ่งได้นำเครื่องเรือนมาประยุกต์ใช้สำหรับลงหลักปักฐานอาณาเขต

การสำรวจการทำซ้ำในกระบวนการศิลปะ ซึ่งปรากฏอยู่ในชุดผลงานศิลปะการเขียนตัวอักษรของ จ่าง แซ่ตั้ง  และการสำรวจสตูดิโอของศิล ปินในฐานะพื้นที่ของการหลบหนี การแสดงออกถึงตัวตน และการทดลองอย่างสุดโต่ง ซึ่งสามารถพบได้จากผลงานของ สเปนเซอร์ สวีนีย์

ประสบการณ์ที่มากกว่าการชมศิลปะ

ผลงานศิลปะของอับซาลอง ไม่ได้เป็นเพียงต้นแบบของพื้นที่พักอาศัย หากแต่เป็นข้อเสนอเชิงปรัชญาว่า การมีชีวิตอยู่” หมายถึงอะไร

สำหรับอับซาลองแล้ว Cells ไม่ใช่การหลบหนีออกจากโลกภายนอก หากแต่เป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลง หรือสิ่งที่นักปรัชญาฝรั่งเศส มีแชล ฟูโก เรียกว่า “เทคโนโลยีแห่งตัวตน” (technology of the self) ซึ่งเป็นวิธีการเปลี่ยนแปลงชีวิตผ่านการปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมและความเป็นอยู่

Cells ไม่ใช่การวิพากษ์วิจารณ์สังคมในเชิงสั่งสอน แต่เป็นเครื่องมือสำหรับการประกอบสร้างตนเองขึ้นใหม่ ผ่านความเรียบง่ายและสันโดษ เป็นรูปแบบของการเยียวยารักษาตนเอง และการต่อต้านต่อแรงกดดันของสังคมที่เรียกร้องให้ชีวิตต้องผลิต เปลี่ยนแปลง และครอบครองอยู่ตลอดเวลา

การอาศัยอยู่ในเซลล์จึงเป็นการแปรเปลี่ยน กำหนดวิถีชีวิต และทำให้การดำรงชีวิตอยู่กลายเป็นผลงานศิลปะ แม้จะเป็นพื้นที่ปิดที่สร้างโดยศิลปินเอง Cells ยังสะท้อนว่าสถาปัตยกรรมสามารถหล่อหลอมตัวตนของเราได้ ทำให้การอยู่อาศัยกลายเป็นทั้งข้อจำกัดและอิสรภาพ พร้อมเชิญให้เรามองบ้านไม่ใช่เพียงฉากหลัง แต่เป็นเวทีที่ชีวิตถูกออกแบบอย่างมีเป้าหมาย

นิทรรศการเปิดให้เข้าชมโดยไมเสียวค่าใช้จ่าย  ทุกวันพุธ–วันอาทิตย์ เวลา 14.00 – 20.00 น. ณ บางกอก คุนส์ฮาเลอ ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่อีเมล: info@bangkok-kunsthalle.org

Dani Eshel Absalon

Dani Eshel Absalon

ทีมภัณฑารักษ์และทีมงานของ Bangkok Kunsthalle

ทีมภัณฑารักษ์และทีมงานของ Bangkok Kunsthalle

‘ดิบ บางกอก’ พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยนานาชาติแห่งแรกในกรุงเทพฯ

‘ดิบ บางกอก’ พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยนานาชาติแห่งแรกในกรุงเทพฯ

‘ดิบ บางกอก’ พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยนานาชาติแห่งแรกในกรุงเทพฯ

วันจันทร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ดิบ บางกอก เปิดประตูต้อนรับสาธารณชนอย่างเป็นทางการแล้ว นับเป็นหมุดหมายสำคัญในฐานะพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยนานา ชาติแห่งแรกของกรุงเทพฯ และเป็นสถาบันแห่งแรกของประเทศไทยที่จัดแสดงคอลเล็กชันศิลปะร่วมสมัยระดับโลก

ดิบ บางกอก เปิดตัวด้วยนิทรรศการปฐมฤกษ์ในชื่อ ล่อง(ไม่)หน (In)visible Presence รวบรวมผลงานศิลปะร่วมสมัยทั้งจากศิลปินไทยและนานาชาติที่สำคัญ  เพื่อพลิกโฉมมิวเซียมให้เป็นพื้นที่ที่ผู้ชมสามารถสัมผัสประสบการณ์ได้หลากหลาย ได้สำรวจความทรงจำ และสิ่งที่ไม่อาจมองเห็น ผ่านประสบการณ์ทางประสาทสัมผัสหลายมิติ โดยมีแก่นหลักคือประเด็นลึกซึ้ง เรื่องความทรงจำและสภาวะการดำรงอยู่ของมนุษย์ (Memory and the Human Condition) นำโดย ภูรัตน์ (แฌง) โอสถานุเคราะห์ ประธานผู้ก่อตั้ง ดร.มิวาโกะ เทสุกะ ผู้อำนวยการคนแรก โดยมี อารียนา ชัยวาระนนท์ เป็นภัณฑารักษ์

จากอาคารโกดังเก่า ในซอยสุขุมวิท 40 ที่สร้างขึ้นยุคทศวรรษ 1980 ก่อนได้รับการปรับปรุงและออกแบบใหม่โดย  WHY Architecture ด้วยความร่วมมือกับบริษัทออกแบบสถาปัตยกรรมชั้นนำระดับนานาชาติของไทย อย่าง สถาปนิก 49 (A49) พื้นที่ ดิบ บางกอก พร้อมเปิดตัวในฐา นะจุดหมายทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ ที่ชวนผู้ชมร่วมสัมผัสศิลปะร่วมสมัยจากประเทศไทยและนานาชาติ ภายใต้วิสัยทัศน์อันก้าวหน้าของ ภูรัตน์ (แฌง) โอสถานุเคราะห์ ประธานผู้ก่อตั้ง ผู้ซึ่งนำแรงบันดาลใจจากมรดกความฝันของ เพชร โอสถานุเคราะห์ ผู้เป็นบิดา มาตีความและต่อ ยอดใหม่ให้สอดคล้องกับโลกปัจจุบัน จากการที่จะ เก็บรักษาคอลเลกชันไว้ส่วนตัว วิสัยทัศน์ของเขาคือการมอบชีวิตให้กับผลงานได้เปิดเผยต่อสาธารณะ ผ่านการก่อตั้งมิวเซียมที่เปิดกว้างต่อผู้ชมหลากหลายรุ่นและวัฒนธรรม

จากจุดเริ่มต้นของงานที่ เพชร โอสถานุเคราะห์ สะสมไว้ คอลเลกชันของ ดิบ บางกอก เติบโตอย่างต่อเนื่อง นำโดย ภูรัตน์ และ ดร.มิวาโกะ ผลงานสำคัญจากศิลปินโมเดิร์น และศิลปินร่วมสมัยระดับโลก  มิวเซียมแห่งนี้จึงเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ การแลกเปลี่ยน และการมองโลกผ่านศิลปะในมุมใหม่  ชื่อ “ดิบ” สะท้อนแนวคิดของความเป็นธรรมชาติและความจริงแท้ ซึ่งปรากฏอยู่ในประสบการณ์ การออกแบบ และกิจกรรมต่างๆ ของพิพิธภัณฑ์

ภูรัตน์ (แฌง) โอสถานุเคราะห์ ประธานผู้ก่อตั้ง ดิบ บางกอก กล่าวว่า “การสนับสนุนศิลปะและการศึกษาเป็นเป้าหมายสำคัญของครอบครัวเรามาโดยตลอด เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้แนะนำมิวเซียมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติแห่งแรกของประเทศไทยใน  กรุงเทพฯ และยินดีต้อน รับทุกท่านสู่พื้นที่ซึ่งศิลปะสามารถรับรู้ได้ด้วยความรู้สึก ไม่เพียงแค่ชมได้ด้วยสายตาเท่านั้น พื้นที่แห่งนี้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมใช้เวลากับความคิด การสำรวจ และความสนุกเชิง  สร้างสรรค์ โดยในทุกครั้งที่มาเยือน ผู้ชมจะค้นพบสิ่งใหม่และไม่คาดคิด กรุงเทพฯ เมืองที่เต็มไปด้วยพลัง   ความคิดสร้างสรรค์ และไม่หยุดนิ่ง และเราคงเห็นตรงกันว่า กรุงเทพฯ มีห้างสรรพสินค้าเพียงพอแล้ว เป้า หมายของเราคือการสร้างพื้นที่ในอีกรูปแบบหนึ่ง พื้นที่ที่เชิญชวนให้ผู้คนได้ใช้เวลาอยู่กับศิลปะ ถึงเวลาแล้วที่จะมีสถาบันศิลปะร่วมสมัยซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางสำคัญ เพื่อสะ ท้อนความมีชีวิตชีวาและเฉลิมฉลองศิลปะด้วยแนวทางที่ทรงพลังและโดดเด่นไม่แพ้ตัวเมืองเอง”

นิทรรศการเปิดตัวของ ดิบ บางกอก ในชื่อ ล่อง(ไม่)หน (In)visible Presence เปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันที่ 21 ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 3 สิงหาคม 2569 เวลาทำการ: วันพฤหัสบดี–วันจันทร์ เวลา 10.00-19.00 น. (ปิดวันอังคารและวันพุธ) บัตรเข้าชม: 550 บาทสำหรับคนไทย และ 700 บาทสำหรับชาวต่างชาติ สามารถสำรองบัตรเข้าชมได้ล่วงหน้าทางเว็บไซต์ http://www.dibbangkok.org

เปิดภาพงานแต่งคู่รักซูเปอร์สตาร์เกาหลี คิมอูบิน-ชินมินอา ซูมดีเทลชุดบ่าวสาวมูลค่าหลักล้าน

เปิดภาพงานแต่งคู่รักซูเปอร์สตาร์เกาหลี คิมอูบิน-ชินมินอา ซูมดีเทลชุดบ่าวสาวมูลค่าหลักล้าน

เปิดภาพงานแต่งคู่รักซูเปอร์สตาร์เกาหลี คิมอูบิน-ชินมินอา ซูมดีเทลชุดบ่าวสาวมูลค่าหลักล้าน

วันจันทร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 17.18 น.

22 ธันวาคม 2568 หลังจากที่ก่อนหน้านี้ คู่รักนักแสดงเกาหลีชื่อดังอย่าง ‘คิม อูบิน’ และ นางเอกสาวสวย ‘ชิน มินอา’ ประกาศเตรียมเข้าพิธีวิวาห์หลังคบหาดูใจกันมานานกว่า 9 ปี ซึ่งทาง ‘คิม อูบิน’ ได้ออกมาโพสต์จดหมายที่เขียนด้วยลายมือประกาศข่าวการแต่งงานกับนักแสดงสาวชื่อดัง ‘ชิน มินอา’ 

ล่าสุด คู่รักซูเปอร์สตาร์เกาหลี ‘คิม อูบิน’ และ ‘ชิน มินอา’ ได้จูงมือกันเข้าสู่ประตูวิวาห์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 20 ธันวาคมที่ผ่านมา ท่ามกลางความยินดีของแฟนๆ ทั่วทั้งเอเชีย ซึ่งพิธีมงคลสมรสของทั้งคู่จัดขึ้น ณ ห้องไดนาสตี้ ฮอลล์ โรงแรมชิลลา กรุงโซล โดยงานจัดขึ้นในรูปแบบส่วนตัว มีเพียงครอบครัวและเพื่อนสนิทเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน

โดยเจ้าสาวมาในชุดแต่งงานสีขาวดีไซน์ปักดอกไม้ทั้งชุด จากแบรนด์หรู ELIE SAAB (เอลี ซาบ) ในคอลเลกชัน 2026 Bridal Spring Collection ซึ่งโดดเด่นเรื่องงานคราฟต์ที่ประณีต โดยราคาชุดนี้สูง 42 ล้านวอน หรือคิดเป็นเงินไทยราว 1 ล้านบาท ซึ่งเป็นแบรนด์โปรดของซุปตาร์เกาหลีอย่าง คิม ยอนอา ซน เยจิน และ พัค ชินฮเย ส่วนเจ้าบ่าวมาในชุดสูททักซิโด้สั่งตัดพิเศษจากแบรนด์หรู Ralph Lauren Purple Label ทำให้ลุคนี้ของเจ้าบ่าวดูคลาสสิก สง่างามเข้ากับเจ้าสาวสุดๆ 

โดยก่อนหน้านี้ทางต้นสังกัด AM Entertainment ได้เผยภาพพรีเวดดิ้งของทั้งคู่ในธีมฤดูหนาวที่สวยงาม พร้อมระบุข้อความ “Today, actress Shin Mina and actor Kim Woo-bin are officially tying the knot. We are deeply grateful for the warm blessings and unwavering support you’ve shown the couple as they embark on this precious new journey together. Both actors look forward to returning your love by continuing to deliver their best performances on screen in the future. Thank you!

(ในวันนี้ นักแสดงชินมินอา และนักแสดงคิมอูบิน ได้เข้าพิธีสมรสอย่างเป็นทางการแล้ว พวกเรารู้สึกซาบซึ้งใจอย่างยิ่งต่อคำอวยพรที่แสนอบอุ่น และการสนับสนุนที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงที่ทุกท่านมีให้แก่คู่บ่าวสาว ในขณะที่พวกเขากำลังเริ่มต้นการเดินทางครั้งใหม่ที่แสนล้ำค่านี้ร่วมกัน นักแสดงทั้งสองหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ตอบแทนความรักของทุกคน ด้วยการมุ่งมั่นมอบผลงานการแสดงที่ดีที่สุดผ่านหน้าจอต่อไปในอนาคต)

โซเชียลใจละลาย! เดียร์น่า ในลุคคริสต์มาสน่ารักเกินต้าน

โซเชียลใจละลาย! เดียร์น่า ในลุคคริสต์มาสน่ารักเกินต้าน

โซเชียลใจละลาย! เดียร์น่า ในลุคคริสต์มาสน่ารักเกินต้าน

วันจันทร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.39 น.

22 ธันวาคม 2568 ทำเอาโลกโซเชียลต้องลุกเป็นไฟด้วยความน่ารัก คงหนีไม่พ้นนางเอกสาวหน้าหวาน “เดียร์น่า ฟลีโป” ได้ออกมาเผยภาพเซตใหม่ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวกับคอนเซ็ปต์ “Reindeer in December” แปลงโฉมเป็นกวางเรนเดียร์สาวสุดขี้เล่น ต้อนรับเทศกาลคริสต์มาส จนแฟนๆ แห่กดไลก์และคอมเมนต์ชื่นชมในความน่ารักอย่างล้นหลาม

ซูมความแซ่บ! แอนชิลี สวมบิกินีอวดหุ่นเป๊ะในทริปทะเล

ซูมความแซ่บ! แอนชิลี สวมบิกินีอวดหุ่นเป๊ะในทริปทะเล

ซูมความแซ่บ! แอนชิลี สวมบิกินีอวดหุ่นเป๊ะในทริปทะเล

วันจันทร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 14.48 น.

22 ธันวาคม 2568 ทำเอาไอจีแทบลุกเป็นไฟ สำหรับ “แอนชิลี สก็อต เคมมิส” นางแบบและนางงามลูกครึ่งไทย–ออสเตรเลีย เจ้าของตำแหน่ง มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2021 ที่พักหลังมานี้ออร่าความสวยและความมั่นใจยิ่งพุ่งแรง จนแฟนๆ ต่างยกให้เป็นอีกหนึ่งไอคอนด้านรูปร่างและการรักตัวเอง

ล่าสุด แอนชิลี ได้ออกมาอัปเดตภาพผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว แจกความสดใสในทริปทะเลสุดชิล พร้อมสวมทูพีชสีแดงสด อวดหุ่นเป๊ะ เฟิร์มทุกองศา ท้าแดดแบบไม่มีกั๊ก แต่ละช็อตเรียกได้ว่าแซ่บไฟลุก สะกดทุกสายตา

ขอบคุณภาพจาก @annscottkemmis

กรี๊ดห้างแตก!ช่อง 7HD ยกทัพคนดังส่งสุขปีใหม่ แจกปฏิทินปี 2569 แฟน ๆ แห่กระทบไหล่แน่นงาน

กรี๊ดห้างแตก!ช่อง 7HD ยกทัพคนดังส่งสุขปีใหม่ แจกปฏิทินปี 2569 แฟน ๆ แห่กระทบไหล่แน่นงาน

กรี๊ดห้างแตก!ช่อง 7HD ยกทัพคนดังส่งสุขปีใหม่ แจกปฏิทินปี 2569 แฟน ๆ แห่กระทบไหล่แน่นงาน

วันจันทร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.34 น.

ช่อง 7HD จัดเต็มความสุขส่งท้ายปี ขนนักแสดงและผู้ประกาศข่าวชื่อดังร่วมกิจกรรม  “ส่งสุขปีใหม่ จากใจ ช่อง 7HD” แจกปฏิทินปี 2569 สร้างบรรยากาศคึกคัก แฟนคลับแห่ร่วมงานแน่นศูนย์การค้า ZPELL @FUTURE PARK

บรรยากาศสุดคึกคักจนห้างแทบแตก เมื่อ ช่อง 7HD ขนทัพนักแสดงและผู้ประกาศข่าวชื่อดัง ร่วมกิจกรรม “ส่งสุขปีใหม่ จากใจ ช่อง 7HD” แจกปฏิทินช่อง 7HD ประจำปี 2569 ส่งมอบความสุขส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ให้แฟน ๆ แบบใกล้ชิด ณ บริเวณ Zpotlight ชั้น G ศูนย์การค้า ZPELL @Future Park เมื่อวันศุกร์ที่ 19 ธันวาคมที่ผ่านมางานนี้นำทีมความฟินโดย มิกค์ ทองระย้าแชป-วรากร, แอนน่า กลึคส์, จีน-เฌอตินท์นารา, มิ้นชิ-เสฏฐนันท์, แทน-บุรันช์รัตน์, กาย-กันตเมศฐ์, มาร์ติน เจ, ก้าวหน้า-กิตติภัทร และนักแสดง Girls’ Love Series / Boys’ Love Series แอปเปิ้ลลาภิสรา และ มิ้มปัณฑิตา จาก 4 Elements บ้านวาทินวณิช, เอล่านีรชา และ เจนนี่ชยิสรา จาก เมื่อรักคืนมาดีแลนด์เดโชชัย และชอน-ชวิศการ จาก ศึกวันชิงใจ ร่วมด้วยศิลปินจาก TSM MANAGEMENTและตัวแทนผู้ประกาศข่าว  บีกมลาสน์กฤษ-กฤษดา และจอ-จีรนันท์ ที่มาร่วมสร้างรอยยิ้มและความประทับใจให้แฟน ๆ อย่างอบอุ่นตลอดงานเต็มไปด้วยเสียงกรี๊ดและรอยยิ้ม แฟน ๆ ต่างทยอยมารอรับปฏิทินจากมือนักแสดงและผู้ประกาศข่าว ที่มาส่งต่อความสุขและคำอวยพรดี ๆ พร้อมแจกลายเซ็น ให้กระทบไหล่กันแบบใกล้ชิด มีทั้งแฟนละครตัวยงที่ติดตามผลงานและตามมาให้กำลังใจนักแสดงคนโปรด ขณะที่แฟนซีรีส์ไม่พลาดมาส่องเคมีจิ้นของคู่ GL / BL แบบฟินกระจาย ส่วนแฟนข่าว 7HD ก็มาให้กำลังใจกันอย่างเหนียวแน่น นอกจากการแจกปฏิทินแล้ว  นักแสดงและผู้ประกาศข่าวยังฝากผลงานคอนเทนต์สุดปังที่เตรียมส่งตรงความบันเทิงผ่านทางหน้าจอ ช่อง 7HD ตลอดปี 2569  สำหรับแฟน ๆ ที่พลาดโอกาสร่วมกิจกรรมนี้ สามารถดาวน์โหลด ปฏิทินช่อง 7HD ปี 2569 ได้แล้ววันนี้ ทาง https://www.ch7.com/ch7hdcalendar2026สามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ได้ทาง ช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG, TikTok, X, YouTube) และ เว็บไซต์  www.ch7.com   

‘ซองวอน อัครเดช’คว้าแชมป์ The Social Warrior คนที่ 2 ของประเทศไทย

'ซองวอน อัครเดช'คว้าแชมป์ The Social Warrior คนที่ 2 ของประเทศไทย

‘ซองวอน อัครเดช’คว้าแชมป์ The Social Warrior คนที่ 2 ของประเทศไทย

วันจันทร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 12.40 น.

ปิดฉากลงอย่างยิ่งใหญ่ ท่ามกลางเสียงเชียร์ เสียงปรบมือ และอารมณ์ที่อัดแน่นไปทั่วทั้งลาน POP MART SIAM SQUARE BLOCK I  สำหรับรายการไวรัลแห่งยุค The Social Warrior สมรภูมิโซเชียล (ซีซั่น 2)” ทางช่อง 7HD ภายใต้การผลิตโดย บริษัท จีเนียส มีเดีย ครีเอเตอร์ จำกัด ของ ซอนย่า คูลิ่ง และ มะตูม เตชินท์ พลอยเพชร ดำเนินรายการโดย เอกกี้ เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ และ ต้นหอม ศกุนตลา ที่ตลอดทั้งซีซั่นสามารถสร้างปรากฏการณ์สะเทือนโซเชียล มีการพูดถึงอย่างต่อเนื่องทุกแพลตฟอร์ม และกลายเป็นรายการที่ถูกจับตาในทุกสัปดาห์อย่างแท้จริง

ตลอดระยะเวลากว่า 10 อีพี ของการแข่งขัน ไม่ได้มีเพียงแค่เกมหรือคะแนน แต่คือสนามพิสูจน์ตัวตนของ 20 Warriors ที่ต้องแลกมาด้วยแรงกาย แรงใจ และแรงกดดัน ทุกมิชชันถูกออกแบบมาให้ท้าทายขีดจำกัด ทั้งความคิดสร้างสรรค์ ไหวพริบ ความเร็ว การตัดสินใจ และการรับมือกับกระแสสังคมจริง พร้อมดราม่าหนัก โมเมนต์บีบหัวใจ และน้ำตาที่หลั่งออกมาจริงในหลายอีพี งานนี้ ไม่ใช่เพียง Warriors ที่ต้องแบกรับแรงกดดัน แต่เหล่า Masters ตัวจริงในวงการอย่าง มาสเตอร์ลูกเกด เมทินี กิ่งโพยมมาสเตอร์ลีเดีย ศรัณย์รัชต์ ดีนมาสเตอร์นัท นิสามณี และ มาสเตอร์นิกกี้ ณฉัตร จันทพันธ์ ก็ต้องเผชิญกับศึกจิตวิทยาไม่แพ้กัน ทั้งการวางกลยุทธ์ การอ่านเกม การตัดสินใจในเสี้ยววินาที และการรับมือกับกระแสดราม่าที่ถาโถม เพื่อพาทีมของตนเองก้าวไปให้ถึงเป้าหมายสูงสุด นั่นคือการครองเก้าอี้แห่งศักดิ์ศรีสมรภูมิโซเชียล “Master Chair”

และเมื่อการแข่งขันเดินทางมาถึงบทสรุปใน Final Round อีพี 10 (วันอาทิตย์ที 21 ธันวาคม) บรรยากาศยิ่งทวีความร้อนแรง โดยรอบไฟนอลถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ POP MART SIAM SQUARE BLOCK 1 กลายเป็นค่ำคืนที่สยามแทบลุกเป็นไฟ แฟนรายการหลั่งไหลเข้าร่วมชมและส่งเสียงเชียร์จนแน่นฮอลล์ พร้อมด้วยเหล่าเซเลบริตี้ อินฟลูเอนเซอร์ และครีเอเตอร์ชื่อดังของเมืองไทย ที่ตบเท้าเข้าร่วมเดิน Gold Carpet Scene เพื่อเป็นสักขีพยานในวินาทีแห่งการตัดสินที่ทั้งลุ้น ระทึก และกดดันที่สุดของซีซั่น แบบทุกสายตาจับจ้องไปที่เวทีเดียวกัน ในวินาทีรอฟังชื่อผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียวของซีซั่นนี้ และในที่สุดตำแหน่งThe Social Warrior คนที่ 2 ของประเทศไทย ก็ได้ผู้ครองบัลลังก์ ได้แก่ Warrior ซองวอน หรือ อัครเดช หนุ่มเกาหลีหัวใจไทย จากทีมมาสเตอร์ ลูกเกด เมทินี ผู้ที่สามารถฝ่าทุกมิชชัน ทุกแรงกดดัน และทุกดราม่า มาได้จนถึงวินาทีสุดท้าย รับโล่เกียรติยศจากรายการ พร้อมเงินรางวัล 1,000,000 บาท  ท่ามกลางเสียงปรบมือกึกก้องทั่วงาน ไม่เสียชื่อทีมมาสเตอร์ลูกเกด ที่เจ้าตัวเคยประกาศว่า “ผ่านมาทุกสมรภูมิ สมรภูมินี้ มีหรือจะไม่ชนะ เพราะคนเล่มเกมเก่งที่สุดอยู่นี่แล้วค่ะ!”

ขณะที่ตำแหน่ง รองอันดับ 1 ได้แก่ Warrior โก๊ะตี้ อารามบอย จากทีม มาสเตอร์นัท นิสามณี และตำแหน่ง รองอันดับ 2 ได้แก่ Warrior ไวท์ ศุทธิ เรืองวิทยาโชติ จากทีมมาสเตอร์ มาสเตอร์ ลูกเกด เมทินี ซึ่งต่างก็เป็น Warriors ที่ได้รับการยอมรับจากทั้ง Masters และแฟนรายการ ว่าเป็นผู้ทุ่มเทและแสดงศักยภาพได้อย่างน่าจดจำตลอดทั้งซีซั่น เรียกได้ว่า “The Social Warrior สมรภูมิโซเชียล (ซีซั่น 2)” คือมากกว่ารายการแข่งขัน แต่คือ

เวทีที่สะท้อนพลังของคนรุ่นใหม่ ความกล้า ความคิดสร้างสรรค์ และการยืนหยัดท่ามกลางกระแสโซเชียลที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ปิดฉากซีซั่น 2 ลงอย่างภาคภูมิยิ่งใหญ่ และสมการรอคอยของผู้ชมทั่วประเทศ ที่ฟิน ลุ้นจนวินาทีสุดท้าย  ติดตามความมันทะลุฟีดย้อนหลัง ของรายการ The Social Warrior สมรภูมิโซเชียล (ซีซั่น 2) ได้ทาง Facebook / IG / TikTok / YouTube : The Social Warrior Official และ X : @TheSocialWarrior พบกันใหม่ซีซั่นหน้า

‘แม่แก้ว’เปิดใจทำพินัยกรรมสั่งเสียไว้แล้ว? พร้อมเปิดตัวลูกชายคนใหม่

'แม่แก้ว'เปิดใจทำพินัยกรรมสั่งเสียไว้แล้ว? พร้อมเปิดตัวลูกชายคนใหม่

‘แม่แก้ว’เปิดใจทำพินัยกรรมสั่งเสียไว้แล้ว? พร้อมเปิดตัวลูกชายคนใหม่

วันจันทร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 12.37 น.

ออกมาเปิดใจครั้งแรกในรายการ สำหรับ “แม่แก้ว สุดารัตน์” แม่ของพระเอกขวัญใจมหาชนอย่าง ณเดชน์ คูกิมิยะ” ที่จะมาเปิดเผยชีวิตวัยเด็กของลูกลูกชาย พร้อมเรื่องที่หลายคนไม่เคยรู้ว่าทำพินัยกรรมสั่งเสียไว้แล้ว? แถมยังเปิดตัวลูกชายคนใหม่กลางรายการ คุยแซ่บ Show ทางช่องone31 ที่มี ดีเจพุฒ พุฒิชัย และ เป็กกี้ ศรีธัญญา เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

ล่าสุดเพิ่งผ่านวันเกิดลูกชายไป น้องมีลงคลิป คลิปหนึ่งซึ่งเป็นคลิปที่น่ารักมาก ?

แม่แก้ว : อ้อ.. ปีนี้ หรือทุกๆปีนะของขวัญอะไรแม่ก็จะไม่มีให้ลูก มีแต่ความรักความอบอุ่นแล้วก็กอดลูกและลูกก็มาสวัสดี ก้มหัวให้แม่ รู้เลยว่าเป่ากระหม่อมเป่าหัวให้ลูกทุกวันตอนเช้า แล้วก็กลับจากโรงเรียนตอนเขาเด็กๆ นะคะ คือสิ่งที่ทำให้ให้เราผูกพันในเรื่องของแม่ลูก แล้วเค้าก็จะชอบและถึงโตแค่ไหน อายุเท่านี้เค้าก็ยกมือไหว้แล้วก็ก้มให้แม่เป่ากระหม่อมให้อยู่ดี

ปีนี้ลูกชายอายุเท่าไหร่?

แม่แก้ว : ตอนนี้ก็ 35 แล้ว แล้วแม่ก็เลยนึกว่าเอ๊ะไวโอลินแม่ยังไม่เคยทำให้ลูกแฮปปี้เบิร์ดเดย์ แม่ก็เคยเล่นมาใช่ไหมคะ แล้วก็มานึกๆ คิดว่าเค้าน่าจะไม่ลงเพราะเขาไม่ค่อยชอบลงอะไรที่ของครอบครัวเท่าไหร่ พอส่งไปเขาก็เย่ๆ ขอลงเลยน้า แม่ไม่ได้เล่นมาหลายปี ก็ทวนแปบเดียวไม่ได้เพราะเท่าไหร่ แต่ก็เพราะสำหรับลูก

ทำไมถึงชื่นชอบไวโอลิน ?

แม่แก้ว : เริ่มแรกคือป๊าป่วยเป็นโรคสมองแล้วคิดว่าดนตรีสามารถบำบัดบำบัดในการเคลื่อนไหวได้ ถึงแม้ว่าสมองจิตเรามันไม่สามารถจะคิดรับรู้อะไรได้แต่ความรู้สึกตาเห็น รูปตาเห็นเนี่ยเค้าจะพยายามนึกแล้วจะพยายามยิ้มอินตามข้างในได้ การแอ็คชั่นมันสามารถบ่งบอกถึงความข้างใน ถึงจะอ้าปากภาษาเบียดภาษาที่ไม่สามารถที่จะพูดได้ ข้างในมันพูดได้ แม่เชื่ออย่างงั้น แม่เลยไปเรียนไวโอลิน เพราะไวโอลินง่ายกว่ากีตาร์ 

นอกจากคลิปแล้วยังมีคำอวยพร คุณแม่อวยพรว่ายังไงบ้าง? 

แม่แก้ว : แม่ก็อวยพรความเป็นศุภมงคลสวัสดีทั้งหลายก็ขอให้ลูกแบรี่ ณเดชน์ คูกิมิยะ มีแต่ความสุขความสำเร็จและความเจริญยิ่งๆ ขึ้นไปในอริยทรัพย์ทั้งปวงปลอดโรคปลอดภัยมีชัยทุกประการตลอดลมหายใจ

รู้สึกยังไงคนชมลูกชายเป็นพระเอกติดดิน ?

แม่แก้ว : รู้สึกดีใจแล้วก็ภูมิใจกับท่านที่เห็นลูกชายก็ถือว่าเค้าทำให้คนเห็นความจริงในความเป็นธรรมชาติของเขาได้มากขึ้นว่าเป็นพระเอกที่จับต้องได้ก็ดีใจค่ะ

การเลี้ยงดู ณเดชน์ ในเวอร์ชั่นทุกวันนี้ ย้อนกลับไปย้อนกลับไปเด็กๆ คุณแม่มีวิธีการเลี้ยงยังไง?

แม่แก้ว : แม่ไม่อยากให้โตเลยอยากสตาฟเขาไว้ให้เราชื่นใจไปตลอดลมหายใจนะ แต่มันก็เป็นไปไม่ได้แต่ว่าด้วยความที่ว่าเค้าเป็นคนน่ารักไม่ได้อวยนะคะน้องเขามีพื้นฐานในเรื่องของความไนท์ความที่เทคแคร์พ่อแม่หรือการแสดงออกแอ็คชั่นกับพ่อแม่เนี่ยเค้าทำมาตั้งแต่ยังจำความได้เลย ก็เลยว่าความดีของเค้าเนี่ยแม่ก็ยังจดจำไว้กับเค้าเสมอแม่ก็จะสอนให้เค้าตอนแรกอ่ะติดแม่ ถ้าแม่ติดลูกแม่จะหลงใหลลูก แม่ก็ต้องให้ลูกติดแม่ไปก่อนตอนเป็นเด็กเพราะโตขึ้นเขามีครอบครัว ก็ต้องห่างและไม่ได้อยู่กับเรา ผู้หญิงอย่างน้อยก็ยังไปมาหาสู่บ้างมากขึ้น แต่ผู้ชายจะไม่ค่อยมา ก็เลยต้องบอกว่าหนูต้องติดแม่อย่างเดียว

วิธีการนั้นคืออะไรคะคุณแม่?

แม่แก้ว : ไปไหนไปกัน อยู่ที่ไหนมีลูก ต้องมีแม่ มีแม่ต้องมีลูก แต่เค้าทำได้ไปทำเล็บทำผมก็มีของที่เขาชอบพวกจิ๊กซอ เลโก้ ที่ฝึกสมอง เค้าจะเอาไปเล่นด้วยลูกชายจะเป็นคนที่เล่นคนเดียวแล้วมีความสุข 

พอเค้าโตขึ้นแล้วยังติดคุณแม่อยู่ไหม ?

แม่แก้ว : ยังติดบ้างในเรื่องของรสชาติอาหารกับข้าว ไปไหนมาไหนมีแม่แล้วอุ่นใจ พาทำบุญสุนทานพาไปแจกทานพาไปทำบุญ 

สอนให้ลูกเป็นคนที่มีเหตุผลตั้งแต่เด็กๆ แล้วก็ห้ามโกหกด้วย?

แม่แก้ว : เพราะว่าปกติเราอยู่กันสองคน ก็มีแม่บ้านมีน้องๆ เราบอกลูกว่าสิ่งแรกที่ลูกพึงจดจำคือการไม่โกหกกับกับคนในครอบครัวการไม่โกหกเราจะปลูกฝังในเรื่องของความซื่อสัตย์ความมีสัจจะวาจาเพราะฉะนั้นลูกผู้ชายต้องมีสัจจะวาจาอันดับหนึ่ง อันนี้ส่วนตัวของครอบครัวแม่นะ เขาก็บอกว่าครับผม 

เคล็ดลับความหล่อของณเดชน์คือแม่ให้ทานช็อกโกแลตทุกวันและนอนตอน 2 ทุ่ม ?

แม่แก้ว : ใช่เลย แม่เป็นคนที่ ชอบสรรหา เรื่องสุขภาพพ่อแม่ดูแลมาตั้งแต่ตั้งแต่เด็กๆ เพราะเราเป็นคนขาดการกินดีอยู่ดีเราก็ไม่ได้กิน ยายสอนทำอาหารหุงข้าวทำเป็นตั้งแต่อายุจำความได้ เนี่ยถ้าคนมีตังค์เศรษฐีอ่ะมาขอมาขอเราอ่ะตะไคร้ปลูกทุกอย่างรีบเอาให้นะเผื่อเราจะได้เป็นเศรษฐีให้เค้ากินเค้ากินแล้วเราได้บุญค่ะอันเนี่ยจดจำเลยอันนี้เรื่องจริง ส่วนช็อกโกแลตก็คือคิดว่าเราต้องทดแทน เพราะช็อกโกแลตดิน แต่ก่อนกินได้แต่เดี๋ยวนี้กินไม่ได้แล้วสารเคมีเยอะ ก็เลยคิดว่าช็อกโกแลตมันมีประโยชน์อะไรแต่ก่อนโซเชียลยังไม่มีแม่ก็เลยไปถามหมอเด็กเวลาพาลูกไปหาหมอ ที่กรุงเทพฯ หมอบอกว่าคุณแม่คะถ้าภาพคลื่นสมองของเด็กถี่จะมีความจำเป็นเลิศ การเด็กสมองถี่ต้องนอนเวลาเท่าไหร่นอนหนึ่งทุ่มถึงสองทุ่มครึ่งให้เด็กนอนอยู่ระหว่างนี้ ห้ามนอนเลยเวลานี้ จะจำไม่แม่น ช็อกโกแลตแบบนี้ทานได้ยกเว้นดาร์คช็อกโกแลต วันละหนึ่งถึงสามเม็ดก็จะดี กินเวลา 1 ทุ่ม และห้ามนอนเกิน 2 ทุ่มนะคะ

สิ่งหนึ่งที่เห็นจากณเดชน์คือความรักที่มีให้กับคุณพ่อคุณแม่?

แม่แก้ว : คือเค้าจะอินกับคุณพ่อมาก เพราะเป็นไอดอลเป็นบุคคลที่เขาเอาตัวอย่างมากๆ กลับมาบ้าน บอกแม่กลับมาถึงแล้วนะ เราหาไม่เจอหาเจออีกทีไปอยู่กับปะป๊า พักผ่อนนอน 

เรื่องของพินัยกรรมมรดกเป็นยังไง?

แม่แก้ว : อ๋อ.. พินัยกรรมมรดกเสียง ไม่ใช่ทรัพย์สมบัติอะไรเลย ตอนนั้นปะป๊าเริ่มเป็นนิดนิดหน่อย ก็จะแต่งเพลงเอาไว้แล้วก็ร้องสดกันเอง เวลาลูกไปทำงานก็มีเวลาดูแลกันก็ร้องเพลงให้กันฟังร้องสดป๊าก็บอกเวรี่กู๊ด พอสมองไม่ได้ แม่ก็เลยเริ่ม ทำดนตรีดีกว่าเพราะเริ่มคิดว่าดนตรีมันบำบัดจิตเราได้ไม่ว่าจะเป็นหรือไม่เป็นคนปกติหรือคนอะไรดนตรีมันวิเศษแม่ว่าเป็นของวิเศษอย่างหนึ่ง เสียงเพลงบำบัดได้ แม่เลยคิดว่าเราต้องทำเพลงแล้วล่ะ เพราะเพลงธรรมแม่ทำมาสี่เพลงแล้ว ร้องให้ป่ะป๊าฟังป่ะป๊าชอบแล้วก็เคลิ้มหลับดี นอนสบาย เราเลยไปห้องอัดๆ เรามีเพลงไว้นี่นาเพลงสนุกๆ เพลงอะไรเนี่ยก็เลยเปิดดูแล้วใส่ทำนอง ทำมาเพลงสองเพลงแต่พอเพลงที่สามเป็นเพลงขันหมากโลโซ แม่ยังหาคนไม่ได้ พอมาสี่ห้าเดือนก็ยังไม่ได้ แล้วมีหลานสาวที่สอนอยู่โรงเรียนแห่งหนึ่งก็โทรไปหาเค้าเขาว่า มีคนนึงนะร้องเพลงได้แล้วรับจ้างร้องแต่ว่าเสียงจะถูกถูกใจหรือเปล่า ให้โทรเบอร์นี้นะ พอโทรไปเสียงคุ้นๆ อาจารย์สมาน ฮัลโหลใครครับเสียงเหมือนอาจารย์สมาน อ๋อมามาทำอะไรครับ มาหาเสียง เลยตามล่าหาเสียง

คนนี้หรือเปล่าลูกชายคนใหม่?

แม่แก้ว : ค่ายใหม่นะเป็นค่ายของแม่เองด้วยซึ่งไม่รู้ว่าณเดชน์รู้ยังว่าเปิดค่ายเพลง ชื่อค่ายว่า เสียงมิวสิค และลูกชายคนใหม่ของแม่แก้ว “ต้นกล้า ดรุณ” เป็นเสียงที่ตามล่าเลย

ต้นกล้า : ตอนนั้นเองคือผม แบบว่ากำลังสอนคาบสุดท้ายอยู่ แล้วก็อยู่ดีๆ คุณครูสมานโทรมาว่าพอมีเวลามาร้องไกด์เพลงให้ได้ไหมซักเพลงนึง ตอนนั้นผม ก็ไม่รู้ว่าคือแม่แก้วไหนเห็นว่าเป็นงานก็รับไว้ก่อน พอรู้ก็รู้สึกเป็นเกียรติ

แม่แก้ว : พอเค้าร้องเต็มเพลงรอบเดียวก็โอ้โหให้อัดเลยจ้า เป็นเพลงที่แม่แต่งเองและทำนองเองด้วย และเค้าก็ไม่เคยฟังมาก่อน

​ณเดชน์-แม่แก้ว น้อมกราบพระบรมศพพระพันปีหลวง

​ณเดชน์-แม่แก้ว น้อมกราบพระบรมศพพระพันปีหลวง

​ณเดชน์-แม่แก้ว น้อมกราบพระบรมศพพระพันปีหลวง

วันจันทร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 08.11 น.

ณเดชน์ คูกิมิยะ พระเอกชื่อดัง พร้อมด้วย คุณแม่แก้ว สุดารัตน์ ได้โพสต์ภาพผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว ขณะเดินทางเข้าน้อมกราบพระศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

โดย ณเดชน์ ได้ระบุข้อความว่า “น้อมกราบพระศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง (พระพันปีหลวง) ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง”

หลังจากโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ได้มีแฟนคลับและประชาชนจำนวนมากร่วมแสดงความอาลัย พร้อมเข้ามาคอมเมนต์แสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างต่อเนื่อง