นายกฯ เปิดงานโอทอป ชวนคนไทยรวมพลังอุดหนุนสินค้าช่วยเหลือเพื่อนร่วมชาติ

นายกฯ เปิดงานโอทอป ชวนคนไทยรวมพลังอุดหนุนสินค้าช่วยเหลือเพื่อนร่วมชาติ

นายกฯ เปิดงานโอทอป ชวนคนไทยรวมพลังอุดหนุนสินค้าช่วยเหลือเพื่อนร่วมชาติ

วันจันทร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 18.29 น.

นายกฯ เปิด OTOP ปลื้มตียอดแตกรายได้มากกว่าทุกปี ชวนอุดหนุนสินค้า ช่วยเพื่อนร่วมชาติ คนชายแดน-ภัยพิบัติ ในยามบ้านเมืองปัญหารุมเร้า ขอให้มั่นใจทุกอย่างต้องจบผ่านไปด้วยดี ไทยต้องชนะเท่านั้น 

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 22 ธ.ค.68  ที่เวทีกลาง อาคารชาเลนเจอร์ 2 ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงาน OTOP CITY 2025 พร้อมด้วย น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภริยา นางสุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี น.ส.ศศิธร กิตติธรกุล รมช.มหาดไทย เข้าร่วม

นายกฯ กล่าวว่า เป็นเวลาหลายปีติดต่อกันมาแล้ว ที่ตนได้มีส่วนร่วมในงาน OTOP ถ้าไม่ใช่มาในฐานะผู้เปิดงานก็ในฐานะลูกค้า ทุกวันนี้ของประดับบ้านที่เป็นที่เชิดหน้าชูตา แขกไปใครมาต้องถามว่าได้มาจากไหน คำตอบคือได้มาจากงาน OTOP ทั้งสิ้น วันนี้จึงยินดีอย่างยิ่งที่ได้มาเปิดงาน OTOP City 2025 ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญกับโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์มาโดยตลอด เพราะ OTOP ในวันนี้ เป็นเสมือนแบรนด์หลักแบรนด์หนึ่งของประเทศไทยไปแล้ว เวลาพูดคำว่า OTOP คนก็นึกถึงความเป็นไทย นึกถึงคุณภาพ ความปราณีต และรายละเอียด ที่ทำให้เกิดความประทับใจ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ได้มีเฉพาะในเครื่องประดับ เสื้อผ้า หรือชิ้นงานที่มีความเป็นศิลปะ แต่มีอยู่ในทุกอย่างที่คนไทยทำขึ้นภายใต้แบรนด์ OTOP ไม่ว่าจะเป็นอาหาร สมุนไพร เสื้อผ้า หรือสินค้าอื่นที่ผลิตขึ้นภายใต้โครงการนี้ และเช่นเดียวกับทุกผลิตภัณฑ์เมื่อแบรนด์เป็นที่ยอมรับติดตลาดแล้ว ความท้าทายต่อไปก็คือทำอย่างไรให้คุณภาพที่สร้างขึ้นมีความคงเส้นคงวา ทำอย่างไรจะยังคงความประทับใจผู้ซื้อไว้ได้ และทำอย่างไรจะสร้างความประหลาดใจในสินค้า หรือเรื่องราวใหม่ๆ ที่จะตรึงคนให้ยังคงมีความตื่นเต้นกับผลิตภัณฑ์ของเราได้เสมอ อันนี้เรียกว่าเป็นโจทย์สำหรับแชมเปี้ยน เป็นความท้าทายในการรักษาแชมป์ ซึ่งตนเชื่อว่าคนไทยเราทำได้ 

นายกฯ กล่าวว่า เป้าหมายสำคัญสำหรับกรมการพัฒนาชุมชน ต่อสินค้า OTOPก็คือการสร้างงาน สร้างอาชีพและสร้างรายได้ ให้แก่ผู้ประกอบการตลอดจนสมาชิกในชุมชน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ และเป็นโอกาสอันดีที่ประเทศไทยจะได้แสดงศักยภาพให้ทั่วโลกได้ประจักษ์ ถึงความก้าวหน้าในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของไทย ดังนั้นตนจึงขอฝากให้ทุกภาคส่วนได้คิดถึงความท้าทายของการรักษาแชมป์ไว้เสมอเราต้องมีการพัฒนาต่อเนื่อง ตีโจทย์ใหม่อยู่เสมอ ไม่ย่ำอยู่ที่เดิม จึงจะรักษาคุณภาพแบรนด์ OTOP ไว้ได้

นายกฯ กล่าวว่า อยากเรียนว่าปีนี้เป็นปีค่อนข้างมีความพิเศษ เราได้มาจัดงานในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของปี เชื่อมั่นว่าพวกเราทุกคนท่ามกลางความเหนื่อย ความเครียดกับสถานการณ์ที่มันเกิดขึ้นในประเทศของเรา ทั้งภัยพิบัติธรรมชาติความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน อย่างไรก็ตามเรายังมีงาน  OTOP เป็นที่ผ่อนคลายทำให้เราได้ออกมาทำกิจกรรมต่างๆ สำคัญที่สุดอยากจะเรียน ผู้ที่อยู่ในที่นี้และผู้ที่ไม่ได้มางาน  OTOP ปีนี้ ถ้ามาซื้อสินค้า OTOP เท่ากับเราสามัคคีรวมพลังกันจริงๆ ได้ช่วยอุดหนุนสินค้าจากพี่น้องประชาชนที่ต้องประสบภัยความขัดแย้งตามแนวชายแดน ทั้ง 7 จังหวัด จ.ตราด จันทบุรี บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี และสระแก้ว ซึ่งทั้ง 7 จังหวัดนี้ล้วนแล้วแต่มีความสามารถ มีผลิตภัณฑ์ที่ดี ทั้งอาหาร เครื่องนุ่งห่ม สินค้าของใช้สอยมากมายที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ดังนั้นการที่เรามาเปิดงาน OTOP ในวันนี้เท่ากับเราได้ช่วยเหลือเพื่อนร่วมชาติของเราที่กำลังมีความลำบากและมีอุปสรรคในการดำเนินชีวิตเนื่องจากความขัดแย้งของประเทศเรากับประเทศเพื่อนบ้าน

นายกฯ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีการจัดพื้นที่พิเศษให้กับผู้ผลิตสินค้าที่มาจากจังหวัดที่ประสบภัยพิบัติจากธรรมชาติ เรามาใช้โอกาสนี้ช่วยเหลือเพื่อนร่วมชาติด้วยกัน ไม่มีโอกาสไหนที่เราสามารถรวมสินค้าทั้งหลายมาให้พวกท่านได้เลือกซื้อจับจ่ายใช้สอยเพื่อไปใช้ประโยชน์ ขอเน้นย้ำของ OTOP อย่าไปซื้อด้วยความสงสาร ต้องซื้อเพราะของเขาดีจริงๆ 

จังหวะนี้ประชาชนปรบมือให้นายกฯ ทำให้นายกฯระบุว่า ถ้าท่านจะปรบมือก็ต้องขอบคุณ นานๆพูดแล้วจะมีคนปรบมือ ส่วนใหญ่พูดแล้วมีคนโห่ 

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า วันนี้ใส่สูทสากลนิยมก็จริงแต่เนคไทก็ซื้อที่งานนี้เมื่อ 2 วันก่อน ที่เนคไทก็เป็นรูปธงชาติซื้อที่นี่ แต่เนื่องจากภารกิจมากมายมีการต้อนรับเอกอัครราชทูต มีการประชุม พบปะแขกบ้านแขกเมือง ต้องขอยอมรับว่าเปลี่ยนเสื้อไม่ทัน แต่อย่างไรก็ตามแม้กระทั่งเสื้อเชิ้ตที่ใส่จะนับเป็น OTOP ก็ได้ เพราะตัดแถวมาบุญครองนี่เอง เท่ากับเรายังมีความเป็นไทยอยู่ทุกประการ
และการที่ท่านได้มาร่วมกันในงาน  OTOP City แห่งนี้ อยากเรียนด้วยความภาคภูมิใจและยินดี 3 วันมานี้ ตียอดแตกหมด ยอดสูงกว่าทุกปี วันละเกิน 80 ล้านบาท และเชื่อเหลือเกินมันเกิดจาก ความประสงค์เจตนารมณ์ที่ทุกคนอยากจะสนับสนุนสินค้าไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามที่บ้านเมืองมีปัญหารุมเร้าเกิดขึ้น แต่ทุกอย่างจะต้องจบ ทุกอย่างต้องผ่านไปได้ด้วยดีและประเทศไทยต้องชนะเท่านั้นไม่มีทางเลือกอื่น ขอให้ท่านได้มีความมั่นใจ 

นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า และเนื่องจากสัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์สุดท้ายของปี ขออำนวยพรปีใหม่ให้ทุกท่านและประชาชนชาวไทย ขอให้ปี 2569 ที่กำลังจะมาถึงนี้ เป็นปีที่ดีที่สุดสำหรับพี่น้องประชาชนชาวไทย ขอให้พวกเราทุกคนมีความมั่นคง มั่งคั่ง สุขภาพแข็งแรง มีความปลอดภัย  ประสบความเจริญรุ่งเรืองยิ่งๆขึ้นไป

จากนั้นนายกฯได้เดินชมสินค้า OTOP ภายในงาน และขอทักทายผู้ประกอบการร้านค้าต่างๆ

ปชป. ผนึกกำลัง กูรู ร่วมเขย่าระบบตรวจสอบ ชู ‘Open Data’ และพลังประชาชนล้าง ‘การทุจริต-ทุนสีเทา‘ พ้นการเมืองไทย

ปชป. ผนึกกำลัง กูรู ร่วมเขย่าระบบตรวจสอบ  ชู ‘Open Data’ และพลังประชาชนล้าง ‘การทุจริต-ทุนสีเทา‘ พ้นการเมืองไทย

ปชป. ผนึกกำลัง กูรู ร่วมเขย่าระบบตรวจสอบ ชู ‘Open Data’ และพลังประชาชนล้าง ‘การทุจริต-ทุนสีเทา‘ พ้นการเมืองไทย

วันจันทร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 18.25 น.

“ปราบโกงต้องทำไง?”  พรรคประชาธิปัตย์ ผนึกกำลัง ”กูรู“ ร่วมเขย่าระบบตรวจสอบ  ชู ‘Open Data’ และพลังประชาชนล้าง ‘การทุจริต-ทุนสีเทา‘ พ้นการเมืองไทย

วันที่ 22 ธันวาคม 2568 เวลา 13.30 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้จัดเวทีเสวนาในซีรีส์ “ฟังจริง คิดจริง ทำจริง” ภายใต้แคมเปญ #เปิดฟ้าใหม่ไล่เมฆเทา ในหัวข้อ “ปราบโกง ต้องทำไง?” เพื่อค้นหามาตรการปิดเกมคอร์รัปชันและสร้างความโปร่งใสให้ประเทศไทย โดยได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง และมี นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตประธานรัฐสภาเข้าร่วมรับฟังข้อเสนอแนะเชิงนโยบายอย่างใกล้ชิด

โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงสถานการณ์การทุจริตในปัจจุบันตอนหนึ่งว่า  การทุจริตคอรัปชั่นปัจจุบันกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่คนมองเป็นเรื่องปกติ  และยอมรับการใช้เงินชี้ขาดในสนามเลือกตั้งโดยไม่เกรงใจใคร คำตอบไม่ใช่แค่การเพิ่มโทษประหารชีวิต เพราะคนโกงเขามั่นใจว่า 1. ไม่ถูกจับได้  และ 2. ถ้าถูกจับได้ก็เอาเงินซื้อกระบวนการตรวจสอบ  จะแก้ไขเรื่องนี้ รัฐบาลทำฝ่ายเดียวไม่ได้ ต้องมีสื่ออิสระและภาคประชาชนที่เป็นอาวุธในการต่อสู้กับ”ทุนเทา” ที่กำลังครอบงำประเทศชาติบ้านเมือง

ขณะที่นายวิชา มหาคุณ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและอดีตกรรมการ ป.ป.ช. ชี้จุดตายของระบบตรวจสอบไทยคือ การที่ประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้ยากลำบาก และเสนอให้มีการแก้ไข พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสาร ให้ทันสมัยตามรัฐธรรมนูญปี 2560 แบะต้องใช้หลัก

• Whistleblower ต้องเป็นกุญแจสำคัญ ในการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสให้มีพลังอำนาจจริง ไม่ถูกฟ้องปิดปาก (Anti-SLAPP Law)
• Data Sovereignty รัฐรู้อย่างไร ประชาชนต้องรู้เช่นนั้น ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตต้องถือเป็นข้อมูลสาธารณะ (Public Information) ที่เข้าถึงได้ทันทีโดยไม่ต้องขออนุญาต

ด้านนานต่อภัสสร์ ยมนาค นักวิชาการจ่กคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า  ตนเสนอแนวทางจัดการการทุจริตคอร์รัปชันผ่านหลักการสากล  ปัจจุบันการปลูกฝังคุณธรรมอย่างเดียวไม่พอ แต่ต้องมี “ระบบ” ที่ดีควบคู่กันไป พร้อมเผยสูตรลับปราบโกง คอร์รัปชัน = อำนาจดุลพินิจ (Discretion) + การผูกขาด (Monopoly) – การตรวจสอบได้ (Accountability) 
• Open State เสนอให้รัฐ เปิดเผยข้อมูล Beneficial Ownership หรือรายชื่อผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริงจากบริษัทคู่สัญญา เพื่อป้องกันการฮั้วประมูลและการใช้ทุนเทาแทรกแซงนโยบายรัฐ องค์กรรัฐ

ส่วนนายวสันต์  ภัทรอธิคม ผู้เชี่ยวชาญจาก สวทช.  กล่าวว่า ตนนำเสนอโมเดลความสำเร็จของ Traffy Fondue ที่เปลี่ยนโทรศัพท์มือถือของทุกคนให้เป็นเครื่องมือแจ้งปัญหาเมือง และสามารถขยายผลสู่การตรวจสอบทุจริตได้  ถ้าเราทำให้การแจ้งคอร์รัปชันง่ายเท่ากับการสั่งซื้อของออนไลน์ หรือสแกนจ่ายเงิน เราจะมีข้อมูลมหาศาลจากประชาชน (Citizen Participation) ที่ AI สามารถนำไปวิเคราะห์หาจุดผิดปกติ (Red Flags) ได้ทันที

โดยตอนท้ายของการเสวนา เป็นช่วงถาม-ตอบ  โดยนายอภิสิทธิ์ ได้ตอบคำถามถึงวิธีการปราบทุนเทาทางการเมืองที่ได้ผลที่สุดด้วยข้อความสั้น ๆ แต่ทรงพลังว่า “ปราบดีที่สุดคือ… กรุณาอย่าเลือกพรรคเทา”  ทั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์ยืนยันจะนำทุกข้อเสนอจากเวทีนี้ไปร้อยเรียงเป็น “แผนปฏิบัติการล้างปัญหาประเทศ” เพื่อเปลี่ยนความอึดอัดของพี่น้องประชาชนให้กลายเป็นนโยบายที่สร้างประเทศไทยให้โปร่งใสและสุจริตอย่างยั่งยืน
 

DPU จัดประชุมวิชาการระดับบัณฑิตศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ 6 เผยแพร่ผลงานวิจัยสู่สาธารณะในระดับชาติ

DPU จัดประชุมวิชาการระดับบัณฑิตศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ 6 เผยแพร่ผลงานวิจัยสู่สาธารณะในระดับชาติ

DPU จัดประชุมวิชาการระดับบัณฑิตศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ 6 เผยแพร่ผลงานวิจัยสู่สาธารณะในระดับชาติ

วันจันทร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 19.07 น.

คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม และหลักสูตรปริญญาโท สาขาการจัดการการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมวิชาการระดับบัณฑิตศึกษาแห่งชาติ สายสังคมศาสตร์ ครั้งที่ 6 ภายใต้หัวข้อ “การพัฒนาประเทศไทยสู่ความยั่งยืน (Development of Thailand towards the Sustainability)” เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2568 ในรูปแบบการประชุมออนไลน์ (Online Conference) เพื่อเปิดเวทีให้นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาและนักวิชาการจากทั่วประเทศได้นำเสนอและเผยแพร่ผลงานวิจัยสู่สาธารณะในระดับชาติ

การประชุมครั้งนี้ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง มีผลงานวิจัยเข้าร่วมนำเสนอจำนวน 95 ผลงาน จากเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ สะท้อนถึงความเข้มแข็งของเวทีวิชาการที่มุ่งพัฒนาความรู้ งานวิจัย และศักยภาพของนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาอย่างต่อเนื่อง พร้อมได้รับเกียรติจาก คุณนพดล จินดาธรรม รองผู้อำนวยการสำนักพัฒนาขีดความสามารถการท่องเที่ยว องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) เป็นวิทยากรบรรยายพิเศษในหัวข้อ “การพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเพื่อกระจายผลประโยชน์สู่ชุมชนอย่างยั่งยืนตามแนวทางของ อพท.” เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้เชิงนโยบาย แนวคิด และกรณีศึกษาด้านการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

รศ.ดร.อัศวิน แสงพิกุล ประธานการจัดประชุมฯ กล่าวว่า การประชุมวิชาการเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาศักยภาพทางวิชาการของนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา และสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษา โดยการที่มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ให้ความสำคัญกับเวทีวิชาการอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงบทบาทของคณะในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศผ่านองค์ความรู้และงานวิจัยที่มีคุณภาพ

ทั้งนี้ คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ยังคงมุ่งมั่นจัดเวทีประชุมวิชาการอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับคุณภาพหลักสูตรระดับมหาบัณฑิต สร้าง “Potentialigence”  ให้แก่นักศึกษา และบูรณาการองค์ความรู้ร่วมกับหน่วยงานระดับชาติ เพื่อนำไปสู่การสร้างคุณค่าใหม่ (Value Creation) และบริการที่มีมูลค่าสูง (High Value Service) ให้แก่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน

ในหลวงโปรดเกล้าฯ พระราชทานดอกไม้-สิ่งของ แก่ทหารบาดเจ็บชายแดนไทย-กัมพูชา

ในหลวงโปรดเกล้าฯ พระราชทานดอกไม้-สิ่งของ แก่ทหารบาดเจ็บชายแดนไทย-กัมพูชา

ในหลวงโปรดเกล้าฯ พระราชทานดอกไม้-สิ่งของ แก่ทหารบาดเจ็บชายแดนไทย-กัมพูชา

วันจันทร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 17.54 น.

‘ในหลวง‘ โปรดเกล้าฯให้ผู้ว่าฯสุรินทร์ เชิญดอกไม้ และตะกร้าสิ่งของพระราชทานไปมอบให้กำลังพลที่บาดเจ็บจากชายแดนไทย–กัมพูชา แบะทรงรับกำลังพลทั้งหมดไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ 

วันที่  22 ธันวาคม  2568  เวลา 11.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายจำเริญ แหวนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เชิญดอกไม้ และตะกร้าสิ่งของพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี  ไปมอบแก่ สิบเอก ดำรงเดช พุทธศรี สิบเอก บุญโชค จาดจร  สิบเอก จักรพันธ์ กระจ่างใจ พลทหาร เทวรรณ์ แพนพัด อาสาสมัครทหารพราน มงคล ประครองใจ และอาสาสมัครทหารพราน พรานทอง ดินจันทร์ กำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา และเข้ารับการรักษาพยาบาล  ณ  โรงพยาบาลปราสาท อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์  

    ในการนี้   พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมทรงรับกำลังพลทั้งหมดไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ การได้รับพระราชทานพระมหากรุณาในครั้งนี้  ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่กำลังพลอย่างหาที่สุดมิได้
 

คณะสงฆ์ ประชาชน คณะบุคคลถวายพวงมาลาและกราบสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

คณะสงฆ์ ประชาชน คณะบุคคลถวายพวงมาลาและกราบสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

คณะสงฆ์ ประชาชน คณะบุคคลถวายพวงมาลาและกราบสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

วันจันทร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.17 น.

คณะสงฆ์และสามเณร คณะสงฆ์ ประชาชน คณะบุคคลถวายพวงมาลาและกราบสักการะพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง”

22  ธ.ค.2568 ตามที่สำนักพระราชวังได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-21.00 น. ในวันนี้มีประชาชนจากทั้งในกรุงเทพฯและจังหวัดต่างๆพร้อมใจแต่งกายด้วยชุดสุภาพสีดำไว้ทุกข์ทยอยผ่านจุดคัดกรองที่ท้องสนามหลวงและทยอยมายังจุดพักคอยที่อุโมงค์ถนนหน้าพระลาน ผ่านประตูมณีนพรัตน์ เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง อย่างต่อเนื่อง

โดยมีเจ้าหน้าที่สํานักพระราชวัง จิตอาสา 904 และเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆร่วมปฏิบัติหน้าที่ดูแลให้คำแนะนำและอำนวยความสะดวกแก่ผู้สูงอายุ ผู้พิการที่นั่งวิลแชร์และประชาชนตลอดเส้นทาง เพื่อให้การเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพฯเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ และมีบริการน้ำดื่ม บริการ”ชัตเตอร์ บัส” รับ-ส่ง บริเวณทางออกหน้าประตูเทวาภิรมย์ไปยังท้องสนามหลวง

นอกจากนี้ มีคณะบุคคลจากจังหวัดสุโขทัย, จ.สุพรรณบุรี, จ.หนองบัวลำภู,  และมีคณะจากหน่วยงานต่าง ๆทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เช่น กลุ่มบริษัทเอสซีบีเอกซ์ นำโดย นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ กรรมการธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และนายกกรรมการ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)  นำคณะกรรมการ บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)พร้อมผู้บริหารในกลุ่มเอสซีบีเอกซ์ , คณะครูและนักเรียน โรงเรียนจิตรลดา คณะที่ 1 ถึงคณะที่ 3, คณะผู้บริหาร บริษัท มิตซูบิชิ คอร์ปอเรชั่น แอลที(ไทยแลนด์) จำกัด, คณะครูและนักเรียนโรงเรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง“ จ.ปทุมธานี,  กลุ่มบริษัท CDG Group, มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตกระบี่ คณะที่ 1 และคณะที่ 2, สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา, คณะครูและนักเรียน โรงเรียนเบญจมราชาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์, บริษัทโชคอรุณ ฟรุ๊ตแอนด์ฟลาวเวอร์, โรงเรียนเสนาธิการทหารเรือ, โรงเรียนมัธยมวัดหนองแขม กรุงเทพฯ, คณะครูและนักเรียนโรงเรียนวัดลาดเป้ง จ.สมุทรสงคราม, ผู้บริหารและข้าราชการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ, พระครูไพศาล รัตโนบล เจ้าอาวาสวัดป่ามุจลินท์ (สวนจิก) อ.กระนวน จ.ขอนแก่น พร้อมคณะสงฆ์และญาตโยม, คณะพระสงฆ์และสามเณร วัดพระธาตุหมื่นหิน จ.กาฬสิน  ที่อุปสมบทและบรรพชา 11-25 ธ.ค 2568 ถวายเป็นพระราชกุศล แด่สมเด็จพระพันปีหลวง เป็นต้น  เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ และวางพวงมาลาถวายราชสักการะ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ด้วยความอาลัยรักและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานับประการเพื่อความผาสุขของพสกนิกรชาวไทยตลอดมา
 

จุฬาฯทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ กษัตริย์จิกมี-พระราชินี แห่งภูฏาน

จุฬาฯทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ กษัตริย์จิกมี-พระราชินี แห่งภูฏาน

จุฬาฯทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ กษัตริย์จิกมี-พระราชินี แห่งภูฏาน

วันจันทร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 14.48 น.

จุฬาฯ ทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์  “กษัตริย์จิกมี-พระราชินี” แห่งภูฏาน

22 ธ.ค.68 เวลา 10.00 น. ณ หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก และสมเด็จพระราชินีเจตซุน เพมา วังชุก แห่งราชอาณาจักรภูฏานเสด็จจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อทรงรับการทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ โดยมี ศ. (พิเศษ) ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ พร้อมด้วยผู้บริหารมหาวิทยาลัย และนิสิตภูฏานที่ศึกษาอยู่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเฝ้าฯ รับเสด็จ

สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก และสมเด็จพระราชินี เจตซุน เพมา วังชุก เสด็จเข้าห้องรับรอง หอประชุมจุฬาฯ ทรงลงพระปรมาภิไธยและพระนามาภิไธยในสมุดเยี่ยม ศ. (พิเศษ) ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยทูลเกล้าฯ ถวายฉลองพระองค์ครุยดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์แด่สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ ทูลเกล้าฯ ถวายฉลองพระองค์ครุยดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์แด่สมเด็จพระราชินี เจตซุน เพมา วังชุก สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก และสมเด็จพระราชินี เจตซุน เพมา วังชุก เสด็จเข้าหอประชุมจุฬาฯ ศ. (พิเศษ) ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกราบบังคมทูลสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และอ่านประกาศราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติคุณเนื่องในโอกาสที่สภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ 

ในโอกาสนี้ นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการพัฒนาระหว่างประเทศแด่สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก ในฐานะที่ทรงบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่พสกนิกรด้วยพระราชหฤทัยตั้งมั่นอยู่บนการพัฒนาอันยั่งยืน ทรงให้ความสำคัญด้านการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติ ทรงดำเนินโครงการในพระราชดำริโดยให้ความสำคัญแก่เยาวชนและเด็ก ทรงเสริมสร้างความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน และทรงสนับสนุนการมี ส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นของประชาชนตามวิถีประชาธิปไตย และทูลเกล้าฯ ถวายปริญญา ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยาแด่สมเด็จพระราชินี เจตซุน เพมา วังชุก ในฐานะที่ทรงเป็นนักพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชน ทรงมีพระปรีชาญาณ พระเมตตาและพระวิสัยทัศน์ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวภูฏานทั้งในด้านสุขภาวะ ความเสมอภาค การอนุรักษ์และการพัฒนา และนำพาประเทศไปสู่ความเป็นสมัยใหม่ จากนั้น ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ ทูลเกล้าฯ ถวายทุนการศึกษาแก่นิสิตภูฏานแด่สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุกจำนวน 5 ทุน และถวายแด่สมเด็จพระราชินี เจตซุน เพมา วังชุกจำนวน 5 ทุน 

ในการนี้ สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก พระราชทานพระราชดำรัส นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยทูลเกล้าฯ ถวายของที่ระลึกแด่สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก อธิการบดีจุฬาฯ ทูลเกล้าฯ ถวายของที่ระลึกแด่สมเด็จพระราชินี เจตซุน เพมา วังชุก

จากนั้น สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก และสมเด็จพระราชินี เจตซุน เพมา วังชุก ทรงฉายพระฉายาลักษณ์ร่วมกับกรรมการสภามหาวิทยาลัยและผู้บริหารมหาวิทยาลัย ณ ห้องรับรอง หอประชุมจุฬาฯ

ในการนี้ สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก และสมเด็จพระราชินี เจตซุน เพมา วังชุก ทอดพระเนตรการแสดงทางศิลปวัฒนธรรมไทย-ภูฏาน ณ หอประชุมจุฬาฯ ประกอบด้วยการแสดง 3 ชุด ได้แก่

– การขับร้องและบรรเลงเพลงชาติภูฏาน และเพลงชาติไทย โดยนิสิตภูฏาน วงดุริยางค์      

– การบรรเลงเพลงโหมโรงมหาจุฬาลงกรณ์โดยวง มหาดุริยางค์ไทยเยาวชนแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ChulaThaiYO)

– การบรรเลงและขับร้องเพลง “รัตนบริบาลร่มเย็นมาช้านานทั้ง 2 แผ่นดิน” บรรเลงโดย วง มหาดุริยางค์ไทยเยาวชนแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ChulaThaiYO)

หลังจบการแสดง สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก พระราชทานช่อดอกไม้แก่  อ.วรรธนะ ตันเจริญผล ผู้ฝึกซ้อมและอำนวยเพลง วงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และวงนักร้องประสานเสียง สโมสรนิสิตจุฬาฯ ดร.สิริชัยชาญ ฟักจำรูญ ศิลปินแห่งชาติ ผู้ฝึกซ้อมและปรับวง ChulaThaiYo และวงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ รศ.ดร.ยุทธนา ฉัพพรรณรัตน์ รองอธิการบดี ผู้ประพันธ์เรียบเรียงเพลง “รัตนบริบาลร่มเย็นมาช้านานทั้ง 2แผ่นดิน” และปรับวง ChulaThaiYO สมเด็จพระราชินี เจตซุน เพมา วังชุก พระราชทานช่อดอกไม้แก่นายกิตติพัชญ์ ตรีรัตน์ฤคเวท นิสิตคณะครุศาสตร์ จุฬาฯ ผู้แทนนักดนตรี และ น.ส.กุลนิษฐ์ เชี่ยวสกุล นิสิตคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ผู้แทนนักแสดง

จากนั้น สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก และสมเด็จพระราชินี เจตซุน เพมา วังชุก เสด็จไปยังอาคารมหาจุฬาลงกรณ์ทรงวางพวงมาลัยถวายราชสักการะพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเสวยพระกระยาหารกลางวัน ณ ห้อง 111 อาคารมหาจุฬาลงกรณ์ ก่อนเสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

ประเทศไทยและราชอาณาจักรภูฏานมีความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น ตั้งอยู่บนพื้นฐานของพระราชไมตรีระหว่างราชวงศ์ของทั้งสองราชอาณาจักร เสริมด้วยความร่วมมือในระดับสถาบันและประชาชนต่อประชาชน และได้รับการเกื้อหนุนจากการมีส่วนร่วมร่วมกันในกรอบภูมิภาค BIMSTEC ความสัมพันธ์ดังกล่าวยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่องบนพื้นฐานของความเคารพในแนวทางการพัฒนาที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละประเทศ 

‘ไทยริกาโน สู่ฮีโร่ ทหารไทย’ กาแฟพันธุ์ไทย ร่วมส่งกำลังใจให้เหล่าทหารกล้า

'ไทยริกาโน สู่ฮีโร่ ทหารไทย' กาแฟพันธุ์ไทย ร่วมส่งกำลังใจให้เหล่าทหารกล้า

‘ไทยริกาโน สู่ฮีโร่ ทหารไทย’ กาแฟพันธุ์ไทย ร่วมส่งกำลังใจให้เหล่าทหารกล้า

วันจันทร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 12.12 น.

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาในช่วงที่ผ่านมาทำให้เราทุกคนได้เห็นถึงความกล้าหาญและการเสียสละของเหล่าทหารไทย พวกเขาคือผู้พิทักษ์แผ่นดินที่ยืนหยัดปกป้องอธิปไตยและความมั่นคงของประเทศ แม้ต้องเผชิญกับอันตรายถึงชีวิต

สุขวสา ภูชัชวนิชกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด กล่าวว่า “กาแฟพันธุ์ไทย ในฐานะธุรกิจไทยที่เติบโตมาพร้อมกับการสนับ สนุนจากคนไทย จึงตั้งใจที่จะเป็นสะพานเชื่อมน้ำใจของคนไทยทั้งประเทศ เพื่อให้กำลังใจและสนับสนุนทหารไทย ที่ทำหน้าที่เป็นอย่างดีเพื่อให้คนไทยได้อยู่อย่างปลอดภัย ด้วยเหตุนี้ เราจึงได้ริเริ่มโครงการ ‘ไทยริกาโน สู่ฮีโร่ ทหารไทย’ ซึ่งจะดำเนินการตั้งแต่วันที่ 18 ธันวาคม 2568 – 18 มกราคม 2569 โดยทุกครั้งที่ลูกค้าดื่มเมนู ‘ไทยริกาโน’ ไม่ว่าจะเป็นเมนูร้อนหรือเย็น เราจะบริจาคเงิน 5 บาทจากทุกแก้วให้กับ มูลนิธิโรงพยา บาลพระมงกุฎเกล้าในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อนำไปใช้ในการรักษาพยาบาลทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ป้องกันประเทศ”

“พันธุ์ไทยเชื่อว่าทุกท่านที่เลือกดื่มกาแฟพันธุ์ไทยไม่ได้เพียงแค่ดื่มกาแฟแก้วหนึ่ง แต่ท่านกำลังร่วมส่งต่อความห่วงใย ความปรารถนาดี และกำลังใจไปยังผู้ที่เสียสละเพื่อปกป้องประเทศและประชาชนให้ปลอดภัย นี่คือความภาคภูมิใจที่เราจะได้สร้างร่วมกัน และเป็นการพิสูจน์ว่าคนไทยไม่เคยทอดทิ้งกัน” สุขวสา กล่าวเสริม

ร่วมส่งกำลังใจและสนับสนุนเหล่าทหารกล้า ผ่านมูลนิธิโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี โดยทุกการสั่งซื้อเมนู “ไทยการิโน” ทั้งชนิดร้อนและเย็นจำนวน 1 แก้ว จะมีส่วนร่วมในการบริจาคเงินจำนวน 5 บาท เพื่อสนับสนุนการรัก ษาพยาบาลผู้ป่วยทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ปะทะพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา ในการปฏิบัติหน้าที่ป้องกันประเทศ ตั้งแต่วันที่ 18 ธันวาคม 2568 – 18 มกราคม 2569 ที่ร้านกาแฟพันธุ์ไทยทุกสาขาทั่วประเทศ เดลิเวอรีไม่ร่วมรายการ

กุ๊ด กุ๊ดส์ เชิญชวนร่วมแบ่งปันน้ำใจ ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยและฟื้นฟูบ้านเรือนในภาคใต้ พร้อมรับเสื้อยืด “Hearts For The South” แทนคำขอบคุณ

กุ๊ด กุ๊ดส์ เชิญชวนร่วมแบ่งปันน้ำใจ ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยและฟื้นฟูบ้านเรือนในภาคใต้ พร้อมรับเสื้อยืด “Hearts For The South” แทนคำขอบคุณ

กุ๊ด กุ๊ดส์ เชิญชวนร่วมแบ่งปันน้ำใจ ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยและฟื้นฟูบ้านเรือนในภาคใต้ พร้อมรับเสื้อยืด “Hearts For The South” แทนคำขอบคุณ

วันจันทร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 11.46 น.

จากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่และทรัพย์สินของประชาชน แบรนด์ กุ๊ด กุ๊ดส์ (Good Goods) ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อความช่วยเหลือและกำลังใจแก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ประสบภัย โดยเชิญชวนประชาชนร่วมสนับสนุนการช่วยเหลือและการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย

ทั้งนี้ ผู้ร่วมสนับสนุนทุกๆ 500 บาท จะได้รับ เสื้อยืด “Hearts For The South” 1 ตัว จากกุ๊ด กุ๊ดส์  เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งการแบ่งปันและการมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสังคม ทั้งนี้ รายได้จากการสนับสนุนทั้งหมด ไม่หักค่าใช้จ่าย มอบให้แก่ มูลนิธิเตียง จิราธิวัฒน์ เพื่อนำไปจัดซื้อสิ่งจำเป็นและสนับสนุนการฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัยหลังน้ำลด

กุ๊ด กุ๊ดส์ ขอเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน เพื่อส่งต่อความห่วงใยและความหวังไปยังผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หรือจนกว่าเสื้อยืดจะหมด โดยสามารถร่วมสนับสนุนผ่าน 2 ช่องทางดังนี้

ช่องทางที่ 1 : ที่ร้าน กุ๊ด กุ๊ดส์ 3 สาขา ได้แก่ (สามารถลดหย่อนภาษีได้ 1 เท่า)

สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 1 โซน Hug Thai

สาขาเซ็นทรัลพาร์ค ชั้น LG ใกล้บันไดเลื่อนฝั่งประตูทางเข้าจาก MRT สีลม

จริงใจมาร์เก็ต จ.เชียงใหม่

ช่องทางที่ 2 : สามารถซื้อเสื้อได้ที่ shop.centraltham.com/product/203 (ไม่สามารถลดหย่อนภาษีได้)

กุ๊ด กุ๊ดส์ เชื่อมั่นว่า พลังเล็กๆ จากทุกคนสามารถรวมกันเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ในการเยียวยาความเดือดร้อน และช่วยให้พี่น้องชาวภาคใต้สามารถก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้ พร้อมกลับมาดำเนินชีวิตได้อย่างเข้มแข็งอีกครั้ง

คุณแหน : 22 ธันวาคม 2568

คุณแหน : 22 ธันวาคม 2568

คุณแหน : 22 ธันวาคม 2568

วันจันทร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

๐๐ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับ รศ.ดร.เสรี วงษ์มณฑา อายุ 76 ปี ซึ่งป่วยด้วยโรคเนื้องอกในสมอง เข้ารับการรักษาพยาบาล ณ รพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ ไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์..๐๐

๐๐ พระพรหมวชิรรังษี ประธานกก.มูลนิธิสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช วัดบวรนิเวศวิหาร ในพระบรมราชูปถัมภ์ มอบทุนพระสังฆราชูปถัมภ์ ที่ได้จากการจัดกิจกรรมเดินวิ่ง “ก้าวด้วยธรรม ครั้งที่ 9” โดยมี ดร.สุนันทา ลีเลิศพันธ์ ประธานจัดกิจกรรมให้แก่ 19 โรงพยาบาล รวมเป็นเงิน 19,315,260 บาท..๐๐

๐๐ จุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผวจ.สุราษฎร์ธานี เป็นประธานเปิดโครงการผู้ว่าฯ จ.สุราษฎร์ธานี สัญจร รับฟังปัญหาความคิดเห็นระดับอำเภอ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางพัฒนาจังหวัดให้ตอบโจทย์ความต้องการของปชช. ทั้งในด้านสาธารณูปโภค สิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตให้มีความยั่งยืนต่อไป..๐๐

๐๐ สภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อนุมัติ ปริญญารัฐศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ให้แก่ สุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ โดยจะเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ครั้งที่ 60 ของม.เชียงใหม่ 21 มค. 2569 ณ หอประชุม ม.เชียงใหม่..๐๐

๐๐ ชาว BCC รุ่น 115 อาทิ พล.อ.ปิยะพล วัฒนกุล, พล.อ.อ.อภิสิทธิ์ จุลโมกข์, พอ.เจษฎา อรรถวิจิตร, อารักษ์ ชลธาร์นนท์, ขันธวิทย์ โชคดีทวีอนันต์, วิรุฬ กรวินัย จัดงานทำบุญเลี้ยงพระ และสังสรรค์กับเพื่อนอย่างเป็นกันเอง มีเพื่อนบางคนเดินทางมาไกลจากต่างประเทศ เพื่อได้มาพบเจอเพื่อนๆในงาน ณ สมาคมศิษย์เก่ากรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย งานนี้ วีรเดช พนมวัน ณ อยุธยาได้รับเลือกประธานรุ่น คนใหม่ ด้วย..๐๐

๐๐ เพื่อนๆชาว Digital CEO#5 ยินดีกับ ดร.โชคชัย เอี่ยมฤทธิไกร ที่ได้เป็น ศิษย์เก่าดีเด่นด้านธุรกิจ วิทยาลัยบัณฑิตศึกษาด้านการจัดการ ม.ศรีปทุม..๐๐

๐๐ ผู้แทนราชสกุล สายรัชกาลที่ 2 ประชุมร่วมกับมูลนิธิ ร.2 เพื่อเตรียมงานวันเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย งานอุทธยาน ร.2 ซึ่งจะจัดวันที่ 7-8 ก.พ.2569 ณ อุทธยานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย จ.สมุทรสงคราม..๐๐

๐๐ เสริมศิริมงคล ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เชิญข้ามเกาะมาพลิกชีวิต สักการะ 9 มงคลสถานศักดิ์สิทธิ์ของพระอาราม วัดปรมัยยิกาวาส เกาะเกร็ด “สีสันแห่งรามัญ อภิวันท์พระพันปี สมโภช 150 ปี วัดปรมัยยิกาวาส” 27 ธ.ค.2568-4 ม.ค.2569  เวลา 13.00-20.00 น. รับเหรียญสมโภชพระอาราม 1 เหรียญ จำนวนวันละ 500 เหรียญเท่านั้น สอบถามเพิ่มเติม พระครูวชิรปรมาภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาส/เลขานุการวัด 082-2952295..๐๐

คุณแหน

‘โอปอล สุชาตา’ Miss World 2025 คว้ารางวัลในงานประชุมสุดยอดผู้นำระดับโลกด้านสันติภาพ

‘โอปอล สุชาตา’  Miss World 2025 คว้ารางวัลในงานประชุมสุดยอดผู้นำระดับโลกด้านสันติภาพ

‘โอปอล สุชาตา’ Miss World 2025 คว้ารางวัลในงานประชุมสุดยอดผู้นำระดับโลกด้านสันติภาพ

วันจันทร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

โอปอล สุชาตา ช่วงศรี – Miss World 2025 เข้าร่วมงาน Global Leadership Summit 2025 (GLS2025) และได้รับรางวัล Global Leadership Achievement Award 2025 ในการประชุมสุดยอดผู้นำระดับโลกด้านสันติภาพ ความมั่นคง และการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งจัดขึ้น ณ หอประชุมกานตรัตน์ กองทัพอากาศ กรุงเทพมหานคร เนื่องในโอกาสครบรอบ 80 ปีแห่งการก่อตั้งองค์การสห ประชาชาติ

การประชุม GLS2025 จัดขึ้นภายใต้สโลแกน “One Vision, One Planet, United in Action” โดยมี สภาสหพันธ์รักษาสันติภาพ (United Peace Keepers Federal Council – UNPKFC) เป็นผู้จัดงานหลัก ทำหน้าที่เป็นเวทีระดับนานาชาติสำหรับการแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ และเสริมสร้างความร่วมมือของผู้นำโลกในศตวรรษที่ 21

ภายในงาน โอปอล สุชาตา ยังได้ กล่าวสุนทรพจน์บนเวที Global Leadership Summit 2025 ถ่ายทอดมุมมองด้านสันติภาพ บทบาทของเยาว ชน และการอุทิศตนเพื่อมนุษยธรรม ท่ามกลางผู้นำและผู้แทนจากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก สะท้อนคุณค่าของศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และความร่วมมือระหว่างประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจขององค์การสหประชาชาติและแนวคิดหลักของการประชุม

รางวัล Global Leadership Achievement Award 2025 มอบให้แก่บุคคลที่มีบทบาทโดดเด่นในการส่งเสริมภาวะผู้นำ สันติภาพ มนุษยธรรม และการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับสากล โดยการได้รับรางวัลในครั้งนี้สะท้อนบทบาทของ โอปอล สุชาตา ในฐานะบุคคลต้นแบบระดับโลก ที่ใช้เวที Miss World ในการขับเคลื่อนประเด็นสังคมและคุณค่าด้านมนุษยธรรมอย่างเป็นรูปธรรม

การประชุมครั้งนี้มีผู้นำและผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมจากทั่วโลกเข้าร่วม โดยได้รับความร่วมมือจากองค์กรพันธมิตรระ ดับนานาชาติ อาทิ UNA–USA (Coachella Valley, California), Royal Society of St. George, World Book of Records London และ UNPKFC Global Goals

ทั้งนี้ การจัดงาน Global Leadership Summit 2025 ในประเทศไทย สะท้อนบทบาทของประเทศในฐานะศูนย์กลางการประชุมระดับนานาชาติ และการมีส่วนร่วมของบุคคลไทยบนเวทีโลกในการขับเคลื่อนสันติภาพ ความมั่นคง และการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับสากล