ต้าห์อู๋ เล่าความรู้สึก หลังขึ้นโชว์พิธีปิดซีเกมส์ 2025

ต้าห์อู๋ เล่าความรู้สึก หลังขึ้นโชว์พิธีปิดซีเกมส์ 2025

ต้าห์อู๋ เล่าความรู้สึก หลังขึ้นโชว์พิธีปิดซีเกมส์ 2025

วันอาทิตย์ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 21.32 น.

21 ธันวาคม 2568 ได้รับโอกาสสำคัญครั้งหนึ่งในชีวิต สำหรับนักร้องหนุ่ม “ต้าห์อู๋ พิทยา” ที่ได้ขึ้นโชว์ในพิธีปิดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ 2025 ร่วมกับศิลปินรุ่นพี่อย่าง “กระแต อาร์สยาม” ในฐานะตัวแทนศิลปินไทย โดยหลังจบการแสดง เจ้าตัวได้ออกมาโพสต์ข้อความเล่าความรู้สึกทั้งหมดผ่านโซเชียลมีเดียส่วนตัว จนทำให้แฟนๆ และชาวเน็ตจำนวนมากร่วมส่งกำลังใจและชื่นชมผลงานอย่างล้นหลาม

“จบไปแล้วกับพิธีปิดซีเกมส์ 3วันกับโชว์ทั้งหมด ถ้าไม่ร่วมใจกันทำไม่ได้จริงๆ จริงๆก่อนหน้านี้ผมก็ถูกติดต่อมาร่วมโชว์เปิดมาก่อนอยู่แล้ว และก็ตัดใจไปแล้ว แต่ได้รับติดต่อมาให้โชว์พิธีปิด

ได้รับหน้าที่เป็นตัวแทนประเทศปิดซีเกมส์ท่ามกลางเสียงวิพากย์วิจารณ์โคตรรกดดันแต่ได้รับมอบหมายมาแล้วสำหรับต้าห์อู๋ และ พี่กระแต ต้องไม่มีคำว่าอายใครแน่นอน ผมรู้เลยว่าตัวผมเองไม่ใช่คนที่มีชื่อเสียงมากถ้าเทียบกับพี่กระแตหรือศิลปินพี่ๆท่านอื่นๆ แต่ลงเรือไปแล้วสิ่งที่คิดและตั้งมั่นคือก็ต้องทำมันให้ดีที่สุดในฐานะของ”ศิลปินไทยคนนึง” ก็แค่ศิลปินไทยคนนึง และนี่แหละหนึ่งในศิลปินไทย

สำหรับโชว์มันตื้นตันมากๆข้อจำกัดมันเยอะมากโดยเฉพาะเรื่องเวลา ขอบคุณ พี่กระแต@kt_kratae8 ทีมIndex ทีมONE31 และทุกภาคส่วนที่ร่วมมือกัน นี่ขนาดเรามีเวลากันแค่นี้ซึ่งมันน่าเสียดายมาก ถ้ามีเวลามากกว่านี้หละ มันคงดีไม่น้อยจริงๆ แต่อยากจะขอบคุณทุกคนมากๆเลยครับที่ทำให้มันผ่านไปได้

สุดท้ายนี้ผมอยากจะบอกว่าผมทำเต็มที่ในฐานะศิลปินไทยคนนึงเพื่อคนไทยแล้วนะครับ”

เคน ภูภูมิ เร่งซ่อมร้านขนมปังที่หาดใหญ่ หลังน้ำท่วมเสียหาย

เคน ภูภูมิ เร่งซ่อมร้านขนมปังที่หาดใหญ่ หลังน้ำท่วมเสียหาย

เคน ภูภูมิ เร่งซ่อมร้านขนมปังที่หาดใหญ่ หลังน้ำท่วมเสียหาย

วันอาทิตย์ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 19.57 น.

21 ธันวาคม 2568 เดินหน้าสู้ต่ออย่างไม่ยอมแพ้ สำหรับพระเอกหนุ่ม “เคน ภูภูมิ พงศ์ภานุ” หลังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งส่งผลให้ร้านคาเฟ่ของเจ้าตัว “เคนภูปัง” จมอยู่ใต้น้ำเป็นเวลาหลายวัน และได้รับความเสียหายหนัก

ล่าสุด เคน ภูภูมิ ได้ออกมาเผยคลิปวิดีโอขณะลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายของร้าน พร้อมวางแผนซ่อมแซมและฟื้นฟูสถานที่ เพื่อให้กลับมาอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์มากที่สุด

พร้อมกันนี้ เจ้าตัวยังได้เขียนแคปชั่นว่า “กำลังซ่อมร้านอยู่นะครับ เคนภูปังหาดใหญ่ เปิดแน่นอนรอแปปนึง #เคนภูปัง #เคนภูปังหาดใหญ่ #kenphupang”

ปุ้มปุ้ย เคลียร์ชัดทำอะไรถึงรวย หลังชาวเน็ตสงสัยสร้างบ้านใหญ่เท่าห้าง

ปุ้มปุ้ย เคลียร์ชัดทำอะไรถึงรวย หลังชาวเน็ตสงสัยสร้างบ้านใหญ่เท่าห้าง

ปุ้มปุ้ย เคลียร์ชัดทำอะไรถึงรวย หลังชาวเน็ตสงสัยสร้างบ้านใหญ่เท่าห้าง

วันอาทิตย์ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 18.07 น.

21 ธันวาคม 2568 กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงในโลกออนไลน์ สำหรับคุณแม่ลูกสอง “ปุ้มปุ้ย พรรณทิพา” ภรรยาของนักร้องเสียงดี “กวินท์” หลังเจ้าตัวมักถูกตั้งคำถามผ่านคลิปวิดีโอและคอมเมนต์ต่างๆ เกี่ยวกับที่มาของความร่ำรวยและไลฟ์สไตล์ที่ดูหรูหรา โดยเฉพาะโปรเจกต์การสร้างบ้านหลังใหม่ ที่ทำให้หลายคนสงสัยว่าเจ้าตัวทำอาชีพอะไรถึงสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมั่นคงขนาดนี้

ล่าสุด ปุ้มปุ้ย ได้ออกมาโพสต์ข้อความชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า “โพสต์นี้ไม่ได้มีเจตนาให้ใครไปเบลมใครนะคะ แค่อยากอธิบายในมุมของตัวเอง หลายคำถามเป็นสิ่งที่หลายคนอาจสงสัย แต่อาจไม่ใช่ทุกคนที่จะพิมพ์ออกมา ปุ้ยทำงานมานาน เรียกได้ว่ารู้จักวางแผนการเงิน และให้ความสำคัญกับวินัยในการใช้เงินมาตั้งแต่เริ่มทำงาน เก็บเป็นก้อน ใช้เป็นช่วง ประหยัดกับหลายเรื่อง และถ้าจะตัดสินใจลงเงินกับอะไร จะเลือกครั้งใหญ่

       การทำบ้านครั้งนี้ ไม่ใช่ความฟุ่มเฟือย แต่มันคือแผนชีวิตของครอบครัวในระยะยาวความมั่นคงไม่ได้วัดจากอาชีพ แต่วัดจากวิธีคิดและการจัดการชีวิต เป้าหมายชีวิตของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนเก็บเงินเพื่อเที่ยวรอบโลก ส่วนของปุ้ย เลือกเก็บมาเพื่อสร้าง พื้นที่แห่งความทรงจำกับครอบครัวค่ะขอบคุณที่ติดตามค่ะ”

กต.ย้ำไทยให้ความสำคัญทุ่นระเบิด หลังทหารเสียขาที่ 8 พบหลักฐานเขมรมีเจตนา

กต.ย้ำไทยให้ความสำคัญทุ่นระเบิด หลังทหารเสียขาที่ 8 พบหลักฐานเขมรมีเจตนา

กต.ย้ำไทยให้ความสำคัญทุ่นระเบิด หลังทหารเสียขาที่ 8 พบหลักฐานเขมรมีเจตนา

วันจันทร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 18.10 น.

กต.ย้ำ ไทย ให้ความสำคัญทุ่นระเบิด หลังทหารไทย เสียขาที่ 8 พบหลักฐานชี้ กัมพูชา มีเจตนา อย่างปฏิเสธไม่ได้ พร้อมยกข้อเรียกร้องสหรัฐให้สองประเทศร่วมเก็บกู้

วันที่ 22 ธันวาคม 2568 เวลา 14.00 น. ที่ศูนย์แถลงข่าวร่วม สถานการณ์ไทย-กัมพูชา ที่สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก นางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองโฆษกประจำกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า กรณีเรื่องทุนระเบิดที่ฝ่ายไทยให้ความสําคัญมาโดยตลอด ตั้งแต่เกิดเหตุการปะทะระหว่างไทยกัมพูชา เหตุการณ์ทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดเป็นครั้งที่ 8 เป็นสถานการณ์ที่เราไม่ต้องการเห็นทางกระทรวงต่างประเทศ มีหนังสือประท้วงไปยังฝ่ายกัมพูชาและประธานรัฐภาคีอนุสัญญาออตตาวา นอกจากนี้มีหนังสือประท้วงถึงเลขาธิการสหประชาชาติ  และก่อนหน้านั้นไทยได้แถลงการประณามกัมพูชา

นางมาระตี กล่าวต่อว่า การเหยียบทุ่นระเบิดครั้งที่8 แตกต่างจากครั้งก่อนหน้านี้ เนื่องจากหลักฐานที่นําเสนอตรวจพบในพื้นที่บริเวณเกิดเหตุเป็นสมุดโน้ต ของทหารกัมพูชาที่แจ้งพิกัดแผนที่ วางแผนวางทุ่นระเบิด ซึ่งสะท้อนถึงเจตนาของฝ่ายกัมพูชาอย่างชัดเจน เป็นข้อมูลหลักฐานที่ปฏิเสธไม่ได้ซึ่งเป็นประเด็นที่ ปลัดกระทรวงต่างประเทศ ได้หยิบยกในการหารือกับผู้แทนพิเศษจีนที่มาพบเมื่อช่วงเย็นวานนี้ (21ธ.ค.)

พร้อมย้ําว่า ฝ่ายไทยให้ความสําคัญในเรื่อฃทุ่นระเบิด อีกทั้งยังปรากฏในแถลงการณ์ของสหรัฐโดย รองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ พูดถึงขอให้สองประเทศกลับมาสู่เส้นทางสันติภาพในขณะเดียวกันได้มีการพูดถึงข้อสําคัญในเรื่องของทุ่นระเบิดควรที่จะมีการร่วมเก็บกู้ทุ่นระเบิดต่อไป

เปิดภาพ ‘เอกนิติ-ศุภจี’ ร่วมแจมร่างนโยบายหาเสียง ‘ภูมิใจไทย’

เปิดภาพ ‘เอกนิติ-ศุภจี’ ร่วมแจมร่างนโยบายหาเสียง ‘ภูมิใจไทย’

เปิดภาพ ‘เอกนิติ-ศุภจี’ ร่วมแจมร่างนโยบายหาเสียง ‘ภูมิใจไทย’

วันจันทร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 17.47 น.

วันที่ 22 ธันวาคม 2568 นายร่มธรรม  ขำนุรักษ์  สมาชิกพรรคภูมิใจไทย (ภท.)  ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว  ระบุว่า  พี่น้องอยากเห็นนโยบายแก้ไขปัญหาและพัฒนาเรื่องใดบ้างครับ ร่วมระดมความคิดนโยบายพรรคภูมิใจไทย ที่ต้องพูดแล้วทำได้จริง ตอบโจทย์ประชาชน ติดตามเร็วๆ นี้นะครับ  ช่วงนี้ผมได้มีโอกาสมาร่วมระดมความคิดพัฒนานโยบายของพรรคภูมิใจไทยที่จะใช้ในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะมาถึงนี้ ซึ่งนโยบายที่จะออกมานั้นจะต้องพูดแล้วทำได้จริง จับต้องได้ ตรงกับสโลแกน “พูดแล้วทำ พลัส+” ที่เน้นการทำงานที่ดีมากขึ้นและรับฟังสิ่งที่เป็นความต้องการของพี่น้องประชาชน 

นายร่มธรรม ระบุว่า  ซึ่งบุคคลากรที่ผมได้มาร่วมทำนโยบาย มีทั้งผู้มีประสบการณ์ ผู้เชี่ยวชาญ ทั้งคนรุ่นใหม่และคนรุ่นใหญ่ ทำให้ได้เห็นมุมมองในหลายมิติ ถือเป็นเกียรติของผมมากๆครับที่ได้มาร่วมทำงานกับหลายๆท่านที่ทั้งเก่งและเป็น “มืออาชีพ” มากๆจริงๆ 

“ผมขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมเสนอแนะปัญหาและความต้องการ และติดตามนโยบายของพรรคภูมิใจไทยเร็วๆนี้นะครับ” นายร่มธรรม ระบุ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบุคคลในภาพ ที่ร่วมคิดนโยบายพรรคภูมิใจไทย  อาทิ  นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ  รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง  นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ร่วมด้วย

นายกฯ รอ สีหศักดิ์ แจงรายละเอียดประชุม GBC ชี้หยุดยิงให้ ‘กองทัพ’ ตัดสินใจด้านความมั่นคง

นายกฯ รอ สีหศักดิ์ แจงรายละเอียดประชุม GBC ชี้หยุดยิงให้ ‘กองทัพ’ ตัดสินใจด้านความมั่นคง

นายกฯ รอ สีหศักดิ์ แจงรายละเอียดประชุม GBC ชี้หยุดยิงให้ ‘กองทัพ’ ตัดสินใจด้านความมั่นคง

วันจันทร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 17.39 น.

‘นายกฯ’ ขอรอ ‘สีหศักดิ์’ บินกลับมาแจงรายละเอียดประชุม GBC ปมไทย-กัมพูชา รับยังไม่ทราบเรื่องปม ‘หยุดยิง’ ย้ำต้องคุย ‘กองทัพ’ ก่อนอยู่แล้ว รัฐบาลตัดสินใจฝ่ายเดียวไม่ได้

วันที่ 22 ธันวาคม 2568 เมื่อเวลา15.55น. ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทยกล่าวถึงกรณีที่นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ แถลงภายหลังการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนไทยจะมีการหารือคณะกรรมการชายแดนทั่วไป หรือ GBC ในวันที่ 24 ธ.ค.นี้ว่า ขอรอนายสีหศักดิ์ กลับมาจากมาเลเซียก่อน ซึ่งจะกลับมารายงานให้ตนทราบอีกครั้งหนึ่ง

เมื่อถามต่อว่า แม้แต่ในเวทีเจรจาทางฝ่ายกัมพูชาขอเจรจาหยุดยิง แต่กลับสวนทางกับนายฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ที่ออกมาประกาศ ในลักษณะอาจทำสงครามยึดเยื้อ นายอนุทิน  กล่าวสั้นๆว่า “อ๋อ เหรอ” ก่อนจะหัวเราะ แล้วเดินออกจากวงสัมภาษณ์ พร้อมกล่าวย้ำว่า “เรามีจุดยืนของเราอยู่แล้ว”

เมื่อถามย้ำว่า เหตุการณ์สู้รบนั้นจะยืดเยื้อถึงเมื่อไหร่ นายกฯ ปฎิเสธที่จะตอบคำถามดังกล่าว

เมื่อถามถึง การหารือร่วมกับผู้บัญชาการเหล่าทัพ บนตึกไทยคู่ฟ้า ซึ่งมีการเผยแพร่ภาพออกมา ปรากฏภาพผู้นำเหล่าทัพมีสีหน้าไม่ค่อยสู้ดี เพราะมีการพูดคุยเรื่องหยุดยิงหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวปฏิเสธว่า ไม่ จำได้ว่าทุกคนโอเคเนื่องจากเรามาคุยหารือ

เมื่อถามว่า มีการพูดคุยถึงการเจรจาหยุดยิงหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราคุยกันแทบทุกเรื่อง เพื่อติดตามความคืบหน้า และถามถึงสถานการณ์ความเป็นไป ที่ไม่สามารถเปิดเผยได้อยู่แล้ว

เมื่อถามย้ำว่าวันที่ 24 ธ.ค.นี้ จะมีการเจรจาหยุดยิงอย่างเดียวหรือไม่ นายอนุทิน  กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบเรื่อง

เมื่อถามต่อว่า  ก่อนที่จะมีการประชุม GBC จะต้องมีการหารือกับกองทัพอีกครั้งใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องท่าทีทางการทหาร จะต้องหารือกับทางกองทัพอยู่แล้ว รัฐบาลจะไปตัดสินใจฝ่ายเดียวไม่ได้

‘เท้ง’ เยี่ยมครอบครัวพลทหารเสียชีวิตเหตุปะทะ ไทย-กัมพูชา แนะพักหนี้-เร่งจ่ายเงินเยียวยา-เบี้ย ชรบ.

‘เท้ง’ เยี่ยมครอบครัวพลทหารเสียชีวิตเหตุปะทะ ไทย-กัมพูชา แนะพักหนี้-เร่งจ่ายเงินเยียวยา-เบี้ย ชรบ.

‘เท้ง’ เยี่ยมครอบครัวพลทหารเสียชีวิตเหตุปะทะ ไทย-กัมพูชา แนะพักหนี้-เร่งจ่ายเงินเยียวยา-เบี้ย ชรบ.

วันจันทร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 17.31 น.

“เท้ง” เยี่ยมครอบครัวพลทหาร – ศูนย์อพยพ ศรีษะเกษ แนะรบ.พักหนี้ – ชัดเจนเบี้ยชรบ.-เยียวยาครัวเรือน -ปรับระเบียบเบิกจ่ายท้องถิ่น 

วันที่ 22 ธันวาคม 2568 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรตประชาชน โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า เยี่ยมครอบครัวพลทหารเทอดศักดิ์ที่เสียชีวิตในสมรภูมิปราสาทคนา และพี่น้องในศูนย์อพยพใน 3 อำเภอ จังหวัดศรีสะเกษ

“ยังคิดถึง และอยากให้เขาอยู่” – เสียงจากคุณอา ผู้ดูแลพลทหารเทอดศักดิ์ตั้งแต่เล็ก เนื่องจากพ่อแม่เสียชีวิต

ครอบครัวได้เล่าให้ฟังว่า กองทัพดูแลดี เยียวยาให้แล้วบางส่วน และรอให้พี่ชายของเทอดศักดิ์เรียน กศน. จบ ม.3 ก็จะบรรจุเข้ารับราชการให้มาดูแลครอบครัวแทนเทอดศักดิ์ต่อไป

เมื่อถามถึงเงินเยียวยาอื่น ๆ จากรัฐบาล เช่น เงิน 10 ล้านให้กับทหารที่เสียชีวิต ทางครอบครัวไม่ได้เรียกร้อง เพราะไม่มีอะไรทดแทนชีวิตที่เสียไปได้ ซึ่งเข้าใจว่าหน่วยงานน่าจะกำลังดำเนินการให้อยู่ แต่ยังไม่ได้รับเงินในส่วนนี้

เป็นเวลาราว 20 นาที ที่ได้นั่งพูดคุยกับครอบครัวของพลทหารเทอดศักดิ์ ผมขอเป็นกำลังใจให้กับคุณอาและครอบครัว อยากให้นึกถึงหน้าหลานและมีกำลังใจไปต่อ เพราะทุกวันนี้ยังมีอาการเครียด กินยานอนหลับจากหมอก็ยังนอนไม่ค่อยหลับ ด้วยความเสียใจและคิดถึง

ช่วงเช้า ผมไปเยี่ยมศูนย์อพยพใน 3 อำเภอ จังหวัดศรีสะเกษ เกือบทุกศูนย์ประชาชนเริ่มทยอยเดินทางกลับบ้านไปแล้วส่วนหนึ่ง นอกจากความรู้สึกอยากกลับบ้านที่อยู่ในใจพี่น้องชายแดนทุกคน มีประเด็นที่เป็นข้อเสนอจากในพื้นที่ ดังนี้ครับ

1) เนื่องจากทุกครอบครัวขาดรายได้ และเกือบทุกคนก็มีหนี้ โดยเฉพาะหนี้กองทุนหมู่บ้าน ที่ปกติช่วงปลายปี จะเป็นช่วงที่ต้องจ่ายงวดหนี้คืนกองทุน – เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งหลายระลอกในปีนี้ ทุกครอบครัวในพื้นที่ปะทะที่รับจ้างขาดรายได้มาแรมเดือน ทุเรียน ยาง พืชผลเสียหาย เพราะดูและเก็บเกี่ยวไม่ได้ – อยากให้มีนโยบายพักหนี้ โดยเฉพาะหนี้กองทุนหมู่บ้าน ที่ขณะนี้ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละกอง อยากให้พักหนี้เหมือน ๆ กันทุกกองทุน (ทุกหมู่บ้าน) รวมถึงหนี้ ธกส. ด้วย
.
2) เบี้ย ชรบ. 120 บาท/วัน เพิ่งได้รับไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ แต่เป็นของเหตุปะทะครั้งก่อนช่วงเดือน ก.ค. – อยากทราบความชัดเจนของการจ่ายเบี้ย ชรบ. ในช่วงเหตุปะทะรอบนี้


.
3) เงินเยียวยารายครัวเรือน – ปัจจุบันจ่ายให้เฉพาะบ้านที่อพยพไปอยู่ศูนย์พักพิง แต่จากการสอบถามแกนนำผู้ใหญ่ในพื้นที่พบว่าโดยเฉลี่ย จะมีบ้านที่เขาขออยู่ต่อ ไม่อพยพไปอยู่ศูนย์ด้วยเหตุผลความจำเป็น มีจำนวนราว ๆ 10% – ซึ่งบ้านที่ไม่อพยพจะไม่ได้รับเงินเยียวยา แต่ทุกบ้านล้วนได้รับผลกระทบเนื่องจากประกอบอาชีพไม่ได้เหมือนกับคนอื่น ๆ – อยากให้รัฐบาลทบทวนหลักเกณฑ์การจ่ายในส่วนนี้ ให้เยียวยาถ้วนหน้าทุกครัวเรือนที่อยู่ในพื้นที่อพยพ

4) ระเบียบการเบิกจ่ายท้องถิ่น ที่ปัจจุบันเทศบาล/อบต. ปลายทางที่เป็นเจ้าของพื้นที่ที่ดูแลศูนย์อพยพต้องเป็นคนสำรองจ่ายไปก่อน โดยตามระเบียบจะสามารถเบิกคืนได้สูงสุด 5 วัน ทำให้เทศบาล/อบต. ปลายทางที่เขาพร้อมดูแลประชาชนต่างพื้นที่ที่อพยพมาดูแล้วต้องแบกรับ คชจ. แทน – มีเสียงสะท้อนว่า อยากให้ปรับระเบียบให้นำงบประมาณจากเทศบาล/อบต. ต้นทางในพื้นที่อพยพ โอนมาสนับสนุนให้กับพื้นที่ปลายทางได้ ก็จะทำให้เกิดการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

สำหรับเรื่องเฉพาะหน้าแต่สำคัญ วันนี้มีการประชุม ASEAN Ministerial Meeting ที่มีวาระสำคัญคือการพบกันระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศไทย-กัมพูชา และได้ข้อสรุปว่าจะมีการพูดคุยการเพื่อหารือรายละเอียดการหยุดยิงผ่านกลไก GBC ในวันที่ 24 ธันวาคมนี้ ผมหวังป็นอย่างยิ่งว่าจะมีข่าวดีที่พี่น้องชายแดนอยากได้ยินในเร็ววันนี้ นั่นก็คือการได้ “กลับบ้าน”
 

เช็คสถานะที่นี่ กกต.เปิดช่องทางลงทะเบียน เลือกตั้งล่วงหน้า ครอบคลุม แก้ไขสถานที่–แจ้งปัญหา

เช็คสถานะที่นี่ กกต.เปิดช่องทางลงทะเบียน เลือกตั้งล่วงหน้า ครอบคลุม แก้ไขสถานที่–แจ้งปัญหา

เช็คสถานะที่นี่ กกต.เปิดช่องทางลงทะเบียน เลือกตั้งล่วงหน้า ครอบคลุม แก้ไขสถานที่–แจ้งปัญหา

วันจันทร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 17.18 น.

“กกต.” เปิดช่องทางแก้ไขสถานที่–แจ้งปัญหา เช็คสถานะลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า ครอบคลุมในเขต-นอกเขต-นอกราชอาณาจักร

วันที่ 22 ธันวาคม 2568 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกเอกสารประชาสัมพันธ์ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ไม่สามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ. 2569 สามารถลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้ง (ล่วงหน้า) ในเขต / นอกเขต / นอกราชอาณาจักร ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 5 ม.ค. 2569 โดยสามารถลงทะเบียนผ่านทางเว็บไซต์ ดังนี้
1.ระบบลงทะเบียนใช้สิทธินอกเขตเลือกตั้ง https://boraservices.bora.dopa.go.th/election/outvote/

2.ระบบลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ทางอินเทอร์เน็ต https://boraservices.bora.dopa.go.th/election/popout/

3.ระบบตรวจสอบการลงทะเบียนขอใช้สิทธินอกเขตเลือกตั้ง ในเขต / นอกเขต / นอกราชอาณาจักร และบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง https://boraservices.bora.dopa.go.th/election/enqelection

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถตรวจสอบสิทธิการเลือกตั้งของตนเองว่ามีสิทธิเลือกตั้งที่ไหน ตามข้อ 3 ได้ตั้งแต่วันที่ 13 ม.ค.2569 เป็นต้นไป

นอกจากนี้ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ได้ยื่นลงทะเบียนออนไลน์แล้ว หากประสงค์จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงสถานที่ลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้ง (ล่วงหน้า) เฉพาะนอกเขตเลือกตั้งหรือนอกราชอาณาจักร สามารถดำเนินการได้จนถึงวันปิดการลงทะเบียน (วันที่ 5 ม.ค. 2569)  และหากประสบปัญหาหรือพบข้อขัดข้องในการลงทะเบียนดังกล่าว สามารถแจ้งปัญหาได้ทางอีเมล citg.bora@mail.dopa.go.th โดยประชาชนสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ที่เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง www.ect.go.th สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1444

กกต. ตอบ ปชน. เรียน กศน. ลงส.ส.ได้ แต่ต้องศึกษาในจังหวัดที่สมัคร ไม่น้อยกว่า 5 ปี

กกต. ตอบ ปชน. เรียน กศน. ลงส.ส.ได้ แต่ต้องศึกษาในจังหวัดที่สมัคร ไม่น้อยกว่า 5 ปี

กกต. ตอบ ปชน. เรียน กศน. ลงส.ส.ได้ แต่ต้องศึกษาในจังหวัดที่สมัคร ไม่น้อยกว่า 5 ปี

วันจันทร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 17.16 น.

กกต.ตอบปชน. เรียนกศน.ลงสมัครสส.ได้ แต่ต้องเรียนจริงในสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในจังหวัดที่ลงสมัครติดต่อกันไม่น้อยกว่า 5 ปีการศึกษา

วันที่ 22 ธันวาคม 2568 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ได้ตอบข้อสอบถามของพรรคประชาชนในประเด็นที่เกี่ยวกับคุณสมบัติการสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยมีสาระสำคัญคือสำนักงานกกต.เห็นว่าการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยหรือ (กศน.) ถือเป็น “สถานศึกษา” ตามมาตรา 41 (4) (ค)พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2566 ซึ่งการนับปีการศึกษาตามบทบัญญัติดังกล่าวที่กำหนดว่า ” เคยศึกษาในสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า5  ปีการศึกษา” ของบุคคลที่เข้ารับการศึกษาแบบกศน.และประสงค์จะสมัครรับเลือกตั้งเป็นสส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งนั้น ก็ให้พิจารณาตามระยะเวลาปีการศึกษาที่ได้ศึกษาจริงในสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในจังหวัดที่สมัคร

ส่วนที่ผู้ประสงค์สมัครสส.แบบแบ่งเขตในจังหวัดหนองคายสอบผ่านระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจากหลักสูตรกศน.ที่จังหวัดหนองคายโดยใช้เวลาเข้ารับการศึกษาแต่ละระดับๆละ 6 เดือน ทั้งที่ในการศึกษาแบบสามัญทั่วไปแต่ละระดับโดยปกติใช้ระยะเวลาศึกษา 3 ปีการศึกษา ลักษณะนี้จะถือว่าบุคคลดังกล่าวได้เคยศึกษาในสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในจังหวัดหนองคายเป็นเวลาติดต่อกันรวม 6 ปีการศึกษาและมีคุณสมบัติเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งของจังหวัดหนองคาย ตามมาตรา 41 (4) (ค) พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 หรือไม่นั้น สำนักงาน กกต.เห็นว่าคุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสส.ตามมาตราดังกล่าวจะต้องเคยศึกษาในสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 5 ปีการศึกษา โดยพิจารณาตามระยะเวลาปีการศึกษาที่ได้ศึกษาจริงในสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้ง 

ทั้งนี้ พรรคประชาชนจะต้องพิจารณาตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครรับเลือกตั้งให้ถูกต้องครบถ้วนตามมาตรา 41 และมาตรา 42 และปฏิบัติให้เป็นไปตามมาตรา 43 หรือมาตรา 56 แห่งพระราชบัญญัติฉบับเดียวกัน และที่พรรคประชาชนสอบถามว่า ผู้จะสมัครส.สแบบแบ่งเขต ต้องเกิดหรือเคยศึกษาในสถานศึกษาเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าห้าปีการศึกษา หรือเคยรับราชการหรือปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐหรือเคยมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 5 ปี ตามแต่กรณี อยู่ในอำเภอหรือกิ่งอำเภอของจังหวัด ๆ หนึ่ง หรือ“จังหวัดเดิม”แต่ต่อมาได้มีการประกาศใช้พ.ร.บ.จัดตั้งจังหวัดขึ้นเป็นจังหวัดใหม่ โดยมีผลเป็นการแยกอำเภอ หรือกิ่งอำเภอใน “จังหวัดเดิม” ออกจากเขตการปกครองของ “จังหวัดเดิม” มารวมเป็น“จังหวัดที่จัดตั้งขึ้นใหม่”นั้น คำว่า“จังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้ง” ตามนัยมาตรา 41 (4) (ข) (ค) และ (ง) พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพ.ศ. 2561 หมายถึง “จังหวัดเดิม” (อันเป็นการอ้างอิงจาก “ชื่อ” ของจังหวัดเดิม เป็นสำคัญในการกำหนดคุณสมบัติการสมัครรับเลือกตั้ง) หรือ “จังหวัดที่จัดตั้งขึ้นใหม่” (อันเป็นการอ้างอิงตำแหน่งที่ตั้งในทางภูมิศาสตร์ เป็นสำคัญในการกำหนดคุณสมบัติการสมัครรับเลือกตั้ง)  สำนักงานกกต.พิจารณาแล้วมีความเห็นว่า คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครเป็นสส.ในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้งตามมาตรา 41 (4) (ข) (ค) และ (ง) พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสส.  2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2566 นั้น เป็นไปตามจังหวัดปัจจุบันที่จะนำมาพิจารณาคุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสส. อย่างไรก็ตามใน2ประเด็นนี้การพิจารณาคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครรับเลือกตั้งในเบื้องต้นเป็นหน้าที่และอำนาจของผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง ตามมาตรา 46 หรือกกต.ตามมาตรา 58 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว แล้วแต่กรณี

แรงทะลุมิติ! นักเขียนดัง ซัดคนถูกตัดสิทธิ์ตลอดชีวิต โหนแสง-สามหาว เป็นอาวุธไร้สภาพพรรคส้ม

แรงทะลุมิติ! นักเขียนดัง ซัดคนถูกตัดสิทธิ์ตลอดชีวิต โหนแสง-สามหาว เป็นอาวุธไร้สภาพพรรคส้ม

แรงทะลุมิติ! นักเขียนดัง ซัดคนถูกตัดสิทธิ์ตลอดชีวิต โหนแสง-สามหาว เป็นอาวุธไร้สภาพพรรคส้ม

วันจันทร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 17.00 น.

วันที่ 22 ธันวาคม 2568 นายปฏิพล อภิญญาณกุล นักเขียนชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก “Padipon Apinyankul” ระบุว่า เปิดแผนรบยังไง ให้ตัวเองมีแผล ?

คนที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง #ตลอดชีวิต 

มีข้อได้เปรียบคือ

จะโหนแสง ตอหรู ปลิ้นตา สามหาว อย่างไรก็ได้ เพราะไม่สามารถลงโทษอะไรในทางการเมืองอีกแล้ว

เธอ จึงถือว่าเป็นอาวุธที่ไร้สภาพของพรรคส้ม . แม้นไร้คม แต่ก็ใช้ด้ามทู่ ๆ ฟาดออกไปให้เกะกะ รำคาญ ในสนามแข่งขัน

นี้ถ้ากฏหมายสามารถตัดสินว่า  “ตัดสิทธิ์ทางการเมืองตลอดชาตินี้ และชาติหน้า” – – รับรองเธอจะเป็นคนแรก

แต่นั้นแหละ เดี๋ยวจะหาว่า “รัฐพันลึก”

ลองโทรข้ามมิติไปถาม “พี่ดีปรี” ดูซิ  . พี่ดีปรีก็จะบอกว่า

แท้ที่จริงแล้ว นางเองนั้นแหละ ที่..

“คำพูดพันคอ”

น้อยคนนักที่จะสำลักน้ำลายตาย