‘กกต.กทม.’เผยความพร้อมรับสมัครผู้สมัคร 33 เขต เปิด‘กฎเหล็ก’หาเสียง คาดผู้มาใช้สิทธิ์เพิ่มขึ้น

‘กกต.กทม.’เผยความพร้อมรับสมัครผู้สมัคร 33 เขต เปิด‘กฎเหล็ก’หาเสียง คาดผู้มาใช้สิทธิ์เพิ่มขึ้น

‘กกต.กทม.’เผยความพร้อมรับสมัครผู้สมัคร 33 เขต เปิด‘กฎเหล็ก’หาเสียง คาดผู้มาใช้สิทธิ์เพิ่มขึ้น

วันจันทร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 12.38 น.

‘กกต.กทม.’เผยความพร้อมรับสมัครผู้สมัคร 33 เขต เร่งแก้ไขระบบลงทะเบียนล่วงหน้าหลังพบประชาชนบางส่วนลงทะเบียนไม่ได้ เหตุสมาร์ทโฟนบางรุ่นไม่รองรับ อนุญาตใช้รถแห่ แต่ห้ามจัดมหรสพ-การรื่นเริง แจ้งชัดติดป้ายผิดที่มีสิทธิถูกรื้อถอนพร้อมเรียกค่าใช้จ่าย เตือนประชาชนเผื่อเวลาใช้สิทธิ 2 ขั้นตอน ห่วงฝนกระทบคิวหน่วยเลือกตั้ง มั่นใจบริหารจัดการได้–คาดผู้มาใช้สิทธิเพิ่มจากครั้งก่อน

22 ธันวาคม 2568 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าที่ร้อยตรีสัมพันธ์ แสงคำเลิศ ผู้อำนวย กกต.ประจำกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการเปิดรับสมัครผู้สมัครรับเลือกตั้งสส.ในกรุงเทพฯว่า เราได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์การรับสมัครรับเลือกตั้งไปยังพรรคการเมืองต่างๆ เพื่อให้ผู้ที่ประสงค์ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตได้ดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้น และปัจจุบันมีการสอบถามเป็นระยะๆ

นอกจากนี้ได้มีการตรวจสอบในส่วนของการเป็นสมาชิกพรรค และการเสียสิทธิของผู้สมัคร โดยในบางรายก็มีการนำเอกสารหลักฐานมาให้ตรวจสอบแล้ว ในส่วนของการเตรียมการของกรุงเทพมหานคร วันที่ 25 ธ.ค.2568 เราจะทำการจัดสถานที่รับสมัคร และวันที่ 26 ธ.ค.2568 จะทำการประชุมชี้แจงซักซ้อมทำความเข้าใจกับคณะกรรมการรับสมัครรับเลือกตั้ง ณ สถานที่จริงที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 สนามกีฬาไทย – ญี่ปุ่น ดินแดง

เมื่อถามว่าจะมีการเน้นย้ำเรื่องคุณสมบัติ หรือการใช้รถแห่ในการมหรสพกับผู้สมัครอย่างไร ว่าที่ร้อยตรีสัมพันธ์ กล่าวว่า ในส่วนของกทม.จะรับสมัครทั้ง 33 เขต ในสถานที่เดียวกันซึ่งอาจจะมีคนมาให้กำลังใจ เบื้องต้นได้ประสานและประชาสัมพันธ์ในเรื่องวิธีการในการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียง อย่างเรื่องการใช้รถแห่ในการประชาสัมพันธ์สามารถทำได้ แต่ต้องไม่มีการจัดมหรสพหรือการรื่นเริง ซึ่งได้กำชับในเบื้องต้นแล้ว

ส่วนเรื่องการติดตั้งป้ายหาเสียงขณะนี้อยู่ในระหว่างการประสานกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้มีการประกาศสถานที่ในการติดตั้งป้ายหาเสียง และประกาศของผู้สมัคร ดังนั้นผู้สมัครสามารถติดตั้งป้ายและประกาศต่างๆ เหมือนกับปี 2566 โดยหลังจากที่ผอ.กกต.กทม.ได้มีการลงนามประกาศสถานที่ติดป้ายหาเสียงแล้ว ก็จะมีการแจ้งให้กับผู้สมัครได้ทราบอีกครั้ง ซึ่งหากผู้สมัครมีการติดตั้งผิดสถานที่ ทางสำนักงานกกต.จังหวัด หรือกรุงเทพมหานคร ก็จะแจ้งให้ผู้สมัครดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้อง หากไม่ดำเนินการแก้ไขผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดและกรุงเทพมหานคร ก็จะดำเนินการรื้อถอน และนำไปคิดค่าใช้จ่ายกับผู้สมัคร ซึ่งขณะนี้ได้ประสานให้กับผู้ที่จะลงสมัครได้ดำเนินการให้ถูกต้อง

“ในวันที่ 24 ธ.ค. จะมีการประกาศสถานที่ติดป้ายหาเสียง ในกรุงเทพฯได้บางส่วน และอีกส่วนหนึ่งหน่วยงานก็จะทยอยแจ้งเข้ามา ทางกกต.กทม.ก็จะแจ้งให้กับผู้สมัครทราบในวันรับสมัคร โดยจะแจ้งเป็นคิวอาร์โค้ด เมื่อมีการเพิ่มเติมก็จะเพิ่มเข้าไปในฐานข้อมูลนั้นๆ” ว่าที่ร้อยตรีสัมพันธ์ กล่าว

ว่าที่ร้อยตรีสัมพันธ์ ยังกล่าวถึงการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า ที่ประชาชนร้องเรียนว่าไม่สามารถลงทะเบียนได้ ว่า ทราบว่าสาเหตุมาจากสมาร์ทโฟนบางรุ่นยังไม่รองรับ ทางสำนักงานกำลังดำเนินการแก้ไขอยู่ เนื่องจากเลขากกต.ได้มีการกำกับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขอย่างเร่งด่วนตั้งแต่เมื่อคืน เพราะกระทบต่อประชาชน ซึ่งคาดว่าน่าจะเสร็จภายในวันนี้

ว่าที่ร้อยตรีสัมพันธ์ กล่าวอีกว่า สิ่งที่เป็นห่วงในการเลือกตั้งครั้งนี้ซึ่งจะมีการลงคะแนนเลือกตั้งสส. และการออกเสียงเป็นประชามติในวันเลือกตั้งเกรงว่าจะมีฝนตกลงมา อาจจะทำให้กระบวนการสะดุด เพราะโดยขั้นตอนผู้มาใช้สิทธิจะต้องใช้สิทธิใน 2 ช่วง ช่วงแรกสำหรับการเลือกตั้งสส. จะต้องมีการแสดงตนรับบัตร 2 ใบ เข้าคูหากากบาท และหย่อนบัตรให้ตรงหีบ หลังจากนั้นจึงเข้าสู่กระบวนการออกเสียงประชามติ ซึ่งก็จะต้องมีการแสดงตนในหน่วยถัดไปที่อยู่ติดกัน โดยรับบัตรออกเสียง เข้าคูหากาบัตร ซึ่งประชาชนที่จะต้องเผื่อเวลาในการออกมาใช้สิทธิ เพราะอาจจะต้องใช้เวลาเพิ่มอีกเล็กน้อย ซึ่งคิดว่าที่ออกแบบไว้ประชาชนจะไม่สับสน เนื่องจากจะมีการเข้าออกทางเดียว และเรื่องนี้เราไม่เป็นห่วงมาก เพราะประชาชนได้มีการสอบถามข้อมูลอย่างต่อเนื่อง และการประชาสัมพันธ์ของสื่อทำให้เชื่อมั่นว่าในส่วนของกทม. หากจะเกิดปัญหาก็เพียงเล็กน้อย สามารถแก้ไขได้ โดยประเมินว่าการออกมาใช้สิทธิของชาวกทม.ในครั้งนี้ จะมากกว่าการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาที่ใช้สิทธิอยู่ร้อยละ 70 ต้นๆ

อย่างไรก็ตาม ในวันพรุ่งนี้(23 ธ.ค.) กกต.กทม. มีการประชุมคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกับส่วนของการรับสมัคร รวม 280 คน ที่สำนักงานกรุงเทพมหานคร 2 ซึ่งก็จะมีการกำชับในเรื่องเหล่านี้ และอีกส่วนหนึ่งคือมีการทำหนังสือประชาสัมพันธ์ไปยังทุกหน่วยงานสังกัดกรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่ไม่ได้สังกัด ประมาณ 450 หน่วยงานเพื่อเชิญชวน และจะทำเรื่องโรงเรียนและเครือข่าย 6 สัปดาห์ประชาธิปไตยโดยจะมีกิจกรรมแต่ละสัปดาห์ที่แตกต่างกันออกไป ยืนยันว่าในส่วนของบุคลากรที่เกี่ยวข้องในการจัดการเลือกตั้งมีความพร้อม เพราะระยะเวลาในการจัดการเลือกตั้งทุกครั้งก็จะมีลักษณะกระชั้นคิดเช่นนี้เร่งด่วนแบบนี้ซึ่งเราก็จัดการเลือกตั้งได้ เวลาระยะเวลาในการจัดการเลือกตั้งไม่ได้กระชั้นชิด ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็มีประสบการณ์ในการดำเนินการมาโดยตลอด

ว่าที่ร้อยตรีสัมพันธ์ ยังกล่าวถึงการออกเสียงประชามตินอกเขตเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ. 2569 ว่า การออกเสียงประชามติจะไม่มีการออกเสียงล่วงหน้า มีแต่การออกเสียงนอกเขต ซึ่งจะต้องดำเนินการในวันที่ 8 ก.พ.2569 โดยผู้ที่ประสงค์จะออกเสียงนอกเขตเลือกตั้ง จะต้องลงทะเบียน ซึ่งทางกกต.จะมีการจัดสถานที่ในการออกเสียงประชามตินอกเขตแยกไว้ต่างหากในแต่ละเขต ซึ่งเบื้องต้นก็จะใช้สถานที่ที่ลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าที่แต่ละเขตจัดไว้ในวันที่ 1 ก.พ.2569 เป็นสถานที่ออกเสียงประชามตินอกเขต

‘กมธ.ทหาร สว.’เตรียมเชิญ 3 หน่วยงาน แจงปม‘พ่อค้า’ฉวยโอกาสค้าน้ำมันให้เขมร

‘กมธ.ทหาร สว.’เตรียมเชิญ 3 หน่วยงาน แจงปม‘พ่อค้า’ฉวยโอกาสค้าน้ำมันให้เขมร

‘กมธ.ทหาร สว.’เตรียมเชิญ 3 หน่วยงาน แจงปม‘พ่อค้า’ฉวยโอกาสค้าน้ำมันให้เขมร

วันจันทร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 12.28 น.

‘กมธ.ทหาร สว.’เตรียมเชิญ 3 หน่วยงาน แจงปม‘พ่อค้า’ฉวยโอกาสช่วงสงคราม‘ค้า-ขนน้ำมันเถื่อน’ มาเลเซีย-สิงคโปร์หนุนช่วย‘เขมร’ทำกระทบ ‘อธิปไตยไทย’

22 ธันวาคม 2568 นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภา(สว.) ในฐานะเลขานุการและโฆษกกรรมาธิการ(กมธ.) ทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา กล่าวว่า พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา สว. ในฐานะประธานกมธ.การทหารฯ เรียกประชุมกมธ. เพื่อรับความข้อคิดเห็นเรื่องข้อพิพาท ระหว่าง ประเทศไทย กับ ประเทศกัมพูชา ที่นำไปส่งการสู้รบตลอดแนวชายแดน7 จังหวัด ด้านตะวันออก ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ทหารเสียชีวิตไปแล้วกว่า 20 ราย และบาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง ประชาชนในแนวชายแดน ได้รับความไม่ปลอดภัยต้องอพยพมาอาศัยศูนย์อพยพ กว่า 200,000 คน ได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก

นายไชยยงค์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ตามช่องทางธรรมชาติ ยังลักลอบนำเข้า-ส่งออกสินค้าทางการเกษตร จากฝั่งกัมพูชา และมีการส่งออกสินค้ายุทธภัณฑ์ จากประเทศไทย ไปสนับสนุนกัมพูชา  รวมทั้งพบว่า มีการส่งน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นจำนวนมากไปยัง สปป.ลาว ผ่านทางด่านชายแดนช่องเม็ก จังหวัดอุบลราชธานี อย่างผิดสังเกต รวมทั้งยังมีรายงานข่าวว่า มีขบวนการค้าน้ำมันเถื่อน จากมาเลเซียและสิงคโปร์ ไปให้กัมพูชา ทางทะเลที่มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศไทย ซึ่ง กรรมาธิการทหารฯ เห็นว่า เรื่องที่เกิดขึ้น มีความไม่ชอบมาพากล อาจจะมีการฉวยโอกาสค้าสงครามจากกลุ่มพ่อค้าและหน่วยงานบางหน่วยงาน ที่ไม่ได้สนใจกับความ ผิดปกติที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นการสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อความมั่นคงของประเทศ

เลขาฯกมธ.การทหารฯ สว. กล่าวด้วยว่า ในการประชุมกมธ.ฯวันที่ 23 ธ.ค.นี้ เวลา 09.00 น. ได้เชิญปลัดกระทรวงพลังงาน หรือ ผู้แทน, อธิบดีกรมศุลกากร หรือผู้แทน และเลขาธิการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ทางทะเล(ศรชล. อ่านว่าสอน-ชน) หรือผู้แทน เข้าชี้แจง การควบคุมการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงและยุทธภัณฑ์ และการสกัดกั้นน้ำมันและยุทธปัจจัยทางทะเลในพื้นที่เสี่ยง รวมถึงปัจจัยความเสี่ยงอื่นๆที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการรักษาอธิปไตยและความมั่นคงของชาติต่อไป

‘สมช.’เคาะผุดวอร์รูม‘โดรนแห่งชาติ’ เตือนบินในพื้นที่อันตรายโทษถึงประหาร

‘สมช.’เคาะผุดวอร์รูม‘โดรนแห่งชาติ’ เตือนบินในพื้นที่อันตรายโทษถึงประหาร

‘สมช.’เคาะผุดวอร์รูม‘โดรนแห่งชาติ’ เตือนบินในพื้นที่อันตรายโทษถึงประหาร

วันจันทร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 12.19 น.

‘สมช.’เตือนใช้‘โดรน’ในพื้นที่อันตราย มีโทษประหารชีวิต ตั้งศูนย์จัดการ‘โดรนแห่งชาติ’ ชี้วงถกรมต.อาเซียน จบปัญหาได้ ต้องเป็นการหารือทวิภาคี

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 22 ธันวาคม 2568 ที่สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) ทำเนียบรัฐบาล นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสมช. แถลงผลการประชุมสมช. ครั้งที่ 17/2568 ว่า ที่ประชุมได้หารือกรณีพบโดรนที่เข้ามาในพื้นที่จุดสำคัญ ต่างๆ ทั้ง พื้นที่สนามบิน และจังหวัดชายแดน เนื่องจากมีการพบโดรนจำนวนหนึ่งเข้ามาในพื้นที่ สำนักงานการบินพลเรือน ได้ออกประกาศกำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมมีผลตั้งแต่วันที่ 20 ธ.ค. ในพื้นที่จังหวัดชายแดน และสนามบินสำคัญทั่วประเทศ ที่ประชุมวันนี้มีมติที่สำคัญ  2 ส่วน คือ มาตรการระยะเร่งด่วน และมาตรการระยะยาว

สำหรับมาตรการเร่งด่วน ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำนักงานการบินพลเรือน สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) สนับสนุนการดำเนินการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการจัดการกับโดรนเป้าหมายที่เข้ามาในพื้นที่ รวมถึงกำหนดมาตรการป้องกันสืบสวนสอบสวนและแอนตี้โดรน เพื่อประสานงานอย่างใกล้ชิดและให้การดำเนินการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ให้กระทรวงกลาโหมผ่อนคลายมาตรการในการอนุญาตให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดหาแอนตี้โดรนได้ ที่เป็นยุทธภัณฑ์จึงต้องขออนุญาตกองทัพ ใช้เตรียมการให้มีไว้ป้องกันพื้นที่ ให้มีการเข้มงวดในการนำเข้า และตรวจสอบการลักลอบนำเข้าโดรน และประชาสัมพันธ์ให้ทราบว่าการบินโดรน เข้ามาในพื้นที่ความมั่นคงมีโทษร้ายแรงโดยเฉพาะสนามบิน ที่มีโทษสูงสุดคือการประหารชีวิต หากมีการใช้โดรน และพบว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงก็ถือว่ามีมีความผิดตามกฎหมายอาญาด้วย

สำหรับมาตรการระยะยาว ก่อนหน้านี้มติสมช.เคยมีมติให้กองทัพอากาศเป็นหน่วยงานหลักในการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การทำงานเป็นเอกภาพ โดยการดำเนินการ จัดตั้งเป็นองค์กรขึ้นมา คือ ศูนย์บริหารจัดการควบคุมต่อต้านอากาศยานไม่มีคนขับแห่งชาติ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆที่ทันสมัยในอนาคตรวมถึงการพัฒนาบุคลากรให้มีความพร้อมในการใช้เครื่องมือดังกล่าวซึ่งเป็นทักษะขั้นสูง และเห็นชอบทบทวนกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องเรื่องของการเพิ่มโทษในกรณีที่มีการใช้โดรนที่กระทบต่อความมั่นคง

นายฉัตรชัย กล่าวด้วยว่า สำหรับการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนเพื่อพูดถึงปัญหาชายแดนไทยกัมพูชาวันนี้ที่ประเทศมาเลเซีย เป็นเรื่องที่ดีที่ฝ่ายต่างๆเข้ามาขับเคลื่อน แต่ที่ประชุมได้ยืนยันหลักการตามที่เคยมีมติสมช.ไปแล้วว่า เป้าหมายปลายทางสุดท้ายต้องเป็นการหารือทวิภาคีไทยกัมพูชา

เมื่อถามว่าการจบปัญหาที่เกิดขึ้นได้ ต้องจบที่การหารือระหว่างไทย-กัมพูชา ใช่หรือไม่ นายฉัตรชัย กล่าวว่า ใช่ครับ

หลุดพ้นทนหายใจสู่ไทยหายจน! ‘อภิสิทธิ์’เปิดแคมเปญหาเสียงเลือกตั้งปชป.

หลุดพ้นทนหายใจสู่ไทยหายจน! ‘อภิสิทธิ์’เปิดแคมเปญหาเสียงเลือกตั้งปชป.

หลุดพ้นทนหายใจสู่ไทยหายจน! ‘อภิสิทธิ์’เปิดแคมเปญหาเสียงเลือกตั้งปชป.

วันจันทร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 11.28 น.

หลุดพ้นทนหายใจสู่ไทยหายจน! ‘อภิสิทธิ์’เปิดแคมเปญหาเสียงเลือกตั้งปชป. ‘ไทยหายจน’ พาคนไทยหลุดพ้นปัญหา ขจัดความจน แก้ปัญหาสังคม พัฒนาคุณภาพชีวิต ไม่ต้อง‘ทนหายใจ’ไปวัน ๆ 

เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.2568 ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงเปิดตัวแคมเปญหาเสียงเลือกตั้งของพรรคประชาธิปัตย์อย่างเป็นทางการ โดยระบุตอนหนึ่งว่า จากที่ได้เชิญชวนประชาชนผ่านโซเชียลมีเดียเพื่อบอกความอึดอัดในปัจจุบันประชาชนต้องทนอะไรและไม่อยากทนอะไร ปรากฎว่ามีคำตอบกลับมาหลายหมื่นคน อารมณ์เดียวกันว่ามีเรื่องจำนวนมากที่ไม่อยากทน เช่น ความยากลำบาก ปากท้อง หลายคนไม่อยากทนความจน เป็นเกษตรกร ไม่ทนต่อราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ ผู้ประกอบการรายย่อย บอกว่าไม่อยากทนราคาสินค้าที่ต่างชาติตัดราคา และไม่อยากทนเรื่องหนี้นอกระบบ คนที่มองยาวไปกว่านั้นคิดถึงลูกหลาน ไม่อยากทนกับระบบการศึกษาที่ล้าหลัง หลายคนเผชิญกับปัญหาสิ่งแวดล้อม ไม่อยากทนกับภัยพิบัติ ฝุ่นพีเอ็ม 2.5  และสุดท้ายคือ อาการที่ต้องทนหายใจ

“ถึงเวลาที่พรรคประชาธิปัตย์ต้องประกาศว่าประเทศไทยไม่ทน พรรคประชาธิปัตย์ขออาสามาเปลี่ยนแปลงสภาพที่เป็นอยู่ เพราะพรรคมาในการเมืองสุจริต ไม่มีประโยชน์ทับซ้อน มาในฐานะสถาบันการเมือง สามารถตอบโจทย์ประเทศได้ว่า ไม่ต้องหายใจไปวันๆ  ทนหายใจ ซึ่งการเลือกตั้งปี69 พรรคประชาธิปัตย์และประชาชนจะกลับมาทำสิ่งที่ทุกคนทนหายใจ ให้เป็นไทยหายจน โดยเป้าหมายสุดท้ายคือ หลุดพ้นจากปัญหาทนหายใจ ไปสู่ภาวะไทยหายจน” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ทำเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ และไม่ใช่เรื่องความจน เพราะความจนจะผูกขาดและติดขัดไปส่วนอื่น เช่น จนปัญญา เพราะปัญหาของระบบการศึกษา จนตรอก ไม่มีทางสู้ สิ่งเหล่านี้จะเป็นจุดที่พรรคประชาธิปัตย์ยึดถือในการทำนโยบายเพื่อรณรงค์หาเสียง โดยพรรคประชาธิปัตย์จะอาสามาขจัดความจน แก้ปัญหาสังคมและคุณภาพชีวิต โดยจากนี้ไปจะเปิดตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งสส.บัญชีรายชื่อ และอาสาตัวเป็นนายกฯ 3 คน โดยสิ่งสำคัญไม่ว่าใครสมัคร สส. หรืออาสาตัวเป็นนายกฯ ทุกคนจะต้องรู้ว่าภารกิจสำคัญ คือ ทำให้คนไทยหายจน ส่วนที่จะต้องทนกับสิ่งต่างๆ จะพาไปสู่การหลุดพ้นภาวะหายจนได้ จะได้ไม่ต้องทนหายใจ แต่เป็นไทยหายจน

เช็คที่นี่!เปิด 100 ปาร์ตี้ลิสต์‘ภูมิใจไทย’แบบไม่จัดอันดับ จับตา 24 ธ.ค.‘อนุทิน’นำแถลงนโยบายพรรค

เช็คที่นี่!เปิด 100 ปาร์ตี้ลิสต์‘ภูมิใจไทย’แบบไม่จัดอันดับ จับตา 24 ธ.ค.‘อนุทิน’นำแถลงนโยบายพรรค

เช็คที่นี่!เปิด 100 ปาร์ตี้ลิสต์‘ภูมิใจไทย’แบบไม่จัดอันดับ จับตา 24 ธ.ค.‘อนุทิน’นำแถลงนโยบายพรรค

วันจันทร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 11.09 น.

เช็คเลย! เปิด 100 ปาร์ตี้ลิสต์‘ภูมิใจไทย’แบบไม่จัดอันดับ ‘คนดัง-บ้านใหญ่-ทายาทนักการเมือง’พรึบ จับตา 24 ธ.ค.‘อนุทิน’นำแถลงนโยบายพรรค พร้อมเปิดตัว‘3 ว่าที่แคนดิเดตนายกฯ’ พ่วง ‘500ว่าที่ผู้สมัครสส.’

22 ธันวาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคภูมิใจไทย เปิดเผยรายชื่อผู้แสดงความจำนงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ (Party-list) ครบทั้ง 100 คนโดยไม่มีการจัดลำดับ โดยมีขุนพลทางการเมือง อดีตรัฐมนตรี ทายาทนักการเมือง รายชื่อดังนี้

1.นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย

2. นายกนก วงษ์ตระหง่าน

3 นายกมล วิภาดาพิสุทธิ์

4 นายกฤษฎา หลีนวรัตน์ อดีตนายกเทศมนตรีธัญบุรี

5 นางกษมา จิรภัคเสถียร

6 นายกิตติชัย เอ่งฉ้วน

7 นายกิติศักดิ์ นาอ่อน

8 นายเกรียงยศ สุดลาภา

9 นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์

10 นายโกวิทย์ นาพิมพ์

11 นายไกรสร วิศิษฎ์วงศ์

12 นายขจรศักดิ์ สีทองหลาง

13 นายขวัญชัย สกุลทอง

14 นายจักรกฤษณ์ การะเกด

15 นายจักรวัฒน์ ฐิติพิทยา

16 นายจำลอง ช่วยรอด

17 นายจิณณา สืบสายไทย

18 นางสาวจิณตภา ฐิติพิทยา

19 นายชลัฐ รัชกิจประการ บุตรชายพิพัฒน์ รัชกิจประการ

20 นายชูเกียรติ น้ำเงิน

21 นายเชน หมั่นเขตกิจ

22 นายเชิง รักหาญ

23 นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย และบุตรชายคนโตของนายเนวอน ชิดชอบ

24 นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ บุตรสาวชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี

25 นางสาวณัฐกฤตา วิบูลย์วุฒิวงศ์

26 นายณัฐพล จรัสสุริยพงศ์

27 นางสาวณัฐสุดา เจริญพันธุ์

28 นางสาวณิชกานต์ สิงห์ขจร

29 นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล

30 นายทรงศักดิ์ ทองศรี

31 นายธนกร วังบุญคงชนะ

32 นายธนกฤต ชาติอนุลักษณ์

33 นางสาวธนัชดา ตันจรารักษ์

34 นายธนิศร์ ศรีประเทศ

35 นายธรรมรงศักดิ์ รักงาม

36 นายธานี เกสทอง

37 นายนภินทร ศรีสรรพางค์

38 นางสาวนันทนา สงฆ์ประชา

39 นายนาวิน สังฆมาตร

40 นายนิกร จำนง

41 นายบุญเกิด ทรงรัมย์

42 นายบุญอยู่ รอดพะดี

43 นายปกรณ์ มุ่งเจริญพร

44 นายปารเมศ โพธารากุล

45 นายปิติ ปิตุเตชะ

46 นางสาวปิยพร ไพบูลย์

47 นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์

48 นายพงศกร อรรณนพพร

49 นายพนม จันทร์ศรีทอง

50 นางสาวพัชรนันท์ โกศลสมบัตินนท์

51 นายพัฒนา พร้อมพัฒน์

52 นางพัทธนันท์ สมใจ

53 นายพิกิฎ ศรีชนะ

54 นางพิชชารัตน์ เลาหะพงศ์ชนะ

55 นายพิเชฎฐ์ ชัยศรี

56 นายพินิจ จันทรสุรินทร์

57 นายพิบูลย์ รัชกิจประการ

58 นายพิพัฒน์ชัย ภัครัชตานนท์

59 นายพีรพร สุวรรณฉวี

60 นายพีระเพชร ศิริกุล

61 นางพูนสุข โพธิ์สุ

62 นายภูมิพัฒน์ เหมือนจันทร์

63 นายมงคลพัฒน์ สรรณ์ไตรภพ

64 นายมนตรี สันติลักขณาวงศ์

65 นายมานพ เกตุเมฆ

66 นพ. มารุต มัสยวาณิช

67 นายยุทธพล อังกินันท์

68 นายยูฮัน บูละ

69 นายร่มธรรม ขำนุรักษ์

70 นายรังสิกร ทิมาตฤกะ

71 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก

72 นายราเชนทร์ มาลัยวงศ์

73 นางสาวรินทร์ลิตา อดิษะ

74 นายวราวุธ ศิลปอาชา

75 นายวันชนะ แถมยิ้ม

76 นายวีระยุทธ งามจิตร

77 นางสาววีราภรณ์ เกียรติชัยพัฒนา

78 นางสาวศศิธร กิตติธรกุล

79 นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู

80 นายศุภชัย ใจสมุทร

81 นางสาวศุภมาศ อิศรภักดี

82 นายสมนึก หาห้วยทราย

83 นายสมฤกษ์ บัวใหญ่

84 นายสรวิศ ธานีโต

85 นายสวัสดิ์ อุทัยแสน

86 นายสวาป เผ่าประทาน

87 นายสัญญา คงสมบัติ

88 นางสาวสัตตบุษย์ บุญเรือง

89 นายสันติ พร้อมพัฒน์

90 นายสิรภพ ดวงสอดศรี

91 นายสุพิน บุญเลิศ

92 นายสุรศักดิ์ เลิศรุจิกุล

93 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล

94 นางสุวณา ปิยะพิสุทธิ์

95 นายอนุชา บูรพชัยศรี

96 นายอรุณ พรหมคุณ

97 นายอาทิตย์ ฉัตรชัยพลรัตน์

98 นายอารี ไกรนรา

99 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์

100 นายเอกภพ เพียรพิเศษ

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 24 ธ.ค.นี้ พรรคภูมิใจไทย นำโดยนายอนุทิน ได้มีการนัดประชุม และเตรียมนำเสนอนโยบายพรรคภูมิใจไทยต่อประชาชน ในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ที่โรงละครอักษรา ศูนย์การค้าคิงพาวเวอร์  ชั้น 3 ถนนรางน้ำ พญาไท กรุงเทพมหานคร รวมถึงเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครเลือกตั้ง สส. ครบทั้ง 500 คน นอกจากนี้ ต้องจับตาว่า จะมีการเปิดตัวแคนดิเดต นายกรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทยทั้ง 3 รายชื่อในวันเดียวกันด้วยหรือไม่ 

‘ช่อ พรรณิการ์’เดือด! บุกสน.ทองหล่อ แจ้งจับมือปล่อยข่าวปลอม อ้างเรียกร้องทหารเปิดแผนรบ

‘ช่อ พรรณิการ์’เดือด! บุกสน.ทองหล่อ แจ้งจับมือปล่อยข่าวปลอม อ้างเรียกร้องทหารเปิดแผนรบ

‘ช่อ พรรณิการ์’เดือด! บุกสน.ทองหล่อ แจ้งจับมือปล่อยข่าวปลอม อ้างเรียกร้องทหารเปิดแผนรบ

วันจันทร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 10.56 น.

‘ช่อ พรรณิการ์’เดือด! บุกสน.ทองหล่อ แจ้งจับมือปล่อยข่าวปลอม อ้างเรียกร้องทหารเปิดแผนรบ

จากกรณี น.ส.พรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า อดีต สส.พรรคอนาคตใหม่ โพสต์เฟซบุ๊กว่า “ดิฉันพูดหลายครั้งในหลายรายการเมื่อกล่าวถึงประเด็นกัมพูชา ว่าหลายอย่างที่เป็นเรื่องแผนที่ กำลังรบ พูดไม่ได้ และไม่อยากรู้ เพราะเป็นเรื่องความมั่นคง ถ้าเอามาพูด กัมพูชาก็ทราบด้วย

แม้แต่ในรายการถกไม่เถียง ที่ถูกนำข้อความมาปั่นบิดเบือน ดิฉันก็พูดว่าไม่ต้องการทราบรายละเอียด เดี๋ยวกัมพูชาจะรู้ด้วย แต่ก็ยังมีผู้ประสงค์ร้ายตัดเฉพาะบางข้อความเอาไปปั่นอีก ทั้งที่ประโยคที่พูดอยู่ห่างกันไม่ถึง 2 วินาที แปลว่าตั้งใจใส่ร้ายป้ายสีเพื่อเป้าประสงค์ทางการเมือง วันจันทร์ไปแจ้งความค่ะ”

ล่าสุดวันนี้ (22 ธ.ค.68) เวลา 09.00 น. ที่ สน.ทองหล่อ น.ส.พรรณิการ์ เดินทางแจ้งเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้เผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ กรณีมีการนำเสนอข่าวและข้อความในสื่อออนไลน์อ้างว่าเธอเรียกร้องให้ทหาร “กางแผนที่” เปิดเผยแผนการรบกับกัมพูชา พร้อมยืนยันว่า ข้อความดังกล่าวไม่เป็นความจริงและสร้างความเข้าใจผิดต่อสาธารณชน รวมถึงกระทบต่อชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของตน จึงจำเป็นต้องใช้กระบวนการทางกฎหมายเพื่อปกป้องสิทธิและหยุดยั้งการเผยแพร่ข่าวปลอม

-005

‘ธีรรัตน์’แนะรัฐสนับสนุนฟรีอินเตอร์เน็ทให้ศูนย์พักพิงฯ ทุกจุด พบนักเรียนต้องจ่ายค่าเน็ทเอง

‘ธีรรัตน์’แนะรัฐสนับสนุนฟรีอินเตอร์เน็ทให้ศูนย์พักพิงฯ ทุกจุด พบนักเรียนต้องจ่ายค่าเน็ทเอง

‘ธีรรัตน์’แนะรัฐสนับสนุนฟรีอินเตอร์เน็ทให้ศูนย์พักพิงฯ ทุกจุด พบนักเรียนต้องจ่ายค่าเน็ทเอง

วันจันทร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 10.40 น.

‘ธีรรัตน์’แนะรัฐสนับสนุนฟรีอินเตอร์เน็ทให้ศูนย์พักพิงฯ ทุกจุด พบนักเรียนต้องจ่ายค่าเน็ทเอง

22 ธ.ค.68 นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ อดีต สส. พรรคเพื่อไทย กล่าวหลังจากได้เดินทางเยี่ยมเยียนศูนย์พักพิงชั่วคราว ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุความไม่สงบในพื้นที่ชายแดน ไทย- กัมพูชา ได้พูดคุย รับฟังปัญหา และสำรวจความเป็นอยู่ให้มีความเหมาะสม ทั้งศูนย์พักพิงที่เป็นทางการ และศูนย์พักพิงตามวัดที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากศูนย์ทางการมีพื้นที่ไม่เพียงพอในศูนย์พักพิงฯ ที่เพิ่มขึ้นมา เช่น วัด พบมีเยาวชนจำนวนมาก บางคนได้เข้าเรียนออนไลน์ บางคนไม่ได้เข้าเรียนเพราะโรงเรียนไม่มีระบบออนไลน์ บางคนไม่มีอุปกรณ์ พบปัญหาการใช้อินเตอร์เน็ท นักเรียนต้องชำระค่าบริการฯ ด้วยตนเอง เนื่องจากไม่มีบริการสัญญาณในจุดที่พักพิง ในบางศูนย์ฯ มีผู้ให้บริการนำซิมโทรศัพท์มาแจกฟรี แต่มูลค่าเน็ทไม่เพียงพอต่อการใช้งาน บางจุดผู้ให้บริการนำรถปล่อยสัญญาณมาจอดให้ใช้เน็ทได้ แต่นักเรียนต้องชำระค่าบริการเอง

นางสาวธีรรัตน์ กล่าวว่า สถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนยืดเยื้อมานานเข้าสัปดาห์ที่สามแล้ว ยังไม่มีความชัดเจน ยังไม่มีสัญญาณของการเจรจา จึงเห็นว่าเจ้าหน้าที่ และผู้พักพิงฯ ต้องปรับตัวในการใช้ชีวิตอีกสักช่วงเวลาหนึ่ง เรื่องความสำคัญของการเรียนจึงไม่ควรปล่อยให้เวลาผ่านไป จึงขอประสานให้ภาครัฐเข้าสำรวจและให้บริการอินเทอร์เน็ทฟรี และมีประสิทธิภาพเพียงพอ เพื่อที่นักเรียนจะสามารถเข้าเรียนผ่านช่องทางออนไลน์ได้ และหากศูนย์พักพิงฯ สามารถหาพื้นที่ปรับให้เป็นห้องเรียนที่ไม่มีการรบกวน จะทำนักเรียนไม่เครียดจากภาวะเรียนไม่รู้เรื่องได้ด้วย

‘ปชป.’เปิด 33 ว่าที่ผู้สมัคร สส.กรุงเทพฯ ‘อภิสิทธิ์’ดันใช้การเมืองสุจริตเปลี่ยนแปลงประเทศ

‘ปชป.’เปิด 33 ว่าที่ผู้สมัคร สส.กรุงเทพฯ ‘อภิสิทธิ์’ดันใช้การเมืองสุจริตเปลี่ยนแปลงประเทศ

‘ปชป.’เปิด 33 ว่าที่ผู้สมัคร สส.กรุงเทพฯ ‘อภิสิทธิ์’ดันใช้การเมืองสุจริตเปลี่ยนแปลงประเทศ

วันจันทร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 10.14 น.

‘อภิสิทธิ์’ปลุก‘33ว่าที่ผู้สมัครสส.กรุงเทพฯ’ ดันใช้การเมืองสุจริตเปลี่ยนแปลงประเทศ อย่ากังวลเป็นหน้าใหม่ มุ่งปักธงฟื้นศรัทธา โวปีเลือกตั้งลงท้ายด้วย 9 ‘ปชป.’โกยชัยชนะ

22 ธันวาคม 2568 ที่พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายสกลธี ภัทธิยกุล รองหัวหน้าพรรค ดูแล กทม. นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เลขาธิการพรรคและผู้อำนวยการศูนย์เลือกตั้ง นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาผู้อำนวยศูนย์อำนวยการเลือกตั้งพรรค  แถลงเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.กทม.ทั้ง 33 เขต ของพรรคประชาธิปัตย์

นายอภิสิทธิ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า ระบบการคัดเลือกว่าที่ผู้สมัคร สส. กทม​. ทั้ง 33 เขตผ่านกระบวนการที่เป็นไปตามกฎหมาย ทั้งนี้ตนไม่ได้บอกว่าเลือกถูกคน แต่เมื่อผู้ได้รับเลือกให้สวมเสื้อพรรคประชาธิปัตย์ เตรียมลงสมัครรับเลือกตั้งต้องหาเสียงภายใต้กรอบกฎหมาย บนความซื่อสัตย์สุจริต และตนมองงว่านักการเมืองที่ดีนอกจากมีกฎ กติกา และมารยาทแล้วต้องมีมารยาท ดังนั้นขอให้ยึดมั่นในแนวทางที่ถูกต้อง สร้างประเพณีวัฒนธรรมการเมืองที่ดี

นายอภิสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า สำหรับการลงสมัครรับเลือกตั้งอย่ากังวลว่า ไม่มีใครรู้จัก เพราะตนสมัยลงเลือกตั้งครั้งแรก  เดินไปที่ไหนเคาะประตูแนะนำตัวเอง ประชาชนถามว่าผู้สมัครอยู่ไหน นึกว่าตนเป็นอาสาหาเสียงทำให้ทีมงานบอกว่าห้ามใส่รองเท้าผ้าใบ ให้ใส่รองเท้าทำงานเพื่อให้ดูเป็นผู้ใหญ่ ดังนั้นขอให้เดินเข้าไปอย่ากังวล หากมีดี ตั้งใจที่ดี เข้าหาประชาชนและทำให้ประชาชนเห็น

“หลายคนบอกว่าเป็นผู้สมัคร หน้าใหม่ สด มาจากศูนย์ แต่พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้เริ่มจากศูนย์บางเรื่องอาจมีจุดอ่อน อดีตถูกโจมตี แต่พรรคประชาธิปัตย์คนกทม. รับรู้และไว้วางใจ ซึ่งยืนยันว่ากรรมการบริหารพรรคได้นำสิ่งเหล่านั้นกลับมาเป็นกำลัง ขอให้มุ่งมั่น ตั้งใจเดินหน้าและประสบความสำเร็จการทำงาน เพื่อการเมืองสุจริตเปลี่ยนแปลงประเทศไทย” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวด้วยว่า พื้นที่ กทม.เป็นศูนย์กลางทุกอย่าง มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ ระบบการบริหารราชการ ขณะที่ในประวัติศาสตร์การเมือง พื้นที่ กทม. ถือเป็นหัวใจของการเมือง เป็นพื้นที่นำกระแส หรือบางครั้งหากไม่นำกระแส ก็สวนกระแส เพราะอยากยืนยันบางอย่าง  ดังนั้นในอดีตที่ผ่านมา คนกทม. เลือกพรรคการเมืองเป็นตัวตั้ง และใช้เป็นสิ่งตัดสินใจ

“ผลการเลือกตั้งของกทม. มักจะไปแบบทางใดทางหนึ่ง คนกทม.เลือกไปในทางเดียวไม่ว่าเขตไหน สิ่งที่ต้องตระหนัก  คือ ต้องเข้าไปดูแลแก้ไขปัญหาของพื้นที่ที่สมัครรับเลือกตั้ง ทั้งนี้คนกทม. มองว่าผู้สมัคร คือ เป็นตัวแทนของพรรคการเมืองและความคิดทางการเมือง ที่ผ่านมาประชาธิปัตย์มีโอกาสครองใจคนกทม.หลายสมัย ชนะท่วมท้น ทั้งสส. มีผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร   2 คน มี สก. สข. หากเชื่อเลือกดวง สังเกตว่าในปีเลือกตั้งที่ลงท้ายด้วยเลข 9 เช่น ปี 2519 2529 2539 พรรคประชาธิปัตย์จะชนะ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวด้วยว่าหลังจากที่มีการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการบริหารพรรค กว่า 2 เดือน พรรคปักธงชัดเจน จะเอาการเมืองสุจริต มาล้างสิ่งที่ทำให้คนไทยอึดอัดปัจจุบัน โดยนำอุดมการณ์ความความคิด ความซื่อสัตย์ ยอมรับกระบวนกาประชาธิปไตย ทั้งนี้อย่ามองว่าเป็นนามธรรม เพราะทุกเรื่องโยงกลับมาสู่ปัญหาที่ใกล้ชิดกับชีวิตประชาชน ทั้งนี้ในการแข่งเลือกตั้งพื้นที่กทม.เชื่อว่าจะแข่งเรื่องรถไฟฟ้า ซึ่งตนยืนยันว่า ระหว่างพรรคการเมืองที่มีผลประโยชน์แอบแฝง กับพรรคที่ติดขัดกับผลกระโยชน์ทับซ้อน ใครจะทำให้ประชาชนมีโอกาสขึ้นรถไฟฟ้าในเงื่อนไขที่ดี นอกจากนั้นคือ ฝุ่น มลพิษ ซึ่งตนมองว่าการเมืองเข้มแข็ง สุจริตเท่านั้นจะทำให้มีคุณภาพชีวิตประชาชนดีขึ้นได้ ดังนั้นจากันนี้จนถึงวันเลือกตั้งต้องเป็นกระบอกเสียงของจุดยืนของพรรค

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นนายสกลธี ได้เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.กทม. ทั้ง 33 เขต  ประกอบด้วย

เขตเลือกตั้งที่ 1 นายพีรวุฒิ พิมพ์สมฤดี

เขตเลือกตั้งที่ 2  ดร.เจษฎา เลิศธนสาร

เขตเลือกตั้งที่ 3 นายอภิมุข ฉันทวานิช

เขตเลือกตั้งที่ 4 นายพงศกร ขวัญเมือง

เขตเลือกตั้งที่ 5 นายนนธนัตถ์ บุนนาค

เขตเลือกตั้งที่ 6 น.ส.ศิริภา อินทวิเชียร

เขตเลือกตั้งที่ 7 นายพงศ์พล เตมีย์

เขตเลือกตั้งที่ 8 นายระพีพัฒน์ สุเมธโชติเมธา

เขตเลือกตั้งที่ 9 น.ส.วิเวียน จุลมนต์

เขตเลือกตั้งที่ 10 ดร.ชัยพร แก้ววาตะ

เขตเลือกตั้งที่ 11 น.ส.รมิดา อินทะแพทย์

เขตเลือกตั้งที่ 12 นางพิมชนก เก่าเจริญ

เขตเลือกตั้งที่ 13 นายภาณุพงศ์ ลักษณวิศิษฐ์

เขตเลือกตั้งที่ 14 รอ.ดร.นพ.พิชาญศักดิ์ บุญมาศ

เขตเลือกตั้งที่ 15 น.ส.ฐิตยากร พรโรจนากูร

เขตเลือกตั้งที่ 16 นายสุนันท์ มีนมณี

เขตเลือกตั้งที่ 17 นายฐิติวัชร์ ดีประเสิรฐวงศ์

เขตเลือกตั้งที่ 18 นายเชิดพันธุ์ เตี่ยไพบูลย์

เขตเลือกตั้งที่ 19 น.ส.กานต์ วนาดรวรวิศาล

เขตเลือกตั้งที่ 20 นายรัฐศักดิ์ สุขยิ่ง

เขตเลือกตั้งที่ 21 ดร.กิตพล เชิดชูกิจกุล

เขตเลือกตั้งที่ 22 นายปรินต์ ทองปุสสะ

เขตเลือกตั้งที่ 23 น.ส.วีร์ ศรีวราธนบูลย์

เขตเลือกตั้งที่ 24 น.ส.มารีญา ฤกษ์ดี

เขตเลือกตั้งที่ 25 นายชยิน พึ่งสาย

เขตเลือกตั้งที่ 26 นายสาโรจน์ ซึ้งไพศาลกุล

เขตเลือกตั้งที่ 27 น.ส.มลฑาทิพย์ ทิพยชนาพัฒน์

เขตเลือกตั้งที่ 28 นายพร้อมพล ธรรมจินดา

เขตเลือกตั้งที่ 29 น.ส.ศิริขวัญ นิลกรณ์

เขตเลือกตั้งที่ 30 นายคณพล พงศ์พิทยา

เขตเลือกตั้งที่ 31 พ.ต.อ.ทศพล โชติคุตร์

เขตเลือกตั้งที่ 32 ดร.วิสวัส ทองธีรภาพ

เขตเลือกตั้งที่ 33 นายเจตน์สฤษดิ์ เลิศธนสาร

‘วัน อยู่บำรุง’โพสต์ส่งสัญญาณชีวิตถึงจุดเปลี่ยน จับตาโยกซบ ‘พรรคโอกาสใหม่’

'วัน อยู่บำรุง'โพสต์ส่งสัญญาณชีวิตถึงจุดเปลี่ยน จับตาโยกซบ 'พรรคโอกาสใหม่'

‘วัน อยู่บำรุง’โพสต์ส่งสัญญาณชีวิตถึงจุดเปลี่ยน จับตาโยกซบ ‘พรรคโอกาสใหม่’

วันจันทร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 10.03 น.

‘วัน อยู่บำรุง’โพสต์ส่งสัญญาณชีวิตถึงจุดเปลี่ยน จับตาโยกซบ ‘พรรคโอกาสใหม่’ ด้าน’จตุพร’รับเจ้าตัวสนใจนโยบายพรรค 

เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ค่ำวันที่ 21 ธ.ค.2568 นายวัน อยู่บำรุง กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “เมื่อวันที่ชีวิตเดินเข้ามาถึงจุดเปลี่ยนอีกครั้ง!!! “ขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 20 ธ.ค.มีภาพของนายวัน นั่งพูดคุยกับนายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ โดยมีนายประภัสร์ จงสงวน อดีตผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย และอดีตกรรมการยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) สมาชิกพรรคโอกาสใหม่ร่วมอยู่ด้วย รวมถึงมีรายงานข่าวว่านายวันได้พูดกับคนในพรรคพปชร.ว่าอาจจะตัดสินใจทางการเมืองอีกครั้ง 

ขณะที่นายจตุพร เปิดเผยว่า ตนได้พบกับนายวันจริง ซึ่งวันนั้นนายวันแวะเข้ามาที่พรรคก็ได้มีโอกาสพูดคุยกับตนและกรรมการบริหารพรรค ถึงนโยบายต่างๆ โดยนายวันรับสนใจนโยบายพรรค ส่วนอนาคตจะมาร่วมงานกับพรรคโอกาสใหม่หรือไม่ ขอให้เป็นการตัดสินใจของนายวัน

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.ที่ผ่านมา นายวันเพิ่งจะพา ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง บิดา ไปสมัครสมาชิกพรรคพปชร.กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค ที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด

‘นายกฯ’เรียกถก‘ผบ.เหล่าทัพ’ ก่อนนั่งหัวโต๊ะประชุม‘สมช.’

‘นายกฯ’เรียกถก‘ผบ.เหล่าทัพ’ ก่อนนั่งหัวโต๊ะประชุม‘สมช.’

‘นายกฯ’เรียกถก‘ผบ.เหล่าทัพ’ ก่อนนั่งหัวโต๊ะประชุม‘สมช.’

วันจันทร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 10.01 น.

‘นายกฯ’เรียกถก‘ผบ.เหล่าทัพ’ ก่อนนั่งหัวโต๊ะประชุม‘สมช.’   

เมื่อเวลา 09.35 น. วันที่ 22 ธ.ค.68 ที่สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ ครั้งที่ 17/2568 โดยมี พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม , พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม , นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม , นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เพื่อติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา นอกจากนี้ยังมีตัวแทนจากกรมท่าอากาศยาน , สำนักงานการบินพลเรือน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมด้วย

ก่อนการประชุมนายกฯได้หารือนอกรอบกับ พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) , ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และเลขาธิการสมช. ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนเป็นประธานการประชุม สมช. ที่สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ