
1 ม.ค. 2569 10:53 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
จีนงัดนโยบายเก็บภาษีถุงยาง–ลดค่าดูแลเด็ก หวังแก้วิกฤตอัตราเกิดต่ำสุดในรอบหลายทศวรรษ
จีนเดินหน้ามาตรการกระตุ้นอัตราการเกิด ท่ามกลางวิกฤตประชากรสูงวัย โดยเรียกเก็บภาษีอุปกรณ์คุมกำเนิด และยกเว้นภาษีให้กับบริการดูแลเด็ก รวมถึงบริการเกี่ยวกับการแต่งงานและการดูแลผู้สูงอายุ
ท่ามกลางวิกฤตประชากรสูงวัยและเศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้จีนต้องประกาศใช้มาตรการใหม่เพื่อกระตุ้นอัตราการเกิด โดยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมเป็นต้นไป รัฐบาลจีนจะเรียกเก็บภาษีในการจำหน่ายอุปกรณ์คุมกำเนิด รวมถึงถุงยางอนามัยและยาคุมกำเนิด 13 เปอร์เซ้นต์ ขณะเดียวกันจะยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้กับบริการดูแลเด็ก รวมถึงบริการเกี่ยวกับการแต่งงานและการดูแลผู้สูงอายุ
โดยมาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการ ยกเครื่องระบบภาษีครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ ซึ่งยกเลิกข้อยกเว้นจำนวนมากที่ใช้มาตั้งแต่ปี 1994 หรือในช่วงที่จีนยังคงบังคับใช้นโยบายลูกคนเดียวอย่างเข้มงวด
ทางการปักกิ่งกำลังเผชิญแรงกดดันจากโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยจำนวนประชากรจีนลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน ข้อมูลทางการระบุว่า ในปี 2024 มีทารกเกิดใหม่เพียง 9.54 ล้านคน ลดลงเหลือประมาณครึ่งหนึ่งของเมื่อสิบปีก่อน ซึ่งเป็นช่วงที่จีนเริ่มผ่อนคลายนโยบายจำกัดจำนวนบุตร รัฐบาลจีนจึงพยายามออกมาตรการรอบด้าน ตั้งแต่ ขยายวันลาคลอด เพิ่มเงินอุดหนุนเงินสดให้ครอบครัว ไปจนถึงการปรับภาษี เพื่อจูงใจให้คนรุ่นใหม่แต่งงานและมีลูกมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การเก็บภาษีกับอุปกรณ์คุมกำเนิดกลับสร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง ทั้งความกังวลเรื่อง การตั้งครรภ์ไม่พร้อม การแพร่ระบาดของ HIV รวมถึงเสียงล้อเลียนในโลกออนไลน์ โดยผู้ใช้โซเชียลรายหนึ่งโพสต์ติดตลกว่า “คงต้องซื้อถุงยางตุนไว้ใช้ทั้งชีวิตตั้งแต่ตอนนี้” ขณะที่อีกคนแสดงความเห็นว่า “คนแยกออกอยู่แล้ว ระหว่างราคาถุงยาง กับต้นทุนการเลี้ยงเด็กหนึ่งคน”
รายงานปี 2024 ของสถาบันวิจัยประชากร YuWa ระบุว่า จีนเป็นหนึ่งในประเทศที่มีต้นทุนการเลี้ยงดูเด็กสูงที่สุดในโลก โดยเฉพาะค่าเล่าเรียนในระบบการศึกษาที่แข่งขันสูง รวมถึงภาระที่ผู้หญิงต้องแบกรับระหว่างการทำงานและการเลี้ยงลูก
ขณะเดียวกัน วิกฤตภาคอสังหาริมทรัพย์ที่กระทบเงินออมของครัวเรือน และเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้คนหนุ่มสาวจำนวนมากรู้สึกไม่มั่นคงต่ออนาคต
แดเนียล ลั่ว อายุ 36 ปี จากมณฑลเหอหนาน บอกว่า ภาษีถุงยางไม่ใช่ปัจจัยในการตัดสินใจ เพราะถุงยางที่แพงขึ้นไม่กี่หยวนต่อกล่อง เทียบไม่ได้กับค่าเลี้ยงดูลูกคือภาระระยะยาว
ด้านนักประชากรศาสตร์ อี้ ฟู่เซียน จากมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน–เมดิสัน มองว่า การหวังให้ภาษีถุงยางช่วยเพิ่มอัตราเกิดเป็นเรื่องคิดมากเกินไป และอาจเป็นเพียงความพยายามของรัฐในการหารายได้เพิ่ม ท่ามกลางหนี้สาธารณะและตลาดอสังหาฯ ที่ซบเซา
ขณะที่ เฮนเรียตตา เลวิน จาก CSIS ระบุว่า นโยบายนี้เป็นเชิงสัญลักษณ์มากกว่า และอาจได้ผลจำกัด หากรัฐบาลท้องถิ่นที่มีภาระหนี้สูงไม่สามารถจัดสรรงบประมาณสนับสนุนได้จริง
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์และผู้หญิงจำนวนมากชี้ว่า ปัญหาอัตราเกิดต่ำไม่ใช่เรื่องเฉพาะของจีน แต่เป็นแนวโน้มทั่วโลก ทั้งในญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และประเทศตะวันตก โดยเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ความเครียดสูง การลดลงของการแต่งงาน และความสัมพันธ์แบบดั้งเดิม.
คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ จีน
ที่มา : BBC

















.jpg)
















