เท้งVSอนุทิน หายใจรดต้นคอ พระปกเกล้าโพลชี้ยังไม่เลือกอีก26%

เท้งVSอนุทิน หายใจรดต้นคอ พระปกเกล้าโพลชี้ยังไม่เลือกอีก26%

เท้งVSอนุทิน หายใจรดต้นคอ พระปกเกล้าโพลชี้ยังไม่เลือกอีก26%

วันพุธ ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2569, 17.21 น.

‘พระปกเกล้าโพล’เผยผลสำรวจ 26.2% ยังไม่พบคนเหมาะสมนั่งเก้าอี้นายกฯ รองมาคือ “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” 18.8%  ขณะที่กลุ่มวัยรุ่น หนุนหัวหน้าพรรคประชาชนนั่งผู้นำ  ส่วนกลุ่มคนทำงาน ช่วงอายุ 44-59ปี และกลุ่มผู้สูงอายุ 60ปีขึ้นไป หนุน “อนุทิน”นั่งเก้าอี้นายกฯ 

วันที่ 21 มกราคม 2569 สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจ “เลือกตั้ง69 ใครเหมาะสมเป็นนายกคนใหม่ในสายตาของประชาชน” ตามที่นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ในฐานะประธานศูนย์ KPI Poll มอบนโยบายการทำ KPI Poll ให้เป็นโพลเชิงวิชาการ เพื่อสะท้อนความจริงทางการเมืองด้วยความเป็นกลาง เป็นจริง เป็นประโยชน์  โดยสำรวจ ระหว่างวันที่ 8-11ม.ค.2569 จากประชาชนอายุ 18ปีขึ้นไปตามภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 2,000ตัวอย่าง มีบทสรุปสำคัญดังนี้ ตัวเลือกที่ประชาชนเห็นว่า สามารถแก้ปัญหาประเทศได้จริง พบว่า ประชาชน 26.2% ระบุว่า ยังไม่มีบุคคลที่เหมาะสม   รองมาคือ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ พรรคประชาชน 18.8% นายอนุทิน ชาญวีรกูล พรรคภูมิใจไทย 16.9% นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ พรรคเพื่อไทย 10.9% นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พรรคประชาธิปัตย์ 10.2% ส่วนเมื่อแยกตามกลุ่มอายุที่ยังไม่ตัดสินใจจะเลือกใครนั้น พบว่า กลุ่มเจนY (28-43ปี) ยังไม่ตัดสินใจสูงสุด  29.5%  รองมาคือ เจนX (44-59ปี) 25.9% เจนZ (18-27ปี) 24.5% และ Baby Boomer (60 ปี ขึ้นไป) 24.5%

ขณะที่การเลือกผู้นำตามช่วงอายุพบว่า เจนZ (18-27ปี) เลือกนายณัฐพงษ์ เป็นอันดับ 1 33.8% รองมาคือ นายอนุทิน 11.3%  นายยศชนัน 8.1%  กลุ่มเจนY(28-43ปี) เลือกนายณัฐพงษ์เป็นอันดับ1 19.6% รองมาคือนายอนุทิน 14.1% นายยศชนัน 10.8%  เจนX (44-59ปี) เลือกนายอนุทินอันดับ1 21.2%  รองมาคือนายณัฐพงษ์ 11.9% นายยศชนัน 11.4%  กลุ่มBaby Boomer (60ปีขึ้นไป) อันดับ1 เลือกนายอนุทิน 20.4%  รองมาคือนายอภิสิทธิ์ 15.1% นายยศชนัน 14.1% 
 

ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด พ.ต.ท.ฐนภัทร อดีต สส.จันทบุรี ปมถือครองที่ดินเขาสอยดาว

ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด พ.ต.ท.ฐนภัทร อดีต สส.จันทบุรี ปมถือครองที่ดินเขาสอยดาว

ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด พ.ต.ท.ฐนภัทร อดีต สส.จันทบุรี ปมถือครองที่ดินเขาสอยดาว

วันพุธ ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2569, 17.05 น.

วันที่ 21 มกราคม 2569 นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดพันตำรวจโท ฐนภัทร เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง สส.จังหวัดจันทบุรี ถือครองที่ดินจำนวน 3 แปลง เนื้อที่รวม 94 – 1 – 59 ไร่ ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว จังหวัดจันทบุรี โดยไม่มีคุณสมบัติที่จะครอบครองได้ตามกฎหมาย

ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า เมื่อปี พ.ศ. 2557 พันตำรวจโท ฐนภัทร ได้ซื้อที่ดินในท้องที่ตำบลปะตงและตำบลทับช้าง อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี จำนวน 3 แปลง เนื้อที่รวม 94 – 1 – 59 ไร่ จากผู้ครอบครองเดิม ซึ่งเป็นที่ดินที่ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว จังหวัดจันทบุรี ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 200 ลงวันที่ 26 สิงหาคม 2515

และได้เข้าถือครองทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวโดยการทำสวนลำไยและปลูกสร้างบ้านโดยเป็นผู้ร้องขอเลขที่บ้านด้วยตนเอง และภายหลังจากที่พันตำรวจโท ฐนภัทร ได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่ง สส.จังหวัดจันทบุรี เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 พันตำรวจโท ฐนภัทรก็ยังคงครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดิน ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดังกล่าวต่อเนื่องเรื่อยมา และได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินกรณีเข้ารับตำแหน่งสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยแสดงรายการที่ดินที่ไม่มีเอกสารสิทธิจำนวน 3 แปลงดังกล่าวเป็นทรัพย์สินของคู่สมรส

ต่อมาเมื่อคณะทำงานสำรวจการครอบครองที่ดินระดับพื้นที่ได้เข้าทำการสำรวจการครอบครองที่ดินของราษฎรในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2563 พันตำรวจโท ฐนภัทร ได้ให้บุตรชายแสดงตนเป็นผู้ครอบครองและใช้ประโยชน์แทน ทั้งที่ทราบดีว่าตน คู่สมรส และบุตร มิใช่บุคคลที่ได้รับอนุญาตหรือได้รับการผ่อนผันให้อยู่อาศัยหรือทำกินตามกฎหมาย

เนื่องจากมิใช่ผู้ครอบครองที่ดินเดิมและทำประโยชน์มาโดยต่อเนื่อง ตามที่กรมป่าไม้ได้สำรวจและขึ้นทะเบียนไว้ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2541 หรือเป็นทายาททางมรดกตามกฎหมายของผู้ครอบครองที่ดินเดิม เนื่องจากไม่สามารถซื้อขายกันได้ รวมทั้งมิได้เป็นผู้ยากไร้มีรายได้น้อยและไร้ที่ดินทำกินตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 66/2557 ลงวันที่ 17 มิถุนายน 2557

การกระทำของพันตำรวจโท ฐนภัทร ในฐานะ สส.และได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาที่ดินและการออกเอกสารสิทธิในที่ดิน แต่กลับยึดถือครอบครองและใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐ ในเขตป่าอนุรักษ์ซึ่งสงวนไว้เพื่อทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ จึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่สุจริต อันเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบเพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยมิได้คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติ และเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้ว มีมติว่า การกระทำของพันตำรวจโท ฐนภัทร เป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ. 2561 ข้อ 7 ข้อ 8 และข้อ 17 ประกอบข้อ 3 และข้อ 27 วรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้เสนอเรื่องการกระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามฐานความผิดดังกล่าว ต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัย ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 87 ต่อไป

พีระพันธุ์ ซัดรัฐบาล ทำได้แต่แรก แต่ไม่ทำ ปล่อยรอเงินเยียวยาชายแดน ชี้กระทุ้งวงดีเบต กดดันชงเข้า ครม.

พีระพันธุ์ ซัดรัฐบาล ทำได้แต่แรก แต่ไม่ทำ ปล่อยรอเงินเยียวยาชายแดน ชี้กระทุ้งวงดีเบต กดดันชงเข้า ครม.

พีระพันธุ์ ซัดรัฐบาล ทำได้แต่แรก แต่ไม่ทำ ปล่อยรอเงินเยียวยาชายแดน ชี้กระทุ้งวงดีเบต กดดันชงเข้า ครม.

วันพุธ ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2569, 17.00 น.

‘พีระพันธุ์’ ซัดรัฐบาล “ทำได้แต่แรก แต่ไม่ทำ” ปล่อยชาวบ้านรอเงินเยียวยาชายแดน ชี้ผลกระทุ้งกลางเวทีดีเบต กดดันชงเข้า ครม. 

วันที่ 21 มกราคม 2569 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวถึงกระแสข่าวที่รัฐบาลเตรียมเสนอเรื่องการเยียวยาประชาชนตามแนวชายแดนต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)  หลังจากที่มีกระแสกดดันในสังคมต่อเนื่องจากการดีเบตที่ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (18 มกราคม 2569)  

นายพีระพันธุ์ระบุว่า ในเวทีดีเบตดังกล่าว ตัวแทนฝ่ายรัฐบาลได้ชี้แจงว่า เงินเยียวยาผู้ประสบเหตุชายแดนยังไม่สามารถดำเนินการในขณะนี้ เพราะติดขั้นตอนหลังการยุบสภา ซึ่งต้องรอ กกต.  อนุมัติ เนื่องจากเป็นงบฉุกเฉินที่ต้องปฏิบัติตามระเบียบใหม่   แต่ตนได้โต้แย้งว่า รัฐบาลมีอำนาจดำเนินการได้ตั้งแต่ก่อนยุบสภา เพราะความเดือดร้อนของประชาชนเกิดขึ้นก่อนการยุบสภา  แต่ทางตัวแทนรัฐบาลก็ยังยืนยันว่าทำไม่ได้

“นี่คือการยืนยันสิ่งที่ผมพูดในเวทีดีเบตว่า ‘ทำได้’  และสิ่งที่ทางตัวแทนรัฐบาลบอกบนเวทีว่า ‘ทำไม่ได้’ นั้น ไม่จริง” นายพีระพันธุ์กล่าว 

นายพีระพันธุ์ระบุอีกว่า การที่รัฐบาลเพิ่งมานำเรื่องเข้า ครม. ในตอนนี้ เกิดจาก “แรงกดดันและเสียงวิจารณ์” มากกว่าความตั้งใจจริง เพราะรัฐบาลสามารถ “ทำได้ตั้งแต่แรก แต่ไม่ทำ” และปล่อยให้ล่าช้ามาจนทุกวันนี้ 

อย่างไรก็ตาม นายพีระพันธุ์ ได้แสดงความยินดีกับประชาชนในพื้นที่แนวชายแดนที่จะได้รับการเยียวยา พร้อมขอบคุณเวทีดีเบตที่ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการสะท้อนปัญหาและเรียกร้องสิทธิให้กับประชาชน จนนำไปสู่การพิจารณาของรัฐบาลในที่สุด

‘ภูมิธรรม-ทวี’รอด! ศาลรธน.ชี้ไม่ผิดจริยธรรม ปมถูกร้องแทรกแซงคดี‘ฮั้ว สว.’

‘ภูมิธรรม-ทวี’รอด! ศาลรธน.ชี้ไม่ผิดจริยธรรม ปมถูกร้องแทรกแซงคดี‘ฮั้ว สว.’

‘ภูมิธรรม-ทวี’รอด! ศาลรธน.ชี้ไม่ผิดจริยธรรม ปมถูกร้องแทรกแซงคดี‘ฮั้ว สว.’

วันพุธ ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2569, 16.28 น.

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 21 มกราคม 2569 คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัย กรณี นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ กรณีแทรกแซงคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.)

ทั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่า ผู้ถูกร้องทั้งสอง ประกอบด้วย นายภูมิธรรม และ พ.ต.อ.ทวี ไม่มีพฤติกรรมฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง ไมได้กระทำต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ ทำให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลง วินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของทั้งสองไม่สิ้นสุดลงเฉพาะตัว แต่อย่างไรก็ดี ความเป็นรัฐมนตรีของทั้งสองสิ้นสุดไปก่อนแล้ว

โดยให้เหตุผลว่า เป็นการตรวจสอบเรื่องที่ประชาชนร้องขอความเป็นธรรม เกี่ยวกับการสรรหา สว.ซึ่งตอนแรกก็ไม่ได้ตั้งเป็นคดีพิเศษ อีกทั้งการตั้งเป็นคดีพิเศษ เนื่องจาก กกต.แจ้งว่าไม่สามารถสอบสวนคดีอาญาอื่นได้ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษจึงอนุมัติให้สอบสวน และหลังจากนั้นอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษจึงทำหนังสือแจ้งเลขาธิการ กกต. ไม่มีเหตุว่า ผู้ถูกร้องทั้งคู่เข้าไปแทรกแซงให้ดีเอสไอรับทำคดี และกำหนดประเด็นแค่คดีอาญาเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง อีกทั้งในการประชุมและกำหนดวาระประชุม ก็เป็นอำนาจอธิบดีดีเอสไอนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุม เข้าสู่คณะกรรมการคดีพิเศษ คณะกรรมการพิจารณาแค่วันและเวลาการประชุม ไม่ปรากฎว่าผู้ถูกร้องทั้งสอง สั่งให้บรรจุวาระสู่คณะกรรมการคดีพิเศษ หรือข่มขู่ ก้าวก่ายกรรมการคดีพิเศษอื่นๆ

เพนกวิน ลามปาม วิจารณ์ ‘อ.เจษฎ์’ ปมโชว์รำดาบต่อหน้าพระบรมรูปพระเจ้าตาก

เพนกวิน ลามปาม วิจารณ์ 'อ.เจษฎ์' ปมโชว์รำดาบต่อหน้าพระบรมรูปพระเจ้าตาก

เพนกวิน ลามปาม วิจารณ์ ‘อ.เจษฎ์’ ปมโชว์รำดาบต่อหน้าพระบรมรูปพระเจ้าตาก

วันพุธ ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.55 น.

วันที่ 21 มกราคม 2569  นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ “เพนกวิน” อดีตแกนนำม็อบราษฎร จำเลยคดีมาตรา 112 ซึ่งหลบหนีคดีไปอยู่ต่างประเทศ ได้โพสต์ถึง “อ.เจษฎ์” แคนดิเดตนายกฯ พรรครักชาติ หลังโชว์รำดาบต่อหน้าพระบรมรูปพระเจ้าตาก 

โดยระบุว่า รำดาบเพื่อขอพรให้เจ้าตากคุ้มครองราชวงศ์จักรี คือตัวอย่างการกระทำของคนที่อยากโหนประวัติศาสตร์แต่ไม่ยอมอ่านประวัติศาสตร์

ทำไมมันมืดตึ๊ดตื๋อ!? ‘เชตวัน’งงมาก ภาพแนะนำตัวดำจนดูไม่ออก จี้’กกต.’แก้ไขด่วน

ทำไมมันมืดตึ๊ดตื๋อ!? 'เชตวัน'งงมาก ภาพแนะนำตัวดำจนดูไม่ออก จี้'กกต.'แก้ไขด่วน

ทำไมมันมืดตึ๊ดตื๋อ!? ‘เชตวัน’งงมาก ภาพแนะนำตัวดำจนดูไม่ออก จี้’กกต.’แก้ไขด่วน

วันพุธ ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.41 น.

ทำไมมันมืดตึ๊ดตื๋อ!? ‘เชตวัน’งงมาก ภาพในเอกสารแนะนำตัวดำจนดูไม่ออก จี้’กกต.’แก้ไขด่วน บอกคนเมืองนอกเมืองนาเห็นการทำงานแล้วอายเขา 

เมื่อวันที่ 21 ม.ค.2569 นายเชตวัน เตือประโคน ผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน จ.ปทุมธานี ได้โพสต์ภาพเอกสารแนะนำตัวผู้สมัครรับเลือกตั้ง พร้อมระบุว่า “เทคโนโลยีการพิมพ์ทุกวันนี้ไปไกลมากแล้ว แต่ไม่คิดว่าเอกสารแนะนำตัวที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ติดประชาสัมพันธ์ตามหน่วยเลือกตั้งต่างๆ และที่ส่งไปให้กับคนไทยในต่างแดน จะอยู่ในสภาพที่ดูไม่ได้เช่นนี้

โดยเฉพาะรูปของผม ”เชตวัน เบอร์ 3“ ซึ่งที่ติดตามหน่วยเลือกตั้งนั้นสีออกส้มดำ ขณะที่ประกาศเอกอัคราชทูต ณ กรุงลอนดอน เรื่องรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดปทุมธานี ซึ่งมีผู้สนับสนุนพรรคประชาชนจากอังกฤษ ส่งมาให้ดู ปรากฏว่าสีดำมืดจนดูไม่ออกว่าผู้สมัครหน้าตาเป็นอย่างไร

งงมากครับ งบประมาณในการจัดการเลือกตั้งก็ไม่น้อย เครื่องถ่ายเอกสารดีๆ หรือโรงพิมพ์ดีๆ ก็น่าจะหาได้ไม่ยาก หรือถ้าพิมพ์ออกมาแล้วอยู่ในสภาพแบบนี้ควรที่จะมีการแก้ไข ไม่ใช่แจกจ่ายไปตามมีตามเกิด คนเมืองนอกเมืองนาเห็นแล้วอายเขา ว่าหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบการเลือกตั้งของประเทศไทยทำงานได้แย่มาก

การพิมพ์เอกสารแนะนำตัวผู้สมัครแบบนี้ ย่อมทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบกันอย่างแน่นอนในการตัดสินใจเลือกตั้งของพี่น้องประชาชน ผมอยากเรียกร้องให้ กกต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขโดยเร่งด่วน เพื่อให้การเลือกตั้งครั้งนี้แข่งกันอย่างเท่าเทียม เป็นธรรมกับทุกฝ่าย”

วุฒิสภาไทย ไม่ทน! ประณาม สว.เขมร ไร้มารยาท-จุ้นแทรกแซง ลามดึง สถาบัน โยงสถานการณ์ชายแดน

วุฒิสภาไทย ไม่ทน! ประณาม สว.เขมร ไร้มารยาท-จุ้นแทรกแซง ลามดึง สถาบัน โยงสถานการณ์ชายแดน

วุฒิสภาไทย ไม่ทน! ประณาม สว.เขมร ไร้มารยาท-จุ้นแทรกแซง ลามดึง สถาบัน โยงสถานการณ์ชายแดน

วันพุธ ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.36 น.

‘วุฒิสภาไทย’ ไม่ทน! แถลงการณ์ประณาม ‘สว.เขมร’ ไร้มารยาท-จุ้นแทรกแซง ลามดึง ‘สถาบัน’ มาเชื่อมโยงสถานการณ์ชายแดน ไม่สมควร บี้ ‘กัมพูชา’ หยุดการกระทำ

วันที่ 21 มกราคม 2569 เวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา สมาชิกวุฒิสภา(สว.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การทหาร และความมั่นคงของรัฐ และประธานกมธ.วิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ วุฒิสภา พร้อมด้วยนายวิรัตน์ อยู่ภักดี สว. ในฐานะประธานกมธ.ต่างประเทศ วุฒิสภา และสมาชิกสว. ร่วมแถลงกรณีสมาชิกวุฒิสภากัมพูชาทำหนังสือเปิดผนึกมีเนื้อพาดพิงสถาบันไทยในบริบทสถานการณ์ไทย-กัมพูชา โดยพล.อ.สวัสดิ์ เป็นตัวแทนอ่านแถลงการณ์ว่า กรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์กรรมาธิการทหารและความมั่นคงของรัฐ และกมธ.ต่างประเทศ วุฒิสภา เห็นร่วมกันว่า การกระทำของนักการเมืองระดับสูงกัมพูชาที่นำสถาบันมาเชื่อมโยง ใช้เป็นข้อกล่าวอ้างเกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งทางทหาร และข้อพิพาทไทย – กัมพูชา เป็นการกระทำไม่สมควรอย่างยิ่ง ไม่สามารถยอมรับได้ ไม่สอดคล้องหลักราชประเพณี หลักการรัฐธรรมนูญไทย และมรรยาทพื้นฐานการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างรัฐ ขัดกฎบัตรอาเซียนไม่แทรกแซงกิจการภายในของรัฐสมาชิกอื่น 

“กมธ.ทั้ง 3 คณะขอเรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชากำชับบุคคลที่ดำรงตำแหน่งระดับสูงในรัฐบาล และรัฐสภากัมพูชา ยุติการออกแถลงการณ์ แสดงความเห็นเชิงยั่วยุ ไร้ความจริงใจ ขอให้กัมพูชาแสดงความจริงใจ สุจริตใจปฏิบัติตามผลลัพธ์จากการเจรจาระหว่าง 2 ฝ่าย สร้างบรรยากาศเอื้อต่อการฟื้นฟูความสัมพันธ์ดีระหว่างกัน เพื่อประโยชน์ประเทศและประชาชนทั้ง 2ฝ่าย” พล.อ.สวัสดิ์ กล่าว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : สว.เขมรพาดพิงสถาบัน! กต.ประท้วงด่วน ลั่นยอมรับไม่ได้

กกต. เตือน ห้ามขายเหล้าวันเลือกตั้ง เริ่มเวลาไหน เลือกตั้งล่วงหน้า และ เลือกตั้ง 8 ก.พ. นี้

กกต. เตือน ห้ามขายเหล้าวันเลือกตั้ง เริ่มเวลาไหน เลือกตั้งล่วงหน้า และ เลือกตั้ง 8 ก.พ. นี้

21 ม.ค. 2569 14:44 น.

กกต. เตือน ห้ามขายเหล้าวันเลือกตั้ง เริ่มเวลาไหน เลือกตั้งล่วงหน้า และ เลือกตั้ง 8 ก.พ. นี้

เช็กวันเวลา ห้ามขายเหล้าวันเลือกตั้ง เริ่มวัน-เวลาไหน ทั้งเลือกตั้งล่วงหน้า 1 ก.พ. และ เลือกตั้ง 8 ก.พ. นี้ ฝ่าฝืนอาจมีโทษหนัก 

ข้อมูลจากประกาศของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เรื่องข้อกำหนดการงดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) มีรายละเอียดดังนี้

ข้อห้ามการจำหน่ายสุราในช่วงเลือกตั้ง สส.

ตามข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง มีคำสั่ง “ห้ามขาย จำหน่าย จ่ายแจก หรือจัดเลี้ยงสุราทุกชนิด” ภายในเขตเลือกตั้ง โดยครอบคลุมทั้งวันเลือกตั้งล่วงหน้าและวันเลือกตั้งจริง เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยมีรายละเอียดช่วงเวลาดังนี้

1. ช่วงวันลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า 1 กุมภาพันธ์ 2569

  • เริ่มห้ามตั้งแต่: เวลา 18:00 น. ของวันศุกร์ที่ 31 มกราคม 2569
  • สิ้นสุดเวลา: 18:00 น. ของวันเสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569

2. ช่วงวันลงคะแนนเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569

  • เริ่มห้ามตั้งแต่: เวลา 18:00 น. ของวันเสาร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569
  • สิ้นสุดเวลา: 18:00 น. ของวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

ประชาชนและผู้ประกอบการร้านค้าในเขตเลือกตั้งควรปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดในช่วงเวลาดังกล่าว หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ สายด่วน 1444 หรือช่องทางออนไลน์ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง

ศาลเกาหลีใต้สั่งจำคุก 23 ปี อดีตนายกฯ “ฮัน ด๊อกซู” ฐานร่วมกบฏ-หนุน “ยุน ซอกยอล” ประกาศกฎอัยการศึก

ศาลเกาหลีใต้สั่งจำคุก 23 ปี อดีตนายกฯ "ฮัน ด๊อกซู" ฐานร่วมกบฏ-หนุน "ยุน ซอกยอล" ประกาศกฎอัยการศึก

21 ม.ค. 2569 14:40 น.

ศาลเกาหลีใต้สั่งจำคุก 23 ปี อดีตนายกฯ “ฮัน ด๊อกซู” ฐานร่วมกบฏ-หนุน “ยุน ซอกยอล” ประกาศกฎอัยการศึก

ศาลแขวงกลางกรุงโซลมีคำพิพากษาให้จำคุก นายฮัน ด็อกซู อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นเวลา 23 ปี ในข้อหามีส่วนสำคัญในการก่อกบฏ เพื่อสนับสนุนความพยายามที่ล้มเหลวของอดีตประธานาธิบดียุน ซอกยอล ในการประกาศกฎอัยการศึกเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2024

อัยการพิเศษ โช อึน-ซุก เคยขอให้ศาลลงโทษจำคุก 15 ปี โดยให้เหตุผลว่า นายฮันให้การสนับสนุนการกระทำทั้งก่อนและหลังการประกาศกฎอัยการศึก ทั้งที่ในฐานะนายกรัฐมนตรีมีหน้าที่ต้องยับยั้งการใช้อำนาจที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของประธานาธิบดี

ศาลระบุว่า นายฮันมีความผิดฐานปลอมแปลงและลงนามในคำสั่งประกาศกฎอัยการศึกเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2024 ซึ่งเป็นเวลา 3 วันหลังการประกาศจริง เพื่อพยายามทำให้การกระทำดังกล่าวชอบด้วยกฎหมายย้อนหลัง นอกจากนี้ อัยการยังชี้ว่าเขาได้สั่งทำลายเอกสารดังกล่าวในภายหลัง และให้การเท็จระหว่างการไต่สวนถอดถอนประธานาธิบดียุน โดยอ้างว่าไม่ทราบเรื่องคำสั่งดังกล่าว

ตลอดกระบวนการสอบสวนและการพิจารณาคดี นายฮันปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ยืนยันว่าไม่เคยรับรู้แผนการประกาศกฎอัยการศึกล่วงหน้า อย่างไรก็ตาม ศาลเห็นว่าพยานหลักฐานชัดเจนเพียงพอที่จะชี้ว่าจำเลยมีส่วนร่วมโดยตรง

คำพิพากษาครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่อดีตสมาชิกคณะรัฐมนตรีของรัฐบาลยุนถูกตัดสินโทษจากวิกฤตกฎอัยการศึกปี 2024 และเป็นการวินิจฉัยทางศาลครั้งแรกที่รับรองว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเข้าข่าย “การกบฏ”

ศาลระบุในคำวินิจฉัยว่า การประกาศกฎอัยการศึกดังกล่าวไม่เป็นไปตามขั้นตอนที่รัฐธรรมนูญกำหนด และเป็นการระงับสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ รวมถึงการทำหน้าที่ของรัฐสภา ระบบพรรคการเมือง และเสรีภาพของสื่อมวลชนและการชุมนุม อีกทั้งยังมีการใช้กำลังทหารและตำรวจเข้าควบคุมรัฐสภาและคณะกรรมการการเลือกตั้งแห่งชาติ ซึ่งถือว่าร้ายแรงเพียงพอที่จะบ่อนทำลายความสงบเรียบร้อยในบางส่วนของประเทศ

ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 87 การกบฏหมายถึงการใช้ความรุนแรงหรือการจลาจลเพื่อโค่นล้มอำนาจรัฐหรือบ่อนทำลายระเบียบรัฐธรรมนูญทั้งหมดหรือบางส่วนของประเทศ คำพิพากษานี้คาดว่าจะเป็นบรรทัดฐานสำคัญก่อนการตัดสินคดีของอดีตประธานาธิบดียุน ซึ่งมีกำหนดรับฟังคำพิพากษาในข้อหานำการกบฏในวันที่ 19 กุมภาพันธ์นี้.

ที่มา The Korea Herald

“มาครง” ฟาดกลับ “ทรัมป์” ลั่นยุโรปไม่ก้มหัวให้คนพาล ปมขู่รีดภาษีแลก “กรีนแลนด์”

"มาครง" ฟาดกลับ "ทรัมป์" ลั่นยุโรปไม่ก้มหัวให้คนพาล ปมขู่รีดภาษีแลก "กรีนแลนด์"

21 ม.ค. 2569 13:09 น.

“มาครง” ฟาดกลับ “ทรัมป์” ลั่นยุโรปไม่ก้มหัวให้คนพาล ปมขู่รีดภาษีแลก “กรีนแลนด์”

ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส เปิดฉากถล่มโดนัลด์ ทรัมป์ กลางเวทีประชุมดาวอส ยันยุโรปจะไม่ยอมตกเป็นเบี้ยล่างหรือถูกข่มขู่ด้วยสงครามการค้า หลังผู้นำสหรัฐฯ ขู่รีดภาษีไวน์-แชมเปญ 200% หากไม่ยอมยกเกาะกรีนแลนด์ให้ พร้อมเตรียมเก็บภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ตอบโต้กลับทันควัน

ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศส ใช้เวทีการประชุมสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ตอกกลับนโยบายของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อย่างรุนแรง โดยประกาศชัดเจนว่ายุโรปจะไม่ยอมจำนนต่อ “คนพาล” หรือการใช้อำนาจนิยมบีบบังคับ

มาครงซึ่งปรากฏตัวในชุดสูทพร้อมสวมแว่นกันแดดทรงนักบิน โดยทำเนียบประธานาธิบดีระบุว่าเพื่อป้องกันดวงตาจากอาการเส้นเลือดฝอยในตาแตก ได้กล่าวสุนทรพจน์ที่ดุดันว่า ฝรั่งเศสและยุโรปจะไม่ยอมรับ “กฎของผู้แข็งแกร่ง” อย่างนิ่งเฉย เพราะนั่นหมายถึงการยอมตัวเป็น “ประเทศราช” 

“เราชื่นชอบการให้เกียรติกันมากกว่าการระราน และเราเลือกหลักนิติธรรมมากกว่าความป่าเถื่อน” มาครงกล่าวท่ามกลางกระแสกดดันจากสหรัฐฯ ที่ขู่จะเก็บภาษีสินค้ายุโรปขนานใหญ่ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ หากเดนมาร์กและพันธมิตรยุโรปไม่ยอมรับข้อเสนอขายเกาะกรีนแลนด์ให้แก่สหรัฐฯ

ความสัมพันธ์ของสองผู้นำพังทลายลงหลังจากทรัมป์ขู่จะเก็บภาษีไวน์และแชมเปญจากฝรั่งเศสสูงถึง 200% เพื่อบีบให้มาครงยอมเข้าร่วม “คณะกรรมการแห่งสันติภาพ” (Board of Peace) ซึ่งเป็นองค์กรระหว่างประเทศใหม่ที่ทรัมป์ต้องการเป็นผู้นำ

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังทำผิดธรรมเนียมการทูตอย่างร้ายแรงด้วยการนำภาพบันทึกหน้าจอ ข้อความส่วนตัวที่คุยกับมาครงมาเผยแพร่บน ทรูธโซเชียล โดยในข้อความนั้นมาครงระบุว่า “ผมไม่เข้าใจว่าคุณกำลังทำอะไรกับกรีนแลนด์” ซึ่งคนใกล้ชิดของมาครงยืนยันว่าข้อความดังกล่าวเป็นของจริง

ด้านผู้นำสหภาพยุโรป (อียู) เตรียมจัดประชุมฉุกเฉินที่กรุงบรัสเซลส์ในวันพฤหัสบดีนี้ (22 ม.ค.) เพื่อหารือเรื่องกรีนแลนด์และมาตรการตอบโต้ โดยมีประเด็นสำคัญ เช่น มาตรการภาษี ด้วยการเตรียมจัดเก็บภาษีสินค้าสหรัฐฯ มูลค่า 9.3 หมื่นล้านยูโร ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์

นายมาครงผลักดันให้ใช้เครื่องมือ “ต่อต้านการบีบบังคับ” ซึ่งจะจำกัดการเข้าถึงการประมูลงานรัฐของบริษัทสหรัฐฯ และจำกัดการค้าบริการของแพลตฟอร์มเทคโนโลยีต่างๆ

นายมาครงยืนยันว่าจะเดินทางออกจากดาวอสในเย็นวันพุธตามกำหนดเดิม และจะไม่มีการขยายเวลาเพื่อรอพบกับทรัมป์ที่จะเดินทางมาถึงในวันพุธ “ผมไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตารางเวลาของผม”

คนใกล้ชิดของผู้นำฝรั่งเศสมองว่า การที่ทรัมป์พุ่งเป้าโจมตีมาครงเป็นพิเศษนั้น เป็นเพราะมาครงกลายเป็นผู้นำในการ “ต่อต้าน” เพื่อรักษาหลักการประชาธิปไตยและอธิปไตยเหนือดินแดนของยุโรป ซึ่งทำให้นโยบายยึดครองกรีนแลนด์ของทรัมป์ต้องเผชิญกับทางตัน.

ที่มา Reuters