ปากดี มีความรู้ กับหมอณัน : เอกซเรย์ฟัน…อันตรายหรือไม่?

24 กันยายน 2569 เวลา 06:40 น.

“หมอคะ เอกซเรย์ฟันบ่อย ๆ จะเป็นอันตรายไหม?”

เป็นคำถามที่หมอณันได้ยินบ่อยมากในคลินิก และเชื่อว่าทันตแพทย์หลายท่านก็คงเจอคำถามนี้ไม่ต่างกัน โดยเฉพาะในยุคที่คนไข้สามารถหาข้อมูลได้ด้วยตัวเองมากขึ้น แต่ข้อมูลที่ได้รับอาจยังไม่ครบถ้วน หรือทำให้เกิดความกังวลเกินความเป็นจริง

หมอณันจึงขอชวนคุยกับ รศ.ดร.ทพญ.จิรา กิติทรัพย์กาญจนา ผู้เชี่ยวชาญสาขาวิทยาการวินิจฉัยโรคช่องปาก คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อช่วยอธิบายเรื่อง “เอกซเรย์ฟัน” ให้เข้าใจง่าย และสบายใจมากขึ้นค่ะ

เอกซเรย์ฟัน สำคัญอย่างไร?

อาจารย์จิรา อธิบายว่า การเอกซเรย์ฟัน หรือการถ่ายภาพรังสีฟันและกระดูกใบหน้า ขากรรไกร เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยทันตแพทย์ในการวินิจฉัยโรคที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า วางแผนการรักษาได้อย่างแม่นยำ และติดตามผลการรักษาในระยะยาว

หลายครั้งรอยผุ รอยอักเสบ หรือความผิดปกติของกระดูก ซ่อนอยู่ใต้เหงือกหรือภายในกระดูก ซึ่งไม่สามารถเห็นได้จากการตรวจในช่องปากเพียงอย่างเดียว เอกซเรย์จึงเปรียบเสมือน “ดวงตาอีกคู่” ของทันตแพทย์นั่นเอง

แล้วรังสีจากเอกซเรย์ฟัน อันตรายไหม?

คำตอบสั้น ๆ คือ ไม่อันตรายค่ะ

การถ่ายภาพรังสีทางทันตกรรม ใช้รังสีเฉพาะบริเวณฟัน ใบหน้า และขากรรไกร โดยมีลักษณะสำคัญคือ

ใช้พลังงานรังสีต่ำ ใช้เวลาถ่ายสั้น ให้ปริมาณรังสีน้อยกว่าการถ่ายเอกซเรย์ทางการแพทย์ทั่วไปมาก

ที่หลายคนอาจไม่รู้คือ ในชีวิตประจำวัน คนเราทุกคนได้รับรังสีจากธรรมชาติอยู่แล้ว ทั้งจากแสงแดด อากาศ ดิน และอาหารโดยเฉลี่ยประมาณ 8.5 ไมโครซีเวิร์ตต่อวัน ซึ่งใกล้เคียงกับปริมาณรังสีจากการเอกซเรย์ฟันในปากหนึ่งครั้งเสียอีก (ประมาณ 9.5 ไมโครซีเวิร์ต)

ดังนั้น การเอกซเรย์ฟันในปริมาณที่เหมาะสม ไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพอย่างที่หลายคนกังวล

ทำไมแต่ละคนได้รังสีไม่เท่ากัน?

อาจารย์จิรา เล่าว่า ปริมาณรังสีที่ผู้ป่วยได้รับ ขึ้นกับหลายปัจจัย เช่น เทคนิคการถ่ายภาพรังสี (เช่น เอกซเรย์ในปาก เอกซเรย์ปริทัศน์ หรือ CBCT) ชนิดและเทคโนโลยีของเครื่องเอกซเรย์ ค่าการตั้งเครื่องและโปรโตคอลที่ใช้

ทันตแพทย์จะเลือกเทคนิคที่เหมาะสมกับปัญหาของผู้ป่วยแต่ละราย เพื่อให้ได้ข้อมูลเพียงพอสำหรับการรักษา โดยใช้รังสีให้น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น

คำถามยอดฮิต: ควรเอกซเรย์ฟันบ่อยแค่ไหน?

คำตอบคือ ไม่มีตัวเลขตายตัวค่ะ

ความถี่ในการเอกซเรย์ ขึ้นกับปัจจัยเฉพาะบุคคล เช่น     อายุ พฤติกรรมการรับประทานอาหาร ความเสี่ยงในการเกิดฟันผุ

ตัวอย่างเช่น ผู้ที่มีฟันผุหลายซี่ หรือมีความเสี่ยงสูง อาจจำเป็นต้องเอกซเรย์เพื่อติดตามทุก 6–18 เดือน ผู้ที่มีสุขภาพช่องปากดี และมีความเสี่ยงต่ำ อาจเอกซเรย์ทุก 2–3 ปี ก็เพียงพอ โดยทันตแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาความจำเป็นเป็นรายบุคคล ไม่ได้เอกซเรย์ “สุ่มสี่สุ่มห้า” อย่างแน่นอน

แล้วเด็กกับหญิงตั้งครรภ์ล่ะ?

กลุ่มเด็กและหญิงตั้งครรภ์เป็นกลุ่มที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะเซลล์มีความไวต่อรังสีมากกว่าคนทั่วไป แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ห้ามเอกซเรย์ หากมีข้อบ่งชี้ทางการรักษาที่จำเป็น ทันตแพทย์จะเลือกเทคนิคที่เหมาะสมปริมาณรังสีต่ำที่สุด และมีการป้องกันอย่างรัดกุม เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด และปลอดภัยที่สุดสำหรับผู้ป่วย

สิ่งที่อยากให้ผู้อ่าน “จำให้ได้”

เอกซเรย์ฟัน ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย แต่เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้การรักษาทางทันตกรรม แม่นยำและปลอดภัยมากขึ้น ท้ายที่สุด อาจารย์จิราทิ้งข้อคิดสำคัญไว้ว่า ถึงแม้การเอกซเรย์ฟันจะมีความปลอดภัย แต่ทันตแพทย์ทุกคนควรใช้รังสีอย่างมีความรับผิดชอบ ตามหลักความสมเหตุสมผล (Justification) การทำให้เหมาะสมที่สุด (Optimization) และการจำกัดปริมาณรังสี (Dose limitation) เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ป่วยทั้งในปัจจุบันและระยะยาว

 

ขอขอบคุณข้อมูลและความรู้จาก

รศ.ดร.ทพญ.จิรา กิติทรัพย์กาญจนา

ผู้เชี่ยวชาญสาขาวิทยาการวินิจฉัยโรคช่องปาก

คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

เรียบเรียง โดย ผศ.ทพญ.วรณัน ประพันธ์ศิลป์

หมอฟันราชวิทยาลัยทันตแพทย์แห่งประเทศไทย

คุณแหน : 24 กันยายน 2569

24 กันยายน 2569 เวลา 05:59 น.

ll ศ.ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จไปทรงเป็นประธานเปิดงาน วันป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าโลก ประจำปี 2569 (World Rabies Day 2026) จัดโดย กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข วันจันทร์ 28 ก.ย. เวลา 14.30 น. ณ ห้องแกรนด์ บอลรูม โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น..

ll ท่านผู้หญิงกุณฑี ไกรฤกษ์ ถึงแก่อนิจกรรมอย่างสงบ สิริอายุได้ 100 ปี โดยมีลูกหลานคอยดูแลใกล้ชิดอบอุ่น เมื่อ 21 ก.ย.สำหรับพิธีสวดพระอภิธรรมเริ่ม 24 ก.ย.-30 ก.ย.19.00 น.ที่บ้านซังฮี้ (ตำหนักทิพย์) ขอแสดงความเสียใจกับ ศักดิ์ทิพย์-อนุทิพย์-เพิ่มพูน-กรทิพย์-กุณฑิกา ไกรฤกษ์ พร้อมเขย-สะใภ้ ..

ll นพ.คณิต-ผุสดี มันตาภรณ์ อบอุ่นใจเมื่อ ทัก ลูกชายคนเดียว กลับมาอยู่กับคุณพ่อคุณแม่ให้ชื่นใจถึงเมษายน ปีหน้า 2570..

ll ยินดีกับ ศ.พิเศษ ดร.ฐานิสร์ วัชโรทัย ในโอกาสได้รับรางวัลนักวิชาการยอดเยี่ยมในงานประกาศรางวัล มณีเมขลา ครั้งที่ 4 ประจำปี 2569 จากสมาคมผู้สื่อข่าวบันเทิงแห่งประเทศไทย ส่วนบุตรชาย ชาญวุฒิ วัชโรทัย ได้รับรางวัลสาขาผู้บริหารยอดเยี่ยม งานจะจัดวันอาทิตย์ 25 ต.ค.16.00 น. ที่ อาคาร 9 บมจ.โทรคมนาคมแห่งชาติ (TOT) สำนักงานแจ้งวัฒนะ..

ll รศ.นพ.นเรนทร์ โชติรสนิรมิต คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ม.เชียงใหม่ พร้อมคณะกรรมการ เตรียมจัดแข่งกอล์ฟการกุศล เพื่อหารายได้สมทบทุน “กองทุนหมอเจ้าฟ้า” ในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ วันอาทิตย์ 1 พ.ย. ณ สนามกอล์ฟ The Royal Chiangmai Golf Resort สันทราย เชียงใหม่ ช่วงนั้นสนามกำลังสวยด้วยดอกไม้ต้นไม้ สอบถาม สนามรอยัลเชียงใหม่ฯ โทร.083-5689797…

ll ครบ 7 รอบ 84 ปี “ป้าใหญ่” ภัทรา ศิลาอ่อน เชิญชวนญาติมิตรสนิท ร่วมสังสรรค์ Patara’s Party วันอังคาร 29 ก.ย. 18.00 น. ที่ S&P Hall สุขุมวิท 26 ร่วมทำบุญเพื่อวันมหิดล (ศิริราชมูลนิธิ) เป็นประจำทุกปี ..

ll ระหว่างนี้ คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ปฎิบัติหน้าที่กรรมการในชุดโอลิมปิกสากล (ไอโอซีเมมเบอร์)และคณะกรรมการที่ปรึกษาสภาโอลิมปิกแห่งเอเซีย (โอซีเอ) ในมหกรรมกีฬาเอเซียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ไอจิ-นาโกยา 2026 ที่เมืองนาโกยา ประเทศญี่ปุ่น ร่วมยินดีและเป็นกำลังใจให้กองทัพนักกีฬาไทยทุกประเภท ..

ll ศ.ดร.สุรเกียรติ-ท่านผู้หญิงสุธาวัลย์ เสถียรไทย ทำบุญสมโภชน์ฉลองกุฎิหม่อมหลวงบัว กิติยากรอนุสรณ์ ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานไม้เพื่อให้ ท่านผู้หญิงสุธาวัลย์ นำไปสร้างกุฎิฯ ถวายวัดพร้อมทำบุญตักบาตรถวายภัตตาหาร เนื่องในวันคล้ายวันเกิดท่านผู้หญิง ณ วัดป่าศรัทธาถวาย (วัดถ้ำเต่า) ต.หนองอ้อ อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี เมื่อ 23 ก.ย.ที่ผ่าน.. นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้..

คุณแหน

นับถอยหลังสู่ World Gourmet Festival 2026: The World of Flavours ณ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ

23 กันยายน 2569 เวลา 16:26 น.

 โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ (Anantara Siam Bangkok Hotel) ชวนนับถอยหลังสู่งาน World Gourmet Festival 2026 เทศกาลอาหารระดับนานาชาติครั้งที่ 26 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 กันยายน ถึง 4 ตุลาคม 2569 ณ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ โดยปีนี้จะจัดขึ้นภายใต้ธีม “The World of Flavours” ต้อนรับเชฟชั้นนำจากหลากหลายประเทศ ที่จะมาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวของอาหารและวัฒนธรรมผ่านมื้ออาหารสุดพิเศษ คอลลาบอเรชันดินเนอร์ เทสติ้งเมนู และประสบการณ์ด้านอาหารที่จะจัดขึ้นตลอดหกวันของเทศกาล



ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ห้องอาหารและพื้นที่ต่างๆ ภายในโรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ จะกลายเป็นจุดนัดพบของเหล่าเชฟจากทั่วโลก ตั้งแต่เชฟเจ้าของดาวมิชลิน ไปจนถึงเชฟผู้สร้างชื่อจากแวดวงไฟน์ไดนิ่งระดับสากล พร้อมด้วยเชฟแถวหน้าของประเทศไทยที่จะมาร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิด เทคนิค และมุมมองด้านอาหาร เพื่อร่วมรังสรรค์ประสบการณ์อาหารเลิศรสอย่างเหนือระดับ

ตลอดเทศกาล นักชิมจะได้พบกับเหล่าเชฟผู้มีชื่อเสียงจากเวทีอาหารระดับโลก อาทิ Chef Julien Royer จาก Odette ประเทศสิงคโปร์, Chef Josiah Citrin จาก Mélisse สหรัฐอเมริกา, Chef Dave Pynt จาก Burnt Ends ประเทศสิงคโปร์, Chef Álvaro Clavijo จาก El Chato ประเทศโคลอมเบีย, Chef Deepanker Khosla จาก HAŌMA กรุงเทพฯ รวมถึง Chef Chumpol Jangprai จาก R.HAAN, Chef Chalee Kader จาก Wana Yook และเชฟชั้นนำอีกมากมายจากประเทศไทยและนานาประเทศ

นอกเหนือจากดินเนอร์โดยเชฟระดับโลกแล้ว World Gourmet Festival 2026 ยังเตรียมโปรแกรมหลากหลายตลอดหกวัน ทั้งเทสติ้งเมนู ดินเนอร์แบบคอลลาบอเรชัน โชว์และกิจกรรมต่างๆ จากเชฟ อาฟเตอร์นูนที, บรันช์สุดสัปดาห์, บาร์คอลลาบอเรชัน และบาร์เทคโอเวอร์ รวมถึงเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองจากบุคคลสำคัญในแวดวงอาหาร

อีกเพียงไม่กี่วัน โลกแห่งอาหารจากหลากหลายมุมโลกจะมาบรรจบกันที่ใจกลางกรุงเทพฯ ที่งาน World Gourmet Festival 2026: The World of Flavours ระหว่างวันที่ 29 กันยายน ถึง4 ตุลาคม 2569 ณ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ เตรียมพบกับ 6 วันแห่งรสชาติ ความคิดสร้างสรรค์ และเรื่องราวจากทั่วโลก ได้ภายในงาน

สามารถดูตารางกิจกรรมและรายละเอียดการสำรองที่นั่งได้ที่ https://www.worldgourmetfestival.asia

กัน นภัทร กลั้นน้ำตาไม่อยู่ นาที เนเน่ คว้าแชมป์ หลังบินเชียร์ถึงขอบเวที

24 กันยายน 2569 เวลา 14:24 น.

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์สุดประทับใจ สำหรับการแข่งขันบนเวทีระดับโลกของ “เนเน่ รอยัล” หรือ “น้องแพรว-รัตติกานต์ อำลอย” ที่ได้รับแรงเชียร์จากแฟนคลับและคนไทยอย่างล้นหลาม ล่าสุดนักร้องหนุ่มเสียงคุณภาพ “กัน นภัทร” ก็ไม่พลาด เดินทางไปส่งกำลังใจให้สาวน้อยมากความสามารถถึงติดขอบเวที

โดย กัน นภัทร ได้เผยคลิปบรรยากาศช่วงเวลาสุดตื่นเต้นภายในฮอลล์การแสดง ซึ่งเต็มไปด้วยแสง สี เสียง และบรรยากาศสุดยิ่งใหญ่ ก่อนที่ เนเน่ รอยัล จะก้าวขึ้นเวทีโชว์ความสามารถต่อหน้าผู้ชมจากทั่วโลก

ตลอดการแสดง หนุ่มกันส่งเสียงเชียร์และให้กำลังใจเนเน่อย่างเต็มที่ พร้อมเผยความรู้สึกสุดตื้นตันกับการได้เห็นเด็กไทยก้าวขึ้นไปยืนบนเวทีระดับโลก โดยเจ้าตัวถึงกับกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่

งานนี้หลังคลิปถูกเผยแพร่ออกมา ก็มีเพื่อนพ้องในวงการบันเทิงและแฟนคลับเข้ามาร่วมแสดงความยินดีและส่งกำลังใจกันอย่างคึกคัก

‘เอิ๊ต ภัทรวี’ เปลี่ยน ‘Comfort Tone’ ให้เป็น ‘บ้านของหัวใจ’ พาแฟนเพลงพักใจ ผ่านเสียงเพลง ในค่ำคืนคอนเสิร์ตสุดอบอุ่น

24 กันยายน 2569 เวลา 14:18 น.

หลังจากเดินทางบนเส้นทางสายดนตรีมากว่า 10 ปี วันนี้ ‘เอิ๊ต – ภัทรวี ศรีสันติสุข’ ศิลปินค่าย Boxx Music ในเครือ Muzik Move เติบโตขึ้นอีกขั้น พร้อมตัวตนที่ชัดเจนและเป็นตัวเองมากขึ้น พาทุกคนเข้าสู่ Comfort Zone พักฟังเพลงแบบสบาย ๆ ในคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งล่าสุด “Singha Corporation presents Earth Patravee ‘Comfort Tone’ Concert” เมื่อวันที่ 19 กันยายน ณ centralwOrld LIVE โดยทีมผู้จัด OKD (โอเคดี) ฝ่าย Show Business จากบ้าน Muzik Move ที่สร้างสรรค์โชว์ครั้งนี้ ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นและเต็มอิ่มตลอดกว่า 3 ชั่วโมง

ภาพ ‘Comfort Tone’ ของ ‘เอิ๊ต’ ถูกออกแบบด้วยสวนดอกไม้สดใสบนเนินหญ้าสีเขียวดูสบายตา ห้อมล้อมไปด้วยเพื่อน ๆ นักดนตรี กีตาร์, เบส, กลอง, เปียโน และยังเติมเต็มด้วยวงเครื่องสาย 3 ชนิด ทั้ง ไวโอลิน, วิโอลา, เชลโล พร้อมทีมคอรัส เพื่อยกระดับโชว์ให้แฟนเพลงได้รู้สึกไปกับทุกบทเพลงได้มากกว่าเวอร์ชันปกติ การันตีได้ว่าโชว์ในค่ำคืนนี้ จะเป็นอีกหนึ่ง ‘Special Performance’ ของ ‘เอิ๊ต’ ในฐานะ Musician อย่างเต็มตัว

ทุกเฉดสีบนเวทีถูกออกแบบให้เปลี่ยนไปตามอารมณ์ของเพลงในแต่ละช่วง ประกอบการพูดคุยที่ ‘เอิ๊ต’ ออกแบบให้ช่วงนี้เป็นพื้นที่ ‘Comfort Zone’ ตรงกับความหมายของอัลบั้ม ‘Heart is Home’ ที่เหมือนเป็น Podcast บอกเล่าตัวตน เรื่องราวในชีวิต และความหมายของแต่ละเพลง ในทุก Magic Moment ที่เกิดขึ้น แบบไม่มีสคริปต์ ไม่มีเสียงดนตรีที่บันทึกไว้ล่วงหน้า มีเพียงความตั้งใจของ ‘เอิ๊ต’ ที่อยากให้ทุกคนอยู่กับโมเมนต์ที่เกิดขึ้นจริงบนเวที

โดยเบื้องหลังการออกแบบดนตรีเกิดจาก ‘เอิ๊ต ภัทรวี’ ร่วมกับทีม Music Director อีก 3 คน ได้แก่  บุ้ง–กวิน สิริภัทรกุล, ยี่–ชยปัญญ์ จันทรานุสนธิ์ และ แจม–ธนัท เลาหระวี ร่วมกัน Arrangement และ Progression เรียบเรียงดนตรีสดใหม่และ ร้อยเรียงทุกเพลงอย่างละเอียด เหมือนทุกโชว์ ศิลปินกำลังเล่าเรื่องให้ฟัง

เปิดโชว์ต้อนรับแฟน ๆ ด้วยข้อความจากประตูบานแรก อย่างเพลง “จดหมายที่ฉันคงไม่ได้ส่ง (Dried Flower)”, “ห้ามใจไม่อยู่ (Is it you?)” และ “ครั้งหนึ่งเคยสวยงาม (Golden Hour)”  ก่อนเข้าสู่ช่วงพูดคุยที่ชวนคนดูเข้ามาอยู่ในบ้านเดียวกัน จากนั้นไปต่อกับ “Snooze”, “มีไว้แค่เป็นของเธอเท่านั้น (Pause)” และย้อนอดีตไปกับ “Timehop” ที่ถูกเรียงต่อกันอย่างลื่นไหล ก่อนค่อย ๆ พาเข้าสู่เรื่องราวของความสัมพันธ์ การจากลา และการเติบโต

หนึ่งในช่วงที่สร้างความประทับใจคือ “เป็นฉันที่คิดผิดไป (Grow Old/ Apart)  และ“ยังไปไม่ไหว” ที่ ‘เอิ๊ต’ หยิบเปียโนขึ้นมาเป็นหัวใจหลักของเพลง ส่งต่อให้ “ดีกว่าต้องลืมเธอไป (Wooden House)”  ก่อนเปิดเวทีต้อนรับ ‘TINN’ หรือ ‘ติณณ์ นภาลัย’ นักร้อง นักแต่งเพลง ที่เคยได้ร่วมงานกัน ในเพลง “เศษ” ซึ่งได้มาร้องร่วมกันสด ๆ บนเวทีนี้อีกครั้ง อีกหนึ่งโมเมนต์สำคัญในเพลง “ถ้าฉันหายไป”  โดยมีเพียงเสียงร้องกับเสียงกีตาร์ของทั้งสองที่สื่อสารกัน ทำให้ทั้งฮอลล์ตกอยู่ในภวังค์ในช่วงเวลานี้ทันที

จากนั้นบรรยากาศถูกพาออกไปไกลขึ้นด้วย “Blue December” เติมกลิ่นอายของการเดินทาง ราวกับกำลังอยู่ในสถานที่ที่มีหิมะตกในช่วงปลายปี ก่อนเข้าสู่ “หากไม่มีเธอตรงนี้ (London)” ในเวอร์ชันที่เปิดพื้นที่ให้ดนตรีได้เล่าเรื่องมากขึ้นทั้งไลน์เบสและกีตาร์ที่หนักแน่น ขณะที่ “ขอโทษดาว” เติมสีสันด้วยโซโล่กีตาร์ที่ถูกออกแบบใหม่เพิ่มเสน่ห์ให้กับเพลงนี้ ส่งต่อเข้าสู่ “กี่ฤดู (Heart is Home)”, “บอกกันได้ไหม (Love Language)” รวมถึง “SKY & SEA” ที่ลดทอนเครื่องดนตรีลง เหลือพื้นที่ให้เสียงร้องและบรรยากาศได้ทำงานมากขึ้น

ก่อนพาเข้าสู่ช่วงท้ายที่บรรยากาศเริ่มขยับขึ้นอีกครั้งกับ “เพื่อนคนนี้..(Red Wine)”, “เมื่อพระจันทร์ลา (Last Song)” และ “You You You” ที่ชวนคนดูขยับจังหวะและมีส่วนร่วมไปพร้อมกัน ส่งต่อความรู้สึกผ่าน “หวง (You’re Mine)”  ที่ทำให้ทั้งฮอลล์กลับมาเต็มไปด้วยเสียงร้องจากแฟน ๆ

และเมื่อเดินทางมาถึงช่วงสุดท้าย ‘เอิ๊ต’ ทิ้งไว้เพียงกีตาร์โปร่งหนึ่งตัวนั่งอยู่กลางเวที เพื่อถ่ายทอด “ขอบคุณหัวใจ (Shades)”  ขอบคุณทุกคนที่สนับสนุน ให้เกียรติและไว้ใจ มานั่งพักด้วยกันในพื้นที่นี้  พร้อมกล่าวขอบคุณตัวเอง ที่ได้ก้าวผ่านความรู้สึกหลากหลายเฉด และให้ทุกคนได้ขอบคุณตัวเองในช่วงท้ายนี้

ตลอดกว่า 10 ปีบนเส้นทางดนตรี จากวันแรกที่เริ่มต้นเดินทาง มาถึงวันนี้ที่เธอสามารถหยิบทั้งเสียงดนตรี การร้อง การเล่นดนตรี การเล่าเรื่อง และความรู้สึก มาร้อยเรียงเป็นโชว์ที่ ‘เอิ๊ต’  ตั้งใจให้คอนเสิร์ตครั้งนี้เป็นเสียงดนตรีในพื้นที่ปลอดภัย เปรียบเหมือน ‘Comfort Tone’ ที่ไม่เพียงทำให้แฟนเพลงทุกคนได้รู้สึกสบายใจ แต่คือการที่ศิลปิน ที่ชื่อ ‘เอิ๊ต ภัทรวี’  ได้เป็นตัวเองอย่างเต็มที่อีกด้วย

ตลอดค่ำคืนที่ผ่านมา ‘เอิ๊ต’ จึงไม่ได้เพียงพาทุกคนกลับมาอยู่ใน Comfort Zone ผ่านเสียงเพลงที่จริงใจ แต่ยังทำให้เห็นว่า วันนี้เธอเติบโตขึ้นและในขณะเดียวกันก็เป็น ‘เอิ๊ต ภัทรวี’  ในแบบที่ชัดเจนและเป็นตัวเองที่สุด

#MuzikMove

#OKD

#EarthPatravee

#EarthPatraveeComfortToneConcert

โจ้ Surface หยิบผ้ายกทองสุรินทร์ ครูช่างชั้นครู เนรมิตชุด เนเน่ วันคว้าแชมป์ America’s Got Talent

24 กันยายน 2569 เวลา 14:33 น.

ชุดเนเน่วันคว้าแชมป์

“โจ้ Surface” เนรมิตชุดลายผ้ายกทองสุรินทร์ ส่ง “น้องเนเน่” ผงาดบนเวที America’s Got Talent ชูแรงบันดาลใจจาก “วณิพก-เครื่องรางของขลัง”

สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยอย่างต่อเนื่อง เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊ก  Taneth Laksanavilas    ได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวเบื้องหลังชุดรับมงสุดอลังการของ “น้องเนเน่” บนเวทีการแข่งขันระดับโลกอย่าง America’s Got Talent 2026

Screenshot 2026-09-24 142006

สำหรับชุดดังกล่าวได้รับการออกแบบโดย “พี่โจ้” อธิษฐ์ ฐิรกิตติวัฒน์ หรือที่รู้จักกันดีในนาม “โจ้ Surface” ดีไซเนอร์ระดับแนวหน้าและเจ้าของแบรนด์ Surface ซึ่งเป็นผู้อยู่เบื้องหลังชุดพรีลิมมินารีของนางงามไทยบนเวที Miss Universe ทั้ง “น้ำตาล ชลิตา” และ “มารีญา พูลเลิศลาภ” รวมถึงสร้างสรรค์คอสตูมให้ศิลปินชื่อดังมากมายมาอย่างยาวนาน

Screenshot 2026-09-24 142321

พี่โจ้ เปิดเผยว่า ผ้าที่นำมาตัดเย็บชุดนี้คือ “ผ้ายกทอง” จากกลุ่มทอผ้าไหมยกทองจันทร์โสมา บ้านท่าสว่าง จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเป็นผลงานอันประณีตของ อาจารย์วีรธรรม ตระกูลเงินไทย ศิลปินแห่งชาติ ประจำปี 2568 สาขาทัศนศิลป์ โดยการดีไซน์ได้คำนึงถึงตัวผู้สวมใส่เป็นหลัก เพื่อให้เนเน่มีความเท่ ทะมัดทะแมง และคล่องตัว เหมาะกับการแสดงโชว์บนเวทีที่มีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา

Screenshot 2026-09-24 141308

ในส่วนของแรงบันดาลใจ พี่โจ้เล่าว่า ระหว่างที่ทำชุดนี้นึกถึงเนื้อหาของ “เพลงวณิพก” เพลงฮิตระดับตำนานจากสตูดิโออัลบั้มชุดที่ 3 ของวงคาราบาว จึงนำมาเป็นคอนเซปต์หลักในการถ่ายทอด นอกจากนี้ยังเพิ่มดีเทลตกแต่งบริเวณช่วงคอให้มีกลิ่นอายคล้ายกับการพก “เครื่องรางของขลัง” เพื่อเสริมเสน่ห์ความลึกลับและเพิ่มมิติให้กับตัวชุดบนเวทีโชว์

ดีไซเนอร์ชื่อดังยังได้กล่าวแสดงความยินดีกับความสำเร็จของน้องเนเน่ ที่สามารถสร้างชื่อเสียงและความภาคภูมิใจให้กับประเทศไทยได้อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมระบุว่ารู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในเส้นทางความสำเร็จครั้งนี้

ทางด้านเฟซบุ๊กส่วนตัวของพี่โจ้  Adhit Dhirakittiwat  ได้โพสต์ข้อความระบุถึงผลงานชิ้นนี้ไว้ว่า “‘วณิพกพเนจร และ เครื่องรางของขลัง’ ถูกถ่ายทอดผ่านผ้าไหม (จันทร์โสมา) จากท่าน อ.วีรธรรม ตระกูลเงินไทย ศิลปินแห่งชาติ นำเสนอผ่าน Nene Royal ขอบพระคุณ ท่าน อ.วีระธรรม ตระกูลเงินไทย และ ท่านเขม ดร.เขมจุฑา สุวรรณจินดา ครับ”

นับเป็นอีกหนึ่งผลงานที่ถ่ายทอดศิลปวัฒนธรรมไทยผ่านงานดีไซน์ร่วมสมัยได้อย่างงดงาม และประกาศศักดาผ้ายกทองของไทยให้สายตาคนทั่วโลกได้ประจักษ์อย่างน่าภาคภูมิใจ

แอริน นำทีมคนรักน้องหมา เก๋ ชลลดา, แพท ชญานิษฐ์, ลิเดีย, ซินดี้, วิกกี้ ร่วมกิจกรรม Puppy Yoga เปิดตัว Petsential101

24 กันยายน 2569 เวลา 14:05 น.

Petsential101 (เพ็ทเซนเชียล วันโอวัน) แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลสัตว์เลี้ยง เปิดตัวอย่างเป็นทางการภายใต้ แนวคิด   “A Better Way to Care” มุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การดูแลสัตว์เลี้ยงและไลฟ์สไตล์ของผู้เลี้ยง ในชีวิตประจำวัน

Petsential101 ก่อตั้งโดย 3 ผู้ร่วมก่อตั้ง ได้แก่ แอริน เบญจรงคกุล หรือที่รู้จักกันในชื่อ แอริน ยุกตะทัต, พรรณพฤกษ์ สมิตินันทน์ และ ลภัสรินทร์ ดำริการเลิศ โดยผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ใช้สารสำคัญที่พัฒนา ต่อยอดจากงานวิจัยของ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ Pet Care ที่สามารถ นำมาใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน

งาน Grand Opening จัดขึ้น ณ TARN HALL, Rin at Raintree พร้อมกิจกรรม Exclusive Puppy Yoga Event สนับสนุนโดย Happy Puppy Yoga กับน้อง Pomsky 13 ตัว โดยมีศิลปิน นักแสดง เซเลบริตี้ และคนรักสัตว์ ร่วมงาน อาทิ ซินดี้ สิรินยา, ลิเดีย ศรัณย์รัชต์ ดีน, วิกกี้ สุนิสา, เก๋ ชลลดา เมฆราตรี, บูม เทยกะทะ, เชียร์ ฑิฆัมพร, ยิปซี คีรติ, แพรวา ณิชาภัทร, แพท ชญานิษฐ์ และอีกมากมาย งานได้รับการสนับสนุนจาก Happy Puppy Yoga, Rin at Raintree, Lele Juice Bar, Party Animal, LIV White Diamond และ Kira Lab

ด้าน แอริน เบญจรงคกุล กล่าวว่า “เราอยากให้ Petsential101 เป็นแบรนด์ที่ช่วยให้การดูแลสัตว์เลี้ยง ในทุกวัน ง่ายและตอบโจทย์มากขึ้น และจะพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เพื่อครอบคลุมการดูแลสัตว์เลี้ยงในหลาก หลายมิติต่อไป”

ปัจจุบัน Petsential101 มีผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ Odor Killer สเปรย์สำหรับจัดการกลิ่นไม่พึงประสงค์ ในพื้นที่ เลี้ยงสัตว์ เน้นจัดการกลิ่นที่ต้นเหตุ ไม่ใช่เพียงการใช้กลิ่นหอมกลบ, Bath On-the-Go สเปรย์อเนกประสงค์ สำหรับดูแล รีเฟรชความสะอาด พร้อมช่วยดูแลผิวและขนระหว่างวันโดยไม่ต้องอาบน้ำ และ Gentle Barrier สเปรย์ สูตร Fragrance-Free สำหรับแมวและสัตว์เลี้ยงผิวบอบบาง โดยแบรนด์มีแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์ในหมวดหมู่อื่น ๆ เพิ่มเติมในอนาคต

#Petsential101   #Grandopening   #PetCare   #PuppyYoga

‘รักชาติ–ดาว มยุรี’ คืนเวทีชุมทางฯ! เปิดเพลงฮิตสะกดใจ ก่อนพา 6 ตัวเต็งลุยโค้งสุดท้าย GLO Miracle Music

24 กันยายน 2569 เวลา 14:02 น.

เวทีลูกทุ่ง “ชุมทางดาวทอง” สัปดาห์นี้เตรียมเสิร์ฟความสนุกแบบครบรส ต้อนรับการกลับมาของสองนักร้องลูกทุ่งที่แฟนเพลงคิดถึง ประเดิมด้วยลูกทุ่งรุ่นเดอะ “รักชาติ ศิริชัย” เจ้าของบทเพลงดังที่ยังร้องตามกันได้อย่าง “ฉันทนาที่รัก” และ “รักข้ามคลอง” พร้อมหยิบเพลงฮิตกลับมาสร้างสีสันบนเวทีอีกครั้ง

จากนั้นพบกับนักร้องสาวสุดจี๊ด “ดาว มยุรี” ที่ห่างหายจากเวทีไปนาน งานนี้กลับมาทั้งทีไม่มีธรรมดา เตรียมย้อนความทรงจำผ่านบทเพลง “แนวหลังยังคอย” และ “มีเมียแล้วไม่เอา” เรียกว่าคอเพลงลูกทุ่งรุ่นเก๋าได้มีโอกาสหายคิดถึงกันแน่นอน

ขณะที่อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ คือการพาแฟนรายการไปทำความรู้จักกับ 6 ตัวเต็งแชมป์ GLO Miracle Music Season 3 ก่อนเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ได้แก่ นีม จ.นครศรีธรรมราช, มุต จ.สตูล, เลิฟ จ.อุทัยธานี, โพสต์ จ.เพชรบุรี, พอตเตอร์ จ.ระนอง และฟ้าใส จ.ปทุมธานี ทั้ง 6 คนจะเปิดเรื่องราว ตัวตน และเส้นทางบนเวที พร้อมย้อนมองและทบทวนตัวเองอีกครั้ง ก่อนก้าวเข้าสู่บททดสอบสำคัญที่สุดของการแข่งขัน

เรียกว่าช่วงโค้งสุดท้ายนี้ไม่มีใครยอมใคร เพราะทุกคนต่างมีเป้าหมายเดียวกันคือการคว้าโอกาสไปให้ถึงตำแหน่งแชมป์ งานนี้แฟนลูกทุ่งต้องจับตาให้ดีว่า ใครจะงัดความสามารถอะไรออกมาโชว์ และใครจะสร้างความประทับใจได้มากที่สุด ก่อนถึงวันตัดสิน

ติดตามความสนุกของ “ชุมทางดาวทอง” วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน 2569 และวันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2569 เวลา 13.10 น. ทางช่อง 7HD หรือรับชมย้อนหลังได้ทาง http://www.bugaboo.tv, Youtube Channel 7 Star Studio และเฟสบุ๊คแฟนเพจhttps://www.facebook.com/chumtangdaotong/

และปิดท้ายด้วยข่าวดีสำหรับคนรักเสียงเพลง เมื่อ “ชุมทางดาวทอง” เปิดโอกาสให้คนมีฝันได้ก้าวขึ้นสู่เวทีซีซั่นใหม่ ไม่จำเป็นต้องเป็นนักร้องมืออาชีพ ขอเพียงมีใจรักการร้องเพลงและอยากโชว์ความสามารถ เตรียมอัดคลิปเสียงร้องของตัวเอง แล้วส่งเข้ามาที่ แฟนเพจ Facebook ชุมทางดาวทอง เปิดรับคลิปตั้งแต่วันนี้ถึง 15 ตุลาคม 2569 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 09 2789 5656 ใครมีฝัน รีบเลย!!

เปิดเบื้องหลังงานวิวาห์ ‘นก ยลดลา – เฌอ ข่าน’เหินฟ้าจัดงานสุดโรแมนติกที่เชียงใหม่ เผยเบื้องหลังความงดงาม

24 กันยายน 2569 เวลา 13:54 น.

กลายเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์แห่งความสุขที่สร้างความประทับใจให้กับแฟนคลับและผู้ที่ติดตามเรื่องราวของเธอไม่น้อยสำหรับอดีตนักแสดงและผู้ขับเคลื่อนสังคมชื่อดัง “นก ยลลดา สวนยศ” ที่เปิดบทใหม่ของชีวิตรัก ด้วยการจูงมือหวานใจหนุ่มคมเข้มชาวปากีสถาน “เฌอ ข่าน” (Sher Khan) เข้าสู่ประตูวิวาห์อย่างเป็นทางการ ท่ามกลางบรรยากาศสุดอบอุ่น โรแมนติก และเต็มไปด้วยความหมาย

ล่าสุดมีการเปิดภาพเบื้องหลังงานวิวาห์สุดพิเศษ ซึ่งจัดขึ้นที่ Hi Do Hi Studio Wedding จังหวัดเชียงใหม่ เผยให้เห็นรายละเอียดของงานที่ถูกถ่ายทอดออกมาอย่างพิถีพิถัน ตั้งแต่บรรยากาศ การตกแต่ง ไปจนถึงองค์ประกอบเล็กๆ ที่ถูกจัดวางให้เข้ากับเรื่องราวความรักของคู่บ่าวสาวได้อย่างลงตัว

และหนึ่งในบุคคลสำคัญที่อยู่เบื้องหลังภาพความประทับใจครั้งนี้คือ “ต้น เศกสกล” ออแกไนซ์และ Event Wedding Planner ผู้คร่ำหวอดในวงการจัดงานแต่งงาน และได้รับการยกให้เป็นหนึ่งในทีมเวดดิ้งแพลนเนอร์ที่มีประสบการณ์มากแห่งเชียงใหม่

ด้วยประสบการณ์ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี “ต้น เศกสกล” และทีมงานได้ดูแลและสร้างสรรค์งานวิวาห์มาแล้วนับพันคู่ ถ่ายทอดความต้องการและเรื่องราวของคู่บ่าวสาวแต่ละคู่ให้ออกมาเป็นงานแต่งงานที่มีเอกลักษณ์ พร้อมเติมเต็มรายละเอียดให้ทุกช่วงเวลามีความหมาย และกลายเป็นความทรงจำที่น่าประทับใจของเจ้าบ่าวเจ้าสาวและครอบครัว

สำหรับงานของ “นก ยลลดา – เฌอ ข่าน” ทีมงานได้ร่วมกันเนรมิตบรรยากาศให้มีทั้งความอบอุ่น เรียบหรู และโรแมนติก สอดรับกับช่วงเวลาสำคัญของชีวิตคู่ โดยมีทีมงานและผู้สนับสนุนร่วมสร้างสรรค์ความพิเศษในครั้งนี้

ได้แก่seaksakol1982weddingplanner, Chalayut Studio, ร้านอาหารบ้านแม่, Ktertainment, คุณแบงค์ และ Anniversary MC

เบื้องหลังภาพสวยๆ ที่หลายคนได้เห็น จึงไม่ได้มีเพียงการตกแต่งสถานที่ให้สวยงามเท่านั้น แต่ยังเป็นการทำงานที่ต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่การวางคอนเซ็ปต์ การประสานงานทีมงาน ไปจนถึงการดูแลบรรยากาศภายในงาน เพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่นและสะท้อนตัวตนของคู่บ่าวสาวออกมาให้มากที่สุด

ตลอดเวลากว่า 10 ปีในเส้นทาง Wedding Planner สิ่งที่ “ต้น เศกสกล” และทีมงานให้ความสำคัญไม่ใช่เพียงความอลังการของงาน แต่คือการทำให้คู่บ่าวสาวได้ใช้เวลาแห่งความสุขอย่างเต็มที่ โดยมีทีมงานคอยดูแลทุกขั้นตอนอยู่เบื้องหลัง จนเกิดเป็นภาพความทรงจำที่สวยงามในวันสำคัญ

งานวิวาห์ของ “นก ยลลดา และ เฌอ ข่าน” จึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของงานแต่งงานที่ผสมผสานความรัก ความอบอุ่น และความใส่ใจในรายละเอียดเข้าด้วยกันอย่างลงตัว พร้อมเผยให้เห็นอีกมุมของการทำงานเบื้องหลังจากทีม Wedding Planner ที่อยู่เบื้องหลังรอยยิ้มและความสุขของคู่บ่าวสาวมานับพันคู่

เพราะสำหรับคนทำงานด้าน Wedding Planner ทุกงานไม่ใช่เพียง “งานแต่งงาน” แต่คือการได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ วันสำคัญที่สุดวันหนึ่งในชีวิตของคนสองคน และเก็บเกี่ยวความทรงจำดีๆ ไปพร้อมกับพวกเขา

‘รสแลกเงิน’ปราบเซียน 3 เชฟ ! ฝ่าด่าน ‘มื้อว่างของเด็กเกลียดผัก’

24 กันยายน 2569 เวลา 12:23 น.

“รสแลกเงิน” ท้า 3 เชฟฝ่าด่านสุดหิน “มื้อว่างของเด็กเกลียดผัก” งัดฝีมือสร้างสรรค์เมนูจากผัก 5 ชนิด เสิร์ฟ 24 จาน ภายในเวลา 60 นาที ลุ้นภารกิจเปลี่ยนใจเด็ก ๆ ให้ยอมเปิดใจชิมผักได้สำเร็จ ติดตามความสนุกนี้ในวันจันทร์ที่28 กันยายนนี้ ทางช่อง 7HD กด 35

สัปดาห์นี้ ยังมีความสนุกพร้อมสาระดี ๆ มาให้เช่นเคย สำหรับรายการ รสแลกเงิน ที่ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ ช่อง 7HD และ บริษัท เฮลิโคเนีย เอช กรุ๊ป จำกัด ผลิตขึ้น  โดย 2 พิธีกร เชฟกอล์ฟ-สัญญา ธาดาธนวงศ์ และ เชฟอ๊อฟ-ณัฐวุฒิ ธรรมพันธุ์  ทำหน้าที่ดำเนินรายการ ที่งานนี้ 3 เชฟต้องเจอโจทย์สุดท้าทายจาก สสส. กับภารกิจ “มื้อว่างของเด็กเกลียดผัก” เมื่อเด็กวัย 10-12 ปี   อยู่ในช่วงเริ่มเลือกกินอาหาร และหนึ่งในสิ่งที่มักเขี่ยทิ้งมากที่สุด คือ “ผัก” จึงกลายเป็นภารกิจสำคัญที่  3 เชฟ ต้องนำวัตถุดิบผักมาสร้างสรรค์เป็นเมนูทีjสามารถทำให้เด็ก ๆ ที่ไม่ชอบกินผัก เปิดใจและอยากลองชิม

โดยมีวัตถุดิบหลัก ได้แก่ บรอกโคลี ฟักทอง แคร์รอต มะเขือเทศ และผักโขม ให้รังสรรค์เป็น “มื้อว่าง” ที่ทั้งอร่อย ทานง่าย และถูกหลักโภชนาการ แต่ภารกิจครั้งนี้ไม่ง่าย เพราะ 3 เชฟต้องบริหารจัดการทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเลือกใช้วัตถุดิบ การคิดเมนูการลงมือทำ ไปจนถึงการบริหารเวลา โดยต้องทำอาหารสำหรับเด็กวัย 10-12 ปี  จำนวน 20 คน พร้อมกรรมการอีก 4 คน รวมเป็น 24 เสิร์ฟ ปริมาณจานละ 200 กรัม และต้องเสิร์ฟให้ครบภายในเวลาเพียง 60 นาที ที่สำคัญในซูเปอร์มาร์เก็ตไม่มีเครื่องปรุงให้ใช้
ทำให้เชฟต้องดึงรสชาติและคุณค่าจากวัตถุดิบออกมาให้ได้มากที่สุด

งานนี้ 3 เชฟมากฝีมือ ได้แก่ เชฟบอล สุชาติ ใจฉ่ำ จาก Master Chef Thailand Season 3, เชฟจำลอง ศรีรักษา จาก Master Chef Thailand Season 1 และ พ่อค้าอ๊อฟ ธวัชชัย สุจริต  รองแชมป์จากรายการ ศึกพ่อค้าซ่าแม่ค้าแซ่บซีซั่น 2 ต้องเปิดครัวประชันฝีมือ งัดทั้งประสบการณ์และไอเดียมารังสรรค์เมนู เพื่อพิชิตใจน้อง ๆ ทั้ง 20 คน  และเหล่ากรรมการร่วมชิมและตัดสิน ได้แก่ หม่อมหลวงภาสันต์ สวัสดิวัตน์ นักชิม และนักวิจารณ์อาหาร ผู้รอบรู้เรื่องวัตถุดิบ, คุณสุพัฒนุช สอนดำริห์ ผู้อำนวยการสำนักอาวุโส สำนักสื่อสารการตลาดเพื่อสังคม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.),อาจารย์แววตา เอกชาวนา  นักโภชนาการ และ นักกำหนดอาหารอิสระ และ เชฟอ๊อฟ ณัฐวุฒิ

กว่าจะออกมาเป็นหนึ่งจาน 3 เชฟต้องคิดให้ครบทุกองค์ประกอบ ทั้งรสชาติ ความน่ารับประทานคุณค่าทางโภชนาการและปริมาณที่ต้องเพียงพอ สำหรับ 24 เสิร์ฟ ภายใต้เวลาจำกัดเพียง 60 นาที พร้อมโจทย์สำคัญที่ต้องทำให้เด็ก ๆ ซึ่งไม่ชอบกินผัก ยอมเปิดใจชิมให้ได้ เรียกว่าเป็นโจทย์หินสุด ๆ

มาร่วมลุ้นกันว่าแต่ละเชฟจะสร้างสรรค์เมนูอะไรออกมาสู้กัน ใครจะบริหารเวลาและวัตถุดิบได้ดีที่สุด  และเมนูของใครจะสามารถเปลี่ยนใจเด็ก ๆ ที่ไม่ชอบผักให้ยอมชิมได้สำเร็จ? พร้อมเปิดมุมมองใหม่ให้กับการกินผัก ในรายการ “รสแลกเงิน”วันจันทร์ที่ 28 กันยายนนี้  เวลา 18.00 น. ทางช่อง 7HD กด 35  และรับชมย้อนหลังทาง  Netflix

เกาะติดทุกข่าวสารและความเคลื่อนไหวจากช่อง 7HD ได้ครบทุกช่องทาง ทั้งช่องดิจิทัล “ช่อง 7HD” กดหมายเลข 35 และ Social Media ของสถานีฯ Ch7HD บน Facebook, Instagram, TikTok, X, YouTube และ Threads  พร้อมรับชมรายการและคอนเทนต์ต่าง ๆ ทางเว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน CH7ON