ชายปารีสคว้าภาพวาด “ปิกัสโซ” มูลค่า 32 ล้านบาท หลังซื้อสลากการกุศลใบละ 3,700 บาท

ชายปารีสคว้าภาพวาด "ปิกัสโซ" มูลค่า 32 ล้านบาท หลังซื้อสลากการกุศลใบละ 3,700 บาท

15 เม.ย. 2569 12:08 น.

ชายปารีสคว้าภาพวาด “ปิกัสโซ” มูลค่า 32 ล้านบาท หลังซื้อสลากการกุศลใบละ 3,700 บาท

วิศวกรฝ่ายชาวฝรั่งเศสกลายเป็นผู้โชคดีคว้ารูปวาดฝีมือศิลปินก้องโลก “ปาโบล ปิกัสโซ” มูลค่ากว่า 1 ล้านดอลลาร์ (ราว 32 ล้านบาท) หลังซื้อสลากการกุศลเพียงใบละ 100 ยูโร (ราว 3,770 บาท)  โดยรายได้ทั้งหมดจากการชิงโชคครั้งนี้จะนำไปสมทบทุนวิจัยโรคอัลไซเมอร์

อารี โฮดารา ผู้ที่หลงใหลในงานศิลปะวัย 58 ปี ถึงกับเก็บอาการไม่อยู่เมื่อทราบข่าวว่าเขาคือผู้ชนะในการจับสลากรางวัลใหญ่ ณ สถาบันการประมูลคริสตี้ ในกรุงปารีส เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (14 เม.ย.) โดยรางวัลที่เขาได้รับคือภาพวาดของ ปาโบล ปิกัสโซ มูลค่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 32 ล้านบาท) จากการซื้อตั๋วชิงโชคราคาเพียง 100 ยูโร หรือประมาณ 3,770 บาทเท่านั้น

โฮดาราเปิดเผยความรู้สึกหลังทราบผลว่า “ผมจะเช็กได้อย่างไรว่านี่ไม่ใช่เรื่องล้อกันเล่น?” เขายังเล่าต่อว่าตนเองเป็นเพียงคนรักศิลปะทั่วไป และตัดสินใจซื้อตั๋วใบนี้ระหว่างมื้อค่ำที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากทราบข่าวเรื่องการชิงโชคโดยบังเอิญ “สิ่งแรกที่ผมจะทำคือบอกข่าวนี้กับภรรยา และแน่นอนว่าผมตั้งใจจะเก็บภาพวาดนี้ไว้ชื่นชมเอง”

สำหรับผลงานที่นำมาชิงโชคในครั้งนี้มีชื่อว่า “Head of a Woman” เป็นภาพพอร์ตเทรตของ “ดอรา มาอาร์” (Dora Maar) ผู้เป็นมิวส์และคนรักของปิกัสโซ โดยเป็นภาพเขียนสีน้ำกวอช (Gouache) บนกระดาษที่สร้างสรรค์ขึ้นในปี 1941

โครงการชิงโชคครั้งที่ 3 ภายใต้ชื่อ “1 Picasso for 100 euros” นี้ สามารถจำหน่ายสลากได้ทั้งหมด 120,000 ใบจากทั่วโลก รวมมูลค่า 12 ล้านยูโร (ประมาณ 452 ล้านบาท) โดยรายได้ส่วนหนึ่งจะถูกมอบให้กับ Opera Gallery เจ้าของเดิมของภาพวาดในราคาพิเศษที่ 1 ล้านยูโร จากราคาประเมินปกติ 1.45 ล้านยูโร และกำไรส่วนที่เหลือทั้งหมดจะมอบให้กับมูลนิธิวิจัยโรคอัลไซเมอร์ ในปารีส เพื่อใช้ในการค้นคว้าวิจัยทางการแพทย์

กิจกรรมการกุศลลักษณะนี้เคยจัดขึ้นมาแล้ว 2 ครั้ง โดยครั้งแรกในปี 2013 ผู้โชคดีเป็นชายจากรัฐเพนซิลเวเนียของสหรัฐฯ ส่วนครั้งที่สองในปี 2020 ตกเป็นของนักบัญชีหญิงชาวอิตาลี ซึ่งในอดีตรายได้จากการชิงโชคได้ถูกนำไปสนับสนุนงานวัฒนธรรมในเลบานอน รวมถึงโครงการน้ำดื่มและสุขอนามัยในแอฟริกา

ด้านมูลนิธิวิจัยโรคอัลไซเมอร์ระบุว่า นับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 2004 ทางมูลนิธิได้กลายเป็นองค์กรเอกชนรายใหญ่ที่สุดในฝรั่งเศสที่ให้ทุนสนับสนุนการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับโรคอัลไซเมอร์มาอย่างต่อเนื่อง.

ที่มา Associated Press

เกาหลีใต้สั่งจำคุกยูทูบเบอร์สหรัฐฯ 6 เดือน ปมลบหลู่อนุสรณ์ “หญิงบำเรอสงคราม”

เกาหลีใต้สั่งจำคุกยูทูบเบอร์สหรัฐฯ 6 เดือน ปมลบหลู่อนุสรณ์ "หญิงบำเรอสงคราม"

15 เม.ย. 2569 11:26 น.

เกาหลีใต้สั่งจำคุกยูทูบเบอร์สหรัฐฯ 6 เดือน ปมลบหลู่อนุสรณ์ “หญิงบำเรอสงคราม”

ศาลแขวงโซลตะวันตกสั่งจำคุกยูทูบเบอร์ชาวอเมริกันจอมฉาว “จอห์นนี โซมาลี” เป็นเวลา 6 เดือน หลังก่อวีรกรรมลบหลู่รูปปั้นรำลึก “หญิงบำเรอ” (Comfort Women) ในช่วงสงครามโลก รวมถึงการเผยแพร่สื่อลามกอนาจารที่สร้างจาก AI

ศาลแขวงโซลตะวันตกได้มีคำพิพากษาตัดสินจำคุกนายแรมซีย์ คาลิด อิสมาเอล (Ramsey Khalid Ismael) หรือที่รู้จักกันในโลกออนไลน์ว่า “จอห์นนี โซมาลี” ยูทูบเบอร์ชาวอเมริกันวัย 25 ปี เป็นเวลา 6 เดือน ในข้อหาทำลายความสงบเรียบร้อยของประชาชน ขัดขวางการทำงานของสถานประกอบการ และเผยแพร่เนื้อหาลามกอนาจารที่ใช้เทคโนโลยี AI

ยูทูบเบอร์รายนี้กลายเป็นที่โกรธแค้นอย่างรุนแรงของชาวเกาหลีใต้ หลังจากเมื่อเดือนตุลาคม 2024 เขาได้อัปโหลดวิดีโอขณะตัวเองกำลังจูบและเต้นลบหลู่ข้างรูปปั้นรำลึก “หญิงบำเรอ” (Comfort Women) ซึ่งเป็นอนุสรณ์สถานถึงผู้หญิงที่ถูกกองทัพญี่ปุ่นบังคับเป็นทาสกามในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แม้ภายหลังเขาจะออกมาขอโทษโดยอ้างว่า “ไม่รู้ถึงความสำคัญของรูปปั้น” แต่กระแสสังคมยังคงโจมตีเขาอย่างหนัก จนถึงขั้นที่เขาเคยถูกพลเมืองที่โกรธแค้นตามไล่ล่าและทำร้ายร่างกายในพื้นที่สาธารณะ

นอกเหนือจากประเด็นรูปปั้น ศาลยังพบว่าเขามีความผิดจากการก่อความเดือดร้อนรำคาญซ้ำซากเพื่อเรียกยอดวิว เช่น การเปิดเพลงชาติเกาหลีเหนือเสียงดังลั่นในที่สาธารณะ และการเทบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปราดพื้นในร้านสะดวกซื้อ นอกจากนี้ การพิจารณาคดียังถูกเลื่อนออกมาจากกำหนดเดิมเนื่องจากอัยการได้เพิ่มข้อหาสำคัญ คือการเผยแพร่วิดีโอ Deepfake ในเชิงชู้สาวที่มีตัวเขาและยูทูบเบอร์หญิงท้องถิ่นปรากฏอยู่

ศาลมีคำตัดสินโทษจำคุก 6 เดือน และให้ควบคุมตัวทันทีหลังการตัดสิน โดยมีโทษกักขังเพิ่มเติม 20 วัน รวมถึงห้ามทำงานในสถาบันที่เกี่ยวข้องกับเยาวชนและผู้พิการเป็นเวลา 5 ปีหลังพ้นโทษ

ศาลระบุในคำวินิจฉัยว่า “จำเลยกระทำความผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าต่อสาธารณชนโดยไม่เจาะจงตัวบุคคล เพียงเพื่อสร้างรายได้ผ่านยูทูบและเผยแพร่เนื้อหาโดยละเลยกฎหมายของเกาหลีใต้” แม้อัยการจะเรียกร้องให้ลงโทษจำคุก 3 ปี แต่ศาลพิจารณาเห็นว่าความเสียหายต่อเหยื่อบางส่วนยังไม่ถึงขั้นรุนแรง จึงตัดสินลงโทษดังกล่าว

ก่อนการรับฟังคำพิพากษา นายอิสมาเอลได้กล่าวต่อหน้าสื่อมวลชนว่าเขารู้สึกเสียใจและต้องการขอโทษชาวเกาหลีใต้ต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ ก่อนหน้าจะมาสร้างวีรกรรมในเกาหลีใต้ เขาเคยถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในญี่ปุ่นมาแล้ว จากการล้อเลียนผู้โดยสารบนรถไฟเกี่ยวกับเหตุการณ์ระเบิดปรมาณูที่นางาซากิและฮิโรชิมา.

ที่มา Korea Herald / AFP

“ทรัมป์” จวก “จอร์เจีย เมโลนี” ฉะยับนายกฯ อิตาลีไร้ความกล้าหาญ-ทำอเมริกาผิดหวัง

"ทรัมป์" จวก "จอร์เจีย เมโลนี" ฉะยับนายกฯ อิตาลีไร้ความกล้าหาญ-ทำอเมริกาผิดหวัง

15 เม.ย. 2569 10:46 น.

“ทรัมป์” จวก “จอร์เจีย เมโลนี” ฉะยับนายกฯ อิตาลีไร้ความกล้าหาญ-ทำอเมริกาผิดหวัง

ความสัมพันธ์ระหว่างสองพันธมิตรอย่างสหรัฐฯ และอิตาลีสั่นคลอนอย่างหนัก เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ Corriere della Sera ของอิตาลี โดยโจมตีนายกรัฐมนตรีจอร์เจีย เมโลนี ว่าเป็นคนที่ “ไร้ความกล้าหาญ” และทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องผิดหวัง ซึ่งถือเป็นการตำหนิพันธมิตรใกล้ชิดที่สุดในยุโรปอย่างตรงไปตรงมา

ชนวนเหตุสำคัญมาจากกรณีที่นางเมโลนีเริ่มตีตัวออกห่างจากทรัมป์ หลังสหรัฐฯ เปิดฉากทำสงครามกับอิหร่านเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา รวมถึงการที่เธอออกมาวิจารณ์ทรัมป์อย่างเผ็ดร้อนกรณีที่เขาใช้ถ้อยคำรุนแรงโจมตี “สมเด็จพระสันตะปาปาลีโอที่ 14” โดยเธอกล่าวว่าการกระทำของทรัมป์เป็นสิ่งที่ “รับไม่ได้”

ทรัมป์ตอบโต้ประเด็นนี้ว่า “ผมช็อกในตัวเธอมาก ผมเคยคิดว่าเธอมีความกล้า แต่ผมคิดผิด” พร้อมทั้งประณามอิตาลีที่ปฏิเสธจะส่งกำลังช่วยเปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ถูกอิหร่านปิดล้อม โดยระบุว่าอิตาลีจ่ายค่าพลังงานแพงที่สุดในโลกแต่กลับไม่ยอมสู้เพื่อปกป้องเส้นทางพลังงาน และรอคอยเพียงให้เขายื่นมือเข้าไปช่วยเหลือเท่านั้น

ทางด้านทำเนียบขาวและสำนักนายกรัฐมนตรีอิตาลีปฏิเสธที่จะให้ความเห็นต่อรายงานข่าวดังกล่าว อย่างไรก็ตาม นักการเมืองอิตาลีจากหลายพรรคต่างออกมาปกป้องนางเมโลนี รวมถึงนายอันโตนิโอ ทายานี รัฐมนตรีต่างประเทศอิตาลี ที่ระบุว่า “ความเป็นเอกภาพของตะวันตกต้องสร้างขึ้นบนความภักดี ความเคารพ และความจริงใจต่อกัน” พร้อมสนับสนุนจุดยืนของผู้นำอิตาลีในการปกป้องสมเด็จพระสันตะปาปา

การตำหนิของทรัมป์ในครั้งนี้ถือเป็นความโชคร้ายที่ซ้ำเติมสถานการณ์ของนางเมโลนี ซึ่งตลอดเดือนที่ผ่านมาเธอต้องเผชิญกับวิกฤตหลายด้าน ทั้งการแพ้ประชามติปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม และการที่พันธมิตรคนสำคัญอย่างนายกรัฐมนตรีวิกเตอร์ ออร์บัน แพ้การเลือกตั้งในฮังการี

นอกจากนี้ สงครามในอ่าวเปอร์เซียระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่าน ยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอิตาลีอย่างรุนแรงจากราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น ทำให้นางเมโลนีพยายามรักษาระยะห่างจากความขัดแย้ง โดยล่าสุดเธอไม่อนุญาตให้เครื่องบินรบสหรัฐฯ ใช้ฐานทัพในเกาะซิซิลีเพื่อปฏิบัติการในอิหร่าน และเพิ่งสั่งระงับข้อตกลงความร่วมมือทางทหารกับอิสราเอลไปเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

เหตุการณ์นี้ถือเป็นการเปลี่ยนท่าทีอย่างฉับพลันของทรัมป์ เนื่องจากนางเมโลนีเป็นผู้นำยุโรปเพียงคนเดียวที่ไปร่วมพิธีสาบานตนรับตำแหน่งของเขาในปี 2025 และเพิ่งจะได้รับคำชมจากทรัมป์ว่าเป็น “ผู้นำที่ยิ่งใหญ่” เมื่อเดือนที่แล้วนี่เอง.

ที่มา Reuters

หุ้นเอเชียพุ่งแตะจุดสูงสุดรอบ 6 สัปดาห์ รับข่าวสหรัฐฯ-อิหร่านจ่อเจรจาใหม่

 หุ้นเอเชียพุ่งแตะจุดสูงสุดรอบ 6 สัปดาห์ รับข่าวสหรัฐฯ-อิหร่านจ่อเจรจาใหม่

15 เม.ย. 2569 10:09 น.

หุ้นเอเชียพุ่งแตะจุดสูงสุดรอบ 6 สัปดาห์ รับข่าวสหรัฐฯ-อิหร่านจ่อเจรจาใหม่

ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวขึ้นแรง หลังความหวังการฟื้นการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านช่วยคลายความกังวลสงคราม ดันราคาน้ำมันลดลง ขณะที่นักลงทุนกลับมาเปิดรับความเสี่ยงอีกครั้ง

ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 6 สัปดาห์ เมื่อวันพุธ โดยได้แรงหนุนจากความหวังที่ว่าสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน อาจกลับมาเจรจาสันติภาพอีกครั้ง ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกลดลง และช่วยคลายความวิตกของนักลงทุนเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่า การเจรจากับอิหร่านอาจกลับมาเริ่มต้นใหม่ในปากีสถานภายในไม่กี่วันข้างหน้า หลังการเจรจาช่วงสุดสัปดาห์ล้มเหลวและนำไปสู่มาตรการปิดล้อมท่าเรืออิหร่านของสหรัฐฯ

สัญญาณบวกด้านการทูตช่วยให้ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยน้ำมันดิบเบรนท์ลดลง 0.7% อยู่ที่ 94.13 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากร่วงลงเกือบ 5% ในวันก่อนหน้า

ขณะที่ดัชนีหุ้นเอเชีย-แปซิฟิกของ MSCI ปรับตัวขึ้น 1.5% แตะระดับสูงสุดในรอบ 6 สัปดาห์ ส่วนดัชนีนิเคอิ ของญี่ปุ่นพุ่ง 1.2% ใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ฝั่งจีน ดัชนีหุ้นบลูชิพปรับขึ้น 0.5% ส่วนดัชนีฮั่งเส็ง ของฮ่องกงเพิ่มขึ้น 1.2%

นักวิเคราะห์มองว่า ตลาดกำลังมองข้ามผลกระทบระยะสั้น จากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และเชื่อว่าสถานการณ์อาจคลี่คลายในไม่ช้า

ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ก็ปรับตัวขึ้นเช่นกัน โดยดัชนี Nasdaq พุ่ง 2% ทำสถิติปรับขึ้นต่อเนื่อง 10 วัน ส่วน S&P 500 ขยับเข้าใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ส่วนค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเริ่มทรงตัว หลังอ่อนค่าต่อเนื่อง 7 วันติดต่อกัน ขณะที่ยูโรเคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 6 สัปดาห์

ด้านพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ฟื้นตัวเล็กน้อย โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 2 ปี และ 10 ปี ปรับลดลง หลังนักลงทุนคลายความกังวลเรื่องเงินเฟ้อจากสงคราม

ราคาทองคำปรับขึ้นเล็กน้อย 0.1% แตะระดับ 4,846 ดอลลาร์ต่อออนซ์.

ที่มา : channelnewsasia

ข้อมูลติดตามเรือเผย ยังมีเรือฝ่าผ่านช่องแคบฮอร์มุซ อย่างน้อย 3 ลำ แม้สหรัฐฯคุมเข้ม

ข้อมูลติดตามเรือเผย ยังมีเรือฝ่าผ่านช่องแคบฮอร์มุซ อย่างน้อย 3 ลำ แม้สหรัฐฯคุมเข้ม

15 เม.ย. 2569 09:06 น.

ข้อมูลติดตามเรือเผย ยังมีเรือฝ่าผ่านช่องแคบฮอร์มุซ อย่างน้อย 3 ลำ แม้สหรัฐฯคุมเข้ม

ข้อมูลติดตามเรือเผย มีเรืออย่างน้อย 3 ลำออกจากอิหร่านและผ่านจุดยุทธศาสตร์สำคัญได้ แม้สหรัฐฯ ประกาศปิดล้อม ขณะบางลำกลับลำกลางทาง ด้านกองทัพสหรัฐยืนยันยังควบคุมสถานการณ์ได้

ข้อมูลจากระบบติดตามการเดินเรือเผยว่า มีเรืออย่างน้อย 3 ลำที่ออกจากท่าเรือของอิหร่าน สามารถแล่นผ่าน ช่องแคบฮฮร์มุซได้ แม้สหรัฐอเมริกาจะประกาศปิดล้อมทางทหารในพื้นที่ดังกล่าว

รายงานจากบริษัทข้อมูลการเดินเรือ Kpler ระบุว่า เรือเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของอย่างน้อย 7 ลำที่เชื่อมโยงกับอิหร่าน ซึ่งเคลื่อนผ่านช่องแคบดังกล่าว หลังมาตรการปิดล้อมของสหรัฐมีผลบังคับใช้เมื่อเวลา 14.00 น. GMT ของวันจันทร์ที่ผ่านมา

หนึ่งในเรือที่ถูกจับตาคือ “Christianna” เรือบรรทุกสินค้าธงไลบีเรีย ซึ่งเพิ่งขนถ่ายข้าวโพด 74,000 ตันที่ท่าเรือ บันดาร์ อิหม่าม โคไมนี ก่อนแล่นผ่านบริเวณใกล้เกาะลารักในช่องแคบฮอร์มุซ

ขณะที่เรือบรรทุกสารเคมี “Elpis” ธงคอโมโรส ซึ่งบรรทุกเมทานอลกว่า 31,000 ตัน จากท่าเรือ Bushehr ก็สามารถผ่านช่องแคบได้เช่นกัน โดยต่อมาสัญญาณติดตามของเรือได้หายไปหลังผ่านพื้นที่

นอกจากนี้ ยังมีเรือ “Argo Maris” และเรือลำอื่น ๆ ที่เคยมีความเชื่อมโยงกับอิหร่าน แล่นผ่านเส้นทางเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ด้านการเดินเรือเตือนว่า สัญญาณติดตามเรือในพื้นที่ขัดแย้งอาจถูกรบกวนหรือบิดเบือน ทำให้การติดตามแบบเรียลไทม์มีความไม่แน่นอน

ด้านกองทัพสหรัฐ โดย CENTCOM ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า ปฏิบัติการปิดล้อมยังคงมีประสิทธิภาพ และสามารถสกัดเรือได้อย่างน้อย 6 ลำภายใน 24 ชั่วโมงแรก

โดยแถลงการณ์ระบุว่า ไม่มีเรือลำใดสามารถผ่านการปิดล้อมของสหรัฐฯ ได้ และมีเรือพาณิชย์ 6 ลำปฏิบัติตามคำสั่งให้กลับเข้าเทียบท่าในอิหร่าน

สหรัฐยังย้ำว่า มาตรการดังกล่าวบังคับใช้กับเรือทุกสัญชาติ ที่เข้า-ออกจากท่าเรืออิหร่าน ทั้งในอ่าวเปอร์เซียและอ่าวโอมาน

อีกด้านหนึ่ง เรือบรรทุกน้ำมัน “Rich Starry” ของจีน ซึ่งบรรทุกเมทานอลกว่า 31,500 ตัน และมุ่งหน้าไปยังโอมาน ได้ตัดสินใจกลับลำกลางอ่าวโอมานโดยไม่ทราบจุดหมายปลายทางใหม่

เช่นเดียวกับเรือ “Christianna” ที่เปลี่ยนเส้นทางหลังเข้าใกล้น่านน้ำโอมาน

ส่วนเรืออื่นที่ถูกระบุ ได้แก่ “Manali” รวมถึงเรือสัญชาติอิหร่านอย่าง “Kashan” และ “Moshtari” ซึ่งบางลำอยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ.

ที่มา : channelnewsasia

เผยคลิปสะเทือนขวัญ วัยรุ่น 18 ก่อเหตุกราดยิงในโรงเรียนตุรกี เจ็บ 16 ราย ก่อนยิงตัวตาย (คลิป)

เผยคลิปสะเทือนขวัญ วัยรุ่น 18 ก่อเหตุกราดยิงในโรงเรียนตุรกี เจ็บ 16 ราย ก่อนยิงตัวตาย (คลิป)

15 เม.ย. 2569 08:31 น.

เผยคลิปสะเทือนขวัญ วัยรุ่น 18 ก่อเหตุกราดยิงในโรงเรียนตุรกี เจ็บ 16 ราย ก่อนยิงตัวตาย (คลิป)

เผยคลิปวินาทีคนร้ายซึ่งเป็นศิษย์เก่า ก่อเหตุกราดยิงสะเทือนขวัญในโรงเรียนตุรกี โดยจ่อยิงไม่เลือกเป้า นักเรียน-ครูหนีตายอลหม่าน บาดเจ็บ 16 ราย ก่อนคนร้ายยิงตัวเองหนีความผิด

เกิดเหตุกราดยิงโรงเรียนสุดสะเทือนขวัญในตุรกี เมื่ออดีตนักเรียนวัย 18 ปี บุกใช้อาวุธปืนลูกซองเปิดฉากยิงโรงเรียนอาชีวศึกษาในเมืองซีเวเร็ก จังหวัดชันลืออูร์ฟา ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ

ภาพจากกล้องวงจรปิดเผยช่วงเวลานาทีระทึก ผู้ก่อเหตุถือปืนยาวเดินเข้ามาในอาคาร ก่อนจะยิงปืนทันทีแบบไม่เลือกเป้าหมาย สร้างความแตกตื่นไปทั่วโรงเรียน

พยานในที่เกิดเหตุเล่าว่า คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงทั้งซ้ายทั้งขวาทันที ก่อนจะวิ่งเข้าไปด้านใน และยิงใส่ทุกคนที่อยู่ตรงหน้า ท่ามกลางเสียงกรีดร้องของนักเรียนและครูที่พยายามหนีเอาชีวิตรอด

ผู้ว่าการจังหวัดฮาซัน ซิลดักเปิดเผยว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 16 ราย ได้แก่ นักเรียน 10 คน ครู 4 คน เจ้าหน้าที่ตำรวจ 1 นาย และพนักงานโรงอาหาร 1 คน

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าปิดล้อมอาคารเรียน ก่อนจะต้อนผู้ก่อเหตุจนมุม กระทั่งเขาตัดสินใจใช้อาวุธปืนยิงตัวเองเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

รายงานระบุว่า ผู้บาดเจ็บส่วนใหญ่ยังรักษาตัวในพื้นที่ ขณะที่บางรายที่อาการหนักถูกส่งต่อไปยังโรงพยาบาลในเมืองหลัก

จนถึงขณะนี้ แรงจูงใจในการก่อเหตุยังคงไม่ชัดเจน โดยทางการระบุว่า ผู้ก่อเหตุไม่มีประวัติอาชญากรรม และเหตุกราดยิงในโรงเรียนถือเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ยากในตุรกี

อย่างไรก็ตาม มีรายงานจากสื่อท้องถิ่นว่า ผู้ก่อเหตุเคยโพสต์ข่มขู่ผ่านโซเชียลมีเดียก่อนลงมือก่อเหตุ ขณะที่เจ้าหน้าที่เตรียมเปิดการสอบสวนอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป.

ดูคลิปที่นี่  : AP

แผ่นดินไหวเนวาดา ขนาด 5.7 เขย่าสหรัฐฯ บ้านสั่นแรง-ร้านค้าพังเสียหาย

แผ่นดินไหวเนวาดา ขนาด 5.7 เขย่าสหรัฐฯ บ้านสั่นแรง-ร้านค้าพังเสียหาย

15 เม.ย. 2569 08:17 น.

แผ่นดินไหวเนวาดา ขนาด 5.7 เขย่าสหรัฐฯ บ้านสั่นแรง-ร้านค้าพังเสียหาย

เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 5.7 ในรัฐเนวาดา สหรัฐฯ ใกล้เมืองคาร์สัน ซิตี แรงสั่นสะเทือนรับรู้ได้ในหลายพื้นที่ ร้านค้าสินค้าตกกระจาย ประชาชนเผยบ้านเด้งขึ้นลง จนแทบจะหลุดจากฐานราก

แผ่นดินไหวขนาด 5.7 แมกนิจูดเขย่าในพื้นที่ชนบทของรัฐเนวาดา ประเทศสหรัฐอเมริกา ทางตะวันออกของเมืองหลวงของรัฐอย่างคาร์สัน ซิตี เมื่อช่วงเย็นวันจันทร์ที่ผ่านมา สร้างแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงให้กับชุมชนใกล้เคียง

สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐ หรือ U.S. Geological Survey (USGS) ระบุว่า แผ่นดินไหวเกิดขึ้นก่อนเวลา 18.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ห่างจากเมืองซิลเวอร์ สปริง ไปทางตะวันออกราว 12.9 ไมล์ หรือราว 20.7 กิโลเมตร และมีความลึกเพียง 3.1 ไมล์ หรือ 5 กิโลเมตร ซึ่งถือว่าค่อนข้างตื้นและทำให้แรงสั่นสะเทือนส่งผลกระทบได้ชัดเจน

ภาพวิดีโอจากเมืองแฟลลอน แสดงให้เห็นความเสียหายภายในร้านขายของชำ โดยกระจกแตกกระจาย และสินค้าอาหารตกหล่นเกลื่อนพื้นตามชั้นวาง ขณะที่ในเมืองซิลเวอร์ สปริงส์ ก็พบภาพสินค้าหล่นกระจัดกระจายทั่วร้านค้า

USGS เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ประชาชนในหลายชุมชนใกล้เคียงรายงานว่า รับรู้แรงสั่นสะเทือนในระดับ “รุนแรงถึงรุนแรงมาก” และมีความเสียหายในระดับเล็กน้อยถึงปานกลางเกิดขึ้นในบางพื้นที่

ด้าน ไทรา ฟูลเลอร์ ชาวเมืองซิลเวอร์ สปริงส์ เปิดเผยประสบการณ์ขณะเกิดเหตุว่า เธอรู้สึกเหมือนบ้านกำลังจะหลุดออกจากฐาน

ทั้งนี้ เหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างมาก ขณะที่เจ้าหน้าที่ยังคงติดตามสถานการณ์และประเมินความเสียหายเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง.

ที่มา : ABCnews

เกาหลีเหนือเรียกร้องประชาชนเพิ่มความจงรักภักดี “คิม จองอึน” ในวาระครบรอบ 114 ปีผู้ก่อตั้งประเทศ

เกาหลีเหนือเรียกร้องประชาชนเพิ่มความจงรักภักดี "คิม จองอึน" ในวาระครบรอบ 114 ปีผู้ก่อตั้งประเทศ

15 เม.ย. 2569 07:41 น.

เกาหลีเหนือเรียกร้องประชาชนเพิ่มความจงรักภักดี “คิม จองอึน” ในวาระครบรอบ 114 ปีผู้ก่อตั้งประเทศ

ทางการเกาหลีเหนือเรียกร้องประชาชน-พรรคแรงงาน เพิ่มความจงรักภักดีต่อผู้นำสูงสุด “คิม จองอึน” เนื่องในวาระครบรอบ 114 ปี “คิม อิลซุง” ผู้ก่อตั้งประเทศ โดยเน้นสืบทอดแนวทาง “ประชาชนเป็นศูนย์กลาง”

วันที่ 15 เมษายน 2569 หนังสือพิมพ์โรดองชินมุน ของพรรคแรงงานเกาหลี รายงานว่า ปีนี้เป็นวาระครบรอบ 114 ปีการเกิดของคิม อิลซุง ปู่ของคิม จองอึน โดยเน้นย้ำว่านโยบาย “ประชาชนคือท้องฟ้า” ของผู้ก่อตั้ง ยังคงถูกสืบทอดภายใต้การนำของผู้นำคนปัจจุบัน

บทความระบุว่า แนวคิดที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางยังคงเป็น “ปรัชญาทางการเมืองถาวร” ของพรรคและรัฐ พร้อมเรียกร้องให้ยืนหยัดภักดีต่ออุดมการณ์และการนำของคิม จองอึน ซึ่งสืบทอดประวัติศาสตร์อันศักดิ์สิทธิ์ของผู้นำรุ่นก่อน ขณะเดียวกันสื่อทางการยังเรียกร้องให้ประชาชนร่วมกันผลักดันเป้าหมายสูงสุดของพรรค คือการยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนให้บรรลุผลอย่างสมบูรณ์

โดยวันคล้ายวันเกิดของคิม อิลซุง ซึ่งเคยเรียกว่า “วันแห่งดวงอาทิตย์” ถือเป็นวันสำคัญระดับชาติของเกาหลีเหนือ แม้ในช่วงหลังจะลดการใช้คำเรียกนี้ลง ซึ่งถูกมองว่าเป็นความพยายามปรับแนวคิดความจงรักภักดีไปยังผู้นำคนปัจจุบัน

ขณะเดียวกัน สำนักข่าวกลางเกาหลี หรือ เคซีเอ็นเอ รายงานว่า องค์กรสังคมหลายแห่ง เช่น สหภาพสตรีสังคมนิยมเกาหลี และสหภาพแรงงานเกษตร ได้จัดกิจกรรมรำลึกและประกาศความจงรักภักดีต่อคิม จองอึน นอกจากนี้ กลุ่มเยาวชนและนักเรียนมีกำหนดจัดชุมนุมกลางแจ้งที่จัตุรัสคิม อิลซุง ในนครเปียงยาง ในช่วงเย็นวันเดียวกัน เพื่อเฉลิมฉลองวาระสำคัญนี้.

ที่มา Yonhap

อิสราเอล-เลบานอน เจรจาตรงครั้งแรกรอบ 30 ปี หวังยุติสู้รบ

อิสราเอล-เลบานอน เจรจาตรงครั้งแรกรอบ 30 ปี หวังยุติสู้รบ

15 เม.ย. 2569 07:00 น.

อิสราเอล-เลบานอน เจรจาตรงครั้งแรกรอบ 30 ปี หวังยุติสู้รบ

อิสราเอลและเลบานอนเปิดการเจรจาทางการทูตโดยตรงเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 30 ปี ท่ามกลางความพยายามยุติการสู้รบกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน

วันที่ 15 เมษายน 2569 ผู้แทนอิสราเอลและเลบานอนเข้าร่วมการเจรจาทางการทูตโดยตรงเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 30 ปี การหารือดังกล่าวจัดขึ้นในกรุงวอชิงตัน ดีซี ของสหรัฐฯ โดยมีนายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ทำหน้าที่เป็นคนกลาง ซึ่งระบุว่าเป็น โอกาสทางประวัติศาสตร์ ในการลดอิทธิพลของฮิซบอลเลาะห์และยุติความขัดแย้ง

แถลงการณ์ของสหรัฐฯ ระบุว่า ทั้งสองฝ่ายตกลงจะเริ่มต้นการเจรจาโดยตรงเพิ่มเติมในอนาคต แม้ยังไม่ได้กำหนดเวลาและสถานที่ ขณะที่อิสราเอลย้ำจุดยืนต้องการปลดอาวุธกลุ่มติดอาวุธนอกภาครัฐทั้งหมด ทางด้านเลบานอนเรียกร้องให้มีการหยุดยิงทันที พร้อมเสนอให้มีมาตรการเร่งด่วนเพื่อบรรเทาวิกฤตด้านมนุษยธรรมภายในประเทศ

ทั้งนี้ อิสราเอลและเลบานอนไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตต่อกัน และการเจรจาระดับสูงโดยตรงครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อปี 2536 ขณะที่สถานการณ์ในพื้นที่ยังคงตึงเครียด โดยมีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตมากกว่า 2,000 ศพ นับตั้งแต่อิสราเอลเริ่มปฏิบัติการทางทหารในเลบานอนเมื่อวันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา และในวันเดียวกับที่มีการเจรจา ฮิซบอลเลาะห์อ้างว่าได้เปิดฉากโจมตีอิสราเอลอย่างน้อย 24 ครั้ง ขณะที่ระบบเตือนภัยทางอากาศในพื้นที่ภาคเหนือของอิสราเอลดังขึ้นตลอดทั้งวัน

ทางด้าน สหรัฐฯ เชื่อว่าการเจรจาครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของกระบวนการที่ต้องใช้เวลา ขณะที่นายโจเซฟ อูน ประธานาธิบดีเลบานอน แสดงความหวังว่าการหารือจะนำไปสู่การยุติความทุกข์ยากของประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ อย่างไรก็ตาม ความพยายามต้องเผชิญข้อจำกัด เนื่องจากรัฐบาลเลบานอนไม่สามารถควบคุมฮิซบอลเลาะห์ได้เต็มที่ โดยตัวแทนระดับสูงของกลุ่มยืนยันว่าจะไม่ผูกพันกับข้อตกลงใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากการเจรจาครั้งนี้. 

ทรัมป์ส่งสัญญาณฟื้นเจรจาอิหร่านใน 2 วัน ท่ามกลางปิดล้อมท่าเรือ

ทรัมป์ส่งสัญญาณฟื้นเจรจาอิหร่านใน 2 วัน ท่ามกลางปิดล้อมท่าเรือ

15 เม.ย. 2569 06:33 น.

ทรัมป์ส่งสัญญาณฟื้นเจรจาอิหร่านใน 2 วัน ท่ามกลางปิดล้อมท่าเรือ

ทรัมป์ส่งสัญญาณว่าการเจรจาเพื่อยุติสงครามกับอิหร่านอาจกลับมาเริ่มต้นอีกครั้งภายใน 2 วันข้างหน้า หลังการหารือรอบล่าสุดล้มเหลวในช่วงสุดสัปดาห์ ด้านยูเอ็นมองมีโอกาสสูงที่การเจรจาจะเริ่มใหม่

วันที่ 15 เมษายน 2569 นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับนิวยอร์กโพสต์ ระบุว่า มีความเป็นไปได้ที่การเจรจาจะกลับไปจัดขึ้นอีกครั้ง ที่กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน พร้อมกล่าวว่า บางอย่างอาจเกิดขึ้นในอีกสองวันข้างหน้า

โดยคำกล่าวของทรัมป์เกิดขึ้นหลังสหรัฐฯ ตัดสินใจใช้มาตรการปิดล้อมท่าเรือและพื้นที่ชายฝั่งของอิหร่าน เพื่อกดดันทางเศรษฐกิจ หลังการเจรจาหยุดยิงไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ กองทัพสหรัฐฯ ระบุว่า ในช่วง 24 ชั่วโมงแรกของปฏิบัติการ ยังไม่มีเรือลำใดฝ่าฝืนมาตรการปิดล้อม โดยมีเรือพาณิชย์อย่างน้อย 6 ลำที่ยอมปฏิบัติตามคำสั่งของกองกำลังสหรัฐฯ และหันกลับไปยังท่าเรืออิหร่าน

ทางด้านนายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ ระบุว่า มีความเป็นไปได้สูงที่การเจรจาจะกลับมาเริ่มต้นอีกครั้ง โดยบอกว่า แหล่งข่าวจากประเทศแถบอ่าวเปอร์เซีย ปากีสถาน และอิหร่าน เปิดเผยว่า คณะเจรจาของทั้งสหรัฐฯ และอิหร่านอาจเดินทางกลับไปยังปากีสถานภายในสัปดาห์นี้ แม้ยังไม่มีการกำหนดวันอย่างเป็นทางการ

 อย่างไรก็ตาม อิหร่านยังคงปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซสำคัญของโลก หลังถูกโจมตีทางอากาศจากสหรัฐฯ และอิสราเอลตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ขณะที่สหรัฐฯ ส่งเรือรบมากกว่าสิบลำและกำลังพลราว 10,000 นาย เพื่อบังคับใช้มาตรการปิดล้อม โดยมีเป้าหมายตัดรายได้หลักของอิหร่านจากการส่งออกน้ำมันและค่าธรรมเนียมการผ่านเส้นทางเดินเรือ โดยกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ระบุว่า มาตรการนี้วยังคงดำเนินต่อไปเพื่อเพิ่มแรงกดดันต่ออิหร่าน.