พีท กันตพร สามี แก้มบุ๋ม ตอบชัด หลังถูกโยงบริจาคเงิน 100 ล้าน ให้ รพ. โดยไม่ประสงค์ออกนาม

29 สิงหาคม 2569 เวลา 20:35 น.

29 สิงหาคม 2569 หลังจากที่มีกระแสฮือฮาสนั่นโซเชียลเมื่อทางเฟซบุ๊กได้ออกมาโพสต์ ผู้ไม่ประสงค์ออกนามบริจาคเงินเป็นจำนวน 100 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างอาคารบริการผู้ป่วยนอก-ผู้ป่วยใน (แบบพรีเมี่ยม) ขนาด 6 ชั้น โรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ จ.ชลบุรี ซึ่งก็มีดซเชียลแห่คอมเมนต์กันสนั่นว่า ผู้ไม่ประสงค์ออกนามบริจาคเงิน 100 ล้านบาทนั้น อาจเป็น คุณพีท กันตพร หาญพาณิชย์ นักธุรกิจทายาทเครือ รพ. เกษมราษฎร์ สามีของนักแสดงสาวสวย แก้มบุ๋ม ปรียาดา สิทธาไชย

ล่าสุด พีท กันตพร ก็ไม่ปล่อยให้ชาวเน็ตเดานาน ได้ออกมาชี้แจงผ่านทางช่องทางโซเชียลส่วนตัว “Peace.kan” ระบุข้อความว่า “คอมเมนต์เยอะมาก เรื่องบริจาคเงิน 100 ล้าน ที่โรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ ขอชี้แจงนะครับ ถึงขั้นต้องชี้แจง ปกติถ้าเป็นโรงพยาบาลทางครอบครัวจะบริจาคที่รพ.มหาราชเชียงใหม่ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลของคณะแพทยศาสตร์เชียงใหม่นะครับ #แก้มพีท #พีทกันตพร #พัทยาปัทมคุณ #บริจาค #แก้มบุ๋ม “

โดยในคลิป พีท กันตพร กล่าวว่า ล่าสุดเห็นข่าวผู้มีจิตศรัทธาบริจาคให้ โรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ พัทยา 100 ล้าน ก็เป็นข่าวที่น่ายินดีเนอะ จริงๆ ประจวบเหมาะกับช่วงที่น้อง (แก้มบุ๋ม) ไลฟ์แล้วพูดถึงว่าเรามีการโอนเงินเรื่องโรงพยาบาลอะไรประมาณนี้ แล้วในคอมเมนต์ทุกคนก็เลยเข้าใจไปว่าเราเป็นคนบริจาค เดี๋ยวเอาคอมเมนต์ให้ดูครับ จริงๆ คนอาจจะสับสนนิดนึง คือที่ทางบ้านทำบุญกับโรงพยาบาลสวนดอกที่ จ.เชียงใหม่ คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่คุณพ่อจบมา

คุณพ่อก็เลยทำบุญกับโรงพยาบาลของคณะมาตลอด ปีนี้ก็ทำบุญไปแล้วทั้งหมด 141 ล้าน แบบที่ทุกคนอาจจะเคยเห็นบ้าง ซึ่งมันอาจจะเกิดสิ่งที่ทำให้ทุกคนคนเข้าใจผิดว่าอันนี้เป็นโรงพยาบาลที่เราทำ ไม่ครับ ปกติที่บ้านก็ทำบุญกับ รพ.สวนดอก เป็นประจำครับ แต่จริงๆ เรื่องนี้เป็นเรื่องดีมากนะ ต้องขออนุโมทนาบุญด้วยนะครับ ขอบคุณผู้บริจาคที่มีจิตศรัทธา แล้วก็ไม่ประสงค์ออกนามครับ”

@peace.kanคอมเมนต์เยอะมาก เรื่องบริจาคเงิน 100 ล้าน ที่โรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ ขอชี้แจงนะครับ

😂

 ถึงขั้นต้องชี้แจง ปกติถ้าเป็นโรงพยาบาลทางครอบครัวจะบริจาคที่ รพ.มหาราชเชียงใหม่ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลของคณะแพทยศาสตร์เชียงใหม่นะครับ#แก้มพีท#พีทกันตพร#พัทยาปัทมคุณ#บริจาค#แก้มบุ๋ม♬ original sound – Peace.kan

พีท กันตพร, สามีแก้มบุ๋ม

เปิดใจ ‘อนันดา’ ความรักเปลี่ยนชีวิต จาก ไม่แต่ง ไม่มีลูก สู่คุณพ่อเต็มตัว

29 สิงหาคม 2569 เวลา 15:09 น.

วันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคมนี้ พาไปบุกบ้านของพระเอกหนุ่ม “อนันดา” ให้ชมแบบทุกซอกทุกมุม เพราะเป็นบ้านที่เจ้าตัวลงมือคิด ออกแบบ เลือก และจัดการรายละเอียดด้วยตัวเองแทบทุกขั้นตอน บ้านหลังนี้จึงไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่คือพื้นที่ที่สะท้อนตัวตนและความชอบด้านการออกแบบของอนันดาแบบเต็มร้อย ตั้งแต่ห้องครัว ยิม ไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์ โต๊ะกินข้าว เก้าอี้ แจกัน รวมถึง ปลั๊กไฟ ที่เจ้าตัวก็เลือกเองทุกชิ้น เรียกได้ว่าเล็กแค่ไหนก็ไม่ปล่อยผ่าน!

พาไปชมอีกหนึ่งไฮไลท์กับสวนที่ได้ “พี่ดุ๊ก ภาณุเดช” มาช่วยปรับภาพสวนให้ตรงกับสิ่งที่ภรรยาของอนันดาคิดไว้ งานนี้พี่ดุ๊กถึงกับบอกว่า “จัดสวนบ้านนี้ไม่ง่าย” เพราะเจ้าของบ้านเป็นศิลปินตัวจริง รายละเอียดเยอะและมีภาพในหัวชัดเจนทุกมุม

จากเรื่องบ้าน มาคลุกวงในเรื่องหัวใจกันบ้าง เพราะใครจะคิดว่าผู้ชายที่เคยประกาศว่า “จะไม่แต่งงาน และจะไม่มีลูก” จะเปลี่ยนความคิดได้ เมื่อได้เจอกับผู้หญิงคนนี้ ถึงขั้นพูดชัดว่า ถ้าไม่จริงจัง ก็ข้ามเขาไปเลย!

เปิดใจถึงความกังวลเรื่องการมีลูก โดยเฉพาะในมุมของภรรยา “แน๊ต” ที่เตรียมตัวอย่างจริงจังถึงขั้นไปเรียนด้านจิตวิทยาเด็ก เพื่อทำความเข้าใจและเตรียมพร้อมกับบทบาทความเป็นแม่ รวมถึงวางแนวทางให้คุณแม่และพี่เลี้ยงในบ้านเข้าใจตรงกัน เพราะต่างเจเนอเรชั่น ต่างวิธีคิด แต่ทุกคนมีเป้าหมายเดียวกันคืออยากให้ลูกเติบโตดีที่สุด

งานนี้ยังเปิดมุมการเลี้ยงลูกแบบละเอียดทุกขั้น ตั้งแต่อาหารที่เน้นความเป็นออร์แกนิก ไปจนถึงแนวทางการใช้ชีวิตและอนาคตที่ทั้งคู่กำลังวางไว้ให้ลูก และสิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดคือ “อนันดา” ในวันนี้ ที่ภรรยาพูดเต็มปากว่า เขาคือพ่อที่ดี เป็นหัวหน้าครอบครัวที่หนักแน่น และเป็นคนที่สร้างความมั่นคงให้กับภรรยาและลูก

จากผู้ชายที่เคยไม่คิดจะสร้างครอบครัว วันนี้กลับมีทั้งบ้านที่ตั้งใจสร้างด้วยตัวเอง ภรรยาที่อยู่เคียงข้าง และลูกน้อยที่กลายเป็นเป้าหมายสำคัญที่สุดของชีวิต

ติดตามอีกหนึ่งบทบาทที่ไม่เคยเห็นของ “อนันดา” พร้อมชมบ้านที่เจ้าตัวทุ่มเททุกดีเทล ในรายการ “ตีท้ายครัว” วันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม 2569 เวลา 14.15 น. ทางช่อง 3 กด 33

อนันดา

ไม่หวงลิขสิทธิ์ ศิลปินรุ่นใหญ่ ประกาศอนุญาต นักร้อง-นักดนตรี-คนพิการ ร้องเพลงตัวเองหาเลี้ยงชีพได้ฟรี

29 สิงหาคม 2569 เวลา 13:46 น.

ฤทธิพร อินสว่าง

วันนี้ 29 สิงหาคม 2569 ฤทธิพร อินสว่าง ศิลปินรุ่นใหญ่เจ้าของเพลงดังอาทิ ใบไผ่,นางฟ้า,เธอผู้ห่างไกล,เรือ,ความรัก,ไฟกับน้ำแข็ง และเจ้าของรางวัลสีสันอวอร์ดส์ 3 รางวัล โพสต์ส่งต่อความสุขและเอื้อเฟื้อพี่น้องนักสู้ชีวิต ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเพื่อตอบข้อสงสัยของแฟนเพลงและนักดนตรีอิสระ โดยมีข้อความว่า “สอบถามกันมานาน ว่า นำเพลงฤทธิพร ไปร้อง/เล่นเปิดหมวกได้หรือไม่ วันนี้ก็มีถามมาอีก ตอบเหมือนเดิม ทุกครั้ง ว่า อนุญาตให้ใช้เลี้ยงชีพได้เลย ผมมีค่าลิขสิทธิ์จากหลายช่องทางให้เก็บกินแบบพออยู่พอกินทั้งชีวิต ไม่จำเป็นต้องรีดเลือดเอากับคนที่ยังต้องต่อสู้ดิ้นรนใบไผ่ นางฟ้า กำลังใจ เธอผู้ห่างไกล เต็มใจให้ คืนหนาว คำสารภาพ สุดแต่ใจเธอ และทุกเพลงในลิขสิทธิ์ของผม นักดนตรีเปิดหมวก นักร้องนักดนตรีพิการนำไปร้องเปิดหมวกได้เลย ร้องริมทาง ถนนคนเดิน สถานที่ต่างๆ เชิญร้องไป ร้อง/เล่นแบบเปิดหมวกออนไลน์ ให้ลงเครดิตผู้แต่งเพลงและเจ้าของลิขสิทธิ์เพลงครับ ผลงานเขียนของฤทธิพร https://www.facebook.com/share/p/1EoDb6tUG4”

ฤทธิพร อินสว่าง

หลังจากที่โพสต์ของ ฤทธิพร อินสว่าง เผยแพร่ลงมาบนโลกออนไลน์ ทำเอาแฟนคลับและชาวเน็ตต่างก็เข้ามาคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก เช่น

“ใจผู้ให้ยิ่งใหญ่เสมอ สุดยอดครับ”

“สาธุๆๆ”

“ขอบคุณครับ ผลิตผลงานดีๆไว้มากมาย ใจดีมีเมตตามาก ขอให้มีความสุข สุขภาพแข็งแรง นะครับ 28 สิงหาคม 2569”

“ขอบคุณมากๆเลยครับ ที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ กับผู้คนที่หาเช้ากินค่ำ หรือเลี้ยงชีพไปวันๆ ขอกราบขอบพระคุณท่านมากๆครับ ส่วนตัวผม ไม่ได้เป็นนักร้อง และก็ไม่ใช่นักร้อง เป็นแค่คนทำงาน แต่ผมก็ดีใจครับเพราะผมชอบฟังเพลง”

“ผมเป็นคนนึงที่ชื่นชอบเพลงใบไผ่มากครับ”

“สาธุในจิตใจเอื้อเฟื้อต่อเพื่อนมนุษย์และยังได้นำวิธีใช้ชีวิตพอเพียงไปเป็นแบบอย่างด้วยค่ะ”

“ขอบพระคุณพี่บ๊อบครับ เล่นไม่เก่งแต่อยากเอาเพลงพี่มาร้องเล่นในช่อง tiktok ของตัวเองบ้าง”

“สุดยอดครับ​น้องจากเพลงจะเพราะแล้วจิตใจยังงามมากๆครับ”

“น่ารักจริงๆ เป็นการทำให้เพลงดีๆแบบนี้ยังคง อยู่ด้วยยนะคะ”

“ขอบคุณครับ ผมใช้ร้องประจำที่โบราณสถานสนามชัยครับ…เพลงกำลังใจของพี่ฤทธิพรดนตรีสุดยอดเลยครับ…ขอบคุณที่เอื้อเฟื้อแบ่งปันครับ…หาเงินให้เด็กๆครับไม่ได้หาเอาเอง…ตอนนี้ถึงโรงเรียนที่ 34 แล้วครับ”

ฤทธิพร อินสว่าง
ฤทธิพร อินสว่าง
ฤทธิพร อินสว่าง
ฤทธิพร อินสว่าง

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก ฤทธิพร อินสว่าง

คนพิการ, นักดนตรี, ลิขสิทธิ์, ศิลปิน, เพลง

“ศุภจี” ไขข้อข้องใจ Q&A พาณิชย์ แจงชัดสถิติ “นิติบุคคลเสี่ยงนอมินี” ลด 75% ชูมาตรการคัดกรองเข้ม-ดึงฐานข้อมูลรัฐสกัดบัญชีม้า

30 สิงหาคม 2569 เวลา 14:38 น.

เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว ชี้แจงข้อสงสัยของประชาชนจากช่วงการแถลงผลงาน 90 วัน ผ่านแคมเปญ #QAกับกระทรวงพาณิชย์ โดยเฉพาะประเด็นคำถามที่ว่า “นอมินีลดลง 75% ตัวเลขนี้มาจากไหน และลดลงเพราะอะไร?” พร้อมเปิดเผยแผนการดำเนินงานของกระทรวงพาณิชย์ในการจัดระเบียบและปราบปรามกลุ่มทุนสีเทาที่ใช้ตัวแทนอำพราง (นอมินี) ในการทำธุรกิจ

นางศุภจี ระบุว่า ตามที่ได้เคยแถลงนโยบายไว้ว่า กระทรวงฯ มีเป้าหมายที่จะทำให้คนดีทำธุรกิจได้สะดวกขึ้น ในขณะเดียวกันก็ต้องมีมาตรการป้องกันคนที่ไม่ดีเข้ามาใช้ระบบในทางที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งเรื่อง “นอมินี” เป็นหนึ่งในนโยบายที่กระทรวงพาณิชย์เริ่มดำเนินการอย่างเข้มข้น และปัจจุบันเริ่มเห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมจากตัวเลขสถิติ

สำหรับที่มาของตัวเลข 75% นั้น มาจากการเปรียบเทียบจำนวน “นิติบุคคลจดทะเบียนใหม่ที่เข้าลักษณะกลุ่มเสี่ยงนอมินี” ในช่วงระหว่างวันที่ 1-20 สิงหาคม 2569 ซึ่งมีจำนวน 141 บริษัท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 (ปีก่อนหน้า) ที่มีถึง 561 บริษัท พบว่าลดลงถึง 420 บริษัท หรือคิดเป็นเกือบ 75% อย่างไรก็ตาม นางศุภจีเน้นย้ำว่า ตัวเลขนี้หมายถึงเฉพาะกลุ่มเสี่ยงที่มาจดทะเบียนใหม่ลดลงเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าจำนวนนอมินีทั้งหมดที่มีอยู่ในประเทศไทยลดลง 75% แต่อย่างใด

ทั้งนี้ ความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากการเดินหน้ามาตรการคู่ขนาน 2 ส่วนหลัก ได้แก่:

  1. การป้องกันตั้งแต่ก่อนจดทะเบียน (คัดกรองความเสี่ยง)

มีการเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้นและผู้มีอำนาจควบคุมกิจการ โดยนำฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) มาบูรณาการร่วมกันเพื่อใช้ตรวจสอบ ได้แก่

  • การนำข้อมูลผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจำนวนกว่า 13 ล้านรายชื่อ มาตรวจสอบเพื่อป้องกันการนำชื่อประชาชนไปสวมรอยใช้โดยไม่รู้ตัว
  • การนำข้อมูลบัญชีม้าจำนวน 98,000 ราย มาตรวจสอบเทียบเคียงกับฐานข้อมูลทะเบียนนิติบุคคลกว่า 1,000,000 ราย
  1. การตรวจสอบย้อนหลังบริษัทที่จดทะเบียนไปแล้ว

กระทรวงพาณิชย์ได้บูรณาการการทำงานร่วมกับ 23 หน่วยงานพันธมิตร เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลและส่งต่อให้หน่วยงานที่มีอำนาจดำเนินการตรวจสอบเชิงลึกต่อไป โดยล่าสุด ได้มีการส่งข้อมูลกลุ่มเสี่ยงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบแล้วกว่า 50,000 ราย นอกจากนี้ ยังมีการลงพื้นที่ตรวจสอบจริงใน 46 พื้นที่ ครอบคลุม 13 จังหวัด และมีการใช้ 4 คำสั่ง 2 ประกาศ เพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันปัญหานอมินีและบัญชีม้านิติบุคคล

“อย่างที่ย้ำมาตลอดค่ะว่า เราต้องพยายามแก้ปัญหาก่อนที่จะกลายเป็นปัญหา เราต้องทำทั้งสองด้านควบคู่กัน คือ ป้องกันคนไม่ดีไม่ให้เข้ามาใช้ระบบได้ง่าย และตรวจสอบสิ่งที่อยู่ในระบบไปแล้ว ขณะเดียวกัน คนที่ทำธุรกิจอย่างสุจริตก็ควรทำธุรกิจได้สะดวกและแข่งขันได้อย่างเป็นธรรมค่ะ” นางศุภจี กล่าวทิ้งท้าย

นอมินี, บัญชีม้า, ศุภจี สุธรรมพันธุ์

อุดรธานีคึกคัก เลือกตั้งซ่อม สส.เขต 3 เปิดคูหาเช้าประชาชนแห่ใช้สิทธิ์ ไร้เรื่องร้องเรียนทุจริต คาดรู้ผลไม่เกิน 2 ทุ่ม

30 สิงหาคม 2569 เวลา 14:36 น.

คึกคักแต่เช้าหลังเปิดให้ประชาชนใช้สิทธิ์เลือกตั้ง สส.เขต 3 อุดรธานี ยังไม่มีเรื่องร้องเรียนทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง วางกำลังเคลื่อนที่เร็ว กล้อง CCTV คุมเข้ม คาดรู้ผลไม่เกิน 2 ทุ่ม ฝนตกไม่เป็นปัญหา

การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร์ เขต 3 จังหวัดอุดรธานี กรณีแทนตำแหน่งที่ว่าง โดยว่าที่ร้อยตรีภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อมนางสาวสมิหรา เดชะอังกูร ผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำจังหวัดอุดรธานี ตรวจความเรียบร้อยที่บริเวณ ศาลาวัดบ้านเม่น หน่วยเลือกตั้งที่ 9 หมู่ที่ 7 ตำบลบ้านขาว อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี ซึ่งมีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 713 คน ก่อนเปิดการลงคะแนนในเวลา 08.00 น. ทางคณะได้ร่วมกันยืนเคารพธงชาติ ซึ่งพบว่ามีประชาชนทยอยเดินทางมารอใช้สิทธิ์

นายวิสุทธิ์ บุตรสา อายุ 19 ปี ชาวหมู่บ้านเม่น เดินทางรอใช้สิทธิ์ ตั้งแต่ 07.30 น. พร้อมเผยว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ของตน รู้สึกตื่นเต้น ส่วนสาเหตุที่เดินทางมาเป็นคนแรก เพราะตั้งใจมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ทั้งนี้นอกจากตนแล้ว ยังมีพ่อกับแม่ที่มีสิทธิ์เลือกตั้ง แต่ทั้ง 2 คนติดภารกิจต้องทำงาน จะเดินทางมาใช้สิทธิ์ในช่วงเที่ยง

ด้าน นางสาวสมิหรา ให้สัมภาษณ์ถึงภาพรวมการเลือกตั้งเขต 3 ว่า จังหวัดอุดรธานี ได้มีการเตรียมความพร้อมเรื่องของบุคลากร อุปกรณ์และการฝึกซ้อมในการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วย โดยเฉพาะเรื่องของนโยบายคณะกรรม การการเลือกตั้งในการซักซ้อมการปฏิบัติหน้าที่ของประธาน กรรมการประจำหน่วย ทำให้กรรมการประจำหน่วยมีความเชื่อมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ ว่าจะสามารถดำเนินการตามกระบวนการและขั้นตอน ตามที่กฎหมายกำหนดได้อย่างเรียบร้อย

เมื่อถามว่าสำหรับภาพรวมมีคนมาต่อคิวจำนวนมาก พอใจหรือไม่ นางสาวสมิหรา ว่า ในหลายๆหน่วย เรามีการประชาสัม
พันธ์ไปยังทุกหมู่บ้านโดยผู้ใหญ่บ้านให้ช่วยประชาสัมพันธ์ให้ออกมาใช้สิทธิ์กันมากๆ อย่างวันนี้ที่หน่วยวัดบ้านเม่น มีผู้มาใช้สิทธิ์ตั้งแต่ช่วงเช้า ต้องขอขอบคุณประชาชนในพื้นที่ โดยคาดว่าอีกหลายที่ของอำเภอเพ็ญและอำเภอสร้างคอมจะมีคนใช้สิทธิ์เลือกตั้ง

ส่วนการร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริตการเลือกตั้ง นางสาวสมิหรา กล่าวว่า เนื่องจากเรามีกำลังเคลื่อนที่เร็ว และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ รวมถึงคณะเคลื่อนที่เร็วของส่วนกลางมาอยู่ในพื้นที่ ตอนนี้ยังไม่มีเรื่องที่แจ้งมาเกี่ยวกับการซื้อสิทธิ์ขายเสียง อย่างไรก็ตาม การนับคะแนนจากทั้งหมด 240 หน่วยเลือกตั้ง คาดว่าจะทราบผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ ประมาณ 19.30 -20.00 น.

ทั้งนี้ พื้นที่ที่ไกลที่สุดของอำเภอเพ็ญ อยู่ที่ประมาณ 36 กิโลเมตร ในการรายงานผลเมื่อนับคะแนนเสร็จเรียบร้อย จะส่งผลคะแนนมายังช่องทางออนไลน์ก่อน ส่วนเอกสารหลักฐานหลักฐาน รวมถึงวัสดุอุปกรณ์จะนำเข้ามาส่งอีกครั้งนึง

เมื่อถามถึงสภาพอากาศในวันนี้ ที่ฝนเริ่มตกตั้งแต่ช่วงเช้า จะต้องแจ้งเตือนประชา ชนอย่างไรบ้าง นางสาวสมิหรา กล่าวว่าช่วงนี้เป็นฤดูฝน จึงมีฝนตกเป็นประจำอยู่แล้ว ซึ่งประชาชนน่าจะทราบถึงสภาพสภาพอากาศ มีการแจ้งเตือนในส่วนของกรรมการประจำหน่วยถึงมาตรการในการดูแลวัสดุอุปกรณ์ในหน่วย เช่น หีบบัตรที่เป็นกระดาษ จะมีถุงขนาดใหญ่ใส่ให้ และในพื้นที่ของอำเภอเพ็ญและอำเภอสร้างคอม อยู่ปลายสายของสถานีจ่ายไฟฟ้า จึงมีไฟตกไฟดับอยู่เรื่อยๆ จึงมีการเตรียมโคมไฟให้ชาร์จแบตไว้ก่อน แต่จุดสำคัญของเขตเลือกตั้งที่ 3 คือ ทุกหน่วยเลือกตั้งเป็นอาคารถาวรทั้งหมด

นางสาวสมิหรา ยืนยันว่า จังหวัดมีกล้อง CCTV ทั้งหมดประมาณ 500 ตัว และในเขตเลือกตั้งนี้มีประมาณ 30-40 ตัว ซึ่งจะสามารถ ป้องกันการกระทำความผิดได้ และในอนาคตจะมีการเพิ่มมาตรการนี้ เพื่อทำให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อยมากยิ่งขึ้น

อุดรธานี, เลือกตั้ง, ใช้สิทธิ์เลือกตั้ง

ปชป.ยกทีม สส.ใต้ เปิด 4 ปมร้อน จี้ ครม.สัญจร สงขลา เร่งแก้พืชผลตกต่ำ-ระบบราง-3 จว.ใต้

30 สิงหาคม 2569 เวลา 14:14 น.

30 สิงหาคม 2569 ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายกาญจน์ ตั้งปอง สส.ตรัง นายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง สส.สงขลา นายทรงศักดิ์ มุสิกอง สส.นครศรีธรรมราช และนายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรค ร่วมกันแถลงข้อเสนอต่อรัฐบาล ก่อนที่จะมีการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ที่จังหวัดสงขลา ระหว่างวันที่ 31 ส.ค. – 1 ก.ย.นี้

โดย นายชัยชนะ กล่าวว่า รัฐบาลควรมีนโยบายที่เป็นชิ้นเป็นอันและเป็นระบบเพื่อให้เกิดการแก้ปัญหาให้กับพี่น้องชาวภาคใต้ได้ในระยะยาว ตนขอนำเสนอแนวทางแก้ปัญหาใน 4 เรื่อง ประกอบด้วย ปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ตั้งแต่ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และผลไม้ โดยเฉพาะมังคุดที่ราคาเหลือเพียงกิโลกรัมละไม่เกิน 15 บาท ขณะที่ต้นทุนของเกษตรกรสูงถึง 20 บาท จึงได้เสนอให้ ครม.พิจารณาโครงการสร้างนิคมอุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตร หรือ “รับเบอร์วัลเลย์” (Rubber Valley) ที่ อ.นาบอน จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นโครงการที่พรรคประชาธิปัตย์ได้เคยนำเสนอเพื่อแปรรูปและส่งออกอย่างยั่งยืน พร้อมกับได้เสนอให้รัฐบาลจัดทำแอปพลิเคชันบันทึกบัญชีต้นทุนการทำสวน หากเกษตรกรเข้าร่วมอย่างถูกต้อง ควรได้รับสิทธิพิจารณาเงินเยียวยาก่อนเป็นกลุ่มแรก

ปัญหาโครงสร้างพื้นฐาน เมื่อรัฐบาลประกาศว่าจะไม่ทำโครงการแลนด์บริดจ์แล้ว แต่งบประมาณที่รัฐบาลจัดสรรไว้ ก็ควรนำมาพิจารณาลงทุนในโครงการ “เซาเทิร์น คอนเนกต์” (Southern Connect) เพื่อพัฒนาระบบรางเชื่อมโยงท่าเรือสงขลา ท่าเรือระนอง และท่าเรือตรัง ไปยังท่าเรือแหลมฉบัง พร้อมยกระดับศูนย์กระจายสินค้า อ.ทุ่งสง เป็นศูนย์ ICD เพื่อลดต้นทุนโลจิสติกส์ให้ผู้ประกอบการและเกษตรกร

นายชัยชนะ ยังได้เรียกร้องให้รัฐบาลประกาศให้ชัดเจนถึงนโยบายการก่อสร้างรถไฟทางคู่เชื่อมต่อมาเลเซีย (เพชรบุรี – สุไหงโก-ลก) พร้อมกับให้จัดทำแผนงานแจกแจงรายละเอียดการใช้งบประมาณว่าอยู่ในปีงบประมาณ 2570 หรือ 2571 และต้องใช้งบประมาณเท่าใด โดยจะต้องมีกำหนดการแล้วเสร็จให้ชัดเจนด้วย

นายชัยชนะ กล่าวถึงปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่รัฐบาลต้องทบทวนและตรวจสอบความคุ้มค่าและโปร่งใสของงบประมาณให้ครบถ้วน รวมไปถึงจำนวนกำลังพลว่า มีชื่อปฏิบัติหน้าที่แต่ตัวอยู่จริงหรือไม่ มีการทุจริตเบิกเงินเดือนแต่ตัวไม่อยู่หรือไม่ ตลอดจนตรวจสอบอาวุธยุทโธปกรณ์และกล้องวงจรปิดว่าสูญหายหรือไม่ และหากพบเจ้าหน้าที่รัฐเอี่ยวกลุ่มผู้ก่อเหตุ ต้องดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมอย่างเด็ดขาด ขอฝากไปถึง นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคมว่า สิ่งที่เคยประกาศว่าจะทวงคืนความยิ่งใหญ่ให้ภาคใต้ วันนี้เป็นรัฐบาลแล้วแต่ยังไม่เห็นการเริ่มต้นฟื้นฟูอย่างแท้จริง ดังนั้น การประชุม ครม.สัญจรครั้งนี้ ขอให้ท่านลงไปทำงานจริงๆ ไม่ใช่ลงไปแค่สร้างภาพแล้วกลายเป็นภาระให้ข้าราชการในพื้นที่ต้องมาคอยต้อนรับ หาก ครม. ลงไปแล้วทำจริง ให้งบประมาณจริง พัฒนาจริง อย่าเป็นแค่เสือกระดาษ เราก็พร้อมยินดี

ด้าน นายศักดิ์สิทธิ์ กล่าวถึงปัญหาเร่งด่วนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดสงขลา เพื่อส่งผ่านไปยังรัฐบาลก่อนการประชุม ครม.สัญจรว่า ตนมุ่งเน้นไปที่ปัญหาความเดือดร้อนใน 3 ด้าน ที่ยังไม่ได้รับการคลี่คลาย คือ ปัญหาการบริหารจัดการน้ำหลังเผชิญอุทกภัย ที่พบว่าการขุดลอกคูคลองในพื้นที่รับผิดชอบของกรมชลประทานและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยังคงล่าช้า ติดหล่มขั้นในตอนการจัดซื้อจัดจ้างผู้รับเหมา จึงขอเสนอให้กรมชลประทานนำเครื่องจักรของตนเองลงพื้นที่ดำเนินการโดยตรง หรือบูรณาการร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดและเทศบาล เพื่อเร่งลอกทางน้ำให้ทันท่วงทีก่อนที่ฤดูมรสุมระลอกใหม่จะมาถึง เพราะแม้รัฐบาลจะอนุมัติงบกลางลงมา แต่การดำเนินงานไม่สำเร็จ ก็จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชน และทำให้กรมชลประทานต้องตกเป็นแพะรับบาปในท้ายที่สุด

นายศักดิ์สิทธิ์ กล่าวต่อว่า ขณะที่ประเด็นนิคมอุตสาหกรรมจะนะ จากการลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นของชาวบ้าน พบว่ายังคงมีความวิตกกังวลและสับสนอย่างยิ่ง เนื่องจากในอดีตเคยมีบทเรียนจากการผลักดันโครงการพลังงานต่างๆ ที่สัญญาว่าประชาชนจะได้ใช้ไฟฟ้าฟรีหรือก๊าซราคาถูก แต่สุดท้ายไม่สามารถทำได้จริง ซ้ำร้ายยังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการประกอบอาชีพ จนทำให้เกิดความเคลือบแคลงว่าผู้ที่ได้รับผลประโยชน์สูงสุดกลับกลายเป็นกลุ่มนายหน้าและนายทุนที่เข้ามากว้านซื้อที่ดิน ดังนั้นจึงได้สะท้อนให้รัฐบาลต้องเปิดรับฟังเสียงของคนในพื้นที่อย่างจริงจังตามกรอบการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) และต้องไม่ดำเนินนโยบายที่สวนทางกับสิ่งที่เคยให้คำมั่นไว้เมื่อครั้งหาเสียงเลือกตั้ง

นายศักดิ์สิทธิ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ในส่วนที่เป็นปัญหาวิกฤตของกลุ่มชาวประมงพื้นบ้านในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ซึ่งกำลังเผชิญกับสภาพทะเลสาบตื้นเขินจากตะกอนดินทรายหลังน้ำท่วม ทำให้ปริมาณสัตว์น้ำลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งจะเป็นการเปิดโอกาสให้โรงงานอุตสาหกรรมซ้ำเติมวิกฤติด้วยการลักลอบปล่อยน้ำเสียด้วย จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลและองค์การจัดการน้ำเสีย (อจน.) เข้ามาแสดงบทบาทและรับผิดชอบดูแลระบบบำบัดน้ำเสียของเทศบาลนครหาดใหญ่ รวมถึงโครงสร้างท่อระบายน้ำใต้ดินที่ชำรุดทรุดโทรม ก่อนที่จะระบายน้ำเสียลงสู่คลองแห คูเต่า อำเภอบางกล่ำ และไหลลงสู่ทะเลสาบสงขลา เพื่อเร่งฟื้นฟูระบบนิเวศและคืนความสมบูรณ์ให้แก่แหล่งทำมาหากินของชาวประมงอย่างเร่งด่วน

พรรคประชาธิปัตย์,ปชป,ชัยชนะเดชเดโช,ครมสัญจร,สงขลา,

ณรงค์ รักร้อย ออกโรง! โต้ 7 เสือ กกต. ล็อกเป้าฟันคดีฮั้ว สว. แค่ 10 คน จ่อดำเนินคดีเอกสารหลุดถึงมือฝ่ายค้าน-ไอลอว์

30 สิงหาคม 2569 เวลา 13:43 น.

30 สิงหาคม 2569 ที่ จ.อุดรธานี นายณรงค์ รักร้อย กรรมการการเลือกตััง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวที่ กกต.เตรียมลงมติจะเอาผิดผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีฮั้ว สว.เพียงแค่ 10 คน ว่าที่ประชุม กกต.ได้พิจารณาสำนวนเสร็จสิ้นไปเมื่อวันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา และ กกต.ทั้ง 7 คน จะนัดลงมติพร้อมกันในวันที่ 14 ก.ย.ซึ่งการเว้นระยะเวลาเนื่องจากมีบางประเด็นต้องสอบถามและหาข้อมูลเพิ่มเติม อีกทั้งการลงมติจะต้องมีเหตุผลประกอบอย่างรอบคอบ ยืนยันว่า ในที่ประชุมไม่มีการพูดคุยล่วงหน้าว่าจะชี้มูลกี่คน เพราะเป็นเอกสิทธิ์ของ กกต.แต่ละท่านที่จะพิจารณาจากพยานหลักฐานในสำนวน

นายณรงค์ กล่าวด้วยว่า วันที่ 14 ก.ย.นี้ กกต.ทั้ง 7 คน จะลงมติสำนวนคดีฮั้ว สว. โดยเมื่อลงมติเสร็จแล้วก็จะทำคำวินิจฉัยต่อไป

สำหรับใน วันที่ 14 ก.ย.69 ซึ่ง กกต.กำหนดให้เป็นวันประชุม เพื่อลงมติส่วนตน ของ กกต.ทั้ง 7 คน ว่าแต่ละคนจะมีความเห็นการดำเนินการคดีกับใครบ้าง อย่างไร และจะส่งให้ศาลวินิจฉัยหรือไม่

จากนั้นจะมีการนำมติดังกล่าวมาประมวลแล้วทำเป็นคำวินิจฉัย ก่อนที่จะดำเนินการตามที่ได้วินิจฉัยไว้ เช่น ส่งหรือไม่ส่งให้ศาลพิจารณาต่อ และต้องดำเนินคดีกับใครบ้าง ดังนั้น ก็ต้องรอดูผลการลงมติจาก กกต.ในวันที่ 14 ก.ย.นี้

​เมื่อถามถึงกรณีเอกสารสำนวนหลุดไปยังกลุ่มไอลอว์ (iLaw)และพรรคฝ่ายค้าน ซึ่งอาจเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)หรือไม่ นายณรงค์ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างไร คาดว่าจะมีความคืบหน้าและทราบผลในวันจันทร์ที่จะถึงนี้

​ส่วนกรณีที่ฝ่ายค้านเปิดหลักฐานข้อมูลการโทรศัพท์ระหว่างบุคคลในวันเลือก สว.ระดับประเทศเพื่อพาดพิง กกต.นั้น นายณรงค์ ชี้แจงว่า หากหลักฐานดังกล่าวมีอยู่ในสำนวน กกต.ก็พร้อมนำมาพิจารณา แม้จะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนที่ตนจะเข้ามารับตำแหน่ง กกต. แต่การทำงานขององค์กรต้องมีความต่อเนื่อง เป็นเรื่องของการทำหน้าที่ตามพยานหลักฐานที่มีอยู่ในสำนวนเท่านั้น

ณรงค์รักร้อย,คณะกรรมการการเลือกตั้ง,กกต,ฮั้วสว,ฝ่ายค้าน,ไอลอว์

เอกนิติ ขอรับพิจารณา หลังโพลสะท้อนประชาชน หนุนไทยช่วยไทยพลัส เฟส 3 ชี้ต้องดูสภาพเศรษฐกิจโดยรวมด้วย

30 สิงหาคม 2569 เวลา 13:35 น.

30 สิงหาคม 2569 ที่วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่สวนดุสิตโพลเปิดเผยผลสำรวจประชาชนที่ต้องการให้เดินหน้าโครงการไทยช่วยไทยพลัส เฟส 3 รัฐบาลจะมีความชัดเจนตรงนี้อย่างไร ว่า ขอบคุณที่ประชาชนตอบรับเป็นอย่างดี เพราะโครงการนี้ตั้งใจออกมาช่วยประชาชนเรื่องค่าครองชีพ นอกจากนี้ ยังเติมเงินในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ส่วนความเห็นของประชาชนที่ออกมาจะรับไปพิจารณา โดยดูสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ ทั้งภาวะเงินเฟ้อและค่าครองชีพด้วย

เอกนิตินิติทัณฑ์ประภาศ,ไทยช่วยไทยพลัส,เศรษฐกิจ,

นายกฯ ย้ำ คดีฮั้ว สว.อยู่ที่ กกต. บอกไม่รู้จะตอบอย่างไร หลังฝ่ายค้านหนุนส่งศาลฎีกา ฟ้องทั้ง 229 คน

30 สิงหาคม 2569 เวลา 13:08 น.

30 สิงหาคม 2569 ที่วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีเวทีผู้นำฝ่ายค้านสนับสนุนให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ให้ยื่นฟ้องผู้ถูกกล่าวหาคดีฮั้ว สว.ทั้ง 229 คน ซึ่งมีชื่อของนายกรัฐมนตรีรวมอยู่ด้วยว่า เรื่องนี้อยู่ที่ กกต. ตนจะทำอะไรได้

เมื่อถามย้ำว่า กังวลหรือไม่ เนื่องจากมีชื่อของนายกฯรวมอยู่ด้วย นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่รู้จะตอบว่าอย่างไร และไม่ควรจะถามคำถามนี้ เนื่องจากไม่เกี่ยวกับเรื่องบริหารราชการแผ่นดิน

เมื่อถามว่า ก่อนที่ กกต. จะลงมติ ฝ่ายค้านและไอลอว์ ต่างทยอยเปิดชื่อรัฐมนตรีที่อาจเกี่ยวข้องกับคดีฮั้วสว. นายอนุทิน ย้อนถามผู้สื่อข่าวทันทีว่า ใช้คำว่าอาจจะ อย่าถามว่าอาจจะ มีก็มี ไม่มีก็ไม่มี

ผู้สื่อข่าวถามว่า ให้เป็นดุลยพินิจของ กกต. ใช่หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ไม่ใช่ดุลยพินิจ แต่อำนาจการสอบสวนทั้งหมดเป็นของ กกต. แต่เราอย่าทำผิดกฎหมาย ทำตามกฎทุกอย่าง จะได้ไม่ต้องนั่งถามว่าใครผิดใครถูก หรือว่าใครจะทำอย่างไร

เมื่อถามถึงกรณีนายกรัฐมนตรีโพสต์เฟซบุ๊กว่า “เหล็กไม่ละลาย แต่ไอศกรีมละลาย” มีนัยทางการเมืองอะไรหรือไม่ นายกฯ หัวเราะก่อนจะบอกว่า “เพิ่งกินเมื่อกี้นี้” จากนั้นนายกฯได้ขึ้นรถเดินทางกลับทันที

อนุทินชาญวีรกูล,นายกรัฐมนตรี,ด่านตรวจ,ยาเสพติด,

นายกฯชี้ชนวนป่วนชายแดนใต้ไม่หยุด เหตุรัฐเข้มบังคับใช้กฎหมาย อยู่ในช่วงเปลี่ยน

30 สิงหาคม 2569 เวลา 12:44 น.

นายกฯ ชี้ชนวนป่วนชายแดนใต้ไม่หยุด เหตุรัฐเข้มบังคับใช้กฎหมาย อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน กำชับ จนท.ทำงานอย่างเข้มข้น แจง ไม่ไป 3 จว. ต้องการให้ดูแลประชาชนก่อน “ผบ.ตร.” เผย ตำรวจตั้งด่าน-สอบสวน

เมื่อเวลา 11.25 น. ที่วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ที่ล่าสุดมีการลอบวางระเบิดห้างสรรพสินค้าชื่อดังใน จ.ปัตตานีว่า ได้กำชับตำรวจและทหารให้บูรณาการทำงานตามแผนที่สภาความมั่นคงแห่งชาติได้มีมติ

ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคนร้ายยังสามารถก่อเหตุได้อย่างต่อเนื่อง นายอนุทิน กล่าวว่า ช่วงนี้เป็นช่วงที่จะมีการเปลี่ยนผ่าน จึงได้กำชับเจ้าหน้าที่ทำงานอย่างเข้มข้นให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติก็รับทราบ และตนได้กำชับในที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติว่า เราจะเป็นฝ่ายรองรับสถานการณ์อย่างเดียวไม่ได้ ขณะที่ในพื้นที่ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ทุกอย่างอยู่ภายใต้การสั่งการของฝ่ายความมั่นคงอยู่แล้ว

เมื่อถามว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดูเหมือนเจ้าหน้าที่รัฐตามหลังผู้ก่อเหตุตลอด นายอนุทิน กล่าวว่า เรามีกฎหมายที่จะต้องทำตาม พอเราใช้ความรุนแรงมากก็หาว่าเราไม่เคารพกฎหมาย จึงต้องบังคับใช้กฎหมายให้เข้มข้นที่สุด และที่เป็นแบบนี้เป็นเพราะว่าเราใช้กฎหมายอย่างเต็มที่

ผู้สื่อข่าวถามว่า การประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ที่ จ.สงขลา จะใช้โอกาสนี้ลงพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อไปกำชับมาตรการต่างๆ ด้วยหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า การไป ครม.สัญจร จะไปดูในพื้นที่ จ.สงขลา ส่วนคนที่เกี่ยวข้องก็อาจจะลงในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้บ้าง แต่ต้องดูสถานการณ์ว่า ถ้าลงไปแล้วเจ้าหน้าที่ต้องมาดูแล แทนที่จะไปดูแลประชาชนแต่ต้องมาดูแลความปลอดภัยของผู้ใหญ่ ก็คงไม่ให้ไป ให้ดูแลประชาชนก่อน

เมื่อถามถึงกรณีนิด้าโพลตั้งข้อสังเกตว่า สถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ สืบเนื่องมาจากเรื่องของงบประมาณด้วย นายกฯ กล่าวว่า เอาของจริงดีกว่า อย่าเอาโพลมาถาม

ด้าน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้มีการประสานตั้งจุดตรวจและทำการสืบสวนสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงไปในพื้นที่ติดตามสถานการณ์ตลอด โดยประสานกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่

ชายแดนใต้, นายกฯ, บังคับใช้กฎหมาย