โปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์พระราชาคณะ หลวงปู่ศิลา – หลวงปู่เวิน

โปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์พระราชาคณะ หลวงปู่ศิลา - หลวงปู่เวิน

โปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์พระราชาคณะ หลวงปู่ศิลา – หลวงปู่เวิน

วันจันทร์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.28 น.

วันที่ 2 มีนาคม 2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระบรมราชโองการ ประกาศพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ ความว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์พระราชาคณะ จำนวน 2 รูป ดังนี้

1.พระราชวัชรธรรมโสภณ หรือ “หลวงปู่ศิลา” เจ้าอาวาสวัดพระธาตุหมื่นหิน จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็น พระเทพวัชรธรรมโสภณ มีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ 5 รูป คือ พระครูปลัด 1 พระครูวินัยธร 1 พระครูสังฆรักษ์ 1พระครูสมุห์ 1 พระครูใบฎีกา 1

2 พระครูโสภณวินัยวัฒน์ หรือ “หลวงปู่เวิน” เจ้าอาวาสวัดบูรพาโคกเครือ จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็น พระราชวัชราจารโสภณ มีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ 4 รูป คือ พระครูปลัด 1 พระครูสังฆรักษ์ 1 พระครูสมุห์ 1 พระครูใบฎีกา 1

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. 2569 ประกาศ ณ วันที่ 2 มี.ค. 2569 เป็นปีที่ 11 ในรัชกาลปัจจุบัน

เดินหน้าโครงการ ‘Innovator Journey’ ปี 2 ปูทางการฝึกปฏิบัติงานจริง

เดินหน้าโครงการ ‘Innovator Journey’ ปี 2 ปูทางการฝึกปฏิบัติงานจริง

เดินหน้าโครงการ ‘Innovator Journey’ ปี 2 ปูทางการฝึกปฏิบัติงานจริง

วันจันทร์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ร่วมกับ 9 เครือข่ายหลักสูตรการเรียนการสอนในลักษณะร่วมผลิตระหว่างสถาบันอุดมศึกษาและสถานประกอบการ (Cooperative and Work Integrated Education; CWIE) เดินหน้าพัฒนาความสามารถด้านนวัตกรรมและระบบบริหารจัดการในกลุ่มเครือข่ายพัฒนาเยาวชนต่อเนื่องเป็นปีที่สอง โดยเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับการพัฒนาองค์ความรู้ในการสร้างนวัตกรรมและแนวคิดสีเขียวผ่านหลักสูตร STEAM4INNOVATOR” 4 ขั้นตอน และประยุกต์ใช้องค์ความรู้ผ่านการฝึกงานกับสถานประกอบการ ฟอร์มทีมเสมือนเป็น Innovation Unit เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการที่ต้องการเปลี่ยนแปลงองค์กรสู่ธุรกิจสีเขียว ผ่านการเชื่อมโยงเครือข่ายการทำงานระหว่าง เยาวชน สถาบันการศึกษาและสถานประกอบการ

ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการ NIA กล่าวว่า ที่ผ่านมา NIA ได้ดำเนินโครงการส่งเสริมทักษะและแนวคิดแบบนวัตกร ผ่านหลักสูตร STEAM4INNOVATOR อย่างต่อเนื่อง เพื่อนำไปสู่ผลลัพธ์ 3 รูปแบบ ได้แก่ 1.เยาวชนสามารถต่อยอดสู่โอกาสการจ้างงานหลังจากจบโครงการ 2.โครงการหรือนวัตกรรมที่เยาวชนพัฒนาจากโจทย์จริงสามารถนำไปใช้งานและต่อยอดได้ในบริษัทหรือองค์กร และ 3. การปลูกฝังแนวความคิดด้านธุรกิจและนวัตกรรมในระยะยาว ที่จะผลักดันให้เยาวชนก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการด้านนวัตกรรมได้ในอนาคต

โครงการ Innovator Journey จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เพื่อร่วมกันสร้าง Innovation Workforce ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย โดยใช้หลักสูตรกระบวนการสร้างนวัตกรรม STEAM4INNOVATOR เสริมด้วยแนวคิดธุรกิจสีเขียว สำหรับพัฒนาองค์ความรู้และทักษะเบื้องต้นของเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการให้พร้อมต่อการฝึกปฏิบัติงานจริงเสมือนเป็น Innovation Unit ในองค์กรเพื่อแก้โจทย์ด้านธุรกิจสีเขียวในสถานประกอบการ ซึ่งเป็นเทรนด์ธุรกิจที่น่าจับตา โดยคาดหวังที่จะเห็นโครงการของเยาวชนที่ทำร่วมกับผู้ประกอบการถูกนำไปใช้จริง เยาวชนถูกรับเข้าทำงาน หรือมีแรงบันดาลใจในการประกอบธุรกิจนวัตกรรมในอนาคต ซึ่งในปีที่ผ่านมามีหลายผลงานถูกนำไปใช้จริงในองค์กร เช่น Interactive Website เครื่องดักจับฝุ่น PM2.5 รูปแบบการสื่อสารเพื่อสร้างองค์ความรู้ด้านการเงินสีเขียว หรือเครื่องย่อยเศษอาหารภายในโรงงานให้เป็นปุ๋ยเพื่อเอาไปใช้ประโยชน์ต่อ และมีนักศึกษาได้เข้าทำงานในสถานประกอบการที่ตนเองฝึกงานด้วย

สำหรับความพิเศษของโครงการ Innovator Journey ในปีนี้ นอกจากการทำงานร่วมกับเครือข่าย CWIE ศูนย์หลักของแต่ละภูมิภาคทั้ง 9 แห่งแล้ว ได้มีแนวทางกระจายความร่วมมือ และเผยแพร่โครงการไปยังสถาบันการศึกษาที่อยู่ภายใต้เครือข่ายหลักของแต่ละภาคทั่วประเทศอีกด้วย โดยระยะเวลาโครงการจะถูกแบ่งเป็น 4 ช่วงหลัก ได้แก่ ช่วงที่ 1 Open Stage เปิดรับสมัครเยาวชนและผู้ประกอบการจากทั่วประเทศ (ตั้งแต่วันนี้ – 13 มีนาคม 2569) ช่วงที่ 2Knowledge Stage เยาวชนและสถานประกอบการที่ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมอบรมกระบวนการพัฒนานวัตกรรมผ่านหลักสูตรเข้มข้นเพื่อเตรียมความรู้และทักษะที่จำเป็นก่อนการทำงานจริง ช่วงที่ 3 Real-Experience Stage เยาวชนและบริษัทจะผ่านการจับคู่เพื่อร่วมฝึกประสบการณ์ภายใต้โจทย์การเปลี่ยนแปลงองค์กรสู่ธุรกิจสีเขียว แต่ละทีมจะได้รับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญในระหว่างการพัฒนาโครงการทั้งด้านการพัฒนาชิ้นงาน การพัฒนาแผนธุรกิจ การนำเสนอผลงาน การให้คำปรึกษา และการปรับปรุงผลงาน และยังได้เข้าร่วมรับฟังการแบ่งปันประสบการณ์จากผู้ประกอบการที่อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจสีเขียว และช่วงที่ 4 Innovator Journey Showcase ของ 5 ผลงานต้นแบบนวัตกรรมที่สามารถต่อยอดใช้ในองค์กรได้จริง ภายในงาน STEAM4INNOVATOR’s Day 9.9 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 9 กันยายน 2569 อย่างไรก็ตาม NIA มั่นใจว่ารูปแบบและเครือข่ายสนับสนุนของโครงการจะสามารถสร้างศักยภาพด้านนวัตกรรมให้กับเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการได้อย่างเข้มแข็ง การทำงานร่วมกันเชิงเครือข่ายระหว่างเยาวชน สถาบันการศึกษาและสถานประกอบการจะนำไปสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมสีเขียวที่สามารถนำไปต่อยอดสู่ธุรกิจที่ยั่งยืนได้จริง” ดร. กริชผกา กล่าวสรุป

สำหรับนิสิต นักศึกษา และสถานประกอบการ ที่สนใจร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อธุรกิจสีเขียว สามารถสมัครเข้ามาทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ ได้ตั้งแต่วันนี้ – 13 มีนาคม  2569 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : Innovator Journey

มก.คว้ารางวัลชนะเลิศ ‘สถาบันต้นแบบด้านการผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่’

มก.คว้ารางวัลชนะเลิศ ‘สถาบันต้นแบบด้านการผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่’

มก.คว้ารางวัลชนะเลิศ ‘สถาบันต้นแบบด้านการผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่’

วันจันทร์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สร้างความภาคภูมิใจและความเชื่อมั่นให้กับวงวิชาการอุดมศึกษาไทย ได้รับรางวัลชนะเลิศ ลำดับที่ 1 โล่รางวัล “สถาบันต้นแบบด้านการผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่” ด้านนโยบายการผลิตบัณฑิตและระบบบริหารจัดการ ประเภทสถาบันอุดมศึกษา กลุ่มสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ จากการประกวด รางวัลต้นแบบโครงการผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่ฯ  ประจำปี พ.ศ.2568 จัดโดย สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อยกย่องสถาบันอุดมศึกษาที่มีบทบาทโดดเด่นในการพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูง สำหรับอุตสาหกรรม New Growth Engine รองรับทิศทางการพัฒนาประเทศ ภายใต้นโยบาย Thailand 4.0 และการปฏิรูปการอุดมศึกษาไทย

นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ยังได้รับ รางวัลชนะเลิศประเภทหลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรการผลิตเนื้อโคคุณภาพสูง  ได้รับประกาศเกียรติคุณ “หลักสูตรต้นแบบบัณฑิตพันธุ์ใหม่” ในกลุ่มสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูปมูลค่าสูง หลักสูตรดังกล่าวนับว่าเป็นต้นแบบชุดวิชา Non-degree ต้นแบบด้านการเกษตรของประเทศ ความสำเร็จนี้สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในฐานะ “มหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาประเทศ” ที่ใช้ศาสตร์ด้านการเกษตรเป็นฐาน เชื่อมโยงกับการศึกษา วิจัย และนวัตกรรม เพื่อสร้างกำลังคนคุณภาพและความเข้มแข็งให้กับภาคเกษตรไทยอย่างยั่งยืน

ดร.ดำรงค์ ศรีพระราม รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า ความสำเร็จของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในครั้งนี้ เป็นผลจากการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องตามนโยบายการผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่ ที่มหาวิทยาลัยได้วางรากฐานและขับเคลื่อนมาอย่างเป็นระบบ โดยมุ่งเป้าสำคัญคือการเปิดโอกาสให้การอุดมศึกษาไทยสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของประเทศและโลกได้อย่างแท้จริง มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์จะยังคงสานต่อและพัฒนานโยบายดังกล่าว โดยสนับสนุนการทำงานของทุกหน่วยงานอย่างเต็มศักยภาพ เพื่อร่วมกันสร้างกำลังคนคุณภาพที่พร้อมต่ออนาคต และสร้างความยั่งยืนให้กับประเทศ

ด้าน ผศ.ดร.นรุณ วรามิตร คณบดีวิทยาลัยบูรณาการศาสตร์ กล่าวว่า ปัจจุบัน เทคโนโลยีและองค์ความรู้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ระบบการศึกษารูปแบบเดิมไม่สามารถตอบสนองต่อโลกที่เปลี่ยนไปได้ทัน ขณะที่การศึกษาในหลักสูตรปกติใช้ระยะเวลานานถึง 4 ปี ทำให้เมื่อผู้เรียนสำเร็จการศึกษา ความรู้หรือเทคโนโลยีบางส่วนอาจไม่สอดคล้องกับบริบทการทำงานจริง ส่งผลต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมผู้ใช้บัณฑิต นอกจากนี้ โครงสร้างประชากรของประเทศที่กำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย ยังทำให้กำลังคนวัยแรงงานลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นความท้าทายที่ทำให้สถาบันอุดมศึกษาจำเป็นต้องปฏิรูประบบการเรียนการสอน เพื่อสร้างกำลังคนทุกช่วงวัยและทุกอาชีพให้มีสมรรถนะสูง ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก

“ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา วิทยาลัยบูรณาการศาสตร์ได้ร่วมมือกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน พัฒนาระบบนิเวศทางการศึกษาและหลักสูตรใหม่ในลักษณะบูรณาการข้ามศาสตร์ โดยยึดผลลัพธ์ของผู้เรียนเป็นตัวนำ มุ่งพัฒนาทักษะใหม่ที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่นิสิตและบุคคลทั่วไป ทั้งในปัจจุบันและอนาคต” ผศ.ดร.นรุณ ระบุ

สำหรับรูปแบบการพัฒนาบัณฑิตพันธุ์ใหม่ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครอบคลุมทั้งหลักสูตรระดับปริญญาในลักษณะ tailor-made ที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนออกแบบเส้นทางการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับความต้องการในการประกอบอาชีพของตนเอง และหลักสูตรระยะสั้นแบบ up-skill / re-skill (Non-degree Program) ที่ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรม ให้กำลังคนสามารถเสริมสร้างองค์ความรู้และทักษะไปประยุกต์ใช้ในการทำงานได้ทันที

ภายหลังสำเร็จการศึกษาหลักสูตร Non-degree ผู้เรียนจะได้รับการรับรองสมรรถนะจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รวมถึงการรับรองทักษะจากสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ และยังสามารถสะสมหน่วยกิตไว้ในคลังหน่วยกิต เพื่อเทียบโอนประสบการณ์และต่อยอดสู่การศึกษาระดับปริญญาตรีในอนาคตได้ ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมการศึกษาสำคัญที่พัฒนาขึ้นภายใต้โครงการบัณฑิตพันธุ์ใหม่ โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

อิหร่านลั่นห้ามเรือรบสหรัฐฯ เข้าทะเลอ่าวเปอร์เซีย หลังสหรัฐเปิดฉากโจมตี

อิหร่านลั่นห้ามเรือรบสหรัฐฯ เข้าทะเลอ่าวเปอร์เซีย หลังสหรัฐเปิดฉากโจมตี

1 มี.ค. 2569 15:54 น.

อิหร่านลั่นห้ามเรือรบสหรัฐฯ เข้าทะเลอ่าวเปอร์เซีย หลังสหรัฐเปิดฉากโจมตี

เจ้าหน้าที่อาวุโสของอิหร่านประกาศชัด “ไม่อนุญาตให้เรือรบสหรัฐฯ เข้าสู่อ่าวเปอร์เซีย” ทำให้สถานการณ์ในตะวันออกกลางยิ่งตึงเครียดหนัก

โมห์เซน เรซาอี อดีตผู้บัญชาการระดับสูงของ กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน และปัจจุบันเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่าน ระบุเมื่อวันอาทิตย์ว่า จะไม่มีเรือรบของสหรัฐฯ ลำใดได้รับอนุญาตให้เข้าสู่อ่าวเปอร์เซียโดยเด็ดขาด 

โดยคำประกาศดังกล่าวเผยแพร่ผ่านโพสต์บนเทเลแกรมของ Fars News Agency ซึ่งเป็นสำนักข่าวของรัฐอิหร่าน

ก่อนหน้านี้ กองทัพเรือสหรัฐได้ระดมกำลังทางทะเลจำนวนมากในภูมิภาค โดยนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เรียกกำลังดังกล่าวว่าเป็นกองเรือรบขนาดใหญ่ ก่อนการโจมตีอิหร่านเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

ในช่วงก่อนการโจมตี มีรายงานว่าเรือรบบางส่วนของสหรัฐประจำการอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย ขณะที่บางลำอยู่ในทะเลอาหรับ อย่างไรก็ตาม ตำแหน่งที่แน่นอนของกองเรือสหรัฐในวันอาทิตย์ยังไม่เป็นที่เปิดเผย

ด้านหน่วยบัญชาการทหารสหรัฐภาคกลาง ได้เผยแพร่วิดีโอตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการโจมตี แสดงภาพเรือรบสหรัฐยิงขีปนาวุธโทมาฮอว์ก เข้าใส่เป้าหมายในอิหร่าน รวมถึงภาพเครื่องบินขับไล่ทะยานขึ้นจากเรือบรรทุกเครื่องบิน

ท่าทีแข็งกร้าวของอิหร่านครั้งนี้ สะท้อนความเสี่ยงที่อ่าวเปอร์เซีย ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก อาจกลายเป็นจุดปะทะโดยตรงระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพด้านพลังงานและความมั่นคงทั่วโลก.

ที่มา : CNN

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ อิหร่าน

ผู้ประท้วงปากีฯ บุกสถานกงสุลสหรัฐฯ ในเมืองการาจี ปะทะตร.ดับ 6 ศพ ปมโกรธแค้นปฏิบัติการถล่มคาเมเนอี

ผู้ประท้วงปากีฯ บุกสถานกงสุลสหรัฐฯ ในเมืองการาจี ปะทะตร.ดับ 6 ศพ ปมโกรธแค้นปฏิบัติการถล่มคาเมเนอี

1 มี.ค. 2569 15:46 น.

ผู้ประท้วงปากีฯ บุกสถานกงสุลสหรัฐฯ ในเมืองการาจี ปะทะตร.ดับ 6 ศพ ปมโกรธแค้นปฏิบัติการถล่มคาเมเนอี

ชาวปากีสถานบุกพื้นที่ทางเข้าสถานกงสุลใหญ่สหรัฐฯ  ในนครการาจี เกิดการปะทะกับตำรวจ เสียชีวิตอย่างน้อย 6 ราย ประท้วงปมสหรัฐฯ-อิสราเอลโจมตีอิหร่านที่มีรายงานว่า คร่าชีวิตผู้นำสูงสุด “อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” 

วันที่ 1 มีนาคม 2569 เกิดเหตุชุมนุมรุนแรงบริเวณด้านหน้าสถานกงสุลใหญ่สหรัฐฯในนครการาจี ประเทศปากีสถาน หลังมีข่าวสหรัฐฯ และ อิสราเอล โจมตีอิหร่าน ซึ่งมีรายงานว่า ส่งผลให้อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิต

ผู้ประท้วงจำนวนมากรวมตัวกันด้านนอกสถานกงสุลก่อนจะบุกเข้าไปยังพื้นที่ทางเข้าอาคาร พร้อมตะโกนประณามการโจมตีและเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แหล่งข่าวจากโรงพยาบาลในพื้นที่เปิดเผยว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 ศพ จากการปะทะกับตำรวจ และมีผู้บาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง ขณะที่เจ้าหน้าที่ใช้กำลังควบคุมฝูงชนเพื่อสลายการชุมนุม

อย่างไรก็ตาม ทางการปากีสถานยังไม่ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับยอดผู้เสียชีวิตล่าสุด ขณะที่มาตรการรักษาความปลอดภัยรอบสถานกงสุลสหรัฐฯ ถูกยกระดับสูงสุด ท่ามกลางความกังวลว่า การประท้วงอาจขยายวงกว้างในหลายเมือง.

จับตาอิหร่าน ปิด 2 ช่องแคบ เส้นเลือดใหญ่ขนส่งไปยุโรป สงครามไร้รูปแบบกระทบความมั่นคงทั่วโลก

จับตาอิหร่าน ปิด 2 ช่องแคบ เส้นเลือดใหญ่ขนส่งไปยุโรป สงครามไร้รูปแบบกระทบความมั่นคงทั่วโลก

1 มี.ค. 2569 15:45 น.

จับตาอิหร่าน ปิด 2 ช่องแคบ เส้นเลือดใหญ่ขนส่งไปยุโรป สงครามไร้รูปแบบกระทบความมั่นคงทั่วโลก

จับตาอิหร่าน ปิด 2 ช่องแคบ เส้นเลือดใหญ่ขนส่งไปยุโรป กระทบการส่งออกน้ำมันและสินค้าไทย พร้อมเตรียมรับมือ สงครามไร้รูปแบบ กระทบความมั่นคงทั่วโลก

การโจมตีของอิหร่าน ภายใต้ปฏิบัติการของอิสราเอล ที่ร่วมมือกับสหรัฐอเมริกา ทำให้ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี วัย 86 ปี เสียชีวิตเมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (28 ก.พ.69) ทำให้ตอนนี้ทั่วโลกต่างจับตาผลกระทบ โดยเฉพาะสงครามไร้รูปแบบที่จะกระทบไปยังเครือข่ายของชาติมหาอำนาจ แต่ในอีกทางหนึ่ง ก็ต้องจับตา การปิด 2 ช่องคือ ช่องแคบฮอร์มุซ และ ช่องแคบบับ อัล-มันเดบ ที่เป็นเส้นเลือดใหญ่ในการขนส่งน้ำมันและสินค้าไปยังยุโรป ซึ่งจะมีผลต่อสินค้าส่งออกของไทย

ดร.ศราวุฒิ อารีย์ ผู้อำนวยการศูนย์มุสลิมศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มองว่า การที่ผู้นำอิหร่านเสียชีวิตไปยิ่งสร้างความขับแค้นให้กับประชาชนอิหร่าน และเป็นตัวกระตุ้นที่ทำให้คนที่นับถือศาสนาชีอะฮ์ ในตะวันออกกลางเข้ามาร่วมกับการต่อต้านสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล

นั่นหมายความว่า สงครามที่ไม่เป็นรูปแบบและไม่เป็นทางการกำลังจะเริ่มเกิดขึ้นอีกครั้ง ซึ่งการก่อเหตุต่างๆ จะมุ่งเป้าไปที่ผลประโยชน์ของอเมริกาและอิสราเอลทั่วโลก

แต่ที่น่าสนใจคือ การปิด 2 ช่องแคบ ที่เป็นเส้นทางขนส่งสินค้าสำคัญ ที่จะกระทบเศรษฐกิจทั่วโลก สำหรับการกดดันของอิหร่านในการปิดช่องแคบฮอร์มุซเป็นทางออกทางมหาสมุทรทางเดียวของบริเวณส่วนใหญ่ของประเทศที่ส่งปิโตรเลียมออกในอ่าวเปอร์เซีย และเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญ ในการขนส่งสินค้าไปยังยุโรป

โดยตอนนี้อิหร่านมีการสั่งการไม่ให้ เรือขนส่งน้ำมันต่างๆ ข้ามไปได้ แม้ตอนนี้ยังไม่มีประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ อย่างเป็นทางการ แต่คาดว่าอีกไม่นานจะถูกปิดลง และหลังจากนี้จะมีการปะทะระหว่างกลุ่มคนที่ต้องการเปิดช่องแคบนี้กับกลุ่มอิหร่าน ที่ไม่ต้องการเปิดช่องแคบ ซึ่งจะกลายเป็นอีกสมรภูมิสำคัญในการโจมตี

ซึ่งการปิดช่องแคบฮอร์มุซ มีผลกระทบคือ การขนส่งน้ำมันมาจากอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งเป็น 1 ใน 5 ของน้ำมันที่จำหน่ายทั่วโลก ซึ่งจะส่งผลให้ราคาน้ำมันทั่วโลกมีราคาสูงขึ้น และอาจเกิดภาวะน้ำมันขาดตลาด แต่ช่องแคบฮอร์มุซ เป็นช่องแคบสำคัญ และไม่เคยถูกปิดมาก่อน ยกเว้นในช่วงสั้นๆ ในสงครามอิรัก ซึ่งสงครามในรอบนี้อาจเป็นครั้งแรกที่ปิดช่องแคบฮอร์มุซ ในระยะยาว

ช่องแคบบับ อัล-มันเดบ อีกเส้นเลือดสำคัญการขนส่งไปยุโรป

นอกจากนี้ ยังมีช่องแคบบับ อัล-มันเดบ ที่เป็นจุดที่สำคัญ ซึ่งกลุ่มกบฏฮูตีในเยเมน ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านดูแลอยู่ โดยกลุ่มนี้ประกาศออกมาแล้วว่าจะร่วมกับอิหร่านในการต่อต้านสหรัฐและอิสราเอล โดยช่องแคบบับ อัล-มันเดบ เป็นเส้นทางสำคัญ ในการขนส่งสินค้าไปยังคลองสุเอซ เข้าไปพื้นที่ยุโรป ถือเป็นช่องทางสำคัญในด้านการค้าระหว่างเอเชียกับยุโรป

ดังนั้นถ้าอิหร่านและกลุ่มสนับสนุนอิหร่าน ดำเนินการปิดทั้งสองช่องแคบ จะมีผลกระทบต่อการขนส่งสินค้า และเศรษฐกิจของโลก ที่ส่งผลมายังประเทศไทย รวมถึงการส่งออกน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซีย

ส่วนผลกระทบที่จะมีต่อไทย จะเห็นได้ชัดว่าการที่อิสราเอลและสหรัฐโจมตีอิหร่าน ไม่ได้ต้องการเจรจาเรื่องหัวรบนิวเคลียร์กับอิหร่าน แต่สิ่งที่ต้องการคือ การเข้าไปเปลี่ยนระบอบการปกครองอิหร่าน ดังนั้นสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลต้องพยายามผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองในอิหร่านเร็วที่สุด แต่จะเป็นอย่างนั้นหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

เพราะอิหร่าน ยังมีศักยภาพในการตอบโต้คืน โดยจะเห็นได้จากการโจมตีฐานทัพอเมริกาในพื้นที่ต่างๆ ในตะวันออกกลาง ขณะเดียวกันอิหร่าน ก็ประกาศการยกระดับโจมตีพื้นที่ผลประโยชน์ของอเมริกาและอิสราเอล ในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า นั่นหมายความว่าสงครามขณะนี้จะยืดเยื้อ และมีผลกระทบในเชิงเศรษฐกิจ ความมั่นคงทั่วโลก

สำหรับประเทศไทยที่มีผลประโยชน์อยู่ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะแรงงานในอิสราเอล รวมถึงนักธุรกิจที่ลงทุนในตะวันออกกลางและนักเรียนนักศึกษาต่างๆ ที่ไปเรียนอาจจะมีผลกระทบในระยะยาว ดังนั้นทางการไทยควรเตรียมพร้อมรับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ที่กำลังจะเกิดขึ้น รวมถึงการมองหาแหล่งน้ำมันอื่นๆ นอกจากตะวันออกกลาง และต้องเฝ้าระวังในเรื่องความมั่นคง

อิหร่านแถลง ถล่มฐานทัพสหรัฐฯ ดับ-เจ็บ 200 นาย โต้ปฏิบัติการ “สิงโตคำราม” ทำสงครามลุกลามตอ.กลาง

อิหร่านแถลง ถล่มฐานทัพสหรัฐฯ ดับ-เจ็บ 200 นาย โต้ปฏิบัติการ “สิงโตคำราม” ทำสงครามลุกลามตอ.กลาง

1 มี.ค. 2569 15:17 น.

อิหร่านแถลง ถล่มฐานทัพสหรัฐฯ ดับ-เจ็บ 200 นาย โต้ปฏิบัติการ “สิงโตคำราม” ทำสงครามลุกลามตอ.กลาง

กองกำลังอิหร่านอ้างสหรัฐฯ สูญเสียทหาร 200 นาย หลังถูกยิงขีปนาวุธตอบโต้ฐานทัพทั่วตอ.กลาง ขณะที่ด้านผู้นำทหารอิหร่านขู่พร้อมเปิดฉากสงครามยืดเยื้อ

วันที่ 1 มีนาคม 2569 สำนักข่าวทัสนิมของอิหร่านรายงานอ้างแถลงการณ์ของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (Islamic Revolutionary Guard Corps) หรือ IRGC ระบุว่า สหรัฐฯสูญเสียทหารอย่างน้อย 200 นาย ทั้งเสียชีวิตและบาดเจ็บ จากการที่อิหร่านยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ หลายแห่งในตะวันออกกลาง เพื่อตอบโต้การโจมตีร่วมกันของสหรัฐฯ และอิสราเอล

รายงานระบุว่า เป้าหมายการตอบโต้ของอิหร่านครอบคลุมฐานทัพสหรัฐฯ หลายแห่ง ได้แก่ ศูนย์สนับสนุนกองเรือที่ 5 ในบาห์เรน ตลอดจนฐานทัพในเขตเคอร์ดิสถานของอิรัก ฐานทัพอากาศอัลอูไดด์ ในกาตาร์ ฐานทัพอาลี อัล ซาเลม ในคูเวต ฐานทัพอัลดาฟรา ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ฐานทัพมูวาฟฟัก อัล ซัลตี ในจอร์แดน และฐานทัพปรินซ์สุลต่าน ในซาอุดีอาระเบีย

ก่อนหน้านี้อิสราเอลเปิดฉากปฏิบัติการทางทหารในช่วงเช้ามืดวันเสาร์ โดยระบุว่าเป็น “การโจมตีเชิงป้องกันล่วงหน้า” ต่อเป้าหมายทางทหารและโครงสร้างที่เกี่ยวข้องกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน อ้างเพื่อลดภัยคุกคามจากสาธารณรัฐอิสลาม

ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ยืนยันว่า ทำเนียบขาวให้การสนับสนุนอิสราเอล โดยชี้ว่าความล้มเหลวของการเจรจานิวเคลียร์เป็นชนวนสำคัญที่นำไปสู่การปฏิบัติการนี้

พล.อ.เอ็บราฮิม จับบารี แห่ง IRGC เตือนว่า อิหร่านมีศักยภาพขั้นสูงและพร้อมทำสงครามยืดเยื้อ โดยระบุว่า ในช่วงเริ่มต้นสงคราม อิหร่านจะใช้อาวุธทั้งหมดที่มีอยู่ในคลัง และจะเปิดเผยขีดความสามารถที่ยังไม่เคยแสดงให้เห็นมาก่อนในอีกไม่กี่วันข้างหน้า.

ที่มา RT

ทรัมป์และแกนนำระดับสูงอิหร่านตอบโต้กันไปมา ขู่ใช้อำนาจทหารแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

 ทรัมป์และแกนนำระดับสูงอิหร่านตอบโต้กันไปมา ขู่ใช้อำนาจทหารแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

1 มี.ค. 2569 13:49 น.

ทรัมป์และแกนนำระดับสูงอิหร่านตอบโต้กันไปมา ขู่ใช้อำนาจทหารแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

สถานการณ์ยิ่งทวีความรุนแรง หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ออกโรงเตือนอิหร่านอย่างแข็งกร้าว ขณะที่แกนนำระดับสูงของอิหร่านประกาศเดินหน้าตอบโต้สหรัฐและอิสราเอลเช่นกัน

โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social เมื่อวันอาทิตย์ เตือนอิหร่านไม่ให้ดำเนินการตอบโต้เพิ่มเติม ตามที่อิหร่านเพิ่งประกาศว่าจะโจมตีอย่างหนักในวันนี้ พร้อมย้ำด้วยถ้อยคำตัวพิมพ์ใหญ่ว่า “พวกเขาไม่ควรทำเช่นนั้น เพราะหากทำ เราจะโจมตีด้วยกำลังที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน!”

ถ้อยแถลงดังกล่าวสะท้อนท่าทีแข็งกร้าวของทำเนียบขาว และอาจส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ในการยกระดับการใช้กำลังทางทหาร หากอิหร่านยังคงเดินหน้าตอบโต้

ด้านอิหร่าน อาลี ลาริจานี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน และหนึ่งในบุคคลทรงอิทธิพลสูงสุดของประเทศ ให้คำมั่นว่า อิหร่านจะเอาคืนสหรัฐ หลังเหตุโจมตีที่ทำให้อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุด เสียชีวิต โดยลาริจานีกล่าวว่า “ชาวอเมริกันได้แทงหัวใจประชาชนอิหร่าน และเราจะตอบแทนด้วยการแทงพวกเขาที่หัวใจ” โดยยืนยันว่าปฏิกิริยาจากกองกำลังติดอาวุธของอิหร่านจะรุนแรงยิ่งกว่าเดิม และเตือนว่า พวกเขาต้องรู้ว่าเมื่อโจมตีแล้วจะไม่สามารถลอยตัวหนีไปได้

ทั้งนี้ ลาริจานี ซึ่งถือเป็นผู้กำหนดนโยบายระดับสูงและที่ปรึกษาคนสำคัญของคาเมเนอี ระบุว่า อิหร่านจะจัดตั้งโครงสร้างผู้นำชั่วคราว โดยประกอบด้วยประธานาธิบดีและประธานศาลยุติธรรม เพื่อบริหารประเทศในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ

ขณะเดียวกัน เขาย้ำว่าอิหร่านไม่ได้ต้องการทำสงครามกับประเทศอื่นในภูมิภาค แต่จะเดินหน้าโจมตีฐานทัพอเมริกันในประเทศตะวันออกกลางต่อไป โดยระบุว่า จะต้องทำให้ชัดเจนครั้งแล้วครั้งเล่าว่า อเมริกาไม่สามารถรังแกประชาชนอิหร่านได้

การขู่ตอบโต้กันอย่างเปิดเผยระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์ กับแกนนำระดับสูงของอิหร่าน สะท้อนความเสี่ยงที่ความขัดแย้งอาจบานปลายเป็นการเผชิญหน้าทางทหารเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะเมื่อทั้งสองฝ่ายต่างประกาศชัดว่าจะไม่ถอย

นักวิเคราะห์มองว่า หากมีการโจมตีฐานทัพสหรัฐในตะวันออกกลางเพิ่มเติม หรือสหรัฐตัดสินใจใช้กำลังที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน ตามคำขู่ของทรัมป์ ภูมิภาคอาจเผชิญความไม่แน่นอนครั้งใหญ่ที่กระทบทั้งความมั่นคง พลังงาน และเศรษฐกิจโลก.

ที่มา : CNN

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ อิหร่าน

ผู้นำอิหร่านคนใหม่คือใคร ขั้นตอนคัดเลือกยามสงคราม อาจต้องฝ่าธรรมเนียมปฏิบัติ

ผู้นำอิหร่านคนใหม่คือใคร ขั้นตอนคัดเลือกยามสงคราม อาจต้องฝ่าธรรมเนียมปฏิบัติ

1 มี.ค. 2569 13:45 น.

ผู้นำอิหร่านคนใหม่คือใคร ขั้นตอนคัดเลือกยามสงคราม อาจต้องฝ่าธรรมเนียมปฏิบัติ

ผู้นำอิหร่านคนใหม่คือใคร ขั้นตอนคัดเลือกยามสงคราม อาจต้องฝ่าธรรมเนียมปฏิบัติ “นักวิชาการ” มอง “โมจตาบา คาเมเนอี” ลูกชายของอดีตผู้นำ ผู้กุมกำลังทหารเป็นตัวเก็งสูงสุด เปิดเบื้องลึกขั้นตอนคัดเลือก กฎเหล็ก “สภาผู้เชี่ยวชาญ”

 การโจมตีของอิหร่าน ภายใต้ปฏิบัติการของอิสราเอล ที่ร่วมมือกับสหรัฐอเมริกา ทำให้ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี วัย 86 ปี เสียชีวิตเมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (28 ก.พ.69) ทำให้ตอนนี้ทั่วโลกต่างจับตาการคัดเลือกผู้นำคนใหม่ ในช่วงวิกฤติสงคราม แต่ก็มีแนวโน้มว่าอาจจะเป็นผู้นำทางทหาร ซึ่งก่อนหน้านี้ ผู้นำอิหร่านที่เพิ่งเสียชีวิต ได้มอบหมายงานสำคัญให้ลูกชายอย่าง “โมจตาบา คาเมเนอี”  (Mojtaba Khamenei) 

สงครามครั้งใหม่ อิหร่าน – อิสราเอล

ดร.ศราวุฒิ อารีย์ ผู้อำนวยการศูนย์มุสลิมศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยวิเคราะห์กับทีมข่าวเฉพาะกิจ ไทยรัฐออนไลน์ ว่า การที่ผู้นำอิหร่านเสียชีวิตจากการโจมตีของอิสราเอลและสหรัฐอเมริกา ต่อจากนี้จะมีการเปลี่ยนถ่ายอำนาจให้ผู้นำคนใหม่ของอิหร่าน โดยขั้นตอนคัดเลือกตอนนี้อิหร่านมีกำหนดไว้แล้ว โดยจะเป็นหน้าที่ของ “สภาผู้เชี่ยวชาญ” (Assembly of Experts)  ซึ่งมีสมาชิก 88 คน โดยจะมีการเลือกผู้นำคนใหม่เหมือนกับตอนที่ อยาตอลลาห์ โคไมนี (Ruhollah Khomeini) เสียชีวิต และสภาผู้เชี่ยวชาญเลือกผู้นำคนใหม่ภายในเวลาไม่เกิน 24 ชั่วโมง

แต่ในช่วงเวลานี้ไม่เหมือนกับในอดีต มันเป็นช่วงสงคราม ดังนั้นอาจจะมีการปรับโยกเปลี่ยนแปลงอำนาจไปเป็นผู้นำทางการทหารของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน ( ไออาร์จีซี ) นี่จะเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการเลือกผู้นำคนใหม่

ขั้นตอนการเลือกผู้นำคนใหม่ของอิหร่าน ที่สภาผู้เชี่ยวชาญของอิหร่าน มีโครงสร้างในการบริหารจัดการอยู่แล้ว และเป็นหน่วยงานที่มีมีความสำคัญ ดังนั้นจึงไม่มีกระบวนการขั้นตอนอะไรมากมาย เพียงแต่ว่าสมาชิกของสภาผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้มานั่งคุยกัน จนมีการเลือกผู้นำคนใหม่ขึ้นมา 

แต่ก่อนในช่วงเปลี่ยนผ่านของอิหร่าน ก็มีการถกเถียงกันว่าผู้นำสูงสุดควรมีคนเดียวหรือไม่ หรือควรจะมี 3 คน แต่ก็มีการถกเถียง จนกระทั่งมีข้อสรุปว่ามีคนเดียวดีที่สุด เพราะจะมีความชัดเจนในสายบังคับบัญชา แต่สำหรับคนที่คิดว่าควรจะมีผู้นำ 3 คน มองว่าควรจะมีการ ถ่วงดุลอำนาจระหว่างกัน ซึ่งสุดท้ายแล้วสภาผู้นำสูงสุดก็เลือกที่จะมีผู้นำเพียงคนเดียว และเป็นธรรมเนียมปฏิบัติมาจนถึงทุกวันนี้ 

จริงแล้วการเลือกผู้นำสูงสุดของอิหร่านตั้งแต่การปฏิวัติปี 1979 จะมีแค่ 2 คนเท่านั้น คนแรกคือผู้นำการปฏิวัติคือ 1.อยาตอลลาห์ โคไมนี ส่วนคนที่ 2 คือ คนที่เพิ่งเสียชีวิตจากการโจมตี คือ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ส่วนคนที่ 3 อยู่ในกระบวนการขั้นตอนคัดเลือก

“โมจตาบา คาเมเนอี”  ตัวเต็งผู้นำคนใหม่อิหร่าน

แต่น่าจับตาว่าคนหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญกับอิหร่านตั้งแต่ช่วงผู้นำมีชีวิตคือ ลูกชายของ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ชื่อ “โมจตาบา คาเมเนอี”  ซึ่งเป็นคนที่ดูแลหน่วยงานด้านความมั่นคง และเป็นผู้นำด้านข่าวกรอง และกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน ( ไออาร์จีซี ) ในช่วงก่อนหน้านี้ ซึ่งได้รับการจับตาเป็นพิเศษ และอาจจะได้ขึ้นมาในช่วงเวลานี้เพราะว่าเป็นช่วงที่มีการโจมตี และต้องการความเข้มแข็งในด้านการทหาร

ซึ่งถ้าการเลือกผู้นำในช่วงที่ไม่ใช่ช่วงสงครามชื่อของ “โมจตาบา คาเมเนอี”  จะไม่ถูกพูดถึง เนื่องจากระบบของอิหร่าน ต่อต้านการถ่ายโอนอำนาจทางสายเลือด ซึ่งคนอิหร่านต่อต้านการสืบทอดผู้นำทางสายเลือด แต่ในช่วงสงครามเวลานี้ และต้องการความต่อเนื่อง ด้านนโยบายที่จะต่อสู้กับอิสราเอลและสหรัฐอเมริกา เขาคือผู้เหมาะสมมากที่สุดในช่วงเวลาสงครามนี้

“โมจตาบา คาเมเนอี” ลูกชายของอดีตผู้นำ
“โมจตาบา คาเมเนอี” ลูกชายของอดีตผู้นำ

“โมจตาบา คาเมเนอี”  มีจุดเด่นคือตอนที่พ่ออยู่มีอายุมากประมาณ 86 ปี ดังนั้นงานสำคัญมักถูกขับเคลื่อนโดยลูกชาย ซึ่งจุดเด่นคือลูกชายคนนี้ทำงานด้านความมั่นคงอยู่แล้ว และสามารถทำงานในช่วงต่อเนื่องภาวะสงครามได้เลย แต่จุดอ่อนคืออิหร่านไม่นิยมสืบทอดผู้นำทางด้านสายเลือด ดังนั้นอาจจะมีคนที่ไม่เห็นด้วย

แต่การทำสงครามก็ยังมีต่อเนื่อง เพราะการเสียชีวิตของผู้นำอิหร่าน โดยการถูกลอบสังหารในลักษณะนี้ จะยิ่งกระตุ้นให้พันธมิตรของประเทศอิหร่านใน หลายประเทศ เช่นอิรัก บาห์เรน ตะวันออกของซาอุดิอาระเบีย เลบานอล ซีเรีย ในประเทศต่างๆ จึงทำให้สงครามขยายวงออกไปและอาจจะไม่ใช่สงครามตามรูปแบบเท่านั้น

อิหร่านเปิดฉากโจมตีระลอกใหม่ทั่วตะวันออกกลาง ระเบิดดังสนั่นหลายเมืองใหญ่

อิหร่านเปิดฉากโจมตีระลอกใหม่ทั่วตะวันออกกลาง ระเบิดดังสนั่นหลายเมืองใหญ่

1 มี.ค. 2569 12:59 น.

อิหร่านเปิดฉากโจมตีระลอกใหม่ทั่วตะวันออกกลาง ระเบิดดังสนั่นหลายเมืองใหญ่

สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางยกระดับ หลังอิหร่านเปิดฉากโจมตีระลอกใหม่ ส่งผลให้มีเสียงระเบิดดังสนั่นไปทั่ว โดยเฉพาะในหลายเมืองหลวงและศูนย์กลางเศรษฐกิจ

กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน หรือ Islamic Revolutionary Guard Corps (IRGC) แถลงว่า ได้เปิดปฏิบัติการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนระลอกที่ 6 มุ่งเป้าไปยังอิสราเอลและฐานทัพสหรัฐในภูมิภาค โดยการโจมตีครั้งล่าสุดเกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรง หลังจากก่อนหน้านี้มีการตอบโต้ทางทหารระหว่างหลายฝ่ายในภูมิภาค

กองทัพอิสราเอลระบุว่า ตรวจพบขีปนาวุธที่ถูกยิงจากอิหร่านมุ่งหน้าสู่อิสราเอลในช่วงเช้าวันอาทิตย์ โดยระบบป้องกันภัยทางอากาศได้เริ่มปฏิบัติการทันที

เสียงไซเรนเตือนภัยดังขึ้นทั่วพื้นที่ตอนกลางและตอนใต้ของประเทศ สะท้อนถึงระดับความตึงเครียดที่ยังคงสูงอย่างต่อเนื่อง

ส่วนในนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ทีมข่าว CNN รายงานว่าได้ยินเสียงระเบิดดังอย่างน้อย 3 ครั้ง เมื่อเวลาประมาณ 08.15 น. ตามเวลาท้องถิ่น

ทางการระบุว่า เศษซากจากการสกัดกั้นเป้าหมายทางอากาศเหนือย่านธุรกิจ ทำให้เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่ท่าเรือพาณิชย์หลักของเมือง คือท่าเรือ เจเบล อาลี โดยสามารถเห็นกลุ่มควันหนาพวยพุ่งขึ้นจากพื้นที่ท่าเรือ

เหตุการณ์ดังกล่าวตอกย้ำความเสี่ยงที่โครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์และพลังงานในอ่าวอาหรับอาจตกเป็นเป้าหมายท่ามกลางความขัดแย้งที่ลุกลาม

ที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ ทีมข่าว CNN ในพื้นที่รายงานว่า ได้ยินเสียงระเบิดหลายครั้งเมื่อเวลาประมาณ 07.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น แม้ยังไม่มีรายงานความเสียหายอย่างเป็นทางการในทันที

ขณะที่กระทรวงมหาดไทยของบาห์เรนโพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X ระบุว่า มีการเปิดไซเรนเตือนภัยทั่วประเทศในช่วงเช้าวันอาทิตย์ พร้อมเตือนประชาชนให้ สงบสติอารมณ์ และเข้าหาที่ปลอดภัยใกล้ที่สุด

ส่วนที่อิรัก ภาพถ่ายที่ได้รับการระบุตำแหน่งโดย CNN แสดงให้เห็นควันดำหนาทึบลอยขึ้นจากเหตุเพลิงไหม้บริเวณสนามบินเออร์บิล ขณะที่ Fars News Agency สื่อของอิหร่านรายงานว่า ได้ยินเสียงระเบิดอย่างหนักในเมืองดังกล่าวเมื่อเช้าวันอาทิตย์

การโจมตีระลอกใหม่นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงที่ความขัดแย้งระหว่างอิหร่าน อิสราเอล และสหรัฐ อาจขยายวงกว้างไปทั่วตะวันออกกลาง ไม่เพียงแต่ในแนวรบหลัก แต่รวมถึงประเทศอ่าวอาหรับที่เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ การบิน และพลังงานของโลก

นักวิเคราะห์มองว่า หากการตอบโต้ยังดำเนินต่อเนื่อง โครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เช่น สนามบิน ท่าเรือ และฐานทัพต่างชาติ อาจตกเป็นเป้าเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านพลังงานและเศรษฐกิจโลกในวงกว้าง.

ที่มา : CNN

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ อิหร่าน