ทรัมป์อ้าง นึกว่าเป็นภาพใน “ชุดหมอ” งงคนเห็นเป็นพระเยซูได้ไง?

ทรัมป์อ้าง นึกว่าเป็นภาพใน “ชุดหมอ” งงคนเห็นเป็นพระเยซูได้ไง?

14 เม.ย. 2569 01:41 น.

ทรัมป์อ้าง นึกว่าเป็นภาพใน “ชุดหมอ” งงคนเห็นเป็นพระเยซูได้ไง?

โดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาแก้ตัวเรื่องภาพตัวเขาในชุดพระเยซูที่ถูกเผยแพร่ผ่าน Truth Social ก่อนจะถูกลบออกไปในเวลาต่อมา โดยอ้างว่า เขานึกว่าเป็นภาพตัวเองในชุดหมอ

เมื่อ 13 เม.ย. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ตอบคำถามของผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาว โดยช่วงหนึ่งเขาได้พูดถึงภาพลักษณะคล้ายเขาแต่งกายเป็นพระเยซู ซึ่งถูกโพสต์ลงบนบัญชี Truth Social ของเขา จนเรียกเสียงตำหนิจากทุกฝ่าย รวมถึงจากฐานเสียงของนายทรัมป์เอง ก่อนที่ภาพดังกล่าวจะถูกลบไปในเวลาต่อมา

นายทรัมป์อ้างว่า เขาคิดว่าภาพนั้นแสดงให้เห็นว่าเขาเป็นหมอ “ผมโพสต์จริง และผมคิดว่านั่นคือตัวผมในชุดหมอ และมันเกี่ยวข้องกับสภากาชาด”

ทรัมป์ยังกล่าวเสริมอีกว่า มีเพียงพวกสื่อข่าวปลอมเท่านั้นที่คิดไปเองว่าภาพนั้นจำลองเขาเป็นพระเยซู “ผมเพิ่งได้ยินเรื่องนี้ และผมก็พูดว่า ‘พวกเขาคิดแบบนั้นได้ยังไง?’ มันควรจะเป็นภาพของผมที่เป็นหมอกำลังทำให้คนอาการดีขึ้น ซึ่งผมก็ทำให้คนดีขึ้นจริง ๆ”

ทั้งนี้ ทรัมป์โพสต์ภาพดังกล่าวหลังจากเมื่อวันอาทิตย์ เขาวิพากษ์วิจารณ์พระสันตะปาปาเลโอที่ 14 อย่างรุนแรง โดยบอกว่าพระองค์ “อ่อนแอ” ที่ทรงคัดค้านสงครามกับอิหร่าน

อย่างไรก็ตามในวันจันทร์ โป๊ปเลโอตรัสว่า พระองค์ “ไม่เกรงกลัวรัฐบาลของทรัมป์” และจะยังคงตรัสอย่างตรงไปตรงมาต่อไป

ภาพที่ โดนัลด์ ทรัมป์ อ้างว่า เป็นรูปตัวเขาในชุดหมอกำลังรักษาคน
ภาพที่ โดนัลด์ ทรัมป์ อ้างว่า เป็นรูปตัวเขาในชุดหมอกำลังรักษาคน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ทรัมป์อ้าง อิหร่านโทรหาเมื่อเช้าบอก อยากทำข้อตกลงใจจะขาด

ทรัมป์อ้าง อิหร่านโทรหาเมื่อเช้าบอก อยากทำข้อตกลงใจจะขาด

14 เม.ย. 2569 00:59 น.

ทรัมป์อ้าง อิหร่านโทรหาเมื่อเช้าบอก อยากทำข้อตกลงใจจะขาด

โดนัลด์ ทรัมป์ บอกกับสื่อที่ทำเนียบขาวว่า รัฐบาลของเขาได้รับสายโทรศัพท์จากอิหร่าน และบอกว่า “พวกเขาอยากทำข้อตกลงใจจะขาด” หลังสหรัฐฯ เริ่มการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่าน

เมื่อ 13 เม.ย. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ บอกกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวว่า รัฐบาลของเขาได้รับสาย “จากอีกฝั่งหนึ่ง” เมื่อเช้านี้ โดยสื่อเป็นนัยถึงประเทศอิหร่าน พร้อมเสริมว่า “พวกเขาอยากจะทำข้อตกลงใจจะขาด”

คำพูดของนายทรัมป์เกิดขึ้นไม่ถึง 3 ชั่วโมงหลังจากสหรัฐฯ เริ่มบังคับใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่อท่าเรือต่างๆ ของอิหร่าน และหลังจากที่การเจรจามาราธอนที่ปากีสถานเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาประสบความล้มเหลวโดยไม่มีข้อตกลงใดๆ

ทรัมป์ยืนยันกับผู้สื่อข่าวว่า จุดที่เป็นปัญหาในการเจรจากับรัฐบาลเตหะรานคือ “เรื่องนิวเคลียร์” โดยย้ำว่า “อิหร่านจะไม่มีวันได้ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์”

“เราตกลงกันได้ในหลายๆ เรื่อง แต่พวกเขาไม่ยอมตกลงในเรื่องนี้ (นิวเคลียร์) และผมคิดว่าพวกเขาจะยอมตกลงในที่สุด ผมเกือบจะมั่นใจเลยล่ะ หรือความจริงคือผมมั่นใจเลยด้วยซ้ำ หากพวกเขาไม่ตกลง ก็จะไม่มีการทำข้อตกลงใดๆ ทั้งสิ้น จะไม่มีวันเกิดข้อตกลงขึ้น” ทรัมป์กล่าว

ทรัมป์กล่าวว่าอีกเรื่องที่สหรัฐฯ ให้ความสำคัญที่สุด คือการนำยูเรเนียมเสริมสมรรถนะที่ยังคงอยู่ในความครอบครองของอิหร่านกลับคืนมา โดยบอกกับผู้สื่อข่าวว่า “เราจะเอากัมมันตภาพรังสีเหล่านั้นกลับมา เราจะเอามันคืนมา ไม่ว่าพวกเขาจะส่งคืนให้เราเอง หรือเราจะเป็นฝ่ายไปแย่งมันมาก็ตาม”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ทรัมป์ลบแล้ว ภาพตัวเองเป็นพระเยซู หลังโดนฐานเสียงสวดยับ

ทรัมป์ลบแล้ว ภาพตัวเองเป็นพระเยซู หลังโดนฐานเสียงสวดยับ

13 เม.ย. 2569 23:26 น.

ทรัมป์ลบแล้ว ภาพตัวเองเป็นพระเยซู หลังโดนฐานเสียงสวดยับ

บัญชี Truth Social ของโดนัลด์ ทรัมป์ ลบภาพที่แสดงให้เห็นทรัมป์แต่งกายเหมือนพระเยซูแล้ว หลังจากโดนโจมตีจากทุกสารทิศ รวมถึงจากกลุ่มฐานเสียงของตัวเขาเอง

เมื่อ 13 เม.ย. 2569 บัญชี Truth Social ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลบภาพที่มีลักษณะเหมือนกับตัวเขาเป็นพระเยซูคริสต์แล้ว หลังจากโพสต์ดังกล่าวสร้างความไม่พอใจอย่างรุนแรงจากผู้คนทุกฝ่ายทางการเมือง รวมถึงกลุ่มอนุรักษนิยมซึ่งเป็นผู้สนับสนุนนายทรัมป์ ที่มองว่าเป็นการลบหลู่ศาสนา

เมื่อช่วงดึกของคืนวันอาทิตย์ ทรัมป์ได้โพสต์ภาพที่ดูเหมือนจะสร้างขึ้นโดย AI ซึ่งเป็นภาพของตัวเขาเองในชุดพระเยซูกำลังรักษาชายที่เจ็บป่วย โดยมีแพทย์และบุคลากรทางทหารยืนมองด้วยความชื่นชม พร้อมด้วยพื้นหลังที่เป็นธงชาติสหรัฐฯ นกอินทรีหัวขาว เทพีเสรีภาพ และเครื่องบินรบ

โพสต์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ประธานาธิบดีได้วิพากษ์วิจารณ์โป๊ปเลโอที่ 14 ผ่านทาง Truth Social อย่างรุนแรง โดยตราหน้าว่าพระองค์ “อ่อนแอ” ที่ทรงคัดค้านสงครามกับอิหร่าน

ผู้สนับสนุนรายใหญ่หลายคนของทรัมป์ได้ออกมาคัดค้านการใช้ภาพลักษณ์ที่เลียนแบบพระเยซูคริสต์ และเรียกร้องให้ประธานาธิบดีลบภาพดังกล่าวออกไป

ภาพเจ้าปัญหาที่คาดว่าสร้างจาก AI
ภาพเจ้าปัญหาที่คาดว่าสร้างจาก AI

“เอาจริง ๆ นะ ฉันไม่เข้าใจเลยว่าเขาจะโพสต์รูปนี้ไปเพื่ออะไร เขาต้องการกระแสตอบรับเหรอ? หรือเขาคิดแบบนั้นจริง ๆ?” ไรลีย์ เกนส์ อินฟลูเอนเซอร์ฝ่ายอนุรักษนิยมโพสต์ลงบน X เมื่อเช้าวันจันทร์ “ไม่ว่าจะอย่างไร มีสองสิ่งที่จริงแท้ 1) ความอ่อนน้อมถ่อมตนสักนิดจะส่งผลดีต่อตัวเขา 2) พระเจ้านั้นไม่ใช่ผู้ที่จะมาล้อเลียนกันได้”

ด้าน โจอี้ โจนส์ พิธีกรร่วมจากรายการ The Big Weekend Show ของช่อง Fox News ซึ่งเป็นสื่อที่สนับสนุนทรัมป์มาตลอด เขียนลงบน X ว่า “รูปนั้นมันหลุดโลกไปแล้ว ผมไม่ใช่คนประเภทที่ขวัญอ่อนหรือชอบแสร้งทำเป็นโกรธแค้น และผมคิดว่านักการเมืองทุกคนต่างก็มีความหลงตัวเองเป็นธรรมชาติอยู่แล้ว แต่ให้ตายเถอะเพื่อน ไม่หาเรื่องใส่ตัวโดยไม่จำเป็นน่าจะดีกว่านะ!”

“นี่คือการลบหลู่ศาสนาอย่างร้ายแรง ความศรัทธาไม่ใช่ของประกอบฉาก” ไบรลิน ฮอลลีแฮนด์ นักเคลื่อนไหวทางการเมืองฝ่ายอนุรักษนิยมเขียนถึงโพสต์ของทรัมป์ “คุณไม่จำเป็นต้องวาดภาพตัวเองเป็นผู้กอบกู้ ในเมื่อผลงานที่ผ่านมาของคุณควรจะเป็นตัวพิสูจน์ด้วยตัวเอง พระเจ้าองค์เดียวกับที่ช่วยชีวิตทรัมป์จากกระสุนนัดนั้น คือพระองค์เดียวกับที่ส่งพระเยซูบุตรของพระองค์มาสิ้นพระชนม์เพื่อไถ่บาปให้พวกเรา พระองค์สิ้นพระชนม์เพื่อทรัมป์ มากพอๆ กับที่สิ้นพระชนม์เพื่อคุณและฉัน”

ขณะที่ ไมเคิล โนวส์ ผู้จัดรายการทางช่อง The Daily Wire สื่อฝ่ายขวาโพสต์ลงบน X ว่า “ผมสันนิษฐานว่าคงมีคนบอกเขาแล้ว แต่ไม่ว่าเจตนาจะเป็นอย่างไร การลบรูปภาพนั้นออกถือเป็นสิ่งที่ท่านประธานาธิบดีพึงกระทำ ทั้งในแง่ของจิตวิญญาณและในแง่ของการเมือง”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : variety

ทรัมป์ขู่จะจมเรืออิหร่านทุกลำที่เข้าใกล้พื้นที่ปิดล้อม

ทรัมป์ขู่จะจมเรืออิหร่านทุกลำที่เข้าใกล้พื้นที่ปิดล้อม

13 เม.ย. 2569 23:05 น.

ทรัมป์ขู่จะจมเรืออิหร่านทุกลำที่เข้าใกล้พื้นที่ปิดล้อม

โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความขู่อิหร่านรอบใหม่ ระบุว่า เรือของอิหร่านที่เข้าใกล้พื้นที่ปิดล้อมของสหรัฐฯ ในช่องแคบฮอร์มุซจะถูกทำลาย หลังสหรัฐฯ เริ่มการปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน

เมื่อ 13 เม.ย. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ส่งคำขู่ครั้งใหม่ถึงอิหร่านโดยระบุว่าสหรัฐฯ จะจมเรือของอิหร่านทุกลำที่เข้ามาใกล้บริเวณพื้นที่ปิดล้อมของสหรัฐฯ ในช่องแคบฮอร์มุซ ท่ามกลางความตึงเครียดที่ปะทุขึ้นอีกครั้ง หลังการเจรจาที่ปากีสถานจบลงด้วยความล้มเหลว

“กองทัพเรือของอิหร่านลงไปกองอยู่ก้นทะเล และถูกทำลายล้างจนหมดสิ้นแล้ว ทั้งหมด 158 ลำ สิ่งที่เรายังไม่ได้โจมตีคือเรือจำนวนไม่มากที่พวกเขาเรียกว่า ‘เรือโจมตีเร็ว’ เพราะก่อนหน้านี้เราไม่ได้ถือว่าพวกมันเป็นภัยคุกคามอะไรนัก” ข้อความของนายทรัมป์ระบุ

“คำเตือน: หากเรือเหล่านี้ลำใดก็ตามเข้ามาใกล้บริเวณการปิดล้อมของเรา พวกมันจะถูกกำจัดในทันที โดยใช้ระบบการสังหารแบบเดียวกับที่เราใช้จัดการกับพวกค้ายาเสพติดบนเรือในทะเล มันรวดเร็วและเด็ดขาด”

“ปล. 98.2% ของยาเสพติดที่ลักลอบเข้าสู่สหรัฐฯ ทางมหาสมุทรหรือทะเลถูกสกัดกั้นได้หมดแล้ว! ขอบคุณที่ให้ความสนใจในเรื่องนี้, ประธานาธิบดี DJT (โดนัลด์ เจ. ทรัมป์)”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : Truth Social

UKMTO ของอังกฤษ เตือนเรือสินค้าหลังสหรัฐฯ ปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน

UKMTO ของอังกฤษ เตือนเรือสินค้าหลังสหรัฐฯ ปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน

13 เม.ย. 2569 22:00 น.

UKMTO ของอังกฤษ เตือนเรือสินค้าหลังสหรัฐฯ ปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน

หน่วยงานประสานงานด้านการเดินเรือของอังกฤษ ออกคำแนะนำเรือต่างๆ ที่จะเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ถึงสถานการณ์การจำกัดการเข้าถึงทางทะเล ซึ่งจะส่งผลต่อท่าเรือและชายฝั่งอิหร่าน

เมื่อ 13 เม.ย. 2569 สำนักงานปฏิบัติการการค้าทางทะเลของสหราชอาณาจักร (UKMTO) ซึ่งเป็นศูนย์ประสานงานด้านการเดินเรือของกองทัพเรืออังกฤษออกประกาศคำแนะนำเมื่อครู่ที่ผ่านมา โดยแจ้งว่า ตั้งแต่เวลา 14:00 น. UTC (หรือ 10:00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ) ของวันนี้ “มีการบังคับใช้มาตรการจำกัดการเข้าถึงทางทะเล ซึ่งส่งผลกระทบต่อท่าเรือและพื้นที่ชายฝั่งของอิหร่าน”

เวลาดังกล่าวตรงกับกรอบเวลาที่กองทัพสหรัฐฯ ระบุไว้ว่าจะเริ่มบังคับใช้การปิดล้อมเส้นทางจราจรทางน้ำทั้งหมดที่เข้าและออกจากท่าเรือของอิหร่าน ตั้งแต่เวลา 10:00 น. ET ของวันนี้เป็นต้นไป (หรือ 21:00 น. วันเดียวกันตามเวลาไทย)

คำแนะนำของ UKMTO ระบุว่า การจำกัดพื้นที่นี้จะครอบคลุมตลอดแนวอ่าวเปอร์เซีย อ่าวโอมาน และทะเลอาหรับ ทางตะวันออกของช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งรวมถึง “แนวชายฝั่งทั้งหมดของอิหร่าน ตลอดจนท่าเรือและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน”

มาตรการนี้จะใช้กับเรือทุกลำไม่ว่าจะชักธงชาติใดก็ตาม ที่มีการติดต่อกับ “ท่าเรืออิหร่าน สถานีขนถ่ายน้ำมัน หรือสิ่งอำนวยความสะดวกชายฝั่ง” สำหรับเรือของประเทศที่เป็นกลางซึ่งจอดอยู่ในท่าเรือของอิหร่านขณะนี้ “ได้รับอนุญาตให้มีระยะเวลาผ่อนปรนอย่างจำกัดในการเดินทางออกมา”

ประกาศของ UKMTO ระบุเพิ่มเติมว่า ยังไม่มีรายงานว่า เส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซเพื่อไปยังจุดหมายปลายทางอื่นที่ไม่ใช่ของอิหร่านถูกขัดขวางโดยมาตรการเหล่านี้ อย่างไรก็ตาม เรือต่างๆ อาจพบเห็นการประจำการของกำลังทหาร, การสื่อสารสั่งการโดยตรง หรือขั้นตอนการขอเข้าตรวจค้นในระหว่างการเดินทางผ่าน

ขณะนี้ ทางศูนย์ฯ กำลังอยู่ระหว่างการจัดทำแนวทางปฏิบัติเพิ่มเติมสำหรับเรือต่างๆ เกี่ยวกับมาตรการจำกัดเหล่านี้ต่อไป

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ถึงเส้นตายแล้ว กองทัพเรือสหรัฐฯ จ่อเริ่มสกัดเรือเข้า-ออกท่าเรืออิหร่าน

ถึงเส้นตายแล้ว กองทัพเรือสหรัฐฯ จ่อเริ่มสกัดเรือเข้า-ออกท่าเรืออิหร่าน

13 เม.ย. 2569 21:25 น.

ถึงเส้นตายแล้ว กองทัพเรือสหรัฐฯ จ่อเริ่มสกัดเรือเข้า-ออกท่าเรืออิหร่าน

เส้นตายที่ โดนัลด์ ทรัมป์ กำหนดให้กองทัพเรือเริ่มการปิดล้อมทางทะเล เพื่อสกัดเรือทุกลำที่เข้าหรือออกจากท่าเรือของอิหร่าน มาถึงแล้ว โดยยังไม่แน่ชัดว่า กองทัพเรือเริ่มปฏิบัติการแล้วหรือไม่

เส้นตายเวลา 10.00 น. วันจันทร์ที่ 13 ดม.ย. 2569 ตามเวลาสหรัฐฯ (หรือ 21.00 น. ของวันเดียวกันตามเวลาไทย) ที่โดนัลด์ ทรัมป์ กำหนดให้เป็นจุดเริ่มต้นการปิดล้อมทางทะเลต่อเรือทุกลำที่เดินทางเข้าหรือออกจากท่าเรือต่างๆ ของอิหร่าน มาถึงแล้ว ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่กลับมาคุกรุ่นอีกครั้ง

เมื่อช่วงเช้ามืดของวันจันทร์ ทรัมป์ได้โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ว่า สหรัฐฯ จะเริ่มดำเนินการ “ปิดล้อมเรือที่เดินทางเข้าหรือออกจากท่าเรือของอิหร่าน” ในเวลา 10:00 น. ET (เวลาสหรัฐฯ)

ตามประกาศจากกองบัญชาการกลางของกองทัพสหรัฐฯ (CENTCOM) ที่แจ้งต่อผู้เดินเรือระบุว่า การปิดล้อมนี้จะครอบคลุม “ตลอดแนวชายฝั่งทั้งหมดของอิหร่าน” และจะส่งผลกระทบต่อเรือทุกสัญชาติในบริเวณอ่าวโอมานและทะเลอาหรับ ทางตะวันออกของช่องแคบฮอร์มุซ

CENTCOM เตือนว่า เรือลำใดก็ตามที่ “เข้าหรือออกจากพื้นที่ปิดล้อมโดยไม่ได้รับอนุญาต อาจถูกสกัดกั้น เปลี่ยนเส้นทาง หรือถูกยึดเรือ” แต่ก็มีข้อยกเว้น โดยจะมีการอนุญาตให้ส่งสินค้าเพื่อมนุษยธรรม เช่น อาหารและเวชภัณฑ์ แต่ต้องผ่านการตรวจสอบก่อน

ด้านกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ประกาศเตือนก่อนหน้านี้ว่า เรือรบใดๆ ที่เข้ามาใกล้ช่องแคบฮอร์มุซจะถูก “ตอบโต้ขั้นรุนแรง”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

เรือนจำเขากลิ้งอบอุ่น “เสก โลโซ” รดน้ำขอพร “ทวี”-“กานต์” ครอบครัว ร่วมวง

เรือนจำเขากลิ้งอบอุ่น “เสก โลโซ” รดน้ำขอพร “ทวี”-“กานต์” ครอบครัว ร่วมวง

13 เม.ย. 2569 16:12 น.

เรือนจำเขากลิ้งอบอุ่น “เสก โลโซ” รดน้ำขอพร “ทวี”-“กานต์” ครอบครัว ร่วมวง

“เสก โลโซ” รดน้ำขอพร “ทวี สอดส่อง” ในเทศกาลสงกรานต์ แสดงความเคารพผูกพันส่งกำลังใจให้กัน ท่ามกลางบรรยากาศชื่นมื่นครอบครัวอบอุ่นที่เรือนจำเขากลิ้ง เพชรบุรี

วันที่ 13 เมษายน 2569 พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เดินทางไปยังเรือนจำชั่วคราวเขากลิ้ง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี เพื่อเข้าเยี่ยม “เสก โลโซ” เสกสรรค์ ศุขพิมาย เนื่องในโอกาสเทศกาลสงกรานต์

โดยทาง นางวิภากร ศุขพิมาย หรือ “กานต์” ภรรยาของเสก พร้อมด้วยบิดามารดา ได้เดินทางร่วมเข้าเยี่ยมด้วย ซึ่งภายในเรือนจำเขากลิ้ง ได้จัดกิจกรรมเยี่ยมญาติใกล้ชิด เปิดโอกาสให้ผู้ต้องขังได้พบปะครอบครัวอย่างอบอุ่นในช่วงเทศกาลปีใหม่ไทย

บรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่น โดย เสก โลโซ ได้ร่วมรดน้ำขอพรจากผู้ใหญ่ในครอบครัว รวมถึง พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง ซึ่งมีความเคารพนับถือกันอย่างใกล้ชิด สะท้อนถึงความผูกพันและกำลังใจที่ยังคงส่งถึงกันในช่วงเวลาสำคัญ

ทั้งนี้ กรมราชทัณฑ์ได้จัดกิจกรรมเยี่ยมญาติในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ในครอบครัว และสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ผู้ต้องขังอย่างต่อเนื่อง

“บริทนีย์ สเปียร์ส” ตัดสินใจเข้ารับการบำบัด หลังถูกจับเมาแล้วขับ

"บริทนีย์ สเปียร์ส" ตัดสินใจเข้ารับการบำบัด หลังถูกจับเมาแล้วขับ

13 เม.ย. 2569 15:50 น.

“บริทนีย์ สเปียร์ส” ตัดสินใจเข้ารับการบำบัด หลังถูกจับเมาแล้วขับ

“บริทนีย์ สเปียร์ส” สมัครใจเข้าสถานบำบัดเพื่อฟื้นฟูสุขภาพ หลังถูกจับกุมฐานขับรถขณะมึนเมา ทั้งจากฤทธิ์แอลกอฮอล์และยาเมื่อเดือนก่อน ด้านตัวแทนเผยถึงเวลาปรับเปลี่ยนชีวิตครั้งใหญ่เพื่อความสำเร็จและสุขภาพที่ดีในระยะยาว

สื่อสหรัฐฯ หลายสำนักรายงานตรงกันว่า บริทนีย์ สเปียร์ส นักร้องสาวซูเปอร์สตาร์วัย 44 ปี ได้ตัดสินใจเดินทางเข้าสถานบำบัดเพื่อเข้ารับการรักษาตัวอย่างเป็นทางการแล้ว เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (12 เม.ย.) เพียงหนึ่งเดือนหลังจากที่เธอถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมในข้อหาขับรถขณะมึนเมาทั้งจากฤทธิ์แอลกอฮอล์และยา

เหตุการณ์จับกุมดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมา โดยตำรวจทางหลวงแคลิฟอร์เนียได้รับแจ้งเหตุรถยนต์ยี่ห้อ BMW ขับขี่ด้วยความเร็วสูงและมีส่ายไปมาอย่างน่าอันตรายบนทางหลวง เมื่อเจ้าหน้าที่เรียกตรวจพบว่านักร้องสาวมีอาการมึนเมาอย่างเห็นได้ชัดและไม่ผ่านการทดสอบสมรรถภาพทางร่างกายในที่เกิดเหตุ ซึ่งตัวแทนของเธอยอมรับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ “ให้อภัยไม่ได้” และคนใกล้ชิดกำลังเร่งจัดทำแผนการเยียวยาที่ล่าช้ามานานเพื่อช่วยให้เธอกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขอีกครั้ง

ตัวแทนของบริทนีย์ระบุกับบีบีซีว่า “บริทนีย์กำลังเลือกทำในสิ่งที่ถูกต้องและปฏิบัติตามกฎหมาย เราหวังว่านี่จะเป็นก้าวแรกของการเปลี่ยนแปลงที่ควรจะเกิดขึ้นมานานในชีวิตของเธอ เธอจะได้รับความช่วยเหลือและแรงสนับสนุนที่จำเป็นในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ โดยลูกๆ ของเธอจะมาใช้เวลาอยู่ร่วมกับเธอด้วย”

การเข้าบำบัดในครั้งนี้เกิดขึ้นเพียง 3 สัปดาห์ก่อนที่เธอจะต้องเดินทางไปขึ้นศาลในแคลิฟอร์เนียเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาคดีเมาแล้วขับ

ทั้งนี้ บริทนีย์ สเปียร์ส ถือเป็นหนึ่งในศิลปินป๊อปที่ประสบความสำเร็จสูงสุดตลอดกาล แต่ชีวิตส่วนตัวของเธอต้องเผชิญกับมรสุมมาอย่างต่อเนื่อง และเคยอยู่ภายใต้การดูแลของบิดาในฐานะผู้พิทักษ์ทรัพย์สิน เป็นเวลานานกว่า 13 ปี ซึ่งเพิ่งสิ้นสุดลงเมื่อปี 2021 ท่ามกลางการถกเถียงเรื่องเสรีภาพและสภาพจิตใจของเธอที่ถูกจับตามองจากแฟนคลับทั่วโลกมาโดยตลอด

.

ที่มา BBC

ซูดานวิกฤตหนัก คนนับล้านคนต้องประทังชีวิตด้วยอาหาร “มื้อเดียวต่อวัน”

ซูดานวิกฤตหนัก คนนับล้านคนต้องประทังชีวิตด้วยอาหาร "มื้อเดียวต่อวัน"

13 เม.ย. 2569 15:20 น.

ซูดานวิกฤตหนัก คนนับล้านคนต้องประทังชีวิตด้วยอาหาร “มื้อเดียวต่อวัน”

กลุ่ม NGO เผยชาวซูดานเผชิญวิกฤตความอดอยากขั้นรุนแรงหลังสงครามกลางเมืองย่างเข้าสู่ปีที่ 3 ผู้คนนับล้านคนต้องประทังชีวิตด้วยอาหารมื้อเดียวต่อวัน หลายครอบครัวต้องกินใบไม้และอาหารสัตว์เพื่อความอยู่รอด

รายงานฉบับล่าสุดจากกลุ่มองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร (NGO) ระหว่างประเทศ เช่น Action Against Hunger, CARE International และสภาผู้ลี้ภัยแห่งนอร์เวย์ เปิดเผยว่า ประชากรหลายล้านคนในซูดานกำลังตกอยู่ในสภาวะอดอยากอย่างหนัก โดยส่วนใหญ่สามารถหาอาหารรับประทานได้เพียง “วันละหนึ่งมื้อ” เท่านั้น หรือในบางรายอาจต้องอดอาหารติดต่อกันหลายวัน

สงครามกลางเมืองระหว่างกองทัพซูดานและกองกำลังสนับสนุนเคลื่อนที่เร็ว (RSF) ที่กำลังจะเข้าสู่ปีที่ 3 ในวันที่ 15 เม.ย.นี้ ได้สร้างวิกฤตมนุษยธรรมครั้งใหญ่ที่สุดโลกครั้งหนึ่ง โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือ ดาร์ฟูร์เหนือ และคอร์โดฟานใต้ ซึ่งประชาชนต้องหันไปกินใบไม้และอาหารสัตว์เพื่อประทังชีวิตเนื่องจากขาดแคลนอาหารอย่างหนัก

ข้อมูลระบุว่าประชากรกว่า 28.9 ล้านคน หรือ 61.7% ของประเทศ กำลังเผชิญกับความไม่มั่นคงทางอาหารขั้นวิกฤต โดยในพื้นที่เมืองอุมบารู (Um Baru) พบอัตราเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ขาดสารอาหารรุนแรงสูงกว่าเกณฑ์ชี้วัดสภาวะอดอยากถึง 2 เท่า ส่วนครัวเรือนที่มีผู้หญิงเป็นหัวหน้าครอบครัว มีโอกาสเผชิญความอดอยากมากกว่าครัวเรือนที่มีผู้ชายเป็นผู้นำถึง 3 เท่า

รายงานระบุว่า สงครามได้ทำลายระบบเกษตรกรรมและตลาดอย่างจงใจ โดยมีการใช้ “ความอดอยาก” เป็นอาวุธในการทำสงคราม นอกจากนี้ กลุ่มผู้หญิงและเด็กหญิงยังเสี่ยงต่อการถูกล่วงละเมิดทางเพศและคุกคามทุกครั้งที่ต้องออกไปหาแหล่งน้ำหรือหาซื้ออาหาร

แม้ว่าสหประชาชาติจะยืนยันการเกิดสภาวะอดอยากในพื้นที่เมืองอัล-ฟาเชอร์ และคาดูกลี แต่ทางรัฐบาลซูดานที่ฝักใฝ่ฝ่ายกองทัพยังคงปฏิเสธการมีอยู่ของภาวะอดอยากดังกล่าว ขณะที่กองกำลัง RSF ก็ปฏิเสธความรับผิดชอบในพื้นที่ภายใต้การควบคุมของตน

ขณะนี้ความช่วยเหลือจากนานาชาติกำลังเผชิญอุปสรรคใหญ่ จากการถูกตัดงบประมาณสนับสนุนจากผู้บริจาครายใหญ่ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสามารถในการช่วยเหลือของหน่วยงานบรรเทาทุกข์ ท่ามกลางสถานการณ์ที่เลวร้ายลงทุกขณะ.

ที่มา Reuters

ออสเตรเลียตั้ง “ผู้หญิง” ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกเป็นครั้งแรกในรอบ 125 ปี

ออสเตรเลียตั้ง "ผู้หญิง" ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกเป็นครั้งแรกในรอบ 125 ปี

13 เม.ย. 2569 14:35 น.

ออสเตรเลียตั้ง “ผู้หญิง” ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกเป็นครั้งแรกในรอบ 125 ปี

รัฐบาลออสเตรเลียประกาศแต่งตั้ง “พลโทหญิง ซูซาน คอยล์” ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกเป็นครั้งแรกในรอบ 125 ปี ท่ามกลางความพยายามปฏิรูปกองทัพและเพิ่มสัดส่วนสตรีในระดับบริหาร พร้อมขยับผู้บัญชาการทหารเรือขึ้นคุมกองทัพ

รัฐบาลออสเตรเลียได้ประกาศแต่งตั้งคณะผู้บริหารกองทัพชุดใหม่ โดยไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การเลือก พลโทหญิง ซูซาน คอยล์ ให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 125 ปีของกองทัพบกออสเตรเลียที่จะมีสตรีเป็นผู้นำสูงสุดของเหล่าทัพ

นายกรัฐมนตรีแอนโทนี อัลบาเนซี และนายริชาร์ด มาร์ลส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุว่า พลโทหญิงคอยล์จะเข้ารับตำแหน่งในเดือนกรกฎาคมนี้ ต่อจากพลโทไซมอน สจวร์ต โดยรัฐมนตรีกลาโหมยกย่องว่านี่คือ “ช่วงเวลาประวัติศาสตร์” และเชื่อว่าความสำเร็จของเธอจะเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้กับทหารหญิงรุ่นปัจจุบันและผู้ที่สนใจเข้ารับราชการในอนาคต ดังคำกล่าวของพลโทหญิงคอยล์ที่ว่า “คุณไม่สามารถเป็นในสิ่งที่คุณมองไม่เห็นได้”

พลโทหญิงคอยล์ ในวัย 55 ปี มีประสบการณ์รับราชการทหารมายาวนานกว่า 3 ทศวรรษ เริ่มต้นจากการเป็นทหารกองหนุนในปี 1987 เคยผ่านการบังคับบัญชาหน่วยรบในสมรภูมิต่างๆ ทั้งในติมอร์-เลสเต, หมู่เกาะโซโลมอน และอัฟกานิสถาน นอกจากนี้เธอยังเคยดำรงตำแหน่งสำคัญด้านสงครามไซเบอร์และอวกาศ รวมถึงเป็นคุณแม่ลูกสามที่สำเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยการสงครามกองทัพบกสหรัฐฯ อีกด้วย

การแต่งตั้งครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่กองทัพออสเตรเลียกำลังเผชิญกับความท้าทายจากข้อกล่าวหาเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศและการเลือกปฏิบัติอย่างเป็นระบบ โดยกองทัพตั้งเป้าจะเพิ่มสัดส่วนบุคลากรหญิงให้ถึง 25% ภายในปี 2030 จากปัจจุบันที่มีอยู่ราว 21%

นอกจากการตั้งผู้บัญชาการทหารบกหญิงแล้ว รัฐบาลยังได้ประกาศแต่งตั้ง พลเรือเอก มาร์ค แฮมมอนด์ ผู้บัญชาการทหารเรือคนปัจจุบัน ให้ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุด แทนที่พลเรือเอกเดวิด จอห์นสตัน ที่กำลังจะเกษียณอายุราชการ โดยพลเรือโท แมทธิว บัคลีย์ จะขึ้นมารับตำแหน่งผู้บัญชาการทหารเรือแทน

การปรับเปลี่ยนผู้นำกองทัพครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของออสเตรเลียในการเตรียมความพร้อมรับมือกับความท้าทายด้านความมั่นคงในอนาคต ควบคู่ไปกับการสร้างความเท่าเทียมทางเพศภายในองค์กรที่มีความเข้มงวดสูงอย่างกองทัพ.

ที่มา The Guardian / Reuters