‘หนู’กดปุ่ม 1มี.ค. เปิดแข่งโมโตจีพี2026 จัดเต็มกระหึ่มบุรีรัมย์

‘หนู’กดปุ่ม1มี.ค. เปิดแข่งโมโตจีพี2026 จัดเต็มกระหึ่มบุรีรัมย์

‘หนู’กดปุ่ม1มี.ค. เปิดแข่งโมโตจีพี2026 จัดเต็มกระหึ่มบุรีรัมย์

วันอาทิตย์ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

‘หนู’กดปุ่ม1มี.ค. เปิดแข่งโมโตจีพี2026 จัดเต็มกระหึ่มบุรีรัมย์

นายกฯ อนุทิน เยือนบุรีรัมย์ 1 มีนาคม เปิดงาน MotoGP 2026 เดินหน้ายกระดับไทยสู่การเป็น “ฮับมอเตอร์สปอร์ต” ในภูมิภาค ขณะเดียวกัน รัฐบาลระดมบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข 300 คน รองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน สร้างความปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นต่อนักแข่ง นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะเป็นประธานในพิธีเปิดและมอบรางวัลการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก รายการ โมโตจีพี ประจำปี พ.ศ. 2569 “PT Grand Prix of Thailand 2026” ในวันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม 2569 ณ สนามบุรีรัมย์ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์

โดยนายกรัฐมนตรีจะได้เยี่ยมชม Pavilion ร่วมชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย พร้อมชมการแข่งขัน และเป็นประธานในพิธีเปิดและพิธีมอบรางวัลการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก รายการ โมโต จีพี ประจำปี พ.ศ. 2569 (สนามที่ 1) “PT Grand Prix of Thailand 2026” ทั้งนี้ กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม

การแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก รายการ โมโตจีพี (MotoGP) ประจำปี พ.ศ. 2569 นี้เป็นสนามแรก ซึ่งประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพสนามเปิดฤดูกาล “MotoGP” 2026 ณ สนามบุรีรัมย์ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ถึง 1 มีนาคม 2569 โดย MotoGP สนามประเทศไทย จัดภายใต้ชื่อรายการ “PT Grand Prix of Thailand 2026” 

นอกจากนี้ วันที่ 21-22 กุมภาพันธ์ 2569ที่ผ่านมา ไทยยังรับหน้าที่สนามทดสอบก่อนเปิดฤดูกาล (Pre-Season Test) อย่างเป็นทางการ โดยประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน MotoGP เป็นปีที่ 7 และได้เป็นสนามเปิดฤดูกาล 2 ปี ติดต่อกัน เป็นการตอกย้ำการ เดินหน้ายกระดับประเทศไทยสู่การเป็น “ฮับมอเตอร์สปอร์ต”ในภูมิภาคอีกด้วย ทั้งนี้ MotoGP ถือเป็นกิจกรรมระดับโลก (World Event) ที่ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพจากทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่มแฟนมอเตอร์สปอร์ต ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพในการใช้จ่าย เดินทางเป็นกลุ่ม มีการใช้จ่ายสูง และมักท่องเที่ยวต่อเนื่องไปยังพื้นที่อื่นๆ ของประเทศ โดยยังจะช่วยกระจายรายได้สู่เมืองน่าเที่ยวและชุมชนท้องถิ่นได้อย่างเป็นรูปธรรมด้วย

นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล เตรียมความพร้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุข จัดหน่วยการแพทย์ฉุกเฉินและปฐมพยาบาลให้บริการในการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก สนามที่ 1 “PT GRAND PRIX OF THAILAND 2026” ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์-1 มีนาคม 2569 โดยคาดว่าจะมีนักแข่งผู้สนับสนุนการแข่งขัน รวมทั้งนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เดินทางเข้าชมการแข่งขันในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ และเดินไปจังหวัดใกล้เคียงมากกว่าสามแสนคน

รัฐบาลมอบหมายกระทรวงสาธารณสุข ระดมบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข 300 คอยดูแลให้บริการเพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินและการบาดเจ็บได้อย่างมีประสิทธิภาพครอบคลุมทั้งด้านมาตรฐานบุคลากรทางการแพทย์ ด้านอุปกรณ์ และแผนปฏิบัติการการเข้าช่วยเหลือ ณ จุดเกิดเหตุ การส่งต่อ และการเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บจำนวนมาก เพื่อสร้างความปลอดภัยแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่ทั้งในจังหวัดและตลอดเส้นทางการเดินทาง เพื่อสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยและภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทย 

“การจัดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลกดังกล่าว จัดต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2561 รวม 7 ปี สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ระหว่างปี 2561-2568 มีผู้ชมรวมกว่า 1.2 ล้านคน มีมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมประมาณ 24,000 ล้านบาท ผลตอบแทนเฉลี่ยปีละประมาณ 5,000 ล้านบาท กกท. ได้รายได้จากค่าบัตร ค่าบริหารจัดการมากกว่ารายจ่าย และต้องส่งเงินคืนรัฐตามระเบียบ และเมื่อเทียบกับการของบประมาณสนับสนุน800 ล้านบาท ถือว่าสร้างผลคุ้มค่าทางเศรษฐกิจมากกว่า 6 เท่า ยังไม่นับมูลค่าประชาสัมพันธ์จากการถ่ายทอดสดไปยังผู้ชม 700-800 ล้านครัวเรือนทั่วโลก”นางสาวอัยรินทร์ ย้ำ

ราชการแนวหน้า : สิทธิประโยชน์และสวัสดิการของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ(ต่อ)

ราชการแนวหน้า : สิทธิประโยชน์และสวัสดิการของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ(ต่อ)

ราชการแนวหน้า : สิทธิประโยชน์และสวัสดิการของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ(ต่อ)

วันอาทิตย์ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.

(ต่อจากอาทิตย์ที่แล้ว)

2. ค่ารักษาพยาบาล

(1) ผู้ฟ้องคดีเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยได้เจ็บป่วยและอุบัติเหตุ แล้วเข้ารับการรักษาตามสิทธิของผู้ประกันตนโดยได้จ่ายเงินสดไปก่อน แล้วนำใบเสร็จรับเงินมาขอให้มหาวิทยาลัยเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลส่วนที่เกินจากประกันสุขภาพได้หรือไม่

เรื่องนี้ ผู้ฟ้องคดีเป็นอาจารย์ประจำของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม(ผู้ถูกฟ้องคดี) ได้เข้ารับการตรวจรักษาอาการปวดหลังและขาที่โรงพยาบาล จ. โดยแพทย์ได้ตรวจวินิจฉัยและมีคำสั่งให้ทำการตรวจเอกซเรย์และคลื่นสนามแม่เหล็ก แล้วผู้ฟ้องคดีได้เข้ารับการตรวจรักษาพร้อมทั้งสำรองจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลกรณีผู้ป่วยนอก จำนวน 10,000 บาทเศษ

ต่อมาผู้ฟ้องคดีได้มีหนังสือถึงอธิการบดีเพื่อขออนุมัติเบิกเงินค่ารักษาพยาบาลส่วนที่เกินจากประกันสุขภาพตามที่ผู้ฟ้องคดีได้ทำสัญญาไว้กับบริษัทประกันชีวิต แต่อธิการบดี(ผู้ถูกฟ้องคดี) ได้มีหนังสือแจ้งปฏิเสธการจ่ายค่ารักษาพยาบาลส่วนเกินตามที่ผู้ฟ้องคดีขอเบิกผู้ฟ้องคดีจึงมีหนังสือร้องทุกข์และนำคดีมาฟ้องศาลขอให้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลให้แก่ผู้ฟ้องคดีเป็นเงิน 10,000 บาทเศษ พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีและเพิกถอนหนังสือของผู้ถูกฟ้องคดีที่ปฏิเสธการจ่ายเงินค่ารักษพยาบาลให้แก่ผู้ฟ้องคดีด้วย

ศาลปกครองสูงสุดพิจารณาแล้วเห็นว่า สิทธิการเบิกค่ารักษาพยาบาลจากการเจ็บป่วยและอุบัติเหตุนั้น เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในประกาศ ก.บ.ม.เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดสวัสดิการพนักงาน พ.ศ.2545 ซึ่งได้กำหนดความคุ้มครองกรณีเข้ารับการรักษาพยาบาลในกรณีผู้ป่วยนอก (OPD) ไว้ในข้อ 1.1.1 โดยผู้ฟ้องคดีต้องเป็นผู้สำรองจ่ายเงินสดไปก่อนแล้วนำใบเสร็จรับเงินมาเบิกกับบริษัทประกันคู่สัญญากับผู้ถูกฟ้องคดี ผู้ถูกฟ้องคดีมิได้มีหน้าที่โดยตรงในการเบิกจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลที่ผู้ฟ้องคดีได้สำรองจ่ายไป ซึ่งจำนวนเงินในแต่ละครั้งที่ผู้ฟ้องคดีสามารถขอรับผลประโยชน์ได้ย่อมขึ้นอยู่กับกรมธรรม์ประกันภัยที่ผู้ถูกฟ้องคดีได้ทำไว้กับบริษัทรับประกันภัยคู่สัญญา และไม่ปรากฏว่ามีบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดกำหนดให้ผู้ถูกฟ้องคดีมีหน้าที่ในการจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลตามคำขอของผู้ฟ้องคดี ดังนั้น ผู้ถูกฟ้องคดีจึงไม่มีหน้าที่ต้องเบิกจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลในส่วนที่เกินสิทธิจำนวน 10,000 บาทเศษให้แก่ผู้ฟ้องคดีแต่อย่างใด(คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.579/2564)

(อ่านต่ออาทิตย์หน้า)

‘โฆษก ภท.’ ยัน ไม่เคยให้ข้อมูลข่าวสารใดๆเกี่ยวกับ ‘พรรคเสรีรวมไทย’ ไร้ติดต่อแถลงร่วมกัน

‘โฆษก ภท.’ ยัน ไม่เคยให้ข้อมูลข่าวสารใดๆเกี่ยวกับ ‘พรรคเสรีรวมไทย’ ไร้ติดต่อแถลงร่วมกัน

‘โฆษก ภท.’ ยัน ไม่เคยให้ข้อมูลข่าวสารใดๆเกี่ยวกับ ‘พรรคเสรีรวมไทย’ ไร้ติดต่อแถลงร่วมกัน

วันเสาร์ ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 22.08 น.

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย  โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยไม่เคยให้ข้อมูล ข่าวสารใดๆเกี่ยวกับพรรคเสรีรวมไทย การแถลงข่าวว่าพรรคใดสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นไปอย่างเปิดเผย หลังจากที่พรรคการเมืองนั้นแสดงความจำนงสนับสนุนนายอนุทิน จึงได้จัดแถลงข่าวร่วมกันที่พรรคภูมิใจไทย ในกรณีของพรรคเสรีรวมไทย ไม่เคยมีการติดต่อกัน และไม่เคยแถลงข่าวร่วมกัน 

“พรรคภูมิใจไทย จึงขอเรียนให้ประชาชนทราบข้อมูลที่ถูกต้องว่าพรรคภูมิใจไทย กับพรรคเสรีรวมไทย ไม่มีการพูดคุย ประสานงานให้สนับสนุนนายอนุทิน เป็นนายกรัฐมนตรี แต่อย่างใด” โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าว

ผบ.ทบ. เยือน สปป.ลาว อย่างเป็นทางการ หารือความมั่นคงทุกมิติ

ผบ.ทบ. เยือน สปป.ลาว อย่างเป็นทางการ หารือความมั่นคงทุกมิติ

ผบ.ทบ. เยือน สปป.ลาว อย่างเป็นทางการ หารือความมั่นคงทุกมิติ

วันเสาร์ ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 20.35 น.

ผบ.ทบ. เยือน สปป.ลาว  หารือความมั่นคงทุกมิติ ด้าน ลาว ขอให้ใช้ความอดทนอดกลั้น แก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ยัน ไม่เข้าข้างใคร พร้อมขอไทยผ่อนปรนมาตรการส่งน้ำมันข้ามแดนไปยังลาว

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ​พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก พร้อมด้วย พลเอก ณรงค์ฤทธิ์ คัมภีระ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก พลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก และคณะ เดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 27–28 กุมภาพันธ์ 2569 ตามคำเชิญของกองทัพประชาชนลาว เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น และยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างกองทัพทั้งสองประเทศ

​โดยคณะผู้บัญชาการทหารบกได้เข้าเยี่ยมคำนับและหารือข้อราชการกับ พลตรี วันทอง บุดตะวง รองหัวหน้ากรมใหญ่เสนาธิการ กองทัพประชาชนลาว (เทียบเท่า ผบ.ทบ.) ย้ำความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศ ที่มีการร่วมมืออย่างใกล้ชิด ผ่านการเยือน การประชุม และการตรวจพื้นที่ชายแดนร่วมกัน สะท้อนถึงความไว้วางใจที่มีต่อกัน

​สำหรับกรณีเหตุปะทะชายแดนไทย–กัมพูชา ฝ่ายลาวได้ขอให้ใช้ความอดทนอดกลั้นและแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี เพื่อนำความสงบสุขกลับคืนสู่ภูมิภาค พร้อมยืนยันไม่เข้าข้างฝ่ายใด และต้องการเห็นความสงบเรียบร้อยและเศรษฐกิจชายแดน พร้อมขอให้ไทยผ่อนปรนมาตรการส่งน้ำมันข้ามแดนไปยังลาว

 ผู้บัญชาการทหารบก ยืนยันพร้อมสนับสนุนความร่วมมือด้านความมั่นคง การศึกษา การฝึกผสม การแลกเปลี่ยนข่าวกรอง และการลาดตระเวนร่วมชายแดน พร้อมเร่งเสนอข้อหารือด้านการค้าชายแดนและการผ่อนปรนมาตรการส่งน้ำมันกับรัฐบาล และทบทวนการปฏิบัติในส่วนที่กองทัพบกรับผิดชอบ   

​ทั้งสองฝ่ายยังได้เห็นพ้องยกระดับกลไกประสานงาน แต่งตั้งผู้ประสานงานหลัก เพิ่มการแลกเปลี่ยนข่าวกรอง และร่วมมือปราบปรามยาเสพติด การลักลอบค้า รวมถึงแก้ปัญหาโดรนล้ำแดน โดยเน้นการประสานงานอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันความเข้าใจผิด

​ท้ายที่สุด ผู้บัญชาการทหารบกย้ำความพร้อมสนับสนุนทุกประเด็นที่หารือ เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์แน่นแฟ้นระหว่างสองกองทัพให้มั่นคงและยั่งยืน พร้อมขอบคุณฝ่ายลาวสำหรับความร่วมมือจริงใจและต่อเนื่อง

​จากนั้น ผู้บัญชาการทหารบกได้เข้าเยี่ยมคำนับและหารือข้อราชการกับ พลโท สายใจ กมมะสิด หัวหน้ากรมใหญ่เสนาธิการ (เทียบเท่า ผบ.ทสส.) และรองรัฐมนตรีกระทรวงป้องกันประเทศ ซึ่งระบุว่าการติดต่อประสานงานโดยตรงในช่วงสถานการณ์ที่มีความละเอียดอ่อน มีความสำคัญต่อการป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อน และช่วยรักษาเสถียรภาพตามแนวชายแดน

​ทั้งสองฝ่ายได้หารือเกี่ยวกับการจัดทำหลักเขตแดนในพื้นที่ชายแดน การพัฒนาช่องทางสื่อสารเร่งด่วนระหว่างผู้บังคับหน่วยชายแดน การบริหารจัดการปัญหาการลักลอบข้ามแดน และการรับมือภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง รวมถึงปัญหาโดรนและเครือข่ายออนไลน์ พร้อมยืนยันว่าความร่วมมือระดับพื้นที่คือกลไกสำคัญในการแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็วและยั่งยืน

​ต่อมาคณะได้เข้าเยี่ยมคำนับ พลเอก คำเลียง อุทะไกสอน รัฐมนตรีกระทรวงป้องกันประเทศ สปป.ลาว ซึ่งกล่าวต้อนรับและแสดงความชื่นชมต่อความตั้งใจของฝ่ายไทยในการสานต่อความร่วมมือทางทหาร ทั้งสองฝ่ายได้หารือภาพรวมความร่วมมือด้านยุทธศาสตร์ ทั้งการพัฒนากำลังพล การขยายโอกาสการศึกษาหลักสูตรโรงเรียนเสนาธิการทหารบก การฝึกผสมและการฝึกร่วมหน่วยขนาดเล็ก ความร่วมมือด้านการแพทย์ทหาร และการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงการสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและคุณภาพชีวิตประชาชนตามแนวชายแดน

​รัฐมนตรีกระทรวงป้องกันประเทศ สปป.ลาว ย้ำว่า กองทัพทั้งสองประเทศยืนหยัดเคียงบ่าเคียงไหล่กันมายาวนาน ความร่วมมือที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความไว้วางใจ ความโปร่งใส และการเคารพซึ่งกันและกัน จะเป็นหลักประกันความมั่นคงของทั้งสองประเทศ และเป็นแบบอย่างความร่วมมือในภูมิภาคอาเซียน

​โอกาสนี้ ผู้บัญชาการทหารบก ได้มอบรางวัลศิษย์เก่าดีเด่น โรงเรียนเสนาธิการทหารบก ประจำปี 2569 ให้แก่ พลตรี สมพอน มิดตะพอน เจ้าแขวงพงสาลี ที่สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนเสนาธิการทหารบก เมื่อปี 2547 เป็นศิษย์เก่าที่ประสบความสำเร็จในสายอาชีพ และยังคงรักษาความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมรุ่นอย่างใกล้ชิด การมอบรางวัลครั้งนี้ถือเป็นสัญลักษณ์ของความร่วมมือด้านการศึกษาทางทหารไทย–ลาว ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง

​จากนั้นคณะได้เดินทางไปวางพวงมาลา ณ อนุสาวรีย์นักรบนิรนาม เพื่อสดุดีวีรกรรมของทหารและผู้เสียสละชีวิตเพื่อชาติ อันเป็นการแสดงความเคารพต่อความกล้าหาญ ความเสียสละ และคุณูปการที่มีต่อความมั่นคงของประเทศ ก่อนเข้าหารือกับ นาง ครองขนิษฐ รักษ์เจริญ เอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ สปป.ลาว ในประเด็นสำคัญด้านความมั่นคงชายแดน เพื่อให้การขับเคลื่อนความร่วมมือด้านการเมือง การทูต และความมั่นคงเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ลดช่องว่างการประสานงาน และเพิ่มประสิทธิภาพการแก้ไขปัญหาในระดับพื้นที่ ตลอดจนยกระดับกลไกความร่วมมือไทย–ลาว ให้มีความคล่องตัว รวดเร็ว และตอบสนองต่อความท้าทายที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สีหศักดิ์ ตั้งวอร์รูม รับมือตะวันออกกลางระอุ เตือนคนไทยในอิหร่าน-อิสราเอล เร่งออกจากพื้นที่

สีหศักดิ์ ตั้งวอร์รูม รับมือตะวันออกกลางระอุ เตือนคนไทยในอิหร่าน-อิสราเอล เร่งออกจากพื้นที่

สีหศักดิ์ ตั้งวอร์รูม รับมือตะวันออกกลางระอุ เตือนคนไทยในอิหร่าน-อิสราเอล เร่งออกจากพื้นที่

วันเสาร์ ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 19.59 น.

“สีหศักดิ์” เผย เกาะติดสถานการณ์ตะวันออกกลาง พร้อมออกประกาศแจ้งเตือนคนไทยในอิหร่านและอิสราเอลเร่งเดินทางออกจากพื้นที่

ตามที่เกิดสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางในปัจจุบัน และมีแนวโน้มว่าความขัดแย้งอาจทวีความรุนแรงและขยายวงกว้างจนอาจส่งผลกระทบต่อสวัสดิภาพของคนไทยที่พำนักอยู่ในภูมิภาคดังกล่าว นั้น 

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเปิดเผยว่า กระทรวงการต่างประเทศได้ดำเนินการต่าง ๆ ดังนี้

1. กระทรวงฯ ได้ติดต่อสถานเอกอัครราชทูตไทยทุกแห่งในภูมิภาค อย่างต่อเนื่อง เพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์ และแจ้งพัฒนาการแก่คนไทยในพื้นที่เสมอมา โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน ได้ออกประกาศเตือนและให้คำแนะนำคนไทยตั้งแต่ช่วงต้นของสถานการณ์ และได้มี hotline ของสถานเอกอัครราชทูตฯ สำหรับคนไทยด้วยแล้ว 

2. ในวันนี้ ภายหลังเกิดเหตุการณ์ กระทรวงฯ ได้ออกประกาศแจ้งเตือนคนไทยในพื้นที่ แนะนำให้คนไทยที่พำนักอยู่ในพื้นที่เสี่ยงจากผลกระทบจากสถานการณ์ความตึงเครียดดังกล่าว โดยเฉพาะในอิหร่านและอิสราเอลเร่งเดินทางออกจากพื้นที่ รวมถึงขอให้คนไทยที่ไม่มีความจำเป็นพิจารณาทบทวนการเดินทางไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

3. กระทรวงฯ ได้จัดตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์ (War Room) เพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์ร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ รวมถึงสถานเอกอัครราชทูตฯ ในภูมิภาคอย่างใกล้ชิด โดยสถานเอกอัครราชทูตฯ ของไทยในภูมิภาคทุกแห่ง ได้เตรียมการช่วยเหลือที่จำเป็นแก่คนไทยในพื้นที่ รวมถึงเตรียมแผนอพยพในกรณีจำเป็นไว้แล้วด้วย และได้จัดตั้งศูนย์ 24 ชั่วโมงของกรมการกงสุลเพื่อรับความช่วยเหลือเร่งด่วน (Call Center กรมการกงสุลหมายเลข 0-2572-8442 )

4. กระทรวงฯ จะประสานงานกับสถานเอกอัครราชทูตต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย เพื่อให้ความคุ้มครองคนไทยในพื้นที่อย่างเต็มที่ รวมถึงประสานกับสมาคมคนไทย ในประเทศต่าง ๆ เพื่อรับทราบสถานการณ์แต่ละแห่ง และให้การช่วยเหลือที่จำเป็นอย่างใกล้ชิดต่อไป

น้าเดช ซัด สมาคมสื่อ-วิชาการ ปม กกต. ฟ้องคนละเมิดกฎหมาย

น้าเดช ซัด สมาคมสื่อ-วิชาการ ปม กกต. ฟ้องคนละเมิดกฎหมาย

น้าเดช ซัด สมาคมสื่อ-วิชาการ ปม กกต. ฟ้องคนละเมิดกฎหมาย

วันเสาร์ ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 19.46 น.

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 นายพัฒนเดช อาสาสรรพกิจ ผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์ ระดับแนวหน้าของเมืองไทย โพสต์ในเฟสบุ๊คส่วนตัว “ยิ่งรัก ยิ่งลุ่มหลง” ระบุว่า ข่าวว่า “สมาคมสื่อออกโรง” เรื่องที่ กกต. ฟ้องผู้ละเมิดกฎหมาย โดยมีอาจารย์สอนกฎหมาย ร่วมวงกับสมาคมด้วย

ผมว่าสังคมนี้แปลก สมาคมสื่อก็แปลก เพราะ กกต. เขาก็ไม่ได้บอกว่าตรวจสอบไม่ได้ แต่การตรวจสอบมันต้องไม่ละเมิดคนอื่น มันต้องตรวจสอบภายใต้กฎหมายกำหนด เมื่อล่วงเกินเขา เมื่อทำผิดกฎหมาย เขาก็ฟ้อง แล้วก็ไปต่อสู้กันตามกระบวนการแค่นั้นเอง

ไม่อย่างนั้นใครสงสัยกระบวนรับจ้างสอนเด็ก ว่ามีการปั่นหัวชักใยเด็กไปในทางผิดหรือไม่ เขาก็ใช้สิทธิในฐานะประชาชนผู้เสียภาษี เข้าไปนั่งฟังพวกมึงสอนเด็ก เอาโทรศัพท์ไปบันทึกตลอดเวลาที่สอน ไปนั่งเฝ้าตอนที่พวกมึงให้คะแนนเด็ก อย่างนี้ได้หรือไม่

หรือเขาสงสัยว่าสื่อจะเสนอเรื่องที่เป็นธรรมหรือไม่ เขาจะไปตรวจสอบขณะที่นั่งเขียนข่าว ขณะที่คุยกับแขกรับเชิญได้ใช่หรือไม่

บ้านไหนเมืองไหนมันต้องมีกฎมีระเบียบทั้งนั้น   เมื่อละเมิดกฎละเมิดระเบียบ ก็ต้องว่ากันไปตามกติกา สมาคม, สถาบัน จะออกมาเต้นเร่าๆทำไมก็ไม่ทราบเหมือนกัน แล้วมีเวลาสื่อเฮงซวยสำรากออกสื่อ สมาคมสื่อไปมุดหัวอยู่ที่ไหนกันเล่าจ๊ะ……ขอเสือกแค่นี้ละจ้ะ

คอมเมนต์สวนเละคาบ้าน ‘ณวัฒน์’แซะไอเดียให้ปั้มแจกมะพร้าวช่วยเกษตกร

คอมเมนต์สวนเละคาบ้าน 'ณวัฒน์'แซะไอเดียให้ปั้มแจกมะพร้าวช่วยเกษตกร

คอมเมนต์สวนเละคาบ้าน ‘ณวัฒน์’แซะไอเดียให้ปั้มแจกมะพร้าวช่วยเกษตกร

วันเสาร์ ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 18.58 น.

คาบ้านอีกแล้ว! ณวัฒน์แซะไอเดียแจกมะพร้าวน้ำหอมในปั๊ม เจอชาวเน็ตแห่คอมเมนท์สวน

จากกรณี กรมการค้าภายในได้ออกมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร กรณีราคามะพร้าวน้ำหอมราคาตก โดย 1 ในมาตรการหลายอย่าง คือการเชื่อมโยงมะพร้าวจากเกษตรกรเข้าปั๊มน้ำมัน (PT Susco PTT บางจาก) ในเขต กทม. และปริมณฑล เพื่อแจกมะพร้าวแทนน้ำดื่ม ปรากฎว่าในวันนี้ (28 กุมภาพันธ์) นายณวัฒน์ อิศรไกรศีล ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า “ตลกดีแนะนำแจกมะพร้าวน้ำหอมแทนน้ำในปั๊มน้ำมัน”

อย่างไรก็ตามโพสต์ดังกล่าวมีผู้มาแสดงความเห็นจำนวนมาก ในเวลาอันรวดเร็ว แต่ส่วนใหญ่มีความเห็นว่า มาตรการดังกล่าว ถูกต้องและควรสนับสนุน

ส่องานเข้า! ‘สส.พรรคส้ม’เเจกฟรี! ป้ายบ้านเลขที่ให้ชาวบ้าน ทั้งก่อนและหลังเลือกตั้ง เพจดังตั้งคำถามผิด ก.ม.หรือไม่

ส่องานเข้า! ‘สส.พรรคส้ม’เเจกฟรี! ป้ายบ้านเลขที่ให้ชาวบ้าน ทั้งก่อนและหลังเลือกตั้ง เพจดังตั้งคำถามผิด ก.ม.หรือไม่

ส่องานเข้า! ‘สส.พรรคส้ม’เเจกฟรี! ป้ายบ้านเลขที่ให้ชาวบ้าน ทั้งก่อนและหลังเลือกตั้ง เพจดังตั้งคำถามผิด ก.ม.หรือไม่

วันเสาร์ ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 18.48 น.

เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจจักรวาลด้อมส้ม ได้แชร์ภาพและข้อความจากเฟซบุ๊กของนายนนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ สส.นนทบุรี เขต 8 พรรคประชาชน ที่โพสต์ข้อความเชิญชวนผู้ที่อาศัยอยู่ในจังหวัดนนทบุรี เขตเลือกตั้งที่ 8 ลงทะเบียนร่วมโครงการ รับแจกป้ายเลขที่บ้าน “บ้านนี้สีส้ม”ฟรี พร้อมภาพ ป้ายบ้านเลขที่ของผู้ที่ลงทะเบียนขอรับ ซึ่งนายนนท์ระบุว่าทุกป้ายทะเบียนบ้านสส.และทีมงานจะนำไปส่งให้กับประชาชนถึงบ้าน โดยทางเพจจักรวาลด้อมส้มตั้งคำถามว่า”ทุกคนคะ ทำไปทำไมอ่ะ แบบติดให้รู้ว่าบ้านนี้เลือกส้มหรือคะ มันจะไม่แตกแยกกันใช่มั้ย บ้านเดียวกันเลือกกันคนละพรรคก็มี

แล้วคนที่ติดเขากลัวคนรู้เปล่าคะว่ากาพรรคอะไรไม่ต้องตั้งกล้อง ไม่ต้องสแกนบาร์โค้ด ไม่ต้องถอดรหัส ” รวมทั้งยังตั้งประเด็นว่า” ผิดกฎหมายมั้ย ให้ของหลังเลือกตั้ง”

ซึ่งเมื่อย้อนไปดูเว็บไซต์พรรคประชาชนได้มีการเผยเเพร่ผลการทำงานของนายนนท์ ในหัวข้อความเคลื่อนไหว ล่าสุดพบว่าวันที่ 10 ธ.ค68ทีมงานหาเสียงของนายนนท์นำป้ายบ้านเลขที่บ้าน พื้นสีส้ม ตัวเลขสีขาวเเจกจ่ายประชาชนในเขต 8 จ.นนทบุรี ซึ่งขณะนั้นเป็นช่วงที่รัฐบาลขัดแย้งกับพรรคประชาชนในเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยพรรคประชาชนเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภา และนายอนุทินได้มีการประกาศยุบสภาในวันที่ 12 ธ.ค.68 ทำให้การกระทำของนายนนท์ ถูกตั้งคำถามว่าเข้าข่ายเป็นการซื้อเสียงล่วงหน้าหรือไม่

และเมื่อการเลือกตั้งเสร็จสิ้น กกต.มีการประกาศรับรองผลในวันที่ 25 ก.พ.69 วันรุ่งขึ้น คือ วันที่26 ก.พ.นายนนท์ ก็ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า”ประกาศ ประกาศ โครงการบ้านนี้สีส้ม กลับมาอีกครั้ง สำหรับโครงการดีๆ สำหรับชาวส้มบ้านแต่ละหลังคือความภูมิใจของครอบ ครัว “เลขที่บ้าน” จึงสำคัญทั้งเพื่อความสะดวกในการติดต่อ หรือจัดส่ง และเป็นหน้าเป็นตาของบ้าน

วันนี้ผมและพรรคประชาชน จึงขอเชิญชวนทุกท่านในนนทบุรี เขต 8 บางบัวทอง ไทรน้อย บางบัวทอง (บางรักพัฒนา บางรักใหญ่ บางคูรัด) ไทรน้อย(หนองเพรางาย ทวีวัฒนา ขุนศรี ไทรใหญ่ ราษฎร์นิยม) โดยให้ลงทะเบียนร่วมโครงการ แจกป้ายเลขที่บ้าน “บ้านนี้สีส้ม” ฟรี อีกครั้ง

จากนั้นวันที่ 27 ก.พ.69 นายนนท์โพสต์ข้อความว่า”ทะยอยทำอยู่นะคร๊าบบบ ยอดทะลุไปเกือบพันหลังคาเรือนแล้วจร้าาาา ซึ่งก็ได้มีเเฟนเพจเข้าไปสอบถามนายนนท์ว่าอาจผิดกฎหมายเพราะคล้ายกรณีนายประสิทธิ์  เเต่นายนนท์ตอบว่า “ตามกฎหมายเลยคร้าบบ” โดยมีการตั้งข้อสังเกตว่า กรณีของนายนนท์สุ่มเสี่ยง เข้าข่ายเป็นการซื้อเสียงล่วงหน้าและจ่ายหลังเลือกตั้งซึ่งอาจผิดตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.มาตรา132,133,135,137 ทำให้ได้รับเลือกตั้งมาโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรม เพราะหลักฐานจากการโพสต์เฟซบุ๊กของนายนนท์ พบว่านายนนท์ให้ทีมงานนำป้ายบ้านเลขที่ไปเเจกรอบเเรกวันที่ 10 ธ.ค.68 เเละพรรคประชาชนนำภาพเหล่านั้นมาลงเว็บไซต์ของพรรค  เเละนายนนท์โพสต์ตอบคำถามเเฟนเพจว่า มีการเเจกป้ายบ้านเลขที่รอบเเรกในห้วงเวลาดังกล่าวจริง และต่อมาในรอบสองวันที่ 26 ก.พ. ก็ประกาศรับจองเพื่อผลิตเเจกป้ายบ้านเลขที่ หลังกกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง สส. 396 เขตเลือกตั้ง ซึ่งนายนนท์คือหนึ่งในจำนวนนั้น

ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่เเล้ว นายนนท์ตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของสังคมอย่างรุนแรงเมื่ออภิปรายเสนอตัดงบประมาณโครงการสร้างขวัญและกำลังใจบุคลากรเผยแผ่พระพุทธศาสนา งบประมาณ 5 ล้านบาท ซึ่งนายนนท์ระบุว่า “ทำไมพระสงฆ์ถึงต้องมีขวัญและกำลังใจในการทำงานด้วยเหรอครับ ผมก็งงนะครับ แล้วบอกว่าเพื่อเดินทางไปสักการะสังเวชนียสถาน ในประเทศอินเดียและเนปาล ก็คือไปสถานที่ที่พระพุทธเจ้าประสูติ ตรัสรู้ ปฐมเทศนา และปรินิพพาน ซึ่งเป็นการใช้งบประมาณค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับผู้ได้ประโยชน์ ไปทั้งหมด 100 รูป ตกรูปละ 50,000 บาท ไปทำอะไรครับท่านประธาน ไปกราบครับท่านประธาน ท่านอยู่ประเทศไทย ท่านให้คนอื่นเขากราบไหว้ พอท่านไปประเทศอื่น ท่านกลับไปกราบอะไรก็ไม่รู้” ทำให้ในเวลาต่อมานายนนท์ต้องออกมาโพสต์ขอโทษต่อการอภิปรายดังกล่าว

อนุทิน ตอกกลับ ปวิน ปมควงศุภจี กินข้าวบ้านทูตนิวซีแลนด์ หลังถูกถามไม่โปรโมตสินค้าเกษตรไทย

อนุทิน ตอกกลับ ปวิน ปมควงศุภจี กินข้าวบ้านทูตนิวซีแลนด์ หลังถูกถามไม่โปรโมตสินค้าเกษตรไทย

อนุทิน ตอกกลับ ปวิน ปมควงศุภจี กินข้าวบ้านทูตนิวซีแลนด์ หลังถูกถามไม่โปรโมตสินค้าเกษตรไทย

วันเสาร์ ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 18.33 น.

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ได้แชร์โพสต์ของ นาย ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ อาจารย์ประจำสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยเกียวโต

ที่โพสต์ว่า อนุทินควงศุภจีเลี้ยงข้าวแขกบ้านแขกเมือง ในยามที่สินค้าเกษตรของไทยราคาตกอย่างน่าใจหาย และในยามที่คนที่ร่วมโต๊ะอาหารเป็นรัฐมนตรีพาณิชย์ ดิชั้นคาดหวังว่าจะเห็นอาหารบนโต๊ะที่เต็มไปด้วยข้าวไทย ข้าวโพดหวาน และน้ำมะพร้าวหอม แต่ดิชั้นไม่เห็นอะไรเลย ทำไมไม่ฉวยโอกาสนี้ในการ promote สินค้าเกษตรไทยคะ?

โดยนายอนุทิน ระบุว่า ไปทานอาหารที่บ้านทูตนิวซีแลนด์ ท่านทูตจ้างเชฟชาวนิวซีแลนด์ที่มาเปิดร้านอาหารในเมืองไทยและจัดอาหารโดยใช้วัตถุดิบของไทยทั้งหมด มีข้าวเหนียวด้วยครับ ขออภัยที่ไม่ได้แจงรายละเอียด

สภาฯเงียบเหงา สส.รายงานตัว วันนี้ 4 คน สรุปยอด 3 วัน สส.ใหม่ รายงานตัวแล้ว 97 คน

สภาฯเงียบเหงา สส.รายงานตัว วันนี้  4 คน สรุปยอด 3 วัน สส.ใหม่ รายงานตัวแล้ว  97 คน

สภาฯเงียบเหงา สส.รายงานตัว วันนี้ 4 คน สรุปยอด 3 วัน สส.ใหม่ รายงานตัวแล้ว 97 คน

วันเสาร์ ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.33 น.

สภาฯเหงา มีสส.รายงานตัววันเสาร์ 4 คน  สรุปยอด 3 วัน สส.ใหม่ รายงานตัวต่อสภาฯ แล้ว  97 คน

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภา ว่า ตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.30 น. ณ บริเวณโถง ชั้น B1 อาคารรัฐสภา สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เปิดรับรายงานตัว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 เป็นวันที่ 3  ภายหลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง โดยมี  สส.มารายงานตัว จำนวน 4 คน  ซึ่งเป็นพรรคภูมิใจไทย ทั้งหมด ได้แก่ นายล้ำเลิศ พัวพัฒนโชติ สส.สุรินทร์ เขต 6  นายรุ่งโรจน์ ทองศรี สส.บุรีรัมย์ เขต 9 นายพรชัย ศรีสุริยันโยธิน สส.บุรีรัมย์ เขต 7  นายอนุชา สะสมทรัพย์ สส.นครปฐม เขต 5 

ทั้งนี้ สรุปภาพรวมของการรายงานตัว 3 วัน มี สส. มารายงานตัวแล้ว จำนวน 97 คน โดยแบ่งเป็นพรรคการเมือง ดังนี้1. พรรคเพื่อไทย จำนวน 49 คน 2. พรรคภูมิใจไทย จำนวน 36 คน 3. พรรคประชาชาติ จำนวน 4 คน 4. พรรคพลังประชารัฐ จำนวน 4 คน  5.พรรคกล้าธรรม จำนวน 2 คน 6. พรรคประชาธิปัตย์ จำนวน 1 คน และ7. พรรคโอกาสใหม่ จำนวน 1 คน

ขณะนี้มีสส.ที่รายงานตัวแล้ว 97 คน จาก 396 คน ยังคงเหลือ 299 คน ทั้งนี้ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรยังคงเปิดรับการรายงานตัวของสส.ทุกวัน เริ่มในเวลา 08.30 น. -16.30 น.